Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

อีริคสันแต่งตั้ง “แอนเดอร์ส เรียน” เป็นประธานบริษัท อีริคสัน ประเทศไทย คนใหม่

อีริคสัน (NASDAQ: ERIC) ประกาศแต่งตั้ง มร.แอนเดอร์ส เรียน ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นประธานบริษัท อีริคสัน ประเทศไทย โดย มร.แอนเดอร์ส เข้ารับตำแหน่งต่อจาก มร.อิกอร์ มอเรล ที่จะไปรับตำแหน่งเป็น Head of Global Journey Transformation ที่ อีริคสัน กรุ๊ป

ก่อนเข้ารับบทบาทใหม่ในประเทศไทย มร.แอนเดอร์ส เคยดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานฝ่ายขายที่อีริคสัน ดูแลลูกค้า Indosat Ooredoo Hutchinson ผู้ให้บริการด้านการสื่อสารชั้นนำในประเทศอินโดนีเซีย โดย มร.แอนเดอร์ส และทีมงาน ช่วยทำให้ผู้ให้บริการด้านการสื่อสารสัญชาติอินโดนีเซียสามารถดำเนินโครงการรวมเครือข่าย Radio Access Network ได้สำเร็จก่อนกำหนด และเปิดตัวเครือข่าย 5ในเมืองจาการ์ตา โบกอร์ ทังเกอรัง และเบกาซี มร.แอนเดอร์ส ยังได้นำประสบการณ์ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมมากกว่า 23 ปี รวมถึงบทบาทของความเป็นผู้นำอาวุโสในตลาดต่าง ๆ มากมาย เช่น นอร์เวย์ บังคลาเทศ มาเลเซีย ไทย และอินโดนีเซีย มาขับเคลื่อนกับบทบาทใหม่

มร.นันซิโอ เมอร์ทิลโล หัวหน้าตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โอเชียเนียและอินเดียของอีริคสันกล่าวว่า “ด้วยประสบการณ์ทำงานในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างกว้างขวางของ มร.แอนเดอร์ส จะสามารถช่วยสนับสนุนผู้ให้บริการไทยเพื่อเร่งกระบวนการนำ 5G มาใช้มากขึ้น พร้อมมอบประโยชน์จากการเชื่อมต่อได้อย่างเต็มที่ให้กับทั้งผู้บริโภคและองค์กรธุรกิจต่าง ๆ ผมต้องขอบคุณ มร.อิกอร์ มอเรล สำหรับการวางรากฐานอันแข็งแกร่งให้แก่อีริคสันในประเทศไทย ผ่านการร่วมมือกับลูกค้า อุตสาหกรรม และผู้เล่นรายอื่น ๆ ในระบบนิเวศของเรา”

ก่อนหน้าการทำงานกับอีริคสันอินโดนีเซีย มร.แอนเดอร์ส เคยประจำอยู่ที่กรุงเทพฯ โดยเป็นผู้นำทีม dtac มามากกว่า ปี และยังร่วมทำงานกับ เทเลนอร์ เอเชีย เพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ ทั่วทั้งภูมิภาค

ในโอกาสกลับมาประเทศไทยพร้อมบทบาทใหม่ในฐานะประธาน บริษัท อีริคสัน ประเทศไทย มร.แอนเดอร์ส เผยว่า “ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งกับบทบาทใหม่ในฐานะประธานบริษัท อีริคสัน ประเทศไทย ตลาดไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเป็นตลาดที่ผู้คนใช้เวลาบนออนไลน์เฉลี่ยต่อวันสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เราคาดว่าจะเห็นปริมาณการใช้ดาต้าเพิ่มขึ้นสองเท่าในอีกสองปีจากนี้ ผมจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีมอีริคสัน ประเทศไทย และระบบนิเวศทั้งหมดในประเทศ เพื่อเร่งการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลของประเทศไทย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม และชาวไทย ประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญของอีริคสัน และผมพร้อมเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะของเราในตลาดนี้”

สอดคล้องกับข้อมูลจาก มร.แอนเดอร์ส ประเทศไทยถือเป็นประเทศแรก ๆ ที่นำเทคโนโลยี 5G มาใช้ในภูมิภาค และตลาดยังมอบโอกาสมหาศาลเพื่อขยายการใช้ 5G และช่วยผู้ให้บริการบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ มอบประสบการณ์และสร้างคุณค่าที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า

“อีริคสันดำเนินกิจการในประเทศไทยมายาวนาน เราจะใช้ศักยภาพจากรากฐานประสบการณ์และความเชี่ยวชาญอันแข็งแกร่งที่สร้างขึ้นในประเทศไทยตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพื่อขยายธุรกิจของเราอย่างต่อเนื่องผ่านนวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล ทีมงานที่มีความสามารถและเชี่ยวชาญที่สุด เพื่อนำเสนอโซลูชั่นชั้นนำและบริการที่เหมาะสมที่สุดและสามารถแข่งขันได้” มร.แอนเดอร์ส กล่าวเพิ่มเติม

จากการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเป็นเวลาถึง 117 ปี อีริคสันได้ร่วมมือกับผู้ให้บริการด้านการสื่อสารของไทยเพื่อให้บริการการเชื่อมต่อเครือข่ายเทคโนโลยีมือถือตั้งแต่ยุค 2G, 3G, 4G และ 5G ในปัจจุบัน แก่ผู้บริโภคและองค์กรธุรกิจต่าง ๆ ในประเทศไทย

ปัจจุบัน อีริคสันเปิดให้บริการเครือข่าย 5G ไปแล้ว 157 เครือข่ายใน 66 ประเทศทั่วโลก ซึ่งอีริคสันยังได้รับการยอมรับด้านความเป็นผู้นำ 5G จากรายงานของนักวิเคราะห์อิสระสำคัญ ๆ อาทิ Gartner 5G Magic Quadrant 2023 (เป็นผู้นำปีที่สามติดต่อกัน) และในรายงาน Frost Radar Global 5G Infrastructure นอกจากนี้อีริคสันยังครองอันดับหนึ่งในรายงานของ ABI Research ล่าสุด ที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของผู้ให้บริการโทรคมนาคม


