Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มจพ. รับโล่ประกาศเกียรติคุณ เนื่องในวันงดดื่มสุราแห่งชาติ ปี 2565

ผศ.สมชาย เวชกรรม  รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า

พระนครเหนือ (มจพ.) เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณ ประเภทสถานบันอุดมศึกษา และอาชีวศึกษา ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เนื่องในวันงดดื่มสุราแห่งชาติ ปี 2565 จากสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ให้แก่บุคคลและองค์กรที่มีผลงานดีเด่น ด้านการป้องกัน ควบคุม การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จำนวน 17 ราย โดยมีแพทย์หญิงวันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมาหนคร เป็นประธานในพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม 2565 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน  

ขวัญฤทัย ข่าว/สมเกษ ถ่ายภาพ


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จับมือ ยูโอบี เพิ่มทางเลือกสำหรับธุรกิจที่ต้องการบริหารจัดการพลังงาน

นายสเตฟาน นูสส์ (Stephane NUSS) (ด้านบนจอขวา) ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ และนายธนากร วงศ์วิเศษ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ดูแลประเทศไทย เมียนมา และลาว ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ร่วมงานเปิดตัว U-Energy แพลตฟอร์มสินเชื่อเพื่อการอนุรักษ์พลังงานแบบครบวงจรแห่งแรกในเอเชีย ของธนาคารยูโอบี ที่ออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาและส่งเสริมการดำเนินโครงการอนุรักษ์พลังงานสำหรับอาคารและที่อยู่อาศัยในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยลดค่าไฟและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้มุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมเพื่อให้ธุรกิจในประเทศไทยได้สามารถสร้างความยั่งยืนด้วยการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเทคโนโลยีสีเขียว เพื่อให้ธุรกิจได้บรรลุเป้าหมายความยั่งยืนที่ตั้งไว้ ซึ่งงานนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน เป็นประธาน โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นที่โรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ซีเมนส์จับมือเอ็นวิเดีย ขับเคลื่อนเมตาเวิร์สภาคอุตสาหกรรม

โรแลนด์ บุช ซีอีโอของซีเมนส์ และเจนเซ่น หวง ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเอ็นวิเดีย ที่งานเปิดตัว Siemens Xcelerator เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2565 ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี

7 กรกฎาคม 2565 – ซีเมนส์ (Siemens) ผู้นำระบบอัตโนมัติและซอฟต์แวร์สำหรับอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีอาคาร และการคมนาคมขนส่ง และเอ็นวิเดีย (NVIDIA) ผู้บุกเบิกเทคโนโลยีกราฟิกเร่งความเร็วและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ประกาศขยายความร่วมมือเพื่อรองรับเมตาเวิร์สภาคอุตสาหกรรม และเพิ่มการใช้งานเทคโนโลยี Digital Twin ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งจะช่วยยกระดับระบบอัตโนมัติภาคอุตสาหกรรมไปสู่มาตรฐานใหม่

สำหรับก้าวแรกของความร่วมมือในครั้งนี้ บริษัททั้งสองมีแผนที่จะเชื่อมต่อ Siemens Xcelerator ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มธุรกิจดิจิทัลแบบเปิด เข้ากับ NVIDIA Omniverse™ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการออกแบบ 3D และการทำงานร่วมกัน  โดยการเชื่อมต่อดังกล่าวจะช่วยรองรับเมตาเวิร์สในภาคอุตสาหกรรมที่ประกอบด้วยแบบจำลองดิจิทัลที่อ้างอิงหลักการทางฟิสิกส์จากซีเมนส์ และระบบ AI แบบเรียลไทม์จากเอ็นวิเดีย ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถดำเนินการตัดสินใจในเรื่องธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและมีความมั่นใจมากขึ้น

การเพิ่ม Omniverse ไว้ในระบบนิเวศพันธมิตรแบบเปิดของ Siemens Xcelerator จะช่วยกระตุ้นการใช้งาน Digital Twin ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิผลการทำงานและปรับปรุงกระบวนการผลิต รวมถึงการจัดการผลิตภัณฑ์ได้อย่างครบวงจร องค์กรธุรกิจทุกขนาดจะสามารถใช้ Digital Twin ร่วมกับข้อมูลการทำงานแบบเรียลไทม์ สร้างนวัตกรรมโซลูชั่น IoT ภาคอุตสาหกรรม ใช้ข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับจากระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่เครือข่ายเอดจ์หรือคลาวด์ และตอบโจทย์ความท้าทายด้านวิศวกรรมในอนาคต โดยทำให้การเข้าถึงแบบจำลองเสมือนจริงที่มีรายละเอียดสูงเป็นไปได้ง่ายขึ้น

โรแลนด์ บุช ซีอีโอของซีเมนส์ กล่าวว่า “แบบจำลอง Digital Twin ที่อ้างอิงหลักฟิสิกส์และมีความเสมือนจริงในเมตาเวิร์สภาคอุตสาหกรรม จะช่วยเพิ่มศักยภาพมหาศาลในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมและระบบเศรษฐกิจ ด้วยการสร้างโลกเสมือนที่ผู้คนสามารถโต้ตอบและทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในโลกจริง  ภายใต้ความร่วมมือนี้ เราจะสร้างเมตาเวิร์สภาคอุตสาหกรรมสำหรับบริษัททุกขนาด  ตลอดช่วงเวลากว่าหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา เทคโนโลยี Digital Twin ของเราช่วยให้ลูกค้าในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมเพิ่มประสิทธิผลการทำงาน และเป็น Digital Twin ที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์มากที่สุดในแวดวงอุตสาหกรรมในวันนี้ เมื่อ Siemens Xcelerator ถูกเชื่อมต่อกับ Omniverse เราจะสามารถสร้างเมตาเวิร์สแบบเรียลไทม์ที่สมจริง โดยเชื่อมต่อฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เข้าด้วยกัน มีความครอบคลุมตั้งแต่เครือข่ายเอดจ์ไปจนถึงคลาวด์ ด้วยข้อมูลที่ละเอียดรอบด้านจากซอฟต์แวร์และโซลูชั่นของซีเมนส์”

เจนเซ่น หวง ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเอ็นวิเดีย กล่าวว่า “ซีเมนส์และเอ็นวิเดียมีวิสัยทัศน์ร่วมกันว่า

เมตาเวิร์สภาคอุตสาหกรรมจะช่วยขับเคลื่อน digital transformation อย่างเป็นรูปธรรม  และนี่เป็นเพียงก้าวแรกในความพยายามร่วมกันของเราที่จะทำให้วิสัยทัศน์ดังกล่าวเป็นจริงสำหรับลูกค้าของเรา รวมถึงทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลก การเชื่อมต่อเข้ากับ Siemens Xcelerator จะช่วยให้ระบบนิเวศ Omniverse และ AI ของเอ็นวิเดียเปิดไปสู่โลกใหม่ของระบบอัตโนมัติภาคอุตสาหกรรม ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยใช้โซลูชั่นด้านเครื่องจักรกล, ไฟฟ้า, ซอฟต์แวร์, IoT และ เอดจ์ของซีเมนส์”

