Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จับมือ วิทยาลัยเทคโนโลยีไออาร์พีซี เดินหน้าต่อยอดด้านการศึกษาสำหรับอุตสาหกรรมในอนาคต

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ลงนามความร่วมมือกับวิทยาลัยเทคโนโลยีไออาร์พีซี (IRPC Technological College) หรือ IRPCT โดยเป็นความร่วมมือทางวิชาการ โดยความร่วมมือในครั้งนี้ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันสำหรับการจัดการพลังงาน และระบบออโตเมชัน ด้านวิศวกรรมไฟฟ้า พลังงาน และเมคคาทรอนิกส์ เพื่อช่วยเสริมความเข้มข้นด้านวิชาการให้วิทยาลัยเทคโนโลยีไออาร์พีซีสามารถพัฒนาทักษะด้านอุตสาหกรรม 4.0 ให้กับนักศึกษา ด้วยความเชี่ยวชาญระดับโลกด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชัน ที่ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก นอกจากนี้ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยังมอบเทคโนโลยีแห่งอนาคต นวัตกรรมต่างๆ ที่ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้คิดค้นให้กับอาจารย์และนักศึกษาได้เรียนรู้ ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดเป็นผลลัพธ์ด้านนวัตกรรมอันหลากหลายที่เป็นประโยชน์ในแวดวงอุตสาหกรรมและพลังงานในอนาคต

นายสเตฟาน นูสส์ ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ ดูแลประเทศไทย ลาว และเมียนมา ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เผยว่า “ความต้องการทักษะด้านดิจิทัลเพิ่มขึ้นในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา โดยเทคโนโลยีในอุตสาหกรรม 4.0 กำลังเร่งการเปลี่ยนแปลงนี้ให้เร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทักษะทางเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น การเขียนโปรแกรม นับเป็นที่ต้องการในตลาดอย่างมาก รวมไปถึงทักษะต่างๆ เช่น การคิดเชิงวิเคราะห์ การประมวลผลข้อมูลที่ซับซ้อนซึ่งจะได้รับความต้องการเพิ่มขึ้นในยุค 4.0 นี้เช่นกัน”

เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรม มีความจำเป็นต้องมีบทบาทเชิงรุกในการยกระดับบุคลากรในอนาคต ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จึงมองเห็นว่าการสนับสนุนด้านการศึกษาจะช่วยพัฒนาทักษะของนักศึกษาในวันนี้ จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศในวันหน้าให้ตอบโจทย์ความต้องการในตลาดได้

แม้ทุกวันนี้จะมีความกังวลว่าระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรม 4.0 จะเข้ามาแทนที่งานแบบเดิม แต่จากที่ผ่านมาแสดงให้เห็นได้ว่า เทคโนโลยีเหล่านี้กลับช่วยเสริมความสามารถให้กับมนุษย์ และเพิ่มขีดความสามารถให้กับพนักงาน ซึ่งโรงงานอัจฉริยะจะใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ ช่วยในการทำงานอัตโนมัติที่ซ้ำซากจำเจ ในขณะที่ช่วยให้พนักงานสามารถมุ่งเน้นงานที่ต้องใช้เหตุผลและทักษะมากขึ้น

“นอกจากนี้ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ยังช่วยให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย อย่างวิกฤติโควิด 19 ที่ทุกประเทศได้เผชิญหน้าอยู่ในขณะนี้ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้สามารถรีโมทเข้าไปมอนิเตอร์ ควบคุมกระบวนการผลิต ช่วยให้ผู้ดูแลสามารถวิเคราะห์แนวโน้มการผลิต หรือสั่งให้กระบวนการเป็นไปโดยอัตโนมัติ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ช่วยเว้นช่องว่าง ระยะห่างในการพบปะกันระหว่างพนักงานได้อย่างดี และปลอดภัยได้ในทุกๆ กระบวนการในโรงงาน ถ้ามีการวางแผน และออกแบบการใช้งานเทคโนโลยีที่ถูกต้องและเหมาะสม”

เกี่ยวกับชไนเดอร์ อิเล็คทริค

เป้าหมายหลัก ของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค คือการช่วยให้ทุกคนใช้พลังงานและทรัพยากรได้เกิดประโยชน์สูงสุด เชื่อมโยง ความก้าวหน้าและความยั่งยืนเพื่อประโยชน์ของทุกคน เราเรียกสิ่งนี้ว่า Life Is On

ภารกิจของเรา คือ การเป็นพันธมิตรด้านดิจิทัล เพื่อสร้างประสิทธิภาพและความยั่งยืน

เราขับเคลื่อนการปฏิรูปสู่ดิจิทัลด้วยการผสานรวมเทคโนโลยีชั้นนำของโลกด้านพลังงานและกระบวนการจัดการ เชื่อมต่อจากปลายทางไปยังคลาวด์ เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ ระบบควบคุม รวมถึงซอฟต์แวร์และการบริการครอบคลุมตลอดวงจรการทำงานทั้งหมด เพื่อสร้างศักยภาพสูงสุดในการบริหารจัดการองค์กร สำหรับที่อยู่อาศัย อาคาร ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรม

เราคือบริษัทระดับโลกที่มีการดำเนินงานในระดับท้องถิ่นมากที่สุด เราสนับสนุนมาตรฐานระบบเปิดและสนับสนุนกลยุทธ์การสร้างระบบนิเวศของคู่ค้าซึ่งมีความมุ่งมั่นในการทำตามวัตถุประสงค์อย่างมีเป้าหมายร่วมกัน


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

CIBA DPU เผย จีนมีแนวโน้มขึ้นเป็นผู้นำโลก หลังเปิดตัวเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวเตอร์ ประมวลผลเร็วขั้นเทพ

ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) หรือ DPU เปิดเผยว่า สาธารณรัฐประชาชนจีนถูกจับตามองจากทั่วโลกอีกครั้ง หลังจากประกาศเปิดตัวต้นแบบควอนตัมคอมพิวเตอร์ เมื่อปลายปี 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีขั้นสูงนี้ อาจทำให้จีนก้าวนำสหรัฐอเมริกาในด้านเทคโนโลยีและทยานขึ้นสู่ผู้นำโลกในอนาคต ทั้งนี้ควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่ทีมวิจัยของจีนสร้างขึ้น ต้องใช้ความพยายามในการศึกษาและพัฒนากว่า 20 ปี เพื่อสร้างต้นแบบควอนตัมคอมพิวเตอร์ ที่มีความเร็วกว่าซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลก ณ ปัจจุบันถึง 100 ล้านล้านเท่า อีกทั้งยังสามารถประมวลผลเร็วกว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาด 53 คิวบิทที่พัฒนาโดย Google ถึง 10,000 ล้านเท่าและยังมีระบบความปลอดภัยสูงด้วย

ผศ.ดร.ศิริเดช กล่าวอีกว่า จากการทำสงครามการค้าระหว่างจีนกับอเมริกามาอย่างยาวนาน ทำให้จีนรู้จุดแข็งและจุดอ่อนของคู่แข่ง จีนจะแซงหน้าประเทศมหาอำนาจตะวันตกได้ต้องมีเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำกว่า ดังนั้นเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่จีนคิดค้นจนประสบความสำเร็จ อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้จีนบรรลุไปสู่เป้าหมาย ทั้งนี้เมื่อผู้นำทางเทคโนโลยีเปลี่ยน ขั้วผู้นำประเทศมหาอำนาจก็ต้องเปลี่ยนตาม ในส่วนของการเตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของผู้นำโลกนั้น จำเป็นต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจสังคม วัฒนธรรม มุมมอง และแนวคิดในการทำธุรกิจ รวมถึงการสร้างความเข้าใจเทคโนโลยีของประเทศดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ตาม การเป็นผู้ประกอบการในอนาคต ต้องเข้าใจ เข้าถึงลูกค้า เข้าใจเทคโนโลยีใหม่ และนำมาปรับใช้กับธุรกิจในแบบของไทย ธุรกิจจึงจะไปต่อได้ในยุคที่ขั้วอำนาจเปลี่ยน

“ฝากถึงนักเรียนที่กำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี การเตรียมตัวรับมือการเปลี่ยนแปลงของโลกเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราอยู่รอดได้ในทุกยุค นอกจากนี้การเรียนรู้วัฒนธรรมและสังคมของประเทศที่กำลังจะเป็นผู้นำของโลก จะทำให้เราได้เปรียบ ทั้งทางด้านความคิดและมุมมองในการทำการค้า จะทำให้เราเข้าใจคู่ค้าได้มากขึ้น ดังนั้นการเลือกเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยที่เอื้อต่อการเข้าใจสังคมและวัฒนธรรมของทั้ง 2 ฝั่ง คือ ทั้งของประเทศตะวันตกและตะวันออก จะเป็นประโยชน์มากในอนาคต อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าสาขาการเรียนที่กำลังเป็นที่ต้องการในตลาดในอนาคตหลังเกิดการเปลี่ยนแปลงอำนาจของโลก ได้แก่ วิทยาการคอมพิวเตอร์ และสาขาที่เกี่ยวข้องกับไอที ส่วนศาสตร์ของการบริหารธุรกิจ ก็สำคัญเช่นเดียวกัน เพราะเป็นศาสตร์ที่อยู่คู่กับทุกยุคทุกสมัยและทุกการเปลี่ยนแปลงเพราะทุกอย่างต้องอาศัยการบริหารจัดการ” ผศ.ดร.ศิริเดช กล่าวในตอนท้าย


