Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ONEDER KASET ปลื้มกระแสตอบรับดีทำยอดจองกว่า 40%

กลุ่มทุนเชียงใหม่ศิริปันนากรุ๊ป เจ้าของโรงแรม “ศิริปันนา” บุกเมืองกรุงแจ้งเกิดคอนโดฯโลว์ไรส์ “ONEDER KASET” (วันเดอร์ เกษตร) ติดถนนงามวงศ์วาน ใกล้ ม.เกษตร ห่างรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต แค่ 200 เมตร ปลื้มกระแสตอบรับดีสวนวิกฤติเศรษฐกิจขาลงและการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ เปิดรอบ VVIP 2เดือนแรกมียอดจองแล้วกว่า 40% เจาะกลุ่มเรียลดีมานด์ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง โชว์จุดขาย Facilities จัดเต็มมีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่กว่า 2ไร่ ขณะที่ราคาขายห้องชุดพร้อมเฟอร์นิเจอร์เริ่มต้น 1.59 ล้านบาท เฉลี่ย 9 หมื่นกว่าบาทต่อตารางเมตร

นายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอกภูมิทรัพย์ ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด ในเครือศิริปันนากรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทได้ขยายพอร์ตการลงทุนจากธุรกิจโรงแรมที่อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่เข้ามาลงทุนตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ครั้งแรกเมื่อช่วงปลายปี 2563 ที่ผ่านมา ด้วยการเปิดตัวโครงการ ONEDER KASET (วันเดอร์ เกษตร) พรีเมียมคอนโดฯบนที่ดินกว่า 4 ไร่ ในทำเลทองย่านงามวงศ์วาน มูลค่าโครงการกว่า 1,400 ล้านบาท ออกแบบเป็นอาคารโลว์ไรส์ 8 ชั้นทั้งหมด 3 อาคาร มีจำนวนห้องชุดรวม 585 ยูนิต โดยเริ่มเปิดรอบ VVIP ไปเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนปีที่ผ่านมา (2563) ได้รับกระแสการตอบรับค่อนข้างดี มียอดจองเข้ามาแล้วกว่า 40% ในช่วง 2 เดือนแรก ซึ่งถือว่าสวนกระแสตลาดคอนโดฯ ที่อยู่ในช่วงขาลง ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19

เดิมครอบครัวกิจจาพิพัฒน์ทำธุรกิจโรงแรมอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่มากว่า 10 ปี ปัจจุบันมีโรงแรมที่บริหารอยู่ 3 แห่ง ประกอบด้วยโรงแรมศิริปันนา วิลล่า รีสอร์ท แอนด์ สปา ออกแบบสถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตำนานเวียงกุมกาม,โรงแรมศิริปันนา แกลอรี เชียงใหม่ และโรงแรมเอส ลอฟ เชียงใหม่ โดยในช่วงที่เกิดวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 โรงแรมทั้ง 3 แห่งได้รับผลกระทบไปพอสมควร เพราะต้องปิดให้บริการตามคำสั่งของรัฐบาลช่วงที่มีการประกาศล็อคดาวน์ประเทศตั้งแต่เดือนเมษายนและเพิ่งกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งช่วงเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้บริษัทยังได้ลงทุนเปิดตัวคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ 2 โครงการตั้งอยู่บนถนนมหิดล ตรงข้ามห้างสรรพสินค้า พรอมเมนาดา รีสอร์ท มอลล์ ซึ่งตอนนี้ปิดการขายไปหมดแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างเปิดขายโครงการเอกลักษณ์ สันทราย โครงการบ้านเดี่ยวระดับพรีเมี่ยมสูง 3 ชั้น ขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นกว่า 200 ตารางเมตร ราคา15 ล้านบาทขึ้นไป

ส่วนสาเหตุที่ขยายฐานการลงทุนเข้ามาในกรุงเทพฯ นายศุภมิตรกล่าวว่า บริษัทต้องการขยายพอร์ตการลงทุนของกลุ่มศิริปันนากรุ๊ปให้กว้างขึ้นและสร้างฐานกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ โดยมองว่ากรุงเทพฯมีกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายทั้งอายุและอาชีพ เมื่อเทียบกับฐานลูกค้าในต่างจังหวัดที่มีจำกัด ขณะเดียวกันกรุงเทพฯยังเป็นเมืองหลวงและเป็นแหล่งงานขนาดใหญ่ มีจำนวนประชากรที่ใช้ชีวิตหมุนเวียนมากกว่าจังหวัดอื่นซึ่งเป็นโอกาสที่ดีของการเข้ามาลงทุน

โครงการ ONEDER KASET (วันเดอร์ เกษตร) ตั้งอยู่บนถนนงามวงศ์วานเป็นย่านชุมชนเมืองขนาดใหญ่ มีทั้งแหล่งงาน บ้านพักอาศัย และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย และที่สำคัญยังอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายแดง บางซื่อ-รังสิต ที่เตรียมจะเปิดทดลองให้ประชาชนนั่งฟรีในเดือนกรกฏาคมนี้ก่อนจะเปิดให้บริการจริงในเดือนพฤศจิกายน โดยโครงการอยู่ห่างจากสถานีบางเขนประมาณ 200 เมตรเท่านั้น และในอนาคตบนถนนงามวงศ์วาน จะเกิดแนวเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย-ลำสาลี (บึงกุ่ม) โดยมีจุดเริ่มต้นจากแยกแครายวิ่งไปตามถนนงามวงศ์วาน ผ่านแยกพงษ์เพชร แยกบางเขน และแยกเกษตร

ดังนั้นลูกค้ากลุ่มหลักของโครงการฯจะเป็นกลุ่มเรียลดีมานด์ที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง ส่วนอีกกลุ่มจะป็นนักลงทุนเพื่อปล่อยเช่า เนื่องจากในรัศมีโดยรอบโครงการฯเป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และโรงพยายาล มีทั้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค,มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์,มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต,นอร์ธปาร์ค,โรงพยาบาลวิภาวดี และศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ โดยมีราคาขายห้องชุดเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท หรือเฉลี่ยตารางเมตรละ 9 หมื่นกว่าบาท ถือเป็นราคาที่ต่ำที่สุด เมื่อเทียบกับคอนโดฯที่อยู่ในย่านใกล้เคียงกัน ทำให้กลุ่มคนทำงานประจำหรืออาชีพอิสระที่มีรายได้ประมาณ 30,000 บาทขึ้นไปสามารถซื้อและเป็นเจ้าของห้องชุดได้ง่าย

“ที่ดินแปลงนี้เดิมบริษทวางแผนจะพัฒนาเป็นคอนโดฯไฮไรส์ เพราะตำแหน่งที่ตั้งของโครงการอยู่ติดถนนใหญ่งามวงศ์วานสามารถพัฒนาเป็นตึกสูงได้ และที่สำคัญได้ผ่านการอนุมัติจากบอร์ดอีไอเอเรียบร้อยแล้ว แต่บริษัทได้ปรับมาเป็นอาคารโลว์ไรส์แทน เพราะมองว่ากลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นเรียลดีมานด์ที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง หากพัฒนาเป็นตึกไฮไรส์อาจจะไม่ตอบโจทย์ของลูกค้ากลุ่มนี้”

