Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

หัวเว่ย ผนึกกำลัง ซินเน็ค เปิดนวัตกรรมใหม่ล่าสุด “HUAWEI IdeaHub”

นายโรเบ็น หวาง ประธานกลุ่มธุรกิจคลาวด์และเอไอ หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด(ที่ 3 จากซ้าย) ร่วมกับ นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (กลาง) จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ “HUAWEI IdeaHub” จออัจฉริยะสุดล้ำ ที่มาพร้อมการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ดีไซน์-สมาร์ท สวยหรูและโซลูชันจอระบบสัมผัส ตอบโจทย์ลูกค้าองค์กรและกลุ่มธุรกิจ โดยใช้ประโยชน์จากโซลูชันสำนักงานที่ช่วยประหยัดพลังงานและมีความยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ ช่วยเร่งกระบวนการทรานสฟอร์มเข้าสู่ยุคดิจิทัลขององค์กรให้เร็วขึ้น โดยมี มาร์กี้-ราศรี บาเล็นซิเอก้า ร่วมงาน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเร็ว ๆ นี้

องค์กรธุรกิจที่สนใจผลิตภัณฑ์ HUAWEI IdeaHub สามารถติดต่อผ่านตัวแทนจำหน่ายซินเน็คฯ ทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.synnex.co.th, fb/synnexthailand หรือโทร Synnex Care 1251


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

วีเอ็มแวร์คาดการณ์ 5 เทรนด์เทคโนโลยีที่องค์กรต้องรู้เพื่อรับมือปีแห่งสถานการณ์ที่ยากจะคาดเดา

บทความโดย นายเอกภาวิน สุขอนันต์ ผู้จัดการวีเอ็มแวร์ประจำประเทศไทย

แน่นอนว่าทุก ๆ ปี แต่ละองค์กรจะต้องมีแผนการทำธุรกิจ ซึ่งในปี 2563 ที่ผ่านมา แต่แผนที่วางไว้กลับไม่สามารถนำมาใช้ได้ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันองค์กรต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ประกาศใช้แผนรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างรวดเร็วและพักแผนงานใหม่ ๆ ไว้ก่อน ซึ่งบางคนอาจคิดว่าปีที่ผ่านมาไม่ได้เป็นปีที่จะเห็นได้เทคโนโลยีเกิดใหม่ด้วยซ้ำ แต่แท้จริงแล้วเรากลับได้เห็นองค์กรต่าง ๆ รับมือความท้าทายที่เกิดขึ้นด้วยการปรับใช้โซลูชันหลากหลาย

ข้อมูลต่อไปนี้ ส่วนหนึ่งได้มาจากการสังเกตการณ์ในปี 2563 และการคาดการณ์ทิศทางของเทคโนโลยีระดับองค์กร 5 เทรนด์ในปี 2564

1. เทคโนโลยี Edge กลายเป็นหน้าด่านสำหรับนวัตกรรมใหม่

สิ่งอัศจรรย์ที่กำลังเกิดขึ้นจากเทคโนโลยี Edge ซึ่งได้ปรากฏให้เราเห็นอย่างชัดเจนในปี 2563 ที่ผ่านมา ตัวอย่างหนึ่งคือการที่ United Overseas Bank (UOB) ซึ่งเป็นธนาคารชั้นนำในเอเชียก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในองค์กรที่เร็วที่สุดในอาเซียน สามารถติดตั้งเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยให้กับเวอร์ชวลเดสก์ท็อป (secure virtual desktop) สำหรับทีมนักพัฒนาไอที 3,000 คน โดยดำเนินการเสร็จในเวลาเพียง 21 วัน จากปกติที่ต้องใช้เวลาถึงสามเดือน

หลายองค์กรในภูมิภาคนี้กำลังลงทุนในเทคโนโลยี Edge ที่มีอยู่แล้ว เพื่อรับมือและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และในปีหน้าเราจะยังคงเห็นการลงทุนที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี Edge อย่างต่อเนื่อง

ความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพของเครือข่ายส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์ของพนักงานและลูกค้า ด้วยเหตุนี้จึงนำไปสู่การเปิดตัว SD-WAN ที่ขยายขอบเขตในเทคโนโลยี Edge ให้กว้างขึ้นไปถึงระดับโฮมออฟฟิศ ด้วย SaaS-delivered solutions (รวมถึงฮาร์ดแวร์) อย่างง่าย จะช่วยปรับปรุงความปลอดภัยและประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้นในทุกที่ที่พนักงานเลือกทำงาน และนี่จะเป็นจุดเริ่มต้นเทรนด์ด้วยโซลูชั่นเหล่านี้เป็นบรรทัดฐาน

นอกจากนี้ ผมคาดหวังว่าองค์กรต่าง ๆ จะนำโซลูชัน Secure Access Service Edge (SASE) มาใช้มากขึ้น เนื่องจากในอนาคตเราจะพึ่งพาแอปพลิเคชันและบริการผ่านโครงสร้างพื้นฐานอันเนื่องมาจากการทำงานของซอฟต์แวร์ การ deployed และการจัดการเพื่ออัปเดตซอฟต์แวร์ เพื่อพัฒนากระบวนการจัดซื้อแบบเดิม องค์กรต่าง ๆ จะสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพและความปลอดภัยได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

เทคโนโลยี Edge กำลังถูกเพิ่มความชาญฉลาดให้มากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความสามารถในการเรียนรู้ ตอบสนองและสามารถปรับใช้ให้เหมาะสมได้อย่างเรียลไทม์ นอกจากนี้เรายังเห็นโอกาสใหม่ ๆ ในการรวมโครงสร้างพื้นฐานเข้าด้วยกัน, ลดจำนวน appliances เฉพาะที่ต้องใช้เพื่อตอบสนองความต้องการด้านเทคโนโลยี ซึ่งถือเป็นการพัฒนาที่น่าตื่นเต้นเนื่องจากเป็นการเปิดประตูสู่โซลูชันอันคุ้มค่าที่นับว่าเป็นการปรับปรุงให้ดีขึ้นไปโดยอัตโนมัติ, ทั้งด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพในขณะเดียวกันก็ลดต้นทุนไปในคราวเดียวกัน

