Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

แว่น VR เสกออฟฟิศในโลกยุค Metaverse

สำหรับงาน CREATIVE TALK CONFERENCE 2022 นั้นเป็นที่แน่ชัดว่าผู้ที่มาร่วมในงานจะได้พบกับหลากหลาย Key Speaker ชื่อดังและประเด็นด้านต่างๆ ที่น่าสนใจ และการเข้ามาของ Metaverse นั้นก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไป โดยเฉพาะกับการทำงานองค์กรที่หลายบริษัทได้ปรับพัฒนานำเทคโนโลยีนี้มาใช้เพิ่มศักยภาพในงานทำงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

คุณโจ้ ฉวีวรรณ คงโชคสมัย Managing Director at RGB72 and CREATIVE TALK จากประสบการณ์ในการทำงานกับผู้คนและเชื่อมต่อผู้คนจำนวนมาก เผยว่า “เครื่องมือนี้กำลังจะทำให้อนาคตในการทำงานของพวกเราเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคของ Metaverse ได้อีกด้วย ความจริงแล้ว แว่น VR ถูกนำมาใช้กับการฝึกฝนในหลากหลายอาชีพมาเนิ่นนาน ส่วนมากมักเป็นในรูปแบบการจำลองสถานการณ์การทำงาน ไม่ว่าจะเป็น นักบินอวกาศ นักบิน ไปจนถึงการบังคับใช้กฎหมาย หรือการผ่าตัด”

 “แต่การใช้งานแว่น VR กำลังจะถูกนำมาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานทางไกล (Remote Working) ให้ดียิ่งขึ้นเพราะสองปีกว่าที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การทำงานแบบ Work From Home ที่อาศัยการสื่อสารผ่านเครื่องมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Slacks, Team, หรือ Miro ทำให้ความร่วมมือภายในทีมลดลง และเกิดอาการเหนื่อยล้าจากการประชุมออนไลน์มากขึ้น บริษัทที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์สูงอย่าง Google ยังออกมายอมรับว่า Work From Home ทำให้ไอเดียที่คิดค้นได้โดยบังเอิญของทีมงานลดลง (โปรเจค Street View และ Gmail เกิดขึ้นได้จากบทสนทนาเรื่อยเปื่อยระหว่างพักในออฟฟิศ)” 

“ในทางกลับกันพนักงานส่วนมากต่างก็มองเห็นข้อดีของการทำงานแบบ Work From Home ว่าพวกเขามีเวลาได้อยู่กับครอบครัว หรือ ทำอย่างอื่นได้มากขึ้น เพราะไม่ต้องเสียเวลาไปกับการเดินทาง ข้อมูลจาก “People at Work 2022: A Global Workforce View” ซึ่งสัมภาษณ์คนทำงานในประเทศสหรัฐอเมริกา อินเดีย เนเธอร์แลนด์ ปลายปี 2021 พบว่า 2 ใน 3 ของพนักงานที่ตอบแบบสอบถามเลือกที่จะหางานใหม่ หากบริษัทขอให้พวกเขากลับไปทำงานที่ออฟฟิศ”

“เพื่อเป็นการหาตรงกลางระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง หลายบริษัทจึงพยายามคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ นี่คือจุดที่แว่น VR ช่วยพัฒนาให้รูปแบบการทำงานทางไกลเกิดผลดีต่อทั้งตัวนายจ้างและลูกจ้างเอง โปรแกรมซอฟต์แวร์ Horizon Workrooms ของ Meta และ Microsoft Mesh อนุญาตให้ผู้ใช้สร้างตัวตนแบบ Avatar ผ่านแว่น VR ทำให้พนักงานแต่ละคนสามารถสื่อสารกันได้ตลอดเวลาราวกับอยู่ที่ออฟฟิศ ลองนึกภาพง่ายๆ เช่น เมื่อลุกออกจากโต๊ะทำงาน คุณก็มีโอกาสเดินผ่าน Avatar ของเพื่อนร่วมงานที่คุณสามารถทักทายและคุยเล่นกับเขาได้ แค่เปิดกล้องและไมค์ นอกจากนี้คุณยังสามารถจับสังเกตปฏิกิริยาของเพื่อนร่วมงานระหว่างประชุมผ่านท่าทางภาษากาย หากอยากเขียนโน้ตให้เพื่อนร่วมงานก็แค่เขียนผ่านโพสต์อิท หรือ ระดมความคิดด้วยการเขียนบนกระดานไวท์บอร์ด กิจกรรมทั้งหมดนี้คุณสามารถทำผ่านแว่น VR และเพียงเท่านี้บรรยากาศเก่าๆ ที่พบเจอได้ในออฟฟิศก็กลับมาอัตโนมัติ”

 “นอกจากนี้การสมัครงานผ่าน Avatar ยังช่วยลดความลำเอียงตัดสินอันเกิดจากรูปลักษณ์ภายนอกได้ด้วย เมื่อคุณสามารถเลือกรูปร่าง สีผิว เพศ อายุ ได้อย่างอิสระ ส่งผลให้การสัมภาษณ์โฟกัสที่ความสามารถมากขึ้น” คุณโจ้ ฉวีวรรณ คงโชคสมัย ปิดท้าย

ทั้งนี้หากอยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับอนาคตของการทำงาน สามารถมาเจอกันได้กับหัวข้อ Future of Workplace” จาก CareerVisa หรืออยากรู้เทรนด์ โอกาส และความเป็นไปได้ในโลก Metaverse ก็มาเจอกันได้ในหัวข้อ Bridge the Physical Business to Metaverse Opportunity” กับคุณอัมพรสักก์ อังคทะวานิช ได้ในงาน CREATIVE TALK CONFERENCE 2022

ซื้อบัตรได้แล้วที่ www.CTC2022.com  

#CreativeTalkLive #CreativeTalk #CreativeTalkConference #CTC2022 #TheFutureofEveryThing #CreativeBusiness #CreativeThinking #CreativeLiving #Metaverse #VR #Workplace #RemoteWork #Avatar #HorizonWorkrooms #MicrosoftMesh


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เดินหน้าโชว์นวัตกรรมสุดล้ำสำหรับอนาคต ในงาน Assembly & Automation Technology 2022

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นด้านการจัดการพลังงานและระบบออโตเมชั่น เตรียมจัดทัพเดินเกมรุกโชว์นวัตกรรม Next Generation Automation สำหรับโลกอุตสาหกรรม 4.0 ในงาน Assembly & Automation Technology 2022 พร้อมเปิดตัวโซลูชั่นใหม่สุดล้ำอนาคต

  • Lexium™ MC12 multi carrier ระบบการลำเลียงในสายการผลิตรุ่นใหม่ ที่มุ่งแก้ pain point สำหรับอุตสาหกรรมการผลิต มีจุดเด่นด้านการติดตั้งและการออกแบบได้อย่างรวดเร็ว ด้วยอุปกรณ์การติดตั้งและการประกอบแบบโมดูล มาพร้อมซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้สามารถออกแบบและจำลองกระบวนการได้ล่วงหน้า
  • Co-Bot หุ่นยนต์อัจฉริยะสำหรับอุตสาหกรรม Health Care มีความสามารถในการจดจำภาพสภาพแวดล้อมในการทำงาน ผสานการตั้งโปรแกรมในการทำงานได้อย่างแม่นยำ เป็นผู้ช่วยมือฉมังในการทำงานแบบซ้ำๆ ช่วยลดโหลดและเวลาของเจ้าหน้าที่
  • Proface ST6000 มอนิเตอร์สำหรับอุตสาหกรรมรุ่นล่าสุด Basic HMI ระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด BLUE ให้ภาพคมชัดแบบสามมิติ มีหน้าจอให้เลือกหลายขนาด เชื่อมต่อกับเครื่องมือควบคุมแบบมอนิเตอร์ บนคลาวด์อย่างไร้รอยต่อ
  • พร้อมพบกับซอฟต์แวร์แบบ end to end โซลูชั่น จาก AVEVA ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ ที่จะเปลี่ยนโรงงานธรรมดาให้เป็นโรงงานอัจฉริยะ

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถมาร่วมงาน Assembly&Automation Technology 2022 เยี่ยมชมนวัตกรรมล่าสุดของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้ที่ ฮอลล์ 101 บูธ 1G21  ณ ไบเทค บางนา ในวันที่ 22-25 มิถุนายน 2565 นี้ พลาดไม่ได้ กับสิทธิพิเศษสำหรับท่านที่ลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้าที่ https://bit.ly/3QjSWwq และเพียงโชว์อีเมลยืนยันการลงทะเบียนที่หน้างาน รับฟรีของที่ระลึกสุดพิเศษจากชไนเดอร์ อิเล็คทริค


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

สภาคณาจารย์และพนักงาน มจพ. เป็นเจ้าภาพจัดประชุมที่ประชุม ปอมท.