ที่สำคัญบริษัทต้องการสร้างดีเอ็นเอของแบรนด์ศิริปันนาให้เป็นที่รู้จักของลูกค้ากลุ่มใหม่ ที่มีจุดขายเกี่ยวกับพื้นที่สวนส่วนกลางขนาดใหญ่และความร่มรื่นของโครงการ ดังนั้นบริษัทฯจึงได้ปรับผังโครงการใหม่เป็นตึกโลว์ไรส์ 8 ชั้น และเพิ่มพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่เกือบ 2 ไร่ กระจายอยู่รอบโครงการ โดยเฉพาะพื้นที่สวนขนาด 1 ไร่ที่อยู่ตรงกลางระหว่างอาคารทั้ง 3 ตึก

โครงการมีห้องชุดให้เลือกตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้จริงถึง 3 แบบ โดยเฉพาะห้องชุดแบบสตูดิโอที่มีจำนวนห้องชุดมากที่สุด ขนาดพื้นที่ใช้สอย 21.50-25.35 ตารางเมตร ออกแบบฟังก์ชั่นมุมพักผ่อนแยกออกจากห้องครัวและห้องแต่งตัว นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นห้องชุดแบบ 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 27.95-28.85 ตารางเมตร จัดวางตำแหน่งของห้องครัวให้อยู่ติดกับระเบียง เพื่อช่วยระบายอากาศ และห้องชุดแบบ 1 ห้องนอน พลัส ซึ่งมีประมาณ 15% ของห้องชุดทั้งหมด ขนาดพื้นที่ใช้สอย 35-36 ตารางเมตร มีพื้นที่ Multi-purpose ที่ปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนเล็กหรือห้องทำงานได้ ส่วนห้องน้ำสามารถเข้า-ออกได้จาก 2 ทาง

โครงการฯออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “Oneders of The World – Fill Your World Wonder” อัดแน่นไปด้วยความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลก ที่ถูกถ่ายทอดผ่านงานสถาปัตยกรรมในรูปแบบของเส้นสาย องค์ประกอบ สีสัน และวัสดุ
อันเป็นเอกลักษณ์ของทั้ง 3 อาคาร โดยแต่ละอาคารจะมี Facilities เป็นของตัวเอง นอกจากนี้โครงการยังสร้างความมหัศจรรย์ที่ทำให้ดูน่าค้นหายิ่งขึ้นผ่าน 7 Wonder I like about “ONEDER KASET” ซึ่งประกอบไปด้วย

-Wonder of wonder โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
-Wonder of location ติดถนนใหญ่งามวงศ์วาน ตัดกับถนนวิภาวดีรังสิต ใกล้กับการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน โรงพยาบาลวิภาวดี
-Wonder of transport ที่ตั้งโครงการอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต สถานี บางเขน 200 เมตร เชื่อมต่อกับถนนแจ้งวัฒนะ ถนนวิภาวดีรังสิต ทางด่วนศรีรัช และดอนเมืองโทลเวย์
-Wonder of lifestyle แหล่งรวมไลฟ์สไตล์ แหล่งงาน ร้านค้า และคอมมูนิตี้มอลล์ 24 ชั่วโมง
-Wonder of facility พื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่เกือบ 2 ไร่ ที่รู้ใจ New Generation พื้นที่สวน 1 ไร่ ถูกออกแบบให้เหมือนอยู่ใน Wonderland
-Wonder of space ตอบโจทย์ทุกกลุ่ม คำนึงเรื่องฟังก์ชั่น และพื้นที่การใช้งานในทุกรายละเอียด
-Wonder of furnishing เฟอร์นิเจอร์ครบ จบที่เดียว

ขณะนี้โครงการวันเดอร์ เกษตร อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งโครงการฯและส่งมอบห้องชุดให้กับลูกค้าได้ประมาณช่วงครึ่งหลังของปี 2565 โดยโครงการเตรียมจัดงานรอบ Soft Opening ในวันที่ 27 – 28 มีนาคม 2564 ผู้เข้าร่วมงานมีสิทธิ์ลุ้นรับ จี้เพชรจากJubilee มูลค่ากว่า 20,000 บาท และเตรียมเปิดจองรอบ Presale วันที่ 15-16 พฤษภาคม 2564 ลุ้นรับของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ในงาน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 062-3242626 หรือลงทะเบียน https://www.onedercondo.com


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

กฎหมายอสังหาฯ ที่ควรรู้ ก่อนการลงทุน

สำหรับนักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ นอกจากจะมีความรู้เรื่องการลงทุน รู้จักวิเคราะห์ คาดการผลกำไรในอนาคตให้ได้แล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่นักลงทุนต้องมีความรู้ประกอบควบคู่กันไปด้วย นั่นก็คือเรื่องของ “กฎหมายเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์” ซึ่งนักลงทุนทุกคนจะต้องศึกษาและรับทราบไว้ ไม่ว่าจะเป็น นิติกรรมการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ การทำหนังสือสัญญาซื้อขายบ้าน ค่าธรรมเนียมและภาษี ตลอดจนการปล่อยเช่าที่เพิ่งมีการแก้กฎหมายใหม่ไป

กฎหมายอสังหาฯ ที่เกี่ยวข้องกับนิติกรรมการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์
นิติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกทางด้านกฎหมายที่นักลงทุนจำเป็นต้องรู้ เพราะเมื่อเกิดการซื้อขาย เปลี่ยนมืออสังหาริมทรัพย์ จะมีทั้งเรื่องการทำหนังสือสัญญาซื้อขายบ้านและคอนโด การจดทะเบียน เอกสารสิทธิ์ การโอน โดยในเรื่องของนิติกรรม สิ่งที่นักลงทุนควรรู้ คือ

การทำหนังสือสัญญาซื้อขายบ้านและคอนโด
การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์จะต้องมีการเปลี่ยนมือการครอบครองบ่อยครั้ง และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการทำหนังสือสัญญาซื้อขายบ้านและคอนโด ส่วนประกอบสำคัญที่เป็นเครื่องยืนยันการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งสัญญาจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ฉบับ คือ
สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาดหรือสัญญาซื้อขายที่จะใช้ในการจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่เป็นสัญญาที่กฎหมายบังคับให้ต้องมี และนำไปจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่พนักงาน โดยผู้ที่กำลังทำการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์แต่ไม่พบว่ามีการทำสองขั้นตอนตามที่กล่าวมา ทางกฎหมายจะถือว่าการซื้อขายเป็นโมฆะ
สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญานี้กฎหมายไม่ได้บังคับว่าจะต้องทำ แต่เพื่อเป็นการแสดงเจตนาว่าจะมีการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เกิดขึ้นจริงในอนาคต ผู้ขายส่วนใหญ่จึงทำหนังสือสัญญาซื้อขายบ้านและคอนโดฉบับนี้ขึ้นมา เพื่อให้ผู้ซื้อวางเงินมัดจำก่อนและภายหลังจึงจะสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายได้ หากมีการโกงเงินมัดจำหรือมีการผิดสัญญาที่ผู้ซื้อผู้ขายตกลงกันไว้

กฎหมายอสังหาฯ ที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์

หากถามว่าทำไมนักลงทุนต้องรู้ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่กฎหมายได้กำหนดไว้ด้วยเมื่อเกิดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ต้องบอกเลยว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้มีผลต่อการตั้งราคาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ให้ได้กำไร เพราะส่วนต่างการจ่ายค่อนข้างเยอะ โดยส่วนใหญ่จะใช้ราคาประเมินจากกรมธนารักษ์เป็นตัวกำหนดราคาในการเสียค่าธรรมเนียมต่างๆ และภาษี โดยประกอบด้วยกัน 4 รายการ คือ

