Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

เอสซีจี เปิดตัว ไม้ฝา เอสซีจี รุ่น “คูลพลัส” นวัตกรรมใหม่รายแรก และรายเดียวในเมืองไทย เจาะลึกความต้องการคนโซนร้อนเพื่อบ้านเย็นอยู่สบาย

คุณอัญชลี ชวนะลิขิกร Managing Director – Ceiling and Wall Business บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ – ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด (กลาง) พร้อมด้วยทีมบริหาร เปิดตัว ไม้ฝา เอสซีจี รุ่น “คูลพลัส” มิติใหม่ของไม้ฝากันความร้อน นับเป็นครั้งแรกในอาเซียน ทั้งยังเป็นรายแรกและรายเดียวในเมืองไทย ด้วยเทคโนโลยี COLOR LOC PLUS ซึ่งกันความร้อนได้ถึง 4 เท่า อุณหภูมิลดลงได้ถึง 5 องศา เพื่อตอบโจทย์ชีวิตความเป็นอยู่ของคนโซนร้อน ณ ห้องประชุมฮอลล์ 2 อาคารอเนกประสงค์ เอสซีจี
บางซื่อ เมื่อเร็วๆนี้


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค โชว์ศักยภาพ ‘อีโคสตรัคเจอร์’ ด้านระบบสาธารณูปโภคของระบบราง ในงาน RAIL Asia 2019

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จัดทัพ EcoStruxure ด้านระบบสาธารณูปโภคของระบบราง ชูนวัตกรรม 3 ระดับ เพื่อให้วงการเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยมาทั้งผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ที่เชื่อมต่อกันได้ ทั้งระบบใหม่และต่อยอดระบบเก่า รวมไปถึงซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ที่ช่วยในการควบคุมและมอนิเตอร์ระบบไฟฟ้าได้ทั้งระบบ พร้อมการนำเสนอศักยภาพอีกระดับในการวิเคราะห์และคาดการณ์แนวโน้มประสิทธิภาพของอุปกรณ์ทั้งหมดในภาพรวม ด้วยระบบการดำเนินงานส่วนกลางที่สามารถบริหารจัดการระบบต่างๆ ได้ในจุดเดียว รวมไปถึงระบบสำรองไฟยุคใหม่ ที่ง่ายในการเชื่อมต่อลดเวลาการติดตั้ง สร้างความต่อเนื่องให้ระบบพลังงานอันเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนรถไฟฟ้าระบบราง และเทคโนโลยีอื่นๆ อีกมากมาย

มร.มาร์ค เพลิทิเยร์ ประธาน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย เผยว่า EcoStruxure ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค เป็นสถาปัตยกรรมและแพลตฟอร์มด้าน IoT โดยใช้นวัตกรรมการเชื่อมต่อและรับ/ส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อประสิทธิภาพด้านบริหารจัดการพลังงานและความยั่งยืนสูงสุด ด้วยนวัตกรรมใน 3 ระดับ ตั้งแต่การเชื่อมต่อผลิตภัณฑ์ การควบคุมพร้อมมอนิเตอร์ที่อุปกรณ์ปลายทาง และซอฟต์แวร์การวิเคราะห์ ทั้งหมดสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และที่โดดเด่นไม่เหมือนใครคือสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเดิม และเทคโนโลยีใหม่ของค่ายใดก็ได้ ซึ่งในงาน RAIL Asia 2019 ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้นำเทคโนโลยีไฮไลท์ภายใต้ EcoStruxure มาแสดงถึงศักยภาพด้านดิจิทัลมากมาย อาทิ

• Wonderware System Platform ระบบดำเนินงานแบบรวมศูนย์ ช่วยในการควบคุม มอนิเตอร์ วิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ จากอุปกรณ์ทั้งระบบได้ในแบบเรียลไทม์ ให้ความสะดวก และป้องกันการผิดพลาดในการดำเนินงาน โดยใช้ผู้ดูแลเพียงไม่กี่คนก็ดูแลได้ทุกโครงข่ายของระบบไฟฟ้า

• Easy UPS 3S ถูกออกแบบให้ติดตั้งสะดวก รูปลักษณ์ทันสมัย ขนาดกระทัดรัดให้ความยืดหยุ่นในการใช้งาน ถอดเปลี่ยนหรือปรับเพิ่มแบตเตอรี่ได้รวดเร็ว มีให้เลือกตั้งแต่ 10 – 40 kVA ช่วยให้ระบบไฟฟ้ามีความเสถียรและสร้างความต่อเนื่องของระบบ

• Modicon M580 ePAC (Ethernet Programmable Automation Controller) คอนโทรลเลอร์ควบคุมระบบอัตโนมัติรุ่นใหม่ประสิทธิภาพสูงรับ/ส่งข้อมูลจากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อไปยังศูนย์ควบคุมในแบบเรียลไทม์ มาพร้อมฟังก์ชั่น Hot Standby (HSBY) หรือฟังก์ชั่นระบบสำรองฉุกเฉินในกรณีคอนโทรลเลอร์ตัวหลักเกิดปัญหา ระบบสำรองสามารถทำงานแทนได้โดยอัตโนมัติ อีกทั้งยังมีอีเธอร์เน็ตและระบบรักษาความปลอดภัยบนไซเบอร์ (Cyber Security) ฝังอยู่ในตัว นับเป็นคอนโทรลเลอร์ตัวแรกที่สร้างมาเพื่อรองรับการใช้งานการเชื่อมต่อ IoT

