Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กางแผนธุรกิจขานรับปีมังกรทอง ผุดผลิตภัณฑ์ใหม่

มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กางแผนธุรกิจขานรับปีมังกรทอง ผุดผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มอินเวอร์เตอร์ XY Series” ที่สุดของเทคโนโลยี “Fast Cooling Plus” ตั้งเป้ารักษาแชมป์ตลาดเครื่องปรับอากาศ พร้อมรุกธุรกิจ B2B ชูโซลูชันครบวงจร  

มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา เดินหน้ารักษาแชมป์อันดับ 1 ผู้นำตลาดเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน จัดหนักแคมเปญส่งเสริมการตลาด พร้อมขยายฐานผู้บริโภคต่อเนื่อง คว้า นนท์ – ธนนท์ จำเริญ พรีเซนเตอร์ปีที่ 2 สานต่อปรากฏการณ์ความสำเร็จจากปีที่ผ่านมาด้วยกลยุทธ์ Music Marketing เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ตอกย้ำจุดแข็งแบรนด์คุณภาพ พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศกลุ่มอินเวอร์เตอร์รุ่นใหม่ “XY Series” ที่สุดของเทคโนโลยี “Fast Cooling Plus” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ลงตัว และตู้เย็นกลุ่ม “Premium Series” คุณภาพสูงโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีถนอมอาหาร พร้อมเร่งขับเคลื่อนธุรกิจ B2B มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

นายชินจิ คามิยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด เปิดเผยว่า “ปี 2566 ที่ผ่านมา วงการธุรกิจเครื่องปรับอากาศ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ต้องประสบปัญหาการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ล่าช้าไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ แต่อย่างไรก็ตามจากภาวะอากาศที่ร้อนจัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ส่งผลให้ประมาณการได้ว่า บริษัทฯ จะสามารถสร้างยอดขายโดยรวมทั้งปีงบประมาณ 2566 (เมษายน 2566 – มีนาคม 2567) ได้เติบโตสูงกว่าปีก่อนหน้าที่ 10%”

“ในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก เช่น เครื่องปรับอากาศภายในบ้าน ปั๊มน้ำ และพัดลมระบายอากาศ เรายังคงสามารถรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดได้สูงสุดต่อเนื่องจากปีก่อน รวมทั้งผลการดำเนินกิจกรรมการสร้างแบรนด์ยังได้รับผลตอบรับในความไว้วางใจ โดยนิตยสารทางธุรกิจที่มีชื่อเสียง เช่น นิตยสาร Marketeer และ BrandAge ได้จัดอันดับให้ทั้งผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศภายในบ้านและปั๊มน้ำมิตซูบิชิ อีเล็คทริค เป็นแบรนด์อันดับ 1 ที่ได้รับความเชื่อถือสูงสุดในประเทศไทยต่อเนื่องจากปีก่อนเช่นกัน”

“สำหรับปี 2567 นี้ บริษัทฯ ยังคงยึดมั่นแนวทางหลักในการดำเนินธุรกิจ ผ่านการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและงานบริการ ตามพันธกิจองค์กรที่วางไว้ โดยมุ่งให้ผลิตภัณฑ์และการบริการ รวมทั้งกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัทฯ มอบประโยชน์ด้านการสร้างความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคชาวไทย รวมทั้งสร้างประโยชน์ต่อการพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางสังคมไทยได้มากยิ่ง ๆ ขึ้น”

“และในปีนี้ บริษัทฯ ยังคงตั้งเป้าหมายรักษาอัตราการเติบโตของยอดขายโดยรวมไว้ให้ได้มากกว่า 10% โดยมุ่งเน้นดำเนินการหลัก ๆ 4 ประการ เพื่อบรรลุเป้าหมาย ได้แก่

  1. กิจกรรมด้านผลิตภัณฑ์ โดยพัฒนาในแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์ให้มีฟังก์ชันการทำงานที่โดดเด่นมากยิ่งขึ้น และเพิ่มความหลากหลายหรือเพิ่ม Line Up ในแต่ละตัวผลิตภัณฑ์  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศภายในบ้าน ซึ่งจะพัฒนายกระดับประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงานให้สอดรับกับมาตรฐานประหยัดพลังงานฉบับใหม่ที่ประกาศใช้ในปัจจุบัน 
  2. ในปีนี้ บริษัทฯ ได้เตรียมงบทางการตลาดไว้ ประมาณ 1,200 ล้านบาท โดยมุ่งยกระดับคุณค่าแบรนด์ เพื่อสร้างการจดจำและรับรู้ในแบรนด์ ตลอดจนมุ่งเน้นกิจกรรมการโฆษณาประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับร้านค้าให้มากยิ่งขึ้น 
  3.  ด้านธุรกิจเชิงพาณิชย์  บริษัทฯ ตระหนักว่าธุรกิจในกลุ่มนี้จะเป็นรากฐานการสร้างความเจริญเติบโตให้บริษัทฯ ในอนาคตได้ ดังนั้นจึงกำหนดการสร้างเสริมระบบงานการตลาดการขายที่มีความพร้อมช่วยสนับสนุนการเจรจาการค้าในส่วนภูมิภาค ควบคู่กับการพัฒนาการนำเสนองาน ให้เป็นที่ยอมรับในการตอบโจทย์ที่ลูกค้าต้องการ หรือโซลูชันในธุรกิจระบบปรับอากาศ ระบบระบายอากาศ ซึ่งเป็นความชำนาญการพิเศษของเรา เพื่อขยายการจัดจำหน่ายในส่วนนี้ให้ได้มากยิ่งขึ้น 
  4.  งานบริการหลังการขาย เน้นการยกระดับความพึงพอใจของลูกค้า และพัฒนาระบบงานที่จะรับส่งข้อมูลต่าง ๆ เช่น งานซ่อมจากลูกค้าให้ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งพัฒนาการเพิ่มทักษะฝีมือของช่างบริการ เพื่อให้สามารถส่งมอบงาน  บริการหลังการขายที่มีคุณภาพดียิ่งขึ้น      

จากกิจกรรมทางธุรกิจที่ได้กล่าวไปนั้น บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าธุรกิจจะยังคงได้รับความไว้วางใจในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ มิตซูบิชิ อีเล็คทริค อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งในปีนี้เราจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาการทำงานให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของเราเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคชาวไทยทุกคนต้องการอย่างแท้จริง”