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

วิทยาลัยนานาชาติ มจพ. เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ปีการศึกษา 2567

วิทยาลัยนานาชาติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)  เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ปีการศึกษา 2567 โครงการโควตาเรียนดี TCAS รอบที่ 1 ครั้งที่ 2 หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการค้าระหว่างประเทศและธุรกิจโลจิสติกส์ (หลักสูตรนานาชาติ)

การรับสมัครโครงการโควตาเรียนดี TCAS รอบที่ 1 ครั้งที่ 2 สมัครได้ทางอินเทอร์เน็ตตั้งแต่ วันที่ 1 ธันวาคม 2566 –วันที่ 15 มกราคม 2567  ที่เว็บไซต์ http://www.admission.kmutnb.ac.th  และค่าสมัคร 400.00 บาท (สี่ร้อยบาทถ้วน)   ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์  วันที่ 17 มกราคม 2567   การสอบสัมภาษณ์ ผู้สมัครต้องสามารถสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้ ทั้งนี้ ผู้สมัครต้องนำเอกสารดังต่อไปนี้ มายื่นในวันสอบสัมภาษณ์ 1. ประวัติผลงานของผู้สมัคร (Portfolio) เป็นภาษาอังกฤษ และ 2. เรียงความแสดงเจตจำนงในการเข้าศึกษา (Statement of Purpose) เป็นภาษาอังกฤษ (จำนวนคำไม่ต่ำกว่า 500 คำ)

รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  https://www.inter.kmutnb.ac.th/tcas2024r12/#more-5734 หรือสอบถามได้ที่ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)  โทรศัพท์ 02-555-2000 ต่อ 2811, 2812

ขวัญฤทัย ข่่าว


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

Metro Connect ร่วมมือ IBM Thailand จัดงาน Exploring IBM’s Newest Technology Advancements

บริษัท เมโทรคอนเนค จำกัด ร่วมกับ บริษัท ไอบีเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานสัมนาในหัวข้อ “Exploring IBM’s Newest Technology Advancements” ในวันที่ 21 ธันวาคม 2566 ณ.โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 โดย Mr. Varuch Rattanatumma, Assistant Vice President บริษัท เมโทรคอนเนค จำกัด ให้เกียรติกล่าวเปิดงาน และมีผู้เชี่ยวชาญร่วมบรรยายโซลูชั่นต่างๆ ดังต่อไปนี้

Mr. Kanoksak Ratchapat, Senior Security Technical Sales จาก บริษัท ไอบีเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด บรรยายในห้วข้อ “Protect your data and enable digital transformation with a modernized data protection” โดยกล่าวถึง Gaudium Data Protection solutions จะเข้ามาช่วยในการค้นหาข้อมูลที่ต้องการจะป้องกันรวมถึงกำหนด policy ในการเข้าถึงและเก็บข้อมูลการเข้าถึงข้อมูลทั้งจากบน on-premise และบน Cloud ที่สามารถป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลที่เป็นความลับต่างๆ ขององค์กร โดยมีรายงานที่รองรับกับมาตรฐานทางด้านความปลอดภัยและกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งสามารถช่วยลูกค้าสะดวกในการตรวจสอบและรองรับการปฏิบัติตามข้อกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

Mr.Tawan Soonthonarom, Presales Manager จาก บริษัท เมโทรคอนเนค จำกัด บรรยายในห้วข้อ “Real-time observability platform with performance and cost optimization platform” โดยพูดถึง Product Instana Observability (Instana) โซลูชันชั้นนำทางด้าน Application Performance Monitoring ที่ออกแบบมาเพื่อตอบรับกับความท้าทายในการจัดการแอปพลิเคชันสมัยใหม่อย่าง Micro Services และ Cloud Native เป็นต้น โดย Instana มีความสามารถในการสังเกตการณ์ (Observability) แอปพลิเคชันและระบบต่างๆได้อย่างอัตโนมัติ ช่วยให้คุณสามารถจัดการกับปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นกับแอปพลิเคชันของคุณได้ทันท่วงที

Mr. Pipat Lekhachaiworakul, Technical Sales Specialist (IBM zSystems & LinuxONE) จาก บริษัท ไอบีเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด บรรยายในห้วข้อ “How to Win the Commercial Battle Against Oracle with LinuxONE 4” ซึ่งจะพูดถึง IBM LinuxONE 4 ที่จะสามารถช่วยให้ลูกค้าลดค่าใช้จ่ายนี้ได้กว่า 78% แถมยังช่วยลูกค้าลดการใช้พลังงานและปริมาณคาร์บอนได้ถึง 80% ตอบโจทย์เรื่องของ Sustainability หรือ Green IT และยังช่วยให้ข้อมูลสำคัญมีความปลอดภัยสูงสุด

Mr.Thitiphat Phimsen, Brand Technical Specialist จาก บริษัท ไอบีเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด บรรยายในหัวข้อ “Modernize your business with IBM Power Systems” บรรยายถึง IBM Power Systems จะเป็นตัวช่วยให้องค์การของท่าน ในการเตรียมความพร้อมและก้าวข้ามผ่านทุกความท้าทาย เนื่องจากในโลกเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้การพัฒนาสิ่งต่างๆ ในโลกนี้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันก็ส่งผลถึงปริมาณข้อมูลที่เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งการจะวิเคราะห์และเข้าใจนั้น จำเป็นต้องการระบบประมวลผลที่รวดเร็วยิ่งกว่า เช่นเดียวกับภัยคุกคามด้านความปลอดภัยที่นับวันจะยิ่งถูกท้าทายมากขึ้น ดังนั้นการเลือกใช้งานโซลูชันเซิร์ฟเวอร์ที่เหมาะสม สามารถกลายเป็นปัจจัยที่สร้างความแตกต่างระหว่างความสำเร็จและความล้มเหลวทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

