Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค มอบโคมไฟโมบิยาสานต่อเจตนารมณ์ พลังงานเพื่อชีวิต

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในการจัดการพลังงาน และระบบออโตเมชั่น จัดโครงการ Access to Energy  มอบโคมไฟโมบิยา (Mobiya Solar Lanterns) ให้กับชุมชนบนดอยสูง จำนวน 110 ครัวเรือน นับตั้งแต่ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2556 ได้มีการมอบไปแล้วถึง 1,044 ครัวเรือน เมื่อรวมครั้งล่าสุดเท่ากับได้ช่วยให้ชุมชนได้ใช้พลังงานสะอาด ที่ปลอดภัยถึง 1,154 ครัวเรือนเลยทีเดียว สร้างความเท่าเทียมด้านการเข้าถึงพลังงาน ต่อยอดคุณภาพด้านการศึกษา และอาชีพได้อย่างยั่งยืน

นายชาติชาย โพธิวร ผู้จัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย “เราได้จัดโครงการ Access to Energy นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 โดยมีเจตนารมณ์ให้ทุกคนในประเทศไทยเข้าถึงพลังงานโดยเสมอภาคกัน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เชื่อว่า การเข้าถึงพลังงาน คือสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ โดยเราได้มีการมอบโคมไฟโมบิยาให้กับหมู่บ้านชาวมอแกน หมู่เกาะสุรินทร์ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาด้านพลังงานให้กับชาวมอแกนที่ได้รับผลกระทบจากสึนามิ และในอีกหลายจังหวัดที่พลังงานเข้าไม่ถึง ทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ รวมถึงภาคอีสาน จวบจนสิ้นปี พ.ศ. 2561 จะได้ผลรวมทั้งสิ้น 1,044 ครัวเรือน ช่วยประชากรให้เข้าถึงพลังงานได้ราว 4,176 ราย”

“โครงการ Access to Energy ในปี 2566 นี้ เป็นโครงการแรกแห่งปี โดยจะมีการมอบโคมไฟโมบิยา จำนวน 110 ครัวเรือน ณ หมู่บ้านมอโก้คี และหมู่บ้านใกล้เคียง บ้านขะแนจื้อคี  บ้านมอเคลอะคี และหย่อมหมู่บ้านในละแวก ตำบลแม่อุสุ อ. ท่าสองยาง จ.ตาก พร้อมสาธิตการใช้งาน และเยี่ยมชมการใช้งานจริงในหมู่บ้านในช่วงกลางคืน ตลอดจนมอบของใช้ที่จำเป็นอื่นๆ ให้กับทางศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา บ้านมอโกโพคี แม่ฟ้าหลวง  อาทิ สื่อการเรียนการสอน อุปกรณ์กีฬา ปัตตาเลี่ยน หลอดไฟแอลอีดี เสื้อผ้า จานดาวเทียม ถังกักเก็บน้ำ เป็นต้น โดยโครงการ Access to Energy อยู่ภายใต้เจตนารมณ์ของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่เชื่อมั่นว่า พลังงานคือสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษยชน

โคมไฟโมบิยา โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ ของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผ่านการตกผลึกแนวคิดมาจากอุดมการณ์อันแรงกล้าเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงพลังงานของประชากรบนโลก ซึ่งโคมไฟโมบิยาได้จดสิทธิบัตร มาพร้อมรางวัลแห่งความทุ่มเท ได้แก่ Grand Prix, Strategies Du Design 2013 และ European Design awards โดยหวังเป็นการจุดประกายอนาคตให้ส่องสว่างในพื้นที่ที่ไร้ด้านพลังงาน ใส่ใจแม้กระทั่งการออกแบบเพื่อให้ใช้งานง่ายและปลอดภัยแม้เด็กเล็กๆ ก็สามารถใช้งานได้ อีกทั้งรูปทรงและรูปแบบ รวมไปถึงฟีเจอร์การใช้งานที่ง่าย เหมาะสำหรับชุมชนที่ห่างไกลพลังงานอย่างแท้จริง” นายชาติชายกล่าวทิ้งท้าย

การมอบโคมไฟโมบิยา นับเป็นเจตนารมณ์ของเราในการมอบ “พลังงานไฟฟ้า เพื่อชีวิต” มุ่งเน้นไปที่ผู้ที่ไม่มีพลังงาน ได้เข้าถึงพลังงานไฟฟ้า สำหรับครัวเรือนที่อยู่นอกโครงข่ายไฟฟ้า คนเหล่านี้ล้วนต้องการพลังงานเป็นพื้นฐาน เพื่อตอบโจทย์ความจำเป็นในการดำรงชีวิตได้อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นแสงสว่างยามค่ำคืน การศึกษา และการประกอบอาชีพในเวลากลางคืน เช่น การทอผ้า เป็นต้น นอกจากนี้  ไม่ว่าจะด้วยบริบททางภูมิรัฐศาสตร์ ภัยธรรมชาติ หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่คาดเดาไม่ได้ และจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ โอกาสเพื่อนำไปสู่การดำรงชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คนนับเป็นสิ่งจำเป็น นั่นคือเป้าหมายของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค คือการช่วยให้ทุกคนได้ใช้พลังงานและทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เราเป็นตัวแทนที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีเพื่อการใช้ชีวิต การทำงาน และความยั่งยืนเพื่อประโยชน์ของทุกคน เราเรียกสิ่งนี้ว่า Life Is On


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

เดินเรื่องด้วยภาพ งานวันรวมน้ำใจชาว มจพ. “64 ปี มจพ. นวัตกรรมวิถี สู่เทคโนโลยีที่ยั่งยืน”

