Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

“GMM Grammy” จับมือ “EAST NFT” มุ่งเป้ายกระดับ MUSIC NFT ของไทยสู่กลุ่มแฟนคลับทั่วโลก

ท่ามกลางกระแส Non-Fungible Token (NFT) ที่กำลังได้รับความสนใจทั่วโลกทั้งในกลุ่มศิลปินแฟนคลับและนักสะสม ไม่ว่าจะเป็นวงการศิลปะ ดนตรี เกม แฟชั่น ฯลฯ ต่างให้ความสนใจในการเกิดขึ้นของ NFT จนมีเม็ดเงินหมุนเวียนอย่างมหาศาล  ล่าสุด GMM Grammy ประกาศจุดยืนในการเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การลงทุนในตลาด MUSIC NFT ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ท่ามกลางกระแส NFT สุดคึกคักทั่วโลก 

นายภาวิต จิตรกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจ จีเอ็มเอ็ม มิวสิค บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “การเกิดขึ้นของ NFT กำลังจะพลิกโฉมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทั่วโลก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนที่รักและชื่นชอบศิลปินในอุตสาหกรรมเพลง และเนื่องด้วย GMM Grammy มี Hidden Asset ที่สอดคล้องกับ NFT ที่มีมูลค่ามหาศาล และมีศิลปินระดับตำนานที่มีผลงานที่เป็นประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมเพลงที่มีคุณค่า GMM Grammy ต้องการที่จะสร้างตลาด MUSIC NFT ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศและก้าวสู่ตลาดโลกเพื่อให้แฟนเพลงสามารถเข้าถึง ครอบครอง ลงทุน ในคอลเลคชั่นพิเศษต่างๆ ของ GMM Grammy ซึ่งการมีพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่งอย่าง EAST NFT ซึ่ง เป็นโกลบอลแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ในการซื้อขายของสะสมดิจิทัลที่มีมูลค่าระดับพรีเมี่ยมที่ได้รับความนิยมในเอเชีย น่าจะเป็นตัวเร่งและส่งเสริมให้ตลาด MUSIC NFT ในประเทศไทยเป็นที่นิยมในวงกว้าง และก้าวสู่ระดับสากลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

โดยกลยุทธ์การวางสินค้าของ GMM Grammy ในแพลตฟอร์มของ EAST NFT แบ่งออกเป็น 4 Tiers ซึ่งจะเป็นผลงานของศิลปินที่มีเรื่องราวความเป็นมา เป็นสินค้าที่เป็น Rare Item และบางชิ้นจะเป็นผลงานที่เป็นประวัติศาสตร์ของศิลปินชื่อดังระดับตำนานซึ่งจะมีเพียงชิ้นเดียวในโลก โดยแบ่งออกเป็น

1. Special Collection – สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนเพิ่งเริ่มต้นเข้ามาในโลกของ MUSIC NFT ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้จะเน้นความ Mass เข้าถึงง่าย ราคาไม่แพง

2. Rare Collection – กลุ่มนี้จะเป็นสินค้าที่มีจำกัดและเป็น Unseen Item โดยจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ Limited Item และ Limited Movement 

3. Epic Collection – กลุ่มสินค้าที่ไม่มีการผลิตซ้ำ เป็น Moment พิเศษ ที่เป็นตัวแทนของความทรงจำที่มีคุณค่า
ให้แฟนๆ ได้เข้าถึงและสามารถครอบครองได้

4. Legendary Collection – เป็นสินค้าและผลงานของศิลปินระดับตำนานของประเทศที่มีเรื่องราวความเป็นมา
มีความหายาก บางชิ้นนับเป็นประวัติศาสตร์ของวงการดนตรีที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก
 

นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EAST NFT Platform เปิดเผยว่า เรามีความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้จับมือร่วมกันกับ GMM Grammy ในครั้งนี้ อย่างที่ทราบกันดีว่า EAST NFT นั้นเป็น  โกลบอลแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ที่พร้อมสนับสนุนผลงานศิลปะ ผลงานศิลปิน และงานแบรนด์ไทยออกสู่ตลาดโลก และครั้งนี้เราก็มุ่งมั่นอย่างตั้งใจด้วยความพร้อมที่จะนำเสนอชิ้นงานประวัติศาสตร์ของ GMM Grammy จากศิลปินระดับตำนานที่โลดแล่นในแวดวงอุตสาหกรรมดนตรีมาอย่างยาวนาน ในชิ้นงานที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อนนำเสนอผ่าน EAST NFT ของเราเท่านั้นเพื่อร่วมกันสร้าง MUSIC NFT ของไทยสู่สากล

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังจะเข้ามามีบทบาทอย่างมากในอนาคต การร่วมมือระหว่าง
‘GMM Grammy’ และ EAST NFT’ ในครั้งนี้มีเป้าหมาย เพื่อผลักดันการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านการลงทุน ที่จะสร้างตลาด MUSIC NFT ที่ใหญ่ที่สุดของไทย โดยจะร่วมมือกันด้วยการนำเสนอผลงานที่เป็นประวัติศาสตร์ของศิลปิน ซึ่งจะมีเพียงชิ้นเดียวในโลก และเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมูลค่ามหาศาลให้กับนักลงทุนและนักสะสมทั่วโลกได้ครอบครอง รวมทั้งยังเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมดนตรีของไทยอีกด้วย

สามารถติดตามการอัปเดตคอลเล็คชั่นแรกของ ‘GMM Grammy’ กับ EAST NFT ได้ในไตรมาสแรกของปี 2565 หรือดูรายละเอียดแพลตฟอร์มเพิ่มเติมที่ www.eastnft.com


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

“จี-ยู ครีเอทีฟ” ผนึกเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ “EAST NFT” เปิดตัวผลงานศิลปะของศิลปินญี่ปุ่นให้ซื้อขายได้แล้วที่แพลตฟอร์ม EAST NFT

กรุงเทพมหานคร – 10 มกราคม 65: บริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัด ประกาศเปิดตัวผลงานของศิลปินและสินค้าดิจิทัลเพื่อให้ซื้อขายแลกเปลี่ยนได้แล้วทางแพลตฟอร์ม EAST NFT อย่างเป็นทางการในงานใหญ่ที่มีชื่อว่า “JAPAN EXPO THAILAND 2022” ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

การประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญร่วมกันระหว่าง จี-ยู ครีเอทีฟ และ EAST NFT ได้รับเกียรติจากคุณยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์ ประธานกรรมการบริหาร คุณโทโมมิ โคบายาชิ รองประธาน ลงนามความร่วมมือกับคุณสิทธิ ศรีชวาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคเค เวนเจอร์ จำกัด พันธมิตรผู้ดำเนินการสร้างความร่วมมือระหว่าง EAST NFT และ จี-ยู ครีเอทีฟ

คุณยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัด เผยว่า “จี-ยู ครีเอทีฟเราคือผู้เชี่ยวชาญด้านการนำเสนอคอนเทนต์ลิขสิทธิ์จากประเทศญี่ปุ่น ชูความเป็นหนึ่งด้านงานอีเว้นท์ญี่ปุ่น เน้นการจัดงานสานสัมพันธ์ระหว่างไทยญี่ปุ่น ยกตัวอย่างเช่น JAPAN EXPO THAILAND งานญี่ปุ่นที่ยิ่งใหญ่ชั้นแนวหน้าระดับเอเชีย ที่รวบรวมเสน่ห์อันหลากหลายของความเป็นญี่ปุ่นมาไว้ในงานเดียวที่โชว์ศักยภาพในการนำเอกลักษณ์แท้ ในด้านต่าง ๆ ของญี่ปุ่นรวมไว้ในงานนี้ ซึ่งเป็นงานที่จัดมาต่อเนื่องเข้าสู่ครั้งที่ 7 แล้ว และจากประสบการณ์การดำเนินงานร่วมกับญี่ปุ่นมายาวนานกว่า 15 ปี บริษัทมีความชำนาญเรื่องการคัดสรรคอนเทนต์ บริษัทพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบเริ่มด้วยการนำพาสินค้า ผลงานของศิลปิน เข้าสู่ตลาด NFT จึงได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งระดับ Global Platform อย่าง EAST NFT เพื่อเปิดตัวผลงานดิจิทัลของศิลปินให้ซื้อขายได้ที่ www.eastnft.com

ศิลปินแนวหน้าของญี่ปุ่นที่ได้รับเชิญให้มาแสดงผลงานในรูปแบบดิจิทัลไม่ว่าจะเป็นศิลปินอย่างคุณ Naomichi Hanazono นักแสดงหนุ่มมากความสามารถในการร่ายรำพัดและการแสดงทางด้านศิลปินวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ได้นำเสนอผลงานรูปภาพของตัวเองออกมาในรูปแบบ NFT หรือจะเป็นคุณ Shogo Kariyazaki ที่เป็นศิลปินจัดดอกไม้ที่มีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ ของประเทศญี่ปุ่น และคุณ Takuma Fujisaki นักศิลปะแนว Pipe Cleaner Art รวมถึงศิลปินไอดอลญี่ปุ่นที่จะรวมตัวกันเตรียมออกผลงานบน EAST Platform

ด้านคุณสิทธิ ศรีชวาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคเค เวนเจอร์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน Non Fungible Token (NFT) ในฐานะพันธมิตรผู้สร้างความร่วมมือระหว่าง EAST NFT และ จี-ยู ครีเอทีฟ เสริมต่อว่า “ในฐานะของผู้ดำเนินการสร้างความร่วมมือเรามั่นใจว่า จี-ยู ครีเอทีฟ จะนำเสนอผลงานของศิลปินญี่ปุ่นที่มีคุณค่า มีความพิเศษ โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์แท้ที่ผู้คนต่างหลงใหลและชื่นชอบในศิลปะ วัฒนธรรม เพื่อมาเป็นผลงานดิจิทัลให้ผู้คนทั่วโลกได้รับโอกาสจับจองเป็นเจ้าของและสะสมผ่านทางแพลตฟอร์ม EAST NFT ได้อย่างภาคภูมิใจ ทั้ง 2 บริษัทจะผนึกกำลังกันในการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมุ่งมั่นตั้งใจที่จะมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพให้กับลูกค้า สร้างความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำตลาดร่วมกัน”

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.eastnft.com กับของสะสมดิจิทัลที่มีมูลค่าหลากหลายครอบคลุมทั้งงานศิลปิน งานดนตรี ความบันเทิงทุกรูปแบบ กีฬา และ ของที่ระลึก


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ออฟฟิศเมท ต้อนรับปีขาล ลดสูงสุด 80% ตลอดเดือนมกราคม 65 พร้อมขานรับมาตรการ “ช้อปดีมีคืน” ลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000.-

ออฟฟิศเมท และ ออฟฟิศเมท พลัส ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จัดโปรแรงต้อนรับปีขาล ชวน SME เปลี่ยนโฉมธุรกิจใหม่รับปี 2022 เสริมการงานและกิจการให้รุ่งเรืองเฮงๆ ตลอดปี กับแคมเปญ “New Year New Biz Style” ด้วยสินค้าที่ลงตัวกับสไตล์การทำงานแบบ Hybrid Workplace และการดำเนินธุรกิจสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นความสะอาดและปลอดภัย ตามเทรนด์ Next Normal! พร้อมขานรับมาตรการ  “ช้อปดีมีคืน” ของรัฐบาล ทุ่มโปรดีไม่ยั้ง ลดสูงสุด 80% ให้พนักงานออฟฟิศ ฟรีแลนซ์ และผู้ประกอบการรายย่อยลดต้นทุนค่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบอาชีพ ใช้ในบ้าน หรือโฮมออฟฟิศ และรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุด 30,000 บาท* ตามมาตรการรัฐ ตั้งแต่ 1 ม.ค. 65 – 15 ก.พ. 65…ช้อปสะดวกได้ทุกช่องทาง ทั้งที่ร้านออฟฟิศเมท และออฟฟิศเมท พลัส, Contact Center 1281 และช่องทางออนไลน์ที่ Line: @OfficeMate หรือเว็บไซต์ https://bit.ly/3yQRBos และ OfficeMate Mobile App พร้อมบริการจัดส่งฟรีเมื่อช้อป 499.-* (ตามกำหนด)

เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ไอทีที่ธุรกิจยุคใหม่ต้องมี!…ทำงานได้ราบรื่นทุกสถานการณ์ตามเทรนด์ Hybrid Workplace ลงตัวทั้งที่บ้านและออฟฟิศ จัดเต็มเฟอร์นิเจอร์อินเทรนด์ ราคาสุดว้าว  ลดสูงสุด 75%  อาทิ เก้าอี้เพื่อสุขภาพ Ergonomic เก้าอี้ผู้บริหาร เก้าอี้สำนักงาน เก้าอี้เกมส์ เก้าอี้อเนกประสงค์ โต๊ะทำงาน โต๊ะประชุม ตู้ลิ้นชัก ชั้นวางเข้าชุด  พร้อมจัดส่งและประกอบฟรี* (ตามที่กำหนด)  อีกทั้งยังมีอุปกรณ์ไอทีลดสูงสุด 58% อาทิ เครื่องพิมพ์และหมึกพิมพ์ เครื่องคิดเลข ปลั๊กไฟ เมาส์ไร้สาย เอ็กซ์เทอนัลฮาร์ดดิส  เป็นต้น

ยกชุด Hygiene & Cleaning ลดสูงสุด 80% ให้ทุกธุรกิจสะอาดปลอดภัย อาทิ   เครื่องวัดอุณหภูมิร่างกายแบบอินฟาเรด แอลกอฮอล์ น้ำยาทำความสะอาดฆ่าเชื้อ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย เครื่องขัดพื้น ชุดไม้ถูพื้น กระดาษชำระ ถุงขยะ และน้ำยาถูพื้น เป็นต้น