2. การกระจายอำนาจของ Machine Learning

เราเริ่มเห็นการนำ Federated Machine Learning (FML) มาใช้งานในกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ในทุกอุตสาหกรรม องค์กรต่าง ๆ กำลังคิดค้นกระบวนการที่จะทำให้องค์กรสามารถนำข้อมูลมาขับเคลื่อนการตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้นไปพร้อมกับการใช้ประโยชน์จากการตามรอยต้นแบบเทคโนโลยีที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย

ด้วยความสามารถในการประมวลผลได้ทุกที่ การเรียนรู้แบบรวมศูนย์ (Federated Learning) ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถสอนโมเดล ML โดยใช้ชุดข้อมูลที่พวกเขามี โปรเจกโอเพนซอร์ส เช่น FATE และ Kubeflow กำลังได้รับความสนใจ ผมคาดว่าการเกิดขึ้นของแอปพลิเคชันที่ใช้งานง่ายบนแพลตฟอร์มเหล่านี้จะช่วยเร่งให้เกิดการนำไปใช้

จากการนำ ML มาใช้อย่างต่อเนื่องในภูมิภาคนี้ เป็นตัวเร่งให้เกิดการขับเคลื่อนโซลูชันแบบครบวงจรที่ต้องการสร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์ “ผู้ใช้งานทุกคน” องค์กรเหล่านี้จะได้รับประโยชน์จากการใช้ ML โดยไม่ต้องลงทุนสูงสร้างทีมวิทยาการข้อมูล (data science teams) – อันเป็นเรื่องยากที่ท้าทายขององค์กร เนื่องจากปัจจุบันยังขาดแคลนในส่วนของนักวิทยาการข้อมูล

3. แรงหนุนต่ออายุโครงการ Workplace 2.0

จากการแพร่ระบาดของโควิดทำให้เกิดแรงผลักดันมากมายเกี่ยวกับ Workplace 2.0 ขึ้นอีกครั้ง

AR และ VR กำลังได้รับความสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำมาใช้ฝีกอบรมพนักงาน การนำ AR มาใช้ในการนำทาง (เช่น นำมาใช้ค้นหาที่ตั้งสาขาในองค์กร) และในการประชุมออนไลน์ ถึงแม้จะยังต้องการการผลักดันให้เกิดการยอมรับและมีการนำหลักการนี้ไปประยุกต้ใช้มากขึ้น ในปี 2564 เราจะเห็นได้ว่ามีการนำ AR และ VR มาใช้มากขึ้นอันเนื่องมาจากความก้าวหน้าในเทคโนโลยีระดับองค์กรที่มุ่งเน้นในเรื่องของความปลอดภัย, ประสบการณ์ของผู้ใช้งาน และโซลูชันต่าง ๆ เพื่อการบริหารจัดการอุปกรณ์

ช่องว่างที่ใหญ่ที่สุดสำหรับ VR ในความคิดของผมคือ ไม่มี Microsoft PowerPoint ที่รองรับการใช้งาน VR กล่าวอีกนัยหนึ่งในอนาคต หากผมสามารถทำคอนเทนท์ 3 มิติได้อย่างรวดเร็วที่สามารถใช้ใน VR ได้ วันนี้ยังไม่มีเครื่องมือที่ช่วยในการสร้างคอนเทนท์ 3 มิติที่สมบูรณ์ได้ทุกมิติอย่างรวดเร็วที่ใช้ประโยชน์จากภาพพาโนรามา 360 องศา ผ่าน VR ผมหวังว่านี่จะเป็นจุดที่นักพัฒนาเทคโนโลยี AR และ VR จะมุ่งเน้นต่อไปในอนาคต

4. วิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องของความปลอดภัยที่แท้จริงและการปกป้องข้อมูล

ตามรายงานเกี่ยวกับภัยคุกคามทั่วโลกของวีเอ็มแวร์ คาร์บอนแบล็ค (VMware Carbon Black’s Global Threat Report) ฉบับประจำปี 2563 เผยให้เห็นว่า ความถี่ในการโจมตีทางไซเบอร์สูงมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดย 76% ของผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของ APJ ต้องเผชิญกับปริมาณการโจมตีที่เพิ่มขึ้น

ในปี 2564 การให้ความสำคัญในการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ๆ จะกลับมาอีกครั้ง เหตุจากทั้งแรนซัมแวร์และการรักษาความปลอดภัยในระดับ edge เข้ามาอยู่ในความสนใจมากขึ้น จากการประสบการณ์ที่ผ่านมาที่การโจมตีของแรนซัมแวร์ไม่ได้จำกัดเป้าหมายอยู่แค่ฐานข้อมูลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการสำรองข้อมูลและระบบแบ็กอัพอีกด้วย แม้กระทั่งระบบการกู้คืนก็ยังถูกโจมตีอีกด้วย

เราจำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีปกป้องระบบและข้อมูล และกลับมาทบทวนตั้งแต่ต้นว่าการสำรองและกู้คืนระบบมีขอบเขตครอบคลุมถึงอะไรบ้าง โซลูชันเดิม ๆ ที่มีการนำเสนอการป้องกันแบบ static และการกู้คืนจะกลับมาอาจเผชิญกับความชะงักงันอีกครั้งเหมือนในปีที่ผ่านมาก

