Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

Opensignal เพิ่มแผนที่สำรวจเครือข่าย 5G ในแอปทดสอบความเร็วของสัญญาณมือถือและเครือข่าย ใช้ฟรีและปลอดโฆษณา

ประเทศไทย 6 กรกฎาคม 2564 – Opensignal ผู้ดำเนินการวิเคราะห์ระบบมือถือและกำหนดมาตรฐานระดับโลกเพิ่มแผนที่สัญญาณเครือข่าย 5G ใหม่ ให้ผู้ใช้ทั่วโลกรวมถึงผู้ใช้ในประเทศไทย ได้ใช้ตรวจสอบสัญญาณเครือข่าย 5G ใช้ฟรีและไม่มีโฆษณารบกวน โดยรองรับอุปกรณ์ทั้งระบบ iOS และ Android

แผนที่ครอบคลุมการทดสอบความเร็วและการเชื่อมต่อสัญญาณ 5G พร้อมให้คุณใช้งานแล้ว

หลายปีแล้วที่ Opensignal ให้ผู้ใช้มือถือได้ค้นพบความครอบคลุมและความเร็วสูงสุดได้จากแผนที่เครือข่ายที่พวกเขาใช้อยู่ วันนี้ผู้ใช้งานสามารถเห็นประสบการณ์การใช้งานเครือข่าย 5G ได้ในทุกพื้นที่ด้วยการทดสอบความเร็วและข้อมูลสัญญาณจากผู้ใช้ในพื้นที่ ด้วยสถิติเครือข่ายจากผู้ให้บริการในพื้นที่ทำให้คุณสามารถตรวจสอบความครอบคลุมของสัญญาณโดยรวมได้ก่อนออกเดินทาง ดูความแรงของสัญญาณอินเทอร์เน็ตและการดาวน์โหลดในพื้นที่ห่างไกล เปรียบเทียบเครือข่ายของตนเองกับผู้ให้บริการรายอื่น ๆ ในพื้นที่รวมไปถึงตรวจสอบว่าการอัปเกรดเป็น 5G นั้น มีผลต่อประสบการณ์การใช้งานของคุณหรือไม่ ซึ่งผู้ใช้อุปกรณ์ที่ไม่รองรับ 5G ก็สามารถเปิดดูแผนที่เหล่านี้ได้ และ Opensignal ยังให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ใช้ที่กำลังพิจารณาอัปเกรดอุปกรณ์

การทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตในมือถือและไวไฟ

การทดสอบความเร็วจาก Opensignal นั้นจะวัดการเชื่อมต่อจากโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้และความแรงสัญญาณ Opensignal ทดสอบการดาวน์โหลดและอัปโหลดโดยใช้เวลาอย่างละ 5 วินาทีและทดสอบการ Ping เพื่อวัดความสม่ำเสมอของความเร็วอินเทอร์เน็ตที่คุณจะได้รับประสบการณ์ การทดสอบความเร็วจะดำเนินการในเซิร์ฟเวอร์ CDN ทั่ว ๆ ไป

ดาวน์โหลดแอป Opensignal – ได้ทั้งในระบบ Android และ iOS:

ลิงค์สำหรับดาวน์โหลด Opensignal ใน App Store

ลิงค์สำหรับดาวน์โหลด Opensignal ใน Google Play Store:

เกี่ยวกับ Opensignal

Opensignal นำเสนอแหล่งข้อมูลอิสระที่สะท้อนความเป็นจริงจากประสบการณ์เครือข่ายมือถือ: แหล่งข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้ได้รับประสบการณ์อย่างไรในการใช้บริการเครือข่ายมือถือทั่วโลกด้านความเร็ว ประสบการณ์เกม วิดีโอและเสียง

เพื่อการนี้ Opensignal รวบรวมข้อมูลแบบไม่เปิดเผยตัวตนในด้านความแรงของสัญญาณ เครือข่าย ตำแหน่งสถานที่และเซนเซอร์ของอุปกรณ์ต่าง ๆ  ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถสั่งให้หยุดได้จากการตั้งค่าในแอป Opensignal แบ่งปันข้อมูลเหล่านี้กับผู้ให้บริการเครือข่ายทั่วโลกรวมหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมเพื่อทำให้การเชื่อมต่อดียิ่งขึ้นสำหรับทุก ๆ คน

โปรดอ่านโยบายความเป็นส่วนตัว: https://www.opensignal.com/privacypolicy


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

สำนักงานกิจการยุติธรรมจัดทำสื่อเสียงกฎหมายสารคดีวิทยุชุด “กฎหมายง่ายจัง แค่ฟังก็เข้าใจ”

สำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม ได้จัดทำสื่อเสียงกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สารคดีวิทยุ ชุด “กฎหมายง่ายจัง แค่ฟังก็เข้าใจ” 365 ตอน เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงการเรียนรู้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมให้ประชาชนในพื้นที่ ลดปัญหาการตกเป็นเหยื่อและการกระทำความผิดโดยไม่รู้กฏหมาย สอบถามรายละเอียดหรือติดตามโครงการได้ที่ สำนักงานกิจการยุติธรรม
โทร. 02-141-3768 หรือขอรับไฟล์เสียงได้ที่ Facebook fanpage : สำนักงานกิจการยุติธรรม


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ออฟฟิศเมท ลดราคาสินค้าให้ผู้ประกอบการประหยัดสูงสุด 90% และแจกโค้ดส่วนลดเพิ่มรวมมูลค่ากว่า 5,000.-

ออฟฟิศเมท และ ออฟฟิศเมท พลัส  ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ร่วมเคียงข้างและเป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการ และ SME ไทย #สู้สถานการณ์โควิด19 ขออาสาช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายสินค้าจำเป็นที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ โดยจัดแคมเปญ “The Greatest Grand Sale” ลดราคาแรงสูงสุด 90% อาทิ อุปกรณ์สำนักงาน ไอที อิเล็กทรอนิกส์ เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ทำความสะอาด สินค้าสุขอนามัย อุปกรณ์ค้าขายออนไลน์ อุปกรณ์โรงงาน และอุปกรณ์คาเฟ่ร้านอาหาร พร้อมแจกโค้ดส่วนลด On Top จาก แบรนด์ดังรวมมูลค่ากว่า 5,000.-* ตลอดเดือนกรกฎาคม 2564 … อีกทั้งยังเข้าร่วมโครงการ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” ช้อปสินค้าที่ร้านออฟฟิศเมท และออฟฟิศเมท พลัส ผ่าน G-Wallet รับสิทธิ์ e-Voucher จากรัฐบาลมูลค่าสูงสุด 7,000 บาท (ตามเงื่อนไขที่กำหนด)