1 ม.ค. 65 – 15 ก.พ. 65 นี้ ออฟฟิศเมท และ ออฟฟิศเมท พลัส ขานรับมาตรการ “ช้อปดีมีคืน” ให้คุณรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุด 30,000 บาท*  โดยสามารถช้อปสินค้ากว่า 100,000 รายการ ออฟฟิศเมทออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบง่ายและเร็ว ให้คุณลดหย่อนภาษีได้ทุกชิ้นตามมาตรการรัฐ พิเศษ! ช่วยคุณเซฟเงินสดในกระเป๋า… รับสิทธิพิเศษผ่อน 0%* นานสูงสุด 3 เดือน กับบัตรเครดิต Central The 1, SCB และ KBank (ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด)


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

เมื่อผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค ต้องเผชิญกับความผันผวนรุนแรงในตลาด การเร่งสู่ระบบดิจิทัลเป็นเรื่องจำเป็นยิ่ง

โดย ไมเคิล จามีสัน ประธานฝ่ายอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค ชไนเดอร์ อิเล็คทริค

ความปลอดภัยของผู้คนถือเป็นสิ่งสำคัญสุดสำหรับบริษัทด้านการผลิต การแพร่ระบาดผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านสถานที่ทำงาน เช่น การสร้างระยะห่างทางสังคมในส่วนบรรจุภัณฑ์ และการจำกัดการเข้าถึงเพื่อติดตั้งหรือดำเนินการซ่อมบำรุง คนทำงานลดน้อยลง เนื่องจากกฎระเบียบข้อบังคับในการกักตัว และอีกหลายปัญหาที่ต้องอาศัยการตอบสนองด้วยนวัตกรรมจากผู้มีส่วนร่วมในภาคการผลิต ตัวอย่างเช่น ในเดือนมีนาคม สถาบันด้านการจัดการซัพพลาย หรือ ISM (Institute of Supply Management) รายงานว่าเกือบ 75 เปอร์เซ็นต์ของบริษัทที่เข้ารับการสำรวจได้รายงานถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในซัพพลายเชนเรื่องกำลังการผลิตบางส่วน เนื่องจากข้อจำกัดด้านการขนส่งอันเนื่องมาจากไวรัสโคโรนา

เมื่อองค์ประกอบจากปัจจัยภายนอกร่วมกันบีบบังคับให้อุตสาหกรรมต้องเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงไม่มีเวลา (หรือเงินทุน)มาคาดหวังว่าเงินลงทุนจะช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ในทางกลับกัน โซลูชันที่ช่วยปรับปรุงเรื่องความยืดหยุ่น ความคล่องตัว และความสามารถในการมองเห็นทั่วซัพพลายเชนการผลิตคือสิ่งจำเป็น ความสามารถในการก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากลำบากเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการดำเนินการได้มากขึ้นด้วยจำนวนคนเท่าที่มีอยู่ โดยใช้อุปกรณ์ต่างๆ ที่มีอยู่แล้ว

แนวทางใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการปรับกระบวนการดำเนินงานสู่ระบบดิจิทัล ช่วยให้พนักงานสามารถเพิ่มทักษะและการฝึกอบรมได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้ทำงานได้จากระยะไกล และเพิ่มประสิทธิภาพของสินทรัพย์ที่มีอยู่ในโรงงานผลิต

การปรับกระบวนการสู่ดิจิทัล ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสินทรัพย์ และเพิ่มความยืดหยุ่นได้อย่างไร

หลายองค์กรกำลังตระหนักว่าการปรับกระบวนการดำเนินงานสู่ดิจิทัลสามารถให้วิธีการในการสร้างกระบวนการใหม่ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งช่วยให้กระบวนการเดิมมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ตัวอย่างต่อไปนี้ แสดงให้เห็นว่าบรรดาบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภค อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ ได้นำโซลูชันดิจิทัลซอฟต์แวร์มาใช้ เพื่อปรับตัวรับมือกับความท้าทายจากการแพร่ระบาดทั่วโลก

  • ติดตั้งระบบซ่อมบำรุงแบบคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ในอุตสาหกรรมที่จำเป็นอย่าง อาหารและเครื่องดื่ม ที่มีความต้องการพุ่งสูงทำให้ผู้ผลิตอยู่ในสถานะที่ไม่สามารถปล่อยให้การดำเนินการต้องชะลอตัวหรือหยุดชะงักได้ ตัวอย่างเช่น ในการผลิตผลิตภัณฑ์จำพวกนมวัว ยังคงผลิตนมอยู่อย่างต่อเนื่อง และหากโรงงานโดนบังคับให้ต้องหยุดการดำเนินงาน นมที่ได้ก็จะถูกทิ้ง ส่งผลให้เกิดการสูญเสียสำคัญที่เป็นอาหารเหลือทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย รวมถึงส่งผลกระทบต่อผลกำไร ด้วยเหตุนี้ สินทรัพย์เครื่องจักรจึงถูกเรียกเก็บภาษีเกินขีดจำกัดปกติ และต้องมีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าเพื่อลดการเกิดดาวน์ไทม์ แม้ว่าอุปกรณ์จะเกิดความเสียหายและล้มเหลวก็ตาม โดยในกรณีดังกล่าว โซลูชันระบบดิจิทัลจะให้ความสามารถในการคาดการณ์การซ่อมบำรุงล่วงหน้า ซึ่งช่วยให้พนักงานที่มีอยู่จำกัดมุ่งเน้นที่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากที่สุด และสามารถวางแผนการซ่อมได้ ก่อนที่จะทำให้การดำเนินงานต้องหยุดชะงัก  บริษัทต่างๆ สามารถขยายอายุการใช้งานของอุปกรณ์ได้ด้วยการใช้ IIoT เซ็นเซอร์วัดเงื่อนไขการทำงาน หากไม่มีเหตุอันควรให้ต้องซ่อมบำรุง บริษัทก็สามารถเลื่อนการซ่อมบำรุงออกไปได้ไกลกว่าช่วงเวลาปกติที่เป็นมาตรฐาน สอดคล้องตามข้อมูลจาก McKinsey การตรวจสอบเงื่อนไขการซ่อมบำรุงได้ดียิ่งขึ้น โดยปกติแล้วจะช่วยลดค่าใช้จ่ายการซ่อมบำรุงได้ 10-15 เปอร์เซ็นต์
  • การเพิ่มศักยภาพให้กับคนทำงาน บรรดาองค์กรที่เผชิญกับความท้าทายในการที่ต้องลดคนทำงาน ต้องใช้คนทำงานที่เหลืออยู่ในการผลิตได้เต็มประสิทธิภาพ ตัวอย่างหนึ่งที่การปรับกระบวนการสู่ดิจิทัลช่วยได้คือ การมีผู้เชี่ยวชาญจากระยะไกล (เช่นผู้จัดการที่ดูแลพื้นที่ผลิต) ใช้แท็ปเล็ตในการช่วยชี้แนวทางให้กับพนักงานที่มีประสบการณ์น้อยและยังต้องทิ้งระยะห่างทางสังคม โดยอุปกรณ์ดังกล่าวจะใช้แอปพลิเคชัน AR ในการอธิบายกระบวนการในการใช้เครื่องจักรและบริหารจัดการด้านการทำงานให้เห็นเป็นภาพ