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานรวมเทคโนโลยีและระบบนิเวศที่เกื้อหนุนกัน เพื่อสร้างเมตาเวิร์สสำหรับภาคอุตสาหกรรม  ซีเมนส์มีความพร้อมอย่างมากในการเชื่อมโยงโลกแห่งความเป็นจริงและโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน กล่าวคือเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และเทคโนโลยีส่วนปฏิบัติการ (OT)  ซึ่งแพลตฟอร์ม Siemens Xcelerator เชื่อมต่อโดเมนต่าง ๆ ทั้งในส่วนของเครื่องจักรกล ไฟฟ้า และซอฟต์แวร์ โดยครอบคลุมกระบวนการผลิตและการจัดการผลิตภัณฑ์อย่างครบวงจร และรองรับการผนวกรวม IT และ OT เข้าด้วยกัน

NVIDIA Omniverse เป็นโลกเสมือนจริงที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยมีการสร้างแบบจำลองตามหลักฟิสิกส์ ครอบคลุมขอบเขตระดับอุตสาหกรรม และถือเป็นการเปิดใช้งานแบบจำลอง Digital Twin  ที่มีความแม่นยำสูงสุดเป็นครั้งแรก ส่วน NVIDIA AI ซึ่งถูกใช้งานโดยบริษัทต่าง ๆ กว่า 25,000 บริษัททั่วโลก เป็นเครื่องมืออัจฉริยะของ Omniverse บนคลาวด์และระบบอัตโนมัติที่เครือข่ายเอดจ์ NVIDIA Omniverse และ AI เป็นเครื่องมือในการประมวลผลที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการแสดงผลแบบจำลอง Digital Twin ที่ครบถ้วนสมบูรณ์จาก Siemens Xcelerator


เกี่ยวกับเอ็นวิเดีย

นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ ขึ้นในปี พ.ศ. 2536 เอ็นวิเดีย (NASDAQ: NVDA) คือผู้บุกเบิกด้านการเร่งความเร็วของการประมวลผล บริษัทฯ เริ่มพัฒนานวัตกรรมกราฟิก (GPU) เมื่อ พ.ศ.2542 และสร้างการเติบโตของตลาดเกมพีซี พร้อมเป็นผู้กำหนดนิยามใหม่ให้กับวงการคอมพิวเตอร์กราฟิกและจุดประกายให้กับ AI ยุคใหม่ ปัจจุบัน เอ็นวิเดีย เป็นบริษัทประมวลผลแบบ Full Stack ที่นำเสนอโซลูชั่นระดับศูนย์ข้อมูลที่กำลังพลิกโฉมอุตสาหกรรม ข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://nvidianews.nvidia.com/

เกี่ยวกับซีเมนส์

ซีเมนส์ เอจี (เบอร์ลินและมิวนิค) เป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ ทางด้านอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคมขนส่ง และการดูแลสุขภาพ ธุรกิจของบริษัทฯ ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการทรัพยากรในโรงงาน การบริหารห่วงโซ่อุปทาน ระบบอาคารอัจฉริยะและระบบโครงข่ายไฟฟ้า ไปจนถึงการขนส่งที่ใช้พลังงานสะอาด และการดูแลสุขภาพขั้นสูง บริษัทฯ พัฒนาเทคโนโลยีด้วยวัตถุประสงค์เพื่อมอบคุณค่าที่แท้จริงแก่ลูกค้า ซีเมนส์ช่วยให้ลูกค้าเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมและตลาด เพื่อยกระดับการใช้ชีวิตของคนนับพันล้านโดยผสานโลกความจริงและโลกดิจิทัลเข้าไว้ด้วยกัน ซีเมนส์เป็นผู้ถือหุ้นหลักในซีเมนส์ เฮลทิเนียร์ส ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีการแพทย์และบริการดูแลสุขภาพดิจิทัล นอกเหนือจากนั้น ซีเมนส์ยังเป็นผู้ถือหุ้นรายย่อยใน ซีเมนส์ เอนเนอร์ยี่ ผู้นำระดับโลกในด้านการผลิตและนำส่งพลังงานไฟฟ้า

ในปีงบประมาณ 2564 ซึ่งสิ้นสุดเมื่อ 30 กันยายน 2564 ซีเมนส์มีพนักงาน 303,000 คนทั่วโลก กลุ่มธุรกิจของซีเมนส์สร้างรายได้ 62.3 พันล้านยูโร และมีผลกำไร 6.7 พันล้านยูโร ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.siemens.com


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ออฟฟิศเมท พลัส เปิดรับสมัครแฟรนไชส์ทุกภูมิภาคทั่วไทย ในงาน SMART SME EXPO 2022

ออฟฟิศเมท พลัส ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เจ้าของรางวัลสุดยอดแฟรนไชส์ไทยแห่งปี “Franchise of the Year 2022” และรางวัลแฟรนไชส์ไทยนวัตกรรมยอดเยี่ยม  “Best Innovation Franchise” จากงาน Thailand Franchise Award เดินหน้าเปิดรับสมัคร      แฟรนไชส์ซีทุกภูมิภาคทั่วไทย ให้คุณต่อยอดธุรกิจเดิมหรือธุรกิจครอบครัวด้วยโมเดลแฟรนไชส์ค้าปลีกมาตรฐานสากล ขายสินค้าเพื่อธุรกิจกว่า 100,000 รายการ  ได้ทั้งหน้าร้านและระบบออนไลน์หลังร้าน พร้อมทีมงานมืออาชีพเคียงข้างตลอดการลงทุน #การันตีกำไรขั้นต้น 1 แสนบาท/เดือน* (ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด) ร่วมพูดคุยกับ ที่ปรึกษาแฟรนไชส์ที่บูธออฟฟิศเมท พลัส A10C ในงาน SMART SME EXPO 2022 ฮอลล์ 7-8 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันที่ 7- 10 ก.ค 2565 หรือโทร 099-128-5000 และ Line: @ofm_plus


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

MSC เปิดบ้านต้อนรับนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตบพิตรพิมุขจักรวรรดิ

บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดบ้านต้อนรับคณะนักศึกษาชั้นปีที่ 2-3 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตบพิตรพิมุข จักรวรรดิ นำโดย อาจารย์พีรศุษม์ ทองพ่วง รองคณบดีฝ่ายบริหารและวางแผน สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ ร่วมเรียนรู้พร้อมเปิดประสบการณ์แห่งโลกเทคโนโลยีไอทีไปกับ MSC ทั้งนี้รับเกียรติจาก ดร.ธัญญา วงษ์วานิช Head of Corporate Communication เปิดงานกล่าวต้อนรับ คุณมีลาภ โสขุมา Assistance Vice President of Solutions Integration Group บรรยายความรู้เรื่อง “Digital Transformation” และคุณสุกัญญา วิมลเศรษฐ Assistant Vice President of HR กล่าวถึงเรื่อง Future skill for future work พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ตำแหน่งงานว่าง และการรับนักศึกษาฝึกงาน จากนั้นคณาจารย์และนักศึกษาได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์สาธิตเทคโนโลยีต่างๆ ภายใน บริษัทฯ เมื่อวันพุธที่ 29 มิถุนายน 2565 ณ สำนักงานใหญ่