ค่าธรรมเนียม ทุกครั้งที่มีการจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์จะต้องมีการจ่ายค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละ 2% จากราคาประเมิน ไม่มีข้อยกเว้น โดยทั่วไปผู้ขายและผู้ซื้อมักจะแบ่งชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าวที่อัตราร้อยละ 1%

ค่าอากร ค่าอากรแสตมป์ ผู้ขายจำเป็นต้องชำระแต่เพียงผู้เดียวในอัตรา 0.5% จากราคาประเมินหรือราคาตลาด ขึ้นอยู่กับว่าราคาใดสูงกว่า ซึ่งจะได้รับการยกเว้นก็ต่อเมื่อการซื้อขายสังหาริมทรัพย์มีการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะที่จะมีรายละเอียดในข้อถัดไป

ภาษีธุรกิจเฉพาะ ผู้ขายที่ครอบครองอสังหาริมทรัพย์เป็นระยะเวลาน้อยกว่า 5 ปีหรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านนานกว่า 1 ปี จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ในอัตราร้อยละ 3.3 จากราคาประเมินหรือราคาตลาดขึ้นอยู่กับว่าราคาใดสูงกว่า ทั้งนี้จะได้รับการยกเว้นหากอสังหาริมทรัพย์ที่ทำการซื้อขายได้มาจากการรับมรดก

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เมื่อผู้ขายมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ จึงจำเป็นที่จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หัก ณ ที่จ่ายตามที่กฎหมายกำหนด ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ผู้ขายจึงต้องเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด โดยพิจารณาจากจำนวนปีที่ถือครอง เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมไปจนถึง 31 ธันวาคม หากมีการซื้อขายภายในปีเดียวกัน นับเป็นการถือครอง 1 ปี

กฎหมายอสังหาฯ ที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเช่า
กฎหมายข้อนี้เป็นเรื่องที่ต้องรู้เพราะเกี่ยวข้องกับนักลงทุนโดยตรง ซึ่งในปัจจุบันทางภาครัฐก็ค่อนข้างจะเข้มงวดกับการปล่อยเช่า และเมื่อกลางปี 2561 ก็ได้มีการเริ่มใช้กฎหมายใหม่ ดังนั้นกฎหมายข้อนี้จึงเป็นเรื่องที่นักลงทุนพลาดไม่ได้เลย โดยทั้งนี้จะขอกล่าวส่วนหลักๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับนักลงทุนที่อยากปล่อยเช่าอสังหาฯ ด้วยตัวเอง 2 ส่วนด้วยกันคือ

กฎหมายใหม่ว่าด้วยการปล่อยเช่าและเก็บค่าเช่าอาคารที่อยู่อาศัย ซึ่งนอกจากการปล่อยอาคารชุดให้เช่ารายวันไม่ได้แล้ว ยังประกอบไปด้วยเนื้อหาหลักๆ ที่นักลงทุนควรรู้ คือห้ามไม่ให้มีการเก็บค่าเช่า ล่วงหน้าเกินจำนวน 1 เดือนพร้อมรับเงินประกัน ซึ่งทางผู้เช่าสามารถที่จะยกเลิกสัญญาได้ โดยจะต้องมีการบอกล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า 30 วัน อัตราค่าไฟและค่าน้ำ ค่าโทรศัพท์และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ผู้ให้เช่าต้องส่งใบแจ้งหนี้และรายละเอียดต่างๆ ให้กับผู้เช่าล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า 7 วัน ก่อนถึงกำหนดชำระ

เมื่อสัญญาการเช่าสิ้นสุดหรือมีการแจ้งยกเลิกสัญญาตามกำหนดที่ถูกต้อง ทางผู้ให้เช่าจะต้องคืนเงินค่าประกันให้กับทางผู้เช่าทันที ยกเว้นจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหลังจากตรวจสอบความเสียหายภายในที่อยู่อาศัย

ผู้เช่าสามารถยกเลิกสัญญาการเช่าได้ตลอดเวลา แต่ต้องแจ้งล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า 30 วัน โดยผู้เช่าจะต้องไม่ค้างชำระค่าเช่า หรือไม่ผิดนัดการจ่ายค่าเช่า

กฎหมายควบคุมการปล่อยเช่าคนต่างชาติ ข้อนี้กฎหมายไทยไม่ได้ห้ามใดๆ เกี่ยวกับการเช่า เพียงแต่ก่อนจะปล่อยเช่าผู้ให้เช่าต้องปฏิบัติข้อบังคับตามกฎหมาย ดังนี้
ผู้ให้เช่าหรือเจ้าของคอนโดฯ ต้องแจ้งข้อมูลชาวต่างชาติที่เข้าพักในห้องชุดของตนกับที่ทำการตรวจคนเข้าเมือง และผู้เช่าที่เป็นชาวต่างชาติจะต้องได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวในช่วงเวลาที่ย้ายเข้าพักอาศัยนั้นด้วย

ผู้ให้เช่าต้องแจ้งข้อมูลและยื่นเอกสารเกี่ยวกับชาวต่างชาติที่เช่าห้องชุดให้เจ้าหน้าที่นิติบุคคลเก็บไว้เป็นหลักฐาน ประกอบไปด้วยสำเนาบัตรประจำตัวหรือหนังสือเดินทาง สำเนาใบสำคัญแสดงถิ่นที่อยู่ของผู้เช่าพักอาศัยและบริวารในห้องชุด สำเนาใบรับการแจ้งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย นอกจากนี้ผู้เช่าต่างชาติไม่สามารถเข้าพักได้เกิน 3 คนต่อ 1 ห้องชุด

จากที่กล่าวมาทั้ง 3 ข้อหลัก ถือเป็นกฎหมายเกี่ยวกับอสังหาฯ พื้นฐานที่ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนมือใหม่หรือนักลงทุนหน้าเก่าจำเป็นจะต้องรู้ โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือกระบวนการ ซื้อ ขาย เช่า ที่ถูกต้องตามกฎหมาย อีกทั้งยังสามารถป้องกันกลโกงที่จะเกิดขึ้นได้หลังการขายด้วย

ที่มา : แสนสิริ


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มช. สร้างอากาศสะอาดให้ผู้ป่วยติดเตียงด้วย “มุ้งกรองฝุ่น PM2.5” แบบ DIY

ด้วยปัจจุบันสถานการณ์หมอกควันและมลพิษในอากาศของจังหวัดเชียงใหม่มีความรุนแรงขึ้น ค่าดัชนีคุณภาพอากาศพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง และด้วยค่าฝุ่น PM2.5 ที่เกินมาตรฐานส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียงที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยอาจารย์นักวิจัย ออกแบบและพัฒนา “มุ้งกรองฝุ่น” PM2.5 แบบ DIY สำหรับผู้ป่วยติดเตียง เป็นต้นแบบทดสอบการใช้งานที่ศูนย์บริการสาธารณสุขท่าผา       อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ที่สามารถกันฝุ่นได้จริง ราคาประหยัด ใช้งานได้อย่างเหมาะสม

