Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

เปิดแล้ว ลอนดรี้บาร์ ร้านสะดวกซักแบรนด์อันดับ 1 ในอาเซียน พร้อมบุกไทย เล็งผุด 300 สาขา ใน 3 ปี มั่นใจตอบโจทย์ลูกค้าและนักลงทุน

บริษัท ลอนดรี้บาร์ ไทย จำกัด ผู้ร่วมทุนแบรนด์ ลอนดรี้บาร์ (LAUNDRYBAR) ร้านสะดวกซักครบวงจรแบบบริการตัวเอง 24 ชั่วโมง พร้อมให้บริการฟรี น้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม และน้ำยาฆ่าเชื้อ แบรนด์อันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเปิดให้บริการมาแล้วกว่า 520 สาขาทั่วโลก นำโดย นายชานนท โตวิกกัย กรรมการบริหาร และนางสาวพิมลวรรณ ชีวเกรียงไกร ผู้บริหารฝ่ายการตลาด พร้อมด้วย มิสเตอร์ พอล อัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนางซานดร้า ฉั่ว ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท ลอนดรี้บาร์ จัดงานเปิดตัวมาสเตอร์แฟรนไชส์รายเดียวในประเทศไทย และร้านลอนดรี้บาร์แฟล็กชิพเมกาสโตร์ ณ ถนนศรีนครินทร์ ซอย 42 ตรงข้ามซีคอนสแควร์ เมื่อเร็วๆ นี้ โดยบริษัทฯ ได้ทุ่มงบลงทุนกว่า 50 ล้านบาทในการรุกตลาด และมั่นใจว่าจะขยายแฟรนไชส์ได้กว่า 300 สาขาทั่วประเทศ ภายใน 3 ปี เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าและกลุ่มนักลงทุน


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

TGGS จัดประชุม TGGS Advisory Board Meeting ประจำปี 2562

H.E. Mr. Georg Schmidt (เกออร์ก ชมิดท์) เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน ประจำประเทศไทย เป็นประธานกิตติมศักดิ์ พร้อมด้วยประธานร่วม 2 ฝ่าย คือ ศ.ดร.สุชาติ เซี่ยงฉิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และProf. Dr. Edmund Haberstroh ตัวแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยอาเค่น ประชุม TGGS Advisory Board Meeting ประจำปี ในวันพุธที่11 กันยายน พ.ศ. 2562 ณ ห้องประชุม ราชพฤกษ์ อาคารนวมินทรราชินี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งมีตัวแทนเข้าร่วมประชุมจากอุตสาหกรรมที่สำคัญเช่น ปตท. บางจาก ปูนซีเมนต์ไทย Western Digital Siemens Covestro BMW BASF B.Grimm Robert Bosch Tuv Rheinland Schaeffler Energy Absolute สภาอุตสาหกรรมไทย หอการค้าเยอรมัน-ไทย เป็นต้น และตัวแทนจากภาครัฐ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ สถานทูตเยอรมัน DAAD สถาบัน Goethe การไฟฟ้าทั้งสาม สอวช. เป็นต้น

สืบเนื่องจากบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย–เยอรมัน (TGGS) จัดการเรียนการสอนหลักสูตรนานาชาติทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ตามรูปแบบของมหาวิทยาลัยอาเค่น (RWTH Aachen University) สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อผลิตมหาบัณฑิตและดุษฎีบัณฑิตที่มีศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนา ที่สอดคล้องกับความต้องการจริงของภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับองค์กรอื่นๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยดำเนินการภายใต้สัญญาข้อตกลงความร่วมมือทางด้านวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และมหาวิทยาลัยอาเค่นมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2547

เพื่อการกำกับดูแลกิจการและการดำเนินงานของบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย–เยอรมัน (TGGS) ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ จึงได้จัดการประชุม TGGS Advisory Board Meeting เป็นประจำปีทุกปี ในการประชุมดังกล่าวได้รายงานผลการดำเนินงาน การหารือเกี่ยวกับแนวทางการทำการศึกษาและวิจัยร่วมกับภาคอุตสาหกรรม วิสัยทัศน์และทิศทางการบริหารงานของบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย–เยอรมัน (TGGS) นอกวาระปกติแล้วยังมีการหารือเตรียมความพร้อมกิจกรรมฉลองครบรอบการก่อตั้ง 15 ปี ของบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย–เยอรมัน (TGGS) ซึ่งจะเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2563 อีกด้วย

