Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

อีริคสันได้รับเลือกเป็นผู้นำโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย 5G สำหรับผู้ให้บริการด้านสื่อสาร ตามรายงานของ Gartner Magic Quadrant ประจำปี 2564 

กรุงเทพฯ ประเทศไทย 24 กุมภาพันธ์ 2564 – อีริคสัน (NASDAQ: ERIC) ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำโครงสร้างเครือข่าย 5G สำหรับผู้ให้บริการด้านสื่อสาร ตามรายงานประจำปี 2564 Magic Quadrant for 5G Network Infrastructure for Communications Service Providers จากการ์ทเนอร์ที่เป็นบริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาด้านไอทีอิสระ

อีริคสันได้รับการยกย่องเป็นผู้นำโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย 5G สำหรับผู้ให้บริการสื่อสารในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ตามรายงาน Gartner Magic Quadrant ซึ่งยกย่องความเป็นผู้นำของบริษัทฯ ทั้งในด้านวิสัยทัศน์และประสิทธิภาพในการนำไปใช้งานจริง

บริษัทที่นำเสนอโซลูชั่น 5G แก่ผู้ให้บริการด้านสื่อสารได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญจากการ์ทเนอร์อย่างครอบคลุมและตรงไปตรงมาในด้านภาพรวมวิสัยทัศน์และความสามารถในการดำเนินงานเพื่อผลักดันโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย 5G

บริษัทที่ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย 5G แบบครบวงจรได้รับการประเมินว่าสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแก่ผู้ให้บริการไอทีสามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพียงใด โดยส่งผลเชิงบวกต่อการสร้างรายได้ การรักษาฐานลูกค้า และชื่อเสียง ในมุมมองการตลาดของ Gartner ซึ่งการประเมินดังกล่าวยังหมายรวมถึงความสามารถในการดำเนินการด้านผลิตภัณฑ์และบริการของอีริคสันที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดและติดตามบันทึก การดำเนินกิจกรรมทางการตลาด ประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับและภาพรวม3ของศักยภาพทางธุรกิจ

เฟรดริก เจดลิง รองประธานผู้บริหารและหัวหน้าเครือข่ายของอีริคสันกล่าวว่า “เราลงทุนเป็นจำนวนมากตั้งแต่ขั้นตอนการวิจัยจนถึงการเปิดตัว 5G เพื่อให้มั่นใจว่าเรามีผลิตภัณฑ์ ทักษะที่จำเป็นและทีมงานภาคสนามที่ดีที่สุดเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า เราเชื่อว่าการได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย 5G ในรายการ Magic Quadrant จากการ์ทเนอร์ได้สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี ความสามารถในการแข่งขันในตลาด และความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ต่อลูกค้า”

อีริคสัน ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมเครือข่าย 5G ปัจจุบันมีข้อตกลง 5G เชิงพาณิชยกับผู้ให้บริการด้านการสื่อสารมากกว่า 130 ฉบับและเปิดให้บริการ 5G แล้วถึง 79 เครือข่ายทั่วโลก

อีริคสันพัฒนาการให้บริการ 5G แบบครบวงจรอย่างต่อเนื่องซึ่งรวมถึง Ericsson Radio System, 5G Core, Orchestration และ 5G สำหรับการคมนาคม (5G Transport) รวมไปถึงการให้บริการอย่างเชียวชาญ บริษัทได้นำเสนอโซลูชั่นนวัตกรรมซอฟต์แวร์ใหม่ เช่น Ericsson Spectrum Sharing, เทคโนโลยี 5G carrier aggregation และ Uplink Booster ซึ่งช่วยเพิ่มความครอบคลุม สมรรถนะในการทำงานของผู้ใช้ และประสิทธิภาพของคลื่นความถี่

โซลูชันเหล่านี้สนับสนุนผู้ให้บริการในการปรับใช้และพัฒนา 5G เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใช้ปลายทางจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ Ericsson Radio System ที่มีจำหน่ายตั้งแต่ปี 2558 สามารถรองรับความสามารถ 5G New Radio (NR) ผ่านการติดตั้งด้วยซอฟต์แวร์จัดการจากระยะไกล

บริการ Ericsson Digital Services นำเสนอโซลูชัน 5G Core แบบดูอัลโหมดสำหรับเครือข่ายอัจฉริยะเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจอัจฉริยะโดยช่วยผู้ให้บริการด้านการสื่อสารสามารถเสนอโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ สำหรับผู้ใช้มือถือและอุตสาหกรรมต่าง ๆ

โซลูชัน 5G Core ของ Ericsson รวมฟังก์ชัน Evolved Packet Core และฟังก์ชันเครือข่าย 5G Core เข้ากับแพลตฟอร์มคลาวด์เนทีฟปกติที่รองรับ 5G NR แบบสแตนด์อโลนและไม่สแตนด์อโลนรวมถึง 4G, 3G และ 2G

ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มได้ที่: 2021 Gartner Magic Quadrant for 5G Network Infrastructure for Communication Service Providers 

การ์ทเนอร์ไม่ได้รับรองสนับสนุนผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์หรือบริการใด ๆ ที่ปรากฎในงานวิจัยของเราและไม่แนะนำให้ผู้ใช้เทคโนโลยีเลือกเฉพาะผู้ขายที่มีคะแนนสูงสุดหรือจากการกำหนดอื่น ๆ  งานวิจัยของการ์ทเนอร์ประกอบด้วยความคิดเห็นของหน่วยงานวิจัยของการ์ทเนอร์และไม่อาจใช้เป็นข้อความแสดงข้อเท็จจริง การ์ทเนอร์ไม่รับประกันใด ๆ ทั้งหมดไม่ว่าโดยชัดแจ้งหรือโดยนัยเกี่ยวกับการวิจัยนี้ รวมถึงการรับประกันความสามารถในการขายหรือความเหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์ใด ๆ เป็นการเฉพาะ


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ศูนย์วิจัยการจัดการนวัตกรรมและเทคโนโลยี มจพ. จับมือ สสว. เผยหลักสูตรสมรรถนะผู้ประกอบการเรียนรู้ SME Academy 365 ไลฟ์สไตล์ของ “คนยุคใหม่”

