Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ฝีมือคนไทย แอพพลิแคด รับงาน Virtual Boutique แห่งแรกของโลก

บริษัท แอพพลิแคด จำกัด (มหาชน) หรือ APP ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายโซลูชันการออกแบบอย่างครบวงจร ทั้งซอฟต์แวร์การออกแบบด้านอุตสาหกรรม และด้านสถาปัตยกรรมและการก่อสร้าง ตลอดจนเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ และการให้บริการต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ปลื้ม Grand Seiko แบรนด์นาฬิกาชั้นนำระดับโลกให้ความไว้วางใจเลือกให้เป็นผู้สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าแกรนด์ ไซโก ในประเทศไทย และนักสะสมนาฬิกาได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ของการ Shopping ด้วย Grand Seiko Virtual Boutique แห่งแรกของโลก

ส่วนงาน XR service (Extended Reality Studio) หรือ 3D Virtual Solution รูปแบบการให้บริการใหม่ภายใต้ AppliCAD as a Service ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทชั้นนำ อาทิ Grand Seiko, Mercedes-Benz และอื่นๆ เลือกให้เป็นผู้สร้างโอกาสไร้ขีดจำกัด (Limitless Opportunities) คือ ไร้ขีดจำกัดด้านสถานที่จัดงาน ไร้ขีดจำกัดด้านเวลา ไร้ขีดจำกัดด้านการนำเสนอ ไร้ขีดจำกัดด้านช่องทางการเข้าถึง ไร้ขีดจำกัดด้านวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ ไร้ขีดจำกัดด้านผู้เข้าร่วมงาน รวมถึงไร้ขีดจำกัดด้านการตลาด โดยนำเสนอบริการในรูปแบบการทำ Virtual Showroom เข้าชมสินค้าเสมือนจริง, Virtual Industrial การเยี่ยมชมโรงงานเสมือนจริง, Virtual Events หรือ Virtual Exhibition การจัดงานเเสดงสินค้าเสมือนจริง ตลอดจนบริการผลิตสื่อแอนิเมชั่น (Animation) ด้านงานวิศวกรรมหลากหลายรูปแบบ

แกรนด์ ไซโก บูติกเสมือนจริง (Grand Seiko Virtual Boutique) ถือเป็น Break Through ของเทคโนโลยีด้านรีเทลอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเข้าชมบูติกผ่านหน้าเว็บไซต์โดยไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลด Application การเลือกดูข้อมูลเรือนเวลาในแต่ละเรือนที่มีข้อมูลประกอบสมบูรณ์แบบ พร้อมการนำเสนอสินค้าในรูปแบบวีดีโอ การดูสินค้าแบบ 360 องศา ที่จะสามารถชมรายละเอียดของนาฬิกา Grand Seiko ได้อย่างทั่วถึง การนำเสนอสินค้าแบบ Interactive 3D ที่เสมือนว่าได้ชมนาฬิกา Grand Seiko เรือนจริง และสามารถทดลองเรือนเวลากับข้อมือจริง จากการใช้เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) ฟังก์ชั่นต่างๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ Grand Seiko แต่เพียงผู้เดียว

ดร.อิสระ อัคราพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท แอพพลิแคด จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เรามองว่า 3D Virtual Solution จะสามารถเติบโตได้อีกมากในอนาคต เนื่องจากมีมาร์เก็ตไซส์ที่ใหญ่มาก เช่น ลูกค้ากลุ่ม Showroom ในแบรนด์หรู (Luxury Brand) หรือแบรนด์จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ โดยลูกค้าสามารถประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะไม่ต้องจัดงานขึ้นมาจริงๆ อีกทั้งผู้บริโภคสามารถเข้าชมได้ตลอด 24 ชั่วโมง จากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งเป็นช่องทางที่สามารถสร้างประสบการณ์เสมือนจริงเพื่อตอบสนองความต้องการในยุค New normal นี้ได้ และเรายังสามารถนำข้อมูลของลูกค้ามาวิเคราะห์การออกโปรโมชั่นต่างๆ ได้อย่างตรงจุดอีกด้วย โดยบริษัทกำลังลงทุนและพัฒนาในธุรกิจหน่วยนี้อยู่ พร้อมเสริมทัพด้านบุคคลากรให้แกร่งขึ้น ภายใต้ส่วนงาน XR service (Extended Reality Studio) ที่สำคัญเป็นธุรกิจที่จะเข้ามาต่อยอดจากธุรกิจเดิม และลูกค้าที่มีอยู่ ทั้งยังเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ทำให้บริษัทมั่นใจในธุรกิจนี้เป็นอย่างมาก”

ทั้งนี้การได้รับความไว้วางใจดังกล่าว ถือเป็นการตอกย้ำว่า แอพพลิแคด เป็นพันธมิตรด้านงานบริการผลิตสื่อ 3D แอนิเมชั่น และบริการสร้าง 3D Virtual Solution ที่เชื่อถือได้ ด้วยคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูล หรือเข้าชมตัวอย่างงานได้ที่


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มจพ. รับนักศึกษาใหม่ หลักสูตรเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ โควตาดีเด่นด้านนวัตกรรมหรือสิ่งประดิษฐ์ (หุ่นยนต์) ปี ‘65

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) รับสมัครบุคคลเข้าศึกษาต่อหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ เตรียมวิศวกรรมศาสตร์ ไทย-เยอรมัน และระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2565  โดยวิธีพิเศษ สำหรับผู้มีความสามารถดีเด่นด้านนวัตกรรมหรือสิ่งประดิษฐ์ (หุ่นยนต์)  ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ เตรียมวิศวกรรมศาสตร์ ไทย-เยอรมัน ฐานวิทยาศาตร์และเทคโนโลยี ระดับปริญาญาตรี 4 ปี  และระดับปริญญาตรีต่อเนื่อง /เทียบโอน 2-3 ปี  โดยจัดการเรียนการสอน ที่ มจพ. กรุงเทพ   มจพ.ปราจีนบุรี  และ มจพ.ระยอง  ดังนี้

– Download ระเบียบการและรับสมัครทางอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่บัดนี้ถึง วันที่ 20 ธันวาคม 2564
– ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสอบสัมภาษณ์ วันที่ 23 ธันวาคม 2564
– สอบสัมภาษณ์/นำเสนอผลงานและส่งผลตรวจสุขภาพ วันที่ 8 มกราคม 2565
– ประกาศผลสอบคัดเลือก วันที่ 14 มกราคม 2565
– ผู้สมัครยืนยันสิทธิ์ Clearing House (เฉพาะผู้สมัครระดับปริญญาตรี 4-5 ปี) วันที่ 7-8 กุมภาพันธ์ 2565
– ประกาศรายชื่อผู้ยืนยันสิทธิ์ที่มีสิทธิ์เข้าศึกษา  วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565   

ทั้งนี้ สามารถศึกษาคู่มือการใช้งานระบบรับสมัครนักศึกษาออนไลน์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ที่ http://admission.kmutnb.ac.th/download

สอบถามรายละเอียดได้ที่  งานรับสมัคร กองบริการการศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ  (มจพ.)  โทร. 02-555-2000 ต่อ 1626–1628, Facebook : กลุ่มงานรับเข้าศึกษา มจพ. หรือhttp://www.admission.kmutnb.ac.th  

ขวัญฤทัย ข่าว 


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

5 คำทำนายไซเบอร์ซิเคียวริตี้ปี 2565

ช่วงต้นปี 2565 ธุรกิจจำนวนมากจะถูกโจมตี

ในขณะที่หลายองค์กรเริ่มเข้าสู่โหมดชะลอตัวก่อนถึงช่วงวันหยุดสิ้นปี และกำลังโฟกัสอยู่ที่การเตรียมให้พนักงานกลับเข้าทำงานในออฟฟิศเหมือนช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 หรือปรับรูปแบบการทำงานให้เป็นไฮบริด มีทั้งทีมที่ทำงานจากที่บ้านและที่ออฟฟิศ สิ่งเหล่านี้อาจเบี่ยงเบนความสนใจด้านซิเคียวริตี้ และกลายเป็นโอกาสให้อาชญากรไซเบอร์แอบแฝงเข้ามาในเน็ตเวิร์คองค์กรได้โดยไม่ก่อให้เกิดความสงสัย ในปี 2565 เราจะเห็นองค์กรออกมาเปิดเผยเหตุละเมิดข้อมูลหรือการถูกโจมตีทางไซเบอร์ต่างๆ และสืบย้อนไปได้ว่าต้นเหตุของการละเมิดข้อมูลเหล่านั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปี

เราใกล้จะเป็นพาสเวิร์ดของตัวเราเองแล้ว 

การโจมตีทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับการเพิ่มขึ้นมหาศาลของบัญชีออนไลน์ พ่วงด้วยแนวปฏิบัติเกี่ยวกับพาสเวิร์ดที่ไม่รัดกุมของผู้บริโภคในปัจจุบัน กำลังกลายเป็นสูตรสำเร็จที่นำสู่เหตุธุรกิจหยุดชะงักอย่างต่อเนื่อง พาสเวิร์ดที่ไม่ปลอดภัยเป็นช่องที่นำสู่การเจาะข้อมูล และนำสู่เหตุพาสเวิร์ดรั่วไหลอื่นๆ ต่อไปอีก จนกลายเป็นวงจรอันตราย การพัฒนาของ AI และเทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์จะทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกรูปแบบการพิสูจน์ตัวตนอื่นๆ เพิ่มขึ้น เราเริ่มคุ้นเคยกับการใช้ Face ID, ลายนิ้วมือ หรือการพิสูจน์ตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์รูปแบบอื่นๆ ที่วันนี้กลายเป็นตัวเลือกที่ผู้ให้บริการหลายรายเลือกใช้ จริงๆ แล้วผู้บริโภคย่อมไม่สามารถจดจำหรือจัดการพาสเวิร์ดที่แตกต่างกันมากกว่า 20 พาสเวิร์ดได้ และหลายคนก็ไม่ได้ใช้เครื่องมือจัดการพาสเวิร์ด แต่เมื่อมองในแง่ความสะดวก และยิ่งเมื่อการพิสูจน์ตัวตนรูปแบบต่างๆ มีความสะดวกปลอดภัยมากขึ้น เราจะเริ่มเห็นการใช้งานลักษณะนี้มากยิ่งขึ้น

การโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ที่เกิดขึ้นกับบริษัทหนึ่ง จะนำสู่การขู่รีดไถอีกบริษัทหนึ่ง

การโจมตีด้วยแรนซัมแวร์จะเพิ่มมากขึ้น ภายใต้ความพยายามในการเพิ่มรายได้และปิดจ็อบให้เร็วยิ่งขึ้น ในปี 2565 เราจะเริ่มเห็นแรนซัมแวร์เรียกค่าไถ่แบบขู่กรรโชกสามชั้นมากขึ้นเรื่อยๆ โดยการถูกโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ที่เกิดขึ้นกับองค์กรหนึ่ง จะกลายเป็นภัยคุกคามขู่กรรโชกไปยังคู่ค้าทางธุรกิจขององค์กรนั้นๆ ด้วย ผู้โจมตีแรมซัมแวร์จะไม่หยุดอยู่ที่การขู่กรรโชกองค์กรเหยื่อเพื่อเรียกค่าไถ่ แต่จะรีดไถคู่ค้าทางธุรกิจที่มีข้อมูล หรือพันธมิตรทางธุรกิจที่ระบบซัพพลายเชนไม่สามารถหยุดชะงักได้ด้วย

การโจมตีซัพพลายเชนจะกลายเป็นข้อกังวลอันดับต้นๆ ของผู้บริหาร

ในปี 2021 โลกได้ตระหนักถึงปัญหาคอขวดในซัพพลายเชนที่รุนแรง อันเนื่องมาจากข้อจำกัดช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 อาชญากรไซเบอร์จะพยายามใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนที่องค์กรต้องพึ่งพาซัพพลายเชนเป็นอย่างมาก ทั้งในระดับผู้บริโภคและระดับเอ็นเตอร์ไพรซ์ ระบบซัพพลายเชนมีจุดบอดหรือรอยร้าวมากมายที่ผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์ได้ การโจมตีด้วยแรนซัมแวร์จะเป็นภัยคุกคามที่ไม่เพียงส่งผลต่อบริษัทนั้นๆ แต่จะกระทบต่อซัพพลายเชนโดยรวมด้วย ซึ่งจะทำให้การโจมตีลักษณะนี้เป็นกลายเป็นปัญหาที่สร้างความหนักใจให้ผู้บริหารมากที่สุด 

Zero Trust จะเป็นตัวกำหนดระดับความปลอดภัย

ธุรกิจจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มตระหนักว่าหากต้องการสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้า กลยุทธ์ด้านความปลอดภัยของพวกเขาต้องไม่เปิดช่องให้มีการอ่อนข้อหรือไว้ใจใคร ในปี 2565 เราจะเริ่มเห็นภาครัฐและเอกชนตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดยิ่งขึ้น และประเมินการเปิดสิทธิ์ให้เข้าถึงข้อมูลใหม่ ว่า “ใคร อะไร ทำไม” ถึงควรเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้น เราไม่เพียงแต่จะเริ่มเห็น “การตรวจสอบ” สิทธิ์การเข้าถึงของผู้ใช้มากขึ้น แต่ยังรวมถึงสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของแอพพลิเคชันต่างๆ ด้วย

# # #

ข้อมูลโดยชาร์ลส์ เฮ็นเดอร์สัน Head of IBM X-Force, นิค รอสส์แมนน์ Nick Rossmann Global Threat Intelligence Lead, IBM X-Force และลอร์เรนซ์ ไดน์ Global Partner, IBM X-Force Incident Response


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ทรูมันนี่ ขยายบริการทางการเงิน จับมือ บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) เตรียมเปิดจองหุ้น MAKRO จ่ายผ่านแอปฯ TrueMoney Wallet เป็นครั้งแรก เร็ว ๆ นี้

กรุงเทพฯ, 26 พฤศจิกายน 2564 – ทรูมันนี่ ผู้นำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนท์ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เดินหน้าขยายแพลตฟอร์มเพิ่มบริการทางการเงินต่อเนื่อง ล่าสุดร่วมมือกับ กลุ่มบริษัท KTBST โดยบริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) (บล. เคทีบีเอสที) เตรียมเปิดช่องทางในการจองซื้อหุ้น พร้อมชำระเงินค่าจองซื้อหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไป (PO) ของบริษัท สยามแม็คโคร จํากัด (มหาชน) (“MAKRO”) ผ่านแอปพลิเคชั่น TrueMoney Wallet เป็นครั้งแรก เพื่อร่วมผนึกกำลังเพื่อโอกาสให้ทุกคนเติบโตไปด้วยกันกับ MAKRO พร้อมส่งเสริมคนรุ่นใหม่ก้าวสู่การเป็นนักลงทุนรายย่อยยุคดิจิทัลได้อย่างสะดวก ง่าย และปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยีทางการเงินล้ำสมัยจากทรูมันนี่

นายธัญญพงศ์ ธรรมาวรานุคุปต์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด กล่าวว่า “การเปิดให้จองซื้อหุ้นพร้อมชำระเงินค่าจองซื้อหุ้น MAKRO ผ่านแอปฯ TrueMoney Wallet ในครั้งนี้ ทรูมันนี่ ได้ร่วมมือกับ บล. เคทีบีเอสที ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ และถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของเราในการก้าวไปสู่ผู้ให้บริการทางการเงินแบบดิจิทัลชั้นนำ โดยเรามุ่งหวังที่จะช่วยกระตุ้นและส่งเสริมการลงทุนแบบ Digital Micro Investment ให้แก่นักลงทุนรายย่อยในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ ด้วยประสิทธิภาพของแพลตฟอร์มทรูมันนี่ที่สามารถเชื่อมต่อกับพันธมิตรเพื่อนำเสนอบริการทางการเงินใหม่ ๆ ซึ่งตอนนี้รวมถึงการลงทุนในหุ้น เราเชื่อว่าจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนและกลุ่มคนรุ่นใหม่ในยุคนิวนอร์มัลนี้ได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ ในอนาคตเรายังมีแผนขยายความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อเปิดโอกาสในการชำระเงินเพื่อลงทุนในหุ้นตัวอื่น ๆ เพิ่มเติม”

