Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

อเมริกันสแตนดาร์ดเปิดตัวชุดฝักบัว GENIE Black Edition

พร้อมชวนผู้บริโภคส่งมอบสิ่งดี กับชุดโปรโมชั่น Black x 3 สร้างแรงบันดาลใจใหม่ในห้องน้ำ ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขนี้

กรุงเทพฯ – 3 ธันวาคม 2564 – ลิกซิลเป็นผู้บุกเบิกด้านผลิตภัณฑ์เพื่อที่อยู่อาศัยและสุขภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาความท้าทายต่าง ๆ ที่ผู้ใช้งานได้ประสบในชีวิตประจำวัน โดยมุ่งเน้นที่จะเนรมิตบ้านที่ดีกว่าเดิมให้แก่ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก อเมริกันสแตนดาร์ด หนึ่งในแบรนด์ชั้นนำระดับโลกของ     ลิกซิล ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและผู้บริโภค ด้วยการนำเสนอสไตล์ คุณภาพ และความน่าเชื่อถืออย่างต่อเนื่องผ่านโซลูชันผลิตภัณฑ์ที่อัดแน่นด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ

ออดรีย์ โหย่ว ลีดเดอร์ บริษัท ลิกซิล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีการใช้น้ำเอเชียแปซิฟิก (LWT APAC) กล่าวว่า เรามีความยินดีที่ได้เปิดตัวชุดฝักบัว GENIE รุ่น Black Edition ในตลาดประเทศไทย โดยยึดมั่นในคุณค่าหลักของแบรนด์ นั่นคือ การยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภคด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยนวัตกรรม เนื่องจากเป็นช่วงใกล้ถึงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ผู้บริโภคจะได้ส่งมอบคำอวยพรและความห่วงใยแก่คนที่รักผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่นี้และมั่นใจได้ว่าผู้รับจะได้สัมผัสกับประสบการณ์การอาบน้ำที่ทั้งสะดวก สบาย และสะอาด ครบในหนึ่งเดียว

ประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญของอเมริกันสแตนดาร์ดซึ่งเป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญอย่างมากในเรื่องสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าและมีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี มีความรับผิดชอบ และงดงาม ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ผสมผสานกับเทคโนโลยีขั้นสูง แบรนด์         อเมริกันสแตนดาร์ดมุ่งมั่นที่จะนำเสนอโซลูชันเชิงนวัตกรรมเพื่อสร้างประสบการณ์การอาบน้ำและชำระล้างที่สะอาด ถูกสุขอนามัย และเป็นมิตรกับผู้ใช้

ด้วยเหตุนี้ อเมริกันสแตนดาร์ด ประเทศไทย จึงได้เปิดตัวชุดฝักบัว GENIE รุ่น Black Edition เข้ามาเสริมกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เพื่อมอบประสบการณ์อันน่าประทับใจให้แก่ผู้บริโภค ชุดฝักบัว GENIE ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันและตอบโจทย์การใช้งาน ช่วยให้ผู้ใช้มองเห็นสายน้ำสะอาดอย่างชัดเจนผ่านหน้าฝักบัวแบบโปร่งแสง ทั้งยังมาพร้อมฝาหลังที่ถอดออกได้ ช่วยให้การทำความสะอาดขจัดคราบตะกรันหรือสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ด้านในเป็นเรื่องที่สะดวก ง่ายดาย รวมทั้งยังมีสุดยอดนวัตกรรม GENIE พร้อมระบบ Petal Pressure ที่ส่งมอบสายน้ำ ให้สัมผัสที่นุ่มนวลและอ่อนโยนต่อผิวแม้กระทั่งผิวบอบบางของเด็ก ยิ่งไปกว่านั้น ช่องจ่ายน้ำภายในทรงเรียวของ GENIE ยังช่วยประหยัดน้ำในช่วงเวลาความรื่นรมย์ขณะอาบน้ำของคุณ 

ใกล้เทศกาลส่งมอบความสุขแล้ว อเมริกันสแตนดาร์ด ประเทศไทย ขอเสนอโปรโมชั่นพิเศษสุด ชุด Black x 3 สำหรับเทศกาลคริสต์มาสนี้ โดยผู้บริโภคสามารถชอปชุด Black x 3 อันได้แก่ ชุดฝักบัว GENIE Black Edition กับก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าและวาล์วฝักบัวรุ่น EasyFLO สีดำ ในราคาพิเศษสุดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจใหม่ในห้องน้ำในช่วงเทศกาลคริสต์มาสนี้ ซึ่งจะช่วยยกระดับประสบการณ์ที่ได้รับจากแบรนด์และผลิตภัณฑ์โดยรวมขึ้นไปอีกระดับ ชุดโปรโมชั่น Black x 3 นี้มีวางจำหน่ายแล้วตามร้านตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์อเมริกันสแตนดาร์ดทั่วประเทศ

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : American Standard Thailand หรือโทร. 02-901-4455

เกี่ยวกับอเมริกันสแตนดาร์ด

อเมริกันสแตนดาร์ดช่วยให้การใช้ชีวิตทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน และในชุมชน เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดีขึ้น ปลอดภัยขึ้น และงดงามมากยิ่งขึ้น เป็นเวลากว่า 140 ปีแล้วที่แบรนด์อเมริกันสแตนดาร์ดได้คิดค้นและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยยกระดับการใช้ชีวิตประจำวันในห้องน้ำและห้องครัวให้กับลูกค้าบ้าน รวมทั้งคู่ค้าพันธมิตรทางธุรกิจ จึงไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมายที่นวัตกรรมผลิตภัณฑ์และการออกแบบของอเมริกันสแตนดาร์ดสามารถคว้ารางวัลต่าง ๆ ได้ถึง 83 รางวัลในช่วงห้าปีที่ผ่านมา อเมริกันสแตนดาร์ดเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัท ลิกซิล (LIXIL) ผู้นำระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อที่อยู่อาศัยและวัสดุก่อสร้าง อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.americanstandard.co.th หรือติดตามข่าวสารบน Facebook, Twitter, Instagram, Youtube, Pinterest 

เกี่ยวกับลิกซิล

ลิกซิลเป็นผู้บุกเบิกด้านผลิตภัณฑ์เพื่อที่อยู่อาศัยและสุขภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาความท้าทายต่าง ๆ ที่ผู้ใช้งานได้ประสบในชีวิตประจำวัน โดยมุ่งเน้นที่จะเนรมิตบ้านที่ดีกว่าเดิมให้แก่ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก ด้วยการยึดมั่นในนวัตกรรมที่มีถิ่นกำเนิดจากญี่ปุ่น เราได้สร้างสรรค์เทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก และรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง ซึ่งจะมาทำให้บ้านเป็นสถานที่ที่น่าอยู่มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม สิ่งที่ลิกซิลไม่เหมือนใครคือแนวทางที่ทางบริษัทใช้ในการดำเนินงาน    ต่าง ๆ เราทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผ่านการออกแบบที่คำนึงถึงผู้ใช้งาน จิตวิญญาณของผู้ประกอบการ ความทุ่มเทที่จะทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ และการเติบโตทางธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ แนวทางเหล่านี้ได้พิสูจน์ให้เห็นผ่าน    แบรนด์ชั้นนำในอุตสาหกรรมอันได้แก่ อิแน็กซ์ โกรเฮ่ อเมริกันสแตนดาร์ด และทอสเท็ม โดยพนักงานราว 55,000 คน ในกว่า 150 ประเทศทั่วโลกของเรานั้นมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีผู้ใช้งานมากกว่าหนึ่งพันล้านคนทั่วโลกในแต่ละวัน ลิกซิล กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (TSE Code คือ 5938) เป็นบริษัทโฮลดิ้งที่จดทะเบียนในนามกลุ่มธุรกิจของลิกซิล                          

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.lixil.com 


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

“เพชรวายุภักษ์ ครั้งที่ 8” ผสานเทคโนโลยีและพลังทางความคิด สู่ยุคใหม่แห่งนวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและประเทศ

กระทรวงการคลังมุ่งมั่นเดินหน้าจัดโครงการประกวดรางวัลเพชรวายุภักษ์ ครั้งที่ 8 ประจำปี 2564” โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้บุคลากรและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง ได้แสดงออกด้านความคิดสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรมและต่อยอดแนวความคิดเพื่อพัฒนาองค์กรให้ทันสมัย โดยมุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมในบริบทของกระทรวงการคลัง ให้สอดคล้องเท่าทันความเปลี่ยนแปลงนำไปสู่เป้าหมายเพื่อปรับเปลี่ยนเข้าสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลได้อย่างเต็มรูปแบบ ตามนโยบายของรัฐบาลได้อย่างเป็นรูปธรรม และตอบสนองความต้องการและสร้างความพึงพอใจให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการประกวดรางวัลเพชรวายุภักษ์ ครั้งที่ 8 ประจำปี 2564”  มีผลงานที่ส่งเข้าประกวด จำนวนทั้งสิ้น 68 ผลงาน โดยแบ่งประเภทผลงาน ดังนี้ 

1. ประเภทหน่วยงานระดับกรมหรือเทียบเท่า จำนวน 17 ผลงาน  แบ่งออกเป็น

ผลงานนวัตกรรมผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ 6 ผลงาน
ผลงานนวัตกรรมกระบวนการทำงานใหม่ 6 ผลงาน
ผลงานการขยายผลต่อยอดนวัตกรรม 5 ผลงาน

2. ประเภทหน่วยงานระดับสำนัก กอง หรือเทียบเท่า จำนวน 15 ผลงาน แบ่งออกเป็น

ผลงานนวัตกรรม 11 ผลงาน
ผลงานการขยายผลต่อยอดนวัตกรรม 4 ผลงาน

3. ประเภทคณะบุคคล จำนวน 36 ผลงาน  แบ่งออกเป็น

แนวคิดผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ 9 ผลงาน
แนวคิดกระบวนการทำงานใหม่ 15 ผลงาน
แนวคิดนวัตกรรมเพื่ออนาคต 12 ผลงาน     

พิธีมอบรางวัลเพชรวายุภักษ์ ครั้งที่ 8 ประจำปี 2564 นี้ จัดขึ้น เมื่อวันพุธที่ 1 ธันวาคม 2564  ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 6 ตึกเพกาซัส อาคาร ทรู ดิจิทัล พาร์ค  โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี  พร้อมด้วย นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายพิพัฒน์ชัย ภัครัชตานนท์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายวารุจ ศิริวัฒน์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง พร้อมทั้งคณะผู้บริหารระดับสูงและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลังร่วมเป็นเกียรติในพิธี  

โดยปีนี้มีผลงานที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกและได้รับรางวัลเพชรวายุภักษ์ ครั้งที่ 8 ประจำปี 2564 จำนวนทั้งสิ้น 24 ผลงาน ซึ่งได้ผ่านการคัดสรรและได้รับการพิจารณาคัดเลือกจากคณะกรรมการตัดสินผู้ทรงคุณวุฒิ  โดยทุกผลงานนวัตกรรมที่ได้รับ รางวัลเพชรวายุภักษ์ ครั้งที่ 8 ประจำปี 2564 นี้ ล้วนเป็นการสร้างสรรค์การทำงานในรูปแบบใหม่ เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางความคิดที่สร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ ส่งต่อสู่การให้บริการประชาชน และสอดรับกับการวางรากฐานการพัฒนาประเทศ โดยผสานเทคโนโลยีและพลังทางความคิดในการสร้างนวัตกรรมยุคใหม่เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและประเทศอย่างยั่งยืน   