สภาคณาจารย์และพนักงาน  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ  (มจพ.) เป็นเจ้าภาพจัดประชุมที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.) ซึ่งประกอบด้วยประธานสภาอาจารย์ / สภาคณาจารย์ / สภาพนักงาน  และที่เรียกชื่ออย่างอื่นของมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิกรวม 28 แห่งทั่วประเทศ  สมัยสามัญ  ครั้งที่ 6/2565 ระหว่างวันที่ 17 – 19 มิถุนายน 2565 ในรูปแบบ On-site และ Online ด้วยระบบ WebEx Meeting โดยมีผู้เข้าประชุม และผู้เกี่ยวข้อง จำนวนประมาณ 50 คน สำหรับการประชุม ปอมท. สมัยสามัญ ครั้งที่ 6/2565 ในวันที่ 18 มิถุนายน  2565 เวลา 08.30-16.00 . การประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (WebEx Meeting) ณ หอประชุมเบญจรัตน์ อาคารนวมินทรราชินี  มจพ.  โดยได้รับเกียรติจาก ผศ.วรวิทย์  จตุรพาณิชย์  รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ผู้แทนอธิการบดี กล่าวต้อนรับและเป็นประธานพิธีเปิดการประชุม ปอมท.  พร้อมด้วย อาจารย์ ดร.จิรศักดิ์  บางท่าไม้ ประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ประธาน ปอมท. กล่าวขอบคุณ และมอบโล่ที่ระลึกการเป็นเจ้าภาพจัดประชุม มอบของที่ระลึก แก่ผู้เข้าประชุม on-site และช่วงบ่าย ผู้เข้าประชุม เข้าเยี่ยมชมสำนักหอสมุดกลาง และเยี่ยมชมหอเกียรติประวัติ มจพ. ตามลำดับ

ขวัญฤทัย ข่าว


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

สำนักหอสมุดกลาง มจพ. คว้ารางวัลสำนักงานสีเขียว (Green Office) ระดับดีเยี่ยม (G ทอง) ปี’64

.ดร.สุชาติ เซี่ยงฉิน อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) แสดงความยินดีต่อสำนักหอสมุดกลาง  มจพ. คว้ารางวัลสำนักงานสีเขียว (Green Office) ระดับดีเยี่ยม (G ทอง) ปี 2564 พร้อมด้วย ผศ.ดร. กฤษชัย ศรีบุญมา รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนากิจการมหาวิทยาลัยเพื่อความยั่งยื่น  ผศ.ดร. ณัฐพงศ์ มกระธัช ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาสิ่งแวดล้อมและกายภาพ และ รศ.ดร.พยุง มีสัจ ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดกลาง  ผศ.ดร.วาทินี  นุ้ยเพียร  รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและกิจการพิเศษ  รศ.ดร.ฉัตรชาญ ทองจับ ที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม และบุคลากรสำนักหอสมุดกลาง

รางวัลสำนักงานสีเขียว (Green Office) ระดับดีเยี่ยม (G ทอง) ได้รับคะแนนจากผู้ตรวจประเมินถึง 91.10 (ระดับดีเยี่ยม ทอง) ที่สามารถสื่อสารและสร้างจิตสำนึกต่อกลุ่มเป้าหมายได้ดี รวมถึงการจัดหลักสูตรที่ครอบคลุมตามเกณฑ์สำนักงานสีเขียว  และการกำหนดแผนการรณรงค์ และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สำนักงานสีเขียว ครบทั้ง 9 ประเด็น ตลอดจนผลการดำเนินงานที่เน้นเป้าหมายและตัวชี้วัดด้านการใช้ทรัพยากร พลังงาน ของเสียและปริมาณก๊าซเรือนกระจก เป็นต้น 

สืบเนื่องจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมสำนักงานสีเขียว (Green Office) ปี 2564 และสำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สมัครขอรับการประเมินสำนักงานสีเขียว (Green Office) เพื่อลดการใช้พลังงานและทรัพยากร ลดการเกิดของเสีย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Green House Gases: GHG) ออกสู่บรรยากาศ และดำเนินกิจกรรมที่เป็นมิตรกับ

สิ่งแวดล้อม ซึ่งคณะกรรมการตรวจประเมินสำนักงานสีเขียว (Green Office) พร้อมกันนี้ได้มีการพิจาณาผลการตรวจประเมินและผ่านการประชุมทางไกล (VDO Conference) โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ผ่านเกณฑ์การประเมิน สำนักงานสีเขียว (Green Office) ระดับดีเยี่ยม (G ทอง) เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา

ขวัญฤทัย ข่าว/วุฒิสิทธิ์ ถ่ายภาพ


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค แตกไลน์อีคอมเมิร์ซ เพิ่มช่องทางการซื้อ นำร่องกับผู้ประกอบการโรงตู้

ไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) รุกทำการตลาดออนไลน์ เปิดเว็บ shop-th.se.com เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา นำร่องกับกลุ่มคู่ค้าผู้ประกอบการโรงตู้ ตอบโจทย์ธุรกิจคู่ค้าที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ เพิ่มความสะดวก วางแผนได้ และรวดเร็วในการสั่งสินค้า ลดกระบวนการที่สิ้นเปลืองเวลา  พร้อมอัดโปรเด็ด เพียงสมัครสมาชิกในเว็บวันนี้ ส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ พร้อมส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่สูงสุดถึง 600 บาท

ที่ผ่านมา ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประสบความสำเร็จในการเพิ่มช่องทางการขายผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางออนไลน์ ในมาร์เก็ตเพลสเช่น Shopee และ Lazada มาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับบ้าน อาทิ สวิตช์ไฟ เบรกเกอร์ เครื่องสำรองไฟ และผลิตภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรม เช่น ปุ่มกดและอุปกรณ์อื่นๆ ในโรงงาน โดยมีการร่วมทำกิจกรรมโปรโมชั่น สร้างความเคลื่อนไหวในตลาดออนไลน์

คุณเบญจพร บุญอำนวยวิทยา ผู้อำนวยการฝ่ายการขายดิจิทัล ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เผยว่า “ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เล็งเห็นความสำคัญในการเพิ่มความสะดวกให้กับพันธมิตรคู่ค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ได้ และเพื่อสอดรับกับการเข้าสู่ยุคดิจิทัลในปัจจุบัน จึงได้เปิดตัวร้านค้าออนไลน์ผ่านทางเว็บ shop-th.se.com ซึ่งจะรวมกลุ่มผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม นำร่องสำหรับผู้ประกอบการโรงตู้และผู้รับเหมา โดยผลิตภัณฑ์ในเว็บของเรา เน้นไปที่ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Easy Series ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมในตลาด ราคาจับต้องได้ มาพร้อมประสิทธิภาพและการใช้งานง่าย ซึ่งผลิตภัณฑ์ทุกรุ่นจะมีการกำหนดรายละเอียด พร้อมข้อมูล การใช้งาน ไว้อย่างชัดเจนครบถ้วน เพื่อความสะดวกกับลูกค้า และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการสั่งซื้อ พร้อมกันนี้ เรายังมีข้อมูลแนะนำช่องทางในการเข้าฟังสัมมนาในหัวข้อหรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องการในเว็บนี้อีกด้วย”

