Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์ บทความ เทคโนโลยี

ทำไมหลายสนามบินจึงหันมาใช้ไมโครกริดเพื่อสร้างความยั่งยืน

โดย วัลเลอรี เลย์อัน ประธานฝ่ายการขนส่งดูแลทั่วโลก ชไนเดอร์ อิเล็คทริค

ทำอย่างไรสนามบินจึงจะสามารถบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางด้านคาร์บอน (carbon neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ได้ภายในปี 2050 โซลูชันที่ดีที่สุดคือการรวมไมโครกริดไว้ในแผนพลังงานสีเขียว ไมโครกริด Microgrids ได้รับการยอมรับว่าเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับความพยายามเพื่อไปสู่การเป็นสนามบินคาร์บอนต่ำ เนื่องจากให้ความสามารถหลากหลายแง่มุม เพิ่มความยั่งยืนและความยืดหยุ่น อีกทั้งช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย

แม้ว่าในระยะหลังๆ สนามบินหลายแห่งเริ่มมีการปรับใช้ไมโครกริด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการตอบสนองความท้าทายด้านความยั่งยืนและความน่าเชื่อถือของพลังงานในภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งดาต้าเซ็นเตอร์ โรงพยาบาล การคมนาคมขนส่ง และอาคารพาณิชย์ ตัวอย่างเช่น ท่าเรือขนาดใหญ่ของแคลิฟอร์เนียหลายแห่งได้มีการปรับใช้ไมโครกริดเพื่อความปลอดภัยด้านพลังงาน และให้ความยืดหยุ่นได้ตามต้องการ เพื่อตอบโจทย์เรื่องกฎระเบียบด้านสภาพภูมิอากาศที่เข้มงวดของแคลิฟอร์เนีย ไมโครกริดของ Port of Long Beach เป็นตัวอย่างที่ช่วยให้มั่นใจได้ถึงการจัดหาพลังงานได้อย่างเสถียรโดยใช้ฟีเจอร์นวัตกรรม อย่างเช่น แบตเตอรี่เคลื่อนที่ ที่สามารถขยายการเข้าถึงไมโครกริดได้ทั่วอากาศยานระหว่างที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน

ไมโครกริดมีเครือข่ายไฟฟ้าในตัวเอง ช่วยให้สนามบินต่างๆ สามารถบริหารจัดการไซต์พลังงานได้ด้วยตัวเอง รวมไปถึงการควบคุมการใช้งานได้ไม่ว่าจะใช้เมื่อไร หรือใช้อย่างไรก็ตาม โดยสามารถผสานรวมการใช้พลังงานหมุนเวียนร่วมกัน เช่น พลังงานลมและแสงอาทิตย์ และสามารถบริหารจัดการและใช้พลังงานได้อย่างเหมาะสมเต็มประสิทธิภาพ ด้วยคุณสมบัติอย่างการกักเก็บพลังงานไว้ที่ไซต์ เช่นแบตเตอรี่และเซลล์เชื้อเพลิง ที่สามารถกักเก็บพลังงานที่ผลิตในไซต์ได้ทำให้ไม่ต้องปล่อยทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์  การขับเคลื่อนไปสู่การผลิตไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมคือสิ่งสำคัญ เพราะสนามบินมีผู้ใช้พลังงานจำนวนมหาศาล – การใช้พลังงานไฟฟ้าและพลังงานความร้อนของสนามบินขนาดใหญ่ ในแต่ละวันเทียบเท่ากับเมืองที่มีประชากรมากถึง 100,000 คน

ไมโครกริดสามารถรวมและบริหารจัดการแหล่งผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ (DER) ได้หลายประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานที่ได้จากแหล่งพลังงานหมุนเวียน ไมโครกริดจะให้ความสามารถในการสร้างสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน ผ่านฟีเจอร์การจัดการขั้นสูง เช่น การปลดโหลดได้อย่างชาญฉลาด และ/หรือความสามารถในการเรียกใช้หรือปิดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแต่ละตัว

ไมโครกริดเป็นเสาหลักสำคัญของความยั่งยืนแห่งอนาคตของสนามบิน เพราะพลังงานที่ยืดหยุ่นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ให้ความปลอดภัยด้านพลังงานที่ขาดไม่ได้

สิ่งอำนวยความสะดวกที่สำคัญ เช่น สนามบิน ไม่เพียงต้องการพลังงานสีเขียวเท่านั้น แต่ยังต้องเป็นพลังงานที่เชื่อถือได้ด้วย เพราะเป็นประเด็นเรื่องของความปลอดภัยอีกทั้งยังเกี่ยวข้องอย่างมากกับเรื่องการเงิน มีเหตุการณ์ที่เกิดเมื่อเร็วๆ นี้ หลายเหตุการณ์ ที่แสดงให้เห็นว่าการที่ไฟฟ้าดับทำให้เกิดการหยุดชะงักและเสียค่าใช้จ่ายได้มากเพียงใด เช่นการที่ Atlanta International ไฟฟ้าดับนานถึง 11 ชั่วโมง นั้นทำให้ Delta Airlines เสียค่าใช้จ่ายประมาณ 50 ล้านดอลลาร์ รวมถึงทำให้ผู้โดยสารหลายพันคนต้องรอเก้อ และนำไปสู่การยกเลิกเที่ยวบินประมาณ 1,500 เที่ยว

การมีแหล่งพลังงานทางเลือกที่เชื่อถือได้ เช่น ไมโครกริด สามารถป้องกันการสูญเสียเหล่านี้ได้โดยมั่นใจได้ว่าจะมีการจ่ายไฟอย่างต่อเนื่องแม้ในช่วงที่ไฟฟ้าดับ

ไมโครกริดยังช่วยประหยัดต้นทุนได้อย่างมาก

การตอบสนองความต้องการด้านพลังงานของสนามบิน ด้วยพลังงานหมุนเวียนจากไมโครกริดสามารถใช้ต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • ช่วยให้สนามบินมีความยืดหยุ่นในการเลือกใช้พลังงานที่มีราคาถูกกว่าทางเลือกอื่นๆ ด้วยการทำงานในโหมดกริดหรือ island mode เพื่อสร้างสมดุลด้านค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพในช่วงที่มีการใช้งานสูงสุด
  • สนามบินประหยัดเงินได้โดยการใช้พลังงานได้เกิดประโยชน์สูงสุด
  • สามารถหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายจากไฟฟ้าขัดข้องได้

แต่การที่จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด สนามบินต้องทำเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ามาช่วยบริหารจัดการไมโครกริด

ไมโครกริดและการสนับสนุนเทคโนโลยีช่วยให้มั่นใจถึงเงื่อนไขการทำงานที่เหมาะสมที่สุด และให้ข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญรวมถึงให้ความเสถียรของระบบ ตัวอย่างเช่น เทคโนโลยีไมโครกริดมอบเครื่องมือต่างๆ แก่สนามบินในการบริหารจัดการแหล่งผลิตพลังงานแบบกระจายศูนย์ในระยะไกลได้แบบไดนามิคโดยอัตโนมัติ ด้วยการใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด และช่วยให้สนามบินควบคุมของพลังงานได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งให้ความสามารถในการสร้างสมดุลของโหลดเพื่อให้เกิดความเสถียร นอกจากนี้เทคโนโลยีที่เชื่อมต่อยังช่วยในการคาดการณ์ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการใช้งาน การผลิต การเก็บ และการขายพลังงาน เพื่อให้สนามบินมีทางเลือกด้านพลังงานที่ฉลาดและคุ้มค่าที่สุด

การประยุกต์ใช้ไมโครกริดและเทคโนโลยีอัจฉริยะ ตลอดจนสถาปัตยกรรมระบบดิจิทัลที่สมบรูณ์แบบ end-to-end นอกจากจะช่วยให้ระบบเหล่านี้ทำงานได้ดีแล้ว ยังช่วยสร้างความอุ่นใจเนื่องจากช่วยให้มั่นใจถึงความต่อเนื่องด้านพลังงานที่เชื่อถือได้ เนื่องจากเป็นแหล่งพลังงานที่จัดหาได้เองในพื้นที่ จึงทำให้ไมโครกริดสามารถแยกตัวเองออกจากโครงข่ายหลัก ทว่ายังคงจัดหาพลังงานป้อนสนามบินได้อย่างต่อเนื่องกระทั่งในช่วงที่เกิดความผันผวนด้านพลังงานก็ตาม นอกจากนี้ ไมโครกริดยังให้พลังงานที่สะอาดกว่าทางเลือกพลังงานสำรองแบบดั้งเดิมเช่นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานดีเซล ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานฉุกเฉินที่ใช้กันมากที่สุดโดยทั่วไปสำหรับสนามบิน แต่เป็นส่วนที่ปล่อยมลพิษที่เกี่ยวข้องในสนามบินซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายที่แพงในการดูแลและซ่อมบำรุง

ตัวอย่างสนามบิน JFK กำลังนำโซลูชันไมโครกริดมาใช้งาน เพื่อลดใช้การใช้พลังงานได้มากถึง 30 เปอร์เซ็นต์