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ฟื้นตัวหรือสะดุด จับชีพจรตลาดอสังหาฯ 3 จังหวัดท่องเที่ยวท่ามกลางโควิด-19 ระลอกใหม่

หลังจากหลายฝ่ายตั้งความหวังไว้ว่าปี 2564 น่าจะเป็นการเริ่มต้นศักราชใหม่ที่เศรษฐกิจมีโอกาสฟื้นตัวและขับเคลื่อนธุรกิจทุกภาคส่วนให้กลับมาเติบโตได้อีกครั้ง เมื่อมีสัญญาณบวกจากการพัฒนาวัคซีนต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 และแผนการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับประเทศไทยและสร้างความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจทุกภาคส่วน แต่การแพร่ระบาดระลอกใหม่เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ได้ทำให้ทั้งประเทศต้องปรับแผนใหม่อีกรอบแบบไม่ทันตั้งตัว

ในขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์นั้นเมื่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเริ่มกลับมาในช่วงแรก ทำให้ผู้พัฒนาอสังหาฯ ต่างขนโปรโมชั่นลด แลก แจก แถมออกมาเพื่อกระตุ้นกำลังซื้ออย่างต่อเนื่อง พร้อมวางแผนเปิดตัวโครงการต่าง ๆ มาเจาะกลุ่มผู้ซื้อที่เป็นผู้อยู่อาศัยจริง (Real Demand) เพิ่มขึ้นในปี 2564 แม้การแพร่ระบาดระลอกใหม่นี้จะทำให้แผนธุรกิจต้องสะดุดไปบ้าง แต่คาดว่าสถานการณ์จะไม่หยุดชะงักกินระยะเวลายาวนานเหมือนรอบที่ผ่านมา

นางกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทยของดีดีพร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า “การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ในไทย ถือเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อการเติบโตของตลาดอสังหาฯ ปีนี้ ผู้ประกอบการหลายรายจำเป็นต้องปรับแผนเพื่อรับมือ จากที่เคยคาดการณ์ว่าปี 2564 จะเป็นปีปรับสมดุลของตลาดอสังหาฯ ทั้งในแง่ของราคาและอุปทานและจะฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี แต่การแพร่ระบาดระลอกใหม่อาจส่งผลให้ต้องใช้ระยะเวลาปรับตัวนานขึ้น

แม้ตอนนี้จะยังไม่สามารถประเมินผลกระทบที่มีต่อการเติบโตในตลาดได้ชัดเจนเนื่องจากมีระยะเวลาที่สั้นเกินไป แต่เชื่อว่าจากประสบการณ์ตรงที่ผู้พัฒนาอสังหาฯ นักลงทุน และผู้บริโภครับมือการแพร่ระบาดในปีที่ผ่านมาจะทำให้สามารถปรับตัวและจัดการกับสถานการณ์ครั้งนี้ได้ดีขึ้น ผนวกกับการที่วัคซีนต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 กำลังจะเข้าไทยเร็ว ๆ นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ทุกฝ่ายสามารถข้ามผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้”

เมืองท่องเที่ยวกระทบหนัก หลังเจอโควิดระลอกใหม่
แม้ว่าทิศทางการขับเคลื่อนตลาดอสังหาฯ ของผู้ประกอบการจะยังโฟกัสกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงหรือกลุ่ม Real Demand มากขึ้น โดยภาพรวมตลาดอสังหาฯ มีสัญญาณดีขึ้นหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลายในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2563 ที่ผ่านมา จากรายงาน DDproperty Thailand Property Market Index ของดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) เว็บไซต์มาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย เผยข้อมูลน่าสนใจว่า ดัชนีราคาอสังหาฯ ในช่วงดังกล่าวเพิ่มขึ้น 2% ถือเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาส (นับจากช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2562) ถือเป็นสัญญาณชีพของภาคอสังหาฯ ที่เริ่มกระเตื้องขึ้น

โดยภาพรวมเกือบทุกจังหวัดมีการกระเตื้องขึ้นของดัชนีราคาและจำนวนอุปทาน ซึ่งการรุกหัวเมืองต่างจังหวัดยังมีความน่าสนใจ เนื่องจากยังมีกลุ่ม Real Demand ที่มีกำลังซื้อในพื้นที่อยู่ และที่ดินต่างจังหวัดก็มีราคาต่ำกว่าในกรุงเทพฯ จึงเป็นอีกตลาดที่น่าจับตามองและลงทุนเพื่อสร้างแต้มต่อทางธุรกิจในอนาคตได้ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดที่ยังเป็น “Blue Ocean” ผนวกกับปัจจัยอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระบบคมนาคมและระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ แหล่งงานในนิคมอุตสาหกรรม ตลอดจนการมีห้างสรรพสินค้าเพื่อดึงดูดกำลังซื้อผู้บริโภคในพื้นที่ ล้วนช่วยอำนวยความสะดวกให้การดำรงชีวิตในต่างจังหวัดสะดวกสบายยิ่งขึ้น นอกจากความต้องการที่อยู่อาศัยจากกลุ่ม Real Demand ในพื้นที่แล้ว ยังมีกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการซื้ออสังหาฯ ในจังหวัดท่องเที่ยวไว้เป็นบ้านพักตากอากาศกับครอบครัว หลีกหนีความวุ่นวายจากการทำงาน หรือซื้อเพื่อลงทุนเก็บไว้ปล่อยเช่าสร้างผลตอบแทนในอนาคตอีกด้วย

แต่ก็เหมือนเป็นภาพฝันค้าง หลังจากมีการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ทำให้ตลาดอสังหาฯ ที่เคยมีแนวโน้มไปได้ดีกลับชะงักลงอีกรอบ โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบก่อนเป็นอันดับแรก ๆ ทั้งที่ช่วงปลายปีควรจะเป็นช่วงที่ตลาดท่องเที่ยวกลับมาบูมอีกครั้งหลังจากอั้นมาจากช่วงล็อกดาวน์ โดยพบว่า ใน 3 จังหวัดท่องเที่ยวสำคัญได้รับผลกระทบในช่วงปลายปี 2563 ที่ผ่านมา ทั้งในแง่ของการท่องเที่ยว และตลาดอสังหาฯ

ภูเก็ต
• หลังจากได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รอบแรกในไทย ตลาดอสังหาฯ ในภูเก็ตเริ่มกลับมาส่งสัญญาณฟื้นตัวอีกครั้งหลังคลายล็อกดาวน์ พร้อมทั้งได้แรงหนุนที่ดีจากการท่องเที่ยวของคนไทยที่เลือกเดินทางมาภูเก็ตมากขึ้นในช่วงที่ปิดประเทศ รวมถึงสัญญาณของภาครัฐที่เปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาในภูเก็ตได้อีกครั้ง แม้จะมีจำนวนไม่มากนัก แต่ก็ยังเป็นสัญญาณที่ดี ซึ่งล้วนส่งผลให้มีการเติบโตในตลาดอสังหาฯ อีกครั้ง

โดยภูเก็ตได้รับผลกระทบไม่มากนักจากการระบาดระลอกใหม่ เนื่องจากยังมีจำนวนผู้ติดเชื้อไม่มากนัก (3 ราย ณ วันที่ 15 มกราคม 2564) ดัชนีราคาอสังหาฯ ในภาพรวมยังคงเพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาสก่อน ซึ่งเพิ่มขึ้นมาจากบ้านเดี่ยวที่มีดัชนีราคาเพิ่มขึ้นถึง 3% และคอนโดฯ เพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาสก่อน สะท้อนให้เห็นความต้องการที่อยู่อาศัยที่มีทิศทางเติบโต
● ในขณะที่ดัชนีอุปทานเพิ่มขึ้นถึง 18% จากไตรมาสก่อนเช่นกัน โดยอยู่ในอำเภอกะทู้ อำเภอเมืองภูเก็ต และอำเภอถลางในสัดส่วนที่เท่า ๆ กัน รูปแบบที่อยู่อาศัยที่มีจำนวนมากที่สุดในภูเก็ตคือ คอนโดมิเนียม คิดเป็นสัดส่วน 56% ของอุปทานทั้งหมดในจังหวัด ส่วนใหญ่อยู่ในอำเภอกะทู้
● เมื่อพิจารณาจำนวนอุปทานตามระดับราคา พบว่า ส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับราคา 5-10 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดฯ และบ้านเดี่ยวส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 5-10 ล้านบาท และทาวน์เฮ้าส์อยู่ในระดับราคา 3-5 ล้านบาท

ชลบุรี
● ชลบุรีเป็นอีกหนึ่งจังหวัดท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัวขึ้นอีกครั้งหลังจากคลายล็อกดาวน์ ซึ่งได้อานิสงส์จากการท่องเที่ยวที่เริ่มกลับมาดีขึ้น ทั้งยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการพัฒนาโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่กลับมาเดินหน้าอีกครั้ง รวมไปถึงการพัฒนาระบบคมนาคมและนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ

แต่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 ดัชนีอุปทานและราคาอสังหาฯ กลับปรับลดลงอย่างมากจากไตรมาสก่อน คาดว่าเป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ทำให้ชลบุรีกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยพบว่า ดัชนีราคาอสังหาฯ ในภาพรวมลดลง 10% ในไตรมาสที่ 4 ปี 2563 จากที่เคยเพิ่มขึ้น 5% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยเกือบทุกทำเลมีดัชนีราคาลดลง ยกเว้นอำเภอเมืองชลบุรี ดัชนีราคาเพิ่มขึ้น 6% และอำเภอศรีราชาเพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสก่อน
● ดัชนีอุปทานลดลงอย่างมากถึง 70% จากไตรมาสก่อน โดยอุปทานส่วนใหญ่ถึง 70% อยู่ในอำเภอบางละมุง รูปแบบที่อยู่อาศัยที่มีจำนวนมากที่สุด ได้แก่ คอนโดฯ มีจำนวนถึง 64% ของอุปทานทั้งหมดในจังหวัด ส่วนใหญ่อยู่ในอำเภอบางละมุงเช่นกัน
● หากแบ่งจำนวนอุปทานตามระดับราคา พบว่า ที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับราคา 1-3 ล้านบาท แบ่งเป็น คอนโดฯ และทาวน์เฮ้าส์ส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับราคา 1-3 ล้านบาท และบ้านเดี่ยวอยู่ที่ระดับราคา 5-10 ล้านบาท

เชียงใหม่
● เชียงใหม่ เป็นจังหวัดท่องเที่ยวทางภาคเหนือที่แม้จะมีสัญญาณดีขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2563 ซึ่งตลาดอสังหาฯ ได้อานิสงส์จากภาคการท่องเที่ยวที่เริ่มกลับมาดีขึ้น รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านคมนาคมต่าง ๆ แต่ในช่วงปลายปีที่มีผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 พบว่า ดัชนีราคาอสังหาฯ ในภาพรวมลดลง 7% จากไตรมาสก่อน ถือเป็นดัชนีราคาที่ต่ำที่สุดในรอบ 4 ไตรมาส (ตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ปี 2562) โดยดัชนีราคาลดลงทุกรูปแบบที่อยู่อาศัยในเกือบทุกทำเล เช่น อำเภอเมืองเชียงใหม่ลดลง 3% และลดลงมากที่สุดในอำเภอพร้าว ลดลงถึง 35% ยกเว้นในอำเภอแม่แตง และอำเภอแม่วัง เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 23% และ 22% ตามลำดับ
● ในขณะที่ดัชนีอุปทานมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาสก่อน โดยส่วนใหญ่ถึง 43% อยู่ในอำเภอเมืองเชียงใหม่ รูปแบบที่อยู่อาศัยที่มีจำนวนมากที่สุดในเชียงใหม่คือ บ้านเดี่ยว มีจำนวนถึง 66% ของอุปทานทั้งหมดในจังหวัด ส่วนใหญ่อยู่ในอำเภอเมืองเชียงใหม่ และอำเภอสันทราย
● หากแบ่งจำนวนอุปทานตามระดับราคา พบว่า ที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับราคา 1-3 ล้านบาท โดยคอนโดฯ บ้านเดี่ยว และทาวน์เฮ้าส์ ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ระดับราคา 1-3 ล้านบาททั้งหมด


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ออฟฟิศเมท พร้อมเคียงข้างทุกธุรกิจไทยสู้โควิดไปด้วยกัน ออกแคมเปญโปรโมชั่น WFH ลดราคาสินค้าจำเป็นเพื่อธุรกิจ

ออฟฟิศเมท พร้อมเคียงข้างทุกธุรกิจไทยสู้โควิดไปด้วยกัน ออกแคมเปญโปรโมชั่น WFH ลดราคาสินค้าจำเป็นเพื่อธุรกิจให้คุณได้ประหยัดสุดๆ ถึง 65% ตลอดทั้งเดือนมกราคม 2564 สั่งซื้อสะดวกกับทุกช่องทาง พร้อมบริการจัดส่งฟรีวันถัดไป*

ออฟฟิศเมท เคียงข้างธุรกิจไทยเดินหน้าสู้สถานการณ์โควิด-19 พร้อมลุยออกแคมเปญโปรโมชั่นประจำเดือนมกราคม ชื่อแคมเปญ “Work From Home – Business & SME Complete Solutions” โดยคัดสรรสินค้าและบริการที่จำเป็นต่อการประกอบการในช่วงโควิด-19 มาลดราคาให้คุณได้ประหยัดสุดๆ ได้แก่ อุปกรณ์เพื่อการขายของออนไลน์ไลฟ์สด อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และไอที อุปกรณ์นิรภัยส่วนบุคคลสำหรับอุตสาหกรรมและโรงงาน (PPE) เก้าอี้หลากหลายรุ่นและเฟอร์นิเจอร์สำหรับ WFH อุปกรณ์ทำความสะอาดและสินค้าเพื่อสุขอนามัย รวมถึงอุปกรณ์สำหรับร้านอาหารและการจัดส่งอาหาร (Food Delivery) แบบ #NewNormal และยังมีสินค้าอีกกว่า 60,000 รายการที่สามารถสั่งซื้อได้ทุกช่องทางแบบ OMNIChannel พร้อมบริการจัดส่งสินค้าฟรีถึงบ้าน/ธุรกิจคุณในวันทำการถัดไป* #ออฟฟิศเมทมีทุกอย่างที่ธุรกิจต้องการ #ออฟฟิศเมทมีครบจบไวสั่งง่ายได้เร็ว

คุณจิตรลดา หาญวรวงศ์ชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ ออฟฟิศเมท กล่าวว่า ออฟฟิศเมท พร้อมเคียงข้าง SME ไทย ให้เดินหน้าต่อแบบไม่สะดุดแม้ในภาวะโควิด-19 โดยคัดสรรสินค้าเพื่อธุรกิจหลากหลายประเภทรวมกว่า 60,000 รายการ ไว้ให้ลูกค้าได้เลือกซื้ออย่างครบครันในที่เดียว พร้อมจัดโปรโมชั่นลดราคาสูงสุด 65%* ซึ่งเป็นหมวดสินค้าจำเป็นต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจในช่วงสถานการณ์โควิด เพื่อให้ทุกท่านได้ #ประหยัดสู้เศรษฐกิจ ตลอดทั้งเดือนมกราคม 2564

•ชวนชาวออฟฟิศหนีโควิด…ไปพิชิตงานที่บ้าน!!! ไอเทม #WorkFromHome ลดสูงสุด 55% มีให้ช้อปครบแบบพร้อมทำงานและประชุมออนไลน์ที่บ้านได้สบายๆ ทั้งเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้ทำงาน ปริ้นเตอร์ หมึกพิมพ์ กระดาษ อุปกรณ์สำนักงาน เครื่องเขียน อุปกรณ์ไอที และอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ
• ขายของออนไลน์…รับออเดอร์กระจาย !! มาเตรียมตัวให้พร้อมขายกับ ไอเทมสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ลดสูงสุด 50% มีให้เลือกทั้งอุปกรณ์ไลฟ์สด อาทิ โคมไฟไลฟ์สด ไฟสตูดิโอ ไมโครโฟน เราเตอร์ ตัวขยายสัญญาณ Wi-Fi และอุปกรณ์แพ็คกิ้ง อาทิ เครื่องพิมพ์ฉลาก กล่องพัสดุ ซองเอกสาร เทปปิดกล่อง อุปกรณ์กันกระแทก และปากกามาร์คเกอร์ เป็นต้น
• เปิดร้านปลอดภัย…แบบไม่แพนิค!! และงบไม่บานปลาย!! สินค้าเพื่อธุรกิจคาเฟ่และร้านอาหารลดสูงสุด 65% รวมไอเทมจำเป็นยุค #NewNormal ทั้งอุปกรณ์ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ หน้ากากอนามัย เครื่องวัดอุณหภูมิ สติ๊กเกอร์ติดเข้าร้าน ฉากกั้นพลาสติก เฟอร์นิเจอร์ในร้าน เก้าอี้พักคอย บรรจุภัณฑ์อาหารสำหรับ Take Away / Delivery และอื่นๆ อีกเพียบ

ออฟฟิศเมท อยากให้คุณเตรียมพร้อมลุยธุรกิจแบบไม่สะดุด เราร่วมสนับสนุน #SocialDistancing ให้คุณช้อปง่าย ได้ของไว ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ผ่านช่องทางการช้อปแบบออมนิชาแนล
• ช้อปออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง ที่ officemate.co.th และ OfficeMate Mobile App
• Chat & Shop ผ่าน Line: @OfficeMate และ Facebook: OfficeMate.co.th ให้บริการทุกวัน 8:00 – 22:00 น.
• โทรสั่งซื้อง่ายๆ กับ OfficeMate Contact Center 1281 ให้บริการทุกวัน 8:00 – 22:00 น.
• ไลน์หรือโทรสั่งซื้อโดยตรงกับร้านออฟฟิศเมท และออฟฟิศเมท พลัส เช็คเลย!
https://bit.ly/3n87rnf