.ดร. สุชาติ  เซี่ยงฉิน อธิการบดี  มจพ.  เป็นประธานในงานวันรวมน้ำใจชาว มจพ. “64 ปี มจพ. นวัตกรรมวิถี สู่เทคโนโลยีที่ยั่งยืนเนื่องในโอกาสครบรอบวันสถาปนามหาวิทยาลัยครบ 64 ปี (19 กุมภาพันธ์ 2566) เพื่อเป็นการรำลึกถึงการก่อตั้งมหาวิทยาลัย ร่วมระลึกถึงคณาจารย์ และบุคคลที่มีคุณูปการต่อมหาวิทยาลัย เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีและความสามัคคีอันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ระหว่างศิษย์เก่า คณาจารย์ ศิษย์ปัจจุบัน ผู้เกษียณอายุราชการ บุคลากร เครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการในการเผยแพร่ผลงาน ชื่อเสียงและเกียรติภูมิของมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 ภายในงานประกอบด้วย ภาคเช้า  พิธีทำบุญถวายภัตตาหารเช้าและเจริญพระพุทธมนต์   แด่พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป  ณ ห้องรับรองราชพฤกษ์ อาคารนวมินทรราชินี  พิธีรำลึกถึงทวาปูชนียาจารย์ : .ดร.บุญญศักดิ์ ใจจงกิจ และ Dipl. Ing Karl Stützle    ลานทวาปูชนียาจารย์ หน้าอาคารบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทยเยอรมัน  จากนั้น ผศ.ดร. ณัฐพงศ์ มกระธัช ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาสิ่งแวดล้อมและกายภาพ   กล่าวรายงาน  และ ศ.ดร. สุชาติ  เซี่ยงฉิน  อธิการบดี กล่าวระลึกถึงทวาปูชนียาจารย์ (.ดร. บุญญศักดิ์ ใจจงกิจ และ  Dipl. Ing  Karl Stützle)  คณะผู้บริหารและบุคลากรของส่วนงาน ยืนแสดงความเคารพและรำลึกถึงอาจารยคุณของทั้งสองท่าน  ตามลำดับ ภาคบ่าย พิธีมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณบุคคลเกียรติยศ มจพ.” เป็นการมอบรางวัลให้แก่ศาสตราจารย์ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ ศิษย์เก่าดีเด่น บุคลากรดีเด่น ผู้ปฏิบัติงานดีเด่น นักวิจัยรางวัลพระจอมเกล้าพระนครเหนือ บุคลากรและนักศึกษาที่มีผลงานดีเด่นสร้างชื่อเสียงในระดับนานาชาติ ตลอดจนศูนย์วิจัยเฉพาะทางที่มีผลงานดีเด่น  ทั้งนี้สามารถชมนิทรรศการบุคคลเกียรติยศ มจพ.” ณ ลานอาคารอเนกประสงค์ ชั้น 1 และรับชมกิจกรรมได้ที่ https://together.kmutnb.ac.th/

ขวัญฤทัย ข่าว /สมเกษ ถ่ายภาพ


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

Ericsson เปิดตัวโซลูชันเครือข่ายใหม่ในงาน MWC 2023 มุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

อีริคสัน (NASDAQ: ERIC) แสดงวิสัยทัศน์ความเป็นผู้นำสนับสนุนผู้ให้บริการสื่อสาร เดินหน้าไปสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ด้วยการเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ RAN และ Transport ที่ได้รับการพัฒนามาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการสร้างรายได้ของผู้ให้บริการสื่อสารและเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย 5G ณ งาน Mobile World Congress (MWC) 2023 ที่จะจัดขึ้นที่เมืองบาเซโลน่า ประเทศสเปน

โซลูชันใหม่ของอีริคสันมากกว่า 10 โซลูชัน จะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน รวมถึงจำนวนสถานีฐาน พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานและเพิ่มศักยภาพเครือข่าย ด้วย New Remote Radios ใหม่ที่มีศักยภาพครบวงจร สำหรับการขยายประสิทธิภาพเครือข่าย 4G และ 5G ที่นำโดยคลื่นวิทยุแบบ ย่านความถี่ 4485 หรือ Triple-Band Radio 4485 for FDD (Frequency-Division Duplexing สำหรับใช้รับ-ส่งสัญญาณข้อมูล Downlink และ Uplink ในความถี่ต่างกัน) ซึ่งมีน้ำหนักเบาขึ้นกว่า 53% และใช้พลังงานน้อยกว่า 22% เทียบกับผลิตภัณฑ์ที่ใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวระบบวิทยุสื่อสารแบบดูอัลแบนด์และซิงเกิลแบนด์ใหม่

อีริคสันยังเปิดตัวระบบคลื่นวิทยุ Massive MIMO แบบไวด์แบนด์รุ่นล่าสุด Ultra-wideband AIR 6476 ซึ่งเป็นรายแรกในอุตสาหกรรม บนคลื่นความถี่ 600MHz ช่วงช่องสัญญาณที่ใช้งานได้ต่อเนื่องกัน (Instantaneous Bandwidth) ซึ่งให้ความจุเพิ่มเป็น 2 เท่าโดยไม่ต้องติดตั้งเสาอากาศเพิ่ม มอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นแก่ผู้ใช้

นอกจากนี้ซอฟต์แวร์ยังได้รับความสนใจในงานนี้ด้วยคุณสมบัติใหม่ ๆ ที่โดดเด่น เช่น การตรวจจับสัญญาณรบกวนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ Massive MIMO ช่วงย่านความถี่ระดับกลาง โดยลดการรบกวนสัญญาณระหว่างเซลล์พร้อมเพิ่มความจุเครือข่ายสูงสุดถึง 40% 

โซลูชันใหม่จะจัดแสดงที่บูธของอีริคสันที่งาน MWC Barcelona 2023, Hall 2 ที่ Fira Gran Via ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ถึง 2 มีนาคม พอร์ตโฟลิโอเพิ่มเติมต่าง ๆ จะเริ่มวางจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในปีนี้และไตรมาสที่ 1 ปี ค.ศ.2024 

สำหรับในประเทศไทย อีริคสันจะทำการตลาดโซลูชั่น Massive MIMO, AIR 6419 B41 และ Radio 4490 B1/B3 เพื่อส่งมอบประสิทธิภาพเครือข่ายขั้นสูงสุดสำหรับทั้งผู้บริโภคและองค์กรธุรกิจ