สนามบิน JFK ของมหานครนิวยอร์ค ที่รองรับผู้โดยสารมากว่า 60 ล้านคนต่อปี ได้มีการพัฒนาอาคารผู้โดยสาร Terminal One ด้วยการนำไมโครกริดที่ล้ำหน้าและเครื่องมือเชื่อมต่อไมโครกริดมาใช้ ที่จะช่วยปรับปรุงเรื่องความยั่งยืนและเพิ่มความยืดหยุ่นของอาคารผู้โดยสาร โดยคาดว่าจะช่วยลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงทั้งหมดที่ใช้ในการดำเนินการในส่วนอาคารผู้โดยสารได้มากถึง 30 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังมีส่วนช่วยให้สนามบินสามารถบรรลุเป้าหมายการใช้งานงานพลังงานหมุนเวียนได้ 100 เปอร์เซ็นต์ภายในสิบปีข้างหน้า และยังเพิ่มเวลาทำงานหรือ uptime ได้ถึง 99.999 เปอร์เซ็นต์

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทสำคัญของไมโครกริดในการสร้างความยั่งยืนแห่งอนาคต

สนามบินและอุตสาหกรรมอื่นๆ จึงไม่ควรพลาดโอกาสสำคัญในการสร้างความก้าวหน้าไปสู่ความยั่งยืน และเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนด้วยการนำโซลูชันเทคโนโลยีที่ได้รับการพิสูจน์และยอมรับมาใช้งาน เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีไมโครกริดและไมโครกริดช่วยให้สนามบินอย่าง JFK มั่นใจในพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและน่าเชื่อถือ


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ออฟฟิศเมท พลัส เดินหน้าเปิดร้านใหม่ออฟฟิศเมท พลัส เดินหน้าเปิดร้านใหม่รัวๆ เพิ่มอีก 4 สาขา

ออฟฟิศเมท พลัส ในเครือเซ็นทรัล รีเทล แฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้ออุปกรณ์สำนักงานและสินค้าเพื่อธุรกิจ เจ้าของรางวัลสุดยอดแฟรนไชส์ไทยค้าปลีกยอดเยี่ยมแห่งปี “Best Retail Franchise 2021”เดินหน้าเปิดสาขาใหม่รัวๆ อีก 4 สาขา ได้แก่ จ. นครศรีธรรมราช (ใกล้แยกท่าวัง), อุบลราชธานี  (ตรงข้ามชลประทานที่ 7), ฉะเชิงเทรา   (ข้างอบต .คลองนครเนื่องเขต) และ ปราจีนบุรีย์ (ใกล้ Tesco Lotus กบินทร์บุรี) พร้อมเสิร์ฟสินค้าครบครันถึงทุกธุรกิจแล้ววันนี้ ทั้งอุปกรณ์สำนักงาน  ไอที อิเล็กทรอนิกส์ เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์โรงงาน อุปกรณ์ทำความสะอาด สินค้าสุขอนามัย และอีกเพียบ… ช้อปสะดวกได้ทั้งที่ร้าน โทรสั่งซื้อ และช้อปออนไลน์ ที่ Facebook และ Line Official Account พร้อมบริการจัดส่งสินค้าฟรี* ถึงลูกค้าทั่วไทย เมื่อช้อปครบ 499.-* ตามกำหนด เช็ค Contact สาขา คลิก  https://bit.ly/37Xfqix

ออฟฟิศเมท พลัส ยังเปิดรับสมัครแฟรนไชส์ซีทั่วประเทศ มาร่วมลงทุนและติดสปีดความสำเร็จสร้างรายได้ไม่สะดุดทุกสถานการณ์ #การันตีกำไร 1 แสนบาท/เดือน*  (ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด) พูดคุยกับที่ปรึกษาแฟรนไชส์ โทร. 099-128-5000 Line: @OFM_Plus หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ofmplus.com       


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

การ์ทเนอร์แนะธุรกิจซัพพลายเชนต้องลดเสี่ยงในหน้างานการผลิต จึงจะลดภาวะการหยุดชะงักให้น้อยลงได้

กรุงเทพฯ ประเทศไทย 11 ตุลาคม 2564 – การ์ทเนอร์ อิงค์ เผยผู้บริหารด้านซัพพลายเชน (CSCOs) ต้องเพิ่มกลยุทธ์ในการลดอัตราการหยุดชะงักให้กับห่วงโซ่อุปทานโดยการลดความเสี่ยงในพื้นที่หน้างานการผลิต ผลวิจัยของการ์ทเนอร์ยังแสดงให้เห็นว่าองค์กรที่ปรับตัวรับมือกับการหยุดชะงักมีแนวโน้มเจอปัญหานี้น้อยกว่าหนึ่งในสามเมื่อเทียบกับองค์กรอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน

การ์ทเนอร์ได้กำหนดพื้นที่หน้างานของห่วงโซ่อุปทานอันประกอบไปด้วยจำนวนผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิตต่าง ๆ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดกับห่วงโซ่อุปทาน ณ ปัจจุบัน โดยแสดงถึงจุดสัมผัสต่าง ๆ ที่อาจเกิดเหตุการณ์ความเสี่ยงได้กับห่วงโซ่อุปทาน

นางสาวซูซี่ เพทรูสิค ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยแนวปฏิบัติด้านห่วงโซ่อุปทานของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “ผู้บริหารด้านซัพพลายเชนควรลดพื้นที่หน้างานของห่วงโซ่อุปทานโดยเน้นกระบวนการทำงานให้ง่ายขึ้นและลดการเคลื่อนย้ายต่าง ๆ ภายในห่วงโซ่อุปทานขององค์กร รวมถึงจำนวนไซต์ทำงานและซัพพลายเออร์ในเครือข่าย เนื่องจากโอกาสเกิดความเสี่ยงที่สูงขึ้น  หน้างานการผลิตที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่จะได้รับผลกระทบมากกว่าหน้างานขนาดเล็กที่เป็นเสมือนสินทรัพย์ขององค์กร แม้ผู้บริหารซัพพลายเชนจะไม่สามารถควบคุมปริมาณเหตุการณ์ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น แต่พวกเขาสามารถคุมขนาดของเป้าหมายที่องค์กรต้องการได้”

ธุรกิจห่วงโซ่อุปทานจำนวนมากเกิดการหยุดชะงักได้ง่ายเป็นเพราะการกำหนดเป้าหมายขนาดใหญ่ โดยองค์กรต้องใช้เวลาหลายทศวรรษในการขยายธุรกิจและกระจายความเสี่ยงไปทั่วทั้งเครือข่ายทั่วโลก ขณะเดียวกันก็เพิ่มประสิทธิภาพของต้นทุนให้มากขึ้น หลายกระบวนการกลายเป็นความซับซ้อนและต้องขนย้ายสินค้าและวัสดุมากมายในห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ระบบเกิดการหยุดชะงักได้ง่าย

หลายองค์กรในธุรกิจซัพพลายเชนเผชิญกับปัญหาการหยุดชะงักน้อยลงในปัจจุบัน เพราะมีการจัดการควบคุมพื้นที่หน้างานแหล่งผลิตของห่วงโซ่อุปทานโดยจำกัดจำนวนจุดสัมผัสที่เหตุการณ์ความเสี่ยงอาจเกิดขึ้นในองค์กร นั่นคือ จำกัดจำนวนผู้ให้บริการขนส่ง วิธีการจัดส่งและช่องทางจัดส่งให้น้อยลง ตลอดจนเว้นระยะห่างระหว่างผู้ผลิต โรงงาน คลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าที่ดีมากยิ่งขึ้น โดยกระบวนการเหล่านี้กำลังได้รับการปรับใหม่และทำให้ใช้งานง่ายยิ่งขึ้น

“การควบคุมการหยุดชะงักสร้างความสมดุลด้านความเสี่ยงต่อสภาวะแวดล้อมทั้งหมดร่วมกับหลายเหตุการณ์ความเสี่ยงที่เกิดจากมหันตภัยร้ายเพียงหนึ่งเดียว เป้าหมายไม่ใช่การรวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว แต่คือการค้นพบเป้าหมายในขนาดที่เหมาะสมแก่องค์กร ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง” เพทรูสิค กล่าวเพิ่มเติม

การฝังกลไกควบคุมการหยุดชะงักเพื่อสร้างการรับรู้ นำไปสู่กลยุทธ์ห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด

ในส่วนของกลไกควบคุมการหยุดชะงัก เพื่อลดปัญหาการหยุดชะงักคือส่วนหนึ่งของขั้นตอนการวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่ต้องนำมาพิจารณาควบคู่ไปกับต้นทุน คุณภาพ และความรวดเร็วในการผลิต อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ไม่ใช่การละทิ้งเป้าหมายและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเดิมในทศวรรษที่ผ่านมา แต่แทนที่ด้วยการที่ผู้บริหารด้านซัพพลายเชนจะสามารถกำหนดการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนใหม่ที่รวมถึงการคำนวณค่าใช้จ่ายในการหยุดชะงักอย่างต่อเนื่อง

เพทรูสิค ยังกล่าวอีกว่า “ความมุ่งมั่นในการสร้างหน้างานการผลิตที่เหมาะสมที่สุดไม่ได้แปลว่าคุณจะไม่สามารถขยายมันได้อีกต่อไป แต่หมายถึงผู้บริหารด้านซัพพลายเชนต้องเลือกการวางแผนที่ชาญฉลาดและกระจายความเสี่ยงทั้งหมด พวกเขาต้องเข้าใจสภาพแวดล้อมในปัจจุบันว่ามีความยากในด้านการดำเนินการและยากยิ่งขึ้นในการสร้างความน่าเชื่อถือด้านการขนส่ง รวมถึงบริการที่สร้างกำไรให้แก่ลูกค้า โดยควรดำเนินการทันทีเพื่อไม่ให้เกิดการหยุดชะงักตามมาภายหลัง”

การสร้างกลไกการหยุดชะงักช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความได้เปรียบด้านการแข่งขัน

องค์กรที่ปรับตัวรับมือกับการหยุดชะงักจะได้รับประโยชน์ในหลากหลายด้าน ทั้งการลดค่าใช้จ่ายในห่วงโซ่อุปทานเนื่องจากประสบปัญหานี้น้อยลง และเมื่อเกิดการหยุดชะงักเครือข่ายการทำงานทั้งหมดจะเตรียมพร้อมรับมือและกู้คืนได้ในเวลาอันสั้น

“ประโยชน์ที่ใหญ่ที่สุด คือ ความได้เปรียบด้านการแข่งขันที่ได้สร้างขึ้น กลไกลการหยุดชะงักมีความพร้อมและรอให้บริการลูกค้าเพื่อเติมเต็มช่องว่างในจุดที่คู่แข่งกำลังเสียรังวัด เพราะพวกเขามัวแต่ยุ่งกับการตอบสนองต่อความเสี่ยงมากเกินไป” เพทรูสิค กล่าวสรุป

ลูกค้าการ์ทเนอร์สามารถคลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่รายงาน “Supply Chain Executive Report: Shaping Supply Chain Disruption in a Volatile Risk Environment”.