• อุปกรณ์สำนักงาน ไอที แกดเจ็ต และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ลดสูงสุด 90% อาทิ ปากกาลูกลื่น เทปกาว ซองป้ายชื่อ เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน ชุดคีย์บอร์ดและเมาส์ไร้สาย เครื่องคิดเลข และ เครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศ  เป็นต้น
• เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เด็ดราคาโดนใจ ลดสูง 80% อาทิ โต๊ะทำงานพร้อมตู้ข้าง เก้าอี้ผู้บริหาร เก้าอี้เพื่อสุขภาพ (Ergonomic) เก้าอี้ทำงาน เก้าอี้อเนกประสงค์ และเก้าอี้พักคอย
• อุปกรณ์ทำความสะอาด และสินค้าสุขอนามัย ลดสูงสุด 35% อาทิ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดฆ่าเชื้อ แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ แผ่นฆ่าเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ถุงมือยางไนไตร และหน้ากากอนามัย
• อุปกรณ์ค้าขายออนไลน์ ลดสูงสุด 53% อาทิ กล่องพัสดุไปรษณีย์ เทปปิดกล่อง ปากกามาร์คเกอร์ เครื่องพิมพ์ฉลาก และรางปลั๊กไฟ
• อุปกรณ์โรงงานและคลังสินค้า ลดสูงสุด 58% อาทิ หมวกนิรภัย รองเท้านิรภัย เซฟตี้ ถุงมือนิรภัย หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก ปลั๊กลดเสียงพร้อมสายคล้อง เครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง พัดลมอุตสาหกรรม
• อุปกรณ์คาเฟ่  ร้านอาหาร ลดสูงสุด 78% อาทิ บรรจุภัณฑ์อาหารสำหรับการขายเดลิเวอรี่ ถุงซิปใส เครื่องบันทึกเงิน พาร์ติชั่นกระดาษ หม้อทอดไฟฟ้า น้ำยาขจัดคราบมันห้องครัว ถุงมืออเนกประสงค์
ออฟฟิศเมท มีครบ จบไว สั่งง่าย ได้เร็ว พร้อมบริการจัดส่งฟรีเมื่อช้อป 499.- (ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด) ลูกค้ากรุงเทพและปริมณฑล จะได้รับสินค้าในวันทำการถัดไป และลูกค้าจังหวัดอื่นๆ จะได้รับสินค้าใน 3 วันทำการ เมื่อช้อปก่อน 18:00 น. ช้อปสะดวกได้ทุกช่องทาง!
• ช้อปออนไลน์ได้ตลอด 24 ชม. ที่ OfficeMate Mobile App และเว็บไซต์ https://bit.ly/3AbAXjO
•  Chat & Shop ผ่าน Line: @OfficeMate ได้ทุกวัน 8:00 – 22:00 น.
•  โทรสั่งซื้อง่ายๆ กับ OfficeMate Contact Center 1281 ให้บริการทุกวัน 8:00 – 22:00 น.
•  Line/โทร หรือสั่งซื้อโดยตรงกับร้านออฟฟิศเมท และออฟฟิศเมท พลัส เช็คเลย! https://bit.ly/37Xfqix


พิเศษ!…ร้านออฟฟิศเมท และร้านออฟฟิศเมท พลัส  ร่วมขานรับมาตรการรัฐ เข้าร่วมโครงการ “ยิ่งใช้ยิ่งได้”  1 ก.ค. 64 – 31 ก.ค. 64 นี้ ช้อปที่ร้านผ่าน G-Wallet คุ้ม 2 ต่อ  

ต่อที่ 1: ช้อปตั้งแต่ 3,500.- ขึ้นไป/ใบเสร็จ ออฟฟิศเมทมอบคูปองส่วนลดเพิ่ม 300.-*(เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด)
ต่อที่ 2: รับสิทธิ์ e-Voucher จากรัฐบาลมูลค่าสูงสุด 7,000.-* (ตามเงื่อนไขที่กำหนด)


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

เปิดตัวครบรอบ 35 ปี สแกนเนีย เปิดตัวรถรุ่นพิเศษ “Yak Edition”

ร่วมฉลอง​ 35 ปี สแกนเนีย​ สยาม​บริษัทแห่งการมุ่งมั่นพัฒนาการขนส่งที่ยั่งยืนในวันนี้ สู่อนาคตธุรกิจที่เหนือกว่า (Sustainable Transport – Now and Beyond) พร้อมเปิดตัวรถรุ่นพิเศษ “Yak Edition” ฉลองความสำเร็จระยะยาวคู่คนไทย แถมข้อเสนอสุดพิเศษหลังการขาย

นายอรรถพล ชูศรี ผู้จัดการฝ่ายสื่อสาร และการตลาด บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด​ เปิดเผยว่า​บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด​ผู้นำการขนส่งระดับโลกจากสวีเดนได้อยู่เคียงข้างการขนส่งในประเทศไทยมาครบ 35 ปี พัฒนางานบริการคู่ลูกค้าคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังลงทุนขยายสาขาและงานบริการที่ครอบคลุมมากขึ้น ด้วยความตั้งใจที่จะตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยได้ดียิ่งขึ้นในระยะยาวต่อไป และเนื่องในโอกาสฉลองการดำเนินงานในประเทศไทยครบรอบ 35 ปี สแกนเนีย สยาม จึงได้นำเสนอรถรุ่นพิเศษที่เหนือกว่าทั้งเรื่องสมรรถนะและภาพลักษณ์ กับรถรุ่นพิเศษที่มีชื่อว่า Yak Edition ซึ่งเป็นความลงตัวจากการผสมผสานงานศิลปวัฒนธรรมไทย กับสุดยอดงานวิศวกรรมของสแกนเนี

“รถรุ่นพิเศษ Yak Edition นี้จะแสดงให้ทุกคนได้เห็นถึงประสิทธิภาพของสแกนเนียที่สามารถไปได้เหนือกว่า ไม่ว่าจะเป็นงานดีไซน์ ด้วยหัวเก๋งขนาดใหญ่ มาพร้อมกับสีมุกเงินอาร์คติก ตกแต่งลวดลายยักษ์ไทยสีทองที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ มีอำนาจและทรงพลัง และสีทองยังหมายถึงการเฉลิมฉลอง ความมั่งคั่ง เงินทอง อีกทั้งยักษ์ไทยถือเป็นเอกลักษณ์เป็นที่รู้จักทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เห็นได้จากสนามบินสุวรรณภูมิที่มียักษ์ไทยยืนประดับเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมไทย และยังเห็นได้ในวัดไทยหลาย ๆ แห่ง จึงแสดงถึงชื่อเสียงที่โด่งดังระดับชาติ และแน่นอนว่ายังคงความยอดเยี่ยมในเรื่องการประหยัดน้ำมัน พร้อมกับประสิทธิภาพการขนส่งที่สุดยอด ขับเคลื่อนผลกำไรธุรกิจให้ลูกค้าคนไทยได้อย่างมีคุณภาพ”

ด้านนายณรงค์ฤทธิ์ อิทธิสารรณชัย ผู้จัดการฝ่ายสนับสนุนการขาย บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัดกล่าวถึงรายละเอียดของรถรุ่น Yak Edition หรือ R410A6x2NA ว่า เป็นหัวเก๋งขนาดใหญ่ (R-series) ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ขุมกำลัง 410 แรงม้า ขับเคลื่อน 6×2 เกียร์ออพติครูส ระบบช่วงล่างถุงลมให้สัมผัสนุ่มสบายแต่มั่นใจ มาพร้อมระบบความปลอดภัยแบบจัดเต็ม กับถุงลมนิรภัยผู้ขับขี่ ดิสก์เบรกพร้อมเบรกเสริม สำหรับทางลาดชันรีทาร์เดอร์ ระบบรักษาเสถียรภาพ (ESP) เบรกอัตโนมัติ (AEB) ระบบเตือนออกนอกเลน (LDW) มอบความปลอดภัยที่เหนือกว่าใครให้ทั้งผู้ขับขี่ เพื่อนร่วมทางบนท้องถนน และสินค้ามูลค่าสูงที่ขนส่ง พิเศษสุดกับระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันตามความเร็วคันหน้า (ACC) ที่มอบทั้งความสะดวกสบายในการขับขี่ ความปลอดภัย และเทคโนโลยีอัจฉริยะนี้ ยังทำให้ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้นด้วย มั่นใจได้กับทุกงานในการขนส่ง

