นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ได้มีการเสวนา หัวข้อ “อนาคตนิเทศปัญญาประดิษฐ์ Future Landscape of Data + AI in Communication” สะท้อนให้เห็นความท้าทายในการหลอมรวมทักษะหรือกลุ่มคน 2 ศาสตร์ทั้งเทคโนโลยีและการสื่อสาร
ทั้งนี้มหกรรมอบรมปัญญาประดิษฐ์ เป็นการจัดอบรมผ่านระบบออนไลน์ ZOOM Webinar 2 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรที่ 1 “Practical DATA+AI Skills for Next Normal Era” และ หลักสูตรที่ 2 “DATA+AI for Marketing Communication for Next Normal Era” ทั้งสองหลักสูตรมีทั้งภาคทฤษฎีพร้อมฝึกปฏิบัติ และมีวิทยากรมากกว่า 69 ท่าน
สำหรับผู้ที่สนใจเรียนรู้ 2 หลักสูตรข้างต้นเพิ่มเติม สอบถามรายละเอียดที่หลักสูตรการจัดการการสื่อสารด้วยการวิเคราะห์ข้อมูล คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ (NIDA) ได้ทาง เพจ เด็กนิเทศ BIG DATA https://www.facebook.com/deknitadebigdata หรือเพจ CIC ศูนย์สร้างสรรค์นวัตกรรมนิเทศศาสตร์ https://www.facebook.com/CICNitadeNida
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ EcoStruxure Micro Data Center รุ่น R-Series ใหม่ได้
R-Series ใหม่จะพร้อมวางจำหน่ายผ่านคู่ค้าด้านช่องทางจำหน่ายของ APC และตัวแทนฝ่ายขายของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เยี่ยมชมเพจ เพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ R-Series EcoStruxure Micro Data Center ใหม่ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานใหม่ทั้ง IP และ NEMA สำหรับสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทนทานภายในอาคาร
เป้าหมายของชไนเดอร์ อิเล็คทริค คือการช่วยให้ทุกคนใช้พลังงานและทรัพยากรได้เกิดประโยชน์สูงสุด เชื่อมโยงความก้าวหน้าและความยั่งยืนเพื่อประโยชน์ของทุกคน เราเรียกสิ่งนี้ว่า Life Is On
คอลเลกชั่น Substance 3D ของอะโดบีมอบพลัง 3D ที่ใช้งานง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ด้วยเครื่องมือที่สามารถทำได้ทุกอย่าง ตั้งแต่การสร้างภาพด้านการตลาดที่สวยงาม ไปจนถึงการปั้นแต่งวัตถุ 3D จากภาพร่าง ในอนาคตงานสร้างสรรค์ 3D จะได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ขณะที่ครีเอเตอร์พยายามมองหาหนทางใหม่ๆ ที่เป็นไปได้คอลเลกชั่น Substance 3D ประกอบด้วยวัสดุและผิวสัมผัส 3D หลายพันรายการ ซึ่งคุณสามารถนำไปใช้กับงานสร้างสรรค์ของคุณ
“อนาคตทางดิจิทัลอยู่ใกล้แค่เอื้อม ทำให้เราต้องสร้างบุคลากรด้านดิจิทัลเป็นอย่างมากที่หัวเว่ย เราเชื่อมั่นว่า เมล็ดพันธุ์สามารถที่จะเติบโตเป็นไม้ใหญ่ เป็นดอกไม้ที่สวยงาม และเป็นอนาคตที่สดใสได้ด้วยโครงการดิจิทัลมากมาย เราจะช่วยลดช่องว่างระหว่างความรู้ในตำราและทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานจริงและการก้าวสู่การเป็นประเทศไทย 4.0 เราภูมิใจที่รู้ว่าโครงการ Seeds for The Future ของหัวเว่ยนั้น ริเริ่มขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2551 และเราจะมุ่งมั่นพัฒนาบุคลากรด้านไอซีทีต่อไป และขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมไอซีทีของไทยต่อไปภายใต้พันธกิจ ‘Grow in Thailand, Contribute to Thailand’” นายอาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร หัวเว่ย ประเทศไทย กล่าวในระหว่างพิธีเปิดงาน
หัวเว่ยริเริ่มโครงการพัฒนาบุคลากรต่าง ๆ มากมายอย่างเช่น Seeds for the Future เพื่อส่งเสริมทักษะและศักยภาพของเยาวชน เดินหน้าลดช่องว่างระหว่างความรู้ในห้องเรียนและทักษะที่จำเป็นในการทำงานจริง หัวเว่ยเดินหน้าจับมือกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อร่วมขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน