
ผู้เขียน: Editorial

คุณภูษิต อรุณรัตนดิลก, Vice President, HIS MSC Company Limited ร่วมลงนามเซ็นสัญญา กับ คุณชาตสุธา ไกวัลนนท์ ผู้จัดการโรงแรม Grand China Hotel เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 ณ โรงแรม Grand China Hotel
Grand China Hotel มีความไว้วางใจเลือก HIS MSC Company Limited เป็นผู้ให้บริการวางระบบ Hotel KIOSK Self Check-in ซึ่งผู้เข้าพักจะได้รับประโยชน์จากการเช็คอินและเช็คเอาต์แบบบริการตนเองตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันผ่านอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย พร้อมให้บริการในหลายภาษาให้กับ Grand China Hotel ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ บริเวณสี่แยกราชวงศ์และถนนเยาวราช
ด้วยระบบของ MYRA Hotel KIOSK Self Check-in แขกจะได้รับประโยชน์จากการเข้าถึงบริการตนเองสำหรับการเช็คอินและเช็คเอาต์ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันผ่านอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายซึ่งมีให้บริการในหลายภาษา ผู้เข้าพักจะได้รับการแจ้งเตือนตามเวลาจริงทางอีเมลหลังเช็คอิน การออกแบบที่มีสไตล์ของ MYRA จะเข้ากับการตกแต่งล็อบบี้โรงแรม ดังนั้น HIS MSC มั่นใจว่าแขกของ Grand China Hotel จะพึงพอใจในระดับสูง
HIS MSC Company Limited เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง Infor INC.จากสหรัฐอเมริกาและ Metro Systems Corporation Public Company (MSC) ตั้งแต่ปี 2534 นำเสนอโซลูชั่นเทคโนโลยีสำหรับการบริหารจัดการทุกด้านของโรงแรม ตั้งแต่โรงแรมขนาดเล็กไปจนถึงโรงแรมระดับนานาชาติขนาดใหญ่
“HIS MSC Company Limited นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพสูงด้วยความเป็นมืออาชีพที่เหนือกว่า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเติบโตของลูกค้าด้วยความสำเร็จอย่างยั่งยืน มายาวนานกว่า 30 ปี”
รันจิต อัตวาล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัยการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “การทำงานไฮบริดไม่ใช่แค่การเติมไฟทำงานให้แก่พนักงาน แต่ยังเป็นความคาดหวังของพนักงานอีกด้วย ในปี 2565 มีพนักงานจำนวนมากทยอยกลับไปทำงานที่ออฟฟิศ โดยที่รูปแบบการทำงานไฮบริดจะยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในปีนี้และอนาคต บริษัทนายจ้างควรปรับตัวโดยการนำนโยบายการทำงานที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-Centric Work Design) มาปรับใช้ในองค์กร รวมถึงเพิ่มความยืดหยุ่นและการมีส่วนร่วมในงาน และมีรูปแบบการจัดการพนักงานที่ทำงานไฮบริดอย่างเข้าอกเข้าใจ”
ตัวอย่างเช่น บุคลากรไอทีมีแนวโน้มลาออกมากกว่าบุคลากรในสายงานอื่น ๆ เนื่องจากพวกเขาต้องการความยืดหยุ่นในการทำงานมากขึ้น และมีสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance) และมองหาโอกาสในการทำงานที่ดีขึ้น โดยผู้บริหารไอที (หรือ CIOs) สามารถเพิ่มโอกาสในการรักษาและดึงดูดบุคลากรที่มีทักษะความสามารถระดับหัวกะทิได้ โดยการปรับเปลี่ยนแนวคิดใหม่เป็นการมอบคุณค่าแก่พนักงาน (Employee Value Proposition) ที่เข้าใจความเป็นมนุษย์มากขึ้น