นอกจากนั้นยังยกระดับความเป็นอยู่ในห้องโดยสารด้วยเบาะที่นั่งคู่หน้าหุ้มหนังคุณภาพดี พร้อมลายนูนโลโก้สแกนเนีย วิทยุจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ หน้าปัดเรือนไมล์แสดงผลขนาดใหญ่ขึ้น พวงมาลัย D-shape หุ้มหนังพร้อมปุ่มควบคุมมัลติฟังก์ชั่น แถมยังเสริมความสะดวกสบายเอาใจนักขับคนไทยด้วยม่านบังแดด ช่องเก็บของขนาดใหญ่ เตียงนอนขนาด 800 มิลลิเมตร ช่องบนหลังคาปรับไฟฟ้า และช่องแช่เย็นอเนกประสงค์ที่ให้ความเย็นเทียบเท่าตู้เย็น ทั้งหมดถูกจัดวางและสร้างในตำแหน่งตามหลักสรีรวิทยา จึงทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสะดวกสบายตลอดทาง

นอกจากเรื่องสมรรถนะของรถรุ่นพิเศษ Yak Edition ที่เหนือกว่าแล้ว ยังคุ้มค่ายิ่งขึ้นเมื่อสั่งจองรถรุ่นพิเศษ Yak Edition รับเงื่อนไขสุดพิเศษที่สอดคล้องไปกับเลข 35 ปี สแกนเนียในประเทศไทย โดยฟรีค่าซ่อม 3 ปี* และฟรีค่าบำรุงรักษา 5 ปี* ลูกค้ามั่นใจได้ในการใช้รถขับเคลื่อนธุรกิจ สร้างงาน สร้างกำไร สร้างชื่อเสียงได้อย่างคุ้มค่าแน่นอน”  นายอรรถพล ชูศรี กล่าวทิ้งท้าย

 

สนใจติดต่อตัวแทนจำหน่ายใกล้ท่านและสอบถามข้อมูลรถเพิ่มเติมที่  

www.scania.com/th/th/home/products-and-services/trucks/trucks_showroom.html  

หมายเหตุ ปี หรือ 360,000 กิโลเมตร อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน

หมายเหตุ 5 ปี หรือ 600,000 กิโลเมตร อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ไอบีเอ็มส่งออโตเมชันพลังเอไอช่วยบริหารจัดการเครือข่ายโทรคมนาคม เร่งการนำ 5G มาใช้ในวงกว้าง

ที่งาน Mobile World Congress 2021 ที่ผ่านมา ไอบีเอ็ม (NYSE:IBM) ได้เปิดตัวซอฟต์แวร์ไฮบริดคลาวด์ออโตเมชันพลังเอไอ (AI-powered) สำหรับผู้ให้บริการโทรคมนาคม (communications service provider หรือ CSP) เพื่อให้สามารถส่งมอบบริการก้าวล้ำให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว บนพื้นฐานของการปฏิบัติการแบบ zero-touch และต้นทุนที่ต่ำลง การใช้ IBM Cloud Pak for Network Automationช่วยให้ CSP สามารถให้บริการและบริหารจัดการเน็ตเวิร์คได้อย่างรวดเร็วไม่ว่าในสภาพแวดล้อมแบบใด ช่วยให้สามารถเปิดตัวบริการใหม่ๆ ได้ในไม่กี่วันแทนที่จะต้องใช้เวลาเป็นเดือน

CSP ถือเป็นกลจักรสำคัญของประชาชนและองค์กรทั่วโลก โดยเฉพาะในปัจจุบันที่เหตุไม่คาดคิดสามารถส่งผลกระทบอย่างมากต่อความต้องการใช้เน็ตเวิร์คและแพทเทิร์นของทราฟฟิค CSP ชั้นนำที่สำรวจโดยสถาบันการศึกษาคุณค่าทางธุรกิจของไอบีเอ็ม (IBV) มองว่าการส่งบริการใหม่ๆ ออกสู่ตลาดได้รวดเร็วขึ้นเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดสำหรับต่อความสำเร็จของโครงการด้านออโตเมชัน [1]

“ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด ผู้ให้บริการโทรคมนาคมจำนวนมากพยายามทรานส์ฟอร์มเน็ตเวิร์คให้เป็นแพลตฟอร์ม software-defined เพื่อให้สามารถสร้างคุณค่าจาก 5G และระบบประมวลผลแบบ edge ได้มากที่สุด แต่ข้อจำกัดด้านออโตเมชันและการขาดมุมมองครอบคลุมทุกเน็ตเวิร์คแบบเรียลไทม์กลายเป็นข้อจำกัดของการสร้างนวัตกรรมบริการใหม่ๆ ที่เร็วพอให้กับลูกค้า” นายแอนดรูว์ โควาร์ด กรรมการผู้จัดการ งาน Software Defined Networking ของไอบีเอ็ม กล่าว “ซอฟต์แวร์ Cloud Pak for Network Automation ใหม่ของไอบีเอ็ม ได้ใช้ออโตเมชันพลังเอไอเพื่อให้ตอบโจทย์ดีมานด์ที่กำลังเติบโตนี้ เพื่อให้ CSP สามารถเปิดบริการใหม่ๆ ในแบบ zero-touch ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการฟังก์ชันของเน็ตเวิร์คง่ายขึ้นไม่ว่าจะเป็นที่ศูนย์หลักหรือที่ edge

IBM Cloud Pak for Network Automation บน Red Hat OpenShift ที่ได้รับการออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้บนสภาพแวดล้อมที่หลากหลายนี้ มาพร้อมกับฟีเจอร์ออโตเมชันพลังเอไอเต็มรูปแบบ เพื่อการเปิดใช้บริการ 5G และ edge ผ่านฟังก์ชันเน็ตเวิร์คแบบ multi-vendor software-based ที่สนับสนุนก้าวย่างสู่การปฏิบัติการแบบอัตโนมัติเต็มตัว โดยซอฟต์แวร์ดังกล่าวผสานเทคโนโลยีอนาไลติกส์ แมชชีนเลิร์นนิง และ AIOps ที่ก้าวล้ำ เพื่อช่วยให้ CSP สามารถเห็นแพทเทิร์นและเทรนด์ข้อมูลบนเน็ตเวิร์คที่ซ่อนอยู่ ทำให้สามารถปรับระบบปฏิบัติการและประสิทธิภาพให้เหมาะสมที่สุด โดยใช้คนเข้ามาเกี่ยวข้องน้อยที่สุด การผนวกเอา IBM Cloud Pak for Watson AIOps และโซลูชัน edge ที่รวมถึง IBM Edge Application Manager เข้ามาด้วย ช่วยให้ CSP สามารถออโตเมทการส่งมอบทรัพยากรไปยังจุดที่ต้องการได้อย่างฉับไว

IBM Cloud Pak for Network Automation ยังช่วยให้ CSP ได้รับประโยชน์อื่นๆ อาทิ
1. การทำโมเดล Network Lifecycle: ช่วยสร้างและออโตเมทโมเดลการวิเคราะห์เวนเดอร์ในฟังก์ชันเน็ตเวิร์คทั้งแบบฟิสิคัล เวอร์ชวล และคอนเทนเนอร์
2. การทำ Orchestration แบบ Intent-driven:การกำหนดโมเดลการปฏิบัติการของเน็ตเวิร์คในแบบที่ต้องการได้แบบอัตโนมัติ แทนที่จะเป็นการสร้างเวิร์คโฟลว์จากรูปแบบที่ได้กำหนดไว้ก่อนหน้าแล้ว
3.  การออกแบบและทดสอบบริการอัตโนมัติ: การออโตเมทบริการและทรัพยากรที่เกี่ยวเกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อรองรับสภาพแวดล้อมสำหรับการทดสอบ pre-production และโปรดัคชัน
4. มุมมองการทำงานเน็ตเวิร์คแบบเรียลไทม์: การเห็นภาพการทำงานของเน็ตเวิร์คและระบบคลาวด์ทั้งหมดแบบเรียลไทม์ ช่วยให้สามารถมอนิเตอร์เน็ตเวิร์คอัพไทม์ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสามารถออโตเมทการแก้ปัญหาต่างๆ ได้เร็วขึ้น
5. การปฎิบัติการแบบ Closed-loop: การผนวก IBM Cloud Pak for Watson AIOps เข้ามา ทำให้ CSP สามารถทราบฟีดแบ็คทั้งลูป ในขณะที่ใช้การปฏิบัติการแบบ Zero-touch หรือ lights-out

