Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

“พรีไซซ” คว้ารางวัล Thailand Vision Zero สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงป้องกันอย่างยั่งยืน

บริษัท พรีไซซ อีเลคตริค แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด บริษัทในเครือ พรีไซซ คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRECISE ผู้นำด้านโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะครบวงจร ด้วยการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรมและความเป็นมืออาชีพ คว้ารางวัล Thailand Vision Zero อย่างต่อเนื่องในระดับก้าวหน้า (Achievement Award Level 2) ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่สถานประกอบกิจการที่ผ่านเกณฑ์การประเมินตามแนวทาง Vision zero จากสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน(ประเทศไทย) ที่มุ่งมั่นพัฒนา “วัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงป้องกัน” Vision Zero Strategy เพื่อให้คนทำงานไทยปลอดภัย

นายณัฐพงศ์ กอร่ม กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีไซซ อีเลคตริค แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (PEM) เปิดเผยว่า “พรีไซซได้รับรางวัล Thailand Vision Zero ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 ซึ่งเป็นการเน้นย้ำว่า พรีไซซเป็นองค์กรที่มุ่งมั่นส่งเสริมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างต่อเนื่อง สอดรับยุทธศาสตร์ Thailand Vision Zero โดยอาศัยจาก “ความมุ่งมั่นและภาวะความเป็นผู้นำของผู้นำ” และการสร้างวัฒนธรรมเชิงป้องกันอย่างยั่งยืน

“พรีไซซได้ตอบสนองนโยบายของภาครัฐ Safety Thailand 4.0  ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานรวมทั้งชุมชนควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ด้วยการปฏิบัติที่เป็นไปตามมาตรฐานธุรกิจไทยในข้อกำหนดกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน แรงงานสัมพันธ์ ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยมีการวางแผนและบริหารจัดการอย่างเป็นระบบและประสิทธิภาพของหน่วยงานอาชีวอนามัยและความปลอดภัย หรือ Safety ที่จัดทำแผนแม่บทให้พนักงาน รวมทั้งผู้รับเหมา ผู้รับจ้างภายนอกและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง ปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันและลดการบาดเจ็บ การเจ็บป่วย สูญเสียทรัพย์สินหรือเสียชีวิตจากการทำงาน อาทิ การประเมินความเสี่ยงให้ครอบคลุมทุกกระบวนการ การรายงานสภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัย การรายงาน Near miss เพื่อจัดทำมาตรการป้องกันเชิงรุก การวิเคราะห์สาเหตุและสอบสวนอุบัติเหตุเพื่อจัดทำมาตรการแก้ไขป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ นอกจากนี้มีการส่งเสริม/ชื่นชมพนักงานที่มีการกระทำที่ปลอดภัย สร้างการมีส่วนร่วมและการให้คำปรึกษาของพนักงานเพื่อเป็นการกระตุ้นและสร้างจิตสำนึกที่ดีด้านความปลอดภัย จากการดำเนินงานและปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปีที่ผ่านมาสถิติอัตราการประสบอุบัติเหตุลดน้อยลงมากและมีระดับความรุนแรงลดน้อยลงตามลำดับ อุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานเกิน 3 วัน = 0 ถือได้ว่าบรรลุเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้

“ล่าสุด พรีไซซ ได้เดินหน้าในการยกระดับระบบการบริหารจัดการด้านอาชีวนามัยและความปลอดภัย โดยการขอการรับรองระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย หรือ ISO45001 : 2018 และคาดว่าจะได้รับการรับรองภายในไตรมาสที่ 2-2021 เป็นการเน้นย้ำว่าพรีไซซนั้นมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน ให้มีความปลอดภัย สุขภาพอนามัยดีและเกิดความผาสุกในองค์กร (Smart  Workplace) ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจที่เติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง แม้สภาพเศรษฐกิจจะอยู่ในช่วงถดถอยและมีวิกฤตต่างๆเข้ามาก็ตาม พรีไซซยังสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น ผลิตสินค้าได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างดี” นายณัฐพงศ์ กล่าวปิดท้าย

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ พรีไซซ สามารถชมสินค้าและนวัตกรรมการจัดการพลังงานอัจฉริยะ ดูรายละเอียด หรือสั่งซื้อสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ https://preciseproducts.in.th/  LINE: https://lin.ee/1T37XR1 สอบถามเพิ่มเติม โทร. (+66) 02-584-2367 ต่อ 621 , 065-528-5860


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

รพ. บี.แคร์ฯ เปิดให้บริการพิเศษ!! รถตู้รับส่ง BTS – สถานีแยก คปอ. เริ่ม 8 มีนาคม 2564

โรงพยาบาล บี.แคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์ เปิดให้บริการรถตู้รับส่ง B.CARE MEDICAL CENTER SHUTTLE VAN ให้บริการรับส่งจาก BTS – สถานีแยก คปอ. ทุกวัน ทุกชั่วโมง เริ่มตั้งแต่เวลา 06.00 – 21.00 น. เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้รับบริการในการเดินทางมาที่ รพ. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมและตารางเดินรถได้ที่ คลิ๊ก >> https://www.bcaremedicalcenter.com/News-detail/77


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

อีริคสันเร่งเปิดตัว 5G บนย่านความถี่ mid-band พร้อมแนะนำโซลูชั่น Massive MIMO และ RAN Compute ใหม่ที่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ

กรุงเทพฯ ประเทศไทย 8 มีนาคม 2564 – อีริคสัน (NASDAQ: ERIC) เปิดตัวผลิตภัณฑ์ระบบวิทยุใหม่สามตัวในกลุ่มเทคโนโลยี Massive MIMO ชั้นนำของอุตสาหกรรมและขยายพอร์ทผลิตภัณฑ์กลุ่ม RAN Compute ใหม่ถึง 6 ตัว เพื่อเร่งการเปิดตัว 5G ย่านความถี่ mid-band โซลูชั่นใหม่นี้ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังจาก Ericsson Silicon ซึ่งเป็นระบบ Systems on a Chip (SoC) ของบริษัทฯ มอบประสิทธิภาพการประมวลผลขั้นสูงรองรับการพัฒนาแบบรวดเร็วของเครือข่ายที่มุ่งประหยัดพลังงานและเพิ่มสมรรถนะให้แข็งแกร่งกว่าเดิม 

ผู้ให้บริการสื่อสารสามารถใช้ประโยชน์จากคลื่น 5G ในย่านความถี่ mid-band เพื่อเปิดให้บริการได้อย่างรวดเร็วและมอบประสบการณ์ที่ตอบสนองความต้องการที่มากขึ้นของผู้ใช้บริการบรอดแบนด์บนโทรศัพท์มือถือได้อย่างมีประสิทธิภาพ  คลื่นความถี่ Mid-Band จะช่วยปิดช่องว่างในแง่ประสิทธิภาพของย่านความถี่ต่ำ (Low-Band) และย่านความถี่สูง (High-Band) ในด้านความเร็ว และประสิทธิภาพเครือข่าย โดยเครือข่าย 5G ที่ใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ย่าน Mid-Band ในระดับต่าง  อย่างเหมาะสม จะสามารถส่งมอบประสบการณ์ 5G อย่างเต็มประสิทธิภาพให้แก่ผู้บริโภคและองค์กรต่าง  

เพอร์ นาร์วิงเออร์ หัวหน้าฝ่าย Product Area Networks ของอีริคสันกล่าวว่า “หลังจากการเปิดตัวเครือข่าย 5G ครั้งแรก ถึงเวลาแล้วที่จะขยายศักยภาพของเครือข่าย 5G โดยใช้ประโยชน์จาก Massive MIMO ขึ้นไปอีกระดับ ผู้ให้บริการด้านการสื่อสารสามารถเร่งการพัฒนาเครือข่ายย่านความถี่ Mid-Band ได้อย่างมีประสิทธิภาพพร้อมมอบบริการที่เหนือกว่าแก่ลูกค้า และสามารถลดการใช้พลังงานลงได้ด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ของเรา” 