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย คณะวิศวกรรมศาสตร์ ผศ.ดร.ยศธนา คุณาทร และ ผศ.ดร.ภาสกร แช่มประเสริฐ ออกแบบและพัฒนา “มุ้งกรองฝุ่น” สามารถช่วยลดปริมาณฝุ่นได้เป็นอย่างมาก จากการทดสอบฝุ่น PM2.5 ภายนอกมุ้งวัดได้ 78 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หลังจากติดตั้งพัดลมและไส้กรองฝุ่น แบบ DIY สามารถลดฝุ่น PM2.5 เหลือ 8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยหลักการนำเอาอากาศดีที่ผ่านการกรองแล้วเข้าไปดันภายในมุ้ง ไม่ให้อากาศไม่ดี ลอดเข้ามา ตามหลักการของการทำห้อง Positive Pressure ด้วยต้นทุนทั้งหมดประมาณ 1,500 บาท โดยจะมีการขยายผลนำไปใช้กับผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มเสี่ยงตามบ้าน และชุมชนต่างๆ ในอำเภอแม่แจ่ม ภายใต้โครงการขับเคลื่อนการรู้รับปรับตัวสู้ฝุ่นควัน โดย ผศ.ดร. พลภัทร เหมวรรณ GistNorth คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

จากแนวคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์สู่ชุมชนของอาจารย์และนักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ช่วยลดความเสี่ยงอันตรายจากฝุ่นละอองในอากาศ เพิ่มการเข้าถึงการดูแลสุขภาพ ส่งผลให้คุณภาพชีวิตผู้ป่วยดีขึ้น รวมถึงยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน เพื่อลมหายใจของชุมชนได้มีอากาศสะอาดในทุกพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

“ไฮด์ เฮอริเทจ ทองหล่อ” ตอกย้ำนิยามการอยู่อาศัยเหนือระดับ ด้วย On-Demand Service จาก Hyatt Regency Bangkok Sukhumvit

วันนี้ (16 มี.ค.2564) ผู้บริหาร บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ผู้นำอสังหาริมทรัพย์เมืองไทย ได้จัดงานแถลงข่าวถึงการยกระดับการให้บริการแก่ผู้อยู่อาศัยในโครงการ “ไฮด์ เฮอริเทจ ทองหล่อ” (HYDE Heritage Thonglor) คอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี่บนถนนสุขุมวิท ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าทองหล่อ เพียง 250 เมตร โดยเป็นการร่วมทุน (Joint Venture) พัฒนาระหว่างบริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน), บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน), และ บริษัท ซูมิโตโม ฟอเรสทรี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ อันดับ 1 ใน 5 ของประเทศญี่ปุ่น เพื่อเป็นการตอกย้ำการอยู่อาศัยเหนือระดับแก่ผู้อยู่อาศัยโครงการ “ไฮด์ เฮอริเทจ ทองหล่อ” สามารถสัมผัสถึงความสมบูรณ์แบบของการอยู่อาศัยภายใต้คอนเซ็ปต์ Timeless Elegance นอกจาก Concierge Service โดย Valor Hospitality แล้ว ล่าสุดได้ร่วมมือกับ Hyatt Regency Bangkok Sukhumvit ซึ่งเป็นโรงแรมในเครือของบริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ได้สร้างปรากฎการณ์ที่มากขึ้นจากเดิม ด้วย On-Demand Service บนพื้นที่ส่วนกลางเต็มรูปแบบมากถึง 8 ชั้น 28 ฟังก์ชั่น

พลาดไม่ได้กับโปรโมชั่นพิเศษที่บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ได้มอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าผู้ถือบัตร KTC ถึง 2 ต่อ โดยต่อที่ 1 เงินจองและทำสัญญา สามารถผ่อนชำระได้ 0% ยาวนานถึง 10 เดือน เสมือนหนึ่งลูกค้าไม่ต้องชำระค่าใช้จ่ายเป็นเงินก้อน ไปจนถึงระยะเวลาใกล้เคียงในการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดช่วงต้นปี 2565 และต่อที่ 2 “จองเท่าไหร่ ได้เท่านั้น” เพียงรูดเงินจองห้องชุดด้วยบัตร KTC ลูกค้า จะได้รับบัตรกำนัลเงินสด สูงสุด 100,000 บาท สำหรับใช้บริการที่โรงแรมทั้ง 5 แห่งในเครือ บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) และ 1 โรงแรมพันธมิตร ได้แก่

1. Hyatt Regency Bangkok Sukhumvit
2. Westin Grande Sukhumvit Bangkok
3. Royal Orchid Sheraton Bangkok
4. Sheraton Hua Hin Resort and Spa
5. Sheraton Hua Hin Pranburi Villas
6. Amatara Wellness Resort Phuket

คุณอะซึฮิสะ โอกุระ กรรมการบริษัท ซูมิโตโม ฟอเรสทรี จำกัด กล่าวว่า ทางบริษัทฯ มีความตั้งใจพัฒนาให้ โครงการ “ไฮด์ เฮอริเทจ ทองหล่อ” (HYDE Heritage Thonglor) คอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ เป็นโครงการที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทยบนถนนสุขุมวิท ทางโครงการได้คัดสรรคุณภาพในการก่อสร้างและการบริการระดับ 5 ดาวเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยใน โครงการ “ไฮด์ เฮอริเทจ ทองหล่อ” ได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ด้วยประสบการณ์ที่เราได้สร้างโครงการต่างๆ ในหลากหลายประเทศทั่วโลก เราได้นำเอาเทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่น และการควบคุมมาตรฐานการก่อสร้างให้อยู่ในระดับสากล

คุณอัญชลี เลิศสุวรรณรัชต์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายขายและการตลาด ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงความพิเศษของโครงการ โดยโครงการ “ไฮด์ เฮอริเทจ ทองหล่อ” ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าทองหล่อ เพียง 250 เมตร พร้อมพื้นที่ส่วนกลางแบบเต็มรูปแบบกว่า 8 ชั้น 28 ฟังก์ชั่น มีพื้นที่มากกว่า 2,000 ตารางเมตร และที่จอดรถ 100% ซึ่งมากกว่ามาตรฐานทั่วไป และวันนี้ทางโครงการได้คัดสรรการให้บริการที่มากกว่า ด้วยการร่วมมือกับทางโรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท (Hyatt Regency Bangkok Sukhumvit) ซึ่งเป็นโรงแรมในเครือของบริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ในการนำ On-Demand Service มาเพิ่มประสบการณ์การอยู่อาศัยแบบเอ็กซ์คลูซีฟให้กับผู้อยู่อาศัยของ “ไฮด์ เฮอริเทจ ทองหล่อ” (HYDE Heritage Thonglor) อาทิ

· Limousine Service
· Butler Service
· Exclusive Private Party
· Exclusive Catering
· Exclusive Event Hosting
· Private Chef Table
· Mixologist Service
· Food Delivery Service
· Housekeeping Deep Clean Service
· Personal Fitness Trainer and Yoga Instructor

โครงการ “ ไฮด์ เฮอริเทจ ทองหล่อ” ถูกออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมที่มีความคลาสสิกผสมผสานความโมเดิร์นในคอนเซ็ปต์ Timeless Elegance ที่ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปแค่ไหน ความงามและคุณค่าของงานออกแบบยังคงงดงามอยู่เสมอ ยิ่งไปกว่านั้น หากมองถึงความคุ้มค่าในด้าน การลงทุนแล้วโครงการ “ไฮด์ เฮอริเทจ ทองหล่อ” มีความพิเศษเหนือกว่าโครงการอื่นๆ ในระดับราคาซูเปอร์ลักชัวรี่ ในทำเลใกล้เคียงกัน เนื่องจากโครงการได้มอบการบริการสูงสุดด้วย Hotel Service มาตรฐานระดับ 5 ดาว ด้วยราคาที่เหมาะสม ในทำเลติดถนนใหญ่สุขุมวิท