กิจกรรมเยี่ยมชมศูนย์สาธิตเทคโนโลยีสารสนเทศของ บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดให้บริการเพื่อเป็นวิทยาทานแก่สถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ที่ต้องการให้นักศึกษาได้มีโอกาสเรียนรู้ และศึกษาดูงาน พร้อมรับฟังการบรรยายด้านเทคโนโลยีไอทีที่ทันสมัย

สถาบันการศึกษาที่สนใจเยี่ยมชมสามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-089-4242 email: crc@metrosystems.co.th Website: https://www.metrosystems.co.th/  Facebook: https://www.facebook.com/metrosystemscorp


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

รายงาน Ericsson Mobility Report ฉบับล่าสุด เผยปีนี้ยอดผู้ใช้งาน 5G จะพุ่งแตะ 1 พันล้านบัญชี และจะเพิ่มเป็น 4.4 พันล้านบัญชี ในปี 2570

กรุงเทพฯ ประเทศไทย 4 กรกฎาคม 2565 – ในปี 2565 คาดว่ายอดผู้สมัครใช้งาน 5G ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียจะเพิ่มขึ้นสองเท่า จาก 15 ล้านบัญชี ณ สิ้นปี 2564  ตามที่ระบุไว้ในรายงาน Ericsson Mobility Report ของอีริคสัน (NASDAQ: ERIC) ฉบับล่าสุด และยังได้คาดการณ์ไว้อีกว่า ภายในสิ้นปี 2565 จะมียอดสมัครใช้บริการ 5G ทั่วโลกมากถึงหนึ่งพันล้านบัญชี

ภายในไม่กี่ปีข้างหน้าจะมีการปรับใช้งานเครือข่ายมากขึ้นคาดว่าจะทำให้การสมัครใช้บริการ 5G จะเติบโตเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ (CAGR) 83% ตลอดช่วงระยะเวลาคาดการณ์ซึ่งจะเพิ่มขึ้นแตะ 570 ล้านบัญชี ภายในปี 2570

ตัวเลขดังกล่าวนี้เกือบเท่ากับจำนวนการสมัครใช้บริการ 4G ทั้งหมดในภูมิภาคในช่วงเวลานั้น โดยปริมาณการใช้ดาต้าบนมือถือต่อสมาร์ทโฟนยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งและคาดว่าจะพุ่งแตะ 45 กิกกะไบท์ (GB) ต่อเดือน ภายในปี 2570 หรือเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 30% โดยการใช้งาน 5G ที่กว้างขึ้นและบริการ XR ใหม่ จะช่วยผลักดันการเติบโตของปริมาณการใช้ดาต้าเน็ตในช่วงหลังของระยะเวลาคาดการณ์ของอีริคสันจนถึงปี 2570

มร. อิกอร์ มอเรล  ประธานบริษัท อีริคสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “ในตลาดอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทย คาดว่าจะมีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัดทั้งในด้านจำนวนผู้ใช้บริการและปริมาณการใช้งาน 5G โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียจะมียอดการใช้ดาต้าต่อสมาร์ทโฟนเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง แตะระดับ 45 กิกกะไบท์ (GB) ต่อเดือน ภายในปี 2570 หรือเติบโตเฉลี่ยที่ 30% ต่อปี จากตลาดในประเทศไทยมีความไดนามิกสูงมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มที่เป็น Tech Savvy ระดับต้น ๆ ของโลก”

“อีริคสันดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาเป็นเวลานานและเรายังมุ่งมั่นเพื่อเป็นส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงและนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเสริมศักยภาพให้แก่ประเทศไทย เราพร้อมร่วมพัฒนาระบบนิเวศ 5G ของประเทศไทย เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จาก 5G ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี XR/AR การเล่นเกมบนคลาวด์ และช่วยเหลือองค์กรต่าง ๆ เร่งเปลี่ยนผ่านธุรกิจไปสู่ยุคดิจิทัล ด้วยการนำเสนอคลื่น 5G ทั้งย่านความถี่ต่ำ กลาง และสูง ในประเทศไทย ที่เป็นกุญแจสำคัญสำหรับมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า เต็มไปด้วยสมรรถนะของสัญญาณ ความครอบคลุม และความเร็วที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ใช้ 5G ในประเทศไทย”

คาดว่าในปี 2570 ภูมิภาคอเมริกาเหนือจะกลายเป็นผู้นำโลกด้านการสมัครใช้บริการ 5G โดยจากยอดผู้สมัครใช้บริการมือถือในทุก ๆ 10 รายจะมีผู้สมัครใช้ 5G ถึง 9 ราย

จากไทม์ไลน์ปี 2570  มีการคาดการณ์เกี่ยวกับ 5G ที่น่าสนใจตามภูมิภาคต่าง ๆ  อาทิ ในยุโรปตะวันตก มีสัดส่วนการสมัครใช้บริการ 5G ที่ 82% ขณะที่ในภูมิภาคของกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) มีสัดส่วนอยู่ที่ 80% และ 74% ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ

รายงาน Ericsson Mobility Report ฉบับล่าสุด ซึ่งเป็นฉบับที่ 22 ได้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกและการคาดการณ์ที่น่าสนใจ พร้อมยังเผยให้เห็นว่าปริมาณการใช้ดาต้าบนมือถือทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึงสองเท่าในช่วงสองปีที่ผ่านมา

การเติบโตของยอดการใช้ดาต้านี้ได้รับแรงหนุนมาจากปริมาณการใช้สมาร์ทโฟนและบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตบนมือถือที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของภาคสังคมและภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไปสู่ดิจิทัล สถิติและการคาดการณ์ล่าสุดยังสะท้อนถึงความต้องการเชื่อมต่อข้อมูลและบริการดิจิทัลอย่างชัดเจน ถึงแม้จะมีการระบาดของโควิด-19 และความไม่แน่นอนของภูมิศาสตร์ทางการเมืองเกิดขึ้นทั่วโลก แต่ก็มีผู้คนหลายร้อยล้านคนสมัครใช้งานบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตบนมือถือใหม่ทุกปี

รายงาน Ericsson Mobility Report เดือนมิถุนายน ปี 2565 ตอกย้ำให้เห็นว่าการเติบโตของ 5G เป็นเจนเนอเรชั่นเครือข่ายไร้สายที่มีการนำมาใช้งานรวดเร็วกว่าเทคโนโลยีมือถือรุ่นก่อน ๆ ทั้งหมด โดยเวลานี้หนึ่งในสี่ของประชากรโลกสามารถเข้าถึงเครือข่าย 5G ได้ และเพียงช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 มีจำนวนการสมัครใช้บริการ 5G เพิ่มขึ้นประมาณ 70 ล้านบัญชี ซึ่งตามรายงานยังระบุว่า ภายในปี 2570 ประชากรทั่วโลกสามในสี่จะสามารถเข้าถึง 5G ได้