โดยผลการประกวดรางวัลเพชรวายุภักษ์ ครั้งที่ 8 ประจำปี 2564 มีดังนี้ 

1) ผลการประกวดรางวัลเพชรวายุภักษ์ ครั้งที่ 8 ประเภทหน่วยงานระดับกรมหรือเทียบเท่า 

1.1 ประเภทผลงานนวัตกรรมผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่

รางวัลชนะเลิศระดับ Diamond : การลงทุนพันธบัตรออมทรัพย์ด้วยวอลเล็ต สบม.” : สะดวก เข้าถึงง่าย ได้ความมั่งคั่ง โดย สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ

รางวัลชนะเลิศระดับ Gold : ระบบการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยว (Application Thailand VRT) ด้วยเทคโนโลยี Blockchain โดย กรมสรรพากร

รางวัลชนะเลิศระดับ Silver : ศูนย์บริหารจัดการราคาประเมินทรัพย์สินแห่งชาติ (National Property Valuation Management Center)  โดย กรมธนารักษ์

1.2 ประเภทผลงานนวัตกรรมกระบวนการทำงานใหม่

รางวัลชนะเลิศระดับ Diamond : D-Section 12 ระบบออกคำสั่งตามมาตรา 12 แห่งประมวลรัษฎากร โดยกรมสรรพากร

รางวัลชนะเลิศระดับ Gold : Procurement Single Windows (การบูรณาการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์และการเชื่อมโยงจัดซื้อจัดจ้างแบบครบวงจร) โดย กรมบัญชีกลาง

รางวัลชนะเลิศระดับ Silver : ถามได้ ตอบดี ทุกที่ ทุกเวลา กับ HR Chatbot โดย กรมศุลกากร

1.3 ประเภทผลงานการขยายผลต่อยอดนวัตกรรม

รางวัลชนะเลิศระดับ Diamond : การพัฒนาแบบจำลองการบริหารความเสี่ยงหนี้สาธารณะเพื่อใช้ในสำนักงาน (In-house Risk Model for Public Debt Management)  โดย สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ

รางวัลชนะเลิศระดับ Gold : e-GP Blockchain (การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดซื้อจัดจ้างด้วยเทคโนโลยี Blockchain) โดย กรมบัญชีกลาง

รางวัลชนะเลิศระดับ Silver : จัดเตรียมแบบภาษี (...91) ด้วยเทคโนโลยี Open API (Application Programming Interface)  โดย กรมสรรพากร

2) ผลการประกวดรางวัลเพชรวายุภักษ์ ครั้งที่ 8 ประเภทหน่วยงานระดับสำนัก กอง หรือเทียบเท่า 

2.1 ประเภทผลงานนวัตกรรม

รางวัลชนะเลิศระดับ Diamond : e-Stamp Duty  โดยกองบริหารการเสียภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ กรมสรรพากร

รางวัลชนะเลิศระดับ Gold : การพัฒนาเครื่องมือวิเคราะห์นโยบายภาครัฐ : กรณีศึกษามาตรการชิมช้อปใช้ โดย สำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

รางวัลชนะเลิศระดับ Silver : การพัฒนาระบบการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดย กองระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและราคากลาง กรมบัญชีกลาง

2.2 ประเภทผลงานการขยายผลต่อยอดนวัตกรรม

รางวัลชนะเลิศระดับ Diamond : การพัฒนาเครื่องมือการติดตามภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคด้วยวิทยาการสมัยใหม่ : ข้อมูลดาวเทียม (Satellite data) ข้อมูลภูมิสารสนเทศ (Geoinformatics) การบันทึกข้อมูลจากเว็บเพจ (Web Crawler) และดัชนีความเคลื่อนไหว (Mobility Index) โดย สำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง 

รางวัลชนะเลิศระดับ Gold : AI & Big Data for Public Procurement (การวิเคราะห์ประสิทธิภาพและความผิดปกติในการจัดซื้อจัดจ้าง)  โดย กองระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและราคากลาง กรมบัญชีกลาง

รางวัลชนะเลิศระดับ Silver : ระบบบริหารจัดการสำนักงาน Green Office  โดย สำนักงานสรรพากรภาค 3 กรมสรรพากร

3) ผลการประกวดรางวัลเพชรวายุภักษ์ ครั้งที่ 8 ประเภทคณะบุคคล

3.1 ประเภทแนวคิดผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่

รางวัลชนะเลิศระดับ Diamond : ระบบราคาอ้างอิงอัจฉริยะ AI (Artificial Intelligence – Reference Price System)   โดย

1. นางสาวสุพัตรา  ชนไธสง    นักวิชาการคลังชำนาญการ
2. นางปริตตา  สมานชื่น  นักวิชาการคลังปฏิบัติการกองระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและราคากลาง
3. นางสาวสัตตบงกช  ศรีมณี   นักวิชาการคลังปฏิบัติการกองการพัสดุภาครัฐกรมบัญชีกลาง

รางวัลชนะเลิศระดับ Gold : ระบบบัตรค่าใช้จ่ายเดินทางไปราชการอัจฉริยะ The Government Travel Card (GTC) โดย

1. นางสาวกันต์กนิษฐ์  แสงแก้ว   นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการพิเศษกองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมศุลกากร
2. นางสาวสองศักดิ์  ชูภักดี    นิติกรชำนาญการ
3. นางสาวคนางค์  เกิดจำรูญ  นักวิชาการคลังปฏิบัติการกองระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและราคากลางกรมบัญชีกลาง
4. นายอาทิตย์  สินสืบผล  เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชีสำนักงานเลขานุการกรม กรมบัญชีกลาง

รางวัลชนะเลิศระดับ Silver : My Tax Checker System ระบบจัดการหนี้ภาษีอากร โดย

1. นางอรวริศรา  ดีสุขแสง       นักวิชาการสรรพากรชำนาญการพิเศษ
2. นายพรณเรศ  นาคเมฆ       นักวิชาการสรรพากรชำนาญการพิเศษ
3. นางสาวกิตติยา  ทองเมือง    นิติกรชำนาญการพิเศษ
4. นางสุดาทิพย์  แพรศรี         นักวิชาการภาษีชำนาญการ สำนักงานสรรพากรพื้นที่กำแพงเพชร กรมสรรพากร

3.2 ประเภทแนวคิดกระบวนการทำงานใหม่

รางวัลชนะเลิศระดับ Diamond  : การยื่นขอรับเงินสวัสดิการและค่าตอบแทนภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดย

1. นางฉัตรพร  เหล่าเขตการณ์     คลังจังหวัดสุรินทร์
2. นางสาวอัจฉรา  ทองพันชั่ง     นักวิชาการคลังชำนาญการพิเศษ
3. นางพิณนรา  ประดิษฐ์ผล        นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ
4. นางกัญญาณัฐ  แก้วปลั่ง         นักวิชาการคลังปฏิบัติการ
5. นางฎิฐิรัช  ก่อแก้ว  นักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ สำนักงานคลังจังหวัดสุรินทร์ กรมบัญชีกลาง

รางวัลชนะเลิศระดับ Gold : ระบบวิเคราะห์ข้อมูลเชิงรุก เพื่อสร้างกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจ ระบบ STAR (S=Strategic, T=Trend, A=Analytic, R=Report) โดย

1. นายนรพัชร์  อัศววัลลภ   เศรษฐกรชำนาญการพิเศษ
2. นางสาวคงขวัญ  ศิลา    เศรษฐกรชำนาญการ
3. นายกวิน  เอี่ยมตระกูล    เศรษฐกรชำนาญการ
4. นางสาวกุสุมา  จารุมณี   เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน สำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
5. นางสาวสมิทธิ์ธนา  ชัยเจนกิจ    นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการพิเศษ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง

รางวัลชนะเลิศระดับ Silver : ระบบสารสนเทศเพื่อจัดทำแผนการบริหารหนี้สาธารณะ (ระบบDDPLAN) โดย

1. นางสาวปฏิมา  พักตร์ผ่อง          เศรษฐกรชำนาญการ
2. นางสาวกชกร  ธีระวงศ์สกุล      เศรษฐกรปฏิบัติการ
3. นางสาวภัครัมภา  ศรีเกตุ          เศรษฐกรปฏิบัติการ
4. นายวิทวัส  ขัดทาน                    เศรษฐกร สำนักนโยบายและแผนสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ

3.3 ประเภทแนวคิดนวัตกรรมเพื่ออนาคต

รางวัลชนะเลิศระดับ Diamond : ระบบเข้าถึงแหล่งเงินทุนกระทรวง การคลัง (MOF Funding System)  โดย

1. นางสาวปทิตตา  เลาหพิบูลรัตนา คลังจังหวัดน่าน สำนักงานคลังจังหวัดน่าน
2. นายพิศิษฐ์  แผ่วัฒนากุล          นักวิชาการคลังชำนาญการพิเศษ สำนักงานคลังจังหวัดพิจิตร
3. นางสาวเบญจมาศ  นิลเพ็ชร      นักวิชาการคลังปฏิบัติการ สำนักงานคลังจังหวัดตาก กรมบัญชีกลาง

รางวัลชนะเลิศระดับ Gold : พัฒนา Process Innovation สำหรับการค้นหาที่ดินราชพัสดุ โดย

1. นายวิรุธ  แสงสิชัยพันธ์กุล       นายช่างสำรวจอาวุโส
2. นายสมศักดิ์  แบนประเสริฐ     นายช่างสำรวจชำนาญงาน
3. นางสาวอิสราภา  เกิดทอง       นายช่างสำรวจปฏิบัติงาน
4. นายวรรณรัตน์  จำนงค์ถ้อย    นักวิชาการคอมพิวเตอร์ (ภูมิศาสตร์สารสนเทศ) กองเทคโนโลยีการสำรวจและฐานข้อมูลที่ราชพัสดุ กรมธนารักษ์

รางวัลชนะเลิศระดับ Silver : เปิดโลกผู้มีรายได้น้อยด้วย Machine Learning โดย

1. นายสัณหณัฐ  เศรษฐศักดาศิริ    เศรษฐกรชำนาญการ
2. นายอิทธิพัฒน์  ประภาประเสริฐ  เศรษฐกรปฏิบัติการ
3. นายชานน  ลิมป์ประสิทธิพร      เศรษฐกรปฏิบัติการ สำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค  สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

ท้ายนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เน้นย้ำจุดยืนของการจัดโครงการประกวดรางวัลเพชรวายุภักษ์ของกระทรวงการคลังอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนี้จะเป็นการสนับสนุนในการสร้างกระบวนทัศน์และสร้างวัฒนธรรมการทำงานของคนกระทรวงการคลังที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล และพร้อมนำผลงานที่ดีของกระทรวงการคลังออกสู่สาธารณชนต่อไป


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ชไนเดอร์ เปิดตัวยูพีเอสสำหรับธุรกิจหลากหลาย ชูความโดดเด่นด้านประสิทธิภาพ และราคา ช่วยประหยัดพลังงาน พร้อมการบริการ เสียเปลี่ยนฟรีถึงบ้าน

