Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

อุทยานวิทยาศาสตร์ ม.ขอนแก่น เปิดตัว Vallaris Maps Platform เครื่องมือจัดการข้อมูลด้านภูมิศาสตร์ ตอบโจทย์การขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรม

รศ.ดร.ธีรวัฒน์ เหล่านภากุล รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  เปิดเผยว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ มข.  ร่วมกับ บริษัท ไอบิทซ์ จำกัด จัดกิจกรรม “NESP Unbox EP.3 เปิดตัว Vallaris Maps Platform” เครื่องมือสำหรับบริหารจัดการข้อมูลทางด้านภูมิศาสตร์ ซึ่งเป็นกิจกรรมภายใต้การขับเคลื่อนให้เกิดระบบนิเวศนวัตกรรม (Eco-System) มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ให้ผลิตภัณฑ์หรือนวัตกรรมของเอกชนผู้ใช้พื้นที่อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จ.ขอนแก่น) ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคเอกชน นักลงทุน และชุมชนท้องถิ่น เพื่อสร้างโอกาสในการต่อยอดธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ Startup ภาคเอกขนให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ได้จัดให้มีการเสวนาในประเด็นเรื่อง ความสำคัญและการขับเคลื่อนหน่วยงานด้วยข้อมูลทางด้านภูมิศาสตร์ โดยได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ที่มีบทบาทในชีวิตประจำวันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งการรับมือต่อปัญหาแพร่ขยายของโรคระบาด การบุกรุกทำลายทางธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงของการใช้พื้นที่ ข้อมูลเหล่านี้เมื่อปรากฏบนแผนที่ทำให้สามารถแปลความ สื่อความหมาย และนำไปใช้งานได้ง่ายและแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที

สำหรับ Vallaris เป็นแพลตฟอร์มทางด้านภูมิศาสตร์ ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดการข้อมูลด้านภูมิศาสตร์แก่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนซึ่งกระจายกันอยู่หลายหลากที่ ไม่ว่าจะเป็น ไฟล์ หรือ ฐานข้อมูล ทำให้เมื่อต้องการใช้งานข้อมูลร่วมกันเป็นไปอย่างยากลำบาก โดย Vallaris จะมีเครื่องมือสำหรับนำเข้าข้อมูล ทำให้ข้อมูลถูกจัดเก็บอย่างมีระเบียบ เมื่อข้อมูลถูกจัดเก็บอย่างมีระเบียบแล้ว ช่วยให้สามารถนำข้อมูลทั้งที่เก็บอยู่ใน Vallaris เอง และจากแหล่งข้อมูลภายนอกมาวิเคราะห์ร่วมกันได้ โดยผู้ใช้งานออกแบบการแสดงผลบนแผนที่ได้ด้วยตนเอง สิ่งสำคัญคือผู้ใช้สามารถเรียกบริการแผนที่ (Map Service) และบริการข้อมูล (Data Service) ไปใช้งานได้อย่างง่าย สะดวก และรวดเร็ว ซึ่งในปัจจุบันมีความร่วมมือกับวิทยาลัยการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อนำ Vallaris ไปใช้เป็นเครื่องมือหนึ่งในการเรียนการสอนด้านภูมิสารสนเทศ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายภายใต้โครงการ One Day Sharing UNI Project

สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 0-2278-7913 , อีเมล sales@i-bitz.co.th , Website: https://vallarismaps.com Facebook Fanpage : Vallaris Maps


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

เอปสัน เดินหน้าขยายตลาดโฮมเธียเตอร์ หลังกวาดส่วนแบ่งตลาดโตเท่าตัว

เอปสันเดินหน้าขยายไลน์สินค้าโฮมโปรเจคเตอร์ต่อหลังกวาดมาร์เก็ตแชร์เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ล่าสุดเปิดตัวเลเซอร์โปรเจคเตอร์ระดับ 4K รุ่น EH-LS12000B ซึ่งถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อความบันเทิงขนาดจอยักษ์สำหรับคนรักหนังและเกมเมอร์พันธุ์แท้ภายในบ้าน

เอปสันวางตลาดเลเซอร์โฮมโปรเจคเตอร์รุ่น EH-LS12000B ในเดือนมีนาคมนี้ เพื่อให้คนที่กำลังจะทำโฮมเธียเตอร์ ระดับไฮเอนด์ที่บ้านได้ทึ่งกับความตระการตาของภาพที่ทั้งคมชัด สมจริง สีสันมีชีวิตชีวา ด้วยความละเอียดระดับ  8.3 ล้านพิกเซลต่อเฟรม มาพร้อมชิปประมวลผลภาพ 4K รุ่นใหม่ล่าสุด ทั้งยังสามารถรองรับการแสดงผล HDR (High Dynamic Range) ในแบบ HDR10+ ที่แสดงได้ครบทุกรายละเอียดและมิติของภาพทั้งในบริเวณที่มืดและที่สว่าง รวมถึงสีสันที่เข้มข้นและสีธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังมีพอร์ต HDMI 2.1 ที่ทำให้การหน่วงเวลาอินพุตต่ำกว่า 20 มิลลิวินาที เกมเมอร์จึงสามารถเล่นเกมโปรดบนคอนโซลเกม อย่าง PlayStation 5 หรือ Xbox Series X ได้อย่างลื่นไหลไม่มีดีเลย์ เต็มอารมณ์กับภาพระดับ 4K บนเฟรมเรทที่ 120 FPS

EH-LS12000B ยังใช้เทคโนโลยี 3LCD ที่พัฒนาขึ้นโดยเอปสันเอง มีค่าความสว่างแสงสีและแสงขาวสูงถึง 2,700 ลูเมน ให้สีสันที่เต็มอิ่ม สมดุล และสมจริง ไม่มีปัญหา Rainbow Effect รบกวนสายตาระหว่างการรับชม สำหรับฟังก์ชันที่มากับเครื่องยังรวมถึงโหมด Scene Adaptive Gamma ซึ่งช่วยเร่งระดับคอนทราสต์ให้ส่วนที่สีขาวที่สุดและดำที่สุดมีความต่างที่ชัดเจนยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การใช้แหล่งกำเนิดแสงเลเซอร์แทนหลอดไฟทั่วไปยังทำให้โปรเจคเตอร์รุ่นนี้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานถึง 20,000 ชั่วโมง โดยมีการบำรุงรักษาต่ำ ทั้งยังปล่อยไอร้อนขณะทำงานและกินไฟน้อยลง การติดตั้งก็ยังทำได้อย่างง่ายดาย เพราะมีความยืดหยุ่นสูง สามารถติดตั้งได้ แม้ในตำแหน่งที่ไม่ได้ทำมุมรับกับสกรีนพอดี มีระบบเลนส์ควบคุมการโฟกัสและชิฟต์เลนส์ด้วยมอเตอร์ พร้อมสามารถซูมแบบออปติคอลได้ 2.1 เท่า

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตั้งแต่บริษัทฯ เปิดตัวเลเซอร์โฮมโปรเจคเตอร์ครั้งแรกเมื่อปี 2558 ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้ามาโดยตลอด สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจของลูกค้าต่อแบรนด์และประสิทธิภาพของเทคโนโลยีเอปสัน บวกกับเป็นช่วงที่ผู้คนมีเวลาอยู่ที่บ้านมากขึ้น ทำให้คนหันมาสนใจลงทุนกับความบันเทิงภายในบ้านอย่างโฮมเธียเตอร์เพิ่มขึ้นด้วย EH-LS12000B ที่เป็นเลเซอร์โปรเจคเตอร์ 3LCD ของเอปสันถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อเอาใจผู้ที่ต้องการภาพเพื่อความบันเทิงระดับไฮเอนด์ ไม่ว่าจะเป็นโฮมเธียเตอร์หรือเอาไว้เล่นเกมด้วยจอภาพขนาดใหญ่ EH-LS12000B ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศสหรัฐอเมริกาและยุโรปที่ได้เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ส่วนประเทศไทยเอง กลุ่มสินค้าเลเซอร์โฮมโปรเจคเตอร์ก็มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ซึ่งผู้ที่ใช้ EH-LS12000B จะได้สัมผัสประสบการณ์พิเศษเหมือนมีโรงภาพยนตร์จริงๆ อยู่ในบ้าน และสามารถสร้างจอขนาดยักษ์ได้ตามที่ต้องการจนเหมือนเข้าไปอยู่ในโลกของเกมจริงๆ”


