Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

โลก Prop Tech กับอำนาจสตรียุคใหม่ในการซื้อบ้าน

ประเทศไทยมีประชากรรวมทั้งหมด 66.4 ล้านคน เป็นผู้หญิงประมาณ 33.8 ล้านคน หมายถึงมีจำนวนเกินกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมด (ที่มา: กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย, ธันวาคม 2561) ไม่ใช่เพียงจำนวนเท่านั้น แต่บทบาทของผู้หญิงในปัจจุบันก็ปรับเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมากขึ้นด้วย ทั้งในเรื่องของโอกาสและบทบาทที่ชัดเจนในสังคม ในการเป็นผู้นำในองค์กรหรือเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในวงการธุรกิจ (ที่มา: Bloomberg)

อย่างไรก็ตามการที่ผู้หญิงมีบทบาทและสถานะทางสังคมที่ต่างไปจากเดิม อาจไม่ได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงแนวคิดของคนทั่วไปที่มีต่อผู้หญิง เช่น คิดว่าผู้หญิงส่วนมากยังไม่สามารถตัดสินใจเรื่องใหญ่ ๆ ในชีวิตได้ อย่างการซื้อที่อยู่อาศัยหรือแม้แต่ผู้หญิงบางคนยังมีทัศนคติ ว่าผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลัง ซึ่งอาจเป็นกับดักทางความคิดต่อการเป็นเจ้าของสินทรัพย์หรือการซื้อที่อยู่อาศัยของตัวเอง นอกจากนั้นเราอาจเห็นความไม่มั่นใจของผู้หญิงว่าจะเริ่มปฏิวัติความคิดหรือเริ่มก้าวเดินจากจุดไหน ดังที่พบเห็นได้จากคำถามต่าง ๆ ในสังคมออนไลน์ เช่น สำหรับผู้หญิงโสดจะเลือกที่อยู่อาศัยแบบไหนดี ความกังวลสำหรับผู้หญิงซื้อบ้านอยู่คนเดียว เป็นต้น (ที่มา: www.pantip.com)

หากพิจารณาเฉพาะประเด็นการเลือกซื้อที่อยู่อาศัย ในอดีตผู้หญิงบางคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่ในยุคที่เทคโนโลยีมีความเจริญก้าวหน้า ข่าวสารข้อมูลมีอยู่มากมายจากหลายช่องทางและทุกคนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลา ผู้หญิงในปัจจุบันจึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการซื้อที่อยู่อาศัยอีกต่อไป ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะเว็บไซต์สื่อกลางในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ มีโซลูชั่นมากมายที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือ เพื่อช่วยให้ทุกคนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง

• ถ้าต้องการค้นหาที่อยู่อาศัย แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ มีฟังก์ชันการค้นหาที่หลากหลายทั้งประเภทที่อยู่อาศัย ทำเลที่เหมาะสม ราคาตามงบประมาณที่มี และสามารถกำหนดเงื่อนไขในการค้นหาอื่น ๆ ได้ เช่น ขนาดของที่อยู่อาศัย จำนวนห้องนอน เป็นต้น เพียงแค่คลิก และในฐานะที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี จึงมีฟังก์ชันตัวกรองที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกชมโครงการที่ถูกใจผ่านวิดีโอหรือ Virtual Tours ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยีอำนวยความสะดวกให้กับผู้สนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ ให้ได้เห็นห้องหรือบ้านตัวอย่างจากสำนักงานขาย ในแบบ 360 องศา ซึ่งนอกจากจะช่วยให้การตัดสินใจง่ายขึ้นแล้ว ยังประหยัดทั้งเงินและเวลาในการเดินทางไปชมโครงการอีกด้วย

• หากต้องการตัวช่วยในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัย ดีดีพร็อพเพอร์ตี้มีเซ็กชั่น “รีวิวโครงการ” ที่มีทั้งรีวิวโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ และโฮมออฟฟิศ ทั้งในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และตามหัวเมืองใหญ่ ๆ ทั่วประเทศ การรีวิวจะมีทั้งข้อมูลภาพรวมและรายละเอียดโครงการ ทำเลและการเดินทาง บทวิเคราะห์อัตราผลตอบแทนที่จะได้รับหากต้องการลงทุนในสินทรัพย์นั้น ๆ รวมถึงบทสรุปที่จะวิเคราะห์ให้เห็นว่าโครงการนี้เหมาะสมกับผู้ซื้อแบบใด เพราะการจะซื้อบ้านสักหลังถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต และอาจจะเป็นการตัดสินใจครั้งที่แพงที่สุดเลยก็ว่าได้ การมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก

• หากมองหาที่อยู่อาศัยจากทำเลที่ชอบ ดีดีพร็อพเพอร์ตี้มีเซ็กชั่นที่เรียกว่า AreaInsider ที่จะช่วยตอบโจทย์ข้อนี้ได้ เพียงคลิกเลือกทำเลที่ถูกใจ ก็จะพบกับข้อมูลทำเลโครงการและสถานที่ใกล้เคียง เช่น ซุปเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล โรงเรียน ใกล้ทางด่วน รถไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาเลือกโครงการที่เหมาะกับการใช้ชีวิต และความชอบส่วนบุคคลได้เป็นอย่างดี

• สำหรับสาว ๆ ที่อาจจะกังวลในด้านการเงิน ไม่มีความรู้เรื่องการขอสินเชื่อหรือขั้นตอนการซื้อขาย ดีดีพร็อพเพอร์ตี้มี กูรูที่พร้อมตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ แบ่งเป็นหมวดหมู่ เช่น การซื้อขาย
สินเชื่อ การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น มีคู่มือการซื้อขายที่เหมาะสำหรับมือใหม่ที่มองหากูรูที่จะมาแนะนำการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์