รศ.ดร. ปณิตา วรรณพิรุณ หัวหน้าศูนย์วิจัยการจัดการนวัตกรรมและเทคโนโลยี สำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาระบบการให้ความรู้ในการดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร (SME Academy 365) : งานสร้างและพัฒนาระบบการให้ความรู้

ประจำปีงบประมาณ 2563 เป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) กับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดตัวไปอย่างยิ่งใหญ่แล้วเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 โดยได้รับเกียรติ รศ. ดร. วีระพงศ์ มาลัย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยทีมผู้บริหาร ณ One Shot Studio กรุงเทพฯ

หลักสูตรสมรรถนะผู้ประกอบการเรียนรู้นี้เป็น “ตัวช่วยสำคัญ” สำหรับผู้ประกอบการไทย ที่ชื่อว่า SME Academy 365 ลักษณะโดดเด่นและสอดรับ “วิถีใหม่” (New Normal) คือ เครื่องมือ คืออาวุธ คือผู้ช่วยคนสำคัญ ที่จะช่วยหา “ทางรอด” ให้ธุรกิจ ให้ก้าวต่อไปได้ โดยได้รวบรวมความรู้รอบด้าน ทั้งด้านการจัดการ บริหาร การแก้ไขปัญหา พัฒนาต่อยอดธุรกิจ ที่มาในรูปแบบเนื้อหาที่น่าสนใจ และเข้าใจง่าย อาจกล่าวได้ว่า SME Academy 365 คือ Platform E-learning ที่เป็น “แหล่งเรียนรู้ออนไลน์ที่เปิด 24 ชั่วโมง ตลอด 365 วันต่อปี” ไม่ว่าใครก็เข้ามาหาความรู้ได้ ด้วยระบบออนไลน์แบบเปิด ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ผ่านอุปกรณ์สื่อสารแบบใด เป็น Platform E-learning ที่พัฒนาองค์ความรู้สำหรับ SME มีสาระน่ารู้ใหม่ ๆ ที่อินเทรนด์ เพิ่มอัพเดทอยู่เสมอ เหมาะสำหรับผู้ประกอบการ การเป็น SME อย่าหยุดการเรียนรู้ เพราะ SME Academy 365 เป็น Platform E-learning เรียนรู้และฝึกอบรมออนไลน์ ที่รวมองค์ความรู้ และประสบการณ์ต่าง ๆ เพื่อนำ SME ไทย ไปสู่การเป็น Smart SME เพราะโลกธุรกิจไม่เคยหยุดสอนเรา SME Academy 365 ศูนย์รวมการเรียนรู้และประสบการณ์ที่จะเปลี่ยนเราให้เป็น Smart SME ที่มิใช่เพียงประกอบธุรกิจได้ แต่คุณจะได้รับชัยชนะในธุรกิจเพียงปลายนิ้วสัมผัสที่จะทำให้แม้เจอวิกฤติโควิด แต่ธุรกิจไทยจะอยู่รอดและไปต่อได้ ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) เป็นแนวทางจะต้องปรับเปลี่ยนไป SME Academy 365 จึงรวบรวมทุกอย่างที่จำเป็นที่ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ หรือผู้ที่สนใจเริ่มต้นธุรกิจ จำเป็นต้องรู้

ส่วนจุดประสงค์หลักของโครงการนี้คือ

1. พัฒนาระบบการเรียนรู้ออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมกับบริบทของผู้ประกอบการ
2. พัฒนาหลักสูตรที่จำเป็นในการพัฒนา SME ในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว พร้อมจัดทำชุดองค์ความรู้ที่จำเป็นแก่ SME
3. เผยแพร่ให้ SME ทราบถึงการมีอยู่ของระบบ SME Academy 365 และสามารถเข้ามาใช้งานและพัฒนาตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าร่วมและได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ ได้แก่ ผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSME) รวมถึงผู้ที่สนใจจะเริ่มต้นธุรกิจ จำนวน 10,000 ราย โดยจะทำการประชาสัมพันธ์ไปในวงกว้าง เพื่อเชิญชวนให้เข้าใช้งาน และเรียนรู้เนื้อหาบนระบบ SME Academy 365 โดยกลุ่มเนื้อหาประกอบไปด้วย

1. หลักสูตรสมรรถนะผู้ประกอบการ การเป็นผู้ประกอบการบนฐานวิถีชีวิตใหม่ (New Normal Entrepreneurial) การคิดเชิงออกแบบสำหรับผู้ประกอบการ การจัดการนวัตกรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์สำหรับผู้ประกอบการวิถีใหม่ การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนสำหรับผู้ประกอบการ วิถีใหม่ และการจัดการเงินและบัญชีสำหรับ MSME (Finance for MSME)

2. หลักสูตรสมรรถนะดิจิทัล ได้แก่ การจัดการพาณิชย์ดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการวิถีใหม่ การตลาดดิจิทัล การประชาสัมพันธ์ดิจิทัล การเล่าเรื่องดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการ และความฉลาดทางดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการ รศ.ดร. ปณิตา กล่าว

SME Academy 365 เป็นตัวช่วยให้ผู้ประกอบการธุรกิจทั้งขนาดกลาง ขนาดย่อมและรายย่อย รวมถึงบุคคลทั่วไป เข้าถึงการพัฒนาตนเองจากระบบการเรียนรู้ในรูปแบบออนไลน์ที่เข้าถึงได้สะดวก เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของ “คนยุคใหม่” ที่ต้องการความรู้ด้านธุรกิจ มีหลากหลายรูปแบบเพื่อให้ผู้เรียนเลือกเรียนตาม ความถนัด เนื้อหาที่ทันสมัยเข้าใจง่าย ตอบโจทย์ประเภทธุรกิจไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและบุคลากรในองค์กรให้เติบโตและมีแหล่งเรียนรู้แบบต่อเนื่อง SME Academy 365 การเรียนรู้ออนไลน์ที่ดีที่สุด เพื่อการพัฒนาธุรกิจ SME กลุ่มผู้ประกอบการ SME ในประเทศไทย
ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าใช้งานได้แล้ว โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ที่ http://www.smeacademy365.com/
และติดตามรับชม vdo premiere launch เปิดตัว platform ได้ที่ https://www.facebook.com/OSMEP/

ขวัญฤทัย ข่าว-ภาพ


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มิตซูบิชิ อีเล็คทริค เดินหน้าส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพ เปิดตัวเครื่องปรับอากาศมิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม ใหม่ล่าสุด ECO EYE INVERTER XT Series

