Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

Technics เปิดตัว DJ Turntable รุ่นพิเศษครั้งแรกในไทย

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท พานาโซนิค โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดงาน “Technics SL1200MK7 Party: Explore the Turntablism” เปิดตัว Turntable Technics SL1200MK7 เรียกได้ว่าเป็น DJ turntables รุ่นยอดนิยม จากซีรี่ส์ SL-1200  ซึ่งเป็นรุ่นที่ 7 โดยใช้ชื่อรุ่นว่า “MK7” พร้อมนำหูฟัง Technics DJ Headphones รุ่น EAH-DJ1200EK มาเปิดตัวร่วมกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย Beam ทองหล่อ

โดยมี มร.โคเซ ซาไร ผู้อำนวยการฝ่ายการขายและการตลาด ผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ บริษัท พานาโซนิค โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์ Technics ได้กล่าวถึงเป้าหมายของการนำ Turntable Technics SL1200MK7 พร้อมด้วย Technics DJ Headphones รุ่น EAH-DJ1200EK เข้ามาทำตลาดในไทยว่าแบรนด์ Technics นั้นได้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1965 มีการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงที่หลากหลายมายาวนานมากว่า 50 ปี โดยเฉพาะเครื่องเล่นแผ่นเสียงแบบ Direct drive ซีรี่ส์ SL-1200 นั้นมียอดขายทั่วโลกมากกว่า 3.5 ล้านเครื่องจนถึงปัจจุบัน

“Technics มุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์วัฒนธรรมทางดนตรี และพร้อมที่จะมีส่วนร่วมส่งเสริมพัฒนาการทางดนตรีให้กับผู้คนทั่วโลก โดยตลาดประเทศไทยเองถือได้ว่าเป็นประเทศที่มี DJ Culture และ Turntablism ที่โดดเด่นน่าสนใจ เราจึงได้มีการวางแผนกิจกรรมเพี่อเข้าถึงวัฒนธรรมทางดนตรีในประเทศไทยที่มีแฟนๆ ของ Technics ให้ความสนใจในผลิตภัณฑ์ของเราเสมอมา

ดังนั้นสำหรับประเทศไทยทางบริษัทฯ จึงได้มีการนำเครื่องเล่นแผ่นเสียง Turntable Technics SL1200MK7 เข้ามาจำหน่ายถึง 2 รุ่น 2 สี คือ รุ่น SL1200 สี Silver และ รุ่น SL1210 สี Black โดยถือได้ว่าเป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียงคุณภาพในตำนานที่หลายคนรอคอย มาพร้อมแรงบิดสูงแบบกำลังขับตรง (Direct drive high-torque turntable) ซึ่งสืบทอดการออกแบบดั้งเดิม มีความทนทาน และลดการสั่นสะเทือนให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้นเต็มทุกอรรถรส จึงได้นำหูฟัง Technics DJ Headphones รุ่น EAH-DJ1200EK ที่ให้คุณภาพเสียงละเอียดคมชัด ช่วยให้สัมผัสถึงความลื่นไหลในการควบคุมเสียงได้อย่างมีคุณภาพเข้ามาเสริมทัพอีกด้วย

ภายในงานนอกจากจะนำ Turntable Technics SL-1200 series มาจัดแสดงครบทุกสี พร้อมเสริมทัพด้วยหูฟัง Technics DJ Headphones รุ่น EAH-DJ1200EK แล้ว ยังมีคู่ดีเจพ่อลูกดีเจแมพ วงศธร และดีเจหมึก โรจ ควันธรรมมาร่วมพูดคุยแชร์ประสบการณ์สไตล์ผู้ที่หลงใหลในเสน่ห์ของเครื่องเล่นแผ่นเสียงแล้ว ยังมีเซอร์ไพร้ส์พิเศษจากดีเจโดม ปกรณ์ ลัมมาโชว์เปิดแผ่นให้ทุกคนได้มันส์ไปกับทุกจังหวะ แถมยังมีแชมป์ดีเจระดับประเทศอย่างดีเจบอมเบอร์ ซีเล็คต้ามาครีเอทบีทมันส์ๆ ในสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เตรียมมาเพื่อ “Technics SL1200MK7 Party: Explore the Turntablism” งานนี้โดยเฉพาะ นอกจากจากนี้ยังมีเหล่าบรรดาตัวจริงเรื่อง Technics Turntable เข้าร่วมกันอย่างคับคั่ง อาทิ คุณอู่ ไตรเทพ วงศ์ไพบูรณ์ ผู้ก่อตั้ง ResurRec., คุณพลอย ตวงพรรษ รัตนวาทิน เจ้าของร้านแผ่นเสียง Trackaddict Records และดีเจวู้ดดี้ จาก Iconic Vinyl Studio ฯลฯ

Technics Turntable รุ่น SL1200MK7 (รุ่น SL-1200 สี Silver และ รุ่น SL-1210 สี Black) พร้อมจำหน่ายต้นเดือนมีนาคม ในราคา 49,990 บาท และ หูฟัง Technics DJ Headphones รุ่น EAH-DJ1200EK พร้อมจำหน่ายแล้วในราคา 7,990 บาท สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์พานาโซนิค โทร.0-2729-9000 กด 1 หรือดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมที่ และ


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ACCESSTRADE SUMMIT 2023 งานเสวนาออนไลน์ระดับโลก อัพเดตเทรนด์ Affiliate Marketing 2023

ACCESSTRADE จัดงาน ACCESSTRADE SUMMIT 2023 การประชุมระดับโลกเพื่อส่งเสริมการเติบโตของตลาด เป็นการเปิดโอกาสในการสร้างเครือข่ายสำหรับนักการตลาดในปัจจุบัน เพื่อเป็นการแบ่งปันความรู้ และข้อมูลเชิงลึกในรูปแบบใหม่ๆ โดยครั้งนี้เราจัดขึ้นในรูปแบบของออนไลน์ มีการอภิปรายเกี่ยวกับ Affiliate Marketing ในหัวข้อต่างๆ ที่กำลังมาแรง จาก 6 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, สิงคโปร์ และ ไทย เพื่อตอกย้ำความสัมพันธ์อันดีระหว่างบริษัทและพันธมิตรทางธุรกิจ พร้อมมอบโล่เกียรติคุณให้กับคู่ค้าดีเด่นภายในงาน แน่นอนว่าทุกคนที่สนใจ สามารถเข้าร่วมฟังกันได้อย่างแน่นอน #งานฟรี #ไม่มีค่าใช้จ่าย นักการตลาดต้องไม่พลาด!
ACCESSTRADE ขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมงาน ” ACCESSTRADE SUMMIT 2023 ”
** ในวันที่ 16 มีนาคม 2566
** เวลา 09.00 น. – 17.00 น.