Mr. Artit Srisawas, Presales จาก บริษัท เมโทรคอนเนค จำกัด บรรยายในหัวข้อ “Accelerate value by leveraging cloud-native infrastructure and containers on OpenShift” บรรยายถึง IBM Storage Fusion HCI ช่วยให้องค์กรสามารถใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานแบบ cloud-native และ containers บน OpenShift เพื่อสร้างความคุ้มค่า และการใช้งานข้อมูลให้เป็นไปอย่างเต็มศักยภาพ ลดความซับซ้อน โดยช่วยให้องค์กรสามารถจัดหา และจัดการโครงสร้างพื้นฐานแบบ cloud-native ได้อย่างง่ายดาย โดยรวมเอาทรัพยากรทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เข้าไว้ในระบบเดียว องค์กรจึงไม่ต้องจัดการกับฮาร์ดแวร์ที่แตกต่างกันหลายประเภทหรือซอฟต์แวร์หลายชนิด สามารถจัดสรรทรัพยากรให้กับแอปพลิเคชันได้อย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ บริษัท เมโทรคอนเนค เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ IBM ได้รับความไว้วางใจให้เป็นส่วนหนึ่งในการขยายตลาดสู่บริษัทคู่ค้า เพื่อตอบสนองความต้องการทางด้านเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงการช่วยเหลือและส่งต่อความรู้ความชำนาญให้แก่บริษัทคู่ค้า เพื่อพัฒนาและต่อยอดโซลูชันที่ตอบโจทย์กับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม ติดต่อฝ่ายการตลาด โทร.02-0894880 อีเมล์: mktmcc@metroconnect.co.th Website: https://www.metroconnect.co.th/


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

AMD เปิดตัวเทคโนโลยีล้ำสมัยสำหรับรถยนต์ที่งาน CES 2024

AMD ประกาศเดินหน้าเต็มสูบเทคโนโลยีสำหรับวงการยานยนต์ เปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ก่อนงาน CES 2024 และเตรียมโชว์เทคโนโลยีสุดล้ำร่วมกับพาร์ทเนอร์มากมาย การเปิดตัวนี้ตอกย้ำถึงความสำเร็จของการควบรวมกิจการ Xilinx เมื่อ 2 ปีก่อน ทำให้ AMD ขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดยานยนต์อย่างก้าวกระโดด ครอบคลุมทุกด้านตั้งแต่ระบบข้อมูลความบันเทิงในรถ ไปจนถึงเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์สำหรับการตรวจจับวัตถุ การจอดรถอัตโนมัติ และอื่น ๆ อีกมากมาย

2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เปิดตัว ประกอบด้วย:

  • Versal AI Edge XA: ชิป 7 นาโนเมตรตัวแรกของ AMD ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานยานยนต์ นำเสนอมาตรฐานความทนทานและระบบความปลอดภัยขั้นสูงมาสู่วงการยานยนต์ นอกจากนี้ ด้วยเอ็นจิ้นด้าน AI ที่อยู่ภายใน Versal AI Edge XA ทำให้สามารถทำการจดจำรูปแบบของสัญญาณ การตรวจจับวัตถุ และอื่น ๆ อีกมากมาย

  • Ryzen Embedded V2000 Series: ช่วยให้ผู้ผลิตรถยนต์เสนอประสิทธิภาพในระดับสูง รองรับการทำงานที่หลากหลายพร้อมกันได้อย่างลื่นไหลทั้งระบบข้อมูลความบันเทิงในรถและ IVX นำเสนอภาพกราฟิกส์คมชัด ฟีเจอร์ความปลอดภัยที่ได้รับการพัฒนา และรองรับซอฟต์แวร์ด้านยานยนต์


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

AI และนวัตกรรมใหม่เปิดบทธุรกิจไทยปี 2567

บทความโดย วีระ อารีรัตนศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ ซิสโก้ ประเทศไทย และเมียนมาร์

เศรษฐกิจไทยในปี พ.ศ. 2567 คาดว่าจะฟื้นตัวจากแรงขับเคลื่อนของภาคท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคักและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล[1] นอกจากนี้ ยังจะเป็นปีที่ AI และเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะเปิดประตูให้กับธุรกิจไทยได้เติบโต

ในทศวรรษที่ผ่านมา มีการใช้งาน AI อย่างหลากหลายและเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม generative AI ก็ได้ทำให้ AI รุ่นใหม่ ๆ เป็นที่น่าจับตามอง บทความนี้จะสรุปเทรนด์ธุรกิจและเทคโนโลยีสำคัญที่จะเปิดบทใหม่ให้กับธุรกิจไทย ควบคู่ไปกับแนวทางการนำเทรนด์มาใช้:

1) AI กลายเป็นเทคโนโลยี “ที่ต้องมี”… แต่หลายองค์กรยังไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

อุตสาหกรรม AI คาดว่าจะเติบโตจาก 95,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็น 1.8 ล้านล้านภายในปี พ.ศ. 2573 โดยจะเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจโลกในทศวรรษหน้า แต่หลาย ๆ บริษัท ยังไม่พร้อมที่จะใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้ได้อย่างเต็มที่[2] นอกจากนี้ผลสำรวจ AI Readiness Index จัดทำโดยซิสโก้ พบว่ามีเพียง 1 ใน 5 (20%) องค์กรในประเทศไทยเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ในการปรับใช้และใช้ประโยชน์จาก AI โดย 74% ยอมรับถึงความกังวลอย่างรุนแรงเกี่ยวกับผลกระทบต่อธุรกิจหากไม่ปรับตัวในอีก 12 เดือนข้างหน้า[3]