ลูกค้าสามารถรับบริการ “Anywhere Delivery” จัดส่งฟรีถึงบ้าน/ออฟฟิศในวันทำการถัดไป เพียงช้อปครบ 499 บาท (ตามเงื่อนไขที่กำหนด) หรือ “BKK Same-Day Delivery” ส่งด่วนภายในวันสั่งซื้อสำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ และ “Drive Thru & Pickup” ช้อปไว้ ค่อยขับมารับ ที่บริเวณสาขาของร้านออฟฟิศเมท และออฟฟิศเมท พลัส ที่ลูกค้าสะดวกอีกด้วย


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

คลาวด์ เอชเอ็ม (Cloud HM) ได้รับการรับรอง VMware Cloud Verified ประกาศความพร้อมสนับสนุนการใช้งานคลาวด์ทุกรูปแบบ รองรับการทำธุรกิจยุคหลัง New Normal

นายเบญจ เบญจรงคกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่าย Business Strategy & Transformation บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด (ซ้าย) นายณพัชร อัมพุช กรรมการผู้จัดการ บริษัท คลาวด์ เอชเอ็ม จำกัด (กลาง) และนายเอกภาวิน สุขอนันต์ ผู้จัดการประจำวีเอ็มแวร์ ประเทศไทย (ขวา)

กรุงเทพฯ ประเทศไทย วันที่ 20 มกราคม 2564 – บริษัท คลาวด์ เอชเอ็ม จำกัด (Cloud HM) ผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำสำหรับองค์กรในประเทศไทยประกาศเป็นผู้ให้บริการที่ผ่านการรับรอง VMware Cloud Verified

เครื่องหมายรับรอง Cloud Verified ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ มั่นใจได้ว่าผู้ให้บริการคลาวด์รายนั้นๆ จะสามารถนำเสนอบริการ SDDC as a Service พร้อมกับการันตีการมีโครงสร้างพื้นฐาน รองรับการทำงานบนแอปพลิเคชันระดับองค์กรทั้งแบบดั้งเดิมและแบบคอนเทนเนอร์ที่มีประสิทธิภาพและครบวงจรมากที่สุด โดยพาร์ทเนอร์ที่ได้รับ VMware Cloud Verified จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าของพวกเขาสามารถใช้งานโซลูชันดิจิทัลต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรองรับการทำงานร่วมกันทั้งแอปพลิเคชันระดับองค์กรแบบดั้งเดิมหรือแบบคอนเทนเนอร์ด้วยเทคโนโลยีคลาวด์ล่าสุดของ VMware

นายณพัชร อัมพุช กรรมการผู้จัดการ บริษัท คลาวด์ เอชเอ็ม จำกัด กล่าวว่า “การได้รับ VMware Cloud Verified ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของ Cloud HM หนึ่งในผู้ให้บริการสองรายในประเทศไทยที่ได้รับการรับรอง สิ่งนี้ยืนยันความมุ่งมั่นของเราที่จะมอบบริการคลาวด์ประสิทธิภาพสูงและปลอดภัยแก่ลูกค้า สอดคล้องกับมาตรฐานบริการคลาวด์ของแพลตฟอร์มชั้นนำในอุตสาหกรรม ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าแอปพลิเคชันที่พวกเขาใช้หรือให้บริการแก่ลูกค้าทำงานอยู่บนคลาวด์มีความเสถียรและปลอดภัยสูงซึ่งดูแลและจัดการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญของ VMware”

โดยในปี พ.ศ. 2564 Cloud HM มีแผนจะเปิดตัวบริการเพิ่มเติมร่วมกับ VMware เพื่อรองรับการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแมชชีนเลิร์นนิ่ง (ML) ที่กำลังเติบโตในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจสมัยใหม่ตามที่ Gartner คาดการณ์ไว้ในรายงานแนวโน้มเทคโนโลยี บริการใหม่ที่ Cloud HM จะเปิดตัว ได้แก่ K8S as a Service และ VMware Marketplace on vCloud Director แพลตฟอร์มเหล่านี้เป็นบริการที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับใช้แอปพลิเคชันของตนเองบนเครื่องคอมพิวเตอร์เสมือน (virtual machine) ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถสร้างแอปพลิเคชันที่มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพสูงด้วยขั้นตอนที่สะดวกยิ่งขึ้น

นายเอกภาวิน สุขอนันต์ ผู้จัดการประจำวีเอ็มแวร์ ประเทศไทย กล่าวว่า “พาร์ทเนอร์ VMware Cloud Verified จะช่วยยกระดับองค์กรธุรกิจในประเทศไทยด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีคลาวด์ที่มีประสิทธิภาพสูงของวีเอ็มแวร์ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมทั้งมั่นใจได้ว่าพวกเขาจะได้รับประสบการณ์ใช้งานคลาวด์ที่คล่องตัวและมีระบบคลาวด์คอมพิวติ้งที่เชื่อถือได้ซึ่งผ่านการรับรอง Cloud Verified จากวีเอ็มแวร์ เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุน Cloud HM ให้ช่วยองค์กรต่าง ๆ ได้รับประสบการณ์ใช้งานคลาวด์ที่ง่ายและมีความยืดหยุ่น”

ในขณะที่องค์กรต่าง ๆ ของไทยเร่งการสร้างดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันให้เกิดขึ้น รวมทั้งเริ่มคิดค้นบริการและรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ ให้สอดรับกับสภาวะเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลและคลาวด์คือหนึ่งโซลูชันที่สนับสนุนรูปแบบธุรกิจดังกล่าว โดย Cloud HM คือตัวอย่างผู้ให้บริการที่นำเสนอบริการโมเดิร์นแอปพลิเคชันเพื่อรองรับความต้องการของตลาด

ขณะนี้วีเอ็มแวร์มีเครือข่ายผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์มากกว่า 4,300 รายที่พร้อมให้บริการองค์กรธุรกิจมากกว่า 120 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ยังให้บริการผ่านความเชี่ยวชาญที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้บริการและอุตสาหกรรมในแต่ละประเทศ และช่วยให้ลูกค้าสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดที่มีความซับซ้อนได้สะดวกยิ่งขึ้น

ศึกษาเงื่อนไขผ่านการรับรองการเป็นพาร์ทเนอร์ Cloud Verified ได้ที่: https://www.vmware.com/partners/service-provider/vmware-cloud-verified-logo.html

 

เกี่ยวกับวีเอ็มแวร์

วีเอ็มแวร์เป็นผู้นำระดับโลกด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความซับซ้อน บริการคลาวด์, เน็ตเวิร์กกิ้ง, ระบบซีเคียวริตี้และดิจิทัลเวิร์คเพลสของวีเอ็มแวร์พร้อมมอบรากฐานดิจิทัลแบบไดนามิกและมีประสิทธิภาพให้กับลูกค้าทั่วโลก ภายใต้ความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์มากมาย โดยสำนักงานใหญ่วีเอ็มแวร์ตั้งอยู่ที่เมืองพาโล อัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย วีเอ็มแวร์ยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นพลังสนับสนุนที่ดี จากแนวโน้มและผลกระทบการจัดการนวัตกรรมเชิงพื้นที่ในระดับโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ https://www.vmware.com/company

VMware, VMware Cloud, VMware Cloud Verified และ VMware Cloud Provider เป็นเครื่องหมายทางการค้าของวีเอ็มแวร์ อิงค์ ประเทศสหรัฐฯ และในประเทศอื่น ๆ ที่เปิดให้บริการ

เกี่ยวกับ บริษัท คลาวด์ เอชเอ็ม จำกัด (Cloud HM)

Cloud HM เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้าน Multi-Cloud Services ที่ให้บริการ Cloud ภายในประเทศไทย โดยมี Infrastructure เป็นของตัวเอง บน Data Center มาตรฐาน Tier 4 รวมถึงสามารถออกแบบ และจัดทำ Solution ของ AWS และ Azure ที่เป็น Global Cloud ได้ นอกจากนี้ยังมีการให้บริการด้านอื่น เช่น สำรองข้อมูล สำรองระบบ และบริการเสริมอื่น ๆ บนระบบ Infrastructure ที่มีประสิทธิภาพและเสถียรสภาพสูง ภายใต้ Concept “Your Cloud Expert”


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

IT กับ OT ผลลัพธ์ที่ลงตัว ในยุคที่ต้องการความยืดหยุ่นทางธุรกิจ

หนึ่งปีที่ผ่านมา เราได้เห็นความสำคัญของระบบงานที่ยืดหยุ่น และเราเชื่อว่าการเปลี่ยนกระบวนการสู่ดิจิทัล เป็นแนวทางที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ เช่น การมีระบบมอนิเตอร์และการดำเนินงานจากระยะไกล การซ่อมบำรุงในเชิงคาดการณ์ และป้องกัน ที่นำไปสู่การสร้างความมั่นใจในเรื่องของผลิตผล เบื้องหลังของเทคโนโลยีเหล่านี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมีระบบไอทีที่มีความเสถียรและพร้อมใช้ในทุกสถานการณ์