ข้อมูลข้างต้นน่าจะพอทำให้คุณผู้หญิงเริ่มคลายความกังวลในการตัดสินใจมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง หรืออย่างน้อยที่สุดก็มั่นใจได้ว่ามีกูรูอย่างดีดีพร็อพเพอร์ตี้ที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือและทำให้การเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องง่ายดายกว่าที่คิด ทีนี้ก็เหลือเพียงแค่การปรับทัศนคติที่กักขังคุณไว้ในกรงความคิดหรือความเชื่อที่ดึงรั้งไม่ให้ก้าวออกจากโลกที่เชื่อว่าต้องพึ่งพาคนอื่นตลอดไป หรือโลกที่ตอกย้ำว่าคุณสนใจแต่การเป็นเจ้าของกระเป๋า รองเท้าและเครื่องสำอางคอลเลคชั่นใหม่เท่านั้น และเมื่อคุณพร้อมที่จะก้าวเดินออกมา ไม่ใช่แค่บ้านที่คุณสามารถเป็นเจ้าของได้ แต่โลกทั้งใบก็จะอยู่ในมือคุณได้เช่นกัน

รู้จักกับ DDproperty

DDproperty (ดีดีพร็อพเพอร์ตี้) เป็นเว็บไซต์สื่อกลางซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย และเป็นเว็บไซต์ในเครือ PropertyGuru Group (พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป) ซึ่งเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเอเชีย อีกทั้งยังได้รับความไว้วางใจจากผู้ที่กำลังค้นหาบ้านทั่วภูมิภาคเอเชียที่เข้ามาเยี่ยมชมและใช้บริการบนเว็บไซต์กว่า 25 ล้านรายในแต่ละเดือน

พร็อพเพอร์ตี้กูรูและบริษัทในเครือช่วยให้ผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยทั่วภูมิภาคได้เข้าถึงรายการประกาศขาย-เช่าที่มีมากกว่า 2 ล้านรายการ อีกทั้งยังมีข้อมูลเชิงลึกและโซลูชั่นต่าง ๆ ที่ช่วยให้ผู้บริโภคในสิงคโปร์, มาเลเซีย, ไทย, อินโดนีเซีย และเวียดนาม ใช้ประกอบการตัดสินใจครั้งสำคัญได้อย่างมั่นใจ

PropertyGuru.com.sg เริ่มให้บริการครั้งแรกในปี 2550 ด้วยการปฏิวัติตลาดอสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์ด้วยการนำระบบออนไลน์เข้ามาใช้และช่วยให้การหาบ้านมีความโปร่งใสมากขึ้น ในช่วงเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา พร็อพเพอร์ตี้กูรูได้พัฒนาและเติบโตจากสื่ออสังหาฯ ชั้นนำของภูมิภาคมาเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีที่มีการเติบโตสูง มีเว็บไซต์สื่อกลางอสังหาฯ อันดับ 1 อยู่ภายใต้การบริหาร มีแอปพลิเคชั่นที่มีรางวัลเป็นเครื่องการันตีคุณภาพ มีแพล็ตฟอร์มที่ดีที่สุดเพื่อช่วยส่งเสริมการขายให้กับผู้พัฒนาอสังหาฯ อย่าง ePropertyTrack อีกทั้งยังมีบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาฯ ที่สำคัญ ๆ อาทิ การจัดงานแจกรางวัลด้านอสังหาฯ กิจกรรมส่งเสริมการตลาด รวมไปถึงสื่อสิ่งพิมพ์ทั่วภูมิภาคเอเชีย

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเข้าชมได้ที่ www.ddproperty.com


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

HBA เตรียมเปิดงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ Home Builder & Material Focus 2019”

HBA เตรียมเปิดงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ Home Builder & Material Focus 2019”
ระหว่างวันที่ 21-24 มีนาคม 2562 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นับถอยหลังเข้าสู่โหมดการจัดงานใหญ่ที่สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association :HBA )ได้รวมบริษัทรับสร้างบ้านชั้นนำที่ผนึกกำลังกันโชว์แบบบ้านอย่างมืออาชีพ!! ในงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ Home Builder & Material Focus 2019” ระหว่างวันที่ 21-24 มีนาคม 2562 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ … “ศิริพร สิงหรัญ” นายกสมาคมฯแอบกระซิบมาว่า นอกจากแบบบ้าใหม่แล้ว สมาชิกสมาคมฯยังพร้อมใจกันจัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ เอาใจผู้บริโภค “ให้การสร้างบ้านเป็นเรื่องง่ายง่าย” ตามคอนเซ็ปต์การจัดงานแล้วยังมีกลุ่มผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างชั้นนำที่จะนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาแสดงในงานนี้ด้วย

โดยผู้ที่จองปลูกสร้างบ้านภายในงานนอกจากจะได้รับโปรโมชันพิเศษจากบริษัทรับสร้างบ้านที่มาแสดงภายในงานแล้ว ยังมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลทองคำมูลค่า 100,000 บาทด้วย ผู้ที่สนใจเข้าชมงานสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://www.hba-th.org


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

แถลงข่าวงานนิทรรศการ มจพ. เทคโนนิทรรศน้อมเกล้าครบ 60 ปี

ศ.ดร.สุชาติ เซี่ยงฉิน อธิการบดี (คนกลาง) พร้อมด้วย รศ.ดร. เสาวนิต สุขภารังษี รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ (ซ้ายมือ) และ รศ.ดร.สมฤกษ์ จันทรอัมพร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ (ขาวมือ) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ร่วมแถลงข่าวงานนิทรรศการทางวิชาการ มจพ.เทคโนนิทรรศน้อมเกล้า “60 ปี แห่งการสร้างสรรค์ประดิษฐกรรมสู่นวัตกรรม” (KMUTNB’s 60th Anniversary : Form Invention to Innovation”) ระหว่างวันที่ 15-18 มีนาคม 2562