ในสถานการณ์ที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และโรงงานส่วนใหญ่ต้องอาศัยการดำเนินการด้วยตัวเอง พนักงานต้องห่างจากเครื่องจักรเพื่อเข้ารับการฝึกอบรมด้านกระบวนการดำเนินงาน เมื่อต้องเผชิญกับปัญหาในพื้นที่การผลิต พนักงานเหล่านี้ต้องดูหน้าจอหลากหลายของเครื่องจักรแต่ละตัว เพื่อประเมินถึงต้นเหตุของปัญหาที่เจอ หากสายการผลิตหยุดทำงาน ก็ต้องโทรเข้าไปที่ฝ่ายสนับสนุนด้านเทคนิค ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ทั้งหมดกินเวลามากและทำให้มีเวลาไม่พอ

ในทางกลับกัน หากผู้ดำเนินงานเข้าถึงเครื่องมือ AR ในระบบดิจิทัลผ่านอุปกรณ์พกพา ตัวอย่างเช่น พนักงานสามารถระบุจากภาพที่เห็นได้อย่างรวดเร็วว่าเกิดปัญหาที่ไหนโดยที่ไม่ต้องทำการฝึกอบรมต่อ อีกทั้งยังได้รับคำแนะนำโดยทันที พร้อมเอกสารที่อัพเดตเกี่ยวกับการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง และเมื่อกระบวนการในระบบดิจิทัลทำให้งานของผู้ดูแลง่ายขึ้น บริษัทก็มีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ที่ยุ่งยากและผันผวนได้ดียิ่งขึ้น

  • ปรับสู่ระบบอัตโนมัติเพื่อให้สามารถเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ทางเลือกได้รวดเร็ว องค์กรธุรกิจที่ลงทุนในเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว จะไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากวิกฤติปัจจุบัน เนื่องจากความยืดหยุ่นที่เพิ่มเข้ามา ช่วยให้ปรับตัวตามเงื่อนไขตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ ตัวอย่างเช่น ในการดำเนินการด้านการกลั่นและบรรจุขวดที่ออกแบบเพื่อการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากมีระบบออโตเมชั่นที่เหมาะสมอยู่แล้ว ก็จะช่วยให้ปรับเปลี่ยนและออกเป็นสูตรใหม่สำหรับเจลทำความสะอาดมือได้ ซึ่งความคล่องตัวในการตอบสนองอย่างรวดเร็วนั้นช่วยให้บริษัทต่างๆ รองรับความต้องการของตลาดในปัจจุบันได้ โดยใช้สินทรัพย์ขององค์กรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และช่วยรักษางานไว้ได้

ประโยชน์ของการปรับกระบวนการสู่ระบบดิจิทัล ที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤติ

ก้าวต่อไปก็คือ หลายองค์กรด้านการผลิตจะนำพาธุรกิจไปในแนวทางใหม่ สำหรับบางรายการจะมุ่งเน้นที่ความพอเพียงในองค์กรมากกว่า แต่สำหรับอีกหลายรายจะเน้นไปที่ช่องทางจัดหาและจัดจำหน่ายเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหนก็ตาม การปรับกระบวนการด้านการทำงานหลักสู่ระบบดิจิทัลและความสามารถในการเข้าถึงสินทรัพย์ต่างๆ ในโรงงานได้จากระยะไกลอย่างปลอดภัย จะกลายเป็นศักยภาพหลักที่จำเป็นต่อการให้บริการในตลาดที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ยิ่งขึ้น


เกี่ยวกับชไนเดอร์ อิเล็คทริค

เป้าหมายของชไนเดอร์ อิเล็คทริค คือการช่วยให้ทุกคนใช้พลังงานและทรัพยากรได้เกิดประโยชน์สูงสุด เชื่อมโยงความก้าวหน้าและความยั่งยืนเพื่อประโยชน์ของทุกคน เราเรียกสิ่งนี้ว่า Life Is On

ภารกิจของเราคือการเป็นพันธมิตรด้านดิจิทัลกับคุณ เพื่อสร้างประสิทธิภาพและความยั่งยืน

เราขับเคลื่อนการปฏิรูปสู่ดิจิทัล ด้วยการผสานรวมเทคโนโลยีชั้นนำของโลกด้านพลังงานและกระบวนการจัดการ เข้ากับผลิตภัณฑ์ตั้งแต่จุดเชื่อมต่อปลายทางไปยังคลาวด์ ระบบควบคุม รวมถึงซอฟต์แวร์และการบริการครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตการทำงานทั้งหมด เพื่อสร้างศักยภาพในการบริหารจัดการองค์กรแบบบูรณาการ ทั้งสำหรับบ้าน อาคาร ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรม

เราคือบริษัทระดับโลกที่มีการดำเนินงานในระดับท้องถิ่นมากที่สุด เราสนับสนุนมาตรฐานระบบเปิดและระบบนิเวศของคู่ค้าที่มีความมุ่งมั่นแรงกล้าในการทำตามวัตถุประสงค์อย่างมีเป้าหมายร่วมกัน และคุณค่าในการรวมกันเป็นหนึ่งเดียวพร้อมขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกัน


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ทีม Happy 8 นักศึกษาสาขาเทคโนโลยีการเชื่อม (WDT)คว้ารางวัลดีมาก จากการประกวดแผนปฏิบัติการ “องค์กร 4G แห่งความสุข”

ทีม Happy 8 นักศึกษาสาขาเทคโนโลยีการเชื่อม (WDT)ภาควิชาเทคโนโลยีการเชื่อม วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) คว้ารางวัลดีมาก จากการประกวด“Young Happiness Agent 2021 ยุวทูต 4G” อาจารย์ที่ปรึกษา รศ.ดร.ตรีเนตร ยิ่งสัมพันธ์เจริญ ณ โรงแรมศิวาเทล กรุงเทพฯ  โครงการ “องค์กร 4G มีสุข : เข้าใจ เตรียมพร้อม และทลายช่องว่าง” สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล การจัดกิจกรรม “Young Happiness Agent 2021 ยุวทูต 4G” เป็นการประกวดแผนปฏิบัติการ “องค์กร 4G แห่งความสุข” โดยมีกลุ่มนักศึกษาจาก 5 มหาวิทยาลัย ได้แก่   มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ  มหาวิทยาลัยมหิดล  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี  และมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี  จำนวน 26 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้คนกลุ่ม Gen Z ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ชีวิตการทำงาน ได้นำเสนอแนวคิดการสร้างเสริมองค์กรแห่งความสุข (Happy Workplace) สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2564 