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) เข้าใจถึงความท้าทายในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทในสายอุตสาหกรรม และบริษัทที่ทำการค้าต่างต้องเผชิญในการปฏิรูปสู่ระบบดิจิทัล คำถามจึงไม่ใช่เรื่องที่ว่าเอดจ์คอมพิวติ้งเป็นจริงได้หรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าเราจะนำเอดจ์คอมพิวติ้งมาใช้ และสนับสนุนธุรกิจให้เกิดประสิทธิภาพได้อย่างไร การผสานรวมทั้ง OT (Operational Technology) และ IT (Information Technology) ต้องอาศัยแมชชีน และระบบซัพพลายเชน การผลิต การดำเนินการในแบบบูรณาการเพื่อสร้างความฉลาดให้กับสภาพแวดล้อมทั้งหมดได้มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้การปรับสู่กระบวนการดิจิทัลช่วยเร่งการเก็บรวบรวมข้อมูลและเรื่องการวิเคราะห์บิ๊กดาต้าได้เร็วขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้ามองเห็นแนวทางแบบใหม่ในการขับเคลื่อนผลลัพธ์ของทั้งคนทำงานและสินทรัพย์ทางกายภาพ ซึ่งปัจจุบัน การผลักดันให้มีกระบวนการในระบบดิจิทัลยังดำเนินต่อไป เพื่อขยายผลลัพธ์ให้ครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร ตั้งแต่ส่วนงานการผลิต จนถึงส่วนที่ดูแลด้านการบริหารจัดการ แต่ถ้าจะติดตั้งเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ลูกค้าต้องมีโซลูชันที่ช่วยจัดหาข้อมูลได้ตามต้องการ สร้างความโปร่งใสในการจับคู่กับกระบวนการที่เป็นองค์ความรู้ในเชิงลึก เพื่อเพิ่มปริมาณของผลผลิต

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ภูมิใจที่ได้ช่วยลูกค้าขับเคลื่อนผลิตผลผ่านระบบออโตเมชั่น วิกฤตที่เกิดขึ้นในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่ามีบริษัทด้านการผลิตจำนวนมากที่ยังไม่เคยได้ประสบการณ์ในการปรับปรุงผลิตผลที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง ที่มากกว่าเรื่องของสายงานการผลิต ลูกค้าระดับผู้บริหารหลายรายของเราเชื่อว่า Step function ในเรื่องผลิตผลสามารถสร้างผ่านกระบวนการทำงานในระบบดิจิทัล และกระบวนการเหล่านี้ในปัจจุบันกลายเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าที่เคย

เครก เฮย์แมน ซีอีโอของ AVEVA ได้เคยกล่าวไว้ว่า บรรดาอุตสาหกรรมในปัจจุบันต่างต้องเผชิญความกดดันในการดำเนินงานให้ได้ประสิทธิภาพมากขึ้น บ่อยครั้งที่ต้องอาศัยคนทำงานจากระยะไกล อย่างไรก็ตาม แต่การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้เป็นแค่เรื่องเทคโนโลยีอย่างเดียว หากเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการทำงาน และลูกค้าต่างต้องการคำแนะนำว่าจะต้องทำอย่างไรจึงจะเหมาะสม ซึ่งทั้งชไนเดอร์ อิเล็คทริค และ AVEVA เป็นคู่ค้าที่ให้ความมุ่งมั่นในกระบวนการที่ว่านี้ และมองเห็นบทบาทในการนำเสนอมุมมองเชิงลึกให้กับลูกค้า รวมถึงข้อมูลและเครื่องมือที่จำเป็นต่อการตรวจจับรูปแบบของข้อมูลได้อย่างล้ำหน้าซึ่งจะช่วยผลักดันให้ได้ผลผลิตที่ดี ด้วยเทคโนโลยีที่ทำงานในลักษณะของระบบเปิด โดยที่ไม่ต้องรู้จักระบบ (system-agnostic technologies) และทางเลือกการสมัครใช้งานแบบ subscription ที่ให้ความยืดหยุ่น เราสามารถช่วยให้ลูกค้ามีวิธีการทำงานที่ตอบโจทย์ความต้องการส่วนตัวและสร้างบนระบบออโตเมชันที่ลงทุนอยู่แล้ว เรื่องนี้จะช่วยให้ลูกค้าเร่งการคืนทุนและได้รับผลิตผลสูงสุดอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ปีเตอร์ เฮอร์เว็ค หนึ่งในสมาชิกคณะกรรมการบริหาร และเป็นรองประธานบริหารฝ่าย Industrial Automation ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้เคยเล่าถึงกรณีศึกษาของลูกค้าที่ปฏิรูปสู่ดิจิทัลว่า ได้เคยช่วยให้ผู้ประกอบการด้านอาหารปรับปรุงโรงงานผลิตน้ำตาลที่มีมานาน ให้มีความทันสมัยและใช้ระบบดิจิทัล จากการที่โรงงานใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ล้าสมัย และยังต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไฟฟ้าดับราว 33 – 40 ครั้งตามช่วงเวลาเทศกาลในช่วง 39 สัปดาห์ และเรื่องนี้ทำให้เกิดดาวน์ไทม์ในการผลิต ส่งผลถึงผลผลิตของโรงงานรวมถึงคุณภาพผลิตภัณฑ์ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ช่วยพัฒนาโซลูชันที่ให้ความสามารถในการมองเห็นการดำเนินการของโรงงานได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทำให้สามารถลดการดาวน์ไทม์ลงได้ และทำให้ปริมาณงานเพิ่มขึ้นถึง 20 เปอร์เซ็นต์

จะเห็นได้ว่าการนำ OT มารวมกับ IT โดยการใช้อุปกรณ์ IOT เป็นตัวเชื่อมประสาน และส่งไปประมวลผลที่ดาต้าเซ็นเตอร์ หรือเอดจ์ดาต้าเซ็นเตอร์ก็ตาม จะช่วยให้เราสามารถมองเห็นข้อมูลต่างๆ จากการดำเนินงาน นั่นหมายถึงเราจะเห็นข้อมูลไหลเวียนตลอดทั่วทั้งสภาพแวดล้อมการดำเนินงาน รวมไปถึงห่วงโซ่คุณค่าในภาพรวมทั้งหมดได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น และนำมาวิเคราะห์ให้เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจ การทำแบบนี้ได้ต้องอาศัยระบบควบคุมและรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง ในขณะที่ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ยืดหยุ่นและคาดการณ์ได้แก่ธุรกิจ พร้อมสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเปลี่ยนแปลงบนโลกใบนี้

แม้แต่ในชไนเดอร์ อิเล็คทริคเอง ก็มีการปรับโรงงานผลิตกว่า 80 แห่งทั่วโลกสู่ระบบดิจิทัล เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้ประสิทธิภาพในการดำเนินงานดีขึ้น มีความยืดหยุ่น จากเครื่องมืออัจฉริยะต่างๆ การบริหารจัดการพลังงานที่ดีขึ้น รวมถึงการซ่อมบำรุงเชิงคาดการณ์ สิ่งเหล่านี้คือการปรับเปลี่ยนเพื่อที่จะก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

 

เกี่ยวกับชไนเดอร์ อิเล็คทริค

เป้าหมายของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค คือการช่วยให้ทุกคนใช้พลังงานและทรัพยากรได้เกิดประโยชน์สูงสุด เชื่อมโยงความก้าวหน้าและความยั่งยืนเพื่อประโยชน์ของทุกคน เราเรียกสิ่งนี้ว่า Life Is On

ภารกิจของเราคือการเป็นพันธมิตรด้านดิจิทัลกับคุณ เพื่อสร้างประสิทธิภาพและความยั่งยืน

เราขับเคลื่อนการปฏิรูปสู่ดิจิทัล ด้วยการผสานรวมเทคโนโลยีชั้นนำของโลกด้านพลังงานและกระบวนการจัดการ เข้ากับผลิตภัณฑ์ตั้งแต่จุดเชื่อมต่อปลายทางไปยังคลาวด์ ระบบควบคุม รวมถึงซอฟต์แวร์และการบริการครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตการทำงานทั้งหมด เพื่อสร้างศักยภาพในการบริหารจัดการองค์กรแบบบูรณาการ ทั้งสำหรับบ้าน อาคาร ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรม

เราคือบริษัทระดับโลกที่มีการดำเนินงานในระดับท้องถิ่นมากที่สุด เราสนับสนุนมาตรฐานระบบเปิดและระบบนิเวศของคู่ค้าที่มีความมุ่งมั่นแรงกล้าในการทำตามวัตถุประสงค์อย่างมีเป้าหมายร่วมกัน และคุณค่าในการรวมกันเป็นหนึ่งเดียวพร้อมขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกัน


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

Acer เปิดตัวโน้ตบุ๊ก Nitro และ Aspire รุ่นล่าสุด 
มาพร้อมกับโมบายล์โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 5000 Serie และกราฟิกการ์ด NVIDIA GeForce RTX 30