นายประพนธ์ โพธิวรคุณ กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด กล่าวว่า “สำหรับกลยุทธ์ด้านบริการหลังการขายในปี 2567 นี้  บริษัทฯ วางแผนลงทุนเพิ่มเติมทรัพยากรที่จำเป็น ได้แก่ การพัฒนาเทคโนโลยีระบบ Online Service เพื่อเพิ่มศักยภาพการบริการ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้สามารถรองรับการบริการให้กับลูกค้ามิตซูบิชิ อีเล็คทริค ทั้งกลุ่ม B2C และ B2B ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  รวมถึงการลงทุนในส่วนของเครื่องมือที่ทันสมัยและอุปกรณ์ อาทิ การสำรองชิ้นส่วนอะไหล่สินค้าทั้งในส่วนของสำนักงานใหญ่ และศูนย์จำหน่ายอะไหล่แต่งตั้งที่มีอยู่กว่า 40 แห่ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้ว่ามีอะไหล่พร้อมบริการ พร้อมเสริมความแข็งแกร่งของศูนย์บริการแต่งตั้งที่มีอยู่ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อรองรับการบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐานให้กับลูกค้ามิตซูบิชิ อีเล็คทริค ทั่วประเทศ  นอกจากนี้ ยังมีช่องทางที่หลากหลายให้ลูกค้าได้ติดต่อกับทางศูนย์บริการ ไม่ว่าจะเป็น Hot Line 1325 รวมถึง Facebook และ Line Official Account: มิตซูบิชิ อีเล็คทริค เป็นต้น”

“ขณะเดียวกันได้เตรียมแผนพัฒนาบุคลากรช่างเทคนิคให้มีความรู้ความสามารถผ่านการรับรองในสาขาช่างเครื่องปรับอากาศและการพาณิชย์ขนาดเล็ก ระดับ 1 ซึ่งปัจจุบันช่างเทคนิคของศูนย์บริการมิตซูบิชิ อีเล็คทริค สำนักงานใหญ่ ได้ผ่านการทดสอบหลักสูตรดังกล่าวทั้งหมด  และในปีนี้ยังคงเดินหน้ายกระดับความสามารถของ  ช่างเทคนิคศูนย์บริการแต่งตั้งทั่วประเทศให้มีศักยภาพและมาตรฐานเดียวกัน  นอกจากนี้บริษัทฯ ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศไทยสู่มาตรฐานสากล สานต่อ “โครงการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาวิชาไฟฟ้ากำลัง สาขาเครื่องทำความเย็นและปรับอากาศ (ระบบทวิภาคี)” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 ร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคชั้นนำต่าง ๆ  โดยมีช่างผู้เชี่ยวชาญของบริษัทฯ เป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านเครื่องทำความเย็นและเครื่องปรับอากาศ ให้กับนักศึกษาของวิทยาลัยเทคนิค ให้มีความรู้และทักษะวิชาชีพ เมื่อจบหลักสูตรแล้วสามารถนำความรู้ไปประกอบวิชาชีพได้ต่อไป  ด้านกลุ่มธุรกิจ B2B เรามีความพร้อมทั้งในด้านผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศและระบบปรับอากาศที่เหมาะสมสำหรับที่อยู่อาศัยและกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่แบบครบวงจร มีทีมงานวิศวกรโครงการและช่างเทคนิคมืออาชีพ รวมถึงสำนักงานสนับสนุนลูกค้าโครงการระบบปรับอากาศซิตี้มัลติ (CMS) เพื่อให้บริการทั้งก่อนและหลังการขายในพื้นที่ต่าง ๆ และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับตัวแทนจำหน่าย ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงส่งมอบงาน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จและเติบโตไปด้วยกัน”

นายชิซุโอะ นาคาสึคาสะ กรรมการและผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาดและการขาย บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด เปิดเผยว่า “ด้านยอดขายเครื่องปรับอากาศภายในบ้านของบริษัทฯ ในปีงบประมาณ 2566 เชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างการเติบโตได้ถึง 30%  สำหรับกลยุทธ์การตลาดในปี 2567 นี้ เรายังคงมุ่งมั่นดำเนินมาตรการต่าง ๆ อย่าง  แข็งขันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการขาย  สำหรับกลุ่ม B2C ได้กำหนดกลยุทธ์การขายเป็นรายผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน โดยกลุ่มเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน เน้นเสนอเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนไทย ที่เย็นเร็ว รู้ใจ ประหยัดไฟยิ่งขึ้น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ในกลุ่มตู้เย็นจะเน้นส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ที่สูงด้วยคุณภาพและเสริมสร้างการรับรู้ ความน่าสนใจในคุณค่าของผลิตภัณฑ์ที่ยกระดับสูงขึ้นในตู้เย็นกลุ่ม “Premium Series”  นอกจากนี้ ในธุรกิจ B2B จะมุ่งเน้นไปที่ระบบงานหลัก ๆ เพื่อให้บรรลุการเติบโตของธุรกิจส่วนนี้ต่อไป ได้แก่ ทำการขยายขอบเขตธุรกิจ (ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์) และเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับยอดขายในช่องทางจัดจำหน่าย CAD (City-Multi Sales Authorized Dealer) โดยบริษัทฯ พร้อมจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการนำเสนอโซลูชันต่าง ๆ ที่เหมาะสมให้กับลูกค้าได้ต่อไป”

“ในปีนี้ บริษัทฯ ได้วางแผนสื่อสารการตลาดครบวงจร ทั้งการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ผ่านพรีเซนเตอร์ปีที่ 2 นท์ – ธนนท์ จำเริญ พร้อมสานต่อกลยุทธ์ Music Marketing ที่ประสบความสำเร็จในด้านการสร้างการรับรู้และมีส่วนร่วมกับแบรนด์อย่างมากในปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้ยังคงเน้นทำกิจกรรมกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เริ่มเข้าสู่วัยทำงานถึงกลุ่มลูกค้า  ผู้มีรายได้ระดับปานกลางเป็นหลัก นอกจากนี้ ยังทำการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ  โดยเฉพาะทางโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเน้นสร้างคอนเทนต์ที่สามารถเข้าถึงลูกค้าในแต่ละกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันได้ทำการสื่อสารผ่านช่องทางทั้ง Offline และ Online Media ควบคู่กันไป พร้อมทั้งเสริมความแข็งแกร่ง

ทางการขายโดยร่วมจัดแคมเปญ กิจกรรมส่งเสริมการขายต่าง ๆ ร่วมกับร้านค้าตัวแทนจำหน่ายควบคู่ต่อเนื่องต่อไปด้วยเช่นกัน”

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมในการพัฒนายกระดับความสุขสบายในการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ผ่านผลิตภัณฑ์ที่สูงด้วยคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ ความทนทาน พร้อมนวัตกรรม และการประหยัดพลังงานได้ตามค่ามาตรฐานใหม่ที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยกำหนดขึ้น โดยผลิตภัณฑ์หลัก ๆ ที่เปิดตัวในปีนี้ ได้แก่

