Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มข. เปิดพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ หนุนเยาวชนไทยเรียนรู้ตลอดชีวิต

มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดพิธีเปิดอาคารพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยได้รับเกียรติจาก รศ.นพ. ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นประธานเปิดงาน โดยมีศาสตราจารย์ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและวิสาหกิจ กล่าวรายงาน ณ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่น ถือเป็นสถาบันการศึกษาที่เป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาแห่งภาคตะวันออกเฉียงเหนืออาคารพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงถือเป็นสถานที่รวบรวมความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถิ่น สนับสนุนการจัดแสดงนิทรรศการ กิจกรรมทางวิชาการ รวมถึงกิจกรรมสร้างสรรค์ ต่าง ๆ ที่ช่วยให้ความรู้แก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนคนรุ่นใหม่ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านที่จะได้ใช้ประโยชน์ในการศึกษาเรียนรู้ รวมถึงการจุดประกายความคิดเพื่อพัฒนาต่อยอดให้เกิดการสร้างนวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และสังคม

ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ มีพื้นที่กว่า 12,000 ตารางเมตร มีการจัดแสดงนิทรรศการด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ที่น่าสนใจ อาทิ  นิทรรศการภูมิปัญญาวิถีไทย จัดแสดงวิถีของความเป็นไทยที่สั่งสมและถ่ายทอดกันรุ่นสู่รุ่น ผสานกับการพัฒนาตามยุคสมัยจนกลายเป็นองค์ความรู้ที่เข้ากับชีวิตประจำวัน  นิทรรศการพลังงานธรรมชาติ จัดแสดงการเกิดพลังธรรมชาติรูปแบบต่าง ๆ พลังงานทดแทน พลังงานในอนาคต รวมถึงวิธีอนุรักษ์พลังงาน นิทรรศการเทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน จัดแสดงแบบจำลองรูปแบบการใช้เทคโนโลยีในอนาคตที่เชื่อมโยงสังคมเข้ากับการศึกษา สุขภาพ ความปลอดภัยและความสะดวกสบาย

ศาสตราจารย์ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและวิสาหกิจ มาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นหน่วยงานภายใต้ศูนย์พิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งกำกับดูแลโดยรองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและวิสาหกิจ จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ให้แก่เด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการ การจัดกิจกรรมเชิงวิชาการ และกิจกรรมสร้างสรรค์ เนื่องในวันสำคัญต่าง ๆ ทั้งของชาติไทยและสากล

ข่าว / ภาพ : เครือข่ายประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

‘606 โรงเรียนเสียงสะท้อน’ คุณจะออกจาก echo chamber ได้เก่งแค่ไหน?

“606 โรงเรียนเสียงสะท้อน” มินิซีรีส์ในรูปแบบเกมมือถือ! โดยผู้พัฒนาชาวไทย ให้คุณได้สืบสวนหาความจริงผ่านคดีลึกลับพร้อมตีแผ่เรื่องราว Echo chamber ที่คุณอาจยังไม่รู้ตัว! ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้

606 โรงเรียนเสียงสะท้อน คือ แอปพลิเคชั่นให้ความรู้เพื่อเยาวชนและสังคม โดย Opendream ฝีมือทีมผู้พัฒนาชาวไทย เจ้าของผลงานเกม Corrupt ที่ทำให้ผู้เล่นตระหนักถึงผลกระทบของปัญหาคอร์รัปชัน และแอปพลิเคชั่นเพื่อสังคมอื่นๆ อีกมากมาย กลับมาในครั้งนี้ Opendream ได้ถ่ายทอด 606 โรงเรียนเสียงสะท้อนมาในรูปแบบเกมมือถือแนวสืบสวนสอบสวนที่ถูกนำเสนอในรูปลักษณ์ของมินิซีรีส์ออนไลน์ ให้ผู้เล่นได้เพลิดเพลินไปกับเนื้อเรื่องลึกลับ สนุกกับการสืบสวน ชวนให้ติดตามเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของเกม โดยเกม 606 โรงเรียนเสียงสะท้อนได้ถ่ายทอดบรรยากาศแวดล้อมในยุคปัจจุบัน ปัญหาสังคมเรื่อง Echo chamber ที่ตีกรอบการรับรู้และเลือกที่จะเชื่อข้อมูลที่เรายึดมั่นโดยปฏิเสธข้อมูลที่เห็นต่างซึ่งกำลังเกิดขึ้นอย่างหนักในประเทศไทย นำไปสู่การปฏิเสธความเห็นต่าง

606 โรงเรียนเสียงสะท้อนจะพาคุณไปหาความจริงภายใต้การเล่าเรื่องแบบมินิซีรีส์ที่ชวนนักแสดงมาวาดลวดลายเป็นนักเรียนในโรงเรียนสุดป่วน ที่คราวนี้มีเงื่อนงำคดีฆาตกรรมที่ต้องไขความจริง ท่ามกลางสถานการณ์ร้อนระอุในโรงเรียนที่นักเรียนแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ทั้ง #ทีมเจนนี่ และ #ทีมธันวา ที่ขับเคี่ยวกันในสนามเลือกตั้งประธานนักเรียนสุดร้อนแรง พร้อมกับข่าวฉาวๆ ที่ผุดออกมาไม่หยุดจนแทบจะดูไม่ออกแล้วว่าใครกันแน่ที่ดีจริงและสมกับตำแหน่งประธานนักเรียนที่สุด

นิว สาวน้อยสุดน่ารักจาก 606 Fake News Game คราวนี้เธอกลับมาเป็นนักเรียนใหม่ที่ต้องไขปริศนาการตายของ เอมีนา เพื่อนรักของเธอ และดูเหมือนว่าทั้งธันวาและเจนนี่จะมีความลับที่ซ่อนไว้เกี่ยวกับการตายของเอมีนา ที่เป็นถึงนักว่ายน้ำของโรงเรียนแต่กลับจมน้ำเสียชีวิตที่สระน้ำโรงเรียน และทางเดียวที่จะได้ความจริงคือต้องแฝงตัวเข้าไปใน #ทีมเจนนี่ หรือไม่ก็ #ทีมธันวา เท่านั้น

ผู้เล่นจะต้องหาข้อมูลของเอมีนาภายในโรงเรียน โดยการสำรวจพูดคุยกับคนในโรงเรียน ในระหว่างการสำรวจผู้เล่นจะได้รับภารกิจที่ต้องไปแก้ไข ต้องหาข้อมูลหรือหลักฐานที่ซ่อนอยู่ในโรงเรียน หรือ SNS เพื่อใช้ผ่านภารกิจให้ได้ หากเพิกเฉยกับภารกิจที่ได้รับเบาะแสที่จะนำไปสู่ความจริงเรื่องเอมีนา อาจจะหลุดลอยไปได้!