โครงการ “ไฮด์ เฮอริเทจ ทองหล่อ” เป็นคอนโดมิเนียม สูง 45 ชั้น บนพื้นที่ 2-2-18 ไร่ ติดถนนใหญ่บนสุขุมวิท ห่างจาก BTS ทองหล่อเพียง 250 เมตร มีจำนวน 311 ยูนิต มูลค่าโครงการรวมกว่า 6,000 ล้านบาท ราคายูนิตเริ่มต้นที่ 9.99 ล้านบาท ย่านทองหล่อนี้ คนไทย และชาวต่างชาติ โดยเฉพาะคนญี่ปุ่นให้ความนิยมมายาวนาน เพราะมีความสะดวกทั้งการเดินทาง ร้านอาหารชั้นเลิศ โรงเรียนนานาชาติ และโรงเรียนระดับแนวหน้าของประเทศ อยู่ใกล้โรงพยาบาลชั้นนำ เช่น รพ.สมิติเวช รพ. บำรุงราษฎร์ ศูนย์การค้าระดับลักชัวรี่ เช่น EmQuartier, Emporium โดยโครงการเริ่มก่อสร้างไปเรียบร้อยแล้วเมื่อไตรมาส 1 ปี 2562 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2565 โดยมีขนาดห้องพักอาศัยดังนี้

• 1 ห้องนอน 40 – 58.7 ตร.ม. จำนวน 187 ยูนิต
• 2 ห้องนอน 68.1 – 86.6 ตร.ม. จำนวน 103 ยูนิต
• 3 ห้องนอน 112 – 187 ตร.ม. จำนวน 17 ยูนิต
• Duplex Penthouse 235 – 325 ตร.ม. จำนวน 3 ยูนิต
• Penthouse 358 ตร.ม. จำนวน 1 ยูนิต

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายขายโครงการ HYDE Heritage Thonglor เบอร์โทร. 065-146-5959


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

คณบดี CIBA DPU ชี้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ไม่ได้ทำให้การศึกษาไทยถอยหลัง

คณบดี CIBA DPU ชี้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ไม่ได้ทำให้การศึกษาไทยถอยหลัง จับมือ ม. นอร์ธแธมตัน ม.ดังอังกฤษ เปิดหลักสูตรบริหารธุรกิจ 2 ปริญญา เรียนเมืองไทย-จบดีกรีนอก ดีเดย์ปี 64 ทั้ง ป.ตรี และ ป.โท

ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) หรือ DPU เปิดเผยว่า CIBA DPU จับมือ The University of Northampton หรือ มหาวิทยาลัยนอร์ธแธมป์ตัน ประเทศอังกฤษ จัดโปรแกรมเรียนบริหารธุรกิจ 2 ปริญญา เพื่อเป็นทางเลือกใหม่สำหรับนักศึกษาที่สนใจเรียนที่มหาวิทยาลัยนอร์ธแธมป์ตัน แต่ไม่สามารถเดินทางไปเรียนที่ต่างประเทศได้ อันเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด-19 ดังนั้น CIBA มธบ.จึงจัดหลักสูตรพิเศษให้ตอบโจทย์การศึกษาในยุคนี้ โดยทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยนอร์ธแธมตัน ประเทศอังกฤษ ในหลักสูตรบริหารธุรกิจ ทั้งในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท โดยนักศึกษาสามารถมาเรียนที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ แต่มีศักดิ์และสิทธิ์เทียบเท่าจบจาก ม.นอร์ธแธมป์ตัน จากประเทศอังกฤษ

“สำหรับหลักสูตรที่เปิดสอนหรือปริญญาที่ได้รับจาก มธบ. คือ หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ ส่วนปริญญาที่ได้รับจาก ม.นอร์ธแธมป์ตัน คือ หลักสูตรบริหารธุรกิจ สาขาวิชาธุรกิจและการจัดการ ( B.B.A Business and Management) อย่างไรก็ตาม การจัดการเรียนการสอนจะเปิดสอนที่ มธบ. จำนวน 90 หน่วยกิต โดยการเรียนการสอนภายใต้การกำกับดูแลของ ม.นอร์ธแธมตัน” ผศ.ดร.ศิริเดช กล่าว

ผศ.ดร.ศิริเดช กล่าวด้วยว่า แม้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ก็ไม่ได้ทำให้การศึกษาของไทยถอยหลัง โดยหลักสูตรดังกล่าวเหมาะกับสถานการณ์ในช่วงนี้ เนื่องจากช่วยลดการเดินทาง ลดค่าใช้จ่าย ลดการแพร่เชื้อ และลดความเสี่ยงทั้งหมด แม้ผู้เรียนจะเรียนในไทยแต่คุณภาพการศึกษาเทียบเท่าอังกฤษ เพราะผู้กำหนดการสอนเป็นผู้เชี่ยวชาญจากอังกฤษ นอกจากนี้นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนจะได้รับ Student ID ของทั้งสองมหาวิทยาลัย และสามารถเข้าถึงข้อมูลของ ม.นอร์ธแธมป์ตันได้เช่นกัน เนื่องจากถือเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยดังกล่าว และหากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 คลี่คลายลง นักศึกษายังสามารถไปศึกษาดูงานที่มหาวิทยาลัยดังกล่าวได้เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดี ม.นอร์ธแธมป์ตัน เป็นสมาชิกของ AACSB (Association to Advance Collegiate Schools of Business) หรือ สถาบันรับรองมาตรฐานการศึกษาทางด้านบริหารธุรกิจทั่วโลก ซึ่งเป็นองค์กรกลางในการรับรอง และประกันคุณภาพให้กับสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจ ดังนั้นการเรียนในหลักสูตรจากความร่วมมือนี้จึงนับเป็นการการันตีคุณภาพมาตรฐานระดับโลกเช่นกัน

คณบดี CIBA DPU กล่าวในตอนท้ายว่า หลักสูตรดังกล่าวสามารถตอบโจทย์การศึกษาในยุคนี้ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ยังไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อใด ดังนั้น มธบ.จึงกำหนดเปิดการเรียนการสอนในปี 2564 ทั้งหลักสูตรปริญญาตรีและปริญญาโท สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://ciba.dpu.ac.th/ หรือ โทร.02-954-7300


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

“อะโคนาติก” เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ แอร์เคลื่อนที่ อัจฉริยะพร้อมจับมือ “เพาเวอร์บาย” กระตุ้นตลาด “แอร์เคลื่อนที่” และ “พัดลมไอเย็น” จัดแคมเปญดับร้อน แจกรถยนต์ และรางวัล รวมกว่า 1 ล้านบาท

“อะโคนาติก” เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ แอร์เคลื่อนที่ อัจฉริยะ รุ่น AN-PAC12C2 และ รุ่น AN-PAC14A2 สั่งงานผ่านมือถือและอินเทอร์เน็ตไวไฟ ด้วยระบบ IoT ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนยุคดิจิตอล พร้อมจับมือ “เพาเวอร์บาย” จัดแคมเปญดับร้อน “อะโคนาติก โชคหล่นทับ ขับสุดฟิน” ลุ้นรถยนต์ และ ของรางวัลอื่นๆ มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท เพียงช้อป “แอร์เคลื่อนที่” (Portable Air) หรือ “พัดลมไอเย็น” (Air Cooler) ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ACONATIC” ทุกรุ่น รับสิทธิ์ลุ้น โตโยต้า ยาริส, ยามาฮ่า ฟีโน่, อะโคนาติก ทีวี และของรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ผ่านกติกาง่าย ๆ กรอกชื่อที่อยู่ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์บนใบรับประกันสินค้า แล้วหย่อนลงในกล่องรับชิ้นส่วน ได้ที่ ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ตั้งแต่ วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2564