ผลิตภัณฑ์ที่มีขายผ่านช่องทางออนไลน์ในเว็บ shop-th.se.com นี้ ได้แก่

  • EasyPact EZS เบรกเกอร์ MCCBs (Molded-Case Circuit Breakers) ชูจุดเด่นความง่าย ได้แก่ง่ายต่อการเลือกใช้ ผู้ซื้อเลือกใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน คลอบคลุมการใช้งานทั่วไป เพราะรองรับกระแสไฟที่ 100 – 600 แอมป์ สามารถเลือกการเชื่อมต่อได้ทั้งแบบ 3 Pole และ 4 Pole ทนกระแสลัดวงจร 25-50 กิโลแอมป์ ง่ายในการติดตั้ง เนื่องจากมีขนาด 2 เฟรมทำให้ง่ายต่อการออกแบบตู้ การติดตั้ง และซ่อมบำรุง สามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่างๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำงานที่มากขึ้น เช่น Trip release coils, Auxiliary signaling, contacts และ Rotary handles
  • EasyPact CVS เซอร์กิตเบรกเกอร์ MCCB ที่ให้สมรรถนะใหม่ด้าน breaking capacity (icu) ขนาด 16-600A รองรับกระแสลัดวงจรตั้งแต่ 25-50 kA
  •   Acti9 เบรกเกอร์ลูกย่อย หรือ MCBs ขนาดเล็ก ประหยัดพื้นที่ ช่วยลดขนาดแผง รองรับอุปกรณ์ได้หลากหลาย รองรับอุปกรณ์เสริมที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกัน ประหยัดค่าใช้จ่าย มีแถบสีแสดงสถานะ และง่ายในการตรวจสอบ
  • ดิจิตอลมิเตอร์ รุ่น EasyLogic™ PM2000 series ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมและจัดการระบบไฟฟ้าง่ายๆ ในภาคอุตสาหกรรมได้อย่างมั่นใจ ครอบคลุมทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน ด้วยเครื่องมือวัดและการจัดการโหลดไฟฟ้าที่มาพร้อมกับการเชื่อมต่อผ่าน RS485  มีทั้งแบบสีสะดุดตา อ่านค่าง่าย และแบบเรียบง่าย สีขาวดำ
  • ตัวเก็บประจุรุ่นใหม่ EasyCan Capacitor ใช้งานง่าย ประหยัดพื้นที่ และมีประสิทธิภาพสูง
  • และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ สำหรับอุตสาหกรรม

การขยายช่องทางจำหน่ายออนไลน์ ของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค มุ่งเป้าเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า และเป็นหนึ่งกลยุทธ์ในการผลักดันภาพรวมของตลาดออนไลน์ในกลุ่มอุตสาหกรรม เสริมความแข็งแกร่งให้พันธมิตรคู่ค้า เริ่มต้นจากผู้ประกอบการโรงตู้ ผู้รับเหมา ให้ก้าวสู่การตลาดรูปแบบใหม่ในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเพิ่มโอกาสใหม่ทางการขาย อีกทั้งยังเป็นช่องทางในการจัดจำหน่ายถึงลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว นับเป็นการก้าวสู่ประสบการณ์ของตลาดออนไลน์ไปด้วยกันในยุคดิจิทัล 4.0 นี้” คุณเบญจพร กล่าวทิ้งท้าย


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

คณะแพทย์ฯ จุฬาฯ เปิดตัว “MDCU Med U More” แพลตฟอร์มนวัตกรรมองค์ความรู้ทางการแพทย์ ไร้ขีดจำกัด ครบครันเป็นครั้งแรก

เทคโนโลยีทันสมัยทำให้โลกยุคนี้พัฒนาต่อเนื่องอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะวิทยาการศึกษาทางการแพทย์ ที่ปัจจุบันสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เองก็ไม่หยุดยั้งที่จะเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนองค์ความรู้ทางการแพทย์ อีกทั้งองค์ความรู้ทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นในคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ก็มีอยู่มากมาย และยังมีองค์ความรู้ใหม่ ๆ เกิดขึ้นต่อเนื่องอย่างตลอดเวลา จึงผสานความร่วมมือ ดึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาบรรจุลงใน Online Learning Platform ในชื่อ “MDCU Med U More” แพลตฟอร์มใหม่ที่จะเผยแพร่องค์ความรู้ทางการแพทย์แบบไร้ขีดจำกัด เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชน พร้อมให้บริการอย่างครบวงจร ไม่จำกัดความรู้ทางการแพทย์เพียงในตำรา ใครก็เรียนได้ ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ

โดย MDCU Med U More เป็นแพลตฟอร์มที่จะมีรูปแบบของคอนเทนต์ความรู้ 3 รูปแบบด้วยกัน คือ

  • VDO Course เรียนออนไลน์ มากกว่า 200 คอร์ส และจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่จะเผยแพร่วิดีโอที่รวบรวมความรู้จากอาจารย์แพทย์ในคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ถ่ายทอดความรู้ในรูปแบบ Video clip และจะได้รับ Certificate เมื่อเรียนจบ โดยล็อกอินสมัครเรียนได้ที่ https://MedUMore.org
  • ประชุมวิชาการในรูปแบบใหม่บูรณาการองค์ความรู้ทางการแพทย์ รวบรวมท่านวิทยากรชั้นนำมาถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และแรงบันดาลใจ
  • Infographic ความรู้ทางการแพทย์ มากกว่า 1,400 ชิ้น

เนื้อหาการเรียนรู้สามารถเข้าถึงได้ 360 องศา นอกจากในรูปแบบวิดีโอแล้ว ยังรวมถึงการใช้ระบบ 3D Animation Augmented Reality และ Virtual Reality ที่สามารถเห็นภาพเสมือนจริงได้ เข้ามาเป็นหนึ่งในสื่อการเรียนรู้ด้วย ซึ่งในแพลตฟอร์มจะมีความรู้ทางการแพทย์ การแพทย์เฉพาะทาง ข้อแนะนำการดูแลสุขภาพ ผลงานวิจัยสำคัญและการประชุมวิชาการ รวมถึงเนื้อหาเพื่อการพัฒนาตัวเอง Soft Skill เทคโนโลยี และนวัตกรรมโลกอนาคต รองรับเรียนในทุกรูปแบบ Online Courses, Live Training และงานประชุมวิชาการ ที่ MedUMore จะรวบรวมความรู้และการบรรยายจากการประชุมวิชาการต่าง ๆ ในคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ทำให้สามารถเรียนรู้ได้ต่อเนื่องผ่านอุปกรณ์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ ซึ่งมาในรูปแบบที่ใช้งาน และเข้าใจง่าย  ตอบโจทย์ความต้องการข้อมูลด้านสาธารณสุข การแพทย์ บทเรียนสำหรับนิสิตแพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ เภสัชกร นักวิจัย และนวัตกรรมทางการแพทย์สำหรับของบุคลากรทางการแพทย์แบบ Lifelong Learning

รศ. นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เปิดเผยว่า “The Faculty of Medicine of Chulalongkorn University มีเป้าหมายที่จะเป็นสถาบันต้นแบบทางการแพทย์มาตรฐานระดับนานาชาติ ที่มุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการเรียนรู้ในบริบทของ Lifelong Learning เปลี่ยนแปลงความรู้ทางการแพทย์ที่ไม่จำกัดเพียงในตำรา ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงระบบการศึกษา สร้างความเท่าเทียมด้านสาธารณสุข สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ และก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางแห่งการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านสาธารสุขในระดับประเทศ ภูมิภาค และนานาชาติ เป็นผู้นำศูนย์กลาง International Community ทางการแพทย์ผ่านนวัตกรรม เทคโนโลยีที่ทันสมัย ให้บริการอย่างครบวงจร จึงได้สร้างแพลตฟอร์ม Online Learning Platform ในชื่อ “MDCU Med U More” มาเพื่อตอบโจทย์และสอดรับกับโลกแห่งการเรียนรู้ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว พร้อมข้อมูลที่ครอบคลุม สามารถเรียนรู้และเข้าถึงได้จากทุกที่บนโลกนี้ผ่านออนไลน์”