การระดมสมองเพื่อพัฒนาแผนปฏิบัติการ “องค์กร 4G แห่งความสุข” เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจ และสะท้อนความต้องการของคนรุ่นใหม่  ได้แก่ การจัดให้มีการออกกำลังกายในสถานที่ทำงาน เพื่อส่งเสริมสุขภาพกายดี (Happy body) การส่งเสริมให้เกิดความยืดหยุ่นในการเลือกสถานที่ทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศในการทำงานที่ผ่อนคลาย (Happy Relax) และการทำงานเพื่อองค์กรควบคู่ไปกับการทำงานเพื่อสังคม (Happy Society) ซึ่งสะท้อนให้เห็นกรอบคิดของการทำงานอย่างมีความสุขของคนรุ่นใหม่ ว่าความสุขไม่ได้จำกัดเฉพาะตัวบุคคล และองค์กรเท่านั้น แต่นิยามความสุขในการทำงานต้องครอบคลุมไปยังการทำงานเพื่อมอบประโยชน์ให้แก่สังคมด้วยเช่นกัน

ขวัญฤทัย ข่าว


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านเดินหน้ายกระดับและพัฒนาธุรกิจผ่านหลักสูตร Home Builder Expert 2021

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน พร้อมเป็นเวทีกลาง สนับสนุนการประกอบธุรกิจรับสร้างบ้านทั้งในทางปฏิบัติและวิชาการ ล่าสุดดึงกูรูอัพเดทความรู้ร่วมแชร์ประสบการณ์ ผ่านหลักสูตร Home Builder Expert 2021 เพื่อยกระดับและพัฒนาธุรกิจรับสร้างบ้านรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 แบบจัดเต็มตลอด 4 วัน ภายใต้หัวข้อ “ปลดล็อคธุรกิจรับสร้างบ้าน เตรียมความพร้อมสู่มืออาชีพ” 

นายวรวุฒิ กาญจนกูล นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) เปิดเผยว่า สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านพร้อมที่จะเป็นเวทีกลางในการส่งเสริม สนับสนุนการประกอบธุรกิจรับสร้างบ้าน ทั้งในทางปฏิบัติและทางวิชาการ เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพสินค้า การบริการให้เป็นที่เชื่อถือและเป็นที่ยอมรับของภาครัฐ องค์กรธุรกิจต่าง ๆ ผู้บริโภคและประชาชนทั่วไป 

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านได้ดำเนินการในหลากหลายช่องทาง ซึ่งล่าสุด เมื่อวันที่ 19-20 และ 26-27 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมาได้จัดอบรมผ่านหลักสูตร  Home Builder Expert 2021 หลักสูตร 4 วันภายใต้หัวข้อ “ปลดล็อคธุรกิจรับสร้างบ้านเตรียมความพร้อมสู่มืออาชีพ” โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 4 ที่ได้จัดทำหลักสูตรอบรมเพื่อยกระดับและพัฒนาธุรกิจรับสร้างบ้านให้มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ 

ในครั้งนี้ ผู้ที่เข้าร่วมอบรมในหลักสูตรทุกท่านได้รับข้อมูล และความรู้ดี ๆ จากผู้รู้และเชี่ยวชาญชั้นนำในวงการธุรกิจรับสร้างบ้านมาเปิดเคล็ดลับแบบลงลึกพร้อมแชร์ประสบการณ์โดยตรงทั้งด้านการตลาด และการขาย, ด้านการเงินและภาษี รวมถึงมาตรฐานที่คนสร้างบ้านต้องรู้ เป็นต้น ซึ่งสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านต้องขอขอบคุณวิทยากรทุกท่านที่ให้เกียรติสละเวลามาร่วมกันสร้างและพัฒนาธุรกิจรับสร้างบ้านยุคใหม่ไปด้วยกัน นำโดย นายสุรศักดิ์ เหลืองอุษากุล   Co-Founder / Director of Planning & Idea CEO BrandBaker ในหัวข้อ “กลยุทธ์การตลาดในยุคดิจิทัลสำหรับธุรกิจรับสร้างบ้าน” ขณะที่ผู้บริหารรุ่นใหม่ นายโกศล โควิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท รอแยลเฮ้าส์ จำกัดและกรรมการฝ่ายกิจกรรมพิเศษสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน มาร่วมเปิดประสบการณ์ “การตลาดธุรกิจรับสร้างบ้านยุคใหม่มีอะไรที่ต้องเปลี่ยน” ด้าน ดร.วิทยา จารุพงศ์โสภณ Co-Founder and Director of Planning and Ideas at BrandBaker มาถ่ายทอดความรู้ภายใต้หัวข้อ “Branding&Price Strategy”

พร้อมกันนี้ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ จำกัด และกรรมการที่ปรึกษาฝ่ายพัฒนาธุรกิจสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน “นายสุรัตน์ชัย กึงฮะกิจ” มาร่วมแบ่งปันความคิดความเห็นที่ประโยชน์ ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจในยุคปัจจุบันที่ต้องเผชิญกับปัจจัยลบรอบด้าน การทำธุรกิจต้องห้ามหยุดการเปลี่ยนแปลง ต้องมีการพัฒนาตลอด ก้าวข้ามข้อจำกัดของตัวเองให้ได้ และต้องปรับตัวให้เร็วถึงจะรอด นอกจากนี้ผู้เข้าอบรมยังได้ไปศึกษาดูงานยังสถานที่ก่อสร้างจริงกับบ้านหรูระดับ 100 ล้าน จาก บริษัท มาสเตอร์ แปลน 101 จำกัด แบบสุด Exclusive  

ส่วนนายมานพ สีเหลือง ผู้บริหารโรงเรียนเยลโล่การบัญชี / Founder Yellow Accounting School และนางสาวกนกไรวินท์ บุรินทร์นันน์ ผู้บริหารบริษัท เยลโล่ แอคเคาน์ติ้ง จำกัด (สำนักงานบัญชี) และเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากร(TA) / Founder at Yellow Accounting Co.,Ltd  and Tax Auditor” ที่บรรยายในหัวข้อ “Tax Story ภาษีธุรกิจรับสร้างบ้าน” ขณะเดียวกันนายกฤตนัน วิโรจน์สายลี Founder Sales101 & Founder Sales University มาร่วมแชร์เทคนิคการขายงานลูกค้าให้ประสบความสำเร็จในหัวข้อ “Art of Sales ปลดล็อคเทคนิคการขายสำหรับธุรกิจรับสร้างบ้าน” ที่เสริมความแน่นในการสร้างโอกาสปิดการขายเพื่องานรับสร้างบ้าน จากประสบการณ์จริง จากนายธีร์ บุญวาสนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อยุธยา สร้างบ้าน จำกัด และอุปนายกฝ่ายวิชาการและรองเลขาธิการสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านและ นางสาวรัชดาภรณ์ วิญญะสา กรรมการบริหารสายงานการตลาดและขาย กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์