พื้นฐานของนวัตกรรม 

ระบบคลื่นวิทยุ 5G Massive MIMO ย่านความถี่ Mid-Band เป็นไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ของอีริคสันที่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ Antenna-Integrated Radio (AIR) ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ผู้ให้บริการพัฒนาเครือข่ายได้ง่ายขึ้น ช่วยผู้ใช้ 5G ให้ได้รับประสบการณ์ 5G อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ใช้พื้นที่น้อยลงแต่ให้ประสิทธิภาพมากกว่าถึงสามเท่า 

ระบบคลื่นวิทยุรุ่นใหม่นี้มีน้ำหนักเพียง 20 กกซึ่งเบากว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 45 เปอร์เซ็นต์และประหยัดพลังงานมากขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ มาพร้อมระบบระบายความร้อนแบบ passive เพื่อลดค่าใช้จ่ายการซ่อมบำรุง สามารถติดตั้งและใช้งานได้ตั้งแต่ในอาคารสูงในเขตเมือง ถึงชานเมืองและในพื้นที่ชนบทห่างไกล โดยเฉพาะในยูสเคส เช่น การส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่าน Fixed Wireless Access รวมทั้งการใช้งานในอุตสาหกรรมยานยนต์ การคมนาคมและขนส่งโลจิสติกส์ 

อีริคสันยังเดินหน้าพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์ RAN Compute ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อีก 6 รายการ ซึ่งรวมถึงตัวเลือกทั้งติดตั้งในอาคารและกลางแจ้งสำหรับการขยายเครือข่าย 4G และการเปิดตัว 5G ในย่านความถี่  Mid-Band ซึ่งให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์และลดใช้พลังงานลง 15 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ 

กลุ่มผลิตภัณฑ์ Massive MIMO และ RAN Compute ล่าสุดของอีริคสันขับเคลื่อนโดย Ericsson Silicon มาพร้อมการออกแบบสถาปัตยกรรมโครงสร้างที่ให้คลื่นวิทยุ Massive MIMO พร้อมการประมาณช่องสัญญาณแบบเรียลไทม์และ Beamforming ที่แม่นยำเป็นพิเศษ ให้ประสิทธิภาพความครอบคลุมของสัญญาณพร้อมประสบการณ์ผู้ใช้ในระดับแถวหน้าของอุตสาหกรรม การรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมถูกฝังไว้ในการออกแบบร่วมกันอย่างแน่นหนาของซิลิกอนและสถาปัตยกรรมของฮาร์ดแวร์ที่เปิดตัวเพื่อให้แน่ใจว่าซอฟต์แวร์และข้อมูลที่เป็นความลับได้รับการปกป้อง 

เอ็ด กับบินส์ หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัทGlobalData กล่าวว่า การเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากผู้ให้บริการหันมาให้ความสนใจกับการใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ 5G Mid-Band มากขึ้น คลื่นวิทยุ Massive MIMO ของอีริคสันเป็นผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นในอุตสาหกรรมทั้งในแง่ของขนาดที่กะทัดรัดและการออกแบบที่มีน้ำหนักเบาช่วยให้ผู้ให้บริการสื่อสารเอาชนะความท้าทายในการพัฒนาเครือข่ายได้ นอกจากนี้กลยุทธ์ซิลิคอนแบบกำหนดเองของอีริคสันที่มีจุดเด่นในด้านความเสถียรและความแข็งแกร่งยังสร้างความแตกต่างของการให้บริการได้อีกด้วย


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มจพ. วิทยาเขตปราจีนบุรี ร่วมหารือ ศภ.9 กสอ. เสริมแกร่ง ITC 4.0

คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตปราจีนบุรี
โดย ผศ.ดร.ปิยะรัชช์ กุลเมธี คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร ดร.พนิดา เรณูมาลย์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และ อาจารย์นาฏกาญจน์ จักรานุวัฒน์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายพัฒนางานบริการวิชาการ ได้ร่วมหารือถึงแนวทางที่จะร่วมมือเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่าง มจพ. วิทยาเขตปราจีนบุรี

โดยนางสาวหนึ่งหทัย ธรรมพิทักษ์ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 9 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมอุตสาหกรรมชุมชน และกลุ่มบริการธุรกิจอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการ (ศภ.9 กสอ.) เข้าพบเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา นอกจากนี้แล้วยังได้หารือแนวทางเชื่อมโยงการทำงาน แนะนำการดำเนินงานของคณะ รวมถึงบทบาทภารกิจในงานบริการวิชาการ การฝึกอบรม ให้ความรู้ ให้คำแนะนำด้านการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร การพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการวิเคราะห์ ทดสอบ และการผลิตโดยใช้เครื่องจักรต่าง ๆ ตลอดจนเป็นศูนย์เชื่อมโยงเครือข่าย มจพ.ปราจีนบุรีเสริมแกร่ง ITC 4.0

คณะอุตสาหกรรมเกษตร และ ศภ.9 กสอ. มีแนวทางร่วมกันถึงความร่วมมือเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างกันกับศูนย์ ITC 4.0 ของ ศภ.9 กสอ. เพื่อใช้เป็นแนวทางการขับเคลื่อนด้าน Matching และเสริมแกร่งเดินหน้าส่งเสริมยกระดับมาตรฐานงานวิจัยให้ผู้ประกอบการในพื้นที่สามารถนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

รายงานเทรนด์ดิจิทัลปี 2564 อะโดบีเผย “ข้อมูลเชิงลึก” และ “ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล” คือสิ่งที่องค์กรธุรกิจให้ความสำคัญมากที่สุดในปี 2564

กรุงเทพฯ – 5 มีนาคม 2564 – รายงานเทรนด์ดิจิทัล (Digital Trends Report) ประจำปี 2564 ของอะโดบี ระบุว่า ในปี 2564 องค์กรธุรกิจจำนวนมากในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APAC) จะให้ความสำคัญกับเรื่องของความสามารถและรวดเร็วในการกลั่นกรองข้อมูลเชิงลึก และมีแผนในการลงทุนส่วนนี้อย่างจริงจัง

รายงานดังกล่าวจัดทำร่วมกับ Econsultancy โดยอ้างอิงผลการสำรวจความคิดเห็นของบุคลากรฝ่ายการตลาด โฆษณา อี-คอมเมิร์ซ และไอที 13,000 คนที่ทำงานให้กับบริษัทเจ้าของแบรนด์และเอเจนซี่ต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ (ANZ) อินเดีย และเอเชีย[1]  รายงานดังกล่าวของอะโดบี ซึ่งจัดทำขึ้นเป็นปีที่ 11 มีความแตกต่างจากฉบับก่อนหน้า โดยเจาะลึกประเด็นใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการแพร่ระบาด เช่น ผลกระทบจากการทำงานจากที่บ้านของบุคลากร ประเด็นเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว รวมถึงการพยายามทำความเข้าใจผู้อื่น และการนึกถึงความรู้สึกของผู้อื่น (Empathy) ซึ่งทั้งหมดเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนประสบการณ์

ดิจิทัลดิสรัปชั่น (Digital Disruption) ในปี 2563 ทำให้องค์กรธุรกิจตระหนักว่าตนเองจำเป็นที่จะต้องเข้าใจข้อมูล และดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลให้รวดเร็วมากขึ้น  ทั้งนี้ ผู้บริหารใน ANZ เพียงหนึ่งในสาม (35%) เชื่อมั่นว่าองค์กรของตนมีความสามารถในการกลั่นกรองและเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกอย่างรวดเร็ว แม่นยำ และใช้งานได้จริง ขณะที่ผู้บริหารในเอเชียมีความเชื่อมั่นที่น้อยกว่า โดยอยู่ที่สัดส่วน 9%  อย่างไรก็ตาม ผู้ตอบแบบสอบถามในเอเชีย (49%) และ ANZ (40%) มีแผนที่จะลงทุนทรัพยากรเพื่อปรับปรุงขีดความสามารถด้านการวิเคราะห์และกลั่นกรองข้อมูลเชิงลึก เพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านการตลาดในปี 2564 สำหรับผู้บริหารใน ANZ จะให้ความสำคัญกับประสบการณ์ลูกค้าแบบเฉพาะบุคคล (33%) ขณะที่ผู้บริหารในเอเชียมุ่งเน้นไปที่การสร้างฐานลูกค้าใหม่ หรือการหาลูกค้าใหม่ (35%)