นายอานนท์ บัวดี ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ไฮไฟ โอเรียนท์ ไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อะโคนาติก เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ไทย ภายใต้แนวคิด “สินค้าราคา…คนไทย” ได้รับการยอมรับมายาวนานกว่า 29 ปี ในฐานะแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าของคนไทย โดยมีผลิตภัณฑ์ “แอร์เคลื่อนที่ ACONATIC” มียอดขายและส่วนแบ่งทางการตลาดสูงเป็นอันดับหนึ่ง ในประเทศไทย ล่าสุดได้จับมือ “เพาเวอร์บาย” เปิดตัวแคมเปญ “อะโคนาติก โชคหล่นทับ ขับสุดฟิน” ลุ้นรถยนต์ และของรางวัลอื่นกว่า 1 ล้านบาท ให้กับผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ “แอร์เคลื่อนที่” (Portable Air) หรือ พัดลมไอเย็น (Air Cooler) ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ACONATIC” ทุกรุ่น รุ่นใดก็ได้ จากร้าน “เพาเวอร์บาย” หรือ จากร้านค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่าย ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2564

สินค้าที่ขายดีเป็นอันดับต้นๆ ของ ACONATIC ในช่วงฤดูร้อนของทุกปี ก็คือ ผลิตภัณฑ์ “แอร์เคลื่อนที่” (Portable Air) หรือ พัดลมไอเย็น (Air Cooler) เนื่องจากตลาดมีความต้องการสูง เพราะความสะดวกสบายในการติดตั้ง สามารถเคลื่อนที่ไปตามจุดต่างๆ ได้ง่าย อีกทั้ง ยังมีราคาประหยัดกว่าแอร์บ้านทั่วไป โดยในปี 2564 นี้ อะโคนาติก ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ แอร์เคลื่อนที่ (Portable Air) รุ่น AN-PAC12C2 และ รุ่น AN-PAC14A2 โดยมีคุณสมบัติตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ในยุคดิจิตอล รองรับการใช้งานผ่านเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) สามารถเชื่อมต่อและควบคุมแบบไร้สายผ่านอินเทอร์เน็ตไวไฟ ควบคุมได้สะดวกผ่านมือถือ อีกทั้ง ยังมีระบบอัจฉริยะในการสั่งงานด้วยเสียงผ่านลำโพง Alexa Amazon ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงอีกด้วย สำหรับ ราคาจำหน่าย อะโคนาติก “แอร์เคลื่อนที่” (Portable Air) มีให้เลือกตั้งแต่ ราคา 7,900 – 15,900 บาท ส่วน พัดลมไอเย็น (Air Cooler) มีราคาให้เลือกตั้งแต่ 2,490 – 6,990 บาท เป็นราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้สบายๆ

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นตลาดให้กลับมาคึกคัก พร้อมตอบแทนลูกค้า จึงได้จัดแคมเปญ “อะโคนาติก โชคหล่นทับ ขับสุดฟิน” ลุ้นรถยนต์ และ ของรางวัลอื่นๆ มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท” โดยรางวัลหลักๆ ประกอบด้วย

• รางวัลที่ 1 รถยนต์ โตโยต้า ยาริส จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 609,000.
• รางวัลที่ 2 จักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีโน่ 125 จำนวน 5 รางวัล มูลค่ารวม 233,500.-
• รางวัลที่ 3 ทีวี อะโคนาติก จอกว้าง 65 นิ้ว จำนวน 10 รางวัล มูลค่ารวม 189,500.-

ในการเปิดตัวแคมเปญ “อะโคนาติก โชคหล่นทับ ขับสุดฟิน” อย่างเป็นทางการ นายจิรสิน ศรีสุวนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า (Major Appliance) และ นายเศกภพ เทพบุรี ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด ได้ร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด พร้อม Live ผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร โดยมีผู้เข้าชมเป็นจำนวนมาก ณ บริเวณ เพาเวอร์บายช้อป ชั้น 2ศูนย์การค้า เซ็นทรัล อีสต์วิลล์ ทำให้มั่นใจได้ว่า แคมเปญนี้ จะได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้า และประสบความสำเร็จในการกระตุ้นยอดขายอย่างแน่นอน

สำหรับ วิธีร่วมลุ้นรางวัล “อะโคนาติก โชคหล่นทับ ขับสุดฟิน” มีกติกาง่าย ๆ เพียงซื้อสินค้า “แอร์เคลื่อนที่” (Portable Air) หรือ พัดลมไอเย็น (Air Cooler) ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ACONATIC” รุ่นใดก็ได้ จะได้รับใบรับประกันสินค้า เพียงกรอกชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ให้ชัดเจน บนใบรับประกันสินค้า แล้วนำหย่อนลงกล่องรับชิ้นส่วน เพื่อนำไปจับรางวัลให้แก่ผู้โชคดี โดยจะมีการประกาศผลและจับรางวัล ด้วยการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook/ACONATICWORLD ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ณ บริษัท ไฮไฟ โอเรียนท์ ไทย จำกัด (มหาชน) ต่อไป


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

INEOS Automotive เผยกระบวนการสร้าง Grenadier #7 จากโปรโตไทป์สู่กระบวนการผลิต

Ineos Automotive ขอนำเสนอการชมขั้นตอนการประกอบรถสุดโหด Grenadier แบบประชิดติดสายการผลิตรถต้นแบบ (prototype assembly line) ณ สถานที่จริงที่ภายในโรงงานที่เป็นสถานที่ประกอบ Grenadier ขึ้นมา โดยได้นักข่าวสายวิศวกรรมชื่อดัง Mark Evans เป็นผู้พาคุณท่องไปทีละจุด ลงรายละเอียดเบื้องหน้าเบื้องหลังของแต่ละขั้นตอน และพาไปคุยเจาะกับ Erik Torseke (ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรมจาก INEOS Automotive) และ Hans-Peter Pessler (หัวหน้าโปรเจ็คท์ให้ INEOS Automotive จาก Magna Steyr)

ในวิดิโอนี้คุณจะได้เห็นวิศวกร 250 คนมุ่งมั่นทำงานในแต่ละขั้นตอนของการประกอบชิ้นส่วนต้นแบบ และในเฟสที่สองของการส่งต้นแบบสู่กระบวนการผลิต จนสู่ขั้นตอนห้วงนาทีที่ยานพาหนะต้นแบบนั้นถูกขับเคลื่อนออกมา พร้อมรอการนำไปสู่ขั้นตอนการทดสอบ ดังนั้น สิ่งที่เราจะได้เห็นเป็นประจักษ์แก่สายตาในขณะนี้คือ Grenadier ร้อนๆ จากสายพานการผลิตรถต้นแบบ และในส่วนการตระเตรียมการผลิตเพื่อการจำหน่ายก็จะมีขึ้นที่โรงงานสุดไฮเทคทีเมืองฮัมบูร์ก ที่ซึ่งวิศวกรของ INEOS กำลังมุ่งมั่นปรับแต่งลงรายละเอียดต่างๆ เพื่อให้การผลิตออกมาพร้อมสำหรับการผลิตเพื่อการจำหน่าย