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

วว. ขับเคลื่อน BCG หนุนใช้ “สารชีวภัณฑ์” ช่วยยกระดับผลิตผลทางการเกษตร

“ชีวภัณฑ์” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะมาจาก พืช สมุนไพร จุลินทรีย์  มีหลายรูปแบบ ที่คุ้นเคยและเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป คือ EM (Effective  microorganisms) เป็นกลุ่มจุลินทรีย์มีหน้าที่ในด้านการย่อยสลายเศษซากพืช ช่วยเร่งปฏิกิริยาในการผลิตปุ๋ย  เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่ผลิตฮอร์โมน หรือเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่ใช้ในการหมักร่วมกับสมุนไพรเพื่อนำไปใช้เป็นปุ๋ยนำ หรือใช้ป้องกันกำจัดแมลง  มีหลายหน่วยงานภาครัฐที่ผลิต EM และนำไปใช้ในเชิงสังคม อาทิ พด. 1-12 ของกรมพัฒนาที่ดิน ปม.1 และ ปม. 2 ของกรมประมง และ PGPR 1 PGPR 2 และ PGPR 3 ของกรมวิชาการเกษตร เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีจุลินทรีย์เดี่ยวๆ โดยทั่วไปที่ผลิตขายเชิงพาณิชย์และผ่านการขึ้นทะเบียนกับสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร จะมี 5 สายพันธุ์หลัก คือ ไตรโคเดอร์มา บิววาเรีย เมธาไรเซียม บีที และบีเอส ซึ่งจุลินทรีย์ทั้ง 5 ชนิดนี้จะนำไปใช้ในการควบคุมศัตรูพืช คือ โรคและแมลงของพืช 

ปัจจุบันภาครัฐรณรงค์ให้เกษตรกรทำการเกษตรมุ่งเน้น ระบบการผลิตพืชแบบเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ โดยใช้ชีวภัณฑ์ในการควบคุมศัตรูพืชมากขึ้นเพื่อการขับเคลื่อนเกษตรกรรมของประเทศให้ยั่งยืน

กระทรวงการอุดมศึกษา  วิทยาศาสตร์  วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นองค์กรหลักในการขับเคลื่อนประเทศเชิงบูรณาการในทุกมิติ   มุ่งใช้ความได้เปรียบเชิงทรัพยากรและวัฒนธรรมโดยการขับเคลื่อนนโยบาย BCG เป็นฐานในการพัฒนา ที่มีเป้าหมายร่วมคือ “ก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง สู่ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างยั่งยืนภายใน 7 ปี“ 

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดของกระทรวง อว. ได้นำนโยบายเศรษฐกิจ BCG  เป็นธงดำเนินงานองค์กร และมีองค์ความรู้ความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ สร้างความเข้มแข็งให้กับทุกภาคส่วนของประเทศ โดยเฉพาะภาคการเกษตรที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างงาน สร้างอาชีพอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการดำเนินงานโดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ ในส่วนของ ศูนย์นวัตกรรมผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์เพื่ออุตสาหกรรมอาหาร  หรือ  ICPIM 2   ที่มีสายการผลิตชีวภัณฑ์ครอบคลุมตอบโจทย์ทั้งสายการผลิตเชื้อราและแบคทีเรีย 

รูปแบบของชีวภัณฑ์ที่ได้จากการผลิตโดย โรงงาน  ICPIM 2   มีจำนวน  3  รูปแบบ คือ หัวเชื้อเหลว  หัวเชื้อน้ำ และหัวเชื้อผง ในส่วนของบรรจุภัณฑ์มี 3 ขนาด คือ  เล็ก กลาง และใหญ่ สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้ชีวภัณฑ์ทั้งรายย่อยและรายใหญ่ มีกำลังการผลิตรวมต่อปีมากถึง 115,000 ลิตร

“ICPIM 2”   มีศักยภาพตอบโจทย์ให้กับภาคอุตสาหกรรมของไทย  โดย  วว. มีหลายส่วนงานที่ร่วมบูรณาการดำเนินงาน ครอบคลุมและรองรับงานด้านชีวภัณฑ์ครบวงจร  ได้แก่  ศูนย์จุลินทรีย์   มีสายพันธ์จุลินทรีย์ในคลังมากกว่า  11,000 สายพันธุ์ เพื่อนำไปวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ใหม่  มีโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ พร้อมให้บริการจัดเก็บรักษาสายพันธุ์จุลินทรีย์ให้กับผู้ประกอบการ  มีศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร  ซึ่งมีห้องปฏิบัติการที่ได้รับมาตรฐานตาม OECD  GLP  GUIDLINE  ในการให้บริการวิเคราะห์ทดสอบความเป็นพิษของจุลินทรีย์ และในส่วนของ โรงงาน ICPIM 2   ให้บริการครบวงจรทั้งในด้านการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์จุลินทรีย์ใหม่ๆ ในระดับห้องปฏิบัติการ และทดสอบกระบวนการผลิต ขยายจุลินทรีย์ในระดับกึ่งอุตสาหกรรม

 นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องในงานด้านชีวภัณฑ์ โดยมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา รับน้องๆในระดับอุดมศึกษามาเรียนรู้  ฝึกงาน  รวมถึงทำวิจัยในด้านต่างๆ ของการพัฒนางานด้านชีวภัณฑ์ ทั้งในระดับห้องปฏิบัติการ  โรงงาน และภาคสนาม เพื่อเป็นแรงงานรองรับการพัฒนาของอุตสาหกรรมเกษตรและชีวภาพต่อไปในอนาคต

ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา   เอี่ยมโชติชวลิต    ผู้ว่าการ วว.   กล่าวถึงข้อดีของสารชีวภัณฑ์ที่ วว. ผลิตว่า ผ่านการวิจัยและพัฒนาในเรื่องของประสิทธิภาพในการควบคุมศัตรูพืช รวมถึงทดสอบความเป็นพิษในห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน ISO/IEC  17025 ตามหลัก OECD GLP GUILDLINE และผ่านการผลิตในโรงงานด้วยเครื่องจักรระดับกึ่งอุตสาหกรรมที่ได้มาตรฐาน กระบวนการผลิตสะอาด ปราศจากเชื้ออื่นปนเปื้อน 

ทั้งนี้ วว. ได้นำสารชีวภัณฑ์ที่วิจัย พัฒนาและผลิต ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานพื้นที่ “กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัด”  รวมจำนวน 1.3 ล้านลิตร เพื่อป้องกันกำจัดศัตรูพืชทดแทนสารเคมีทางการเกษตร ลดสารพิษตกค้าง เพิ่มความปลอดภัย ยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่เกษตรกรผู้ใช้ ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม  และลดการนำเข้าสารเคมีจากต่างประเทศ  โดย วว. ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสารชีวภัณฑ์ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม และอยุธยา ครอบคลุม   4  กลุ่มพืชเศรษฐกิจ ได้แก่  ไม้ผล พืชไร่ (ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง)  พืชสมุนไพรและพืชผัก  รวมทั้งได้พัฒนากระบวนการขยายชีวภัณฑ์ทั้งในระดับห้องปฏิบัติการเพื่อขยายสู่การผลิตเชิงพาณิชย์และระดับชุมชน 

นอกจากนี้ วว. ยังได้เข้าร่วมดำเนิน โครงการภายใต้แผนงาน/โครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ “โครงการยกระดับเศรษฐกิจในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลางตะวันตก ด้วย BCG โมเดล” ในปีงบประมาณ 2564   จากการดำเนินงานดังกล่าวได้ส่งผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคม  ดังนี้  

 1) มีเกษตรกรกว่า  200  ราย  นำเทคโนโลยีไปใช้ในการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ด้วยการพัฒนาปัจจัยการผลิตหมุนเวียนสำหรับเกษตรกรแปลงใหญ่เพิ่มขึ้นได้   5  ปัจจัยการผลิต   จำนวน   6   เทคโนโลยี   ดังนี้  เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการหน่อไม้ฝรั่งเพื่อการส่งออก   เทคโนโลยีการผลิตข้าวเสริมซีลีเนียม   เทคโนโลยีการพัฒนาวัสดุเพาะเห็ด (ฟางข้าวเสริมซีลีเนียม กากมันสำปะหลัง)  เทคโนโลยีการเพิ่มคุณภาพผลผลิตอ้อยด้วยปุ้ยอินทรีย์เคมีเสริมจุลินทรีย์ละลายฟอสเฟต   เทคโนโลยีการเพิ่มคุณภาพและเพิ่มผลผลิตพืซด้วยสารควบคุมการเจริญเติบโต  (มันสำปะหลัง กล้วย)  และเทคโนโลยีขยายชีวภัณฑ์ในถังชุมชนโมเดล วว. 

 2) สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร โดยมีเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และบริษัท รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต functional food และบรรจุภัณฑ์ 

 3)  มีผู้ประกอบการร่วมลงทุนด้าน  R&D  ภายใต้ BCG  Model 

 4)  เกิดต้นแบบผลิตภัณฑ์ functional   food และเวชสำอาง จำนวน  10  ผลิตภัณฑ์ และต้นแบบบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จำนวน  2  ต้นแบบ  ส่งผลให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการดำเนินงานจำนวน  370   ล้านบาท

“…ประโยชน์ของการใช้สารชีวภัณฑ์ เป็นการยกระดับผลิตผลทางการเกษตรรองรับนโยบายของรัฐบาล มุ่งสู่ระบบการผลิตพืชปลอดภัย และระบบการผลิตพืชอินทรีย์ เพิ่มมูลค่าของผลิตผลทางการเกษตร ลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ ลดการตกค้างของสารเคมีในพืชผลการเกษตร ปลอดภัยทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภค ต่อสิ่งแวดล้อม ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรไทย…” ผู้ว่าการ วว. กล่าวสรุปถึงประโยชน์ของสารชีวภัณฑ์ที่มีต่อภาคเกษตรกรรม