IBM Cloud Pak for Network Automation ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้วิศวกรเน็ตเวิร์คสามารถเปิดบริการแต่ละจุดได้ในเวลาเพียง 4-5 วัน ช่วยจัดระเบียบและผสานฟังก์ชันเน็ตเวิร์คนับร้อยพันรายการแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดชื่อโฮสต์ พอร์ทเซิร์ฟเวอร์ สถาปัตยกรรมของเน็ตเวิร์ค ผู้ใช้ แผน IP address เป็นต้น นำสู่บริการเน็ตเวิร์คแบบองค์รวม

ไอบีเอ็มยังวางแผนที่จะใช้ศักยภาพด้านอนาไลติกส์และการมอนิเตอร์ที่จำเป็นสำหรับการทำเน็ตเวิร์คเวอร์ชวลแบบออโตเมทของ Turbonomicที่ไอบีเอ็มได้เข้าซื้อกิจการเมื่อเร็วๆ นี้ โดยวางแผนจะให้บริการ IBM Cloud Pak for Network Automation ที่มาพร้อมกับการบริหารจัดการประสิทธิภาพของเน็ตเวิร์คจาก Turbonomic โดย Turbonomic มีความสามารถในการย่อยข้อมูลการวัดและส่งข้อมูลทางไกลปริมาณมหาศาล เพื่อประมวลออกมาเป็นมุมมองประสิทธิภาพและบริการเชิงลึกสำหรับการบริหารจัดการงานปฏิบัติการในแต่ละวัน การผนวกความสามารถดังกล่าวเข้ามาจะทำให้ลูกค้าสามารถใช้การวิเคราะห์เพื่อเข้าถึงเน็ตเวิร์คที่แนะนำได้

IBM Cloud Pak for Network Automation เป็นส่วนหนึ่งของ IBM Automation ซึ่งเป็นกลุ่มบริการออโตเมชันที่สนับสนุนโดยอีโคซิสเต็มพาร์ทเนอร์กว่า 30 ราย เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถออโตเมทภาระงานซ้ำๆ ได้ด้วยตัวเอง เพื่อที่จะสามารถปรับโฟกัสไปยังงานที่เพิ่มคุณค่าให้กับองค์กรมากกว่า โดยการเปิดตัวในวันนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการเปิดตัว IBM Watson Orchestrateเพื่อนำออโตเมชันพลังเอไอเข้าสนับสนุนบุคลากรในองค์กรธุรกิจ รวมถึงการเข้าซื้อกิจการ TurbonomicmyInvenioInstanaและ WDG Automationเพื่อสร้างพอร์ทโฟลิโอซอฟต์แวร์ออโตเมชันพลังเอไอแบบครบวงจร เพื่อทรานส์ฟอร์มกระบวนการทางธุรกิจและการปฏิบัติการด้านไอที

IBM Cloud Pak for Network Automation สร้างขึ้นบนRed Hat OpenShift®และสามารถรันบนสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดมัลติคลาวด์และมัลติเวนเดอร์ อีกทั้งยังสามารถบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานเน็ตเวิร์คของเวนเดอร์ที่หลากหลาย รวมถึงเน็ตเวิร์คแบบ edge ได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ IBM Cloud Pak for Network Automation ได้ที่  https://www.ibm.com/cloud/cloud-pak-for-network-automation


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ZTE Corporation ร่วมกับ องค์กรด้านเทคโนโลยีระดับชั้นนำ จัดเสวนาออนไลน์ “วิวัฒนาการเทคโนโลยี 5G SA Prime”

ZTE Corporation ผู้ให้บริการรายใหญ่ระดับสากล ด้านเทคโนโลยีโทรคมนาคมระดับองค์กร และเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตบนมือถือ ร่วมกับองค์กรด้านเทคโนโลยีระดับชั้นนำ จัดเสวนาออนไลน์ “วิวัฒนาการเทคโนโลยี “5G SA Prime” โดยมี นายจาง ซิน ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายพัฒนาและแชร์เครือข่าย 5G China Telecom, นายมาร์เกริต้า ฟุลวิโอ หัวหน้าวิทยุ Wind Tre, นายมาริโอ้ ไพเออร์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์และเทคโนโลยีเครือข่าย Hutchison Drei Austria, นายปีเตอร์ จาริช หัวหน้าแผนก GSMA Intelligence, นายไป๋ กัง รองประธาน, นางถัง เสวี่ย รองผู้จัดการทั่วไป สายผลิตภัณฑ์ RAN และ นายเจสัน ตู่ นักวิทยาศาสตร์ ด้านโซลูชัน SDN/NFV ZTE Corporation ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ความสำเร็จและความก้าวหน้าในอุตสาหกรรม 5G SA ซึ่งถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวางในประเทศจีน ทั้งนี้ เครือข่าย SA แสดงให้เห็นว่า ช่วยยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งาน พร้อมทั้ง ทำให้แวดวง ดิจิทัล เกิดความการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

นายจาง ซิน ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายพัฒนาและแชร์เครือข่าย 5G China Telecom กล่าวว่า “เครือข่าย 5G คุณภาพสูง ที่มีปริมาณการรับส่งข้อมูล 5G เฉลี่ยที่ 1G bps ในเมืองใหญ่ จะไม่สามารถทำได้ดี หากปราศจากพัฒนานวัตกรรมทางเทคนิคอย่างต่อเนื่อง โดยเครือข่าย 5G ของ China Telecom และเครือข่าย 5G ของ China Unicom ได้นำ DSS แบบไดนามิก iCell เป็นโซลูชั่นประหยัดพลังงานชั้นเยี่ยม ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการบรรลุประสบการณ์ขั้นสูงสุดและเพิ่มขีดความสามารถให้กับอุตสาหกรรมได้อย่างชัดเจน กับความสำเร็จในการแบ่งปัน RAN ผ่านเทคโนโลยี 5G SA & NSA

นายมาริโอ้ ไพเออร์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์และเทคโนโลยีเครือข่าย Hutchison Drei Austria กล่าวว่า “ได้พัฒนาเครือข่าย 5G ของ Hutchison Drei Austria และทดสอบการใช้งานในภาคสนามจนประสบความสำเร็จ และนำไปสู่การวิจัยในพื้นที่อุตสาหกรรม 4.0 โดยอ้างอิงจากเครือข่าย SA โซลูชั่น อุปกรณ์เครือข่ายไร้สาย ซึ่ง ZTE มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการใช้งานให้ประสบกับความสำเร็จ โดยเชื่อว่า ผู้ให้บริการส่วนใหญ่ คาดหวังว่าจะสามารถเพิ่มรายได้ 5G และ SA จากการการใช้งานเชิงธุรกิจ ซึ่งเป็นสิ่งที่องค์กรธุรกิจต่าง ๆ มีความต้องการ

นายปีเตอร์ จาริช หัวหน้าแผนก GSMA Intelligence กล่าวว่า “ เทคโนโลยี SA มีความสำคัญในลำดับต้น ๆ โดยมีผ้าพัฒนาประมาณ 35 เปอร์เซ็นต์ กำลังพัฒนาและลงทุนอย่างจริงจัง โดยได้เริ่มปรับใช้เครือข่าย SA ในอุตสาหกรรมกันแล้ว แสดงให้เห็นว่า ขณะนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ยุค 5G เท่านั้น หากแต่กำลังก้าวเข้าสู่ยุค 5G SA กันแล้ว และด้วยความร่วมมือในการพัฒนากับผู้ให้บริการเครือข่ายระดับโลก 5G ZTE จึงได้นำเสนอแนวคิดและโซลูชั่นใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าของ SA ให้เพิ่มมากขึ้น