การ์ทเนอร์ให้คำจำกัดความ พนักงานกลุ่ม Hybrid Workers คือผู้ที่เข้าทำงานในสำนักงานอย่างน้อยหนึ่งวันต่อสัปดาห์ ส่วนพนักงานกลุ่ม Fully Remote Workers เป็นกลุ่มที่ทำงานที่บ้านตลอดเวลา และพนักงานกลุ่ม On-Site Workers คือพนักงานที่เข้าทำงานในสำนักงานเต็มเวลา
คาดว่าจำนวนพนักงานที่ทำงานผ่านระยะไกล (Remote Workers) จะลดลงทุกปี การ์ทเนอร์ประมาณการณ์ว่าภายในสิ้นปี 2566 จำนวน Remote Workers จะเหลือเพียง 9% ของจำนวนพนักงานทั้งหมดทั่วโลก (ตามภาพที่ 1)
ภาพที่ 1: สัดส่วนพนักงานที่มีทักษะความรู้ทั่วโลกที่ทำงานแบบ Fully Remote และ Hybrid ระหว่างปี 2564 – 2566
ที่มา การ์ทเนอร์ (มีนาคม 2566)
ตั้งแต่ปี 2562 ทุกประเทศมีสัดส่วนการทำงานแบบ Hybrid และ Fully Remote เพิ่มขึ้น โดยมีความแตกต่างกันออกไปอย่างมีนัยสำคัญในแต่ละประเทศ
เมื่อการออกแบบการทำงานที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลางมาพบกับพื้นที่ทำงานเสมือนจริง (Virtual Workspaces)
Human-Centric Design หรือการออกแบบการทำงานที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลางต้องอาศัยหลักการ บรรทัดฐานและไอเดียใหม่ ๆ ซึ่งพื้นที่ทำงานเสมือนจริง (Virtual Workspaces) ที่ประสบความสำเร็จจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการสรรหาและว่าจ้างไปจนถึงรวบรวมทีมงานไว้ได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงที่ตั้งภูมิศาสตร์ พื้นที่ทำงานเสมือนจริงยังเป็นทางเลือกใหม่ที่ช่วยลดปัญหาในเรื่องการจัดประชุมแบบพบหน้า (รวมถึงการเดินทาง) ด้วยโซลูชั่นการประชุมเสมือนจริงที่มีอยู่ การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าภายในปี 2568 พนักงาน 10% จะใช้พื้นที่เสมือนจริงสำหรับทำกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การขาย การเตรียมพร้อมสำหรับพนักงานใหม่และการทำงานจากระยะไกล
คริสโตเฟอร์ ทรูแมน นักวิเคราะห์อาวุโสของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “สำหรับองค์กรที่ทำงานแบบไฮบริดหรือทำงานจากระยะไกลนั้นพื้นที่สำนักงานจริงอาจถูกแทนที่ด้วยพื้นที่ทำงานเสมือนจริงอย่างเต็มศักยภาพ จนกลายเป็นศูนย์รวมของวัฒนธรรมองค์กร และเป็นศูนย์กลางการทำงานที่สร้างประสบการณ์ดิจิทัลให้พนักงาน อย่างไรก็ตามพนักงานไม่ควรคาดหวังว่าจะมีส่วนร่วมในพื้นที่ทำงานเสมือนจริงตลอดทั้งวัน แต่ควรใช้พื้นที่นี้สำหรับการประชุมและการสร้างปฏิสัมพันธ์เพื่อพัฒนาศักยภาพให้กับตนเอง อาทิ การระดมไอเดียต่าง ๆ (Brainstorming) การทดสอบผลิตภัณฑ์ (Product Reviews) หรือ การพบปะทางสังคม (Social Gatherings)”
ลูกค้าการ์ทเนอร์ สามารถคลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ “Forecast Analysis: Knowledge Employees, Hybrid, Fully Remote and On-Site Work Styles, Worldwide.”