เรื่องราวในปีก่อนยังไม่ทันคลี่คลาย มาปีนี้ก็ยังมีเรื่องราววุ่นๆ ของนักเรียนทั้งสองฝั่งที่พร้อมจะห้ำหั่นกันตลอดเวลา  เพราะไม่ใช่แค่ธันวากับเจนนี่ที่ต้องสู้กัน แต่ตัวละครเพื่อนๆ จากแต่ละฝั่งก็มีเรื่องมีราววุ่นวายไม่แพ้กัน แล้วเรื่องไหนบ้างที่เป็นความจริง? เรื่องไหนบ้างที่คุณจะเชื่อได้ พิสูจน์ไปด้วยกันได้แล้ว วันนี้ กับ 606 โรงเรียนเสียงสะท้อน

ตัวอย่างเกม 606: โรงเรียนเสียงสะท้อน l Official Trailer

ติดตามรายละเอียดเกม 606 โรงเรียนเสียงสะท้อน ได้ที่เว็บไซต์ : https://606.gg/


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มิตซูบิชิ อีเล็คทริค เชื่อมั่นตลาดปี 66 เดินหน้าลงทุนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

มิตซูบิชิ อีเล็คทริค เชื่อมั่นตลาดปี 66 เดินหน้าลงทุนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เสริมความแข็งแกร่งรักษาแชมป์ตลาดเครื่องปรับอากาศ เปิดประเดิมไลน์ผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศภายในบ้านกลุ่มอินเวอร์เตอร์รุ่นใหม่ พร้อมดึงนนท์  ธนนท์ นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์ ตั้งเป้ายอดขายเติบโตกว่า 19%

มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา เปิดแผนการตลาดรับศักราชใหม่ ล่าสุดเปิดตัวผลิตภัณฑ์ด้านความเย็น กลุ่ม เครื่องปรับอากาศภายในบ้าน ตู้เย็น พัดลม ดึงจุดเด่นผลิตภัณฑ์คุณภาพ เทคโนโลยีล้ำสมัย เน้นการประหยัดพลังงาน และมอบความสะดวกสบายที่เหนือกว่า พร้อมเดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการขายพลิกโฉมโชว์รูม AI Gallery ใหม่ ภายใต้แนวคิด “โซลูชันเพื่อการประหยัดพลังงาน พร้อมความสะดวกสบาย” เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ใหม่ นนท์ – ธนนท์ จำเริญ และหนังโฆษณาชุดล่าสุด สะท้อนภาพลักษณ์แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพอันดับหนึ่งที่ผู้บริโภคไว้วางใจมากว่า 51 ปี

นายชินจิ คามิยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาาตรการควบคุมการระบาดของโรคโควิด 19 ได้ผ่อนคลายลง และประชาชนกลับมาดำเนินชีวิตอยู่ร่วมกับโควิด 19 ได้ภายใต้การใช้ชีวิตวิถีปกติใหม่ จึงคาดหวังได้ว่าสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าจะฟื้นตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์เงินเฟ้อภายในประเทศ รวมถึงสภาวะอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ส่งผลต่อตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า และทำให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจเครื่องปรับอากาศได้รับผลกระทบและเติบโตน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่บริษัทฯ ก็ยังคงสามารถรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับหนึ่งไว้ได้และได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคในฐานะ No.1 Brand ในผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศและปั๊มน้ำอย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมา ด้านยอดขายของบริษัทฯ ในปีงบประมาณ 2565 (เมษายน 2565 – มีนาคม 2566) คาดว่าจะเติบโตได้ที่ 10%”

สำหรับปีงบประมาณ 2566 นี้ บริษัทฯ มีแผนเพิ่มความหลากหลายของรุ่นผลิตภัณฑ์ รวมทั้งตั้งงบประมาณการตลาดและสร้างแบรนด์ไว้กว่า 1,200 ล้านบาท โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นไฮไลท์ในปีนี้ คือ เครื่องปรับอากาศมิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม ระบบอินเวอร์เตอร์ รุ่นใหม่ล่าสุด Happy Inverter KX Series ด้านผลิตภัณฑ์ตู้เย็น ได้เพิ่มรุ่นในกลุ่มตู้เย็น 4 ประตู ใหม่ รุ่น 4D Smart Freeze ระบบอินเวอร์เตอร์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านความจุที่เพิ่มมากขึ้นของตลาดปัจจุบัน นอกจากนี้บริษัทฯ ได้พัฒนาศักยภาพของความพร้อมในระบบโครงสร้างพื้นฐานการจัดจำหน่าย โดยได้พลิกโฉมโชว์รูม AI Gallery ซึ่งตั้งอยู่ในที่ทำการสำนักงานใหญ่ใหม่ทั้งหมด พื่อให้เป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมสมบูรณ์ต่อการนำเสนอให้ลูกค้าและผู้เยี่ยมชมได้สัมผัสถึงคุณสมบัติและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่สามารถเติมเต็มทุกความต้องการได้ ภายใต้แนวคิด “โซลูชัน เพื่อการประหยัดพลังงาน พร้อมความสะดวกสบาย” (Solutions for Energy Saving with Comfort and Convenience) ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการประหยัดพลังงาน ความสะดวกสบายในการใช้งาน ที่เหมาะสมทั้งการใช้งานภายในบ้านและการใช้งานเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ด้านการขนส่งโลจิสติกส์ และการบริการหลังการขาย บริษัทฯ ได้พัฒนางานด้านการบริการ เพื่อการขนส่งผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพไปยังลูกค้าอย่างรวดเร็ว เพื่อยกระดับความพึงพอใจของลูกค้า

มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา ครบรอบ 51 ปี แห่งการประกอบการ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา โดยบริษัทฯ ยังคงยึดมั่นตามปรัชญาในการดำเนินงานที่จะมีส่วนเสริมสร้างให้ผู้บริโภคชาวไทยได้มีคุณภาพชีวิตและสังคมที่ดีผ่านกิจกรรมองค์กรและการจัดจำหน่าย รวมถึงการให้บริการในผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และอุปกรณ์เครื่องไฟฟ้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันที่บริษัทฯ นำเสนอ รวมทั้งมุ่งมั่นมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาทางสังคมและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งจะไม่หยุดนิ่งในการนำเสนอสิ่งที่ดียิ่งขึ้น และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคชาวไทยจะสามารถใช้ชีวิตได้ด้วยความมั่นคง ปลอดภัย สะดวกสบาย ได้มากยิ่งขึ้น