นายไป๋ กัง รองประธาน ZTE Corporation กล่าวว่า “ ในการขับเคลื่อน 5G SA ให้ก้าวไปข้างหน้า ภายใต้วิสัยทัศน์ “3E” ของ ZTE โดยขยายขีดความสามารถของเครือข่าย ในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ช่วยให้วิวัฒนาการ 5G พัฒนาไปสู่อนาคตที่สดใสยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และ อุตสาหกรรม ได้ใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันและการดำเนินธุรกิจอย่างสูงสุด

นางถัง เสวี่ย รองผู้จัดการทั่วไป สายผลิตภัณฑ์ RAN ZTE Corporation กล่าวเพิ่มเติมว่า ZTE Radio Composer โซลูชั่นเครือข่ายวิทยุอัจฉริยะตัวแรก เปรียบเสมือนระบบจราจรอัจฉริยะในเมือง ที่มีถนนหลายสาย อาทิ ช่องเดินรถประจำทาง ช่องจราจรที่รวดเร็ว และ ช่องรถบรรทุก เมื่อผู้ใช้งานมีช่องทางเพิ่มในการขับเคลื่อนยานพาหนะอย่างลื่นไหน ในขณะที่ เครือข่าย ZTE Radio Composer มีการปรับจำนวนช่องจราจรต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานแต่ละช่วงเวลาตามสภาพการจราจรโดยรวม ก็จะทำให้การใช้งานต่าง ๆ สะดวกรวดเร็ว อย่างไร้ขีดจำกัด

นายเจสัน ทู นักวิทยาศาสตร์ ด้านโซลูชัน SDN/NFV ZTE Corporation กล่าวว่า “All-in-One 5G Private Network” โซลูชั่น ของ ZTE มีรูปความหลากหลายในการทำงาน รวมไปถึง เครือข่ายระบบคลาวด์ แบบคู่มาตรฐาน, ตู้เครือข่ายคลาวด์ขนาดกะทัดรัด และ “เซิร์ฟเวอร์เดียว i5GC” ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ สำหรับผู้ให้บริการในการสำรวจตลาด ToB ผ่านเครือข่ายในรูปแบบบริการ (NaaS) โดยการก้าวไปข้างหน้าของ ZTE มุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับผู้ให้บริการต่าง ๆ เพื่อนำโซลูชั่น 5G ที่เป็นนวัตกรรมไปปฏิบัติงานได้เป็นจริง ยิ่งไปกว่านั้น ยังจะมุ่งมั่นพัฒนาและสรรหาเทคโนโลยี 5G ใหม่ๆ เพื่อสนองต่อความต้องการใช้งานทุกรูปแบบ


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ททท.ฉะเชิงเทรา ชวนคนไทยเที่ยวทิพย์

ททท.สำนักงานฉะเชิงเทรา ชวนเที่ยวทิพย์ไปกับ 8 แหล่งท่องเที่ยว ที่น่าสนใจในจังหวัดสมุทรปราการ วังปูหรือวังปูสด พระสมุทรเจดีย์ : ปูสดเนื้อแน่น มาพร้อมน้ำจิ้มซีฟู๊ด และเมนูซีฟู๊ดอื่นๆ มีพร้อมกิจกรรมแหย่ปู งมหอย ตีปลา
วัดขุนสมุทรจีน หรือ วัดขุนสมุทรทราวาส : กราบไหว้พระพุทธรูปปางห้ามสมุทรองค์ใหญ่ที่หันหน้าออกสู่ทะเล หนึ่งเดียวที่ไม่ถูกน้ำทะเลกลืนหายไป
วัดสาขลา : แวะกราบไว้หลวงพ่อโต พระพุทธรูปเก่าแก่ที่ชาวบ้านเลื่อมใสศรัทธา
วัดบางพลีใหญ่ใน : ประเพณีแห่งสายน้ำของชุมชนบางพลี ประเพณีรับบัว ในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี
วัดพระสมุทรเจดีย์: กราบสักการะองค์พระสมุทรเจดีย์ ที่มีความสูงถึง 39.75 เมตร
วัดไพชยนต์พลเสพย์ราชวรวิหาร : ที่มีความงามอันโดดเด่นของปูชนียสถาน สีขาว ทั้งพระอุโบสถก่ออิฐถือปูนหลังใหญ่
หอชมเมืองสมุทรปราการ : แลนด์มาร์คกลางเมืองสมุทรปราการ อาคารเป็นหอคอย เป็นจุดชมวิวเมืองปากน้ำแบบ 360 องศา มองเห็นลำน้ำเจ้าพระยา ไปจนถึงทะเลปากอ่าวไทย
และ ป้อมพระจุลจอมเกล้า : ป้อมที่จารึกอยู่ในความทรงจำของคนไทย ภายในมีสิ่งที่น่าสนใจคือ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พิพิธภัณฑ์เรือหลวงแม่กลอง และอุทยานประวัติศาสตร์ทหารเรือ

ผู้ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ แฟนเพจ เฟสบุ๊ค : ททท.ฉะเชิงเทรา หรือโทร 038 514 009


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

คณบดี CIBA DPU คาดโควิด 19 ทำตลาดอีคอมเมิร์ซโต

คณบดี CIBA DPU คาดโควิด 19 ทำตลาดอีคอมเมิร์ซโต ส่งผล ‘งานตลาดออนไลน์ บัญชี โลจิสติกส์’ ขยายตาม ย้ำ 3 ทักษะคนรุ่นใหม่ต้องมี ทักษะดิจิทัล ทักษะความเป็นผู้ประกอบการ ทักษะการแก้ไขปัญหาและมีความคิดสร้างสรรค์ มั่นใจหากมีครบสามารถพาตัวรอดได้ทุกสถานการณ์
ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) หรือ DPU กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายเรื่อง โดยเฉพาะพฤติกรรมของผู้บริโภค ซึ่งส่วนใหญ่เดินห้างสรรพสินค้าหรือจับจ่ายตามร้านค้าต่างๆ น้อยลง ส่วนหนึ่งผลจากมาตรการของภาครัฐในการป้องกันโรค ที่ต้องปิดบริการชั่วคราว และอีกส่วนหนึ่งผู้คนหันไปใช้บริการช็อปปิ้งออนไลน์ ทำให้ตลาดออนไลน์เติบโตมากขึ้น ส่งผลให้สถานประกอบการต่างๆ ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการตลาด ปรับตัวเข้าสู่ตลาดออนไลน์มากขึ้น ซึ่งเมื่อการตลาดออนไลน์เติบโตอย่างต่อเนื่อง การขาย การตลาด และโลจิสติกส์ก็เติบโตตามไปด้วย ดังจะเห็นได้จากรายงานของแมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย ที่เผยแนวโน้มทิศทางตลาดแรงงานในปี 2564 พบว่าสายงานที่ตลาดต้องการ อันดับ 1 สายงานขายและการตลาด 23.10% 2 บัญชีและการเงิน 9.58% และ 3 สายงานขนส่งและโลจิสติกส์ 9.50 %
“นักการตลาดยุคใหม่ต้องมีทักษะการตลาดออนไลน์ ซึ่งไม่ใช่เพียงโพสสินค้า แต่ต้องเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการขาย ระบบการชำระเงิน และการกระจายสินค้า บริการต่างๆ ดังนั้น หลักการเรียนการสอนการตลาดตอนนี้จึงมุ่งเน้นการตลาดดิจิทัล ซึ่งจากการเปิดการเรียนการสอนของCIBA DPU ที่มีการปรับปรุงหลักสูตรมุ่งเน้นการเรียนรู้ให้นักศึกษามีทักษะในศตวรรษที่ 21 และทักษะด้านดิจิทัล ตามนโยบายของมหาวิทยาลัย ทำให้นักศึกษาการตลาดของCIBA DPU เพิ่มขึ้น 2 เท่า เช่นเดียวกับหลักสูตรบัญชี การเงิน การขนส่งและโลจิสติกส์ เพราะการทำธุรกิจจะต้องมีการเชื่อมโยงไปทุกภาคส่วน ขณะเดียวกันในอดีตอีคอมเมิร์ซอาจเติบโตได้ยาก เนื่องจากไม่มั่นใจการจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต แต่ปัจจุบันนี้เปลี่ยนไป คนเชื่อมั่นมากขึ้น เพราะมีการจ่ายเงินปลายทาง เห็นสินค้าก่อนแล้วค่อยจ่ายได้” ผศ.ดร.ศิริเดช กล่าว

