เป้าหมายของชไนเดอร์ อิเล็คทริค คือการช่วยให้ทุกคนใช้พลังงานและทรัพยากรได้เกิดประโยชน์สูงสุด เชื่อมโยงความก้าวหน้าและความยั่งยืนเพื่อประโยชน์ของทุกคน เราเรียกสิ่งนี้ว่า Life Is On
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ด้านการจัดการพลังงานและระบบออโตเมชั่น ปฏิวัติวงการ EV ชาร์จเจอร์ ด้วยการเปิดตัว EVlink อุปกรณ์ชาร์จไฟอัจฉริยะสำหรับบ้าน ในงาน IFA 2022 โดยจะเป็นอุปกรณ์ชาร์จ ตัวแรกของโลกที่สามารถบริหารจัดการโหลดพลังงาน EV จำนวนมากอย่างชาญฉลาดได้จากที่บ้าน พร้อมมุ่งเน้นความสำคัญที่แหล่งพลังงานหมุนเวียนเป็นลำดับแรก
อุปกรณ์ชาร์จ EVlink Home Smart รุ่นใหม่ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค นับเป็นอุปกรณ์แรกในตลาดที่สามารถผสานรวมกับระบบนิเวศด้านการจัดการพลังงานในบ้านได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อตรวจสอบการใช้พลังงาน EV ในแบบเรียลไทม์ คาดการณ์การใช้จ่าย และกำหนดงบประมาณได้อย่างง่ายดาย ด้วยโหมดต่างๆ ถึง 4 โหมด ได้แก่ โหมดชาร์จทันที “charge now” โหมดการชาร์จแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม “green charging” โหมดประหยัดค่าใช้จ่าย “cost effective” และ โหมดกำหนดตารางเวลาในการชาร์จได้เอง “customized schedule” ด้วยการเชื่อมต่อกับระบบ Home Energy ได้อย่างสมบูรณ์ จึงทำให้เจ้าของบ้านสามารถควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดของตน พร้อมทั้งติดตามการใช้ไฟฟ้าผ่านแอปพลิเคชันเดียว
อุปกรณ์ชาร์จ EV หรือ EV Charger กำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคต่างเลือกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในรูปแบบที่ให้ความยั่งยืนมากขึ้น เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน แต่การชาร์จรถยนต์ก็จะต้องให้ความสะดวกและมีค่าใช้จ่ายที่ไม่แพง ซึ่ง EV สามารถเพิ่มโหลดพลังงานในบ้านได้ถึง 40% (ไม่ต้องพูดถึงผลกระทบต่อราคาพลังงานที่พุ่งสูงอยู่ก่อนแล้ว) จึงเป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับเจ้าของบ้านที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เนื่องจากบ้านเรือนต่างๆ ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่าการขนส่ง อุตสาหกรรม หรือการผลิตพลังงานอยู่แล้ว
ด้วยความสามารถในการเชื่อมต่ออย่างราบรื่นและสามารถใช้งานร่วมกับระบบ Home automation (แอปฯ Wiser Home Energy Management) ของชไนเดอร์ อิเล็คทริคได้อย่างเต็มรูปแบบ ผู้ใช้จึงสามารถรับมือกับความกังวลทั้งหมดนี้ได้ด้วยการใช้แค่อุปกรณ์ในมือ ผู้ใช้สามารถควบคุมเวลาและวิธีการชาร์จ EV พร้อมปรับสมดุลการชาร์จร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ ที่กินพลังงาน โดยควบคุมผ่านมือถือได้ในทุกที่และทุกเวลาที่ต้องการ
เป้าหมายของชไนเดอร์ อิเล็คทริค คือการช่วยให้ทุกคนใช้พลังงานและทรัพยากรได้เกิดประโยชน์สูงสุด เชื่อมโยงความก้าวหน้าและความยั่งยืนเพื่อประโยชน์ของทุกคน เราเรียกสิ่งนี้ว่า Life Is On
VMware, Inc. (NYSE: VMW) ประกาศเปิดตัว VMware Tanzu บน sovereign cloud, VMware Aria Operations Compliance pack สำหรับ sovereign clouds และโซลูชันสำหรับสภาพแวดล้อมในการทำงานแบบเปิดรูปแบบใหม่ รองรับผู้ให้บริการ VMware Sovereign Cloud ที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เป็นจำนวนถึง 25 รายทั่วโลก ด้วยนวัตกรรมของ Sovereign SaaS ใหม่เหล่านี้ จะช่วยให้พันธมิตรสามารถส่งมอบการบริการที่เทียบเท่ากับการให้บริการที่มีอยู่บนพลับบลิกคลาวด์ และยังเพิ่มความมั่นใจว่า ข้อมูลจะได้รับการคุ้มครองและสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนด ตามความต้องการของพื้นที่ ภายใต้อาณาเขตของประเทศต่างๆ นั้นได้ดียิ่งขึ้น ด้วย Sovereign SaaS ผู้ให้บริการ VMware Sovereign Cloud สามารถสร้างโซลูชันที่มีความแตกต่างขั้นสูง เพื่อจัดการกับปริมาณงานรูปแบบใหม่ ลดความซับซ้อนของการดำเนินงานด้วยการตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยังเสริมการสร้างรายได้จากข้อมูลโดยมีความเสี่ยงต่ำ
VMware Sovereign Cloud Framework และส่วนประกอบต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องได้มารวมกันเป็น VMware Sovereign Cloud Initiative ที่ความสอดคล้องกับ Gaia-X และ การจัดการข้อมูลภายใต้ข้อกำหนด (Data Sovereignty) กฏระเบียบของการจัดการข้อมูลภายใต้ข้อกำหนด (Data Sovereignty) ระดับโลก ทำให้การส่งมอบ sovereign clouds เป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้น ผู้ให้บริการ VMware Sovereign Cloud รายใหม่ เช่น Advanced Wireless Network Co., Ltd., Fundaments B.V., Hitachi, Ltd., Macquarie Government, National Information Center, NCS PTE Ltd., PT Aplikanusa Lintsarta, Tata Communications Limited และ Credence กดเพื่อฟังสิ่งที่พันธมิตรเหล่านี้กล่าวถึงความสำคัญของ sovereign cloud
VMware กำลังสร้างพอร์ตโฟลิโอสำหรับ Sovereign SaaS เพื่อตอบโจทย์ให้กับลูกค้า พันธมิตรสามารถส่งมอบ Sovereign SaaS พื้นฐานโดยใช้ซอฟต์แวร์ VMware ที่ทำงานในศูนย์ข้อมูลบน sovereign cloud ของตน โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตสาธารณะ ข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อมูลที่อยู่ในถิ่นฐานของข้อมูลเองและมีเฉพาะบน sovereign region ที่กำหนดเท่านั้น ผู้ที่อยู่นอกเหนือจากนี้จะไม่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลใดๆ ได้เลย และองค์กรสามารถมั่นใจได้เลยว่าจะไม่มีข้อมูลหรือข้อมูลเมตาใดออกจากประเทศหรือผู้ให้บริการอย่างแน่นอน