Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

เปิดประสบการณ์ใหม่กับนิทรรศการ “Painting with Sound” ให้ “เสียง” สะท้อนภาพความรู้สึกผ่าน Digital Art

หาก “ศิลป์” คือการรับรู้และส่งผลต่อการแสดงออกทางอารมณ์ เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทางสภาวะอารมณ์อันเกิดจากผัสสะทั้ง 5 ได้แก่ หู ตา จมูก ลิ้น และกาย – “เสียง” จึงเป็นหนึ่งในงานศิลป์ สัมผัสได้ด้วยการฟัง ไม่มีรูปร่างทางกายภาพ แต่ก่อเกิดรูปร่างทางอารมณ์ในตัวผู้คน เสียงอยู่รอบตัวและสร้างสรรค์สะท้อนความรู้สึกได้มากที่สุด

การแสดงนิทรรศการ “Painting with Sound” หรือ “เส้นสายลายเสียง” เป็นการสะท้อนภาพของเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น โดยเฉพาะเทคโนโลยีของ “เสียง” ที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลาย ผ่านผลงานดิจิทัลอาร์ตในหลากรูปแบบ ทั้งงานปริ้นท์, งานโครงสร้าง, Motion Graphic, VR Painting, และภาพยนต์สั้น

ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่าง บริษัท ฟิวชั่น ฟาร์ อีสท์ จำกัด และ Genelec แบรนด์ลำโพงจากประเทศฟินแลนด์ ล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยีการส่งผ่านเสียงที่เจาะตรงถึงก้นบึ้งอารมณ์ และศิลปิน Visual Artist อย่าง “Pai Lactobacillus” พร้อมกับศิลปิน Digital Art “เอกชัย มิลินทะภาส” ร่วมด้วย Sound Designer “ณพวัฒน์ ลิขิตวงศ์” ที่ได้กำลังเสริมจากทีม Yaak Lab และปิดท้ายด้วย “ฉันทนา ทิพย์ประชาติ” ศิลปินผู้กำกับภาพยนต์สั้น – เชิญมาลองฟัง “เสียง” ที่ตั้งใจส่งไปถึงคุณ โดยภายในงานนำเสนอนิทรรศการสร้างสรรค์ดิจิทัลอาร์ต เสียง เทคโนโลยี และศิลปะ Painting with Sound” หรือ “เส้นสายลายเสียง งานแสดงศิลปะที่ใช้เทคโนโลยีของ “เสียง” เข้ามาช่วยถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกผ่านผลงาน Digital Art หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น งาน Print, Motion Graphic, งานโครงสร้าง,  VR Painting, และภาพยนตร์สั้น ร่วมด้วยเหล่าศิลปินชื่อดังมากประสบการณ์ ได้แก่ Pai Lactobacillus ศิลปิน Visual Artist สไตล์ Pop Art ยุค 80s – 90s เอกชัย มิลินทะภาส ศิลปิน Digital Art โดดเด่นกับสไตล์ไทยประยุกต์ ณพวัฒน์ ลิขิตวงศ์ Sound Designer มากประสบการณ์กับผลงานมากมายทั้งในภาพยนตร์ โฆษณา และดนตรี ที่จับมือร่วมกับ Yaak Lab เพื่อสร้างผลงานให้ออกมาสื่ออารมณ์ได้อย่างล้ำลึก และ ฉันทนา ทิพย์ประชาติ ผู้กำกับภาพยนตร์สั้นที่นอกจากงานภาพที่ตราตรึงใจแล้ว ยังโดดเด่นในเรื่องของการใช้เสียงที่เป็นเอกลักษณ์ถสามารถถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้เป็นอย่างดี

คุณมนัชญา วัณโณ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ฟิวชั่น ฟาร์ อีสท์ จำกัด กล่าวว่า “งานนิทรรศการ Painting with Sound (เส้นสายลายเสียง) จัดขึ้นเพื่อต้องการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ผู้ที่ได้เข้าชมงานดื่มด่ำไปกับศิลปะในรูปแบบของ “เสียง” ที่ทำงานร่วมกับศิลปะอื่นๆ ที่สามารถนำเสนอออกมาได้หลากหลายรูปแบบ โดยในครั้งนี้เราได้แรงบันดาลใจมากจากเรื่องของสัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ หู ตา จมูก ลิ้น และกาย ซึ่งเราสามารถได้ยิน “เสียง” ที่มีอยู่รอบตัวเรา เป็นอีกหนึ่งงานศิลป์ที่แม้จะไม่มีรูปร่างทางกายภาพ แต่สามารถสัมผัสได้ด้วยการฟัง หากใช้เทคโนโลยีด้านเสียงที่มีคุณภาพและเจาะจงอุปกรณ์ที่เหมาะสม ก็จะยิ่งทำให้คลื่นเสียงนั้นส่งเข้าไปสู่ประสาทสัมผัสได้อย่างล้ำลึกยิ่งขึ้น ซึ่งผลงานศิลปะที่จัดแสดงในครั้งนี้จะเป็นในรูปแบบ Digital Art จากผลงานของเหล่าศิลปินชื่อดังมากฝีมือ”

ภายในงานแบ่งเป็นห้องต่างๆ ออกเป็น 4 ห้อง ได้แก่ 1) Lotus and fish โดยภายในห้องนี้จะเน้นไปที่เสียงของธรรมชาติที่สมจริง ให้ความรู้สึกเหมือนเรานั่งอยู่ริมลำธารที่มีต้นหญ้าและสิ่งมีชีวิตเล็กๆ รอบตัว  2) Illusionary Room ได้แรงบันดาลใจจากยุคสมัยใหม่ที่การใช้ชีวิตยุ่งเหยิงและอลหม่าน เสียงที่ออกมาจึงจะมีความพิษวง เมื่อเราได้เข้าไปนั่งฟัง เสียงที่ได้ยินจะให้ความรู้สึกล่องลอย เหมือนการไหลไปตามคลื่นกระแสสังคมที่วนลูปไม่มีสิ้นสุด  3) Music Therapy เป็นการถ่ายทอดเสียงที่พบเจอได้ในชีวิตประจำวันปกติ อย่างการฟังเพลงขณะทำงาน หรือการดูหนังดูยูทูปขณะพักผ่อน ซึ่งทำให้เรายังสามารถตั้งสติให้อยู่กับปัจจุบันและผ่อนคลายความเหนื่อยล้าลงได้ 4) Sound Immersive ภายในห้องนี้จะเป็นการแสดงผลงานของเสียงรอบทิศทางที่เสมือนจริงที่สุด หรือที่เราเรียกว่า Immersive Sound โดยเราได้จำลองพื้นที่ให้สามารถรับเสียงได้โดยรอบไปพร้อมกับชมภาพยนตร์หรือภาพเคลื่อนไหวต่างๆ เพื่อให้เกิดอรรถรสและมีอารมณ์ร่วมกับสิ่งที่ถ่ายทอดได้มากที่สุด ซึ่งในแต่ละห้องนั้นมีการใช้รุ่นของลำโพงที่แตกต่างกันไปจาก Genelec แบรนด์ลำโพงชื่อดังจากประเทศฟินแลนด์ เป็นลำโพงที่ใช้เทคโนโลยีที่ให้เสียงที่คมชัด แม่นยำ และเพิ่มความละเอียดของเสียงมากขึ้น ช่วยควบคุมทิศทางของเสียง ทำให้ได้พลังเสียงที่ลึกล้ำแตกต่างกันออกไป สามารถสะท้อนอารมณ์ความรู้สึกเข้าถึงงานศิลปะที่มีความเฉพาะตัวในแต่ละห้องได้เป็นอย่างดี