สามารถลงทะเบียนร่วมงานกันได้เลย https://accesstrade.global/atsummit/registration


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

รายงาน Ericsson Mobility ฉบับพิเศษ Business Review edition เผย 5G ขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้

ผลวิจัยล่าสุดจากทีม Ericsson (NASDAQ: ERIC) Mobility Report เผยหลักฐานสนับสนุนสำคัญแก่ผู้ให้บริการด้านการสื่อสาร (CSPs) ทั่วโลก ซึ่งชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ของการนำ 5G มาปรับใช้และการเติบโตของรายได้

การเติบโตของรายได้เป็นความท้าทายของผู้ให้บริการทั่วโลกที่มักส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนด้านเครือข่าย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์การเติบโตทางธุรกิจของพวกเขาหรือเรียกว่า ‘การสร้างรายได้ (Monetization)’ ในอุตสาหกรรม

รายงาน Ericsson Mobility ฉบับพิเศษที่เรียกว่า Business Review edition นำเสนอโอกาสต่าง ๆ สำหรับการสร้างรายได้จากบริการ 5G

โดยรายงานนี้เน้นย้ำถึงแนวโน้มการเติบโตของรายได้แง่บวกตั้งแต่ต้นปี ค.ศ. 2020 ในตลาด 5G ชั้นนำ 20 แห่ง* คิดเป็น 85% ของยอดผู้ใช้บริการ 5G ทั้งหมดทั่วโลก และสัมพันธ์กับยอดผู้ใช้บริการ 5G ที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นในตลาดเหล่านี้

รายงานฉบับนี้พบว่า:

  • โมเดลการกำหนดราคาตามกลุ่มลูกค้า (Tiered Pricing) เป็นกุญแจสำคัญของผู้ให้บริการที่สามารถตอบสนองความต้องการส่วนบุคคลของแต่ละลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผลักดันรายได้ให้เติบโตต่อเนื่องระยะยาว
  • ในตลาด 5G ชั้นนำ 20 แห่ง พบว่ามีประสิทธิภาพเครือข่ายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลัง 5G เปิดให้บริการ
  • เส้นกราฟรายได้จากบริการเครือข่ายไร้สายจะพุ่งขึ้นอีกครั้งในตลาด 5G ชั้นนำเหล่านี้ หลังจากช่วงเติบโตช้าหรือไม่มีการเติบโต ซึ่งสัมพันธ์กับยอดการขยายตัวของผู้ใช้บริการ 5G

เฟรดริก เจดลิง รองประธานผู้บริหารและหัวหน้าเครือข่ายของอีริคสันกล่าวว่า “การรับมือกับความท้าทายของลูกค้าคือหัวใจสำคัญของความมุ่งมั่นพยายามในด้านการวิจัยและพัฒนาในทุก ๆ ผลิตภัณฑ์ของอีริคสัน โดยความเชื่อมโยงระหว่างการนำเครือข่าย 5G มาปรับใช้และการเติบโตของรายได้ในตลาด 5G ชั้นนำ 20 อันดับแรก ตอกย้ำให้เราเห็นว่าเครือข่าย 5G ไม่เพียงแต่เป็น Game Changer เท่านั้น แต่ยังให้ประโยชน์แก่ผู้นำไปใช้ระยะแรกอีกด้วย แม้ว่า 5G จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่มีการเติบโตรวดเร็วจากกรณีการใช้งานที่ได้รับการยืนยันแล้ว และยังมีแผนการสร้างกรณีการใช้งานทั้งในระยะกลางและระยะยาวที่ชัดเจน”

ตามที่คาดไว้ บริการ Enhanced Mobile Broadband (eMBB) จะเป็นการใช้งานหลักของเครือข่าย 5G ในช่วงแรก โดยได้รับแรงหนุนมาจากความต้องการเพิ่มความครอบคลุมสัญญาณทางด้านภูมิศาสตร์และมอบข้อเสนอที่แตกต่าง ปัจจุบันมียอดผู้ใช้งาน 5G มากกว่าหนึ่งพันล้านรายอยู่บนเครือข่าย 5G เชิงพาณิชย์ที่เปิดให้บริการอยู่230 เครือข่ายทั่วโลก โดยบริการ 5G eMBB มอบโอกาสในการสร้างรายได้ที่รวดเร็วที่สุดสำหรับ 5G เนื่องจากเป็นบริการส่วนขยายจากธุรกิจที่มีอยู่เดิมของผู้ให้บริการ อาศัยโมเดลธุรกิจและใช้กระบวนการแบบเดียวกัน แม้แต่ในตลาด 5G ชั้นนำ 20 อันดับแรก ก็ยังมีผู้บริโภคประมาณ 80% ที่ยังไม่ได้เปลี่ยนไปใช้ 5G นับว่าเป็นตัวชี้ชัดสำคัญถึงศักยภาพในการเติบโตของรายได้

ตามที่ระบุไว้ในรายงาน Ericsson Mobility ฉบับเดือนพฤศจิกายนปีก่อนว่าบริการ Fixed Wireless Access (FWA) จะมีกรณีการใช้งาน 5G ในช่วงแรกขนาดใหญ่ที่สุดเป็นลำดับสอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคต่าง ๆ ที่ยังไม่มีตลาดบรอดแบนด์และผู้บริโภคยังเข้าไม่ถึงบริการดังกล่าว สำหรับบริการ FWA นั้นมีศักยภาพการเติบโตของรายได้ที่น่าสนใจสำหรับ CSPs เนื่องจากใช้ศักยภาพของบรอดแบนด์มือถือเป็นส่วนใหญ่ โดยคาดว่าจะมีการเชื่อมต่อ FWA สูงถึง 300 ล้านครั้งภายในหกปี

นอกเหนือจากผู้บริโภคที่ใช้บริการ 5G แล้ว ยังมีโอกาสการเติบโตเพิ่มขึ้นจากการนำเครือข่าย 5G ไปใช้ในระดับองค์กรและภาครัฐทั่วโลก

5G ช่วยทำให้เกิดคุณค่าสำคัญสำหรับองค์กร ด้วยเครือข่าย 5G แบบส่วนตัวและเครือข่ายไร้สายที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างที่นำมาใช้ในองค์กรและในภาคอุตสาหกรรม