ดันแคน อีแกน รองประธานฝ่ายการตลาด DX ของอะโดบี ประจำภูมิภาค APAC และญี่ปุ่น กล่าวว่า องค์กรที่สามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกได้ดีกว่าสามารถนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลที่สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้มากกว่า เมื่อเทียบกับองค์กรที่มีข้อมูลเชิงลึกในระดับที่ต่ำกว่า

“ในปี 2563 แบรนด์ต่างๆ ในทุกภาคธุรกิจสูญเสียความสามารถในการคาดการณ์แนวโน้มในอนาคต  องค์กรทุกประเภทจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบออนไลน์อย่างเร่งด่วน และสร้างกลุ่มลูกค้าดิจิทัลที่มีความคาดหวังสูงจำนวนมาก ปัจจุบันลูกค้าถือไพ่ในมือที่เหนือกว่าในเรื่องของ ‘Digital Relationship’ โดยผู้ตอบแบบสอบถามจากฝ่ายการตลาดใน APAC กว่าครึ่งหนึ่งระบุว่าพฤติกรรมลูกค้า และ Customer Journey มีการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ปกติอย่างมีนัยยะสำคัญในปี 2563

“บริษัทที่มีกลยุทธ์ด้านประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience – CX) ที่แข็งแกร่งมีแนวโน้มที่จะเติบโตในระยะยาวมากกว่าคู่แข่ง เพราะมีความพร้อมที่จะปรับตัวได้ดีกว่าเพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของลูกค้า และสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา รายงานฉบับนี้เน้นย้ำว่าองค์กรต่างๆ จำเป็นที่จะต้องเร่งปรับปรุงขีดความสามารถในการกลั่นกรองข้อมูลเชิงลึก และความสามารถในการดำเนินงาน โดยการใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มคลาวด์ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น รวมถึงระบบตรวจสอบ Customer Journey แบบเรียลไทม์และครบวงจร” อีแกน กล่าว

ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ผู้ตอบแบบสอบถามที่เชื่อมั่นเกี่ยวกับ Customer Experience ของบริษัทตนเองรู้สึกพอใจกับกลยุทธ์ของบริษัท (63% ใน ANZ เทียบกับ 73% ในอินเดีย และ 56% ในเอเชีย) และเชื่อมั่นกับการเติบโตด้านอาชีพของตนเองในอนาคต (61% ใน ANZ เทียบกับ 70% ในอินเดีย และ 57% ในเอเชีย)

อุปสรรคในการสร้าง Digital Experience
ความรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก และความเร็วในการดำเนินการมีความสำคัญอย่างมากกับธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนประสบการณ์ลูกค้าและการเติบโตของธุรกิจ  อย่างไรก็ดี องค์กรต่างๆ ใน APAC รายงานเกี่ยวกับอุปสรรคสำคัญ 3 ข้อที่ขัดขวางการตลาด และการสร้างจประสบการณ์ โดยอุปสรรคที่ว่านี้ได้แก่ เทคโนโลยีที่เก่าและล้าสมัย (51% ใน ANZ, 37% ในอินเดียและเอเชีย), ปัญหาเรื่องขั้นตอนการทำงาน หรือ workflow (38% ใน ANZ, 33% ในอินเดีย และ 48% ในเอเชีย) และการขาดแคลนทักษะและความสามารถทางดิจิทัล (34% ใน ANZ, 24% ในอินเดีย และ 43% ในเอเชีย)

ดันแคน อีแกน กล่าวว่า “การเปลี่ยนสู่รูปแบบการทำงานจากที่บ้านจะส่งผลกระทบระยะยาวเป็นอย่างมากต่อองค์กรธุรกิจ โดยองค์กรธุรกิจจำเป็นที่จะต้องมีการกำหนดกลยุทธ์ด้านการตลาดรูปแบบใหม่เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่และรักษาฐานลูกค้าเก่า บริษัทที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดกำลังมองไปข้างหน้า และลงทุนในเทคโนโลยีที่รองรับการทำงานแบบไฮบริดประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น และดึงดูดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านดิจิทัลและประสบการณ์ลูกค้า

“บริษัทต่างๆ หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องของการเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน และการเพิ่มขีดความสามารถใหม่ๆ ในการรองรับการดำเนินการทางด้านดิจิทัลอย่างไร้รอยต่อ โดยหนึ่งในสาม (34%) ระบุว่าบริษัทของตนมีความคล่องตัวสูงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และสามารถตัดสินใจได้อย่างฉับไว แนวทางการใช้เทคโนโลยีแบบไฮบริด ที่ประกอบด้วยระบบคลาวด์และระบบจัดการข้อมูลอื่นๆ จะช่วยให้องค์กรมีความยืดหยุ่นสูงและรองรับการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังสามารถปรับปรุงการทำงานโดยใช้โซลูชั่นที่มีอยู่ และสร้างโซลูชั่นใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการปรับปรุงขีดความสามารถด้านการวิเคราะห์และกลั่นกรองข้อมูลเชิงลึกอีกด้วย”

องค์กรจำนวนมากใน APAC ได้ปรับใช้แนวทางแบบไฮบริดกันอย่างกว้างขวาง โดยผู้บริหาร 43% ใน ANZ และ 26% ในอินเดียและเอเชีย ระบุว่าองค์กรของตนใช้แพลตฟอร์มบนระบบคลาวด์ร่วมกับระบบจัดการข้อมูลด้านการตลาดอื่นๆ

ความเป็นส่วนตัว และการยินยอมเพื่อ CX ที่มีประสิทธิภาพ

ขณะที่ลูกค้าดิจิทัลมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว องค์กรธุรกิจก็หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (Data Privacy) โดยผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมากในภูมิภาคนี้ระบุว่า ความเป็นส่วนตัวและคำยินยอมของลูกค้าเป็นปัจจัยสำคัญในการวางแผนธุรกิจ (56% ใน ANZ, 41% ในเอเชีย)

อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นปัญหาเรื่องความโปร่งใส โดยมีผู้บริหารจำนวนไม่มาก (13% ใน ANZ, 12% ในเอเชีย) ระบุว่าองค์กรของตนสามารถสื่อสารเกี่ยวกับวิธีการรวบรวมและใช้งานข้อมูลอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ  นอกจากนี้ มีผู้บริหารเพียง 10% ใน ANZ และ 13% ในเอเชียที่เชื่อว่าองค์กรของตนสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพเกี่ยวกับประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับเพื่อแลกกับคำยินยอมของลูกค้าตั้งแต่ครั้งแรกที่ลูกค้าได้สัมผัสกับแบรนด์

การพยายามทำความเข้าใจผู้อื่น และการนึกถึงความรู้สึกของผู้อื่นคืออนาคตของประสบการณ์ลูกค้า

การใช้ช่องทางดิจิทัลกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่พบเห็นได้ทั่วไป และด้วยเหตุนี้ แบรนด์ต่างๆ จึงจำเป็นต้องมีความเข้าอกเข้าใจ และนึกถึงความรู้สึกของลูกค้า (Empathy) ซึ่งจะเป็นความต่างในการสร้าง Customer Experience การวิเคราะห์และปรับเปลี่ยนสู่ Customer’s Emotional Journey เป็นพัฒนาการขั้นถัดไปของการจัดการประสบการณ์ลูกค้า และเป็นภารกิจหลักที่สำคัญสำหรับนักการตลาด ปี 2564