นิทรรศการงานศิลปะ ‘เส้นสายลายเสียง มีกำหนดการจัดงานตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2566 – 2 เมษายน 2566 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://fuzion.co.th/paintingwithsound/


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ปฏิรูปการดำเนินงานในโรงงานด้วย AI

โดย เฮเลนิโอ กิลาเบิร์ต หัวหน้าฝ่ายการนำเสนอด้านบริการระบบออโตเมชันในอุตสาหกรรมทั่วโลก ชไนเดอร์ อิเล็คทริค

AI หรือปัญญาประดิษฐ์ ไม่ใช่เรื่องใหม่ และมีมานานนับศตวรรษแล้ว อย่างไรก็ตาม เราได้เห็นถึงปัจจัยสำคัญบางประการที่ทำให้เทคโนโลยีนี้กลับมาอยู่ในกระแสความสนใจมากขึ้น

ปัจจัยสำคัญประการแรกและมีความเกี่ยวข้องมากที่สุดสำหรับเรื่องนี้คือ คือการเกิดขึ้นของเอดจ์คอนโทรลเลอร์ รุ่นใหม่ที่มีความสามารถ และให้ความคุ้มค่ายิ่งขึ้นกว่าที่เคยมีมา โดยในบางกรณี ด้วยเงินแค่ไม่ถึงหมื่นบาท เราก็สามารถซื้อโปรเซสเซอร์ในระดับแล็ปท็อปที่มีหน่วยความจำหลายกิกะไบต์และพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูล ไว้ในตู้ควบคุมในโรงงานอุตสาหกรรม ที่สามารถรันรูปแบบของแมชชีนเลิร์นนิ่ง (Machine-learning หรือ ML) ที่ซับซ้อนได้

นอกจากนี้ เรายังเห็นว่าแพลตฟอร์มคลาวด์ส่วนใหญ่สามารถขยายขีดความสามารถได้ ด้วยแมชชีนเลิร์นนิ่งบนเฟรมเวิร์กและไลบรารีแบบเปิด ที่ช่วยให้ทุกคนสามารถพัฒนาแอปพลิเคชันที่ใช้ AI ได้ โดยที่ไม่ต้องใช้ความพยายามมากมาย หรือแทบไม่ต้องใช้ประสบการณ์มาช่วยในเรื่องนี้

เมื่อนำความสามารถทั้งหมดนี้ มาใช้ได้อย่างถูกต้อง ก็จะทำให้เกิดศักยภาพในการปฏิรูปการดำเนินงานได้อย่างมาก

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้เรียนรู้จากการสนทนากับลูกค้าในเรื่องนี้มากมายหลายครั้ง ว่าความท้าทายของลูกค้าไม่ได้อยู่ที่ว่าเทคโนโลยีช่วยแก้ปัญหาได้หรือไม่ แต่อยู่ที่ปัญหาใดที่เหมาะจะนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาช่วยแก้ไข เพื่อให้เกิดคุณค่าสูงสุดสำหรับธุรกิจ

นั่นคือเหตุผลที่ว่า เทคโนโลยีไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่สุดในการเลือกพันธมิตร แต่เป็นเรื่องของความเชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมและความรอบรู้ด้านกระบวนการมากกว่า

หากเป็นเรื่องของแมชชีนเลิร์นนิ่ง หรือ ML ล่ะ?

เราเชื่ออย่างแท้จริงว่า ปัญญาประดิษฐ์ โดยเฉพาะแมชชีนเลิร์นนิ่ง มีศักยภาพมหาศาลในการช่วยแก้ปัญหาตามที่กล่าวมา

กุญแจสำคัญคือการนำไปใช้เพื่อเปิดรับข้อมูล และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องจากผู้ดำเนินการหรือผู้ปฏิบัติการ ไม่ใช่การติดตั้งกล่องดำ (black box) ไว้ใช้งาน วัตถุประสงค์คือเพื่อซ่อนความซับซ้อนด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูลและการเขียนโปรแกรม รวมถึงนำเสนอผลลัพธ์และเหตุการณ์ในรูปของกระบวนการ ที่ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถโต้ตอบกับโมเดลได้อย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งช่วยเพิ่มความแม่นยำและขยายศักยภาพได้อย่างต่อเนื่อง

ผลที่ได้ก็คือ โมเดลแมชชีนเลิร์นนิ่งจะรวบรวม “ความเชี่ยวชาญของผู้ปฏิบัติงาน” ในเรื่องของ “กระบวนการ” และทำให้เป็นระบบอัตโนมัติ โดยเก็บเกี่ยวความรู้ของผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์มากที่สุดเอาไว้ และยังช่วยให้ผู้ที่มีประสบการณ์น้อยกว่าสามารถเรียนรู้จากเรื่องเหล่านี้ได้

การที่โมเดลแมชชีนเลิร์นนิ่ง มีการวางเลเยอร์ด้านเทคนิคอื่นๆ เช่นวางเวิร์กโฟล์วไว้เหนือการตรวจจับ และการจำแนกประเภท ทำให้เราสามารถนำกลยุทธ์ด้านระบบอัตโนมัติมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มรูปแบบ จึงช่วยให้เกิดความคล่องตัวในการตอบสนองต่อเงื่อนไขทางการตลาดที่ผันผวนได้ดี

สินค้าของเราราคาสูงกว่าท้องตลาดหรือไม่? ลองให้ความสำคัญเรื่องปริมาณการผลิต พร้อมกับจัดการหรือลดการปล่อยมลพิษ ราคาสินค้าของเราถูกลงหรือไม่? ลองให้ความสำคัญเรื่องการจัดการต้นทุนและอายุการใช้งานของสินทรัพย์ให้มีประสิทธิผล

ในโลกปัจจุบัน เราจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นเรื่องกลยุทธ์ด้านกระบวนการที่เหมาะสมที่สุด แต่เราต้องสามารถเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน เพื่อให้รองรับกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งความคล่องตัวคือปัจจัยที่ช่วยสร้างความแตกต่างทางธุรกิจได้


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ริโก้ (RICOH) เปิดจุดจำหน่ายใหม่ เพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าย่านรังสิต-ปทุมธานี

บริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์สำนักงานอัตโนมัติและเครื่องใช้สำนักงานมากว่าครึ่งศตวรรษ ได้เปิดจุดการขายที่ร้านออฟฟิศเมท สาขารังสิต ใกล้กับห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งลูกค้าทั่วไปสามารถเข้าไปเลือกซื้อพรินเตอร์หรือหมึกพิมพ์ โดยมีพนักงานขายให้คำแนะนำเครื่องที่เหมาะสมกับการใช้งานได้ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ อย่างกระดานอัจฉริยะแบบ all-in-one ที่ครบจบในเครื่องเดียว ทั้งฟังก์ชันไวท์บอร์ด การรับส่งสัญญาณภาพแบบไร้สาย รองรับการติดตั้งแอปพลิเคชันเสริมได้ ตอบโจทย์ทุกการประชุมและการเรียนการสอน และยังมีเครื่องพิมพ์ลงบนผ้าที่สามารถพิมพ์ของที่ระลึกเองได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ กระเป๋าผ้า ถุงเท้าหรือแม้แต่แผ่นไม้คอร์ก ซึ่งลูกค้าสามารถสัมผัสการใช้งานจริงเพื่อนำไปเป็นไอเดียสำหรับองค์กรหรือสร้างรายได้เสริมเพิ่มเติมได้ในอนาคต ความพิเศษนอกเหนือจากนี้คือที่สาขานี้จะมีโปรโมชันรับกระเป๋าผ้าที่มีเพียงหนึ่งใบในโลกที่คุณสามารถออกแบบได้เองทันที 1 ใบต่อ 1 ใบเสร็จ ภายในเดือนมีนาคม 2566 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด

ริโก้มุ่งหวังว่าการเปิดจุดจำหน่ายใหม่นี้จะทำให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงประสบการณ์การใช้งานที่ครอบคลุมมากขึ้น และสามารถหาโซลูชันที่ตอบโจทย์กับความต้องการของกลุ่มได้ตรงจุดมากขึ้น หากท่านสนใจ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-958-5594, อีเมล rththailand@ricoh.co.th หรือสามารถไปที่จุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ริโก้ ณ ร้านออฟฟิศเมท สาขารังสิต https://goo.gl/maps/TNdMnGyMj6pPSnck8


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ออฟฟิศเมท เปิดตัว BIZ Solutions Store แห่งแรกที่รังสิต เนรมิตร้านใหม่ ครบ จบ ในที่เดียว ทั้งสินค้าและบริการ พร้อมตอบโจทย์ธุรกิจทุกประเภท

ออฟฟิศเมท ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตอกย้ำจุดยืนแบรนด์ในฐานะ “ควิกวินพาร์ตเนอร์                  (Quick Win Partner)” มุ่งมั่นเป็นพันธมิตรเร่งเครื่องให้ผู้ประกอบการพร้อมเริ่มต้นหรือต่อยอดธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ล่าสุดออฟฟิศเมทได้เปิดตัว BIZ Solutions Store (Business Solutions Store)แห่งแรกในไทยที่สาขารังสิต เนรมิตร้านใหม่รังสรรค์ประสบการณ์ช้อปที่ตอบโจทย์ธุรกิจทุกประเภท ครอบจักรวาล B2B ภายใต้แนวคิด “Central to Biz” มีทุกอย่างที่ธุรกิจต้องการ ทั้งสินค้าและเซอร์วิส ครบ จบ ในที่เดียว

คุณจิตรลดา หาญวรวงศ์ชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ ออฟฟิศเมท ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ออฟฟิศเมท พลิกโฉมคอนเซ็ปต์ร้านใหม่เป็น Biz Solutions Store เปิดให้บริการสาขาแรกที่รังสิต ผนึกกำลังแบรนด์ชั้นนำ รวมสินค้าคุณภาพให้ช้อปได้มากกว่า 100,000 รายการ ทั้งที่ร้านและผ่านระบบออนไลน์ในร้าน อีกทั้งยังคัดสรรบริการดีๆ เพื่อธุรกิจ เพื่อให้เป็นจุดหมายสำหรับ SME และองค์กรทุกขนาด โดยชูจุดเด่น 4 โซนไฮไลท์ ครองใจคนทำงานยุคใหม่และผู้ประกอบการธุรกิจทุกประเภท”

1. Chair Destination & ERGO Lab
คัดสรรเก้าอี้ทำงานกว่า 100 รุ่น มีให้เลือกและลองมากที่สุด ทั้งเก้าอี้สำนักงาน เก้าอี้ผู้บริหาร และเก้าอี้เพื่อสุขภาพ (Ergonomic) จากแบรนด์ชั้นนำ อาทิ Furradec, Ergotrend, Workscape, Modena และ Nubwo พร้อมห้องทดลองสินค้า Ergonomic หรือ “ERGO Lab” บริการให้คำปรึกษาในการเลือกเก้าอี้ตามหลักสรีรศาสตร์โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมแนะนำการนั่งทำงานอย่างถูกวิธี    โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเฟอร์นิเจอร์และสรีรศาสตร์
ออฟฟิศเมท ยินดีช่วยคุณสร้างพื้นที่ทำงานแห่งความสุข (Happy Workspace) ทั้งมุมทำงานส่วนตัว และ Smart & Modern Office โดยมีราคาพิเศษสำหรับลูกค้าโปรเจคที่สั่งซื้อจำนวนมาก รวมถึงสามารถสั่งผลิตเฟอร์นิเจอร์ได้ตามสเปคโครงการ (Customization Service) พร้อมบริการจัดส่งและประกอบเฟอร์นิเจอร์ฟรี* ตามกำหนด

2. Workplace Technology
รวมสินค้าเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากแบรนด์ชั้นนำ อาทิ Epson, HP, Brother, Canon, Ricoh, Logitech, Advice และอีกมากมาย เพื่อช่วยอัพเกรดการทำงานในยุคดิจิทัลและการทำธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ ปริ้นเตอร์, จอมอนิเตอร์, โน้ตบุ๊ค, โปรเจคเตอร์, กระดานอัจฉริยะ, อุปกรณ์ประชุมออนไลน์ และอื่นๆ  รวมถึงสินค้านวัตกรรมด้านการพิมพ์ เช่น
o “Creality 3D Printing” นำความฝันของคุณสู่โลกแห่งความจริง ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ให้คุณสร้างสรรค์ชิ้นงานที่เป็นวัตถุจับต้องได้ มีความกว้าง-ลึก-สูง
o “Direct-to-Garment Printing” เทคโนโลยีการพิมพ์ลวดลายลงบนเนื้อผ้าโดย       ไม่ต้องใช้บล็อกสกรีน สั่งพิมพ์ง่ายผ่านคอมพิวเตอร์
o “Heat-Free Technology” เทคโนโลยีการพิมพ์แบบไม่ใช้ความร้อนในกระบวนการพิมพ์ โดยใช้แรงดันไฟฟ้าในการเหนี่ยวนำและพ่นหมึกพิมพ์อย่างแม่นยำ ช่วยประหยัดพลังงาน ประหยัดค่าใช้จ่าย ให้การพิมพ์ในทุกๆ หน้ากระดาษเป็นส่วนหนึ่งในการเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงเพื่อโลกที่ดีขึ้น

3. Beyond Office Supplies
นอกเหนือจากอุปกรณ์สำนักงานครบครัน ยังมีสินค้าสำหรับธุรกิจเฉพาะทาง อาทิ อุปกรณ์โรงงานและคลังสินค้า อุปกรณ์นิรภัยส่วนบุคคล บรรจุภัณฑ์อาหาร อุปกรณ์ทำความสะอาด และสินค้าอื่นๆ อีกกว่าแสนรายการที่สามารถสั่งซื้อได้ผ่านช่องทางออนไลน์ภายในร้าน โดยมีพนักงานยินดีบริการรับคำสั่งซื้อและจัดหาสินค้าให้ตามความต้องการของธุรกิจคุณ