นายโอฬาร จันทร์ภู่ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอดวานซ์ โฮม จำกัด และเลขาธิการสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน บรรยายในหัวข้อ “The Standard มาตรฐานที่คนสร้างบ้านต้องรู้” เพื่อเป็นการตอกย้ำมาตรฐานระบบงานรับสร้างบ้านที่ดี ช่วยให้เกิดประโยชน์อย่างน้อย 6 ข้อคือ 

1. งานก่อสร้างมีคุณภาพ

2. ประหยัดเวลาก่อสร้าง

3. ลดต้นทุนก่อสร้าง ลดค่าดำเนินการก่อสร้าง

4. ลดข้อพิพาทที่จะนำไปสู่การฟ้องร้อง

5. เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า

6. ส่งมอบบ้านได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ นายพงศ์วัฒน์ กฤษณามระ CPO of BUILK ONE GROUP ที่มาบรรยายในหัวข้อ “Construction Innovation” ก่อนจะปิดท้ายด้วย 3 ผู้บริหารที่คร่ำหวอดในวงการรับสร้างบ้าน ประกอบด้วย นายปราโมทย์ ธีรกุล ประธานกรรมการบริหาร โฟร์พัฒนากรุ๊ป และอดีตนายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน, นายศักดา โควิสุทธ์ ประธานบริหาร บริษัท รอแยลเฮ้าส์ จำกัด และอดีตนายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน และนายสุธี เกตุศิริ กรรมการผู้จัดการ กลุ่ม บิวท์ ทู บิวด์ และกรรมการที่ปรึกษาพิเศษสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน บอกเล่าถึงประสบการณ์จริงถึงวิธีการเอาตัวรอดจากเศรษฐกิจในยุคโควิด -19

ทั้งนี้ ผู้บริโภคและผู้ที่สนใจทั่วไปสามารถติดต่อสอบถามผ่านเว็บไซต์ของสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน www.hba-th.org ที่เป็นเว็บไซต์ศูนย์กลางให้กับผู้ที่สนใจปลูกสร้างบ้านได้เข้ามาหาข้อมูล และเข้าถึงแบบบ้านต่าง ๆ ได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกและผู้บริโภค


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

depa MOU MI มุ่งส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ครอบคลุม 6 ประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง สร้างความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน

29 ธันวาคม 2564กรุงเทพมหานคร – สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) จับมือ สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง (MI) ลงนามความร่วมมือบันทึกความเข้าใจ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล มุ่งยกระดับเศรษฐกิจและสังคม ขจัดความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ สู่ความแข็งแกร่งใน 6 ประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) พร้อมด้วย นายสุริยัน วิจิตรเลขการ ผู้อำนวยการบริหาร สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง (Mekong Institute : MI) ร่วมลงนามความร่วมมือบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนเทคโนโลยีนวัตกรรมดิจิทัล มุ่งยกระดับเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้โครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Sub-region, GMS) โดยมี นายพรชัย หอมชื่น ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ depa และ นางสาวพรวิไล ภูมิรา Partnership and Resource Mobilization Manager, MI ร่วมเป็นสักขีพยาน

ดร.ณัฐพล กล่าวว่า การลงนามในครั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมมือกันพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วย ไทย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และมณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมหาแนวทางในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และนวัตกรรมด้านเศรษฐกิจดิจิทัลที่ประสบความสำเร็จ ขยายผลสู่การพัฒนาขีดความสามารถในระดับอนุภูมิภาค รวมถึงต่อยอดองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมดิจิทัลผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการนำความรู้และเทคโนโลยีดิจิทัลไปประยุกต์ใช้ให้เกิดการพัฒนาอย่างกว้างขวางสู่การปฏิบัติที่มุ่งเน้นให้เกิดผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรม ช่วยขับเคลื่อนทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

ความร่วมมือที่เกิดขึ้นถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการทำงานแบบบูรณาการ ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อแสดงถึงเจตจำนงที่เห็นพ้องต้องกันที่จะร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล อีกทั้งเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของระบบนิเวศอุตสาหกรรมดิจิทัล พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในการก้าวเข้าสู่ยุคสังคมดิจิทัลสมัยใหม่ สู่ความแข็งแกร่งในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

ด้าน นายสุริยัน กล่าวว่า สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง ดำเนินงานภายใต้กรอบ 3 ด้าน คือ 1. การพัฒนาทางการเกษตรและการพาณิชย์ (Agricultural Development and Commercialization) 2. การอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุน (Trade and Investment Facilitation) และ 3. พลังงานและนวัตกรรม สิ่งแวดล้อม (Sustainable Energy and Environment) โดยมุ่งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และเสริมสร้างศักยภาพในการเร่งพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ตลอดจนขจัดความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ ให้แก่กลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง พร้อมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจการค้าชายแดน

ทั้งนี้ ข้อมูลกระทรวงพาณิชย์ ระบุ การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือนกันยายน 2564 มีการส่งออกแล้ว 778,367 ล้านบาท ขยายตัว 38.06% ส่วนมูลค่าการค้ารวมทั้งส่งออกและนำเข้า 9 เดือนแรกของปี 2564 มีมูลค่า 1,275,542 ล้านบาท โดยกระทรวงพาณิชย์ ตั้งเป้าปี 2564 การค้าชายแดนและผ่านแดน ขยายตัว 3%  คิดเป็นมูลค่า 789,198 ล้านบาท


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

คณะวิศวกรรมศาสตร์ฯ มทร. สุวรรณภูมิ ร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านเกษตรอัจฉริยะ และโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG แก่เกษตรกรชาวสวนผลไม้ จังหวัดนนทบุรี

ผศ.ดร.สมพร ศรีวัฒนพล คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์นนทบุรี ร่วมบรรยายในหัวข้อ “องค์ความรู้ด้านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสำหรับงานเกษตร และการประยุกต์ใช้” เพื่อร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านเกษตรอัจฉริยะและโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG แก่เกษตรกรชาวสวนผลไม้ จังหวัดนนทบุรี  หัวข้อที่นำเสนอ ประกอบด้วย (1) การแปรรูปผลไม้ด้วยเทคนิคระบบวัดค่าไดอิเล็กตริค  (2) ระบบส่งรับข้อมูลผ่านสมาร์ทโฟนระยะไกลแบบประหยัด  (3) การฝึกสอนนักอิเล็กทรอนิกส์สำหรับงานเกษตรอัจฉริยะ  (4) การแปรรูปและเพิ่มมูลค่าผลผลิตเกษตร และ  (5) การสาธิตเครื่องวัดความเค็มหวาน ด้วยสมาร์ทโฟน  เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2564 ณ “เรือนหลังสวน” ตำบล บางพลับ อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี

   สืบเนื่องจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านเกษตรอัจฉริยะและโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG แก่เกษตรกรชาวสวนผลไม้ จังหวัดนนทบุรี ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม จ.นนทบุรี ถ่ายทอดความรู้ด้านเกษตรอัจฉริยะและโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG ในโครงการเวทีถ่ายทอดความรู้ โดยสำนักงานเกษตรอำเภอปากเกร็ด ผศ.ดร.พีรพงษ์ พรวงศ์ทอง ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม จ.นนทบุรี และรองคณบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนา คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ส่วนราชการในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมจัดการบรรยายให้ความรู้ ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะและโมเดลเศรษฐกิจ BCG แก่เกษตรกรชาวสวนผลไม้ ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ต.บางพลับ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พร้อมสาธิตการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะเพื่อวิเคราะห์ปัจจัยการผลิตและแสดงตัวอย่างผลิตภัณฑ์จากการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรตามหลักโมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งได้รับความสนใจจากเกษตรกรชาวสวนผลไม้มาก 

ชวัญฤทัย-ข่าว 


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

วว. เปิดตัวนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์กล่องล็อกกลิ่น “OZONE” รุ่น Emerald Cut ตอบโจทย์ผู้บริโภค

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดย ศูนย์การบรรจุหีบห่อไทย เปิดตัวนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ กล่องล็อกกลิ่น “OZONE” รุ่นที่ 2 ระบุประสิทธิภาพช่วยกักเก็บกลิ่นไม่พึงประสงค์ ไม่ให้ออกสู่ภายนอกได้สมบูรณ์แบบ 100 % ช่วยตอบโจทย์ผู้บริโภค/ผู้ประกอบการ   ต้นทุนการผลิตลดลง แต่ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ครอบคลุมอาหารที่มีกลิ่นแรงไม่พึงประสงค์แทบทุกชนิด มีความแข็งแรง/เพิ่มปริมาตรภายในกล่อง ช่วยให้บรรจุสินค้าได้มากขึ้น  ออกแบบให้สามารถเรียงซ้อนได้สะดวกยิ่งขึ้น และมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 

  .(วิจัย) ดร.ชุติมา    เอี่ยมโชติชวลิต   ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า  วว. ประสบผลสำเร็จในการต่อยอดงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์กล่องล็อกกลิ่น  “OZONE”  รุ่น  Emerald Cut มีประสิทธิภาพในการล็อกกลิ่นได้ 100% ด้วยการออกแบบและพัฒนาขอบล็อกเป็นพิเศษ  ช่วยป้องกันการผ่านเข้าออกของก๊าซและไอน้ำ จึงสามารถกักเก็บกลิ่นไม่พึงประสงค์ไม่ให้ออกสู่ภายนอกได้  สามารถป้องกันความชื้นจากสภาพแวดล้อมภายนอก รวมทั้งป้องกันการรั่วซึมหกเลอะในกรณีบรรจุอาหารเหลว หรือมีน้ำเป็นส่วนประกอบ นอกจากนี้ยังสามารถใช้บรรจุผลิตภัณฑ์อาหารได้หลากหลายขึ้น นอกเหนือจากทุเรียน  เช่น อาหารทะเลแปรรูปชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ปลาหมึกแห้ง  ปลาอินทรีย์เค็ม  กุ้งแห้ง เป็นต้น หรือแม้กระทั่ง  ส้มตำปลาร้า  ก็สามารถล็อกกลิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ บรรจุภัณฑ์มีความแข็งแรงขึ้น ด้วยโครงสร้างแบบ Emerald Cut และด้วยการเลือกใช้โครงสร้างตัวกับฝาติดกันเป็นชิ้นเดียวแบบ Clamshell ทำให้ง่ายต่อการผลิต จึงช่วยลดต้นทุนการผลิตลงได้ นอกจากนี้ยังมีการยกฝาให้สูงเป็นพิเศษ จึงช่วยเพิ่มปริมาตรภายในกล่อง เพื่อรองรับความหลากหลายของอาหารและเพิ่มการมองเห็นอาหารภายใน ช่วยเพิ่มแรงดึงดูดและความน่าสนใจในการจัดแสดงสินค้าเพื่อการวางจำหน่าย

“…เป็นความสำเร็จอีกก้าวของ วว. ที่นำโจทย์จากผู้ประกอบการและผู้บริโภค มาพัฒนาต่อยอดจากบรรจุภัณฑ์เดิมที่เราได้เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว ให้มีประสิทธิภาพตอบโจทย์ผู้ใช้ได้มากขึ้น นอกจากนั้นยังเป็นการสร้างนวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ใหม่ให้กับภาคอุตสาหกรรมของไทยที่มีมาตรฐานทัดเทียมกับต่างประเทศ โดย วว. ได้ยื่นจดสิทธิบัตรผลงานวิจัยพัฒนานี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วและพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เชิงพาณิชย์  ผู้ประกอบการที่สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดมาที่ วว. ได้ เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับสังคมในวงกว้างต่อไป…” ผู้ว่าการ วว. กล่าว

ดร.พัชทรา  มณีสินธุ์  รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกรรม วว. กล่าวถึงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ กล่องล็อกกลิ่น “OZONE” รุ่น Emerald Cut ว่า  ใช้หลักการออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์แบบองค์รวม หรือ Holistic  Design  and  Development  ที่คำนึงถึงปัจจัยทั้งหมดที่เกี่ยวข้องประกอบกัน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับการสื่อสารถึงคุณภาพระดับพิเศษ (Premium) สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่มีกลิ่นแรงประเภทอื่นๆ นอกเหนือจากทุเรียน โดย กล่อง OZONE รุ่น Emerald Cut ได้รับแรงบันดาลใจจากมรกต ให้ความรู้สึกหรูหรา มั่นคง เชื่อถือได้ และเหลี่ยมมุมของกล่องที่ล้อกับเหลี่ยมของมรกตยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างโดยรวมอีกด้วย 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและรับบริการด้านบรรจุภัณฑ์ ติดต่อได้ที่  ศูนย์การบรรจุหีบห่อไทย วว. โทร 0 2579 1121 ต่อ 3101, 3208 , 081 702 8377   E-mail  : TPC-tistr@tistr.or.th   เว็บไซต์ www.tistr.or.th


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

depa ชี้อุตสาหกรรมเกมไทยถือเป็นจุดเปลี่ยนภาพรวมเศรษฐกิจประเทศ พร้อมเดินหน้าผลักดันนักพัฒนาเกมสัญชาติไทย ก้าวไกลสู่เวทีระดับโลก

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทำให้การเล่นเกมเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากขึ้น สังเกตได้จากจำนวนผู้เล่นที่เพิ่มขึ้นในทุกแพลตฟอร์ม ส่งผลให้อุตสาหกรรมเกมเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งในระดับโลก และในประเทศไทย