มิตซูบิชิ อีเล็คทริค เดินหน้าส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพ เปิดตัวเครื่องปรับอากาศมิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม ใหม่ล่าสุด ECO EYE INVERTER XT Series ชูเทคโนโลยีอัจฉริยะ ECO EYE Senser มอบความสะดวกสบายเหนือระดับ พร้อมประหยัดพลังงานยิ่งขึ้น สมบูรณ์แบบด้วยฟังก์ชั่นครบครัน ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุค New Normal

บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด เดินหน้าส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพให้กับผู้บริโภค ล่าสุดเปิดตัวเครื่องปรับอากาศมิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม อินเวอร์เตอร์ ซีรีย์ใหม่ ECO EYE INVERTER XT Series โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ECO EYE Senser เซ็นเซอร์อัจฉริยะที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต พร้อมการประหยัดพลังงานได้มากยิ่งขึ้น รองรับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุค New Normal ได้อย่างสมาร์ทลงตัว
โดย ECO EYE Senser สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวภายในห้อง เพื่อลดการใช้พลังงานเกินความจำเป็น ในกรณีที่ผู้ใช้งานไม่อยู่ในห้องเป็นระยะเวลานาน ๆ เช่น เมื่อเซ็นเซอร์ตรวจพบว่าไม่มีการเคลื่อนไหวของผู้ใช้งานภายในระยะเวลา 20 นาที เครื่องปรับอากาศจะปรับเป็นโหมดประหยัดพลังงานโดยอัตโนมัติ (Auto Save) และเมื่อยังตรวจพบว่ายังไม่มีการเคลื่อนไหวของผู้ใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลา 1 ชั่วโมง เครื่องปรับอากาศจะปิดตัวลง (Auto Off) และจะเปิดการทำงานอัตโนมัติอีกครั้ง เมื่อพบว่ามีใครกลับเข้ามาในห้อง (Auto On) โดยไม่ต้องใช้รีโมทคอนโทรล จึงช่วยให้คุณใช้งานได้อย่างสะดวกสบายและประหยัดค่าไฟมากยิ่งขึ้น
XT Series ยังมาพร้อมฟังก์ชั่นครบครันเพื่อรองรับความต้องการในทุกมิติ อาทิ เทคโนโลยี Fast Cooling เพื่อความเย็นเร็วทันใจภายในปุ่มเดียว พร้อมมอบอากาศสะอาดทุกลมหายใจด้วย PM 2.5 Filter ที่สามารถกรองและตรวจจับสิ่งเจือปนอนุภาคขนาดเล็ก 2.5 ไมครอนในอากาศด้วยประจุไฟฟ้าได้มากถึง 99% และเทคโนโลยี Dual Barrier Coating ลดการเกาะติดของฝุ่น ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดภาระการล้างเครื่องปรับอากาศ รวมทั้ง Sleep Mode ที่ช่วยให้คุณนอนหลับพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีเครื่องปรับอากาศมิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม กลุ่มอินเวอร์เตอร์ อีกหลายไลน์อัพเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายให้กับผู้บริโภค มาพร้อมเทคโนโลยีที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีกับ Fast Cooling เย็นเร็วทันใจในปุ่มเดียว พร้อมประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ
รุ่น LN Series ดีไซน์เรียบหรู เหนือระดับด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ 3D Move-eye Human Sensor สามารถตรวจจับอุณหภูมิและการเคลื่อนไหวได้อย่างละเอียดและแม่นยำ ผสานระบบ Variable air flow & Wide air flow ที่กระจายลมเย็นได้อย่างอิสระ ส่งลมเย็นได้พร้อมๆ กัน ช่วยลดการใช้พลังงานเกินความจำเป็น พร้อมมอบความสะดวกสบายอีกขั้นด้วยเทคโนโลยี Dual Barrier Coating ลดการเกาะติดของฝุ่นและละอองน้ำมัน ลดภาระการล้างเครื่องปรับอากาศ

รุ่น GT Series เย็นเร็วทันใจด้วยเทคโนโลยี Fast Cooling พร้อม PM 2.5 Filter ที่ช่วยดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กระดับ 2.5 ไมครอน และ Sleep Mode เทคโนโลยีเพื่อการนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ ช่วยควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมภายในห้องเพื่อให้คุณหลับสบายตลอดคืน พร้อมประหยัดพลังงาน การันตีด้วยฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 (2 ดาว )
รุ่น JS Series เพิ่มความเย็นเร็วในปุ่มเดียวด้วย Fast Cooling พร้อมเทคโนโลยี Dual Barrier Coating ลดการเกาะติดของฝุ่น ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ช่วยประหยัดพลังงาน พร้อมรีโมทคอนโทรล ที่แสดงผล Error Code เพื่อให้คุณสามารถตรวจสอบอาการผิดปกติของเครื่องปรับอากาศได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง
รุ่น KT Series สดชื่นกับความเย็นเร็วในปุ่มเดียวด้วย Fast Cooling สบายใจกับคุณภาพ ในราคาที่จับต้องได้ มีหลายขนาดให้เลือกตั้งแต่ 9,000 – 24,000 BTU


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

Key Elements of Success เคล็ดลับความสำเร็จทางธุรกิจ

TeC x Expara Exclusive Talk ลงทะเบียนเข้าร่วมได้แล้ววันนี้ (ฟรี!)

ในยุคที่เต็มไปด้วยความผันผวนและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วฉับพลัน
การปรับ Business Model ให้เข้ากับยุคสมัยและวิกฤตนั้นเป็นเรื่องสำคัญ
แล้วเราต้องเดินเกมธุรกิจอย่างไรให้ถูกทางและทันท่วงทีล่ะ?