• ตู้จ่ายไฟ Prisma เป็นตู้ไฟที่มีความง่ายในการประกอบติดตั้ง ทนทานต่อแรงดันไฟฟ้าได้ดี ได้รับมาตรฐาน IEC 61439 – 1 และ 2 ซึ่งเป็นข้อกำหนดใหม่สำหรับการประกอบตู้คอนโทรลเกียร์ (controlgear) และตู้สวิตช์เกียร์แรงดันไฟฟ้าต่ำ (Low-voltage switchgear) นอกจากนี้ Prisma ยังสามารถทนกระแสไฟฟ้าได้สูงถึง 4,000 แอมป์

• Smart Panel ปรับเปลี่ยนตู้จ่ายไฟฟ้าให้มีความเป็นอัจฉริยะมากขึ้น ทั้งตู้เดิมที่มีอยู่แล้ว หรือตู้ใหม่ที่ให้ประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมความสามารถในการเปิด-ปิดแบบไร้สายผ่านสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตได้อีกด้วย

นอกจากนี้ในงาน RAIL Asia 2019 ยังมีเทคโนโลยีอื่นๆ ของชไนเดอร์ อิเล็คทิรค ที่น่าจับตามอง ด้วยความพร้อมของเทคโนโลยีบริหารจัดการพลังงานและออโตเมชั่น โดยนับเป็นอีกหนึ่งในผู้ผลิตในไม่กี่รายในโลกที่มี โซลูชั่นแบบ End to End ของระบบการจัดการพลังงานที่ให้ความสามารถทั้งการมอนิเตอร์ ควบคุม และให้ประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ได้ในแบบเรียลไทม์ ให้ความเสถียรและความต่อเนื่องในการใช้งานสำหรับยุค 4.0

“การยกระดับประเทศไปสู่ยุคดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบไม่ได้อยู่แค่การนำเทคโนโลยีมาใช้เพียงอย่างเดียว แต่เทคโนโลยีนั้นต้องมีความปลอดภัยจากภัยคุกคามทางไซเบอร์อีกด้วย” มร.มาร์ค กล่าวทิ้งท้าย


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

Ok mass service บริการให้คำปรึกษาและจัดกิจกรรมทางการตลาดอย่างมืออาชีพ

จัดการเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ไม่ว่างานไหนก็โอเค ไม่ว่าจะงานอีเว้นท์ งานจัดอบรมสัมมนา งานประชาสัมพันธ์วางแผนและซื้อสื่อ ผลิตสื่อตามความต้องการของลูกค้า หรือจะจัดกิจกรรมทางการตลาด เราพร้อมจัดการเรื่องยุ่งยากให้คุณด้วยทีมงานมากประสบการณ์ เพื่อให้งานของคุณโดดเด่นเหนือใคร เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ตรงใจผู้บริโภค ติดต่อได้เลยที่ บริษัท โอเค แมส จำกัด 0 2618 7781-4 , 0 816677041 ww.okmassthai.com Line ID: @okmass

 


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านปลื้มผลจัดงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ Home Builder & Materials Focus 2019” 4 วันยอดขาย 1,400 ล้านบาท

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านปลื้มผลจัดงาน“รับสร้างบ้านและวัสดุ Home Builder & Materials Focus 2019”

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ปลื้มผลการจัดงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ Home Builder & Materials Focus 2019” 4 วันยอดขาย 1,400 ล้านบาท พร้อมระบุ 3 อันดับระดับราคาแบบบ้านที่ผู้บริโภคเลือก

นางศิริพร สิงหรัญ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builders Association: HBA) เปิดเผยว่า การจัดงาน“รับสร้างบ้านและวัสดุ Home Builder & Materials Focus 2019”ในปีนี้จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “ให้การสร้างบ้านเป็นเรื่องง่ายง่าย” ระหว่างวันที่ 21-24 มีนาคม 2562 ณ ห้องเพลนารี ฮอลล์ 1-2ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยรวมยอดขายของบริษัทรับสร้างบ้านที่ออกงานนั้นเป็นที่น่าพอใจ โดยมียอดขายรวมตลอดการจัดงานทั้ง4วันประมาณ 1,400 ล้านบาท (เป้าจัดงานตั้งไว้ที่ ประมาณ 1,200 ล้านบาท ) โดยคาดหวังว่าจะมียอดหลังงานที่ตามมาอีกประมาณ 1,000 ล้านบาท