โดยแพลตฟอร์ม “MDCU Med U More” จะเปิดให้เริ่มใช้งานได้ตั้งแต่ 10 มิ.ย 2565 นี้ และในช่วงเปิดตัวยังเปิดให้เรียนฟรีตลอดเดือน มิ.ย. 2565 และจะมี VDO Course เรียนออนไลน์เพิ่มขึ้นอีกกว่า 500 คอร์สนับแต่กลางเดือนกันยายน 2565 เป็นต้นไป สำหรับผู้สนใจติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ในช่องทางการติดต่อดังนี้ และล็อกอินสมัครเรียนได้ที่ https://MedUMore.org

Facebook : https://www.facebook.com/MDCUMedUMore/

LINE Official : @MDCUMedUMore

#MDCU #MedUMore #CU


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

เอชพี ประเทศไทย ปลดล็อกขุมพลังการทำงานแนวไฮบริด เชื่อมต่อด้วยเทคโนโลยีใหม่ ไร้ขีดจำกัด

เอชพี ประเทศไทย เปิดตัวนวัตกรรมเทคโนโลยีทรงพลังเต็มรูปแบบภายใต้ธีม “ปลดล็อกศักยภาพธุรกิจสร้างโอกาสเติบโตสู่โลกไฮบริด” ในงาน HP Thailand Day 2022 พร้อมส่งอุปกรณ์และโซลูชั่นกลุ่มใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการทำงานประสานกัน พร้อมร่วมสร้างประสบการณ์การสร้างสรรค์ในโลกไฮบริด ประกอบด้วย HP EliteBook x360 1040 G9, HP ProBook x360 435 G9 และเครื่องพิมพ์ HP Smart Tank งานนี้นำทัพโดย มร.อึ้ง เทียน ชอง กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชีย เอชพี อิงค์ และ มร.ลิม ชุน เต็ก กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอชพี อิงค์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยกูรูไอทีชื่อดัง “หนุ่ย พงศ์สุข” และ ครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก “เค เลิศสิทธิชัย”

การทำงานรูปแบบไฮบริดต้องการมากกว่าแค่การเชื่อมต่อและทำงานร่วมกัน และเป็นเรื่องท้าทายสำหรับเทคโนโลยีในการส่งมอบประสบการณ์ให้กับผู้คนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน แม้ว่าสถานที่ทำงานจะอยู่ในทุกที่ตามความต้องการของผู้คน แต่ความคาดหวังในการทำงานนั้นไม่เปลี่ยน ผู้คนยังต้องได้รับการมองเห็นและได้ยินเสียงอย่างชัดเจนมีประสิทธิภาพและสร้างแรงบันดาลใจ

“ที่เอชพี เราคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เหล่านี้ และได้นำมากำหนดเป็นกลยุทธ์เพื่อขยายธุรกิจ ไม่ว่าจะผ่านการเล่นเกม อุปกรณ์เชื่อมต่อ โซลูชั่นสำหรับการทำงาน บริการระบบสมาชิก รวมถึงกราฟิกเพื่องานอุตสาหกรรมและ 3D เพื่อรองรับโอกาสใหม่ การพัฒนาด้านต่างๆ รวมไปถึงอนาคตที่น่าตื่นเต้น สำหรับวันนี้และในภายภาคหน้าฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และโซลูชั่นของเราพร้อมนวัตกรรมเทคโนโลยีล้ำสมัยจะมอบประสบการณ์ที่จำเป็นต่อการเติบโตในโลกไฮบริด โดยมอบพลังในการผสมผสานเข้ากับสภาพแวดล้อมที่ให้ประสิทธิผลสูงสุดสำหรับการทำงานและความคิดสร้างสรรค์ ผสานแนวคิดที่ได้รับแรงบันดาลใจขั้นสูงสุดของเรา” มร.อึ้ง เทียน ชอง กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชีย เอชพี อิงค์ กล่าว

กระแส Work from Home (WFH) ยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย และการทำงานแนวไฮบริดได้กลายเป็นเรื่องปกติในรูปแบบใหม่ (New Normal) ด้วยคนเราชอบสภาพการทำงานที่มีการเปลี่ยนแปลงตามแนวทางใหม่นี้ พนักงานองค์กรในไทยมากกว่า 80% สะท้อนถึงความต้องการการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้นหลังโควิด ธุรกิจต่างๆ ต้องมองหาเครื่องมือที่เหมาะสมให้พนักงานเพื่อขยายการทำงานไปสู่รูปแบบไฮบริด

มร. ลิม ชุน เต็ก กรรมการผู้จัดการ เอชพี อิงค์ ประเทศไทย กล่าว “ปัจจุบันออฟฟิศอยู่ ‘ทุกที่’ และอนาคตของการทำงานก็เกิดขึ้นตอนนี้แล้ว เมื่อเรายอมรับรูปแบบการทำงานและการเรียนรู้แบบผสมผสาน ประสบการณ์จะมีความสำคัญมากขึ้นกว่าเดิม และเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องอัปเดตเทคโนโลยีที่มาก่อนการเกิดการแพร่ระบาด เพื่อนำเสนอวิธีการใหม่ในการทำงานร่วมกันและเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ทั้งยังคงเพลิดเพลินได้ ที่เอชพี เราจะพยายามส่งเสริมให้ลูกค้าและกลุ่มธุรกิจได้ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ และช่วยให้บรรลุศักยภาพสูงสุด โดยการจัดหาโซลูชั่นที่เหมาะสมตรงกับรูปแบบการทำงานแบบไฮบริดที่เกิดขึ้นใหม่นี้”

ในงานนี้ได้รับเกียรติจาก คุณหนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี มาเน้นย้ำว่า ธุรกิจไทยจะต้องนำรูปแบบการทำงานแบบไฮบริดมาใช้ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ พนักงานที่มีความสามารถต้องการโซลูชั่นที่เหมาะสม และไม่ยุ่งยากมาติดตั้งในอุปกรณ์ของตน เช่น พีซีและเครื่องพิมพ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นตลอดจนความปลอดภัย

ในฐานะที่เป็นครีเอเตอร์ นักแสดง และนักธุรกิจรุ่นใหม่ คุณเค เลิศสิทธิชัย เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ต้องมีอุปกรณ์ทางไอทีที่เหมาะสมในการจัดการอาชีพและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายสำหรับเขา เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับผู้คนได้อย่างไม่สะดุดและทำงานร่วมกับเพื่อน ครอบครัว และเพื่อนร่วมงานจากที่บ้านหรือทุกที่ทุกเวลา ซึ่งเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในชีวิตการทำงาน การเล่นเกมต่างๆ บนพีซีที่ทรงพลัง ไม่เพียงแต่สร้างความบันเทิง แต่ยังช่วยให้สร้างและพัฒนาคอนเทนต์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ได้อีกด้วย

เอชพีเข้าถึงอนาคตของการทำงานแบบไฮบริด
โมเดลการทำงานและการเรียนรู้แบบผสมผสานช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างผลงาน ใช้งาน และทำงานร่วมกันได้อย่างมีอิสระและคล่องตัวมากขึ้น ในระดับองค์กร ธุรกิจยังต้องทำงานกับโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่เหมาะสมและเครื่องมือเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบไฮบริด ด้วยเหตุนี้ เอชพี จึงได้ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในกลุ่มพีซีและเครื่องพิมพ์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้พนักงานสามารถก้าวหน้าได้ในโลกไฮบริด

เอชพี สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอด้วยผลิตภัณฑ์พีซีและเครื่องพิมพ์รุ่นใหม่ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน สร้างสรรค์งาน ทำงานร่วมกัน หรือเพื่อความบันเทิง