เนื่องในโอกาสที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สถาปนาครบ 60 ปี งานแสดงนิทรรศการทางวิชาการ มจพ.เทคโนนิทรรศน้อมเกล้าฯ จัดแสดงครบวงจรทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมต่างๆชั้นนำจาก มจพ. บนพื้นที่ต่อเนื่องและยิ่งใหญ่กว่าทุกปี เป็นการผนึกกำลังร่วมกับเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ ทั้งภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม จากภายในประเทศและต่างประเทศ พบกับ 3 ผลงานไฮไลท์ (Highlight) เด่น เด็ด ห้ามพลาด อาทิ ดาวเทียม KNACKSAT หุ่นยนต์ทำลายวัตถุระเบิด DYNA-T และยานขับเคลื่อนใต้น้ำชนิดใช้สายควบคุม (ROV) ยังมีหน่วยงานที่มีผลงานวิจัยดีเด่น

ผลงานที่จัดแสดงตามบูธโดยได้จัดแบ่งเป็นโซน A,B,C อีก 6 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่ม Robotic and Automation กลุ่ม Medical Technology กลุ่ม Sustainable Society กลุ่ม Digital IT กลุ่ม Next Generation Vehicle และหน่วยงานความร่วมมือทางวิชาการ – ด้านอุตสาหกรรม ส่วนของการบรรยายพิเศษทางวิชาการ และกิจกรรม Open House ระหว่างวันที่ 16-18 มีนาคม 2562 วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมการบรรยายพิเศษครั้งนี้


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มจพ. จัดแถลงข่าวงานนิทรรศการ มจพ. เทคโนนิทรรศน้อมเกล้า “60 ปี แห่งการสร้างสรรค์ประดิษฐกรรมสู่นวัตกรรม”

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) จัดงานนิทรรศการ มจพ.เทคโนนิทรรศน้อมเกล้า “60 ปี แห่งการสร้างสรรค์ประดิษฐกรรมสู่นวัตกรรม” ระหว่างวันที่ 15-18 มีนาคม 2562 และเนื่องในโอกาส ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สถาปนาครบ 60 ปี โดยได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด และทอดพระเนตรนิทรรศการทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมต่างๆ

นิทรรศการทางวิชาการ มจพ.เทคโนนิทรรศน้อมเกล้า “60 ปี แห่งการสร้างสรรค์ประดิษฐกรรมสู่นวัตกรรม” (KMUTNB’s 60th Anniversary : Form Invention to Innovation”) กำหนดจัดการแถลงข่าว ในวันศุกร์ที่ 8 มีนาคม 2562 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมราชพฤกษ์ อาคารนวมินทรราชินี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

การจัดแสดงนิทรรศการทางวิชาการ มจพ. เทคโนนิทรรศน้อมเกล้าฯ เป็นจัดแสดงครบวงจรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมชั้นนำจาก มจพ. บนพื้นที่ต่อเนื่อง และยิ่งใหญ่กว่าทุกปี เป็นการผนึกกำลังร่วมกับเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ และภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม จากภายในประเทศและต่างประเทศ พบกับ 3 ผลงานไฮไลท์ (Highlight) เด่น เด็ด ห้ามพลาด อาทิ ดาวเทียม KNACKSAT หุ่นยนต์ทำลายวัตถุระเบิด DYNA-T และยานขับเคลื่อนใต้น้ำชนิดใช้สายควบคุม (ROV) รวมถึงการจัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์ทางการศึกษาและสื่อการเรียนการสอนเพื่อทูลเกล้าฯ ใช้เพื่อการศึกษาในเครือจิตรลดา

นอกจากกิจกรรม Open House จากคณะต่างๆ แล้ว ยังมีหน่วยงานที่มีผลงานวิจัยดีเด่น ผลงานที่จัดแสดงตามบูธโดยได้จัดแบ่งเป็นโซน A,B,C ที่โดดเด่นอีก 6 Cluster เป็นไฮไลท์ (Highlight) เด็ดประจำคณะประกอบด้วย
กลุ่ม Robotic and Automation
กลุ่ม Medical Technology
กลุ่ม Sustainable Society
กลุ่ม Digital IT กลุ่ม Next Generation Vehicle
และ หน่วยงานความร่วมมือทางวิชาการ – ด้านอุตสาหกรรม

สำหรับการบรรยายพิเศษทางวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขาทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศหลากหลายหัวข้อ รวมทั้งนิทรรศการและกิจกรรมที่ให้ความรู้ ข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับ Robot Academy EU Project : Curriculum Development of Master’s Degree Program in IE Engineering for Thailand Sustainable Smart Industry – MSIE 4.0 สถาบันการเชื่อม บริษัท ชไนเดอร์ เป็นต้น ผลงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม ยังสามารถเข้าไปชมได้ที่ลิงค์ YouTube ชาแนล STRI KMUTNB ของสำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือไปที่เพจเฟซบุ๊ค King Mongkut’s University of Technology North Bangkok

สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทรศัพท์ 0-2555-2000 ต่อ 1166, 1121, 2091 หรือ www.kmutnb.ac.th


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มจพ. จัดงาน“วันเชิดชูเกียรติ Awards Day 2019”ปี’62

ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ เซี่ยงฉิน อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)ให้เกียรติเป็นประธาน กล่าวเปิดงานและแสดงความยินดีและมอบเกียรติบัตรแก่คณาจารย์เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาผู้ได้รับการเชิดชูเกียรติ ในงาน “วันเชิดชูเกียรติ Awards Day 2019” ประจำปี พ.ศ. 2562 ณ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างกำลังใจให้แก่ คณาจารย์ เจ้าหน้าที่และนักศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ที่ได้ร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยความเสียสละทุ่มเท แรงกายแรงใจในการ สร้างคุณประโยชน์ และชื่อเสียง มีผลงานเป็นที่ประจักษ์เพื่อคณะและมหาวิทยาลัย ณ บริเวณลานหน้า อาคาร 52 คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม

ผลงานของคณาจารย์ เจ้าหน้าที่และนักศึกษาที่เข้ารับช่อดอกไม้และเกียรติบัตรในครั้งนี้ ประกอบด้วย
– ผู้ฏิบัติงานดีเด่นระดับ ส่วนงาน ประจำปี 2561
– รางวัลชนะเลิศโครงการแข่งขันประกวดความเป็นเลิศในการจัดการเรียนรู้ระดับอุดมศึกษา ครั้งที่ 8
– รางวัลเหรียญเงิน การนำเสนอผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรม เข้าร่วมประกวดและจัดแสดงนิทรรศการในงาน “46th International Exhibition of Inventions Geneva”
– รางวัลชนะเลิศ ผลงานสิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับทุนสนับสนุนการพัฒนาต้นแบบสิ่งประดิษฐ์ฯ ประจำปี 2561
– รางวัลบทความดีเด่น เรื่อง “Development of E-Learning Lessons on Architecture Construction Techniques” การประชุมวิชาการวิศวกรรมโยธาแห่งชาติ ครั้งที่ 23
– รางวัลเหรียญทองแดง รายการ เอแม็ท/ครอสเวิร์ด ประเภททีมชายจากการแข่งขันกีฬา มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 46 “ราชภัฎอุบลราชธานีเกมส์”จ.อุบลราชธานี
– รางวัล Honorable Mention, CSU การแข่งขัน International College Student Invitational Competition of Technology Simulation for High – speed railway Construction
– รางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศจำนวน 10 รางวัลจากการแข่งขันโครงการ Teaching Academy Award #8 2019

ประจักษ์เวช ข่าว – ภาพ


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

D-EDGE โซลูชั่นใหม่สำหรับธุรกิจโรงแรม การหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวของเทคโนโลยีและการตลาด

D-EDGE (ดี-เอจ) ธุรกิจด้านดิจิทัลบริหารโดยแอคคอร์กรุ๊ป ถือกำเนิดจากการรวมตัวกันของ Availpro (อเวลโปร) และ Fastbooking (ฟาสต์บุ้คกิ้ง) โดยมีจุดมุ่งหมาย เพื่อสร้างสรรค์ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่จะเพิ่มรายได้ให้กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม

Availproผู้นำการให้บริการด้านเทคโนโลยีสำหรับโรงแรม รวมตัวกับผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชั่นสำหรับการตลาดดิจิทัลอย่าง Fastbooking ภายใต้ชื่อใหม่ D-Edge โดยมีโซลูชั่นถึง 20 รายการ และมีฐานลูกค้ากว่า 11,000 โรงแรม และมีการดำเนินงานระดับท้องถิ่นในกว่า 100 ประเทศทั่วทั้งทวีปยุโรปและเอเชียแปซิฟิก ครองตำแหน่งผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีการจัดจำหน่ายแก่โรงแรมเป็นอันดับ 1 ในยุโรป และอันดับ 3 ของโลก

“D-EDGE ให้บริการโซลูชั่นที่ครอบคลุมที่สุดในตลาด เราเชื่อว่า โรงแรมจะประสบความสำเร็จในด้านการจัดจำหน่ายโรงแรมต้องอาศัยการทำงานที่สอดคล้องกันระหว่างเทคโนโลยีและการตลาด เพื่อรักษาโอกาสทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม การมีโซลูชั่นที่ครอบคลุมกระบวนการในการค้นหาและการจองห้องพักได้อย่างสมบูรณ์ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง” ปิแอร์-ชาร์ลส์ กร๊อป หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ D-EDGE และผู้ริเริ่มการผนวกรวม Availpro และ Fastbooking อธิบายต่อไปว่า “การผสานความเชี่ยวชาญของทั้ง Availpro และ Fastbooking เข้าด้วยกัน ทำให้เรามีโซลูชั่นที่ครบถ้วนเบ็ดเสร็จสำหรับลูกค้า ช่วยให้พวกเขาสามารถดำเนินงานตามกลยุทธ์ในการจัดจำหน่ายต่อไปได้อย่างง่ายดาย และไม่ยุ่งยาก”

โซลูชั่นของ D-EDGE แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ Central Reservation System (กลไกการจอง, การจัดการช่องทางการจัดจำหน่าย, GDS, จำนวนห้องพักคงคลังส่วนกลาง, การชำระเงินอัตโนมัติ), Data Intelligence (การแนะนำราคา, การตรวจสอบราคา, การดูแลชื่อเสียงออนไลน์, การวิเคราะห์ประสิทธิภาพในการจัดจำหน่าย), Connectivity Hub (เชื่อมต่อกับโซลูชั่นของบุคคลที่สามกว่า 500 ราย: PMS, RMS, CRM, OTAs ฯลฯ), Digital Media (การโฆษณา, และการตลาด Search และ Metasearch) และ Website Creation (การออกแบบและพัฒนาเว็บ, การสร้างเนื้อหา, การผลิตสื่อ)

“D-EDGE คือ บริษัทผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ (SaaS หรือ Software as a Service) ในฐานะที่เราเป็นผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี เราเชื่อว่า นวัตกรรมใหม่ๆ ควรช่วยให้ชีวิตของผู้ใช้งานนั้นง่ายยิ่งขึ้น ในฐานะบริษัทผู้ดำเนินธุรกิจกับผู้ประกอบการ (B2B) คำมั่นสัญญาเหนือสิ่งอื่นใดของเรา คือ การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เชื่อถือได้และนั่นคือเหตุผลสำคัญที่เรายอมลงทุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้ธุรกิจของลูกค้าและพันธมิตรของเราเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพจากการใช้โซลูชั่นของเรา”

D-EDGE คือ บริษัทระดับโลกที่มีเครือข่ายในระดับท้องถิ่นอันแข็งแกร่ง โดยให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ กับความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ความเป็นท้องถิ่น และความผูกพันอย่างใกล้ชิด พนักงานชายหญิงทั้ง 360 คน พร้อมให้การดูแลลูกค้าจากสำนักงานกว่า 25 แห่งทั่วโลก ทีมสนับสนุนสามารถสื่อสารได้กว่า 20 ภาษา และเครื่องมือในการปฏิบัติงานได้รับการพัฒนากว่า 35 ภาษา

“เราเชื่อมั่นในธุรกิจที่มีมนุษยธรรม ยุติธรรม และมีประสิทธิภาพ” ปิแอร์-ชาร์ลส์ กร๊อป กล่าวเสริม