ขวัญฤทัย ข่าว-ภาพ

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

อินโนสเปซและหัวเว่ยลงนามในเอ็มโอยู ร่วมกันพัฒนาระบบอีโคซิสเต็ม สำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพในประเทศไทย

กรุงเทพฯ ประเทศไทย/ 9 กันยายน 2562 – วันนี้ อินโนสเปซและหัวเว่ยลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อความร่วมมือในการพัฒนานวัตกรรมและอีโคซิสเต็มสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพในประเทศไทย

บันทึกความเข้าใจฉบับดังกล่าวลงนามโดยนายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานที่ปรึกษา บริษัท อินโนสเปซ และมร. เติ้ง เฟิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หัวเว่ย ประเทศไทย บันทึกฉบับนี้มีระยะเวลาสองปีและมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือด้านการสนับสนุนการพัฒนาระบบอีโคซิสเต็มสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพในประเทศไทย ผ่านการแบ่งปันความรู้ การฝึกอบรมด้านเทคโนโลยี และการจัดหาบริการและการสนับสนุนเพื่อการบ่มเพาะสตาร์ทอัพ

ในฐานะผู้จัดหาเทคโนโลยีและนวัตกรรมไอซีทีชั้นนำระดับโลก หัวเว่ย ร่วมกับอินโนสเปซ จะช่วยกันสร้างโอกาสให้แก่สตาร์ทอัพไทยได้แลกเปลี่ยน พัฒนา และรวบรวมความรู้ ข้อมูล และประสบการณ์ต่าง ๆ เพื่อค้นหาความสามารถใหม่ ๆ ในด้านบิ๊กดาต้า, 5G, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (IoT) และบริการคลาวด์ ผ่านแพลตฟอร์มที่มีอยู่ของหัวเว่ย

ดร. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย มร. เจมส์ อู๋ ประธานบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ให้เกียรติมาเป็นสักขีพยานในการลงนามระหว่างอินโนสเปซและหัวเว่ย เพื่อฉลองความร่วมมือระหว่างสองบริษัทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย

“วันนี้ผมต้องขอขอบคุณหัวเว่ยอีกครั้งสำหรับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง หัวเว่ยมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะช่วยเหลือประเทศไทยในการทรานสฟอร์มสู่ยุคดิจิทัล พร้อมมอบแพลตฟอร์มเทคโนโลยีให้สตาร์ทอัพปัจจุบันและที่กำลังจะเกิดใหม่ในประเทศของเรา” ดร. สมคิด กล่าว ระหว่างพิธีลงนาม

มร. เติ้ง เฟิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หัวเว่ย ประเทศไทย กล่าวย้ำอีกครั้งว่า หัวเว่ยมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้ผลักดันนโยบายประเทศไทย 4.0 ด้วยการเป็นพันธมิตรด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ดีที่สุด เป็นผู้ให้บริการด้านการทรานสฟอร์มอุตสาหกรรมต่าง ๆ สู่ดิจิทัลและความเป็นอัจฉริยะ เป็นผู้นำร่องด้านชีวิตแบบสมาร์ท รวมถึงมีความมุ่งมั่นในการฝึกอบรมบุคลากรด้านไอซีทีและสร้างระบบอีโคซิสเต็มในอุตสาหกรรมอีกด้วย

มร. เติ้ง กล่าวเสริมว่า “เรารู้สึกชื่นชมและยินดีให้การสนับสนุนวิสัยทัศน์และความทุ่มเทของอินโนสเปซ ทางด้านการบ่มเพาะสตาร์ทอัพและการสร้างสรรค์นวัตกรรมร่วมกันในประเทศไทย จากการก่อตั้งธุรกิจของเราและสร้างระบบอีโคซิสเต็มด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัย เรามีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพและผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมของไทย เพื่อช่วยขยายธุรกิจของพวกเขาไปสู่ระดับโลกและแบ่งปันประโยชน์แก่กันและกัน”


นายเทวินทร์ วงศ์วานิช (แถวที่ 1 ซ้าย) ประธานที่ปรึกษา บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด มร. เติ้ง เฟิง (แถวที่ 1 ขวา) กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ ประเทศไทย ดร. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ (แถวที่ 2 ซ้าย) รองนายกรัฐมนตรี และ มร. เจมส์ อู๋ (แถวที่ 2 ขวา) ประธานบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หัวเว่ยเป็นผู้จัดหาโครงสร้างพื้นฐานไอซีทีและสมาร์ทดีไวซ์ชั้นนำระดับโลก ที่มีความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มอิสระในการใช้ชีวิต ทำให้ทุกครอบครัวสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น และสร้างแรงบันดาลใจทางด้านนวัตกรรมให้แก่องค์กรทุกรูปแบบและทุกขนาดในประเทศไทยมาเป็นเวลาร่วม 20 ปี ผ่านความร่วมมือแบบเปิดกว้างกับพันธมิตรในระบบอีโคซิสเต็ม