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัว APC UPS สำหรับธุรกิจ ชูความแข็งแกร่งที่โดดเด่น “3 การปกป้อง” ได้แก่ 1.ปกป้องให้ธุรกิจกับอุปกรณ์ต่อพ่วง ด้วย เทคโนโลยี Sine wave ให้ความต่อเนื่องของพลังงานสำหรับอุปกรณ์ที่ละเอียดอ่อนต่อไฟฟ้า 2.ปกป้องค่าไฟด้วย Green Mode Efficiency ที่ให้ประสิทธิภาพพลังงานสูงถึง 98 เปอร์เซ็นต์ ช่วยในการประหยัดพลังงาน  3.ปกป้องเวลาอันมีค่า เพราะเมื่อเครื่องเสียเปลี่ยนฟรีถึงบ้าน หรือสำนักงานทันที เล็งเจาะกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี คลินิก ร้านสะดวกซื้อ สาขาธุรกิจ ห้องไอทีขนาดเล็ก ตั้งเป้ากระจายทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

นายรังสิมันตุ์ มีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและช่องทางการจัดจำหน่าย กลุ่มธุรกิจ Secure Power ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เผยว่า “เครื่องสำรองไฟฟ้าเอพีซี นับเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ในพอร์ตฟอริโอ ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่มีผู้ใช้งานและให้การยอมรับ เชื่อมั่นด้านประสิทธิภาพและมาตรฐานระดับสากล ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ครอบคลุมทุกเซกเม้นต์ ซึ่งนวัตกรรมของ เครื่องสำรองไฟฟ้าเอพีซี เราออกแบบฟีเจอร์ให้ตรงต่อการใช้งานของผู้ใช้เป็นหลัก ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ เช่น ผู้ใช้งานตามบ้าน สำนักงานเราจะมีฟีเจอร์ที่จำเป็นเช่น ขนาดเล็ก กะทัดรัด แขวนผนังได้ ประหยัดพื้นที่ใช้สอย สะดวกและติดตั้งง่าย บางรุ่นสามารถชาร์จมือถือพร้อมๆ กับการสำรองไฟได้ด้วย หรือถ้าเป็นธุรกิจ เอสเอ็มอี เราจะมีฟีเจอร์ที่จำเป็น เช่น การสำรองไฟได้นานกว่า หรือการจ่ายพลังงานได้มากกว่า เพื่อรองรับอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานมาก สำหรับห้องไอที หรือดาต้าเซ็นเตอร์ เราก็มีรุ่นที่เหมาะสมตามสภาพแวดล้อมไอทีรูปแบบต่างๆ มีฟีเจอร์ที่จำเป็นมากขึ้น เช่นการมอนิเตอร์แบบเรียลไทม์ การวิเคราะห์เชิงลึกด้านพลังงาน รวมไปถึงการสั่งงานเปิด/ปิด ช่วยควบคุมค่าไฟ เป็นต้น โดยลูกค้าสามารถเลือกเครื่องสำรองไฟ ที่มีความสามารถด้านฟีเจอร์ที่คุ้มค่าเหมาะกับตนเอง หรือธุรกิจ ได้ไม่ยาก ในแบรนด์ APC แบรนด์เดียว ที่มีคนทั่วโลกให้ความไว้วางใจ”

จากการที่ธุรกิจไทยเริ่มมีการฟื้นตัว การเริ่มต้นทางธุรกิจหรือการปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจ อุปกรณ์ที่จะเข้ามาช่วยรองรับนั่นคือเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีใหม่ๆ หรืออุปกรณ์ต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ไอที เน็ตเวิร์ค สตอเรจ กล้องวงจรปิด มาพร้อมกับวงจร และชิพภายในที่มีความละเอียดอ่อน  และแบตเตอรี่คุณภาพสูง ปลอดภัย

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย พัฒนาเครื่องสำรองไฟ เปิดตัวใหม่ในปีนี้ หลายรุ่น หลายซีร์รี่ ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องราคา และให้ประสิทธิภาพสูง มาพร้อมกับสเปกที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานในหลากหลายเซกเม้นต์ เพื่อให้ธุรกิจไทยเติบโตอย่างมีเสถียรภาพด้วยต้นทุนที่คุ้มค่า และมั่นใจการใช้งาน และบริการหลังการขาย

วันนี้ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัวเครื่องสำรองไฟรุ่นใหม่ 3 รุ่น ประกอบด้วย

APC Easy UPS Line-interactive SMV เครื่องสำรองไฟที่ทุกธุรกิจต้องมี ใช้เทคโนโลยี แบบ Line Interactive with AVR (Auto Voltage Regulation) ที่มาพร้อมรูปคลื่น Pure Sinewave Output ทำหน้าที่ปกป้องอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีกำลังไฟสูง และต้องการใช้งานต่อเนื่องยาวๆ พร้อมให้ความเสถียรมีเหมาะสม สามารถทำงานได้ต่อเนื่องไม่สะดุด เหมาะสำหรับอุปกรณ์หลากหลาย  ด้วยเอาต์เล็ตเชื่อมต่อแบบ universal ทำให้เชื่อมต่อกับทุกอุปกรณ์ได้ง่าย และรุ่นนี้มีรูปคลื่นแบบ Pure Sinewave Output ทำให้สามารถรองรับอุปกรณ์ได้ทุกประเภท โดยเฉพาะอุปกรณ์ IT ที่ใช้เทคโนโลยี Active PFC Rectifier รวมถึงกลุ่มเป้าหมาย ที่เริ่มตั้งแต่องค์กรขนาดเล็ก ร้านค้า SME Start-Up จบไปถึงองค์กรขนาดกลาง ใช้คู่กับคอมพิวเตอร์ทั่วไป หรือคอมพิวเตอร์สำนักงาน Wifi router จอมอนิเตอร์ อุปกรณ์ IT Gadget อื่นๆ เครื่องสำรองไฟจะทำหน้าที่ จ่ายไฟ ป้องกันไฟดับขณะทำงาน ผู้ใช้จะสามารถทำงานต่อได้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง และสามารถปิด window ต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์ เมื่อไฟดับกะทันหัน โดยที่ไม่ทำให้เอกสารเสียหาย และยังป้องกันไฟตก ไฟเกิน ไฟกระชาก เพื่อช่วยถนอมและยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ห้าง ร้านค้า Retail ทั่วไป ทั้งขนาดเล็ก จนถึงขนาดใหญ่ จำเป็นต้องใช้เครื่องสำรองไฟฟ้าเช่นกัน เพื่อช่วยธุรกิจดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงความปลอดภัยของบริษัท เช่น เครื่องสำรองใช้คู่กับเครื่องคิดเงิน (POS) กล้องวงจรปิด (CCTV) คอมพิวเตอร์หรือเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็ก ไม่ว่าจะเป็นธุรกรรมออน์ไลน์ หรือออนกราวนด์ เครื่องสำรองไฟที่ดี มีคุณภาพ สำรองไฟได้จริงๆ วัตต์เต็ม ป้องกันกัน ไฟตก ไฟกระชาก จะช่วยให้ธุรกิจของท่านดำเนินต่อเนื่องไม่สะดุด สำหรับความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกบ้าน ทุกร้านค้าต้องมี เปรียบเหมือนเป็นหูเป็นตา บันทึกเหตุการณ์ที่สำคัญ และเพิ่มความปลอดภัยให้ธุรกิจ ห้าง ร้าน และบ้านของท่าน

APC Easy UPS Line-interactive SMV มีให้เลือก 3 รุ่น 3 ขนาด รุ่นเริ่มต้น คือ รุ่น SMV1000I-MS ให้กำลังไฟอยู่ที่ 1000VA/700Watt มีพอร์ตเชื่อมต่ออุปกรณ์ 4 ช่อง และ รุ่น SMV2000AI-MS ให้กำลังไฟ 2000VA/1400Watt และ SMV3000AI-MS ให้กำลังไฟ3000VA/2100Watt ทั้ง 2 รุ่นนี้ มีพอร์ตเชื่อมต่ออุปกรณ์ ถึง 6 ช่อง ซึ่งสามารถเลือกใช้งานได้ตามความต้องการ ตามขนาดของโหลดอุปกรณ์ได้อย่างครอบคลุม

APC Easy UPS On-Line SRV เครื่องสำรองไฟระบบ True Online สุดคุ้ม  เป็นเครื่องสำรองไฟฟ้า ที่ใช้เทคโนโลยี True Online Double Conversion ที่ออกแบบมาให้ใช้งานแบบบึกบึน แข็งแรง ทนทาน ยังมาพร้อมกับรูปคลื่นแบบ Pure Sinewave Output เช่นกัน จึงสามารถใช้ได้กับอุปกรณ์ทุกประเภท รวมถึงอุปกรณ์ IT ที่ใช้เทคโนโลยี Active PFC Rectifier ด้วย ระบบเทคโนโลยีแบบ True Online จ่ายไฟอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการกระพริบของกระแสไฟระหว่างที่ระบบสลับมาใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ หรือเรียกว่า transfer time เท่ากับ 0 (zero) อุปกรณ์ของท่านจะทำงานได้ต่อเนื่อง ไม่สะดุด นิ่ง เรียบ และมีเสถียรภาพสูง จึงเหมาะกับโหลดที่มีความ sensitive สูง

พิเศษรุ่นนี้สามารถต่อขยายแบตเตอรี่ภายนอกได้ เพื่อเพิ่มระยะเวลาสำรองไฟตามความต้องการของท่าน แนะนำให้ใช้คู่กับอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น คอมพิวเตอร์สำหรับการแพทย์ โคมไฟผ่าตัด อุปกรณ์ทางทันตกรรม เครื่องปั่นตัวอย่างเลือด เครื่องให้ออกซิเจน อุปกรณ์ในโรงงานเช่นระบบ PLC เป็นต้น ด้วยการสำรองและการจ่ายพลังงานที่สูงตามต้องการ แบตเตอรี่ทำงานตลอดเวลา ทำให้มั่นใจและรองรับได้ทุกสถานการณ์ ถึงแม้ระบบไฟฟ้าภายนอกจะไม่เสถียร True Online สามารถช่วยให้ทำงานได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ สำหรับ APC Easy UPS On-Line SRV มีให้เลือกหลายรุ่นและหลายรูปแบบ เริ่มต้นตั้งแต่  1,000VA จนถึง 10,000VA  ทั้งรูปแบบตั้งพื้น หรือแบบแร็ค รองรับตามการใช้งานในแต่ละอุปกรณ์ ทั้ง Non-IT หรือ IT Application ที่ต้องการติดตั้งเข้าในระบบหรือเข้าตู้แร็ค สำหรับรองรับ Server หรือ Network และสามารถเลือกรุ่นที่ให้ ระยะเวลาสำรองไฟเพิ่มขึ้น คือ รุ่น Long Battery Up time มากับราคาที่พิเศษสุด รุ่นเริ่มต้น เพียง หมื่นต้นๆ สุดคุ้มจริงๆ

Smart-UPS SRTG On-Line เครื่องสำรองไฟรุ่นล่าสุดรหัสชื่อรุ่น SRTG เปิดตัว 6 ขนาด 5kVA, 6kVA, 8kVA, 10kVA, 15kVA และ 20kVA ด้วยเทคโนโลยี High density, True Online Double Conversion ให้พลังไฟเต็ม (power factor = 1) ตั้งแต่ 5,000 วัตต์ ไปจนถึง 20,000 วัตต์สำหรับสำรองไฟให้อุปกรณ์ไอที และเฉพาะรุ่นขนาด 15kVA และรุ่น 20kVA มีให้เลือกใช้งานกับระบบไฟฟ้าทางด้านขาเข้าทั้งแบบ 1 เฟส และ 3 เฟส