  • เครื่องปรับอากาศมิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม ระบบอินเวอร์เตอร์ ในรุ่น XY Series ด้วยเทคโนโลยีล่าสุด “Fast Cooling Plus” ที่ทำความเย็นได้อย่างรวดเร็วเมื่อเครื่องปรับอากาศทำงาน มาพร้อมเซนเซอร์ตรวจจับโดยคำนวนจากอุณหภูมิภายในห้องนั้น เพื่อปรับความเย็นและลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับความสบายสูงสุดและเหมาะกับสภาพในขณะนั้นได้อย่างอัตโนมัติ  รวมทั้งรุ่น GY Series ที่ได้รับการออกแบบใหม่ให้มีดีไซน์หรูหราขึ้น และมีประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานที่สูงมากยิ่งขึ้น  นอกจากนี้ เครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ทุกรุ่น ได้พัฒนาให้คุณภาพอากาศภายในห้องดียิ่งขึ้นด้วยการเพิ่ม

“V-Air Filter” และ “PM2.5 Filter” แผ่นกรองฝุ่นที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเฉพาะ สามารถกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และดักจับฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างดี ซึ่งล้วนเป็นฟังก์ชันที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อความใส่ใจในสุขภาพของผู้ใช้เป็นสำคัญ

  • ตู้เย็นมิตซูบิชิ อีเล็คทริค “Premium Series” คุณภาพสูง ทนทาน โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีถนอมอาหารมีให้เลือกถึง 7 รุ่น ใน 5 ซีรีส์ อาทิ ตู้เย็นแบบ 2 ประตูรุ่นใหม่ “HS Series” โดดเด่นด้วยช่องแช่แข็งที่มีขนาดความจุใหญ่ขึ้น และเพิ่มความสะดวกในการใช้งานด้วยการออกแบบให้ช่องแช่อเนกประสงค์พิเศษและช่องแช่ผักอยู่ในตำแหน่งส่วนกลางของตัวตู้เย็น ทำให้ผู้ใช้หยิบจับอาหารในช่องชั้นต่าง ๆ ได้สะดวก นอกจากนี้ ที่ช่องแช่อเนกประสงค์พิเศษในตู้เย็น “Premium Series” ของมิตซูบิชิ อีเล็คทริค ยังออกแบบให้สามารถปรับตั้งค่าอุณหภูมิได้ (โดยเลือกโหมด Chill หรือ Soft Freezing) ซึ่งเป็นฟังก์ชันพิเศษที่สามารถลดเวลาทำละลายเนื้อสัตว์หรือเนื้อปลาได้อย่างมาก สามารถนำออกไปปรุงอาหารได้ในทันที ถือว่าเป็นตู้เย็นที่ถนอมอาหารได้ยาวนานขึ้น

และในตู้เย็นแบบ 4 ประตู ได้เพิ่มสีใหม่ “Glass Dark Silver” ดูหรูหราและสวยงามมากยิ่งขึ้น

  • พัดลมมิตซูบิชิ อีเล็คทริค ตั้งพื้นกึ่งตั้งโต๊ะ รุ่นใหม่ เพิ่มสองสีใหม่ คือ ฟ้าพาสเทล และเขียวพาสเทล พร้อมดีไซน์ตะแกรงหน้าแบบเรียบ สามารถส่งลมได้แรงขึ้น ไกลขึ้น  และพัดลมรุ่น R12-MC มีใบพัดที่ออกแบบใหม่ สามารถถอดและทำความสะอาดได้ง่าย เพียงคลิกเดียว นอกจากนี้ พัดลมมิตซูบิชิ อีเล็คทริค ทุกรุ่น ยังมีความปลอดภัยสูงตามมาตรฐาน Premium Safety พร้อมรับประกันมอเตอร์ 5 ปี
  • ปั๊มน้ำ มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ยกระดับความน่าเชื่อถือไปอีกขั้น ด้วยการขยายระยะเวลาการรับประกันมอเตอร์ ถึง 11 ปี พร้อมประสิทธิภาพการกระจายความร้อนสูงด้วยโครงสร้างมอเตอร์อะลูมิเนียมที่ทนทานและมีความปลอดภัยสูงตามมาตรฐาน Premium Safety

“อีกกลยุทธ์หนึ่งที่เรามุ่งเน้น คือ การสร้างการรับรู้ในแบรนด์ มิตซูบิชิ อีเล็คทริค อย่างต่อเนื่อง โดยต่อยอดแนวคิดจากปี 2566 “ไม่หยุดทำ แค่คำว่าดี” โดยในปีนี้ เราจะนำเสนอแนวคิดใหม่ คือ “แอร์ที่ใช่ ใส่ใจทุกรายละเอียด” ซึ่งสะท้อนถึงการให้ความใส่ใจในทุกรายละเอียดและเสริมสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง จากแนวคิดดังกล่าว บริษัทฯ จึงได้ผลิตภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ขึ้นใหม่ 3 เรื่อง ผ่านการนำเสนอโดยพรีเซนเตอร์ คุณนนท์ ธนนท์ ที่สื่อให้เห็นถึงเจตนารมย์ของมิตซูบิชิ อีเล็คทริค ที่จะมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง รวมทั้งแนะนำจุดเด่นต่าง ๆ ด้วยเนื้อหาที่ง่ายต่อการจดจำในผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศมิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม ให้แก่ผู้บริโภค”

“จากกลยุทธ์การตลาดต่าง ๆ เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจ และเพิ่มทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ บริษัทฯ มั่นใจว่าจะช่วยสานต่อความสำเร็จในการทำตลาดของมิตซูบิชิ อีเล็คทริค และผลักดันยอดขายให้เติบโตได้ตามเป้าหมาย รวมถึงผลักดันให้ผลิตภัณฑ์มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ได้เข้าสู่ตลาดอย่างกว้างขวาง เพื่อนำเสนอให้ผู้บริโภคได้ใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น ซึ่งบริษัทฯ มั่นใจว่า สิ่งนี้จะยังประโยชน์สู่สังคมโดยรวมในที่สุดได้” นายชิซุโอะ นาคาสึคาสะ กล่าวทิ้งท้าย


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

“Solar PPM” ผนึกกำลัง “Central” ร่วมมือพัฒนาโครงการพลังงานสะอาด ต่อยอดความยั่งยืน มุ่งสู่ Net -Zero

บริษัท โซลาร์ พีพีเอ็ม จํากัด ผนึกความร่วมมือกับ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ในการผลักดันสังคมคาร์บอนต่ำ เดินหน้าร่วมกันสู่ความยั่งยืนด้วยการนําเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ในด้านพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซลล์ มาติดตั้ง ณ ศูนย์การค้าของเซ็นทรัลพัฒนา จํานวน 8 โครงการ ได้แก่ เซ็นทรัลเชียงใหม่, เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า, เซ็นทรัลพระราม 3, เซ็นทรัลพระราม 9, เซ็นทรัลสมุย, เซ็นทรัลนครสวรรค์ และ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์วิลล์  มีกำลังผลิตไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 9.22 MW

ตามแนวทางการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ลดปริมาณการปล่อยก๊าซ เรือนกระจก เพื่อเดินหน้าสู่การเป็น Low Carbon Mall ตามแผนการเดินหน้าสู่ความยั่งยืน NET Zero 2050 ของเซ็นทรัลพัฒนา 

ภายใต้ความร่วมมือนี้ คุณชำนาญ พรพิไลลักษณ์ ผู้บริหารบริษัทโซลาร์ พีพีเอ็ม จํากัด หรือ “Solar PPM ” เปิดเผยว่า “โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) และติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาอาคารจอดรถ (Solar Carport) ของศูนย์การค้าเซ็นทรัล ใช้พื้นที่ติดตั้งรวมกว่า 44,000 ตารางเมตร และมีกําลังผลิตไฟฟ้ารวม 9.22 เมกะวัตต์ มีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 250 ล้านบาท โดยมีการดำเนินการติดตั้งรวมทั้งสิ้น 8 โครงการ ทั้งแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้า PPA (Power Purchase Agreement) ที่ทาง Solar PPM เป็นผู้ลงทุนโครงการให้ทั้งหมด โดยใช้แผงโซล่าเซลล์ SPPM ขนาด 600W ซึ่งเป็นรุ่น Made in Thailand ติดตั้งรวม 6 โครงการ และอีก 2 โครงการ เป็นการดำเนินการแบบ EPC (Engineering Procurement and Construction) หรือแบบลูกค้าเป็นผู้ลงทุนเอง  ซึ่งโครงการดังกล่าวช่วยให้บริษัทของลูกค้าได้ใช้พลังงานสะอาด และลดต้นทุนพลังงานได้กว่า 50 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ยังช่วยองค์กรของลูกค้าสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศได้กว่า 20,700 ตัน คาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายสำคัญในการลดก๊าซเรือนกระจก และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระยะยาว ตามแนวทางการดําเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม”


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

คณะศิลปศาสตร์ประยุกต์ มจพ. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการภาษาอังกฤษเพื่อการทำงานในสำนักงาน (English for Office Use Workshop)

คณะศิลปศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)  จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการภาษาอังกฤษเพื่อการทำงานในสำนักงาน (English for Office Use Workshop)   โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบริการวิชาการให้กับบุคลากรของมหาวิทยาลัย และบุคคลทั่วไปที่สนใจการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการทำงานในสำนักงาน มีอาจารย์ ดร.ดวงตาใจเพชรอาจารย์ประจำภาคภาษาเป็นวิทยากร

จัดอบรมเชิงปฏิบัติการระหว่างแบบ Onsite (บุคลากร มจพ. กรุงเทพฯ)  และ แบบ Online (บุคลากร มจพ.วิทยาเขตปราจีนบุรี และวิทยาเขตระยอง)  **บุคคลวันที่ 18 เมษายน – 21 พฤษภาคม 2567 (อบรมทุกวันอังคาร และวันพฤหัสบดี ระหว่างเวลา 13.00 – 15.00 ) รูปแบบการอบรมทั่วไปสามารถเลือกรูปแบบการอบรมได้ **

การรับสมัคร ตั้งแต่บัดนี้ถึง30 มีนาคม 2567  ผู้สนใจสมัครได้ที่ https://forms.gle/UNh1UMiYnqGtS51j9

ค่าสมัครคนละ 2,000 บาท  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-555-2000 ต่อ 3507, 3534  หรือ 082-5263-566

ขวัญฤทัย ข่าว


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

เอ็นที จับมือ เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ ร่วมมือให้บริการระบบสื่อสารโทรคมนาคมภายในอาคาร EnCo Terminal

พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT และ นายศิรศักดิ์ จันเทรมะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด หรือ EnCo  ร่วมลงนามใน บันทึกความเข้าใจโครงการความร่วมมือเพื่อให้บริการระบบสื่อสารโทรคมนาคมและบริการอื่น ๆ ภายในอาคาร EnCo Terminal หรือ EnTer  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับอาคาร EnTer ให้กลายเป็นอาคารต้นแบบโดยการเพิ่มประสิทธิภาพระบบสื่อสารโทรคมนาคมให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของไลฟ์สไตล์การทำงานคนทำงานรุ่นใหม่ โดยพิธีลงนามดังกล่าวได้ถูกจัดขึ้น ณ ห้องประชุม 9 (Theater) ชั้น 8 อาคาร 3 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) สำนักงานแจ้งวัฒนะ

  พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT กล่าวว่าความร่วมมือกับบริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด (EnCo) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. นั้น เกิดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ที่จะช่วยยกระดับ และเพิ่มศักยภาพในการบริการระบบสื่อสารโทรคมนาคมและบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องภายในอาคาร EnCo Terminal หรือ EnTer ให้มีศักยภาพรองรับการใช้งานเทคโนโลยีสื่อสารแก่ลูกค้าและผู้เช่าพื้นที่สำนักงาน โดยมุ่งตอบสนองความต้องการอันเป็นการยกระดับไลฟ์สไตล์การทำงานในโลกอนาคต โดยระบบเทคโนโลยีสื่อสารที่ NT จะนำไปติดตั้งและให้บริการ อาทิ  ระบบโทรคมนาคมทางสาย IP Phone, SIP Trunk, Cloud PBX, NT Mobile (4G/5G) เป็นต้น  ยิ่งไปกว่านั้นยังจะนำบริการประเภทดิจิทัลอื่น ๆ  ไม่ว่าจะเป็นบริการกล้องวงจรปิด CCTV, บริการ E-Logistic  รวมไปถึงระบบเคเบิลใยแก้ว, ระบบท่อร้อยสาย, ระบบเสาโทรคมนาคม เพื่อเป็นเครื่องมือให้สามารถมุ่งเน้นการพัฒนา Application ต่อยอดและการให้บริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

นายศิรศักดิ์ จันเทรมะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด (EnCo)