ขอเชิญพบกับ

คุณ Kulthirath Pakawachkrilers
CEO & Co-Founder บริษัท TeC e-Business Center ศูนย์ฝึกอบรมอย่างเป็นทางการให้ผู้บริหารที่แรก และที่เดียวในประเทศไทย ซึ่งมีจุดมุ่งหมายที่จะพัฒนาให้บุคคลากรทั่วไป นักเรียน/นักศึกษา รวมถึงเจ้าของธุรกิจ SME ที่ต้องการเพิ่มทักษะและองค์ความรู้ด้านดิจิทัล
อดีตผู้บุกเบิกด้านการตลาดแบรนด์ Lazada ประเทศไทย และที่ปรึกษาบริษัท Top Retail อย่าง Big C Supercenter

คุณ Douglas Abrams
CEO & Founder บริษัท EXPARA บริษัทให้บริการคำปรึกษาด้านการเงินและการลงทุนชื่อดังจากประเทศสิงคโปร์
Managing Director บริษัท EXPARA ประเทศไทย บริษัท EXPARA ประเทศเวียดนาม EXPARA ประเทศมาเลเซีย
Adjuct Associate Professor แห่งมหาวิทยาลัยนานาชาติสิงคโปร์ ประจำวิชา New Venture Creation สำหรับ นักศึกษาระดับปริญญาตรี และ Technopreneurship สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาโท
Visiting Professor แห่งสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ ประจำวิชาธุรกิจร่วมลงทุน

คุณ Paul Arriyavat
Principal, Strategic Partnership แห่ง SCB 10X
Serial Entrepreneur, Corporate Venture Builder & Angel Investor ผู้พร้อมสนับสนุนและลงทุนในธุรกิจใหม่ ๆ แห่งยุคอนาคต
เจ้าของเพจ “The Technopreneurs คนล่าฝัน” แชร์ความรู้และประสบการณ์การทำ Start Up, การสร้างธุรกิจเทคโนโลยีในองค์กรใหญ่ และการลงทุน
ประสบการณ์การทำงานด้านอสังหาริมทรัพย์, การเงินการลงทุน และการสร้างธุรกิจเทคโนโลยีใน อินเดีย สิงคโปร์ และไทย

ที่จะมาพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์และวิธีการปฏิรูปธุรกิจในรูปแบบดั้งเดิมในยุคที่สภาวะธุรกิจปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว

พบกันวันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564
เวลา 18.00 – 19.30 น.
ผ่านช่องทาง Zoom Webinar

ลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาได้ที่ http://bit.ly/3q1QfCc
หรือแสกน QR Code ในรูปได้เลย (ฟรี!)


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ซิกมาโซลูชันส์ เปิดตัวซอฟต์แวร์ MeshWorks ผู้ช่วยด้านการแก้ไขเมชชิ้นงานอย่างยาก

MeshWorks มาพร้อมฟังก์ชั่นการปรับแต่งโมเดลและการทำซ้ำ ๆ ที่ช่วยการปรับปรุงคุณภาพงานให้ตรงความต้องการ

บริษัท ซิกมาโซลูชั่นส์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายซอฟต์แวร์และผู้ให้บริการงานวิเคราะห์เพื่อการออกแบบและแก้ไขปัญหาทางด้านวิศวกรรม เปิดตัว MeshWorks ซอฟต์แวร์ Pre & Post Processor ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มีปัญหาด้านการสร้าง ปรับเปลี่ยนเมช (Mesh) ของชิ้นงานที่มีรูปร่างซับซ้อนและแก้ไขยาก ให้มีคุณภาพตรงตามที่ต้องการ นําไปสู่ผลการวิเคราะห์ที่แม่นยํา จึงช่วยลดเวลาการคำนวณหาผลลัพท์ได้ถึง 40-50% เหมาะกับอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ พลาสติก โลหะ และอื่น ๆ ที่ต้องการชิ้นงานอิลิเมนต์ที่มีคุณภาพ ด้วยคุณลักษณะของเครื่องมือที่ใช้งานง่าย สามารถปรับค่าต่าง ๆ ได้ตามที่ต้องการ โดยเฉพาะจุดเด่นด้านการทำ Morphing ที่มีอยู่ในซอฟต์แวร์ MeshWorks จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถนําโมเดลเดิมที่มีอยู่แล้ว มาปรับเปลี่ยนให้เป็นโมเดลใหม่ หรือทำซํ้าโดยการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบบางอย่างให้ออกมาเป็นหลาย ๆ แบบตามความต้องการโดยไม่จำเป็นต้องสร้างเมชใหม่ซ้ำแล้วซ้ำอีกซึ่งเป็นปัญหาที่มักจะเจออยู่เสมอ หลังจากนั้นยังสามารถนำไฟล์ที่แก้ไขเรียบร้อยแล้วแปลงกลับไปเป็นไฟล์ CAD ได้เลย มาพร้อมฟังก์ชั่นการสร้างแนวเชื่อม Welding ระหว่างชิ้นงานที่ทำได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังสามารถกำหนดคุณสมบัติต่าง ๆ ที่จำเป็น เพื่อสร้างเงื่อนไขขอบเขตสำหรับการคำนวณและส่งไปวิเคราะห์ในซอฟต์แวร์ชั้นนำต่าง ๆ อาทิเช่น Abaqus, Ls-Dyna, MSC Nastran, Marc เพื่อให้ได้ผลการวิเคราะห์ที่ถูกต้อง

พบประสิทธิภาพและคุณสมบัติเด่นด้านอื่น ๆ ของซอฟต์แวร์ MeshWorks ขอเชิญลงทะเบียนเข้าร่วม Co-Webinar ในวันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 14.30 – 15.30 น. ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างบริษัท ซิกมาโซลูชั่นส์ จำกัด และ Detroit Engineered Products (DEP) ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ MeshWorks เพื่อทำการสาธิตคุณสมบัติเด่นในซอฟต์แวร์แบบเรียลไทม์ พร้อม Chat สดและถาม-ตอบข้อสงสัยได้ในช่วงท้ายหลังจบเนื้อหาการบรรยาย

ขอเชิญลงทะเบียนเข้าร่วม Co-Webinar เรือง “Parametric Hexahedral Meshing with Meshwork and MSC Nastran” ได้ที่ http://www.sigmasolutions.co.th/events-detail.php?id=16

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ MeshWorks ได้ที่ ฝ่ายขาย บริษัท ซิกมาโซลูชันส์ จำกัด โทร. 0-2862-1188
Line ID: @sigmasolutions
www.sigmasolutions.co.th
www.facebook.com/Sigmathailand
Youtube channel: Sigma Solutions