สำหรับภายในงานครั้งนี้ ผู้บริโภคมีความสนใจในระดับราคาต่างๆ ดังนี้

· อันดับ 1.ระดับราคาบ้านอยู่ที่ 2-5 ล้านบาทคิดเป็นสัดส่วน 40 %

· อันดับ 2 ระดับราคา 5-10 ล้านบาทคิดเป็นสัดส่วน 28 %

· อันดับ 3 เป็นแบบบ้านที่ระดับราคา 10-20 ล้านบาทคิดเป็นสัดส่วน 15 %

นางศิริพร กล่าวด้วยว่า จากแบบสอบถามถึงรายละเอียดผู้ปลูกจองสร้างบ้านพบว่า มีช่วงอายุ 25-35 ปี มากที่สุด ส่วนใหญ่แล้วเป็นผู้ที่มีที่ดินอยู่แล้ว และต้องการปลูกสร้างบ้านของตนเอง โดยมีเหตุผลหลักคือแต่งงานและต้องการสร้างครอบครัวใหม่ และเมื่อถามถึง สาเหตุที่ใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้าน เนื่องจากมีคุณภาพงานก่อสร้าง มีประสบการณ์ที่น่าเชื่อถือ และการบริการครบวงจร ประกอบกับผู้บริโภคยังคงมีความเชื่อมั่นในตลาดและหันมาเลือกใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้านมากขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อเพิ่มมากขึ้นตามกันอีกด้วย นอกจากนี้ ภายในงาน ลูกค้าสนใจมากที่สุดคือ โปรโมชั่นที่น่าสนใจ และมีโอกาสเปรียบเทียบกับบริษัทรับสร้างบ้านอื่นๆ

อย่างไรก็ดี เพื่อกระตุ้นการขายของบริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯอย่างต่อเนื่องและเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ รวมถึงส่งเสริมให้ผู้บริโภคมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ทางสมาคมฯได้เตรียมแผนที่จะจัดงานรับสร้างบ้านและวัสดุ (Home Builder & Materials Expo 2019) ในเดือนสิงหาคม 2562 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ฮอล 2 โดยบริษัทรับสร้างบ้านที่ร่วมออกบูธก็ได้มีการนำแบบบ้านที่ออกแบบใหม่ล่าสุดมาเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคในทุกระดับราคามาไว้ที่เดียวอีกครั้ง

สำหรับมูลค่าตลาดรวมรับสร้างบ้านในปี 2562สมาคมฯคาดมีมูลค่ารวมอยู่ราว 12,500 – 13,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 5-8% จากปี 2561 ที่มีมูลค่าตลาดรวมที่ 12,000 ล้าบาท


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

จีอี เฮลธ์แคร์ มุ่งเผยแพร่เทคโนโลยีการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ที่แม่นยำ เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาโรคมะเร็งเต้านมให้กับคนไทย

• ประเด็นปัญหาด้านประสิทธิภาพการทำแมมโมแกรมที่ลดลง ในผู้ป่วยที่มีความหนาแน่นของเนื้อเยื่อเต้านมสูง[4] ซึ่งพบมากในผู้หญิงเอเชีย โดยความคลาดเคลื่อนของการตรวจวัดดังกล่าวสามารถเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านม 4-6 เท่า
• พบว่าการใช้ระบบอัลตราซาวด์จากเทคโนโลยีล่าสุด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัยมะเร็ง
เต้านมสำหรับผู้หญิงที่อยู่ในภาวะที่มีความเสี่ยงจากความหนาแน่นของเนื้อเยื่อเต้านมสูง มีความเที่ยงตรงเพิ่มขึ้น 35%[2]

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 29 มีนาคม 2562 – จีอี เฮลธ์แคร์ มุ่งมั่นในการส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีการคัดกรองมะเร็งเต้านมในประเทศไทย มุ่งเน้นการตรวจรักษาแบบเฉพาะเจาะจง แนะนำระบบอัลตราซาวด์เต้านม 3 มิติแบบอัตโนมัติรุ่นล่าสุดเพื่อขยายทางเลือกเพิ่มเติมในการตรวจวินิจฉัยผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้หญิงไทยที่มีความหนาแน่นของเนื้อเยื่อเต้านมสูง ผลการศึกษาระบุว่า ภาวะความหนาแน่นของเนื้อเยื่อเต้านมสูง (เต้านมประกอบด้วยเนื้อเยื่อชนิดต่อมเต้านมมากกว่า 50%) พบมากในผู้หญิงเอเชีย[1]

นพ.เฉลิมเดช กรรณวัฒน์ รังสีแพทย์ ศูนย์ถันยรักษ์ กล่าวว่า “มะเร็งเต้านมเป็นหนึ่งในห้าอันดับแรกของโรคมะเร็งที่สร้างภาระด้านโรคมะเร็งให้กับประเทศไทย[2] สัญญาณที่บ่งบอกถึงมะเร็งเต้านมไม่ปรากฏให้เห็นชัดเจนนอกจากจะได้รับการตรวจคัดกรองโดยผู้เชี่ยวชาญ และจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการตรวจวินิจฉัยแต่เนิ่นๆ อย่างสม่ำเสมอเพื่อเพิ่มอัตราการมีชีวิตรอด เพิ่มโอกาสในการใช้วิธีการรักษาอื่นที่ไม่ใช่การผ่าตัด เพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา และลดค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วย ในฐานะแพทย์ ผมรู้สึกยินดีอย่างมากที่ศูนย์ถันยรักษ์สามารถให้บริการเทคโนโลยีที่ทันสมัยดังกล่าว เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น และยกระดับมาตรฐานโดยรวมของการรักษาโรคมะเร็งเต้านมในประเทศไทย”