เมื่อพิจารณาถึงเทคโนโลยี Edge ประกอบกับจำนวนเทคโนโลยีที่ต้องตัดสินใจมีเพิ่มมากขึ้นตามสายงานธุรกิจ – บางครั้งอยู่ในระดับท้องถิ่นและยังไม่มีระบบไอทีเป็นศูนย์กลาง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้สร้างความท้าทายมานานแล้ว เพราะมีการนำสมาร์ทดีไวซ์และอุปกรณ์ต่อเชื่อมมาใช้งานกับ edge อย่างรวดเร็วจนกระบวนการทางไอทีแบบตั้งเดิมไม่สามารถตามได้ทัน ในขณะที่เราพยายามปรับใช้โซลูชันให้สอดคล้องกัน แต่เราก็จำเป็นต้องยอมรับความเป็นจริงที่ว่าความต้องการและความคล่องตัวของธุรกิจอาจขัดแย้งกันได้

ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องพิจารณาเทคโนโลยีที่เปิดกว้างที่สามารถเชื่อมต่อกับ Edge เทคโนโลยี และมีการบังคับใช้นโยบายความปลอดภัยที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับระบบที่มีได้ แทนที่จะโต้เถียงเพื่อสิทธิ์การควบคุม หัวหน้าระบบรักษาความปลอดภัยควรจะยอมกับถึงระดับของความสับสนวุ่นวายที่มี และหันมาคิดริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ โดยมีการรับมือกับความวุ่นวายที่อาจะเกิดขึ้นแทนที่จะเข้าควบคุมแบบเบ็ดเสร็จ

5. ประยุกต์เทคโนโลยีใหม่ เพื่อจัดการความท้าทายเดิมๆ

ในปี 2564 นี้ สิ่งที่เราเคยมองว่าเป็นเรื่องเก่าจะกลายเป็นเรื่องใหม่อีกครั้ง ลองพิจารณาในอีกมุมจะเห็นว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ สามารถมาช่วยแก้ปัญหาเก่า ได้อย่างไรบ้าง

ตัวอย่างเช่น, ในการประมวลผลแบบยั่งยืนมีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในดาต้าเซ็นเตอร์แบบดั้งเดิม โดยปัจจุบันนี้ VMware มีโครงการ xLabs เพื่อช่วยลูกค้าเพิ่มประสิทธิภาพระบบควบคุมลมเย็นและลมร้อนของห้องดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งก่อนหน้านี้มีผลการศึกษาที่เผยให้เห็นถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพโดยผ่านแพลตฟอร์มการบริหารระบบการจัดการความร้อนของดาต้าเซ็นเตอร์

โดยในไม่ช้านี้ ML อาจเข้ามาช่วยปรับปรุงความสามารถในการเข้าถึง และในทางกลับกันจะช่วยลดต้นทุนในการพัฒนาซอฟต์แวร์อีกด้วย

ในปี 2563 ที่ผ่านมาเป็นปีแห่งความก้าวหน้าที่มุ่งมั่น ความท้าทายที่คาดไม่ถึงสอนให้เราวางแผนและออกแบบเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และเราต้องมีความยืดหยุ่นในการปรับตัวให้เข้ากับวิธีการใช้ชีวิตและการทำงานใหม่ ๆ มากยิ่งขึ้น

ในปี 2564 นี้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะนำพาสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาไม่ว่าชีวิตในรูปแบบใหม่จะเป็นเช่นไร และผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นว่าความก้าวหน้าของเทคโนโลยีจะนำพาวิถีแบบใหม่มาให้เราในรูปแบบใด


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) เปิดตัว เบรกเกอร์ EasyPact EZS ที่สุดแห่งความปลอดภัย

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) เปิดตัว EasyPact EZS เบรกเกอร์ MCCBs (Molded-Case Circuit Breakers) ชูจุดเด่น 3 ง่าย

1.ง่ายต่อการเลือกใช้ ผู้ซื้อเลือกใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน คลอบคลุมการใช้งานทั่วไป เพราะรองรับกระแสไฟที่ 100 – 600 แอมป์ มีให้เลือกการเชื่อมต่อแบบ 3 Pole และ 4 Pole ทนกระแสลัดวงจร 25-50 กิโลแอมป์

2.ง่ายในการติดตั้ง เนื่องจากมีขนาด 2 เฟรมทำให้ง่ายต่อการออกแบบตู้ การติดตั้ง และซ่อมบำรุง สามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่างๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำงานที่มากขึ้น เช่น Trip release coils, Auxiliary signaling, contacts และ Rotary handles นอกจากนี้ยังสามารถดูวีดีโอแนะนำการติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่างๆ ได้ผ่าน QR Code บนตัวผลิตภัณฑ์ ช่วยให้ติดตั้งได้อย่างถูกต้อง โดยไม่ต้องค้นหาคู่มือ

3.ง่ายในการใช้งาน เพราะ ทริปยูนิตเป็นแบบ Thermal-magnetic (TMD) ชนิด fixed จึงไม่ต้องเสียเวลาตั้งค่า ช่วยลดความยุ่งยาก และความผิดพลาด การันตีคุณภาพและอายุการใช้งานสูงที่สุดด้วย Ics = 100% Icu ทุกขนาดกระแส

ชอว์ วุน เฮา รองประธานฝ่ายธุรกิจ เพาเวอร์ โพรดักส์ ดูแลกลุ่มคลัสเตอร์ ไทย ลาว และเมียนมา ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เผยว่า “EasyPact EZS จากชไนเดอร์ อิเล็คทริค ฮีโร่ตัวใหม่ ที่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้งาน ในขณะที่ราคาก็เหมาะสมและแข่งขันได้สำหรับอาคารขนาดกลางและขนาดเล็ก เช่น อพาร์ทเม้นท์ โรงแรมขนาดเล็ก อาคารพาณิชย์ เป็นต้น นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ EasyPact EZS ยังผลิตจากเทคโนโลยีที่ทันสมัย ผลิตจากวัสดุคุณภาพเยี่ยม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้รับมาตรฐาน IEC60947-2 และกรีนพรีเมี่ยม ให้ความมั่นใจได้ว่า ผลิตภัณฑ์ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค เป็นผลิตภัณฑ์ให้ประสิทธิภาพการทำงานสูง ทนทาน และรองรับนโยบายอาคารหรือโรงงานมุ่งไปสู่การเป็นอาคารสีเขียวอีกด้วย”