ข่าวดีก็คือ ธุรกิจในไทยมองเห็นความเร่งด่วนในการคว้าโอกาสจาก AI กันมากขึ้น ในช่วงครึ่งปีหลังที่ผ่านมา เกือบทั้งหมด (99%) ยอมรับว่าองค์กรมีความตื่นตัวต่อการใช้เทคโนโลยี AI และองค์กรมากถึง 97% มีกลยุทธ์ AI ที่แข็งแกร่งอยู่แล้วหรืออยู่ในกระบวนการพัฒนา อย่างไรก็ดี ยังพบช่องว่างสำคัญในเสาหลักต่างๆ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูล การกำกับดูแล บุคลากร และวัฒนธรรมองค์กร เช่น การทำให้แน่ใจว่าข้อมูลของพวกเขาพร้อมสำหรับ AI รวมถึงการสร้างบุคลากรด้าน AI ที่มีคุณภาพแผนการจัดการการเปลี่ยนแปลง ฯลฯ ในปี พ.ศ. 2567 บริษัทไทยจะต้องต่อสู้กับวิธีจัดการกับ AI ภายในองค์กร รวมถึงบุคลากรที่พร้อมใช้งานเทคโนโลยีนั้นด้วย

2. AI ที่มีความรับผิดชอบจะเริ่มด้วยการทำงานอย่างมีจริยธรรม สนับสนุนด้วยความไว้ใจ และความโปร่งใส

แม้ว่า AI จะมีประโยชน์มหาศาล แต่ยังคงเป็นดาบสองคมที่มาพร้อมความเสี่ยง องค์กรจำเป็นต้องมีนโยบายและโปรโตคอลที่รัดกุม  เพื่อการจัดการข้อมูลและระบบ AI อย่างมีความรับผิดชอบ ขณะที่องค์กรไทยตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ AI อย่างมีจริยธรรม แต่ก็ยังมีอีกหลายส่วนที่ต้องปรับปรุง เช่น เรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลโดยผลสำรวจเผยว่า น้อยกว่าครึ่ง (43%) มีนโยบายและโปรโตคอล AI ที่ครอบคลุม และ 17% ขององค์กรยังมี bias โดยไม่มีกลไกอย่างเป็นระบบในการตรวจจับ data bias

เมื่อผลกระทบของ AI แพร่หลายมากขึ้น การกำกับดูแลยิ่งต้องพัฒนาต่อไป ทำให้บริษัทต่าง ๆ จำเป็นต้องพัฒนากฎระเบียบ ปรับใช้นโยบายภายในที่แก้ไขเรื่องความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัยของข้อมูล และการใช้เทคโนโลยี AI รวมถึงการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่แข็งแกร่งโดยสามารถจัดการช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นจากระบบ AI รวมถึงการฝึกอบรมและยกระดับทักษะบุคลากรอย่างต่อเนื่องเพื่อให้แน่ใจว่าพนักงานยังคงมีความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยง บริษัทที่สร้างแอปพลิเคชัน AI จะต้องคำนึงถึงการรักษาความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และสร้างความไว้วางใจโดยกระบวนการออกแบบนวัตกรรมที่ครบวงจรในผลิตภัณฑ์ บริการ และการดำเนินงานขององค์กร

3. ยุคใหม่ของโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายที่ใช้งานง่ายจะเกิดขึ้น เพื่อสร้างความปลอดภัยและความอัจฉริยะให้กับธุรกิจ

ในขณะที่บริษัทต่างๆ หันมาใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยิ่งมีความสำคัญอย่างคาดไม่ถึง การสร้างเครือข่ายอัจฉริยะที่ทันสมัยกลายเป็นหัวใจสำคัญในการเติบโตของบริษัท ความยืดหยุ่นและการบูรณาการเครือข่ายกับ AI หรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดความสำเร็จ นอกจากนี้บริษัทต่าง ๆ จะตระหนักถึงความจำเป็นของแพลตฟอร์มความปลอดภัยแบบครบวงจรที่สามารถมองเห็นแบบ end-to-end โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความท้าทายด้านไซเบอร์ซิเคียวริตี้มีความซับซ้อนขึ้นในยุคของแอปพลิเคชันและมัลติคลาวด์ และพนักงานทำงานจากสถานที่ต่าง ๆ ได้โดยใช้การเชื่อมต่อหลายรูปแบบ เข้าถึงข้อมูลข้ามแพลตฟอร์ม เครือข่ายจะมีบทบาทสำคัญในการให้ visibility ของผู้ใช้ อุปกรณ์ และเอนทิตีในระบบทั้งหมด ส่งผลให้สามารถเป็นจุดควบคุมเพียงจุดเดียวในการตรวจจับ ป้องกัน และแก้ไขภัยคุกคาม รวมถึงบังคับใช้กฎความปลอดภัยเพื่อจำกัดการแพร่กระจายของภัยคุกคามในเครือข่ายและลดเวลาการแยกภัยคุกคาม

4. ปี 2567 จะเป็นปีแห่งการต่อสู้กับวิกฤตการณ์โลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

เนื่องจากปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีมา เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจำกัดอุณหภูมิโลกที่เพิ่มขึ้นไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส เพื่อหลีกเลี่ยงภัยพิบัติทางสภาพภูมิอากาศ เมื่อใกล้ถึงจุดเปลี่ยนสำคัญนี้ บทบาทของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนจะยิ่งชัดเจนในการสร้างระบบวัดผลความก้าวหน้าที่แม่นยำและสม่ำเสมอ ทั้งภายในประเทศ ภายในกลุ่มอุตสาหกรรม และระดับโลก แรงกดดันต่อการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการจะยิ่งทวีความสำคัญ โดยหน่วยงานกำกับดูแลจะเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนแผนสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม บริษัทต่างๆ จะเผชิญแรงกดดันในการพัฒนาความยั่งยืน โดยเทคโนโลยีจะมีบทบาทสำคัญในการจัดหาข้อมูลเชิงลึกให้กับองค์กรเพื่อให้มีการวัดผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างแม่นยำ รวมถึงการวางแผนสร้างอาคารและพื้นที่ทำงานอัจฉริยะ ผู้ให้บริการ ซึ่งต้องรับผิดชอบต่อเป้าหมายความยั่งยืนจะเร่งพัฒนาความยืดหยุ่นของโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับเวิร์กโหลดที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ลดการใช้พลังงานไปพร้อมกัน

5. บุคลากรและการเปิดกว้างต่อการเปลี่ยนแปลงจะเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น