เกี่ยวกับ Gartner for Information Technology Executives
Gartner for Information Technology Executives นำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปใช้ได้จริงแก่ผู้บริหารและผู้นำด้านไอที สำหรับช่วยให้พวกเขาสามารถใช้ขับเคลื่อนองค์กรก้าวข้ามการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลและสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ ชมข้อมูลเพิ่มเติมคลิก www.gartner.com/en/information-technology
ติดตามข่าวสารและข้อมูลล่าสุดจาก Gartner for IT Executives ได้ที่ Twitter และ LinkedIn. หรือเยี่ยมชมที่ IT Newsroom
เกี่ยวกับการ์ทเนอร์
การ์ทเนอร์ อิงค์ (Gartner, Inc.) (NYSE: IT) คือบริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำของโลก มอบข้อมูลเชิงลึก คำแนะนำ และเครื่องมือต่าง ๆ แก่ผู้บริหารองค์กรธุรกิจ เพื่อรองรับการดำเนินภารกิจสำคัญที่มีอยู่ในปัจจุบันและสร้างองค์กรให้ประสบความสำเร็จในอนาคต ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางของการ์ทเนอร์ในการช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจอย่างถูกต้องเพื่อขับเคลื่อนอนาคตของธุรกิจได้ที่ gartner.com
บริษัท เมโทรคอนเนค จำกัด ร่วมกับ บริษัท ไอบีเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมจัดงาน “MCC Grand Opening – LinuxONE Distributor” เพื่อเป็นการประกาศให้บริษัทคู่ค้าทุกท่านทราบว่า บริษัท เมโทรคอนเนค จำกัด ซึ่งปัจจุบันได้เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ LinuxONE ของ ไอบีเอ็ม เพียงเจ้าเดียวในประเทศไทย โดยจัดขึ้นเมื่อ วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ ห้อง Studio R6 โดย คุณวรัชญ์ รัตนธรรมมา Assistant Vice President บริษัท เมโทรคอนเนค จำกัด ให้เกียรติกล่าวเปิดงาน และมีผู้เชี่ยวชาญบรรยายโซลูชั่นต่างๆ ดังต่อไปนี้
คุณสุรฤทธิ์ วูวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มเทคโนโลยี จาก บริษัท ไอบีเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด บรรยายในหัวข้อ “IBM Direction & Linux Market Trend” โดยนำเสนอทิศทางของทางบริษัทฯ และแนวโน้มของตลาดซึ่งทางลูกค้าให้ความสนใจในการพัฒนาโปรแกรมบนแพลตฟอร์ม Linux และเพื่อให้ลูกค้าเข้าใจเทคโนโลยีของ LinuxONE ซึ่งมีความสอดคล้องกับตลาดเหล่านี้อย่างชัดเจน
Mr. Manoj Srinivasan Pattabhiraman Senior Hybrid Cloud and IBM LinuxONE Specialist จาก IBM Regional บรรยายในหัวข้อ “What is IBM LinuxONE?” โดยนำเสนอให้ทุกท่านได้รับรู้และเข้าใจดียิ่งขึ้นว่า IBM LinuxONE เป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะกับลูกค้าอย่างไร เอาไปใช้งานกับระบบงานไหนได้บ้าง และมีข้อดีเหนือคู่แข่งอย่างไร
Mr. Rivi Varghese Founder and CEO จาก Clari5 บรรยายในหัวข้อ “Anti- Money Laundering and Fraud detection” โดยเสนอโซลูชั่นที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินต่างๆ ในเรื่องโซลูชัน AML แบบเรียลไทม์ของ Clari5 ช่วยให้ธนาคาร และสถาบันการเงินดำเนินการอัตโนมัติปรับปรุง และปฏิบัติตามโปรแกรมการปฏิบัติตามกฎระเบียบ AML/CFT ที่มีอยู่ และกฎระเบียบที่เกิดขึ้นใหม่ รวมถึงการจัดการการฉ้อโกงแบบเรียลไทม์ตามช่องทางต่าง โดยใช้แอปพลิเคชันเพื่อตรวจจับ และยับยั้งความพยายามอย่างชาญฉลาด