สอบถามเกี่ยวกับ “สารชีวภัณฑ์”  ได้ที่ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ วว.  โทร. 0 2577  9016, 02-577 9021   โทรสาร 0 2577  9009  E-mail : tistr@tistr.or.th


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

MSC เปิดบ้านต้อนรับนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดบ้านต้อนรับคณะนักศึกษาชั้นปีที่ 5 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา นำโดย อาจารย์สุวรรณา บุเหลา อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา และคอมพิวเตอร์ศึกษา คณะครุศาสตร์ ร่วมเรียนรู้พร้อมเปิดประสบการณ์แห่งโลกเทคโนโลยีไอทีไปกับ MSC ทั้งนี้รับเกียรติจาก ดร.ธัญญา วงษ์วานิช Head of Corporate Communication กล่าวต้อนรับ และคุณมีลาภ โสขุมา Assistance Vice President of Solutions Integration Group บรรยายความรู้เรื่อง “Digital Transformation” พร้อมเข้าเยี่ยมชมศูนย์สาธิตเทคโนโลยีต่างๆ ภายใน บริษัทฯ เมื่อวันพุธที่ 20 เมษายน 2565 ณ สำนักงานใหญ่

กิจกรรมเยี่ยมชมศูนย์สาธิตเทคโนโลยีสารสนเทศของ บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดให้บริการเพื่อเป็นวิทยาทานแก่สถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ที่ต้องการให้นักศึกษาได้มีโอกาสเรียนรู้ และศึกษาดูงาน พร้อมรับฟังการบรรยายด้านเทคโนโลยีไอทีที่ทันสมัย

สถาบันการศึกษาที่สนใจเยี่ยมชมสามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-089-4242 email: crc@metrosystems.co.th Website: https://www.metrosystems.co.th/ Facebook: https://www.facebook.com/metrosystemscorp


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ปฏิรูปการดำเนินงานด้วย AI

โดย เฮเลนิโอ กีลาเบิร์ต ผู้ดูแลด้านการนำ AI มาใช้ในส่วนเอดจ์

ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ไม่ใช่เรื่องใหม่ ทั้งยังมีมานานหลายทศวรรษแล้ว อย่างไรก็ตาม เราจะเห็นว่าเทคโนโลยีนี้กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งเนื่องจากปัจจัยสำคัญบางประการ

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค มองว่า ปัจจัยสำคัญประการแรก ซึ่งมีความเกี่ยวข้องมากที่สุด คือการที่มีอุปกรณ์ควบคุมเอดจ์ (edge controllers) รุ่นใหม่เกิดขึ้น ซึ่งให้ความสามารถมากขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งให้ความคุ้มค่ามากกว่าที่ผ่านๆ มา ด้วยสนนราคาเพียงไม่กี่ร้อยดอลลาร์ คุณก็จะได้โปรเซสเซอร์ระดับแล็ปท็อปที่มีหน่วยความจำขนาดใหญ่ และพื้นที่จัดเก็บในตู้แร็คระดับอุตสาหกรรมที่สามารถรันโมเดลแมชชีนเลิร์นนิ่งในรูปแบบที่ซับซ้อนได้

นอกจากนี้ เรายังเห็นว่าแพลตฟอร์มคลาวด์ส่วนใหญ่ มีการต่อยอดเรื่องความสามารถด้านแมชชีนเลิร์นนิ่งโดยอิงตามเฟรมเวิร์กและไลบรารีระบบเปิด ที่ช่วยให้ทุกคนสามารถพัฒนาแอปพลิเคชันที่ใช้ AI ได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากนักหรือไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์มาก่อน

เมื่อนำความสามารถเหล่านี้ทั้งหมดมาใช้ได้อย่างถูกต้อง ก็จะให้ศักยภาพในการปฏิรูปการดำเนินงานได้อย่างมหาศาล

เราได้เรียนรู้จากการพูดคุยกับลูกค้าของเรามากมายในประเด็นเหล่านี้ ซึ่งความท้าทายไม่ได้อยู่ที่ว่าเทคโนโลยีช่วยแก้ปัญหาได้หรือไม่ แต่อยู่ที่การแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องเพื่อให้เกิดคุณค่าสูงสุดสำหรับธุรกิจ