มร. อิกอร์ มอเรล ประธาน บริษัท อีริคสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “เรากำลังขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายในประเทศไทยด้วยโซลูชันประสิทธิภาพสูงผนวกกับความแข็งแกร่งของเครือข่าย 5ทั่วโลก เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าสำหรับผู้บริโภค และเป็นแพลตฟอร์มที่ดีที่สุดสำหรับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในกลุ่มองค์กรธุรกิจ เพื่อทำให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบดิจิทัลของพวกเขาเป็นไปได้ในต้นทุนที่แข่งขันได้”

เมื่อเร็ว ๆ นี้อีริคสันได้ทดสอบผลิตภัณฑ์ Massive MIMO รุ่นล่าสุด รวมถึงโซลูชัน AIR 6419 B41 บนคลื่นความถี่ 2600MHz และผลที่ได้แสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ให้ประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม โดยมีความต้องการการบำรุงรักษาน้อยลงเนื่องจากระบบระบายความร้อนแบบพาสซี 

ทั้งนี้บริษัทฯ อยู่ระหว่างการทดสอบผลิตภัณฑ์ Radio 4490 B1/B3 บนย่านความถี่ดูอัลแบนด์ 2100MHz และ 1800MHz ซึ่งโซลูชั่นนี้เป็นระบบคลื่นวิทยุหลักสำหรับใช้งานในเขตเมืองที่มีความหนาแน่นสูง ซึ่งใช้พลังงานน้อยลง 25% และมีน้ำหนักลดลง 25% เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์รุ่นก่อนหน้า นอกจากนี้ Radio 4490 ยังต้องการการบำรุงรักษาน้อยกว่าด้วยระบบระบายความร้อนแบบพาสซีฟ ซึ่งคาดว่าการทดสอบจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

MSC เปิดบ้านต้อนรับนักศึกษามหาวิทยาลัยธนบุรี

บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MSC เปิดบ้านต้อนรับคณะนักศึกษาระดับชั้นปีที่ 1-4 มหาวิทยาลัยธนบุรี นำโดย อาจารย์นพดล สิทธิเลิศ หัวหน้าสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจดิจิทัล คณะบริหารธุรกิจ ร่วมเรียนรู้พร้อมเปิดประสบการณ์แห่งโลกเทคโนโลยีไอทีไปกับ MSC ทั้งนี้รับเกียรติจาก ดร.ธัญญา วงษ์วานิช Head of Corporate Communication ให้การต้อนรับ คุณมีลาภ โสขุมา Assistant Vice President of Solutions Integration Group บรรยายความรู้เรื่อง “Digital Transformation” และการสร้างแรงบันดาลใจในการศึกษาต่อในสายไอที คุณสุกัญญา วิมลเศรษฐ์ Assistant Vice President of HR กล่าวถึง Future skill for future work พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ตำแหน่งงานว่าง และการรับนักศึกษาฝึกงาน จากนั้นคณาจารย์และนักศึกษาได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์สาธิตเทคโนโลยีต่างๆ ภายใน บริษัทฯ ในวันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ 2566 ณ สำนักงานใหญ่

กิจกรรมเยี่ยมชมศูนย์สาธิตเทคโนโลยีสารสนเทศของ บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดให้บริการเพื่อเป็นวิทยาทานแก่สถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ที่ต้องการให้นักศึกษาได้มีโอกาสเรียนรู้ และศึกษาดูงาน พร้อมรับฟังการบรรยายด้านเทคโนโลยีไอทีที่ทันสมัย

สถาบันการศึกษาที่สนใจเยี่ยมชมสามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-089-4242 email: crc@metrosystems.co.th Website: https://www.metrosystems.co.th/ FB: https://www.facebook.com/metrosystemscorp


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

นักวิจัย มข. ผนึก อินโนบิก (เอเซีย) ผลิต “โจ๊กใบหม่อนและผักแพว” ชะลอวัยทอง เพิ่มความจำขณะทำงาน สร้างมวลกระดูก

มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด จัดงานแถลงข่าวพิธีลงนามการถ่ายทอดทรัพย์สินทางปัญญาผลิตภัณฑ์ “โจ๊กที่มีส่วนผสมสารสกัดใบหม่อนและผักแพว” โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น และ ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด พร้อมผู้บริหารทั้งสองฝ่ายร่วมลงนามในพิธี ณ ห้องประชุมสารสิน ชั้น 2 อาคารสิริคุณากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น

รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น  กล่าวว่า ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีความมุ่งมั่นผลักดันผลงานวิจัยที่ดีและมีคุณภาพไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เพื่อยกระดับสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีผลการวิจัยรองรับ โดยใช้วัตถุดิบในประเทศ และช่วยลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ซึ่งที่น่าภาคภูมิใจคือ ผลงานนี้ใช้ใบหม่อนและผักแพวเป็นวัตถุดิบ ซึ่งเป็นพืชที่มีแหล่งเพาะปลูกมากในท้องถิ่นของภาคอีสาน ถือเป็นความตั้งใจอย่างยิ่งของทีมนักวิจัยที่อยากจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับใบหม่อนและผักแพว

สำหรับผลงานทรัพย์สินทางปัญญา เรื่อง “โจ๊กที่มีส่วนผสมสารสกัดใบหม่อนและผักแพว” นั้น ทีมนักวิจัย นำโดย ศ.ดร.จินตนาภรณ์ วัฒนธร รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาสมรรถนะมนุษย์และการเสริมสร้างสุขภาพ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งตั้งใจพัฒนาสูตรขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุซึ่งมักจะมีปัญหาเรื่องความจำและมีปัญหาเรื่องระบบกระดูก นอกจากนั้น ยังช่วยให้สามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรในรูปแบบผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพซึ่งมีมูลค่าสูงได้ เช่นเดียวกับผู้บริหาร บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด ซึ่งมีวิสัยทัศน์ในการเป็นบริษัทชั้นนำด้านชีววิทยาศาสตร์ในภูมิภาคที่มีวิทยาศาสตร์อันเป็นเลิศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ก็มีความมุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจใหม่ทางด้าน Life Science และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น คือ มหาวิทยาลัยวิจัยและพัฒนาชั้นนำระดับโลก (A World-Leading Research and Development University) โดยหนึ่งในเป้าหมายคือ การวิจัย พัฒนาและการนำไปใช้ประโยชน์ จึงทำให้เกิดความร่วมมือและนำไปสู่การ Matching ผลงานวิจัยและธุรกิจในครั้งนี้