ในรายงานยังได้ชี้ให้เห็นความสำคัญของการเชื่อมต่อความเร็วสูงแบบ Fixed Wireless Access (FWA) ที่มีบทบาทเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับการให้บริการบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ต โดยอีริคสันคาดการณ์ว่า ในปี 2565 นี้ จะมีการเชื่อมต่อแบบ FWA เกิน 100 ล้านจุด และจะเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวภายในปี 2570 แตะระดับ 230 ล้านจุด

ในส่วนของ Internet of Thing  (IoT) ตามรายงานระบุว่าในปี 2564 บรอดแบนด์ IoT (4G/5G) แซงหน้า 2G และ 3G กลายเป็นเทคโนโลยีหลักที่ใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่เชื่อมสัญญาณเซลลูลาร์แบบ IoT มากที่สุด หรือคิดเป็น 44% ของการเชื่อมต่อทั้งหมด

เทคโนโลยีเชื่อมต่อ IoT (NB-IoT, Cat-M) เพิ่มขึ้นเกือบ 80% ช่วงปี 2564 โดยมีการเชื่อมต่อแตะ 330 ล้านจุด และคาดว่าจำนวนอุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อด้วยเทคโนโลยีเหล่านี้จะแซงหน้าเทคโนโลยี 2G/3G ภายในปี 2566


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

การ์ทเนอร์ เปิด 5 เทรนด์ “ความเป็นส่วนตัว” ที่ส่งผลไปอีกสองปีข้างหน้า

กรุงเทพฯ ประเทศไทย, 1 กรกฎาคม 2565 – การ์ทเนอร์เผยองค์กรต่าง ๆ ควรให้ความสำคัญกับ 5 แนวโน้มด้านความเป็นส่วนตัว เพื่อรับมือต่อความท้าทายสำหรับปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและปฏิบัติตามกฎระเบียบความเป็นส่วนตัวทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นาเดอร์ เฮเนน รองประธานฝ่ายวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “ภายในสิ้นปี พ.ศ.2567 คาดว่า 75% ของประชากรทั่วโลกจะมีข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ภายใต้ระเบียบข้อบังคับความเป็นส่วนตัวที่ทันสมัย โดยวิวัฒนาการของกฎระเบียบเหล่านี้เป็นปัจจัยเร่งสำคัญที่ทำให้การดำเนินงานด้านความเป็นส่วนตัวมีความรวดเร็วยิ่งขึ้น และเนื่องจากองค์กรส่วนใหญ่ไม่มีแนวทางปฏิบัติที่เฉพาะเจาะจงในด้านความเป็นส่วนตัว ดังนั้นความรับผิดชอบการดำเนินการตามข้อกำหนดเหล่านี้จึงส่งผลกระทบต่อไปถึงเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีด้านการรักษาความปลอดภัยภายใต้ความรับผิดชอบของผู้บริหารด้านการรักษาความปลอดภัยหรือ CISO”

ด้วยความพยายามผลักดันกฎระเบียบความเป็นส่วนตัวให้ขยายวงกว้างในหลายสิบเขตอำนาจศาลในอีกสองปีข้างหน้านี้ ทำให้ ณ เวลานี้หลาย ๆ องค์กรต่างเล็งเห็นความจำเป็นและเริ่มโครงการความเป็นส่วนตัว การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่างบประมาณประจำปีด้านความเป็นส่วนตัวโดยเฉลี่ยขององค์กรขนาดใหญ่จะสูงกว่า 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี พ.ศ. 2567

การ์ทเนอร์เปิด 5 แนวโน้มด้านความเป็นส่วนตัว ที่นอกจากสนับสนุนหลักปฏิบัติด้านความเป็นส่วนตัวแล้ว แต่ยังส่งเสริมผู้นำธุรกิจหลายรายทั่วทั้งองค์กร ช่วยให้การซื้อเพื่อนำใช้งานสะดวกขึ้น มีคุณค่ามากขึ้น และใช้เวลาสั้นลง

ปรับข้อมูลให้เหมาะกับท้องถิ่น (Data Localization)

ในสังคมดิจิทัลที่ไร้พรมแดน การพยายามหาหนทางควบคุมประเทศที่มีข้อมูลอยู่นั้นดูเหมือนจะขัดกับความรู้สึก อย่างไรก็ตามการควบคุมนี้เป็นข้อกำหนดโดยตรงหรือเป็นผลพลอยได้จากกฎหมายความเป็นส่วนตัวที่เกิดขึ้นใหม่จำนวนมาก

ความเสี่ยงในด้านกลยุทธ์ธุรกิจหลายประเทศทำให้เกิดแนวทางใหม่สำหรับการออกแบบและการจัดหาระบบคลาวด์ในทุกรูปแบบบริการ เนื่องจากผู้นำด้านความปลอดภัยและการจัดการความเสี่ยงต้องเผชิญกับภูมิทัศน์ของกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดไปตามภูมิภาคที่แตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ที่ปรับให้เหมาะสมกับท้องถิ่นนั้น ๆ ด้วยเหตุนี้ การวางแผน Data Localization จะเปลี่ยนลำดับความสำคัญสูงสุดในการออกแบบและการจัดหาบริการคลาวด์

เทคนิคการประมวลผลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความเป็นส่วนตัว (Privacy-Enhancing Computation Techniques) 

การประมวลผลข้อมูลในสภาพแวดล้อมที่ไม่น่าเชื่อถือ เช่น ระบบคลาวด์สาธารณะ และการแชร์ข้อมูลและการวิเคราะห์แบบหลายฝ่าย ได้กลายเป็นพื้นฐานสู่ความสำเร็จขององค์กร แทนที่จะใช้แนวทางแบบตรงไปตรงมา ซึ่งความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นของเครื่องมือวิเคราะห์และสถาปัตยกรรมกำหนดให้ผู้จำหน่ายรวมความสามารถด้านความเป็นส่วนตัวผ่านการออกแบบ โดยความแพร่หลายของโมเดล AI และความจำเป็นในการฝึกอบรมเป็นเพียงส่วนเสริมล่าสุดเกี่ยวกับข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัว

การประมวลผลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความเป็นส่วนตัว (หรือ PEC) ต่างจากการควบคุมความปลอดภัยในข้อมูลที่พักนิ่งทั่วไป (Data-At-Rest) กล่าวคือสามารถปกป้องข้อมูลในขณะที่ใช้งานอยู่ ส่งผลให้องค์กรสามารถใช้รูปแบบการประมวลผลข้อมูลและการวิเคราะห์ที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถทำได้มาก่อน เนื่องจากติดปัญหาความเป็นส่วนตัวหรือความปลอดภัยได้ การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าภายในปี พ.ศ. 2568 องค์กรขนาดใหญ่ 60% จะใช้เทคนิคของ Privacy-Enhancing Computation อย่างน้อยหนึ่งเทคนิคเพื่อการวิเคราะห์ หรือใช้ในธุรกิจอัจฉริยะ หรือเพื่อการประมวลผลบนคลาวด์

การกำกับดูแลด้วยเทคโนโลยี AI (AI Governance)

จากผลการสำรวจของการ์ทเนอร์ พบว่า 40% ขององค์กรมีการละเมิดความเป็นส่วนตัวจาก AI แต่มีเพียงหนึ่งในสี่เท่านั้นที่เป็นอันตราย ไม่ว่าองค์กรจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลผ่านโมดูลที่ใช้ AI ที่รวมอยู่ในข้อเสนอของผู้จัดจำหน่าย หรือจากแพลตฟอร์มแยกที่จัดการโดยทีมวิทยาศาสตร์ข้อมูลภายในองค์กร ความเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัวและการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในทางที่ผิดนั้นยังคงมีอยู่

“AI จำนวนมากที่ทำงานในองค์กรต่าง ๆ ในยุคปัจจุบัน ถูกสร้างด้วยโซลูชันที่มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยมีการกำกับดูแลเพียงเล็กน้อยเพื่อประเมินผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัว ความสามารถด้าน AI แบบฝังเหล่านี้ใช้เพื่อติดตามพฤติกรรมของพนักงาน ประเมินความรู้สึกของผู้บริโภค และสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความ “อัจฉริยะ” สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา นอกจากนี้ ข้อมูลที่ป้อนลงในโมเดลการเรียนรู้เหล่านี้ ในปัจจุบันจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในอนาคต เมื่อกฎระเบียบและข้อบังคับเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI เป็นที่ยอมรับมากขึ้น มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะแก้ปัญหาข้อมูลเป็นภัยที่ติดเข้ามาในระบบ กรณีที่ไม่มีโปรแกรมการกำกับดูแล AI ซึ่งผู้นำไอทีจะต้องรื้อปรับระบบทั้งหมด โดยเสียค่าใช้จ่ายมหาศาลทั้งต่อองค์กรและสถานะของพวกเขา” เฮเนน กล่าวเพิ่มเติม

ประสบการณ์ความเป็นส่วนตัวแบบรวมศูนย์ UX (Centralized Privacy UX)

ความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นสำหรับสิทธิของตนในเรื่องต่าง ๆ และความคาดหวังที่มากขึ้นเกี่ยวกับความโปร่งใสจะผลักดันความต้องการประสบการณ์ความเป็นส่วนตัวแบบรวมศูนย์ UX ของผู้ใช้งาน ซึ่งองค์กรที่มองการณ์ไกลและเข้าใจถึงข้อดีของการนำ UX ด้านความเป็นส่วนตัวมารวมกัน ไม่ว่าจะเป็น การแจ้งเตือน คุกกี้ การจัดการความยินยอม และการจัดการคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล (หรือ SRR) ไว้ในพอร์ทัลแบบบริการตนเองที่เดียว แนวทางนี้ให้อำนวยความสะดวกแก่องค์ประกอบสำคัญ ๆ ซึ่งก็คือ ลูกค้าและพนักงาน ช่วยประหยัดเวลา รวมถึงค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก ภายในปี พ.ศ.2566 การ์ทเนอร์คาดว่า 30% ขององค์กรที่ให้บริการโดยตรงกับผู้บริโภคจะเสนอพอร์ทัลความโปร่งใสแบบบริการตนเองเพื่อจัดเตรียมการตั้งค่าและการจัดการความยินยอม

จากรีโมทกลายเป็น “ทุกอย่างต้องไฮบริด” (Remote Becomes “Hybrid Everything”)

ด้วยรูปแบบการทำงานที่เน้นการมีส่วนร่วมและการใช้ชีวิตไฮบริด ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้เป็นทั้งโอกาสและความต้องการติดตาม ตรวจสอบ และเข้าใจถึงกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้น โดยความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวได้กลายเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

ความเป็นส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับชุดปฏิสัมพันธ์แบบไฮบริดทั้งหมด ทั้งประสิทธิผลการทำงานและความพอใจกับสมดุลการใช้ชีวิตแบบ Work-Life Balance ต่างเพิ่มขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรม รวมถึงกฎระเบียบหลากหลาย องค์กรควรใช้แนวทางความเป็นส่วนตัวที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง และควรใช้ข้อมูลเพื่อนำมาตรวจสอบให้น้อยที่สุดโดยต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน เช่น ใช้ปรับปรุงประสบการณ์ของพนักงานโดยขจัดแรงต้านที่ไม่จำเป็นหรือลดความเสี่ยงจากภาวะหมดไฟทำงานด้วยการทำเครื่องหมายกำหนดความเสี่ยงด้านความเป็นอยู่ที่ดี

ลูกค้าการ์ทเนอร์สามารถคลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Top Trends in Privacy Driving Your Business Through 2024 และเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดลำดับความสำคัญสูงสุดสำหรับผู้นำด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวในปี 2565 ฟรี ผ่าน Gartner ebook ที่  2022 Leadership Vision for Security & Risk Management Leaders.

เกี่ยวกับ Gartner Security & Risk Management Summit 

นักวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์นำเสนอผลวิจัยและคำแนะนำล่าสุดสำหรับผู้บริหารด้านความปลอดภัยและจัดการความเสี่ยงที่งาน Gartner Security & Risk Management Summits 2022 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-10 มิถุนายน ที่ National Harbor แมรี่แลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา, ระหว่างวันที่ 21-22 มิถุนายน จัดที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ระหว่าง 25-27 กรกฎาคม จัดที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และ ระหว่าง 12-14 กันยายน จัดที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ติดตามข่าวสารและการอัพเดทจากการประชุมทาง Twitter โดยใช้ #GartnerSEC

เกี่ยวกับ Gartner for Information Technology Executives

Gartner for Information Technology Executives นำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปใช้ได้จริงแก่ผู้บริหารและผู้นำด้านไอที สำหรับช่วยให้พวกเขาสามารถใช้ขับเคลื่อนองค์กรก้าวข้ามการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลและสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ ชมข้อมูลเพิ่มเติมคลิก www.gartner.com/en/information-technology.

