กรุงเทพฯ, 29 ตุลาคม 2564 – เอชพี ประเทศไทย เปิดตัวเครื่องพิมพ์ DesignJet และ PageWide XL Pro สำหรับผู้ใช้งานพิมพ์หน้ากว้างด้วยเทคโนโลยีที่ผลักดันและสร้างความเติบโตให้ธุรกิจในยุคชีวิตวิถีใหม่ (New Normal)เครื่องพิมพ์รุ่นใหม่นี้มีสมรรถนะสูงทั้งด้านงานพิมพ์ภาพถ่ายและสีคุณภาพสูง ให้ความแม่นยำ พร้อมโซลูชั่นการพิมพ์งานกราฟิกใหม่ๆ ที่ได้รับการพัฒนาและออกแบบภายใต้นโยบายที่เน้นความยั่งยืน
โซลูชั่นล่าสุดในเครื่องพิมพ์ HP DesignJet Z Pro รุ่นใหม่ ช่วยผู้ให้บริการด้านการพิมพ์และนักวิเคราะห์ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) สามารถผลิตงานพิมพ์ภาพถ่ายระดับมืออาชีพที่มีคุณภาพสูง และงานพิมพ์แผนที่ทางภูมิศาสตร์ (GIS) ที่มีสีสันสดใสลายเส้นชัดเจน ในขณะที่เครื่องพิมพ์ HP PageWide XL Pro ใหม่ทั้งสามรุ่นจะช่วยผู้ให้บริการด้านการพิมพ์และโรงพิมพ์สามารถพิมพ์งานสนองความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น พร้อมทั้งขยายศักยภาพการบริการที่มีอยู่
แดเนียล มาร์ติเนซ ผู้จัดการทั่วไปในกลุ่มธุรกิจการพิมพ์หน้ากว้าง (Large Format Business) ของเอชพี กล่าวว่า “ในขณะที่ลูกค้าของเรายังคงเผชิญกับความท้าทายและต้องต่อสู้กับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ไม่แน่นอน ในช่วงสองปีที่ผ่านมา เราตระหนักดีว่า ผู้ให้บริการด้านการพิมพ์หน้ากว้าง มีความต้องการแอปพลิเคชันงานพิมพ์ที่หลากหลายมากขึ้น สามารถผลิตงานพิมพ์ได้อย่างรวดเร็วขึ้น และงานพิมพ์ต้องมีคุณภาพของสีและกราฟิกที่โดดเด่น เอชพี จึงได้นำปัจจัยเหล่านี้มาพัฒนากลุ่มเครื่องพิมพ์ HP DesignJet Z Pro และ HP PageWide XL Pro รุ่นใหม่ เพื่อช่วยผู้ประกอบการสามารถรองรับกับความไม่แน่นอนของตลาด ผลิตงานที่มีกำหนดส่งงานกระชั้นชิด และขยายขีดศักยภาพของการผลิตที่มีอยู่”
HP DesignJet มอบคุณภาพสีที่ยอดเยี่ยม
ในโอกาสครบรอบ 30 ปีที่เครื่องพิมพ์ DesignJet ออกสู่ตลาด เอชพีได้เปิดตัว HP DesignJet Z9+ Pro รุ่นใหม่เพื่อให้ผู้บริการด้านการพิมพ์และนักวิเคราะห์ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) สร้างสรรค์งานพิมพ์ที่เป็นเลิศด้วยคุณภาพภาพถ่ายระดับมืออาชีพที่มีความละเอียดสูง พร้อมฟีเจอร์ระบบความปลอดภัยระดับแนวหน้า
HP DesignJet Z9+ Pro มีช่วงสีที่กว้างที่สุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์เดียวกัน เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ให้ บริการด้านการพิมพ์ที่กำลังมองหาเครื่องพิมพ์คุณภาพระดับมืออาชีพ ผู้ใช้สามารถปรับแต่งโปรไฟล์ ICC ให้ค่าสีที่แม่นยำและมีความสม่ำเสมอตามที่ต้องการ ผู้ให้บริการด้านการพิมพ์ยังมีตัวเลือก เช่น HP Gloss Enhancer Upgrade Kit ที่ให้ความสม่ำเสมอของความเงาที่เหนือกว่า
นอกจากนี้ HP PrintOS แอปพลิเคชันบนมือถือ ยังสามารถควบคุมการพิมพ์ ตั้งแต่การติดตามการทำงานและการแก้ไขปัญหา ไปจนถึงการแชร์การตั้งค่าจากระยะไกลได้ นับเป็นครั้งแรกที่เครื่องพิมพ์ HP DesignJet Z Pro รุ่นใหม่ได้รวมแอปพลิเคชัน HP PrintOS Service Center ไว้ ด้วยโซลูชั่นอัจฉริยะบนคลาวด์ที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามความคืบหน้าการบริการได้จากจุดเดียวแบบเรียลไทม์ ทุกเวลาและทุกสถานที่ HP DesignJet Z9+ Pro ยังได้เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการงานพิมพ์ที่รวดเร็วโดยใช้ระบบการป้อนม้วนวัสดุแบบอัตโนมัติ และสามารถพิมพ์ได้เร็วขึ้น 18% ให้คุณภาพที่ดีกว่าบนวัสดุผ้าซาติน อีกทั้งพิมพ์ได้เร็วขึ้น 46% บนผ้าเคนวาส
เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสูงสุดด้วย HP PageWide XL Pro
นอกจากนี้ เอชพียังได้เปิดตัวเครื่องพิมพ์ HP PageWide XL Pro ใหม่ 3 รุ่น ซึ่งช่วยให้ผู้บริการด้านการพิมพ์และโรงพิมพ์รายย่อย สามารถผลิตงานตามความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และส่งมอบงานแม้กำหนดส่งงานกระชั้นชิดได้ นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังมีสิทธิการใช้แอปพลิเคชันแบบระยะสั้นได้ ซึ่งสามารถพิมพ์ทั้งบอร์ด กระดาษการ์ด และกระดาษขนาดตั้งแต่ A2 ไปจนถึง B1 ที่ความหนาสูงสุด 10 มม.