ด้วยการออกแบบที่กะทัดรัด Smart-UPS SRTG On-Line จึงช่วยประหยัดพื้นที่และติดตั้งง่าย ทั้งในรูปแบบตั้งพื้น หรือเข้าตู้แร็ค จึงเหมาะสำหรับห้องไอที ห้อง Edge network และห้อง telecom VOIP เรียกได้ว่าครอบคลุมตู้แร็ค และสภาพแวดล้อมไอทีได้ทุกขนาด ให้ความเสถียรในการใช้งาน ช่วยปกป้องอุปกรณ์ไอทีราคาแพง เช่น เซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มเติมแบตเตอรี่ได้อีกด้วย เพื่อการทำงานที่ต่อเนื่องของอุปกรณ์ในตู้แร็ค

Smart-UPS SRTG On-Line มาพร้อมอินเตอร์เฟสที่ใช้งานง่ายแบบ Multi-Color LCD ให้รายละเอียด เช่น กระแสขาออก (Output voltage) กระแสขาเข้า (Input voltage) โหลด และสภาพของแบตเตอรี่ (Battery Health) ซึ่งให้ข้อมูลที่แม่นยำ พร้อมความสามารถในการตั้งค่าการทำงาน เช่น กระแสออกและความถี่ ภาษา และการแจ้งเตือน นอกจากนี้ยังมี APC Smart-Slot รองรับการ์ดอุปกรณ์เสริมในการทำงาน

นอกจากนี้ที่สำคัญ Smart-UPS SRTG On-Line ช่วยให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุนด้วย Green Mode Efficiency ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของ UPS ได้ถึง 98 เปอร์เซ็นต์ ประหยัดค่าไฟฟ้าและการทำความเย็นโดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือ

Smart-UPS SRTG On-Line ยังสามารถใช้งานร่วมกับ EcoStruxure IT Expert ช่วยในการมอนิเตอร์ข้อมูลเชิงลึกต่างๆ และช่วยให้การเหลือปกป้องอุปกรณ์ไอที โดยสามารถการมองเห็นได้ 24/7 แบบเรียลไทม์ และเชื่อมต่อโดยตรงไปยังสมาร์ทโฟนหรือแท็ปเล็ตได้ และเมื่ออัพเกรดเป็น EcoStruxure™ Asset จะมีที่ปรึกษา คอยแก้ไขปัญหาระยะไกลให้ 24×7 เช่นกัน

รวมไปถึงสามารถใช้งาน PowerChute Network Shutdown โดยจะเชื่อมต่อกับ Network Management Card ที่ติดตั้งอยู่กับ UPS ผ่านระบบ Network จะช่วยให้สามารถติดตามและบริหารการทำงานของเครื่องจากระยะไกลได้ซึ่งรวมถึงการควบคุมการ shutdown และ load segment ได้

 นางสาวปวีณา เตชะมงคลศิริ ผู้จัดการช่องทางจัดจำหน่ายค้าปลีก ผลิตภัณฑ์ APC ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จาก ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เผยว่า “เป้าหมายของชไนเดอร์ อิเล็คทริค คือการเข้าใจความต้องการของลูกค้าและพาร์เนอร์ของเรา ดังนั้นผลิตภัณฑ์จึงถูกพัฒนา และออกแบบตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานในปัจจุบันจริง  พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับราคา และความคุ้มค่า เราออกแบบเครื่องสำรองไฟ ให้ตรงตามความต้องการในการใช้งานในปัจจุบันเป็นหลัก ครอบคลุมทุกเซกเม้นต์ ทั้งผู้ใช้ตามบ้าน สำนักงาน เกมส์มิ่ง เอนเตอร์เทนเมนต์ องค์กร ภาคธุรกิจ ทั้งเอสเอ็มอี เฮลธ์แคร์ ห้องไอที ดาต้าเซ็นเตอร์ โรงงาน เรียกได้ว่าครบ จบที่เดียว นอกจากนี้เราให้ความสำคัญ คือคุณภาพของแบตเตอรี่ ที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และสำรองได้ตรงตามสเปก ซึ่ง Signature ของเอพีซี ที่ไม่เหมือนใคร คือความใส่ใจให้เรื่องแบตเตอรี่ เรามี Batter Connector อยู่ภายนอก (ตัวต่อขั่วแบตเตอรี่ที่ผู้ใช้ต้องเชื่อมต่อขั่วนี้เมื่อเริ่มใช้งาน ทำให้มั่นใจได้ว่า แบตเตอรี่จะใหม่ทุกเครื่อง และปลอดภัยเมื่อขนย้าย และอีกส่วนที่เราให้ความสำคัญเช่นกัน คือการให้บริการทั้งก่อน และหลังการขาย เรามี Customer Care Center ที่ใช้บริการสอบถาม ทั้งเรื่องการขายหรือเทคนิคคอล สำหรับบริการหลังการขาย เอพีซีเป็นที่แรกในเงื่อนไขการให้บริการ สำหรับ สินค้าในตระกูล Back UPS และ Easy SMV ที่เมื่อเครื่องเสียในประกัน เราเปลี่ยนเครื่องใหม่ Refurbish ให้ฟรีถึงบ้าน Pick Up Service โดยผู้ใช้งาน เพียงโทรมาแจ้งที่ Schneider Customer Care Center วันและเวลาทำการ เพียงแจ้ง serial no หรือใบกำกับภาษีทีซื้อ เอพีซีเริ่มนับประกัน จากวันที่ท่านซื้อ รับประกัน 2-3 ปี แล้วแต่รุ่น รับประกันทั้งตัวเครื่องและแบตเตอรี่ สำหรับ Smart UPS เรารับประกัน แบบ Online Service ถึงบ้านท่านเช่นกัน


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มจพ. จับมือ พพ. บูรณาการเชื่อมโยงมาตรฐาน Building Energy Code (BEC)

ผศ.ดร.ณัฐพงศ์ มกระธัช ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาสิ่งแวดล้อมและกายภาพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)  ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือการส่งเสริมการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงานตามกฎหมายกับนายเรืองเดช ปั่นด้วง รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) พร้อมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ 7 แห่ง เพื่อบูรณาการเชื่อมโยงมาตรฐาน Building Energy Code (BEC) สู่การพัฒนาเป็นองค์ความรู้สู่สถาบันการศึกษา เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2564  ณ โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน  กรุงเทพฯ การลงนามบันทึกความร่วมมือครั้งนี้  เดินหน้านำพลังงานทดแทนมาใช้และลดใช้พลังงาน 30% ในปี 2580 จะมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 20-25% ภายในปี 2573 ตามเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (carbon neutrality) ภายในปี 2050 สู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero) ภายในหรือก่อนหน้า ปี 2065  รวมถึงการปรับปรุงเกณฑ์มาตรฐานการออกแบบในระบบต่างๆ ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่ใช้ในปัจจุบัน

สำหรับแนวทางปฏิบัติในการขออนุญาตก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารตามกฎกระทรวงฯ BEC  ปี 2563     นั้นทางกระทรวงพลังงาน  โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ออกกฎกระทรวงฯฉบับใหม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่  12  พฤศจิกายน 2563  ประเภทอาคารที่เข้าข่ายต้องปฏิบัติตาม

กฏกระทรวงฯ คือ อาคารก่อสร้างใหม่หรือดัดแปลง ที่มีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 2,000 ตาราเมตรขึ้นไป ใน 9 ประเภทอาคาร  ตามกฎกระทรวงฯ ข้อที่ 14 ได้ระบุว่าการตรวจประเมินในการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน มีคุณสมบัติ ดังนี้  (1) วิศวกรที่มีใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมหรือ สถาปนิกที่มีใบประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม (2) ผู้ที่ได้รับการรับรองจาก พพ. ว่าเป็นผู้สำเร็จการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่กำหนด และกฎกระทรวงฯ ข้อ 15 ระบุให้เจ้าของอาคาร มีหน้าที่จัดทำรายงานฯ เพื่อประกอบการยื่นขอรับใบอนุญาตหรือแจ้งก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคาร ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร คือ (1) ตรวจประเมินแบบอาคาร BEC ก่อนยื่นขออนุญาตก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคาร (2) ตรวจประเมินแบบอาคาร BEC ก่อนยื่นขอใบรับรองการก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคาร 

แนวทางการบังคับใช้จะเริ่มจากอาคารขนาดใหญ่ พื้นที่ตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไปในปีแรก และตั้งแต่  5,000 ตารางเมตรขึ้นไปในปีที่สอง และตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตร ใช้โปรแกรมตรวจประเมินค่าอนุรักษ์พลังงาน เป็นโปรแกรมช่วยในการประเมินอาคารที่ออกแบบ  ว่าเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎกระทรวงฯ หรือไม่ โดยปัจจุบันอยู่ในรูปแบบออนไลน์ (BEC Web-based) โปรแกรม BEC Web-based ใช้งานผ่าน http://bec.energy.in.th สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทรศัพท์/โทรสาร : 0-2225-2412 www.2e-building.com E-mail : 2e.center@gm  Facebook BEC Center ศูนย์ประสานงานการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน 

อย่างไรก็ตาม พพ. ได้เตรียมให้สถาบันการศึกษาชั้นนำ 7 แห่ง อันได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ร่วมวางเป้าหมายสร้างความร่วมมือให้ครอบคลุมมหาวิทยาลัยทั้งหมดที่มีความพร้อม เพื่อให้บุคคลากรของสถาบันการศึกษา และนิสิตนักศึกษาที่มีคุณสมบัติได้มีความพร้อมรองรับการปฏิบัติงานตามข้อกำหนดในการบังคับใช้มาตรฐาน BEC ตลอดจนการบูรณาการเชื่อมโยงมาตรฐาน Building Energy Code (BEC) สู่การพัฒนาเป็นองค์ความรู้สู่สถาบันการศึกษาอย่างแท้จริง

ขวัญฤทัย ข่าว/สมเกษ ถ่ายภาพ


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

รายงาน Looking Glass ฉบับล่าสุดของ Thoughtworks เผยการใช้ และพัฒนาเทคโนโลยีต้องคำนึงถึงจริยธรรม

กรุงเทพ 15 ธันวาคม 2564 – Thoughtworks บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีระดับโลกที่ผนวกกลยุทธ์ ดีไซน์ และวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมดิจิทัล เปิดตัวรายงาน ‘Looking Glass’ เพื่อนำเสนอข้อมูลการปรับเปลี่ยน และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ที่จะส่งผลต่อการทำธุรกิจในปีพ.ศ. 2565 และปีต่อๆ ไป จากการทำงานที่เป็นเอกลักษณ์ของ Thoughtworks ที่มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดมาให้บริการแก่ธุรกิจก่อนที่จะมีการใช้กันอย่างแพร่หลาย รายงานฉบับนี้จึงรวบรวมแนวทางสำหรับผู้บริหารเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรให้ได้มากที่สุด รวมทั้งเพื่อความเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมอีกด้วย

