ที่งาน Mobile World Congress 2021 ที่ผ่านมา ไอบีเอ็ม (NYSE:IBM) ได้เปิดตัวซอฟต์แวร์ไฮบริดคลาวด์ออโตเมชันพลังเอไอ (AI-powered) สำหรับผู้ให้บริการโทรคมนาคม (communications service provider หรือ CSP) เพื่อให้สามารถส่งมอบบริการก้าวล้ำให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว บนพื้นฐานของการปฏิบัติการแบบ zero-touch และต้นทุนที่ต่ำลง การใช้ IBM Cloud Pak for Network Automationช่วยให้ CSP สามารถให้บริการและบริหารจัดการเน็ตเวิร์คได้อย่างรวดเร็วไม่ว่าในสภาพแวดล้อมแบบใด ช่วยให้สามารถเปิดตัวบริการใหม่ๆ ได้ในไม่กี่วันแทนที่จะต้องใช้เวลาเป็นเดือน
IBM Cloud Pak for Network Automation บน Red Hat OpenShift ที่ได้รับการออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้บนสภาพแวดล้อมที่หลากหลายนี้ มาพร้อมกับฟีเจอร์ออโตเมชันพลังเอไอเต็มรูปแบบ เพื่อการเปิดใช้บริการ 5G และ edge ผ่านฟังก์ชันเน็ตเวิร์คแบบ multi-vendor software-based ที่สนับสนุนก้าวย่างสู่การปฏิบัติการแบบอัตโนมัติเต็มตัว โดยซอฟต์แวร์ดังกล่าวผสานเทคโนโลยีอนาไลติกส์ แมชชีนเลิร์นนิง และ AIOps ที่ก้าวล้ำ เพื่อช่วยให้ CSP สามารถเห็นแพทเทิร์นและเทรนด์ข้อมูลบนเน็ตเวิร์คที่ซ่อนอยู่ ทำให้สามารถปรับระบบปฏิบัติการและประสิทธิภาพให้เหมาะสมที่สุด โดยใช้คนเข้ามาเกี่ยวข้องน้อยที่สุด การผนวกเอา IBM Cloud Pak for Watson AIOps และโซลูชัน edge ที่รวมถึง IBM Edge Application Manager เข้ามาด้วย ช่วยให้ CSP สามารถออโตเมทการส่งมอบทรัพยากรไปยังจุดที่ต้องการได้อย่างฉับไว
IBM Cloud Pak for Network Automation ยังช่วยให้ CSP ได้รับประโยชน์อื่นๆ อาทิ
1. การทำโมเดล Network Lifecycle: ช่วยสร้างและออโตเมทโมเดลการวิเคราะห์เวนเดอร์ในฟังก์ชันเน็ตเวิร์คทั้งแบบฟิสิคัล เวอร์ชวล และคอนเทนเนอร์
2. การทำ Orchestration แบบ Intent-driven:การกำหนดโมเดลการปฏิบัติการของเน็ตเวิร์คในแบบที่ต้องการได้แบบอัตโนมัติ แทนที่จะเป็นการสร้างเวิร์คโฟลว์จากรูปแบบที่ได้กำหนดไว้ก่อนหน้าแล้ว
3. การออกแบบและทดสอบบริการอัตโนมัติ: การออโตเมทบริการและทรัพยากรที่เกี่ยวเกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อรองรับสภาพแวดล้อมสำหรับการทดสอบ pre-production และโปรดัคชัน
4. มุมมองการทำงานเน็ตเวิร์คแบบเรียลไทม์: การเห็นภาพการทำงานของเน็ตเวิร์คและระบบคลาวด์ทั้งหมดแบบเรียลไทม์ ช่วยให้สามารถมอนิเตอร์เน็ตเวิร์คอัพไทม์ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสามารถออโตเมทการแก้ปัญหาต่างๆ ได้เร็วขึ้น
5. การปฎิบัติการแบบ Closed-loop: การผนวก IBM Cloud Pak for Watson AIOps เข้ามา ทำให้ CSP สามารถทราบฟีดแบ็คทั้งลูป ในขณะที่ใช้การปฏิบัติการแบบ Zero-touch หรือ lights-out
IBM Cloud Pak for Network Automation ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้วิศวกรเน็ตเวิร์คสามารถเปิดบริการแต่ละจุดได้ในเวลาเพียง 4-5 วัน ช่วยจัดระเบียบและผสานฟังก์ชันเน็ตเวิร์คนับร้อยพันรายการแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดชื่อโฮสต์ พอร์ทเซิร์ฟเวอร์ สถาปัตยกรรมของเน็ตเวิร์ค ผู้ใช้ แผน IP address เป็นต้น นำสู่บริการเน็ตเวิร์คแบบองค์รวม