  • HP EliteBook x360 1040 G9 ปลดล็อกขีดจำกัดด้านประสิทธิภาพและน้ำหนักที่เบาสำหรับผู้ปฏิบัติงานนอกสถานที่ทุกแห่งหน ออกแบบมาใหม่เพื่อการทำงานที่ราบรื่นในการทำงานแบบไฮบริด ตัวเครื่องทำจากแชสซีที่บางเบา ด้วยอัตราส่วนหน้าจอ 16:10 เพื่อการแสดงผลเพิ่มเติมและลดการเลื่อนขึ้นลง ให้คุณภาพของภาพและเสียงได้ดีที่สุดด้วยกล้อง 5MP, กล้อง IR 940nm และซอฟต์แวร์เสียงสมจริงเพื่อความชัดเจนในการรับฟัง
  • ออกแบบมาสำหรับพนักงานที่ต้องทำงานโดยไม่ติดอยู่กับที่เมื่อต้องออกนอกสถานที่เพื่อธุรกิจที่กำลังเติบโต HP ProBook x360 435 G9 ผสมผสานการออกแบบที่ให้น้ำหนักเบาและอัปเกรดได้ พร้อมด้วยประสิทธิภาพการทำงานด้านธุรกิจ พร้อมการรักษาความปลอดภัยและทนทาน เหมาะสำหรับธุรกิจที่กำลังเติบโต แล็ปท็อป HP ProBook x360 435 G9 มาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัย HP Wolf Security for Business ซึ่งช่วยป้องกันภัยคุกคาม ป้องกันมัลแวร์ และป้องกันตัวตนด้วยการกำหนดค่าเดียวและใช้งานง่าย
  • สร้างสรรค์ผลงานอย่างอิสระด้วย HP Spectre x360 14 ซึ่งเป็นแล็ปท็อปแบบปรับเปลี่ยนได้ด้วยอัตราส่วนภาพหน้าจอ 3:2 ให้ความสมจริงสำหรับการท่องเว็บและรองรับความต้องการผลิตงานอย่างมีประสิทธิภาพ แล็ปท็อป 2-in-1 รุ่นนี้มีความยืดหยุ่นสูงในการสร้างสรรค์ผลงานและรองรับการใช้ชีวิตอย่างราบรื่นในโลกไฮบริดสำหรับยุคปัจจุบัน ด้วยแพลตฟอร์มของ Intel® Evo™ และโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ รุ่นที่ 12 ที่พัฒนาฟังก์ชันการทำงานพร้อมๆ กันหลายอย่างและทรงประสิทธิภาพ มาพร้อมกับจอสัมผัสที่พับได้ในลักษณะต่างๆ รวมถึงการซูมด้วยนิ้วมือ การแตะสองครั้ง และการกดค้างไว้เพื่อสร้างและจัดการภาพวาด และเนื้อหาสร้างสรรค์อื่นๆ ให้เป็นไปอย่างง่ายดาย
  • สำหรับนักเล่นเกมมืออาชีพ เอชพีนำเสนอเกมมิ่งแล็ปท็อป HP OMEN 16 เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดสำหรับการเล่นเกมที่ต้องอาศัยเครื่องที่ทรงพลังในทุกที่ มาพร้อมกับกราฟิกการ์ดที่ยืดหยุ่นและโปรเซสเซอร์ Intel ผสมผสานวัสดุเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมถึงฝาครอบอะลูมิเนียมรีไซเคิล และรุ่น Victus by HP 15 สำหรับผู้ชื่นชอบการเล่นเกมทั้งหมดจะช่วยยกระดับและดื่มด่ำอย่างเต็มที่ แล็ปท็อป Victus by HP 15 มีตัวเลือกสีที่โดดเด่นสองสีให้เลือกในสีเงินไมก้าและสีน้ำเงิน ให้อารมณ์ทรงประสิทธิภาพ ทั้งหมดนี้มีคีย์บอร์ดเรืองแสงมาตรฐานที่พิมพ์ด้วยแบบอักษรที่โดดเด่น พบได้ในอุปกรณ์ OMEN ด้วยโปรเซสเซอร์และกราฟิกที่ล้ำและแตกต่าง ผู้ใช้สามารถทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกันได้ไม่ว่าจะเล่นเกม ท่องเว็บ ตัดต่อ และอื่นๆ

ผู้คนจำนวนมากต้องการใช้ประโยชน์จากการพิมพ์ไม่ว่าจะอยู่ที่ทำงานหรือที่บ้าน เอชพีพัฒนาเครื่องพิมพ์ให้ทันสมัยโดยลดความซับซ้อนของการพิมพ์ สร้างประสบการณ์การทำงานในสำนักงานที่แท้จริงเมื่ออยู่ที่บ้านและเปลี่ยนไปสู่ธุรกิจที่เน้นการบริการ

  • เอชพี ช่วยทำให้เทคโนโลยีเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้นด้วยการเปิดตัวโปรแกรมการลงทะเบียนด้วยหมึกเป็นครั้งแรกในประเทศไทยด้วย Easy Ink ช่วยให้ผู้ใช้ในบ้านและผู้ใช้งานธุรกิจสามารถสั่งซื้อตลับหมึกเอชพีผ่านทางออนไลน์และจัดส่งตลับหมึก ให้ผู้ใช้สามารถเพลิดเพลินกับการพิมพ์คุณภาพสูงอย่างไม่ขาดตอน ด้วยหมึกและผงหมึกของแท้ รับประกันคุณภาพการพิมพ์ที่โดดเด่นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หลีกเลี่ยงการพิมพ์ติดขัดที่เกิดจากข้อผิดพลาดในระบบพิมพ์ หลีกเลี่ยงงานพิมพ์คุณภาพต่ำ ลูกค้าสามารถสั่งซื้อได้ตลอดเวลาและรับตลับหมึกผ่านการจัดส่งตรงถึงบ้านโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • ผู้บริโภคและธุรกิจขนาดเล็กต่างก็ขยายธุรกิจเติบโตขึ้นโดยอาศัยความสามารถจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ด้วยแอป HP Smart ช่วยให้ลูกค้าเพลิดเพลินกับความสามารถในการพิมพ์และสแกนจากทุกที่ ทั้งได้รับการแจ้งเตือนเมื่อพิมพ์ สแกน หรือคัดลอกคอนเทนต์จากมือถือ
  • สำหรับการใช้งานที่บ้านและออฟฟิศขนาดเล็ก เครื่องพิมพ์ HP Smart Tank 720 All-in-One มอบประสบการณ์การพิมพ์ที่ยอดเยี่ยมตั้งแต่ต้นจนจบด้วยงานพิมพ์คุณภาพสูงมาพร้อมกับคุณสมบัติอัจฉริยะขั้นสูงเหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการพิมพ์งานจำนวนมาก โดยเครื่องพิมพ์ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในแต่ละวันสำหรับการทำงานหรือการเรียนในยุคไฮบริด
  • เครื่องพิมพ์ขนาดเล็กที่พิมพ์สองหน้าได้อย่างเร็ว HP LaserJet MFP M236dw ได้รับการออกแบบมาสำหรับนักธุรกิจมืออาชีพที่ต้องการการพิมพ์ขาวดำประสิทธิภาพสูงตัวเครื่องขนาดเล็ก กะทัดรัด มาพร้อมการเชื่อมต่อที่เสถียรขึ้นด้วยWi-Fi™ แบบดูอัลแบนด์พร้อมการรีเซ็ตในตัวเอง การสแกนคุณภาพสูง และสามารถแชร์ไปยัง Dropbox, Google Drive, อีเมล หรือระบบคลาวด์ได้