ศ.ดร.จินตนาภรณ์ วัฒนธร รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาสมรรถนะมนุษย์และการเสริมสร้างสุขภาพ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า เมื่อเราอายุมากขึ้น หรือ เข้าสู่วัยทอง สมดุลของการสร้างกระดูก และ การสลายกระดูก จะลดลงไป ทำให้มีการสลายกระดูกมากกว่าการสร้างกระดูก เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาให้ตรงจุด จะต้องไปแก้ไขที่ตัวต้นตอ ซึ่งเราพบว่าผักพื้นเมือง เช่น ผักแพว ใบหม่อนมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง โดยเฉพาะ สารฟีนอลิก และ ฟลาโวนอยด์ รวมทั้งมีปริมาณแคลเซียมสูง

นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพหรือสารสำคัญต่างๆจำเป็นต้องมีความปลอดภัยต้องมีประสิทธิภาพสูงสุด การที่เราจะทำให้มีประสิทธิภาพสูงสุดก็ต้องคุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งต้นน้ำของเรา คือ Raw material หมายถึง วัตถุดิบ ต้องมีการคุมการปนเปื้อน ต้องเก็บในส่วนที่ดีที่สุด จึงต้องไปคุมในเรื่อง Good Agricultural Practices หลังนั้นก็ไปเตรียมสารสกัด In Vitro คือ การทดลองในหลอดแก้ว เพื่อมาดูลักษณะของสารสำคัญ ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่เราทำมากกว่าคนอื่น คือ ทำฤทธิ์ชีวภาพ หมายถึง เลือกตรวจสอบฤทธิ์ชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับพยาธิสภาพของโรคที่สนใจ อย่างเช่น กว่าที่จะได้สารสกัดใบหม่อนก็ต้องทำ solvent ต่างๆ หมายถึงตัวทำละลายๆต่างๆตัวไหนดีที่สุดก็เลือกตัวนั้นมา

อย่างเช่น ผักแพว ก็จะเลือกอันที่ดีที่สุดพอได้ตัวที่ดีที่สุดก็นำมาผสมกันในอัตราส่วนต่างๆ และก็เลือกอัตราส่วนที่ดีที่สุด เมื่อได้อัตราส่วนที่ดีที่สุด เราจะต้องนำไปจำลองในสภาวะที่ใช้จริง จึงนำไปทดสอบในสัตว์ทดลองแล้วมันมีศักยภาพ เราก็จะนำมาทดลองในอาสาสมัครวัยทอง ซึ่งพบว่าอาสาสมัครวัยทองมีความจำขณะทำงานดีขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นเราพบว่าหนูหรือว่าสัตว์ทดลอง มีความหนาของกระดูกเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันหลังจากที่อาสาสมัครบริโภคไปแล้วทำให้เซลล์ ที่ทำหน้าที่สร้างกระดูกมีเพิ่มขึ้น และเซลล์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวสลายกระดูกลดลง เพราะฉะนั้นมันจึงสอดคล้องกับการทดลองที่เราพบในสัตว์ทดลอง

ต่อจากนั้นเราจึงทำเป็นสาร functional ingredients หรือ สารสกัดทางธรรมชาติจากพืชและสัตว์ ที่นิยมนำมาใช้ในกลุ่มยา อาหารเสริมและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ  และเราก็ลองมาทำใน prototype product แบบจำลองเพื่อเก็บ Feedback ก่อนการสร้าง Product จริง เอาสารตัวนี้มาผสมในโจ๊กสุขภาพและเราก็พบว่ามันดีขึ้น นำเอามาทำในเครื่องดื่มก็ดีขึ้น เพราะฉะนั้นเห็นได้ว่าสาร functional ingredients ที่เราทำนี้เอาไปเพิ่มมูลค่าของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มได้

ดร. บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด กล่าวว่า นอกเหนือจากการดำเนินธุรกิจด้านยา ด้านวัสดุอุปกรณ์และเทคโนโลยีทางการแพทย์แล้ว ในการดำเนินธุรกิจด้านโภชนเภสัชและโภชนาการ อินโนบิก (เอเซีย) มีวัตถุประสงค์ให้ผู้บริโภคได้รับอาหารที่ดี มีคุณภาพ มีโภชนาการดี สามารถป้องกันโรคต่างๆที่มาพร้อมกับการดำเนินชีวิตตามวถีสมัยใหม่ได้ โดยมีกลยุทธ์การดำเนินงานร่วมกับพันธมิตร ผู้เชี่ยวชาญ และสนับสนุนงานวิจัยที่มีศักยภาพให้สามารถก้าวไปสู่ระดับเชิงพาณิชย์ ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศได้ เพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านโภชนาการแก่คนไทย

“โจ๊กที่มีส่วนผสมสารสกัดใบหม่อนและผักแพว” เป็นหนึ่งในงานวิจัยคุณภาพโดยนักวิจัยไทย  ที่นำพืชผักพื้นบ้านของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย มาเป็นวัตถุดิบหลัก คือใบหม่อนและผักแพวที่มีคุณประโยชน์ เสริมสร้างความแข็งแรงของระบบต่างๆในร่างกาย ซึ่งเป็นระบบสำคัญที่มักแสดงความผิดปรกติในกลุ่มผู้สูงอายุ  สอดคล้องกับแนวโน้มของสังคมไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย โดยวางแผนการจำหน่ายช่วงแรกในรูปแบบซอง  ตั้งเป้าออกสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ในไตรมาสที่ 4 ปี 2566 นี้ เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับคนไทย  โดยเฉพาะผู้สูงวัย ได้รับประทานอาหารที่สะดวกและมีประโยชน์ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบในท้องถิ่น ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน โดยมีแผนที่ต่อยอดสารสกัดใบหม่อนและผักแพวเป็นสินค้าประเภทอื่นๆอีกในอนาคต