คุณปิยนันท์ ศิริเดช Hybrid Cloud Sales Specialist จาก บริษัท เร้ดแฮท (ประเทศไทย) จำกัด บรรยายในหัวข้อ “application modernization with Red Hat OpenShift” โดยกล่าวถึง ตอนนี้องค์กรหลายแห่งให้ความสำคัญกับความทันสมัยแอปพลิเคชัน และต้องการพัฒนาให้แอปพลิเคชันต่างๆ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นประโยชน์ต่อองค์กรตั้งแต่วันนี้จนถึงอนาคต ในเซสชั่นจะมีการพูดถึงแอพพลิเคชั่นดั้งเดิมให้ทันสมัยเป็นประโยชน์ทางธุรกิจได้อย่างไร
ทั้งนี้ บริษัท เมโทรคอนเนค จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ LinuxONE อย่างเป็นทางการเพียงเจ้าเดียวในประเทศไทย ได้รับความไว้วางใจให้เป็นส่วนหนึ่งในการขยายตลาดสู่บริษัทคู่ค้า เพื่อตอบสนองความต้องการทางด้านเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงการช่วยเหลือ และส่งต่อความรู้ความชำนาญให้แก่บริษัทคู่ค้า เพื่อพัฒนาและต่อยอดโซลูชันที่ตอบโจทย์กับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน
สนใจข้อมูลเพิ่มเติม https://www.metroconnect.co.th/products/hpe-hardware/ หรือ สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมติดต่อฝ่ายการตลาด โทร.02-0894880 อีเมล์: mktmcc@metroconnect.co.th
ออฟฟิศเมท และ ออฟฟิศเมท พลัส ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ต้อนรับเดือนแห่งความรัก เทใจให้ SME และจัดซื้อแบบจัดเต็ม กับแคมเปญ SUPER DEAL IN LOVE “ช้อปไอเทมคู่สุดฟิน อินกันทั้งเดือน” ตลอดกุมภาพั
• ซื้อ 2 ชิ้นประหยัดกว่า! กับอุปกรณ์
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในการจัดการพลังงาน และระบบออโตเมชั่น จัดโครงการ Access to Energy มอบโคมไฟโมบิยา (Mobiya Solar Lanterns) ให้กับชุมชนบนดอยสูง จำนวน 110 ครัวเรือน นับตั้งแต่ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2556 ได้มีการมอบไปแล้วถึง 1,044 ครัวเรือน เมื่อรวมครั้งล่าสุดเท่ากับได้ช่วยให้ชุมชนได้ใช้พลังงานสะอาด ที่ปลอดภัยถึง 1,154 ครัวเรือนเลยทีเดียว สร้างความเท่าเทียมด้านการเข้าถึงพลังงาน ต่อยอดคุณภาพด้านการศึกษา และอาชีพได้อย่างยั่งยืน
นายชาติชาย โพธิวร ผู้จัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย “เราได้จัดโครงการ Access to Energy นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 โดยมีเจตนารมณ์ให้ทุกคนในประเทศไทยเข้าถึงพลังงานโดยเสมอภาคกัน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เชื่อว่า การเข้าถึงพลังงาน คือสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ โดยเราได้มีการมอบโคมไฟโมบิยาให้กับหมู่บ้านชาวมอแกน หมู่เกาะสุรินทร์ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาด้านพลังงานให้กับชาวมอแกนที่ได้รับผลกระทบจากสึนามิ และในอีกหลายจังหวัดที่พลังงานเข้าไม่ถึง ทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ รวมถึงภาคอีสาน จวบจนสิ้นปี พ.ศ. 2561 จะได้ผลรวมทั้งสิ้น 1,044 ครัวเรือน ช่วยประชากรให้เข้าถึงพลังงานได้ราว 4,176 ราย”
“โครงการ Access to Energy ในปี 2566 นี้ เป็นโครงการแรกแห่งปี โดยจะมีการมอบโคมไฟโมบิยา จำนวน 110 ครัวเรือน ณ หมู่บ้านมอโก้คี และหมู่บ้านใกล้เคียง บ้านขะแนจื้อคี บ้านมอเคลอะคี และหย่อมหมู่บ้านในละแวก ตำบลแม่อุสุ อ. ท่าสองยาง จ.ตาก พร้อมสาธิตการใช้งาน และเยี่ยมชมการใช้งานจริงในหมู่บ้านในช่วงกลางคืน ตลอดจนมอบของใช้ที่จำเป็นอื่นๆ ให้กับทางศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา บ้านมอโกโพคี แม่ฟ้าหลวง อาทิ สื่อการเรียนการสอน อุปกรณ์กีฬา ปัตตาเลี่ยน หลอดไฟแอลอีดี เสื้อผ้า จานดาวเทียม ถังกักเก็บน้ำ เป็นต้น โดยโครงการ Access to Energy อยู่ภายใต้เจตนารมณ์ของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่เชื่อมั่นว่า พลังงานคือสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษยชน
โคมไฟโมบิยา โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ ของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผ่านการตกผลึกแนวคิดมาจากอุดมการณ์อันแรงกล้าเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงพลังงานของประชากรบนโลก ซึ่งโคมไฟโมบิยาได้จดสิทธิบัตร มาพร้อมรางวัลแห่งความทุ่มเท ได้แก่ Grand Prix, Strategies Du Design 2013 และ European Design awards โดยหวังเป็นการจุดประกายอนาคตให้ส่องสว่างในพื้นที่ที่ไร้ด้านพลังงาน ใส่ใจแม้กระทั่งการออกแบบเพื่อให้ใช้งานง่ายและปลอดภัยแม้เด็กเล็กๆ ก็สามารถใช้งานได้ อีกทั้งรูปทรงและรูปแบบ รวมไปถึงฟีเจอร์การใช้งานที่ง่าย เหมาะสำหรับชุมชนที่ห่างไกลพลังงานอย่างแท้จริง” นายชาติชายกล่าวทิ้งท้าย
การมอบโคมไฟโมบิยา นับเป็นเจตนารมณ์ของเราในการมอบ “พลังงานไฟฟ้า เพื่อชีวิต” มุ่งเน้นไปที่ผู้ที่ไม่มีพลังงาน ได้เข้าถึงพลังงานไฟฟ้า สำหรับครัวเรือนที่อยู่นอกโครงข่ายไฟฟ้า คนเหล่านี้ล้วนต้องการพลังงานเป็นพื้นฐาน เพื่อตอบโจทย์ความจำเป็นในการดำรงชีวิตได้อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นแสงสว่างยามค่ำคืน การศึกษา และการประกอบอาชีพในเวลากลางคืน เช่น การทอผ้า เป็นต้น นอกจากนี้ ไม่ว่าจะด้วยบริบททางภูมิรัฐศาสตร์ ภัยธรรมชาติ หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่คาดเดาไม่ได้ และจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ โอกาสเพื่อนำไปสู่การดำรงชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คนนับเป็นสิ่งจำเป็น นั่นคือเป้าหมายของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค คือการช่วยให้ทุกคนได้ใช้พลังงานและทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เราเป็นตัวแทนที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีเพื่อการใช้ชีวิต การทำงาน และความยั่งยืนเพื่อประโยชน์ของทุกคน เราเรียกสิ่งนี้ว่า Life Is On
ศ.ดร. สุชาติ เซี่ยงฉิน อธิการบดี มจพ. เป็นประธานในงานวันรวมน้ำใจชาว มจพ. “64 ปี มจพ. นวัตกรรมวิถี สู่เทคโนโลยีที่ยั่งยืน” เนื่องในโอกาสครบรอบวันสถาปนามหาวิทยาลัยครบ 64 ปี (19 กุมภาพันธ์ 2566) เพื่อเป็นการรำลึกถึงการก่อตั้งมหาวิทยาลัย ร่วมระลึกถึงคณาจารย์ และบุคคลที่มีคุณูปการต่อมหาวิทยาลัย เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีและความสามัคคีอันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ระหว่างศิษย์เก่า คณาจารย์ ศิษย์ปัจจุบัน ผู้เกษียณอายุราชการ บุคลากร เครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการในการเผยแพร่ผลงาน ชื่อเสียงและเกียรติภูมิของมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 ภายในงานประกอบด้วย ภาคเช้า พิธีทำบุญถวายภัตตาหารเช้าและเจริญพระพุทธมนต์ แด่พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป ณ ห้องรับรองราชพฤกษ์ อาคารนวมินทรราชินี พิธีรำลึกถึงทวาปูชนียาจารย์ : ศ.ดร.บุญญศักดิ์ ใจจงกิจ และ Dipl. Ing Karl Stützle ณ ลานทวาปูชนียาจารย์ หน้าอาคารบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย – เยอรมัน จากนั้น ผศ.ดร. ณัฐพงศ์ มกระธัช ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาสิ่งแวดล้อมและกายภาพ กล่าวรายงาน และ ศ.ดร. สุชาติ เซี่ยงฉิน อธิการบดี กล่าวระลึกถึงทวาปูชนียาจารย์ (ศ.