เครื่องพิมพ์ HP PageWide XL Pro 5200 และ HP PageWide XL Pro 8200 รุ่นใหม่ให้ความเร็วในการพิมพ์ที่ 20 หน้า D/A1 ต่อนาที หรือ 4,300 ตร.ฟุตต่อชม. (400 ตร.ม.ต่อชม.) และ 30 หน้า D/A1 ต่อนาที หรือ 5,300 ตร.ฟุตต่อชม. (500 ตร.ม.ต่อชม.) ตามลำดับ ทำให้ผู้ใช้สามารถรองรับงานเร่งด่วนได้ สำหรับ PageWide XL Pro 8200 สามารถพิมพ์งานโดยผสมผสานทั้งแบบเทคนิค CAD และกราฟิก เครื่องพิมพ์ทั้งสองรุ่นสามารถส่งมอบงานพิมพ์ได้เร็วกว่าเดิมถึงสองสามเท่า และผู้ใช้งานสามารถเพิ่มแอปพลิเคชันให้ใช้พิมพ์งานสองหน้า พิมพ์งานโปสเตอร์ชั่วคราวสำหรับร้านค้าปลีกได้ง่ายดายด้วย HP SmartStream
ออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มผลกำไรและลดต้นทุน ทั้ง HP PageWide XL Pro 5200 และ HP PageWide XL Pro 8200 ช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดต้นทุนในการเตรียมพิมพ์และการตกแต่งขั้นสุดท้ายได้มากถึง 50% เครื่องพิมพ์ทั้งสองรุ่นใช้หมึกพิมพ์ HP Eco-Carton ของแท้ความจุสูงสุด 3 ลิตร จึงรับประกันต้นทุนการทำงานที่ต่ำสำหรับพิมพ์ CAD และโปสเตอร์ คุณสมบัติอื่นๆ ยังรวมถึง อุปกรณ์จัดเรียงกระดาษความจุสูง อินไลน์โฟลเดอร์ และการสลับอุปกรณ์แบบอัตโนมัติช่วยประหยัดเวลาทำให้รับงานพิมพ์ได้มากขึ้น
HP PageWide XL Pro 10000 ขนาดกะทัดรัดช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยความเร็วในการพิมพ์สูงถึง 700 ตร.ม.(7,500 ตร.ฟุต) หรือ โปสเตอร์ขนาด B1 จำนวน 1,000 แผ่นต่อชั่วโมง และสามารถพิมพ์บนวัสดุขนาดต่างๆ ได้ทั้งกระดาษและบอร์ดไปจนถึงการ์ดและแผ่นกระดาษตัด นอกจากนี้ ยังช่วยให้ผู้ให้บริการด้านการพิมพ์ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วด้วยการพิมพ์แบบแห้งเร็วบนวัสดุหลายประเภทด้วย HP PrintOS ที่สามารถควบคุมการทำงานของเครื่องพิมพ์ได้อย่างง่ายดายทุกที่ทุกเวลา การบำรุงรักษาง่ายขึ้นและทำงานอย่างรวดเร็ว และยังมีตัวป้อนกระดาษอัตโนมัติหน้ากว้างรุ่นแรกของเอชพี และอุปกรณ์จัดเรียงกระดาษความจุสูงทำให้ขั้นตอนการทำงานราบรื่น
เอชพี พันธมิตรที่ส่งเสริมความยั่งยืน
กลุ่มผลิตภัณฑ์ HP DesignJet และ HP PageWide XL Pro 10000 ใหม่ได้รับมาตรฐานด้านการประหยัดพลังงาน ENERGY STAR 3.0 และสิ่งแวดล้อม EPEAT และเป็นผลิตภัณฑ์แนะนำสำหรับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
HP DesignJet Z Pro ใหม่ มีส่วนประกอบที่ผลิตจากวัสดุพลาสติกรีไซเคิลกว่า 30% โดยใช้ขวดพลาสติกขนาด 16.9 ออนซ์ (0.5 ลิตร) ที่เก็บจากขยะในทะเลจำนวนมากกว่า 8 ขวด และเครื่องพิมพ์ยังรองรับการใช้งานกับกระดาษหน้ากว้างที่ได้การรับรองคุณภาพ FSC® และวัสดุรีไซเคิลงานพิมพ์ของเอชพี โดยมีวัสดุบางประเภทมาจากโปรแกรมการรับคืนของเอชพีที่สะดวกและไม่เสียค่าใช้จ่าย
เครื่องพิมพ์พอร์ตโฟลิโอใหม่ทั้งสองรุ่นใช้งานกับตลับหมึก HP Eco Carton ซึ่งเป็นการลดการใช้พลาสติก ได้ถึง 80% ส่วนกล่องบรรจุภัณฑ์ของตลับหมึก Eco-Carton สามารถนำไปทำลายผ่านหน่วยงานรีไซเคิลกระดาษแข็งในท้องถิ่นได้