ดร. วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เคทีบีเอสที กล่าวว่า “นวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นส่วนส่งเสริมและผลักดันสำคัญให้ผู้ลงทุนมีโอกาสเข้าถึงตลาดทุนได้มากขึ้น ซึ่งการร่วมมือกับทรูมันนี่ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัทในการเพิ่มช่องทางให้ผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนเข้าถึงกลุ่มลูกค้ารายย่อยมากขึ้น และสอดคล้องกับพันธกิจหลักของกลุ่มบริษัท เคทีบีเอสที ที่ต้องการพัฒนาตลาดทุนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และสร้างโอกาสการเข้าถึงการลงทุนในหุ้นที่มีศักยภาพไปสู่ผู้ที่สนใจและนักลงทุนรุ่นใหม่ ๆ เราเชื่อมั่นว่าด้วยความเชี่ยวชาญและนวัตกรรมทางการเงินของทรูมันนี่จะมอบประสบการณ์การลงทุนในรูปแบบดิจิทัลที่สะดวกและปลอดภัยให้แก่นักลงทุนและคนรุ่นใหม่ได้ทันทีตั้งแต่วันที่เปิดจองซื้อหุ้น MAKRO อย่างเป็นทางการ”

นางสุชาดา อิทธิจารุกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจสยามแม็คโคร (ธุรกิจค้าส่ง) กล่าวว่า “หลังจากที่ MAKRO รับโอนกิจการทั้งหมดของกลุ่มโลตัสส์แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2564 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ยกระดับสู่การเป็นผู้ประกอบการชั้นนำด้านธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคในภูมิภาคเอเชีย และช่วยให้บริษัทฯ สามารถใช้จุดแข็งและความเชี่ยวชาญของ MAKRO และกลุ่มโลตัสส์ขยายธุรกิจ เพื่อสนับสนุน SMEs ผู้ผลิตสินค้ารายย่อยของไทยผ่าน “แพลตฟอร์มแห่งโอกาส” เพื่อนำเสนอสินค้าไทยที่มีคุณภาพสู่ผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียและสร้างการยอมรับสู่ระดับสากล”

การจองซื้อหุ้นสามัญ กับ บล.เคทีบีเอสที พร้อมชำระเงินค่าจองซื้อหุ้นเป็นบริการทางการเงินใหม่ล่าสุดบนแอปฯ TrueMoney Wallet ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมจองซื้อหุ้น พร้อมชำระเงินค่าจองซื้อหุ้นผ่านระบบออนไลน์ได้ด้วยตนเอง และหุ้นสามัญที่ออกโดย บริษัท สยามแม็คโคร จํากัด (มหาชน) ถือเป็นหุ้นตัวแรกที่ผู้สนใจทั่วไปและลูกค้าทรูมันนี่สามารถทำการจองซื้อหุ้น พร้อมชำระเงินค่าจองซื้อผ่านแอปพลิเคชั่น TrueMoney Wallet โดยร่วมมือกับบริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) ในฐานะตัวแทนจำหน่ายหุ้น (Selling Agent) ทั้งนี้ การจัดสรรหุ้น MAKRO ให้แก่ผู้จองซื้อรายย่อยจะจัดสรรด้วยวิธี Small Lot First หรือผู้จองซื้อที่จำนวนขั้นต่ำได้รับการจัดสรรก่อน และดำเนินการจัดสรรหุ้นเป็นรอบ ๆ ให้แก่ผู้จองซื้อรายย่อยแต่ละรายจนกว่าหุ้นจะหมด ซึ่งจะดำเนินการโดยระบบคอมพิวเตอร์ของ Settrade

นอกเหนือจากบริการชำระเงินค่าจองซื้อหุ้นสามัญ MAKRO ที่เปิดตัวในครั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ทรูมันนี่ ได้ขยายบริการทางการเงินโดยเชื่อมต่อกับพันธมิตรซึ่งเป็นผู้ให้บริการลงทุนในกองทุนรวม บัญชีฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง ผู้ให้บริการสินเชื่อ และประกันประเภทต่าง ๆ โดยที่ผ่านมา บริการลงทุนในกองทุนรวมผ่านแอปฯ TrueMoney Wallet สามารถดึงดูดการลงทุนของนักลงทุนหน้าใหม่ได้มากถึง 70%

ผู้สนใจจองซื้อหุ้น MAKRO กับ บล.เคทีบีเอสที โดยชำระเงินค่าจองซื้อผ่าน TrueMoney Wallet สามารถเตรียมตัวให้พร้อมโดยการตรวจสอบในแอปฯ ว่า บัญชีทรูมันนี่ผ่านการ “ยืนยันตัวตนขั้นสูง” โดยการเสียบบัตรประชาชนที่ตู้ทรูมันนี่ หรือ 7-Eleven สาขาใกล้บ้านในกรุงเทพฯ และอีก 38 จังหวัด  (ดูรายละเอียดการยืนยันตัวตนเพิ่มเติมที่ https://www.truemoney.com/kiosk-location-e-kyc/) รวมทั้งมีการเตรียมช่องทางชำระเงินที่พร้อมกดจ่ายเพื่อจองซื้อหุ้นได้ทันทีในวันเปิดจอง

เตรียมให้พร้อม! ก่อนวันเปิดจองซื้อหุ้น MAKRO จ่ายผ่าน TrueMoney Wallet

1) เตรียม “ยืนยันตัวตนขั้นสูง” โดยการเสียบ

บัตรประชาชนที่ตู้ทรูมันนี่ หรือ 7-Eleven*

2) เตรียม “ช่องทางชำระเงิน” เพื่อกดจ่ายค่าจองซื้อหุ้นได้ทันทีไม่มีสะดุด
3 ขั้นตอน ตรวจสอบเองง่าย ๆ

1.     เลือกเมนู “ฉัน” ที่หน้า TrueMoney Wallet

2.     เลือกหัวข้อ “ระดับการยืนยันตัวตน”

3.     เช็คผลการตรวจสอบ

3.1 หากปรากฏข้อความ “คุณผ่านการยืนยันตัวตนแล้ว ด้วยวิธีการเสียบบัตรประชาชนที่จุดให้บริการ และสแกนใบหน้า” แสดงว่า ‘ยืนยันตัวตนขั้นสูง’ สำเร็จ

3.2 หากปรากฏข้อความ “คุณผ่านการยืนยันตัวตนแล้ว ด้วยวิธีการถ่ายรูปบัตรประชาชน และสแกนใบหน้า” แสดงว่าคุณ ‘ยืนยันตัวตนขั้นต้น’ เท่านั้น

3 ช่องทางชำระบนแอปฯ TrueMoney Wallet

1.     ชำระผ่านแอปพลิเคชั่น TrueMoney Wallet โดยตรง เพียงตรวจเช็คยอดเงินคงเหลือในบัญชีให้เพียงพอต่อการชำระค่าจองซื้อหุ้น “MAKRO” ในวันเปิดจอง

2.     ชำระผ่านการผูกบัญชีธนาคารต่าง ๆ กับแอปฯ TrueMoney Wallet เพื่อตัดชำระค่าจองซื้อได้ทันที

3.     ชำระผ่านบัญชีธนาคาร KKP Start Savings (บัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง 2%) ในแอปฯ TrueMoney Wallet ด้วยการตัดยอดเงินฝากโดยตรง

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจองซื้อหุ้น Makro กับ บล.เคทีบีเอสที โดยจ่ายผ่าน TrueMoney Wallet ได้ทาง https://www.truemoney.com/po-makro รวมถึงศึกษาหนังสือชี้ชวนสำหรับการเสนอขายหุ้น MAKRO ซึ่งจะมีการเผยแพร่ในเร็ว ๆ นี้ ได้ทาง https://www.siammakro.co.th/prospectus.php


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ออฟฟิศเมท คว้ารางวัล “The Best eService Provider Award” การันตีความเป็นเลิศด้านการให้บริการดิจิทัล B2B e-Procurement จากงาน Thailand Top Company Awards 2021

ออฟฟิศเมท ในเครือเซ็นทรัล รีเทล คว้ารางวัลผู้ให้บริการดิจิทัลที่เป็นเลิศ “The Best eService Provider Award” จากงาน Thailand Top Company Awards 2021 ซึ่งจัดขึ้นโดยนิตยสาร Business+ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์เบอร์หนึ่งที่ลูกค้าธุรกิจไว้วางใจมากที่สุด ด้วยสินค้าเพื่อธุรกิจกว่า 100,000 รายการ ครบทุกอย่างที่ธุรกิจต้องการแบบ One Stop Shop และบริการที่สะดวก รวดเร็ว ตรงใจ SME และจัดซื้อองค์กรยุคใหม่