ประเทศไทย, กรุงเทพฯ (19 มกราคม 2564) ที่งาน CES 2021 เอเซอร์เปิดตัวเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก Acer Nitro 5 รุ่นล่าสุด รวมถึงโน้ตบุ๊กตระกูล Aspire 5 และ Aspire 7 รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับโมบายล์โปรเซสเซอร์ในตระกูล AMD Ryzen™ 5000 ที่ออกแบบมาเพื่อประสบการณ์ใช้งานแล็ปท็อปที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วยความสามารถในการประมวลผลสูงถึง 8 คอร์ รวมถึงมีหน่วยความจำแบนด์วิธสูงที่ใช้พลังงานต่ำและอัพเกรด RAM ให้มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลเพิ่มขึ้นสองเท่าซึ่งแรงกว่ารุ่นก่อนทำให้โน้ตบุ๊ก Nitro และ Aspire รุ่นใหม่ทำงานได้อย่างเต็มความสามารถ

กราฟิก NVIDIA® GeForce RTX™ 30 Series Laptop GPUs ที่ขับเคลื่อนด้วยสถาปัตยกรรม NVIDIA Ampere ได้ถูกเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานถึงสองเท่า มาพร้อมกับเทคโนโลยี Max-Q รุ่นที่สามที่บางเบา โดย GeForce RTX 30 Series Laptop GPUs มอบประสบการณ์เล่นเกมได้สนุกยิ่งขึ้น และช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถสร้างคอนเทนท์ที่น่าทึ่งโดยใช้แอป GPU-acceleration กว่าร้อยแอพฯ

Acer Nitro 5 โน้ตบุ๊กที่ได้รับการออกแบบอย่างสมดุลเหมาะสำหรับเกมเมอร์ทั่วไปที่ต้องการโน้ตบุ๊กที่เล่นเกมลื่นไม่สะดุดและรองรับการทำงานอื่น ๆ ด้วย Nitro 5 ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานแล็ปท็อปเสมือนการใช้งานพีซี ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาแคตตาล็อกเกมที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หรือการตัดต่อสตอรี่ในเกมได้
Acer Aspire 5 และ Acer Aspire 7 โน้ตบุ๊กทรงพลังที่มีดีไซน์เรียบง่ายเหมาะสำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่เน้นความสามารถในการทำงานเครื่อง คุณภาพในการแสดงผล น้ำหนัก และแบตเตอรี่ยาวนานขึ้นโดยตระกูล Aspire เป็นไลน์โน้ตบุ๊กที่ตอบโจทย์การใช้งานทั้งยังสะท้อนถึงตัวตนและความสนใจของผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี.

Acer Nitro 5 – ขุมพลัง ความเร็ว แรงที่เกมเมอร์ต้องมี

Acer Nitro 5 เกมมิ่งโน้ตบุ๊กยอดนิยมของ Acer ได้รับการอัพเกรดครั้งสำคัญด้วยการเพิ่มโมบายล์โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen ™ 9 5900 HX พร้อมด้วย NVIDIA GeForce RTX™ 3080 Laptop GPU รุ่นสูงสุด เป็นการทำงานร่วมกันของหน่วยประมวลผลที่ทรงพลังเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกม โดย CPU / GPU จะทำงานอย่างเต็มกำลังโดยมีสองสล็อตได้แก่ M.2 PCIe และ / หรือ SATA SSD (รองรับ NVMe SSD สูงสุด 2TB / 2TB HDD) 1, DDR4 3200 RAM1 ความเร็วสูงสุด 32GB และรองรับเครือข่ายความเร็วสูง Killer E2600 และ Wi-Fi 6 สำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการโน้ตบุ๊กที่แรงและคุ้มค่า Nitro 5 จะตอบโจทย์ประสบการณ์เล่นเกมที่ยอดเยี่ยม

Acer Nitro 5 รุ่นใหม่มาพร้อมกับจอแสดงผลขนาด 15.6” และ 17.3” จอแสดงผลความคมชัดสูง (QHD) พร้อมความถี่การสะท้อนแสงบนจอภาพต่อวินาทีเพื่อทำให้ภาพคมชัด (Refresh Rate) ที่ 165 Hz หรือจอแสดงผลความละเอียดสูง (FHD) refresh rate ที่ 360 Hz ด้วยเวลาในการตอบสนอง 3 ms. ทำให้จอแสดงผลคมชัดและมีภาพซ้อนน้อยที่สุด ให้ความสว่างสดใสของหน้าจอที่ 300 nits panel รองรับการแสดงผลค่าสี sRGB ได้ 100% ขอบจอบางเพียง 7.02 mm (0.27”) ช่วยให้มีอัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่อง (screen-to-body ratio) ที่ 80%

เทคโนโลยี Acer CoolBoost™ และดีไซน์พอร์ตระบายความร้อน 4 พอร์ต จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและระบายความร้อนด้วยพัดลมคู่ ทำให้ Acer Nitro 5 มีกระบวนควบคุมการระบายความร้อนที่ดียิ่งขึ้น โดย CoolBoost™ จะตรวจสอบการทำงานของระบบและความเร็วพัดลมจะเพิ่มขึ้นอัตโนมัติเมื่อตรวจพบการใช้งานที่หนักขึ้น นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถติดตามและจัดการระบบแบบเรียลไทม์ด้วย NitroSense ทำให้พวกเขาควบคุมและจัดการอุณหภูมิ ความเร็วพัดลม และอื่น ๆ ได้

Acer Aspire 7 – โน้ตบุ๊กที่อัดแน่นไปด้วยขุมพลัง พกพาสะดวก.

Acer Aspire 7 ขับเคลื่อนด้วยโมบายล์โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 5000 Series ใหม่ที่ทรงพลัง จับคู่กับ NVIDIA GeForce GTX 1650 GPU1 เหมาะสมแก่การใช้งานตั้งแต่ระดับผู้ใช้งานทั่วไปจนถึงมือโปร มาพร้อมกับดีไซน์ที่เรียบหรูสะดุดตาผู้ใช้ลุคเรียบง่ายแต่สมาร์ท อีกทั้งยังสะดวกต่อการพกพาจึงเหมาะแก่การใช้งานได้ทั้งระหว่างเดินทางหรือนอกออฟฟิศ.

ตอบโจทย์การทำงานได้ทุกที่โดยยังคงประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม. ด้วยหน่วยความจำ DDR4 สูงสุด 32 GB และสูงสุด 1 TB PCIe SSD1 และ Wi-Fi 6 แบบดูอัลแบนด์ที่รวดเร็ว นับเป็นโน้ตบุ๊กที่มีประสิทธิภาพทำให้ผู้ใช้พร้อมรับมือความท้าทาย พร้อมยกระดับการเชื่อมต่อด้วยพอร์ต USB-C ™ สำหรับถ่ายโอนข้อมูลที่รวดเร็วยิ่งขึ้นถึง 5 Gbps มี Dual-band Wi-Fi 6 (802.11ax) ช่วยเพิ่มความเร็วเครือข่ายเฉลี่ยได้ถึงสามเท่า และลดเวลาแฝงได้ถึง 75% เมื่อเทียบกับ Wi-Fi 5 (802.11ac)
Acer Aspire 7 จอแสดงผล FHD 15.6” ขอบจอบางให้อัตราส่วน screen-to-body ratio 81.61% ร่วมด้วย Acer Color Intelligence ™และ Acer ExaColor ™ทำงานควบคู่กันเพื่อแสดงผลภาพที่มีความแม่นยำสูง โดย Acer Color Intelligence จะทำหน้าจอแสดงผลได้สดใสมากขึ้น โดยใช้ CPU น้อยลง พร้อมกับปรับแกมมาและค่าความอิ่มตัวแบบไดนามิกได้แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้สามารถปรับสี ความสว่างของหน้าจอและความอิ่มตัวของสีโดยไม่มีการ clipping หรือ over saturation.

พร้อมระบบระบายความร้อนหลายโหมดเพื่อให้โน้ตบุ๊กทำงานได้ต่อเนื่องโดยสามารถควบคุมอุณภูมิเครื่องไม่ให้ร้อนจนเกินไปและสั่งการให้เครื่องทำงานได้แบบไร้เสียงรบกวน ควบคุมง่าย ๆ ด้วยการแตะปุ่มลัด “Fn + F” เพียงครั้งเดียวเพื่อสลับการทำงานและควบคุมความเร็วของพัดลมให้ทำงานแบบเงียบ ปกติหรือหนักหน่วง

Acer Aspire 5 ประสิทธิภาพที่คุ้มค่าสำหรับการทำงานหลากหลาย

ใหม่ล่าสุด มาพร้อมกับโมบายล์โปรเซสเซอร์ AMD 5000 Series ใหม่ที่ทรงพลัง, AMD Radeon ™ RX 640 GPUs1 หน่วยความจำ 24 GB รองรับสูงสุด 1 TB M.2 PCIe SSD NVMe1 สูงสุด 2TB HDD ตอบโจทย์บล็อกเกอร์มือสมัครเล่น ช่างภาพ และนักเรียนที่มองหาโน้ตบุ๊กราคาประหยัด คุ้มค่าและทรงพลัง Acer Aspire 5 คือตัวเลือกที่ใช่ ด้วยความสามารถในการจัดการกับความต้องการแบบมัลติทาสก์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ.