การก้าวเข้าสู่โลก Metaverse เป็นโอกาสที่เปิดกว้างอย่างไร้ขอบเขตสำหรับผู้บริโภค ธุรกิจ องค์กร ให้ได้ทำงาน ดำเนินธุรกิจ ใช้ชีวิต และเรียนรู้ ด้วยเทคโนโลยีภาพเสมือนจริง (Extended Reality) ซึ่งเมื่อผสานกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับเครื่องมือต่างๆ แล้ว ก็จะสามารถสร้างแนวทางใหม่ๆ ที่จะดึงศักยภาพของมนุษย์ออกมาใช้ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคม อย่างไรก็ตาม จะต้องตระหนักด้วยว่าเทคโนโลยีเหล่านี้ จะปรับเปลี่ยนวิธีการใช้งานและการแสดงตัวตนของผู้ใช้งานแตกต่างกันไปในโลกเสมือน (virtual worlds) ซึ่งอาจเกิดประเด็นด้านคุณธรรมและจริยธรรมได้

Dr. Rebecca Parsons ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารด้านเทคโนโลยีของ Thoughtworks กล่าวว่า “ปัจจุบันเทคนิคที่เกี่ยวกับ AI ได้กลายเป็นกระแสนิยม และเข้ามามีบทบาทในชีวิตเรามากขึ้น เราจึงต้องพิจารณาผลกระทบของเทคนิคเหล่านั้นในเชิงจริยธรรมด้วย ทั้งนี้ สิ่งสำคัญคือองค์กรต้องพัฒนาการทำงานร่วมกันระหว่างทีมงานและ AI เพื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีให้ได้มากที่สุด เช่น โซลูชันภาพเสมือนจริง (Extended Reality) ในขณะเดียวกัน ก็ยังต้องคำนึงถึงผลกระทบทางจริยธรรมที่อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน การเข้าใจว่าระบบ AI ทำงานอย่างไรจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะได้รับรู้และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น”

แนวทางสำคัญ 5 ประการ ในรายงาน Looking Glass ฉบับล่าสุด มีดังนี้:

  • พัฒนาการใช้งานและสื่อสารกันระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักรการก้าวเข้ามาสู่ Metaverse อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นั้น ทำให้เกิดการผสานกันระหว่างโลกทางกายภาพและดิจิทัล และจะเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับธุรกิจ
  • ทำงานร่วมกับ AI: แมชชีนเลิร์นนิ่ง (ML) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในหลากหลายอุตสาหกรรม เราจะเห็นการนำ ML และ AI มาใช้ตั้งแต่ขั้นตอนการปฏิบัติการประจำวัน ไปจนถึงการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
  • มุ่งสู่ความยั่งยืน: ขณะที่ผู้บริโภค รัฐบาล และนักลงทุนได้เรียกร้องให้บริษัทต่างๆ รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การก้าวไปสู่สังคมสีเขียวก็ได้ผันจากสิ่งที่เป็นทางเลือกสู่สิ่งที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจ
  • ผลกระทบที่เพิ่มขึ้นจากเทคโนโลยีที่ไม่เป็นมิตร: ‘เทคโนโลยีที่ไม่เป็นมิตร‘ มักมีความเกี่ยวข้องกับการกระทำทางอาญา เช่น แรนซัมแวร์ การเจาะระบบเพื่อขโมยข้อมูล หรือการสร้างคอมพิวเตอร์ไวรัส แต่การมองเช่นนี้ยังไม่ถือเป็นภาพรวมทั้งหมด คำจำกัดความของเทคโนโลยีที่ไม่เป็นมิตรควรได้รับการขยายคำจำกัดความให้ครอบคลุมไปถึงการกระทำที่เกี่ยวกับกฏหมาย หรือการกระทำที่สามารถเป็นภัยคุกคามต่อสังคม
  • ตระหนักถึงศักยภาพของแพลตฟอร์ม: แม้ว่าการสร้างแพลตฟอร์มจะเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ของการทำธุรกิจยุคใหม่ แต่ยังคงมีปัญหาที่พบอยู่ สิ่งที่เราต้องหันหามาให้ความสำคัญคือการแก้ไขความไม่แน่นอนต่างๆ ในการสร้างแพลตฟอร์ม รวมทั้งกำหนดความชัดเจนในการสร้างแพลตฟอร์มที่สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจอย่างแท้จริง

รายงาน Looking Glass ของ Thoughtworks จะมีการอัปเดตเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสำคัญ และการใช้งานทางธุรกิจ ผู้สนใจ สามารถติดตามข่าวสารล่าสุด และข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับธุรกิจและอุตสาหกรรม ได้ที่ www.thoughtworks.com/insights/business

ข้อมูลเพิ่มเติม:

เกี่ยวกับ Thoughtworks

Thoughtworks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโยลีระดับโลกที่นำกลยุทธ์ ดีไซน์ และวิศวกรรมศาสตร์มาขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านดิจิทัล ปัจจุบัน มีพนักงานกว่า 10,000 คน ในสำนักงาน 48 แห่งใน 17 ประเทศทั่วโลก ด้วยประสบการณ์กว่า 25 ปี บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับลูกค้าแก้ไขปัญหาทางธุรกิจที่ซับซ้อนโดยใช้เทคโนโลยี เพื่อสร้างความโดดเด่นไม่เหมือนใคร


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ยอดจองปลูกสร้างบ้านในงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ Expo 2021” พุ่ง22% ทะลุ 3,400 ล้านบาท

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน  เผยยอดจองปลูกสร้างบ้านในงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ Expo 2021”  ทะลุ 3,400  ล้านบาท พุ่งขึ้น 22% บ้านราคา 3 ล้านบาท ครองแชมป์ยอดจองมากที่สุด “วรวุฒิ กาญจนกูล” มั่นใจตลาดรับสร้างบ้านช่วยหนุนเศรษฐกิจ

 นายวรวุฒิ กาญจนกูล นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) เปิดเผยถึงยอดจองปลูกสร้างบ้าน งาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ Expo 2021” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-28 พฤศจิกายน 2564 ตลอดทั้ง 5 วัน มีผู้เข้าชมงานจำนวน 5,000 ราย และมียอดจองปลูกสร้างบ้านภายในงานทั้งสิ้นกว่า 3,400 ล้านบาท หรือสูงกว่าปีที่แล้วกว่า 22% เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยสัดส่วนยอดจองปลูกสร้างบ้านภายในงานมองในด้านมูลค่าระดับราคา ดังนี้

อันดับหนึ่ง         บ้านระดับราคา 5 – 10 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน   30.70%
อันดับที่สอง      บ้านระดับราคา 20 ล้านบาท ขึ้นไป คิดเป็นสัดส่วน   29.71%
อันดับที่สาม     บ้านระดับราคา 2.5 – 5 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน    20.70%
อันดับที่สี่         บ้านระดับราคา 10 – 20 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน   18.19%
อันดับที่ห้า       บ้านระดับราคาไม่เกิน 2.5 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน   0.70%

โดยจำนวนหลังที่มีการจองปลูกสร้างบ้านภายในงาน แบ่งเป็น 5 อันดับ คือ

อันดับหนึ่ง บ้านระดับราคา 2.5 – 5  ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 44.89%
อันดับสอง บ้านระดับราคา 5 – 10 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 34.67%
อันดับสาม บ้านระดับราคา 10 – 20 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 11.11%
อันดับสี่    บ้านระดับราคา 20 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 6.67%
อันดับห้า  บ้านระดับราคา 1 – 2.5 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 2.67%

จากยอดผู้เข้าชมงานและยอดจองปลูกสร้างบ้านตลอด 5 วัน สะท้อนภาพผู้บริโภคยังต้องการปลูกสร้างบ้านและมีพฤติกรรมที่นิยมเข้าชมบรรยากาศจริงของการจัดงานแสดงสินค้า (ออฟไลน์) ที่เริ่มตั้งแต่ 24-28 พฤศจิกายน 2564 จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้สมาคมฯ ได้ปรับรูปแบบการจัดงานแบบออนไลน์ควบคู่กันเริ่มตั้งแต่วันที่ 18-28 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าร่วมงานได้หลากหลายช่องทาง และยังถือเป็นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดให้กับสมาชิกของสมาคมฯ ส่งท้ายปี 2564 อีกด้วย

นายวรวุฒิ กล่าวให้ความเห็นว่า “ผมว่าตลาดค่อย ๆ ฟื้นตัวเรื่อย ๆ ไปต่อเนื่องจนถึงต้นปีหน้า ขอเพียงแต่ว่ายอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 อย่ากลับมาแตะหลักหมื่นอีกหรืออย่ามีปัจจัยลบใหม่เข้ามาแทรกเท่านั้นเป็นพอ เพื่อให้เศรษฐกิจกลับมาใกล้เคียงก่อนหน้านี้โดยเร็ว โดยตลาดรับสร้างบ้านนับเป็นอีกธุรกิจหนึ่ง ที่หวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งยอดขายภายในงานรับสร้างบ้านและวัสดุ Expo 2021 ตลอด 5 วัน ของการจัดงาน รวมแล้วกว่า 3,400 ล้านบาท ซึ่งเติบโตกว่าช่วงเวลาเดียวกัน เมื่อปีที่แล้ว ถึง 22% และคาดว่าจะมียอดติดตามหลังงานอีก โดยสาเหตุหลักอาจจะมาจากปัจจัยที่หลาย ๆ ธุรกิจเริ่มกลับมาดำเนินการ นอกจากนั้นในปีหน้ามีการปรับราคาค่าวัสดุขึ้น ทำให้ช่วยเร่งการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น ประกอบกับในครั้งนี้เราจัดงานถึง 5 วัน จากเดิม 4 วัน ทำให้ผู้บริโภคมีระยะเวลาในการตัดสินใจมากขึ้นอีกด้วย”

พร้อมกันนี้ นายวรวุฒิ ยังกล่าวถึงข้อมูลที่ได้จากการสำรวจและสอบถามถึงวัตถุประสงค์การเข้าชมงานจากผู้บริโภค ที่มาร่วมงาน แบ่งเป็น 4 อันดับ คือ

อันดับหนึ่ง  ต้องการหาแบบบ้านที่ตรงใจ คิดเป็น 46.88%
อันดับสอง   มองหาบริษัทรับสร้างบ้าน คิดเป็น 28.05%
อันดับสาม   ดูข้อเสนอพิเศษในงาน คิดเป็น 21.81%
อันดับสี่       เหตุผลอื่น ๆ คิดเป็น 3.26%


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ดิจิทัลและไฟฟ้า ช่วยฟื้นฟูโลกสู่ความเป็นสีเขียวได้เร็วที่สุด

โดย ฟิลิปป์ เดอลอร์ม รองประธานกรรมการบริหาร ด้านการบริหารจัดการพลังงาน

เรากำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญยิ่ง เพราะปัจจุบันสิ่งที่คนบนโลกส่วนใหญ่ล้วนเห็นชัดเจนเหมือนกันคือ โลกเรากำลังเสื่อมถอยลงซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการดำเนินกิจกรรมของมนุษย์ ซึ่งหากเราไม่รีบดำเนินการอย่างรวดเร็วในตอนนี้ เพื่อฟื้นฟูความเป็นสีเขียวให้กลับคืนมา โลกและชีวิตทั้งหลายบนโลกใบนี้ก็จะถูกทำลายลงอย่างกู่ไม่กลับด้วยอุณหภูมิที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