การอัปเกรดเครือข่าย 4G ที่มีอยู่เดิมให้เป็นเครือข่าย 5G ที่มีศักยภาพมากกว่าถึง 10 เท่า และลดปริมาณการใช้พลังงานได้มากกว่า 30% ช่วยเพิ่มรายได้พร้อมลดต้นทุนและยังสอดรับกับความยั่งยืน

“การเติบโตของรายได้และความยั่งยืนเป็นหัวข้อสนทนาประจำระหว่างเรากับลูกค้า โดยรายงาน Ericsson Mobility ฉบับพิเศษนี้ เราได้สำรวจวิธีที่ผู้ให้บริการใช้ประโยชน์จากเครือข่าย 5G และเห็นสัญญาณเริ่มต้นของการเติบโตของรายได้ในตลาด 5G ชั้นนำ จากการขยายความครอบคลุมของสัญญาณที่กว้างขวางและการมอบข้อเสนอด้านบริการที่แตกต่าง โดยยังมีด้านที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือสามารถสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุนและช่วยจัดการกับการเติบโตด้านข้อมูลที่มีผลต่อการขับเคลื่อนรายได้ในอนาคต ตอกย้ำให้เห็นว่าเครือข่าย 5G เป็นตัวเร่งการเติบโตที่ตลาดรอคอย” เฟรดริก เจดลิง กล่าวเพิ่มเติม

อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ Ericsson Mobility Report Business Review Edition report

*หมายเหตุ: ตลาด 5G 20 อันดับแรกตามรายงาน ได้แก่ ออสเตรเลีย บาห์เรน จีน เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฮ่องกง ไอร์แลนด์ ญี่ปุ่น คูเวต โมนาโก นอร์เวย์ กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ สวิตเซอร์แลนด์ ไต้หวัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ซึ่งทั้งหมดได้รับคัดเลือกตามฐานผู้ใช้บริการ 5G ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยคิดเป็น 85% ของผู้ใช้ 5G ทั้งหมดทั่วโลก ที่แต่ละตลาดมีสัดส่วนการเติบโต 5G มากกว่า 15%


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

การ์ทเนอร์คาดการณ์ยอดการจัดส่งอุปกรณ์ไอทีปี 2566 ลดลง 4% ทั่วโลก

กรุงเทพฯ 7 กุมภาพันธ์ 2566 – การ์ทเนอร์ อิงค์ เผยยอดการจัดส่งอุปกรณ์ไอทีทั่วโลก (ประกอบด้วย พีซี แท็บเล็ต และโทรศัพท์มือถือ) คาดว่าจะเติบโตลดลง 4.4% ในปี 2566 คิดเป็นอุปกรณ์จำนวน 1.7 พันล้านยูนิต จากในปี 2565 ที่การจัดส่งอุปกรณ์ลดลง 11.9%

รันจิต อัตวาล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัยการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำจะยังคงส่งผลทำให้ความต้องการอุปกรณ์เติบโตลดลงต่อเนื่องในปี 2566 สอดคล้องกับปริมาณการใช้จ่ายในกลุ่มอุปกรณ์ไอทีของผู้ใช้ปลายทางที่ลดลง 5.1% ในปีนี้ ขณะที่ความเชื่อมั่นทางธุรกิจเริ่มฟื้นตัวหลังจากการระบาดครั้งเลวร้ายที่สุด และตอนนี้ในหลายภูมิภาคส่วนใหญ่ลดลงอย่างมาก จากวันนี้จนถึงไตรมาสที่สี่เราไม่คาดว่าการผ่อนคลายของอัตราเงินเฟ้อและจุดต่ำสุดของภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะปรับตัวดีขึ้น”

แนวโน้มขาลงที่ส่งผลกระทบต่อตลาดอุปกรณ์จะคลี่คลายในปี 2566 จากความคาดหวังของเศรษฐกิจในแง่ร้ายที่ลดลงตลอดปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้ยอดการใช้จ่ายของผู้บริโภคและภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นในที่สุด

ยอดพีซีคงคลังจะกลับมาเป็นปกติภายในครึ่งปีหลัง 2566 

ในปี 2566 ยอดการจัดส่งพีซีจะยังลดลงต่ำสุดจากทุกกลุ่มอุปกรณ์ โดยคาดว่าจะลดลง 6.8% ในปี 2566 จากเดิมในปี 2565 ที่ลดลงถึง 16% (ดูตารางที่ 1)

ตารางที่ 1 ยอดการจัดส่งอุปกรณ์ไอทีทั่วโลก ระหว่างปี 2565-2566 (หน่วย: ล้านยูนิต)

Device Type 2022

Shipments

2022

Growth (%)

2023

Shipments

2023

Growth (%)

PC 287,159 -16.0 267,676 -6.8
Tablet 136,938 -12.0 132,963 -2.9
Mobile Phone 1,395,247 -11.0 1,339,505 -4.0
Total Devices 1,819,344 -11.9 1,740,143 -4.4

The PC segment includes desk-based, notebooks, ultramobile premium and Chromebooks. Tablets include all Android and iOS.

ที่มา: การ์ทเนอร์ (มกราคม 2566)

ผู้จำหน่ายพีซีจะลดจำนวนสินค้าคงคลังตลอดปี 2566 และนักวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์คาดว่ายอดพีซีคงคลังจะกลับมาเป็นปกติในช่วงครึ่งปีหลังปีนี้ หลังจากที่มียอดเพิ่มขึ้นอย่างมากในปีที่แล้ว เนื่องจากผู้จำหน่ายประเมินความต้องการของตลาดสูงเกินไป และเป็นผลมาจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ตกต่ำ รวมถึงอุปสงค์ที่ลดลงอย่างมาก ขณะที่ในปี 2565 พีซีสำหรับธุรกิจจำนวนมากสามารถอัปเกรดเป็นระบบปฏิบัติการ Windows 10 (OS) แต่ยังมีอีกมากที่อัปเกรดไม่ได้ การ์ทเนอร์คาดว่ากว่า 25% ของพีซีสำหรับธุรกิจจะอัปเกรดเป็น Windows 11 ในปี 2566 แต่ Windows 11 ไม่สามารถกระตุ้นยอดจำหน่ายให้กลับมามีปริมาณเท่าในช่วงปี 2563 – 2565 นอกจากนี้ผลของอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นและภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่กำลังคืบคลานเข้ามาจะส่งผลให้เกิดการลดการใช้จ่ายและการจัดสรรงบประมาณตามความเหมาะสมยิ่งขึ้น การ์ทเนอร์คาดว่า ภายในสิ้นปี 2566 กลุ่มผู้บริโภคและธุรกิจจะปรับขยายรอบการเปลี่ยนอุปกรณ์พีซีและแท็บเล็ตออกไปเป็นมากกว่า 9 เดือน

รอบการเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือจะยืดออกไปในปี 2566

ในปี 2566 การ์ทเนอร์คาดว่ายอดจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกจะลดลง 4% โดยคาดว่าจะอยู่ที่ 1.23 พันล้านยูนิต ลดลงจาก 1.28 พันล้านยูนิต ในปี 2565

“ผู้บริโภคจะใช้โทรศัพท์ตัวเองนานกว่าที่คาดไว้ จาก 6 เดือนเป็น 9 เดือน และเปลี่ยนจากการใช้สัญญาแบบตายตัวไปเป็นบริการที่ยืดหยุ่นในช่วงที่ยังไม่มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จำเป็นออกมา นอกจากนี้ ผู้ขายยังผลักต้นทุนส่วนประกอบที่เพิ่มสูงขึ้นไปยังผู้ใช้ ซึ่งทำให้ความต้องการลดลงไปอีก โดยปริมาณการใช้จ่ายกับโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้คาดว่าจะลดลง 3.8% ในปี 2566” อัตวาล กล่าวเพิ่มเติม

ลูกค้าการ์ทเนอร์สามารถคลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ “Forecast: PCs, Tablets and Mobile Phones, Worldwide, 2020-2026, 4Q22 Update.”

เกี่ยวกับ Gartner for High Tech

Gartner for High Tech นำเสนอแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดตามขอบเขตความรับผิดชอบให้แก่ผู้นำเทคโนโลยีและทีมงานไอที รวมถึงข้อมูลเชิงลึกในอุตสาหกรรม มุมมองกลยุทธ์แนวโน้มเกิดใหม่และการเปลี่ยนแปลงในตลาด เพื่อให้สามารถจัดลำดับความสำคัญของภารกิจและสร้างความสำเร็จให้แก่องค์กรในอนาคต อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.gartner.com/en/industries/high-tech

ติดตามข่าวสารและข้อมูลอัปเดตจาก Gartner for High Tech ได้ทาง Twitter และ LinkedIn โดยใช้ hashtag #GartnerHT

เกี่ยวกับการ์ทเนอร์ 

บริษัท การ์ทเนอร์ (Gartner, Inc.) (NYSE: IT) คือบริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำของโลก มอบข้อมูลเชิงลึก คำแนะนำ และเครื่องมือต่าง ๆ แก่ผู้บริหารองค์กรธุรกิจ เพื่อรองรับการดำเนินภารกิจสำคัญที่มีอยู่ในปัจจุบันและสร้างองค์กรให้ประสบความสำเร็จในอนาคต ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางของการ์ทเนอร์ในการช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจอย่างถูกต้องเพื่อขับเคลื่อนอนาคตของธุรกิจได้ที่ gartner.com


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มิตซูบิชิ อีเล็คทริค เปิดตัวนวัตกรรมเครื่องปรับอากาศ กลุ่มอินเวอร์เตอร์รุ่นใหม่ KX Series

มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา เดินหน้าตอกย้ำผู้นำตลาดเครื่องปรับอากาศ และแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ที่ผู้บริโภคไว้วางใจมากว่า 51 ปี พร้อมส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพ ด้วยเครื่องปรับอากาศมิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม ระบบอินเวอร์เตอร์ ใหม่ รุ่น Happy Inverter KX Series ที่ออกแบบมาเพื่อความสบายด้วยดีไซน์ที่สะดวกต่อการล้างทำความสะอาดได้ง่าย พร้อมฟังก์ชันที่ครบครัน คุ้มค่า ในระดับราคาที่จับต้องได้ ชูจุดเด่นผลิตภัณฑ์คุณภาพด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย Fast Cooling เย็นเร็วทันใจ และ V- Air Filter แผ่นกรองฝุ่นที่ออกแบบพิเศษ ช่วยจัดการอากาศภายในห้องให้สะอาด ปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ กำจัดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ในระดับเซลล์ พร้อมประหยัดพลังงานด้วยฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ที่พร้อมส่งมอบความสะดวกสบายที่เหนือกว่า

พบกับมิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม ระบบอินเวอร์เตอร์ ใหม่ รุ่น Happy Inverter KX Series ด้วยคุณภาพที่คุ้มค่าราคาสบาย ๆ  ได้แล้ววันนี้ ในขนาดที่หลากหลายตั้งแต่ 9,000 – 24,000 BTU ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมโทร. 02-763-7000 กด 7


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ออฟฟิศเมทรวมไอเทมคู่หูคนทำธุรกิจ จัดแคมเปญ Super Deal in Love ซื้อคู่สุดคุ้ม

ออฟฟิศเมท และ ออฟฟิศเมท พลัส ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ต้อนรับเดือนแห่งความรัก    เทใจให้ SME และจัดซื้อแบบจัดเต็ม กับแคมเปญ SUPER DEAL IN LOVE “ช้อปไอเทมคู่สุดฟิน อินกันทั้งเดือน” ตลอดกุมภาพันธ์ 2566 เดือนนี้ต้องมีคู่!…ออฟฟิศเมทรวมไอเทมคู่หูคนทำธุรกิจ จัดโปรโมชั่นซื้อคู่สุดคุ้ม

• ซื้อ 1 แถม 1 เลือกช้อปได้ทั้งเครื่องเขียน รางปลั๊กไฟ หม้อต้มไฟฟ้า กาต้มน้ำ ถุงขยะ และทิชชู่เปียก เป็นต้น
• ซื้อ 2 ชิ้นประหยัดกว่า! กับอุปกรณ์ของใช้คู่กัน ซื้อปริ้นท์เตอร์คู่หมึกพิมพ์ที่กำหนด    รับส่วนลดหมึกพิมพ์เพิ่มสูงสุด 15% และซื้อโต๊ะพร้อมเก้าอี้ทำงานในราคาคุ้มยกเซต อีกทั้งยังมีอุปกรณ์สำนักงานและไอทีอีกเพียบที่ลดราคาเพิ่มเมื่อช้อปครบ 2 ชิ้น (ตามกำหนด)
ปิดท้ายโปรโมชั่นโดนใจ SME ให้ประหยัดจัดเต็ม อาทิ เฟอร์นิเจอร์เก้าอี้ลดสูงสุด 70% และสินค้า “Save Pack” ซื้อยกแพ็คประหยัดกว่า ราคาต่อหน่วยถูกลงกว่าเดิม ช้อปกันได้ที่ร้านออฟฟิศเมท และออฟฟิศเมท พลัส ทุกสาขา หรือช้อปออนไลน์ที่ OFM Mobile App เว็บไซต์ www.ofm.co.th และ Chat & Shop ที่ Line: @OfficeMate หรือโทรสั่ง Contact Center 1281 ออฟฟิศเมทบริการจัดส่งฟรีเมื่อช้อป 499.- ตามกำหนด
Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