กล่าวว่า EnCo เป็นบริษัทพัฒนา และบริหารจัดการด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ครบวงจร ซึ่งดำเนินธุรกิจหลัก 3 ธุรกิจได้แก่ 1.ธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ (Property Management) 2.ธุรกิจบริหารจัดการพื้นที่ส่วนกลาง (Facility Management) และ 3.ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Property Development) และเมื่อปลายปี 2566 ที่ผ่านมา EnCo ได้เข้าดำเนินการปรับปรุงอาคารศูนย์ฝึกอบรมหลักสี่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และเปลี่ยนชื่อเป็น EnCo Terminal  หรือ EnTer เพื่อพัฒนาเป็นอาคารสำนักงานล้ำสมัยที่ตอบโจทย์การทำงานของธุรกิจนวัตกรรมกลุ่ม New S-curve ทั้งด้านธุรกิจ Life science  ธุรกิจ EV หรือ Future-Tech  Startup ต่าง ๆ และในส่วนของการจับมือร่วมกับ เอ็นที (NT) ในครั้งนี้นั้น EnCo มีความมั่นใจว่า ด้วยศักยภาพ องค์ความรู้ และความเชี่ยวชาญ ตลอดจนทรัพยากรด้านเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมที่ทันสมัยของ NT จะช่วยยกระดับอาคาร EnCo Terminal หรือ EnTer ให้กลายเป็นอาคารสำนักงานที่พร้อมไปด้วยนวัตกรรมสำนักงานที่ทันสมัยซึ่งจะสามารถรองรับไลฟ์สไตล์การทำงานในยุคดิจิตอลได้อย่างสมบูรณ์แบบ


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัล มจพ. รับสมัคร น.ศ. ป.โท และ ป.เอก ภาคการศึกษาที่ 1/67

หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารเครือข่ายดิจิทัลและความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารเครือข่ายและความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ภาควิชาการบริหารเครือข่ายดิจิทัลและความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)  โดยมีรายละเอียดในการเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ดังต่อไปนี้

หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (ปริญญาโท

1) หลักสูตรในเวลาราชการ แผน 1 แบบวิชาการ แบบ 1   เรียนวันจันทร์ศุกร์ เวลา 09.00 – 16.00 .  ค่าเทอม  คิดตามหน่วยกิตที่ลงทะเบียน โดยประมาณ 20,000 บาทต่อเทอม [CODE : MDNS]  โดยจำแนกเป็น 2 หลักสูตร คือหลักสูตรนอกเวลาราชการ แผน 2 แบบวิชาชีพ เรียนค่ำ เวลา 18.00 – 21.00 . ค่าเทอม เหมาจ่าย 45,000 บาทต่อเทอม [CODE : S-MDNS ค่ำ]

2) หลักสูตรนอกเวลาราชการ แผน 2 แบบวิชาชีพ  เรียนวันเสาร์อาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 .

ค่าเทอมเหมาจ่าย 45,000 บาทต่อเทอม [CODE : S-MDNS เสาร์อาทิตย์] รายละเอียดหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (ปริญญาโท) : https://www.itd.kmutnb.ac.th/itd-admission/master/MDNS/

หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปริญญาเอก)

1) หลักสูตรในเวลาราชการ แผน ก แบบ 2.1 เรียนวันจันทร์ศุกร์ เวลา 09.00 – 16.00 . ค่าเทอม คิดตามหน่วยกิตที่ลงทะเบียน โดยประมาณ 40,000 บาทต่อเทอม [CODE : DDNS]  รายละเอียดหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปริญญาเอก) : https://www.itd.kmutnb.ac.th/itd-admission/doctor/DDNS/

การรับสมัคร ช่วงที่ 2  วันที่ 4 มกราคม – 10 มีนาคม 2567 และช่วงที่ 3 วันที่ 11 มีนาคม – 12 พฤษภาคม 2567 สมัครออนไลน์ https://grad.admission.kmutnb.ac.th/   หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากภาควิชาโดยตรง Line : https://lin.ee/SzZvEz9

ขวัญฤทัย ข่าว


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

Adobe Creative Visual Report เผยเทรนด์ครีเอทีฟ และแรงบันดาลใจ ที่มีบทบาทมากที่สุดในปี 2567

  • Calming Rhythms, Wonder and Joy, Dynamic Dimensions และ The New Nostalgia คือเทรนด์ครีเอทีฟระดับโลกที่กำลังมาแรงและจะสร้างผลกระทบมากที่สุดในปี 2567
  • Generative AI กำลังเปิดประตูสู่ยุคใหม่ของความคิดสร้างสรรค์สำหรับทุกคน เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคทดลอง เล่นสนุก และจินตนาการด้านความคิดสร้างสรรค์แบบใหม่
  • รายงานครีเอทีฟเทรนด์ของอะโดบีเผยว่า ผู้บริโภคกำลังให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลในทุก ๆ ด้านของชีวิต โดยเทรนด์ต่าง ๆ สะท้อนทั้งความรวดเร็วและความผ่อนคลาย

กรุงเทพฯ, 11 มกราคม 2567 – อะโดบี (Nasdaq: ADBE) เปิดเผยรายงานครีเอทีฟเทรนด์ Adobe Creative Trends Report ประจำปี 2567 คาดการณ์ครีเอทีฟวิช่วลและธีมที่จะสร้างผลกระทบในปี 2567 อะโดบีผู้นำวงการด้านความคิดสร้างสรรค์ ได้ศึกษาสไตล์การออกแบบ ธีมด้านวัฒนธรรม พฤติกรรมผู้บริโภค เทคโนโลยีล้ำสมัย และข้อมูลอุตสาหกรรมสต็อกทั่วโลก เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน เพื่อระบุ 4 เทรนด์การออกแบบที่จะนำทางคอนเทนต์ดิจิทัล และส่งผลต่อวงการถ่ายภาพ วิดีโอ สื่อโซเชียล บล็อก และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยเทรนด์ที่น่าสนใจในปี 2567 ได้แก่ ‘Calming Rhythms’, ‘Wonder and Joy,’ ‘Dynamic Dimensions,’ และ ‘The New Nostalgia’ 

ในโลกยุคปัจจุบันที่ถูกดิสรัปชัน และต้องการคอนเทนต์และความคิดสร้างสรรค์อย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคต่างหันมาใช้เทคโนโลยีเพื่อปลุกพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์และไอเดียในรูปแบบใหม่ ๆ และด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง Generative AI ทุกคนไม่ว่าจะมีทักษะมากน้อยเพียงใด ก็สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ตรงกับสไตล์และรสนิยมของตัวเองได้อย่างง่ายดาย ส่งผลให้ไอเดียกลายเป็นจริงได้เพียงปลายนิ้ว

ความปรารถนาของผู้บริโภคในการทดลอง เล่นสนุก และจินตนาการการปลุกพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์แบบใหม่ในรายงานครีเอทีฟเทรนด์ประจำปี 2567 ได้มีการผสมผสานโลก 2D และ 3D รวมถึงความนิยมภาพแฟนตาซีที่สร้างสรรค์ด้วย AI และภาพถ่ายสวยงามที่เรียบง่ายแต่ทรงเสน่ห์ที่ชวนให้เกิดความอัศจรรย์ใจไว้ด้วยกัน