แม้ว่าจะมีความคืบหน้าให้เห็นอยู่บ้าง แต่เราก็ยังห่างไกลจากแนวทางในการหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น การทำลายล้างทั้งสภาพความเป็นอยู่และชีวิตต่างๆ กำลังเกิดขึ้นด้วยเหตุการณ์ด้านสภาพอากาศที่เลวร้ายที่เกิดถี่ขึ้นเรื่อยๆ ทั้งน้ำท่วม อากาศหนาวจัด คลื่นความร้อนและพายุ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคือภัยคุกคามครั้งใหญ่ที่สุดที่มนุษย์เคยพบเห็นมา ซึ่งหากปราศจากการดำเนินการแก้ไขอย่างทันท่วงที โลกก็จะร้อนขึ้น 4.1 – 4.8 องศาเซลเซียสภายในสิ้นศตวรรษนี้

ความเป็นจริงที่โหดร้ายคือเราไม่เหลือเวลาแล้ว เราจำเป็นจะต้องดำเนินการตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ปีที่ผ่าน ทศวรรษที่ผ่านมา เพื่อเปลี่ยนแปลง ฉะนั้นเรากำลังเผชิญกับโอกาสที่เลือนหายไปอย่างรวดเร็วในการที่จะหลีกเลี่ยงภัยพิบัติและหยุดความเสียหาย ซึ่งเราจะต้องดำเนินการโดยเร็ว  ความหวังที่ริบหรี่คือ ท้ายที่สุดแล้วเรากำลังได้เห็นความตั้งใจที่จะรับมือและลงทุนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในการฟื้นฟูความเป็นสีเขียวให้กลับคืนมาสู่โลก

มอบผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงในเวลาที่กำหนด

ด้วยเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ เราจำต้องให้ความสำคัญกับการดำเนินการและโซลูชันที่สร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ได้ ในเวลาที่สั้นที่สุด อีกทั้งสร้างศักยภาพในระบบเศรษฐกิจเพื่อฟื้นฟูและก้าวต่อไปได้ การดำเนินการที่ว่าคือ

  • กำจัดของเสียตลอดวงจรชีวิต
  • เร่งนำระบบไฟฟ้ามาใช้เนื่องจากเป็นแหล่งพลังงานที่ช่วยกำจัดก๊าซเรือนกระจก
  • ลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัลและทักษะต่างๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนให้เกิดประสิทธิภาพ
  • ส่งเสริมความร่วมมือกับทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อดำเนินตามแผนฟื้นฟูหลังโควิด

การกำจัดของเสียตลอดวงจรชีวิตเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก

การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศคือปัญหาด้านพลังงานที่สำคัญสุดเป็นอันดับหนึ่ง เพราะ พลังงานมีส่วนในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลกถึง 80 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเราพยายามที่จะเปลี่ยนโลกไปสู่การขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีที่เร็วที่สุดในการหยุดปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการกำจัดของเสีย

มีเพียงหนึ่งในสามของพลังงานที่ผลิตได้ทั้งหมด ที่จะถูกแปลงเป็นพลังงานที่มีประโยชน์ไว้ใช้ในภาคขนส่ง อุตสาหกรรม อาคาร และอุปกรณ์ต่างๆ ส่วนที่เหลือคือพลังงานที่สูญหายไปหรือเสียไปกับกระบวนการผลิตและการส่งต่อ เมื่อพูดถึงอาหารและแฟชั่นเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเราของเสีย ขยะพลาสติก ของเสียมักจะถูกมองข้ามและถูกด้อยค่าในส่วนของแผนงานและการลงทุนเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะลดลงไปได้ครึ่งหนึ่งหากสามารถกำจัดพลังงานที่สูญหายและของเสียได้

เทคโนโลยีมีอยู่แล้ว ที่จะช่วยแก้ปัญหาท้าทายต่างๆ และเพื่อให้ก้าวหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว

การกำจัดของเสีย อย่างแรกคือเราต้องรู้ว่าทำไมจึงเกิดของเสีย เกิดที่จุดไหนและเกิดขึ้นได้อย่างไร เราสามารถวัดการใช้พลังงานได้อย่างแม่นยำด้วยเซนเซอร์ มิเตอร์ และการมอนิเตอร์  โดยสามารถนำซอฟต์แวร์มาใช้ในการออกแบบ บริหารจัดการและช่วยให้ใช้พลังงานได้อย่างอัตโนมัติ… เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะมีแสงสว่าง ความร้อนและพลังงานในที่ๆ ต้องการและในเวลาที่ต้องการ รวมถึงประหยัดพลังงานได้ในเวลาที่ไม่ได้ใช้งาน ไม่ว่าสัดส่วนการผสมผสานพลังงานสะอาดจะเป็นอย่างไรก็ตาม ไฟฟ้าก็ยังคงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับการกำจัดก๊าซเรือนกระจก ในขณะที่ระบบดิจิทัลจะช่วยให้เราติดตามและตรวจสอบการใช้พลังงานเพื่อกำจัดของเสีย

การใช้แนวทางแบบองค์รวมทำให้เราเห็นถึงโอกาสมหาศาลในการรับมือและช่วยไม่ให้เกิดของเสียตลอดทั่วทั้งวงจรชิวิตของอาคารต่างๆ ระบบโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงอุตสาหกรรมทั้งหลาย การออกแบบที่ฉลาดยิ่งขึ้นตั้งแต่แรกเริ่มด้วยการใช้เครื่องมือจำลองสถานการณ์ต่างๆ รวมถึงการใช้วิธีการก่อสร้างที่มีประสิทธิภาพและการจัดหาวัสดุในพื้นที่หรือวัสดุแบบที่นำกลับมาใช้ซ้ำให้มากขึ้น ดำเนินการในไซต์งานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งบังคับใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นแนวทางปฏิบัติที่ใช้ได้เห็นผลในปัจจุบันและควรนำมาใช้งานอย่างครอบคลุม

ซอฟต์แวร์และพลังงานสีเขียวแบบกระจายศูนย์ช่วยสร้างประสิทธิภาพ

การปล่อยของเสียที่เป็นมลพิษจากการผลิตไฟฟ้าจากถ่านฟอสซิลและการเดินทางระยะไกลของพลังงานที่มาจากกริดจนถูกนำไปใช้นับเป็นสัดส่วนใหญ่ของพลังงานที่สูญหาย ดังนั้นพลังงานหมุนเวียนไม่ใช่แค่เป็นแหล่งพลังงานสะอาดเท่านั้น แต่การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจะให้ประสิทธิภาพได้มากกว่า และสามารถอยู่ใกล้กับจุดที่มีการใช้งานได้มากขึ้น ช่วยลดการสูญหายของพลังงานเพราะอยู่ใกล้แหล่งใช้งาน

กริดพลังงานอัจฉริยะที่กระจายศูนย์และไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก และจะกลายเป็นหัวใจของการปฏิรูปสู่ net zero ผนวกกับการใช้ซอฟต์แวร์มาช่วยสร้างศักยภาพและทำให้มีความเสถียร ซึ่งจะทำให้มีการผลิตและใช้พลังงานในพื้นที่ได้ในราคาที่ย่อมเยามากขึ้น ประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญโดยอย่างยิ่งสำหรับอาคารต่างๆ ซึ่งเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุด และจะกลายเป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากเราเห็นว่ามีการติดตั้งไมโครกริดที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานลมและแสงอาทิตย์มากขึ้น การนำยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EVs มาใช้ ล้วนเป็นการขับเคลื่อนไปสู่บ้านและสำนักงาน net zero ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ดังนั้นดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของเศรษฐกิจดิจิทัล ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าช่วยกำจัดก๊าซเรือนกระจกในทันทีได้อย่างไร เราจำต้องลงทุนในโซลูชันที่มีอยู่แล้วเพื่อฟื้นฟูความเขียวให้กลับมาในขณะที่เรายังคงดำเนินรอยตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง

ทำไมไฟฟ้าถึงเป็นแหล่งพลังงานที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตที่สะอาด?

ในการแข่งกับเวลา ไฟฟ้าคือแนวทางที่ให้ความคุ้มค่ามากที่สุด ปลอดภัยที่สุด และเร็วที่สุดในการกำจัดก๊าซเรือนกระจกออกจากสังคมที่เราอยู่ จากมุมมองที่นำมาปฏิบัติได้จริงของโลกที่พัฒนาแล้ว หมายความว่าการกระจายไฟฟ้านั้นมีอยู่แล้ว การนำพลังงานเชื้อเพลิงที่เป็นทางเลือกมาใช้ตามบ้านเรือน สำนักงานและพื้นที่สาธารณะต่างๆ ได้อย่างครอบคลุมนั้นต้องอาศัยเวลานานนับทศวรรษ เป็นเวลาหลายปีที่เราจะยังไม่เห็นว่ามีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากพลังงานถ่านหินที่เรายังต้องพึ่งพาในการให้ความร้อนและป้อนให้กับประชาชน

ในขณะที่ไฟฟ้าอาจจะยังไม่ใช่คำตอบของทุกความท้าทาย (อุตสาหกรรมหนัก การเดินทางระยะไกล) แต่ก็เป็นแหล่งพลังงานที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าถูกผลิตมาอย่างสะอาด ในราคาถูก พร้อมกับการลงทุนอย่างต่อเนื่องในพลังงานหมุนเวียนอย่างพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานไฮโดรเจน

  • แสงอาทิตย์และลมที่เป็นขุมพลังของพลังงานหมุนเวียนมีราคาถูกว่าไฟฟ้าที่ได้จากพลังงานถ่านหินถึง 50 เปอร์เซ็นต์
  • การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้ประสิทธิภาพเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ โดยเกิดการสูญหายระหว่างส่งผ่านแค่เพียง 5-10 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับการสูญหาย/สูญเสียของพลังงานที่ผลิตจากถ่านหินที่60 เปอร์เซ็นต์ ในขณะเดียวกันการผลิตแหล่งพลังงานใหม่ที่มีศักยภาพอย่างพลังงานไฮโดรเจนสีเขียวก็ทำให้เสียประสิทธิภาพอย่างมหาศาลถึง 70 เปอร์เซ็นต์ทั้งขาไปและกลับ

เทคโนโลยีที่ให้ความยั่งยืนทางดิจิทัลและไฟฟ้า มอบสิ่งสำคัญได้อย่างครบถ้วนทั้งประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ผลลัพธ์ที่วัดได้ รวมถึงความเร็วในการนำโซลูชันดังกล่าวมาใช้งานและขยายขอบเขตได้อย่างครอบคลุม สิ่งสำคัญที่สุดคือ ช่วยให้เรานำพาองค์กรธุรกิจน้อยใหญ่ รวมถึงผู้บริโภคไปสู่การเดินทางที่ช่วยให้คนเหล่านี้มีทางเลือกมากขึ้นและควบคุมในเรื่องของความยั่งยืนในครัวเรือน สำนักงานและเมืองทั้งหมดได้

ปัจจุบัน ยังมีเรื่องที่พูดกันอยู่เยอะเกี่ยวกับความต้องการที่จะหา “โซลูชันที่ตอบโจทย์ได้ทุกอย่าง” เพื่อมาแก้โจทย์ท้าทายเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และเปลี่ยนความเสียหายที่เราเผชิญกันอยู่ให้กลับสู่สภาพที่ดีดังเดิม ในขณะที่ผู้คนตั้งความหวังไว้ที่ไทม์แมชชีน ผมเชื่อว่าโซลูชันที่ตอบโจทย์ได้ทุกสิ่งจริงๆ แล้วเป็นเรื่องที่เสียเวลาและควรเลิกคิด ไฟฟ้าซึ่งขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดสามารถตอบโจทย์การใช้งานส่วนใหญ่ได้ นั่นคือสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญกันในตอนนี้