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมปัจจัยที่สำคัญสุดในการเลือกพันธมิตรจึงไม่ได้อยู่ที่เรื่องเทคโนโลยีเสมอไป แต่กลับเป็นเรื่องของความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านอุตสาหกรรมและความรู้เรื่องกระบวนการทำงาน

แล้วแมชชีนเลิร์นนิ่งหรือ ML คืออะไร

เราเชื่ออย่างแท้จริงว่า AI โดยเฉพาะแมชชีนเลิร์นนิ่ง มีศักยภาพมหาศาลในการช่วยจัดการกับความท้าทายได้

กุญแจสำคัญคือการนำไปใช้เพื่อเปิดรับข้อมูลและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องจากผู้ปฏิบัติการ ไม่ใช่แค่การติดตั้งกล่องดำ (black box) เพื่อเป็นกลไกในการทำงาน วัตถุประสงค์คือเพื่อซ่อนความซับซ้อนทางวิทยาศาสตร์ข้อมูล และการเขียนโปรแกรม รวมไปถึงการนำเสนอผลลัพธ์ และเหตุการณ์ในรูปแบบของกระบวนการ เพื่อช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถโต้ตอบการทำงานกับโมเดลต่างๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และยังช่วยต่อยอดเรื่องความแม่นยำและความสามารถในการทำงานอย่างต่อเนื่อง

ผลที่ได้คือ โมเดลแมชชีนเลิร์นนิ่งกำลังรวบรวมความเชี่ยวชาญของผู้ปฏิบัติงาน ในรูปของกระบวนการทำงานและเปลี่ยนให้เป็นระบบอัตโนมัติ โดยยังคงเก็บความรู้ของผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์มากที่สุดไว้ และช่วยให้ผู้ที่มีประสบการณ์น้อยสามารถเรียนรู้จากสิ่งเหล่านี้ได้

โมเดลการทำงานของแมชชีนเลิร์นนิ่ง จะนำเทคนิคอื่นๆ มาใส่ไว้เป็นลำดับชั้น เช่น การวางเวิร์กโฟลว์ไว้เหนือระบบตรวจจับ และมีการจัดแบ่งประเภทการทำงาน ทำให้เราสามารถนำกลยุทธ์ในการเพิ่มประสิทธิภาพแบบอัตโนมัติมาใช้ได้อย่างเต็มรูปแบบ จึงช่วยให้เกิดความคล่องตัวซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสภาวะตลาดที่มีความผันผวนอยู่ตลอด

สินค้าของเราในตลาดมีราคาสูงหรือไม่? ถ้าใช่ ก็ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องปริมาณงานในขณะที่บริหารจัดการหรือลดการปล่อยมลพิษควบคู่ไปด้วย สินค้าของเราราคาต่ำหรือไม่? ถ้าใช่ ต้องให้ความสำคัญกับการจัดการต้นทุนและอายุการใช้งานของสินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิผล

ในโลกปัจจุบัน เราจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นในเรื่องกลยุทธ์ด้านกระบวนการทำงานได้อย่างเหมาะสมที่สุด นอกจากนี้ เรายังต้องสามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ ความคล่องตัวจึงเป็นสิ่งที่สร้างความแตกต่างทางธุรกิจได้

                                                                                          # # #

เกี่ยวกับชไนเดอร์ อิเล็คทริค

เป้าหมายของชไนเดอร์ อิเล็คทริค คือการช่วยให้ทุกคนใช้พลังงานและทรัพยากรได้เกิดประโยชน์สูงสุด เชื่อมโยงความก้าวหน้าและความยั่งยืนเพื่อประโยชน์ของทุกคน เราเรียกสิ่งนี้ว่า Life Is On

ภารกิจของเราคือการเป็นพันธมิตรด้านดิจิทัลกับคุณ เพื่อสร้างประสิทธิภาพและความยั่งยืน

เราขับเคลื่อนการปฏิรูปสู่ดิจิทัล ด้วยการผสานรวมเทคโนโลยีชั้นนำของโลกด้านพลังงานและกระบวนการจัดการ เข้ากับผลิตภัณฑ์ตั้งแต่จุดเชื่อมต่อปลายทางไปยังคลาวด์ ระบบควบคุม รวมถึงซอฟต์แวร์และการบริการครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตการทำงานทั้งหมด เพื่อสร้างศักยภาพในการบริหารจัดการองค์กรแบบบูรณาการ ทั้งสำหรับบ้าน อาคาร ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรม

เราคือบริษัทระดับโลกที่มีการดำเนินงานในระดับท้องถิ่นมากที่สุด เราสนับสนุนมาตรฐานระบบเปิดและระบบนิเวศของคู่ค้าที่มีความมุ่งมั่นแรงกล้าในการทำตามวัตถุประสงค์อย่างมีเป้าหมายร่วมกัน และคุณค่าในการรวมกันเป็นหนึ่งเดียวพร้อมขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกัน https://www.se.com/th


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

บัตรเครดิต กรุงศรี ร่วมกับโรงพยาบาลชั้นนำ ดูแลอุ่นใจทุกเรื่องสุขภาพ

กรุงเทพฯ – 19 เมษายน 2565 : บัตรเครดิต กรุงศรี ร่วมกับโรงพยาบาลชั้นนำ มอบความอุ่นใจทุกเรื่องสุขภาพให้แก่สมาชิกบัตรเครดิต กรุงศรี กับสิทธิพิเศษสุดคุ้ม รับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 58,000 บาท เมื่อมียอดใช้จ่ายตามเงื่อนไข ทุกแผนกทั้งที่โรงพยาบาล และผ่านช่องทางออนไลน์ของโรงพยาบาลชั้นนำที่ร่วมรายการ ตั้งแต่ 1 เมษายน ถึง 30 มิถุนายน 2565 ต่อที่ 1 รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 8,000 บาท/บัญชีบัตร/ตลอดรายการ เมื่อมียอดใช้จ่ายครบตามเงื่อนไข สำหรับบัตรเครดิต กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ซิกเนเจอร์, บัตรเครดิต กรุงศรี ซิกเนเจอร์ และรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 3,500 บาท/บัญชีบัตร/ตลอดรายการ สำหรับบัตรเครดิต กรุงศรี ประเภทอื่น ๆ ต่อที่ 2 แลกพอยต์รับเครดิตเงินคืนเพิ่ม 50,000 บาทต่อบัญชีบัตรหลักต่อวัน เพียงลงทะเบียน (พิมพ์ค้นหา MED) และแลกพอยต์ผ่านแอป UCHOOSE ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงพยาบาลที่ร่วมรายการและเงื่อนไข 

www.krungsricard.com/th/Promotion/medical/Hospital-Q2-22


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

“ปั๋น Riety” กับการเดินทางของศิลปะสู่โลก NFT ในโปรเจกต์สุดพิเศษ “Hotel De Mentía” ที่เป็นมากกว่างานศิลปะและเกม

เตรียมพบกับ “Hotel De Mentía” ผลงานของคุณปั๋น ดริสา หรือที่รู้จักกันในนาม Riety ยูทูบเบอร์สายอาร์ตที่มีผู้ติดตามในออนไลน์รวมกว่า 1.8 ล้านคน คอนเซ็ปต์ของ Hotel De Mentía คือ โรงแรมแห่งการหลงลืม โดยโรงแรมแห่งนี้จะช่วยให้ผู้เข้าพักสามารถลืมอดีตที่แสนเจ็บปวดได้ ความตั้งใจของโปรเจกต์นี้คือความเป็นมากกว่า NFT งานศิลปะ เพราะสามารถนำ NFT ไปเป็นตัวละครในเกมได้ด้วย ซึ่ง NFT เหล่านี้จะเปิดขาย 2,000 ชิ้นแรกในวันที่ 23 เมษายน 2565 เวลา 20:30 น. 

ทำความรู้จัก “ปั๋น Riety”

คุณปั๋น ดริสา การพจน์ หรือ “Riety” YouTuber สายอาร์ตที่มีผลงานเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีผู้ติดตามในออนไลน์รวมกว่า 1.8 ล้านคน และใน YouTube Channel ของ Riety มียอดการรับชมสูงถึง 35 ล้านวิว ก่อนหน้านี้คุณปั๋นได้ปล่อยวิดีโอ How to sell your art as NFT | วิธีลงขายงาน NFT ให้ความรู้และทำให้ผู้ติดตามได้เข้าใจโลกของ NFT มากขึ้น 

ตรงนี้เป็นโอกาสดีที่คุณปั๋นได้นำงานศิลปะมาสร้างสรรค์และต่อยอดผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชนจนกลายเป็นผลงาน NFT ซึ่งหลังจากปล่อยผลงานชิ้นแรกไปแล้ว คุณปั๋นได้เตรียมปั้นโปรเจกต์ใหม่ของตัวเองที่มีชื่อว่า ‘Hotel De Mentía’ โดยมี NFT จำนวน 10,000 คาแรกเตอร์ให้เลือกสะสม