Acer Aspire 5 มาพร้อมจอจอแสดงผล FHD IPS ขนาด 15.6” รวมถึงเทคโนโลยี Acer BlueLightShield ™ เพื่อลดการปล่อยแสงสีน้ำเงินที่อาจเป็นอันตราย ตัวเครื่องดีไซน์เพรียวบางกว้างเพียง 17.95 mm (0.70”) ฝาพับรูปลักษณ์ที่สวยงามจากอะลูมิเนียมแบบพ่นทราย พร้อมพอร์ต USB-C ™ สำหรับถ่ายโอนข้อมูลที่รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมทั้งมี Dual-band Wi-Fi 6 (802.11ax) และระบบระบายความร้อนที่มีโหมดระบายความร้อนหลายโหมด.

ราคา และการจำหน่าย
Acer Nitro 5 (AN515-45) พร้อมวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือ เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2564 ราคาเริ่มต้น USD 749.99 และในทวีปยุโรปตะวันออกกลางและแอฟริกา (จัดจำหน่ายสเปกเริ่มต้นมีกราฟิก AMD Radeon R7, NVIDIA GeForce RTX 3060 และ 512 GB SSD) วางจำหน่ายเดือนกุมภาพันธ์ราคาเริ่มต้น EUR 1,299 และในประเทศจีน เริ่มวางจำหน่ายในเดือนมกราคา ราคาเริ่มต้น RMB 6,499

Acer Nitro 5 (AN517-41) พร้อมวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือ เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2564 ราคาเริ่มต้น USD 849.99 และในทวีปยุโรปตะวันออกกลางและแอฟริกา (จัดจำหน่ายสเปกเริ่มต้นมีกราฟิก AMD Radeon R7, NVIDIA GeForce RTX 3060 และ 512 GB SSD) วางจำหน่ายเดือนกุมภาพันธ์ราคาเริ่มต้น EUR 1,299 และในประเทศจีน เริ่มวางจำหน่ายในเดือนมกราคา ราคาเริ่มต้น RMB 6,499

Acer Aspire 7 (A715-42G) พร้อมวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือ เดือนมีนาคม ราคาเริ่มต้น USD 749.99 และในทวีปยุโรปตะวันออกกลางและแอฟริกา เริ่มวางจำหน่ายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ราคาเริ่มต้น EUR 899

Acer Aspire 5 (A515-45 [G]/[S]) พร้อมวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือ เดือนมีนาคม ราคาเริ่มต้น USD 549.99 และในทวีปยุโรปตะวันออกกลางและแอฟริกา เริ่มวางจำหน่ายเดือนมีนาคม ราคาเริ่มต้น EUR 699 ในประเทศจีน เริ่มวางจำหน่ายในเดือนมกราคา ราคาเริ่มต้น RMB 4,999
ราคา และการจัดจำหน่ายแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ สามารถตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดการวางจำหน่าย ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และราคาในตลาดเพิ่มเติม ติดต่อสำนักงาน Acer ติดต่อสำนักงานของเอเซอร์ในพื้นที่ใกล้เคียงผ่านทางเว็บไซต์ www.acer.com

เกี่ยวกับเอเซอร์
เอเซอร์ ก่อตั้งในปี 1976 ปัจจุบันเป็นหนึ่งในบริษัท ICT ชั้นนำของโลก มีสำนักงานอยู่ในกว่า 160 ประเทศ เอเซอร์ มองไปยังอนาคตที่มุ่งเน้นการผนวกฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการ เพื่อเปิดโอกาส และธุรกิจใหม่ ให้กับผู้บริโภคและธุรกิจ ทั้งเทคโนโลยีการให้บริการ อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ เกมมิ่ง และ วีอาร์ (VR: Virtual reality). พนักงานกว่า 7,000 คนของเอเซอร์ ทุ่มเทกับการวิจัย, ออกแบบ, การตลาด, การขาย และการสนับสนุนผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่ทลายอุปสรรคระหว่างผู้คนและเทคโนโลยี ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.acer.com


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

evRiderz ผู้บุกเบิกมอเตอร์ไซค์รับจ้างพลังงานสีเขียว ได้รับเชิญจากสถานทูตสหราชอาณาจักร เข้าแสดงในงานนิทรรศการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

เมื่อเร็วๆนี้ evRiderz ได้รับเชิญเข้าแสดงผลิตภัณท์ร่วมกับแบรนด์ eco-friendly อื่นๆ ในงานนิทรรศการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่จัดโดย ไบรอัน เดวิดสัน เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร แกเรธ ผู้ก่อตั้ง evRiderz มีเป้าหมายที่จะเชิญชวนวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างในไทยให้หันมาใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในการต่อสู้กับฝุ่น PM2.5 และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

เกี่ยวกับ evRiderz
evRiderz คือบริษัทแรกในโลกที่ใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ที่ให้บริการเปลี่ยนแบตเตอรี่และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าให้กับ evDriverz หรือผู้ขับขี่ที่เข้ามาร่วมเป็นผู้ให้บริการของเรา เราสร้างโมเดลทางธุรกิจของเราโดยมีเป้าหมายที่จะสร้างตัวเลือกที่คุ้มค่าที่จะสามารถส่งเสริมให้ทุกคนเปิดรับการใช้พลังงานสีเขียวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เราต้องการที่จะสร้างสังคมที่ Driverz หรือผู้ขับขี่ได้ใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพและมีราคาถูกกว่าราคาจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันทั่วไป และมีแอพพลิเคชั่นที่ให้อำนวยความสะดวก โดยที่ทาง evRiderz จะให้การสนับสนุนในการเปลี่ยนจากการใช้น้ำมันมาเป็นการใช้พลังงานไฟฟ้า


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

e.ssential สุขภัณฑ์อัจฉริยะล่าสุด จากอเมริกันสแตนดาร์ด ชีวิตสมาร์ทแบบไม่ต้องจ่ายแพง จบทุกความต้องการที่จำเป็นในหนึ่งเดียว

กรุงเทพฯ – 7 มกราคม 2564 – ฝารองนั่งิสำหรับสุขภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็นแบบใช้ไฟฟ้าหรือไม่ใช้ไฟฟ้าจะให้ประโยชน์ด้านสุขภาวะที่ดีต่อผู้ใช้งาน การชำระล้างด้วยสุขภัณฑ์ที่มีฝารองนั่งอัตโนมัตินี้ช่วยให้ความสะดวกสบายที่ทันสมัย รวมทั้งให้ความผ่อนคลายและสดชื่น ที่สำคัญยังช่วยส่งเสริมสุขอนามัยที่ดี หมดปัญหาน้ำกระเด็นเปียกในห้องน้ำอันเกิดจากสเปรย์ฉีดน้ำหรือใช้ขันตัก ซึ่งต้องเหนื่อยมาเช็ดทำความสะอาดในภายหลัง

อเมริกันสแตนดาร์ด พบว่าผู้บริโภคมักพบเจอกับความยุ่งยากในการเลือกซื้อฝารองนั่งสำหรับสุขภัณฑ์ บ่อยครั้งผู้บริโภคอาจพบว่าฝารองนั่งนั้นมีขนาดที่ไม่ลงตัวกับสุขภัณฑ์ที่มีอยู่ในบ้าน ในขณะที่ก็ไม่อยากซื้อสุขภัณฑ์อัจฉริยะที่มีหลากหลายฟังก์ชันเนื่องเพราะอาจมีราคาที่สูงเกินกว่าที่ตั้งงบไว้

ด้วยสถานการณ์ของโลกที่เต็มไปด้วยเชื้อโรคร้ายอย่างเช่นปัจจุบัน อเมริกันสแตนดาร์ด ต้องการเห็นผู้บริโภคมีสุขอนามัยที่ดี เราจึงได้คิดค้นและพัฒนาสุขภัณฑ์แห่งมาตรฐานใหม่ วันนี้จึงมีสุขภัณฑ์ตัวเลือกใหม่ นั่นคือ e.ssential สุขภัณฑ์อัจฉริยะ ที่มาพร้อมกับฝารองนั่งอัตโนมัติที่มีฟังก์ชันหลากหลาย รวมทั้งยังมีคุณสมบัติอื่น ๆ นอกจากดีไซน์ที่สวยมีสไตล์ ยังให้ความเรียบง่ายและฟังก์ชันไปสู่อีกระดับที่สูงขึ้นในราคาที่เหมาะสมมานำเสนอให้ผู้บริโภคทุกคนสามารถจับต้องได้

e.ssential มาพร้อมแนวคิดการออกแบบที่มีสไตล์ ลดรายละเอียดที่ไม่จำเป็น สมเหตุสมผลให้ผู้ใช้รู้สึกว่าได้มากกว่าเมื่อเทียบกับราคา การออกแบบสุขภัณฑ์อัจฉริยะ e.ssential เป็นการผสมผสานภายใต้หลัก less is more หรือน้อยแต่มาก นั่นคือให้มีเพียงฟังก์ชันหลักเน้นสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ แต่เพิ่มประสิทธิภาพให้ถึงระดับสูงสุด

สำหรับ e.ssential ความพึงพอใจมาพร้อมกับความรู้ที่ว่า สุขภัณฑ์อัจฉริยะควรต้องส่งมอบฟังก์ชันพื้นฐานที่จำเป็นทั้งหมดได้อย่างยอดเยี่ยม และแม้แต่เรื่องความสวยงามก็ต้องช่วยยกระดับพื้นที่ห้องน้ำของทุกคนให้มีสภาพแวดล้อมที่ดูดีมีสไตล์