นายประพนธ์ โพธิวรคุณ กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด เปิดเผยว่า กว่า ปี ที่เราอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 มาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ภาคธุรกิจต่าง ๆ ได้รับผลกระทบรวมถึงในกลุ่มธุรกิจตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าก็เช่นกัน บริษัทฯ จึงมุ่งมั่นในมาตรการป้องกันโควิด 19 อย่างเคร่งครัดทุกครั้งในการให้บริการหลังการขาย โดยคำนึงถึงสุขอนามัยและความปลอดภัยของลูกค้าเป็นสำคัญ อีกทั้งปัจจุบันผู้คนใช้ชีวิตอยู่บ้านมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการด้านบริการหลังการขายมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น อาทิ การดูแลรักษาและล้างเครื่องปรับอากาศ  รวมไปถึง Express Team Service หรือบริการซ่อมด่วน เสร็จไว ภายใน 24 ชม. ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งได้การตอบรับเป็นอย่างดีตลอดปีที่ผ่านมา โดยสามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ตามเป้าหมายที่วางไว้กว่า 92%  นอกจากนี้ เรายังคงสานต่อในเรื่องการพัฒนาบุคลากรช่างเทคนิคให้มีทักษะความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อรักษามาตรฐานและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค โดยได้ฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติอย่างเข้มข้น รวมถึงเปิดใช้พื้นที่อาคาร AI Center ให้เป็นศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาอาชีพเครื่องปรับอากาศขนาดเล็ก ระดับ ซึ่งได้รับการรับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานมาตั้งแต่ปี 2563 เรื่อยมาถึงปัจจุบัน โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อเข้ารับการอบรมหรือทดสอบได้ที่บริษัทฯ

ในปีนี้ บริษัทฯ ได้ปรับองค์กรสู่ Digital Transformation นำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับการบริการหลังการขายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเชื่อมโยงผ่านระบบออนไลน์ และปรับการทำงานในรูปแบบดิจิทัลมากขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการในการรับบริการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าในระยะยาว โดยได้ยกระดับการบริการหลังการขายให้สมบูรณ์แบบ ด้วยการพัฒนาระบบ Online Service System ต่อเนื่องจากปีที่  ผ่านมาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เน้นการเชื่อมโยงระบบบริการหลังการขายของศูนย์บริการมิตซูบิชิ อีเล็คทริค สำนักงานใหญ่ และศูนย์บริการแต่งตั้งทั่วประเทศไว้บนแพลตฟอร์มเดียวกัน เพื่อให้การติดต่อประสานงานในการแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าเป็นไปอย่างรวดเร็ว สามารถติดตามความคืบหน้าในการให้บริการแก่ลูกค้าแต่ละรายได้แบบเรียลไทม์ทุกขั้นตอน รวมถึงเดินหน้าพัฒนาระบบ Warranty Online Register เพื่อให้ลูกค้าสามารถลงทะเบียนรับประกันสินค้าแบบเรียลไทม์ออนไลน์ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งการนำระบบ Online Service เข้ามาใช้ในการทำงาน จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนความพึงพอใจของลูกค้าทั้งกลุ่ม B2และ B2ได้มากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันบริษัทฯ ได้มีการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการจัดการโลจิสติกส์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยเสริมความได้เปรียบทางการแข่งขัน บริษัทฯ ได้ดำเนินการพัฒนาระบบขนส่งโลจิสติกส์ ตั้งแต่การสร้างคลังสินค้าขึ้นใน 2 ภูมิภาค เพื่อเป็นศูนย์กระจายสินค้า โดยทางภาคเหนือที่จังหวัดลำปาง และในเขตภาคอีสานที่จังหวัดขอนแก่น พร้อมพัฒนาระบบการจัดการที่ทันสมัย เชื่อมโยงเครือข่ายจากศูนย์กลางผ่าน Online Service System เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าในสภาพสมบูรณ์และรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญที่จะช่วยให้ระบบการจัดจำหน่ายโดยรวมมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนได้ บริษัทฯ จะยังคงเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการบริการให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ภายใต้นโยบาย รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ” เราไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาเพื่อขับเคลื่อนแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ให้ประสบความสำเร็จ และอยู่ในใจของผู้บริโภคชาวไทยตลอดไป

นายชิซุโอะ นาคาสึคาสะ กรรมการและผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาดและการขาย บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด เปิดเผยว่า แม้ว่าตลาดรวมเครื่องปรับอากาศของไทยในปี 2565 ที่ผ่านมา มีการเติบโตน้อยลง แต่ยังเชื่อว่าแนวโน้มตลาดเครื่องปรับอากาศในปีนี้จะสามารถกลับมาคึกคักอีกครั้งจากสัญญาณทางเศรษฐกิจที่ค่อย ๆ ฟื้นตัว รวมถึงนโยบายส่งเสริมการลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยคาดว่าจะเติบโตราว 5-10%  และในปีนี้บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ต่อยอดขยายฐานผู้บริโภคให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยชูความเป็นแบรนด์เครื่องปรับ อากาศและเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านคุณภาพ ที่เน้นเทคโนโลยีล้ำสมัย ตอบรับการใช้ชีวิตยุคใหม่ ช่วยให้การอยู่อาศัยสะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมสุขอนามัยที่ดีและประหยัดพลังงาน ผ่านการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อรองรับทุกความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศภายในบ้านที่เน้นเสริมไลน์อัพระบบอินเวอร์เตอร์เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าของมิตซูบิชิ อีเล็คทริค ได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวในปีนี้ ได้แก่

· เครื่องปรับอากาศมิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม ระบบอินเวอร์เตอร์ ใหม่ รุ่น Happy Inverter KX Series ออกแบบมาเพื่อความสบายด้วยดีไซน์ที่สะดวกต่อการล้างทำความสะอาดได้ง่าย พร้อมฟังก์ชันครบครัน คุ้มค่า ในระดับราคาที่จับต้องได้ โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Fast Cooling เย็นเร็วทันใจ และ V- Air Filter แผ่นกรองฝุ่นที่ออกแบบพิเศษ ช่วยจัดการอากาศภายในห้องให้สะอาด ปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ กำจัดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ในระดับเซลล์ พร้อมประหยัดพลังงานด้วยฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5

· ตู้เย็นรุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบรับวิถี New Normal ด้วยการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้มากยิ่งขึ้น พร้อมประหยัดพลังงานด้วยระบบ Neuro Inverter ตู้เย็น 4 ประตู รุ่น 4D Smart Freeze เก็บของได้จุใจด้วยขนาดความจุถึง 400 ลิตร โดดเด่นด้วยฟังก์ชันช่องแช่แข็ง ลิ้นชักแยกอิสระจากกัน พร้อมเทคโนโลยีถนอมอาหารด้วยช่องแช่เย็นจัด Supercool Chilling ช่วยคงความสดของเนื้อได้นาน และ Vitamin Factory คงคุณค่าวิตามินในผักใบเขียว ประหยัดไฟเบอร์ ระดับ 2 ดาว และตู้เย็น 2 ประตู รุ่น FC Series มาพร้อมกล่องจัดระเบียบของพิเศษ Extra Box ตัวช่วยจัดระเบียบทำให้มีพื้นที่จัดเก็บสิ่งของได้มากขึ้น