ปัจจุบันแบรนด์ D-EDGE ได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว โดยเข้ามาแทนที่ Availpro และFastbooking ชื่อของแบรนด์ออกเสียง 2 พยางค์ คือ D และ EDGE โดยมุ่งให้ความสำคัญกับการจัดจำหน่าย (Distribution), ดิจิทัล (Digital), ข้อมูล (Data) . . . และเทคโนโลยีล้ำยุคเป็นหลัก

เว็บไซต์: https://www.d-edge.com/

วิดีโอ: https://www.youtube.com/watch?v=6XsbM_pD8es&t=27s

เกี่ยวกับ D-EDGE

ก่อตั้งขึ้นจากการรวมตัวกันของ 2 บริษัทชื่อดังด้านการให้บริการดิจิทัลโซลูชั่นสำหรับธุรกิจโรงแรม D-EDGE นำเสนอบริการโซลูชั่นล้ำยุคcloud-based และ e-commerce ให้กับโรงแรม 11,000 แห่ง ในกว่า 100 ประเทศ

การวมเอาความเป็นสุดยอดทางเทคนิคของ Availproกับความเชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัลของ Fastbooking ไว้ด้วยกัน ทำให้ D-EDGE สามารถครอบคลุมบริการด้านเทคโนโลยีสำหรับธุรกิจโรงแรมไว้ได้อย่างครบถ้วนในที่เดียว ขอบข่ายของโซลูชั่นทั้งหมดครอบคลุมทุกขั้นตอนในการจัดจำหน่าย อันได้แก่ Central Reservation System, Data Intelligence, Connectivity Hub, Digital Media และ Website Creation.

ทีมผู้เชี่ยวชาญ 360 คนในกว่า 20 ประเทศของ D-EDGE พร้อมให้การสนับสนุนทั้งทางด้านบริการและด้านเครื่องมือในการทำงานต่างๆ จากระดับท้องถิ่น และด้วยพันธมิตรกว่า 500 ราย ทำให้ระบบนิเวศที่เติบโตอย่างยั่งยืนของ D-EDGE กลายเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมอย่างยิ่งกับการดำเนินธุรกิจและสร้างความเติบโตต่อไปในอนาคต


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

คณะครุศาสตร์ มจพ. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการคณาจารย์จากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

ผศ.ดร.พนาฤทธิ์ เศรษฐกุล ที่ปรึกษาคณบดี คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “Teaching Media & e-Learning applications” ให้กับคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีทวาย (TU Dawei) จำนวน 12 คน และคณาจารย์จากวิทยาลัยเทคนิคทวาย (GTHS Dawei) จำนวน 4 คน เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 ณ ห้องประชุม 208 อาคาร 52 คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มจพ. สืบเนื่องจากโครงการพัฒนา Technological University of Dawei (TU) และ Government Technological High School of Dawei (GTHS) สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ได้นำเสนอกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ไปแล้ว เพื่อให้การดำเนินงานในโครงการเป็นไปตามแผนงานที่ได้กำหนดไว้ในแผนงานในการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร Teaching Media & e-Learning applications ดังกล่าว

การฝึกอบรมในครั้งนี้ใช้เวลาในการฝึกอบรมระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 และสิ้นสุดวันที่ 8 มีนาคม 2562 โดยมีอาจารย์ ดร.กฤช สินธนะกุล หัวหน้าภาควิชาและวิทยากรจากภาคคอมพิวเตอร์ศึกษา เป็นผู้รับผิดชอบในการฝึกอบรม โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ การวิเคราะห์หลักสูตรและรายวิชา เพื่อกำหนดหัวข้อเรื่องและเนื้อหาที่จำเป็นในการออกแบบสื่อการสอน (Teaching media) และการเรียนการสอนแบบ e-learning มีความรู้ความเข้าใจในการจัดทำสื่อการสอน ด้วยวิดีโอ (Video media) อาทิ เทคนิค การสร้างภาพดิจิทัล การบันทึกเสียงและการแก้ไข ออกแบบสื่อการสอนแบบ e-learning อาทิ การสร้างเนื้อหา การสร้างกิจกรรม การสร้างแบบฝึกหัดและแบบทดสอบ รวมทั้งการนำไปใช้งาน และการทดสอบบทเรียนแบบ e-learning


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

สร้างโลกหางานใบใหม่กับเว็บไซต์ JOBYES พร้อมแคมเปญ One for Many หนึ่งเรซูเม่มีค่ากับหนึ่งบาท

เปิดตัว JOBYES เว็บไซต์หางานแห่งใหม่ กับแคมเปญ One for Many หนึ่ง เรซูเม่ของผู้สมัครมีค่าเท่ากับหนึ่งบาท น้องใหม่ในวงการที่บอกว่ามีความไม่ธรรมดา เนื่องจากเอกลักษณ์เฉพาะที่โดดเด่นและแตกต่างจากเว็บหางานอื่นๆ มีความทันสมัย ความมินิมอล สบายตา มีฟังก์ชั่นที่เน้นให้ผู้สมัครและบริษัทมีปฎิสัมพันธ์ในเว็บไซต์กันมากขึ้น ใช้งานง่าย ออกแบบมาให้เป็นมิตรกับทุกคน
“เป้าหมายของเว็บไซต์ Job yes นอกจากจะก้าวขึ้นไปเป็นเว็บไซต์หางานคุณภาพ อันดับต้นๆของประเทศ และยังมีเป้าหมายในเชิงนโยบายในการสนับสนุนด้านการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนที่ด้อยโอกาสอีกด้วย” JOBYES ได้มีแคมเปญดีๆ ออกมาได้ คือ One for Many 1 เรซูเม่ ของผู้สมัคร มีค่าเท่ากับ 1 บาท เป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนมีร่วมในการทำบุญกับ JOBYES สำหรับผู้สมัครที่มี Passion ต้องการหางานใหม่ๆ ทั้งยังได้ช่วยเหลือสังคมอีกด้วย เพียงแค่ลงทะเบียนหางานเป็นส่วนหนึ่งของเรา ก็มีโอกาสได้งานดีๆ จากบริษัทชั้นนำ ส่วนยอดเงินที่นับจากการสมัครของผู้สมัครเข้ามานั้น ทาง JOBYES จะรวบรวมและนำเงินไปเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กๆ ที่ต้องการการสนับสนุนทางการศึกษาตามโรงเรียนต่างๆ เนื่องจากการศึกษาเป็นรากฐานของการสร้างชีวิต เพื่อสนับสนุนให้คนทุกคนเติบโตมาอย่างมีคุณภาพ และเป็นบุคคลากรที่ดีในการพัฒนาประเทศไทยในอนาคต