บริษัทไทยที่กำลังมุ่งสู่ยุคดิจิทัล จำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรให้ทันกับการเติบโต แม้ว่าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในไทยจะเฟื่องฟู แต่ยังคงขาดแคลนบุคลากรเทคโนโลยี ทักษะเฉพาะทางในด้านต่าง ๆ เช่น ไซเบอร์ซิเคียวริตี้ data science และเครือข่าย เป็นที่ต้องการอย่างมาก ซึ่งนับเป็นโอกาสให้บริษัทต่าง ๆ ผลักดันการพัฒนาบุคลากรเทคโนโลยีให้พร้อมก้าวสู่โลกอนาคต บริษัทต่าง ๆ ยังต้องสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในจุดมุ่งหมาย โดยส่งผลต่อความสามัคคีของทีมงานและความเชื่อมั่นต่อบริษัท โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ สิ่งนี้ยังช่วยให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ในขณะที่บริษัทเองก็ต้องปรับตัวเข้ากับโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

อว. ชวนเด็กไทยสนุกสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด ‘เด็กช่างคิด วิทย์สร้างฝัน’ 
ในงาน ‘ถนนสายวิทยาศาสตร์ รับวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567’


กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ หน่วยงานสังกัดกระทรวง อว. และหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ชวนเที่ยวงานถนนสายวิทยาศาสตร์ รับวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567’ ภายใต้แนวคิด เด็กช่างคิด วิทย์สร้างฝันดังคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 ที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มอบไว้ว่า มองโลกกว้าง คิดสร้างสรรค์ เคารพความแตกต่าง ร่วมกันสร้างประชาธิปไตย เพื่อให้เยาวชนได้สนุกสร้างสรรค์ไปกับกิจกรรมเสริมสร้างประสบการณ์ผ่านนิทรรศการและกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ พร้อมเรียนรู้ ผ่านการลงมือทำในรูปแบบ On Site, On Hands และ Online ผ่านเฟสบุ๊ค: ถนนสายวิทยาศาสตร์ ScienceAvenue หรือ www.nsm.or.th โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 12-13 มกราคม 2567 ที่กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ถนนโยธี วันที่ 12-14 มกราคม 2567 ที่ ศูนย์การค้าเดอะ สตรีท รัชดา ชั้น 5 กรุงเทพฯ, และวันที่ 13 มกราคม 2567 ที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) คลองห้า ปทุมธานี นอกจากนี้ ยังกระจายความสนุกไปทั่วประเทศในมหาวิทยาลัยราชภัฏอีก 16 แห่ง และวิทยาลัยชุมชนกว่า 20 แห่ง พร้อมด้วยหน่วยงานตามภูมิภาคต่าง ๆ ยกทัพความสนุกรวมกว่า 46 แห่งทั่วประเทศ

ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กล่าวว่า งานถนนสายวิทยาศาสตร์ รับวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567’ จัดขึ้นภายใต้แนวคิดเด็กช่างคิด วิทย์สร้างฝันเพื่อเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ และเยาวชนได้สัมผัสกับการเรียนรู้อาชีพด้านวิทยาศาสตร์ และกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ที่หลากหลาย กิจกรรมในงานครอบคลุมทุกสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับมัธยมศึกษา กิจกรรมในงานเน้นให้ผู้เข้าร่วมได้ลงมือทำจริง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและปลูกฝังให้เด็ก ๆ และเยาวชนมีความสนใจในวิทยาศาสตร์

พลาดไม่ได้! กับงานถนนสายวิทยาศาสตร์ รับวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567’ ที่จะพาเด็ก และเยาวชนมาสนุกสนานและเพลิดเพลินไปกับการเรียนรู้วิทยาศาสตร์อย่างสร้างสรรค์ สามารถเข้าร่วมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม Online และ On Hands สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ทางเฟสบุ๊ค: ถนนสายวิทยาศาสตร์ ScienceAvenue สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-577-9999 ต่อ 1791


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

เอปสัน สร้างโมเมนต์สุดพิเศษ ยกโรงภาพยนตร์มาไว้บนดาดฟ้ากลางกรุง

เอปสัน ร่วมกับ Skyline Film สร้างโมเมนต์สุดพิเศษ ยกโรงภาพยนตร์ที่ออกแบบให้ผู้ชมได้รับประสบการณ์การชมรูปแบบใหม่มาไว้บนดาดฟ้าใจกลางกรุงเทพฯ บนตึก River City Bangkok ริมแม่น้ำ พร้อมชมวิวพาโนรามาของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยเอปสันได้นำโปรเจคเตอร์ความสว่างสูงถึง 25,000 ลูเมน ฉายบนจอขนาดใหญ่ 6 เมตร พร้อมจัดมุม Photo Booth ให้ได้พิมพ์ภาพประทับใจจากเครื่องพิมพ์ Epson SureLab และยังมีเครื่องพิมพ์ Epson ColorWorks สำหรับพิมพ์ Wristband เข้างาน เมื่อวันที่ 15-17 ธันวาคมที่ผ่านมาอีกด้วย


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

โตชิบา ส่งสุขท้ายปีด้วยแคมเปญ Delightful Details Matter

โตชิบา มอบของขวัญเซอร์ไพรส์สุดพิเศษแทนคำขอบคุณจากใจให้กับลูกค้า เปิดแคมเปญ “Delightful Details Matter” มอบความสุข แบบ 360 องศา เนรมิตกล่องของขวัญขนาดใหญ่ใจกลางเมือง เซ็นเตอร์พอยท์ ออฟ สยามสแควร์ พร้อมโชว์สุดพิเศษเปิดงาน The Celebration of TOSHIBA DELIGHTFUL by JACKIE จากวง TRINITY เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยตลอด 2 วัน ของการจัดงาน มีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย อาทิ ลุ้นซื้อสินค้าราคาสุดพิเศษเพียง 55 บาท ซุ้มถ่ายรูปสุดเก๋ ธีมเทศกาลของขวัญ พร้อม Photo Booth ปริ้นท์ภาพ Cooking Workshop เมนูพิเศษจากเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในครัวจากโตชิบา และกิจกรรมตกแต่งการ์ด โดยศิลปิน Calligraphy เป็นต้น ถึงแม้กิจกรรมจะจบลงแล้ว แต่ความสุขยังไม่จบ โตชิบายังส่งความสุขต่อเนื่อง ด้วยขบวนเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาพิเศษ ลด แถม ผ่อน 0% สูงสุดนาน 10 เดือน สำหรับคนที่กำลังมองหาของขวัญปีใหม่ หรือของขวัญจับสลาก ในเทศกาลส่งท้ายปี สามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์โตชิบาได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศที่ร่วมรายการ ได้ถึงวันที่ 15 มกราคม 2567  สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/ToshibaLifestyleThailand