เบรนดา มิลลิส หัวหน้าฝ่าย Consumer and Creative Insights ของอะโดบี กล่าวว่า “ก้าวเข้าสู่ปีใหม่ แลนสเคปด้านความคิดสร้างสรรค์ก็สะท้อนภาพโลกยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง เทรนด์ครีเอทีฟในปีนี้ บ่งบอกชัดเจนว่า ทั้งผู้สร้างสรรค์และผู้บริโภคต่างโหยหาวิช่วลที่สร้างแรงบันดาลใจ สะท้อนถึงความเป็นไปได้ที่ไม่สิ้นสุดของจินตนาการ”

4 เทรนด์ครีเอทีฟในปี 2567:

Calming Rhythms 

ในยุคที่ความเครียดและสุขภาพจิตจัดเป็นเรื่องที่โลกให้ความสำคัญ วิช่วลที่ผ่อนคลายและชวนให้สงบ ได้รับความนิยมมากขึ้นจากแบรนด์และองค์กรต่างๆ โดยถูกนำไปใช้ในสถานที่ทำงาน ร้านค้า บรรยากาศกลางแจ้ง แพลตฟอร์มโซเชียล และแอปพลิเคชันทั่วโลก ภาพเคลื่อนไหวแบบ Calming Rhythms มีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่พื้นหลังแบบเรียบง่าย ไปจนถึงรูปทรงที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างช้า ๆ มักมาพร้อมกับเสียงและเพลงที่ฟังแล้วสบายใจ เทรนด์นี้มักเกี่ยวข้องกับคอนเทนต์ ASMR ซึ่งมียอดวิวบน TikTok ถึง 912.6 พันล้านวิว ติด #asmr  โดยทั่วไปจะเป็นภาพที่ผ่อนคลาย จับคู่กับเสียงต่าง ๆ ชวนให้รู้สึกสงบและผ่อนคลาย สามารถเพิ่มอิโมชั่นที่ลงตัวให้กับโปรเจกต์ครีเอทีฟด้วยเพลงที่ใช่ด้วย ฟีเจอร์ใหม่ ‘Find Similar’ ใน Adobe Stock Audio สำหรับโพสต์โซเชียล วิดีโอ และพอดแคสต์

Wonder and Joy

ผู้บริโภคกำลังหันไปหาภาพหรือวิช่วลที่สร้างความรู้สึกประหลาดใจ ความสุข และความมหัศจรรย์ เพื่อเป็นกลไกในการรับมือกับสภาพเศรษฐกิจที่ท้าทายในปัจจุบัน เทรนด์ “Wonder and Joy” ขยายไปสู่การสื่อสารและประสบการณ์ของแบรนด์ทุกประเภท ตั้งแต่ความสุขง่าย ๆ ของการเป็น “ผู้ใหญ่ที่ยังคงหัวใจเด็ก” ไปจนถึงประสบการณ์ท่องเที่ยวหรูหรา และการสร้างสภาพแวดล้อมด้วย AI รายงาน Happiness Report ประจำปี 2565 เผยว่า 80% ของผู้คนให้ความสำคัญกับสุขภาพเพื่อทำให้ตนเองมีความสุข ขณะที่ 79% เน้นความสัมพันธ์ส่วนตัว และ 53% สนใจประสบการณ์ใหม่ ๆ เพื่อสร้างความสุข ครีเอเตอร์สามารถใช้ Adobe Firefly ชุดโมเดล generative AI เชิงสร้างสรรค์ที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ ในการ จินตนาการ สร้างความสนุก และแสดงออก ด้วยข้อความง่าย ๆ

Dynamic Dimensions

ด้วยกระแสของมัลติเวิร์ส เกม VR และ AR ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น การผสมผสานทรัพยากรและไดเมนชั่นต่าง ๆ ทำให้โลกมีโมชั่น  Dynamic Dimensions” ได้รับแรงบันดาลใจจากการผสมผสานองค์ประกอบต่าง ๆ และสร้างประสบการณ์วิช่วลที่ทรงพลังโดยการผสาน 2D กับ 3D เข้าด้วยกันผ่านวิดีโอ เพลง และภาพประกอบ ตามรายงานครีเอทีฟเทรนด์ของ Adobe ในปี 2567 คนรุ่นใหม่จะมีมุมมองต่อความเปราะบางหรือความอ่อนไหวที่ค่อยๆ พัฒนาขึ้น โดยการแสดงออกทางอารมณ์และแสดงความคิดเห็นด้านสุขภาพจิตที่เป็นปกติทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ผู้บริโภคสามารถสัมผัสประสบการณ์ ใน Dynamic Dimensions ด้วยเทมเพลทใหม่ ๆ จาก Adobe Premiere Pro และ After Effects ซึ่งมีแอนิเมชั่นโมชั่นกราฟิกส์ที่หลากหลาย

ความโหยหารูปแบบใหม่

เริ่มต้นด้วยความหลงใหลในยุค 90s ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ ดีไซน์ และเทคโนโลยี โดยคนเกือบทุกยุคสมัยมีความทรงจำในยุคนั้นได้อย่างลึกซึ้ง มีมุมมองและการตีความของสไตล์วินเทจใหม่ด้วยความคิดสร้างสรรค์ โดยเฉพาะการใช้ภาพแนวไฮเปอร์เรียลลิสติกในอดีตด้วย AI โดยเทรนด์ “The New Nostalgia” นี้จะผสมผสานความชื่นชอบสไตล์วินเทจของผู้บริโภคกับการตีความแบบร่วมสมัยอย่างมีรสนิยม โดยรายงานได้ระบุว่า 50% ของ Gen Z ในสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร แคนาดา และออสเตรเลียต้องการดิสคอนเน็คจากโทรศัพท์ พวกเขากำลังหันไปหาของเก่า ๆ และงานอดิเรกในอดีต เช่น การถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัล ที่ทำให้พวกเขารู้สึกผูกพันกับโลกความจริงมากขึ้น ครีเอเตอร์สามารถลองใช้ Adobe Express แอปสร้างสรรค์คอนเทนต์ AI-first แบบออลอินวัน เพื่อออกแบบเทรนด์เรโทรได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย โดยสามารถเลือกจากเทมเพลทนับพันแบบ

ติดตามเทรนด์ครีเอทีฟปี 2567 ฉบับเต็มได้ที่นี่

อะโดบีนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ครอบคลุมที่สุดในทุกหมวดหมู่ความคิดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย การออกแบบ วิดีโอ 3D และเทคโนโลยีเสมือนจริง ปลุกพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์สำหรับทุกคน ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.adobe.com