อย่างไรก็ดี องค์กรส่วนใหญ่ยังต้องใช้เวลาในการสร้าง Digital Empathy (การทำความเข้าใจ และนึกถึงความรู้สึกของลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัล) ทั้งนี้ ผู้บริหารในอินเดียกว่าหนึ่งในสาม (37%) มีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับทัศนคติของลูกค้า ตามด้วย 27% ใน ANZ และ 19% ในเอเชีย ส่วนข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปัจจัยที่กระตุ้นการซื้อนั้น ปัญหาที่เป็นอุปสรรค (Friction point) และ Attribution ที่แสดงความสัมพันธ์ของการทำตลาดกับพฤติกรรมของลูกค้า อยู่ในระดับที่ดีกว่าเพียงเล็กน้อย

หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทรนด์ดิจิทัลสำหรับปี 2564 สามารถอ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่นี่

เกี่ยวกับรายงานเทรนด์ดิจิทัลของอะโดบีและ Econsultancy

รายงานประจำปีเกี่ยวกับเทรนด์ดิจิทัลฉบับที่ 11 ของอะโดบีและ Econsultancy อ้างอิงผลการสำรวจความคิดเห็นของบุคลากรฝ่ายการตลาด อีคอมเมิร์ซ ครีเอทีฟ และเทคโนโลยีกว่า 13,000 คนทั่วโลก

เกี่ยวกับ อะโดบี

อะโดบีเปลี่ยนโลกผ่านประสบการณ์ด้านดิจิทัล ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.adobe.com


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มช. กับ 5 เทคโนโลยีรับมือปัญหาหมอกควันและ PM.2.5

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกวันนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง PM 2.5 ที่ลอยปกคลุมตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วทุกภาคของประเทศ ส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของประชาชน โดยเฉพาะภาคเหนือ ที่กระทบต่อคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจในวงกว้าง ซึ่งเป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายไม่ได้นิ่งนอนใจ ต่างผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างจริงจัง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงได้จัดตั้งคณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ เป็นการรวมตัวของคณาจารย์ผู้ชำนาญในหลายสาขาวิชา เพื่อเป็นศูนย์กลางในการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ดำเนินงานศึกษาวิจัย เสนอแนวทาง และถ่ายทอดนวัตกรรม รวมถึงนำมาซึ่งการพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยหน่วยงานและประชาชนสามารถติดตามคุณภาพอากาศเพื่อการรับมือและเฝ้าระวัง ดังนี้

1.ระบบสนับสนุนการตัดสินใจในการบริหารจัดการเชื้อเพลิงชีวมวล (Fire Management Decision Support System) หรือ FireD (ไฟดี) โดย FireD/ไฟดี เป็นระบบสนับสนุนการตัดสินใจในการบริหารจัดการเชื้อเพลิงชีวมวล เพื่อสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการให้แก่ผู้มีอำนาจตัดสินใจที่จะ “อนุมัติ/ไม่อนุมัติ” ให้บางกิจกรรมการใช้ที่ดินที่มีความจำเป็นต้องพึ่งไฟในห้วงเวลาเฝ้าระวังของฤดูไฟป่า โดยใช้แนวคิดคือ “ไฟจำเป็น” หากใช้ถูกที่-ถูกเวลา จะส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศโดยรวมน้อยลง ซึ่งระบบประกอบไปด้วยข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ข้อมูลการพยากรณ์ฝุ่นควัน ข้อมูลอุตุนิยมวิทยา ข้อมูลจุดความร้อน และข้อมูลอัตราการระบายอากาศ โดยหวังว่าระบบนี้จะเป็นทางเลือกหนึ่งในการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันในพื้นที่ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชาคริต โชติอมรศักดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาภูมิศาสตร์ และหัวหน้าศูนย์ภูมิภาคเพื่อการศึกษาด้านภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (Regional Center for Climate and Environmental Studies : RCCES) คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

2.ระบบการพยากรณ์คุณภาพอากาศประเทศไทย “Thai Air Quality” เป็นแอปพลิเคชันที่สามารถแสดงผลพยากรณ์คุณภาพอากาศล่วงหน้าสูงสุดได้ 3 วัน ครอบคลุมทั่วประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งยังแสดงข้อแนะนำทางด้านสุขภาพเกี่ยวกับการปฏิบัติตนจากสถานการณ์คุณภาพอากาศในแต่ละกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มกิจกรรม ซึ่งเผยแพร่ให้บุคคลทั่วไปใช้ได้ผ่านทั้งระบบ iOS และ Android พัฒนาโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชาคริต โชติอมรศักดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาภูมิศาสตร์ และหัวหน้าศูนย์ภูมิภาคเพื่อการศึกษาด้านภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (Regional Center for Climate and Environmental Studies : RCCES) คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

 

3. NTAQHI (Northern Thailand Air Quality Health Index หรือ ดัชนีคุณภาพอากาศเพื่อสุขภาพชาวเหนือ) เพื่อตอบโจทย์การขยายเครือข่ายระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนประชาชนจากผลกระทบของปัญหาหมอกควันต่อสุขภาพไปยังจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ที่แสดงผลในพื้นที่ทั้งแบบเวลาจริงทุกชั่วโมง และแบบค่าเฉลี่ยใน 24 ชั่วโมงพร้อมคำอธิบายระดับดัชนีคุณภาพอากาศ รวมถึงคำเตือนเพื่อลดความเสี่ยงจากผลกระทบของมลพิษอากาศต่อสุขภาพ พร้อมปรับโฉมให้ผู้ใช้งานเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ขวัญชัย ศุภรัตน์ภิญโญและทีมงาน IT ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

 

4. DUSTBOY เครื่องวัดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศด้วยระบบเซนเซอร์การตรวจวัดคุณภาพอากาศและการเตือนภัยมลพิษทางอากาศ รายงานสถานการณ์ฝุ่นแบบ Real Time ที่ติดตั้งทั่วประเทศแล้วกว่า 400 จุด ตั้งเป้าขยายเป็น 2000-3000 จุด ทั่วไทยในทุกตำบล เข้าถึงข้อมูลอย่างรวดเร็ว ผ่านทางแอปพลิเคชัน “CMU Mobile” Application สำหรับภายใน มช. โดย รองศาสตราจารย์ เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล หัวหน้าศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คณะวิศวกรรมศาสตร์

5. เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับตรวจจับความร้อน (Thermal Imaging UAV) เพื่อการป้องกันและควบคุมไฟป่าในระดับพื้นที่ ระบบจะติดตามคุณภาพอากาศด้วยข้อมูลดาวเทียม ซึ่งเป็นระบบที่พัฒนาโดยการใช้เทคนิควิธีการด้านแผนที่ออนไลน์ (Web GIS Application) เพื่อรายงานข้อมูลเชิงสถานการณ์ของฝุ่นละออง PM2.5 และข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) ด้วยการตรวจหาจากข้อมูลดาวเทียม NASA TERRA/AQUA ระบบ MODIS และ Suomi NPP ระบบ VIIRS โดย อาจารย์ ดร.พลภัทร เหมวรรณ อาจารย์ประจำภาควิชาภูมิศาสตร์และหัวหน้าศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (ภาคเหนือ) GISTNORTH คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตระหนักถึงความสำคัญ และพร้อมเป็นกำลังสำคัญในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาหมอกควันและPM 2.5 ตลอดจนเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อรับมือวิกฤตฝุ่นอย่างสร้างสรรค์ แบบครบทุกมิติ


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ออฟฟิศเมท ช่วยคนขยันให้ WORK #NewNormal ได้ทุกที่ทุกเวลา จัดโปรฯ ลดสูงสุด 66% ตลอดเดือนมีนาคม 2564

ไอเทมสุดเวิร์ก คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก เครื่องพิมพ์ สแกนเนอร์ จอมอนิเตอร์ โต๊ะเก้าอี้ทำงาน เม้าส์คีย์บอร์ด ไอที+ซอฟแวร์โซลูชั่น และอื่นๆ อีกมากมาย ราคาสุดประหยัด #WorkAnywhere