เกี่ยวกับงาน Gartner Supply Chain/Xpo

Gartner Supply Chain Symposium/Xpo คืองานประชุมสำคัญที่รวบรวมผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญด้านซัพพลายเชน ซึ่งผู้นำด้านซัพพลายเชนต่าง ๆ จะร่วมกันนำเสนอข้อมูลเชิงลึก กลยุทธ์และวางเฟรมเวิร์คการทำงานเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร สังคม และผู้ที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานสำหรับรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

รายละเอียดเกี่ยวกับงานประชุมสัมมนา Gartner Supply Chain/Xpo ได้แก่

วันที่ 13-15 กันยายน ตามเวลาในแถบทวีปยุโรปตะวันออกกลางและแอฟริกา [เวอร์ชวล]

วันที่ 25-27 ตุลาคม ณ เมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา

เกี่ยวกับ Gartner Supply Chain Practice

Gartner Supply Chain Practice นำเสนอบทวิเคราะห์สำคัญ ๆ, แนวทางปฏิบัติพื้นฐานที่ดีที่สุด ตัวชี้วัดและข้อมูลของการ์ทเนอร์ โดยเสนอแก่ผู้นำด้านซัพพลายเชนผ่านแพลตฟอร์มเพื่อสร้างตัวเลือกให้ธุรกิจได้ขับเคลื่อนต่อไปข้างหน้า คลิกดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gartner.com/en/supply-chain. หรือติดตามข้อมูลและข่าวสารจาก Gartner Supply Chain Practice บน Twitter และ LinkedIn โดยใช้ #GartnerSC.

เกี่ยวกับการ์ทเนอร์

บริษัท การ์ทเนอร์ (Gartner, Inc.) (NYSE: IT) คือบริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำของโลก และมีรายชื่ออยู่ในดัชนี S&P 500 บริษัทฯ ให้ข้อมูลเชิงลึก คำแนะนำ และเครื่องมือต่าง ๆ แก่ผู้บริหารองค์กรธุรกิจ เพื่อรองรับการดำเนินภารกิจสำคัญที่มีอยู่ในปัจจุบันและสร้างองค์กรให้ประสบความสำเร็จในอนาคต

การ์ทเนอร์นำเสนองานวิจัยที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญ และใช้แหล่งข้อมูลจากผู้ปฏิบัติงานจริง เพื่อชี้นำลูกค้าสำหรับการตัดสินใจที่ถูกต้องเหมาะสมในเรื่องที่สำคัญที่สุด การ์ทเนอร์ทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลที่เป็นกลางและเป็นที่ปรึกษาที่ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรต่าง ๆ กว่า 14,000 แห่งในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมทุกส่วนงานสำคัญ ๆ ในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมและองค์กรทุกขนาด

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางของการ์ทเนอร์ในการช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจอย่างถูกต้องเพื่อขับเคลื่อนอนาคตของธุรกิจได้ที่ gartner.com


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

พบไฮไลท์เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่แบรนด์ Daniel Wellington, Esprit, Police และ Superdry กับงาน “Central International Watch Fair 2021”

“Central International Watch Fair 2021” มหกรรมนาฬิการะดับเวิลด์คลาสสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ที่รวบรวมนาฬิกา แบรนด์ดัง ทั้งคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด และลิมิเต็ด เอดิชั่น พร้อมด้วยข้อเสนอโปรโมชั่นสุดพิเศษในรอบปี นับเป็นการปลุกกำลังซื้อและกระตุ้นตลาดนาฬิกาให้กลับมาคึกคัก โดยภายในงานมีการเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่และสินค้าราคาพิเศษจากแบรนด์ Daniel Wellington, Esprit, Police, และ Superdry นับเป็นอีกไฮไลท์สำคัญที่ต้องห้ามพลาดสำหรับคอนาฬิกาที่มีไลฟ์สไตล์ทันสมัย ที่มีความแตกต่างอย่างลงตัว โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่  28 ก.ย. – 31 ต.ค. 2564 ณ Event Hall ชั้น ห้างเซ็นทรัลชิดลม และแผนกนาฬิกา ห้างสรรพสินค้าทุกสาขาทั่วประเทศ

Police นาฬิกาแบรนด์ชั้นนำสัญชาติอิตาลี นำโดยคุณมาร์โค เมาเร่อ มาพร้อมคอลเลคชั่น AVONDALE ขนาดหน้าปัด 48 มม. ที่มีดีไซน์ทันสมัย สวยงามเป็นเอกลักษณ์ บนสายสแตนเลสสตีลสีเงิน ดีไซน์สุดเท่ห์ ความพิเศษของเรือนนี้คือระบบกลไกแบบมัลติฟังก์ชั่นที่มีเฉพาะรุ่นเท่านั้น ราคาเพียง 5,180 บาท จากราคาปกติ 7,400 บาท

โดยเรือนที่เป็นไฮไลท์ ภายในงาน “Central International Watch Fair 2021” ได้แก่ รุ่นคอลเลคชั่นใหม่ Hamnoy by Police ราคาเพียง 8,120 บาท จากราคาปกติ 11,600 บาท มาพร้อมกับดีไซน์โดดเด่นที่ไม่ธรรมดา ด้วยการตั้งเวลาในรูปแบบ Dual time ที่สามารถตั้งเวลาได้ถึงสองไทม์โซนพร้อมบอกวันที่และกันน้ำได้ 50 เมตร นับเป็นรุ่นที่ตอบโจทย์สายลุยได้เป็นอย่างดี

มาถึงเหล่าบรรดาแฟนคลับ Daniel Wellington ผู้ที่หลงไหลในไลฟ์สไตล์มินิมอล ด้วยความลงตัวของนาฬิกาและเครื่องประดับที่ออกแบบด้วยความประณีต นิยามของความเรียบหรู สวมใส่ได้ทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นเป็นสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ทุกที่ทุกเวลา (หรือซื้อเป็นของขวัญมอบให้กับคนพิเศษในโอกาสสำคัญ) โดยพบกับการเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่รุ่น “Quadro Collection” ครั้งแรกของ Daniel Wellington กับการออกแบบนาฬิการูปทรงสี่เหลี่ยมของตัวเรือน และรูปแบบของสายนาฬิกาทั้งในรายละเอียดของสาย Mesh และสายหนัง ในราคาเริ่มต้นเพียง 5,350 บาท สามารถจับจองได้แล้ววันนี้ที่งาน “Central International Watch Fair 2021” และแผนกนาฬิกา ห้างสรรพสินค้าทุกสาขาทั่วประเทศ

แบรนด์ต่อมาที่สาวๆ ต้องชื่นชอบกับแบรนด์ ESPRIT แบรนด์ชั้นนำจากประเทศสหรัฐอเมริกาที่มากับคอลเลคชั่นใหม่รุ่น “Noora Set” เซ็ตนาฬิกาอะนาล็อก สายหนังสีเบจที่มาพร้อมกับสร้อยข้อมือประดับด้วยจี้เพชร Zirconia เสริมความหรูหราให้กับผู้สวมใส่ให้ลงตัวกับทุกงานด้วยราคาเพียง 3,360 บาท จากราคาปกติ 4,800 บาท

โดยงาน “Central International Watch Fair 2021” มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษกับแบรนด์สัญชาติอังกฤษอย่าง Superdry เป็นแบรนด์นาฬิกาที่มีการออกแบบในสไตล์บริติชผสมผสานกับวัฒนธรรมของญี่ปุ่นที่ลงตัวในราคาสุดพิเศษพร้อมให้จับจองเป็นเจ้าของ หลากหลายรุ่นและสไตล์ เริ่มต้นเพียง 990 บาทเท่านั้น

และอีกหนึ่งความพิเศษของงานกับข้อเสนอที่ดีที่สุดในรอบปี ที่ไม่ควรพลาด!