ติดตามข่าวสารและข้อมูลล่าสุดจาก Gartner for IT Executives ได้ที่ Twitter และ LinkedIn. หรือเยี่ยมชมที่ IT Newsroom

เกี่ยวกับการ์ทเนอร์ 

บริษัท การ์ทเนอร์ (Gartner, Inc.) (NYSE: IT) คือบริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำของโลก มอบข้อมูลเชิงลึก คำแนะนำ และเครื่องมือต่าง ๆ แก่ผู้บริหารองค์กรธุรกิจ เพื่อรองรับการดำเนินภารกิจสำคัญที่มีอยู่ในปัจจุบันและสร้างองค์กรให้ประสบความสำเร็จในอนาคต ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางของการ์ทเนอร์ในการช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจอย่างถูกต้องเพื่อขับเคลื่อนอนาคตของธุรกิจได้ที่ gartner.com


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

DPU ต้อนรับน้องใหม่ Dek65 สุดคูล! เซอร์ไพร์สแจก NFT Avatar ให้นักศึกษาก่อนใคร เตรียมเปิด Metaverse Campus บน The Sandbox ภายในปีการศึกษานี้

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เปิดบ้านจัดงานปฐมนิเทศต้อนรับนักศึกษาใหม่ปี 2565 “New U วันคูล ๆ ที่พา ไปสู่อนาคต จัดเต็มสำหรับเฟรชชี่ Dek65 แบบครบรสทั้งความสนุกสุดมันส์ และมอบประสบการณ์สุดล้ำ ด้วยการแจก Airdrop NFT Avatar ให้กับนักศึกษาทุกคน พร้อมเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการพานักศึกษาก้าวเข้าสู่โลกเสมือนจริง ประกาศเปิด Metaverse Campus ใน D.OASIS CITY แพลตฟอร์ม Metaverse บน The Sandbox ภายในปีการศึกษา 2565 ลุยสร้าง Ecosystem รองรับการเรียนรู้ WebTechnology แห่งอนาคต อัดแน่นหลักสูตรด้าน NFT/Digital Asset ปูทางสู่ความสำเร็จของการเป็นผู้ประกอบการและเส้นทางอาชีพในยุค Metaverse

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้ทุกองค์กรต้องปรับตัวเองอย่างเร่งด่วนให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างบุคลากรให้มีทักษะแห่งอนาคต ล่าสุดมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ได้เปิดประสบการณ์สุดล้ำให้กับนักศึกษาตั้งแต่ปี 1 ผ่านงานปฐมนิเทศปี 2565 ภายใต้คอนเซปต์ “New U วันคูล ๆ ที่พา ไปสู่อนาคต โดยไฮไลต์ของงานคือการแจก Airdrop NFT Avatar ให้กับนักศึกษา เพื่อปูทางให้ทุกคนได้รู้จักกับโลก Web3 Technology อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ DPU เป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกในไทยที่มอบปริญญาบัตร NFT ไปแล้ว อีกทั้งยังมีการประกาศเปิดวิทยาเขตบนโลกเสมือนจริง หรือ Metaverse Campus ใน D.OASIS CITY แพลตฟอร์ม Metaverse บน The Sandbox ภายในปีการศึกษา 2565 นี้

ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เปิดเผยว่า เทคโนโลยีที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ทำให้มหาวิทยาลัยเล็งเห็นถึงความสำคัญของ Web3 Technology และ Blockchain ซึ่งในปัจจุบันกำลังเป็นเมกะเทรนด์ของโลก ทั้งนี้ กว่านักศึกษาจะจบออกไปในอีก 3-4 ปีข้างหน้า เทคโนโลยีดังกล่าวจะมีความสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจเป็นอย่างมาก นักศึกษาต้องรู้จักและเข้าใจ Web3 Technology ตั้งแต่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย จึงจะมีความพร้อมในการทำงานในโลกธุรกิจยุคใหม่ โดยปีนี้ถือเป็นปีแรกที่นักศึกษาปี ทุกคนจะค้นพบตัวเอง และทดลองทำกิจกรรมบนโลกเมตาเวิร์ส ซึ่งกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปิด Digital Wallet การ Airdrop NFT Avatar ไปจนถึงการได้เรียนรู้เกี่ยวกับ NFT/Digital Asset ผ่านหลักสูตรของ DPU CORE จะทำให้นักศึกษามีความพร้อมมากขึ้นในการเป็นผู้ประกอบการและมีทักษะอาชีพในธุรกิจยุคใหม่

ทั้งนี้ DPU ได้ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับ ‘D.OASIS, The Sandbox Metaverse’ แพลตฟอร์มโลกเสมือนจริงที่รวบรวมภาคธุรกิจและเซเลบชั้นนำของเมืองไทย และพัฒนา Metaverse Ecosystem เชื่อมต่อโลกธุรกิจ บันเทิง โฆษณา การศึกษา กีฬา และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้าง Community บนโลกเมตาเวิร์สที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และอันดับต้น ๆ ของเอเชีย โดยล่าสุด D.OASIS ได้เข้าซื้อและพัฒนาที่ดินบน The Sandbox หนึ่งในโลกเสมือนจริงอันดับต้น ๆ ของโลก ที่มีแบรนด์และเซเลบชื่อดังเข้าไปแล้วมากมาย เช่น Adidas, Gucci, HSBC, Atari, Walking Dead, Shibuya 109, Snoop Dogg, Paris Hilton เป็นต้น

“ภายในปีการศึกษา 2565 นี้ DPU จะเปิดวิทยาเขตบนโลกเสมือนจริง หรือ Metaverse Campus บน D.OASIS CITY แพลตฟอร์ม Metaverse ชั้นนำของเมืองไทย เพื่อสร้างแพลตฟอร์ม learn-to-earn และผลักดัน NFT ในโลกการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนไทยก้าวเข้าสู่ยุค Web3” ดร.ดาริกา กล่าว

ด้านนายอธิภัทร เกตุทัต ผู้ช่วยอธิการบดี สายงานการตลาดและประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) กล่าวถึงเป้าหมายที่ชัดเจนในการมุ่งสู่โลก Metaverse และ Web3 ของ DPU ว่า นักศึกษาทุกคนจะได้เรียนรู้เรื่อง NFT ตั้งแต่ปี 1 โดยเน้นการนำเสนอเนื้อหาของ NFT ที่ค่อนข้างยาก มาย่อยให้เข้าใจง่ายขึ้น และเน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติให้นักศึกษาเข้าใจและใช้งานได้จริง เช่น การเปิด Digital Wallet, การเชื่อมต่อกับ OpenSea แพลตฟอร์ม Marketplace ระดับโลก พร้อมกันนี้ในหลักสูตรยังมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการมาให้ความรู้กับนักศึกษา

นอกจากนี้ นักศึกษาจะเริ่มเรียนรู้ Web3 Technology โดยมหาวิทยาลัยได้ทำการ Airdrop NFT Avatar ที่เรียกว่า “DPUVERSE” ให้กับนักศึกษาปี ทุกคนได้ไปใช้งาน และมหาวิทยาลัยยังได้พัฒนา Ecosystem ต่าง ๆ ให้นักศึกษาได้ใช้งานจริง มีระบบสะสมคะแนนที่เรียกว่า “D Point” ผ่านการร่วมงาน ร่วมกิจกรรมของ DPU หรือการได้รับรางวัล การสร้างชื่อเสียงให้มหาวิทยาลัย โดย 1 D Point มีมูลค่า 1 บาท สามารถนำไปแลกสินค้าในร้านค้าภายในมหาวิทยาลัยได้ หรือจะสะสม D Point เพื่อนำไปแลกเป็น Accessories ตกแต่ง Avatar ของตัวเองก็ได้เช่นกัน

