นอกจากนี้ในงาน Future Energy Asia 2022 ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยังจัดแสดงแพลตฟอร์มดิจิทัล EcoStruxure Building นวัตกรรมล้ำสมัยสำหรับอาคาร ช่วยในการบริหารจัดการและควบคุมการใช้พลังงาน ทั้งเรื่องของ HVAC หรือ Heating (การทำความร้อน) V-Ventilation (การระบายอากาศ) และ AC-Air Conditioning (การปรับอากาศ) นวัตกรรมดังกล่าวช่วยลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น ด้วยโซลูชันอัจฉริยะที่ช่วยทั้งเรื่องการควบคุม มอนิเตอร์ และการวิเคราะห์ข้อมูล ที่ใช้งานง่ายและคุ้มค่าใช้จ่าย โดยไม่จำเป็นต้องแบกรับความซับซ้อนด้านไอที ทั้งในการติดตั้งและบำรุงรักษาที่คาดการณ์ไม่ได้ โดย EcoStruxure Building สามารถใช้ผ่านเว็บไซต์และมือถือช่วยให้เจ้าของอาคาร ผู้ดูแล และผู้ปฏิบัติการอาคารได้เห็นภาพสถานะของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของตน ช่วยให้สามารถติดตามการใช้พลังงาน รวมทั้งควบคุมประสิทธิภาพได้อย่างง่ายดาย
พร้อมกันนี้ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยังไปเปิดตัว โซลูชั่นสำหรับ EV Charger ช่วยในเรื่องการบริหารจัดการพลังงานได้อย่างดี สำหรับอาคาร และสำหรับสถานีชาร์จไฟฟ้า อาทิ EcoStruxure EV Advisor, EcoStruxure EV Changing Expert รวมไปถึงการเปิดตัว EV Charger รุ่นใหม่สำหรับอาคารและที่พักอาศัย ซึ่งนับเป็นไฮไลท์สำคัญสำหรับอาคารในอนาคตอีกด้วย โดยผลิตภัณฑ์ EV Changer ที่เปิดตัวล่าสุดได้แก่ EVlink Pro AC ซึ่งมาพร้อมกับระบบป้องกันแบบ Built – in ภายใน สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้และรองรับ NFC ทำให้มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน และสร้างความยั่งยืนสำหรับอาคาร เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพิ่มเวลาทำงานและประสิทธิภาพสูงสุด และรับประกันประสบการณ์ผู้ใช้ที่ราบรื่นสำหรับผู้ติดตั้ง EV ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ขับขี่
ไม่ต่างจากการก้าวเข้าไปริเริ่มหรือทำธุรกิจด้วยไอเดียใหม่ ๆ ซึ่งต้องคำนึงถึงต้นทุนเป็นสำคัญเสมอ สำหรับ “ต้นทุนพลังงานไฟฟ้า” ถือเป็น Utilities of Digital World (สาธารณูปโภคแห่งโลกดิจิทัล) ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการใช้ขับเคลื่อนเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อใช้ดำเนินธุรกิจ
แท้จริงแล้ว “พลังงานไฟฟ้า” เป็นทั้งโอกาสและความท้าทายในการพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศที่ส่งผลกระทบชิ่งต่อ ๆ กันเป็นลูกโซ่ นอกจากพลังงานไฟฟ้าจะเป็นตัวกำหนดทิศทางทางเศรษฐกิจใหม่แล้ว ยังเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ อย่าง Data Center ที่ใช้พลังงานอย่างมหาศาลเพื่อรัน Facilities ให้กับธุรกิจต่าง ๆ ข้อมูลจาก Statista พบว่า Hyperscale Data Center มีความต้องการใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้นในช่วงสองปีหลัง (2563-2564) อยู่ที่ 76.23 TWh และ 86.58 TWh (TeraWatt-hour, ล้านล้านหน่วยชั่วโมง) ตามลำดับ
นิยามการให้บริการของดาต้า เซ็นเตอร์ในยุคนี้คือ “ห้ามล่ม” โดยการจ่ายไฟฟ้าจะไม่เพียงพอหรือดับไม่ได้เด็ดขาดเพราะนั่นหมายถึงความสูญเสียทางธุรกิจที่ประเมินค่าไม่ได้ เสมือนไฟดับระหว่างการผ่าตัดใหญ่หรือระหว่างการทำธุรกรรมสำคัญ ดังนั้นกำลังไฟฟ้าที่หล่อเลี้ยงโครงสร้างพื้นฐานอย่างดาต้า เซ็นเตอร์ ควรมีเครือข่ายหรือสร้างเป็นศูนย์กลาง รับ-ส่ง เฉพาะ (Electronic Power for DATA CENTER) เพื่อส่งมอบพลังงานไฟฟ้าแบบ Direct
ผู้ประกอบการ SME และจัดซื้อองค์กร พลาดไม่ได้กับสินค้าดีราคาเด็ด!! อุปกรณ์สำนักงานและไอเทมจำเป็นสำหรับ Back to Office ซื้อครบแถมเพิ่ม ราคาต่อชิ้นสุดคุ้ม, เฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดังรับประกันคุณภาพ จัดเต็มส่วนลดให้ประหยัดสูงสุด 70%, อุปกรณ์โรงงานและคลังสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำมาตรฐานสากล ลดสะท้านคลัง