Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ออฟฟิศเมท จัดแคมเปญช่วยทุกธุรกิจลดต้นทุน กับ “Save Pack” สินค้าราคาสุดคุ้ม ซื้อยกแพ็คประหยัดกว่า

ออฟฟิศเมท และ ออฟฟิศเมท พลัส ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ชวน SME และทุกธุรกิจ  ลดต้นทุนรับปีใหม่มหาเฮง จัดแคมเปญ “Save Pack” ซื้อยกแพ็คประหยัดกว่า ราคาต่อหน่วยสุดคุ้ม! คัดสรรของใช้จำเป็นขวัญใจ SME มากกว่า 100 รายการ มาจัดโปรปังๆ ให้คุณช้อป ประหยัดได้ทุกวันตลอดปี 2566 เลือกช้อปได้ทั้งอุปกรณ์สำนักงาน เครื่องเขียน ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เพียงมองหาสัญลักษณ์ “Save Pack” ก็มั่นใจได้กับสินค้าราคาคุ้มค่

ยิ่งช้อปยิ่งคุ้ม! ผู้ประกอบการรายย่อยและลูกค้าทั่วไป สามารถรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 40,000.-* กับโครงการ “ช้อปดีมีคืน” ตามเงื่อนไขที่รัฐกำหนด ใครที่กำลังมองหากระเช้าของขวัญปีใหม่ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไอที เฟอร์นิเจอร์ทำงาน ของใช้ในบ้านและโฮมออฟฟิศ ช้อปช่วงนี้มีแต่คุ้ม! ทั้งลดราคาและลดหย่อนภาษีได้อีก ออฟฟิศเมทและออฟฟิศเมท พลัส  บริการออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ* ให้คุณใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 66 – 15 ก.พ. 66 เช็ครายละเอียดและช้อปได้ทันทีที่ร้านออฟฟิศเมท และออฟฟิศเมท พลัส ทุกสาขา หรือช้อปออนไลน์ที่ OFM Mobile App เว็บไซต์ www.ofm.co.th และ Chat & Shop ที่ Line: @OfficeMate หรือโทรสั่ง Contact Center 1281 ออฟฟิศเมทบริการจัดส่งฟรีเมื่อช้อป 499.- ตามกำหนด


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จับมือพี.เอ็ม.ไฮเทค เสริมประสิทธิภาพระบบควบคุมและป้องกันสถานีไฟฟ้า ของ PEA

บริษัท พี.เอ็ม.ไฮเทค จำกัด ร่วมกับชไนเดอร์ อิเล็คทริค ลงนามข้อตกลงกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA ในโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพระบบควบคุมและป้องกันสถานีไฟฟ้า ระยะที่ 1 จำนวน 5 สถานี โดยโซลูชั่นใหม่ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่ติดตั้งในโครงการนี้ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพระบบควบคุมและป้องกันสถานีไฟฟ้าของ PEA จากระบบเดิมที่ใช้มามากกว่า 25 ปี โดยระบบใหม่นี้รองรับเทคโนโลยีตามมาตรฐาน IEC 61850 เวอร์ชั่นล่าสุด ซึ่งถือว่าเป็นระบบใหม่ที่ทันสมัยและมีความมั่นคงสำหรับการจ่ายกระแสไฟฟ้าสำหรับสถานีไฟฟ้าระบบแรงดัน 115/22 kV ในปัจจุบัน โดยงานดังกล่าวมีขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ ห้องประชุม 211 อาคารศูนย์สั่งการระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ข้อเท็จจริงจากท่านอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)

ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ เซี่ยงฉิน จบการศึกษาจากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก ในสาขาวิศวกรรมวัสดุศาสตร์ และเป็นนักวิจัยภายหลังจบปริญญาเอก (Post doctoral) ที่ Purdue University ประเทศสหรัฐอเมริกา รวม 5 มหาวิทยาลัย และได้ทำงานวิจัยทางด้านงานวัสดุ และ composite อย่างต่อเนื่องภายหลังจบการศึกษา มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์และเผยแพร่ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่องและเพิ่มขึ้นในทุกปีจากสถิติในฐานข้อมูล Scopus ที่ได้ถูกแสดงใน Facebook

ทั้งนี้ผลงานวิจัยที่มีจำนวนงานวิจัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีเกิดจากการทำงานวิจัยร่วมกัน    เป็นทีมกับคณะนักวิจัยจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นนักวิจัยแบบเต็มรูปแบบ (full time researchers) ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) รวมถึงนักวิจัยต่างชาติ และยังมีโครงการวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยต่าง   ที่ได้เคยร่วมงานกันในต่างประเทศ ซึ่งเป็นการขยายเครือข่ายความร่วมมือในการทำวิจัย อีกทั้งคณะที่ข้าพเจ้า    สังกัดอยู่ คือ บัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติ สิรินธร ไทยเยอรมัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า    พระนครเหนือ (มจพ.) ซึ่งมีการจัดการเรียนการสอนเฉพาะระดับบัณฑิตศึกษาภาคภาษาอังกฤษเท่านั้น จึงเน้นการทำวิจัย      กับภาคอุตสาหกรรม จะเห็นได้ว่ารูปแบบการทำวิจัยเป็นทีมทั้งในประเทศและต่างประเทศ และการสร้างเครือข่ายการทำวิจัยร่วมกับต่างประเทศดังกล่าวเป็นรูปแบบปกติที่มีอยู่ในหลากหลายประเทศในยุคดิจิทัลในปัจจุบัน