/////////////////////

ข่าว : รวิพร สายแสนทอง


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

Technics เปิดตัว DJ Turntable รุ่นพิเศษครั้งแรกในไทย

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท พานาโซนิค โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดงาน “Technics SL1200MK7 Party: Explore the Turntablism” เปิดตัว Turntable Technics SL1200MK7 เรียกได้ว่าเป็น DJ turntables รุ่นยอดนิยม จากซีรี่ส์ SL-1200  ซึ่งเป็นรุ่นที่ 7 โดยใช้ชื่อรุ่นว่า “MK7” พร้อมนำหูฟัง Technics DJ Headphones รุ่น EAH-DJ1200EK มาเปิดตัวร่วมกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย Beam ทองหล่อ

โดยมี มร.โคเซ ซาไร ผู้อำนวยการฝ่ายการขายและการตลาด ผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ บริษัท พานาโซนิค โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์ Technics ได้กล่าวถึงเป้าหมายของการนำ Turntable Technics SL1200MK7 พร้อมด้วย Technics DJ Headphones รุ่น EAH-DJ1200EK เข้ามาทำตลาดในไทยว่าแบรนด์ Technics นั้นได้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1965 มีการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงที่หลากหลายมายาวนานมากว่า 50 ปี โดยเฉพาะเครื่องเล่นแผ่นเสียงแบบ Direct drive ซีรี่ส์ SL-1200 นั้นมียอดขายทั่วโลกมากกว่า 3.5 ล้านเครื่องจนถึงปัจจุบัน

“Technics มุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์วัฒนธรรมทางดนตรี และพร้อมที่จะมีส่วนร่วมส่งเสริมพัฒนาการทางดนตรีให้กับผู้คนทั่วโลก โดยตลาดประเทศไทยเองถือได้ว่าเป็นประเทศที่มี DJ Culture และ Turntablism ที่โดดเด่นน่าสนใจ เราจึงได้มีการวางแผนกิจกรรมเพี่อเข้าถึงวัฒนธรรมทางดนตรีในประเทศไทยที่มีแฟนๆ ของ Technics ให้ความสนใจในผลิตภัณฑ์ของเราเสมอมา

ดังนั้นสำหรับประเทศไทยทางบริษัทฯ จึงได้มีการนำเครื่องเล่นแผ่นเสียง Turntable Technics SL1200MK7 เข้ามาจำหน่ายถึง 2 รุ่น 2 สี คือ รุ่น SL1200 สี Silver และ รุ่น SL1210 สี Black โดยถือได้ว่าเป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียงคุณภาพในตำนานที่หลายคนรอคอย มาพร้อมแรงบิดสูงแบบกำลังขับตรง (Direct drive high-torque turntable) ซึ่งสืบทอดการออกแบบดั้งเดิม มีความทนทาน และลดการสั่นสะเทือนให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้นเต็มทุกอรรถรส จึงได้นำหูฟัง Technics DJ Headphones รุ่น EAH-DJ1200EK ที่ให้คุณภาพเสียงละเอียดคมชัด ช่วยให้สัมผัสถึงความลื่นไหลในการควบคุมเสียงได้อย่างมีคุณภาพเข้ามาเสริมทัพอีกด้วย

ภายในงานนอกจากจะนำ Turntable Technics SL-1200 series มาจัดแสดงครบทุกสี พร้อมเสริมทัพด้วยหูฟัง Technics DJ Headphones รุ่น EAH-DJ1200EK แล้ว ยังมีคู่ดีเจพ่อลูกดีเจแมพ วงศธร และดีเจหมึก โรจ ควันธรรมมาร่วมพูดคุยแชร์ประสบการณ์สไตล์ผู้ที่หลงใหลในเสน่ห์ของเครื่องเล่นแผ่นเสียงแล้ว ยังมีเซอร์ไพร้ส์พิเศษจากดีเจโดม ปกรณ์ ลัมมาโชว์เปิดแผ่นให้ทุกคนได้มันส์ไปกับทุกจังหวะ แถมยังมีแชมป์ดีเจระดับประเทศอย่างดีเจบอมเบอร์ ซีเล็คต้ามาครีเอทบีทมันส์ๆ ในสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เตรียมมาเพื่อ “Technics SL1200MK7 Party: Explore the Turntablism” งานนี้โดยเฉพาะ นอกจากจากนี้ยังมีเหล่าบรรดาตัวจริงเรื่อง Technics Turntable เข้าร่วมกันอย่างคับคั่ง อาทิ คุณอู่ ไตรเทพ วงศ์ไพบูรณ์ ผู้ก่อตั้ง ResurRec., คุณพลอย ตวงพรรษ รัตนวาทิน เจ้าของร้านแผ่นเสียง Trackaddict Records และดีเจวู้ดดี้ จาก Iconic Vinyl Studio ฯลฯ

Technics Turntable รุ่น SL1200MK7 (รุ่น SL-1200 สี Silver และ รุ่น SL-1210 สี Black) พร้อมจำหน่ายต้นเดือนมีนาคม ในราคา 49,990 บาท และ หูฟัง Technics DJ Headphones รุ่น EAH-DJ1200EK พร้อมจำหน่ายแล้วในราคา 7,990 บาท สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์พานาโซนิค โทร.0-2729-9000 กด 1 หรือดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมที่ และ


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ACCESSTRADE SUMMIT 2023 งานเสวนาออนไลน์ระดับโลก อัพเดตเทรนด์ Affiliate Marketing 2023

ACCESSTRADE จัดงาน ACCESSTRADE SUMMIT 2023 การประชุมระดับโลกเพื่อส่งเสริมการเติบโตของตลาด เป็นการเปิดโอกาสในการสร้างเครือข่ายสำหรับนักการตลาดในปัจจุบัน เพื่อเป็นการแบ่งปันความรู้ และข้อมูลเชิงลึกในรูปแบบใหม่ๆ โดยครั้งนี้เราจัดขึ้นในรูปแบบของออนไลน์ มีการอภิปรายเกี่ยวกับ Affiliate Marketing ในหัวข้อต่างๆ ที่กำลังมาแรง จาก 6 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, สิงคโปร์ และ ไทย เพื่อตอกย้ำความสัมพันธ์อันดีระหว่างบริษัทและพันธมิตรทางธุรกิจ พร้อมมอบโล่เกียรติคุณให้กับคู่ค้าดีเด่นภายในงาน แน่นอนว่าทุกคนที่สนใจ สามารถเข้าร่วมฟังกันได้อย่างแน่นอน #งานฟรี #ไม่มีค่าใช้จ่าย นักการตลาดต้องไม่พลาด!
ACCESSTRADE ขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมงาน ” ACCESSTRADE SUMMIT 2023 ”
** ในวันที่ 16 มีนาคม 2566
** เวลา 09.00 น. – 17.00 น.