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

MSC ต้อนรับคณาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ

บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MSC ได้เปิดบ้านต้อนรับคณะอาจารย์ และนักศึกษา จาก “มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ” นำโดย ดร.พิชัย จอดพิมาย จากสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมเปิดประสบการณ์แห่งโลกเทคโนโลยีไอทีไปกับ MSC ในการเยี่ยมชมองค์กรครั้งนี้ MSC ได้ให้ความรู้แก่นักศึกษาที่เข้าเยี่ยมชมองค์กรได้เรียนรู้ถึงกระบวนการทำงานทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นให้เกิดการเรียนรู้การทำงานจากสภาพแวดล้อมจริง เป็นการเสริมสร้างประสบการณ์ และเตรียมความพร้อมก่อนที่จะสำเร็จการศึกษา

ทั้งนี้รับเกียรติจาก ดร.ธัญญา วงษ์วานิช Head of Corporate Communication เป็นผู้กล่าวต้อนรับและให้ความรู้ในเรื่อง“Essential Soft Skills for Students”. คุณมีลาภ โสขุมา Assistance Vice President of Solutions Integration Group บรรยายความรู้เรื่อง “Digital Transformation” พร้อมเข้าเยี่ยมชมศูนย์สาธิตเทคโนโลยีต่างๆ ภายใน บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ณ สำนักงานใหญ่ เมื่อเร็วๆนี้

สถาบันการศึกษาที่สนใจเข้าเยี่ยมชมบริษัทฯ สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-089-4242 Website : https://www.metrosystems.co.th/ Facebook : https://www.facebook.com/metrosystemscorp/


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ร่วมกับ แอดวานซ์เทค จัดสัมมนาออนไลน์ฟรี “ธุรกิจแฟรนไชส์รอดได้ในยุค New Normal” ผ่าน ZOOM

ThaiFranchiseCenter.com เว็บไซต์ที่รวบรวมธุรกิจแฟรนไชส์ใหญ่ที่สุดในไทย ร่วมกับ บริษัท แอดวานซ์เทค คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานสัมมนาออนไลน์ฟรี “ธุรกิจแฟรนไชส์รอดได้ในยุค New Norma” ผ่าน ZOOM ในวันวันพุธที่ 3 มีนาคม 2564 เวลา 13:30 – 14:30 น. เพื่อค้นหาคำตอบที่จะทำให้ธุรกิจแฟรนไชส์ก้าวกระโดดหลังวิกฤต COVID-19

โดยมีวิทยากรที่มากด้วยความรู้และมีความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจแฟรนไชส์ชั้นนำของเมืองไทย อาทิ คุณธนพล ธรรพสิทธิ์ (Senior Vice President – Operations Central Restaurants Group Co., Ltd.) คุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์, CFE / Managing Director Gnosis Co., Ltd.) และ คุณธนาพงศ์ พิพัฒโภคิน (Key Account Manager Advantech (Thailand) Co., Ltd.)

สำหรับหัวข้อการสัมมนาประกอบด้วย เทคโนโลยีปฏิบัติระบบแฟรนไชส์อย่างไร โดยคุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์ และเทคโนโลยี Advantech สำหรับยุค New Normal โดยคุณธนาพงศ์ พิพัฒโภคิน พร้อมเสวนากับผู้บริหารในเครือ CRG โดยผู้เข้าร่วมสัมมนาจะได้มีส่วนร่วมในการสำรวจเทคโนโลยี เทรนด์ และระบบแฟรนไชส์ ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ฟรี รับจำนวนจำกัด คลิกลงทะเบียน http://bit.ly/2Z3XRrY
LINE id: @tfcacademy
โทร. 02-101-9187, 098-670-2011, 089-8955665


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

คณบดี CITE DPU เตือนภัยเว็บดังติดมัลแวร์ขุดเงินคริปโต

คณบดี CITE DPU เตือนภัยเว็บดังติดมัลแวร์ขุดเงินคริปโต หลังแฮกเกอร์หัวใสฝังคริปโตแจ๊คกิ้งให้ผู้ใช้งานขุดเงินให้แทน

ดร.ชัยพร เขมะภาตะพันธ์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ (CITE) และผอ.หลักสูตรปริญญาโทวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์(มธบ.)หรือ DPU เปิดเผยว่า ในช่วงเวลา 4 ถึง 5 เดือนที่ผ่านมามูลค่าของสกุลเงินคริปโตต่าง ๆ มีมูลค่าสูงมากขึ้นเป็นประวัติการณ์ ทำให้มัลแวร์ขุดเงินคริปโตกลับมาระบาดอีกครั้ง โดยปกติวิธีการหากำไรจากสกุลเงินคริปโตหลักๆ ทำได้ 2 วิธี คือ การเทรดและการขุด ซึ่งการขุดนั้นจำเป็นต้องมีการลงทุนอุปกรณ์และมีภาระค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่ายเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนดังกล่าว จึงมีแฮกเกอร์ที่ต้องการขุดเหรียญคริปโต โดยวิธีการแอบฝังมัลแวร์ไว้ที่คอมพิวเตอร์ที่เป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์ต่าง ๆ ทำให้ผู้ที่เปิดหน้าเว็บไซต์ของเว็บเซิร์ฟเวอร์เหล่านี้ทำหน้าที่ขุดเงินคริปโตแทนโดยที่ไม่ได้ยินยอมหรือไม่รู้ตัว ซึ่งวิธีการลักษณะนี้จะเรียกว่าเป็นการทำคริปโตแจ๊คกิ้ง (Cryptojacking)