ในด้านประสบการณ์การทำงานข้าพเจ้าเคยทำงานในภาคเอกชนก่อนมาบรรจุเป็นอาจารย์ ที่บัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติ สิรินธร ไทยเยอรมัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ในตำแหน่งอาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม พ.. 2558 นอกจากนี้ ยังได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ จากมหาวิทยาลัย Chemnitz University สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี อีกตำแหน่งหนึ่ง โดยเป็นคนไทยคนแรก ที่ได้รับเกียรตินี้จากมหาวิทยาลัยดังกล่าว

ในด้านการบริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือได้ดำรงตำแหน่งรองคณบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนา ของบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติ สิรินธร ไทยเยอรมัน รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และปัจจุบันดำรงตำแหน่งอธิการบดี

ดังนั้นข้าพเจ้าขอยืนยันว่าผลงานวิจัยของข้าพเจ้าเป็นงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยทางด้านวัสดุศาสตร์ ซึ่งถือเป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการทำงานวิจัยของข้าพเจ้า อีกทั้งตลอดระยะเวลาที่ศึกษา ที่สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มากว่า 17 ปี และสหรัฐอเมริกา มากว่า 2 ปี ทำให้เกิดเครือข่ายการทำวิจัยกับนักวิจัยต่างชาติ กอปรกับการทำงานวิจัยอย่างต่อเนื่องภายหลังจบการศึกษาได้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกจากต่างประเทศมากกว่า 20 คน และมีนักวิจัยภายหลังปริญญาเอก (Post doctoral) มากกว่า 10 คน รวมถึงการมีนักวิจัยต่างชาติที่ทำงานร่วมกันในปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง และได้รับทุนวิจัยจากภายในและภายนอกประเทศอย่างต่อเนื่องทุกปีที่มาปฏิบัติงานที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) จนถึงปัจจุบันที่ดำรงตำแหน่งอธิการบดี จึงทำให้เกิดการสร้างเครือข่ายงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง และข้าพเจ้ามิได้รับค่าตอบแทนหรือเงินสนับสนุนใด ในการตีพิมพ์ผลงานวิชาการจากบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติ สิรินธร ไทยเยอรมัน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ แต่อย่างใด เนื่องจากข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นงานในหน้าที่อาจารย์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือทุกคน


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

รายงาน Future of Creative ของอะโดบี เผย เทศกาลวันหยุด “คริสมาสต์ – ปีใหม่” เป็นช่วงสร้างรายได้มากที่สุดในรอบปีของครีเอเตอร์

รายงาน Future of Creative ของอะโดบี เผย เทศกาลวันหยุด “คริสมาสต์ – ปีใหม่” เป็นช่วงสร้างรายได้มากที่สุดในรอบปีของครีเอเตอร์

  • ครีเอเตอร์ที่ไม่ใช่มืออาชีพ (Non-professional creator) ที่สร้างรายได้จากผลงานกล่าวว่า พวกเขาสร้างรายได้ในช่วงวันหยุดมากกว่าหนึ่งในสาม (34%) ของรายได้จากงานครีเอทีฟที่ทำตลอดทั้งปี
  • 71% ของของครีเอเตอร์กลุ่มที่สร้างรายได้ (Monetizer) เป็นพาร์ทเนอร์กับแบรนด์ในช่วงเทศกาลวันหยุด โดย 75% กล่าวว่า คุณค่าของแบรนด์มีความสำคัญมากกว่าขนาดและอิทธิพลของแบรนด์
  • กว่าครึ่งของครีเอเตอร์กลุ่มสร้างรายได้ กล่าวว่า พวกเขาจะได้รับรายได้จากผลงานที่ทำในปี 2565 มากกว่าปี 2564 และกว่าหนึ่งในสี่ คาดว่าจะมีรายได้มากกว่าอย่างน้อย 50%
  • ในบรรดาครีเอเตอร์กลุ่มสร้างรายได้ที่ใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อสร้างคอนเทนต์ราว 87% กล่าวว่า พวกเขาใช้เครื่องมือของอะโดบี รวมถึง Photoshop และ Adobe Express โดย 69% ใช้เครื่องมือดิจิทัลมากขึ้นในช่วงวันหยุด