ไอบีเอ็มยังวางแผนที่จะใช้ศักยภาพด้านอนาไลติกส์และการมอนิเตอร์ที่จำเป็นสำหรับการทำเน็ตเวิร์คเวอร์ชวลแบบออโตเมทของ Turbonomicที่ไอบีเอ็มได้เข้าซื้อกิจการเมื่อเร็วๆ นี้ โดยวางแผนจะให้บริการ IBM Cloud Pak for Network Automation ที่มาพร้อมกับการบริหารจัดการประสิทธิภาพของเน็ตเวิร์คจาก Turbonomic โดย Turbonomic มีความสามารถในการย่อยข้อมูลการวัดและส่งข้อมูลทางไกลปริมาณมหาศาล เพื่อประมวลออกมาเป็นมุมมองประสิทธิภาพและบริการเชิงลึกสำหรับการบริหารจัดการงานปฏิบัติการในแต่ละวัน การผนวกความสามารถดังกล่าวเข้ามาจะทำให้ลูกค้าสามารถใช้การวิเคราะห์เพื่อเข้าถึงเน็ตเวิร์คที่แนะนำได้
IBM Cloud Pak for Network Automation เป็นส่วนหนึ่งของ IBM Automation ซึ่งเป็นกลุ่มบริการออโตเมชันที่สนับสนุนโดยอีโคซิสเต็มพาร์ทเนอร์กว่า 30 ราย เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถออโตเมทภาระงานซ้ำๆ ได้ด้วยตัวเอง เพื่อที่จะสามารถปรับโฟกัสไปยังงานที่เพิ่มคุณค่าให้กับองค์กรมากกว่า โดยการเปิดตัวในวันนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการเปิดตัว IBM Watson Orchestrateเพื่อนำออโตเมชันพลังเอไอเข้าสนับสนุนบุคลากรในองค์กรธุรกิจ รวมถึงการเข้าซื้อกิจการ Turbonomic, myInvenio, Instanaและ WDG Automationเพื่อสร้างพอร์ทโฟลิโอซอฟต์แวร์ออโตเมชันพลังเอไอแบบครบวงจร เพื่อทรานส์ฟอร์มกระบวนการทางธุรกิจและการปฏิบัติการด้านไอที
IBM Cloud Pak for Network Automation สร้างขึ้นบนRed Hat OpenShift®และสามารถรันบนสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดมัลติคลาวด์และมัลติเวนเดอร์ อีกทั้งยังสามารถบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานเน็ตเวิร์คของเวนเดอร์ที่หลากหลาย รวมถึงเน็ตเวิร์คแบบ edge ได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ IBM Cloud Pak for Network Automation ได้ที่ https://www.ibm.com/cloud/cloud-pak-for-network-automation
ZTE Corporation เปิดวิสัยทัศน์ “Fuel the Digitalization, Endow with Intelligence” ยกระดับ “ดิจิทัลไลเซชั่น” สู่ยุค อินเทลลิเจนท์ ในงาน Mobile World Congress 2021″ พร้อมนำศักยภาพเทคโนโลยี 5G สร้างนิเวศน์เชิงธุรกิจ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกับพันธมิตรทั่วโลก
นายสี่ จื้อหยาง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แซดทีอี คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าว ในงาน Mobile World Congress 2021 ว่า “ ปัจจุบัน เทคโนโลยี 5G มีความพร้อมในเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ โดยมีพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ZTE มีนโยบายในการผลักดันเชิงปฏิบัติร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมและระบบนิเวศน์อย่างจริงจังมากว่า 2 ปีแล้ว ทั้งนี้ ได้กำหนดทิศทางนวัตกรรม 5G ได้สามประการ พร้อมกัสร้างรากฐานการใช้งานทางดิจิทัลให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น