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

5 แนวทางในการมอนิเตอร์ หม้อแปลงไฟฟ้าด้วยดิจิทัล ที่ช่วยหลีกเลี่ยงความเสียหายพร้อมยืดอายุการใช้งาน และลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

โดย ฟิลิปป์ อาร์ซอนโน รองประธานอาวุโส ธุรกิจบริการ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค

หม้อแปลงไฟฟ้า นับเป็นหัวใจสำคัญของระบบจำหน่ายไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็น โรงงานอุตสาหกรรม ศูนย์ข้อมูลหรือสถานที่ที่มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก และบ่อยครั้งที่มักจะมองข้ามความสำคัญของเรื่องนี้ไป แต่หากเมื่อเกิดความเสียหายกับหม้อแปลงขึ้นมา ความเสียหายส่วนใหญ่อาจร้ายแรงอย่างคาดไม่ถึง

ตัวอย่างเช่น เหตุการณ์ขัดข้องของหม้อแปลงไฟฟ้าในกรุงปารีสเมื่อก่อนหน้านี้ ส่งผลให้บ้านเรือนกว่า 65,000 หลังคาเรือนไฟดับ หรือกรณีที่โรงงานผลิตน้ำประปาในเมืองฮูสตัน สหรัฐอเมริกา ต้องออกคำแนะนำให้ต้มน้ำก่อนดื่ม เนื่องจากหม้อแปลงไฟฟ้าสองตัวเกิดความเสียหาย ดังนั้นการป้องกันความเสียหายให้กับหม้อแปลงไฟฟ้าจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เพื่อให้ธุรกิจ หรือระบบสาธารณูปโภคโภคดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น ปลอดภัย พร้อมลดต้นทุนในการดำเนินงาน

เทคโนโลยียุคใหม่ช่วยให้งานตรวจสอบและวิเคราะห์การทำงาน หม้อแปลงไฟฟ้า มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

ผลการสำรวจที่ทำขึ้นโดย Midel จากกลุ่มของ ผู้ผลิตสินค้า ผู้ประกอบการ และบริษัททางด้านสาธารณูปโภค พบว่าเกือบทั้งหมดเคยพบปัญหาหม้อแปลงไฟฟ้าหยุดทำงานในช่วง ปีที่ผ่านมา ครึ่งหนึ่งของผู้ที่พบปัญหาบอกว่าส่งผลกระทบรุนแรงหรือทำให้ธุรกิจถึงกับหยุดชะงัก และผู้ร่วมตอบคำถามส่วนใหญ่ยังมีความกังวลในเรื่องการเข้าบำรุงรักษา และระยะเวลาที่ระบบหยุดทำงาน รวมถึงสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่าย

การกำหนดช่วงเวลาบำรุงรักษาอุปกรณ์สำคัญประเภทนี้ทำได้ยาก เพราะเราขาดข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานะการทำงานจริง ผลลัพธ์คือ องค์กรมักเลือกทางปลอดภัย เช่น ลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าหรือเปลี่ยนทดแทนก่อนกำหนด ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งรายจ่ายในการดำเนินงาน (OpEx) และรายจ่ายด้านต้นทุน (CapEx) อย่างมาก

เมื่อก่อนองค์กรส่วนใหญ่มักจะมีผู้เชี่ยวชาญที่คลุกคลีกับการทำงานของหม้อแปลงไฟฟ้า ทั้งยังสามารถจดจำได้ทั้งเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา เช่น เหตุการณ์โหลดเกิน ฟ้าผ่า เหตุการณ์ขัดข้อง รวมถึงประวัติการดูแลรักษาได้อย่างแม่นยำ เรียกว่ารู้จักหม้อแปลงไฟฟ้าทุกตัวที่มี รวมถึงผลการตรวจสอบน้ำมันที่อยู่ในตัวหม้อแปลงไฟฟ้า ทำให้ที่ผ่านมาการตัดสินใจใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับหม้อแปลงไฟฟ้าทั้งหมดขององค์กรที่มีอยู่ ผ่านการคาดการณ์ของบุคคลเหล่านี้รวมถึงการคาดการณ์และแนวโน้มการหมดอายุอีกด้วย

อย่างไรก็ตามในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์หลายคนต่างเกษียณอายุ ทำให้เกิดช่องว่างความรู้ด้านการดูแลหม้อแปลงไฟฟ้า เพราะองค์ความรู้เก่าไม่ได้ถูกถ่ายทอดให้วิศวกรรุ่นใหม่เข้าถึงได้ง่าย สิ่งนี้สร้างปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทีมขนาดเล็กที่ต้องรับผิดชอบอุปกรณ์หลากหลาย

เพื่อให้สามารถคาดการณ์และจัดการความล้มเหลวของหม้อแปลงไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทีมปฏิบัติการและบำรุงรักษาจำเป็นต้องมีข้อมูลเชิงลึกที่ดีขึ้นเกี่ยวกับสภาพของหม้อแปลงไฟฟ้าที่มีความแม่นยำ