รายงาน “Future of Creativity” ของอะโดบีฉบับล่าสุดศึกษาข้อมูลอินไซต์เกี่ยวกับโอกาสในการสร้างรายได้ในช่วงเทศกาลวันหยุดสำหรับครีเอเตอร์ที่ไม่ใช่มืออาชีพ (Non-professional creators) โดยรายงานได้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวิธีที่ครีเอเตอร์พัฒนากลยุทธ์ด้านคอนเทนต์เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตในช่วงเทศกาลวันหยุดที่ผ่านมา รวมถึงการเพิ่มรายได้ด้วยการเป็นพันธมิตรกับแบรนด์ การทำงานร่วมกับครีเอเตอร์คนอื่นๆ และแนวทางการเพิ่มผลงานสร้างสรรค์ของพวกเขา

แอชลีย์ สติล รองประธานอาวุโส ฝ่ายการตลาดสื่อดิจิทัล กลยุทธ์ และพันธมิตรระดับโลกของอะโดบี กล่าวว่า “ในช่วงวันหยุด ครีเอเตอร์ถือเป็นกลุ่มคนที่มีอิทธิพลในการผลักดันเทรนด์ผ่านวิธีการสื่อสารที่หลากหลาย รวมทั้งยังสร้างโอกาสใหม่ๆ อะโดบีส่งเสริมโอกาสให้ครีเอเตอร์ได้สร้างสรรค์ผลงานให้เกิดขึ้นจริง โดยผ่านเครื่องมือครีเอทีฟที่ทรงพลังและใช้งานง่าย เช่น Adobe Express ที่ทำให้ทุกคนสามารถแสดงตัวตน และพลังการสร้างสรรค์ในช่วงวันหยุดเทศกาลด้วยเทมเพลทที่หลากหลายให้สนุกสนานยิ่งขึ้น”

วันหยุด คือ ช่วงเวลาที่สร้างโอกาสและการเติบโต

ในช่วงเทศกาลวันหยุดปี 2565 ครีเอเตอร์ได้สร้างสรรค์ผลงานมากขึ้น รวมทั้งมีส่วนร่วมกับผู้ชมและแบรนด์บ่อยขึ้น และสร้างรายได้จากคอนเทนต์ได้มากขึ้น โดยมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:

  • เกือบสามในสี่ของครีเอเตอร์กลุ่มสร้างรายได้ (73%) ระบุว่าช่วงวันหยุดเป็นช่วงเวลาที่สร้างรายได้มากที่สุดของปี
  • โดยเฉลี่ยแล้ว ของครีเอเตอร์กลุ่มสร้างรายได้ รายงานว่า รายได้ในช่วงวันหยุดคิดเป็นรายได้หนึ่งในสาม (34%) ของรายได้จากการสร้างสรรค์งานต่อปี
  • ในบรรดาครีเอเตอร์กลุ่มสร้างรายได้ที่ทำงานหนึ่งปีหรือมากกว่านั้น 51% คาดว่ารายได้ในปี 2565 จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญเมื่อเทียบกับปี 2564 ในขณะที่ 26% กล่าวว่าพวกเขาจะมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 50% เมื่อเทียบปีต่อปี (YoY)
  • ครีเอเตอร์มืออาชีพมากกว่าแปดในสิบ (86%) จะมีรายได้ในช่วงวันหยุดนี้ผ่านการขายตรง และเกือบสองในสาม (63%) จะได้รายได้จากโปรโมชั่น
  • แม้จะมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ แต่ครีเอเตอร์ 88% คาดว่าจะเพิ่มจำนวนผู้ชมได้ในช่วงวันหยุดคริสมาสต์ถึงปีใหม่ และเกือบครึ่ง (49%) มีเป้าหมายในการสร้างการรับรู้ของแบรนด์
  • เกือบครึ่ง (47%) ของครีเอเตอร์กลุ่มสร้างรายได้ที่ทำงานมาเป็นเวลา 1 ปีหรือมากกว่านั้นคาดว่าจะโพสต์คอนเทนต์อย่างน้อยวันละครั้ง และ 59% กล่าวว่าพวกเขาเพิ่มความถี่ในการโพสต์ตั้งแต่ปีที่แล้ว

ความร่วมมือกับแบรนด์ในการสร้างรายได้

การเป็นพันธมิตรกับแบรนด์เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างรายได้ แต่ครีเอเตอร์จะเป็นผู้เลือกว่าจะทำงานร่วมกับแบรนด์ไหน

  • 71% ของครีเอเตอร์กลุ่มสร้างรายได้ เป็นพันธมิตรกับแบรนด์ในช่วงเทศกาลวันหยุด และมากกว่าหนึ่งในสาม (36%) ของครีเอเตอร์ที่เป็นพันธมิตรกับแบรนด์กล่าวว่ารายได้จากการสร้างสรรค์ของพวกเขาคิดเป็นครึ่งหนึ่งหรือมากกว่าของรายได้ทั้งหมด
  • 75% ของครีเอเตอร์ครีเอเตอร์กลุ่มสร้างรายได้ กล่าวว่า คุณค่าของแบรนด์มีความสำคัญมากกว่าขนาดและอิทธิพลของแบรนด์ 74% กล่าวว่าพวกเขาต้องการเป็นพันธมิตรกับครีเอเตอร์ด้วยกันเองมากกว่าแบรนด์ใหญ่
  • ครึ่งหนึ่งของครีเอเตอร์กลุ่มสร้างรายได้ ที่เป็นพันธมิตรกับแบรนด์ตั้งแต่ 5 แบรนด์ขึ้นไปวางแผนที่จะแสวงหาพันธมิตรแบรนด์ใหม่เชิงรุก ในขณะที่ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มความถี่ของการมีส่วนร่วมของผู้ชม (53%) สร้างวิดีโอคอนเทนต์มากขึ้น (60%) สร้างคอนเทนต์รูปแบบใหม่ (61 %) และสร้างคอนเทนต์เสริม (66%)

สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomic) ขับเคลื่อนกลยุทธ์ใหม่

เช่นเดียวกับในอุตสาหกรรมอื่นๆ ครีเอเตอร์ตระหนักถึงสภาพแวดล้อมของเศรษฐกิจมหภาคที่ไม่แน่นอน และเกือบหนึ่งในสาม (32%) ของครีเอเตอร์มืออาชีพกล่าวว่า พวกเขากำลังปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อให้มีส่วนร่วมกับผู้ชมมากขึ้น

  • ในบรรดาครีเอเตอร์ที่เปลี่ยนรูปแบบการทำคอนเทนต์และ/หรือกลยุทธ์ทางธุรกิจ 63% กล่าวว่าพวกเขากำลังสร้างคอนเทนต์เพิ่มเติม 60% กำลังสร้างคอนเทนต์รูปแบบใหม่ และ 49% มีส่วนร่วมกับผู้ชมบ่อยขึ้น
  • โดยเฉลี่ยแล้ว ครีเอเตอร์จะสร้างและโพสต์คอนเทนต์ที่แตกต่างกันสี่ประเภทในเทศกาลวันหยุดนี้ ได้แก่ รูปถ่าย (70%) วิดีโอ (61%) ศิลปะ/กราฟิก (47%) มีม (31%)
  • แพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของครีเอเตอร์สำหรับการโพสต์คอนเทนต์ที่สร้างสรรค์หรือโซเชียลมีเดีย ได้แก่ Facebook (70%), Instagram (65%) และ YouTube (57%) โดยที่ครีเอเตอร์มือกลุ่ม Gen Z ใช้ TikTok เป็นประจำ (60%) ซึ่งมากกว่า Millennial ( 47%) หรือ Gen X (42%)

รายงาน Future of Creativity ยังชี้ให้เห็นว่า ครีเอเตอร์กลุ่มสร้างรายได้ส่วนใหญ่ (81%) ใช้แอป ซอฟต์แวร์ และเครื่องมือดิจิทัลในการสร้างคอนเทนต์ และ 87% ในกลุ่มนั้นใช้ผลิตภัณฑ์ Adobe Creative Cloud และ Adobe Express – เครื่องมือ all-in-one ชั้นนำสำหรับการสร้างโซเชียลกราฟิก ใบปลิว โลโก้ และวิดีโอ – ช่วยให้บุคคล, นักธุรกิจอิสระ (solopreneurs), social influencer, เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก และองค์กรต่างๆ ทั่วโลกสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของพวกเขาได้ โดยทุกคนสามารถใช้เครื่องมือครีเอทีฟของอะโดบีเพื่อสร้างคอนเทนต์คุณภาพระดับมืออาชีพได้เร็วขึ้น และง่ายขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

เกี่ยวกับรายงาน Future of Creativity

รายงาน Future of Creativity ของอะโดบีมีเป้าหมายเพื่อทำความเข้าใจว่า ความคิดสร้างสรรค์ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร โดยพูดคุยโดยตรงกับผู้ที่อยู่ในระดับแนวหน้าของการสร้างสรรค์คอนเทนต์ออนไลน์: ผู้สร้าง Creator Economy โดยผลการศึกษาครั้งนี้ได้เก็บข้อมูลจากมุมมองที่หลากหลาย

ระเบียบวิธีการศึกษา

ในเดือนพฤศจิกายน 2565 การศึกษาเรื่อง Future of Creativity ได้สำรวจ “ครีเอเตอร์ที่ไม่ใช่มืออาชีพ” (non-professional creators) ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปประมาณ 1,000 คนในสหรัฐอเมริกา โดยหมายถึงครีเอเตอร์ที่ไม่ใช่มืออาชีพที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมครีเอทีฟ (เช่น รูปภาพ การเขียนเชิงสร้างสรรค์ และการสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย) และโพสต์ แชร์ หรือโปรโมทผลงานของพวกเขาจากกิจกรรมเหล่านี้ทางออนไลน์อย่างน้อยเดือนละครั้งโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างการเติบโตผ่านโซเชียล ส่วนครีเอเตอร์กลุ่มสร้างรายได้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มครีเอเตอร์เหล่านี้ที่มีรายได้จากกิจกรรมครีเอทีฟ การขายผ่านเว็บไซต์หรือ marketplace หรือการสร้างรายได้จากพันธมิตร ลิงก์แอฟฟิลิเอต และ/หรือรายได้จากโฆษณา