คุณจิตรลดา หาญวรวงศ์ชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ ออฟฟิศเมท ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลใหญ่แห่งปีในด้านผู้ให้บริการดิจิทัลที่เป็นเลิศ The Best eService Provider Award 2021 การรับรางวัลดังกล่าวนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงการยอมรับและความไว้วางใจจาก ลูกค้าภาคธุรกิจ ซึ่งออฟฟิศเมทมุ่งมั่นในการให้บริการแบบ Professional S2P (Source to Pay) Platform  ที่ใช้งานง่าย ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการจัดหา สั่งซื้อ ชำระเงิน ผ่านระบบจัดซื้อออนไลน์แบบ B2B ที่ดีที่สุดอย่าง OfficeMate e-Procurement ที่รองรับการใช้งานขององค์กรเล็ก-ใหญ่ สามารถเชื่อมต่อกับ ERP หรือระบบ Procurement ระดับโลก เช่น SAP, ORACLE, COUPA และ MRO เราภูมิใจที่ได้เป็น ส่วนหนึ่งในการยกระดับการจัดซื้อของภาคธุรกิจในยุคดิจิทัล ช่วยลดต้นทุน ลดงานเอกสาร ประหยัดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อ”

ทั้งนี้ในปี 2022 ออฟฟิศเมท ยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบจัดซื้อออนไลน์ B2B e-Procurement ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัย มาพร้อมฟังก์ชั่นใหม่ และสิทธิประโยชน์แบบ Exclusive ให้ลูกค้าธุรกิจและองค์กรใช้งานได้ฟรี สมัครใช้บริการได้ก่อนใครที่ https://bit.ly/3D70rQs หรือ โทร. 1281


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

การ์ทเนอร์เผยเทรนด์เทคโนโลยีมาแรงแห่งปี 2565

กรุงเทพฯ ประเทศไทย 23 พฤศจิกายน 2564 – การ์ทเนอร์ อิงค์ เผยเทรนด์เทคโนโลยีมาแรงที่องค์กรธุรกิจต้องจับตาดูและศึกษาเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในปีหน้า

นายเดวิด กรูมบริดจ์ นักวิจัยอาวุโสของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “ความมุ่งมั่นของซีอีโอและบอร์ดบริหารที่ต้องการสร้างการเติบโตแก่องค์กรผ่านการเชื่อมต่อเทคโนโลยีดิจิทัลต่าง ๆ ร่วมกับลูกค้าโดยตรงเป็นภารกิจสำคัญของผู้บริหารด้านไอทีที่ต้องวางแผนและดำเนินการให้ไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งสามารถพิจารณาและปรับใช้แต่ละแนวโน้มเทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์ที่มาแรงในปี 2565 ของการ์ทเนอร์ได้”

“ผู้บริหารไอทีต้องหาตัวคูณที่เป็นกำลังสนับสนุนด้านไอทีเพื่อสร้างการเติบโตแก่องค์กรและสร้างสรรค์นวัตกรรม ตลอดจนสร้างรากฐานทางเทคนิคที่มีความยืดหยุ่น ปรับขนาด และสร้างสภาพคล่องทางการเงินในด้านการลงทุนดิจิทัลได้ ส่งผลให้เกิดเทรนด์เทคโนโลยีในปีนี้เป็น 3 ธีมหลัก ๆ ได้แก่: ความน่าเชื่อถือทางวิศวกรรม (Engineering trust) การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปร่าง (Sculpting change) และการเติบโตอย่างเร่งด่วน (Accelerating growth)”

แนวโน้มเทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์มาแรงแห่งปี 2565 ได้แก่

กำเนิดใหม่ปัญญาประดิษฐ์ [Generative Artificial Intelligence (AI)]

หนึ่งในเทคนิคของการพัฒนา AI ที่เป็นที่รู้จักและมีประสิทธิภาพมากที่สุดและกำลังเข้าสู่ตลาดคือ Generative AI ซึ่งเป็นแมชชีนเลิร์นนิ่งที่เรียนรู้เกี่ยวกับคอนเทนท์หรือ Data Object และใช้เพื่อสร้างนวัตกรรมรวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่เป็นต้นฉบับและมีความเสมือนจริง

Generative AI สามารถใช้กับกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การสร้างโค้ดซอฟต์แวร์ เร่งกระบวนการพัฒนายาและการทำตลาดที่เน้นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ (Targeted Marketing) อย่างไรก็ดียังพบว่ามีการนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้อย่างไม่เหมาะสม เช่น ใช้เพื่อละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาผู้อื่น ปลอมแปลงข้อมูลประจำตัว หลอกลวง ฉ้อโกง บิดเบือนข้อมูลทางการเมือง และอื่น ๆ การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่า ภายในปี 2568 เทคโนโลยี Generative AI จะมีสัดส่วนเป็น 10% ของข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับการผลิตขึ้นมา สูงกว่าปัจจุบันที่มีปริมาณน้อยกว่า 1%

โครงข่ายข้อมูล [Data Fabric]

จำนวนข้อมูลและแอปพลิเคชันแบบไซโลเพิ่มขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ขณะที่จำนวนบุคลากรที่มีทักษะในด้านข้อมูลและการวิเคราะห์ (Data and Analytics – D&A) กลับคงที่หรือลดลง

Data Fabric ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการรวมข้อมูลที่ยืดหยุ่นและรองรับการทำงานระหว่างแพลตฟอร์มและระหว่างธุรกิจได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อทำให้โครงสร้างพื้นฐานในการรวมข้อมูลขององค์กรง่ายขึ้น และสร้างสถาปัตยกรรมที่พร้อมสำหรับการขยายขนาดซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาสะสมทางเทคนิคที่เกิดขึ้นหรือที่เราเรียกกันว่า “หนี้ทางเทคนิค” (Technical Debt) ซึ่งพบบ่อยในทีม D&A โดยปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากความท้าทายในการรวมข้อมูลที่เพิ่มขึ้นเข้าด้วยกัน

ประสิทธิภาพที่แท้จริงของ Data Fabric คือความสามารถในการปรับปรุงการใช้ข้อมูลแบบไดนามิกด้วยการวิเคราะห์ภายในตัวมันเอง ลดความซับซ้อนในการจัดการข้อมูลได้มากถึง 70% ซึ่งช่วยให้ใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่า

องค์กรแบบกระจาย [Distributed Enterprise]

ด้วยปัจจุบันรูปแบบการทำงานระยะไกลและไฮบริดที่เพิ่มมากขึ้น เช่นเดียวกันกับองค์กรที่เคยเน้นการทำงานในออฟฟิศเป็นศูนย์กลางก็ปรับตัวไปสู่องค์กรแบบกระจาย (Distributed Enterprise) ที่รองรับรูปแบบการทำงานที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น และเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถทำงานได้จากทั้งในออฟฟิศและนอกสถานที่

กรูมบริดจ์ กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ผู้บริหารไอทีต้องปรับเปลี่ยนเทคนิคและการบริการที่สำคัญเพื่อมอบประสบการณ์การทำงานที่ราบรื่น อย่างไรก็ดีเหรียญมักมีสองด้านเสมอ เพราะรูปแบบการทำงานดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อโมเดลธุรกิจ ไม่ว่าจะองค์กรใด ตั้งแต่กลุ่มค้าปลีกไปจนถึงกลุ่มองค์กรทางด้านการศึกษาที่จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์และสร้างประสบการณ์ใหม่เพื่อรองรับการทำงานในรูปแบบกระจายเช่นนี้ เพราะคนทั้งโลกไม่เคยมีใครคาดมาก่อนว่าภายในช่วงเวลาแค่สองปีเราต้องเปลี่ยนการไปลองเสื้อผ้าที่ร้านไปเป็นการลองผ่านระบบดิจิทัลแทน”

การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าภายในปี 2566 75% ขององค์กรที่ใช้ประโยชน์จากการสร้างประสบการณ์ทำงานในรูปแบบกระจายจะมีรายได้เร็วเติบโตไวกว่าคู่แข่ง 25%

แพลตฟอร์ม Cloud-Native (CNPs)

เพื่อนำเสนอความสามารถด้านดิจิทัลได้อย่างแท้จริงจากทุกที่ องค์กรจำเป็นต้องทิ้งกลยุทธ์การถ่ายโอนการทำงานแบบเดิม “ยกและเปลี่ยนใหม่” ไปสู่ CNP โดยการปรับใช้ CNP นั้นจะใช้ความสามารถหลักของคลาวด์คอมพิวติ้งเพื่อสร้างบริการในรูปแบบ “As A Service” ซึ่งจะเพิ่มความสามารถแก่ระบบไอทีให้มีความยืดหยุ่นและรองรับการปรับขยายให้แก่บริษัทเทคโนโลยีที่ใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต รวมทั้งเพิ่มมูลค่าจากการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการไปยังตลาดและผู้บริโภคได้รวดเร็วกว่า ขณะที่ลดต้นทุนไปพร้อมกัน

การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าภายในปี 2568 แพลตฟอร์ม Cloud-Native จะทำหน้าที่เป็นเทคโนโลยีหลักที่เป็นรากฐานสำหรับการสร้างนวัตกรรมหรือเครื่องมือดิจิทัลใหม่ ๆ มากถึง 95% เพิ่มขึ้นจากเดิมที่น้อยกว่า 40% ในปี 2564

ระบบอัตโนมัติขั้นกว่า (Autonomic Systems)

เมื่อองค์กรเติบโตขึ้น การเขียนโปรแกรมแบบดั้งเดิมหรือใช้ระบบอัตโนมัติแบบเก่าอาจไม่ตอบโจทย์ Autonomic Systems เป็นระบบทางกายภาพหรือระบบซอฟต์แวร์ที่สามารถจัดการและเรียนรู้สภาพแวดล้อมของการใช้งานได้ด้วยตนเอง จะต่างจากระบบอัตโนมัติทั่ว ๆ ไป หรือระบบอัติโนมัติที่ไม่ต้องอาศัยมนุษย์ควบคุม (Autonomous System) โดย Autonomic Systems สามารถปรับเปลี่ยนอัลกอริธึมของตัวเองได้แบบไดนามิก ไม่ต้องอัปเดตซอฟต์แวร์ภายนอก ทำให้สามารถปรับให้เข้ากับเงื่อนไขหรือการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ในรูปแบบเดียวกับที่มนุษย์สามารถทำได้

“ระบบ Autonomic ได้ถูกปรับใช้กันแพร่หลายในปัจจุบันตามสภาพแวดล้อมการรักษาความปลอดภัยที่ซับซ้อน แต่ในระยะยาวระบบนี้จะกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นทั่วไปในแบบที่จับต้องได้ เช่น หุ่นยนต์ โดรน เครื่องจักรที่ใช้ในภาคการผลิต และพื้นที่อัจฉริยะ” กรูมบริดจ์ กล่าว

การตัดสินใจอัจฉริยะ [Decision Intelligence (DI)]

ความสามารถในการตัดสินใจขององค์กรมีความจำเป็นมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นทรัพยากรเชิงกลยุทธ์สำคัญที่สามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้องค์กรได้

โซลูชั่นที่เพิ่มความสามารถในการตัดสินใจได้อัจฉริยะ (Decision Intelligence) เป็นแนวทางปฏิบัติที่นำไปใช้ได้จริงเพื่อเพิ่มความสามารถในการตัดสินใจโดยการทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ รวมทั้งการออกแบบวิธีการตัดสินใจ และประเมินผลลัพธ์ จัดการ และปรับปรุงจากคำติชมได้ การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าในอีก 2 ปีข้างหน้า หนึ่งในสามขององค์กรขนาดใหญ่จะใช้การตัดสินใจอัจฉริยะเป็นโครงสร้างในการตัดสินใจเพื่อเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน

แอปพลิเคชั่นแบบประกอบแยกส่วน (Composable Applications)

ในบริบทของทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ความต้องการในการปรับตัวทางธุรกิจจะนำองค์กรไปสู่สถาปัตยกรรมเทคโนโลยีที่สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการพัฒนาแอปพลิเคชันที่เน้นความรวดเร็ว ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ซึ่งสถาปัตยกรรมแอปพลิเคชั่นแบบประกอบแยกส่วน (หรือ Composable application architecture) ได้ช่วยเสริมความสามารถให้กับการปรับตัวดังกล่าว และธุรกิจที่ใช้ปรับใช้แนวทางดังกล่าวจะนำหน้าคู่แข่งถึง 80% ในด้านความเร็วของการนำเสนอฟีเจอร์ใหม่ ๆ แก่ผู้บริโภค

“ตลอดช่วงการระบาดที่สร้างความปั่นป่วน หลักการทางธุรกิจที่ยืดหยุ่นจะช่วยให้องค์กรสามารถรับมือต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วได้ ซึ่งจำเป็นต่อความยืดหยุ่นและการเติบโตของธุรกิจ หากไม่มีสิ่งนี้ องค์กรสมัยใหม่เสี่ยงที่จะสูญเสียโมเมนตัมของตลาดและความภักดีของลูกค้าไป” กรูมบริดจ์ กล่าว

เครื่องมืออัตโนมัติแบบยิ่งยวด [Hyperautomation]

Hyperautomation ช่วยเร่งเครื่องให้ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็วและยืดหยุ่นด้วยความสามารถในการแปลผลลัพธ์ เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบอย่างรวดเร็ว และทำให้กระบวนการต่าง ๆ เป็นไปโดยอัตโนมัติให้ได้มากที่สุด

“งานวิจัยของการ์ทเนอร์ชี้ให้เห็นว่าทีม Hyperautomation ที่มีประสิทธิภาพสูงให้ความสำคัญกับสามประเด็นหลัก: ได้แก่ 1.การปรับปรุงคุณภาพงาน 2.การเร่งกระบวนการทางธุรกิจ และ 3.การเพิ่มความคล่องตัวในการตัดสินใจ ขณะเดียวกัน ยังพบว่ามีนักเทคโนโลยีทางธุรกิจสนับสนุนความคิดริเริ่มในด้านระบบอัตโนมัติโดยเฉลี่ย 4.2 โครงการ ในปีที่ผ่านมา” กรูมบริดจ์ กล่าว

เพิ่มประสิทธิภาพประมวลผลความเป็นส่วนตัว [Privacy-Enhancing Computation (PEC)]

เนื่องจากการประกาศใช้กฎหมายด้านความเป็นส่วนตัวและการปกป้องข้อมูลระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น จึงเป็นหน้าที่ของผู้บริหารที่ต้องรักษาความไว้วางใจของลูกค้าที่อาจเกิดจากความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว โดยการ์ทเนอร์คาดการณ์ว่า 60% ขององค์กรขนาดใหญ่จะใช้เทคนิคการประมวลผลข้อมูลเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวอย่างน้อยหนึ่งเทคนิคภายในปี 2568

PEC เป็นเทคนิคการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน ครอบคลุมการปกป้องตั้งแต่ระดับข้อมูลซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ การแบ่งปัน การรวบรวม และการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างปลอดภัยขณะที่ยังคงปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความเป็นส่วนตัว ปัจจุบันมีการปรับใช้เทคนิคดังกล่าวแล้วในหลายองค์กรจากอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันไป เช่นเดียวกับโครงสร้างพื้นฐานพับบลิกคลาวด์ (อาทิ สภาพแวดล้อมการดำเนินการที่เชื่อถือได้)

ตาข่ายความปลอดภัยไซเบอร์ [Cybersecurity Mesh]

กรูมบริดจ์ กล่าวว่า “ในปีนี้นอกจากปริมาณดาต้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดาต้ายังเป็นเทรนด์ที่ถูกพูดถึงกันตลอดทั้งปี แต่ดาต้าจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อองค์กรต่าง ๆ สามารถนำข้อมูลไปใช้งานได้อย่างถูกต้องและแม่นยำเท่านั้น วันนี้สินทรัพย์และผู้ใช้กระจายตัวอยู่ทุกหนแห่ง หมายความว่าเราไม่สามารถใช้การรักษาความปลอดภัยในรูปแบบเดิม ๆ ได้อีกต่อไป จึงต้องอาศัยสถาปัตยกรรมที่ป้องกันและจัดการภัยคุกคามทางไซเบอร์ในรูปแบบตาข่ายหรือ Cybersecurity Mesh Architecture (CSMA)”

CSMA ช่วยเตรียมโครงสร้างและแนวทางการรักษาความปลอดภัยแบบบูรณาการเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับทรัพย์สินทั้งหมด โดยไม่คำนึงถึงแหล่งของสินทรัพย์ ภายในปี 2567 องค์กรต่าง ๆ ที่นำ CSMA มาใช้บูรณาการเครื่องมือและระบบรักษาความปลอดภัยต่าง ๆ เพื่อให้สามารถทำงานเป็นระบบนิเวศแบบมีส่วนร่วมจะช่วยลดผลกระทบทางการเงินจากเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยส่วนบุคคลได้เฉลี่ยถึง 90%