·  พัดลมมิตซูบิชิ อีเล็คทริค โดดเด่นด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับพรีเมียม สีขาวและสีน้ำตาลใหม่ ผลิตจากวัสดุไม่ลุกลามไฟ รวมถึงปลั๊ก 3 ขา ช่วยป้องกันไฟดูด พร้อมระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อมอเตอร์มีอุณหภูมิสูง เพิ่มความมั่นใจปลอดภัยในทุกการใช้งาน พร้อมกล่องเหล็กครอบสวิตซ์ มั่นใจ ปลอดภัยระดับพรีเมียมประหยัดไฟเบอร์ ระดับ 3 ดาว

นอกจากผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ได้เปิดตัวในปีนี้ บริษัทฯ เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งทางการขายผ่านกลยุทธ์การสื่อสารและกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงเดินแผนกลยุทธ์ Sport Marketing ด้วยการเป็นผู้สนับสนุนสโมสรฟุตบอล บีจี ปทุม ยูไนเต็ด (BGPU) เป็นปีที่ พร้อมสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านทั้งสื่อหลักและช่องทางออนไลน์ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในยุคดิจิทัล อาทิ Social Media, VDO Content, การใช้ Influencer และ KOL เป็นต้น  รวมทั้งมีแผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย และแคมเปญการตลาด พร้อมสนับสนุนช่องทางการขายให้กับร้านค้าตัวแทนจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้วางแผนสื่อสารการตลาดครบวงจร ทั้งการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ การสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านพรีเซ็นเตอร์คนล่าสุดของเครื่องปรับอากาศมิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม นนท์ – ธนนท์ จำเริ ตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่มีภาพลักษณ์เป็นมิตร เข้าถึงง่าย และมีความสามารถโดดเด่นด้านการร้องเพลง ได้แชมป์จากรายการประกวดเดอะวอยซ์ไทยแลนด์และ The Mask Singer จนเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นที่ชื่นชอบในกลุ่มคนทุกวัยโดยเฉพาะวัยรุ่น ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยสร้างการรับรู้ในวงกว้างและสร้างความจดจำให้แบรนด์ได้เป็นอย่างดี โดยภาพยนตร์โฆษณาชุด “มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ไม่หยุดทำ แค่คำว่าดี”  สื่อถึงความตั้งใจ ความมุ่งมั่นของนนท์ในการฝึกฝนร้องเพลง จนกว่าจะได้โทนการร้องที่ดีที่สุด แม้ว่าจะเป็นที่หนึ่งจากเวทีประกวดร้องเพลงมาแล้ว ก็ไม่เคยหยุดพัฒนาตนเองเพื่อการร้องเพลงให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป เช่นเดียวกับที่มิตซูบิชิ อีเล็คทริค เป็นแบรนด์เครื่องปรับอากาศภายในบ้านอับดับ ที่ครองส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุดมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นแบรนด์อันดับ ที่บริโภคให้ความเชื่อมั่น โดยในภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ ตอกย้ำถึงดีเอ็นเอของมิตซูบิชิ อีเล็คทริค ด้านการมุ่งมั่นว่าจะต้องทำในสิ่งที่ดีอยู่แล้วให้ดีที่สุด ไม่หยุดพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วัน เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิต และเพื่อความสุขของผู้บริโภคทุกคน โดยจะเริ่มออกอากาศกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้

จากกลยุทธ์การตลาดต่าง ๆ เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจ และเพิ่มทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ บริษัทฯมั่นใจว่าจะช่วยสานต่อความสำเร็จในการทำตลาดของมิตซูบิชิ อีเล็คทริค และผลักดันยอดขายให้เติบโตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ นายชิซุโอะ นาคาสึคาสะ กล่าวทิ้งท้าย


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

สายเกมเตรียมพร้อม! งาน Global Game Jam 2023 @DPU แข่งขันพัฒนาเกม 48 ชั่วโมง รับโจทย์พร้อมกันทั่วโลก 3-5 ก.พ.นี้

วิทยาลัยครีเอทีฟดีไซน์ & เอ็นเตอร์เทนเมนต์เทคโนโลยี (ANT) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดงาน Global Game Jam 2023 มหกรรมแข่งขันพัฒนาเกมภายใน 48 ชั่วโมง โดยรับโจทย์พร้อมกันกว่า 100 ประเทศทั่วโลก พร้อมกระทบไหล่ตัวจริงของวงการทั้ง Game Programmer, Game Designer, Game Artist วันที่ 3-5 กุมภาพันธ์นี้ ที่ DPU Makerspace ชั้น อาคาร มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

            ผศ.บัญญพนต์ พูลสวัสดิ์ หัวหน้าหลักสูตรการออกแบบเชิงโต้ตอบและการพัฒนาเกม วิทยาลัยครีเอทีฟดีไซน์ & เอ็นเตอร์เทนเมนต์เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า DPU เตรียมจัดงานมหกรรมการแข่งขันพัฒนาเกมสุดยิ่งใหญ่ Global Game Jam (GGJ) ที่มีการจัดขึ้นพร้อมกันกว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดย GGJ เกิดขึ้นจากไอเดียที่ว่าในโลกอันแสนกว้างใหญ่ ทุกคนสามารถมาร่วมกันสร้างสรรค์ แบ่งปันประสบการณ์ และโชว์ความสามารถในการสร้างวิดีโอเกม อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้ผู้คนจากทุกแขนงมีส่วนรวมในการสร้างเกม โดยจะเป็นการรับโจทย์พร้อมกันทั่วโลก และใช้เวลา 48 ชั่วโมงในการสร้างเกม

            ผศ.บัญญพนต์ กล่าวว่า ปีนี้ประเทศไทยมีผู้จัด Global Game Jam หลากหลายสถานที่ สำหรับ Jam Site ของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ใช้ชื่อว่า “ANT x Dhurakij Pundit University” เปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่ชื่นชอบในการพัฒนาเกม ได้ทดลองนำความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ มาสร้างให้กลายเป็นเกมที่สามารถเล่นได้จริงภายในเวลาที่จำกัด และภายใต้โจทย์หรือธีมเดียวกันทั่วโลก ทำให้นักพัฒนามือใหม่ได้ฝึกทักษะการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และเข้าใจถึงระบบการพัฒนาเกมตั้งแต่ต้นจนจบ

            ทั้งนี้ Global Game Jam ของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็น Competitive Jam Site ทีมที่ได้รับการโหวตสูงสุดจะได้รับเงินรางวัลจากสปอนเซอร์ รวมมากกว่า 30,000 บาท อีกทั้งเกมที่สร้างจะอยู่บนเว็บไซต์ Community ของ Game Jam 2023 และแพลตฟอร์ม itch.io นอกจากนี้ ภายในงานยังได้เชิญวิทยากรสุดพิเศษเข้ามาให้ความรู้และแชร์ประสบการณ์ ได้แก่ ทีมผู้พัฒนาเกมบนแพลตฟอร์ม Nintendo Switch อย่าง Joojee’s Journey โดย อ.จั๊มพ์-รวิศวร์ มโนมัยวิบูลย์ Game Director รวมทั้งทีมออกแบบกราฟิก 3D EEZ Studios นำโดย อ.เบิร์ด-สรลักษณ์ วงษ์เสรี และทีมงานออกแบบ ArtToy