สามารถลงทะเบียนร่วมงานกันได้เลย https://accesstrade.global/atsummit/registration


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

รายงาน Ericsson Mobility ฉบับพิเศษ Business Review edition เผย 5G ขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้

ผลวิจัยล่าสุดจากทีม Ericsson (NASDAQ: ERIC) Mobility Report เผยหลักฐานสนับสนุนสำคัญแก่ผู้ให้บริการด้านการสื่อสาร (CSPs) ทั่วโลก ซึ่งชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ของการนำ 5G มาปรับใช้และการเติบโตของรายได้

การเติบโตของรายได้เป็นความท้าทายของผู้ให้บริการทั่วโลกที่มักส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนด้านเครือข่าย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์การเติบโตทางธุรกิจของพวกเขาหรือเรียกว่า ‘การสร้างรายได้ (Monetization)’ ในอุตสาหกรรม

รายงาน Ericsson Mobility ฉบับพิเศษที่เรียกว่า Business Review edition นำเสนอโอกาสต่าง ๆ สำหรับการสร้างรายได้จากบริการ 5G

โดยรายงานนี้เน้นย้ำถึงแนวโน้มการเติบโตของรายได้แง่บวกตั้งแต่ต้นปี ค.ศ. 2020 ในตลาด 5G ชั้นนำ 20 แห่ง* คิดเป็น 85% ของยอดผู้ใช้บริการ 5G ทั้งหมดทั่วโลก และสัมพันธ์กับยอดผู้ใช้บริการ 5G ที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นในตลาดเหล่านี้

รายงานฉบับนี้พบว่า:

  • โมเดลการกำหนดราคาตามกลุ่มลูกค้า (Tiered Pricing) เป็นกุญแจสำคัญของผู้ให้บริการที่สามารถตอบสนองความต้องการส่วนบุคคลของแต่ละลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผลักดันรายได้ให้เติบโตต่อเนื่องระยะยาว
  • ในตลาด 5G ชั้นนำ 20 แห่ง พบว่ามีประสิทธิภาพเครือข่ายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลัง 5G เปิดให้บริการ
  • เส้นกราฟรายได้จากบริการเครือข่ายไร้สายจะพุ่งขึ้นอีกครั้งในตลาด 5G ชั้นนำเหล่านี้ หลังจากช่วงเติบโตช้าหรือไม่มีการเติบโต ซึ่งสัมพันธ์กับยอดการขยายตัวของผู้ใช้บริการ 5G

เฟรดริก เจดลิง รองประธานผู้บริหารและหัวหน้าเครือข่ายของอีริคสันกล่าวว่า “การรับมือกับความท้าทายของลูกค้าคือหัวใจสำคัญของความมุ่งมั่นพยายามในด้านการวิจัยและพัฒนาในทุก ๆ ผลิตภัณฑ์ของอีริคสัน โดยความเชื่อมโยงระหว่างการนำเครือข่าย 5G มาปรับใช้และการเติบโตของรายได้ในตลาด 5G ชั้นนำ 20 อันดับแรก ตอกย้ำให้เราเห็นว่าเครือข่าย 5G ไม่เพียงแต่เป็น Game Changer เท่านั้น แต่ยังให้ประโยชน์แก่ผู้นำไปใช้ระยะแรกอีกด้วย แม้ว่า 5G จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่มีการเติบโตรวดเร็วจากกรณีการใช้งานที่ได้รับการยืนยันแล้ว และยังมีแผนการสร้างกรณีการใช้งานทั้งในระยะกลางและระยะยาวที่ชัดเจน”

ตามที่คาดไว้ บริการ Enhanced Mobile Broadband (eMBB) จะเป็นการใช้งานหลักของเครือข่าย 5G ในช่วงแรก โดยได้รับแรงหนุนมาจากความต้องการเพิ่มความครอบคลุมสัญญาณทางด้านภูมิศาสตร์และมอบข้อเสนอที่แตกต่าง ปัจจุบันมียอดผู้ใช้งาน 5G มากกว่าหนึ่งพันล้านรายอยู่บนเครือข่าย 5G เชิงพาณิชย์ที่เปิดให้บริการอยู่230 เครือข่ายทั่วโลก โดยบริการ 5G eMBB มอบโอกาสในการสร้างรายได้ที่รวดเร็วที่สุดสำหรับ 5G เนื่องจากเป็นบริการส่วนขยายจากธุรกิจที่มีอยู่เดิมของผู้ให้บริการ อาศัยโมเดลธุรกิจและใช้กระบวนการแบบเดียวกัน แม้แต่ในตลาด 5G ชั้นนำ 20 อันดับแรก ก็ยังมีผู้บริโภคประมาณ 80% ที่ยังไม่ได้เปลี่ยนไปใช้ 5G นับว่าเป็นตัวชี้ชัดสำคัญถึงศักยภาพในการเติบโตของรายได้

ตามที่ระบุไว้ในรายงาน Ericsson Mobility ฉบับเดือนพฤศจิกายนปีก่อนว่าบริการ Fixed Wireless Access (FWA) จะมีกรณีการใช้งาน 5G ในช่วงแรกขนาดใหญ่ที่สุดเป็นลำดับสอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคต่าง ๆ ที่ยังไม่มีตลาดบรอดแบนด์และผู้บริโภคยังเข้าไม่ถึงบริการดังกล่าว สำหรับบริการ FWA นั้นมีศักยภาพการเติบโตของรายได้ที่น่าสนใจสำหรับ CSPs เนื่องจากใช้ศักยภาพของบรอดแบนด์มือถือเป็นส่วนใหญ่ โดยคาดว่าจะมีการเชื่อมต่อ FWA สูงถึง 300 ล้านครั้งภายในหกปี

