Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มิตซูบิชิ อิเล็คทริค ติดตั้งลิฟต์แบบห้องโดยสารคู่และบันไดเลื่อน 278 เครื่อง ที่ วัน แบงค็อก ศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่

บริษัท มิตซูบิชิ อิเล็คทริค คอร์เปอร์เรชั่น ประกาศว่า บริษัท มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ได้รับความไว้วางใจจาก วัน แบงค็อก (One Bangkok)โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ครบวงจรและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 1.2 แสนล้านบาท ที่พัฒนาโดยระหว่าง บริษัท ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยทำสัญญาสั่งซื้อและติดตั้งลิฟต์และบันไดเลื่อนชุดใหญ่ พร้อมติดตั้ง ลิฟต์แบบห้องโดยสารคู่ ที่จะเปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทย รวมจำนวน 278 เครื่อง เพื่อเนรมิตให้กลายเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ทันสมัยในรูปแบบเมืองอัฉริยะครบครัน ประกอบด้วย ด้วยอาคารสำนักงานเกรดเอ ศูนย์การค้าชั้นนำ โรงแรมระดับลักชัวรี่ ที่พักอาศัย รวมถึงพื้นที่สำหรับกิจกรรมทางศิลปะและวัฒนธรรมที่เชื่อมต่อทั่วถึงกันทั้งโครงการ โดยมั่นใจว่าจะสามารถดึงดูดเหล่านักธุรกิจและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ให้มาเยือนได้เป็นจำนวนมหาศาล อีกทั้งช่วยยกระดับให้ประเทศไทยโดดเด่นเป็นสง่าในเวทีโลก และเติบโตในฐานะศูนย์กลางของประเทศอาเซียนต่อไป

นายปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด ผู้พัฒนาโครงการ “วัน แบงค็อก” (One Bangkok) กล่าวว่า “เราให้ความสำคัญกับประสบการณ์และความพีงพอใจของลูกค้าหรือผู้ใช้บริการเป็นหลัก โดยผมเชื่อมั่นว่า มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ คือผู้นำระดับโลกในด้านระบบลิฟต์และบันไดเลื่อน ซึ่งจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพันธมิตรที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของโครงการ วัน แบงค็อก ด้วยจุดเด่นและองค์ประกอบต่าง ๆ รวมถึง สินค้าและบริการที่มีคุณภาพและการบริหารจัดการที่ยอดเยี่ยมและได้รับยืนยันด้วยรางวัลมาตรฐานระบบการทำงานหลากหลายรางวัล ตลอดจนชื่อเสียงที่ได้รับการยอมรับมายาวนาน ด้านเทคโนโลยีอันโดดเด่นระดับโลก และการส่งมอบผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัย แข็งแรง ทนทาน และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยศักยภาพดังกล่าวนี้ เราจึงมั่นใจว่า มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ จะมีส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้ โครงการ วัน แบงค็อก เป็นแลนด์มาร์คใหม่ที่พลิกโฉมพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง”

นายมุเนะฮิซะ โอกะโมะโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ ได้รับความไว้วางใจจาก วัน แบงค็อก (One Bangkok) โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ครบวงจรและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ทำสัญญาสั่งซื้อลิฟต์และบันไดเลื่อน ชุดใหญ่ ประกอบด้วย ลิฟต์ จำนวน 250 เครื่อง บันไดเลื่อน จำนวน 28 เครื่อง ยิ่งไปกว่านั้น ยังติดตั้ง ลิฟต์ 2 ชั้นหรือลิฟต์ห้องโดยสารคู่ นวัตกรรมใหม่ที่จะเปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทย จำนวน 12 เครื่อง ถือได้ว่า เป็นคำสั่งซื้อที่มีขนาดใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ปี 2520 ที่เปิดดำเนินกิจการในประเทศไทย โดยความไว้วางใจจาก วัน แบงค็อก ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่น ทั้งในด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ การติดตั้ง การบริการ และประสบการณ์ในตลาดลิฟต์และบันไดเลื่อนมาอย่างยาวนานได้เป็นอย่างดี

สำหรับ วัน แบงค็อก เป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรที่พัฒนาโดยซึ่งพัฒนาโดยบริษัท ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด นับเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยภาคเอกชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศไทย ชูมาตรฐานใหม่ทั้งด้านการออกแบบ ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และการใช้ชีวิตในสมาร์ท ซิตี้ (Smart City Living) โดยตั้งเป้าเป็นโครงการแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการพัฒนาชุมชนแวดล้อมอย่าง LEED เป็นการสร้างอาคารที่ดีต่อสุขภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ WELL ซึ่งเป็นมาตรฐานแรกของโลกที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้อาคาร พร้อมมุ่งมั่นเป็นแลนด์มาร์คครบวงจรระดับโลกแห่งใหม่ เปี่ยมไปด้วยศักยภาพในการดึงดูดบริษัทชั้นนำ นักท่องเที่ยว และคนไทย โดยประกอบไปด้วย อาคารสำนักงานแบบพรีเมี่ยมเกรดเอ จำนวน 5 อาคาร, ศูนย์การค้าระดับชั้นนำ, โรงแรมระดับลักชัวรี่ จำนวน 5 แห่ง, คอนโดมิเนียมหรูอีก จำนวน 3 โครงการ อีกทั้ง ยังมีพื้นที่ทางวัฒนธรรม ขนาด 104 ไร่ บนถนนวิทยุและพระราม 4 ใกล้ย่านการค้า 4 ย่านหลัก เมื่อ วัน แบงค็อก พร้อมเปิดเฟสแรก ในปี 2566 จะกลายเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ทันสมัยและมีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย

บริษัท มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ดำเนินธุรกิจการจัดจำหน่าย ติดตั้งและให้บริการหลังการขายผลิตภัณฑ์ ลิฟต์ บันไดเลื่อนและทางลาดเลื่อนภายใต้ แบรนด์ “มิตซูบิชิ อิเล็คทริค” แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยและเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าในด้านนี้ มาตั้งแต่ปี 2520 งานบริการที่มีคุณภาพและการบริหารจัดการที่ยอดเยี่ยมที่ได้รับยืนยันด้วยรางวัลมาตรฐานระบบการทำงานหลายรางวัล ความทุ่มเทของเราส่งผลให้เราเป็นผู้นำในธุรกิจลิฟต์และบันไดเลื่อนอย่างต่อเนื่องด้วยส่วนแบ่งการตลาดเป็นที่หนึ่งมาตลอดหลายสิบปี ปณิธานของเราคือการส่งต่อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและความปลอดภัยให้กับอาคารต่างๆ ทั่วประเทศ เราพร้อมให้บริการด้วยทีมงานวิศวกรที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญ ทั้งระบบการติดตั้งและการซ่อมบำรุง อีกทั้งยังใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงานอีกด้วย
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ โทร 02-312-0707 หรือ www.MitsubishiElevtor.co.th


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ออฟฟิศเมท จัดโปรเอาใจสถานศึกษาและ SME ให้ทันเทรนด์ธุรกิจ

ออฟฟิศเมท และ ออฟฟิศเมท พลัส  ในเครือเซ็นทรัล รีเทล  จัดโปรโมชั่นเอาใจสถานศึกษา ผู้ประกอบการ SME และคนทำงานทุกสายอาชีพ มอบส่วนลดสูงสุด 60%  ตลอดเดือนเมษายน 2564

ไอเทมสำคัญที่แผนกจัดซื้อและแอดมินของสถานศึกษาต้องเตรียมพร้อมเปิดเทอมใหม่ รับมือทุกสถานการณ์  #NewNormalSchool&Learning … ช้อปอุปกรณ์เรียนรู้สุดป๊อบ! ลดสูงสุด 58% ที่จะทำให้คุณครูสอนสบาย นักเรียนก็เรียนสนุก ครบครันกับอุปกรณ์การเรียน การสอนแบบออนไลน์และออฟไลน์ อาทิ อุปกรณ์ไอที เราเตอร์ โปรเจคเตอร์ขนาดพกพา กระดานไวท์บอร์ดอัจฉริยะหน้าจอสัมผัส มัลติฟังก์ชันปริ้นเตอร์ เมาส์ไร้สาย เฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้อเนกประสงค์ เก้าอี้เลคเชอร์ และเครื่องเขียนอีกหลากหลายรายการ

ไอเทมจำเป็นสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร และคาเฟ่  เตรียมพร้อมรับ High Season  ประหยัดงบเห็นๆ กันส่วนลดสูงสุดถึง 60% …  ซื้ออุปกรณ์ใหม่รับเทศกาลท่องเที่ยว #NewNormalCafe&Restaurant  อาทิ เครื่องบันทึกเงินสด เครื่องปั่นน้ำผลไม้ เครื่องผลิตน้ำแข็ง เครื่องสไลด์หมู/เนื้อแบบอัตโนมัติ เครื่องซีลถุง ภาชนะช้อน ส้อม บรรจุภัณฑ์อาหาร โต๊ะและเก้าอี้ชิคๆ เป็นต้น

ไอเทมเด็ดสำหรับผู้ประกอบการ SME ที่รักความสะอาดปลอดภัยจากเชื้อโรค ออฟฟิศเมทชวนช้อปอุปกรณ์ทำความสะอาดและป้องกันเชื้อโรค  … คลีนมาก ครบเวอร์ สะอาดเบอร์แรง ลดสูงสุด 49% อาทิ แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ หน้ากากอนามัย เครื่องวัดอุณหภูมิ ถุงมือยาง ถุงขยะ กระดาษชำระ อุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทุกพื้นผิว เป็นต้น