            สำหรับงาน Global Game Jam 2023 @DPU จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ DPU Makerspace ชั้น 3 อาคาร 6 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ สามารถเข้าไป Jam ได้ที่ https://globalgamejam.org/2023/jam-sites/ant-x-dhurakij-pundit-university และสมัครได้แล้ววันนี้ (ค่าสมัคร 500บาท/คน) ได้ที่ https://antxjam.com


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

“DNS” คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัล มจพ. เปิดรับสมัครนักศึกษา ป.โท-เอก ภาคการศึกษาที่ 1/2566

ภาควิชาการบริหารเครือข่ายดิจิทัลและความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ( DNS ) คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เปิดรับสมัครนักศึกษาปริญญาโทและปริญญาเอก ภาคการศึกษาที่ 1/2566 ในหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (MDNS, S-MDNS) และหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (DDNS) สาขาวิชาการบริหารเครือข่ายและความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ โดยเปิดรับสมัคร ช่วงที่ 2 วันที่ 4 มกราคม – 5 มีนาคม 2566 และช่วงที่ 3 วันที่ 6 มีนาคม – 27 เมษายน 2566 รายละเอียดดังนี้

หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (ปริญญาโท) หลักสูตรในเวลาราชการ แผน ก  เรียนวันจันทร์ศุกร์ เวลา 09.00 – 16.00 . ค่าเทอมโดยประมาณ 20,000 บาท/เทอมหลักสูตรนอกเวลาราชการ เรียนช่วงค่ำ เวลา 18.00 – 21.00 . ค่าเทอมเหมาจ่าย 45,000 บาท/เทอม และหลักสูตรนอกเวลาราชการ เรียนวันเสาร์อาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 . ค่าเทอมเหมาจ่าย 45,000 บาท/เทอม รายละเอียดหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (ปริญญาโท) : https://bit.ly/2Qt0zGB

หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปริญญาเอก) หลักสูตรในเวลาราชการ แผน ก เรียนวันจันทร์ศุกร์ เวลา 09.00 – 16.00 . ค่าเทอมโดยประมาณ 40,000 บาท/เทอม รายละเอียดหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปริญญาเอก) :

สามารถสมัครออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ https://grad.admission.kmutnb.ac.th/
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากภาควิชาโดยตรง Line: https://lin.ee/SzZvEz9

ขวัญฤทัย ข่าว/ ภาพข่าว สมพล 


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ออฟฟิศเมท จัดแคมเปญช่วยทุกธุรกิจลดต้นทุน กับ “Save Pack” สินค้าราคาสุดคุ้ม ซื้อยกแพ็คประหยัดกว่า

ออฟฟิศเมท และ ออฟฟิศเมท พลัส ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ชวน SME และทุกธุรกิจ  ลดต้นทุนรับปีใหม่มหาเฮง จัดแคมเปญ “Save Pack” ซื้อยกแพ็คประหยัดกว่า ราคาต่อหน่วยสุดคุ้ม! คัดสรรของใช้จำเป็นขวัญใจ SME มากกว่า 100 รายการ มาจัดโปรปังๆ ให้คุณช้อป ประหยัดได้ทุกวันตลอดปี 2566 เลือกช้อปได้ทั้งอุปกรณ์สำนักงาน เครื่องเขียน ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เพียงมองหาสัญลักษณ์ “Save Pack” ก็มั่นใจได้กับสินค้าราคาคุ้มค่

ยิ่งช้อปยิ่งคุ้ม! ผู้ประกอบการรายย่อยและลูกค้าทั่วไป สามารถรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 40,000.-* กับโครงการ “ช้อปดีมีคืน” ตามเงื่อนไขที่รัฐกำหนด ใครที่กำลังมองหากระเช้าของขวัญปีใหม่ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไอที เฟอร์นิเจอร์ทำงาน ของใช้ในบ้านและโฮมออฟฟิศ ช้อปช่วงนี้มีแต่คุ้ม! ทั้งลดราคาและลดหย่อนภาษีได้อีก ออฟฟิศเมทและออฟฟิศเมท พลัส  บริการออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ* ให้คุณใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 66 – 15 ก.พ. 66 เช็ครายละเอียดและช้อปได้ทันทีที่ร้านออฟฟิศเมท และออฟฟิศเมท พลัส ทุกสาขา หรือช้อปออนไลน์ที่ OFM Mobile App เว็บไซต์ www.ofm.co.th และ Chat & Shop ที่ Line: @OfficeMate หรือโทรสั่ง Contact Center 1281 ออฟฟิศเมทบริการจัดส่งฟรีเมื่อช้อป 499.- ตามกำหนด


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จับมือพี.เอ็ม.ไฮเทค เสริมประสิทธิภาพระบบควบคุมและป้องกันสถานีไฟฟ้า ของ PEA

บริษัท พี.เอ็ม.ไฮเทค จำกัด ร่วมกับชไนเดอร์ อิเล็คทริค ลงนามข้อตกลงกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA ในโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพระบบควบคุมและป้องกันสถานีไฟฟ้า ระยะที่ 1 จำนวน 5 สถานี โดยโซลูชั่นใหม่ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่ติดตั้งในโครงการนี้ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพระบบควบคุมและป้องกันสถานีไฟฟ้าของ PEA จากระบบเดิมที่ใช้มามากกว่า 25 ปี โดยระบบใหม่นี้รองรับเทคโนโลยีตามมาตรฐาน IEC 61850 เวอร์ชั่นล่าสุด ซึ่งถือว่าเป็นระบบใหม่ที่ทันสมัยและมีความมั่นคงสำหรับการจ่ายกระแสไฟฟ้าสำหรับสถานีไฟฟ้าระบบแรงดัน 115/22 kV ในปัจจุบัน โดยงานดังกล่าวมีขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ ห้องประชุม 211 อาคารศูนย์สั่งการระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ข้อเท็จจริงจากท่านอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)

ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ เซี่ยงฉิน จบการศึกษาจากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก ในสาขาวิศวกรรมวัสดุศาสตร์ และเป็นนักวิจัยภายหลังจบปริญญาเอก (Post doctoral) ที่ Purdue University ประเทศสหรัฐอเมริกา รวม 5 มหาวิทยาลัย และได้ทำงานวิจัยทางด้านงานวัสดุ และ composite อย่างต่อเนื่องภายหลังจบการศึกษา มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์และเผยแพร่ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่องและเพิ่มขึ้นในทุกปีจากสถิติในฐานข้อมูล Scopus ที่ได้ถูกแสดงใน Facebook