ราคาและการวางจำหน่าย

  • HP EliteBook x360 1040 G9 มีจำหน่ายแล้วที่ HP Online Store ราคา 44,990 บาท
  • HP ProBook x360 435 G9 มีจำหน่ายแล้วที่ HP Online Store ราคา 35,990 บาท
  • HP Spectre x360 14 จำหน่ายแล้วที่ HP Online Store ราคา 51,990 บาท
  • HP OMEN 16 วางจำหน่ายแล้วที่ HP Online Store และร้านค้าปลีกอื่นๆ ราคาเริ่มต้น 45,990 บาท
  • Victus by HP 15 วางจำหน่ายแล้วที่ HP Online Store และร้านค้าปลีกอื่นๆ ราคาเริ่มต้น 28,990 บาท
  • เครื่องพิมพ์ HP Smart Tank 720 All-in-One เริ่มต้น 7,390 บาท ที่ร้านค้าไอทีชั้นนำและออนไลน์ พร้อมรับประกัน 2 ปี และบริการนอกสถานที่ฟรี
  • HP LaserJet MFP M236dw Printer วางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าออนไลน์ของ HP และขายปลีกราคาเริ่มต้นที่ 4,190 บาท พร้อมการรับประกัน 3 ปี และบริการนอกสถานที่

ข้อมูลเกี่ยวกับ เอชพี อิงค์
เอชพี อิงค์ เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่เชื่อว่าไอเดียเล็กๆ ก็สามารถเปลี่ยนโลกได้ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการ ทั้งคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ และโซลูชั่นการพิมพ์สามมิติ คือผู้ช่วยที่จะสนับสนุนทุกไอเดียของคุณเป็นจริงขึ้นมา ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.hp.com


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ทีมวิจัยคณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มข. จับมือพัฒนานวัตกรรม ชุด KKU-PAPR Suit ป้องกัน COVID-19

ทีมวิจัยคณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มข. จับมือพัฒนานวัตกรรม ชุด KKU-PAPR Suit ป้องกัน COVID-19 เพื่อส่งมอบบุคลากรทางการแพทย์ ตอกย้ำบทบาท หน่วยงานอุทิศตน เพื่อสังคมและประเทศ ด้านการผลิตนวัตกรรมตอบโจทย์สังคม

รศ.ดร.จีรนุช เสงี่ยมศักดิ์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยถึงเรื่องชุด KKU-PAPR Suit ป้องกัน COVID-19  ว่า เมื่อต้นปี 2563 ประเทศไทยและทั่วโลก ได้เผชิญโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ ที่ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องรับมือในสถานการณ์รักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคโควิด มาเป็นปีที่ 3   ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ทำหน้าที่ เปรียบเสมือนเป็นนักรบด่านหน้า เพื่อปกป้องและดูแลรักษาพี่น้องประชาชนชาวไทยให้ปลอดภัยจากโรคระบาดโควิด-19  ด้วยเหตุนี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งมีบทบาทหน้าที่ในการวิจัยและสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของสังคมและประเทศ ได้ร่วมกันระดมความคิดเพื่อหาแนวทางในการบรรเทาความเดือดร้อน และช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อในระหว่างการปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ ทีมนักวิจัยทั้งสองหน่วยงาน จึงได้คิดประดิษฐ์นวัตกรรมชื่อ PAPR Suit (Powered Air Purifying Respirator) หรือชุดอุปกรณ์ป้องกันทางเดินหายใจแบบจ่ายอากาศบริสุทธิ์ ซึ่งพัฒนาโดย ดร.นวภัค เอื้ออนันต์ สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ รศ.ดร.จีรนุช เสงี่ยมศักดิ์  ดร.ธนวุฒิ  ตันติโสภารักษ์ สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า และดร.ทินกร คำแสน สาขาวิชาวิศวกรรมเคมี   ซึ่งชุดอุปกรณ์ป้องกันทางเดินหายใจ  เป็นอุปกรณ์ที่ขาดแคลนและราคาสูง ณ ขณะนั้น โดยทีมนักวิจัยได้เริ่มพัฒนา KKU-PAPR Suit เริ่มจาก Gen.1.0 Gen.1.2

จนมาถึงรุ่นล่าสุด Gen.2.0 ที่มีคุณสมบัติเป็น PAPR99-PAPR100 โดยชุดดังกล่าว  เป็นอุปกรณ์ป้องการทางเดินหายใจแบบจ่ายอากาศบริสุทธิ์ใหักับบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งรับการสนับสนุนงบบริจาคกว่าแปดแสนบาทในการค้นคว้า ทดลองสร้างชุดต้นแบบและผลิต จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สมาคมปึงเถ่ากงม่า-ขอนแก่น และผู้มีจิตศรัทธาในการร่วมบริจาคเงินเข้ากองทุนวิจัยคณะวิศวกรรมศาสตร์  เพื่อให้สามารถผลิตชุด PAPR Suit ส่งมอบให้กับโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ โดยได้ส่งมอบไปแล้ว จำนวน  54 ชุด มีต้นทุนต่อชุดราคา 5,000 บาท

สำหรับโรงพยาบาลที่ได้รับชุด PAPR Suit ประกอบ โรงพยาบาลภูเวียง จำนวน  4 ชุด โรงพยาบาลน้ำพอง จำนวน 2 ชุด อบต.ท่าเรือ อยุธยา จำนวน 3 ชุด โรงพยาบาลพล จำนวน  2 ชุด โรงพยาบาลแวงใหญ่ จำนวน 1 ชุด โรงพยาบาลบ้านไผ่ จำนวน 2 ชุด โรงพยาบาลกรุงเทพ-ขอนแก่น จำนวน 5 ชุด สมาคมปึงเถ่ากงม่า-ขอนแก่น จำนวน  5 ชุด  โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จำนวน 7 ชุด โรงพยาบาลหนองบัวแดง จำนวน  2  ชุด โรงพยาบาลหนองสองห้อง จำนวน  2 ชุด โรงพยาบาลกระนวน จำนวน 2 ชุด  โรงพยาบาลอุบลรัตน์ จำนวน 2 ชุด โรงพยาบาลบ้านฝาง จำนวน  2 ชุด โรงพยาบาลชุมแพ จำนวน  4 ชุด  โรงพยาบาลในจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน  9 ชุด

     รศ.ดร.จีรนุช  กล่าวต่อไปว่า กว่า 1 ปีที่ผ่านมาในการส่งมอบชุด KKU-PAPR Suit ไปยังโรงพยาบาลเพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ได้ใช้งานจริง ทีมนักวิจัยได้รับเสียงสะท้อนที่ดีจากบุคลากรทางการแพทย์ว่า ทำให้เกิดความมั่นใจในการทำหัตถการต่างๆ  ให้กับผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น และเป็นสิ่งที่สร้างแรงผลักดันให้คณะวิศวกรรมศาสตร์เดินหน้าต่อไป ในการอุทิศตนเพื่อสังคม เพื่อให้ความสอดคล้องกับปณิธานของมหาวิทยาลัย คือ “การอุทิศตนเพื่อสังคม ผลิตผลงานวิจัยและสร้างองค์ความรู้ และนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ โดยมุ่งหวังที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่พี่น้องประชาชนในเขตภาคอีสาน ดั่งพระราชดำรัสความตอนหนึ่ง ที่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพล อดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานไว้เมื่อครั้งที่ได้เสด็จพระราชดำเนินมาเปิดมหาวิทยาลัยขอนแก่นอย่างเป็นทางการ  เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2510  การตั้งมหาวิทยาลัยขอนแก่นเพิ่มขึ้นอีกแห่งหนึ่งนั้นเป็นคุณอย่างยิ่ง เพราะทำให้การศึกษาชั้นสูงขยายออกไปถึงภูมิภาคที่สำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของประเทศ ซึ่งต่อไปจะเป็นผลดีแก่การพัฒนายกฐานะความเป็นอยู่ของประชาชนในภูมิภาคนี้เป็นอย่างยิ่ง

“คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีความมุ่งมั่นและมีความพร้อมด้านคนและองค์ความรู้ในการร่วมขับเคลื่อนในพัฒนางานวิจัย   การคิดค้นและประดิษฐ์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์สังคมระดับประเทศและระดับนานาชาติ  ประโยชน์ต่อสังคมและองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนทั้งในระดับประเทศและระดับสากล”  รศ.ดร.จีรนุช กล่าว

ข่าว : จารุณี นวลบุญมา


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

Dassault Systèmes เผยเทคโนโลยี “Virtual Twin” คือหัวใจสำคัญต่อการพลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยสู่ความยั่งยืนในอนาคต