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

นศ.สถาปัตย์ มข. ผนึกผู้นำชุมชน ออกแบบปรับปรุงภูมิทัศน์โรงเรียนเพื่อเด็กเล็ก

เทศบาลตำบลบ้านเป็ด ร่วมมือกับหลักสูตรการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ดำเนินโครงการบูรณาการความรู้จากการสอนไปสู่การบริการวิชาการแก่ท้องถิ่น ได้จัดงานประกวด “โครงการแข่งขันประกวดออกแบบปรับปรุงภูมิทัศน์โรงเรียนเทศบาลบ้านเป็ด”  นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. กฤตภัทร ถาปาลบุตร  คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นายกเทศมนตรีฯ นายชัชวาล ธีรภานุ  และนายชัชวาล ช่ำมะณี ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลบ้านเป็ด เป็นประธานร่วมในการประกาศผลและมอบรางวัล ให้แก่ผู้ชนะลำดับต่าง ๆ ที่ร่วมเข้าประกวด  ณ โรงเรียนเทศบาลตำบลบ้านเป็ด  จ.ขอนแก่น

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. กฤตภัทร ถาปาลบุตร  คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เผยว่า  โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการหลักสูตรการเรียนการสอนสู่การพัฒนาชุมชนในพื้นที่จริง อันเป็นเป้าประสงค์หลักของมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่นำงานวิจัย วิชาการ และปลูกฝังให้นักศึกษาใส่ใจดูแลชุมชนเพื่อเป็นบัณฑิตอันพึงประสงค์ต่อสังคมในอนาคต โดยดำเนินการประกวดแบบคัดสรรค์งานออกแบบและปรับปรุงลักษณะทางกายภาพของโรงเรียนเทศบาลตำบลบ้านเป็ด ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ รวมทั้งต่อยอดการประกวดไปสู่การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ของเทศบาลตำบลบ้านเป็ดและก่อสร้างในอนาคต และสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างบุคลากรของโรงเรียนและเครือข่ายต่อการพัฒนาโรงเรียนในอนาคต

ทั้งนี้โครงการได้จัดให้มีการนำเสนอผลงานออกแบบเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2565 ที่อาคารอเนกประสงค์ (สิม) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์  โดยคณะกรรมการได้คัดเลือกผลงานที่ผ่านเข้ารอบจำนวน 3 ผลงานไปจัดแสดงนิทรรศการที่โรงเรียนเทศบาลบ้านเป็ดเป็นเวลา 2 อาทิตย์ เพื่อให้นักเรียน ผู้ปกครอง ครูและชาวตำบลบ้านเป็ดได้มีส่วนร่วมในการตัดสินรางวัล Popular Vote ตอบวัตถุประสงค์โครงการในการสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างภาคีเครือข่ายการพัฒนาโรงเรียน โดยผลการตัดสินออกมาดังนี้

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม 3TJP นักศึกษาชั้นปีที่ 4-5 หลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับโล่ห์รางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล 30,000 บาท สมาชิกทีมประกอบด้วย นางสาวพิมพ์ชนก สงวนศักดิ์  นายภพธร กิตติปรียา  นายวรากร โคตะนันท์ นายจิรเมษ พฤกษะวัน และ นายปรเมษ ขวัญตา

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมหมาป่าเล็บเจล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 หลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับโล่ห์ เกียรติบัตรและเงินรางวัล 20,000 บาท สมาชิกทีมประกอบด้วย นางสาว พรณิชา ซูงิยาม่า  นางสาว นฐมณ โภคินธนกิจ   นางสาว ปานฤดี ทองทับ  นาย คณาธิป เคลียพวงพิทย์ และ นายวศิน กิจพงษ์ประพันธ์

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม Le Sae Ra Tui นักศึกษาชั้นปีที่ 4 หลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับโล่ห์ เกียรติบัตร และเงินรางวัล 10,000 บาท สมาชิกทีมประกอบด้วย  นางสาวพาณิภัค กาวดิลก นางสาวรุจิภา เพชรกิ่ง นางสาวศุภาวรรณ บัวเคน นายธนากร มูลป้อม และ นายภาณุวัฒน์ พิลารัตน์

รางวัลชมเชย มี 3 รางวัล ได้รับเกียรติบัตรและเงินรางวัลทีมละ 5,000 บาท ได้แก่ ทีม Oxygen Space สถาปนิกใน จ.ขอนแก่น, ทีม Kid D สถาปนิกจาก กทม และ ทีมข้าวจี่ 89 จาก มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

รางวัล Popular vote ขวัญใจโรงเรียนเทศบาลบ้านเป็ด ได้แก่ ทีมหมาป่าเล็บเจล ได้รับประกาศนียบัตร

////////////////////

ข่าว : ผศ.ดร. กฤตภัทร ถาปาลบุตร
ภาพ : ผศ.ดร. กฤตภัทร ถาปาลบุตร และ จักริน เงินทอง