– เลือกซื้อนาฬิกา Daniel Wellington เฉพาะคอลเลคชั่นสายหนังหรือสาย Nato รับฟรีทันที จี้หัวใจประดับสายนาฬิกา   สีโรสโกลด์และสีเงิน มูลค่า 900 บาท มากไปกว่านั้นช้อปสินค้า Daniel Wellington ครบ 6,000 บาท (เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ) รับฟรีทันที สายหนังหรือสาย Nato มูลค่าสูงสุด 1,550 บาท

– เลือกซื้อนาฬิกา Police ครบ 5,000 บาท รับฟรีทันที ลำโพงบูททูธ Police มูลค่า 2,500 บาท

– เลือกซื้อนาฬิกา Esprit ครบ 4,000 บาท รับฟรีทันที กระบอกน้ำ Esprit มูลค่า 690 บาท (สินค้ามีจำนวนจำกัด) พิเศษสุดเมื่อช้อปครบ 5,000 บาท รับฟรีสร้อยคอ Esprit มูลค่า 1,500 บาททันที

โปรโมชั่นสุดพิเศษอีกมากมายจากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

1.บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน ลดเพิ่มสูงสุด 40%เมื่อใช้คะแนนเดอะวัน ตามเงื่อนไข

2.บัตรเครดิตกสิกรไทย เมื่อชำระเต็มจำนวน

  • ต่อที่1 : 1 ก.พ. 64 – 31 ธ.ค. 64 : ลดเพิ่ม 10% เมื่อใช้คะแนนสะสมเท่ายอดซื้อ
  • ต่อที่2 : 15 ก.ค. 64 – 31 ต.ค. 64 : รับคะแนนสะสมสูงสุด 24,000 คะแนน

เมื่อแบ่งชำระดอกเบี้ย 0% นาน 6 / 10 เดือน

  • 28ก.ย.64 – 31 ต.ค. 64 : รับบัตรของขวัญสูงสุด 48,000 บาท

3.SCB เมื่อชำระเต็มจำนวน

  • ต่อที่1 : 1 ม.ค. 64 – 31 ธ.ค. 64 : ลดเพิ่ม 10% เมื่อใช้คะแนนเท่ายอดซื้อ

(จำกัดสิทธิ์การแลกคะแนนเพื่อรับส่วนลดสูงสุด 100,000 คะแนน/ ท่าน (รวมทุกประเภทบัตร) ต่อเดือน / รวมทุกห้างสรรพสินค้าที่ร่วมรายการ)

(ยกเว้น บัตรเครดิต SCB Family Plus, บัตรเครดิต SCB M และ บัตรเครดิตนิติบุคคล)

  • ต่อที่2 : 28 ก.ย. 64 – 31 ต.ค. 64 : รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 10,000 บาท เมื่อแบ่งชำระ
  • 28ก.ย.64 – 31 ต.ค. 64 : รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 60,000 บาท เมื่อแบ่งชำระดอกเบี้ย 0% นาน 6 / 10 เดือน

4.บัตรเครดิตซิตี้ เมื่อชำระเต็มจำนวน

  • 1ม.ค.64 – 31 ธ.ค. 64 : ลดเพิ่มสูงสุด 15% เมื่อชำระเต็มจำนวน หรือ เมื่อแบ่งชำระ
  • 28ก.ย.64 – 31 ต.ค. 64 : รับคูปองส่วนลดแทนเงินสดสูงสุด 50,000 บาท

5.บัตรเครดิตเคทีซี เมื่อชำระเต็มจำนวน

  • ต่อที่1 : 1 ม.ค. 64 – 31 ธ.ค. 64 : ลดเพิ่มสูงสุด 15%
  • ต่อที่2 : 28 ก.ย. 64 – 31 ต.ค. 64 : รับสิทธิ์แบ่งชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน

6.บัตรเครดิตกรุงศรี เมื่อชำระเต็มจำนวน

  • 1มี.ค.64 – 31 ธ.ค. 64 : แลกรับเครดิตเงินคืน 20% สำหรับบัตรเครดิต กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ซิกเนเจอร์
  • ต่อที่1 : 1 มี.ค. 63 – 31 ธ.ค. 64 : รับส่วนลดแทนเงินสด 100 บาท เมื่อใช้คะแนนสะสม 1,000 คะแนน (10%)
  • ต่อที่2 : 1 ก.ค. 64 – 31 ต.ค. 64 : รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 4% เมื่อแบ่งชำระ
  • ต่อที่1 : 28 ก.ย. 64 – 31 ต.ค. 64 : รับเงินเครดิตคืนสูงสุด 60,000 บาท

7.บัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ เมื่อชำระเต็มจำนวน

  • 1เม.ย.64 – 31 มี.ค. 65 : ลดเพิ่มสูงสุด 15%

ลดเพิ่ม 15% เมื่อช้อปครบทุก 1,000 บาท/เซลส์สลิปและแลกใช้คะแนนสะสมทุก 1,000 คะแนน (เฉพาะ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์) (จำกัดส่วนลดสูงสุด 7,500 บาท/เซลส์สลิป หรือยอดซื้อ 50,000 บาท/เซลส์สลิป) เมื่อแบ่งชำระ

  • 1ก.ค.64 – 31 ธ.ค. 64 : รับเครดิตเงินคืน 12%

เมื่อมียอดแบ่งชำระ 0% นาน 6/ 10 เดือน ตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป ต่อเซลล์สลิป และใช้คะแนนสะสมเท่ายอดช้อป

(จำกัดการรับเครดิตเงินคืน สูงสุด 12,000 บาทต่อท่าน ตลอดรายการ)

8.บัตรเครดิตยูโอบี เมื่อชำระเต็มจำนวน

  • 1ก.พ.64 – 31 ธ.ค. 64 : แลกรับเครดิตเงินคืน 15% เมื่อช้อปครบทุก 2,000 บาทต่อเซลส์สลิป และใช้คะแนนสะสมทุก 2,000 คะแนน (จำกัดการแลกคะแนนสะสม 30,000 คะแนน ต่อลูกค้า ต่อเดือน ต่อห้างสรรพสินค้าและช่องทางออนไลน์ที่ร่วมรายการ) เมื่อแบ่งชำระ
  • ต่อที่1 : 28 ก.ย. 64 – 31 ต.ค. 64 : รับส่วนลด 12% เมื่อแลกคะแนนสะสมเท่ายอดซื้อ

หรือ รับส่วนลดแทนเงินสด 120 บาท เมื่อใช้คะแนนสะสมทุก 1,000 คะแนน

(จำกัดการแลกคะแนนสูงสุด 100,000 คะแนน ต่อหมายเลขบัตรเครดิต (บัตรหลัก) ตลอดรายการ)

(ยกเว้น บัตรเครดิต TMRW, บัตรเครดิตยูโอบี โยโล่ แพลตินัม ไม่ร่วมรายการ)

  • ต่อที่2 : 28 ก.ย. 64 – 31 ต.ค. 64 : รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 4,800 บาท

เมื่อแบ่งชำระผ่านบัตรเครดิตยูโอบี, บัตรเครดิต TMRW และบัตรยูโอบี แคชพลัส


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

OMEN พลิกโฉมประสบการณ์ เพิ่มพลังระดับการเล่นเกม เอชพี เปิดตัว Victus by HP ใหม่ แล็ปท็อปขนาด 16 นิ้ว ถอดแบบ OMEN DNA เพื่อผู้เล่นระดับเมนสตรีม

กรุงเทพฯ – 8 ตุลาคม 2564 — เอชพี ประเทศไทย เปิดตัวเกมมิ่งพอร์ตโฟลิโอในแล็ปท็อป OMEN 16, Victus by HP 16 ที่มาพร้อมซอฟต์แวร์ OMEN Gaming Hub ในโหมดงานเสมือนจริง (Virtual Event) นำโดย มร. ลิม ชุน เต็ก กรรมการผู้จัดการของเอชพี ประเทศไทย พร้อมเกมเมอร์ชื่อดัง Pinkunotori และ Dreplay ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การเล่นเกม

การเล่นเกมเป็นช่องทางสำหรับความบันเทิงและการเชื่อมต่อกับเพื่อนฝูง จากสถิติพบว่า 2 ใน 3 ใช้เวลาเล่นเกมและดูวิดีโอเพิ่มขึ้นมากกว่าก่อนการระบาดใหญ่ และ 1 ใน 4 ของเกมเมอร์ เล่นเกมมากขึ้น 3-4 ชั่วโมง โดยเกือบ 1 ใน 5 ยังใช้เวลาเล่นเกมเพิ่มขึ้น 6 ถึง 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เอชพี ออกแบบเกมมิ่งพอร์ตโฟลิโอเจเนอเรชันรุ่นใหม่สำหรับเหล่าเกมเมอร์มากประสบการณ์และระดับมืออาชีพที่ต้องการทั้งความบันเทิง การเชื่อมต่อ เพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับการเล่นในเกมที่ชื่นชอบ อุตสาหกรรมเกมในประเทศไทยเป็นตลาดที่เติบโตอย่างเร็วเป็นอันดับสองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีมูลค่า 29 พันล้านบาทในปี 2020 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 14% ต่อปี

มร. ลิม ชุน เต็ก กรรมการผู้จัดการของเอชพี ประเทศไทย กล่าวว่า “เอชพีให้ความสำคัญต่อการเล่นเกม ด้วยการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการเล่นเกมให้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเหล่าเกมเมอร์สายจริงจังในเกมระดับเครื่อง OMEN หรือผู้เล่นหน้าใหม่ที่ถูกดึงดูดเข้าสู่สังคมของอุตสาหกรรมเกมที่กำลังเติบโตที่สร้างความบันเทิงอย่างไม่มีขีดสุด เอชพี จึงได้เปิดเส้นทางต้อนรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นเล่นเกมบนพีซีด้วยรุ่น Victus by HP ที่เปี่ยมไปด้วยขุมพลังและประสิทธิภาพ เป็นสมาชิกใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ OMEN