ดร.ชัยพร กล่าวว่า ในอดีตเคยมีบริการขุดเงินคริปโตสกุล Monero ผ่านเว็บไซต์ Coinhive โดยให้เว็บไซต์ทั้งหลายฝังโค้ดโปรแกรมที่เว็บของตนเองแลกกับเงินคริปโต แต่ Coinhive ได้ปิดตัวไปในปี 2018 เนื่องจากการตกต่ำของเงินคริปโต แต่การขุดเงินคริปโตผ่านเว็บก็ไม่ได้หมดไป เนื่องจากเคยพบว่ามีการทำคริปโตแจ็คกิ้งครั้งแรกประมาณปี 2018 จากนั้นช่วงปลายปี 2020 พบเว็บไซต์ติดมัลแวร์ประเภทคริปโตแจ็คกิ้งนี้มากขึ้นกว่า 200% เมื่อเทียบกับปี 2019 โดยเว็บไซต์ที่เป็นเป้าหมายหลักของเหล่าแฮกเกอร์ ได้แก่ เว็บไซต์ที่มีผู้เข้าใช้งานสม่ำเสมอหรือมีผู้เปิดอ่านจำนวนมาก รวมถึงเว็บไซต์ที่มีการเปิดหน้าเว็บทิ้งไว้หรือเปิดใช้งานนาน อาทิ เว็บ portal เว็บดูหนังหรือฟังเพลง รวมทั้งเว็บขององค์กรหรือหน่วยงานขนาดใหญ่ เป็นต้น ทั้งนี้จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่าเว็บหลายแห่งของไทยที่เป็นที่นิยม มีการติดมัลแวร์ประเภทนี้หลายแห่ง ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ที่เว็บเซิร์ฟเวอร์อาจถูกแฮคหรือโปรแกรมเมอร์ประมาทเองหรือจงใจฝังโค๊ดโปรแกรมไว้ในเว็บไซต์ของตนเอง เพื่อให้คอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานทำงานขุดเงินคริปโต โดยให้ผู้ใช้งานที่เข้าเปิดเว็บดังกล่าวเสียค่าบริการด้วยการช่วยขุดเงินคริปโตแทน อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลงานวิจัยระบุว่าหากมีผู้ใช้งานเปิดหน้าเว็บที่ติดมัลแวร์ดังกล่าวพร้อมกัน 1,000 หน้าจะเทียบเท่ากับเครื่องขุดเงินที่ใช้การ์ดจอแรง ๆ จำนวน 1 เครื่องเลยทีเดียว

“สำหรับวิธีการทำคริปโตแจ็คกิ้ง คือ การฝังโค๊ดโปรแกรมจำพวกไคลเอนต์สคริปต์เช่น Javascript ไว้ในโค้ดของโปรแกรมของเว็บไซต์ ซึ่งวิธีการฝังมีตั้งแต่การเจาะผ่านระบบเข้าไปที่เครื่องเซิร์ฟเวอร์แล้วนำโค้ดโปรแกรมขุดเงินคริปโตไปใส่ไว้ในโค้ดโปรแกรมของเว็บนั้นโดยตรง หรือการนำโค้ดโปรแกรมที่ใช้เรียกโปรแกรมขุดเงินคริปโต ลงไว้ในไลบรารีที่เปิดให้ใช้งานฟรี ส่วนใหญ่เผยแพร่ไว้บนอินเทอร์เน็ตหรือโลกออนไลน์ เช่น Git เป็นต้น อย่างไรก็ตามเนื่องจากเว็บเซิร์ฟเวอร์หลายแห่งมักจะมีระบบป้องกันที่ดีทำให้แฮกเกอร์เจาะผ่านระบบเข้าไปได้ยาก ดังนั้นจึงพบว่าลักษณะของมัลแวร์ที่เว็บไซต์หลายแห่งติดมาจากผู้พัฒนาเว็บหรือโปรแกรมเมอร์ที่ไม่ค่อยมีประสบการณ์ และเขียนโค้ดโปรแกรมเว็บโดยมีโค้ดโปรแกรมบางส่วนที่นำโค้ดที่ถูกเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตมาใช้งานโดยมักไม่มีการตรวจสอบเพียงพอ”ดร.ชัยพร กล่าว

ดร.ชัยพร กล่าวด้วยว่า ในอดีตมัลแวร์ประเภทนี้จะทำงานโดยจะขุดเงินคริปโตให้กับแฮกเกอร์โดยพยายามใช้ทรัพยากรเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้งานเกือบทั้งหมด มัลแวร์ที่ทำงานเช่นนี้จะทำให้เครื่องผู้ใช้งานหยุดทำงานลงในเวลาอันรวดเร็ว ดังนั้นแฮคเกอร์จึงพัฒนาวิธีการใหม่โดยกำหนดให้มัลแวร์ทำงานโดยใช้ซีพียูน้อยลงและควบคุมจำนวนเทรด ทำให้ผู้ใช้งานไม่ค่อยรู้ตัว สำหรับผลกระทบของผู้ใช้งานที่เปิดเว็บไซต์ที่ติดมัลแวร์ คือ เครื่องคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้งานจะทำงานช้าลง จนบางครั้งถึงกับทำให้เครื่องเกิดอาการค้าง สังเกตได้จากหลังการเข้าหน้าเว็บไซต์แล้วเครื่องเริ่มมีอาการหน่วง พัดลมซีพียูเริ่มทำงาน หรือแบตเตอรี่หมดลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นผู้ใช้งานที่ไม่ทันระวังตัวอาจต้องคอยสังเกตการทำงานของคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือเมื่อเข้าไปเปิดเว็บไซต์ต่าง ๆ หากเครื่องเริ่มมีอาการดังกล่าวต้องรีบตรวจสอบทันที


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ทรูมันนี่ ชวนส่งคำอวยพรและมอบอั่งเปาช่วงตรุษจีน สวัสดีปีฉลู อย่างปลอดภัยแบบ “แทนเงินสด ลดสัมผัส” แจก “อั่งเปายุคใหม่” ห่างไกลโควิด

ทรูมันนี่ ผู้นำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนท์ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชิญชวนคนไทยส่งคำอวยพรช่วงตรุษจีนปี 64 ในแบบ “แทนเงินสด ลดสัมผัส” ห่างไกล COVID-19 ผ่าน “อั่งเปาออนไลน์” พร้อมเผยภาพรวมการใช้แอปฯ TrueMoney Wallet ช่วงเดือนเทศกาลตรุษจีนปี 2563 ที่ผ่านมา พบคนไทยเติมเงินเข้าแอปฯ TrueMoney Wallet มูลค่าสูงกว่า 6 พันล้านบาท และมีจำนวนครั้งในการโอนเงินแจกอั่งเปาสูงถึง 17 ล้านครั้งซึ่งมากกว่าปีก่อนหน้ากว่าเท่าตัว โดยในปีนี้หลายประเทศ อาทิ สิงคโปร์ ฮ่องกง จีน รวมถึงประเทศไทย ต่างรณรงค์ให้ประชาชนหันมาจับจ่ายซื้อของไหว้แบบ Cashless และแจกอั่งเปาออนไลน์เพื่อเลี่ยงการสัมผัสเงินสดที่อาจปนเปื้อนเชื้อไวรัส COVID-19 สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีที่ผสานรวมเข้ากับวัฒนธรรมได้อย่างน่าสนใจ

นายนิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล ผู้อำนวยการฝ่ายทางพาณิชย์ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด กล่าวว่า “แม้เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะยังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 แต่ธรรมเนียมการให้ “แต๊ะเอีย” ยังคงมีอยู่คู่วิถีชีวิตชาวไทยเชื้อสายจีน โดยช่วงเดือนเทศกาลตรุษจีนปี 2563 ที่ผ่านมา พบคนไทยเติมเงินเข้าแอปฯ TrueMoney Wallet มูลค่าสูงกว่า 6 พันล้านบาท และมีจำนวนครั้งในการโอนเงินแจกอั่งเปาสูงถึง 17 ล้านครั้งซึ่งมากกว่าปีก่อนหน้ามากกว่าเท่าตัว และหากเจาะดูเฉพาะช่วง 7 วันเทศกาลตรุษจีนปี 63 เทียบกับปีก่อนหน้า จำนวนครั้งการโอนเงินแจกอั่งเปาระหว่างผู้ใช้เพิ่มมากขึ้น x3.4 เท่า ส่วนยอดรวมการโอนเงินแจกอั่งเปาออนไลน์หากันในแอปฯ TrueMoney Wallet เพิ่มขึ้น x4.5 เท่า นอกจากนี้ ยอดเงินเฉลี่ยที่ผู้ใช้แต่ละคนมอบให้กันยังเพิ่มมากขึ้นถึง 81% การให้อั่งเปาผ่านแอปฯ จึงกลายเป็นเทรนด์ฮิตมาแรงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นิวนอร์มัล อีกทั้งยังสอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ทุกคนต้องเว้นระยะห่างและใส่ใจสุขภาพเป็นพิเศษ ตามที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขได้ออกมารณรงค์ให้คนไทยที่ต้องการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนปีนี้ให้หันมาใช้อั่งเปาออนไลน์แทนที่การให้เป็นเงินสดใส่ซอง นับเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อโควิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะอั่งเปาออนไลน์นั้นสามารถส่งให้กันได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม อีกทั้งแอปฯ เราก็ได้สร้างฟีเจอร์เพิ่มเติมให้ผู้ใช้สามารถส่งคำอวยพร หรือแชร์สุ่มจำนวนเงินกันแบบสนุกๆ ไปยังกลุ่มผู้รับได้”

โดยผู้ใช้ที่สนใจสามารถสร้าง ”อั่งเปาออนไลน์” เพื่อมอบคำอวยพรและแจก “แต๊ะเอีย” วิถีใหม่ ห่างไกลโควิด ใน 4 สเต็ป” ผ่านแอปฯ TrueMoney Wallet ได้ดังนี้
1. สเต็ปที่ 1 เข้าแอปฯ TrueMoney Wallet เลื่อนลงหมวด “กิจกรรมลุ้นรางวัล (Activities with Rewards)” คลิกที่ไอคอนรูปซองแดง “ส่งซองของขวัญ”
2. สเต็ปที่ 2 สร้างซองของขวัญ และใส่คำอวยพรให้ผู้รับ
• ใส่จำนวนเงินที่ต้องการ ตั้งแต่ 10-10,000 บาท
• เลือกประเภทการใส่ซองแบบ “สุ่มจำนวนเงิน” หรือ “แบ่งจำนวนเงินเท่ากัน”
• ใส่จำนวนคนที่รับซอง สามารถกรอกได้ตั้งแต่ 1-100 คน
• ใส่คำอวยพร เลือกคำอวยพรได้หลากหลาย อาทิ “เฮง ๆ รวย ๆ” “ซินเจียยู่อี่ซินนี้ฮวดใช้” หรือจะพิมพ์คำอวยพรสุดเก๋เองตามใจชอบก็ได้ และกดปุ่ม “สร้างซอง”
3. สเต็ปที่ 3 ยืนยันการสร้างซองของขวัญ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องอีกรอบ
4. สเต็ปที่ 4 สร้างซองของขวัญสำเร็จ สามารถกดปุ่มคัดลอกลิงก์เพื่อส่งให้คนที่เราต้องการแจกอั่งเปาให้ได้เลย หรือจะคลิกส่งผ่านแอปพลิเคชั่นแชท หรือโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ก็ได้เช่นกัน (ลิงก์ซองของขวัญจะหมดอายุภายใน 72 ชม. หากเพื่อน ๆ กดรับซองไม่ครบตามเวลาที่กำหนด เงินที่เหลือจะถูกคืนเข้าบัญชี TrueMoney Wallet ของผู้สร้างซองทันที)

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่หน้า Facebook Fanpage ของทรูมันนี่ หรือทาง https://www.truemoney.com/sendgift/


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ก้าวสู่เกียรติยศสูงสุด อันดับหนึ่งในการเป็นบริษัทที่ยั่งยืนที่สุดในโลก

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค(Schneider Electric) ผู้นำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันด้านการบริหารจัดการพลังงานและระบบออโตเมชัน ได้รับการจัดอันดับให้เป็น บริษัทที่ยั่งยืนอันดับหนึ่งในโลก ในทำเนียบรายชื่ออันทรงเกียรติประจำปี ที่รวบรวมโดย Corporate Knights ซึ่งเป็นบริษัทด้านสื่อและการวิจัย ที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพด้านความยั่งยืนขององค์กรระดับคอร์ปอเรต

ฌอง ปาสคาล ตริคัวร์ ประธานและซีอีโอ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เผยว่า“เรารู้สึกเป็นเกียรติและปลื้มปิติเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับการจัดให้เป็นอันดับ จาก Corporate Knights นับเป็นกำลังใจสำคัญสำหรับทีมงานและพันธมิตรของเรา ซึ่งการได้รับการยอมรับครั้งยิ่งใหญ่นี้ มาจากการที่เราได้มีส่วนร่วมเป็นเวลานานกว่า 15 ปี ในการทำให้บริษัทของเราและโลกนี้เป็นสีเขียวยิ่งขึ้น และมีความเป็นเอกภาพมากขึ้น ซึ่งความยั่งยืนนั้นนับเป็นการเดินทางเพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จร่วมกับพนักงาน คู่ค้าและลูกค้าของเรา ตลอดจนชุมชนที่เรามีการดำเนินการอยู่ การได้รับการยอมรับในครั้งนี้จึงส่งไปถึงกลุ่มคนเหล่านี้ด้วยเช่นกัน”