ความร่วมมือกับทั้งภาครัฐและภาคเอกชนคือใบเบิกทาง

หน่วยงานรัฐบาลทั่วโลกต้องมั่นใจว่าได้ทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อช่วยองค์กรธุรกิจและผู้บริโภคเปลี่ยนไปใช้ทางเลือกสีเขียว และเมื่อหน่วยงานเหล่านี้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหลังวิกฤติโควิด เราก็จะมีโอกาสที่นานทีจะเกิดสักครั้งในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศไปพร้อมกับการสร้างศักยภาพในฟื้นฟูความเป็นสีเขียวให้กลับคืนมาได้ อย่างไรก็ตาม เราต้องดำเนินการอย่างรับผิดชอบด้วยความรวดเร็ว ลงทุนในโซลูชันด้านสิ่งแวดล้อมที่จะช่วยปรับปรุงวิถีการใช้ชีวิตได้ดีขึ้น ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงพลังงานได้และยกระดับไปสู่การมีบทบาทในสนามเมื่อมีโอกาส

การพิจารณาถือเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับบริษัทที่มีเงินทุนไม่มากในการลงทุนแหล่งพลังงานหมุนเวียน ตัวอย่างเช่น เจ้าของอาคารควรมีบทบาทในการรับผิดชอบเรื่องการสร้างประสิทธิภาพให้กับผู้เช่า เรื่องนี้จะช่วยขับเคลื่อนการดำเนินการและประสิทธิภาพสำหรับทั้งอาคารที่สร้างใหม่และที่ปรับปรุงใหม่ ซึ่งเป็นการแข่งขันด้านคาร์บอนที่ผู้เป็นเจ้าของอาคารจะต้องมองหากันมากยิ่งขึ้นเพื่อทำให้บ้านหรือที่ทำงานมีความดึงดูดใจมากขึ้น

การนำดิจิทัลมาช่วยสร้างศักยภาพ จะทำให้องค์กรธุรกิจสามารถเริ่มดำเนินการตอบสนองหนึ่งในแนวคิด ESG ที่ท้าทายที่สุด นั่งคือการติดตามและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมที่เป็น Scope 3 เช่นการขนส่งและการกระจายสินค้า  บรรดาองค์กรอย่าง Walmart ได้สร้างพลังงานหมุนเวียนที่ช่วยให้ซัพพลายเออร์เข้าถึงได้มากขึ้น ช่วยเร่งการกำจัดก๊าซเรือนกระจกในระบบนิเวศได้ครอบคลุมมากขึ้น ความเคลื่อนไหวนี้คือส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นพยายามใน Project Gigaton ของผู้ประกอบการค้าปลีกเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในซัพพลายเชนให้ได้หนึ่งพันล้านเมตริกตันภายในปี 2030

เรื่องทักษะต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูความเป็นสีเขียว

มีการพูดถึงการฟื้นฟูความเป็นสีเขียวและการสร้างงานกันอยู่มาก จากการใช้จ่ายเงินทั้งหมดในการกระตุ้นเศรษฐกิจรวม 14.9 ล้านล้านเหรียญ ที่ได้มีการประกาศทั่วโลกนับตั้งแต่เริ่มเกิดการแพร่ระบาด จวบจนปัจจุบันมีการใช้เงินไป 1.8 ล้านล้านเหรียญเพื่อบรรเทาผลกระทบของภาคส่วนที่ปล่อยมลพิษ เช่นภาคพลังงาน การขนส่ง อุตสาหกรรม กสิกรรมและของเสีย

หากเราต้องตอบโจทย์เป้าหมายด้านสภาพอากาศ การเข้าถึงทักษะที่จำเป็นต่อการดำเนินการและบริหารจัดการในการปฏิรูปไปสู่เศรษฐกิจแบบ net zero ก็จะกลายเป็นปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญ การตระหนักว่าทักษะด้านใดที่จำเป็นคือกุญแจสำคัญ

หากเรายอมรับว่าเรื่องของไฟฟ้าและดิจิทัล คือแนวทางที่เร็วที่สุดในการก้าวสู่ net-zero ที่ก่อให้เกิดการหยุดชะงักน้อยที่สุด ฉะนั้นสิ่งที่จะตามมาก็คือเรื่องเหล่านี้จะช่วยสร้างงานได้ เพราะต้องอาศัยช่างไฟ ผู้ประกอบโรงตู้ คนออกแบบ วิศวกร และผู้พัฒนาซอฟต์แวร์มากขึ้น รวมถึงผู้ที่มีบทบาทด้านไฮเทคจะเป็นที่ต้องการ เพื่อช่วยในการนำเทคโนโลยีระบบดิจิทัลและไฟฟ้ามาใช้งานในวงกว้างได้อย่างครอบคลุม

การปรับปรุงอาคาร บ้าน และโรงงานใหม่ จะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและเร็วขึ้นถึง 10 เท่า พร้อมทั้งเป็นการปฏิวัติวิถีทางในการใช้ชีวิต ผลิตสินค้า และการเดินทาง ทั้งนี้ IEA ได้ประเมินว่าจะมีการสร้างงานใหม่ในทั่วโลกถึง 9 ล้านตำแหน่งงานในปีที่จะถึงนี้หากบรรดาประเทศต่างๆ เดินรอยตามแนวทางการฟื้นฟูความเป็นสีเขียว ซึ่งโดยธรรมชาติ งานเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นงานในพื้นที่ ไม่สามารถจ้างคนจากนอกประเทศมาทำได้ เพราะจะต้องดูเกี่ยวกับบริบทของการให้บริการในพื้นที่ รวมถึงองค์ความรู้และความคุ้นเคยกับลูกค้า

แม้ว่าไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานหมุนเวียนและใช้ศักยภาพของเทคโนโลยีดิจิทัล จะไม่สามารถแก้ปัญหาท้าทายด้านสภาพอากาศได้ทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็สามารถพาเราไปยังจุดหมายได้อย่างมีนัยสำคัญ ลองมุ่งเน้นความสำคัญที่เทคโนโลยีและแหล่งพลังงานที่เรารู้ว่าจะให้ผลลัพธ์ที่ดีได้ในตอนนี้ ซึ่งมีพร้อมอยู่แล้วและนำมาใช้ได้อย่างปลอดภัย เราไม่สามารถนั่งรอให้เกิดปาฏิหารย์ในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศได้

ทุกคนมีบทบาทที่ต้องดำเนิน ทั้งนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร นวัตกร นักการเมือง เจ้าของธุรกิจ พนักงาน พ่อและแม่ที่ต้องการให้โลกเป็นที่อยู่อาศัยที่ดียิ่งขึ้นสำหรับลูกๆ

                                                                                          # # #

เกี่ยวกับชไนเดอร์ อิเล็คทริค

เป้าหมายของชไนเดอร์ อิเล็คทริค คือการช่วยให้ทุกคนใช้พลังงานและทรัพยากรได้เกิดประโยชน์สูงสุด เชื่อมโยงความก้าวหน้าและความยั่งยืนเพื่อประโยชน์ของทุกคน เราเรียกสิ่งนี้ว่า Life Is On

ภารกิจของเราคือการเป็นพันธมิตรด้านดิจิทัลกับคุณ เพื่อสร้างประสิทธิภาพและความยั่งยืน

เราขับเคลื่อนการปฏิรูปสู่ดิจิทัล ด้วยการผสานรวมเทคโนโลยีชั้นนำของโลกด้านพลังงานและกระบวนการจัดการ เข้ากับผลิตภัณฑ์ตั้งแต่จุดเชื่อมต่อปลายทางไปยังคลาวด์ ระบบควบคุม รวมถึงซอฟต์แวร์และการบริการครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตการทำงานทั้งหมด เพื่อสร้างศักยภาพในการบริหารจัดการองค์กรแบบบูรณาการ ทั้งสำหรับบ้าน อาคาร ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรม

เราคือบริษัทระดับโลกที่มีการดำเนินงานในระดับท้องถิ่นมากที่สุด เราสนับสนุนมาตรฐานระบบเปิดและระบบนิเวศของคู่ค้าที่มีความมุ่งมั่นแรงกล้าในการทำตามวัตถุประสงค์อย่างมีเป้าหมายร่วมกัน และคุณค่าในการรวมกันเป็นหนึ่งเดียวพร้อมขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกัน


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

MSC มอบแท็บเล็ตเพื่อน้องให้แก่ 3 โรงเรียนในโครงการ Metro Donation

บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MSC โดยคุณสุเมตตา จิตต์ศิริผล รองกรรมการผู้จัดการกลุ่มบริหารงานทั่วไป/ รองกรรมการผู้จัดการกลุ่มกิจการองค์กร ส่งมอบแท็บเล็ตในโครงการ “Metro Donation” จำนวน 50 เครื่องให้กับ 3 โรงเรียนที่ร่วมโครงการกิจกรรมวาดภาพระบายสีในหัวข้อ “สิ่งแวดล้อมกับเทคโนโลยี” ได้แก่ โรงเรียนแก่นทองอุปถัมภ์, โรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ และ โรงเรียนสุเหร่าจรเข้ขบ (กุลางกูรอุปถัมภ์) เมื่อวันอังคารที่ 7 ธันวาคม 2564

บริษัทฯ ขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือชุมชน และสังคมด้วยการสนับสนุนด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการต่างๆ ของบริษัท เช่น โครงการ Metro Run และโครงการ Metro Care ฟุตบอลเพื่อรอยยิ้ม ตลอดจนโครงการมอบอุปกรณ์ไอทีให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน นอกจากนี้ยังตระหนักถึงความสำคัญด้านการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ในช่วงวิกฤตการระบาดของไวรัสโควิด-19 เพราะการเรียนรู้ยังต้องดำเนินอยู่แม้นักเรียนไม่สามารถไปโรงเรียนได้ตามปกติ เพื่อช่วยพัฒนาศักยภาพการเรียนการสอนแก่โรงเรียนที่อยู่ในชุมชนรอบบริษัทต่อไป


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

การ์ทเนอร์คาดการณ์มูลค่าตลาดไอทีทั่วโลกปี 65 เติบโตเกินกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ไทยเติบโต 6.4% มูลค่า 8.7 แสนล้าน

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย 8 ธันวาคม 2564 — การ์ทเนอร์คาดการณ์แนวโน้มการใช้จ่ายไอทีทั่วโลกปี 2565 จะมีมูลค่า 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 5.5% จากปี 2564

นายจอห์น-เดวิด เลิฟล็อค รองประธานฝ่ายวิจัย บริษัท การ์ทเนอร์  กล่าวว่า “องค์กรธุรกิจจะพัฒนาสร้างเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น แทนที่จะเป็นการซื้อและเอาไปใช้ ซึ่งส่งผลให้มูลค่าการใช้จ่ายไอทีปี 2565 เติบโตลดลง เมื่อเทียบกับปี 2564”