ออฟฟิศเมท ให้คุณช้อปง่าย ได้ของไว ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ผ่านช่องทางการช้อปแบบออมนิชาแนล  พร้อมบริการจัดส่งฟรีถึงสถานประกอบการ เพียงช้อปครบ 499 บาท*  (ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด)

•  ช้อปออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง ที่ OfficeMate Mobile App และเว็บไซต์ คลิก https://bit.ly/3cAozQI
• Chat & Shop ผ่าน Line: @OfficeMate และ Facebook: OfficeMate.co.th ให้บริการทุกวัน 8:00 – 22:00 น.
• โทรสั่งซื้อง่ายๆ กับ OfficeMate Contact Center 1281 ให้บริการทุกวัน 8:00 – 22:00 น.
• ช้อปที่ร้านออฟฟิศเมท และออฟฟิศเมท พลัส หรือไลน์/โทรสั่งซื้อกับร้านก็ง่าย เช็คเลย! https://bit.ly/37Xfqix


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ศึกการแข่งขันอีสปอร์ตชิงชัยความเป็นหนึ่ง Asia Pacific Predator League 2020/21 รอบ Grand Final พบกัน 6-11 เมษายนนี้

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย (5 เมษายน 2564) – การแข่งขัน Asia-Pacific Predator League 2020/21 รอบชิงชนะเลิศ การแข่งขันออนไลน์เต็มรูปแบบจะเริ่มการแข่งขันตั้งวันที่ 6 เมษายนถึง 11 เมษายน โดยมีทีมที่ผ่านเข้ารอบ Grand Final จากทัวร์นาเมนต์ Asia Pacific Predator League 2020 และทีมรับเชิญจากเอเซอร์ร่วมแข่งขันในศึกทัวร์นาเมนต์นี้

ในปีนี้การแข่งขันได้แบ่งออกเป็น 4 ทัวร์นาเมนต์ย่อย โดยแบ่งเป็นเกม PUBG และ Dota 2 เกมละ 2 ทัวร์นาเมนต์ โดยแต่ละทีมจะเข้าแข่งขันตามรายการที่ได้ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า

การแข่งขัน Asia Pacific Predator League 2020/21 มีเงินรางวัลสำหรับผู้ผ่านการคัดเลือกและผู้ชนะของการแข่งขันย่อยทั้ง 4 รายการ มูลค่ารวมกว่า 400,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 12 ล้านบาท ผู้ชนะของแต่ละทัวร์นาเมนต์ย่อยจะได้รับโล่เกียรติยศ Asia Pacific Predator League Shield และผลิตภัณฑ์จาก Acer Predator

ติดตามเบื้องหลังการทำงาน การฝึกซ้อมของทีมตัวแทนที่จะช่วยเพิ่มดีกรีร้อนแรงกับการกลับมาที่น่าตื่นเต้นของทัวร์นาเมนต์นี้ พร้อมรายชื่อทีมที่เข้าแข่งขันทั้งหมด รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตารางการแข่งขันและโปรแกรมต่างๆ ได้ที่ www.predator-league.com หรือโซเชียลมีเดียของเอเซอร์ที่ FacebookInstagram, และ Twitter

รับชมการแข่งขันได้ทางช่องทางต่อไปนี้

Facebook: Predator League TH

https://www.facebook.com/PredatorLeagueTH

Facebook: PLAYERUNKNOWN’S BATTLEGROUNDS

https://www.facebook.com/PUBG.TH.Official

Twitch TV: FPSThailand

https://www.twitch.tv/fpsthailand


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

วีเอ็มแวร์ คลาวด์ เร่งขับเคลื่อน App Modernization ด้วยบริการมัลติคลาวด์แบบโมดูลาร์

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 5 เมษายน 2564 – ตลอดช่วงระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา วีเอ็มแวร์ได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนแอปพลิเคชันทางธุรกิจที่สำคัญในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก โดยองค์กรกว่า 300,000 แห่งได้สร้างและใช้งานเวิร์กโหลดกว่า 85 ล้านชุดบนแพลตฟอร์มของวีเอ็มแวร์ และนักพัฒนากว่า 5 ล้านคนสร้างแอปโดยอาศัยเทคโนโลยีของวีเอ็มแวร์ และวันนี้ บริษัท วีเอ็มแวร์ (NYSE: VMW) ได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม VMware Cloud เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีมัลติคลาวด์ และนำเสนอโมเดิร์นแอปพลิเคชันภายในเวลาอันรวดเร็ว เพื่อก้าวทันกับความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ

VMware Cloud เป็นแพลตฟอร์มมัลติคลาวด์แบบกระจาย (Distributed) อันจะช่วยให้การทำ application modernization ขององค์กรสามารถทำได้เร็วขึ้น โดยครอบคลุมทั้งในส่วนของดาต้าเซ็นเตอร์ ส่วน Edge ของเครือข่าย และระบบคลาวด์ใด ๆ ก็ตาม  VMware Cloud เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของนักพัฒนา โดยช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างและติดตั้งใช้งานแอปพลิเคชันบนระบบคลาวด์ทุกประเภท ซึ่งสร้างข้อได้เปรียบให้กับทั้งนักพัฒนาและฝ่ายไอทีไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเหมือนแต่ก่อน แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้ฝ่ายไอทีสามารถปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและการดำเนินงานให้ทันสมัย โดยมีความเสี่ยงน้อยกว่าและประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า พร้อมทั้งเปิดตัวแพลตฟอร์ม VMware Cloud กับบริการใหม่ๆ ที่จะมอบประสบการณ์แบบครบวงจรให้แก่ลูกค้า โดยบริการใหม่ที่ว่านี้ได้แก่:

  • VMware Cloud Universal: บริการสมัครใช้งานที่ยืดหยุ่น เพิ่มความสะดวกในการซื้อและใช้บริการโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการระบบมัลติคลาวด์ของวีเอ็มแวร์
  • VMware Cloud Console: ระบบการทำงานแบบ single monitoring ที่สะดวกต่อการตรวจสอบและจัดการโครงสร้างพื้นฐาน VMware Cloud อย่างครบวงจร ไม่ว่าจะติดตั้งอยู่ที่ใดก็ตาม
  • VMware App Navigator: บริการใหม่สำหรับการประเมินและจัดลำดับความสำคัญของการปรับเปลี่ยนแอป โดยครอบคลุมทุกแง่มุมของแอปพลิเคชัน ขึ้นอยู่กับความสำคัญของแต่ละแอป

นายรากู รากูราม ประธานเจ้าหน้าที่ด้านปฏิบัติการ ฝ่ายผลิตภัณฑ์และบริการคลาวด์ของวีเอ็มแวร์ กล่าวว่า  “เราอยู่ในช่วงจุดเปลี่ยนที่สำคัญสำหรับการพัฒนาระบบคลาวด์และโมเดิร์นแอปพลิเคชัน   ในปัจจุบันสถาปัตยกรรมมีลักษณะเป็นมัลติคลาวด์แบบกระจายเพิ่มมากขึ้น ขณะที่จำนวนของโมเดิร์นแอปพลิเคชันกำลังจะแซงหน้าแอปแบบเดิมในไม่ช้า  ด้วยเหตุนี้ความท้าทายที่ผู้บริหารฝ่ายสารสนเทศ (CIO) ต้องเผชิญก็คือ การนำนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยไม่ก่อให้เกิดความยุ่งยากซับซ้อนและเพิ่มความเสี่ยง VMware Cloud เป็นโซลูชันคลาวด์เพียงหนึ่งเดียวในปัจจุบันที่ลูกค้าสามารถใช้งานได้ในดาต้าเซ็นเตอร์และบนระบบคลาวด์ทุกประเภท อันช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วและความปลอดภัยในการเปลี่ยนย้ายไปสู่โมเดิร์นแอปพลิเคชัน  และด้วยบริการ VMware Cloud Universal ลูกค้าเพียงทำการซื้อครั้งเดียว ก็สามารถติดตั้งใช้งานแอปได้ในทุกสภาพแวดล้อม และสามารถโยกย้ายได้อย่างง่ายดายเมื่อความต้องการทางธุรกิจหรือความต้องการใช้งานเปลี่ยนไป”

บริการมัลติคลาวด์แบบโมดูลาร์สำหรับทุกแอปพลิเคชันในทุก ๆ ที่
โครงการริเริ่มทางด้านแอปพลิเคชันช่วยปรับปรุงผลลัพธ์ทางธุรกิจ ยกระดับประสบการณ์ที่สำหรับของลูกค้า นำเสนอบริการดิจิทัลที่แปลกใหม่ และรองรับการทำงานของบุคลากรจากทุกที่ทุกเวลา  ผลการศึกษาของวีเอ็มแวร์ชี้ว่า 90% ของโครงการริเริ่มทางด้านแอปมุ่งเน้นเรื่องการปรับปรุงแอปให้ทันสมัย(1) และ 80% ขององค์กรในปัจจุบันมีการติดตั้งใช้งานแอปพลิเคชันในรูปแบบที่กระจาย โดยครอบคลุมทั้งดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบคลาวด์ และส่วนขอบของเครือข่าย(2)