ออกแบบและยกระดับเพื่อการเล่นที่ก้าวหน้า
เหล่าเกมเมอร์มองหาความก้าวหน้าที่ผลักดันพวกเขาได้สัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดตามที่นักพัฒนาเกมต้องการ โดยอีโคซิสเต็มของ OMEN ล่าสุดเพิ่มประสบการณ์ใหม่ที่เหนือความคาดหมาย เพื่อให้นักเล่นเกมสามารถเชื่อมต่อ เพลิดเพลินและตื่นเต้นเร้าใจไปกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น

เปิดตัว OMEN 16 ด้วย

  • ประสิทธิภาพขั้นสูงสุด: สัมผัสประสบการณ์กราฟิกอันน่าทึ่งเพื่อทำให้การเล่นเกมมีชีวิตชีวาด้วย NVIDIA® GeForce® RTX™ 3070 8 GB แสดงรายละเอียดได้ชัดด้วยประสิทธิภาพระดับเดสก์ท็อปจาก Intel Core™ i7-11800H  หรือโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen™ 9 5900HX ซีรีส์ ที่สูงขึ้นไป ใช้หลายแอพได้รวดเร็วด้วยแรม DDR4 3200 MHz ความจุสูงสุด 32GB และเข้าถึงเกมได้รวดเร็วด้วย PCIe Gen 4×4 SSD ด้วยความจุสูงสุด 1TB หรือ PCIe SSD ด้วยความจุสูงสุด 1TB สองตัวที่รองรับ Raid 0
  • แหล่งพลังงาน: นวัตกรรมการระบายความร้อนของเอชพี ผลักดันข้อจำกัดให้เป็นไปได้ด้วยใบพัดที่บางลง 2.5 เท่า และพัดเร็วขึ้นกว่า 200% เมื่อเทียบกับ OMEN 15 ในขณะเดียวกัน ความจุของแบตเตอรี่ได้รับการอัปเกรดจาก 52.5Whr ไปถึง 70Whr สำหรับความจุแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น 17%-33% ที่อยู่ภายใน

คุณสมบัติของแล็ปท็อป OMEN 16

  • ภาพที่สมจริง: เล่นเกมไหลลื่นผ่าน IPS สูงสุดถึง QHD 165Hz เวลาตอบสนอง 3 มิลลิวินาที และ sRGB 100% ครั้งแรกบนแล็ปท็อป OMEN ที่ลดแสงสีฟ้าได้อย่างแม่นยำซึ่งผ่านการรับรอง Eyesafe® โดย TÜVRheinlan ช่วยถนอมสายตาตลอดการเล่นเกมที่ยาวนาน จอแสดงผลที่คมชัดสามารถสั่งการใช้งานคีย์บอร์ดไฟ RGB ที่มาพร้อมกับ OMEN Gaming Hub Light Studio
  • พัฒนาระบบระบายความร้อน: ระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยี OMEN Tempest Cooling มาพร้อมกับ Dynamic Power, ควบคุมประสิทธิภาพของการเล่นเกมด้วย OMEN Gaming Hub และ Undervolting ที่อยู่ในตัวเครื่อง
  • เพิ่มประสิทธิภาพได้ง่ายและรวดเร็ว: อัปเกรดได้ง่ายด้วยการใช้เพิ่ม SSD กับ RAM แบบแผงเดียวโดยใช้น็อตยึดบนฐานของแล็ปท็อปและทำให้การเล่นเกมออนไลน์ไม่พลาดในทุกจังหวะด้วยการเชื่อมต่อที่ไม่ยุ่งยากผ่าน Wi-Fi 6E และพอร์ต 1x Thunderbolt 4 ที่มากับตัวเครื่อง
  • การเล่นเกมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: เอชพี ขยายศักยภาพในการเป็นผู้นำในการนำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์พีซีที่มีความยั่งยืนมากที่สุดในโลก ด้วยแล็ปท็อป OMEN ที่ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมที่ยั่งยืนที่สุด ได้รับการรับรอง และการรับรอง EPEAT ระดับ Silver® ตัวแล็ปท็อปใช้อลูมิเนียมรีไซเคิลสำหรับฝาครอบ C ส่วนกล่องลำโพงได้ผสมผสานจากวัสดุรีไซเคิลทั้งพลาสติกและขยะจากทะเลและแป้นกด KB จากพลาสติกรีไซเคิล ตัวแล็ปท็อปถูกบรรจุด้วยกล่องด้านนอกและที่รองไฟเบอร์กันกระแทกที่ผลิตจากวัสดุที่สรรหาจากแหล่งทรัพยากรที่ยั่งยืนและรีไซเคิล 100%

ทุกการเดินทางมีจุดเริ่มต้น
นักเล่นเกมแต่ละคนมีจุดเริ่มต้นที่มีความหมายเมื่อเดินทางเข้าสู่การเล่นเกมบนพีซี การพัฒนา Victus by HP เพื่อหนุนให้เกมเมอร์ได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมอย่างที่เป็นจุดเด่น ของ OMEN ในฐานะที่ Victus เป็นน้องเล็กของแบรนด์ OMEN จึงเป็นการที่เตรียมพร้อม ให้ผู้เล่นที่มีพื้นฐานการเล่นทั่วไปได้ค้นพบตัวตนว่าอยากจะก้าวเข้าสู่มืออาชีพในเกมประเภทใด

Victus by HP 16 เครื่องแรกในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Victus มีดีไซน์สะท้อนไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่น มีสีที่ทรงพลังให้เลือก 2 สี ได้แก่ ดำไมก้าซิลเวอร์และ น้ำเงินดุดัน ทั้งหมดนี้มีคีย์บอร์ดเรืองแสงแบบมาตรฐานที่พิมพ์แบบอักษรเหมือน OMEN และคุณสมบัติอื่นๆ ได้แก่

  • ทรงพลังในขนาดกะทัดรัด: จอแสดงผลขนาด 16 นิ้ว มีตัวเลือกสูงสุด QHD 165 Hz และ Eyesafe® ที่ลดแสงสีฟ้า และเข้ากันพอดีกับพื้นที่เกือบ 15 นิ้ว สำหรับการพกพาในชีวิตประจำวัน พิกเซลดูดีขึ้นกว่า เดิมด้วยกราฟิก NVIDIA® GeForce® RTX™ 3060 6 GB เล่นเกมคอมพิวเตอร์ได้เร็วยิ่งขึ้นด้วยตัวเลือก Intel® Core™ i7-11800H หรือโปรเซสเซอร์ตระกูล AMD Ryzen™ 7 5800H ที่สูงขึ้น มาพร้อมกับหน่วยความจำ DDR4 3200 MHz ความจุสูงสุด 32 GB
  • จัดการความเย็นได้ดี: ช่องระบายอากาศด้านหลังกว้างช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อน เพิ่มการไหลเวียนของอากาศทั้งห้าทิศทางและมี Heat Pipe ระบายความร้อนอีกสี่ท่อ SSD จัดเก็บข้อมูล PCIe ความจุสูงสุด Gen4 1TB หรือ Dual SSD รองรับตัวเลือกการจัดเก็บข้อมูล RAID 0 ที่รวดเร็วและง่ายดายสำหรับการเล่นเกมหรือเพื่อเป็นงานอดิเรก
  • ผสมผสานซอฟต์แวร์: มาพร้อมกับ OMEN Gaming Hub ที่ติดตั้งไว้แล้วเพื่อประสิทธิภาพการเล่นเกมด้วยคุณสมบัติที่ทรงพลัง เช่น Undervolting, Performance Mode, Network Booster และ System Vitals พร้อมกับการเข้าถึงฟีเจอร์อื่นๆ เช่น Coaching และ Rewards

Victus by HP 16 สร้างขึ้นบนแนวคิดที่ยั่งยืนด้วยวัสดุรีไซเคิลพลาสติกและขยะจากทะเล ในการประกอบตัวลำโพงและฝาครอบ D และกล่องบรรจุด้านนอก รวมถึงที่รองไฟเบอร์ทำจากวัสดุที่สรรหาจากแหล่งทรัพยากรรีไซเคิลอย่างยั่งยืน 100%

OMEN Gaming Hub กำลังพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการของเกมเมอร์ในปัจจุบันในรูปแบบโซลูชันที่รวมทั้งการปรับแต่งพีซีสำหรับ เล่นเกมและฮาร์ดแวร์เพื่อเพิ่มประสบการณ์การเล่นเกม

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอีโคซิสเต็ม OMEN ของพีซีเกม จอแสดงผลและอุปกรณ์เสริม โปรดเยี่ยมชมที่เว็บไซต์ OMEN  และ Victus by HP

ราคาและการวางจำหน่าย

  • OMEN 16 วางจำหน่ายแล้วทาง HP Online Store และร้านค้าปลีกอื่นๆ ในราคาเริ่มต้นที่ 45,990 บาท
  • Victus by HP 16 วางจำหน่ายแล้วทาง HP Online Store และร้านค้าปลีกอื่นๆ ในราคาเริ่มต้นที่ 29,990 บาท

ข้อมูลเกี่ยวกับ HP Inc.