หมึกสำหรับเครื่องพิมพ์ HP PageWide XL Pro 10000 ได้รับการรับรองจาก UL ECOLOGO® และ Nordic Swan Ecolabel สลากสิ่งแวดล้อมของกลุ่มประเทศนอร์ดิก
งานที่พิมพ์ HP PageWide XL และ DesignJet สามารถนำไปรีไซเคิล ส่งคืนได้ และปลอดภัยไม่เป็นอันตรายสำหรับการกำจัด
การวางจำหน่าย
เครื่องพิมพ์ HP PageWide XL Pro ซีรีย์ใหม่วางจำหน่ายในตลาดหลักตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน และ HP DesignJet Z9+ Pro ใหม่มีวางจำหน่ายตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม 2564
เป้าหมายของชไนเดอร์ อิเล็คทริค คือการช่วยให้ทุกคนใช้พลังงานและทรัพยากรได้เกิดประโยชน์สูงสุด เชื่อมโยงความก้าวหน้าและความยั่งยืนเพื่อประโยชน์ของทุกคน เราเรียกสิ่งนี้ว่า Life Is On
ความร่วมมือครั้งนี้จะรวมจุดแข็งของไอบีเอ็มในการให้บริการไฮบริดคลาวด์แบบเปิดที่ปลอดภัยสำหรับองค์กร เข้ากับเครือข่ายดาต้าเซ็นเตอร์และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั่วทั้งภูมิภาคของแอคคลิวิส นำสู่บริการคลาวด์แบบเปิดที่มีความปลอดภัยให้แก่ลูกค้าในภูมิภาค ภายใต้การผนึกศักยภาพของ IBM Cloud Satellite เข้ากับเครือข่ายดาต้าเซ็นเตอร์จำนวนมากของแอคคลิวิส
IBM Cloud Satellite ช่วยให้องค์กรสามารถใช้บริการ IBM Cloud ได้อย่างปลอดภัยไม่ว่าข้อมูลจะอยู่บนสภาพแวดล้อมแบบใด ทั้งที่เอ็ดจ์ ภายในองค์กร หรือกระจายอยู่บนคลาวด์สาธารณะหลายแห่ง โดยระบบได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการคลาวด์ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยในทุกสภาพแวดล้อม
แอคคลิวิสเป็นหนึ่งในพันธมิตรในอีโคซิสเต็มของไอบีเอ็ม ที่ช่วยลูกค้าบริหารจัดการและปรับปรุงเวิร์คโหลดให้ทันสมัยบนสภาพแวดล้อมไฮบริดคลาวด์ ตั้งแต่ระบบเมนเฟรมไปจนถึงเอดจ์ และทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Red Hat OpenShift ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคูเบอร์นิทีสระดับองค์กรที่เป็นที่รู้จักในอุตสาหกรรม IBM Cloud Satellite ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้าสามารถรันแอพพลิเคชันได้อย่างยืดหยุ่นในทุกสภาพแวดล้อมที่มีข้อมูลอยู่ พร้อมสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีต่างๆ บน IBM Cloud ได้ด้วย
สามารถรองรับ features ต่างๆใน Mac OS เว่อร์ชั่นใหม่ตั้งแต่วันแรกที่เปิดใช้งาน
มี Apple IT management community ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
มีศูนย์การเรียนรู้ ผลิตภัณฑ์ และอบรม Apple Ecosystems
นอกจากนี้เมโทรซิสเต็มส์ฯ ยังเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ Apple สำหรับองค์กรธุรกิจ จึงมั่นใจได้ว่าการร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ Jamf จะมีส่วนช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถบริหารจัดการอุปกรณ์ของ Apple และดูแลรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานระบบ Apple ecosystem ได้อย่างสมบูรณ์ และไร้ข้อจำกัด
สนใจ Jamf โซลูชั่นด้านการบริหารการจัดการ Apple Device & Platform หรือสนใจอุปกรณ์ Apple สำหรับองค์กรธุรกิจ