แดสสอลท์ ซิสเต็มส์ (Dassault Systèmes) (Euronext Paris: FR0014003TT8, DSY.PA) เปิดข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ที่พัฒนาอย่างรวดเร็วของประเทศไทยและนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน เพื่อช่วยธุรกิจเอาชนะความท้าทายที่เกิดขึ้น ทั้งจากปริมาณความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เพิ่มมากขึ้น และปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะดิจิทัลในอุตสาหกรรม¹

ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ต่างกำลังเผชิญกับปัญหาการหยุดชะงัก ประกอบกับแผนของประเทศไทยในเรื่องการปรับปรุงคุณภาพอากาศและตั้งเป้าเป็นประเทศที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือประเทศที่เป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี พ.ศ. 2593 โดยประเทศไทยหันมาให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาด้านการขนส่งและยนตรกรรมที่มีความยั่งยืน จากแนวโน้มปริมาณรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2566 และประเทศไทยพร้อมเป็นศูนย์กลางการผลิตชิ้นส่วนและประกอบรถยนต์ของภูมิภาคอาเซียนสำหรับเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) หรือเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมัน ซึ่ง “นวัตกรรมในการผลิต” มีบทบาทสำคัญสำหรับช่วยให้ประเทศตระหนักถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้พัฒนารูปแบบการขนส่งที่ยั่งยืนและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้

โจเซฟิน ออง กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกใต้ Dassault Systèmes กล่าวว่า “ขณะที่โลกเปลี่ยนไปสู่การคมนาคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่นเดียวกับประเทศไทยที่อุตสาหกรรมยานยนต์มีความเข้มแข็งและมีส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศคิดเป็น 12% ของ GDP ทำให้ EV กลายเป็นอีกหนึ่งโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้นการกระตุ้น การขับเคลื่อนและพัฒนาการผลิตรถยนต์ EV เพื่อเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ จะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์สำคัญที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และก้าวเป็นผู้เล่นหลักในห่วงโซ่คุณค่าของตลาด EV โลกได้ อย่างไรก็ดี ความต้องการพึ่งพาโซลูชันเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นสิ่งจำเป็นลำดับแรก ๆ ที่ผู้ผลิตไทยควรคำนึงถึง โดยการปรับใช้เทคโนโลยีในกระบวนการผลิตจะช่วยให้ช่วยนำผู้ผลิตไปสู่การเปลี่ยนแปลงและยกระดับการคมนาคมได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มโอกาสในตลาดงานและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งแพลตฟอร์ม 3DEXPERIENCE และเทคโนโลยีดิจิทัลของเราตอบโจทย์ดังกล่าว และบริษัทฯพร้อมจับมือเป็นพันธมิตรที่มีคุณค่าสำหรับผู้ผลิตในประเทศไทยเช่นกัน”

กีโยม เชอ-คฮองโดร์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาอุตสาหกรรมการขนส่งและยานยนต์แห่งเอเชียที่ Dassault Systèmes กล่าวถึงอนาคตของ EV และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเปลี่ยนอุตสาหกรรมยานยนต์ให้กลายเป็นโลกแห่งการแข่งขันทางดิจิทัล ซึ่งการที่จะพัฒนาการคมนาคมไปสู่รูปแบบที่ยั่งยืนนั้น ต้องใช้นวัตกรรมในการผลิตและการออกแบบที่เน้นการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน (Ecodesign) เพื่อลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็น อันนำมาซึ่งมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ขั้นต้นของกระบวนการผลิต ซึ่งเทคโนโลยี Virtual Twin ช่วยให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างราบรื่นในฟังก์ชันต่าง ๆ และช่วยพัฒนาอนาคตของการคมนาคมในเมืองอัจฉริยะให้เป็นจริงได้ โดยการปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้และความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตอบโจทย์ Lifecycle ของโซลูชั่นทั้งระบบ ด้วยการสร้างแบบจำลองกระบวนการผลิตที่ครอบคลุมทั้งระบบในลักษณะการทำงานร่วมกัน Virtual Twin สามารถให้ประโยชน์แก่บริษัทในประเทศไทยเพื่อสร้างการดำเนินงานอย่างยั่งยืนและช่วยให้อุตสาหกรรมยานยนต์ตระหนักถึงอนาคตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น กรณีศึกษาจากลูกค้าของแดสสอล์ท ซิสเต็มส์ แนะนำว่าเทคโนโลยี Virtual Twin จะช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการผลิตและส่งผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด และช่วยลดค่าใช้จ่ายสำหรับระบบขับเคลื่อนใหม่ การออกแบบตัวถังน้ำหนักเบา และแบตเตอรี่สำหรับ EV รวมทั้งเป็นผู้ช่วยสำคัญในการพัฒนาระบบขนส่งอัตโนมัติได้

¹Robert Walters Thailand Salary Survey 2022

เกี่ยวกับ DASSAULT SYSTÈMES

แดสสอลท์ ซิสเต็มส์ คือบริษัท 3DEXPERIENCE ที่นำเสนอโลกเสมือนจริงให้แก่ผู้คนและองค์กรธุรกิจ เพื่อรองรับ การสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างยั่งยืน ด้วยโซลูชั่นระดับชั้นนำของโลกที่ปรับปรุงแนวทางการออกแบบ ผลิต และ สนับสนุนผลิตภัณฑ์ต่างๆ โซลูชั่นการประสานงานร่วมกันของแดสสอล์ท ซิสเต็มส์ ช่วยส่งเสริมนวัตกรรมทางสังคม ขยายความเป็นไปได้สำหรับโลกเสมือนจริงเพื่อปรับปรุงโลกแห่งความเป็นจริง บริษัทฯ มอบคุณประโยชน์ให้แก่ ลูกค้าองค์กรทุกขนาดกว่า 220,000 รายในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมในกว่า 140 ประเทศ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.3ds.com


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

การ์ทเนอร์ชี้ 3 เทรนด์เทคโนโลยีที่ได้รับแรงหนุนจากบริการธนาคารและการลงทุนในปี 2565

การ์ทเนอร์ เผยสามแนวโน้มเทคโนโลยีที่ได้รับแรงหนุนสำคัญจากบริการธนาคารและการลงทุนในปี 2565 ประกอบด้วย  เทคโนโลยี Generative Artificial Intelligence (AI), Automatic Systems และ Privacy-Enhancing Computation ซึ่งเทคโนโลยีทั้งสามกลุ่มนี้จะยังเติบโตต่อเนื่องในสองหรือสามปีจากนี้ โดยมีส่วนสนับสนุนการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงขององค์กรธุรกิจที่ให้บริการทางการเงิน

มูตูซี เซา รองประธานฝ่ายวิจัยของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “ขณะที่การเติบโตมีความสำคัญสูงสุดต่อธุรกิจ ความจำเป็นในการจัดการความเสี่ยง การเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนและการดำเนินงานต่างต้องการนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ Generative AI ช่วยให้ผู้บริหารไอทีของธนาคารสามารถนำเสนอเทคโนโลยีโซลูชั่นให้กับธุรกิจเพื่อสร้างรายได้ให้เติบโตได้ ขณะที่ Autonomic Systems และ Privacy-Enhancing Computation จะเป็นโซลูชั่นดำเนินการระยะยาวที่นำเสนอทางเลือกใหม่ๆ สำหรับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจในด้านบริการทางการเงิน

การ์ทเนอร์คาดว่ามูลค่าการใช้จ่ายด้านไอทีของธุรกิจธนาคารและการลงทุนทั่วโลกในปี 2565 จะเติบโตขึ้น 6.1% หรือคิดเป็น 623 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยหมวดที่มีการใช้จ่ายมากที่สุดคือ บริการด้านไอที ประกอบไปด้วย บริการให้คำปรึกษาและบริการด้านการจัดการ คิดเป็น 42% ของมูลค่าการใช้จ่ายด้านไอทีทั้งหมดในหมวดนี้อยู่ที่ 264 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับหมวดที่เติบโตเร็วที่สุดคือซอฟต์แวร์ ที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 11.5% หรือประมาณ 149 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