เว็บไซต์หางาน จ็อบเยส มีพาร์ทเนอร์สำคัญคือบริษัทจัดหางานเอฟดีไอ (ประเทศไทย) จำกัด มีคุณพัชราภรณ์ เวชวิทยาขลัง เป็นผู้บริหาร และกรรมการผู้จัดการบริษัทในเครือ FDI GROUP มีความเชียวชาญ เกี่ยวกับการจัดหาบุคคลากรมาตลอด 8 ปี นั้นทำให้ JOBYES มองเห็นและรู้ถึงความต้องการของ HR บริษัทต่างๆ รวมถึงผู้สมัครที่ต้องการหางาน ว่ามีความต้องการสิ่งใดบ้างในเว็บไซต์หางาน และนั้นทำให้เรามั่นใจได้ว่าเว็บไซต์หางาน JOBYES จะสามารถตอบโจทย์ ของผู้หางาน และบริษัทที่กำลังมองหาคนที่ตรงใจได้อย่างแน่นอน หากสนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมแห่งการแบ่งปัน การหางาน และการศึกษา สามารถเข้าไปสมัครฝากประวัติหางานได้เลยที่ www.jobyes.co.th


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

อาจารย์วิศวะ มจพ. คว้ารางวัลชนะเลิศ HUTCHISON MEDAL ระดับนานาชาติ

งานนวัตกรรม “ระบบต้นแบบโครงข่ายไฟฟ้าแบบพึ่งพาตนเอง” (HYBRID RENEWABLE POWER SYSTEM) คว้ารางวัลชนะเลิศ ระดับนานาชาติที่ได้รับในการตีพิมพ์วารสารนานาชาติ (HUTCHISON’S MEDALS AND PRIZES) ผลงานอาจารย์จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ กทม. และคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตระยอง เป็นรางวัลระดับ INTERNATIONAL ที่มี IMPACT ผลงาน HUTCHISON MEDAL ของ ICHEME เป็นงานวิจัยร่วมของ CHE และ CPE ทั้งนี้จะมีพิธีมอบรางวัลในที่ประชุม ICHEME โดยจะจัดขึ้นในปี 2562 นวัตกรรมต้นแบบโครงข่ายไฟฟ้าแบบพึ่งพาตนเองนี้ ตอบโจทย์ในเรื่องเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอัจฉริยะ และพลังงานทางเลือกที่นำระบบชุดควบคุมเทคโนโลยีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอัจฉริยะ เทคโนโลยีเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์ และเทคโนโลยีการกักเก็บไฟฟ้าจากระบบแบตเตอรี่ชนิดลิเธี่ยม สามารถผลิตกระแสฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ลดต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยมีราคาต่ำกว่าเมื่อเทียบกับค่า FT เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในการหันมาใช้พลังงานสะอาด

ทีมนักวิจัย ประกอบด้วย (1) ผศ.ดร.ปิยะพงศ์ หรรษ์ภิญโญ (2) รศ.ดร. ภาวนี นรัตถรักษา (3) อาจารย์บพิธ ฉุยฉาย (4) คุณ อภิชาติ มีชัย (5) คุณ เกษียร สุขีโมกข์ (6) อาจารย์ สมพล โคศรี (7) ผศ.ดร. ชัยวัฒน์ ประไพนัยนา (8) DR. PEAM CHEALI ASSOCIATE PROFESSOR และ (10) DR. GÜRKAN SIN

“ระบบต้นแบบโครงข่ายไฟฟ้าแบบพึ่งพาตนเอง” ที่มาและปัญหาคือ ปัญหาของค่า FT เพิ่มสูงขึ้นทุกปี ผู้บริโภคต้องแบกรับภาระปัญหาอัตราค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นตาม ส่งผลให้ประชาชนหันมาติด SOLAR PV PANEL เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังพบเจอปัญหาที่ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชม. เพราะประสิทธิภาพของ SOLAR PV SYSTEM นั้นขึ้นอยู่กับความไม่แน่นอนของธรรมชาติ อันเนื่องมาจากสภาวะอากาศแปรปรวนท้องฟ้ามีเมฆปกคลุม และความเข้มแสงน้อย และถึงแม้ว่าจะมีการนำเทคโนโลยีแบตเตอรี่เข้ามาช่วยกักเก็บไฟฟ้า แต่ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้ก็ขึ้นอยู่กับธรรมชาติอยู่ดี นั่นจึงเป็นเหตุผลให้เกิดนวัตกรรมผสมผสาน ระบบโครงข่ายไฟฟ้าแบบพึ่งพาตนเอง

ประกอบด้วย
1.) เทคโนโลยีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอัจฉริยะจากชีวมวลเหลือทิ้ง (SMART SYNGAS GENERATOR)
2.) เทคโนโลยีเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์ที่มีใช้อยู่ทั่วไป (CONVENTIONAL SOLAR PV PANELS)
3.) เทคโนโลยีการกักเก็บไฟฟ้าจากระบบแบตเตอรี่ชนิดลิเทียม (LITHIUM-ION BATTERIES) และ
4.) ระบบชุดควบคุมอัจฉริยะ (SMART CONTROL SYSTEM)

หลักการทำงาน มี 3 ส่วนคือ
1. ON SUNSHINE DAYS
2. ON CLOUDY DAYS และ
3. AT THE NIGHT TIMES