VMware Cloud เป็นแพลตฟอร์มสำหรับทั้งระบบที่ติดตั้งภายในองค์กรและระบบคลาวด์ โดยมีการรักษาความปลอดภัยและการดำเนินการอย่างครบวงจร รองรับทั้งแอปพลิเคชันแบบเก่าและโมเดิร์นแอปพลิเคชัน เชื่อมต่อกับบริการคลาวด์แบบเนทีฟทั้งหมด และตอบสนองความต้องการของนักพัฒนาและบุคลากรฝ่ายไอทีได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์  ด้วยแพลตฟอร์ม VMware Cloud ลูกค้าจะได้รับความสะดวกจากรูปแบบการใช้งานคลาวด์หนึ่งเดียวซึ่งรองรับความต้องการด้านมัลติคลาวด์ได้อย่างพร้อมสรรพ และสามารถโยกย้ายระบบได้อย่างยืดหยุ่น จึงช่วยลดความเสี่ยงและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้ระบบคลาวด์เพียงระบบเดียว  ลูกค้าที่ใช้ VMware Cloud จะได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมในหลายๆ ด้าน เช่น เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของนักพัฒนาได้ด้วย VMware Tanzu Application Service ถึง 80%(3) เพิ่มการใช้งานซอฟต์แวร์ในระบบจริงได้ถึง 82% (3) ลดค่าใช้จ่ายต้นทุนการดำเนินงานได้ 59% (4) และเพิ่มความรวดเร็วในการโยกย้ายระบบคลาวด์ได้ราว 46% (5)

VMware Cloud ช่วยให้ลูกค้าสามารถปรับใช้แอปบน VMware Cloud Foundation ที่รันอยู่บนระบบของ Amazon Web Services (AWS), Azure, Google Cloud, IBM Cloud และ Oracle Cloud หรือบน VMware Cloud ที่รันอยู่บนระบบของ Dell EMC รวมไปถึงพาร์ทเนอร์ VMware Cloud Verified อีกหลายร้อยราย  นอกจากนี้ยังมี VMware Marketplace ซึ่งช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงโซลูชันที่ผ่านการรับรองหลายพันโซลูชันจากนักพัฒนาโอเพ่นซอร์สและบริษัทอื่นๆ และลูกค้าที่ใช้บริการ VMware Cloud จะสามารถปรับใช้และจัดการระบบคลาวด์สาธารณะแบบเนทีฟ และช่วยให้นักพัฒนาสามารถเข้าถึงบริการคลาวด์แบบเนทีฟทั้งหมด

ใช้งานง่าย ประหยัดค่าใช้จ่าย ปรับปรุงแอปให้ทันสมัยได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ด้วยบริการใหม่ VMware Cloud Universal ลูกค้าจะได้รับความยืดหยุ่นและความสะดวกในการโยกย้ายเพิ่มมากขึ้นสำหรับการปรับใช้ระบบคลาวด์ตามจังหวะเวลาที่เหมาะสม และจะได้รับประโยชน์จากระบบปฏิบัติการแบบ Single operating ครอบคลุมทุกระบบคลาวด์  บริการ VMware Cloud Universal เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้สถาปัตยกรรมไฮบริดคลาวด์ โดยมีกรอบเวลาการโยกย้ายระบบคลาวด์ที่แตกต่างหลากหลายหรือครอบคลุมระยะเวลาที่นานกว่า หรือมีความต้องการด้าน Cloud Bursting เพื่อรองรับแทรฟฟิกที่สูงขึ้นอย่างกะทันหัน หรือต้องการโมเดล OPEX สำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่ติดตั้งภายในองค์กร  ด้วยบริการ VMware Cloud Universal ลูกค้าจะสามารถซื้อเครดิตสำหรับโครงสร้างพื้นฐานมัลติคลาวด์และระบบการจัดการของวีเอ็มแวร์ และใช้เครดิตดังกล่าวกับระบบ VMware Cloud Foundation ที่ติดตั้งในองค์กร, VMware Cloud บน AWS, หรือ VMware Cloud on Dell EMC  ประโยชน์ที่จะได้รับจาก VMware Cloud Universal มีดังนี้:

ความยืดหยุ่นและทางเลือกที่หลากหลาย: ซื้อครั้งเดียวและสามารถปรับใช้บริการที่เกี่ยวข้องได้ทุกเมื่อตลอดระยะเวลาของสัญญา

การแปลงเครดิต: ลูกค้าสามารถแปลงเครดิตที่ไม่ได้ใช้สำหรับ Cloud Foundation ที่ติดตั้งในองค์กร และนำไปใช้กับ VMware Cloud on AWS หรือ VMware Cloud on Dell EMC ได้ทุกเมื่อตลอดระยะเวลาของสัญญา  การแปลงเครดิตดังกล่าวสามารถทำได้โดยใช้ไลเซนส์ใหม่ของ VMware Cloud Foundation Subscription

ประโยชน์ของการเร่งการทำงานระบบคลาวด์ (CAB): ช่วยให้ลูกค้าเปลี่ยนไปใช้มัลติคลาวด์ได้อย่างยืดหยุ่นโดยใช้ไลเซ่นถาวร VMware ของเดิมที่เคยลงทุนไว้ โดยเลือกใช้เครดิต VMware Cloud Universal

Kubernetes แบบติดตั้งในตัว: VMware Tanzu Standard Edition สำหรับการติดตั้งและใช้งานKubernetes บนมัลติคลาวด์อย่างง่ายดาย

การจัดการและใช้งานมัลติคลาวด์: VMware vRealize Cloud Universal สำหรับการจัดการมัลติคลาวด์โดยใช้ SaaS

VMware Success 360: ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อช่วยให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายอย่างรวดเร็วและได้รับประโยชน์อย่างต่อเนื่อง โดยบริการ Success 360 ประกอบด้วยการวางแผนความสำเร็จ การให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปรับใช้อย่างต่อเนื่อง การฝึกอบรมเวิร์คช็อปด้านการออกแบบ และการให้บริการสนับสนุนเชิงรุกโดยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ

VMware Cloud Console ทำหน้าที่รองรับบริการใหม่นี้ โดยช่วยให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบและควบคุมโครงสร้างพื้นฐาน VMware Cloud ทั้งหมดได้อย่างครบถ้วน ครอบคลุมทั้งระบบที่ติดตั้งในองค์กร ระบบคลาวด์ และสภาพแวดล้อมแบบ Edge. โดย Cloud Console เป็นพอร์ทัลแบบครบวงจรที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดสรร จัดการ และปรับแต่งทรัพยากร VMware Cloud ทั้งหมดได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ บนพอร์ทัล Cloud Console ลูกค้าจะสามารถแลกเครดิต กำหนดค่าการใช้บริการ VMware Cloud Universal ที่เกี่ยวข้อง และติดต่อฝ่ายบริการซัพพอร์ตของวีเอ็มแวร์

ริการใหม่ VMware App Navigator ช่วยให้องค์กรจัดลำดับความสำคัญของโครงการปรับปรุงแอปให้ทันสมัย App Navigator สร้างความคล่องตัวในการวิเคราะห์ผลของแอปพลิเคชัน บริการนี้ได้นำประโยชน์จาก automated tooling และการทำงานแบบ hands-on มาใช้เพื่อลดความเสี่ยงและเร่งความเร็วในการทำ app migration และ modernization นอกจากนี้ในระหว่างการใช้งานลูกค้ายังสามารถทำงานร่วมกับผู้ปฏิบัติงานของ VMware เพื่อสร้าง app portfolio ให้เป็นรูปเป็นร่าง, กำหนดกลยุทธ์ในการทำ modernization และทำงานบนสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันสำหรับแอปต่าง ๆ ตามเป้าหมายทางธุรกิจและไอทีและวาง roadmap เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามประสงค์ ทั้งหมดนี้จะช่วยให้ลูกค้าตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจได้รวดเร็วขึ้น ไม่ว่าใครก็สามารถใช้บริการ App Navigator ได้ เพราะบริการนี้มาพร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ช่วยในการแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง อันช่วยลดความความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้

แมท การ์แมน รองประธานฝ่ายขายและการตลาดของ AWS กล่าวว่า “AWS เป็นพาร์ทเนอร์ด้านบริการพับลิคคลาวด์ที่ดีเยี่ยมของวีเอ็มแวร์สำหรับเวิร์กโหลดที่ใช้ vSphere และ VMware Cloud on AWS เป็นบริการที่แนะนำจาก AWS สำหรับเวิร์กโหลดบน vSphere บริษัททั้งสองได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วโลกในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ลูกค้าพึงพอใจกับการปรับใช้สภาพแวดล้อมไฮบริดบนแพลตฟอร์มวีเอ็มแวร์ที่ใช้งานได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ครอบคลุมทั้งระบบดาต้าเซ็นเตอร์ภายในองค์กรและ VMware Cloud on AWS ด้วยการประกาศนี้ลูกค้าสามารถใช้ VMware Universal Credits เดียวกันกับการปรับใช้ VMware Cloud on AWS และระบบวีเอ็มแวร์ที่ติดตั้งในองค์กร”

อาร์เธอร์ ลูอิส ประธานฝ่ายบริหารจัดการโซลูชั่นและพอร์ตฟอลิโอของเดลล์ เทคโนโลยี โกลบอล อินฟราสตรัคเจอร์ โซลูชัน กรุ๊ป กล่าวว่า “ความมุ่งมั่นของเดลล์ เทคโนโลยีและวีเอ็มแวร์ภายใต้ความร่วมมือคือการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที VMware Cloud on Dell EMC เป็นแพลตฟอร์มคลาวด์ที่มีการจัดการอย่างสมบูรณ์ ปลอดภัย และปรับขนาดได้ซึ่งช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานภายในองค์กรสำหรับส่งมอบเป็นบริการ สำหรับลูกค้าที่ต้องการจัดการโครงสร้างพื้นฐานไพรเวทคลาวด์ โดยเราขอเสนอกลุ่มโซลูชันที่ผสานรวม VMware Cloud Foundation ขณะที่ VMware Cloud Universal ช่วยทำให้ตัวเลือกง่ายขึ้นและช่วยให้ลูกค้าสามารถลงทุนในโซลูชันไฮบริดคลาวด์และมัลติคลาวด์โดยยังคงความยืดหยุ่นในการปรับใช้ได้ด้วย”