• ฟังก์ชัน
ตัดส่วนที่ไม่จำเป็นและความยุ่งยากซับซ้อนออกไป
• โหมดการทำความสะอาดส่วนบุคคลที่ครบครัน ไร้กังวลกับก้านฉีดสแตนเลสสตีลทำความสะอาดตัวเองอัตโนมัติ เมื่อใช้ทำความสะอาดอวัยวะส่วนหลังและจุดซ่อนเร้นของผู้หญิง
• Aqua Ceramic – เทคโนโลยีซูเปอร์ไฮโดรฟิลิก (hydrophilic technology) ที่ได้รับรางวัล รับรองว่าสิ่งสกปรกและรอยเปื้อนเป็นวง ๆ จะไม่ก่อตัวหรือเกาะติดกับพื้นผิวเซรามิก ช่วยให้การดูแลรักษาทำได้ง่ายในระยะยาว รวมทั้งเทคโนโลยี HygieneClean อื่น ๆ ที่สำคัญอันได้แก่ SiphonMax ฟลัชทรงพลัง ผลักสิ่งสกปรกในพริบตา และ Comfort Clean ป้องกันแบคทีเรีย E.Coli สะอาด ปลอดภัย
• การป้องกันแบคทีเรีย – เคลือบสารป้องกันแบคทีเรียบนฝารองนั่ง แผงปุ่มควบคุม และฝาปิดโถสุขภัณฑ์ โดยฝารองนั่ง e.ssential ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน SIAA
• ระบบกำจัดกลิ่นและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ มีมาให้พร้อมสรรพ อาทิ ฝารองนั่งอุ่นสบายปรับอุณหภูมิได้ ระบบชำระล้างไม่ว่าจะเป็นน้ำและลมร้อนเป่าแห้งที่สามารถปรับอุณหภูมิได้เช่นกัน ช่วยให้สบายและผ่อนคลาย

• การออกแบบ
การออกแบบที่สวยโดดเด่นและไร้รอยต่อ
• สายไฟถูกเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิด
• ถังพักน้ำแบบ Low Tank ดีไซน์ของถังพักน้ำที่ต่ำลง ให้ความเรียบหรูด้วยฐานเรียบเต็มทั้งชิ้น
• สไตล์ร่วมสมัย

ด้วยสุขภัณฑ์อัจฉริยะ e.ssential คุณจะสุขใจกับทุกฟังก์ชันที่จำเป็นครบถ้วน โดยเฉพาะในเรื่องของความสะดวกสบายและการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล รวมทั้งกับราคาที่น้อยกว่าที่คุณคาดคิดสำหรับสุขภัณฑ์อัจฉริยะที่ควรจะเป็น

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ร้านค้าผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ และ Facebook : American Standard Thailand หรือโทร. 02-102-2222


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

“หัวเว่ย” เปิดตัวโซลูชัน Smart PV สำหรับบ้านพักอาศัย ยกระดับการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในครัวเรือนของเวียดนาม

Huawei FusionSolar โซลูชัน Smart PV จากหัวเว่ย ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) และอุปกรณ์อัจฉริยะระดับโลก นำเสนอระบบบูรณาการที่สมบูรณ์แบบสำหรับโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับที่อยู่อาศัย ในงานเปิดตัวที่นครโฮจิมินห์เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2564

ความต้องการวิถีชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชาญฉลาดได้กระตุ้นตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ในครัวเรือนของเวียดนาม เพิ่มความต้องการโซลูชันอัจฉริยะที่ติดตั้งได้ง่ายขึ้นด้วยมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงและการใช้งานในระยะยาว ที่มีเป้าหมายเพื่อการบริโภคด้วยตนเองที่สูงขึ้น เมื่อปี 2563 ที่ผ่านมา หัวเว่ยได้ส่งมอบอินเวอร์เตอร์ที่มีความจุรวม 4.3 กิกะวัตต์ในเวียดนาม และเพื่อพัฒนาตลาดต่อไป Huawei FusionSolar ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับระบบครบวงจรแก่เจ้าของบ้านในเวียดนาม ประกอบด้วย Smart Energy Controller SUN2000-2-5KTL-L1 และ SUN2000-5-10KTL-M1, ESS (ระบบเก็บพลังงานไฟฟ้า) LUNA2000- 5/10/15-S0 และ Smart PV Optimizer SUN2000-450W-P

ในงานเปิดตัวคุณ Alen Zhang ผู้อำนวยการฝ่ายขายของ Huawei FusionSolar Vietnamกล่าวว่า”ด้วยความเชี่ยวชาญถึง 30 ปีในเทคโนโลยีสารสนเทศดิจิทัล เราได้รวมเอาเทคโนโลยี ICT ล่าสุดจำนวนมากมาใช้เพื่อการผลิตพลังงานไฟฟ้าที่ดีที่สุด เพื่อสร้างรากฐานสำหรับพลังงานแสงอาทิตย์ให้กลายเป็นแหล่งพลังงานหลัก เวียดนามเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการใช้พลังงานแสงอาทิตย์สูง และเราหวังว่าจะมีส่วนร่วมในการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้มากขึ้นในครอบครัวชาวเวียดนามด้วยโซลูชัน Huawei FusionSolar”

เมื่อพูดถึงระบบหลังคาเซลล์แสงอาทิตย์แล้ว เจ้าของบ้านมักจะตั้งความหวังแก่ผู้ติดตั้งว่าจะมีการจัดหาระบบภายในครัวเรือนที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าใช้จ่าย โดยคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพสูง ยืดหยุ่น และติดตั้งง่าย มาพร้อมกับแอปพลิเคชันอัจฉริยะและการบริการลูกค้าที่เชื่อถือได้ นั่นทำให้กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ของหัวเว่ยถูกพัฒนาขึ้น เพื่อมุ่งเน้นคุณประโยชน์หลัก 3 ประการ ได้แก่ค่าไฟฟ้าที่เหมาะสม ความปลอดภัยในการใช้งานและประสบการณ์ที่ดีกว่าเดิม

ค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมที่สุด
พลังงานแสงอาทิตย์ที่สร้างโดยแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ตอบสนองความต้องการในการใช้ไฟฟ้าของครัวเรือนในเวลากลางวัน ขณะที่พลังงานส่วนเกินจะถูกใช้เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่งจะปล่อยออกมาเพื่อให้เพียงพอกับการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในเวลากลางคืน ด้วยวิธีนี้ ระบบพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับครัวเรือนจึงสามารถบรรลุการใช้งานระดับสูงภายในบ้าน และนี่คือข้อดีของแบตเตอรี่ครัวเรือนอัจฉริยะของหัวเว่ยอย่าง Smart String ESS LUNA2000-5/10/15-S0 แบตเตอรี่แต่ละก้อนมาพร้อมตัวเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในตัว และรองรับการจัดการประจุและการคายประจุแบบอิสระ

ความปลอดภัยในการใช้งาน
ระบบ AI-Powered Arc Fault Circuit Interrupter (AFCI) ช่วยลดความเสี่ยงจากอัคคีภัยในเชิงรุกด้วยเทคโนโลยีการปิดระบบอย่างรวดเร็ว โดยทำให้หลังคามีแรงดันไฟฟ้าเป็นศูนย์ และปลอดภัยจากอาร์คไฟฟ้าด้วยการป้องกันสองชั้น หัวเว่ยเป็นรายแรกในอุตสาหกรรมที่รวมอัลกอริทึมปัญญาประดิษฐ์เข้ากับ AFCI ทำให้สามารถใช้คุณสมบัติพิเศษ 3 ประการ ได้แก่ การตรวจจับอาร์คไฟฟ้าที่แม่นยำด้วยอัลกอริธึมเครือข่ายประสาท การป้องกันอาร์คไฟฟ้าที่รวดเร็วด้วยการปิดอินเวอร์เตอร์ภายใน 0.5 วินาที ซึ่งต่ำกว่า 2.5 วินาทีตามที่กำหนดไว้ใน UL1699B และการระบุจุดเกิดอาร์ค ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาหน้างานได้ถึง 80%

ผลิตภัณฑ์อินเวอร์เตอร์ FusionSolar ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์แบบเฟสเดียว (Smart Energy Controller SUN2000-2-5KTL-L1) และสามเฟส (Smart Energy Controller SUN2000-5-10KTL-M1) ซึ่งทั้งสองอย่างสามารถใช้ร่วมกับอุปกรณ์เพิ่มขีดความสามารถด้านพลังงาน SUN2000-450W-P ของหัวเว่ยได้

ประสบการณ์ที่ดีกว่าเดิม
และประการสุดท้าย ระบบการจัดการเซลล์แสงอาทิตย์อัจฉริยะ ซึ่งเปิดให้บริการทั้งบนเว็บพอร์ทัลและแอปพลิเคชันมือถือ จะมอบการอ่านค่าปริมาณพลังงานและการอ่านค่าสมดุลพลังงานแบบเรียลไทม์ รวมทั้งการจัดการประสิทธิภาพระดับแผงเซลล์แสงอาทิตย์


 

Exit mobile version