เอชพี อิงค์ มุ่งมั่นสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อประโยชน์ต่อผู้บริโภค ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และสังคมอย่างแท้จริง ด้วยพอร์ตโฟลิโอด้านเทคโนโลยี ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ โซลูชั่นการพิมพ์ 3 มิติ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอชพี สามารถเข้าชมได้ที่ hp.com.
Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์ สิ่งประดิษฐ์ สิ่งประดิษฐ์ในประเทศ

วว. ให้บริการ Shared Service เปิดตัวนวัตกรรมเครื่องทอดสุญญากาศ ลดต้นทุนการผลิต ตอบโจทย์ผู้บริโภค

กระทรวงการอุดมศึกษา  วิทยาศาสตร์  วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  โดย  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย  (วว.)  มุ่งเน้นให้บริการ  Shared  Service   เสริมแกร่งผู้ประกอบการ  เปิดตัว นวัตกรรมเครื่องทอดสุญญากาศ    ช่วยลดต้นทุนการผลิตด้านแปรรูปผลผลิตการเกษตร     ตอบโจทย์ผู้บริโภค     ระบุปริมาณการทอดต่อรอบ 65 กิโลกรัมต่อครั้ง  น้ำมันทอดในระบบนำมาใช้ซ้ำได้  20  ครั้ง  โดยยังมีประสิทธิภาพดี  ปลอดภัยต่อสุขภาพ  เนื่องจากเป็นการทอดระดับสุญญากาศ  -720  มิลลิเมตรปรอท  ทำให้ผลิตภัณฑ์แปรรูปมีมูลค่าสูงขึ้น  ไม่อมน้ำมัน  มีอายุการเก็บรักษา 1 ปี  โดยยังคงคุณภาพด้าน กลิ่น  สี รสชาติของผลผลิต ใกล้เคียงธรรมชาติ

. (วิจัย) ดร.ชุติมา   เอี่ยมโชติชวลิต   ผู้ว่าการ  วว.   กล่าวว่า  วว.  มุ่งเน้นให้บริการ   Shared  Service    เพื่อส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการด้วยองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม  (วทน.)  ให้มีความเข้มแข็งในการประกอบธุรกิจ มีศักยภาพด้านขีดความสามารถการแข่งขันทั้งภายในและต่างประเทศ  นวัตกรรมเครื่องทอดสุญญากาศเป็นผลงานล่าสุด ซึ่ง โรงงานบริการนวัตกรรมอาหาร  (FISP)  ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมอาหารสุขภาพ วว. วิจัยและพัฒนาขึ้น  เป็นการให้บริการใหม่ของ วว. เพื่อตอบสนองให้กับผู้ประกอบการหรือผู้สนใจทั่วไปที่ต้องการเป็นผู้ประกอบการ ในด้านการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ อาทิ  ทุเรียน ขนุน  กล้วย  สับปะรด  ฟักทอง มันเทศ  กระเจี๊ยบ   เป็นต้น  ทั้งนี้การประกอบธุรกิจอาหารสุขภาพมีความจำเป็นยิ่ง ที่ต้องนำเทคโนโลยีเข้าไปช่วยให้กระบวนการผลิตมีคุณภาพได้มาตรฐาน

เครื่องทอดสุญญากาศ  หรือ Vacuum  fryer  มีปริมาณการทอดต่อรอบ 65 กิโลกรัม/ครั้ง   สร้างระดับสุญญากาศสูงสุดได้ถึง -720  มิลลิเมตรปรอท  อุณหภูมิที่ใช้ในการทอด 80-95 องศาเซลเซียส   โดยใช้เวลาทอด 60-80 นาที/ครั้ง (ขึ้นกับประเภทวัตถุดิบ) ปริมาณน้ำมันที่ใช้ในการทอดต่อรอบจำนวน  600 ลิตร สามารถนำน้ำมันมาใช้ทอดซ้ำได้ถึง  20 ครั้งต่อน้ำมัน 1 รอบ โดยน้ำมันยังมีประสิทธิภาพดีและปลอดภัยต่อสุขภาพ ระบบสลัดน้ำมันภายหลังการทอดใช้เวลา 25  นาที  กำลังการผลิตต่อการใช้น้ำมัน 1 รอบ (600 ลิตร) ประมาณ 1,000-1,300 กิโลกรัม  โดยผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทอดมีคุณภาพสม่ำเสมอ  ไม่อมน้ำมัน  ถูกหลักอนามัย  มีอายุการเก็บรักษาได้ 1 ปี และคุณภาพผลิตภัณฑ์ด้านกลิ่น สี รสชาติ ยังคงใกล้เคียงธรรมชาติ 

“…วว. พร้อมให้บริการและพร้อมเป็นหุ้นส่วนในความสำเร็จของผู้ประกอบการทุกท่าน  สามารถติดต่อสอบถามเพื่อเข้ามาใช้บริการกับ วว. ได้ที่ โทร.  0 2577 9000  หรือมาติดต่อได้ที่สำนักงาน ณ เทคโนธานี คลองห้า  จังหวัดปทุมธานี นักวิจัยของเราพร้อมให้คำแนะนำแก่ท่านในการเลือกนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของท่าน  เราพร้อมช่วยสานฝันของท่านให้สำเร็จเป็นรูปธรรมด้วยราคามิตรภาพ เนื่องจาก วว. ต้องการสนับสนุนให้เกิดผู้ประกอบการใหม่และช่วยพัฒนาศักยภาพให้กับผู้ประกอบการเดิม โดยที่ท่านไม่ต้องลงทุนด้านเทคโนโลยี…”   ผู้ว่าการ วว. กล่าว

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผลงานวิจัยและพัฒนา หรือรับคำแนะนำปรึกษาในการประกอบธุรกิจจาก วว. ติดต่อได้ที่ โทร. 0 2577 9000  โทรสาร 0 2577 9009  www.tistr.or.th  E-mail : tistr@tistr.or.th   Line@tistr  IG : tistr_ig 


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ออฟฟิศเมท เสริมพลังพลิกฟื้นทุกธุรกิจ จัดแคมเปญ BIZ RECOVERY SALE ลดสูงสุด 70%

ออฟฟิศเมท และ ออฟฟิศเมท พลัส ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ร่วมเสริมพลังพลิกฟื้นทุกธุรกิจ จัดแคมเปญ BIZ RECOVERY SALE ลดสูงสุด 70% กระหน่ำโปรโมชั่นส่วนลดสุดคุ้มสนับสนุนผู้ประกอบการให้เปิดกิจการและดำเนินธุรกิจต่อได้ไม่สะดุด ช้อปประหยัดและปลอดภัยได้ทั้งที่ร้านและออนไลน์ พร้อมส่งฟรีถึงทุกธุรกิจเมื่อช้อป 499.-*

“BIZ RECOVERY” ร้านค้า ร้านอาหาร พร้อมเปิดร้านรับลูกค้าและออเดอร์รัวๆ จัดเต็มอุปกรณ์ของใช้ยุค Next Normal! ไอเทมเพื่อสุขภาพลดสูงสุด 50% อาทิ เครื่องวัดอุณหภูมิ เครื่องฟอกอากาศ เครื่องกดสบู่อัตโนมัติ แอลกอฮอล์ ถุงมือยาง และหน้ากากอนามัย เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กแบรนด์ Electrolux, Anitech, Tecnogas, Cuizimate และ SmartHome ลดสูงสุด 57% อาทิ หม้ออบลมร้อน หม้อหุงข้าวลดน้ำตาล เตาแม่เหล็กไฟฟ้า กาต้มน้ำไฟฟ้า เครื่องชงกาแฟ ไมโครเวฟ เตาอบไฟฟ้า เครื่องบดสับอเนกประสงค์ และเครื่องล้างจาน เป็นต้น

“BACK TO WORK” จะทำงานที่ออฟฟิศหรือ WorkFromHome ก็พร้อมทุกสถานการณ์! ด้วยอุปกรณ์สำนักงาน ไอที แบรนด์ดังลดสูงสุด70% พร้อมโค้ดส่วนลดเพิ่มอีกเพียบ อาทิ เครื่องเขียนและอุปกรณ์บนโต๊ะทำงาน แฟ้ม กระดาษถ่ายเอกสาร หมึกพิมพ์ เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่น แท่นชาร์จไร้สาย เอ็กซ์เทอร์นัลฮาร์ดดิสก์ กระดานไวท์บอร์ดอัจฉริยะหน้าจอสัมผัส เฟอร์นิเจอร์ทำงาน Mix & Match  ได้ลงตัวทุกพื้นที่ ลดสูงสุด 66% อาทิ เก้าอี้เพื่อสุขภาพนั่งสบายทุกสรีระ เก้าอี้ผู้บริหาร เก้าอี้สำนักงาน โต๊ะทำงาน โต๊ะประชุมปรับระดับ และชั้นวางของ

ออฟฟิศเมท สั่งง่าย ได้เร็ว! ช้อปสะดวกทุกช่องทาง พร้อมบริการจัดส่งฟรีเมื่อช้อป 499.-*  (ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด)
•  ช้อปออนไลน์ได้ตลอด 24 ชม. ที่ OfficeMate Mobile App และเว็บไซต์   https://bit.ly/2WvAdXI
•  Chat & Shop ผ่าน Line: @OfficeMate พร้อมรับคูปองส่วนลดสุดพิเศษมากมาย แอดไลน์เลย! http://bit.ly/LineOfficeMate
•  โทรสั่งซื้อง่ายๆ กับ OfficeMate Contact Center 1281 ให้บริการทุกวัน 8:00 – 22:00 น.
•  สัมผัสสินค้าและช้อปทันทีที่ร้าน หรือ Line / โทรสั่งซื้อโดยตรงกับร้านออฟฟิศเมท และออฟฟิศเมท พลัส เช็คเลย! https://bit.ly/37Xfqix