การวางจำหน่าย
VMware Cloud Universal เปิดให้บริการแล้วในวันนี้สำหรับทุกประเทศและภูมิภาคที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ  บริการดังกล่าวคาดว่าจะพร้อมใช้งานในญี่ปุ่นในช่วงครึ่งหลังของปีงบประมาณ 2565  บริการ VMware Cloud Foundation Subscription สามารถใช้ได้ผ่านทาง VMware Cloud Universal เท่านั้น และการแปลง VMware Cloud Foundation Subscription เป็น VMware Cloud on AWS คาดว่าจะพร้อมใช้งานในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2565 และ VMware Cloud on Dell EMC คาดว่าจะพร้อมใช้งานในครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2565 ขณะที่ VMware Cloud Console และ VMware App Navigator พร้อมให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่:
อ่านบล็อกเปิดตัว VMware Cloud ของ Raghu Raghuram ซีโอโอ ฝ่ายผลิตภัณฑ์และบริการคลาวด์ของวีเอ็มแวร์

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ VMware Cloud Universal

Keep up with VMware Cloud online

ติดตาม VMware Cloud ที่ TwitterLinkedInFacebook, และ YouTube 

1-VMware FY22 Q1 Executive Pulse, January 2021, N=456
2-VMware FY22 H1 Benchmark: Cloud and Applications, March 2021, N=1184
3-Forrester Consulting Total Economic Impact™ Study Commissioned by VMware, “The Total Economic Impact of VMware Tanzu Application Service (formerly Pivotal Platform)”, December 2019
4-Forrester Consulting Total Economic Impact™ Study Commissioned by VMware, “The Total Economic Impact™ of VMware Cloud On AWS”, August 2019
5- IDC White Paper, sponsored by VMware, “The Business Value of Running Applications on VMware Cloud on AWS,” #US46919520, October 2020


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

อาจารย์ มจพ. พัฒนาปืนไรเฟิลซุ่มยิง .338 สำหรับนักทำลายใต้น้ำจู่โจม แม่นยำสูง ลดต้นทุนการนำเข้า

การพัฒนาปืนยาวไรเฟิลซุ่มยิง (Sniper Rifle) สำหรับนักทำลายใต้น้ำจู่โจมขนาด .338 นิ้ว ผลงานทีมของ รศ.สถาพร ชาตาคม อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมเครื่องกล วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) หัวหน้าโครงการ พร้อมด้วยคณะทำงานประกอบด้วย ผศ.ดร. กิตติภัฎ รัตนจันทร์ ผศ.ณรงค์เดช พัฒนไพบูลย์ อาจารย์ภาวัช จันทสร ผศ.ดร.สุนทร สิทธิสุกลเจริญ ผศ.ดร.ศรายุทธ เงินทอง ผศ.วัชระ ลายลักษณ์ ผศ.ประมุข เจนกิตติยนต์ และนายทินกร สวัสดิสาร อีกหนึ่งชิ้นงานวิจัยต้นแบบที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการพัฒนาปืนไรเฟิลซุ่มยิง (Sniper Rifle) ขนาด .338 นิ้ว ซึ่งเป็นผลงานวิจัยร่วมระหว่าง มจพ. สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก (Army Research and Development Office) กองทัพบกไทย (RTA: Royal Thai Army) และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ชื่อขณะนั้น โดยต้นแบบปืนไรเฟิลซุ่มยิงขนาด .338 นิ้ว ได้มีการสร้างและทดสอบไปแล้วระยะหนึ่ง โครงการต้นแบบปืนยาวไรเฟิลซุ่มยิงขนาด .338 นิ้ว เป็นการศึกษาความต้องการด้านเทคนิคของปืนซุ่มยิง และถูกออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับกองพลรบพิเศษ กองทัพบก และนักทำลายใต้น้ำจู่โจม กองทัพเรือ ปืนไรเฟิลซุ่มยิง (Sniper Rifle) ขนาด .338 นิ้ว ที่มีขนาดค่อนข้างกระทัดรัด มีน้ำหนักโดยประมาณ 6.5 กิโลกรัม ปืนไรเฟิลนี้สามารถพับพันท้ายเพื่อช่วยลดความยาวของปืน และปรับเปลี่ยนพันท้ายให้เหมาะสมกับการใช้งาน ทำให้สะดวกในการใส่ในกระเป๋าเป้สะพายหลัง ไม่เป็นอุปสรรคในการเคลื่อนที่ มีการปรับปรุงในส่วนข้อมูลด้านเทคนิค และข้อมูลด้านการยศาสตร์ของทหารไทยมาทำการพัฒนารูปทรงภายนอกของปืน เพื่อพัฒนาปืนไรเฟิลซุ่มยิงขนาด .338 นิ้ว ที่เหมาะกับสรีระ และภารกิจของกองพลรบพิเศษ และนักทำลายใต้น้ำจู่โจม โดยสุดท้ายของโครงการต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตปืนไรเฟิลที่มีความแม่นยำสูงนี้ให้กับ กองพลรบพิเศษ กองทัพบก และกองสนับสนุน หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ โดยต้นแบบปืนยาวไรเฟิลซุ่มยิง (Sniper Rifle) ขนาด .338 นิ้ว มีประสิทธิภาพการซุมยิงที่ทำลายใต้น้ำจู่โจมมีความเที่ยงตรงและแม่นยำสูง ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีความแม่นยำและมีความแข็งแรงดี

รศ.สถาพร เล่าให้ฟังว่า หากย้อนกลับไปในช่วง ปี 2559 เป็นเฟสแรกที่ทีมงานและนักวิจัยได้เริ่มพัฒนาปืนไรเฟิลซุ่มยิง โดยได้รับงบประมาณสนับสุนนจากสำนักวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก (สวพ.ทบ.) และ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ขณะนั้น มาจากแนวคิดของงานวิจัยเพื่อช่วยสร้างความมั่งคงชายแดนภาคใต้ “การพัฒนาปืนลูกซองอัตโนมัติสำหรับการต่อสู่ระยะประชิดต้นแบบ เพื่อสนับสนุนหน่วยทหาร ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้”

วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาปืนยาวซุ่มยิงขนาด .338 นิ้ว ที่เหมาะกับสรีระ และภารกิจของกองพลรบพิเศษ และนักทำลายใต้น้ำจู่โจม การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตปืนยาวที่มีความแม่นยำสูงให้กับ กองพลรบพิเศษ กองทัพบก และกองสนับสนุน หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรื
ลักษณะเด่นของต้นแบบปืนไรเฟิลซุมยิง (Sniper Rifle) ขนาด .338 คณะวิจัยได้สร้างเครื่องขึ้นเกลียวลำกล้อง เพื่อเพิ่มระยะหวังผลและความแม่นยำของกระสุนปืน ด้านความแข็งแรงของชิ้นส่วนที่สำคัญใช้โปรแกรมทางด้านไฟไนต์เอลิเมนต์ (FEM) ช่วยวิเคราะห์ และการจำลองการทำงานของปืนด้วยโปรแกรมด้าน 3D ใช้เทคนิคการยศาสตร์ของทหารไทยมาพัฒนารูปทรงภายนอกของปืน สามารถพับเก็บพันท้ายได้ คณะวิจัยได้ทำการทดสอบปืนไรเฟิลซุ่มยิง ที่ประเมินโดยผู้แทนจาก สกอ. และ สวพ.ทบ. อย่างเป็นทางการ เมื่อ 18 กรกฎาคม 2560 เป็นการการทดลองยิงด้วยกระสุนจริง โดยในการทดสอบทำการยิงด้วยกระสุน .338 ลาปัวแม็กนั่ม 250 gr (จัดหามาพร้อมกล้องเล็ง) และตั้งเป้ายิงที่ระยะ 200 หลา ในการปรับตั้งและเล็งปืนจะมีนายทหารประจำโครงการมาให้คำแนะนำ โดยผลการทดสอบประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี กลุ่มกระสุนเฉลี่ยเกาะกลุ่มอยู่ที่ 1.5 MOA (วัดที่ระยะ 200 หลา)

ประโยชน์จากการพัฒนาต้นแบบปืนยาวไรเฟิลซุ่มยิง (Sniper Rifle) สำหรับนักทำลายใต้น้ำจู่โจมขนาด .338 นิ้ว เพื่อเสริมสร้างอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศให้มีความเข้มแข็งลดการนำเข้าสินค้ายุทธภัณฑ์ที่มีราคาสูงจากต่างประเทศและสามารถต่อยอดพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่จะผลิตอาวุธประจำกายในกองทัพของประเทศได้ เช่น การผลิตปืนเล็กยาวที่ใช้ในกองทัพ การผลิตปืนพกสั้นที่ใช้ในกองทัพ และยังสามารถที่จะใช้องค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยนี้เพื่อดำรงสภาพและยืดอายุยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่ในกองทัพได้และหากนำไปทำในเชิงพาณิชย์เราต้องใช้งบประมาณในการจัดซื้อ จัดหาปืนไรเฟิลซุ่มยิง และอะไหล่ในการบำรุงรักษาที่มีราคาสูง (กระบอกละประมาณ 500,000 บาท) จากต่างประเทศ