นอกเหนือจากผู้บริโภคที่ใช้บริการ 5G แล้ว ยังมีโอกาสการเติบโตเพิ่มขึ้นจากการนำเครือข่าย 5G ไปใช้ในระดับองค์กรและภาครัฐทั่วโลก

5G ช่วยทำให้เกิดคุณค่าสำคัญสำหรับองค์กร ด้วยเครือข่าย 5G แบบส่วนตัวและเครือข่ายไร้สายที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างที่นำมาใช้ในองค์กรและในภาคอุตสาหกรรม

การอัปเกรดเครือข่าย 4G ที่มีอยู่เดิมให้เป็นเครือข่าย 5G ที่มีศักยภาพมากกว่าถึง 10 เท่า และลดปริมาณการใช้พลังงานได้มากกว่า 30% ช่วยเพิ่มรายได้พร้อมลดต้นทุนและยังสอดรับกับความยั่งยืน

“การเติบโตของรายได้และความยั่งยืนเป็นหัวข้อสนทนาประจำระหว่างเรากับลูกค้า โดยรายงาน Ericsson Mobility ฉบับพิเศษนี้ เราได้สำรวจวิธีที่ผู้ให้บริการใช้ประโยชน์จากเครือข่าย 5G และเห็นสัญญาณเริ่มต้นของการเติบโตของรายได้ในตลาด 5G ชั้นนำ จากการขยายความครอบคลุมของสัญญาณที่กว้างขวางและการมอบข้อเสนอด้านบริการที่แตกต่าง โดยยังมีด้านที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือสามารถสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุนและช่วยจัดการกับการเติบโตด้านข้อมูลที่มีผลต่อการขับเคลื่อนรายได้ในอนาคต ตอกย้ำให้เห็นว่าเครือข่าย 5G เป็นตัวเร่งการเติบโตที่ตลาดรอคอย” เฟรดริก เจดลิง กล่าวเพิ่มเติม

อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ Ericsson Mobility Report Business Review Edition report

*หมายเหตุ: ตลาด 5G 20 อันดับแรกตามรายงาน ได้แก่ ออสเตรเลีย บาห์เรน จีน เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฮ่องกง ไอร์แลนด์ ญี่ปุ่น คูเวต โมนาโก นอร์เวย์ กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ สวิตเซอร์แลนด์ ไต้หวัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ซึ่งทั้งหมดได้รับคัดเลือกตามฐานผู้ใช้บริการ 5G ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยคิดเป็น 85% ของผู้ใช้ 5G ทั้งหมดทั่วโลก ที่แต่ละตลาดมีสัดส่วนการเติบโต 5G มากกว่า 15%


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

การ์ทเนอร์คาดการณ์ยอดการจัดส่งอุปกรณ์ไอทีปี 2566 ลดลง 4% ทั่วโลก

กรุงเทพฯ 7 กุมภาพันธ์ 2566 – การ์ทเนอร์ อิงค์ เผยยอดการจัดส่งอุปกรณ์ไอทีทั่วโลก (ประกอบด้วย พีซี แท็บเล็ต และโทรศัพท์มือถือ) คาดว่าจะเติบโตลดลง 4.4% ในปี 2566 คิดเป็นอุปกรณ์จำนวน 1.7 พันล้านยูนิต จากในปี 2565 ที่การจัดส่งอุปกรณ์ลดลง 11.9%

รันจิต อัตวาล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัยการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำจะยังคงส่งผลทำให้ความต้องการอุปกรณ์เติบโตลดลงต่อเนื่องในปี 2566 สอดคล้องกับปริมาณการใช้จ่ายในกลุ่มอุปกรณ์ไอทีของผู้ใช้ปลายทางที่ลดลง 5.1% ในปีนี้ ขณะที่ความเชื่อมั่นทางธุรกิจเริ่มฟื้นตัวหลังจากการระบาดครั้งเลวร้ายที่สุด และตอนนี้ในหลายภูมิภาคส่วนใหญ่ลดลงอย่างมาก จากวันนี้จนถึงไตรมาสที่สี่เราไม่คาดว่าการผ่อนคลายของอัตราเงินเฟ้อและจุดต่ำสุดของภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะปรับตัวดีขึ้น”

แนวโน้มขาลงที่ส่งผลกระทบต่อตลาดอุปกรณ์จะคลี่คลายในปี 2566 จากความคาดหวังของเศรษฐกิจในแง่ร้ายที่ลดลงตลอดปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้ยอดการใช้จ่ายของผู้บริโภคและภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นในที่สุด

ยอดพีซีคงคลังจะกลับมาเป็นปกติภายในครึ่งปีหลัง 2566 

ในปี 2566 ยอดการจัดส่งพีซีจะยังลดลงต่ำสุดจากทุกกลุ่มอุปกรณ์ โดยคาดว่าจะลดลง 6.8% ในปี 2566 จากเดิมในปี 2565 ที่ลดลงถึง 16% (ดูตารางที่ 1)

ตารางที่ 1 ยอดการจัดส่งอุปกรณ์ไอทีทั่วโลก ระหว่างปี 2565-2566 (หน่วย: ล้านยูนิต)

Device Type 2022

Shipments

2022

Growth (%)

2023

Shipments

2023

Growth (%)

PC 287,159 -16.0 267,676 -6.8
Tablet 136,938 -12.0 132,963 -2.9
Mobile Phone 1,395,247 -11.0 1,339,505 -4.0
Total Devices 1,819,344 -11.9 1,740,143 -4.4

The PC segment includes desk-based, notebooks, ultramobile premium and Chromebooks. Tablets include all Android and iOS.