ในส่วนของการคัดกรองมะเร็งเต้านม การตรวจสอบเบื้องต้นด้วยตนเองและการทำแมมโมแกรมเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด อย่างไรก็ดี ผู้หญิงเอเชียมักมีความหนาแน่นของเนื้อเยื่อเต้านมสูงกว่าผู้หญิงในภูมิภาคอื่น[2] และผลการศึกษาสำคัญจากหลายสถาบันระบุว่าภาวะความหนาแน่นของเนื้อเยื่อเต้านมที่สูงไม่เพียงแต่เพิ่มโอกาสเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมขึ้น 4-6 เท่า[2] แต่ยังเป็นสาเหตุให้การตรวจพบมะเร็งด้วยวิธีทำแมมโมแกรมทำได้ยากยิ่งขึ้น ในรายงานสองฉบับของ Breast Cancer Society Consortium เกี่ยวกับการทำแมมโมแกรมแบบใช้ฟิล์ม ระบุว่าประสิทธิภาพการทำแมมโมแกรมลดลง 21% ในผู้ป่วยที่มีความหนาแน่นของเนื้อเยื่อเต้านมสูง[4]

ในกรณีดังกล่าว ควรจะทำการตรวจคัดกรองเพิ่มเติมด้วยการทำอัลตราซาวด์ และระบบอัลตราซาวด์
แบบอัตโนมัติของจีอี เฮลธ์แคร์ จะช่วยยกระดับการให้การรักษาผู้ป่วยด้วยเทคโนโลยีอัลตราซาวด์ 3 มิติที่สามารถถ่ายภาพเต้านมผู้หญิงที่มีความหนาแน่นของเนื้อเยื่อเต้านมสูงได้อย่างสะดวกและรวดเร็วภายในเวลาประมาณ 15 นาที และยังมีคุณสมบัติใหม่ที่สอดคล้องกับสรีระของผู้หญิง เช่น การพัฒนารูปทรงและขนาดที่เหมาะสมของเครื่องมือตรวจวัด ที่แนบสนิทกับเต้านมจะช่วยลดแรงกดสัมผัสขณะตรวจวัด และสามารถให้ภาพภ่ายที่มีความแม่นยำชัดเจนและครอบคลุมบริเวณเต้านมที่สำคัญในท่านอนหงายตามธรรมชาติของผู้เข้ารับการตรวจคัดกรอง นอกจากนี้ระบบการทำงานแบบอัตโนมัติที่ช่วยลดข้อผิดพลาด และมีความแม่นยำในการตรวจคัดกรอง จะช่วยสนับสนุนประสิทธิภาพการทำงานของรังสีแพทย์ในการตรวจวินิจฉัยผลในภายหลัง

ดร. ราจาน คาลีดินดี ผู้จัดการใหญ่ จีอี เฮลธ์แคร์ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “จีอี เฮลธ์แคร์ มีความภาคภูมิใจที่ได้นำเสนอเทคโนโลยีอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่สนับสนุนให้รังสีแพทย์สามารถดำเนินการวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำ และเฉพาะเจาะจงตามปัจจัยเสี่ยงและสภาวะแวดล้อมของผู้ป่วยมากยิ่งขึ้น โดยเราหวังว่าเทคโนโลยีจาก จีอี เฮลธ์แคร์ ดังกล่าว จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและลดความกังวลของผู้หญิงที่เข้ารับการตรวจคัดกรอง และพร้อมที่จะเข้ารับการตรวจอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมในประเทศไทย เนื่องจากหากพบความเสี่ยงหรือความผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ จะสามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที ”