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส จัดอบรมผู้ตรวจสอบการเชื่อมสากล

ฝ่ายเทคโนโลยีงานเชื่อม สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส จัดฝึกอบรมหลักสูตร “ผู้ตรวจสอบการเชื่อมสากล”รุ่นที่ 8/2562 (International Welding Inspection Personnel : IWI-C Class 8/2019) ภายใต้คณะอนุกรรมการบริหารโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่เพื่อสร้างกำลังคนที่มีสมรรถนะสูงสำหรับอุตสาหกรรม New Growth Engineer ตามนโยบาย Thailand 4.0 และการปฏิรูปการอุดมศึกษาไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ โดยได้รับอนุมัติจากสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ในการเข้าร่วมโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ปีงบประมาณ 2561

มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างบุคลากรทางด้านงานเชื่อมในระดับผู้ตรวจสอบงานเชื่อมสากล สำหรับผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เพื่อให้ได้การรับรองมาตรฐานการผลิตที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลเป็นผู้นำด้านการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ตามแผนยุทธศาสตร์ของสมาคมกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ โดยอบรมระหว่างวันที่ 9 กันยายน – 24 ธันวาคม 2562 ณ ห้องอบรม 704 ชั้น 7อาคารสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย–ฝรั่งเศส

ขวัญฤทัย ข่าว/อัชณี ถ่ายภาพ


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

“ดิ อัมรินทร์” งัดแลนด์แบงก์ออกพัฒนาเพิ่มค่า-ต่อยอดธุรกิจ ผุดคอนโดฯ แบรนด์ AROON เจาะแพทย์ พยาบาล รพ.ศิริราช และนักลงทุน เปิด Pre-Sale 14-15 ก.ย. นี้ Fully Furnished ราคาเริ่ม 2.5 ล้านบาท

“ดิ อัมรินทร์” งัดแลนด์แบงก์ออกพัฒนาเพิ่มค่า-ต่อยอดธุรกิจ ผุดคอนโดฯ แบรนด์ AROON เจาะแพทย์ พยาบาล รพ.ศิริราช และนักลงทุน
เปิด Pre-Sale 14-15 ก.ย. นี้ Fully Furnished ราคาเริ่ม 2.5 ล้านบาท

การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวสูงหรือคอนโดมิเนียมนั้น นอกจากทำเลที่อยู่ชิดติดรถไฟฟ้าจะได้รับความนิยมแล้ว ทำเลโดยรอบมหาวิทยาลัยและรอบโรงพยาบาลก็ถือว่าเป็นทำเลทองที่ได้รับความนิยมจากฝั่งผู้ประกอบการที่ต้องการมองหาที่ดินเพื่อนำมาพัฒนาโครงการรองรับกับความต้องการ (Demand) ของผู้บริโภค พื้นที่โดยรอบโรงพยาบาลศิริราช แม้จะเป็นอีกทำเลศักยภาพแต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ดีเวลลอปเปอร์จะหาที่ดินมาพัฒนา ด้วยเหตุนี้จึงเป็นโอกาสดีที่ครอบครัว “ธรรมเจริญ” งัดเอาที่ดินเก่าในย่านนั้นออกมาพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่มต่อยอดธุรกิจจากโครงการสู่อีกโครงการตามแผนการรุกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

นายอรรถวุฒิ ธรรมเจริญ กรรมการผู้จัดการบริษัท ดิ อัมรินทร์ จำกัด ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แบรนด์ ดิ อัมรินทร์ เรสสิเดนซ์ (The Amarin Residence) เซอร์วิส อพาร์ตเม้นท์ย่านโรงพยาบาลศิริราช เปิดเผยว่า ล่าสุดบริษัทฯ ได้นำเอาที่ดินที่อยู่บริเวณถนนพรานนกเนื้อที่ 0-2-58 ไร่ พัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ “อรุณ” (AROON) จำนวน 1 อาคาร สูง 8 ชั้น จำนวนห้องชุด 61 ยูนิต รวมมูลค่าโครงการประมาณ 280 ล้านบาท ขนาดห้องชุดมีพื้นที่ใช้สอย 25.07-49.30 ตารางเมตร (ตร.ม.) ราคาขายเริ่ม 2.5-6.4 ล้านบาทหรือราคาขายเฉลี่ย 110,000 บาทต่อตร.ม. มีห้องให้เลือก 2 แบบ คือ

· ห้องแบบ 1 Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอย 25.07-49.30 ตร.ม.