4. BIZ Service Solutions
o “Printing & Packaging Service” บริการงานพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ครบวงจร ให้บริการโดย “Ducky Pack Print” อาทิเช่น นามบัตร สติกเกอร์ ไวนิล อิงค์เจ็ท กล่องสินค้าพิมพ์ลาย แก้วและถุงกระดาษพิมพ์โลโก้ เป็นต้น
o “Parcel Delivery Service” บริการรับส่งพัสดุด่วนทั่วไทย โดนใจพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์    มาที่เดียว ได้ทั้งอุปกรณ์แพ็คกิ้ง และส่งพัสดุกับไปรษณีย์ไทย หรือ Kerry Express ได้ทันที
o “IT Repair Center” จุดรับส่งซ่อมปริ้นเตอร์ อุปกรณ์ไอที อิเล็กทรอนิกส์ โดยทีมงานมืออาชีพจาก SVOA และแบรนด์ชั้นนำ

ออฟฟิศเมท สร้างธุรกิจไว ให้ทุกธุรกิจวิน! พร้อมเคียงข้างคุณในทุกย่างก้าวของธุรกิจ มาร่วมเปิดประสบการณ์สู่มิติใหม่แห่งการช้อปแบบครบจบในร้านเดียว พบกันได้แล้ววันนี้ที่ร้านออฟฟิศเมท สาขารังสิต (ใกล้ Future Park รังสิต) หรือ Chat & Shop ที่ @ofm_rangsit


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จัดงาน Innovation Day: Industrial Solutions 2023 ส่งอุตสาหกรรมไทยสู่ความยั่งยืน

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นด้านการจัดการพลังงานและระบบออโตเมชั่น จับมือกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โชว์โซลูชั่นสำหรับยกระดับโรงงานอุตสาหกรรมให้ ก้าวทันโลกดิจิทัล เพิ่มประสิทธิภาพด้านการปฏิบัติการ และสร้างความยั่งยืน ประเดิมต้นปี รุก 5 จังหวัดเมืองอุตสาหกรรม ได้แก่ สมุทรปราการ ชลบุรี นครราชสีมา หาดใหญ่ ลำพูน

นายเผดิมศักดิ์ รัตนเรืองศักดิ์ รองประธาน ธุรกิจ Power Products ดูแลกลุ่มคลัสเตอร์ ไทย ลาว และเมียนมา ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เผยว่า “การทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล นับเป็นความท้าทายที่สำคัญสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมทั่วโลกในยุคนี้ เพราะเป็นการปูพื้นฐานสำหรับการสร้างความยั่งยืนในอนาคต ทั้งช่วยลดต้นทุนความเป็นเจ้าของ และต้นทุนด้านการบำรุงรักษา ทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติการได้ รวมไปถึงกฎเกณฑ์ทางการค้าจะยิ่งมีความเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องของความยั่งยืน การทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลของโรงงานนับเป็นโอกาสในการทำธุรกิจในยุคนี้ก็ว่าได้”

งาน Innovation Day: Industrial Solutions 2023 ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จับมือกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรม พร้อมให้คำปรึกษาด้านการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

“การจัดงาน Innovation Day: Industrial Solutions 2023 เราได้รับเกียรติจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกันขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยผลักดันไปสู่ดิจิทัล เพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนของประเทศในอนาคต เป็นการเตรียมความพร้อมด้านการแข่งขันในอนาคตที่ต้องมีเรื่องของการสร้างความยั่งยืนในอีโคซิสเต็มเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อความเป็นต่อด้านการแข่งขันที่ยั่งยืนยิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งการสร้างความยั่งยืนในภาคอุตสาหกรรมไม่ได้หมายถึงความจำเป็นในการลงทุนทางด้านเทคโนโลยี IoT แบบเต็มรูปแบบ แต่เป็นการเริ่มจากผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แล้วค่อยมีการปรับเปลี่ยนเมื่อจำเป็น”

Innovation Day: Industrial Solutions 2023 ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้ออกแบบหัวข้อต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการเสริมศักยภาพในโรงงานปัจจุบัน อาทิ

  • กลยุทธ์การปรับตัวและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันยุคในอุตสาหกรรมไทย สู่ยุคดิจิทัล
  • เร่งเครื่องยกระดับอุตสาหกรรมไทยไปสู่ยุค IIoT
  • กลยุทธ์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในอุตสาหกรรม เพิ่มความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ ประสิทธิภาพ ความยั่งยืน
  • นวัตกรรมการบริหารจัดการระบบไฟฟ้ากำลัง (Innovation of Power System Management)
  • การบริการด้านการจัดการระบบไฟฟ้าเชิงรุก วิเคราะห์ คาดการณ์ ลดดาวน์ไทม์ ในยุคดิจิทัล (Digital Services)
  • ยกระดับภาคการผลิตในอุตสาหกรรมด้วย Integrated Solutions for Automation
  • ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ด้วยเทคโนโลยี AVEVA

โดยงานดังกล่าวตั้งเป้าไว้ที่ 5 จังหวัดเมืองอุตสาหกรรม ได้แก่

“การทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล สิ่งที่สำคัญไม่ใช่เพียงเจ้าของโรงงานมีความเข้าใจ แต่พนักงานทุกคนต้องมีส่วนร่วม และเข้าใจถึงเป้าหมายร่วมกัน การจัดงาน Innovation Day: Industrial Solutions 2023 นับเป็นโอกาสในการเสริมความเข้าใจในด้านการทรานส์ฟอร์มโรงงานสู่ดิจิทัลร่วมกัน ทั้งฝ่ายบริหารและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งทางฝ่ายบริหารโรงงาน และตัวแทนจากโรงงานสามารถเข้าร่วมได้ ซึ่งทางชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยินดีเป็นแรงเสริมในการช่วยผลักดันภาคอุตสาหกรรมให้เติบโต เพื่อนำไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่ยั่งยืนของประเทศในอนาคต” นายเผดิมศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้สองช่องทางทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ประสานเพื่อให้ข้อมูลต่างๆ ตลอดจนรายละเอียดการเข้าชมผ่านช่องทางออนไลน์


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ซีเมนส์เตรียมติดตั้งเทคโนโลยีอัตโนมัติในโรงงานผลิตยางรถยนต์คอนติเนนทอล

23 มีนาคม 2566 – ซีเมนส์และฝ่ายผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ของคอนติเนนทอล ลงนามในข้อตกลงซัพพลายเออร์เชิงกลยุทธ์ (หรือ Strategic Supplier Agreement) ตามที่ซีเมนส์ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ที่งาน Tire Expo Trade Fair ณ เมืองฮันโนเวอร์ (ประเทศเยอรมนี) โดยบริษัทฯ จะจัดหาระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีขับเคลื่อนเพื่อส่งมอบให้แก่โรงงานผลิตยางรถยนต์ของคอนติเนนทอลทั่วโลกในฐานะซัพพลายเออร์ลำดับต้น (Preferred Supplier) จุดมุ่งหมายของความร่วมมือนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตยางรถยนต์ของคอนติเนนทอลทั่วโลกผ่านการใช้นวัตกรรมการควบคุมและเทคโนโลยีอัตโนมัติ ในข้อตกลงดังกล่าวนี้จะมีการกำหนดมาตรฐานที่จะช่วยให้คอนติเนนทอลพัฒนาศักยภาพเครื่องจักรการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในวงจรการผลิต

ระบบอัตโนมัติและซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ของซีเมนส์สามารถช่วยผู้ผลิตยางรถยนต์ปรับกระบวนการผลิตให้เป็นดิจิทัล และยังเปิดโอกาสให้ธุรกิจได้ทบทวนห่วงโซ่คุณค่า (Value Chains) และลดต้นทุนรวมของการดำเนินงานทั้งหมด

เซดริค ไนเค สมาชิกของคณะกรรมการบริหาร ซีเมนส์ เอจี (Siemens AG) และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจ Digital Industries กล่าวว่า “ยางรถยนต์เป็นตัวเชื่อมรถและถนน หากปราศจากนวัตกรรมการผลิตยางที่ทันสมัย เราจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพและความยั่งยืนได้ นั่นคือเหตุผลหลักที่คอนติเนนทอล ไทร์ส และซีเมนส์ ร่วมมือทำงานอย่างใกล้ชิดและกำลังขยายความร่วมมือนั้นเพิ่มขึ้น”

เพื่อขับเคลื่อนเข้าสู่ความเป็นมาตรฐาน คอนติเนนทอลจะซื้อระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีการขับเคลื่อนส่วนใหญ่จากซีเมนส์สำหรับติดตั้งในเครื่องจักรใหม่และเครื่องจักรที่อยู่ระหว่างการพัฒนา โดยบริษัทฯ จะติดตั้ง Simatic Controllers, I/O Systems, WinCC Unified Operator Control Units และ Industrial PCs ให้กับโรงงานผลิตยางรถยนต์ของคอนติเนนทอล พร้อมฝึกอบรมบุคลากรที่ทำงานเกี่ยวข้องในโรงงานยางรถยนต์ต่าง ๆ ของคอนติเนนทอลใน TIA Portal (หรือ Totally Integrated Automation Portal) ที่เป็นพอร์ทัลบริการระบบอัตโนมัติแบบดิจิทัลสำหรับการออกแบบ วางแผน และทำงานด้านวิศวกรรมแบบผสมผสานกับนวัตกรรมเครื่องจักร

มาตรฐานระดับสูงจะได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ The Siemens Tire Library ซึ่งเป็นคลังซอฟต์แวร์สำหรับใช้กำหนดมาตรฐานการควบคุมตัวเซ็นเซอร์ (Sensors) และตัวกระตุ้นหรือหัวขับ (Actuators) จะช่วยรองรับการทำงานดังกล่าว ซึ่งจะทำให้การทำวิศวกรรมเครื่องกล และการบำรุงรักษาเครื่องจักรและอุปกรณ์ง่ายขึ้นสำหรับคอนติเนนทอลรวมถึงด้านซัพพลายเออร์เครื่องจักร ซึ่งการกำหนดมาตรฐานนี้ยังช่วยให้เครื่องจักรทำงานไปในทิศทางเดียวกันไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรจากซัพพลายเออร์ใดก็ตาม

การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเหล่านี้ยังช่วยส่งเสริมการผลิตที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่อุตสาหกรรมยางรถยนต์ให้ความตระหนัก โดยซีเมนส์ได้นำเสนอวงจรการผลิตระยะยาวสำหรับผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ที่จะใช้ในอนาคต ทำให้นวัตกรรมต่าง ๆ ของซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์สามารถทำงานผสานเข้ากับวงจรการผลิตทั้งหมดของเครื่องจักรอย่างง่ายดาย ซึ่งซีเมนส์ยังได้สนับสนุนด้านเทคนิคและกำลังดำเนินการจัดหาอะไหล่ที่จะใช้ในระยะยาว

ที่ผ่านมาซีเมนส์และคอนติเนนทอล ไทร์ส ทำงานร่วมกันเพื่อนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ตัวอย่างหนึ่งคือ การนำเทคโนโลยี Digital Twin มาใช้ในโรงงานอัดขึ้นรูปกับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในแบบเสมือนจริง นอกจากนี้คอนติเนนทอล ไทร์ส ยังใช้เทคโนโลยีเอดจ์ (Edge) ของซีเมนส์และระบบ Cloud Hosting สำหรับแอปพลิเคชัน Mendix

คลิกชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ซีเมนส์ ที่งาน Tire Expo 2023 ได้ที่  www.siemens.com/ttx

คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชันของซีเมนส์ในอุตสาหกรรมยางรถยนต์ได้ที่ www.siemens.com/tire


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์ บทความ บทความพิเศษ

อนาคตการใช้ Generative AI ในภาคองค์กร


โดย ไบรอัน เบิร์ก รองประธานฝ่ายวิจัยด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี การ์ทเนอร์ อิงค์

แม้ ChatGPT จะมีความสามารถที่น่าสนใจแต่ก็เรียกได้ว่ายังอยู่ในขั้นเริ่มต้น ซึ่งการใช้งาน Generative AI ในภาคองค์กรนั้นไปไกลและซับซ้อนกว่ามาก

ช่วงสามปีที่ผ่านมา มีบริษัท Venture Capital (VC) หลายแห่งลงทุนในโซลูชัน Generative AI ต่าง ๆ เป็นมูลค่ามากกว่า 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเฉพาะการลงทุนกับการค้นพบยาด้วย AI และการเข้ารหัสซอฟต์แวร์ AI เป็นสองกลุ่มที่ได้รับเงินทุนมากที่สุด

โมเดลพื้นฐานในยุคแรก ๆ เช่น ChatGPT โฟกัสไปยังความสามารถของ Generative AI เพื่อเสริมงานด้านครีเอทีฟ แต่เราคาดว่าภายในปี ค.ศ. 2025 ยาและวัสดุการผลิตใหม่ ๆ มากกว่า 30% จะเป็นการค้นพบอย่างเป็นระบบโดยการใช้เทคนิค Generative AI จากที่วันนี้ไม่มีเลย นั่นเป็นเพียงหนึ่งในตัวอย่างของ Use Case มากมายของการนำ Generative AI มาใช้ในอุตสาหกรรม 

Use Case ต่าง ๆ ของการใช้ Generative AI

Generative AI สามารถใช้สำรวจความเป็นไปได้ของการออกแบบวัตถุได้หลากหลายเพื่อค้นหาสิ่งที่เหมาะสมที่สุด ไม่เพียงแต่เสริมและเร่งการออกแบบในหลาย ๆ ด้านเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพในการ “ประดิษฐ์คิดค้น (Invent)” นวัตกรรมการออกแบบ หรือ วัสดุที่มนุษย์อาจมองพลาดไปเป็นอย่างอื่น

ในแวดวงการตลาดและสื่อต่างรับรู้ถึงผลกระทบของ Generative AI ซึ่งการ์ทเนอร์คาดว่า ภายในปี 2568 ประมาณ 30% ของข้อความด้านการตลาดที่ส่งออกโดยองค์กรใหญ่ ๆ จะถูกสร้างขึ้นจากการสังเคราะห์โดยระบบ โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่มีน้อยกว่า 2% นอกจากนี้ ภายในปี 2573 ประมาณ 90% ของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่จะเข้าฉายจะสร้างด้วย AI (ตั้งแต่ตัวหนังสือไปจนภาพเคลื่อนไหว)

อย่างไรก็ตามโดยทั่วไปแล้วนวัตกรรมเอไอมักจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่ง Generative AI ได้สร้าง Use Cases มากมายในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