ทั้งนี้ผลงานวิจัยที่มีจำนวนงานวิจัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีเกิดจากการทำงานวิจัยร่วมกัน    เป็นทีมกับคณะนักวิจัยจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นนักวิจัยแบบเต็มรูปแบบ (full time researchers) ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) รวมถึงนักวิจัยต่างชาติ และยังมีโครงการวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยต่าง   ที่ได้เคยร่วมงานกันในต่างประเทศ ซึ่งเป็นการขยายเครือข่ายความร่วมมือในการทำวิจัย อีกทั้งคณะที่ข้าพเจ้า    สังกัดอยู่ คือ บัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติ สิรินธร ไทยเยอรมัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า    พระนครเหนือ (มจพ.) ซึ่งมีการจัดการเรียนการสอนเฉพาะระดับบัณฑิตศึกษาภาคภาษาอังกฤษเท่านั้น จึงเน้นการทำวิจัย      กับภาคอุตสาหกรรม จะเห็นได้ว่ารูปแบบการทำวิจัยเป็นทีมทั้งในประเทศและต่างประเทศ และการสร้างเครือข่ายการทำวิจัยร่วมกับต่างประเทศดังกล่าวเป็นรูปแบบปกติที่มีอยู่ในหลากหลายประเทศในยุคดิจิทัลในปัจจุบัน

ในด้านประสบการณ์การทำงานข้าพเจ้าเคยทำงานในภาคเอกชนก่อนมาบรรจุเป็นอาจารย์ ที่บัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติ สิรินธร ไทยเยอรมัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ในตำแหน่งอาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม พ.. 2558 นอกจากนี้ ยังได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ จากมหาวิทยาลัย Chemnitz University สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี อีกตำแหน่งหนึ่ง โดยเป็นคนไทยคนแรก ที่ได้รับเกียรตินี้จากมหาวิทยาลัยดังกล่าว

ในด้านการบริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือได้ดำรงตำแหน่งรองคณบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนา ของบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติ สิรินธร ไทยเยอรมัน รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และปัจจุบันดำรงตำแหน่งอธิการบดี

ดังนั้นข้าพเจ้าขอยืนยันว่าผลงานวิจัยของข้าพเจ้าเป็นงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยทางด้านวัสดุศาสตร์ ซึ่งถือเป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการทำงานวิจัยของข้าพเจ้า อีกทั้งตลอดระยะเวลาที่ศึกษา ที่สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มากว่า 17 ปี และสหรัฐอเมริกา มากว่า 2 ปี ทำให้เกิดเครือข่ายการทำวิจัยกับนักวิจัยต่างชาติ กอปรกับการทำงานวิจัยอย่างต่อเนื่องภายหลังจบการศึกษาได้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกจากต่างประเทศมากกว่า 20 คน และมีนักวิจัยภายหลังปริญญาเอก (Post doctoral) มากกว่า 10 คน รวมถึงการมีนักวิจัยต่างชาติที่ทำงานร่วมกันในปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง และได้รับทุนวิจัยจากภายในและภายนอกประเทศอย่างต่อเนื่องทุกปีที่มาปฏิบัติงานที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) จนถึงปัจจุบันที่ดำรงตำแหน่งอธิการบดี จึงทำให้เกิดการสร้างเครือข่ายงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง และข้าพเจ้ามิได้รับค่าตอบแทนหรือเงินสนับสนุนใด ในการตีพิมพ์ผลงานวิชาการจากบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติ สิรินธร ไทยเยอรมัน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ แต่อย่างใด เนื่องจากข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นงานในหน้าที่อาจารย์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือทุกคน


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

รายงาน Future of Creative ของอะโดบี เผย เทศกาลวันหยุด “คริสมาสต์ – ปีใหม่” เป็นช่วงสร้างรายได้มากที่สุดในรอบปีของครีเอเตอร์

รายงาน Future of Creative ของอะโดบี เผย เทศกาลวันหยุด “คริสมาสต์ – ปีใหม่” เป็นช่วงสร้างรายได้มากที่สุดในรอบปีของครีเอเตอร์

  • ครีเอเตอร์ที่ไม่ใช่มืออาชีพ (Non-professional creator) ที่สร้างรายได้จากผลงานกล่าวว่า พวกเขาสร้างรายได้ในช่วงวันหยุดมากกว่าหนึ่งในสาม (34%) ของรายได้จากงานครีเอทีฟที่ทำตลอดทั้งปี
  • 71% ของของครีเอเตอร์กลุ่มที่สร้างรายได้ (Monetizer) เป็นพาร์ทเนอร์กับแบรนด์ในช่วงเทศกาลวันหยุด โดย 75% กล่าวว่า คุณค่าของแบรนด์มีความสำคัญมากกว่าขนาดและอิทธิพลของแบรนด์
  • กว่าครึ่งของครีเอเตอร์กลุ่มสร้างรายได้ กล่าวว่า พวกเขาจะได้รับรายได้จากผลงานที่ทำในปี 2565 มากกว่าปี 2564 และกว่าหนึ่งในสี่ คาดว่าจะมีรายได้มากกว่าอย่างน้อย 50%
  • ในบรรดาครีเอเตอร์กลุ่มสร้างรายได้ที่ใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อสร้างคอนเทนต์ราว 87% กล่าวว่า พวกเขาใช้เครื่องมือของอะโดบี รวมถึง Photoshop และ Adobe Express โดย 69% ใช้เครื่องมือดิจิทัลมากขึ้นในช่วงวันหยุด

รายงาน “Future of Creativity” ของอะโดบีฉบับล่าสุดศึกษาข้อมูลอินไซต์เกี่ยวกับโอกาสในการสร้างรายได้ในช่วงเทศกาลวันหยุดสำหรับครีเอเตอร์ที่ไม่ใช่มืออาชีพ (Non-professional creators) โดยรายงานได้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวิธีที่ครีเอเตอร์พัฒนากลยุทธ์ด้านคอนเทนต์เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตในช่วงเทศกาลวันหยุดที่ผ่านมา รวมถึงการเพิ่มรายได้ด้วยการเป็นพันธมิตรกับแบรนด์ การทำงานร่วมกับครีเอเตอร์คนอื่นๆ และแนวทางการเพิ่มผลงานสร้างสรรค์ของพวกเขา

แอชลีย์ สติล รองประธานอาวุโส ฝ่ายการตลาดสื่อดิจิทัล กลยุทธ์ และพันธมิตรระดับโลกของอะโดบี กล่าวว่า “ในช่วงวันหยุด ครีเอเตอร์ถือเป็นกลุ่มคนที่มีอิทธิพลในการผลักดันเทรนด์ผ่านวิธีการสื่อสารที่หลากหลาย รวมทั้งยังสร้างโอกาสใหม่ๆ อะโดบีส่งเสริมโอกาสให้ครีเอเตอร์ได้สร้างสรรค์ผลงานให้เกิดขึ้นจริง โดยผ่านเครื่องมือครีเอทีฟที่ทรงพลังและใช้งานง่าย เช่น Adobe Express ที่ทำให้ทุกคนสามารถแสดงตัวตน และพลังการสร้างสรรค์ในช่วงวันหยุดเทศกาลด้วยเทมเพลทที่หลากหลายให้สนุกสนานยิ่งขึ้น”