“นับเป็นจุดเริ่มต้นของของนักศึกษา รวมถึง DPU ที่จะได้เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้เกิดเป็น Metaverse Ecosystem ซึ่งการใช้ D point ไม่ได้อยู่เฉพาะในมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังสามารถไปใช้งานกับเครือข่ายพันธมิตรของเราด้วย ได้แก่ Human x club เป็นโปรเจกต์ NFT ของไทยที่จะปล่อยออกมาปลายปีนี้ โดยนักศึกษาสามารถนำ NFT หรือคะแนนสะสม ไปใช้เข้าร่วมกิจกรรม แลกรับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ได้ รวมทั้งในอนาคตสามารถใช้เข้าสู่ D.OASIS แพลตฟอร์ม Metaverse ที่เราเป็นพันธมิตร เป็นต้น” นายอธิภัทร กล่าว

นอกจากความรู้แล้ว ภายในงานปฐมนิเทศ “New U วันคูล ๆ ที่พา ไปสู่อนาคต” ยังมีความสนุกร่วมด้วยจากคอนเสิร์ตสุดมันส์ของพี่ ๆ วง COCKTAIL ที่มาเซอร์ไพรส์กลางงาน และกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดเต็มในวันงาน โดยมีวัตถุประสงค์ที่อยากให้นักศึกษาได้สนุก และเปิดประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ ๆ เพราะทุกคนคืออนาคต และการเข้าใจอนาคตจะเป็นเส้นทางสู่ความสำเร็จได้


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

“Tech ConNEXT Job Fair 2022 Connecting Your Next Opportunities”งาน JOBFAIR ที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี

โลกการทำงานกับวิกฤตของเด็กจบใหม่ที่ดูเหมือนจะไม่มีทางจบ  แม้สถานการณ์โควิดจะบรรเทาลง แต่กลับต้องเผชิญกับพิษเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวจากผลกระทบของโรคระบาด ทำให้อัตราการว่างงานสูงขึ้น และกลุ่มเสี่ยงสูงสุดก็คือ กลุ่มเด็กจบใหม่ ที่ขาดทักษะและประสบการณ์ ซ้ำที่ผ่านมายังขาดโอกาสที่จะออกไปฝึกฝน  

ยิ่งไปกว่านั้น จากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกธุรกิจและการดิสรัปชันของเทคโนโลยี ทำให้ธุรกิจต้องการแรงงานที่มีทักษะแห่งอนาคตมากขึ้น หลายตำแหน่งงานถูกแทนที่ด้วยAI  ทำให้เด็กจบใหม่ที่ขาดทักษะตกที่นั่งลำบาก  

True Digital Park ในฐานะศูนย์กลางเทคและสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ที่มีเป้าหมายส่งเสริมคนรุ่นใหม่และคนไทยอัปสกิลด้านดิจิทัล เพิ่มความรู้และทักษะใหม่ที่องค์กรและตลาดแรงงานต้องการ  ร่วมกับ ConNEXT แพลตฟอร์มเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ และตัวกลางเชื่อมคนรุ่นใหม่กับองค์กร ที่มีเป้าหมายในการสร้าง Talent จำนวน 1 ล้านคน ภายในปี 2025 ให้กับประเทศไทย ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มในเครือของ  Techsauce ผู้นำเสนอความรู้ด้านเทคโนโลยีธุรกิจ ได้ร่วมกันจัดงาน “Tech ConNEXT Job Fair 2022 Connecting Your Next Opportunities” งานที่จะเชื่อมทุกโอกาสให้กับเด็กจบใหม่ วันที่ 7-9 กรกฎาคมนี้ บริเวณ ชั้น 6 และ 7 True Digital Park  BTS ปุณณวิถี

เปิดให้ลงทะเบียนเข้างาน ฟรี :  https://www.eventpop.me/e/13032/techconnext-job-fair-2022

ConNEXT Your Opportunities เชื่อมต่อทุกโอกาสด้วยการเชื่อมคนรุ่นใหม่กับองค์กร

เพื่อเชื่อมต่อโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้พบกับองค์กรและตำแหน่งงานที่เหมาะสม  และให้องค์กรได้พบกับเพื่อนร่วมงานที่ต้องการ ภายในงานเราได้รวบรวมแหล่งงานคุณภาพจากบริษัทชั้นนำทุกสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นสายเทคโนโลยี การตลาด, Data Science ฯลฯ พร้อมตำแหน่งงานมากมาย เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาจบใหม่ วัยเริ่มทำงาน ผู้ที่อยากเปลี่ยนสายอาชีพ และผู้ว่างงาน ที่สนใจสายงานด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี ได้เลือกสมัครงานในตำแหน่งที่ใช่ กับองค์กรที่ถูกใจตามเป้าหมายของตัวเอง และเพื่อให้องค์กรได้มีโอกาสเฟ้นหาเพื่อนร่วมงานในแบบที่องค์กรกำลังตามหา 

TECH ConNEXT Talk สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ 

รวมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากทุกสาขาอาชีพ ตัวจริงที่ประสบความสำเร็จในโลกการทำงาน มาร่วมให้ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ ผ่าน 4 เซสชั่นที่คนรุ่นใหม่ไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะเป็น Skills, Inspiration, Career Talk และ Company Culture 

Highlight Speakers

  • คุณธนชาติ ศิริภัทราชัย และ คุณวิชัย มาตกุล จาก Salmon House 
  • คุณชญาน์ทัต วงศ์มณี (ท้อฟฟี่ แบรดชอว์)
  • คุณอรรถกร รัตนารมย์ (กานต์) ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร Bearhouse / Sunsu / Bearhug 
  • คุณวรา ตั้งทัศนา (นายทีม) เจ้าของช่อง Slang A-ho-lic
  • คุณอรวี สมิทธิผล ผู้ร่วมก่อตั้ง Content Shifu และ Magnetolabs
  • คุณไชยณัฐ สัจจะปรเมษฐ (บองเต่า) กรรมการผู้จัดการ Rabbit’s Tale และผู้ดำเนินรายการ I HATE MY JOB
  • คุณจักรกฤต โยมพยอม (ครูทอม คำไทย)  นักแสดง พิธีกร นักเขียน podcaster และผู้ร่วมก่อตั้ง สำนักพิมพ์อะโวคาโดบุ๊กส์
  • คุณกษิดิศ สตางค์มงคล (ทอย) นักวิเคราะห์ข้อมูล จาก Data Rockie

Resume Clinic by GetLinks สร้างความโดดเด่นให้เรซูเม่เตะตา HR ได้มากกว่าที่เคย

ทำเรซูเม่แบบนี้ดีพอไหมนะ ต้องมีทักษะอะไรบ้าง ทำยังไงให้เราเป็นผู้ถูกเลือก ! 