ดร. บุญญศักดิ์ ใจจงกิจ และ Dipl. Ing Karl Stützle) คณะผู้บริหารและบุคลากรของส่วนงาน ยืนแสดงความเคารพและรำลึกถึงอาจารยคุณของทั้งสองท่าน ตามลำดับ ภาคบ่าย พิธีมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณ “บุคคลเกียรติยศ มจพ.” เป็นการมอบรางวัลให้แก่ศาสตราจารย์ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ ศิษย์เก่าดีเด่น บุคลากรดีเด่น ผู้ปฏิบัติงานดีเด่น นักวิจัยรางวัลพระจอมเกล้าพระนครเหนือ บุคลากรและนักศึกษาที่มีผลงานดีเด่นสร้างชื่อเสียงในระดับนานาชาติ ตลอดจนศูนย์วิจัยเฉพาะทางที่มีผลงานดีเด่น ทั้งนี้สามารถชมนิทรรศการ “บุคคลเกียรติยศ มจพ.” ณ ลานอาคารอเนกประสงค์ ชั้น 1 และรับชมกิจกรรมได้ที่ https://together.kmutnb.ac.th/
ขวัญฤทัย ข่าว /สมเกษ ถ่ายภาพ
อีริคสัน (NASDAQ: ERIC) แสดงวิสัยทัศน์ความเป็นผู้นำสนั
โซลูชันใหม่ของอีริคสันมากกว่า 10 โซลูชัน จะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์
อีริคสันยังเปิดตัวระบบคลื่นวิ
นอกจากนี้ซอฟต์แวร์ยังได้รั
โซลูชันใหม่จะจัดแสดงที่บู
สำหรับในประเทศไทย อีริคสันจะทำการตลาดโซลูชั่น Massive MIMO, AIR 6419 B41 และ Radio 4490 B1/B3 เพื่อส่งมอบประสิทธิภาพเครือข่
มร. อิกอร์ มอเรล ประธาน บริษัท อีริคสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “เรากำลังขับเคลื่อนโครงสร้างพื้
เมื่อเร็ว ๆ นี้อีริคสันได้ทดสอบผลิตภัณฑ์ Massive MIMO รุ่นล่าสุด รวมถึงโซลูชัน AIR 6419 B41 บนคลื่นความถี่ 2600MHz และผลที่ได้แสดงให้เห็นว่าผลิ
ทั้งนี้บริษัทฯ อยู่ระหว่างการทดสอบผลิตภัณฑ์ Radio 4490 B1/B3 บนย่านความถี่ดูอัลแบนด์ 2100MHz และ 1800MHz ซึ่งโซลูชั่นนี้เป็นระบบคลื่นวิ
บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MSC เปิดบ้านต้อนรับคณะนักศึกษาระดับชั้นปีที่ 1-4 มหาวิทยาลัยธนบุรี นำโดย อาจารย์นพดล สิทธิเลิศ หัวหน้าสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจดิจิทัล คณะบริหารธุรกิจ ร่วมเรียนรู้พร้อมเปิดประสบการณ์แห่งโลกเทคโนโลยีไอทีไปกับ MSC ทั้งนี้รับเกียรติจาก ดร.ธัญญา วงษ์วานิช Head of Corporate Communication ให้การต้อนรับ คุณมีลาภ โสขุมา Assistant Vice President of Solutions Integration Group บรรยายความรู้เรื่อง “Digital Transformation” และการสร้างแรงบันดาลใจในการศึกษาต่อในสายไอที คุณสุกัญญา วิมลเศรษฐ์ Assistant Vice President of HR กล่าวถึง Future skill for future work พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ตำแหน่งงานว่าง และการรับนักศึกษาฝึกงาน จากนั้นคณาจารย์และนักศึกษาได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์สาธิตเทคโนโลยีต่างๆ ภายใน บริษัทฯ ในวันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ 2566 ณ สำนักงานใหญ่
กิจกรรมเยี่ยมชมศูนย์สาธิตเทคโนโลยีสารสนเทศของ บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดให้บริการเพื่อเป็นวิทยาทานแก่สถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ที่ต้องการให้นักศึกษาได้มีโอกาสเรียนรู้ และศึกษาดูงาน พร้อมรับฟังการบรรยายด้านเทคโนโลยีไอทีที่ทันสมัย
สถาบันการศึกษาที่สนใจเยี่ยมชมสามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-089-4242 email: crc@metrosystems.co.th Website: https://www.metrosystems.co.th/ FB: https://www.facebook.com/metrosystemscorp
มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด จัดงานแถลงข่าวพิธีลงนามการถ่ายทอดทรัพย์สินทางปัญญาผลิตภัณฑ์ “โจ๊กที่มีส่วนผสมสารสกัดใบหม่อนและผักแพว” โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น และ ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด พร้อมผู้บริหารทั้งสองฝ่ายร่วมลงนามในพิธี ณ ห้องประชุมสารสิน ชั้น 2 อาคารสิริคุณากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น
รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีความมุ่งมั่นผลักดันผลงานวิจัยที่ดีและมีคุณภาพไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เพื่อยกระดับสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีผลการวิจัยรองรับ โดยใช้วัตถุดิบในประเทศ และช่วยลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ซึ่งที่น่าภาคภูมิใจคือ ผลงานนี้ใช้ใบหม่อนและผักแพวเป็นวัตถุดิบ ซึ่งเป็นพืชที่มีแหล่งเพาะปลูกมากในท้องถิ่นของภาคอีสาน ถือเป็นความตั้งใจอย่างยิ่งของทีมนักวิจัยที่อยากจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับใบหม่อนและผักแพว
สำหรับผลงานทรัพย์สินทางปัญญา เรื่อง “โจ๊กที่มีส่วนผสมสารสกัดใบหม่อนและผักแพว” นั้น ทีมนักวิจัย นำโดย ศ.ดร.จินตนาภรณ์ วัฒนธร รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาสมรรถนะมนุษย์และการเสริมสร้างสุขภาพ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งตั้งใจพัฒนาสูตรขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุซึ่งมักจะมีปัญหาเรื่องความจำและมีปัญหาเรื่องระบบกระดูก นอกจากนั้น ยังช่วยให้สามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรในรูปแบบผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพซึ่งมีมูลค่าสูงได้ เช่นเดียวกับผู้บริหาร บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด ซึ่งมีวิสัยทัศน์ในการเป็นบริษัทชั้นนำด้านชีววิทยาศาสตร์ในภูมิภาคที่มีวิทยาศาสตร์อันเป็นเลิศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ก็มีความมุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจใหม่ทางด้าน Life Science และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น คือ มหาวิทยาลัยวิจัยและพัฒนาชั้นนำระดับโลก (A World-Leading Research and Development University) โดยหนึ่งในเป้าหมายคือ การวิจัย พัฒนาและการนำไปใช้ประโยชน์ จึงทำให้เกิดความร่วมมือและนำไปสู่การ Matching ผลงานวิจัยและธุรกิจในครั้งนี้
ศ.ดร.จินตนาภรณ์ วัฒนธร รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาสมรรถนะมนุษย์และการเสริมสร้างสุขภาพ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า เมื่อเราอายุมากขึ้น หรือ เข้าสู่วัยทอง สมดุลของการสร้างกระดูก และ การสลายกระดูก จะลดลงไป ทำให้มีการสลายกระดูกมากกว่าการสร้างกระดูก เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาให้ตรงจุด จะต้องไปแก้ไขที่ตัวต้นตอ ซึ่งเราพบว่าผักพื้นเมือง เช่น ผักแพว ใบหม่อนมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง โดยเฉพาะ สารฟีนอลิก และ ฟลาโวนอยด์ รวมทั้งมีปริมาณแคลเซียมสูง
นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพหรือสารสำคัญต่างๆจำเป็นต้องมีความปลอดภัยต้องมีประสิทธิภาพสูงสุด การที่เราจะทำให้มีประสิทธิภาพสูงสุดก็ต้องคุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งต้นน้ำของเรา คือ Raw material หมายถึง วัตถุดิบ ต้องมีการคุมการปนเปื้อน ต้องเก็บในส่วนที่ดีที่สุด จึงต้องไปคุมในเรื่อง Good Agricultural Practices หลังนั้นก็ไปเตรียมสารสกัด In Vitro คือ การทดลองในหลอดแก้ว เพื่อมาดูลักษณะของสารสำคัญ ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่เราทำมากกว่าคนอื่น คือ ทำฤทธิ์ชีวภาพ หมายถึง เลือกตรวจสอบฤทธิ์ชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับพยาธิสภาพของโรคที่สนใจ อย่างเช่น กว่าที่จะได้สารสกัดใบหม่อนก็ต้องทำ solvent ต่างๆ หมายถึงตัวทำละลายๆต่างๆตัวไหนดีที่สุดก็เลือกตัวนั้นมา