เช่นเดียวกับประเทศไทย ที่การ์ทเนอร์คาดว่ามูลค่าใช้จ่ายไอทีของธุรกิจธนาคารและการลงทุนในปี 2565 จะเติบโต 6.5% หรือ 82.2 พันล้านบาท โดยหมวดที่มีมูลค่าการใช้จ่ายมากที่สุด คือ “บริการด้านไอที” ที่ประกอบด้วย บริการให้คำปรึกษาและบริการด้านการจัดการ และหมวดที่เติบโตรวดเร็วที่สุดคือ ซอฟต์แวร์ คาดว่าจะเติบโตขึ้น 14% หรือ 13.5 พันล้านบาท

เทรนด์เทคโนโลยีเกิดใหม่สามกลุ่มที่การ์ทเนอร์ระบุมีส่วนช่วยธุรกิจให้บรรลุเป้าหมายในการดำเนินการ สร้างการเติบโต และเปลี่ยนแปลงธุรกิจ และแสดงให้เห็นกรณีตัวอย่างการใช้งานในอุตสาหกรรมการธนาคารและการลงทุน ได้แก่

เทรนด์ที่ 1: Generative AI

การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่า 20% ของข้อมูลทดสอบจากการใช้งานของผู้บริโภคจะถูกสังเคราะห์ขึ้นภายในปี 2568 ทั้งนี้ Generative AI จะเรียนรู้การเป็นตัวแทนดิจิทัลของสิ่งประดิษฐ์จากข้อมูลและสร้างนวัตกรรมที่คล้ายกับต้นฉบับแต่จะไม่ทำซ้ำ

ในส่วนบริการด้านการธนาคารและการลงทุน จะพบแอปพลิเคชันของเทคโนโลยี Deep Learning แบบ Generative Adversarial Networks – GAN และการสร้างภาษาธรรมชาติ (Natural Language Generation – NLG) เป็นส่วนใหญ่ได้ในสถานการณ์การตรวจจับการฉ้อโกง การคาดการณ์การซื้อขาย การสร้างข้อมูลแบบสังเคราะห์ และการสร้างแบบจำลองปัจจัยเสี่ยง ซึ่ง Generative AI มีศักยภาพเนื่องจากความสามารถปรับเปลี่ยนในแบบเฉพาะบุคคลไปสู่ระดับที่สูงขึ้น

เทรนด์ที่ 2: ระบบอัตโนมัติ (Autonomic Systems)

ระบบอัตโนมัติเป็นระบบที่จัดการได้ทั้งแบบกายภาพหรือจากซอฟต์แวร์ ซึ่งเรียนรู้จากสภาพแวดล้อมและปรับเปลี่ยนอัลกอริธึมของมันเองได้แบบไดนามิกแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้พฤติกรรมของระบบในสภาวะระบบนิเวศที่ซับซ้อน ระบบอัตโนมัติจะสร้างชุดความสามารถทางเทคโนโลยีที่คล่องตัวสนับสนุนความต้องการและสถานการณ์ใหม่ ๆ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและป้องกันการโจมตีโดยปราศจากการแทรกแซงของมนุษย์

ปัจจุบันระบบอัตโนมัติส่วนใหญ่ทำงานอยู่ในรูปแบบซอฟต์แวร์ในบริบทของธุรกิจธนาคาร อย่างไรก็ตามก็มีหุ่นยนต์แบบฮิวแมนนอยด์ในสาขาธนาคารอัจฉริยะซึ่งเป็นตัวอย่างของระบบอัตโนมัติที่ทำงานบนฮาร์ดแวร์ที่ทำหน้าที่ให้บริการแก่ลูกค้าและผู้ใช้บริการ สิ่งเหล่านี้สามารถนำไปปรับใช้ในการจัดการหนี้แบบอัตโนมัติ เป็นผู้ช่วยด้านการเงินส่วนบุคคลและการให้กู้ยืมอัตโนมัติ Roboadvisors จัดเป็นระบบอัตโนมัติระดับพื้นฐานแม้ว่ายังมีความกังวลเรื่องความน่าเชื่อถืออยู่ในความเป็นระบบอัตโนมัติในระดับสูง

การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าภายในปี 2567 20% ขององค์กรที่จำหน่ายระบบหรืออุปกรณ์อัตโนมัติจะขอให้ลูกค้าละเว้นการชดใช้ค่าเสียหายตามข้อกำหนดเรื่องความเป็นส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้พฤติกรรมจากผลิตภัณฑ์ของตน

เทรนด์ที่ 3: การประมวลผลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความเป็นส่วนตัว (Privacy-Enhancing Computation)

การประมวลผลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความเป็นส่วนตัว (Privacy-Enhancing Computation หรือ PEC) นั้นช่วยให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมที่ไม่น่าเชื่อถือ เนื่องจากกฎหมายความเป็นส่วนตัวและการคุ้มครองข้อมูลมีความสำคัญมากขึ้นรวมถึงความกังวลของผู้บริโภค ซึ่ง PEC ใช้เทคนิคการป้องกันความเป็นส่วนตัวที่หลากหลายเพื่อให้สามารถดึงข้อมูลออกมาใช้ได้อย่างมีคุณค่าและยังปฏิบัติตามข้อกำหนด

การ์ทเนอร์คาดว่า ภายในปี 2568 องค์กรขนาดใหญ่ 60% จะใช้เทคนิคของ Privacy-Enhancing Computation อย่างน้อยหนึ่งเทคนิคเพื่อการวิเคราะห์ หรือใช้ในธุรกิจอัจฉริยะ หรือเพื่อการประมวลผลบนคลาวด์ สำหรับภาคบริการทางการเงินที่ข้อมูลถือว่ามีบทบาทอย่างมากในการวิเคราะห์ การคำนวณ และการสร้างรายได้ จึงมีการนำเทคนิค PEC มาใช้เพิ่มขึ้น อาทิ ใช้วิเคราะห์การฉ้อโกง ดำเนินการด้านข่าวกรอง แบ่งปันข้อมูล และต่อต้านการฟอกเงิน

ลูกค้าการ์ทเนอร์สามารถคลิกอ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ The Top Strategic Technology Trends in Banking and Investment Services for 2022 และ Forecast: Enterprise IT Spending for the Banking and Investment Services Market, Worldwide, 2020-2026, 1Q22 Update

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดลำคัญในธุรกิจการเงินและการลงทุนของซีอีโอผ่านเว็บอีบุ๊คของการ์ทเนอร์ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายที่ “2022 CIO Agenda: A Banking and Investment Perspective

เกี่ยวกับ Gartner for Information Technology Executives

Gartner for Information Technology Executives นำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปใช้ได้จริงแก่ผู้บริหารและผู้นำด้านไอที สำหรับช่วยให้พวกเขาสามารถใช้ขับเคลื่อนองค์กรก้าวข้ามการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลและสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ ชมข้อมูลเพิ่มเติมคลิก www.gartner.com/en/information-technology.

ติดตามข่าวสารและข้อมูลล่าสุดจาก Gartner for IT Executives ได้ที่ Twitter และ LinkedIn. หรือเยี่ยมชมที่ IT Newsroom

เกี่ยวกับการ์ทเนอร์ 

บริษัท การ์ทเนอร์ (Gartner, Inc.) (NYSE: IT) คือบริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำของโลก มอบข้อมูลเชิงลึก คำแนะนำ และเครื่องมือต่าง ๆ แก่ผู้บริหารองค์กรธุรกิจ เพื่อรองรับการดำเนินภารกิจสำคัญที่มีอยู่ในปัจจุบันและสร้างองค์กรให้ประสบความสำเร็จในอนาคต ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางของการ์ทเนอร์ในการช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจอย่างถูกต้องเพื่อขับเคลื่อนอนาคตของธุรกิจได้ที่ gartner.com


Exit mobile version