อย่างไรก็ตาม การสร้างสรรค์เทคโนโลยีดิจิทัลยังเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจที่สำคัญอันดับต้น ๆ ขององค์กรต่าง ๆ เนื่องจากพวกเขายังมุ่งมั่นสร้างและพัฒนาวิถีการทำงานในอนาคตอย่างต่อเนื่อง และเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเสริมเกราะความปลอดภัย รวมถึงรองรับการทำงานในแบบไฮบริดของพนักงานที่จะทวีความซับซ้อนมากขึ้นในปีหน้า”

ในปี 2565 คาดว่ามูลค่าใช้จ่ายซอฟต์แวร์ระดับองค์กรจะเติบโตสูงที่สุดถึง 11.5% (ตามตารางที่ 1) ที่ได้แรงขับจากการใช้จ่ายในซอฟต์แวร์โครงสร้างพื้นฐานที่เติบโตแซงหน้าซอฟต์แวร์แอปพลิเคชั่น  และการใช้จ่ายด้านอุปกรณ์ดีไวซ์ทั่วโลกพุ่งแตะระดับสูงสุดในปีนี้ (15.1%) เป็นผลมาจากกิจกรรมแบบรีโมทต่าง ๆ อาทิ การทำงาน การดูแลสุขภาพและการเรียนการสอนทางไกลที่ขยายตัวต่อเนื่อง แต่การ์ทเนอร์คาดว่าในปี 2565 จะยังเห็นการเพิ่มขึ้นขององค์กรที่อัปเกรดอุปกรณ์และ/หรือลงทุนในอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อหลากหลายเพื่อสร้างการเติบโตและใช้ตั้งค่าการทำงานแบบไฮบริด

ตารางที่ 1. คาดการณ์มูลค่าการใช้จ่ายด้านไอทีทั่วโลก (หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)

  มูลค่าการใช้จ่าย 

ปี 2563 

มูลค่าการเติบโต

ปี 2563 (%)

มูลค่าการใช้จ่าย 

ปี 2564

มูลค่าการเติบโต

ปี 2564 (%)

มูลค่าการใช้จ่าย 

ปี 2565

มูลค่าการเติบโต

ปี 2565 (%)

ดาต้าเซ็นเตอร์ 178,836 2.5 196,142 9.7 207,440 5.8
ซอฟต์แวร์ระดับองค์กร 529,028 9.1 600,895 13.6 669,819 11.5
อุปกรณ์ดีไวซ์ 696,990 -1.5 801,970 15.1 820,756 2.3
บริการทางด้านไอที 1,071,281 1.7 1,191,347 11.2 1,293,857 8.6
บริการด้านการสื่อสาร 1,396,334 -1.5 1,451,284 3.9 1,482,324 2.1
มูลค่าการใช้จ่ายด้านไอทีทั้งหมด 3,872,470 0.9 4,241,638 9.5 4,474,197 5.5

ที่มา: การ์ทเนอร์ (ตุลาคม 2564)

คาดการณ์มูลค่าการใช้จ่ายด้านไอทีของประเทศไทย

การใช้จ่ายผลิตภัณฑ์และบริการเทคโนโลยีในประเทศไทยในปีหน้าจะเติบโตเพิ่มขึ้น 6.4% เทียบจากปีนี้ หรือคิดเป็นมูลค่า 8.7 แสนล้านบาท

โดยบริการด้านการสื่อสารเป็นตลาดที่มีมูลค่าการใช้จ่ายไอทีที่ใหญ่ที่สุด แต่คาดว่าจะเติบโตต่ำสุดในปี 2565

มูลค่าใช้จ่ายในหมวดอุปกรณ์ดีไวซ์ (สำหรับคอมพิวเตอร์พีซีและแท็บเล็ตเป็นหลัก) จะโตสูงสุดที่ 21.7% ในปี 2564 ตามที่การทำงานระยะไกลและการเรียนรู้ทางไกลกลายเป็นวิถีใหม่ โดยผู้บริโภคและองค์กรธุรกิจต่างอัปเกรดอุปกรณ์และ/หรือลงทุนในอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อหลากหลายเครื่องเพื่อใช้ทำงานระยะไกลและแบบไฮบริด

การ์ทเนอร์ยังคาดการณ์ด้วยว่าซอฟต์แวร์ระดับองค์กรจะเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าการใช้จ่ายเติบโตสูงที่สุดในปี 2565 เพิ่มขึ้นที่ 14.8% จากปีก่อน (ตามตารางที่ 2)

ตารางที่ 2. คาดการณ์มูลค่าการใช้จ่ายด้านไอทีประเทศไทย (หน่วย: ล้านบาท)

  มูลค่าการใช้จ่าย 

ปี 2563 

มูลค่าการเติบโต

ปี 2563 (%)

มูลค่าการใช้จ่าย 

ปี 2564

มูลค่าการเติบโต

ปี 2564 (%)

มูลค่าการใช้จ่าย 

ปี 2565

มูลค่าการเติบโต

ปี 2565 (%)

ดาต้าเซ็นเตอร์ 19,432 -1.0% 20,709 6.6% 21,656 4.6%
ซอฟต์แวร์ระดับองค์กร 45,777 12.6% 53,480 16.8% 61,381 14.8%
อุปกรณ์ดีไวซ์ 165,988 11.5% 202,028 21.7% 220,106 9.0%
บริการทางด้านไอที 70,695 3.0% 77,866 10.1% 85,466 9.8%
บริการด้านการสื่อสาร 461,241 14.6% 465,345 0.9% 482,844 3.8%
มูลค่าการใช้จ่ายด้านไอทีทั้งหมด 763,134 6.1% 819,428 7.4% 871,453 6.4%

ที่มา: การ์ทเนอร์ (พฤศจิกายน 2564)

“สิ่งที่เปลี่ยนแปลงในปีที่แล้วและปีนี้กลับไม่ใช่ตัวเทคโนโลยีแต่เป็นผู้คนที่มีความตั้งใจจริงและกระตือรือร้นในการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งในปี 2565 ผู้บริหารไอทีจำเป็นต้องกำหนดและตั้งค่าวิธีการทำงานใหม่ ๆ โดยนำความสามารถในการประกอบธุรกิจแยกย่อยและเทคโนโลยีที่รองรับเวิร์กโฟลว์ที่ไม่สอดประสานกัน” นายเลิฟล็อคกล่าวเพิ่มเติม

ชมรายละเอียดการวิเคราะห์เพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวโน้มการใช้จ่ายด้านไอทีทั่วโลกจากเว็บบินาร์ของ Gartner หัวข้อ “IT Spending Forecast, 3Q21 Update: Help Employees and Customers Stay Connected’

การคาดการณ์แนวโน้มการใช้จ่ายด้านไอทีของการ์ทเนอร์ ใช้วิธีการวิเคราะห์ยอดขายอย่างเข้มข้นของผู้ค้าหลายพันรายโดยครอบคลุมผลิตภัณฑ์และบริการด้านไอทีทั้งหมด การ์ทเนอร์ใช้เทคนิคการวิจัยขั้นต้นซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยแหล่งข้อมูลทุติยภูมิที่เชื่อถือได้ในการสร้างฐานข้อมูลที่ครอบคลุมข้อมูลขนาดตลาดซึ่งเป็นฐานการพยากรณ์

การคาดการณ์มูลค่าการใช้จ่ายด้านไอทีของการ์ทเนอร์ รายไตรมาสนำเสนอมุมมองที่แตกต่างครอบคลุมกลุ่มฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ บริการทางด้านไอทีและในกลุ่มของการสื่อสารโทรคมนาคม รายงานเหล่านี้ช่วยให้ลูกค้าของการ์ทเนอร์ ตระหนักถึงโอกาสและความท้าทายทางการตลาด  ลูกค้าของการ์ทเนอร์สามารถอ่านรายงานการคาดการณ์การใช้จ่ายด้านไอทีล่าสุดได้จาก “Gartner Market Databook, 3Q21 Update.”  การคาดการณ์การใช้จ่ายไอทีไตรมาสนี้รวมลิงก์ข้อมูลของรายงานการใช้จ่ายด้านไอทีล่าสุด เว็บบินาร์ บล็อกโพสต์ และข่าวประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ไว้ด้วย

เกี่ยวกับการ์ทเนอร์ 

บริษัท การ์ทเนอร์ (Gartner, Inc.) (NYSE: IT) คือบริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำของโลก มอบข้อมูลเชิงลึก คำแนะนำ และเครื่องมือต่าง ๆ แก่ผู้บริหารองค์กรธุรกิจ เพื่อรองรับการดำเนินภารกิจสำคัญที่มีอยู่ในปัจจุบันและสร้างองค์กรให้ประสบความสำเร็จในอนาคต ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางของการ์ทเนอร์ในการช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจอย่างถูกต้องเพื่อขับเคลื่อนอนาคตของธุรกิจได้ที่ gartner.com


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จัดโปร 12.12 หนาวสะท้านทุกวงการกับส่วนลดสูงสุด 1,500 บาท พร้อมจับมือคู่ค้าลดกระหน่ำสูงสุด 70 เปอร์เซ็นต์

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยกทัพสินค้าสำหรับบ้านท้าลมหนาว จัดโปรคูลสุดทะท้าน ใน Lazada และ Shopee มอบส่วนลดสูงสุด 1,500 บาท ส่งฟรีทุกรายการ ไม่มีขั้นต่ำ พร้อมจับมือคู่ค้า 6 ราย UcanbuysPlugOnElectric 2UElectrical 4UThianthongBigjump, มอบส่วนลดสูงสุด 70 เปอร์เซ็นต์ พร้อมรับคูปองส่วนลดสูงสุดอีก 900 บาท

การลดราคาครั้งใหญ่ประจำปีของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ในครั้งนี้ เป็นการลดราคาในกลุ่มผลิตภัณฑ์สุดฮิต ที่ทุกบ้านจำเป็นต้องมี อาทิ …

สวิตช์ เต้ารับ AvatarOn A ไร้กรอบตอบโจทย์ ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งานของแผงสวิตช์ เต้ารับ ในแบบฉบับความต้องการของตัวเองได้ง่ายๆ

ตู้ไฟ 4.0 ที่มีคิวอาร์โค้ด บอกประวัติการซ่อมบำรุงและการติดตั้ง ที่มีการพลิกโฉมตู้ไฟแบบเดิมๆ ให้คูลยิ่งขึ้น

เครื่องสำรองไฟ (UPS) ที่เอาไว้ใช้เพื่อรองรับอุปกรณ์ไฮเทคในบ้านเพื่อการใช้งานที่ต่อเนื่องเวลาไฟตก หรือไฟดับ

เครื่องปรับแรงดันไฟฟ้าอัตโนมัติ(AVR) ช่วยถนอมอุปกรณ์ไฟฟ้าจากไฟตกและไฟกระพริบ ช่วยให้กกระแสไฟนุ่มนวลขึ้น

โดยผลิตภัณฑ์ที่นำมาจัดโปรโมชั่นในครั้งนี้เป็นผลิตภัณฑ์ขายดีของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ในหมวดผลิตภัณฑ์สำหรับบ้านและจำเป็นสำหรับบ้านในยุคปัจจุบัน ที่ชไนเดอร์ อิเล็คทริค มุ่งพัฒนามาเพื่อตอบโจทย์ที่พักอาศัยในยุค 4.0 เพียบพร้อมทั้งดีไซน์ และฟีเจอร์ในการใช้งาน เตรียมช้อปได้แล้ว เริ่มวันที่ 12 เดือน 12 นี้ ยาวไปถึงสิ้นเดือน!!!


Exit mobile version