ระบบต้นแบบฯ มีลักษณะที่โดดเด่น โดยสามารถใช้ร่วมกับระบบผลิตกระแสไฟฟ้าได้หลากหลาย เช่น เครื่องกำเหนิดไฟฟ้าชีวมวล กังหันลม กังหันน้ำ และแผงโซลาร์เซลล์ สามารถผลิตกระแสฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ลดต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยมีราคาต่ำกว่าเมื่อเทียบกับค่า FT ที่ภาครัฐซึ่งเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี ระบบสามารถปรับเปลี่ยนเพื่อผลิตความร้อน เพื่อนำมาใช้ภายในครัวเรือได้ และระบบง่ายต่อการใช้งาน มีวิศวกรดูแล ให้คำปรึกษา และรับประกัน 3 ปี นอกจากนี้ยัง พบว่า ระบบ HYBRID RENEWABLE POWER SYSTEM สามารถเพิ่มเสถียรภาพ (STABILITY) และความน่าเชื่อถือ (RELIABILITY) ให้กับระบบพลังงานทางเลือก เพื่อพร้อมรับมือกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนของธรรมชาติ อีกทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในการหันมาใช้พลังงานสะอาด เพิ่มมากยิ่งขึ้น ในการติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอัจฉริยะ ยืนยันด้วยหลักฐานทางวิชาการของแบบจำลอง โดยวางกรอบการทำงานให้ทำหน้าที่เป็นแหล่งจ่ายสำรอง รับมือกับความไม่แน่นอนของธรรมชาติ ผลของการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ โดยผสมผสานระบบ (SYNCHRONIZED SYSTEM) การจ่ายกระแสชาร์ตไฟฟ้าเข้าสู่ระบบกักเก็บพลังงานโดยตรง เพื่อรักษาระดับ SOC และรักษาเสถียรภาพของการทำงานของประจุภายในแบตเตอรี่ และในบางครั้งทำหน้าที่เป็นแหล่งจ่ายหลัก หากเกิดเหตุล่มของระบบพลังงานแสงอาทิตย์ที่พ่วงกับระบบกักเก็บพลังงาน มุ่งพัฒนาและปรับปรุงระบบโครงข่ายไฟฟ้าแบบพึ่งพาตนเอง

สอบถามรายละเอียด นวัตกรรมได้ที่ ผศ.ดร.ปิยะพงศ์ หรรษ์ภิญโญ 080-044-9344 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.icheme.org/knowledge/medals-and-prizes/publications


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

เอดิสัน มอเตอร์ ร่วมกับ สตาร์เลียน ผนึกกำลังซีไอเอ็มบี ไทย และเวิลด์ลีส ผลักดัน มอเตอร์ไซค์พลังงานไฟฟ้า ฝีมือสตาร์ทอัพไทย

เอดิสัน มอเตอร์ สตาร์ทอัพไทย – สตาร์เลียน โรงงานผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ – เวิลด์ลีส สินเชื่อเช่าซื้อ – ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย Sustainable Banking ผนึกกำลังผลักดันพลังงานสะอาดหวังเปลี่ยนเพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมอันยั่งยืน ด้วยการร่วมสนับสนุนมอเตอร์ไซค์พลังงานไฟฟ้า ที่เพิ่งเปิดตัวในงาน Mobile & EV Expo จัดโดย DTAC เพื่อบุกเบิกกระแสรถไฟฟ้าให้เกิดขึ้น ล่าสุด กลุ่มซีไอเอ็มบี ไทยได้เข้ามาเป็นผู้นำปล่อยกู้ ‘สินเชื่อไร้ฝุ่น’ โดยสนับสนุนสินเชื่อทั้งมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า Edison Motors แบรนด์ของสตาร์ทอัพไทย และ TAILG (ไถ่หลิน) มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแบรนด์ดังติดอันดับ 2 ของจีน ซึ่งทั้ง 2 แบรนด์นี้ได้จับมือกับทางสตาเลียน ให้เป็นโรงงานผู้ผลิต โดยทุกภาคส่วนร่วมมือกันสนับสนุนรถไฟฟ้า พร้อมแหล่งทุน โดยหวังผลักดันพลังงานสะอาด เพื่อสิ่งแวดล้อมที่น่าอยู่


นายณัฐพัชร เลิศวิริยะสวัสดิ์ Co-Founder/ CEO บริษัท เอดิสัน มอเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบัน 99% ของรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยใช้พลังงานน้ำมัน แม้จักรยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle หรือ EV) จะเข้ามาไทยกว่า 10 ปีแล้วก็ตาม เป็นที่มาของการก่อตั้ง Edison Motors สตาร์ทอัพคนไทยขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศไทย ภายใต้การนำของสองวิศวกรรุ่นใหม่ในปี 2560 ที่ต้องการสร้างรถ EV เพื่อเปลี่ยนมุมมองเดิมของตลาดที่มองว่ารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าขับขี่ได้เพียงระยะใกล้ ใช้เวลาชาร์จนาน ประสิทธิภาพโดยรวมน่าผิดหวัง ไม่สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

“เรานำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ดีที่สุดจากทุกมุมโลกผสานเข้ากับเป้าหมายของบริษัทที่ต้องการก้าวสู่การเป็นสัญลักษณ์ระดับโลกแห่งวงการรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เกิดเป็นมอเตอร์ไซค์ EV รุ่น Edison VOLTA ที่สามารถขับขี่ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นระยะทางไกล 150 กิโลเมตร โดยใช้เวลาชาร์จไฟฟ้าไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ขับขี่ได้เร็วขึ้น ยั่งยืนขึ้น มีความคุ้มค่า ประหยัดต้นทุนพลังงานทั้งของผู้ใช้เองและส่วนรวมในระยะยาว ทั้งจากต้นทุนพลังงานไฟฟ้าที่ถูกกว่าน้ำมัน รวมถึงต้นทุนด้านการซ่อมบำรุง และสมรรถนะการใช้งานที่ดีกว่า ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดีต่อชั้นบรรยากาศและไม่สร้างมลพิษทางเสียงอีกด้วย EV เป็นทางออกอันสมบูรณ์แบบเพื่ออนาคตที่ดีกว่า รถ EV 1 คัน ช่วยประหยัดต้นทุนพลังงานได้ 0.92บาท/กิโลเมตร ลดมลพิษ CO2ได้ 3.5g/km ถ้ามีคนใช้ EV เพิ่มเป็น 10,000 คัน จะช่วยประหยัดต้นทุนพลังงานได้ 9,200 บาทต่อกิโลเมตร ลดมลพิษ CO2ได้ 35,000 g/km ยังไม่รวมถึง NOx ที่เป็นแก๊สอันตรายต่อสุขภาพและทำให้เสียชีวิตได้ โดยรถน้ำมันผลิตอยู่ที่ 1.8g/km” นายณัฐพัชร กล่าว