ผลิตภัณฑ์ EasyPact EZS สามารถหาซื้อได้ผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของชไนเดอร์ อิเล็คทริค หรือร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไปทั่วประเทศ


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มว.รุกพัฒนาฐานข้อมูลหนุนโปรแกรมทดสอบความชำนาญ ส่งเสริมคุณภาพห้องปฏิบัติการ

สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พัฒนาฐานข้อมูลโปรแกรมทดสอบความชำนาญ (Thailand Proficiency Testing Program 2021) ซึ่งเป็นโปรแกรมทดสอบความชำนาญ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของห้องปฏิบัติการที่มีคุณภาพ เพื่อแสดงความสามารถด้านการวัดและยังเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่ผู้ตรวจประเมินใช้ในการประเมินความสามารถ และการเปรียบเทียบผลการวัดระหว่างห้องปฏิบัติการ

เนื่องจาก มว.อยู่ในระหว่างจัดตั้งเครือข่ายผู้มีส่วนได้เสียในเรื่องการเปรียบเทียบผลการวัดระหว่างห้องปฏิบัติการและการผลิตวัสดุอ้างอิง เพื่อเป็นเวทีสำหรับผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องในการใช้/พัฒนาโปรแกรมทดสอบความชำนาญและวัสดุอ้างอิง อาทิ ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ทดสอบ, หน่วยรับรอง, หน่วยกำหนดมาตรฐาน, PT provider, RM producer สามารถร่วมกันพัฒนาจัดทำโปรแกรมทดสอบความชำนาญและการพัฒนาวัสดุอ้างอิงของประเทศ

ท่านสามารถทำการค้นหา โปรแกรมทดสอบความชำนาญรายปีได้ที่ http://www.nimt.or.th/pt/

ดังนั้นเพื่อให้การพัฒนาจัดทำโปรแกรมดังกล่าวบรรลุตามวัตถุประสงค์และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ใช้งาน มว. จึงขอเรียนเชิญหน่วยงานที่สนใจเข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่ายผู้มีส่วนได้เสียในเรื่องการเปรียบเทียบผลการวัดระหว่างห้องปฏิบัติการและการผลิตวัสดุอ้างอิงของประเทศ โดยสามารถลงทะเบียนการเป็นสมาชิกภาคีเครือข่ายฯ ผ่านระบบออนไลน์ ที่ http://www.nimt.or.th/partners/


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

Metro Systems มอบอุปกรณ์กีฬาให้แก่ 3 โรงเรียน

บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MSC โดย คุณกิตติ เตชะทวีกิจกุล รองประธานกรรมการ และคุณณรงค์ จารุวจนะ กรรมการ เป็นประธานในโครงการ METRO CARE ฟุตบอลเพื่อรอยยิ้ม โครงการนี้มีวัตถุประสงค์จัดขึ้นเพื่อนำรายได้จากกิจกรรมทั้งหมดไปพัฒนาด้านการกีฬาให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน โดยการร่วมสมทบทุนจากผู้บริหารและเพื่อนพนักงาน ได้ยอดบริจาคเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 130,080 บาท และมอบอุปกรณ์กีฬาให้กับ 3 โรงเรียนที่ขาดแคลน ได้แก่ โรงเรียนบ้านช่องตะเคียน (นครนายก) โรงเรียนวัดวังปลาจีด (นครนายก) และโรงเรียนบ้านคลองตามั่น (ปราจีนบุรี) ด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มจากน้องๆ และการต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

สุดยอดนักธุรกิจวัยทีน เผยไอเดียแผนธุรกิจสร้างสรรค์ พิชิตรางวัลเวที PIM Innovative Biz Plan Challenge 2020

สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) จัดโครงการประกวดการเขียนแผนธุรกิจเชิงสร้างสรรค์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 “PIM Innovative Biz Plan Challenge 2020 ภายใต้หัวข้อ O2O MODEL SCALE UP BIZ เพิ่มมูลค่าธุรกิจ พลิกเศรษฐกิจชุมชน” เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภค เข้ามามีบทบาทในการแข่งขันทางธุรกิจ การมีแพลตฟอร์มของการผสมผสานธุรกิจออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันที่รองรับการเพิ่มมูลค่าของธุรกิจชุมชน ยิ่งทำให้คนรุ่นใหม่มีความฝันอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เกิดแรงบันดาลใจและต่อยอดเศรษฐกิจชุมชนให้เป็นจริง สำหรับเวทีรอบชิงชนะเลิศที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2563ที่ผ่านมา ได้รับเกียรติจาก อาจารย์พรวิทย์ พัชรินทร์ตนะกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ พีไอเอ็ม เป็นประธานในพิธีและมอบรางวัลให้กับผู้ที่ได้รับรางวัล โดยทางบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ร่วมสนับสนุนโปรแกรมการศึกษาดูงานในต่างประเทศให้กับทีมผู้ชนะเลิศ ได้แก่ ทีมนวัตกรรมล้านนา จากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกมัธยม จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับโล่และใบประกาศเกียรติคุณ ทุนการศึกษา และสำหรับทีมรองชนะเลิศอันดับ 1 คือ ทีม Lemniscate จากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย จังหวัดสตูล ทีมรองชนะเลิศอันดับ 2 คือ ทีม The Star Five จากโรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร จังหวัดระยอง ได้รับเงินรางวัล ใบประกาศเกียรติคุณ และทุนการศึกษา ตามลำดับ ซึ่งการแข่งขันในครั้งนื้ จัดโดยศูนย์ PIM Career Academy สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ศูนย์กลางในการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการศึกษาและเยาวชน โดยคุณวรินทรา วิริยา ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร พีไอเอ็ม นำทีมคณะผู้จัดงาน เปิดรับสมัครผู้เข้าประกวดตามภูมิภาคต่างๆ ทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ รวมผู้เข้าร่วมการประกวดกว่า 600 คน จำนวน 95 โรงเรียน รวม 127 ทีม จากทั่วประเทศ