ออฟฟิศเมท และ ออฟฟิศเมท พลัส จัดโปรโมชั่นไอเทมสุดเวิร์กลดสูงสุด 66% ตลอดเดือนมีนาคม 2564 ให้คนขยันยุค New Normal ได้ #WorkAnywhere ทุกที่ ทุกเวลา เราคัดสรรสินค้าจำเป็นจากหลากหลายแบรนด์ดัง ครบครันทุกกลุ่มสินค้า #มีทุกอย่างที่ธุรกิจต้องการ

• เฟอร์นิเจอร์สร้างมุมทำงาน ลดสูงสุด 66% อาทิ โต๊ะทำงาน ชั้นวางของ ตู้ลิ้นชักเก็บของ เก้าอี้เพื่อสุขภาพ (Ergonomic Chair) เก้าอี้ผู้บริหาร (Executive Chair) เก้าอี้สำนักงาน (Office Chair) เก้าอี้เกมมิ่ง (Gaming Chair) และเก้าอี้อเนกประสงค์ (Multipurpose chair)

• อุปกรณ์ IT & Software รวมไอทีโซลูชั่นเพื่อธุรกิจยุคใหม่ ลดสูงสุด 46% อาทิ คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ก กระดานไวท์บอร์ดอัจฉริยะ เครื่องสแกนใบหน้า-ลายนิ้วมือ เครื่องบันทึกเงินสด เครื่องพิมพ์และหมึกพิมพ์แท้จากแบรนด์ดัง สแกนเนอร์ หูฟังและลำโพงบลูทูธ การ์ดบันทึกข้อมูล จอมอนิเตอร์ ชุดกล้องวงจรปิดพร้อมติดตั้ง รวมทั้งซอฟแวร์ต่างๆ

• ไอเท็มตัวช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าขายของออนไลน์สะดวกขึ้น พร้อมรับออเดอร์กันรัวๆ ลดสูงสุด 35% อาทิ เครื่องพิมพ์อักษร บิลเงินสด กล่องพัสดุ ซองเอกสาร เทปกาวโอพีพี กาว และอุปกรณ์แพ็คกิ้งอีกเพียบ

#ออฟฟิศเมทมีครบจบไวสั่งง่ายได้เร็ว บริการส่งฟรีถึงบ้าน/ออฟฟิศ เพียงช้อปครบ 499 บาท* (ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด) ช้อปได้เลยสะดวกทุกช่องทาง!
• ช้อปออนไลน์ได้ตลอด 24 ชม. ที่ OfficeMate Mobile App และเว็บไซต์ >>
• Chat & Shop ผ่าน Line: @OfficeMate ได้ทุกวัน 8:00 – 22:00 น.
• โทรสั่งซื้อง่ายๆ กับ OfficeMate Contact Center 1281 ให้บริการทุกวัน 8:00 – 22:00 น.
• ไลน์หรือโทรสั่งซื้อโดยตรงกับร้านออฟฟิศเมท และออฟฟิศเมท พลัส เช็คเลย!


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านลุยจัดงาน “รับสร้างบ้าน FOCUS 2021” งานเดียวครบ ! พบกับมืออาชีพของการสร้างบ้าน 10-14 มีนาคม 2564 ณ อิมแพค ฮอลล์ 6 เมืองทองธานี

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน พร้อมจัดงาน “รับสร้างบ้าน FOCUS 2021 BUILD YOUR OWN SPACE สร้างบ้านสร้างสุข” ระหว่างวันที่ 10-14 มีนาคม 2564 ณ อิมแพค ฮอลล์ 6 เมืองทองธานี งานเดียวครบ! พบกับมืออาชีพของการสร้างบ้าน พร้อมแบบบ้านหลากสไตล์มากกว่า 1,000 แบบ และมีบ้านที่พร้อมตอบโจทย์กำลังซื้อของผู้บริโภคในทุกระดับราคาตั้งแต่ 1-100 ล้านบาท

นายวรวุฒิ กาญจนกูล นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) เปิดเผยว่า ขณะนี้สมาคมฯ พร้อมที่จะจัดงาน “รับสร้างบ้าน FOCUS 2021 ” ระหว่างวันที่ 10-14 มีนาคม 2564 ณ อิมแพค ฮอลล์ 6 เมืองทองธานี ซึ่งปีนี้ยังคงจัดงานภายใต้แนวคิด BUILD YOUR OWN SPACE สร้างบ้าน สร้างสุข งานเดียวครบ! พบกับมืออาชีพของการสร้างบ้าน พร้อมแบบบ้านหลากสไตล์มากกว่า 1,000 แบบ และมีบ้านที่พร้อมตอบโจทย์กำลังซื้อของผู้บริโภคในทุกระดับราคาตั้งแต่ 1-100 ล้านบาท และในปีนี้ก็ตั้งเป้ายอดขายประมาณ 2,000 ล้านบาทซึ่งเป็นยอดขายใกล้เคียงกับการจัดงานปีก่อน

พลาดไม่ได้กับโปรโมชั่นพิเศษ! ลูกค้าลงทะเบียนผ่าน Line @homebuilder หรือลงทะเบียนภายในงานและจองปลูกสร้างบ้านภายในงานมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษ iPhone 12 Pro (128GB) ทุกวันๆละ 1 เครื่อง นอกจากนี้ ยังมีส่วนลดตั้งแต่ 10-30% เป็นการลดตั้งแต่หลักแสนถึงหลักล้านบาท และของแถมจากบริษัทรับสร้างบ้านชั้นนำ รวมไว้ในที่เดียวเพื่อคนอยากสร้างบ้านโดยเฉพาะ ลงทะเบียนร่วมงานวันนี้ รับฟรี E-book แบบบ้านแห่งปี 2021 มากกว่า 50 แบบ จาก 26 บริษัทรับสร้างบ้านมืออาชีพ อีกทั้งยังได้รับบริการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษจากธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) ที่มาร่วมออกบูธภายในงาน ส่วนธนาคารอื่นที่เป็นพันธมิตรไม่ว่าจะเป็น ธนาคารกสิกรไทยและธนาคารกรุงไทย ซึ่งถึงแม้ทั้งสองธนาคารจะไม่มาร่วมออกบูธในครั้งนี้ แต่ก็ได้เตรียมแคมเปญอัตราดอกเบี้ยพิเศษให้กับผู้บริโภคที่ปลูกสร้างบ้านกับสมาชิกของสมาคมฯ ด้วยเช่นกัน

นายวรวุฒิ กล่าวด้วยว่า ได้รับข้อมูลที่ได้จากแบบสอบลูกค้าจากการจัดงานในหลายปีที่ผ่านมาว่าระยะเวลา 4 วันที่จัดงานนั้นสั้นไป ทำให้ผู้บริโภคบางรายนั้นไม่สะดวกมาร่วมงานในช่วงเวลาที่กำหนด ทั้งๆ ที่มีความต้องการที่จะปลูกสร้างกับบริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ ดังนั้น ในการจัดงาน“รับสร้างบ้าน FOCUS 2021 BUILD YOUR OWN SPACE สร้างบ้าน สร้างสุข” ปีนี้ได้ขยายเวลาเพิ่มเป็น 5 วัน (จากปกติที่จะจัดเพียง 4 วัน) ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาซื้อที่อยู่อาศัยแนวราบมากกว่าคอนโดมิเนียม ทำให้สมาคมฯ นั้นมีความมั่นใจว่าการจัดงาน “รับสร้างบ้าน FOCUS 2021 BUILD YOUR OWN SPACE สร้างบ้าน สร้างสุข” จะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคมากขึ้น