ยิ่งไปกว่านั้น Edison VOLTA มาพร้อมนวัตกรรมด้านคุณสมบัติใหม่ของตัวรถ ทั้งระบบ Battery Swap System (BSS) ทำให้รถชาร์จไฟฟ้าได้ทั้งแบบ on-board และ off-board ระบบ Body Swap Design (BSD) ส่งผลให้ตัวถังรถสามารถอัพเดทรุ่นและปรับแต่งแก้ไขได้ รวมไปถึงระบบเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน EDDI Connect บนแพลตฟอร์มแอนดรอยด์ เข้าถึงพลังของสมาร์ทโฟนไปพร้อมกับประสบการณ์การขับขี่ ต่อยอดธุรกิจได้ในอนาคต เพราะรองรับการติดตั้งแอปพลิเคชั่นจำเป็นและยอดฮิตที่ผู้บริโภคนิยมใช้ มี GPS ระบุตำแหน่ง ช่วยให้ธุรกิจนำไปบริหารจัดการได้ดีขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวกับโลจิสติกส์

ล่าสุด รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า VOLTA ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพทางวิศวกรรมจากทีมงานสถาบันยานยนต์ไทยและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับการรับรองให้ใช้งานบนท้องถนนของไทยอย่างเป็นทางการ รวมถึงการทดสอบการขับขี่บนถนนเป็นระยะทางรวม 2,000 กิโลเมตรนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น ส่วนรวม ซึ่งทางเอดิสันจับมือกับสตาร์เลียนให้เป็นโรงงานผลิตให้

นางอารีรัตน์ ศรีประทาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร The Stallions เปิดเผยว่า สตาร์เลียนเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนการผลิต Edison VOLTA ซึ่งหลังจากเปิดตัวไปเริ่มมีผู้สนใจเข้ามาสั่งจองแล้ว และคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการพัฒนาไม่เกิน 6 เดือน พร้อมส่งมอบให้ลูกค้าได้ภายในเดือนกันยายน 2562 ขณะเดียวกัน สตาร์เลียนยังเป็นตัวแทนจำหน่ายจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ไถ่หลิง นำเข้าจากประเทศจีนอีกด้วย เนื่องจาก EV ยังไม่ได้รับความนิยมในวงกว้าง บริษัทจึงเสนอทางเลือกที่หลากหลาย ไปพร้อมกับการศึกษาตลาด เรียนรู้ผู้บริโภค และปรับตัว เพราะเราอยากเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ทุกวันนี้ องค์กรส่วนใหญ่ต่างทำ CSR เพื่อตอบแทนสังคม แต่ความร่วมมือในครั้งนี้ ธุรกิจนี้เป็น CSR ในตัวเอง

“เราเข้ามาสนับสนุนสตาร์ทอัพคนไทย เราสัมผัสได้ถึง mindset ของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้มุ่งธุรกิจอย่างเดียว แต่ตระหนักถึงผลประโยชน์รวมของสังคมและความยั่งยืน ยกตัวอย่าง การออกแบบตัวรถที่ยืดหยุ่นต่อการปรับเปลี่ยน เพียงเปลี่ยนหน้ากากก็เหมือนได้รถใหม่โดยไม่จำเป็นต้องซื้อรถใหม่ ในระยะแรกมอเตอร์ไซค์ EV มีสนนราคาตั้งแต่ 40,000-120,000 บาทต่อคัน ซึ่งเราได้รับความร่วมมือจากบริษัท เวิลด์ลีส ที่ตระหนักถึงพลังของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้” นางอารีรัตน์ กล่าว

นายทวีพล เจริญกิตติคุณไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวิลด์ลีส จำกัด (WL) ผู้ให้บริการสินเชื่อรถจักรยานยนต์ ในกลุ่มธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า บริษัทพร้อมสนับสนุนรถ EV ด้วยดอกเบี้ยพิเศษ แม้จะเป็นตลาดใหม่ แต่เป็นตลาดที่ต้องศึกษาเรียนรู้ไปด้วยกัน และตลาดคงเกิดไม่ได้หากขาดผู้ให้บริการสินเชื่อ ซึ่งบริษัทต้องการส่งเสริมพลังงานสะอาด จึงได้เตรียมโปรแกรม ‘สินเชื่อไร้ฝุ่น’ สำหรับเช่าซื้อรถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ด้วยอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 1.5% ต่อเดือน ถูกกว่าอัตราดอกเบี้ยรถจักรยานยนต์ทั่วไปในท้องตลาด ที่ 1.9% ต่อเดือน ผ่อนนานสูงสุด 4 ปี โดยมีธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เป็นอีกหนึ่งช่องทางให้บริการสำหรับลูกค้าที่สนใจ

นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจรายย่อย ธนาคาร ซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการสินเชื่อไร้ฝุ่นสอดคล้องกับพันธกิจของธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย และกลุ่มซีไอเอ็มบี ที่ต้องการทำ Sustainable Banking วันนี้ระบบขนส่งแห่งโลกยุคใหม่เพื่อความยั่งยืนจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งผู้คิดค้น ผู้จำหน่าย ผู้สนับสนุนแหล่งทุน และที่สำคัญที่สุด คือ ผู้ใช้ กลุ่มเป้าหมายของเราในระยะแรก คือ ลูกค้าองค์กรและผู้ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง พร้อมรับเทคโนโลยีใหม่ แต่ในระยะยาว ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายคือ ทุกคน


 

Exit mobile version