ตลอดระยะเวลาของการดำเนินงาน โครงการประกวด PIM Innovative Biz Plan Challenge 2020 ใน 6 ภูมิภาค เริ่มต้นด้วยการอบรม ติดอาวุธเสริมความรู้ด้านธุรกิจให้กับผู้เข้าประกวดทุกคนได้เข้ามีส่วนร่วม เพื่อเรียนรู้การเขียนแผนธุรกิจรวมถึงกิจกรรมภาคปฏิบัติจริง Workshop สุดเข้มข้น จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้าน BUSINESS MODEL พร้อมทั้งฟังประสบการณ์ เส้นทางความสำเร็จเจ้าของธุรกิจตัวจริง เสียงจริง จนเกิดความเข้าใจ มั่นใจ เพื่อรวมพลังสมองของแต่ละทีม เข้าสู่กระบวนการคัดเลือกเป็นตัวแทนระดับภูมิภาค สำหรับการอบรมช่วง“The Inspiration” ได้รับเกียรติจากเครือข่ายพันธมิตรแวดวงธุรกิจชื่อดัง สนับสนุนร่วมเป็น Guest Speaker ในแต่ละภูมิภาค นำโดย คุณรัชวุฒิ พิชยาพันธ์ Chief Executive Officer & Co – Founder บริษัท ฟิกซิ จำกัด, ดร.วาริน รัชนานุสรณ์ Chief Operation Officer, Mellow Innovation, คุณธนพันธ์ วงศ์ชินศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท Penguin Group จำกัด และ บริษัท Penguin Digital จำกัด เจ้าของร้าน Penguin Eat Shabu, คุณปริญญ์ สุขสมิทธ์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ฟีนิกซ์ ลาวา จำกัด คุณรังสรรค์ พรมประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิวคิว (ประเทศไทย) จำกัด และ คุณอยุทธ์ พจน์อนันต์ Co-Founder Shinsen Fish Market

ด้านคณะกรรมการตัดสินในการจัดโครงการครั้งนี้ นอกจากวิทยากรมืออาชีพ ยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านการทำธุรกิจและคณาจารย์จากคณะบริหารธุรกิจ พีไอเอ็มให้เกียรติเป็นกรรมการ ผสานการพิจารณาตัดสินทั้งเชิงภาคธุกิจ ภาควิชาการอย่างครอบคลุม อาทิ คุณศุภฤกษ์ อาจราชกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน), คุณธนพันธ์ วงศ์ชินศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท Penguin Group จำกัด และ Penguin Digital จำกัด เจ้าของร้าน Penguin Eat Shabu, คุณปริญญ์ สุขสมิทธ์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ฟีนิกซ์ ลาวา จำกัด, คุณรังสรรค์ พรมประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิวคิว (ประเทศไทย) จำกัด, คุณปวีย์ภัทร วัฒนศิริเศรษฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิวูด จำกัด และรองเลขาธิการหอการค้าจังหวัดชลบุรี ฝ่ายอุตสาหกรรม คุณวัชระ พรหมพันธุ์ รองประธานหอการค้าจังหวัดพังงา ฝ่ายเทคโนโลยีและนวัตกรรม ประธานกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC หอการค้าจังหวัดพังงา, อาจารย์.ดร. เพ็ญพัตรา ทาสระคู รองหัวหน้าสาขาวิชาการจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่ คณะบริหารธุรกิจ พีไอเอ็ม, อาจารย์กฤตภพ วรอครรธรรม อาจารย์ประจำสาขาวิชาการจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่ คณะบริหารธุรกิจ พีไอเอ็ม, อาจารย์วรรณนัฎฐา ขนิษฐบุตร รองหัวหน้าสาขาวิชาการจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่ คณะบริหารธุรกิจ พีไอเอ็ม ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ได้เฟ้นหาสุดยอด “นักธุรกิจวัยทีน” ที่คิดค้นไอเดียได้สุดเจ๋ง สร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบจำลองได้สอดคล้องกับโจทย์ จากโครงการดังกล่าว ตามลำดับดังนี้

ทีมชนะเลิศ ได้แก่ ทีมนวัตกรรมล้านนา ผลงาน : แต๋นแท่งน้ำซอส
โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกมัธยม จังหวัดเชียงใหม่
แต๋นแท่งน้ำซอส คือ ข้าวแต๋นรูปแบบใหม่ชนิดแท่ง ทานง่าย ซอสประกอบไปด้วย แกงฮังเล น้ำพริกอ่อง สังขยามันม่วงสามารถนำไปรับประทานได้หลายรูปแบบ เช่น ทานเป็นอาหารคาวกับสลัดแกงต่างๆ หรือทานเป็นขนมหวานกับไอติม และกินเป็นอาหารว่าง ซึ่งทำออกมาในรูปแบบแท่งเพื่อสะดวกต่อการรับประทาน
ทีมชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 20,000 บาท, ตั๋วเครื่องบินไป – กลับ พร้อมที่พักในการศึกษาดูงานบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์และคู่ค้าพันธมิตร ณ ประเทศญี่ปุ่น โล่และใบประกาศเกียรติคุณ รวมถึงผู้เข้าแข่งขันทุกคนในทีมรับสิทธิในการเลือกศึกษาต่อปริญญาตรี ทุนการศึกษาคณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่ หลักสูตรนานาชาติ มูลค่า 381,000 บาทต่อคน หรือ หลักสูตรภาษาไทย มูลค่าทุนละ 278,000 บาทต่อคน

ทีมรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม Lemniscate ผลงาน : GOHAN แผ่นห้ามเลือดจากแป้งข้าวจ้าว
โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย จังหวัดสตูล
GOHAN แผ่นห้ามเลือดจากแป้งข้าวจ้าว คือ แผ่นห้ามเลือด ผลิตภัณฑ์นี้เพิ่มมูลค่าให้กับชุมชน ลดการนำเข้าจากตปท. รับซื้อข้าวจากชาวนา ผลิตภัณฑ์มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถย่อยสลายได้ ช่วยสมานแผลวิธีใช้งานคือ ดึง ลอก แปะ ป้องกันน้ำและเชื้อโรค ย่อยสลายได้ มีรูระบายอากาศได้ดี ไม่เกิดแผลกดทับ ทีมรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 15,000 บาท ใบประกาศเกียรติคุณ รวมถึงผู้เข้าแข่งขันทุกคนในทีมรับสิทธิในการเลือกศึกษาต่อปริญญาตรี ทุนการศึกษาคณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่ หลักสูตรนานาชาติ มูลค่า 190,500 บาทต่อคน หรือ หลักสูตรภาษาไทย มูลค่า 252,000 บาทต่อคน

ทีมรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม The Star Five ผลงาน : BOOTSCY ครีมขัดรองเท้า
โรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร จังหวัดระยอง
BOOTSCY ครีมขัดรองเท้า คือ ครีมขัดรองเท้าผลิตภัณฑ์ที่ทำจากน้ำมันเครื่องที่ผ่านใช้งานมาเเล้ว เเละมีส่วนผสมจากเทียนเเละน้ำมันมะกอก นำน้ำมันเครื่องที่ผ่านการใช้แล้วมาผ่านกระบวนการคิดจนกลายเป็นครีมขัดรองเท้าที่ปราศจากการปรุงแต่งด้วยสารเคมีอื่นๆ นอกจากน้ำมันเครื่องไม่ก่อให้เกิดอันตรายจนกลายเป็นครีมขัดรองเท้าที่มีคุณภาพและราคาย่อมเยา ไม่มีอันตรายต่อผู้ใช้เเละรองเท้า เเละมีเนื้อครีมที่นุ่มใช้ง่าย เหมาะกับรองเท้าหนังสีดำเท่านั้น ทีมรองชนะเลิศอันดับ 2 จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 10,000 บาท ใบประกาศเกียรติคุณ รวมถึงผู้เข้าแข่งขันทุกคนในทีมรับสิทธิในการเลือกศึกษาต่อปริญญาตรี ทุนการศึกษาคณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่ หลักสูตรนานาชาติ มูลค่า 114,300 บาทต่อคน หรือ หลักสูตรภาษาไทย มูลค่า 224,000 บาทต่อคน

พีไอเอ็มขอชื่นชมและสนับสนุน เยาวชนรุ่นใหม่ ผู้เข้าร่วมประกวดทุกคนที่กล้าลงมือทำตามความฝัน สู่การเป็น สุดยอดนักธุรกิจวัยทีน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประกวดในครั้งนี้จะเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนนำความรู้ที่ได้รับจากโครงการฯ สร้างสรรค์แนวคิดเชิงนวัตกรรม พัฒนาไปสู่แนวทางในการริเริ่มทำธุรกิจ ในอนาคตต่อไป


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ด่วน! เลื่อนแล้วงาน Maker Flash งานแสดงสิ่งประดิษฐ์เมกเกอร์เพื่อการเรียนรู้และพัฒนาเทคโนโลยีสร้างสรรค์

กระทบอีกหนึ่งงานจากผลการแพร่ระบาดระลอกล่าสุดของไวรัสโควิด 19 ส่งผลให้งาน Maker Flash 2021 “งานแสดงสิ่งประดิษฐ์เมกเกอร์เพื่อการเรียนรู้และพัฒนาเทคโนโลยีสร้างสรรค์” ที่เดิมประกาศจัดในวันที่ 30 และ 31 มกราคม 2564 จำเป็นต้องเลื่อนออกไปอีก 4 เดือน โดยทางผู้จัดได้เลื่อนกำหนดการเป็นวันเสาร์ที่ 26 และวันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน 2564 เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อถึงเวลาดังกล่าวภาครัฐจะสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้แล้ว

ดังนั้นกิจกรรมต่างๆ ทั้งการแข่งขันหุ่นยนต์และเวิร์กช็อปทุกหัวข้อ ก็ได้รับการขยายเวลาการรับสมัครออกไปอีกเช่นกัน ท่านที่สนใจสามารถเข้าไปลงทะเบียนเข้าร่วมกันได้ รวมทั้งเมกเกอร์และนักประดิษฐ์ที่กำลังมองหาเวทีสำหรับแสดงผลงานของตัวเอง ก็สามารถเข้าไปกรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอพื้นที่แสดงผลงานได้ฟรีในหัวข้อ Hello Maker ได้เช่นกัน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.makerflash.com


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

สมาคมแพทย์ผิวหนังฯ เปิดเว็บเพจและคลิปวิดีโอป้องกันโควิด-19 พร้อมแนะนำการใช้หน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์ที่ถูกวิธี

สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยตระหนักถึงความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ ที่เราทุกคนมีส่วนช่วยสกัดกั้นการแพร่ระบาดของการติดเชื้อโควิด-19 ไม่ให้หนักหน่วงไปกว่านี้ และได้จัดทำคลิปวิดีโอรณรงค์การป้องกันโควิด-19 ประชาชนทั่วไป COVID-19 Fighting By DST โดยคณะแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการบริหารสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย สามารถรับชมได้ที่ลิงค์ https://youtu.be/z3w2Rr6nfVw โรคผิวหนังที่ไม่เร่งด่วนสามารถดูแลตัวเองที่บ้าน หรือหากไม่แน่ใจ สอบถามที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ “ครบเครื่องเรื่องผิวหนัง” สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยhttps://www.facebook.com/allaboutskin.thaiderm456