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

บีทูเอส และ ออฟฟฟิศเมท ร่วมต้อนรับเปิดเทอมแบบไฮบริด รวมอุปกรณ์การเรียนการสอนทั้งออนไลน์-ออนไซต์ ออกแคตตาล็อกเพื่อสถาบันการศึกษายุคใหม่

บีทูเอส และ ออฟฟิศเมท ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ผนึกกำลังต้อนรับเปิดเทอมแบบไฮบริด ให้โรงเรียนและสถาบันการศึกษาพร้อมจัดการเรียนการสอนทุกสถานการณ์ ทั้ง Online และ On Site รวบรวมเช็คลิสต์ไอเทมจำเป็นและส่งเสริมการเรียนรู้ไว้ในแคตตาล็อก “Education Essentials” เล่มใหม่ล่าสุด ขอรับได้ฟรี! โทร 1281 หรือดาวน์โหลดออนไลน์ที่ https://ecatalogue.officemate.co.th/Publish/6242756436f8c60001321c80 เล่มเดียวครบมีทุกอย่างที่สถาบันการศึกษาต้องใช้! ทั้งอุปกรณ์ศิลปะ งานประดิษฐ์ อุปกรณ์นันทนาการและการศึกษา หนังสือและ E-Learning สินค้าเทคโนโลยี อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องเขียน อุปกรณ์สำนักงาน เฟอร์นิเจอร์ สินค้าเพื่อสุขภาพ อุปกรณ์ทำความสะอาด รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในโรงเรียน

ช้อปคุ้มทุกเทอม! พบกับสินค้าราคาสุดคุ้ม ซื้อยกแพ็คประหยัดกว่า ให้คุณช้อปคุ้มค่าราคาเฉลี่ยต่อหน่วยถูกลงกว่าเดิม พร้อมช่วยสถาบันการศึกษาเซฟเงินสดกับเครดิตเทอมนาน 30 วัน* หรือเลือกรับสิทธิพิเศษจากพันธมิตรบัตรเครดิตชั้นนำตลอดทั้งปี ช้อปได้ทันทีที่ร้านออฟฟิศเมท ออฟฟิศเมท พลัส และบีทูเอส ทุกสาขา หรือช้อปออนไลน์ที่ OfficeMate Mobile App หรือ เว็บไซต์  https://bit.ly/3LyMQW4 หรือโทรสั่งซื้อ OfficeMate Contact Center 1281 และ Chat & Shop ที่ Line: @OfficeMate พร้อมส่งฟรีเมื่อช้อป 499.- (ตามกำหนด)


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

โตชิบาชวนแชร์ไอเดียเด็ด ลุ้นของรางวัลมูลค่ารวมกว่า 6 หมื่นบาท

โตชิบา ชวนแชร์เคล็ด (ไม่) ลับประจำบ้าน ที่ช่วยทำให้คุณและคนในบ้านใช้ชีวิตง่าย และสะดวกสบายยิ่งขึ้น ร่วมสนุกง่ายๆ เพียงกดไลค์และแชร์กิจกรรมที่ FB: Toshiba Lifestyle Thailand  พร้อมโพสต์คลิปวิดีโอ Life Hacks บอกเคล็ดลับเด็ดๆ ด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าโตชิบาชนิดใดก็ได้ ความยาว 30–60 วินาที ใต้โพสต์กิจกรรมที่ปักหมุดไว้ พร้อมพิมพ์ #lifehackswithtoshiba #DetailsMatter ก็ลุ้นรับรางวัลพิเศษถึง 2 ต่อ อาทิ เครื่องล้างจาน หม้อดิจิทัล เตาอบไฟฟ้า รวมมูลค่าของรางวัลกว่า 6 หมื่นบาท ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2565  รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/Toshibasociety


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

งานประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ประจำปี 2565

ด่วน‼️ ขยายเวลารับสมัครผลงาน
.ตั้งแต่วันนี้ ถึง 18 เมษายน 2565 เวลา 16:00 น.⚠️
.อย่าช้า ถ้าคุณมีของดีอยู่ในมือ ..ส่งผลงานมาประกวดกับเรา
.
#มจพ. ขอเชิญนักวิจัยและนักประดิษฐ์ทั่วประเทศที่สนใจ ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดใน
#งานประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ประจำปี 2565
KMUTNB Innovation Awards 2022 [[จัดแสดงผลงานแบบ #VirtualExhibition]].
🏆ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินรางวัลรวมกว่า 210,000 บาท

ดูรายละเอียดและสมัครได้ที่ https://stri.kmutnb.ac.th/innovation
#KMUTNB #KMUTNBInnovationAwards #KMUTNBINNO2022


 

Exit mobile version