###
เกี่ยวกับจีอี เฮลธ์แคร์
จีอี เฮลธ์แคร์ เป็นธุรกิจด้านการดูแลสุขภาพในเครือจีอี ที่มีมูลค่าทางธุรกิจ 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในฐานะผู้นำการให้บริการด้านการถ่ายภาพทางการแพทย์ การตรวจสอบทางการแพทย์ การผลิตทางชีวภาพ และเทคโนโลยีการบำบัดเซลล์ และยีน ซึ่งจีอี เฮลธ์แคร์ช่วยให้การวินิจฉัย การรักษา และการตรวจสอบมีความแม่นยำผ่านอุปกรณ์ที่ล้ำสมัย ทั้งในด้านการวิเคราะห์ข้อมูลแอปพลิเคชั่น และการบริการ ด้วยประสบการณ์ที่มากกว่า 100 ปีในอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ และพนักงานมากกว่า 50,000 คนทั่วโลก จีอี เฮลธ์แคร์ช่วยปรับปรุงผลลัพธ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งสำหรับผู้ป่วย ผู้ให้บริการด้นการดูแลสุขภาพ นักวิจัย บริษัทด้านชีววิทยาศาสตร์ทั่วโลก ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook, LinkedIn, Twitter และ The Pulse หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของได้ที่ https://corporate.gehealthcare.com
———-
[1] RW Jakes,a SW Duffy,b FC Ng,c F Gaoa,d and EH Nge, Mammographic parenchymal patterns and risk of breast cancer at and after a prevalence screen in Singaporean women, International Journal of Epidemiology, 2000;29:11-19
[2] FDA PMA P110006 summary of safety and effectiveness.
[3] https://www.researchgate.net/publication/319175466_National_and_Subnational_Population-Based_Incidence_of_Cancer_in_Thailand_Assessing_Cancers_with_the_Highest_Burdens
[4] Boyd NF et al. Mammographic Density and the Risk and Detection of Breast Cancer. NEJM 2007; 356: 227-36.


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

คณะบริหารธุรกิจและอุตสาหกรรมบริการ มจพ. วิทยาเขตปราจีนบุรี MOU กับ บ. ไทย ไลอ้อน เมนทารี

ผศ.พีระศักดิ์ เสรีกุล รองอธิการบดีประจำวิทยาเขต มจพ.ปราจีนบุรี ปฏิบัติการแทนอธิการบดี ลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง นางสาวมณิสรา อิ่มสำราญรัชต์ ผู้จัดการทั่วไป แผนกทรัพยากรบุคคล บริษัท ไทย ไลอ้อน เมนทารี จำกัด

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2562 ณ ห้องประชุม บริษัท ไทย ไลอ้อน เมนทารี จำกัด โดยมี ผศ.ดร.รณินทร์ กิจกล้า รักษาการแทนรองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะบริหารธุรกิจและอุตสาหกรรมบริการ ผศ.ดร.สุทธิชัย พิสุทธิ์เสรีวงศ์ หัวหน้าภาควิชาบริหารธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม คณะบริหารธุรกิจและอุตสาหกรรมบริการ นางสาวลัดดา ภูสิงหา หัวหน้างานอาวุโส บริษัท ไทย ไลอ้อน เมนทารี จำกัด และ นางสาวอุษาวดี นกแก้ว หัวหน้างานอาวุโส บริษัท ไทย ไลอ้อน เมนทารี จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากลทั้งในด้านวิชาการและทักษะปฏิบัติงานในวิชาชีพด้านอุตสาหกรรมบริการ โดยสอดคล้องกับความต้องการของตลาดทรัพยากรมนุษย์ด้านอุตสาหกรรมบริการ และเพื่อสร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านธุรกิจการบิน อันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอนของหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการจัดการการท่องเที่ยวและการโรงแรม คณะบริหารธุรกิจและอุตสาหกรรมบริการ มจพ. วิทยาเขตปราจีนบุรี

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตปราจีนบุรี โดยคณะบริหารธุรกิจและอุตสาหกรรมบริการ และบริษัท ไทย ไลอ้อน เมนทารี จำกัด ได้ตระหนักถึงความสำคัญด้านการสร้างภาคีเครือข่าย ความร่วมมือด้านวิชาการและสหกิจศึกษา เพื่อส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ทั้งในด้านวิชาการทักษะปฏิบัติงานในวิชาชีพด้านอุตสาหกรรมบริการ โดยสอดคล้องกับความต้องการของตลาดทรัพยากรมนุษย์ด้านอุตสาหกรรมบริการ และเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านธุรกิจการบิน อันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอนของหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการจัดการการท่องเที่ยวและการโรงแรม คณะบริหารธุรกิจและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ โดยทั้งสองฝ่ายได้แสดงถึงเจตจำนงในการดำเนินกิจกรรมความร่วมมือทางวิชาการระหว่างหน่วยงานทั้งสองที่จะร่วมกันเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนานักศึกษาสาขาการจัดการการท่องเที่ยวและการโรงแรมให้มีคุณภาพทั้งด้านทักษะความรู้ ความสามารถที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในวิชาชีพด้านอุตสาหกรรมบริการได้ในอนาคต


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ปลุกความกล้า ตื่นจากฝัน เริ่มต้นธุรกิจ ที่ e-Biz & OEM Manufacturer Expo 2019

โลกหมุนเร็วขึ้นทุกวัน ด้วยเทคโลยีที่ก้าวหน้าทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป หากใครอยากเริ่มต้นเป็นเจ้าของกิจการหรือสานต่อธุรกิจที่มีอยู่ให้ประสบความสำเร็จ ควรเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการทำธุรกิจในยุคดิจิทัล โดยงาน e-Biz & OEM Manufacturer Expo 2019 งานแสดงสินค้าด้านผู้รับจ้างผลิตและการตลาดออนไลน์ครบวงจร จะมาอัพเดทเทรนด์ใหม่ๆ เสริมความรู้ และแนะเคล็ดลับต่อยอดธุรกิจให้เติบโตก้าวต่อไปได้ในโลกดิจิทัลแบบเฉียบคม พบผู้เชี่ยวชาญในด้านการสั่งผลิตสินค้า การทำตลาดบนโลกออนไลน์ ดิจิทัลแพลตฟอร์มรูปแบบใหม่ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจให้คุณมั่นใจกล้าออกจากคอมฟอร์ทโซน มาสานฝันปลุกปั้นธุรกิจให้เกิดขึ้นจริง