ทั้งนี้ สะท้อนจากยอดที่ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานนั้นมีเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ นับตั้งแต่ที่สมาคมฯ ได้เริ่มทำการประชาสัมพันธ์ตั้งแต่เดือนมกราคม จนถึงปัจจุบัน ซึ่งก็เหลือเพียง 8 วันก็จะถึงวันจัดงานคือ วันที่ 10-14 มีนาคม 2564 ณ อิมแพค ฮอลล์ 6 เมืองทองธานี โดยปีนี้ ได้รับเกียรติจาก คุณสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงาน ซึ่งสมาคมฯ ก็มีโครงการ “แบบบ้านประหยัดพลังงาน” หรือ “บ้านเบอร์ 5” ที่จะดำเนินการร่วมกับกระทรวงพลังงานราย ซึ่งมีรายละเอียดอื่นๆ อีกหลายด้าน โดยแบบบ้านที่ได้การรับรองให้ติด “ฉลากเบอร์ 5” นั้นจะต้องมีรายละเอียดระดับประสิทธิภาพที่ตรวจสอบหรือวัดได้ชัดเจนว่าได้ว่าประหยัดพลังงานได้จริงๆ จำนวนกี่หน่วยหรือคิดเป็นสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์ต่อปี เป็นต้น ซึ่งคาดว่าภายในงานจะมีการพูดคุยในประเด็นนี้อีกด้วย


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

เอเซอร์ สานต่อกลยุทธ์ Dual Transformation มุ่งเป้าสู่ Lifestyle Brands  นำเสนอผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ Live, Work, Learn, Play

กรุงเทพฯ, 2 มีนาคม 2564 – บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด ผู้นำนวัตกรรมไอที สานต่อกลยุทธ์ “Dual Transformation” ขับเคลื่อนสู่การเป็น Lifestyle Brands  จับความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ผสานองค์ความรู้ต่างๆ พัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ Live, Work, Learn, Play ทั้งในภาคธุรกิจและผู้ใช้งานทั่วไป แนะนำโปรดักส์ใหม่ acerpure เครื่องฟอกกระจายอากาศ และเครื่องฟอกไอออนลบลงตลาดเร็วๆ นี้

นายอลัน เจียง กรรมการผุ้จัดการประจำประเทศไทย และภูมิภาคอินโดจีน บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมามีบทบาทในการเปลี่ยนวิถีชีวิตและไลฟ์สไตล์จนเกิดเป็นวิถีใหม่ (New Normal / New Norm) ICT เข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงซึ่งจะเห็นได้จากการ Work from Home, Remote Working, Remote Learning หรือแม้แต่ Connected Healthcare โดยมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาขับเคลื่อนไม่ว่าจะเป็น 5G, VR, หรือ IoTs. จากความสำเร็จของเอเซอร์ในการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกลยุทธ์ Dual Transformation ทำให้ได้เห็นพฤติกรรมที่หลากหลายของผู้บริโภคที่มีบทบาทและมีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไป แน่นอนว่าเอเซอร์ยังคงขับเคลื่อนธุรกิจหลักนั่นคือการเป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ เอเซอร์คือแบรนด์คอมพิวเตอร์ที่มีมากกว่าคอมพิวเตอร์ จากการผสมผสานองค์ความรู้ความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ พัฒนานวัตกรรมเพื่อก้าวสู่ความเป็น Lifestyle Brands  นำเสนอโซลูชั่นและผลิตภัณฑ์ที่รองรับพฤติกรรมที่หลากหลายทั้งในภาคธุรกิจและความต้องการเฉพาะของผู้ใช้อย่างครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ Live, Work, Learn, Play.

นางสาวณัฐวรรณ ตะเภาน้อย ผู้จัดการอาวุโสกลุ่มผลิตภัณฑ์เอ็นเตอร์ไพรส์และคอมเมอร์เชียล กล่าวว่า 

ในธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์และคอมเมอร์เชียลของเอเซอร์ เราคือ Complete Solution Provider นำเสนอ Total Solution Design, Professional Service และ One-Stop-Efficient Support เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยโซลูชั่นและโปรดักส์ที่สอดคล้องและตอบโจทย์ Live, Work, Learn, Play ของธุรกิจและองค์กร. Lifestyle Brands  ในฝั่งคอมเมอร์เชียล เราได้ผลักดันยูนิตต่างๆ ในเอเซอร์ออกมาเป็นธุรกิจเช่น Altos Computing ทำในเรื่องของ AI Technology, Classroom Platform, AOPEN ที่เป็นดิจิทัลสกรีน พาแนลดิสเพลย์ หรือ ACSI ที่เป็น Security Operation Center เพื่อให้เป็นบิสสิเนสโซลูชั่น โดยมุ่งเน้นไปที่การเติบโตมากขึ้น และโฟกัสมากขึ้น ในการขับเคลื่อนธุรกิจเอนเตอร์ไพรส์และคอมเมอร์เชียลเราโฟกัสใน 3 กลุ่ม ได้แก่ Education, Healthcare และ Industrial โดยทั้ง 3 กลุ่มนี้ เอเซอร์มีโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ดังนี้. 

  • Education : Smart Education 
      • Desktop Service Platform การศึกษาที่เป็นได้มากกว่าห้องเรียน การหมุนเร็วของเทคโนโลยีทำให้การเรียนการสอนต้องสามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา เพื่อจะช่วยส่งเสริมคุณภาพการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เอเซอร์นำเสนอมัลติฟังก์ชั่นของเดสก์ท็อปแพลทฟอร์ม ทั้งในรูปแบบ Predator Lab, ConceptD Lab (Digital Club / D Club) รวมถึง Virtual Machine ใน Computer Classroom ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ 
        • STEAM Education การเรียนรู้แบบบูรณาการที่มุ่งเน้นการเรียนการสอนให้เกิดกระบวนการคิด ทำ และแก้ปัญหาในด้าน วิทยาศาสตร์ (Science), เทคโนโลยี (Technology), วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering), ศิลปะ (Arts) และคณิตศาสตร์ (Mathematics) เอเซอร์นำเสนอ STEAM Education ในรูปแบบความรู้และหลักสูตร ตั้งแต่การใช้โรบอท การเรียนรู้เทคโนโลยี การใช้งาน เขียนคำสั่งต่างๆ ของ IoT 
  • Healthcare : Smart Healthcare 
    • VeriSee DR คือการนำ AI Technology มาใช้กับการแพทย์ในการทำการวิเคราะห์ วิจัย ด้วย VeriSee DR AI Technology เพื่อช่วยให้การวินิจฉัยและตรวจรักษาเป็นไปอย่างถูกต้องแม่นยำ ลดขั้นตอน กระชับเวลา ซึ่งปัจจุบันได้เริ่มใช้งานจริงแล้วที่ประเทศไต้หวัน
      *ปัจจุบัน VeriSee DR ผ่าน FDA ในประเทศไทยแล้ว
  • Industrial : Smart Industries 
      • Smart Industries Solution โซลูชั่นเพื่ออุตสาหกรรมที่ช่วยยกระดับการบริหารจัดการ ทั้งเครื่องจักรในสายการผลิต รวมถึงระบบคุณภาพน้ำ การจัดการของเสีย การควบคุมการใช้ไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยี IoT ผสานข้อมูลจากเซ็นเซอร์และเครือข่ายสื่อสารไร้สายบนมาตรฐาน LoRa เข้ามาช่วยในการตรวจวัดสภาพแวดล้อมและสถานะในการทำงานของระบบต่างๆ ในโรงงาน

นายสุพงศ์ ตั้งตรงเบญจศีล รองผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจค้าปลีก กล่าวว่า ความต้องการใช้งานผลิตภัณฑ์  ไอทีในปัจจุบันไม่เพียงเพื่อความสะดวกในการใช้งานเท่านั้น ยังต้องมีสไตล์และตอบโจทย์ Live Work Learn Play มากขึ้น 

Predator มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของเกมเมอร์ไม่ว่าจะเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊ค Predator Helios ที่มอบพลังไร้ขีดจำกัดพร้อมด้วยเทคโนโลยีระบายความร้อนที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ในขณะที่  Predator Triton ก็พร้อมในการรับมือกับความท้าทายทุกรูปแบบของคอเกมด้วยขุมพลังที่อัดแน่น สำหรับผู้เล่นเกมสายแคชชวลก็ยังมี Nitro เกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่รองรับทั้งการใช้งานทั่วไปและความบันเทิงต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ยังมีเกมมิ่งเดสก์ท็อป Predator Orion ที่ไม่เพียงอัดแน่นด้วยสเปคระดับเทพแล้ว ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีการแสดงผลที่ยอดเยี่ยมทั้งภาพและเสียงจากจากเกมมิ่งมอนิเตอร์ X25