วันหยุด คือ ช่วงเวลาที่สร้างโอกาสและการเติบโต

ในช่วงเทศกาลวันหยุดปี 2565 ครีเอเตอร์ได้สร้างสรรค์ผลงานมากขึ้น รวมทั้งมีส่วนร่วมกับผู้ชมและแบรนด์บ่อยขึ้น และสร้างรายได้จากคอนเทนต์ได้มากขึ้น โดยมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:

  • เกือบสามในสี่ของครีเอเตอร์กลุ่มสร้างรายได้ (73%) ระบุว่าช่วงวันหยุดเป็นช่วงเวลาที่สร้างรายได้มากที่สุดของปี
  • โดยเฉลี่ยแล้ว ของครีเอเตอร์กลุ่มสร้างรายได้ รายงานว่า รายได้ในช่วงวันหยุดคิดเป็นรายได้หนึ่งในสาม (34%) ของรายได้จากการสร้างสรรค์งานต่อปี
  • ในบรรดาครีเอเตอร์กลุ่มสร้างรายได้ที่ทำงานหนึ่งปีหรือมากกว่านั้น 51% คาดว่ารายได้ในปี 2565 จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญเมื่อเทียบกับปี 2564 ในขณะที่ 26% กล่าวว่าพวกเขาจะมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 50% เมื่อเทียบปีต่อปี (YoY)
  • ครีเอเตอร์มืออาชีพมากกว่าแปดในสิบ (86%) จะมีรายได้ในช่วงวันหยุดนี้ผ่านการขายตรง และเกือบสองในสาม (63%) จะได้รายได้จากโปรโมชั่น
  • แม้จะมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ แต่ครีเอเตอร์ 88% คาดว่าจะเพิ่มจำนวนผู้ชมได้ในช่วงวันหยุดคริสมาสต์ถึงปีใหม่ และเกือบครึ่ง (49%) มีเป้าหมายในการสร้างการรับรู้ของแบรนด์
  • เกือบครึ่ง (47%) ของครีเอเตอร์กลุ่มสร้างรายได้ที่ทำงานมาเป็นเวลา 1 ปีหรือมากกว่านั้นคาดว่าจะโพสต์คอนเทนต์อย่างน้อยวันละครั้ง และ 59% กล่าวว่าพวกเขาเพิ่มความถี่ในการโพสต์ตั้งแต่ปีที่แล้ว

ความร่วมมือกับแบรนด์ในการสร้างรายได้

การเป็นพันธมิตรกับแบรนด์เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างรายได้ แต่ครีเอเตอร์จะเป็นผู้เลือกว่าจะทำงานร่วมกับแบรนด์ไหน

  • 71% ของครีเอเตอร์กลุ่มสร้างรายได้ เป็นพันธมิตรกับแบรนด์ในช่วงเทศกาลวันหยุด และมากกว่าหนึ่งในสาม (36%) ของครีเอเตอร์ที่เป็นพันธมิตรกับแบรนด์กล่าวว่ารายได้จากการสร้างสรรค์ของพวกเขาคิดเป็นครึ่งหนึ่งหรือมากกว่าของรายได้ทั้งหมด
  • 75% ของครีเอเตอร์ครีเอเตอร์กลุ่มสร้างรายได้ กล่าวว่า คุณค่าของแบรนด์มีความสำคัญมากกว่าขนาดและอิทธิพลของแบรนด์ 74% กล่าวว่าพวกเขาต้องการเป็นพันธมิตรกับครีเอเตอร์ด้วยกันเองมากกว่าแบรนด์ใหญ่
  • ครึ่งหนึ่งของครีเอเตอร์กลุ่มสร้างรายได้ ที่เป็นพันธมิตรกับแบรนด์ตั้งแต่ 5 แบรนด์ขึ้นไปวางแผนที่จะแสวงหาพันธมิตรแบรนด์ใหม่เชิงรุก ในขณะที่ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มความถี่ของการมีส่วนร่วมของผู้ชม (53%) สร้างวิดีโอคอนเทนต์มากขึ้น (60%) สร้างคอนเทนต์รูปแบบใหม่ (61 %) และสร้างคอนเทนต์เสริม (66%)

สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomic) ขับเคลื่อนกลยุทธ์ใหม่

เช่นเดียวกับในอุตสาหกรรมอื่นๆ ครีเอเตอร์ตระหนักถึงสภาพแวดล้อมของเศรษฐกิจมหภาคที่ไม่แน่นอน และเกือบหนึ่งในสาม (32%) ของครีเอเตอร์มืออาชีพกล่าวว่า พวกเขากำลังปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อให้มีส่วนร่วมกับผู้ชมมากขึ้น

  • ในบรรดาครีเอเตอร์ที่เปลี่ยนรูปแบบการทำคอนเทนต์และ/หรือกลยุทธ์ทางธุรกิจ 63% กล่าวว่าพวกเขากำลังสร้างคอนเทนต์เพิ่มเติม 60% กำลังสร้างคอนเทนต์รูปแบบใหม่ และ 49% มีส่วนร่วมกับผู้ชมบ่อยขึ้น
  • โดยเฉลี่ยแล้ว ครีเอเตอร์จะสร้างและโพสต์คอนเทนต์ที่แตกต่างกันสี่ประเภทในเทศกาลวันหยุดนี้ ได้แก่ รูปถ่าย (70%) วิดีโอ (61%) ศิลปะ/กราฟิก (47%) มีม (31%)
  • แพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของครีเอเตอร์สำหรับการโพสต์คอนเทนต์ที่สร้างสรรค์หรือโซเชียลมีเดีย ได้แก่ Facebook (70%), Instagram (65%) และ YouTube (57%) โดยที่ครีเอเตอร์มือกลุ่ม Gen Z ใช้ TikTok เป็นประจำ (60%) ซึ่งมากกว่า Millennial ( 47%) หรือ Gen X (42%)

รายงาน Future of Creativity ยังชี้ให้เห็นว่า ครีเอเตอร์กลุ่มสร้างรายได้ส่วนใหญ่ (81%) ใช้แอป ซอฟต์แวร์ และเครื่องมือดิจิทัลในการสร้างคอนเทนต์ และ 87% ในกลุ่มนั้นใช้ผลิตภัณฑ์ Adobe Creative Cloud และ Adobe Express – เครื่องมือ all-in-one ชั้นนำสำหรับการสร้างโซเชียลกราฟิก ใบปลิว โลโก้ และวิดีโอ – ช่วยให้บุคคล, นักธุรกิจอิสระ (solopreneurs), social influencer, เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก และองค์กรต่างๆ ทั่วโลกสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของพวกเขาได้ โดยทุกคนสามารถใช้เครื่องมือครีเอทีฟของอะโดบีเพื่อสร้างคอนเทนต์คุณภาพระดับมืออาชีพได้เร็วขึ้น และง่ายขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