ศ.พญ.กนกวลัย กุลทนันท์ นายกสมาคมแพทย์ผิวหนังไทยแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่ทั่วโลกเข้าสู่ภาวะวิกฤตจากการติดเชื้อโควิด-19( COVID -19 ) ถือเป็นโรคติดต่ออันตราย ซึ่งประชาชนทุกคนต่างต้องระมัดระวังตนเองเป็นอย่างมาก เพื่อป้องกันมิให้ได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย ทั้งทางเดินหายใจ หรือ จากการสัมผัสถูกสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย การป้องกันตนเองประกอบไปด้วยการล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่ หรือ แอลกอฮอล์เจล และการใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งในเวลานี้ประชาชนต่างดูแลตนเองอย่างระมัดระวัง แต่หากการป้องกันตัวเองแบบผิดวิธี นอกจากจะไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อได้แล้ว ยังส่งผลให้เกิดผลเสียข้างเคียงได้อีก

หลักการใส่หน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี ต้องเน้นความสะอาดของหน้ากากอนามัย ซึ่งมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้เชื้อจากผู้ป่วยติดต่อสู่ผู้อื่น และยังป้องกันมิให้มีการรับเชื้อจากผู้ป่วยเข้าสู่ร่างกายเราเช่นกัน ดังนั้นหน้ากากอนามัยที่ดีจะต้องมีความสะอาด ได้มาตรฐานสามารถป้องกันเชื้อโรคจากสารคัดหลั่งจากผู้ป่วยได้ การซื้อหน้ากากอนามัยจะต้องหาซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือ ถูกหลักการป้องกันโรค และเมื่อมีการสัมผัสถูกสารคัดหลั่งจากผู้ป่วยแล้ว ไม่ควรนำกลับมาใช้อีก ควรเปลี่ยนเป็นอันใหม่ที่สะอาดเพื่อความปลอดภัย ทุกครั้งที่ทิ้งหน้ากากอนามัยควรทิ้งในอุปกรณ์ที่ปิดมิดชิด เพื่อป้องกันผู้อื่นมาสัมผัสและได้รับเชื้อนั้นไป การซักหน้ากากอนามัยควรทราบว่าหน้ากากชนิดไหนซักได้ หรือซักไม่ได้ เช่น หน้ากากที่ตัดเย็บมาจากผ้าสามารถนำมาซักได้ ควรใส่วันต่อวัน ซักและตากแดดทุกวัน ต่างจากหน้ากากอนามัยที่เป็นหน้ากากทางการแพทย์ (Surgical mask ) การซักจะทำให้ความสามารถในการป้องกันเชื้อลดลงอย่างมาก

ศ.พญ.กนกวลัย กล่าวต่อว่า ช่วงที่โควิด-19 (Covid-19) ระบาด พบว่าหลาย ๆ คน มีผิวมือและนิ้วมือแตกแห้งเนื่องจากพวกเรามีความจำเป็นต้องล้างมือบ่อยขึ้นและใช้แอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์แทบจะตลอดเวลา จึงขอแนะนำวิธีการล้างมือให้ถูกวิธีร่วมกับการใส่หน้ากากอนามัยและมีระยะห่างระหว่างบุคคล โดยเฉพาะเรื่องของ Social Distancing เป็นวิธีที่ป้องกันการแพร่กระจายไวรัสได้ดีที่สุด แต่การล้างมือถ้าแค่ผ่านน้ำ เอามือถูสบู่แบบปกติไม่เพียงพอที่จะฆ่าเชื้อได้

การล้างมือควรหัดให้เป็นนิสัย มี 7 ขั้นตอน คือ 1.ฝ่ามือถูฝ่ามือ 2.ฝ่ามือถูหลังมือและซอกนิ้ว 3.ฝ่ามือถูฝ่ามือและนิ้วถูซอกนิ้ว 4.หลังนิ้วถูฝ่ามือ 5.ถูนิ้วหัวแม่มือโดยรอบด้วยฝ่ามือ 6.ปลายนิ้วมือถูขวางฝ่ามือ 7.ถูรอบข้อมือ ใช้สารล้างชำระล้าง ไม่ว่าจะเป็นสบู่ธรรมดาหรือสบู่ฆ่าเชื้อ ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นน้ำอุ่น น้ำอุณหภูมิปกติก็ได้ แต่ต้องใช้เวลานานพอที่จะฆ่าเชื้อทัน คือ 20 วินาที หรือถ้าไม่ได้จับเวลาให้ร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์หรือเพลงช้างไปด้วย 2 รอบ หลังล้างมือควรเช็ดให้แห้งด้วยกระดาษ หรือผ้าส่วนตัวไม่ควรใช้ร่วมกับผู้อื่น

ส่วนแอลกอฮอล์ นั้นในสภาวะที่เราไม่สามารถล้างมือถูสบู่ได้ เราสามารถใช้แอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ เคลือบมือได้ การใช้ “เจลล้างมือแอลกอฮอล์” ที่ถูกต้องจริง ๆ สามารถใช้บ่อยครั้งได้เท่าที่ต้องการเหมือนกับการล้างมือด้วยสบู่และน้ำ ในการใช้เจลล้างมือแอลกอฮอล์ให้ได้ผลดีมีประสิทธิภาพนั้น ต้องใช้ในจำนวนที่ไม่น้อยเกินไปประมาณ 3-5 ซีซี กดลงฝ่ามือแล้วถูให้ทั่วทั้งฝ่ามือ หลังมือ และข้อมือให้ชุ่ม เหมือน 7 ขั้นตอนของการล้างมือ แล้วปล่อยให้มือแห้งไปตามอากาศเอง โดยห้ามเช็ดเจลออกเด็ดขาด ระยะเวลาในการใช้เจลควรอยู่ที่ 15-20 วินาที ขอเน้นว่าแอลกอฮอล์ต้องอย่างน้อย 70 เปอร์เซ็นต์ ถึงจะฆ่าเชื้อได้ แต่ถ้าเปอร์เซ็นต์สูงมากไปก็ไม่ดี เนื่องจากแอลกอฮอล์ระเหยได้เร็ว ทำให้เวลาฆ่าเชื้อไม่พอและระคายเคืองต่อผิวหนัง