ยังมีเกมมิ่งดีไวซ์อย่าง Predator Thronos ที่นอกจากความเหนือของสเปคที่สามารถจัดได้ตามความต้องการ ยังสามารถรองรับมอนิเตอร์ได้ถึง 49” รวมถึงอุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์ต่างๆ ทั้ง กระเป๋าเป้ คีย์บอร์ด เม้าส์ หูฟัง Predator Shot  และเราได้เปิดตัว Planet 9 โซเชียลแพลทฟอร์มสำหรับชาวอีสปอร์ตที่สามารถเข้าไปรีจีสเตอร์ เพื่อเก็บสถิติต่างๆ ชั่วโมงการฝึกซ้อม การแข่งขัน ดูเลเวลของตัวเอง ไปจนถึงการจัดทีมซ้อม หาโค้ชและสร้างลีคสำหรับการแข่งขัน  

สำหรับแบรนด์ Acer ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Thin & Light อย่าง Swift Series เอเซอร์ยังมุ่งมั่นในการพัฒนาให้ตอบโจทย์ในเรื่องของความสะดวกในการพกพาด้วยดีไซน์บางเบา เปี่ยมประสิทธิภาพ และชั่วโมงการใช้งานของแบตเตอรี่ ที่รับกับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็น Swift5 ดีไซน์เพรียวบาง น้ำหนักเบาเพียง 0.99 กก. มาพร้อมกับหน้าจอสัมผัสและเทคโนโลยี Antimicrobial Corning® Gorilla® และโซลูชั่นต้านจุลชีพด้วยการเคลือบสารต้านจุลชีพซิลเวอร์ไอออนบนผิวตัวเครื่อง คีย์บอร์ด บานพับ และตัวอ่านลายนิ้วมือที่ได้รับการพิสูจน์ในการช่วยลดการสะสมของเชื้อจุลินทรีย์ Swift3 อีกหนึ่งรุ่นของกลุ่ม Thin & Light ที่มาพร้อมกับสีสันที่เข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ ดีไซน์พกพาสะดวก มาพร้อมกับเทคโนโลยี Acer Color IntelligenceTM และ ExacolorTM ให้ภาพคมชัด ชัดเจน และเมื่อปลายปีที่ผ่านมาได้เปิดตัว Porsche Design Acer Book RS ไฮเอนด์โน้ตบุ๊ก ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุแมกนีเซียม โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Porsche ด้วยฝาหลังวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ มาพร้อมระบบระบายความร้อนผ่านท่อทองแดงแบบคู่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อน

ในฝั่งของครีเอเตอร์ ConceptD ดีไวซ์สำหรับถ่ายทอดความครีเอทีฟสำหรับครีเอเตอร์มือโปร ยังคงนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ความต้องการใช้งานของครีเอทีฟ เรามีทั้ง PC Notebook เช่น ConceptD 5 Pro นอกจากดีไซน์ที่เอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้วในด้านการใช้งานยังเพิ่มความสะดวกในการสร้างสรรค์และนำเสนอผลงานด้วย  Ezel Mode และยังคงจุดเด่นของ ConceptD นั่นคือการแสดงผลหน้าจอที่แม่นยำด้วยค่า sRGB 100% ระดับความแม่นยำของสี Delta E <1

เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายเอเซอร์นำเสนอ acerpure cool 2-in-1 Air Circulator and Purifier เครื่องฟอกและกระจายอากาศ ที่ช่วยหมุนเวียนและช่วยปรับสภาพอากาศให้เป็นอากาศบริสุทธิ์ได้ใน 3 นาที ด้วยการกรอง (Filtration) ถึง 3 ชั้น ที่สามารถกรองค่าฝุ่นละออง และเชื้อไวรัสต่างๆ พร้อมพรีเมี่ยมเซอร์วิสกับการบริการแบบ Onsite ดูแลถึงบ้านเมื่อเกิดปัญหา เปลี่ยนเครื่องทันทีหากปัญหาที่พบเกิดจากตัวเครื่อง และยังมีแก็ดเจ็ทต่างๆ ทั้ง เครื่องปรับสภาพอากาศโดยใช้ไอออนลบทั้งแบบห้อยคอ และแบบ USB, ลำโพง, หูฟัง True Wireless, Wireless Charger ที่มีดีไซน์เก๋ สีสันจี๊ดจ๊าด, Pawbo อุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีทั้ง เครื่องให้อาหารอัจฉริยะ, อุปกรณ์ตรวจจับความเคลื่อนไหว, น้ำพุอัจริยะ มาถึงสายสุขภาพที่รักการปั่นจักรยาน Xplova เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ Xplova HS5 เครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ที่รองรับการเชื่อมต่อทั้งแบบ ANT+ และแบบ BLE พร้อมป้องกันน้ำระดับ IP67, Xplova NOZA เทรนเนอร์อัจฉริยะกับการขี่แบบ Direct Drive ที่ทรงพลัง รวมถึง Xplova X3 ไมล์จักรยานอัจฉริยะ 

นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กล่าวว่า เอเซอร์ ในฐานะผู้นำนวัตกรรม เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเอเซอร์ได้ขยายและเพิ่มความชำนาญไปยังนวัตกรรมด้านต่างๆ  เรามีนวัตกรรมที่เกิดจากการศึกษา ติดตามพฤติกรรม ไลฟ์สไตล์ทั้งจากกลุ่มอุตสาหกรรมและผู้ใช้งานทั่วไป ในการขับเคลื่อน Smart Solution ของเอเซอร์ ประเทศไทยนั้น Solution เหล่านี้คือ Turnkey Solution ที่มีนวัตกรรมที่เป็น Ai learning ฝังอยู่ในโซลูชั่นต่างๆ และโซลูชั่นเหล่านี้มีการอิมพลีเมนต์ในหลายประเทศ เช่น VeriSee DR ที่ผ่าน FDA (Food Drug administration) ในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย เรามีทีมงานและพาร์ทเนอร์ที่มีความเข้าใจและมีความพร้อมในการนำเสนอสมาร์ทโซลูชั่นเหล่านี้เข้าสู่ตลาด ขณะที่ฝั่งของคอมพิวเตอร์และเกมมิ่งดีไวซ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งาน เรามีความพร้อมทั้งในด้านของดีไซน์ นวัตกรรม เทคโนโลยีใหม่ๆ และแก็ดเจ็ทต่างๆ  นอกจากสมาร์ทโซลูชั่นแล้วเรายังมีผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการที่นอกเหนือจากคอมพิวเตอร์ เช่น acerpure เป็นเครื่องฟอกอากาศเจ้าเดียวที่มีออนไซต์เซอร์วิส,  Pawbo ที่มีความครบครันในผลิตภัณฑ์สำหรับกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์, Xplova ดีไวซ์สำหรับกลุ่มผู้ชื่นชอบในการขี่จักรยาน จากข้อมูลข้างต้นเอเซอร์ได้นำจุดแข็งทางด้านฮาร์ดแวร์และบริการ พัฒนาร่วมกับพาร์ทเนอร์เพื่อให้ได้โซลูชั่นที่ตอบสนองความต้องการข้างต้น เราเชื่อว่ากลยุทธ์ที่เราได้วางไว้นี้จะสามารถรับมือกับการแข่งขันตลาดที่เข้มข้นได้อย่างแน่นอน