5 เหตุผลสำคัญในการนำระบบตรวจสอบและวิเคราะห์หม้อแปลงไฟฟ้าแบบต่อเนื่องมาใช้

ตั้งแต่อดีตจนถึงวันนี้ การบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้ามักจะเป็นไปแบบคาดเดา อาศัยการตรวจสอบตามกำหนดเวลาซึ่งสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายและไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ โซลูชันการบำรุงรักษาตามสภาพแบบใหม่ (Condition-based maintenance) อย่างเช่น EcoStruxure Transformer Expert จาก Schneider Electric ช่วยให้สามารถป้องกันปัญหาในเชิงรุก และช่วยให้ตัดสินใจเกี่ยวกับการบำรุงรักษาและเปลี่ยนแทนที่ได้อย่างแม่นยำ โดยอิงจากข้อมูลเชิงลึก ซึ่งระบบจะมีการมอนิเตอร์และให้การวิเคราะห์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนวัตกรรมใหม่นี้ช่วยลดเวลาการหยุดทำงานในภาพรวม ทั้งยังลดความเสี่ยงอีกด้วย

เหตุผลสำคัญที่ควรใช้แนวทางใหม่ในการบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้า

  1. พลังงานฟ้าที่มาจากหลายแหล่ง ปัจจุบันรูปแบบของพลังงานไฟฟ้ามีที่มาที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ ลม การจัดเก็บพลังงาน สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และแหล่งพลังงานอื่นๆ กำลังเข้ามามีบทบาท ส่งผลให้ลักษณะการทำงานของกริดแตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการพีคของพลังงานลมและแสงอาทิตย์ ซึ่งสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันในโหลดของหม้อแปลง ปริมาณฮาร์มอนิกที่สูงขึ้น และการไหลแบบสองทิศทาง กระบวนทัศน์ใหม่นี้หมายความว่าไม่สามารถใช้ความรู้ในอดีตเพื่อคาดการณ์อนาคตได้ เนื่องจากเงื่อนไขใหม่เหล่านี้จะส่งผลกระทบต่ออายุของหม้อแปลงในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป
  2. การบำรุงรักษาตามสภาพช่วยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในยุคที่ทีมงานมีขนาดเล็กลง อีกทั้งทรัพยากรกระจายตัวอยู่ตามที่ต่างๆ การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานถือเป็นหัวใจสำคัญ ดังนั้นระบบการบำรุงรักษาตามสภาพ (Condition-based maintenance) หรือ บำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive maintenance) จะเข้ามาตอบโจทย์ ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างต่อเนื่องและมีการแจ้งเตือนอัจฉริยะ ในการเผยสัญญาณความเสื่อมของอุปกรณ์ก่อนเกิดความล้มเหลว โดยจะช่วยจัดอันดับความเสี่ยงและจัดลำดับความสำคัญของการบำรุงรักษา การซ่อมแซม และการเปลี่ยนเพื่อลด CAPEX หรือ ค่าใช้จ่ายด้านการลงทุน และ OPEX หรือ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
  3. ผลกระทบของการหยุดทำงานของระบบอาจใหญ่หลวง เมื่อเกิดปัญหาเข้าจริงๆ บางครั้งครอบคลุมระยะเวลาถึง 6 เดือนหรือ 12 เดือน กว่าจะหาอะไหล่หรืออุปกรณ์ตัวใหม่มาติดตั้งแทน ฉะนั้นความสามารถในการมองเห็นสุขภาพของตัวหม้อแปลงไฟฟ้าเป็นเรื่องสำคัญ จะทำให้ผู้ดูแลรู้ได้ว่ามีความเสี่ยงในการหยุดทำงานเมื่อไร ทำให้ช่วยในการบริหารจัดการด้วยกระบวนการที่เหมาะสมตลอดระยะการใช้งาน หรือเตรียมพร้อมในการเปลี่ยนอุปกรณ์ตามเวลาอันสมควร
  4. การยืดอายุการใช้งานของหม้อแปลงไฟฟ้าช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้มาก ซึ่งหม้อแปลงไฟฟ้าที่เก่าสุดไม่ได้แปลว่าเสี่ยงที่สุด! ตัวอย่างเช่น หม้อแปลงไฟฟ้าที่อายุการใช้งานถึงอายุ 60 ปี แต่เมื่อตรวจสอบสภาพการทำงานยังดีอยู่ ไม่มีปัญหา ส่วนบางตัวแม้เพิ่งอายุการใช้งานเพียง 25 ปี แต่เสี่ยงทำงานผิดพลาดหรือหยุดการทำงานอาจโดยจากสาเหตุในการรับปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่สูงกว่า หรือต้องเผเชิญกับความเสียหายจากไฟกระชาก

สำหรับการบริหารจัดการเรื่องของความเสี่ยงอย่างเหมาะสม สิ่งที่ต้องการคือความสามารถในการวิเคราะห์ถึงสมดุลของสภาพอุปกรณ์โดยรวม กับการใช้งานที่เป็นการเร่งไปสู่การเสื่อมสภาพการทำงาน การมีข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้สามารถวางแผนการบำรุงรักษาได้อย่างเหมาะสม หรือกำหนดขั้นตอนการดูแลที่ดียิ่งขึ้น เพื่อทำให้อุปกรณ์มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการซื้อตัวใหม่มาทดแทน ช่วยให้โยกย้ายงบประมาณที่มีอยู่ไปยังโครงการอื่นที่สำคัญยิ่งขึ้นได้ แถมด้วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยอีกทาง

  1. การตรวจสอบสภาพการทำงานหม้อแปลงไฟฟ้า เป็นการช่วยจัดการระบบไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลองนึกภาพสถานีไฟฟ้าที่มีหม้อแปลงสามตัว และจำเป็นต้องเพิ่มโหลดให้กับหม้อแปลงตัวใดตัวหนึ่ง 20% เราจะเลือกตัวไหนได้บ้าง ดังนั้นการวิเคราะห์สภาพการทำงานหม้อแปลงจะช่วยให้คาดการณ์ผลกระทบต่ออายุการใช้งานภายใต้เงื่อนไขการโหลดที่แตกต่างกัน นอกเหนือจากการตัดสินใจเรื่องการบำรุงรักษา ยังสามารถตัดสินใจได้ดีขึ้นในการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของหม้อแปลงแต่ละตัว เมื่อเรารู้ปัญหาว่าเสี่ยงที่จะใช้หม้อแปลงเกินกำลัง หรือควรลดโหลดเพื่อยืดอายุการใช้งาน การวิเคราะห์หม้อแปลงแบบเรียลไทม์จะช่วยให้สามารถตัดสินใจและลงมือทำได้อย่างมั่นใจ