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

CIBA DPU ผนึก มอ.เปิดหลักสูตรพยาบาลศาสตร์นานาชาติ รุ่นแรกเปิดสอนปี 2564 ชูจุดเด่นหลักสูตร สร้างพยาบาลมี DNA ผู้ประกอบการ พร้อมสมรรถนะหลากหลายในการประกอบอาชีพ

ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) หรือ DPU เปิดเผยว่า CIBA DPU ได้ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ กับ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ในการผลิตพยาบาลศาสตร์หลักสูตรนานาชาติ โดยเบื้องต้นจะเปิดรับนักศึกษาจีน จำนวน 30 คน ทั้งนี้ ในส่วนของ CIBA DPU จะปลูกฝัง DNA ความเป็นผู้ประกอบการให้กับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 โดยผ่านการเรียนวิชาด้านผู้ประกอบการ ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรมธุรกิจ เพื่อให้นักศึกษาได้เข้าถึงความรู้สึกของลูกค้า การคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม เป็นต้น โดยมีการดำเนินการสอนจากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งเชิญวิทยากรแต่ละแขนงเข้ามาปลุกไอเดียธุรกิจให้นักศึกษา และจำลองการสร้างธุรกิจด้วยตนเองด้วย

ผศ.ดร.ศิริเดช กล่าวด้วยว่า สำหรับการลงนาม MOU ครั้งนี้ นับเป็นความร่วมมือของสองมหาวิทยาลัยที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการบูรณาการข้ามศาสตร์ โดยมอ.จะมีความโดดเด่นด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ เช่น ด้านการแพทย์ การพยาบาล เป็นต้น สำหรับ CIBA DPU นั้น มีความโดดเด่นด้านการสร้างธุรกิจสร้างมืออาชีพ โดยจะปลูกฝังทักษะความเป็นผู้ประกอบการให้กับนักศึกษา เมื่อผนึกทั้งสองศาสตร์รวมกัน นักศึกษาจะมีสมรรถนะและทักษะที่หลากหลายมากขึ้น

“สายวิชาชีพพยาบาลศาสตร์ยังคงเป็นที่ต้องการสูงของตลาดแรงงานไทยและต่างประเทศ เมื่อผนวกศาสตร์ความเป็นผู้ประกอบการเข้าไป จะทำให้หลักสูตรพยาบาลศาสตร์มีความพิเศษมากขึ้น สำหรับข้อดีของการเรียนในหลักสูตรนี้ คือ นอกเหนือจากความรู้ความสามารถทางด้านวิชาชีพพยาบาล บัณฑิตยังจะมีสมรรถนะที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะทักษะด้านการเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งทำให้หลังจากบัณฑิตจบการศึกษาแล้วสามารถเลือกประกอบอาชีพได้หลากหลายขึ้น รวมทั้งการสร้างธุรกิจส่วนตัวที่เกี่ยวเนื่องกับวิชาชีพพยาบาล อาทิ เปิด Healthcare ศูนย์ดูแลผู้สูงวัย หรือเปิดสถานความงาม เป็นต้น” ผศ.ดร.ศิริเดช กล่าว

สำหรับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์โดย รศ.ดร. นงนุช บุญยัง คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวถึงความร่วมมือว่า คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้จัดการศึกษาพยาบาลศาสตร์ ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ในส่วนของปริญญาโทและปริญญาเอกมีการจัดการเรียนการสอนสำหรับทั้งนักศึกษาไทยและนานาชาติ ครั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นับเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่ง ในการรับนักศึกษาจากประเทศจีน จำนวน 30 คน มาเรียนในหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตหลักสูตรนานาชาติ ซึ่งใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอน โดยจะสะท้อนให้เห็นถึงการศึกษาที่ไร้พรมแดน นักศึกษาจะได้ฝึกปฏิบัติการโดยตรงกับครูอาจารย์ ฝึกปฏิบัติทั้งในเครื่องจำลอง และในสถานการณ์จริง


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

คาลเท็กซ์ เปิดตัวแอปพลิเคชัน CaltexGO แอปฯ ครบวงจร เพื่อการชำระเงินค่าน้ำมัน

นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ที่ 4 จากซ้าย) พร้อมคณะ เยี่ยมชมสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ สาขาไฮเท็กซ์ เพชรพระเทพ และรับชมการสาธิตการใช้งานแอปพลิเคชัน CaltexGO ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือเพื่อการชำระเงินค่าน้ำมัน และสะสมคะแนนร่วมกับลอยัลตี้โปรแกรม (Loyalty Program) ได้ภายในแอปฯ เดียว ภายใต้แนวคิด สมาร์ท จ่ายไว ไร้สัมผัส โดยการสาธิตแอปฯ ดังกล่าว ดำเนินการภายในบริเวณเขตชำระเงินที่จัดไว้ซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้กับร้านสะดวกซื้อภายนอกบริเวณอันตรายตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมี นางอลิซ พอตเตอร์ ประธานกรรมการและผู้จัดการใหญ่ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด (ที่ 4 จากขวา) ผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมันคุณภาพระดับโลกภายใต้แบรนด์ “คาลเท็กซ์” และคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ ณ สถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ สาขาไฮเท็กซ์ เพชรพระเทพ จังหวัดกรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้


 

Exit mobile version