TK Park จัดคาราวาน “นิทานผลิบาน” ส่งความสนุกให้เด็กๆ ถึงหน้าบ้าน

ต้อนรับเดือนกุมภาพันธ์ TK Park พร้อมส่งคาราวานความสนุกของกิจกรรมนิทานผลิบานกิจกรรมที่ส่งเสริมการอ่าน การเรียนรู้ แก่กลุ่มเด็กปฐมวัยและวัยประถมศึกษา ที่เด็กๆ จะได้สนุกสนานไปกับการฟังนิทานภาพนานาชาติที่คัดสรรมาอย่างดี ภายใต้แนวคิด “Idea of DOTs” และต่อยอดความสนุกกับกิจกรรมเวิร์กช็อปที่ออกแบบเพื่อการพัฒนาทักษะเด็กปฐมวัย พร้อมกิจกรรมพัฒนาจินตนาการ ฝึกการคิดยืดหยุ่นและไอเดียสร้างสรรค์หลากหลายสำหรับเด็กปฐมวัย ประเดิมความสนุกนอกสถานที่ครั้งแรกของปี ในพื้นที่ชุมชนคลองพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2566 ตั้งแต่เวลา 10.00-12.00. และติดตามข่าวสารกิจกรรมอื่นๆของ TK Park ได้ที่  https://www.tkpark.or.th/tha/what_on


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

Gala เผยกลยุทธ์ปี 2566 สุดยิ่งใหญ่ พร้อมเปิดตัวบล็อกเชนของตัวเอง โดยมีเหรียญ $GALA เป็นเหรียญหลักของระบบนิเวศ

Gala ผู้นำด้านความบันเทิงและแพลตฟอร์มเกมบน Web 3.0 ระดับโลก เดินหน้าสู่ปี 2566 ด้วยกลยุทธ์สุดแข็งแกร่ง เผยแผนอัปเดตครั้งสำคัญของ Gala Games, Gala Music, Gala Film และ VOX พร้อมเปิดตัวบล็อกเชนของตัวเอง ซึ่งมีชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า GYRI (เกียริ) และใช้เหรียญ $GALA เป็นค่าแก๊ส (ค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมบนแพลตฟอร์มบล็อกเชน) ทั้งนี้ส่วนหนึ่งของค่าแก๊สจะถูกเบิร์น และอีกส่วนหนึ่งจะถูกแจกจ่ายไปให้ผู้ดำเนินการโหนดที่ขับเคลื่อนระบบนิเวศจากคอมพิวเตอร์ที่บ้าน

เตรียมพบกับ 12 เกมใหม่จาก Gala Games ในปีนี้

Gala Games เดินหน้าเตรียมเปิดตัวเกมอีก 12 เกมในปี 2566 นี้ และอีกมากกว่า 30 เกมอยู่ระหว่างการพัฒนาซึ่งครอบคลุมมากกว่า 20 ประเภท หลังจากได้เข้าซื้อสตูดิโอ Ember Entertainment ผู้สร้างเกมมือถือที่มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 20 ล้านครั้ง และมีเกมมากกว่า 15 เกม ซึ่งมีหลายเกมเปิดให้ดาวน์โหลดแล้วใน App Store ทั้งนี้ Gala Games ต้องการเข้าถึงคน 3 พันล้านคนที่เล่นเกมบนมือถือ

ในส่วนของเกมนำทัพของ Gala Games อย่าง Town Star เกมสร้างฟาร์มและออกแบบกลยุทธ์ ได้ตัว  Mark Skaggs ครีเอเตอร์ของเกมชื่อดังอย่าง Farmville มานำทีมเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา เพื่อปรับโครงสร้างเกม Town Star และหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่คือการเปลี่ยนเหรียญในเกมจาก $TOWN เป็น $GALA นอกจากนี้ Town Star จะเปิดตัวเวอร์ชั่นใหม่ให้เล่นกันเร็ว ๆ นี้ โดยมีเหรียญ $GALA เป็นโทเคนสำหรับการแข่งขันและรางวัล ซึ่งจะเริ่มการให้ผลตอบแทนในไตรมาสแรกของปีนี้ด้วย

ถ้านึกถึง Gala Games แน่นอนว่ามีอีกเกมที่มาแรง นั่นคือ Spider Tanks เกมรถถังแข่งขันเป็นทีม PvP Brawler เกมแรกบน Web 3.0 พัฒนาขึ้นโดย GAMEDIA เจ้าของรางวัลจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเกมนี้เป็นเกมที่เปิดให้เล่นฟรี (Free-to-Play) และยังมีระบบให้ผลตอบแทน (Play-and-Earn) ผู้เล่นสามารถเลือกและประกอบตัวรถถังให้ออกมาไม่เหมือนใครก่อนลงสนามเพื่อต่อสู้ในสนามประลอง นอกจากนี้ ยังมีระบบนักขับ (piloting system) ที่เพิ่มความสะดวกและเรียลไทม์ ให้ผู้เล่นสามารถเช่า NFT จากเจ้าของในการเล่นและรับผลตอบแทนได้อีกด้วย

อีกเกมที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน คือ Superior จาก Drifter Entertainment เป็นเกมยิงมุมมองบุคคลที่ 3 แนว co-op roguelite กับเรื่องราวของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ที่กลายเป็นปีศาจร้ายทำลายล้างโลก ทั้งนี้ได้เปิดให้เล่นทาง Steam เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เกมนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้เล่นได้ก้าวเข้าสู่อนาคตของการเล่นเกม มีความเชื่อมโยงเกม Web 2.0 ‘แบบดั้งเดิม’ ที่ไม่มีความเป็นเจ้าของ สู่ระบบนิเวศที่สามารถเป็นเจ้าของได้เต็มรูปแบบของ Web 3.0 โดยเกม Superior จะเปิดระบบ Play-and-Earn ในไตรมาสแรกของปีนี้เช่นกัน