เริ่มต้นธุรกิจยังไง ให้ได้ไปต่อ
ในปัจจุบันการเริ่มธุรกิจถือว่าง่ายมาก เนื่องจากเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยให้การสื่อสารและขนส่งง่ายขึ้น แต่การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ สามารถอยู่รอดได้ในตลาดเป็นเรื่องไม่ง่ายเลย ทางรอดคือการวางจุดมุ่งหมายและแนวทางที่ชัดเจนว่าจะทำไร เพื่อตอบโจทย์ความต้องการหรือแก้ไขปัญหาของผู้บริโภคในด้านต่างๆ ซึ่งจะทำให้การทำงานมีเป้าหมายไม่หลงทาง

การเลือกว่าจะทำอะไรควรเริ่มต้นด้วยการมองภาพรวมของเศรฐกิจ รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคว่ามีธุรกิจใดบ้างที่สามารถเดินต่อไปได้ในยุคดิจิทัล และเลือกทำในสิ่งที่ถนัดและชื่นชอบ สิ่งนี้จะทำให้เรามี ‘แพชชั่น’ ในการทำธุรกิจมีกำลังใจในการต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ ที่จะผ่านเข้ามา และสิ่งสำคัญคือต้องผลิตสินค้าที่มีคุณภาพทำให้ผู้บริโภคยอมรับจนกลายเป็นแบรนด์ขวัญใจ เพียงเท่านี้ธุรกิจของคุณก็ประสบความสำเร็จแล้ว

หากคุณยังหาธุรกิจที่ใช่ไม่เจอ งาน OEM Manufacturer Expo 2019 มีคำตอบให้คุณ พบกับไอเดียการทำธุรกิจมากมายจากผู้ให้บริการรับจ้างผลิตที่มีมาตรฐาน ได้รับการรับรองจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยรวบรวมโรงงานรับผลิตสินค้าที่ใช้นวัตกรรมและได้รับมาตรฐานมาจัดแสดงอย่างครบวงจร อาทิ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร, เครื่องสำอาง, อาหารและเครื่องดื่ม, สินค้าออร์แกนิค, เสื้อผ้า, กระเป๋า, รองเท้า, บรรจุภัณฑ์ ฯลฯ ที่มาพร้อมกับโปรโมชั่นการรับจ้างผลิตสุดพิเศษ และเพิ่มความคล่องตัวในการเริ่มต้นด้วยที่ปรึกษาด้านการลงทุนที่จะเข้ามาแนะนำแหล่งเงินทุนเพื่อการทำธุรกิจ รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่จะมาให้คำปรึกษาภายในงานกับโซน Business Consultant Idea นอกจากนี้ ยังมีผู้เชี่ยวชาญที่จะมาให้คำแนะนำการทำตลาดในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศแบบเจาะลึกเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค เช่น จีน สิงคโปร์ กลุ่มประเทศ CLMV เป็นต้น

เสริมความแรงแซงคู่แข่ง ด้วยทริคการทำธุรกิจทันยุคดิจิทัล
ขณะนี้โลกเปลี่ยนเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แล้ว เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราจนแยกไม่ออกทั้งการซื้อของ การทำธุรกรรมการเงิน การใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ และอีกมากมาย สามารถทำได้อย่างง่ายดายแค่ปลายนิ้ว แถมยังมีคู่แข่งเข้ามาเป็นตัวเลือกให้ผู้บริโภคมากหน้าหลายตา ถ้าผู้ประกอบการไม่ปรับตัวตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ก็จะทำให้ธุรกิจเริ่มถูกลืมไปอย่างช้าๆ พร้อมกับโลกยุคเก่า ถึงเวลาแล้วที่คุณจะเปลี่ยน โดยการนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการทำธุรกิจ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาสินค้าและบริการ ตลอดจนช่องทางการสื่อสารและจัดจำหน่าย โดยภายในงาน e-Biz Expo 2019 ภายใต้คอนเซ็ปท์ Business Transformation จะได้พบกับดิจิทัลแพลตฟอร์ม ที่จะเข้ามาช่วยต่อยอดผลักดันให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้ในโลกดิจิทัลทั้งในด้าน e-Commerce, e-Logistics, e-Payment, e-Tailer, Digital Business, Cross-Border , e-Commerce โดยแต่ละด้านก็มีความเหมาะสมกับธุรกิจต่างประเภทกันไป