วิธีการวิจัย

เพื่อค้นหาเทรนด์ที่กำลังเติบโตในคอมเมอร์เซียลและการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค อะโดบีได้ใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญของคอมมูนิตี้ Creative Cloud เพื่อระบุเทรนด์ความคิดสร้างสรรค์ที่สำคัญที่สุดสำหรับปี 2567 รายงานนี้พัฒนาขึ้นผ่านการวิจัยอย่างละเอียดโดยใช้ข้อมูลภายในและภายนอก นอกจากนี้ Adobe Stock ยังทำการสัมภาษณ์ในทุกภาคส่วนเพื่อระบุความต้องการด้านวิช่วลของอุตสาหกรรมและแบรนด์ที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งสนับสนุนผลการศึกษาเทรนด์ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง

เกี่ยวกับ Adobe

Adobe กำลังเปลี่ยนแปลงโลกผ่านประสบการณ์ดิจิทัล ข้อมูลเพิ่มเติม: www.adobe.com


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ZTE ร่วมแสดงความยินดี AIS มีลูกค้าใช้ AIS Playbox ครบ 1 ล้านราย

  • AIS Playbox  นวัตกรรมแห่งความบันเทิง ในระบบปฏิบัติการ Android TV ศักยภาพด้านเทคโนโลยีที่เหนือระดับจาก ZTE และ AIS
  • AIS Playbox นำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัย เต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถพิเศษ ที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android TV ตอบสนองความบันเทิงได้ครบทั้ง AIS PLAY, Netflix และฟีเจอร์ต่าง มากมาย 

แซดทีอี คอร์ปอเรชั่น หรือ ZTE ผู้ให้บริการโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารชั้นนำระดับโลก ในฐานะหนึ่งในผู้ส่งมอบอุปกรณ์ AIS PLAYBOX รายหลัก ได้จัดงานร่วมแสดงความยินดีในโอกาสที่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS มีลูกค้าใช้ กล่อง AIS Playbox  ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Android TV จำนวน 1 ล้านราย   พร้อมมอบของที่ระลึก Playbox Android TV และเราเตอร์ สีทองให้เอไอเอส เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา 

นาย อู๋ ซิน รองประธาน แซดทีอี คอร์ปอเรชั่น และรองผู้จัดการทั่วไป ZTE STB Product Line กล่าวว่าในการจัดงานฉลองความสำเร็จครั้งนี้ ระหว่าง AIS และ ZTE  ได้มีตัวแทนมาร่วมแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกในรายละเอียดด้านความร่วมมือกัน จนประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสกับ One Millionth AIS Playbox Commemorative ซึ่งเป็นรางวัลที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จ จากความมุ่งมั่นของ ZTE และ AIS  ที่ร่วมกันทำงานในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยี

AIS Playbox  นวัตกรรมแห่งความบันเทิง ในระบบปฏิบัติการ Android TV  ที่ส่วนหนึ่งใช้ศักยภาพด้านเทคโนโลยีที่เหนือระดับจาก ZTE และ AIS จนสามารถสร้างมาตรฐานความเป็นเลิศในตลาด ได้สำเร็จ โดย AIS Playbox มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย และความสามารถพิเศษมากมาย ในการขับเคลื่อนความบันเทิงรูปแบบต่าง ๆ เช่น AIS PLAY, Netflix และ ฟีเจอร์ต่าง ๆ บนระบบปฏิบัติการ Android TV ทั้งนี้ ZTE ได้นำความเชี่ยวชาญด้านระบบปฏิบัติการ Android TV มาผสานกับแนวคิดเชิงนวัตกรรมของ AIS ในด้าน Set Top Box เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีในปัจจุบัน

สำหรับ ZTE จะยึดมั่นการทำงาน คือความมุ่งมั่น และทุ่มเทในการให้บริการลูกค้าและจะให้ความร่วมมือกับ AIS ในฐานะพันธมิตรธุรกิจ เพื่อค้นหานวัตกรรม และผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ มั่นใจว่าการร่วมมือกันกับ AIS จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของตลาด และขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

วว. จัดสัมมนาฟรี ! การดูแลเครื่องมือวัดมาตรฐานสากล & AI Chatbot

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)  โดย ศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยา (ศทม.) จัดสัมมนาฟรี !  จำนวน  2  เรื่อง ดังนี้

1) การดูแลเครื่องมือวัดตามมาตรฐานสากล  (เครื่องชั่ง เครื่องแก้ว ไฮโดรมิเตอร์) ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 10.00-12.00 .
2) Application of AI Chatbot  for Testing and Calibration Laboratories  ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 10.00-12.00 .

ผู้สนใจเข้าร่วมการสัมมนา สามารถลงทะเบียนภายในงาน Thailand Industrial Fair and Food PACK ASIA 2024 งานแสดงสินค้าเครื่องจักรบรรจุภัณฑ์อาหาร  ณ ไบเทค บางนา หรือสอบถามรายละเอียด ได้ที่ ศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยา วว. โทร.0 2577 9036


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

Thoughtworks ชี้ธุรกิจต้องคำนึงถึงกลยุทธ์ ความปลอดภัย และความรับผิดชอบในการใช้ AI Solutions

กรุงเทพ 10 มกราคม 2567 – Thoughtworks (NASDAQ: TWKS) บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีระดับโลกที่ผสานกลยุทธ์ การออกแบบ และวิศวกรรมเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมดิจิทัล ได้เผยแพร่รายงาน ‘Looking Glass’ ล่าสุดฉบับที่ 4 เพื่อแนะแนวทางให้ธุรกิจสามารถขับเคลื่อนองค์กรไปได้ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และค้นหาโอกาสใหม่ๆ โดยมี 5 มุมมองสำคัญ ที่วิเคราะห์เทรนด์เทคโนโลยี พร้อมชี้โอกาสสำคัญทางธุรกิจและคำแนะนำที่สามารถปรับใช้ได้จริง

Generative Artificial Intelligence (GenAI) กำลังเข้าไปอยู่ในทุกภาคส่วนของธุรกิจ เนื่องจากได้รับการพัฒนาออกมามากขึ้น เข้าถึงได้มากขึ้น และนำไปใช้งานได้มากกว่าเดิม ดังนั้น การมีกลยุทธ์ด้านข้อมูลที่แข็งแกร่งและเป้าหมายที่ชัดเจนจึงมีความจำเป็นเพื่อสร้างโอกาสอันได้เปรียบ อย่างไรก็ตาม GenAI (AI) ไม่ได้แยกแยะว่าผลลัพธ์ที่สร้างขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นดีหรือแย่ ด้วยเหตุนี้การตัดสินใจผิดพลาดจึงเกิดขึ้นได้รวดเร็วยิ่งกว่าก่อนใช้ AI ดังนั้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว ธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับการทำให้ข้อมูลสามารถสืบค้นได้ เข้าถึงได้ มีความน่าเชื่อถือ ทำงานร่วมกันได้ และนำกลับมาใช้ได้ และทั้งหมดนั้นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและตระหนักถึงความเป็นส่วนตัว แพลตฟอร์มข้อมูลที่พัฒนาขึ้นโดยมุ่งแก้ไขปัญหาของผู้ใช้งานเป็นหลัก จึงเป็นรากฐานขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จ