โดยงานวิจัยนี้สามารถทำการผลิตปืนไรเฟิลซุ่มยิงระยะไกลนี้มีค่าใช้จ่ายต่อกระบอกประมาณ 40,000 บาท (เมื่อผลิตจำนวนรวม 50 กระบอก) ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการนำไปทดสอบให้ได้ตามข้อกำหนดของคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์ (กมย.) เพื่อนำไปขยายผลในการผลิตเชิงพาณิชย์ต่อไป

สอบถามรายละเอียดได้ที่ รศ.สถาพร ชาตาคม อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมเครื่องกล วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) โทรศัพท์.0-2555-2000 ต่อ 6210 หรือ 0-2587-3921

ขวัญฤทัย ข่าว-ภาพ


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ผนึกกระบวนการดิจิทัลเข้ากับพลังงานไฟฟ้า เพื่ออนาคตอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน

การแพร่ระบาดเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวันของเราและโลกที่แวดล้อมเราตลอดกาล เราทุกคนต่างมีมุมมองต่อสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันไป เพราะภัยจากปรากฏการณ์ธรรมชาติกลายเป็นเรื่องที่สัมผัสได้ชัดเจนมากขึ้นทุกวัน

ในขณะที่จำนวนประชากรมีการขยายตัวมากขึ้น ความเป็นสังคมเมืองและโลกาภิวัฒน์ ก็ก่อให้เกิดการแพร่กระจายของไวรัส องค์ประกอบเหล่านี้ ยังทำให้เกิดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนมากขึ้น และเป็นสาเหตุที่สร้างผลกระทบในแง่ลบต่อสภาพแวดล้อม  แม้ว่าเราต้องการมุ่งเน้นที่ปัญหาท้าทายในปัจจุบัน แต่ก็ต้องไม่ลืมความท้าทายที่จะเกิดในอนาคตด้วย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดมาโดยตลอด โดยผู้คนจำนวนเกือบหนึ่งในสามของโลกกำลังมองว่าปัญหาดังกล่าว ถือเป็นความเร่งด่วนระดับโลกในตอนนี้ ซึ่งไม่สามารถละเลยได้อีกต่อไป

ในความเป็นจริง เราเป็นคนรุ่นที่สามารถแก้ไขสิ่งต่างๆ ได้มากที่สุด จริงๆ แล้ว เราอาจจะเป็นคนรุ่นสุดท้ายที่สามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตและทำสิ่งที่ถูกต้องต่อไปในการแก้ไขเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หน้าที่ของเราคือการใช้ความรู้และเครื่องมือที่มีอยู่รอบตัว นำพาเราไปสู่การต่อสู้เพื่อทำให้สภาพภูมิอากาศมีความเสถียรมากที่สุด เครื่องมือเหล่านี้ประกอบด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่สามารถนำเราไปสู่ความยืดหยุ่นได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น หัวใจหลักสองประการที่ช่วยแก้สถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ คือเทคโนโลยีดิจิทัล และพลังงานไฟฟ้า


ปีเตอร์ เฮอร์เว็ค
รองประธานบริหาร ฝ่ายออโตเมชั่นสำหรับอุตสาหกรรม ชไนเดอร์ อิเล็คทริค(
Schneider Electric)

อนาคตที่ไร้ขีดจำกัดอย่างแท้จริง

นวัตกรรมที่โดดเด่นมากที่สุดที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงมนุษยชาติ ก็คือเทคโนโลยีดิจิทัล  ลองนึกถึงการที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาปฏิวัติวิถีการทำงานและการใช้ชีวิตร่วมกัน ปฐมบทแรกของอินเตอร์เน็ต คือเรื่องเกี่ยวกับการเชื่อมต่อระหว่างผู้คน ส่วนบทต่อไป จะเป็นเรื่องการปฏิวัติแนวทางการใช้ชีวิตและการเชื่อมต่อกับสภาพแวดล้อมของเรา ซึ่งจะเป็นเรื่องระหว่างแมชชีนด้วยกันเอง และระหว่างมนุษย์กับแมชชีน ความเป็นไปได้ในเรื่องเหล่านี้มาจากการผสมผสานที่ลงตัวของ Internet of Things ซึ่งเชื่อมต่อทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา และ big data ซึ่งเป็นการเก็บและรวบรวม อีกทั้งวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ในดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อเปลี่ยนเป็นมุมมองเชิงลึกที่สำคัญ และในวันนี้ ความสามารถในการฝึกฝนแมชชีนและใช้อัลกอริธึมมาช่วยให้ข้อมูลทั้งหมดมีความหมาย กลายเป็นความสามารถที่ไร้ขีดจำกัดอย่างแท้จริง

การเปลี่ยนกระบวนการสู่ดิจิทัล สร้างอนาคตที่พึงปรารถนาได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการดำรงชีวิตโดยมีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง พร้อมด้วยบ้านอัจฉริยะ อาคารอัจฉริยะ โรงงานอัจฉริยะ ระบบโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ และเมืองอัจฉริยะ นวัตกรรมเหล่านี้ล้วนใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีส์ดิจิทัล มาช่วยให้เราแบ่งปันและอนุรักษ์ทรัพยากรที่เราใช้กันอยู่ได้ดียิ่งขึ้น

มุ่งไปข้างหน้าด้วยพลังงานไฟฟ้าสีเขียว

เทคโนโลยีอันดับสอง ซึ่งอาจจะดูไม่ค่อยน่าตื่นตาตื่นใจเท่าไหร่ เพราะเป็นเทคโนโลยีที่มาหลายปีแล้ว นั่นคือ พลังงานไฟฟ้าสีเขียว (green electricity)  ให้คิดถึงเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ ไมโครกริด อาคารที่ใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ (net-zero building) และยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งนี้ พลังงานไฟฟ้า นับเป็นหนทางเดียวที่จะช่วยให้ใช้พลังงานได้แบบปลอดคาร์บอน ดั้งนั้นจึงควรเตรียมพร้อมสำหรับโลกที่เป็นระบบไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่จะมุ่งไป ไม่ใช่พลังงานไฟฟ้าเหมือนแต่ก่อน แต่จะเป็นพลังงานไฟฟ้าทดแทน นั่นคืออนาคตสีเขียว

ขั้นตอนสำคัญสู่อนาคตที่ยั่งยืน

ที่ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เราได้ทำงานร่วมกับบุคคลระดับสมองและบริษัทอื่นๆ เพื่อหาสมการที่ช่วยผลักดันจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนได้ตามต้องการ

เรามองเห็นตัวแปรที่เรียบง่าย 4 ประการในสมการดังกล่าว

  1. ดิจิทัล เราสามารถสร้างประสิทธิภาพมากขึ้นได้ในทุกที่ ต้องขอบคุณดิจิทัล เพราะการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ไม่ว่าจะใช้กับอาคารอัจฉริยะ โรงงานอัจฉริยะ หรือเมืองอัจฉริยะในทุกที่ ช่วยให้เราสามารถบรรลุการเปลี่ยนแปลงเรื่องประสิทธิภาพจากจุดที่เราเป็นอยู่ในปัจจุบันได้
  2. การหมุนเวียน เป็นเรื่องของการสร้างความมั่นใจว่าทุกสิ่งที่เราทำเป็นการปลูกฝั่งเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
  3. ไฟฟ้า ในอีกไม่กี่ปีที่จะถึงนี้ สัดส่วนของพลังงานไฟฟ้าในทุกเรื่องจะขยายเพิ่มเป็นสองเท่า เราพูดกันมามากถึงเรื่องพลังงานไฟฟ้า แต่ปัจจุบันไฟฟ้าคิดเป็นอัตราแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานที่เราใช้กันอยู่ โดยในอีก 20 ปี คาดว่าจะเพิ่มเป็นสองเท่าคือ 40 เปอร์เซ็นต์
  4. สามารถทดแทนได้ ปัจจุบัน พลังงานไฟฟ้าสามารถทดแทนได้ 6 เปอร์เซ็นต์ โดยในอีกไม่ช้า จะสามารถทดแทนได้ 40 เปอร์เซ็นต์

และไม่ใช่การนั่งรอให้ตัวแปรใดหนึ่งในสมการเหล่านี้ เกิดขึ้น ถึงจะเริ่มมุ่งเน้นที่เรื่องนั้น เราต้องทำทุกอย่างไปในแบบคู่ขนาน เราไม่สามารถรอให้ทุกสิ่งที่เราสร้างขึ้นในวันนี้ อยู่ไปอีกหลายๆ ปีข้างหน้า เพราะถ้าเราต้องการแก้ปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เราต้องเริ่มดำเนินการเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดตั้งแต่วันนี้

ความยั่งยืน สร้างความยืดหยุ่น

การแพร่ระบาด และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นับเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่ออนาคตของสังคมที่เราอยู่ จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่เราจะต้องลุกขึ้นมาและสร้างโลกที่ยั่งยืน โดยยึดความยืดหยุ่นเป็นศูนย์กลาง ก้าวไปข้างหน้าด้วยแรงขับเคลื่อนที่ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการบรรลุสู่อนาคตที่ยืดหยุ่นและยั่งยืนได้อย่างแท้จริง และเป็นสิ่งสำคัญสำหรับโลกใบนี้