สำหรับทิศทางตลาดในยุคโควิด 19 และหลังโควิด 19 นั้น ผศ.ดร.ศิริเดช กล่าวด้วยว่า การขายผ่านหน้าร้าน โชว์รูมต่างๆ อาจมีน้อยลง เพราะการขายในลักษณะดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายสูง ขณะเดียวกันพฤติกรรมผู้บริโภคมุ่งการซื้อของออนไลน์มากขึ้น เหล่าสถานประกอบการ ร้านค้าต้องปรับตัว และการทำตลาดออนไลน์ เป็นลักษณะการทำคอนเทนต์ (Content Marketing) และการทำ Digital Marketing ทำให้มีความต้องการผู้ที่จบการตลาดยุคใหม่เข้ามาช่วยเสริมทัพเพื่อทำการตลาดดิจิทัล ซึ่งในส่วนของธุรกิจบัณฑิตย์ ทุกคณะทุกหลักสูตรมีการปรับปรุงมาตั้งแต่ปี 2560 โดยในส่วนหลักสูตร CIBA เน้นสร้างคนที่มีทักษะยุคดิจิทัล เช่น หลักสูตรการตลาด นักศึกษาจะต้องมีทักษะการตลาดดิจิทัลผสมผสานกับการตลาดทั่วไป เพราะการทำตลาดในความเป็นจริงต้องมีการวางแผนการตลาดทั่วไป ควบคู่กับการตลาดออนไลน์ และต้องเข้าใจระบบการบัญชี การขาย และโลจิสติกส์ควบคู่กันไปด้วย รู้จักการใช้ซอฟต์แวร์ โปรแกรมต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
คณบดี CIBA กล่าวต่ออีกว่า หลักสูตรการบัญชี การทำบัญชี ควบคู่กับการใช้ Data Analytics โดยการนำงบการเงินของบริษัทมาทำการวิเคราะห์ โดยใช้ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ ขณะที่โลจิสติกส์ก็ต้องมีการนำดิจิทัลเทคโนโลยีเข้ามาช่วย นักศึกษาในยุคนี้ต้องเปลี่ยนแปลงตามเทคโนโลยีขององค์กร ฉะนั้น การเรียนการสอนของCIBA นอกจากเรียนรู้เทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ที่จะมาใช้ในอาชีพแล้ว ยังมีการเชิญผู้ที่มีประสบการณ์ คนที่ทำงานในแวดวงนั้นๆ มาเป็นอาจารย์พิเศษช่วยเพิ่มเติมประสบการณ์ ทักษะต่างๆให้แก่นักศึกษา ไม่ว่าจะเป็น Shopee หรือ Lazada หรือผู้ประกอบการ และ Startups ในสาขาต่างๆ

“ทักษะที่จำเป็นสำหรับคนรุ่นใหม่ในอนาคตต้องมี 3 ทักษะดังนี้ คือ 1.ทักษะดิจิทัล นักศึกษาที่จบจากCIBA ต้องมีทักษะเรื่องของดิจิทัลครอบคลุมในสาขาที่ตนเองและสาขาที่ต้องทำงานร่วมกัน 2.ทักษะความเป็นผู้ประกอบการ CIBA ไม่ได้สร้างนักศึกษาที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่สร้างคนในองค์กรที่เข้าใจมุมมองความเป็นผู้ประกอบการของผู้บริหาร เข้าใจต้นทุน การเงิน การตลาด การขนส่งสินค้า การบริหารคน การค้าขายของทั้งในและต่างประเทศ การคำนึงถึงภาษี เรื่องเหล่านี้เป็นทักษะหนึ่งที่นักศึกษาต้องมี และ 3.ทักษะการแก้ไขปัญหาและทักษะความคิดสร้างสรรค์ การทำงานนอกจากรู้จักคิดสร้างสรรค์แล้วต้องรู้จักแก้ไขปัญหาจากความคิดสร้างสรรค์ที่นักศึกษาสร้างขึ้นด้วย ซึ่งถ้านักศึกษามีทักษะ 3 สิ่งนี้พวกเขาจะสามารถนำพาตัวเองให้อยู่รอดในทุกยุคทุกสมัยได้”คณบดีCIBA กล่าว

ยุคโควิด 19 ส่งผลให้หลายอาชีพต้องตกงาน เพราะการจ้างงานอาจจะไม่ง่ายอย่างอดีต ผศ.ดร.ศิริเดช กล่าวด้วยว่า ตนมองว่าเป็นความท้าทายของเด็กรุ่นใหม่ ในการจะเข้าสู่โลกของการทำงาน เพราะบางคนหากไม่ได้ทำงานในองค์กรหรือบริษัทแต่พวกเขาสามารถเป็นผู้ประกอบการ ขายสินค้าออนไลน์ หรือทำธุรกิจเล็กๆของตนเองได้ ไม่อยากให้นักศึกษจบใหม่ต้องท้อ หรือกังวลว่าเรียนจบแล้วไม่มีงานทำ หากมีทักษะดิจิทัล ความเป็นผู้ประกอบการ การเงิน การบัญชี และโลจิสติกส์ จะกลายเป็นโอกาสของพวกเขา


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

อีริคสันเผยยอดผู้ใช้งาน 5G ทั่วโลกจะทะลุ 500 ล้านรายภายในสิ้นปีนี้

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย, 30 มิถุนายน 2564 อีริคสัน (NASDAQ: ERIC) คาดว่ายอดผู้สมัครใช้ 5G จะพุ่งขึ้นเกินกว่า 580 ล้านรายภายในสิ้นปี 2564 โดยเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1 ล้านรายต่อวัน

จากการคาดการณ์ตามรายงาน Ericsson Mobility Report ฉบับที่ 20 ตอกย้ำให้เห็นว่า 5G จะกลายเป็นเจนเนอเรชั่นเครือข่ายไร้สายที่มีการใช้เร็วที่สุดตลอดกาล โดยภายในสิ้นปี 2569 จะมีผู้ใช้ 5G แตะระดับ 3.5 พันล้านราย และจะครอบคลุมถึง 60% ของประชากร 5G ทั้งหมดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียมีจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในปัจจุบันมีจำนวนมากกว่า 1.1 พันล้านราย ในขณะที่ยอดผู้ใช้งาน 5G ยังต่ำกว่าระดับ 2 ล้านราย อย่างไรก็ตามคาดว่าการสมัครใช้ 5G จะเติบโตอย่างมากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยจะมียอดรวมพุ่งขึ้นถึง 400 ล้านราย ภายในปี 2569