หากใครอยากเริ่มธุรกิจใหม่ให้ปังหรือพลิกโฉมธุรกิจที่มีอยู่ให้โดนใจผู้ซื้อ มาหาคำตอบได้จากการสัมมนาและเวิร์กช็อปภายในงาน งาน e-Biz & OEM Manufacturer Expo 2019 ที่จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 6 – 8 มิถุนายน 2562 เวลา 10.00 – 18.00 น. ณ ฮอลล์ EH106 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค รับรองว่าตลอดการจัดงานมีความรู้ทั้งในเรื่องของการพัฒนาสินค้าให้โดนใจผู้บริโภค เลือกโรงงานผู้รับจ้างผลิตอย่างไรให้ได้คุณภาพ พร้อมทั้งการปรับตัว ดึงธุรกิจเข้าดิจิทัลแพลตฟอร์มอย่างมืออาชีพแบบเต็มอิ่มแน่นอน


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

สัมผัสเฟอร์นิเจอร์ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของคุณในงาน CHANINTR OUTLET

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเฟอร์นิเจอร์ เตรียมตัวพบกับ CHANINTR OUTLET งานที่จะรวบรวมเฟอร์นิเจอร์ระดับไฮเอนด์ในราคาสุดพิเศษ ลดสูงสุดถึง 75 % ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร และสินค้าตกแต่งบ้าน จากแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก มาร่วมสัมผัสถึงดีไซน์ ความหรูหรา เรียบง่าย ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้อย่างมีระดับเช่นคุณ

สถานที่: CHANINTR 61 ซอยสุขุมวิท 61
วันและเวลา: 21 มีนาคม- 2 เมษายน 2562 เวลา 10.00 – 19.00 น.
(วันศุกร์และเสาร์เปิดถึง 21.00น.)
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โทร: 092-247-2107, 092-247-2108
Official Line: @CHANINTROUTLET


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

depa เปิด “สถาบันส่งเสริมวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้น” ดึงกูรู Startup ระดับโลก ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ระดับสากล

depa เปิด “สถาบันส่งเสริมวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้น” ดึงกูรู Startup ระดับโลก ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ระดับสากล หวังดัน Startup ไทย แข่งขันในตลาดโลก

เมื่อเร็วๆนี้, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เปิดตัว “สถาบันส่งเสริมวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้น หรือ “Digital Startup Institute” อย่างเป็นทางการ โดย นายธีรนันท์ ศรีหงส์ ประธานคณะกรรมการกำกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นประธานในพิธีร่วมด้วย ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ประกาศความพร้อมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจเริ่มต้น หรือ Startup ให้เติบโตสู่ตลาดโลกแบบก้าวกระโดด โดยเชิญกูรู Startup ระดับโลก ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ระดับสากล พร้อมจัดเสวนาที่มุ่งสร้างนิเวศ Startup จาก Startup ระดับแม่เหล็กของไทย ณ อาคารลาดพร้าว ฮิลล์

ภาพจากซ้าย
1. ดร.เอ็ดเวิร์ด รูเบิร์ช (Dr. Edward Rubesch) ผู้อำนวยการหลักสูตร IDE มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
2. ดร.ชินาวุธ ชินะประยูร ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้น
3. ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)
4. มร.สตีฟ แบลงค์ (Mr.Steve Blank) กูรูสตาร์ทอัพระดับโลก ผู้ให้คำนิยาม Startup คนแรกในโลก
5. นายธีรนันท์ ศรีหงส์ ประธานคณะกรรมการกำกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ประธานในพิธี

ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กล่าวถึงที่มาของสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้น ว่า “สถาบันส่งเสริมวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้น จัดตั้งโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) มีพันธกิจในการส่งเสริมวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้น หรือ Startup ให้สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในเชิงลึก (Deep digital technology) สร้างศักยภาพ และเพิ่มจำนวนวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้นให้ได้รับการต่อยอดทางธุรกิจ และต่อยอดการลงทุน (Deal Flow) จนสามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ เราต้องการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา ในการสร้างระบบนิเวศวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้นอย่างเข้มแข็งในประเทศไทย โดยเราหวังว่าเราจะได้รับความร่วมมือจากทั้ง ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาคีเครือข่าย และวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้น มาร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้นของประเทศเราให้ก้าวกระโดดขึ้นไป”

สำหรับสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้นนั้น ได้เริ่มดำเนินงานส่งเสริมการเติบโตของวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้นมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2561 ในมิติต่างๆ เช่น การส่งเสริมและสนับสนุนการเริ่มต้นธุรกิจอุตสาหกรรมดิจิทัล (depa Startup Fund) ซึ่งมีการให้การสนับสนุนวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้นไปแล้วกว่า 40 กิจการ สำหรับเดือนมีนาคม 2562 นี้ สถาบันฯ ได้ย้ายที่ทำการมาที่ อาคารลาดพร้าว ฮิลล์ ซึ่งสถานที่แห่งใหม่นี้จะช่วยขยายขอบเขตการให้บริการแก่วิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้นให้กว้างขวางขึ้น ทั้งการให้บริการพื้นที่ทำงานร่วม (Co-working Space) และการให้บริการวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้นแบบเบ็ดเสร็จจุดเดียว (One Stop Service) นอกจากนี้ สถาบันฯ ยังได้พัฒนากลไกการสนับสนุนวิสาหกิจเริ่มต้น โดยเฉพาะในระยะเติบโต ในมิติต่างๆ เช่น ด้านการพัฒนาองค์ความรู้ ด้านการพัฒนาและสร้างเครือข่ายทั้งใน และต่างประเทศ ด้านการสนับสนุนทางการตลาด (Demand side support) เป็นต้น

การเปิดตัวสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากเครือข่าย Startup และผู้ประกอบการนวัตกรรมที่มีชื่อเสียงระดับโลก อย่าง Steve Blank (สตีฟ แบลงค์) ผู้ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่ง Startup โลก นี่คือ ผู้ประกอบการที่ทำหลากหลายธุรกิจแห่งซิลิคอนวัลเลย์ และเป็นนักการศึกษาที่ได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารฟอร์บส์ ให้เป็น 1 ใน 30 บุคคลทรงอิทธิพลในแวดวงเทคโนโลยีในปี 2556 และยังมีชื่อเป็นหนึ่งใน “ผู้เชี่ยวชาญแห่งนวัตกรรม” ที่จัดอันดับโดยนิตยสารฮาร์วาร์ดบิสสิเนส รีวิวในปี 2555 ด้วย เขาจะมาร่วมพูดคุยอย่างเป็นกันเองในหัวข้อ “Future of Startup and Digital Economy” ดำเนินรายการโดย ดร.เอ็ดเวิร์ด รูเบิร์ช (Dr. Edward Rubesch) ผู้อำนวยการหลักสูตรศูนย์สร้างผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

นอกจากนั้นยังเปิดเวทีสัมมนา “Thailand Starup Ecosystem: What’s Next?” ที่มุ่งสร้างนิเวศ Startup กับตัวแทนผู้ประกอบการนวัตกรรมที่มีชื่อเสียง ได้แก่ คุณไผท ผดุงถิ่น CEO Builk One Group, คุณสมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์ Managing Director, dtac Accelerate, ดร.ศรีหทัย พราหมณี Head of AIS The StartUp และ คุณฐนสรณ์ ใจดี President, True Digital Park

“สถาบันส่งเสริมวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้น หวังอย่างยิ่งว่า บนพื้นที่แห่งใหม่นี้ เราจะได้ร่วมกันช่วยผลักดันและส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบการวิสาหกิจเริ่มต้นจำนวนมากในประเทศ และสามารถขยายธุรกิจ ขับเคลื่อนให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด เพื่อแข่งขันในตลาดโลกอย่างเต็มศักยภาพ” ดร.ณัฐพล กล่าวเสริม


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ออฟฟิศเมท จัดโปรสุดว้าว! รับซัมเมอร์สุดฮอต ช้อปไอเท็มเด็ดราคาโดนใจได้ทุกวัน

นางสาววิลาวรรณ ฤกษ์เกรียงไกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ออฟฟิศเมท จัดโปรโมชั่นชุดใหญ่ สุดฮอตรับซัมเมอร์ วันนี้ – 30 เมษายน 2562 ช้อปที่ออฟฟิศเมทมีแต่คุ้ม..!! เอาใจผู้ประกอบการ Start Up, SME และจัดซื้อบริษัท แบบน็อนสต็อป ด้วยโปรสุดว้าว! ไอเท็มเด็ด เปลี่ยนทุกสัปดาห์ “OfficeMate SHOP NOW WOW PRICE” ให้คุณได้ช้อปอย่างเพลิดเพลินกับสินค้าเด็ดราคาโดนใจ อาทิ เก้าอี้สำนักงาน จากแบรนด์ Furradec, เครื่องฟอกอากาศ Mi, สินค้าอุปกรณ์สำนักงาน, สินค้าGadget IT, อุปกรณ์แพ็คกิ้ง หรือจะช้อปกันแบบฟินๆ กับกระดาษถ่ายเอกสารราคาสุดคุ้มแบบ พลาดไม่ได้….!!! และสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย ช้อปกันได้ทุกสัปดาห์ที่ร้านออฟฟิศเมททุกสาขาทั่วไทย


สำหรับนักธุรกิจยุคดิจิทัลหลบร้อนมาช้อปออนไลน์ชิลล์ๆ คลิกง่ายคลิกคุ้มกับออฟฟิศเมทออนไลน์ รับดีลเด่นราคาดีสับเปลี่ยนหมุนเวียนทุกวันพุธของสัปดาห์ “OfficeMate WoW Deal Wednesday” ออฟฟิศเมทจัดเต็มความสะดวก บริการจัดส่งฟรีถึงที่เพียงช้อปครบ 499 บาท (*ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด) คลิกมาช้อปกันได้เลยที่ officemate.co.th หรือ OfficeMate Mobile App ห้ามพลาดสินค้าเด็ดๆ ในแต่ละสัปดาห์ ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2562


 

Exit mobile version