อย่างเช่น ผักแพว ก็จะเลือกอันที่ดีที่สุดพอได้ตัวที่ดีที่สุดก็นำมาผสมกันในอัตราส่วนต่างๆ และก็เลือกอัตราส่วนที่ดีที่สุด เมื่อได้อัตราส่วนที่ดีที่สุด เราจะต้องนำไปจำลองในสภาวะที่ใช้จริง จึงนำไปทดสอบในสัตว์ทดลองแล้วมันมีศักยภาพ เราก็จะนำมาทดลองในอาสาสมัครวัยทอง ซึ่งพบว่าอาสาสมัครวัยทองมีความจำขณะทำงานดีขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นเราพบว่าหนูหรือว่าสัตว์ทดลอง มีความหนาของกระดูกเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันหลังจากที่อาสาสมัครบริโภคไปแล้วทำให้เซลล์ ที่ทำหน้าที่สร้างกระดูกมีเพิ่มขึ้น และเซลล์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวสลายกระดูกลดลง เพราะฉะนั้นมันจึงสอดคล้องกับการทดลองที่เราพบในสัตว์ทดลอง
ต่อจากนั้นเราจึงทำเป็นสาร functional ingredients หรือ สารสกัดทางธรรมชาติจากพืชและสัตว์ ที่นิยมนำมาใช้ในกลุ่มยา อาหารเสริมและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และเราก็ลองมาทำใน prototype product แบบจำลองเพื่อเก็บ Feedback ก่อนการสร้าง Product จริง เอาสารตัวนี้มาผสมในโจ๊กสุขภาพและเราก็พบว่ามันดีขึ้น นำเอามาทำในเครื่องดื่มก็ดีขึ้น เพราะฉะนั้นเห็นได้ว่าสาร functional ingredients ที่เราทำนี้เอาไปเพิ่มมูลค่าของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มได้
ดร. บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด กล่าวว่า นอกเหนือจากการดำเนินธุรกิจด้านยา ด้านวัสดุอุปกรณ์และเทคโนโลยีทางการแพทย์แล้ว ในการดำเนินธุรกิจด้านโภชนเภสัชและโภชนาการ อินโนบิก (เอเซีย) มีวัตถุประสงค์ให้ผู้บริโภคได้รับอาหารที่ดี มีคุณภาพ มีโภชนาการดี สามารถป้องกันโรคต่างๆที่มาพร้อมกับการดำเนินชีวิตตามวถีสมัยใหม่ได้ โดยมีกลยุทธ์การดำเนินงานร่วมกับพันธมิตร ผู้เชี่ยวชาญ และสนับสนุนงานวิจัยที่มีศักยภาพให้สามารถก้าวไปสู่ระดับเชิงพาณิชย์ ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศได้ เพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านโภชนาการแก่คนไทย
“โจ๊กที่มีส่วนผสมสารสกัดใบหม่อนและผักแพว” เป็นหนึ่งในงานวิจัยคุณภาพโดยนักวิจัยไทย ที่นำพืชผักพื้นบ้านของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย มาเป็นวัตถุดิบหลัก คือใบหม่อนและผักแพวที่มีคุณประโยชน์ เสริมสร้างความแข็งแรงของระบบต่างๆในร่างกาย ซึ่งเป็นระบบสำคัญที่มักแสดงความผิดปรกติในกลุ่มผู้สูงอายุ สอดคล้องกับแนวโน้มของสังคมไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย โดยวางแผนการจำหน่ายช่วงแรกในรูปแบบซอง ตั้งเป้าออกสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ในไตรมาสที่ 4 ปี 2566 นี้ เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับคนไทย โดยเฉพาะผู้สูงวัย ได้รับประทานอาหารที่สะดวกและมีประโยชน์ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบในท้องถิ่น ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน โดยมีแผนที่ต่อยอดสารสกัดใบหม่อนและผักแพวเป็นสินค้าประเภทอื่นๆอีกในอนาคต
/////////////////////
ข่าว : รวิพร สายแสนทอง