วิดิโอมีความยาว 7นาทีที่จะพาคุณเดินชมโรงงานและความพร้อมไปกับเรา https://www.youtube.com/watch?v=5m_1lijldws


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

เปิดแล้ว! งาน “รับสร้างบ้าน FOCUS 2021” 10-14 มีนาคม 2564 ณ อิมแพ็ค ฮอลล์ 6 เมืองทองธานี

รมว.พลังงาน “สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์” กดปุ่มเปิดงาน “รับสร้างบ้าน FOCUS 2021 BUILD YOUR OWN SPACE สร้างบ้าน สร้างสุข” ระหว่างวันที่ 10-14 มีนาคม 2564 ณ ฮอลล์ 6 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ด้านนายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน “วรวุฒิ กาญจนกูล” เผยโอกาสทองของคนพร้อมปลูกสร้างบ้านแบบมางานเดียวครบ! พบกับมืออาชีพของการสร้างบ้าน  ที่แข่งกันขนแบบบ้านหลากสไตล์มากกว่า 1,000 แบบเอาใจผู้บริโภคในทุกระดับราคาตั้งแต่ 1-100 ล้านบาท อัดส่วนลดตั้งแต่ 10-30% พร้อมลุ้นรางวัลพิเศษตลอด 5 วันของการจัดงาน

วันนี้(10 มี.ค.2564) นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน “รับสร้างบ้าน FOCUS 2021” จัดโดยสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) ซึ่งงานมีขึ้นระหว่างวันที่ 10-14 มีนาคม 2564 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ฮอลล์ 6 ซึ่งปีนี้จัดงานภายใต้แนวคิด BUILD YOUR OWN SPACE สร้างบ้าน สร้างสุข งานเดียวครบ! พบกับมืออาชีพของการสร้างบ้าน

นายวรวุฒิ กาญจนกูล นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) เปิดเผยถึงการจัดงาน “รับสร้างบ้าน FOCUS 2021” เป็นกิจกรรมที่สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านจัดขึ้นทุกปีเพื่อเพิ่มโอกาสด้านการตลาดให้กับผู้ประกอบการรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ และในขณะเดียวกันก็เชื่อมั่นว่าการจัดงานครั้งนี้จะเป็นโอกาสทองที่ดีของผู้บริโภคที่ต้องการหรือมีแผนที่จะปลูกสร้างบ้านได้มีโอกาสเข้าถึงและเลือกแบบบ้านได้หลากหลายระดับราคาที่แตกต่างกัน

การจัดงาน “รับสร้างบ้าน FOCUS 2021 ”ปีนี้มีทั้งหมด 5 วัน ระหว่างวันที่ 10-14 มีนาคม 2564 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ฮอลล์ 6 ซึ่งปีนี้ยังคงจัดงานภายใต้แนวคิด BUILD YOUR OWN SPACE สร้างบ้าน สร้างสุข งานเดียวครบ! พบกับมืออาชีพของการสร้างบ้าน พร้อมแบบบ้านหลากสไตล์มากกว่า 1,000 แบบ และมีบ้านที่พร้อมตอบโจทย์กำลังซื้อของผู้บริโภคในทุกระดับราคาตั้งแต่ 1-100 ล้านบาท ขณะเดียวกันผู้ประกอบการรับสร้างบ้านที่ร่วมออกบูธยังได้จัดโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ รวมทั้งส่วนลด 10-30% และสำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนผ่าน Line @homebuilder หรือลงทะเบียนภายในงานและจองปลูกสร้างบ้านภายในงานมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษตลอดทั้ง 5 วันการจัดงาน

นอกจากนี้ ลงทะเบียนร่วมงานวันนี้ รับฟรี E-book แบบบ้านแห่งปี 2021 มากกว่า 50 แบบ จาก 26 บริษัทรับสร้างบ้านมืออาชีพ อีกทั้งยังได้รับบริการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ที่มาร่วมออกบูธภายในงาน ส่วนธนาคารอื่นที่เป็นพันธมิตรไม่ว่าจะเป็น ธนาคารกสิกรไทยและธนาคารกรุงไทย ซึ่งถึงแม้ทั้งสองธนาคารจะไม่มาร่วมออกบูธในครั้งนี้ แต่ก็ได้เตรียมแคมเปญอัตราดอกเบี้ยพิเศษให้กับผู้บริโภคที่ปลูกสร้างบ้านกับสมาชิกของสมาคมฯ ด้วยเช่นกัน

“สมาคมฯ เรามีความมั่นใจว่าการจัดงาน รับสร้างบ้าน FOCUS 2021  BUILD YOUR OWN SPACE สร้างบ้าน สร้างสุข จะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคมากขึ้น” นายวรวุฒิ กล่าวในช่วงท้าย


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส เปิดบริการนำเข้าจาก 200 ประเทศทั่วโลก ให้กับลูกค้าเอสเอ็มอีและลูกค้าทั่วไปโดยไม่ต้องมีบัญชีสมาชิกเป็นครั้งแรก

กรุงเทพฯ, 3 มีนาคม 2564: ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ผู้ให้บริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศระดับโลก เปิดตัวบริการนำเข้าใหม่สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายย่อยที่ไม่ได้นำเข้าสินค้าบ่อยครั้ง และไม่มีบัญชีนำเข้ากับดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส รวมถึงบุคคลทั่วไปที่ต้องการนำเข้าสินค้า หรือสิ่งของจากต่างประเทศโดยผู้ส่งต้นทางอาจมีข้อจำกัดในการส่งของมายังประเทศไทย ให้สามารถจัดการการนำเข้าทุกขั้นตอนได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการระบุวันกำหนดส่งและรับสินค้า รวมถึงการจ่ายค่าบริการนำเข้าล่วงหน้าผ่านบัตรเครดิต บริการนำเข้าดังกล่าวจะช่วยให้ทุกขั้นตอนของการนำเข้าสินค้าจาก 200 ประเทศทั่วโลกสะดวก ง่ายดายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และนับเป็นครั้งแรกในไทยที่ให้บริการนำเข้าสำหรับผู้ใช้โดยไม่ต้องสมัครเป็นสมาชิก 

จากการขยายตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศ ผลสำรวจระบุว่าคนไทยนิยมช้อปออนไลน์ข้ามประเทศเพิ่มขึ้น โดยเกือบครึ่งของนักช้อปชาวไทยอายุระหว่าง 24-34 ปีที่ได้รับการสำรวจมีแนวโน้มซื้อของออนไลน์ต่อไปและซื้อบ่อยขึ้นกว่าเดิม[1] ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส คาดว่าจะเห็นการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ และความต้องการในการส่งสินค้าระหว่างประเทศมากขึ้น บริการนำเข้าของดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส เป็นแพลตฟอร์มที่ให้ผู้ใช้ดำเนินการนำเข้าสินค้ามายังประเทศไทยด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ ใช้งานง่าย สามารถชำระค่าบริการนำเข้าผ่านบัตรเครดิต ผู้ใช้งานจะได้รับความสะดวกจากบริการรับและส่งสินค้าแบบ Door-to-Door พร้อมรับความช่วยเหลือจากคอลล์เซ็นเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง

เฮอร์เบิต วงศ์ภูษณชัย กรรมการผู้จัดการ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทยและหัวหน้าภาคพื้นอินโดจีน กล่าวว่า “บริการนำเข้ารูปแบบใหม่นี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้ใช้บริการ ตอกย้ำว่าดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส เข้าใจความต้องการของลูกค้าและให้ความสำคัญกับลูกค้าทุกกลุ่ม การนำเข้าเป็นแกนหลักสำคัญที่ทำให้การค้าระหว่างประเทศเติบโต ปัจจุบัน ธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั่วโลกเพื่อให้ธุรกิจดำเนินการต่อได้ ในขณะที่การเดินทางระหว่างประเทศเป็นเรื่องที่ท้าทายและทำให้การค้าระหว่างประเทศมีความสำคัญมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนำเข้าวัตถุดิบ สินค้า หรือของใช้ที่จำเป็น ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสเชื่อว่าบริการนำเข้านี้จะช่วยเชื่อมโยงผู้คน ธุรกิจ และกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งในไม่ช้า”

สถานการณ์การแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ผู้บริโภคต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปสู่การใช้ชีวิตแบบไฮบริด โดยบ้านเป็นทั้งสถานที่ทำงานและพักผ่อน รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ให้ความสำคัญกับสุขอนามัย และสุขภาพมากขึ้น

สุณิสา ทิวากรดำรง ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ทำธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ และใช้บริการนำเข้ากับดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส กล่าวว่า “เราใช้บริการนำเข้ากับดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสประมาณ 4-5 ครั้งในช่วงที่ยังไม่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ เพื่อนำเข้าเครื่องครัวจากประเทศฟิลิปปินส์เข้ามาในไทย เราสามารถบริหารจัดการการนำเข้าด้วยตัวเองได้อย่างง่ายดาย โดยคุณภาพของการให้บริการ และการแสดงค่าบริการที่ชัดเจนเป็นสิ่งที่เราประทับใจมากที่สุดจากการใช้บริการ DHL Express Import Service”

สำหรับสินค้าที่ต้องชำระภาษีนำเข้า ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสจะดำเนินการจ่ายค่าภาษีศุลกากร (ไม่เกิน 50,000 บาท) ในนามของลูกค้าเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า และทำให้สินค้าสามารถส่งถึงมือผู้รับได้เร็วขึ้น ทั้งนี้ ก่อนที่สินค้าจะถูกส่งถึงมือผู้รับ บริการ Advance Duty Collection ของดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส จะส่งข้อความแจ้งยอดภาษีนำเข้าที่ผู้รับจะต้องชำระผ่าน SMS หรืออีเมล โดยผู้รับสามารถจ่ายภาษีทางออนไลน์ด้วยบัตรเครดิตหรือเงินสด

ในกรณีที่สินค้าที่นำเข้ามีราคาศุลกากร (CIF) ไม่เกิน 1,500 บาทและไม่ใช่ของต้องห้ามหรือต้องกำกัด จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องชำระอากรขาเข้า เพื่อให้การนำเข้าเป็นไปอย่างราบรื่น กรุณาตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับของต้องห้าม ของต้องกำกัด ระเบียบการนำเข้าและเอกสารที่ต้องใช้ในการนำเข้าได้ที่เว็บไซต์ของกรมศุลกากรที่ www.customs.go.th

สำหรับผู้สนใจใช้บริการนำเข้าของดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส สามารถทำตาม 4 ขั้นตอนง่ายๆ ข้างล่างนี้

  1. เข้าเว็บไซต์ https://mydhl.express.dhl ผ่านเดสก์ท็อป และกรอกข้อมูลสถานที่รับสินค้า สถานที่ส่งสินค้าปลายทาง รายละเอียดและประเภทของสินค้า
  2. ตรวจสอบค่าบริการ แล้วทำการชำระค่าบริการนำเข้าผ่านบัตรเครดิต ระบบจะแจ้งเลขหมาย Tracking Number เพื่อติดตามสถานะการจัดส่งสินค้า
  3. ยืนยันวัน เวลา และสถานที่ที่ให้เข้าไปรับพัสดุ พนักงานดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสจะไปรับสินค้าตามสถานที่ที่ระบุไว้ (door to door service)
  4. ผู้รับรอให้สินค้ามาส่ง โดยสามารถติดตามสถานะของสินค้าผ่านระบบออนไลน์ จากหมายเลข Waybill ที่เป็นตัวเลข 10 หลัก

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการนำเข้าจากดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ได้ที่ https://bit.ly/dhl-import-th หรือรับชมวิดีโอสาธิตการทำรายการนำเข้าโดยละเอียดทุกขั้นตอนที่ https://youtu.be/Rl-pkg_mA0U


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ซัสโก้ สาขาพุทธมณฑล สาย 2 เปิดร้านกาแฟ ดิโอโร่ ไดร์ฟทรู พร้อมมอบส่วนลดค่าน้ำมันลิตรละ 50 สตางค์

นายชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์ (ขวาสุด) กรรมการผู้จัดการ และ นายมาวีร์ สิมะโรจน์ (ซ้ายสุด) รองกรรมการผู้จัดการ สายงานปฏิบัติการ บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) ร่วมแสดงความยินดีกับ นางสาวภคมน สมบูรณ์เวชชการ (ที่ 2 จากซ้าย) Chief Operation Officer และนางสาววรรณินา สมบูรณ์เวชชการ (ที่ 2 จากขวา) Brand Experience Director บริษัท โกลเด้นครีม จำกัด ในโอกาสเปิดร้านกาแฟ ดิโอโร่ ไดร์ฟทรู (D’Oro Drive Thru) สาขาพุทธมณฑล สาย 2 เพื่อให้บริการแก่ผู้เดินทางสัญจร และผู้พักอาศัยในย่านพุทธมณฑล สาย 2

โดยมีโปรโมชันเปิดร้าน เพียงสมัครสมาชิกD’Oro รับโค้ดซื้อเครื่องดื่ม 1 ฟรี 1 ซึ่งเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.30 – 19.00 นาฬิกา นอกจากนั้นพร้อมมอบโปรโมชันสุดพิเศษ จัดส่วนลดค่าน้ำมันทุกผลิตภัณฑ์ ณ สถานีฯ สาขาพุทธมณฑล สาย 2 ถึงลิตรละ 50 สตางค์ ให้กับลูกค้าที่แวะมาใช้บริการ ระหว่างวันที่ 24 – 28 กุมภาพันธ์ 2564 นี้

สำหรับ ร้านกาแฟ ดิโอโร่ ไดร์ฟทรู (D’Oro Drive Thru) เปิดให้บริการภายในสถานีบริการน้ำมันซัสโก้ สาขาพุทธมณฑล สาย 2 เหมาะสำหรับลูกค้าผู้เดินทางสัญจร และผู้พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ที่ต้องการออเดอร์เครื่องดื่ม เบเกอรี่ และอาหาร ที่แสนอร่อย พร้อมตอบโจทย์ความสะดวกสบาย ภายใต้สภาวะความเร่งรีบในปัจจุบัน ด้วยบริการที่สามารถโทรสั่งออเดอร์ได้ล่วงหน้า โดย ดิโอโร่ ไดร์ฟทรู (D’Oro Drive Thru) ได้รับการออกแบบให้ตัวร้านมีดีไซน์ที่สวยงาม เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา นอกจากนี้ ยังเปิดให้มีโซนพื้นที่นั่งในร้าน เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าที่ต้องการนั่งผ่อนคลาย ภายใต้บรรยากาศที่แสนอบอุ่นเป็นกันเอง เหมาะที่จะนั่งจิบกาแฟแบบชิลๆ กับกลุ่มเพื่อนและครอบครัว


 

Exit mobile version