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

MSC คว้ารางวัลการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน Sustainability Disclosure Acknowledgement ประจำปี 2565 ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน

บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MSC โดย คุณกิตติ เตชะทวีกิจกุล รองประธานกรรมการ (ขวา) เป็นผู้แทนบริษัทฯ รับรางวัล “Sustainability Disclosure Acknowledgement” (กิตติกรรมประกาศ) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เน้นย้ำการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนอย่างโปร่งใส ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายวรณัฐ เพียรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์ (ซ้าย) เป็นผู้มอบรางวัลในงาน “มอบรางวัลการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน หรือ Sustainability Disclosure Award ประจำปี 2565” จัดโดยสถาบันไทยพัฒน์ ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร เมื่อวันพุธที่ 21 ธันวาคม 2565

บริษัทฯ ให้ความสำคัญในเรื่องกระบวนการทำงานด้านความยั่งยืนขององค์กรมาโดยตลอด พร้อมเผยแพร่ข้อมูลการดำเนินงาน ซึ่งครอบคลุมทั้งการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม หรือประเด็นด้าน ESG (Environmental, Social and Governance) นอกเหนือจากข้อมูลทางการเงิน ซึ่งแสดงถึงความยั่งยืนของธุรกิจ อันจะเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียของกิจการ และการตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายที่ 12.6 ที่ระบุให้มีการผลักดันกิจการ โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติ และบริษัทขนาดใหญ่ รับข้อปฏิบัติที่ยั่งยืนไปดำเนินการ และผนวกข้อมูลด้านความยั่งยืนเข้าไว้ในรอบการรายงานประจำปีของบริษัท

การมอบรางวัลการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน ในปี 2565 แบ่งออกเป็น 3 ประเภทรางวัล ได้แก่ Sustainability Disclosure Award มีองค์กรที่ได้รับรางวัลเกียรติคุณ จำนวน 56 แห่ง Sustainability Disclosure Recognition มีองค์กรที่ได้รับประกาศเกียรติคุณ จำนวน 43 แห่ง และ Sustainability Disclosure Acknowledgement มีองค์กรที่ได้รับกิตติกรรมประกาศ จำนวน 22 แห่ง รวมทั้งสิ้น 121 รางวัล ภายใต้ประชาคมการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน (SDC) ซึ่งในปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 135 องค์กร นอกจากจะเป็นการส่งเสริม และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่องค์กรที่ดำเนินการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนต่อสาธารณะแล้ว ยังต้องการเชิดชูองค์กรธุรกิจที่ได้รับรางวัลทั้ง 121 แห่ง ในการเข้าร่วมตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ออฟฟิศเมท ยกระดับประสบการณ์ช้อปรับปี 2023 ตอบทุกโจทย์ธุรกิจ ของ SME และฝ่ายจัดซื้อ ดาวน์โหลดฟรี แคตตาล็อกเล่มใหม่

ออฟฟิศเมท ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ยกระดับประสบการณ์ช้อปรับปีใหม่ ให้จัดซื้อและ SME ทุกธุรกิจสะดวกและประหยัดยิ่งขึ้น สามารถเลือกช้อปได้ตามสไตล์ธุรกิจคุณ

 • ดาวน์โหลดฟรี! OfficeMate Catalog 2023 เอาใจจัดซื้อทุกองค์กร รวบรวมสินค้าทุกหมวดที่ธุรกิจต้องใช้ไว้ครบในที่เดียว ทั้งสินค้าสำหรับสำนักงาน โรงงาน สถานศึกษา สถานพยาบาล ธุรกิจออนไลน์ และ SME ทุกกิจการ มาพร้อมราคามาตรฐานและบริการระดับมืออาชีพที่องค์กรชั้นนำวางใจ สามารถดาวน์โหลดE-Catalog ได้ฟรีแล้ววันนี้ที่ https://www.ofm.co.th/activity/ofm-catalog-2023 ยินดีรับคำสั่งซื้อทุกวัน 8:00 – 22:00 น. (ไม่มีวันหยุด) เพียงติดต่อ Contact Center โทร 1281 หรือ Line: @OfficeMate

• เปิดตัวเว็บ-แอป โฉมใหม่ www.ofm.co.th และ OFM Mobile Application ผู้ช่วยทุกธุรกิจช้อปติดสปีด อัพเกรดประสบการณ์ช้อปออนไลน์สู่มิติใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ “มีครบ จบไว สั่งง่าย ได้เร็ว” ให้ SME ค้นหาสินค้าเพื่อธุรกิจมากกว่าแสนรายการได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ด้ออฟฟิศเมท ยกระดับประสบการณ์ช้อปรับปี 2023 ตอบทุกโจทย์ธุรกิจ ของ SME และฝ่ายจัดซื้อ ดาวน์โหลดฟรี แคตตาล็อกเล่มใหม่ ให้คุณง่ายกับการช้อปปิ้ง พร้อมเปิดตัว เว็บ-แอป โฉมใหม่ รวดเร็ว รู้ใจ ช่วยธุรกิจลดต้นทุนวนลดให้ช้อปคุ้มทุกวัน และบริการจัดส่งฟรีในวันทำการถัดไปเพียงช้อป 499.-* ตามกำหนด