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ดีเอชแอลปล่อยแบรนด์แคมเปญฉลองการเปิดตัวภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ ภาคใหม่ No Time To Die

กรุงเทพ, ประเทศไทย, 7 ตุลาคม 2564: ดีเอชแอลเปิดตัวแคมเปญใหม่เพื่อฉลองความร่วมมือที่มีมายาวนานกับภาพยนตร์เจมส์ บอนด์และโชว์จุดเด่นด้านบริการขนส่งที่เป็นเลิศ หัวใจสำคัญของแคมเปญนี้คือภาพยนตร์โฆษณาที่ผลิตขึ้นเพื่อเป็นการยกย่องแฟรนไชส์ภาพยนตร์ซึ่งเป็นที่จดจำของคนทั่วโลก โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 ที่ดีเอชแอลได้ให้บริการขนส่งและโซลูชั่นด้านลอจิสติกส์ต่างๆ สำหรับภาพยนตร์เจมส์ บอนด์

“ดีเอชแอลภูมิใจที่ได้มอบการสนับสนุนด้านลอจิสติกส์สำหรับภาพยนตร์เจมส์ บอนด์มาถึง 5 ภาคด้วยกัน และสำหรับเบื้องหลังความสำเร็จของภาพยนตร์โฆษณาสุดยิ่งใหญ่ของดีเอชแอลนี้ เราได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากทีมงานมืออาชีพระดับโลกของภาพยนตร์ No Time To Die เพื่อให้เจมส์ บอนด์มีชีวิตโลดแล่นบนโฆษณาของดีเอชแอล ในขณะเดียวกันเราก็ต้องแสดงให้เห็นความสามารถทางการแข่งขันของเราในแบบที่สนุกสนานและดึงดูดใจผู้ชมด้วย เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้แสดงให้โลกเห็นว่าดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสสามารถนำประสบการณ์และความรู้ความชำนาญในแต่ละประเทศเพื่อรับมือกับความท้าทายในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างไร และเรายังคงเป็นลอจิสติกส์พาร์ทเนอร์ด้านการขนส่งด่วนระหว่างประเทศที่ผู้ใช้บริการไว้วางใจได้ ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันหรือมีความซับซ้อนเพียงใดก็ตาม” คุณเฮอร์เบิต วงศ์ภูษณชัย กรรมการผู้จัดการ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทยและหัวหน้าภาคพื้นอินโดจีน กล่าว

เพื่อให้สร้างสรรค์ภาพยนตร์โฆษณาที่เร้าใจและตื่นเต้นในระดับเดียวกับฉากขับรถไล่ล่าในภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ การคัดเลือกทีมงานที่จะมาสร้างสรรค์ ดัดแปลง และผลิตภาพยนตร์จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก โฆษณาเรื่องนี้มีรถแอสตัน มาร์ติน DB5 เป็นจุดเด่น ซึ่งขับโดย เบน คอลลิน สตันท์ของตัวละครบอนด์ ผู้ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับ พีท ไวท์ ผู้ช่วยประสานงานด้านสตันท์ของภาพยนตร์ No Time To Die ภาพยนตร์โฆษณาของดีเอชแอลเรื่องนี้ถ่ายทำโดย อดัม เบิร์ก ไดเร็คเตอร์มือรางวัลแห่งสตูดิโอ Smuggler และยังได้ ไลนัส แซนด์เกรน แห่ง No Time To Die มาเป็นผู้กำกับภาพอีกด้วย แนวคิดของโฆษณามาจากการพัฒนาโดย 180 Amsterdam เอเจนซีหลักของดีเอชแอล

ภายใต้แคมเปญนี้ ดีเอชแอลได้เล่าเรื่องที่เพิ่มความตื่นเต้นเร้าใจให้กับแบรนด์ โดยโฆษณาเปิดฉากขึ้นในเซี่ยงไฮ้ เมื่อเจ้าหน้าที่คูเรียร์รายหนึ่งของดีเอชแอลต้องออกไปส่งพัสดุสำคัญให้ เจมส์ บอนด์ แต่พอไปถึงจุดนัดพบปรากฎว่าการส่งมอบของมีอันต้องสะดุด เป็นสาเหตุให้มีการขับรถไล่ล่ากันตามมา และในขณะที่ 007 กำลังถูกเหล่าร้ายไล่ล่าไปตามท้องถนนนั้น เจ้าหน้าที่คูเรียร์​ของดีเอชแอลต้องหลบหลีกความชุลมุนวุ่นวาย เพื่อไปส่งของให้ถึงจุดหมายใหม่ตามการเปลี่ยนแปลงผู้รับ โดยขนส่งอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

นอกจากภาพยนตร์โฆษณาที่ออกอากาศทางโทรทัศน์แล้ว แคมเปญนี้ยังออกอากาศทั่วโลกผ่านช่องทางดิจิทัล ทั้งในรูปแบบของแบนเนอร์โฆษณา วิดีโอ และสิ่งพิมพ์​ ข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ เช่น เบื้องหลังการถ่ายทำ และภาพยนตร์โฆษณาฉบับเต็ม สามารถดูได้จากเว็บไซต์ NoTimeToDie.dhl

No Time To Die กำกับโดย แครี โจจิ ฟุกุนากะ และนำแสดงโดย แดเนียล เครก ผู้กลับมาเล่นภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ ของเอียน เฟลมมิ่ง เป็นครั้งที่ 5 และเป็นครั้งสุดท้าย ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ประเทศไทยวันที่ 7 ตุลาคม 2564 โดย Universal Pictures International เป็นผู้จัดจำหน่าย

7 เรื่องไม่ลับ เบื้องหลังความร่วมมือระหว่าง No Time To Die กับดีเอชแอล

  1. นับตั้งแต่ Casino Royale (2006) ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 ที่ดีเอชแอลได้ให้บริการด้านการขนส่งและโซลูชั่นด้านลอจิสติกส์ต่างๆ สำหรับการถ่ายทำและการผลิตภาพยนตร์ 007
  2. ในการทำงานด้านการขนส่งให้กับภาพยนตร์ No Time To Die ที่แฟนๆ ตั้งตารอนี้ ดีเอชแอลได้ขนส่งอุปกรณ์การถ่ายทำและอุปกรณ์สตันท์ไปยังโลเคชั่นต่างๆ ทั้งในนอร์เวย์ จาไมก้า อิตาลี และโดยรอบประเทศอังกฤษ ของที่ดีเอชแอลช่วยขนส่งมีตั้งแต่รถแอสตัน มาร์ติน ในตำนาน ไปจนถึงอุปกรณ์ประกอบฉากสำคัญๆ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านลอจิสติกส์ ดีเอชแอลปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องในทุกขั้นตอนเพื่อขนส่งสิ่งของต่างๆ ให้ถึงมือผู้รับตรงเวลาเสมอ
  3. รถแอสตัน มาร์ติน DB5 จำลองจำนวน 8 คัน ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการถ่ายทำ No Time To Die!
  4. การถ่ายทำภาพยนตร์ No Time To Die เปรียบเสมือนการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น ตลอด 604 วันของการถ่ายทำ ดีเอชแอลขนส่งตั้งแต่คอสตูมชุดแรก ไปจนถึงฟุตเทจภาพยนตร์ในขั้นสุดท้าย
  5. ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสได้ทำการบันทึกเอกสารการดำเนินพิธีศุลากรรวมถึง 948 รายการ สำหรับการขนส่งข้ามพรมแดนให้กับภาพยนตร์ No Time To Die
  6. ดีเอชแอลขนส่งเสื้อผ้าและคอสตูมรวมกว่า 11,039 กิโลกรัมทั่วโลกเพื่อภาพยนตร์เจมส์บอนด์ภาคที่ 25 เราได้จัดส่งบิกินี่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของภาค DR.NO ไปยังวิลล่า GoldenEye ของเอียน เฟลมมิ่ง ในจาไมก้า เพื่อเปิดตัวการเริ่มต้นถ่ายทำภาพยนตร์
  7. แม้ว่าฉากของเรื่องจะอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน แต่โฆษณาของดีเอชแอลเรื่องนี้ถ่ายทำที่ใจกลางกรุงเทพฯ ประเทศไทย! ไปดูโฆษณาอีกครั้งกันได้ที่ NoTimeToDie.dhl หรือชมผ่านโซเชียลมีเดียของดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ขนส่งด่วนระหว่างประเทศ

 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย ได้รับคัดเลือกให้เป็น “สถานที่ทำงานที่ยอดเยี่ยม” จาก Great Place to Work®

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันด้านการจัดการพลังงาน และระบบออโตเมชัน ได้รับการรับรองมาตรฐานในการเป็นสถานที่ทำงานที่ยอดเยี่ยม พร้อมกับสำนักงานสาขาของชไนเดอร์ อิเล็คทริค อีก แห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จาก Great Place to Work® โดยการรับรองในครั้งนี้ นับเป็นผลสำเร็จจากความพยายามอย่างต่อเนื่องของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ในการสร้างองค์กรที่ดีที่สุดเพื่อพนักงาน โดยมีเป้าหมายที่ให้คุณค่าในเรื่องการทำงาน ตลอดจนการสนับสนุนให้เกิดวัฒนธรรมการยอมรับความแตกต่าง และการเพิ่มขีดความสามารถ และเสรีภาพในการทำงานของพนักงาน