ระบบ EcoStruxure Transformer Expert (ETE) ใหม่ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค เป็นโซลูชันติดตั้งง่าย ที่ช่วยตอบสนองความต้องการเฉพาะด้านการบำรุงรักษาและตรวจสอบหม้อแปลง ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อใดก็ตาม

นอกจากนี้ EcoStruxure Transformer Expert ช่วยให้สามารถรับรู้สถานะสุขภาพของหม้อแปลงแบบต่อเนื่องและไร้ขีดจำกัด ให้กับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการและบำรุงรักษา ด้วยระบบเซ็นเซอร์รูปแบบ IoT ที่ติดตั้งภายใน และระบบวิเคราะห์ข้อมูลบนคลาวด์ กระทั่งการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ ยังช่วยให้ทราบแนวโน้มของสุขภาพและอายุการใช้งานของหม้อแปลงทั้งกลุ่มได้อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งแนะนำแนวทางเชิงรุก ช่วยให้ผู้ดูแลตัดสินใจเรื่องการบำรุงรักษาและการเปลี่ยนทดแทน ด้วยข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับอีกด้วย


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มข.เปิด แพลตฟอร์มการแปรสภาพวัตถุดิบทางการเกษตร เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์จากพืช

ฝ่ายวิจัยและบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น   ร่วมกับสถาบันวิจัยความมั่นคงด้านอาหารพลังงาน และน้ำ อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และ สถาบันวิจัยแคนนาบิสครบศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดพิธีเปิดห้องปฏิบัติการแพลตฟอร์มการแปรสภาพวัตถุดิบทางการเกษตร เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์จากพืชและสมุนไพร  โดยมี ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี นายกสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวเปิดงาน รศ.นพ. ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวรายงาน พร้อมด้วย ศ.ดร.มนต์ชัย ดวงจินดา รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบัณฑิตศึกษา คณะผู้บริหารร่วมพิธี ณ อาคารสถาบันวิจัยและพัฒนา (RDI) มหาวิทยาลัยขอนแก่น

รศ.นพ. ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่น อยู่ในกลุ่มสถาบัน Global and Frontier Research University มีนโยบายและยุทธศาสตร์ในการเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการวิจัย โดยมุ่งเน้นทำวิจัยตามความต้องการของผู้ใช้งานหรือตามปัญหาของประเทศ (Demand side) เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ใหญ่ที่มีผลกระทบ (Impact) สูงได้ ก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ และช่วยยกระดับรายได้ของประเทศ 

“มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีการพัฒนาแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อรองรับการบริการด้านการวิจัยให้ครอบคลุมทุกศาสตร์สาขา และ เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการทำงานวิจัยด้านแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ผักพื้นบ้าน สมุนไพรพื้นถิ่น และปศุสัตว์พื้นเมือง  จึงกำหนดให้เปิดแพลตฟอร์มการแปรสภาพวัตถุดิบทางการเกษตรเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์จากพืชขึ้นในวันนี้”

ขณะที่ ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี นายกสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่น เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมการวิจัยที่มีผลงานดีเด่น เป็นประโยชน์แก่ประชาชน สังคม และประเทศชาติ จึงพัฒนาแพลตฟอร์มการแปรสภาพวัตถุดิบทางการเกษตร เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์จากพืชขึ้น ในห้องปฏิบัติการต้นแบบที่มีขนาดใหญ่และได้รับมาตรฐานตามที่ อย.กำหนด พร้อมเตรียมพัฒนามาตรฐานในระดับสากลต่อไป

“Pain point การแข่งขันด้านผลผลิตทางการเกษตรของไทย ควรแก้ไขให้ตรงจุด คือ เริ่มต้นจากการทำวิจัย มหาวิทยาลัยขอนแก่นในวันนี้ได้พยายามสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีฐานมาจากวัตถุดิบทางการเกษตรของภาคอีสาน เชื่อว่าเทคโนโลยีในวันนี้จะช่วยสร้างผลิตภัณฑ์จากพืชที่มีประโยชน์ให้แก่สังคมและชุมชน ยกระดับความสามารถสู่การแข่งขันทั้งในระดับประเทศและระดับสากล”

ด้าน ศ.ดร.มนต์ชัย ดวงจินดา รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบัณฑิตศึกษา กล่าวว่า ห้องปฏิบัติการแพลตฟอร์มการแปรสภาพวัตถุดิบทางการเกษตร คือ พื้นที่ให้บริการเกษตรกรได้มาเพิ่มมูลค่า และเพิ่มคุณค่าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร  โดยเฉพาะกลุ่มอาหารจากสมุนไพร อาหารเพื่อสุขภาพ ผลผลิตหลายตัวสามารถนำมาอบและบดได้ด้วยมาตรฐานระดับ GMP เป็นการยกระดับการผลิตของเกษตรกร ทั้งยังพร้อมให้บริการนักวิจัย ด้านการค้นคว้า ส่วนของผู้ประกอบการใหม่ ๆ ก็สามารถมาใช้บริการองค์ความรู้และใช้เครื่องมือต่าง ๆ ได้ 

ขณะเดียวกันห้องปฏิบัติการแห่งนี้ ยังพร้อมเชื่อมโยง บูรณาการการทำงานกับทุกคณะในมหาวิทยาลัย ในการให้บริการด้านต่าง ๆ อาทิ การผลิตผลิตภัณฑ์เป็นแคปซูล ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไปจนถึงการให้บริการเครื่องมือเฉพาะทางอื่น ๆ 

ข่าว /ภาพ : รวิพร สายแสนทอง


Exit mobile version