ปัญญาประดิษฐ์ทางวิศวกรรม [AI Engineering]

ผู้นำด้านไอทีติดปัญหาในการผสานรวมระบบ AI เข้ากับแอปพลิเคชัน ทำให้เสียเวลาและเงินไปกับโครงการ AI ที่ไม่เคยนำไปสู่การผลิต หรือการพยายามรักษาคุณภาพของโซลูชัน AI เมื่อเปิดตัว ซึ่ง AI Engineering เป็นแนวทางแบบบูรณาการสำหรับการดำเนินงานโมเดล AI ในรูปแบบต่าง ๆ

กรูมบริดจ์ กล่าวว่า “สำหรับทีมฟิวชั่นที่ทำงานด้าน AI ตัวสร้างความต่างที่แท้จริงสำหรับองค์กรพวกเขาก็คือความสามารถในการเพิ่มมูลค่าได้อย่างต่อเนื่องผ่านการเปลี่ยนแปลงของระบบ AI อย่างรวดเร็ว ภายในปี 2568 จะพบว่า 10% ขององค์กรที่สร้างแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดด้านวิศวกรรม AI จะสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างน้อยสามเท่าจากความพยายามปรับใช้ AI หรือมากกว่า 90% ขององค์กรที่ไม่ได้ทำ”

ประสบการณ์เต็มรูปแบบ [Total Experience (TX)]

TX เป็นกลยุทธ์ธุรกิจที่ผสมผสานประสบการณ์ลูกค้า (CX) ประสบการณ์พนักงาน (EX) ประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) และประสบการณ์หลากหลาย (Multiexperience – MX) เข้าด้วยกัน เป้าหมายของกลยุทธ์ TX คือการสร้างความมั่นใจ ความพึงพอใจ ความภักดี และการสนับสนุนมากขึ้นจากลูกค้าและพนักงานที่พึงพอใจกับประสบการณ์ที่ได้รับการยกระดับ ขณะเดียวกันองค์กรต่าง ๆ สามารถเพิ่มรายได้และสร้างผลกำไรจากการบรรลุประสิทธิผลทางธุรกิจของ TX ที่ปรับตัวและยืดหยุ่น

แนวโน้มเทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์ชั้นนำของปีนี้ได้มุ่งเน้นไปที่แนวโน้มที่จะผลักดันให้เกิดการหยุดชะงักหรือโอกาสการเติบโตในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ลูกค้าของการ์ทเนอร์สามารถอ่านรายงานเพิ่มเติมได้ใน “แนวโน้มเทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์ประจำปี 2565” พร้อมเรียนรู้เกี่ยวกับข้อมูลด้านเทคโนโลยีของปีนี้ในเชิงลึกได้ที่ Gartner e-book

เกี่ยวกับการ์ทเนอร์ 

บริษัท การ์ทเนอร์ (Gartner, Inc.) (NYSE: IT) คือบริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำของโลก มอบข้อมูลเชิงลึก คำแนะนำ และเครื่องมือต่าง ๆ แก่ผู้บริหารองค์กรธุรกิจ เพื่อรองรับการดำเนินภารกิจสำคัญที่มีอยู่ในปัจจุบันและสร้างองค์กรให้ประสบความสำเร็จในอนาคต ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางของการ์ทเนอร์ในการช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจอย่างถูกต้องเพื่อขับเคลื่อนอนาคตของธุรกิจได้ที่ gartner.com


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ทรูมันนี่เปิดแคมเปญ “ชีวิตสนุกแน่ แค่ลดหย่อนภาษี” รับโค้งสุดท้ายของปี

23 พฤศจิกายน 2564 – ทรูมันนี่ ผู้นำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนท์ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จับมือพันธมิตร เปิดแคมเปญ “ชีวิตสนุกแน่ แค่ลดหย่อนภาษี” (Tax Refund to Me Fun) ชวนลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีรับโค้งสุดท้ายปี 64 แบบ Cashless ผ่านแอปพลิเคชั่น TrueMoney Wallet อาทิ บริการลงทุนกองทุนรวมทั้ง SSF หรือ RMF และแผนประกันรูปแบบต่าง ๆ พร้อมฟีเจอร์ช่วยคำนวณวางแผนลดหย่อนภาษี รวมถึงแนะนำการเลือกซื้อประกันฯ/กองทุนรวมที่เหมาะสมและคุ้มค่ากับเงินในกระเป๋า ตบท้ายด้วยการมอบโปรคุ้มเพื่อให้มีเงินเหลือไปใช้ชีวิตสนุกสุด FUN ต้อนรับมาตรการคลายล็อกเปิดประเทศ

เพียงเข้าไปที่แอปฯ TrueMoney Wallet และไปที่แถบเมนู “บริการทางการเงิน” และเลือกไอคอน “ลดหย่อนภาษี” ก็สามารถเข้าถึงระบบคำนวณและวางแผนลดหย่อนภาษีได้ง่ายๆ พร้อมเลือกบริการที่จะช่วยคุณลดหย่อนภาษีแบบครบจบในที่เดียว 2 กลุ่มบริการที่จะมอบชีวิตสนุกสุด FUN ให้คุณ 5 สไตล์ ดังนี้

1.กองทุนรวม SSF หรือ RMF

ทรูมันนี่ จับมือ บลน. แอสเซนด์ เวลธ์ เปิดโอกาสให้คุณลงทุนในกองทุนรวม SFF หรือ RMF สำหรับลงทุนและลดหย่อนภาษีง่าย ๆ แถมไม่ต้องควักเงินในกระเป๋าออกมาใช้ก่อน เพราะสามารถจ่ายด้วยบัตร Mastercard ของทุกธนาคาร ผ่าน TrueMoney Wallet  เมื่อซื้อหน่วยลงทุน SSF หรือ RMF ของ บลจ. ยูโอบี, บลจ. พรินซิเพิล และ บลจ. เอ็มเอฟซี และชำระตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป

1.1 FUN แบบได้เงินก้อน กับกองทุนเพื่อการออม (Super Saving Fund หรือ SSF) ที่ไม่ต้องซื้อทุกปี แต่ถืออย่างน้อย 10 ปี ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 200,000 บาท

1.2 FUN หลังเกษียณ กับกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund หรือ RMF) ที่มีให้ซื้อต่อเนื่อง ถือยาว ๆ ถึงอายุ 55 ปี นำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 500,000 บาท

พิเศษ! ชำระเพื่อซื้อกองทุน SFF หรือ RMF ตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไปกับ บลน. แอสเซนด์ เวลธ์ ผ่านแอปฯ TrueMoney Wallet ตั้งแต่วันนี้ – 30 ธ.ค. ศกนี้ รับหน่วยลงทุนหรือเงินคืนมูลค่า 0.2%* ของเงินลงทุน

2. ประกันฯ ที่ให้ทั้งความคุ้มครองและผลตอบแทนในอนาคต

ทรูมันนี่ วอลเล็ท จับมือพันธมิตรนำเสนอแผนประกันที่ให้ทั้งความคุ้มครองชีวิตสุด FUN และช่วยลดหย่อนภาษี พร้อมจัดเต็มโปรโมชั่นต่าง ๆ ดังนี้

2.1 FUN แบบชัวร์ไม่กลัวมะเร็ง : ประกันมะเร็งแบบ เจอ จ่าย จบ จาก MSIG เบี้ยเริ่มต้นเพียง 625 บาท/ปี จะช่วยให้การใช้ชีวิตนิวนอร์มัลได้อย่างเต็มที่ ค่าเบี้ยคงที่ตลอดชีพ ให้คุณใช้ชีวิตได้เต็มที่ พิเศษ! รับ E-Voucher จาก Starbuck สูงสุด 300 บาท เมื่อชำระเบี้ยเพื่อซื้อแผนประกันมูลค่ามากกว่า 10,000 บาท ขึ้นไป

2.2 FUN แบบไม่เป็นภาระในปีถัดไป : ประกันสะสมทรัพย์จากเมืองไทยประกันภัย จ่ายครั้งเดียวในปีแรก คุ้มครองนาน 11 ปี ลดหย่อนภาษีสูงสุด 100,000 บาท สำหรับใครที่ไม่ต้องการความยุ่งยากและไม่ต้องการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายรายปี ในปีถัด ๆ ไปจะได้จัดสรรเงินไปใช้ชีวิตสุด FUN ได้ พิเศษ! ชำระเพื่อซื้อแผนประกันสะสมทรัพย์จากเมืองไทยประกันภัยผ่าน TrueMoney Wallet วันนี้ รับเงินคืนสูงสุดถึง 1,000 บาท*