  1. การออกแบบและพัฒนายารักษาโรค (Drug Design)

Generative AI ถูกนำมาใช้ออกแบบและพัฒนายารักษาโรคสำหรับใช้ในกรณีต่าง ๆ แทนที่ต้องใช้เวลาหลายปี กลับย่นระยะเวลาให้เหลือเพียงไม่กี่เดือน เป็นโอกาสสำคัญของภาคเภสัชกรรมที่สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการค้นพบยาตัวใหม่ได้อย่างมีนัยสำคัญ

  1. วัสดุศาสตร์(Material Science)

เทคโนโลยี Generative AI กำลังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ การบินและอวกาศ การป้องกันประเทศ การแพทย์ รวมถึงอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และพลังงาน โดยสามารถประกอบวัสดุขึ้นใหม่ทั้งหมดพร้อมกำหนดคุณสมบัติทางกายภาพได้อย่างเฉพาะ

กระบวนการนี้เรียกว่า Inverse Design สามารถกำหนดคุณสมบัติที่ต้องการและค้นหาวัสดุที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดไว้ แทนที่จะอาศัยความบังเอิญเพื่อค้นหาวัสดุที่มีคุณสมบัติดังกล่าว ผลลัพธ์ที่ได้คือการค้นหา ตัวอย่างเช่น การค้นหาวัสดุที่เป็นตัวเหนี่ยวนำไฟฟ้าหรือมีแรงดึงดูดของแม่เหล็กมากกว่าวัสดุที่ใช้ในด้านพลังงานและการขนส่งในปัจจุบัน หรือการค้นหาวัสดุที่จำเป็นต้องมีความทนทานต่อการกัดกร่อน เป็นต้น

  1. การออกแบบชิป (Chip Design)

Generative AI สามารถใช้การเรียนรู้แบบเสริมกำลัง (Reinforcement Learning) ซึ่งเป็นเทคนิคหนึ่งทางด้าน Machine Learning สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการจัดวางองค์ประกอบในการออกแบบแผงวงจรของเซมิคอนดักเตอร์ (Floorplanning) ซึ่ง Generative AI ช่วยย่นระยะเวลาของวงจรการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเดิมหลายสัปดาห์ที่ต้องทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญมนุษย์เหลือเป็นรายชั่วโมงแทน

  1. ข้อมูลสังเคราะห์ (Synthetic Data)

Generative AI เป็นหนทางเดียวในการสร้างข้อมูลสังเคราะห์ (Synthetic Data) ซึ่งเป็นประเภทข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นโดยอัลกอริทึมที่สำคัญกว่าข้อมูลที่รวบรวมโดยตรงมาจากบุคคลจริง ทำให้มั่นใจถึงความเป็นส่วนตัวของแหล่งข้อมูลดั้งเดิมที่ใช้ในการฝึกโมเดล ตัวอย่างเช่น ฐานข้อมูลด้านสุขภาพที่สามารถสร้างขึ้นเพื่อการวิจัยและวิเคราะห์โดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตนของผู้ป่วย ซึ่งใช้เวชระเบียนรับรองความเป็นส่วนตัว 

  1. การออกแบบชิ้นส่วนประกอบต่าง ๆ (Parts Design)

Generative AI ช่วยให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ ประกอบด้วย ภาคการผลิต ยานยนต์ การบินและอวกาศ และการป้องกันประเทศ สามารถออกแบบชิ้นส่วนประกอบต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อบรรลุเป้าหมายและข้อจำกัดได้ตามที่กำหนด อาทิ ในด้านประสิทธิภาพ ชนิดวัสดุและวิธีการผลิต ตัวอย่าง ผู้ผลิตรถยนต์สามารถใช้ Generative Design เพื่อคิดค้นการออกแบบที่เน้นน้ำหนักเบาขึ้น นำไปสู่เป้าหมายในการทำให้รถยนต์ประหยัดน้ำมันมากขึ้น เป็นต้น  

การฝังเทคโนโลยีต่าง ๆ อย่างเหมาะสม

ปัจจุบันระบบ AI ส่วนใหญ่จะถูกแยกเป็นประเภทต่าง ๆ หมายความว่า มันสามารถรับการฝึกและแยกแยะความแตกต่างระหว่างภาพสุนัขและแมวได้ ซึ่ง Generative AI สามารถฝึกฝนให้สร้างภาพสุนัขหรือแมวที่ไม่มีอยู่ในโลกจริงได้ ซึ่งความสามารถในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีนี้คือ Game Changer

Generative AI ทำให้ระบบต่าง ๆ สามารถสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่มีมูลค่าสูงได้ อาทิ วิดีโอ การเล่าเรื่อง ข้อมูลการฝึกอบรม หรือแม้แต่การออกแบบและสร้างแผนผังวงจรไฟฟ้าหรืออิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ

ตัวอย่างเช่น Generative Pre-trained Transformer (GPT) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีภาษาธรรมชาติขนาดใหญ่ ที่ใช้ในการเรียนรู้เชิงลึกเพื่อสร้างข้อความได้เหมือนมนุษย์ โดยในเจเนอเรชั่นที่ 3 (GPT-3) สามารถคาดการณ์คำที่จะใช้ในประโยคถัดไปตามการฝึกฝนที่สั่งสมมาในระบบ นอกจากนี้ยังสามารถเขียนเรื่องราว แต่งเพลงและประพันธ์บทกวี หรือแม้แต่เขียนโค้ดโปรแกรมในคอมพิวเตอร์ และ ChatGPT ยังช่วยนักเรียนทำการบ้านได้ในไม่กี่วินาที

นอกเหนือจากข้อความ (Text) แล้วยังสามารถสร้างภาพดิจิทัล อย่าง DALL·E 2, Stable Diffusion และ Midjourney ที่เป็น AI ที่สามารถสร้างภาพต่าง ๆ ได้จากข้อความ

ห้ามลืมเรื่องความเสี่ยง 

ก่อนที่องค์กรจะเดินหน้าอย่างเต็มรูปแบบกับ Generative AI ต้องระลึกเสมอว่า นอกจากโอกาสทางธุรกิจแล้ว Generative AI ยังมีภัยคุกคามอยู่เช่นกัน เช่น ความเป็นไปได้ในการปลอมแปลงข้อมูลแบบ Deepfakes ปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ และการใช้เทคโนโลยี Generative AI ในทางที่ผิดเพื่อมุ่งเป้าโจมตีองค์กร

องค์กรต้องทำงานร่วมกับผู้บริหารด้านความปลอดภัยและจัดการความเสี่ยง เพื่อลดความเสี่ยงแบบเชิงรุกจากการเสื่อมเสียชื่อเสียง การปลอมแปลง การล่อลวง และในเรื่องของการเมือง ที่เกิดจากการใช้ Generative AI ในทางที่ผิดทั้งต่อปัจเจกบุคคล องค์กรธุรกิจและภาครัฐบาล

องค์กรควรพิจารณาคำแนะนำการใช้ Generative AI อย่างมีความรับผิดชอบ ผ่านรายชื่อผู้จัดจำหน่ายและผู้ให้บริการที่ได้รับการรับรอง พร้อมให้ความสำคัญกับองค์กรที่มีความมุ่งมั่นสร้างความโปร่งใสในชุดข้อมูลการฝึกอบรมและการใช้โมเดลอย่างเหมาะสม และ/หรือนำเสนอโมเดลของพวกเขาในโอเพ่นซอร์ส