อ้างอิงจากผลสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ (เกม คาร์แรกเตอร์ แอนิเมชัน) ประจำปี 2563* ที่จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) แสดงให้เห็นว่า อุตสาหกรรมดิจิทัล   คอนเทนต์เติบโตเฉลี่ย 27% ด้วยมูลค่า 39,332 ล้านบาท โดยมี ‘อุตสาหกรรมเกม’ เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ด้วยอัตราการขยายตัวกว่า 35% มูลค่ารวมกว่า 34,000 ล้านบาท ซึ่งภาพรวมอุตสาหกรรมมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องจากโมเดลธุรกิจใหม่ตามการพัฒนาของเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์การเล่นเกมและดึงดูดผู้เล่น นอกจากนี้ การระบาดของ COVID-19 ที่ทำให้เกมเป็นกิจกรรมหลักเมื่อต้องอยู่บ้าน ประกอบกับการขยายตัวของ Esports และความนิยมของการใช้เกมเป็นพื้นที่สังสรรค์ออนไลน์ ล้วนเป็นปัจจัยหนุนให้กับภาคอุตสาหกรรม

depa เร่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกมไทย

ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์” ผู้อำนวยการใหญ่ depa กล่าวว่า อุตสาหกรรมเกมถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายในแผนแม่บทการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ และสามารถสร้างรายได้จากการส่งออก แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งรัฐและเอกชนจะทำอย่างไรให้การส่งออกแบบดั้งเดิมสามารถก้าวไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ที่สร้างรายได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยให้กับประเทศ

ดร.ณัฐพล ระบุว่า ขั้นตอนสำคัญคือ การสร้างนักพัฒนาเกม ควบคู่ไปกับการผสานความร่วมมือกับบริษัทเกมระดับโลก เพื่อเป็นโอกาสและช่องทางให้นักพัฒนาเกมไทยได้สร้างสรรค์ผลงานและส่งออกตลาดโลก ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมเกมไทย อีกทั้งเอื้อประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม Esports ในประเทศ และระบบนิเวศ โดยหนึ่งในกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกมไทย และบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมคือ โครงการ depa Game Accelerator Program ที่ depa ดำเนินการร่วมกับพันธมิตร โดยผสานความร่วมมือกับ Nintendo ค่ายเกมยักษ์ใหญ่ระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันกำลังเปิดรับสมัครผู้สนใจร่วมในโครงการ depa Game Accelerator Program Batch 2

depa Game Accelerator Program มีวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมเกมไทย โดยเฉพาะนักพัฒนาเกมให้มีศักยภาพและมาตรฐานเทียบเคียงกับผู้ประกอบการระดับโลก วางรากฐานความเป็นมืออาชีพให้กับนักศึกษาและผู้สนใจ ผ่านหลักสูตรฝึกอบรมใน 4 หมวดเกมยอดนิยม (Action, Adventure, Strategy และ Casual Game) รับสมัครผู้สนใจทีมละ 3 – 5 คนในแต่ละหมวดเกม ก่อนคัดเลือกเหลือ 10 ทีมที่จะได้เรียนรู้ เสริมสร้างองค์ความรู้ในการพัฒนาเกม พร้อมรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม ภายในระยะเวลา 42 ชั่วโมง ซึ่ง 4 ทีมสุดท้ายที่ได้รับการคัดการเลือก (1 ทีมในแต่ละหมวดเกม) จะได้รับโอกาสทางธุรกิจ รวมถึงชุดพัฒนาเกม (Nintendo Development Kit) เพื่อนำไปต่อยอดผลงานต่อไป

ผลสัมฤทธิ์จาก depa Game Accelerator Program กับความสามารถของนักพัฒนาเกมไทย

Joojee’s Journey โดย DIDTC  Quantum Peaks นักพัฒนาเกมสัญชาติไทย คือหนึ่งในผลสัมฤทธิ์จากโครงการ depa Game Accelerator Program Batch 1 ที่สามารถวางจำหน่ายให้กับ Nintendo Switch ผ่าน Nintendo eShop ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา Joojee’s Journey เป็นเกมแนวผจญภัยที่จะพาทุกคนเข้าสู่โลกของ ‘จู้จี้’ น้องกระต่ายสุดน่ารักและผองเพื่อน ตัวละครที่ถูกออกแบบโดย Mindmelodyworld ศิลปินชาวไทย ซึ่งเกมจะมาพร้อมกับปริศนาสนุก ๆ ที่รองรับถึง 4 ภาษาหลักคือ อังกฤษ จีน ฝรั่งเศส และไทย

Bloody Bunny: The Game โดย DIDTC  Quantum Peaks คืออีกเกมที่สามารถวางจำหน่ายให้กับ Nintendo Switch ผ่าน Nintendo eShop เมื่อมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเกมแอ็กชัน ‘ต่ายดุสู้ฟัด’ โดยฝีมือนักพัฒนาเกมสัญชาติไทยเป็นระบบ 3D ที่ต่อสู้อย่างดุเดือด ถึงใจ มีองค์ประกอบ ทั้งกราฟิกและเสียงที่มีคุณภาพ เล่นง่าย ไม่ซับซ้อน ทำให้เกมเมอร์สนุก สนใจอย่างอย่างแน่นอน

และอีกหนึ่งเกมสัญชาติไทยที่ได้วางจำหน่ายใน Nintendo eShop เช่นกัน คือ Timelie ผลงานจาก Urnique Studio โดย Timelie คือเกมไขปริศนาที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กสาวและแมวคู่หูสุดน่ารักที่หลงทางอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่ง พวกเธอต้องฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อหาทางกลับบ้านให้ได้ โดยการใช้พลังวิเศษควบคุมเวลา เปลี่ยนแปลงอนาคต

อุตสาหกรรมเกมจะเปลี่ยนภาพเศรษฐกิจประเทศ

ล่าสุด Nintendo เล็งเห็นศักยภาพตลาดเกมไทย จึงได้ทำการเปิดตัวเว็บไซต์ในหน้าภาษาไทยอย่างเป็นทางการ https://www.nintendo.com/th ซึ่งนับเป็นประเทศที่สองในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ถัดจากประเทศสิงคโปร์ โดยจะมีการนำเสนอข้อมูลของเครื่องเกม ซอฟต์แวร์เกม และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เป็นภาษาไทยทั้งหมด ซึ่งกรณีนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอุตสาหกรรมเกมในประเทศไทย

อุตสาหกรรมเกม และ Esports จะเป็นอุตสาหกรรม New Wave ที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ การเสริมสร้างองค์ความรู้แก่ประชาชนจะส่งผลในเชิงสังคม และช่วยขับเคลื่อนให้เกิดอาชีพใหม่ในสังคมใหม่ อีกทั้งก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องต่อไป” หัวเรือใหญ่ depa กล่าว

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดโครงการ depa Game Accelerator Program Batch 2 ได้ที่ Facebook: depa Game Accelerator Program และ www.depagameaccelerator.com โดยเปิดรับสมัครแล้ววันนี้ถึงวันที่ 3 มกราคม 2565 และจะประกาศผลผู้ได้รับคัดเลือกในวันที่ 13 มกราคม 2565

———————————————————————

* ผลสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ (เกม คาร์แรกเตอร์ แอนิเมชัน) ประจำปี 2563 จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ร่วมกับ สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (TACGA) สมาคมดิจิทอลคอนเทนท์ไทย (DCAT) ACM SIGGRAPH BANGKOK และ สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA)


Exit mobile version