ออฟฟิศเมท พร้อมเคียงข้างทุกธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง ยินดีมอบเครดิตเทอมนาน 30-60 วัน* เพิ่มสภาพคล่องแก่ลูกค้านิติบุคคล (ตามกำหนด) และมอบความประหยัดให้ SME ตลอดทั้งปี เพียงมองหาสัญลักษณ์ “Save Pack” สินค้าแพ็คสุดคุ้ม ราคาต่อหน่วยถูกลงกว่าเดิม สามารถช้อปได้ทุกช่องทางการขาย ดูสินค้า คลิก! https://www.ofm.co.th/promotions/save-pack-1-31jan23


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

โตชิบา ชวนออกแบบผลิตภัณฑ์หม้อหุงข้าว ชิงเงินรางวัลมูลค่ากว่า 103,000 บาท

บริษัท ไทยโตชิบาอุตสาหกรรม จำกัด (Thai Toshiba Electric Industries Co., LTD.: TTEI) ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน จัดกิจกรรมโครงการประกวดผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์หม้อหุงข้าว สำหรับสถาบันอุดมศึกษา ปีการศึกษา 2565 – 2566 ภายใต้แนวคิด “TOSHIBA RICE COOKER Design Contest 2022 : นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต” เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ผ่านการเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ สามารถส่งผลงานเข้าร่วมประกวด อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมการเรียนการสอนในรายวิชาที่เกี่ยวข้องของสถาบันตามหลักสูตรที่ได้กำหนดไว้ โดยขอเชิญชวนนิสิต นักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ร่วมประชันไอเดีย ชิงเงินรางวัลมูลค่ากว่า 103,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร โดยสามารถลงทะเบียนและสมัครออนไลน์ ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2566 

สอบถามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติม
02-588-3010 ต่อ 1301, 1304 อีเมล designcontest@ttei.toshiba.co.th หรือติดตามรายละเอียดได้ที่ www.facebook.com/ToshibaLifestyleThailand


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

แซดทีอี จับมือ ทรูออนไลน์ อัพเกรดอินเทอร์เน็ตบ้านพุ่งแรง 50 Gbps. ผ่านอุปกรณ์ GPON เป็นรายแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แซดทีอี คอร์ปอเรชัน ผู้พัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลระดับโลก เปิดตัวอุปกรณ์ GPON ร่วมกับ ทรูออนไลน์ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านอันดับหนึ่ง ได้รับรางวัล World Branding Awards 6 ปีซ้อน และ nPerf 2 ปีซ้อน โดยได้รับความไว้วางใจจากคนไทยมากที่สุด จับมือกันพัฒนานวัตกรรมอินเทอร์เน็ตบ้าน อัพเกรดความเร็วให้แรงสุดล้ำ 50 Gbps. ผ่านอุปกรณ์ GPON  [Gigabit Passive Optical Network] เทคโนโลยีแห่งอนาคต ที่มีค่าแบนด์วิธและประสิทธิภาพสูง มุ่งพลิกบริการเครือข่ายในการเข้าถึงบรอดแบนด์และการขยายตัวภาคธุรกิจ รองรับการใช้งานทีวีระบบ 8K Ultra HDTV, 8K Cloud VR, VR Pro 360, AR Pro และ Metaverse รวมถึงแอปพลิเคชันที่ต้องการความคมชัดสูง สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ผลการทดสอบพบว่าความเร็ว ดาวน์โหลด 43.90 Gbps.และ อัปโหลด 21.30 Gbps. นับเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นายจิน ดายอง ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท แซดทีอี คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด  เปิดเผยว่า อินเทอร์เน็ต บรอดแบนด์ในความเร็วระดับ “กิกะบิต” ได้ถูกนำมาให้บริการอย่างแพร่หลาย ในประเทศไทย โดยเครือข่ายพื้นฐานพื้นฐานวิวัฒนาการจาก GPON เป็น 10G PON บนเครือข่ายแบนด์วิธอันทรงพลังของทรูออนไลน์ โดยทรูออนไลน์ ได้มีการพัฒนาการให้บริการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขยายโครงข่ายไฟเบอร์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนออุปกรณ์นวัตกรรมล้ำสมัย การเลือกใช้นวัตกรรมสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ แซดทีอี มีความภูมิใจอย่างยิ่ง ที่ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ PON ZTE  ที่เป็นอุปกรณ์ที่มีศักยภาพด้านเทคนิคในระดับชั้นนำของอุตสาหกรรมการสื่อสาร และเป็นส่วนสำคัญของความร่วมมือกับ ทรูออนไลน์ ที่มุ่งมั่นพัฒนาการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อมอบคุณภาพชีวิตและประสบการณ์ที่ดีให้กับทุกคนครอบครัวในสังคมไทย