เรเชล เลย์ค็อก ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีของ Thoughtworks กล่าวว่า “แพลตฟอร์มข้อมูลช่วยให้ธุรกิจสามารถรวบรวมข้อมูลเชิงลึก สร้างระบบ AI ที่เชื่อถือได้ ควบคุมความเสี่ยง อีกทั้งยังเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้าง บริหารจัดการ และบังคับใช้หลักธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) ซึ่งประเด็นหลังคือหนึ่งในความท้าทายใหญ่ที่สุดที่หลายองค์กรเผชิญอยู่ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายไม่ได้จบเพียงเท่านั้น การควบคุมแนวทางและผลลัพธ์ของระบบ AI ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวปฏิบัติในการใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบคือเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดผลกระทบจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด”

5 มุมมองสำคัญในรายงาน Looking Glass ประจำปี 2567 ประกอบด้วย

  • AI อยู่ในทุกที่: ความสามารถในการผสานการทำงานเข้ากับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อช่วยให้คนทำงานได้ดีขึ้น จะเป็นกุญแจหลักสู่ความสำเร็จของธุรกิจในอนาคต องค์กรจะต้องใคร่ครวญให้ดีว่าเทคโนโลยีใดก่อให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรและจะมีแนวทางใช้เทคโนโลยีนั้นอย่างไร
  • สร้างมูลค่าจากข้อมูลและแพลตฟอร์ม AI ให้เกิดขึ้นจริง: ในขณะที่ธุรกิจจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ด้าน AI แพลตฟอร์มข้อมูลซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เชื่อถือได้และข้อมูลที่เป็นปัจจุบันคือสิ่งสำคัญสำหรับทุกองค์กร แม้ว่าองค์กรเหล่านั้นไม่ได้วางแผนสร้างแอปพลิเคชัน GenAI ในระยะสั้นก็ตาม
  • การมีปฏิสัมพันธ์ที่ก้าวล้ำขึ้นไปอีก: ทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่การเชื่อมต่อสื่อสารกับผู้ใช้งานด้วยเสียง (Voice Interfaces) ไปจนถึงเทคโนโลยีภาพเสมือนจริง (Extended Reality) จะทำให้โซลูชันที่มีอยู่สร้างประสบการณ์ใช้งานที่หลอมรวมและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับผู้ใช้มากยิ่งขึ้น องค์กรต่างๆ จำเป็นต้องพลิกมุมคิดใหม่ต่อแนวทางการสร้างปฏิสัมพันธ์ เรียนรู้ และสร้างความพึงพอใจให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด
  • การบรรจบกันของโลกจริงและดิจิทัลที่เร็วยิ่งขึ้น: ซอฟต์แวร์เป็นแกนหลักของทุกอย่างตั้งแต่ยานพาหนะไปจนถึงเครื่องใช้ภายในบ้าน และไม่ใช่เฉพาะองค์กรที่เชื่อมต่อกับสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ที่ต้องเชื่อมโยงระหว่างโลกจริงและโลกเสมือนเท่านั้น แต่เราคาดว่าสิ่งนี้จะส่งผลต่อองค์กรใดก็ตามที่ไม่ได้ดำเนินธุรกิจบนแพลตฟอร์มดิจิทัลเต็มรูปแบบด้วยเช่นกัน
  • ให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ: องค์กรจำเป็นต้องวางมาตรการป้องกันอย่างแข็งแกร่งในด้านความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และความยั่งยืน และผสานเข้าไปในแนวทางการปรับใช้งานเทคโนโลยี

Thoughtworks ทำการอัปเดตรายงาน Looking Glass เป็นประจำทุกปี เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสำคัญ และประโยชน์ทางธุรกิจ ผู้สนใจ สามารถติดตามข่าวสารล่าสุด และข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับธุรกิจและอุตสาหกรรม ได้ที่ www.thoughtworks.com/insights/business

ติดตามข้อมูลข่าวสารของ Thoughtworks ได้ทาง website   Twitter LinkedIn และ YouTube


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

วว. ถ่ายทอดองค์ความรู้วิธีการ/เทคนิคการผสมสารฝนหลวงทางเลือก ให้แก่บุคลากรกรมฝนหลวงและการบินเกษตร

ดร.ประทีป  วงศ์บัณฑิต  รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  (อว.)  เป็นประธานเปิดการประชุมถ่ายทอดองค์ความรู้วิธีการและเทคนิคการผสมสารฝนหลวงทางเลือก  ให้แก่บุคลากร กรมฝนหลวงและการบินเกษตร  นำโดย นายฉันติ  เดชโยธิน  ผู้เชี่ยวชาญด้านวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์บรรยากาศประยุกต์  เพื่อเป็นแนวทางในการผลิตสารฝนหลวงทางเลือก  พร้อมนำไปขยายผลและพัฒนาด้านอื่นๆ เพิ่มเติมต่อไป ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้ โครงการการใช้สารฝนหลวงทางเลือกสำหรับการปฏิบัติการฝนหลวง จากพระราชดำริส่วนพระองค์ใน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อสร้างฝนเทียมสำหรับบรรเทาความแห้งแล้งให้กับเกษตรกร

วว. โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ  (ศนว.)  ได้มีโอกาสร่วมนำความรู้ความสามารถทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาช่วยในการวิจัยและพัฒนาสารฝนหลวงทางเลือก เพื่อร่วมสืบสานและต่อยอดโครงการในพระราชดำริดังกล่าว จากการวิจัยและพัฒนาสารฝนหลวงทางเลือกของ วว. ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ประสบผลสำเร็จในการพัฒนาสารฝนหลวงทางเลือกสูตร AR23 ซึ่งผ่านการทดลองในห้องปฏิบัติการและทดลองนำขึ้นปฏิบัติการฝนหลวงไปแล้วนั้น ผลการทดลองที่ได้แสดงให้เห็นว่ามีความเป็นไปได้อย่างมากในการนำสารฝนหลวงทางเลือกที่พัฒนาขึ้น ไปใช้ในการปฏิบัติการฝนหลวงในสภาวะอากาศที่มีความชื้นสัมพัทธ์ต่ำกว่า 60% ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการขึ้นปฏิบัติการได้  โอกาสนี้ ดร.อาริสา  ใจอยู่  นักวิจัยอาวุโส  นายบวร  นฤทัย และนางสาวณัฐพร  ชิติชัยรัตนภูมิ  นักวิจัย  ศนว. ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายถ่ายทอดความรู้ฯ  ในวันที่  9  มกราคม 2567  ห้องประชุม RD 2-3  วว. เทคโนธานี คลองห้า .ปทุมธานี


Exit mobile version