2.3 FUN ได้เต็มที่เมื่อมีประกันสุขภาพ : ประกันสุขภาพ Top-up สำหรับพนักงานบริษัทเติมเต็มสุขภาพดีไม่กลัวโรคภัยจาก Generali คุ้มครองครบ OPD & IPD ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด อีก 25,000 บาท เพิ่มความคุ้มครองในการรักษาพยาบาลและเหตุฉุกเฉินตามจริง เบี้ยประหยัดถึง 13.4%* เมื่อมีประกันกลุ่ม ท่ามกลางภาวะโรคระบาดมีไว้อุ่นใจกว่า พิเศษ! ชำระเพื่อซื้อประกันสุขภาพ Top-Up จากเจนเนอราลี่ (Generali) ผ่านแอปฯ TrueMoney Wallet รับเงินคืนสูงสุดถึง 900 บาท*

คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.truemoney.com/taxsaving/

หมายเหตุ*

เงื่อนไขการรับสิทธิประโยชน์เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

  • เงื่อนไขการใช้บัตรเครดิตจะเป็นไปตามที่บริษัทฯ และบริษัทบัตรเครดิตกำหนด

 

เกี่ยวกับ TrueMoney (ทรูมันนี่)

TrueMoney คือผู้นำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนท์ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มุ่งเน้นให้บริการทางการเงินแก่ผู้คนซึ่งรวมไปถึงผู้ที่เข้าไม่ถึงบริการของสถาบันทางการเงิน โดยให้บริการใน 6 ประเทศในภูมิภาคได้แก่ ประเทศไทย กัมพูชา เมียนมาร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย

TrueMoney ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2556 และเข้าเป็นธุรกิจหนึ่งของบริษัท Ascend Money ในปี พ.ศ. 2557 และเป็นพันธมิตรกับบริษัท Ant Financial Services Group ใน พ.ศ. 2559 ปัจจุบัน ทรูมันนี่ ให้บริการด้านการเงินที่หลากหลายผ่าน TrueMoney Wallet แอปพลิเคชั่นอีวอลเล็ทที่ได้รับความนิยมสูงสุดที่ช่วยอำนวยความสะดวกและทำให้การใช้จ่ายเป็นเรื่องง่าย อีกทั้งตอบโจทย์กับทุกไลฟ์สไตล์ นอกจากนี้ ทรูมันนี่ ยังมีเครือข่ายตัวแทนที่ครอบคลุมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงการบริการรับชำระเงินแบบออฟไลน์ทั้งหมดนี้เพื่อมอบความสะดวกสบายในการทำธุรกรรมทางการเงินให้กับหลายล้านคนเพื่อก้าวล้ำไปสู่ชีวิตที่ดียิ่งขึ้น


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ZTE จัดการประชุมออนไลน์ 5G Summit 2021 ปูทางสร้างสู่ระบบนิเวศดิจิทัล

ZTE Corporation ผู้ให้บริการด้านอุปกรณ์โทรคมนาคมระดับโลก สำหรับผู้บริโภค องค์กรธุรกิจ และภาครัฐ จัดประชุม 5G Summit 2021 ผ่าน live streaming เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมทางเทคโนโลยีของ ZTE โดยมีกลุ่ม พันธมิตรธุรกิจในอุตสาหกรรม อาทิ เช่น GSMA, Omdia, CCS Insight, China Mobile, Hutchison Drei Austria และ China Telecom ร่วมแชร์ประสบการณ์และความสำเร็จ ภายใต้หัวข้อ “Digital Road to Ecosystem” มุ่งปูทางสร้างบบนิเวศ 5G ในอนาคต

นายสี่ จื้อหยาง ประธานกรรมการบริหาร ZTE Corporation กล่าวว่า ” ZTE ดำเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มายาวนานกว่า 36 ปี โดยสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีแบบ end-to-end อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเสนอโซลูชั่นในด้านต่าง ๆ อาทิ Radio Access, wired access, core networks, all-optical bearer networks, IP Data Networks, Computing Infrastructure, Energy, Cloud service Components, Digital Applications และ Terminals ซึ่งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการได้วางรากฐาน สู่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในสังคมและอุตสาหกรรม  ทั้งนี้ เชื่อว่า เทคโนโลยีดิจิทัล จะส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมใหม่ให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

นายจอห์น ฮอฟฟ์แมน ประธานกรรมการบริหาร GSMA กล่าวว่า “เทคโนโลยี 5G กับการทำงานร่วมกับ AI, IoT และ Big Data ได้นำยุคของการเชื่อมต่ออัจฉริยะมาสู่สังคม โดยส่งผลให้เกิดการแปลงด้านดิจิทัลในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม เชื่อว่าในทศวรรษหน้า จะเกิดเทคโนโลยีมือถือใหม่ๆ ซึ่งเป็น Technology Unicorns จากคลื่น 5G ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

นายฌอน คอลลินส์ ประธานกรรมการบริหาร CCS Insight กล่าวว่า “เทคโนโลยี 5G  คือเทคโนโลยีพื้นฐาน ที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้ทุกกลุ่มอุตสาหกรรมประสบความสำเร็จ โดยเชื่อว่า 5G จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญของ กลุ่มผู้ให้บริการ,ไฮเปอร์สเกลเลอร์, ผู้ให้บริการอุปกรณ์, ผู้วางระบบ ตลอดจนนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ซึ่งจะกลายเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ เมื่อ 5G ได้รับพัฒนาให้เติบโตมากยิ่งขึ้น  การร่วมมือกับพันธมิตรและผู้นำในอุตสาหกรรม จะได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G ในเชิงการค้าและพาณิชย์อย่างเต็มที่

ในการประชุม 5G Summit 2021 ผ่าน live streaming  นั้น ZTE ยังได้แสดงศักยภาพของเทคโนโลยี 5G ผ่านการเยี่ยมชมจากระยะไกลร่วมกับพันธมิตรและผู้ให้บริการ โดย Hutchison Drei Austria, ZTE ได้เปิดตัวเครือข่าย 1st Pilot 5G SA เพื่อรองรับความสามารถ 5G-SA อย่างเต็มรูปแบบ และยังได้ไปเยือน L’Aquila ในประเทศอิตาลี  ทั้งนี้ ZTE ได้ทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษา สร้างโซลูชันการตรวจสอบสุขภาพของโครงสร้างอาคาร เพื่อความปลอดภัยของชาว L’Aquila  รวมถึง ระบบเฝ้าสังเกตคลื่นกระแทกจากแผ่นดินไหว นอกจากนี้ ZTE ยังจัดแสดงการใช้เทคโนโลยี 5G ขั้นสูงในแอปพลิเคชันทางการแพทย์ อีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เชี่ยวชาญของ ZTE ยังแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ Radio Composer โดยเน้นย้ำถึงวิธีการปฏิวัติการจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพทรัพยากรวิทยุ ด้วยการเปลี่ยนจากระบบเดิม สู่ระบบที่มีความเหมาะสมที่สุด โดยใช้ประโยชน์จากการเรียนรู้จากเครื่องสำรวจพฤติกรรมของผู้ใช้ รวมไปถึงการรับส่งข้อมูลในเครือข่าย เพื่อเลือกผสมผสานทรัพยากรสเปกตรัมที่มีอยู่อย่างเหมาะสม ระหว่างเทคโนโลยี 5G อัจฉริยะ BBU กับ AI ที่ทำให้ BBU มีขนาดย่อม ด้วยความจุและความสามารถในการประมวลผลแบบบูรณาการสูงสุด นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นคือ Slicestore และ 5G SA แนวปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับ 5G เชิงพาณิชย์ทำให้รูปแบบธุรกิจ 5G ใหม่ของ 2B & 2C

อย่างไรก็ตาม ZTE  มุ่งมั่นและมีแรงบันดาลใจที่จะเชื่อมโยง “บุคคล ครอบครัว องค์กร และสังคม” โดยพยายามนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และ พร้อมจะก้าวไปข้างหน้าบนวิสัยทัศน์และพันธกิจหลัก  คือ ” เพื่อให้ บุคคล ครอบครัว องค์กร และสังคม สามารถเชื่อมต่อโลกด้วยนวัตกรรม เพื่ออนาคตที่ดีกว่า และสามารถเชื่อมต่อกันได้ทุกที่..ทุกเวลา  ด้วยความไว้วางใจสูดสุด ทั้งนี้ การประชุม 5G Summit 2021 ได้รวบรวมประสบการณ์ขององค์กรธุรกิจระดับชั้นนำของโลก ได้เข้ามาร่วมประชุม และนำเสนอตัวอย่างการใช้งานที่ประสบความสำเร็จในเชิงกลยุทธ์ ที่กลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นระบบนิเวศ 5G ที่สมบูรณ์แบบในปัจจุบัน