โควิด-19 อาจจะเปลี่ยนจุดมุ่งเน้นของเรา แต่ก็ช่วยย้ำให้เราเห็นถึงความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนและสร้างความคล่องตัว ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่อยู่ภายใต้ความกดดัน โควิดจึงเป็นเสมือนเสียงเรียกที่ปลุกให้เราตระหนักมากขึ้นและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว บริษัทต่างๆ ต้องยอมรับว่าตัวเองสามารถทำให้ทุกอย่างดีขึ้นได้ และต้องให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจทั้งหมด

สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าใช้พลังงานจากที่ไหนและใช้อย่างไร พลังงานสูญหายหรือเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ที่ไหนและอย่างไรเช่นกัน และด้วยประเด็นนี้ จึงทำให้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญ ระบบเซ็นเซอร์ช่วยมอนิเตอร์เรื่องประสิทธิภาพ ซอฟต์แวร์ที่เชื่อมงานส่วนปฏิบัติการเข้ากับระบบไอที ระบบออโตเมชั่นและการวิเคราะห์จะช่วยให้องค์กรและบุคคลทั่วไปสามารถบริหารจัดการและใช้สภาพแวดล้อมได้อย่างเหมาะสมไม่ว่าจะที่ทำงานหรือที่บ้านก็ตาม ข่าวดีก็คือเรามีเทคโนโลยีเหล่านี้อยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าองค์กรจะตอบรับและนำมาใช้งานเพื่อการันตีเรื่องความยั่งยืนในอนาคตหรือไม่


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

TrueMoney จับมือ SUSCO รับชำระเงินผ่านแอปฯ TrueMoney Wallet ที่สถานีบริการ SUSCO กว่า 200 แห่งทั่วประเทศ

กรุงเทพฯ, 1 เมษายน 2564 – ทรูมันนี่ ผู้นำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนท์ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมันภายใต้แบรนด์ SUSCO ในประเทศไทย เปิดบริการชำระเงินค่าน้ำมันผ่านแอปฯ TrueMoney Wallet ได้เป็นครั้งแรก ครอบคลุมสถานีบริการน้ำมันของ SUSCO กว่า 200 แห่งทั่วประเทศ เติมเต็มประสบการณ์ Cashless Payment ด้านการเดินทางสัญจรในชีวิตประจำวันให้แก่ผู้ใช้ทรูมันนี่กว่า 17 ล้านราย ตอกย้ำการเป็น Everyday Payment แอปฯ ที่เข้าใจทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในยุคนิวนอร์มัล

นายนิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล ผู้อำนวยการฝ่ายทางพาณิชย์ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด กล่าวว่า “ปีนี้เรามุ่งขยายพันธมิตรตามกลยุทธ์ Partner of Choice เพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของผู้ใช้ทรูมันนี่กว่า 17 ล้านรายให้มากยิ่งขึ้น นอกจากจุดรับชำระทั้งออฟไลน์และออนไลน์ รวมถึงร้านค้า ร้านอาหารต่าง ๆ ที่เรามีเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ล่าสุดเราได้ขยายความร่วมมือไปสู่ด้านการเดินทาง โดยเชื่อมแอปฯ TrueMoney Wallet เข้ากับระบบเพย์เมนต์ของปั๊ม SUSCO ทุกสาขาเพื่ออำนวยความสะดวกการจ่ายเงินแบบไร้สัมผัส มอบประสบการณ์เติมน้ำมัน/ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่สะดวก รวดเร็ว และลดเสี่ยงจากการติดเชื้อโควิด-19 พร้อมรองรับการเดินทางสัญจรไปมาในแต่ละวันที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นหลังมาตรการต่าง ๆ คลายล็อค”

นายชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การร่วมมือกับทรูมันนี่ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทาง E-Payment ใหม่ ๆ ที่เราเพิ่มเข้ามาเพื่อรองรับรูปแบบการใช้จ่ายแบบลดสัมผัสภายในสถานีบริการน้ำมันของซัสโก้ นอกจากช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถจ่ายค่าน้ำมันได้อย่างรวดเร็ว โดยพนักงานที่สถานีบริการจะนำเครื่องมาสแกน QR Code ผ่านแอปฯ ในมือถือลูกค้า โดยที่ลูกค้าไม่ต้องลงจากรถแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการสัมผัสต่าง ๆ ให้กับทั้งพนักงานและลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ที่สำคัญยังช่วยให้เราขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการใช้จ่ายผ่านระบบดิจิทัลได้มากยิ่งขึ้น และกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมแบบ Cashless ในสถานีบริการน้ำมันของ SUSCO”

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ชำระค่าน้ำมันผ่านแอปฯ TrueMoney Wallet ตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป ณ สาขาที่ร่วมรายการ รับเงินคืนทันที 10 บาท* ตั้งแต่วันนี้ – 15 พ.ค. ศกนี้ คลิกอ่านรายละเอียดและเงื่อนไขแคมเปญเพิ่มเติมได้ที่ https://www.truemoney.com/a/susco-retail/

 *หมายเหตุ

  • สิทธิพิเศษมีจำนวนจำกัด
  • เฉพาะสาขาบริการน้ำมันที่ร่วมรายการ
  • ไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขายอื่น
  • เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กำหนด

เกี่ยวกับ TrueMoney (ทรูมันนี่)

TrueMoney คือผู้นำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนท์ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มุ่งเน้นให้บริการทางการเงินแก่ผู้คนซึ่งรวมไปถึงผู้ที่เข้าไม่ถึงบริการของสถาบันทางการเงิน โดยให้บริการใน 6 ประเทศในภูมิภาคได้แก่ ประเทศไทย กัมพูชา เมียนมาร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย

TrueMoney ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2546 และเข้าเป็นธุรกิจหนึ่งของบริษัท Ascend Money ในปี พ.ศ. 2557 และเป็นพันธมิตรกับบริษัท Ant Financial Services Group ใน พ.ศ. 2559 ปัจจุบัน ทรูมันนี่ ให้บริการด้านการเงินที่หลากหลายผ่าน TrueMoney Wallet แอปพลิเคชั่นอีวอลเล็ทที่ได้รับความนิยมสูงสุดที่ช่วยอำนวยความสะดวกและทำให้การใช้จ่ายเป็นเรื่องง่าย อีกทั้งตอบโจทย์กับทุกไลฟ์สไตล์ นอกจากนี้ ทรูมันนี่ ยังมีเครือข่ายตัวแทนที่ครอบคลุมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงการบริการรับชำระเงินแบบออฟไลน์ทั้งหมดนี้เพื่อมอบความสะดวกสบายในการทำธุรกรรมทางการเงินให้กับหลายล้านคนเพื่อก้าวล้ำไปสู่ชีวิตที่ดียิ่งขึ้น


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

เอชพี พลิกโฉมประสบการณ์ลูกค้า เปิดโชว์รูมเสมือนจริงแห่งแรกในประเทศไทย

กรุงเทพฯ, 1 เมษายน 2564, เอชพี อิงค์ เผยโฉม HP virtual showroom โชว์รูมเสมือนจริงแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประสบการณ์เสมือนจริงให้กับลูกค้า ครอบคลุม 6 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะนำลูกค้าเข้าสู่โลกเสมือนจริงที่ทันสมัย สัมผัสประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีที่หลากหลายตามความต้องการใช้งานที่แตกต่าง

ด้วยขุมพลังของ Intel® และความร่วมมือกับลาซาด้า แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำ โปรเจกต์นี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เอชพี เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลโดยการขยายช่องทางการเข้าถึงลูกค้ามากขึ้นทั้งออนไลน์และออฟไลน์ควบคู่ไปกับการมอบประสบการณ์ผ่านโชว์รูมเสมือนจริงที่รวบรวมนวัตกรรมพีซีและพรินเตอร์รุ่นล่าสุดของเอชพีโดยไม่ต้องออกจากบ้าน

มร.ลิม ชุน เต็ก กรรมการผู้จัดการ เอชพี อิงค์ ประเทศไทย กล่าว “เอชพีขอมอบ ประสบการณ์ออนไลน์และออฟไลน์ที่ราบรื่นผสานเป็นหนึ่งเดียว โชว์รูมเสมือนจริงนี้จะช่วยให้ลูกค้าเห็นภาพว่านวัตกรรมในเครื่องพีซีและพรินเตอร์จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานและไลฟ์สไตล์อย่างไร ซึ่งในยุคนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกิจกรรมที่บ้าน การเปิดตัว HP virtual showroom ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเอชพีในการพลิกโฉมและสร้างสรรค์ประสบการณ์เทคโนโลยีที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องให้กับลูกค้าทั้งออฟไลน์และออนไลน์”

“LazMall ยินดีที่ได้ร่วมมือกับเอชพีในการ นำเสนอประสบการณ์การช้อปปิ้งที่เป็นส่วนตัวให้กับผู้บริโภคโดยที่ไม่ต้องออกจากบ้าน นอกเหนือจากการรับประกันผลิตภัณฑ์ของแท้และมีคุณภาพของ LazMall แล้ว เรายังพยายามหาวิธีใหม่ๆ และสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่องเพื่อส่งมอบประสบการณ์การค้าปลีกออนไลน์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคร่วมกับแบรนด์พันธมิตรต่างๆ ของเรา” เจสสิก้า หลิว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มลาซาด้าและหัวหน้า LazMall กล่าว