เกี่ยวกับเอเซอร์

เอเซอร์ ก่อตั้งในปี 1976 ปัจจุบันเป็นหนึ่งในบริษัท ICT ชั้นนำของโลก มีสำนักงานอยู่ในกว่า 160 ประเทศ เอเซอร์มองเห็นอนาคตที่มุ่งเน้นการผนวกฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการ เพื่อเปิดโอกาส และธุรกิจใหม่ ให้กับผู้บริโภคและธุรกิจ ทั้งเทคโนโลยีการให้บริการ อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ เกมมิ่ง และ วีอาร์ (VR: Virtual reality). พนักงานกว่า 7,000 คนของเอเซอร์ ทุ่มเทกับการวิจัย, ออกแบบ,  การตลาด, การขาย และการสนับสนุนผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่ทลายอุปสรรคระหว่างผู้คนและเทคโนโลยี ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.acer.com


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

แดสสอล์ท ซิสเต็มส์เปิดตัวแพลตฟอร์มการออกแบบใหม่ “3DEXPERIENCE SOLIDWORKS” เพิ่มศักยภาพทำงานร่วมกันให้กับนักประดิษฐ์และเพิ่มโอกาสจ้างงานให้นักเรียน-นักศึกษา

กรุงเทพฯ ประเทศไทย — 25 กุมภาพันธ์ 2564 — แดสสอล์ท ซิสเต็มส์ (Euronext Paris: #13065, DSY.PA) ประกาศเปิดตัว 2 แพลตฟอร์มการออกแบบใหม่ในอนาคต ได้แก่ “3DEXPERIENCE SOLIDWORKS for Makers” และ “3DEXPERIENCE SOLIDWORKS for Student” ภายในงาน 3DEXPERIENCE World 2021 ในรูปแบบเสมือนจริง นำเสนอวิธีการใหม่ ๆ สำหรับการออกแบบ การทำงานร่วมกัน การแบ่งปันและพัฒนาทักษะสู่ความเป็นเลิศ ช่วยให้นักประดิษฐ์และนักเรียน-นักศึกษาสามารถเข้าถึงเครื่องมือและสภาพแวดล้อมดิจิทัลบนคลาวด์ที่มีศักยภาพที่สุดในโลกเพื่อใช้สำหรับงานด้านการออกแบบ วิศวกรรมและนวัตกรรมการทำงานร่วมกัน

แพลตฟอร์ม 3DEXPERIENCE SOLIDWORKS for Makers ได้ร่วมศูนย์นักประดิษฐ์ และแนวความคิดต่าง ๆ เพื่อสร้างการทำงานร่วมกัน โดยนักออกแบบดิจิทัลมือใหม่ยังสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้โดยใช้แอปพลิเคชัน 3DEXPERIENCE SOLIDWORKS Professional, 3D Creator และ 3D Sculptor พร้อมแชร์โปรเจกต์ส่วนตัวไปยังชุมชนผู้ผลิตระดับโลกอย่าง Madein3D ที่ แดสสอล์ท ซิสเต็มส์ ดูแลอยู่ โดยชุมชนแห่งนี้มีผู้ผลิตระดับแนวหน้าในวงการออกแบบ รวมถึงนวัตกรที่คอยให้ความช่วยเหลือและสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักออกแบบสมัครเล่นต่าง ๆ

สำหรับแพลตฟอร์ม 3DEXPERIENCE SOLIDWORKS for Students จะช่วยเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียน-นักศึกษาและเพิ่มโอกาสการทำงานที่มีการแข่งขันสูงในตลาด ซึ่งจะพัฒนาทักษะด้านวิศวกรรม การทำงานร่วมกัน การจัดการโปรเจกต์ รวมถึงการนำข้อมูลมาวิเคราะห์และต่อยอด ที่ล้วนเป็นทักษะที่เป็นที่ต้องการอย่างสูงในอุตสาหกรรม แพลตฟอร์มนี้ยังสามารถใช้งานได้จากทุกที่และมีฟีเจอร์การใช้งานครบครัน อาทิ 3DEXPERIENCE SOLIDWORKS Student, 3D Designer Student และ Collaborative Business รวมถึงแอปพลิเคชันที่จำเป็นของบรรดานวัตกรในอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังสามารถเข้าถึงชุมชนออนไลน์ระดับโลกที่มีเพื่อนนักออกแบบและเหล่าผู้เชี่ยวชาญแพลตฟอร์ม 3DEXPERIENCE พร้อมได้รับรองความสามารถในระดับที่อุตสาหกรรมให้การยอมรับ 2 รายการ

เพื่อเป็นการสนับสนุนการเปิดตัวของ 3DEXPERIENCE SOLIDWORKS for Student แดสสอล์ท ซิสเต็มส์ได้จัดงาน “World Wide Virtual Career Fair” ขึ้นเป็นครั้งแรกระหว่างงาน 3DEXPERIENCE World 2021 โดยเชิญนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยในอเมริกาเหนือ ยุโรปและญี่ปุ่น มาพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสร้างเครือข่ายแบบตัวต่อตัวกับทีมงานที่มีความสามารถระดับโลกของ แดสสอล์ท ซิสเต็มส์ พร้อมด้วยลูกค้าของ SOLIDWORKS

มร. จิอัน เปาโล บาสซี่ ประธานบริหาร, โซลิดเวิร์ค, แดสสอล์ท ซิสเต็มส์ กล่าวว่า “เราเริ่มต้นจากผลิตภัณฑ์เปลี่ยนไปสู่แพลตฟอร์ม จากการความเชื่อมโยงและพัฒนาไปสู่สัมพันธภาพ…3DEXPERIENCE SOLIDWORKS จะพลิกโฉมวิธีการเรียนรู้ การทำงานร่วมกันและแนวทางการพัฒนานวัตกรรมของทั้งนักประดิษฐ์และนักเรียน-นักศึกษา พวกเขาสามารถใช้เครื่องมือที่เหมาะสมเพื่อพัฒนาทักษะที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการและสร้างความก้าวหน้าในด้านอาชีพได้ตั้งแต่ในช่วงเรียน ขณะที่ผู้ผลิตสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนผ่านการแชร์ความมุ่งมั่นทุ่มเทในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และพร้อมให้การช่วยเหลือด้วยประสบการณ์ความเชี่ยวชาญและทำงานร่วมกัน ซึ่งทั้งนักประดิษฐ์และนักเรียน-นักศึกษาต่างได้รับความรู้และวิธีการชั้นเลิศเพื่อสร้างประสบการณ์พลิกเกมธุรกิจ เบนเดสก์ท็อปไปสู่การจัดการโดยแพลตฟอร์ม 3DEXPERIENCE”

แพลตฟอร์ม 3DEXPERIENCE SOLIDWORKS for Student จะพร้อมวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม 2564 ส่วนแพลตฟอร์ม 3DEXPERIENCE SOLIDWORKS for Makers จะวางจำหน่ายในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ผ่านช่องทางออนไลน์ที่จะให้ประสบการณ์การซื้อที่ง่ายและสะดวกกว่าเดิมบนแพลตฟอร์ม 3DEXPERIENCE

โซเชียลมีเดีย:

แชร์ข้อความผ่านทาง Twitter:  @Dassault3DS เปิดตัวแพลตฟอร์มออกแบบใหม่ #3DEXPERIENCE SOLIDWORKS เพิ่มศักยภาพงานออกแบบและทักษะการทำงานร่วมกันให้กับผู้ผลิตและนักเรียน-นักศึกษา #3DXE #3DXW21

ติดต่อ แดสสอล์ท ซิสเต็มส์ ผ่านทาง Twitter Facebook LinkedIn YouTube

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม:

แพลตฟอร์ม 3DEXPERIENCE, ซอฟต์แวร์การออกแบบ 3 มิติ, โซลูชั่น 3D Digital Mock Up และ Product Lifecycle Management (PLM) ของ Dassault Systèmes: http://www.3ds.com

แดสสอล์ท ซิสเต็มส์ 3DEXPERIENCE Edu:  https://edu.3ds.com/en

ชมวิดีโอเกี่ยวกับทักษะสำคัญที่เป็นที่ต้องการในการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างยั่งยืนคลิก https://edu.3ds.com/en/job/skills

Dassault Systèmes’ 3DEXPERIENCE Lab:  https://3dexperiencelab.3ds.com/en/projects/fablab/3dexperiencer-boston-fablab/


Exit mobile version