Gala Music เตรียมเปิดตัวเต็มรูปแบบ ในไตรมาสแรกของปีนี้

Gala Music จะเป็นแหล่งในการค้นพบดนตรีและศิลปินหน้าใหม่ ซึ่งกำลังจะเปิดตัวแพลตฟอร์มเต็มรูปแบบ (รวมถึงโทเคนมิวสิค) ในไตรมาสแรกของปี 2566 หลังจากที่ Gala ได้ประกาศเปิดตัวธุรกิจมิวสิคที่ LA Forum เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565 ตั้งแต่นั้นมา Gala Music ได้ทำงานร่วมกับศิลปินชื่อดังอย่าง Kings of Leon และ Snoop Dogg รวมถึงค่ายเพลงของเขา Death Row Records และได้เปิดตัวศิลปินไปแล้ว 32 คนบนแพลตฟอร์ม พร้อมเพลงมากกว่า 150 เพลง นอกจากนี้ Gala Music ยังมุ่งเน้นการมองหาศิลปินหน้าใหม่ ทั้งในอเมริกาและยังวางแผนขยายไปในยุโรปและเอเชียตะวันออกอีกด้วย โดยทีม Gala Music เตรียมพร้อมเปิดตัวแพลตฟอร์มเต็มรูปแบบพร้อมโหนดจำนวน 25,000 โหนดที่พร้อมไลฟ์ในไตรมาสแรกของปีนี้บนเกียริ (GYRI) บล็อกเชนของ Gala

Gala Film มีภาพยนตร์ 7 เรื่องอยู่ระหว่างการผลิต ซึ่งมีอยู่ 3 เรื่องที่จะพร้อมสตรีมโดยเครือข่ายโหนดเร็ว นี้

โดย Gala Film มีพันธมิตรอย่าง Seven Bucks Productions บริษัทโปรดักชันที่ก่อตั้งขึ้นโดย ดเวย์น จอห์นสัน (เดอะร็อก), Stick Figure ก่อตั้งโดยผู้สร้างภาพยนตร์ได้รับรางวัลอย่างสตีเฟน แคนเตอร์ และยังมี Unrealistic Ideas ซึ่งเป็นบริษัทโปรดักชันก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2561 โดย อาร์ชี กิปส์ ผู้คร่ำหวอดในการสร้างภาพยนตร์สารคดี/ผู้จัดรายการ มาร์ค วอห์ลเบิร์ก และสตีเฟน เลวินสัน ผู้จัดการ/หุ้นส่วนการผลิตที่รู้จักกันมานานของมาร์ค

ด้วยพันธมิตรฟอร์มยักษ์ Gala Film มาเพื่อยกระดับความบันเทิง โดยการแสดงให้เห็นถึงสิทธิประโยชน์ของการเป็นเจ้าของคอนเทนต์ด้วยการเข้าถึงผลตอบแทนและสินทรัพย์ เช่น บทร่าง ของที่ระลึก รวมถึงฟุตเทจ โครงเรื่องพิเศษ/ลับ เรื่องเล่าของตัวละคร และให้ผู้ถือคอนเทนต์ได้มีส่วนในการผลิต ทั้งนี้ Gala Film วางแผนเริ่มสตรีมภาพยนตร์และใช้ระบบ Watch and Earn ในไตรมาส 2 ของปีนี้ พร้อมเปิดตัวแพลตฟอร์มเต็มรูปแบบบนเกียริ (GYRI) บล็อกเชนของ Gala

VOX เมตาเวิร์สของ Gala จะนำเกม เพลง และฟิล์ม เข้ามาอยู่ด้วยกัน

VOX เป็น NFT คาแรกเตอร์ 3 มิติที่มีเอกลักษณ์และมีหนึ่งเดียวในโลก ได้รับการออกแบบโดยผู้สร้างในตำนานของ The Sims อย่างวิลล์ ไรต์ โดยทีม VOX ให้ความสำคัญกับการสร้าง VOXverse เพื่อให้เป็นเมตาเวิร์สที่มีความไดนามิก ทั้งนี้ได้มีการเปิดตัว VOX ไปแล้วทั้งหมดมี 4 ซีรีส์

เมื่อ VOXverse เปิดตัว ผู้ถือ VOX ทั้ง 4 ซีรีส์ ไม่ว่าจะเป็น ทาวน์สตาร์ มิแรนดัส เดอะวอล์คกิ้งเดด และ โทรลส์ จากดรีมเวิร์คส์ จะสามารถนำ VOX ของตนเข้ามาเล่นและสร้างสิ่งต่าง ๆ ในโลกเปิดของเมตาเวิร์สเพื่อสะสมผลตอบแทน

ในครึ่งปีแรกของปี 2566 Gala จะเปิดจำหน่ายที่ดินที่ดีที่สุด ซึ่งจะพาผู้เล่นเข้าไปใน VOXverse อย่างที่ไม่เคยมาก่อน รวมถึงจะมีเพลย์เทสด้วย ซึ่งทางทีมจะมีการแชร์กลไกหลักในการเล่นและความคืบหน้าของทีมสร้างต้นแบบที่มาพร้อมเทคเดโมและ AMA กับคุณวิลล์ ไรต์ ตลอดช่วงไตรมาส 1 และ 2

🎯อ่านกลยุทธ์ 2566 ของ Gala ได้ที่นี่ https://links.gala.com/Gala2023_TH

📜 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม เข้ากลุ่มคอมมูนิตี้ไทยได้ที่ดิสคอร์ด Gala Games https://discord.gg/gogalagames

เกี่ยวกับ Gala

Gala ก่อตั้งขึ้นในปี 2019 โดย Eric Schiermeyer ผู้เป็น Co-Founder จาก Zynga (ผู้สร้างเกม Farmville, Words with Friends และ Zynga Poker) Gala คือผู้นำปฏิวัติวงการความบันเทิง Web 3.0 ระดับโลก พร้อมบล็อกเชนของตัวเองเพื่อขับเคลื่อนการเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางดิจิทัล โดย Gala Games, Gala Music, Gala Film และ VOX มาผนึกกำลังกันเพื่อยกระดับประสบการณ์บันเทิงสุดพิเศษและไม่เหมือนใครให้กับแฟน ๆ ผ่านเทคโนโลยี Web 3.0