อันดับหนึ่งจากองค์กร 100 แห่งที่ยั่งยืนที่สุดในโลกประจำปี 2021 (2021 Global 100 Most Sustainable Corporations) จัดทำโดย Corporate Knights โดยเป็นการจัดอันดับที่นับได้ว่าเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ จากอันดับที่ 29 ในปีที่ผ่านมา และแสดงให้เห็นถึงองค์ความรู้จากภายนอกของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงในเรื่องของความมุ่งมั่นที่มีมายาวนานในการรับมือกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาล (ESG)

“เหรียญมีสองด้าน เรื่องความยั่งยืนก็เช่นกัน” กิลเลส เวอร์มอท เดโรเช รองประธานอาวุโส ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าว “เรามุ่งเน้นการปฏิบัติเป็นตัวอย่างทั้งจากการดำเนินการภายในและในระบบนิเวศของเราเอง และเราทำงานเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโซลูชั่นสำหรับลูกค้าเรา โดยหลักการความยั่งยืนจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพ เสริมสร้างนวัตกรรม และสร้างความดึงดูดใจในการเป็นองค์กรที่น่าทำงานด้วย ซึ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างคุณค่าให้องค์กรมากขึ้น”

การจัดอันดับในปี 2021 ของ Corporate Knights ใช้ฐานการประเมินบริษัทจำนวน 8,080 แห่งที่มีรายได้มากกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ  ซึ่งตัวชี้วัดเรื่องของประสิทธิภาพ จะรวมถึงการประเมินว่าองค์กรเหล่านี้มีการใช้พลังงานหมุนเวียนมากน้อยแค่ไหนและปล่อยของเสียมากแค่ไหน โดยในปีนี้ ได้มีการรวมตัวชี้วัดใหม่ๆ ในเรื่องของการลาป่วย ความหลากหลายทางเชื้อชาติของกรรมการและผู้บริหาร รวมถึงการลงทุนในพลังงานสะอาด

บริษัทที่มีฐานอยู่ในเมืองโตรอนโตได้เรียกร้องให้ ชไนเดอร์ ก้าวไปอย่างมั่นคง เพื่อมุ่งสู่ผลิตภัณฑ์และการบริการที่ช่วยให้ลูกค้าบริหารจัดการความต้องการด้านพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

“ในไม่กี่ทศวรรษมานี้ ชไนเดอร์ ได้หันมามุ่งเน้นเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ สตอเรจ และแหล่งพลังงานแบบกระจายศูนย์ รวมถึงโซลูชันอัจฉริยะต่างๆ ที่ให้ความก้าวหน้าเรื่องระบบไฟฟ้า ประสิทธิภาพด้านพลังงานและให้ความสามารถด้านการหมุนเวียน ปัจจุบันรายได้ 70 เปอร์เซ็นต์มาจากเรื่องเหล่านี้ พร้อมกับ 73 เปอร์เซ็นต์ของการลงทุนจะมุ่งตรงไปที่โซลูชันที่ให้ความยั่งยืน” โทบี้ ฮีบส์ ซีอีโอ Corporate Knights กล่าว “ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยังได้ดำเนินการอย่างจริงจังในเรื่องของความทัดเทียมทางเพศและเชื้อชาติ รวมถึงการสร้างผลิตผลของทรัพยากรและความปลอดภัย”

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เป็นกลุ่มผู้นำรายแรกๆ ที่ให้ความสำคัญกับ ESG และยังเพิ่มพันธสัญญาเรื่องความยั่งยืนมากขึ้น ด้วยความมุ่งมั่นพยายามมากขึ้นเรื่อยๆ ตลอดช่วงเวลาหนึ่งทศวรรษครึ่งที่ผ่านมา การเร่งสู่กลยุทธ์ด้านความยั่งยืนล่าสุดที่ประกาศไปเมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา ยังรวมถึงเรื่องพันธสัญญาระยะยาว 6 ประการ และเป้าหมายที่เป็นรูปธรรมอีก 11 ประการ ที่จะต้องทำให้ได้ภายในปี 2025  พร้อมกันนี้ สิ่งเหล่านี้ คือการมุ่งเพื่อช่วยให้ทั้ง ชไนเดอร์ องค์กรธุรกิจต่างๆ และชุมชนทั้งหลายที่ ชไนเดอร์ ให้บริการและมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการมีส่วนร่วมกับเรื่องดังกล่าวในสังคม รายละเอียดเพิ่มเติม คลิกดูได้ที่นี่

Hashtags:  #LifeIsOn #Sustainability #ESG #OurImpact

เกี่ยวกับชไนเดอร์ อิเล็คทริค

เป้าหมายของชไนเดอร์ อิเล็คทริค คือการช่วยให้ทุกคนใช้พลังงานและทรัพยากรได้เกิดประโยชน์สูงสุด เชื่อมโยงความก้าวหน้าและความยั่งยืนเพื่อประโยชน์ของทุกคน เราเรียกสิ่งนี้ว่า Life Is On

ภารกิจของเราคือการเป็นพันธมิตรด้านดิจิทัลกับคุณ เพื่อสร้างประสิทธิภาพและความยั่งยืน

เราขับเคลื่อนการปฏิรูปสู่ดิจิทัล ด้วยการผสานรวมเทคโนโลยีชั้นนำของโลกด้านพลังงานและกระบวนการจัดการ เข้ากับผลิตภัณฑ์ตั้งแต่จุดเชื่อมต่อปลายทางไปยังคลาวด์ ระบบควบคุม รวมถึงซอฟต์แวร์และการบริการครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตการทำงานทั้งหมด เพื่อสร้างศักยภาพในการบริหารจัดการองค์กรแบบบูรณาการ ทั้งสำหรับบ้าน อาคาร ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรม

เราคือบริษัทระดับโลกที่มีการดำเนินงานในระดับท้องถิ่นมากที่สุด เราสนับสนุนมาตรฐานระบบเปิดและระบบนิเวศของคู่ค้าที่มีความมุ่งมั่นแรงกล้าในการทำตามวัตถุประสงค์อย่างมีเป้าหมายร่วมกัน และคุณค่าในการรวมกันเป็นหนึ่งเดียวพร้อมขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกัน


Exit mobile version