คาดการณ์ว่าปริมาณการใช้งานอินเตอร์เน็ตต่อสมาร์ทโฟนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียจะมีอัตราการเติบโตรวดเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับทั่วโลกแตะ 39 กิกะไบท์ (GB) ต่อเดือน ภายในปี 2569 – โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ 36% ต่อปี ในขณะที่ปริมาณการใช้งานอินเตอร์เน็ตบนมือถือทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นตามลำดับ เฉลี่ยเติบโตต่อปีที่ 42% เพิ่มขึ้นถึง 39 เอกซะไบต์ (EB) ต่อเดือน อันเป็นผลมาจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของผู้สมัครใช้ 4G และการเปลี่ยนมาใช้เครือข่าย 5G ในประเทศที่มีการเปิดตัว 5G แล้ว

นางนาดีน อัลเลน ประธาน บริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะผู้บุกเบิกเปิดตัวบริการ 5G เชิงพาณิชย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะพัฒนาระบบนิเวศไร้สายสำหรับ Industry 4.0 ที่มีศักยภาพของประเทศ เพื่อเพิ่มประสบการณ์การใช้งานมือถือของผู้บริโภคและสนับสนุนการเปลี่ยนโฉมหน้าของอุตสาหกรรมไปสู่ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เช่น ภาคการผลิต พลังงาน และการดูแลสุขภาพ อีริคสันดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาถึง 115 ปีแล้ว และเราทำหน้าที่พันธมิตร 5G ระดับโลกที่ได้รับความเชื่อถืออย่างกว้างขวาง เพื่อสนับสนุนประเทศไทยให้บรรลุถึงวิสัยทัศน์นั้นอย่างเป็นรูปธรรม”

ตามรายงาน ความเร็วของการนำเครือข่าย 5G ไปใช้จะแตกต่างกันไปตามภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก โดยกลุ่มประเทศในทวีปยุโรปเริ่มช้ากว่าและตามหลังตลาดจีน สหรัฐอเมริกา เกาหลี ญี่ปุ่น และประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลางอยู่มาก

คาดว่าการสมัครใช้ 5G จะพุ่งเกินหนึ่งพันล้านรายเร็วกว่าไทม์ไลน์ของ 4G LTE ถึงสองปี โดยมีปัจจัยเบื้องหลังสำคัญ ได้แก่ ความมุ่งมั่นในการพัฒนา 5G ของจีน ตั้งแต่ในช่วงแรก ๆ และความพร้อมใช้งานที่มาเร็วขึ้นประกอบกับการวางจำหน่ายของอุปกรณ์ดีไวซ์ที่รองรับ 5G เพิ่มขึ้น ซึ่ง ณ เวลานี้มีการเปิดตัวหรือวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนที่รองรับเครือข่าย 5G มากกว่า 300 รุ่นแล้ว

ความเคลื่อนไหวของ 5G เชิงพาณิชย์นี้คาดว่าจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในปีต่อ ๆ ไป โดยมีบทบาทเพิ่มขึ้นในด้านการเชื่อมต่อ และยังเป็นองค์ประกอบสำคัญพลิกฟื้นเศรษฐกิจหลังโควิด-19 คาดว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือจะมีสัดส่วนผู้สมัครใช้ 5G มากที่สุด ถึงประมาณ 1.4 พันล้านรายภายในปี 2569 ในขณะที่ทวีปอเมริกาเหนือและกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับคาดว่าจะมีสัดส่วนการใช้ 5G สูงสุดที่ 84% และ 73% ตามลำดับ

5G เปลี่ยนพฤติกรรมผู้ใช้สมาร์ทโฟนในไทยแล้ว

จากรายงาน Five Ways to a Better 5G พบว่า ในปี 2030 ตลาด 5G สำหรับผู้บริโภคทั่วโลกจะมีมูลค่าสูงถึง 31 ล้านล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ โดยการให้บริการ 5G ของผู้ให้บริการด้านการสื่อสาร (CSP) จะมีมูลค่ารวมสูงถึง 3.7 ล้านล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ

ตามรายงาน Ericsson ConsumerLab ฉบับล่าสุด ตอกย้ำให้เห็นความตั้งใจของผู้บริโภคที่ต้องการอัปเกรดเป็น 5G ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแม้จะมีการระบาดของ Covid-19  สำหรับประเทศไทยในปีนี้มีผู้ใช้สมาร์ทโฟนประมาณ 5 ล้านรายสามารถใช้ 5G ได้แล้ว นอกจากนี้ในปัจจุบันยังมีพฤติกรรมใหม่ ๆ จากการใช้ 5G ของผู้ใช้กลุ่มแรก ๆ โดยพวกเขาใช้เวลามากกว่า 1.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ไปกับแอป AR และเล่นเกมบนคลาวด์ ซึ่งมากกว่าผู้ใช้ 4G ประมาณ 1 ชั่วโมง ขณะที่ 57% ของผู้ใช้ 5G เริ่มสตรีมวิดีโอ HD หรือมีการใช้งานมากขึ้น โดย 14% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนใช้ Wi-Fi น้อยลงหลังอัปเกรดเป็น 5G

ผู้ใช้งาน 5G ที่เป็นกลุ่มแรก ๆ ในประเทศไทยพึงพอใจกับความเร็วของ 5G แต่ก็คาดหวังให้มีนวัตกรรมมากขึ้นเช่นกัน ผู้บริโภคระบุว่าพวกเขายินดีจ่ายค่าบริการเพิ่มขึ้น 50% สำหรับใช้แพ็กเกจ 5G ที่รวมบริการดิจิทัลที่มีบทบาทสูงสำหรับธุรกิจเชิงพาณิชย์ สำหรับบริการอื่น ๆ เช่น ทีวี 5G ที่มาพร้อมกับบรอดแบนด์ 5G ระบบ Fixed Wireless Network (FWA) คลาวด์ความเร็วสูง เพลงคุณภาพสูงระดับ Hi-Fi เทคโนโลยี AR ที่สามารถโต้ตอบได้  ประสบการณ์ทั้งในสถานที่จริงและประสบการณ์เสมือนจริงสำหรับการแข่งขันกีฬาและมหกรรมคอนเสิร์ตผ่านทางไกลมีแนวโน้มให้ผู้บริโภคอัปเกรดเป็นแพ็กเกจระดับพรีเมียม 5G ซึ่งการเพิ่มรายได้ที่ใหญ่ที่สุดสำหรับผู้ให้บริการโทรคมนาคมจะมาจากการรับรู้และจัดการกับความท้าทายของความพร้อมใช้งาน 5G รวมถึงแผนและบริการใหม่ ๆ ที่ทำให้เห็นคุณค่าของ 5G

เกี่ยวกับ อีริคสัน

อีริคสัน สนับสนุนผู้ให้บริการด้านการสื่อสารในการสร้างมูลค่าสูงสุดจากการเชื่อมต่อ กลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัทครอบคลุมเครือข่าย (Networks)  การบริการดิจิทัล (Digital Services) การบริหารจัดการเครือข่าย (Managed Services) และธุรกิจเกิดใหม่ที่กำลังเติบโต (Emerging Business) และมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือลูกค้าให้มุ่งสู่ระบบดิจิทัล เพิ่มประสิทธิภาพ และมองหารายได้รูปแบบใหม่ การลงทุนเพื่อพัฒนา นวัตกรรมของอีริคสันได้มอบประโยชน์จากระบบโทรศัพท์และเครือข่ายเคลื่อนที่ให้แก่ผู้คนหลายพันล้านคนทั่วโลก อีริคสันจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ในกรุงสต็อกโฮล์ม และใน NASDAQ นครนิวยอร์ค ติดตามข้อมูลข่าวสารของอีริคสันได้ที่ www.ericsson.com


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ZTE เปิดวิสัยทัศน์ในงาน Mobile World Congress 2021 พร้อมยกระดับ “ดิจิทัลไลเซชั่น” ผลักดันสู่ “อินเทลลิเจนท์”