• เมื่อเรซูเม่ไม่ได้ถูกสอนในมหาลัย เด็กจบใหม่จะมั่นใจได้อย่างไรว่า เรซูเม่จะช่วยให้ได้งานในฝันจริง ๆ 

• งานนี้คุณจะได้รู้เทคนิคดีๆจาก GetLinks สตาร์ทอัพแพลตฟอร์มที่เชี่ยวชาญในการจัดหาบุคลากรสายเทคครอบคลุมหลายประเทศในเอเซีย มาแชร์ประสบการณ์แบบเจาะลึก แจกเช็คลิสต์ที่ควรมีในเรซูเม่ เพื่อเพิ่มโอกาสในการถูกเรียกสัมภาษณ์มากขึ้น และแน่นอนว่าฟรี ! 

Professional Portrait Corner ถ่ายรูปสมัครงานแบบมืออาชีพ 

ครบทุกมิติและความต้องการของการสมัครงาน พบกับ Professional Portrait Corner มุมถ่ายรูปเพื่่อใช้สมัครงานให้ดูมืออาชีพ ไว้ประดับเรซูเม่สร้างความประทับใจให้กับ HR ทุกบริษัท 

Networking & Interviewing Zone 

เพราะการสัมภาษณ์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะตัดสินชี้ขาดว่าจะได้งานหรือไม่ เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคที่เด็กจบใหม่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนจะต้องเจอ 

จะดีกว่าไหมถ้าเราได้ลองสัมภาษณ์งานจริง กับตัวแทนภาคธุรกิจตัวจริง พบกับ Networking & Interviewing Zone พื้นที่ที่จะได้พบกับตัวแทนจากองค์กร เพื่อรับประสบการณ์สัมภาษณ์งานแบบมืออาชีพ ให้เด็กจบใหม่ได้มีโอกาสพัฒนาทุกทักษะให้พร้อมกับโลกการทำงาน

 

เปิดให้ลงทะเบียนเข้างาน ไม่มีค่าใช้จ่าย https://www.eventpop.me/e/13032/techconnext-job-fair-2022

#TechConNEXTJobFair2022


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

“PPSM ENTERPRISE” สตาร์ทอัพไทย ชูนวัตกรรมทางการแพทย์

ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเทคโนโลยีที่ทันสมัยต้องมาควบคู่กับนวัตกรรมที่สามารถสอดรับการให้บริการในภาคธุรกิจ และตอบโจทย์ทุกปัญหาได้อย่างตรงจุด รวมไปถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ ถือเป็นหนึ่งปัจจัยที่สำคัญที่หลายภาคส่วนมุ่งพัฒนาการบริการให้สามารถก้าวทันในโลกดิจิทัล โดย บริษัท PPSM ENTERPRISE จำกัด เป็นผู้นำเข้าและจัดหาจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์สุขภาพเทคโนโลยีที่ทันสมัยในไทย ซึ่งเป็นบริษัทคนรุ่นใหม่ที่เปิดให้บริการด้วยความมุ่งมั่น สนับสนุนการบริการทางการแพทย์ นำนวัตกรรมการผลิตสินค้าทางการแพทย์ จากผู้ผลิตทั้งในประเทศและต่างประเทศ มาจำหน่ายให้กับผู้บริโภคและหน่วยงานต่างๆ ซึ่งมีสินค้าที่ให้บริการด้วยกัน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์  ไม่ว่าจะเป็น

กลุ่มอุปกรณ์ป้องกัน จะเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมาตรฐานสูง อาทิ ชุดป้องกันเชื้อไวรัสสารเคมีและฝุ่น (PPE), หน้ากากอนามัยเส้นใยทองแดง, เสื้อกาวน์, Face shield, และ หมวกคลุมผมทางการแพทย์ เป็นต้น
กลุ่มอุปกรณ์ตรวจข้อมูลต่างๆ ทางการแพทย์ อาทิ เครื่องวัดออกซิเจน (Oximeter) ประกอบด้วยรุ่นต่างๆ มาพร้อมฟังก์ชันที่ใช้งานสะดวก มีความแม่นยำ ด้วยระบบดิจิทัล ที่แสดงผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กลุ่มอุปกรณ์เทคโนโลยีทางการแพทย์ เป็นอีกหนึ่งกลุ่มสินค้าผลิตภัณฑ์ที่ทาง PPSM ENTERPRISE ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งและเป็นโครงการในอนาคตที่อยู่ในขั้นของการพัฒนาและนำนวัตกรรมเข้ามาให้บริการ

บริษัท PPSM ENTERPRISE จำกัด ได้วางเป้าหมายในการขยายธุรกิจและพัฒนาบริการสู่ Health Technology เพื่อตอบโจทย์การให้บริการในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในกลุ่มธุรกิจทางการแพทย์ โดยมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาให้บริการกับกลุ่มเป้าหมาย โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์รวมไปถึงความทันสมัยที่มาพร้อมความปลอดภัย และราคาเหมาะสมกับตลาด เพื่อให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุดในการรับบริการ

สำหรับแผนการพัฒนาธุรกิจสู่ Health Technology ทาง PPSM ENTERPRISE ได้มุ่งคัดสรรทีมงานและบุคลากรทางการแพทย์ที่มากด้วยประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญหลากหลายในด้านศาสตร์การรักษาต่างๆ เข้ามาช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ และสร้างมูลค่าด้านการให้บริการแก่ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ประทับใจ ในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์และการบริการจากทาง บริษัท PPSM ENTERPRISE จำกัด

ทั้งนี้ บริษัท PPSM ENTERPRISE จำกัด พร้อมให้บริการแล้วสำหรับผู้สนใจหรือผู้ประกอบการธุรกิจทางการแพทย์ที่ค้นหาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาตรฐานและปลอดภัย ราคาเข้าถึงได้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ppsmenterprise.co.th หรือเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ผ่านทางแพลตฟอร์ม Shopee และ Lazada เพียงค้นหาคำว่า PPSM Official Shop  นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ของ PPSM ENTERPRISE ยังจัดจำหน่ายผ่านห้างสรรพสินค้าโมเดิร์นเทรดชั้นนำ อาทิ เซ็นทรัลชิดลม, เซ็นทรัลบางนา, เซ็นทรัลเวสต์เกต, เซ็นทรัลอีสต์วิลล์, เซ็นทรัลลาดพร้าว, เซ็นทรัลพระราม3, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า รวมไปถึงเครือเดอะมอลล์ ได้แก่ เดอะมอลล์บางกะปิ, พารากอน, ดิ เอ็มโพเรียม,เดอะมอลล์งามวงศ์วาน และ เดอะมอลล์ท่าพระ ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลและซื้อผลิตภัณฑ์ได้ตามความต้องการแล้ววันนี้ผ่านทุกช่องทางดังกล่าว


Exit mobile version