ที่มา: การ์ทเนอร์ (มกราคม 2566)

ผู้จำหน่ายพีซีจะลดจำนวนสินค้าคงคลังตลอดปี 2566 และนักวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์คาดว่ายอดพีซีคงคลังจะกลับมาเป็นปกติในช่วงครึ่งปีหลังปีนี้ หลังจากที่มียอดเพิ่มขึ้นอย่างมากในปีที่แล้ว เนื่องจากผู้จำหน่ายประเมินความต้องการของตลาดสูงเกินไป และเป็นผลมาจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ตกต่ำ รวมถึงอุปสงค์ที่ลดลงอย่างมาก ขณะที่ในปี 2565 พีซีสำหรับธุรกิจจำนวนมากสามารถอัปเกรดเป็นระบบปฏิบัติการ Windows 10 (OS) แต่ยังมีอีกมากที่อัปเกรดไม่ได้ การ์ทเนอร์คาดว่ากว่า 25% ของพีซีสำหรับธุรกิจจะอัปเกรดเป็น Windows 11 ในปี 2566 แต่ Windows 11 ไม่สามารถกระตุ้นยอดจำหน่ายให้กลับมามีปริมาณเท่าในช่วงปี 2563 – 2565 นอกจากนี้ผลของอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นและภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่กำลังคืบคลานเข้ามาจะส่งผลให้เกิดการลดการใช้จ่ายและการจัดสรรงบประมาณตามความเหมาะสมยิ่งขึ้น การ์ทเนอร์คาดว่า ภายในสิ้นปี 2566 กลุ่มผู้บริโภคและธุรกิจจะปรับขยายรอบการเปลี่ยนอุปกรณ์พีซีและแท็บเล็ตออกไปเป็นมากกว่า 9 เดือน

รอบการเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือจะยืดออกไปในปี 2566

ในปี 2566 การ์ทเนอร์คาดว่ายอดจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกจะลดลง 4% โดยคาดว่าจะอยู่ที่ 1.23 พันล้านยูนิต ลดลงจาก 1.28 พันล้านยูนิต ในปี 2565

“ผู้บริโภคจะใช้โทรศัพท์ตัวเองนานกว่าที่คาดไว้ จาก 6 เดือนเป็น 9 เดือน และเปลี่ยนจากการใช้สัญญาแบบตายตัวไปเป็นบริการที่ยืดหยุ่นในช่วงที่ยังไม่มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จำเป็นออกมา นอกจากนี้ ผู้ขายยังผลักต้นทุนส่วนประกอบที่เพิ่มสูงขึ้นไปยังผู้ใช้ ซึ่งทำให้ความต้องการลดลงไปอีก โดยปริมาณการใช้จ่ายกับโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้คาดว่าจะลดลง 3.8% ในปี 2566” อัตวาล กล่าวเพิ่มเติม

ลูกค้าการ์ทเนอร์สามารถคลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ “Forecast: PCs, Tablets and Mobile Phones, Worldwide, 2020-2026, 4Q22 Update.”

เกี่ยวกับ Gartner for High Tech

Gartner for High Tech นำเสนอแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดตามขอบเขตความรับผิดชอบให้แก่ผู้นำเทคโนโลยีและทีมงานไอที รวมถึงข้อมูลเชิงลึกในอุตสาหกรรม มุมมองกลยุทธ์แนวโน้มเกิดใหม่และการเปลี่ยนแปลงในตลาด เพื่อให้สามารถจัดลำดับความสำคัญของภารกิจและสร้างความสำเร็จให้แก่องค์กรในอนาคต อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.gartner.com/en/industries/high-tech

ติดตามข่าวสารและข้อมูลอัปเดตจาก Gartner for High Tech ได้ทาง Twitter และ LinkedIn โดยใช้ hashtag #GartnerHT

เกี่ยวกับการ์ทเนอร์ 

บริษัท การ์ทเนอร์ (Gartner, Inc.) (NYSE: IT) คือบริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำของโลก มอบข้อมูลเชิงลึก คำแนะนำ และเครื่องมือต่าง ๆ แก่ผู้บริหารองค์กรธุรกิจ เพื่อรองรับการดำเนินภารกิจสำคัญที่มีอยู่ในปัจจุบันและสร้างองค์กรให้ประสบความสำเร็จในอนาคต ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางของการ์ทเนอร์ในการช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจอย่างถูกต้องเพื่อขับเคลื่อนอนาคตของธุรกิจได้ที่ gartner.com


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มิตซูบิชิ อีเล็คทริค เปิดตัวนวัตกรรมเครื่องปรับอากาศ กลุ่มอินเวอร์เตอร์รุ่นใหม่ KX Series

มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา เดินหน้าตอกย้ำผู้นำตลาดเครื่องปรับอากาศ และแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ที่ผู้บริโภคไว้วางใจมากว่า 51 ปี พร้อมส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพ ด้วยเครื่องปรับอากาศมิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม ระบบอินเวอร์เตอร์ ใหม่ รุ่น Happy Inverter KX Series ที่ออกแบบมาเพื่อความสบายด้วยดีไซน์ที่สะดวกต่อการล้างทำความสะอาดได้ง่าย พร้อมฟังก์ชันที่ครบครัน คุ้มค่า ในระดับราคาที่จับต้องได้ ชูจุดเด่นผลิตภัณฑ์คุณภาพด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย Fast Cooling เย็นเร็วทันใจ และ V- Air Filter แผ่นกรองฝุ่นที่ออกแบบพิเศษ ช่วยจัดการอากาศภายในห้องให้สะอาด ปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ กำจัดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ในระดับเซลล์ พร้อมประหยัดพลังงานด้วยฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ที่พร้อมส่งมอบความสะดวกสบายที่เหนือกว่า

พบกับมิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม ระบบอินเวอร์เตอร์ ใหม่ รุ่น Happy Inverter KX Series ด้วยคุณภาพที่คุ้มค่าราคาสบาย ๆ  ได้แล้ววันนี้ ในขนาดที่หลากหลายตั้งแต่ 9,000 – 24,000 BTU ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมโทร. 02-763-7000 กด 7


Exit mobile version