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

AvatarOn A จากชไนเดอร์ อิเล็คทริค คว้ารางวัลแบรนด์ยอดเยี่ยมแห่งปี

ผลิตภัณฑ์ AvatarOn A จากชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย คว้ารางวัลแบรนด์ยอดเยี่ยมแห่งปี ในสาขา Best Home Solution Influencer Campaign จากงาน Thailand Influencer Awards 2021 ที่จัดขึ้นโดยบริษัท เทลสกอร์ จำกัด (Tellscore) โดยการจับมือกับ Influencer ในการพลิกโฉมวงการสวิตช์ไฟ สำหรับบ้าน และที่พักอาศัยยุคใหม่ ด้วยสวิตช์ เต้ารับ AvatarOn A ที่ไร้กรอบ ตอบโจทย์ทุกดีไซน์ อย่างแท้จริง ด้วยนวัตกรรมของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่ออกแบบให้ AvatarOn A กลายเป็นสวิตช์ไฟ ที่ให้ผู้บริโภคมีอิสระในการดีไซน์สไตล์การใช้งานเองได้ในแบบฉบับของตน ทำให้กวาดกระแสความนิยมในโลกโซเชี่ยลไปได้อย่างท่วมท้น

นายกุศล กุศลส่ง รองประธานกลุ่มธุรกิจ Home and Distributions ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย  กล่าวว่า รางวัลแบรนด์ยอดเยี่ยมแห่งปี ในสาขา Best Home Solution Influencer Campaign นับเป็นความภาคภูมิใจของเราในการนำเสนอนวัตกรรมที่ฉีกกรอบสวิตช์ไฟและเต้ารับแบบเดิมๆ แต่สิ่งที่เราภูมิใจยิ่งกว่าการได้รับรางวัลนี้คือ การทำให้ผู้บริโภคสามารถมีทางเลือกในการออกแบบสวิตช์ไฟ และเต้ารับ ได้ด้วยตัวเอง ตามสไตล์ที่ตัวเองชื่นชอบ ด้วยความง่ายแบบ plug and play ในราคาที่จับต้องได้ หาซื้อง่ายได้ตามร้านไฟฟ้าทั่วประเทศและช่องทางออนไลน์ทั้ง Shopee และ Lazada ซึ่งมีการจัดแคมเปญและโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในแบบของตนอีกเช่นกัน

เกี่ยวกับชไนเดอร์ อิเล็คทริค

เป้าหมายของชไนเดอร์ อิเล็คทริค คือการช่วยให้ทุกคนใช้พลังงานและทรัพยากรได้เกิดประโยชน์สูงสุด เชื่อมโยงความก้าวหน้าและความยั่งยืนเพื่อประโยชน์ของทุกคน เราเรียกสิ่งนี้ว่า Life Is On

ภารกิจของเราคือการเป็นพันธมิตรด้านดิจิทัลกับคุณ เพื่อสร้างประสิทธิภาพและความยั่งยืน

เราขับเคลื่อนการปฏิรูปสู่ดิจิทัล ด้วยการผสานรวมเทคโนโลยีชั้นนำของโลกด้านพลังงานและกระบวนการจัดการ เข้ากับผลิตภัณฑ์ตั้งแต่จุดเชื่อมต่อปลายทางไปยังคลาวด์ ระบบควบคุม รวมถึงซอฟต์แวร์และการบริการครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตการทำงานทั้งหมด เพื่อสร้างศักยภาพในการบริหารจัดการองค์กรแบบบูรณาการ ทั้งสำหรับบ้าน อาคาร ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรม

เราคือบริษัทระดับโลกที่มีการดำเนินงานในระดับท้องถิ่นมากที่สุด เราสนับสนุนมาตรฐานระบบเปิดและระบบนิเวศของคู่ค้าที่มีความมุ่งมั่นแรงกล้าในการทำตามวัตถุประสงค์อย่างมีเป้าหมายร่วมกัน และคุณค่าในการรวมกันเป็นหนึ่งเดียวพร้อมขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกัน


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

พิธีประกาศผลการตัดสินและมอบรางวัล โครงการประกวดแผนการตลาด “J-MAT Award ครั้งที่ 30”

พิธีประกาศผลการตัดสินและมอบรางวัล โครงการประกวดแผนการตลาด “J-MAT Award ครั้งที่ 30” ชิงโล่พระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท บิ๊กสตาร์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรองเท้าแบรนด์แกมโบล (GAMBOL) จัดพิธีประกาศผลการตัดสินและมอบรางวัล โครงการประกวดแผนการตลาด “J-MAT Award ครั้งที่ 30” ชิงโล่พระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเกียรติบัตร และทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท ภายใต้หัวข้อ “เดิน…เฟี้ยว ไอเดีย…ฟ้าว” เพื่อเป็นเวทีสร้างโอกาสและประสบการณ์ ให้นิสิตนักศึกษาได้วางแผนการตลาดแบบครบวงจรทั้งมุมมองด้านกลยุทธ์และความคิดสร้างสรรค์

16 พฤศจิกายน 2564 – กรุงเทพฯ: อนุวัตร เฉลิมไชย นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย และ นิติ กิจกำจาย ผู้บริหาร บริษัท บิ๊กสตาร์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรองเท้าแบรนด์แกมโบล (GAMBOL) ร่วมจัดงานประกาศผลการตัดสิน และมอบรางวัลโครงการประกวดแผนการตลาด “J-MAT Award ครั้งที่ 30” ชิงโล่พระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ห้องออดิทอเรียม ศูนย์ประชุม ซี อาเซียน ชั้น 10 อาคารซีดับเบิ้ลยูทาวเวอร์ ถนน รัชดาภิเษก โดยมีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงาน คือ ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย อุปนายกฝ่ายกิจกรรมและประชาสัมพันธ์ สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ม.ร.ว. สุทธิภาณี ยุคล ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย และ ศักดิ์ดา โตรื่น ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท บิ๊กสตาร์ จำกัด

โดยมีรายชื่อทีมที่ได้รับรางวัลดังต่อไปนี้

รางวัลชนะเลิศ ได้รับโล่พระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเกียรติบัตร และทุนการศึกษา 130,000 บาท ได้แก่ ทีม ขอแตะหน่อย จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับเกียรติบัตรพร้อมทุนการศึกษา 70,000 บาท ได้แก่ ทีม Gambol Goal Around จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับเกียรติบัตรพร้อมทุนการศึกษา 55,000 บาท ได้แก่ ทีม GOALBAAM จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รางวัลชมเชย 4 รางวัล ได้รับเกียรติบัตร พร้อมทุนการศึกษา 40,000 บาท ได้แก่
• ทีม อย่างสีเหลือง จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
• ทีม เบื่อแล้วหวานเย็น อยากเป็นหวานใจ จาก มหาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
• ทีม ก้าวแรกไม่เป็นไร ก้าวต่อไปทาเคชิ จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
• ทีม ใส่แกมโบล โก้จริงๆ จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รางวัล The Best Idea ได้รับทุนการศึกษา 30,000 บาท ได้แก่ ทีม อย่างสีเหลือง จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รางวัล Creative Award ได้รับทุนการศึกษา 10,000 บาท ได้แก่ ทีม ขอแตะหน่อย จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
รางวัล The Best Support ได้รับทุนการศึกษา 30,000 บาท ได้แก่ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
รางวัลสำหรับอาจารย์ที่ปรึกษาทีมชนะเลิศ 20,000 บาท ได้แก่ อาจารย์ พรรณวดี ประยงค์ จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ติดตามรายละเอียดข่าวสารและสอบถามโครงการได้ที่:
– www.marketingthai.or.th
– Facebook: J-MAT หรือคลิกลิงก์ https://www.facebook.com/SMARTJMAT/
– Instagram: jmat_official หรือคลิกลิงก์ https://www.instagram.com/jmat_official/
– Line : @dsk4040u (มี@นำหน้า) หรือคลิกลิงก์ https://bit.ly/3qQObhH


 

Exit mobile version