แซดทีอี ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีการในการผันจาก PON เข้าสู่ยุค 50G PON เพื่อให้มีศักยภาพในการรองรับการใช้งานแอปพลิเคชันที่หลากหลาย รวมไปถึงช่วยเสริมการใช้งานอินเทอร์เน็ตในรูปแบบอัลตร้าบรอดแบนด์ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น  ยิ่งไปกว่านั้น  50G PON ยังรองรับบริการที่เป็นนวัตกรรมใหม่ อาทิ 5G, Cloud VR, Telehealth และการผลิตอัจฉริยะทางอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีความจำเป็นต้องใช้แบนด์วิธสูง โดยจะขจัดความกังวลใจในการใช้งานที่มีความหน่วงช้าให้หมดไป ซึ่งจะมอบประสบการณ์และความประทับใจในการใช้งาน ที่ตอบสนองความต้องการในทุกด้านของทุกชีวิตในประเทศไทย

สำหรับ 50GPON ต้นแบบ ได้รับการทดสอบประสิทธิภาพหลักในการใช้งาน ปรากฏว่า 50 GPON ต้นแบบ มีอัตราการส่งข้อมูลแบบกว้างพิเศษ มีศักยภาพในการดาวน์โหลดลิงก์ 43.90Gbps และ อัปโหลดลิงก์ 23.30Gbps เมื่อเทียบกับ 10GPON พารามิเตอร์ ประสิทธิภาพหลักถือว่าได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นอย่างมาก อีกทั้งยังสามารถรองรับสถานการณ์การเข้าถึง 10 Gbps ในอนาคตอีกด้วย  โดยเป็นไปตามข้อกำหนดการส่งผ่านเครือข่ายของการแปลงทางดิจิทัลในอุตสาหกรรมสื่อสาร  และ แซดทีอี ในฐานะสมาชิกหลักขององค์กรชั้นนำ อาทิ ITU-T, IEEE และ เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีเครือข่ายแบบคงที่  มีความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับพันธมิตร เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีบรอดแบนด์ ให้มีศักยภาพและพัฒนาทางเทคนิคในการรับข้อมูลเชิงลึกของเครือข่ายในอนาคต  นอกจากนี้ แซดทีอี จะช่วยสนับสนุนทางเทคนิคอันมีค่า ครอบคลุมไปถึงข้อมูลเชิงลึกด้านการพัฒนา ที่จะนำไปสู่การผลักดันประเทศไทย 4.0  ร่วมกับ ทรูออนไลน์

ทรูออนไลน์ คือผู้ให้บริการบรอดแบนด์เครือข่ายพื้นฐานรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย โดยมีความมุ่งมั่นที่จะค้นคว้าเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อนำมาพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ความร่วมมือระหว่าง  แซดทีอี และ ทรูออนไลน์ ในครั้งนี้ จะร่วมกันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีในการเชื่อมต่อทุกรูปแบบ เพื่อนำไปสู่การใช้งานในอุตสาหกรรมอย่างมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น อีกทั้งมอบคุณภาพชีวิตผ่านประสบการณ์ที่ผ่าน ผ่านการใช้งานนวัตกรรมทางเทคโนโลยีในอนาคต เพื่อสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย ให้เติบโตและมีความแข็งแกร่งต่อไป


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มจพ. ร่วมกับ บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) จัดสัมมนาเวทีระดับชาติ การยกระดับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทยสู่สากลในยุคดิจิทัลด้วยยานยนต์ไฟฟ้า

. ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เป็นประธานเปิดงานสัมมนาวิชาการระดับชาติ  การยกระดับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทยสู่สากลในยุคดิจิทัลด้วยยานยนต์ไฟฟ้าพร้อมด้วย คุณอภิเศรษฐ ธรรมมโนมัย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) และรศ.ดร.ชาญชัย ทองประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2565 ณ หอประชุมเบญจรัตน์ อาคารนวมินทรราชินี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

 งานสัมมนาวิชาการระดับชาติครั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ  โดยสำนักพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรม ได้ร่วมกับ บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) จัดสัมมนาวิชาการ เรื่อง การยกระดับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทยสู่สากลในยุคดิจิทัลด้วยยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ใหม่ด้านอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทยในยุคดิจิทัลด้วยยานยนต์ไฟฟ้า ให้แก่สถานประกอบการอุตสาหกรรมการผลิตและบริการ รวมทั้งสถานศึกษาที่เปิดสอนในสาขาวิศวกรรมโลจิสติกส์และเทคโนโลยีโลจิสติกส์ ได้เกิดมุมมองในการพัฒนาอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทย ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในยุคอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งจะเป็นการยกระดับการขนส่งสินค้าของประเทศไทยด้วยยานยนต์ไฟฟ้า และสร้างโอกาสในการขยายเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างองค์กรภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของประเทศให้เจริญเติบโตก้าวหน้าอย่างยั่งยืน


Exit mobile version