เกี่ยวกับรายงาน Future of Creativity

รายงาน Future of Creativity ของอะโดบีมีเป้าหมายเพื่อทำความเข้าใจว่า ความคิดสร้างสรรค์ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร โดยพูดคุยโดยตรงกับผู้ที่อยู่ในระดับแนวหน้าของการสร้างสรรค์คอนเทนต์ออนไลน์: ผู้สร้าง Creator Economy โดยผลการศึกษาครั้งนี้ได้เก็บข้อมูลจากมุมมองที่หลากหลาย

ระเบียบวิธีการศึกษา

ในเดือนพฤศจิกายน 2565 การศึกษาเรื่อง Future of Creativity ได้สำรวจ “ครีเอเตอร์ที่ไม่ใช่มืออาชีพ” (non-professional creators) ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปประมาณ 1,000 คนในสหรัฐอเมริกา โดยหมายถึงครีเอเตอร์ที่ไม่ใช่มืออาชีพที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมครีเอทีฟ (เช่น รูปภาพ การเขียนเชิงสร้างสรรค์ และการสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย) และโพสต์ แชร์ หรือโปรโมทผลงานของพวกเขาจากกิจกรรมเหล่านี้ทางออนไลน์อย่างน้อยเดือนละครั้งโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างการเติบโตผ่านโซเชียล ส่วนครีเอเตอร์กลุ่มสร้างรายได้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มครีเอเตอร์เหล่านี้ที่มีรายได้จากกิจกรรมครีเอทีฟ การขายผ่านเว็บไซต์หรือ marketplace หรือการสร้างรายได้จากพันธมิตร ลิงก์แอฟฟิลิเอต และ/หรือรายได้จากโฆษณา


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

นศ.สถาปัตย์ มข. ผนึกผู้นำชุมชน ออกแบบปรับปรุงภูมิทัศน์โรงเรียนเพื่อเด็กเล็ก

เทศบาลตำบลบ้านเป็ด ร่วมมือกับหลักสูตรการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ดำเนินโครงการบูรณาการความรู้จากการสอนไปสู่การบริการวิชาการแก่ท้องถิ่น ได้จัดงานประกวด “โครงการแข่งขันประกวดออกแบบปรับปรุงภูมิทัศน์โรงเรียนเทศบาลบ้านเป็ด”  นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. กฤตภัทร ถาปาลบุตร  คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นายกเทศมนตรีฯ นายชัชวาล ธีรภานุ  และนายชัชวาล ช่ำมะณี ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลบ้านเป็ด เป็นประธานร่วมในการประกาศผลและมอบรางวัล ให้แก่ผู้ชนะลำดับต่าง ๆ ที่ร่วมเข้าประกวด  ณ โรงเรียนเทศบาลตำบลบ้านเป็ด  จ.ขอนแก่น

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. กฤตภัทร ถาปาลบุตร  คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เผยว่า  โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการหลักสูตรการเรียนการสอนสู่การพัฒนาชุมชนในพื้นที่จริง อันเป็นเป้าประสงค์หลักของมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่นำงานวิจัย วิชาการ และปลูกฝังให้นักศึกษาใส่ใจดูแลชุมชนเพื่อเป็นบัณฑิตอันพึงประสงค์ต่อสังคมในอนาคต โดยดำเนินการประกวดแบบคัดสรรค์งานออกแบบและปรับปรุงลักษณะทางกายภาพของโรงเรียนเทศบาลตำบลบ้านเป็ด ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ รวมทั้งต่อยอดการประกวดไปสู่การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ของเทศบาลตำบลบ้านเป็ดและก่อสร้างในอนาคต และสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างบุคลากรของโรงเรียนและเครือข่ายต่อการพัฒนาโรงเรียนในอนาคต

ทั้งนี้โครงการได้จัดให้มีการนำเสนอผลงานออกแบบเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2565 ที่อาคารอเนกประสงค์ (สิม) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์  โดยคณะกรรมการได้คัดเลือกผลงานที่ผ่านเข้ารอบจำนวน 3 ผลงานไปจัดแสดงนิทรรศการที่โรงเรียนเทศบาลบ้านเป็ดเป็นเวลา 2 อาทิตย์ เพื่อให้นักเรียน ผู้ปกครอง ครูและชาวตำบลบ้านเป็ดได้มีส่วนร่วมในการตัดสินรางวัล Popular Vote ตอบวัตถุประสงค์โครงการในการสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างภาคีเครือข่ายการพัฒนาโรงเรียน โดยผลการตัดสินออกมาดังนี้

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม 3TJP นักศึกษาชั้นปีที่ 4-5 หลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับโล่ห์รางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล 30,000 บาท สมาชิกทีมประกอบด้วย นางสาวพิมพ์ชนก สงวนศักดิ์  นายภพธร กิตติปรียา  นายวรากร โคตะนันท์ นายจิรเมษ พฤกษะวัน และ นายปรเมษ ขวัญตา

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมหมาป่าเล็บเจล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 หลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับโล่ห์ เกียรติบัตรและเงินรางวัล 20,000 บาท สมาชิกทีมประกอบด้วย นางสาว พรณิชา ซูงิยาม่า  นางสาว นฐมณ โภคินธนกิจ   นางสาว ปานฤดี ทองทับ  นาย คณาธิป เคลียพวงพิทย์ และ นายวศิน กิจพงษ์ประพันธ์

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม Le Sae Ra Tui นักศึกษาชั้นปีที่ 4 หลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับโล่ห์ เกียรติบัตร และเงินรางวัล 10,000 บาท สมาชิกทีมประกอบด้วย  นางสาวพาณิภัค กาวดิลก นางสาวรุจิภา เพชรกิ่ง นางสาวศุภาวรรณ บัวเคน นายธนากร มูลป้อม และ นายภาณุวัฒน์ พิลารัตน์

รางวัลชมเชย มี 3 รางวัล ได้รับเกียรติบัตรและเงินรางวัลทีมละ 5,000 บาท ได้แก่ ทีม Oxygen Space สถาปนิกใน จ.ขอนแก่น, ทีม Kid D สถาปนิกจาก กทม และ ทีมข้าวจี่ 89 จาก มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

รางวัล Popular vote ขวัญใจโรงเรียนเทศบาลบ้านเป็ด ได้แก่ ทีมหมาป่าเล็บเจล ได้รับประกาศนียบัตร

////////////////////

ข่าว : ผศ.ดร. กฤตภัทร ถาปาลบุตร
ภาพ : ผศ.ดร. กฤตภัทร ถาปาลบุตร และ จักริน เงินทอง


Exit mobile version