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวดี! สำหรับคนอยากออกรถใหม่ ในงาน Motor Show 2023 ดาวน์ 0 บาท ผ่อน 0% นาน 6 เดือน ฟรีประกัน จัดหมดทุกค่าย ทุกรุ่น ที่บูธ JUST (C16)

JUST เดินหน้าเขย่าวงการยานยนต์อย่างต่อเนื่อง ภายหลังผลตอบรับที่ดีจากงาน “Motor Expo 2022” เมื่อปลายปีก่อน พร้อมยกบริการทั้งหมดที่มี นำทัพโดย JUST CAR แพลตฟอร์มตัวกลางซื้อ-ขายรถยนต์, JUST LOAN บริการสินเชื่อรถยนต์ครบวงจร พร้อมต่อยอดความสะดวก และครบครัน ด้วยการเปิดตัวบริการใหม่อย่าง JUST BROKER บริการนายหน้าประกัน ที่รวบรวมข้อเสนอสุดพิเศษจากบริษัทประกันทั้งหมด มาให้กับคุณ และ JUST SERVICE บริการดูแล-ซ่อมบำรุงรถยนต์ถึงที่ ด้วยรถ EV เปิดตัวพร้อมกันครั้งแรกในงาน “Bangkok International Motor Show 2023” นี้อีกด้วย นอกจากนี้ ทุกบริการของ JUST สามารถใช้บริการผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างแอปพลิเคชัน JUST ได้แล้ววันนี้ ดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ IOS และ ANDROID (App Store และ Play Store)

ดร.ษรัญพัฒน์ ทวีสิทธาพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท จัสท์ เปิดเผยว่า “รู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งที่ JUST ได้เป็นส่วนหนึ่งในงานมหกรรมยานยนต์ “Bangkok International Motor Show 2023” โดยในปีนี้มีการรังสรรค์ภายใต้ Concept บูธ “JOYFUL IN THE JUST WORLD” ที่หากใครก้าวเข้ามาในบูธ JUST แล้ว จะได้รับรอยยิ้มกลับไปทุกคน ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้มจากกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลสุด Exclusive เพียงแค่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน JUST ก็จะได้รับสิทธิร่วมสนุกทันที โดยรับประกันว่าทุกคนจะได้ของติดไม้ติดมือกลับไปแน่นอน และอีกรอยยิ้ม เอาใจคนอยากออกรถใหม่ภายในงาน Bangkok International Motor Show 2023 นี้ หากยังมีรถคันเก่าอยู่ เอามาฝากขายกับบูธ JUST การันตีว่าจะได้ราคาดีกว่าไปขายที่ไหน ๆ แน่นอน พิเศษไปกว่านั้น หากรถสวย สภาพดีมีบวกเพิ่มจากราคาขายให้อีก สูงสุด 30,000 บาท” ดร.ษรัญพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

ขายเสร็จ อยากออกรถใหม่ ไม่ว่ารถค่ายไหน รุ่นอะไร ราคาเท่าไหร่ JUST จัดไฟแนนซ์ให้หมดทุกบูธในงาน “Bangkok International Motor Show 2023” กับโปรโมชันออกรถ 0 บาท ผ่อน 0% นานถึง 6 เดือน แถมฟรี!

  • ประกันชั้น 1
  • ประกัน พ.ร.บ.
  • ประกันคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล
  • ประกันคุ้มครองเครื่องยนต์
  • ฟรีค่าบริการต่อภาษีในปีถัดไป
  • ฟรีค่าแรงซ่อมบำรุง 3 ปี
  • ฟรีค่าแรงเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง
  • และถ้าหากรถของท่านเสีย เรามีบริการรถยกฟรีถึงที่ ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ หากท่านสนใจซื้อ-ขายรถแล้วไม่สะดวกมาที่งาน Bangkok International Motor Show 2023 ท่านสามารถเข้าใช้บริการของ JUST ได้ที่สาขามากกว่า 21 สาขา และจะได้รับข้อเสนอเดียวกับในงาน Motor Show ทันที (ระยะโปรโมชันตั้งแต่ 22 มีนาคม – 30 เมษายน 2566) *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

นายแทนไท ณรงค์กูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์จำกัด ในฐานะประธานบอร์ดกลุ่มบริษัท จัสท์ กล่าวปิดท้ายว่า “ทุกบริการ และโปรโมชั่นทั้งหมดของ JUST ถูกออกแบบมาจากความต้องการของลูกค้าจริง ๆ หากใครสนใจอยากขายรถคันเก่า หรือออกรถคันใหม่ภายในงาน มาใช้บริการได้ที่บูธ JUST (C16) คุณจะได้รับข้อเสนอสุดพิเศษกว่าใคร ตามความตั้งใจในสโลแกนของเรา “ใครไม่ให้ JUST ให้”

งานนี้ห้ามพลาด!! พบกันที่บูธ JUST (C16) ณ IMPACT Challenger Hall 1 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม ถึง 2 เมษายน 2566 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Facebook : JUST CAR แพลตฟอร์มตัวกลางซื้อ-ขายรถยนต์ครบวงจร , Website : https://justcar.co.th/just , Line : @justcar หรือโทร 02-114-3928


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มข. มอบแบบจำลอง AI ภาพเสมือน ชูสถาปัตยกรรมเปือยน้อย ส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน

มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดย รศ.ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ศ.ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ส่งมอบแบบจำลองเสมือนของสถาปัตยกรรมศาสนสถานในอารยธรรมขอมบนพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ให้แก่ นายปิยะพงษ์ คลังทอง นายอำเภอเปือยน้อย นายสิทธิชัย อินทุประภา รองผู้อำนวยการสำนักงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานขอนแก่น ณ ปราสาทเปือยน้อย อำเภอเปือยน้อย จังหวัดขอนแก่น

สำหรับโครงการ การพัฒนาแบบจำลองเสมือนของสถาปัตยกรรมศาสนสถานในอารยธรรมขอมบนพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ในปี พ.ศ.2564-2565 เป็นการดำเนินงานโดย คณะศิลปกรรมศาสตร์ และ สถาบันการสอนวิชาศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับสนับสนุนงบประมาณโครงการจาก ฝ่ายนวัตกรรมและวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีวัตถุประสงค์  เพื่อสร้างแบบจำลองเสมือนของสถาปัตยกรรมศาสนสถานในอารยธรรมขอมบทพื้นที่จังหวัดของแก่น  และ  เพื่อพัฒนาแบบจำลองเสมือนของสถาปัตยกรรมศาสนสถานในอารยธรรมขอมบทพื้นที่จังหวัดของแก่น ในรูปแบบภาพสามมิติ วีดีโอและแอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม

ดร.ฮาวา วงศ์พงษ์คำ  เจ้าของโครงการการพัฒนาแบบจำลองเสมือนของสถาปัตยกรรมศาสนสถานในอารยธรรมขอมบนพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เปิดเผยว่า “จุดเริ่มต้นของโครงการนี้ คือ ต้องการที่จะทำประโยชน์ต่อชุมชน เนื่องจากตนเองมีความรู้ด้านสถาปัตยกรรม และ ได้เรียนต่อยอดที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำให้ได้รู้ว่าพื้นถิ่นมันมีความสำคัญ   ที่เลือกศึกษาปราสาทขอม เพราะว่าเป็นสิ่งที่คงทน สะท้อนวิธีคิดของคนในสมัยนั้น ประกอบกับ อยากจะให้ชุมชนเห็นว่าก่อนที่จะพังเมื่อ 2000 ปีก่อน สิ่งปลูกสร้างนี้มีลักษณะอย่างไร  เราจึงนำนวัตกรรม เข้ามาบวกกับองค์ความรู้ ไม่ว่าจะเป็น กรมศิลป์ จากท่านนักวิชาการต่าง ๆ ต่อจากนั้นก็นำไปเปรียบเทียบ เทียบเคียง ปราสาทเปือยน้อย ที่สร้างสมัยศิลปะบาปวน เทียบเคียงกับในยุคสมัยใกล้เคียงกัน เมืองต่ำบ้าง เป็นของพนมรุ้งบ้าง  แล้วจึงเกิดแบบสันนิษฐานนี้ขึ้นมา โดยที่เราก็จะได้เป็น Application เป็นสารคดี โดยการซ้อนของ Metaverse ซ้อนภาพสามมิติเข้าไป ซึ่ง นักท่องเที่ยว ผู้สนใจสามารถชมแบบจำลองเสมือนของสถาปัตยกรรมปราสาทเปือยน้อย พร้อมถ่ายรูปตนเองพร้อมปราสาทจำลองเสมือนได้ โดยการใช้Application สแกนคิวอาร์โค้ด ณ บริเวณนี้

ดร.ฮาวา กล่าวอีกว่า ความสนุกของการทำ Project นี้ เป็นความสนุกบวกกับความภาคภูมิใจ เพราะว่า ได้ร่วมงานกับชาวอำเภอเปือยน้อย ซึ่งเป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็งมาก ทั้งผู้นำชุมชน ท่านผู้ว่า ท่านนายอำเภอ ท่านปลัด กลุ่มชาวบ้าน และ กลุ่มเล็กๆที่รักปราสาทเปือยน้อย ที่เขาทำเพจ และการทำงานวิจัย เป็นการนำความรู้ของเราไปทำในสิ่งที่เขาต้องการ   หลังการส่งมอบแล้วจะไม่หยุดแค่นี้ จะพัฒนาเป็นงานวิจัยชิ้นใหม่ ที่กำลังทำอยู่ เป็นภาพสันนิษฐาน การฉายแสง Scale จริง 1 ต่อ 1 ซึ่งจะทำให้ผู้ชม ได้รู้ว่าของจริงยิ่งใหญ่ขนาดไหน โดยแสดงในเดือนเมษายนนี้ ในงานบุญบวงสรวงของปราสาทเปือยน้อย นั้นปีนี้ก็จะเป็นปีแรกที่งานบวงสรวงที่มีงานแบบภาพสันนิษฐานเป็น Background ข้างหลังซึ่งมันเป็นปีแรกของภาคอีสาน

นายปิยะพงษ์ คลังทอง นายอำเภอเปือยน้อย เปิดเผยว่า อำเภอเปือยน้อยโชคดีมีโบราณสถานที่ถือว่าเป็นต้นทุนของพื้นที่ จากที่เรามีของดีของเด่นเป็นต้นทุนอยู่แล้ว เราจึงคิดต่อยอดว่าทำอย่างไรจะให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นด้านของเศรษฐกิจ ด้านสังคม หรือแม้แต่ศิลปวัฒนธรรม  โครงการการพัฒนาแบบจำลองเสมือนของสถาปัตยกรรม ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในครั้งนี้ ผมดูแล้วชื่นชม อย่างน้อย สามารถสร้างความตื่นเต้นให้กับพี่น้องประชาชน ในการที่เข้ามารับรู้ ตัวปราสาท ถ้าสมบูรณ์จะเป็นอย่างไร สิ่งเหล่านี้จะเป็นเครื่องมือ เป็นกิจกรรมนึงที่เราจะจัดขึ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเพื่อที่จะเสริมการพัฒนาชุมชนต่อไป

ข่าว : รวิพร สายแสงทอง


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

PEA ENCOM จัดฝึกอบรมให้กับ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) อัพสกิล หลักสูตร “ผู้ชำนาญการในการติดตั้ง ทดสอบและบำรุงรักษาเครื่องอัดประจุไฟฟ้าและสถานีอัดประจุไฟฟ้า”

ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการจัดอบรม บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (PEA ENCOM) ได้รับความไว้วางใจจากบริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ให้ดำเนินการจัดอบรม หลักสูตร “ผู้ชำนาญการในการติดตั้ง ทดสอบและบำรุงรักษาเครื่องอัดประจุไฟฟ้าและสถานีอัดประจุไฟฟ้า ระหว่างวันที่ 16 – 17 มีนาคม 2566 ณ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (สำนักงานใหญ่)

โดย PEA ENCOM ได้นำคณะวิทยากรจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และวิทยากรจากหน่วยงานภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าภายในสถานีอัดประจุไฟฟ้า ร่วมบรรยายในหลักสูตรดังกล่าว และได้รับการตอบรับจากผู้เข้าอบรมเป็นอย่างดี ซึ่งการฝึกอบรมในหลักสูตรดังกล่าวเป็นการจัดอบรมรูปแบบ In house โดยมีวัตถุประสงค์ในการอบรมดังนี้

  1. เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า และมาตรฐาน กฎหมายข้อกำหนดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมโอกาสทางธุรกิจจากการติดตั้งสถานีประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า
  2. เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้ที่สนใจติดตั้งสถานีประจุไฟฟ้าและส่งเสริมให้เกิดการติดตั้งและใช้งานอย่างถูกต้องและปลอดภัย
  3. เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และโอกาสทางตลาดจากการติดตั้งสถานีประจุไฟฟ้าตามสถานที่ต่างๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงแรม โรงพยาบาล หมู่บ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม สถานที่ทำงาน สถานที่สาธารณะ หน่วยงานราชการ เป็นต้น

ทั้งนี้ PEA ENCOM จะดำเนินการจัดอบรมหลักสูตร “ผู้ชำนาญการในการติดตั้ง ทดสอบและบำรุงรักษาเครื่องอัดประจุไฟฟ้าและสถานีอัดประจุไฟฟ้า” รูปแบบ Public ให้กับผู้เข้าสนใจทั่วไป ระหว่างวันที่ 26-27 เมษายน 2566  ณ โรงแรมคุ้มภูคำ จังหวัดเชียงใหม่ โดยสามารถสมัครเข้าร่วมอบรมได้ ผ่านเว็บไซต์ www.encom-training.com

หรือหากมีบริษัท หรือ หน่วยงานใด มีความประสงค์ให้ PEA ENCOM ดำเนินการจัดอบรมหลักสูตรดังกล่าวในรูปแบบ In house สามารถติดต่อได้ที่ หน่วยธุรกิจฝึกอบรมและบริการผู้ปฏิบัติงานด้านระบบไฟฟ้า (บริษัท พีอีเอ เอ็นคอมฯ) หมายเลขโทรศัพท์ 02-590-9935  หรือผ่าน Lind Id : @encomtraining


 

Exit mobile version