Great Place to Work® ได้มีการจัดทำการสำรวจพนักงานของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กว่า 11,000 ราย จากสำนักงานประจำประเทศต่างๆ ในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 6 แห่ง เพื่อเข้าใจถึงความพึงพอใจและความไว้วางใจ รวมถึงความรู้สึกของพนักงานในขณะที่ทำงานที่บริษัท โดยตัวชี้วัดที่สำรวจได้แก่ ความไว้วางใจ (เชื่อมั่นในการบริหารจัดการที่น่าเชื่อถือ) ความเคารพ (ความรู้สึกชื่นชม) ความเป็นธรรม (การปฏิบัติที่เท่าเทียมและยุติธรรม) ความภาคภูมิใจ (ความภาคภูมิใจในบริษัท) และความสัมพันธ์ที่ดี (ในแง่ของการอยู่ร่วมกัน)

นายสเตฟาน นูสส์ ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ ดูแลประเทศไทย ลาว และเมียนมา ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เผยว่า “เราเชื่อว่าบุคลากรที่ยอดเยี่ยมทำให้ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เป็นบริษัทที่ยอดเยี่ยมไปด้วยเช่นกัน และเรื่องนี้ได้รับการยืนยันจากการที่เราได้รับการยอมรับว่าเป็น “สถานที่ทำงานที่ยอดเยี่ยม” ผมรู้สึกภาคภูมิใจ และขอขอบคุณพนักงานของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย รวมไปถึงคู่ค้าที่ยอดเยี่ยมทุกท่าน  เพราะการมีส่วนร่วมของทุกท่าน ทำให้เรามีวัฒนธรรมองค์กรที่มีความเชื่อใจ เคารพซึ่งกันและกัน เราสนับสนุนให้พนักงานของเราทำงานในฐานะเป็นผู้ประกอบการ เราเป็นบริษัทที่มีความหลากหลายและอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจและยอมรับในความแตกต่าง และสิ่งนี้คือหนึ่งใน DNA ของเรา และเราต้องการให้พนักงานของเรารู้สึกมีคุณค่าและปลอดภัย เราเชื่อว่านี่คือกุญแจสำคัญในการสร้างนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ ประสิทธิภาพ และความคล่องตัวที่มากขึ้น และจะนำพวกเขาไปสู่ความสำเร็จ การยอมรับในครั้งนี้นับเป็นการพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของเราในการก้าวไปสู่คำว่า well-being ทั้งการทำงานและการใช้ชีวิต ที่ครอบคลุมทุกคนในองค์กร ในทุกสถานการณ์ แม้จะมีสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นในอนาคตอีกก็ตาม”

คนทำงานในรุ่นปัจจุบันนอกจากจะสนใจเรื่องความมั่นคงทางการเงินแล้ว ยังใส่ใจเรื่องของสังคมเช่นกัน ซึ่งคนทำงานเต็มใจที่จะมีส่วนร่วมมากขึ้นกับงานที่มีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ขึ้น จากผลการสำรวจภายในที่จัดทำโดย Great Place to Work® ร่วมกับ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้แสดงให้เห็นถึงคุณค่าขององค์กรที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วม และสร้างผลกระทบต่อสังคมและชุมชน ตลอดจนคุณค่าของการไม่แบ่งแยก นับเป็นปัจจัยหนึ่งที่ได้รับคะแนนสูงสุดในการวัดความพึงพอใจและความภาคภูมิใจของพนักงานที่มีต่อบริษัท นอกจากนี้ ในแง่มุมของการปฏิบัติที่เป็นธรรมและมีความเท่าเทียมกัน วิถีที่บริษัทได้มอบความยืดหยุ่นในการทำงาน และความเอาใจใส่ของบริษัทในการพัฒนาและสร้างประสิทธิภาพให้กับพนักงานแต่ละคน ยังนับเป็นอีกแง่มุมที่ทำให้ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้คะแนนสูงที่สุด

น.ส.วุฒยา วงษ์สวรรค์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ดูแลกลุ่มประเทศไทย เมียนมาร์ และลาว กล่าวว่า “เราภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจจากพนักงานว่าบริษัทเป็นสถานที่ทำงานที่ยอดเยี่ยม จนได้รับการยอมรับจาก สถาบัน Great Place to Work® สำหรับ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เรามีความมุ่งหวังที่จะส่งเสริมให้ทุกคนใช้พลังงานและทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเชื่อมโยงความก้าวหน้าให้เข้ากับความยั่งยืนสำหรับทุกคน ภารกิจของเราคือการเป็นพันธมิตรด้านดิจิทัลเพื่อสร้างประสิทธิภาพและความยั่งยืน เราสะท้อนความมุ่งมั่นในเรื่องดังกล่าว ผ่านโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่เราพัฒนาขึ้น และวิถีนี้เองที่ทำให้เรากลายเป็นแบบอย่างในการประยุกต์ใช้หลักการด้านความยั่งยืนในทุกกิจกรรมทางธุรกิจ รวมไปถึงการดำเนินธุรกิจ เราได้ปลูกฝังหลักการเหล่านี้ไว้ภายในบริษัทของเรา เพื่อพวกเราและเพื่อสังคมที่เราอาศัยอยู่”

Great Place to Work® เป็นองค์กรระดับโลกที่มุ่งเน้นการวิจัยไปที่วัฒนธรรมองค์กร ที่ผ่านมาได้สำรวจพนักงานมากกว่า 100 ล้านคนทั่วโลก ตั้งแต่ปี 1992 และใช้ข้อมูลเชิงลึกนั้นเพื่อพิจารณาว่าอะไรที่เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เป็นบริษัทที่ยอดเยี่ยมและได้รับความไว้วางใจ

เกี่ยวกับชไนเดอร์ อิเล็คทริค

เป้าหมายของชไนเดอร์ อิเล็คทริค คือการช่วยให้ทุกคนใช้พลังงานและทรัพยากรได้เกิดประโยชน์สูงสุด เชื่อมโยงความก้าวหน้าและความยั่งยืนเพื่อประโยชน์ของทุกคน เราเรียกสิ่งนี้ว่า Life Is On

ภารกิจของเราคือการเป็นพันธมิตรด้านดิจิทัลกับคุณ เพื่อสร้างประสิทธิภาพและความยั่งยืน

เราขับเคลื่อนการปฏิรูปสู่ดิจิทัล ด้วยการผสานรวมเทคโนโลยีชั้นนำของโลกด้านพลังงานและกระบวนการจัดการ เข้ากับผลิตภัณฑ์ตั้งแต่จุดเชื่อมต่อปลายทางไปยังคลาวด์ ระบบควบคุม รวมถึงซอฟต์แวร์และการบริการครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตการทำงานทั้งหมด เพื่อสร้างศักยภาพในการบริหารจัดการองค์กรแบบบูรณาการ ทั้งสำหรับบ้าน อาคาร ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรม

เราคือบริษัทระดับโลกที่มีการดำเนินงานในระดับท้องถิ่นมากที่สุด เราสนับสนุนมาตรฐานระบบเปิดและระบบนิเวศของคู่ค้าที่มีความมุ่งมั่นแรงกล้าในการทำตามวัตถุประสงค์อย่างมีเป้าหมายร่วมกัน และคุณค่าในการรวมกันเป็นหนึ่งเดียวพร้อมขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกัน


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

เริ่มแล้ว!! รพ.หัวเฉียวฉีดวัคซีนไฟเซอร์สร้างภูมิคุ้มกันต้านโควิดให้กับนักเรียน.. เตรียมรับเปิดเทอม

โรงพยาบาลหัวเฉียวให้บริการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ สร้างภูมิคุ้มกันต้านโรคโควิดให้กับกลุ่มนักเรียน อายุตั้งแต่ 12 – 17 ปี เพื่อเตรียมรับเปิดเทอม โดยโรงพยาบาลหัวเฉียวให้บริการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ จำนวนรวม 30 โรงเรียนที่อยู่ภายในเขตป้อมปราบฯ เขตปทุมวัน เขตพระนคร เขตสัมพันธวงศ์ เขตพญาไท เขตดุสิต เขตสาทร เขตภาษีเจริญ และเขตดินแดง เพื่อให้นักเรียน ผู้ปกครอง และคุณครู ได้รับความสะดวกในการเดินทางและดูแลความปลอดภัย

ด้วยการดูแลของทีมแพทย์พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ให้คำแนะนำเรื่องการปฏิบัติตัวแก่นักเรียนที่เข้าฉีดวัคซีนโดยเน้นย้ำเรื่องงดออกกำลังกายหนักหรือทำกิจกรรมหนักๆเป็นเวลา 1 สัปดาห์ โรงพยาบาลฯมีระบบบริหารจัดการด้วยมาตรการความปลอดภัยมีการเว้นระยะห่างและปฏิบัติตามมาตรฐานด้านการป้องกันการแพร่กระจายเชื่ออย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้โรงพยาบาลฯมีระบบการรองรับในกรณีที่มีนักเรียนเกิดอาการแพ้วัคซีนหรือภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์อื่นๆเพื่อให้การฉีดวัคซีนนักเรียนเป็นไปด้วยความปลอดภัยสะดวกและรวดเร็ว


Exit mobile version