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์ บทความ เทคโนโลยี

“เปิดเหตุผลที่ ChatGPT สั่นสะเทือนโลก AI” โดย เบิร์น เอลเลียต รองประธานฝ่ายวิจัย การ์ทเนอร์ อิงค์

โดย เบิร์น เอลเลียต รองประธานฝ่ายวิจัย การ์ทเนอร์ อิงค์

ไม่นานมานี้ OpenAI บริษัทวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เปิดตัว ChatGPT แพลตฟอร์มสนทนา AI รูปแบบใหม่อย่างเป็นทางการ จากข้อมูลของบริษัทฯ ระบุว่ารูปแบบการสนทนาที่จัดทำโดยแพลตฟอร์มนี้ทำให้ ChatGPT สามารถ “ตอบคำถามได้ครอบคลุม ยอมรับข้อผิดพลาด พร้อมนำเสนอข้อมูลใหม่ ๆ เพื่อปรับเปลี่ยนข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และปฏิเสธคำร้องขอที่ไม่สมเหตุสมผล”

นับตั้งแต่ ChatGPT เปิดให้บริการ บนโลกโซเชียลมีเดียก็มีการถกเถียงกันถึงความเป็นไปได้ในการนำนวัตกรรมนี้มาปรับใช้รวมถึงอันตรายที่อาจตามมา เนื่องจากความสามารถในการวิเคราะห์หาข้อผิดพลาดของโค้ด (Debug Code) ไปจนถึงศักยภาพในการเขียนเรียงความสำหรับนักศึกษา

เพราะอะไร ChatGPT ถึงได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก?

ChatGPT เป็นปรากฎการณ์ Perfect Storm ที่เป็นการรวมกันของปัญญาประดิษฐ์ (AI) สองเรื่องใหญ่ ๆ ที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน นั่นคือแชทบอท และ GPT3  ที่นำเสนอวิธีการสื่อสารโต้ตอบพร้อมสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจ เสมือนการพูดคุยกับมนุษย์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องสำคัญในช่วงห้าปีที่ผ่านมา

แชทบอทสร้างปฏิสัมพันธ์การสนทนาแบบ ‘ชาญฉลาด’ ขณะที่ GPT3 สร้างเอาต์พุทที่ดู ‘เข้าใจ’ คำถาม เนื้อหา และบริบทของการสนทนา ซึ่งเมื่อสองสิ่งนี้รวมกันได้สร้างผลกระทบใหญ่จนเกิดคำถามว่า ‘เรากำลังสนทนากับมนุษย์หรือคอมพิวเตอร์กันแน่หรือว่าเป็นคอมพิวเตอร์ที่เหมือนกับมนุษย์’ ซึ่งการโต้ตอบบางครั้งสร้างความขบขัน บ้างนำเสนอข้อมูลลึกซึ้งและบางทีก็เต็มไปด้วยสาระความรู้

แต่น่าเสียดายที่บางครั้ง ChatGPT ยังนำเสนอเนื้อหาได้ไม่ถูกต้องและไม่ได้อยู่บนพื้นฐานความเข้าใจหรือสติปัญญาของมนุษย์ ปัญหาอาจอยู่ที่คำว่า ‘เข้าใจ’ และ ‘ความฉลาด’ ซึ่งขึ้นอยู่กับการป้อนข้อมูลของมนุษย์ที่อาจมีความหมายคลุมเครือไม่ชัดเจน ดังนั้นเมื่อนำไปใช้กับอัลกอริธึม อาจส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดอย่างรุนแรง

ในมุมที่มีประโยชน์กว่าคือการได้เห็นว่าแชทบอทและโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) เช่น GPT ได้กลายเป็นเครื่องมือที่มีคุณค่าสำหรับการทำงานเฉพาะอย่างให้สำเร็จลุล่วงได้ ที่ไม่ใช่เพื่อความบันเทิง โดยความสำเร็จจะเกิดขึ้นหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้ในแอปพลิเคชันที่เหมาะสมและมอบประโยชน์ต่อองค์กรอย่างแท้จริง

รูปแบบการใช้ ChatGPT ในองค์กร

สำหรับการใช้งานเทคโนโลยีแชทบอทหรือผู้ช่วยการสนทนาในเชิงธุรกิจระดับสูงนั้น จะใช้เพื่อจัดเตรียมรูปแบบการโต้ตอบด้วยการเรียบเรียงเนื้อหาจากแหล่งข้อมูล โดยแชทบอทจะมีรูปแบบการใช้งานมากมายอยู่ในระบบของตัวเองอยู่แล้ว ตั้งแต่การให้บริการลูกค้าไปจนถึงการช่วยเหลือทีมงานเทคนิคระบุปัญหาต่าง ๆ

สำหรับการใช้งาน ChatGPT ระดับสูงขึ้นไปอีก จะใช้เป็นแชทบอทที่มีความเฉพาะสำหรับ (แชท) โต้ตอบหรือ ‘สนทนา’ กับแหล่งข้อมูลของ GPT ในกรณีนี้แหล่งข้อมูล GPT จะได้รับการทดสอบโดเมนเฉพาะโดย OpenAI ซึ่งข้อมูลการทดสอบที่ใช้ในแบบจำลองนี้จะกำหนดวิธีการตอบคำถาม

อย่างไรก็ตามความสามารถของ GPT สำหรับสร้างฐานข้อมูลยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าข้อมูลที่ได้นั้นเป็นเท็จ นั่นหมายความว่าข้อมูลสามารถใช้ได้กับบางสถานการณ์ที่ข้อผิดพลาดสามารถยอมรับหรือแก้ไขให้ถูกต้องได้

มีรูปแบบการใช้งานโมเดลพื้นฐานมากมาย เช่น GPT ในโดเมนต่าง ๆ ประกอบด้วย Computer Vision, Software Engineering และงานวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Research and Development) เช่น มีการใช้แบบจำลองพื้นฐานสร้างรูปภาพขึ้นจากข้อความ และตรวจสอบโค้ดจากภาษาธรรมชาติ (Natural Language)  รวมถึงการทำ Smart Contracts  หรือแม้แต่ในด้านการดูแลสุขภาพ (Healthcare) เช่น การสร้างยารักษาโรคใหม่ ๆ และการถอดรหัสลำดับจีโนมเพื่อจำแนกโรค

ข้อกังวลด้านจริยธรรม

โมเดลแบบจำลองพื้นฐาน AI เช่น GPT แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้าน AI จากประโยชน์เฉพาะตัวที่มอบให้ อาทิ การช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาสร้างโมเดลแบบจำลองเฉพาะโดเมน

อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดความเสี่ยงและข้อกังวลด้านจริยธรรม ซึ่งประกอบด้วย

Complexity: โมเดลจำลองขนาดใหญ่ต้องใช้พารามิเตอร์นับพันล้านหรืออาจมากถึงล้านล้าน โดยโมเดลจำลองเหล่านี้มีขนาดใหญ่เกินไปที่องค์กรจะนำมาทดสอบใช้งาน เนื่องจากต้องใช้ทรัพยากรการประมวลผลที่จำเป็นจำนวนมาก อาจทำให้มีราคาแพงและไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Concentration of power: โมเดลจำลองเหล่านี้ส่วนใหญ่สร้างขึ้นโดยบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุด ด้วยการลงทุนกับการวิจัยและพัฒนาจำนวนมหาศาล และมีความสามารถด้าน AI เป็นสำคัญ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลให้เกิดการกระจุกตัวของอำนาจในหน่วยงานขนาดใหญ่ไม่กี่แห่ง อาจสร้างความไม่สมดุลในอนาคต

Potential misuse: โมเดลจำลองพื้นฐานช่วยลดต้นทุนในการสร้างเนื้อหา ซึ่งหมายความว่าการสร้าง Deepfake ที่ใกล้เคียงกับต้นฉบับจะง่ายขึ้น รวมถึงทุก ๆ อย่าง ตั้งแต่การเลียนแบบเสียงและวิดีโอไปจนถึงผลงานศิลปะปลอม ตลอดจนการโจมตีแบบกำหนดเป้าหมาย ซึ่งข้อกังวลด้านจริยธรรมร้ายแรงที่เกี่ยวข้องอาจทำให้เสียชื่อเสียงหรือสร้างความขัดแย้งทางการเมืองได้

Black-box nature: โมเดลจำลองเหล่านี้ยังต้องการการทดสอบอย่างถี่ถ้วนและสามารถมอบผลลัพธ์ที่ไม่น่าพอใจ เนื่องจากการทดสอบในลักษณะกล่องดำ (Black-box nature) ที่ไม่คำนึงถึงคำสั่งภายในซอฟต์แวร์ และคลุมเครือว่าฐานข้อมูลที่ตอบสนองนั้นเท็จจริงเพียงใด อาจนำเสนอผลลัพธ์ที่เอนเอียงได้จากข้อมูลที่กำหนดไว้ โดยกระบวนการทำให้ข้อมูลตรงกันของแบบจำลองดังกล่าวสามารถนำไปสู่ความล้มเหลวได้ หากคลาดเคลื่อนเพียงจุดเดียว 

Intellectual property: โมเดลแบบจำลองถูกทดสอบกับคลังข้อมูลของชิ้นงานที่สร้างขึ้น และยังไม่ชัดเจนว่าจะมีกฎหมายบังคับอย่างไรสำหรับการนำเนื้อหานี้กลับมาใช้ใหม่ และหากเนื้อหานั้นมาจากทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น

 แนวทางการใช้โมเดลพื้นฐานเอไออย่างมีจริยธรรม

เริ่มต้นจากการใช้งานการประมวลผลภาษาตามธรรมชาติ (Natural Language Processing – NLP) เช่น การจัดหมวดหมู่ การสรุป และการสร้างข้อความในสถานการณ์ที่ไม่ได้เจอตัวลูกค้า และเลือกงานที่มีความเฉพาะ โดยโมเดลจำลองที่ได้รับการฝึกฝนมาแล้วจะสามารถลดต้นทุนการปรับแต่งและการทดสอบที่มีราคาแพง หรือใช้ในกรณีที่ต้องการตรวจสอบผลลัพธ์โดยมนุษย์

ใช้สร้างเอกสารเชิงกลยุทธ์ที่สรุปประโยชน์ ความเสี่ยง โอกาส และแผนงานการปรับใช้โมเดลจำลองพื้นฐาน AI เช่น GPT ซึ่งจะช่วยพิจารณาว่าได้ประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงหรือไม่ กรณีที่นำมาใช้งานเฉพาะ

ใช้ APIs บนคลาวด์สำหรับสร้างรูปแบบจำลองและเลือกแบบจำลองที่มีขนาดเล็กที่สุด เพื่อให้มีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพตรงตามความต้องการเพื่อลดความซับซ้อนในการดำเนินงาน ลดการใช้พลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนรวมสำหรับการเป็นเจ้าของ

จัดลำดับความสำคัญของผู้จำหน่ายที่ส่งเสริมการปรับใช้โมเดลอย่างมีความรับผิดชอบโดยการเผยแพร่แนวทางการใช้งาน การบังคับใช้ รวมถึงบันทึกช่องโหว่และจุดอ่อนที่ทราบ พร้อมเปิดเผยพฤติกรรมที่เป็นอันตรายและสถานการณ์การใช้งานในทางที่ผิดแบบเชิงรุก

เกี่ยวกับการ์ทเนอร์ 

บริษัท การ์ทเนอร์ (Gartner, Inc.) (NYSE: IT) คือบริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำของโลก มอบข้อมูลเชิงลึก คำแนะนำ และเครื่องมือต่าง ๆ แก่ผู้บริหารองค์กรธุรกิจ เพื่อรองรับการดำเนินภารกิจสำคัญที่มีอยู่ในปัจจุบันและสร้างองค์กรให้ประสบความสำเร็จในอนาคต ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางของการ์ทเนอร์ในการช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจอย่างถูกต้องเพื่อขับเคลื่อนอนาคตของธุรกิจได้ที่ gartner.com


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มจพ. รับสมัครนักศึกษาใหม่ ปีการศึกษา 2563

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) รับสมัครนักศึกษาใหม่ โครงการรับตรง

(สอบข้อเขียน)  สำหรับผู้มีวุฒิ ม.3.6 ปวช. และ ปวส. ประจำปีการศึกษา 2566  รับสมัครระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2565

ถึงวันที่  28  กุมภาพันธ์  2566  สมัครที่ https://www.admission.kmutnb.ac.th/apply/round/2
สมัครเรียน https://stdadmis2.kmutnb.ac.th/ApplyStart?ReturnUrl=%2f 

หรือสอบถามได้ที่ กลุ่มงานรับเข้าศึกษา กองบริการการศึกษา สำนักงานอธิการบดี ชั้น 2 อาคาร  TGGS โทรศัพท์  02555-2000  ต่อ 1626,1627


Exit mobile version