ยินดีต้อนรับกลับบ้าน สู่ประสบการณ์เทคโนโลยีอันน่าทึ่ง
HP virtual showroom ทั้ง 6 ห้อง สร้างประสบการณ์ผ่านมุมมอง 360 องศา นำเสนอด้วยมัลติมีเดีย แอนิเมชัน และวิดีโอ ด้วยปัจจุบันที่มีการทำงานจากบ้านเพิ่มมากขึ้น โชว์รูมเสมือนจริง นี้จึงใกล้เคียงกับไลฟ์สไตล์ในชีวิตจริงมากที่สุด

เปิดประสบการณ์ด้วยการนำเข้าสู่ฉากมุมกว้างของอพาร์ตเมนต์ใจกลางเมือง มีแสงสว่างจากหน้าต่างในยามค่ำคืนใกล้เคียงกับโลกแห่งความเป็นจริง ลูกค้าสามารถเลือกชมห้องที่ต้องการให้สอดคล้องกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของกิจการล้านโปรเจกต์ หรือเกมเมอร์ที่พร้อมต่อสู้ยาวนานตลอดค่ำคืน หรือชื่นชอบการสร้างสรรค์งานศิลปะ หรือพ่อแม่ผู้ปกครองที่กำลังทำการบ้านกับลูก

การสำรวจโลกเสมือนจริงผ่านหน้าต่างแต่ละบานเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถสนุกไปกับการค้นพบเรื่องราวต่างๆ ที่อยู่ในแต่ละห้อง

เพื่อชัยชนะของเกมเมอร์


ดื่มด่ำไปกับประสบการณ์การเล่นเกมที่สมบูรณ์แบบจากสุดยอดสมรรถนะของเอชพี สัมผัสกราฟฟิกละเอียดคมชัด ประสิทธิภาพการควบคุมตอบสนองแม่นยำเป็นพิเศษ พร้อมภาพและเสียงคมชัดทุกมิติ ไม่ว่าจะกอบกู้โลกในฐานะฮีโร่หรือเข้าร่วมประลองฝีมือกับผู้เล่นในเกมเพื่อชัยชนะ ให้ความสนุกสุดมันส์ไม่รู้จบ

ก้าวข้ามผ่านทุกข้อจำกัดในการเล่นอย่างมีศักยภาพกับการเล่นแบบ Play to Progress ด้วย OMEN by HP พร้อมอุปกรณ์เสริมครบครันที่ออกแบบมาเพื่อชัยชนะของผู้เล่นมืออาชีพ เพลิดเพลินจากการเล่นที่โต๊ะทำงาน หรือเคลื่อนย้ายไปมุมพักผ่อนต่างๆ ในบ้าน เพิ่มความสนุกยิ่งขึ้นด้วยอุปกรณ์เหล่านี้:

• OMEN 25L เดสก์ท็อป พีซี รวดเร็วด้วยขุมพลังของโปรเซสเซอร์และกราฟิกระดับเทพ มาพร้อมพัดลมขนาดใหญ่ประสิทธิภาพระบายความร้อนดีขึ้น ช่วยให้ผู้เล่นมุ่งมั่นในการคว้าชัยชนะได้อย่างเต็มที่
• HP X27i 2K Gaming Monitor จอขนาดพิเศษ ตอบโจทย์การเล่นเกมเหนือระดับ ประสิทธิภาพอัตรา รีเฟรช 144Hz1 และ AMD FreeSync™ เทคโนโลยีจับรายละเอียดภาพคมชัดได้อย่างน่าทึ่ง งดงามทุกรายละเอียด
• OMEN แล็ปท็อป 15 มาในกราฟิกขั้นสูงระดับเดสก์ท็อป มอบความเสมือนจริงและความสามารถในการอัปเกรด เสริมพลังให้ผู้เล่นสุดแข็งแกร่ง
• Reflex boosts: OMEN Sequencer Keyboard, OMEN Reactor Mouse และ OMEN Mindframe Prime Headset ออกแบบเพื่อการตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เสริมความได้เปรียบในการแข่งขันด้วยเทคโนโลยีเหนือระดับของสวิตช์การกดและการใช้งาน (optical-mechanical switch)

สำหรับมืออาชีพ สร้างสรรค์ผลงานสุดโดดเด่น


ไม่ว่าจะอยู่ระหว่างเดินทางหรือทำงานจากที่บ้าน เวิร์กสเตชันสามารถช่วยให้ผู้ใช้ทำงานได้สำเร็จและบรรลุเป้าหมายได้อย่างดีโดยไม่มีอะไรหยุดยั้งการทำงานได้ด้วยเครื่องมือที่ดีที่สุดจากเอชพี สร้างมาเพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตและการทำงานของคนยุคใหม่ ควบคู่ไปกับประสิทธิภาพที่ทรงพลัง

• HP Spectre x360 คอนเวอร์ติเบิลระดับพรีเมี่ยมที่เล็กที่สุด ขอบจอบางเฉียบให้มุมมองสวยชัดเต็มตา และความปลอดภัยสุดล้ำ ใช้งานคู่กับ HP Spectre Rechargeable Mouse 700 ออกแบบมาด้วยเทคโนโลยี easy-switch และเซ็นเซอร์เลเซอร์ เสริมความคล่องตัวและสวยงามไปอีกระดับ
• HP V220 21.5-inch monitor เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ด้วยการเชื่อมต่อที่สะดวกสบาย สร้างความสมดุลในการทำงานในราคาที่คุ้มค่า
• HP OfficeJet 9020 All-in-One พิมพ์งานเป็นเรื่องง่ายจากแล็ปท็อปหรืออุปกรณ์พกพาแม้ในระหว่างเดินทาง นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยและออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับตลับหมึก HP ของแท้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

สำหรับผู้ปกครองที่กระตือรือร้นด้านการศึกษา


การเรียนรู้ในปัจจุบันต้องอาศัยความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์มากขึ้น ทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน การเรียนในปัจจุบันมีลักษณะผสมผสานระหว่างเครื่องมือช่วยการเรียนรู้ทางกายภาพและจากสื่อดิจิทัลเพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้เด็กๆ อยากเรียนรู้และกระตือรือร้นที่จะค้นพบสิ่งต่างๆ รอบตัว

ปลูกฝังความรักในการเรียนรู้ให้บุตรหลานด้วยความสนุกสนาน ท้าทาย สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ผ่านงานพิมพ์จากสื่อเรียนรู้ที่โหลดได้ฟรีตลอดปีจากเว็บ HP Print, Play and Learn เพื่อเสริมศักยภาพให้เด็กๆ สามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างเต็มรูปแบบ เสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็กๆ ด้วย:

• HP Pavilion All–in-One พีซีที่ออกแบบด้วย micro-edge bezel หน้าจอแสดงผลใหญ่คมชัดเต็มตาเพื่อประสบการณ์การรับชมที่สมจริงยิ่งขึ้นด้วยดีไซน์ที่บางลง
• เครื่องพิมพ์ HP DeskJet Ink Advantage 2775 และ 3775 All-in-One ครบทุกฟังก์ชั่น ใช้งานง่ายในเครื่องเดียว สามารถสั่งงานไร้สายผ่านแอป HP Smart
• ตลับหมึกแท้ได้รับการออกแบบให้ใช้งานร่วมกับพรินเตอร์เอชพี ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม

สำหรับศิลปินที่เต็มเปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์


โลกนี้เปรียบเสมือนผืนผ้าใบให้ได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด การใช้ความคิดผลิตคอนเทนต์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่น่าเชื่อถือเพื่อผลักดันจินตนาการให้โลดแล่นไร้ขีดจำกัด

สร้างแรงบันดาลใจให้มีชีวิตชีวาด้วยการสร้างคอนเทนต์ที่เน้นการทำงานด้านกราฟฟิกหรือการทำงานหลายอย่างไปพร้อมๆ กันได้อย่างราบรื่นจากอุปกรณ์หนึ่งไปยังอีกอุปกรณ์หนึ่งด้วย:
• แล็ปท็อปเพรียวบาง HP Envy 13 หน้าจอกว้างขึ้นด้วยขอบจอที่บางกว่าเดิม ทำให้เห็นจอแสดงผลได้ชัดขึ้น มอบประสบการณ์การรับชมเสมือนจริงที่เหลือเชื่อและสร้างสรรค์ผลงานได้จากทุกที่
• HP V27i FHD monitor จอแสดงผลปรับได้ตามความต้องการ ให้ความคมชัด ในมุมมองที่ชัดเจน สร้างความเพลิดเพลินและให้คุณภาพภาพที่สุดยอดจากเทคโนโลยีล่าสุด
• เครื่องพิมพ์ HP DeskJet Ink Advantage 2335 ออกแบบมาเพื่อให้ลงตัวกับทุกพื้นที่ทำงาน คุณภาพที่เชื่อถือได้ในการพิมพ์ข้อความสีดำที่คมชัดและภาพสีคมชัดสดใสจากตลับผงหมึกแท้ของเอชพี

รื่นรมย์ความบันเทิง เพลิดเพลินได้เต็มที่


ปลดปล่อยตัวเองในพื้นที่ส่วนตัวได้อย่างเต็มที่พร้อมกับสร้างสรรค์สิ่งที่รักด้วยพลังไร้ขีดจำกัดของ Pavilion Gaming Laptop 15 และ 16 ของเอชพี ซึ่งมีกราฟฟิกระดับสูงและการประมวลผลรวดเร็วเพื่อตอบสนองความต้องการ การทำงานหลายอย่างพร้อมๆ กัน สนุกสนานเพลิดเพลินไปกับช่วงแห่งการผ่อนคลายที่มีค่า ไม่ว่าจะเป็นการรับชมรายการโปรดที่ชื่นชอบหรือมุ่งมั่นทำงานให้สำเร็จได้ทุกที่ ทุกเวลา

ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่


บ้าน ที่ที่สมาชิกทุกคนในครอบครัวจะพบกับความสะดวกสบายและสร้างไลฟ์สไตล์อย่างที่ต้องการรองรับในห้องสำหรับทุกคน เอชพีเป็นศูนย์รวมนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความหลากหลายผ่านผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่ออกแบบมาให้เหมาะกับความต้องการของทุกคนที่มีไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย:
• HP Pavilion All-in-One PC คอมพิวเตอร์ที่ออกแบบมาอย่างสวยงามเหมาะกับทุกบ้าน
• HP Pavilion Laptop 15 แล็ปท็อปที่ตอบโจทย์การทำงานได้สะดวกคล่องตัวยิ่งขึ้น ประสิทธิภาพเชื่อถือได้ ความเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม
• HP Ink Tank 315 เหมาะสำหรับการพิมพ์งานปริมาณมาก สั่งงานไร้สายจากสมาร์ทโฟนด้วยแอป HP Smart หรือจากแล็ปท็อป ออกแบบมาสำหรับสร้างผลงานพิมพ์หรือผลิตโครงงานคุณภาพในโรงเรียนหรือที่ทำงาน

โชว์รูมเสมือนจริงของเอชพี เปิดประสบการณ์การช้อปปิ้งที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ลองเข้ามาชมว่านวัตกรรมเหล่านี้จะสามารถมีส่วนร่วมทั้งในการทำงานและความบันเทิงได้อย่างไร และเมื่อต้องการซื้อสินค้า สามารถคลิกลิงก์บนข้อความป๊อปอัพบนสินค้านั้น จากนั้นระบบจะเชื่อมต่อไปยังร้านค้า HP LazMall อย่างเป็นทางการหรือร้านค้าพันธมิตรของเอชพีที่ได้รับอนุญาต เช่น Earth Shop, Notebook Store, NOA Online Store, IT Cheap by Technocom, Fonix, ซึ่งอยู่ในลาซาด้าด้วย แล้วเพิ่มสินค้าในรถเข็นเพื่อชำระเงินได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

นอกจากนี้ เอชพียังได้ขยายการให้บริการลูกค้าผ่านศูนย์บริการเฉพาะของเอชพี 13 แห่ง และศูนย์บริการสนับสนุนอีก 111 แห่งผ่านช่องทางพันธมิตรผู้ให้บริการของเอชพีใน 41 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงบริการ LINE HP Support ผ่าน Line ID: @hpth.support หรือสแกน QR Code ที่ https://lin.ee/dgeXxcc เพื่อสอบถามข้อมูลต่างๆ และแจ้งปัญหาการใช้งานได้ระหว่างวันจันทร์ถึงวันศุกร์เวลา 08.30 น. ถึง 17.30 น. (เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)

เอชพี ประเทศไทยยังได้ยกระดับการบริการให้เข้าถึงผู้บริโภคไทยยุคดิจิทัลด้วยร้านค้า HP Experience Store ชั้น 3 สยามสแควร์วัน ซึ่งนำเสนอนวัตกรรมล่าสุดจากเอชพีด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่มคอมพิวเตอร์พีซีและพรินเตอร์ที่ตอบโจทย์ทั้ง Workstyle และ Lifestyle ของคนรุ่นใหม่

เอชพีมอบความสะดวกสบายให้กับลูกค้าเพิ่มเติมผ่านการบริการ HP Live Expert โดยลูกค้าสามารถรับวิดิโอแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจากที่บ้าน และสอบถามคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ การสาธิตการใช้งานผลิตภัณฑ์แบบไลฟ์สด หรือแม้แต่คำถามที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใดๆ ก็ตามได้ที่ https://store.hp.com/th-th/default/live-experts

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ และประสบการณ์การทำงานจากที่บ้านหรือจากทางไกล โปรดเยี่ยมชมได้ที่ HP virtual showroom หรือสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ได้ที่ HP Online Store https://store.hp.com/th-th/default/

ข้อมูลเกี่ยวกับ HP Inc.
เอชพี อิงค์ มุ่งมั่นสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อประโยชน์ต่อผู้บริโภค ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และสังคมอย่างแท้จริง ด้วยพอร์ทโฟลิโอด้านเทคโนโลยี ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ โซลูชันการพิมพ์ 3 มิติ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอชพี สามารถเข้าชมได้ที่ hp.com


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ปรัชญา ปิ่นแก้ว เชิญชวนประกวดหนังสั้นโอกาสที่สังคมมอบให้

คุณปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง หนึ่งในคณะกรรมการตัดสินโครงการประกวดหนังสั้น “โอกาสที่สังคมมอบให้” จัดโดยกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม เชิญชวน นิสิต นักศึกษา และประชาชน อายุไม่เกิน25ปี เข้าร่วมประกวดหนังสั้น ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท ร่วมสร้างสรรค์ ช่วยเหลือผู้กระทำผิด ได้กลับคืนสู่สังคม

สมัครและส่งโครงเรื่อง(Plot) ได้ 2 ช่องทาง ถึงวันที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 24.00 น.
1. Google form : https://forms.gle/eBNGHsfyLpni9jGW7
2. อีเมล์ : dopsfc21@gmail.com

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสอบถามได้ที่
เว็ปไซต์ : www.probation.go.th
เฟซบุ๊ก : กรมคุมประพฤติ Department of Probation
โทรศัพท์ : 093-4283636

https://www.youtube.com/watch?v=unaQy8dVvIA


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

SAC Gallery ชวนชมนิทรรศการ “Intentional Chance” โดย กิติก้อง ติลกวัฒโนทัย ค้นหาความหมายด้วยรหัสภาษาของพู่กัน

SAC Gallery (เอส เอ ซี แกลเลอรี) ขอเชิญทุกท่านร่วมสัมผัสกับผลงานนิทรรศการเดี่ยวชุดใหม่ของ กิติก้อง ติลกวัฒโนทัย ในนิทรรศการ Intentional Chance การนำเสนอจิตรกรรมนามธรรมที่เต็มไปด้วยความหลากหลายของสี ทีแปรง และพื้นผิว ผลงานหลายๆ ชิ้นขับเน้นภาพที่ดำเนินเรื่องราวด้วยรอยพู่กันอย่างโดดเด่น ด้วยท่าที (gesture) ที่แตกต่างและหลากหลาย และการนำเสนอด้วยเทคนิคที่แปลกใหม่ให้ดูราวกับเป็นภาพสัญลักษณ์ที่อยู่ตรงกลางระหว่างอักขระและความหมาย

ผลงานชุดนี้ ใช้เทคนิคการวาดภาพด้วยพู่กัน ซึ่งเป็นพื้นฐานหนึ่งของจิตรกรรม มีศิลปินจำนวนไม่น้อยใช้เทคนิคนี้ในการสื่อสาร แต่เมื่องานศิลปะต้องมีพู่กันเป็นผู้ดำเนินเรื่อง ยิ่งทำให้เกิดคำถามที่น่าสนใจว่า รอยทีแปรง (Brushstroke) คืออะไร? และทำงานอย่างไร? จิตรกรมากมายล้วนต้องการที่จะตั้งคำถามเกี่ยวกับรอยพู่กันเมื่อมันได้กวัดแกว่งไปบนผิวผ้าใบ ซึ่งกิติก้องก็ยังเป็นอีกศิลปินที่ใช้ร่องรอยเหล่านี้เพื่อค้นคว้าไปถึงโครงสร้างทางความคิด สภาวะรอบตัว ความรู้สึก เช่นเดียวกับพลังงานที่เราเคยรับรู้ได้จากภาพวาดของเด็กๆ จากการเคลื่อนไหวพู่กันของสัตว์ หรือจะทั่งของนักกวีผู้ใช้พู่กันในการเขียนอักขระ

นอกจากสีสันอันโดดเด่นแล้ว ผลงานของกิติก้องสร้างสรรค์รอยทีพู่กันด้วยเทคนิคพิเศษ ที่ที่จิตรกรรมเหล่านี้ถูกเปลือยออกให้เหลือเพียงเนื้อแท้เพื่อดึงบุคลิกภาพของศิลปินออกมา เราจะพบร่องรอยความเคลื่อนไหวและท่าทีที่ทำให้ผลงานของกิติก้องดูคล้ายกับการสื่อสารทางภาษาชนิดหนึ่ง การเคลือบผลงานด้วยวัสดุพิเศษยิ่งขับเน้นรอยทีแปรงเหล่านั้นให้ชัดเจน และสร้างมิติให้กับความเคลื่อนไหวบนระนาบนี้

นิทรรศการ ‘Intentional Chance’ จึงเป็นนิทรรศการที่ต้องการเสนอท่าทีใหม่ๆ ให้กับงานนามธรรม ด้วยรหัสภาษาของพู่กัน เชื้อเชิญผู้ชมร่วมเดินทางค้นหาความหมายที่เปิดกว้างของจิตรกรรมร่วมสมัย โดยนิทรรศการ Intentional Chance จะจัดแสดง ณ SAC Gallery ตั้งแต่ 3 เมษายน – 23 พฤศภาคม พ.ศ. 2564 โดยพิธีเปิดจะมีในวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2654 เวลา 18:00 น. และเปิดให้เข้าชมในวันจันทร์- เสาร์ เวลา 10:00 น. – 18:00 น. (วันอาทิตย์ทำนัดหมายล่วงหน้า) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/sacbangkok และ www.sac.gallery


 

Exit mobile version