ZTE Corporation เปิดวิสัยทัศน์ “Fuel the Digitalization, Endow with Intelligence” ยกระดับ “ดิจิทัลไลเซชั่น” สู่ยุค อินเทลลิเจนท์ ในงาน Mobile World Congress 2021″ พร้อมนำศักยภาพเทคโนโลยี 5G สร้างนิเวศน์เชิงธุรกิจ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกับพันธมิตรทั่วโลก

นายสี่ จื้อหยาง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แซดทีอี คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าว ในงาน Mobile World Congress 2021 ว่า “ ปัจจุบัน เทคโนโลยี 5G มีความพร้อมในเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ โดยมีพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ZTE มีนโยบายในการผลักดันเชิงปฏิบัติร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมและระบบนิเวศน์อย่างจริงจังมากว่า 2 ปีแล้ว ทั้งนี้ ได้กำหนดทิศทางนวัตกรรม 5G ได้สามประการ พร้อมกัสร้างรากฐานการใช้งานทางดิจิทัลให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ทิศทางในการพัฒนานวัตกรรม 5G สามประการ คือ เพิ่มขีดความสามารถให้กับบุคคล ด้วยเทคโนโลยี 5G, เสริมศักยภาพการเชื่อมช่องว่างทางดิจิทัล ด้วยเทคโนโลยี 5G และ เสริมศักยภาพอุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมการปฏิวัติอุตสาหกรรม ด้วยเทคโนโลยี 5G ในขณะเดียวกัน จะสร้างรากฐานการใช้งานทางดิจิทัลให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อก้าวให้ประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดด ในการใช้งานอย่างแพร่หลายของอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ ที่ประมวลผลบรรจบกันหลายมิติ” และ “การประหยัดพลังงานสีเขียว” ทำให้มีปฏิสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งในแบบเรียลไทม์ เพื่อให้การใช้งาน 5G ได้อย่างคล่องตัว และกลายเป็นนวัตกรรมใหม่ ที่มีประสิทธิภาพกลายเป็นทรัพยากรที่ได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืน

สำหรับ วิสัยทัศน์ “Fuel the Digitalization, Endow with Intelligence” ยกระดับ “ดิจิทัลไลเซชั่น” สู่ยุค อินเทลลิเจนท์ เป็นความหวังร่วมกับพันธมิตร เพื่อค้นหาหนทางสู่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลและชาญฉลาดของสังคมมนุษย์ ด้วยการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมมนุษย์อย่างต่อเนื่อง อันเป็นรากฐานดิจิทัลที่สำคัญ เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาหลังจากการนำมาสู่เทคโนโลยี 5G ขณะนี้มีสถานี 5G อยู่กว่า 1.1 ล้านสถานีขั้วโลก เทคโนโลยี 5G ไม่เพียงเสริมสร้างประสบการณ์ของผู้บริโภค แต่ได้ช่วยในการส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิตอล รายการปฏิรูปอย่างชาญฉลาดอยากก้าวกระโดด ที่คุณได้เห็นอยู่นี้คือศูนย์การผลิตเทคโนโลยี 5G ในหนานจิง ที่นี่สามารถผลิต 5 สถานี 5G ต่อ 1 นาที ซึ่งจะถูกส่งออกทั่วโลก สถานที่แห่งนี้ยังสามารถเป็นตัวบ่งบอกที่ดีในด้านการปฏิบัติแบบอัจฉริยะผ่านระบบ 5G โดยโรงงานอุตสาหกรรมแห่งนี้มีระบบเครือข่าย 5G และนำเทคโนโลยี MEC มาใช้ โดยทั่วไปแล้วเราจะนำแอปพลิเคชั่น 5G ประมาณ 10 ตัวที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการผลิตอย่างอัจฉริยะเช่น แอปพลิเคชั่นที่ควบคุมการเคลื่อนที่ของรถขนถ่ายวัสดุอัตโนมัติผ่านทางระบบคลาวด์ (Cloud-Based Automated Guided Vehicles), กล้องตรวจจับสำหรับอุตสาหกรรมความละเอียด 8K, อุปกรณ์ควบคุมการทำงานของเครื่องจักร (Programmable Logic Control) ผ่านทางระบบคลาวด์, ระบบการจัดเก็บแบบอัจฉริยะ, เทคโนโลยีแบบสวมใส่สำหรับงานด้านอุตสาหกรรม, เทคโนโลยีการจำลองสินทรัพย์ทางกายภาพสู่สภาพดิจิตอล (Digital Twins) และ การตรวจสอบในสถานที่จริง. แล้วที่ท่านกำลังเห็นอยู่ขณะนี้เป็นตัวเลขที่น่าพอใจเลยทีเดียว โดยความต้องการทรัพยากรส่วนบุคคลลดลงถึง 40% อัตราส่วนการผลิตที่เสียหายลดลง 20% และระยะเวลาวงจรการผลิตถึง 30% ในขณะที่ประสิทธิผลในการผลิตเพิ่มขึ้นถึง 40 เปอร์เซ็นต์

นายสี่ จื้อหยาง กล่าวต่อว่า “ ส่วนในด้านการเพิ่มความเร็วของเครือข่าย การใช้เทคโนโลยี Segment Routing over IPv6 หรือ SRv6 จะช่วยให้เครือข่าย IP ยืดหยุ่นมากขึ้นและรองรับการโปรแกรมได้ด้วย Virtual Private Network (VPN) แบบ FlexE โดยการจัดแบ่งทรัพยากรระบบประมวลผล (Hard Slicing) ไม่ได้ต้องการความเร็วมาก มีความน่าเชื่อถือสูงและปลอดภัย นอกจากนี้แล้วเครือข่ายออปติกก้าวไปอีกขั้นของวิวัฒนาการ โดยได้เพิ่มความจุ ลดความหน่วง เพิ่มความซับซ้อน รองรับระบบ Cloud และสามารถปฏิบัติการได้ในสภาพที่ยืดหยุ่นและรวดเร็วขึ้น

ZTE ขอใช้คำบัญญัติใหม่ คือ การรวมเครือข่าย Cloud (Cloud-Network Convergence) การรวมซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ (Software-Hardware Convergence) การรวมปัญญาประดิษฐ์ (AI Convergence), อินโฟกราฟิก และความปลอดภัยที่อยู่ภายใน (Intrinsic Security)

นอกเหนือจากนั้น การรวมซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์จะช่วยส่งเสริมนำความสามารถของมาใช้ในการทำธุรกิจและบริหารค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งซอฟต์แวร์สนมเข้าสู่ระบบ Cloud การให้บริการแบบไมโคร และเป็นสัดส่วน ในขณะเดียวกันฮาร์ดแวร์เขาจะเน้นการนำประสิทธิภาพสูงสุด เราจะสามารถเบลอเส้นแยกระหว่าง 2 อย่างนี้โดยการดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพร่วมกันระดับโลกเพื่อการแก้สถานการณ์จำเพาะ ยกตัวอย่างเช่นกันรวมตัวกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตนวัตกรรมชิปเล็ตของชิปคอมพิวเตอร์

หากพูดถึงปัญญาประดิษฐ์ มันจะต้องสามารถนำข้อมูลมาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การรวบรวมการของปัญญาประดิษฐ์ที่อิงตามแบบจำลองของข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และการฝึกอบรมรับรองการประสานงานข้ามโดเมนของระบบและโหนดต่างๆ จะช่วยอำนวยความสะดวกในการประสานการทำงานจากศูนย์ข้อมูลไปจนถึง Interface วิทยุ จะช่วยให้การทำงานและการบำรุงรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยที่อยู่ภายใน (Intrinsic Security) จะเป็นระบบภูมิคุ้มกันสำหรับเครือข่ายที่สามารถรับรู้ด้วยตนเอง ปรับตัวระบบของมันเองและพัฒนาตัวเองได้นั่นเอง” นายสี่ จื้อหยาง กล่าวในที่สุด


 

Exit mobile version