· ห้องแบบ 1 Bedroom Plus ขนาดพื้นที่ใช้สอย 47.11-49.06 ตร.ม.

ทั้งนี้ โครงการ AROON พัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ “A LIFE WELL LIVED… ชีวิตดีๆ ที่ใครก็ต้องการ” เชื่อมโยงชีวิตยุคใหม่ และการอยู่อาศัยแนว Healthy Living เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน รักษาสมดุลชีวิตให้ลงตัวในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การดูแลตัวเอง ที่สำคัญ คือดีต่อจิตใจในทุกวัน โดยเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คือ บุคลากรไม่ว่าจะเป็น แพทย์ พยาบาลที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลศิริราช รวมถึงนักลงทุนที่ต้องการซื้อเพื่อปล่อยเช่า โดยคาดว่าจะปิดการขายได้ในระยะเวลาที่รวดเร็วเนื่องจากตลาดมีความต้องการสูงประกอบกับจำนวนยูนิตที่ขายมีไม่มาก ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างในไตรมาส 4/2562 กำหนดแล้วเสร็จประมาณไตรมาส 1/2564

ส่วนเงินดาวน์ประมาณ 15% ค่าส่วนกลางอยู่ที่ 55 บาทต่อตร.ม.ต่อเดือน ขณะที่ค่ากองทุน หรือ ซิงกิ้งฟันด์ จ่ายครั้งเดียวในวันโอนกรรมสิทธิ์ที่อัตรา 550 บาทต่อตร.ม. จอดรถได้ 64 % พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อาทิ ฟิตเนส สระว่ายน้ำ พื้นที่สีเขียว ระบบรักษความปลอดภัย 24 ชั่วโมง กล้องวงจรปิด CCTV และคีย์ การ์ดเข้า-ออกอาคาร ลิฟต์

ทั้งนี้การออกแบบพื้นที่ส่วนที่เป็น “ล็อบบี้” ชั้น 1ให้ความรู้สึกโปร่ง โล่งสบายตา ด้วยดีไซน์เพดานสูงถึง 6 เมตร เพิ่มบรรยากาศในการต้อนรับได้อย่างอบอุ่นทันสมัย ส่วนล็อบบี้ที่ชั้น 2 ตกแต่งแนวโมเดิร์น ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สามารถใช้เป็นมุมสบายสำหรับรับแขก หรือใช้เป็นที่นัดประชุมแบบง่ายๆ ไม่เคร่งเครียด ขณะที่ “พื้นที่ส่วนกลาง” ชั้นที่ 7-8 ประกอบด้วย ฟิตเนส สระว่ายน้ำ Infinity Pool ที่เชื่อมต่อกับความสดชื่นสีเขียวของ Sky Garden โอบล้อมการพักผ่อนอันแสนสุขของคุณด้วย วิวแม่น้ำ สถาปัตยกรรมที่สวยงามที่สุดของกรุงเทพฯ ชั้นใน สนใจสอบถามข้อมูลโครงการ AROON ได้ที่เบอร์โทร.064-141-4414 หรือที่ www.TheAmarin.co.th โดยจะเปิด
Pre-Sale ในวันที่ 14-15 ก.ย.นี้ Fully Furnished ราคาเริ่ม 2.5 ล้านบาท พร้อมทั้งได้รับของแถมจากทางโครงการคือ Apple Watch ตามเงื่อนไขโครงการ

จากจุดเด่นการพัฒนาโครงการภายใต้แนวคิดหรือคอนเซ็ปต์ “A LIFE WELL LIVED ชีวิตดีๆ ที่ใครก็ต้องการ” แล้ว ด้วยเพราะโครงการเป็นคอนโดฯ Low Rise ที่มีความเป็นส่วนตัวสูง (High Privacy Condo) ความสงบเงียบ งดงาม ในโลกส่วนตัว บนถนนพรานนกที่มีจุดเด่นในด้านทำเล ที่ตั้ง ซึ่งนั่นจึงเป็นที่มาของการออกแบบโครงการที่พร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตในทุกๆ ด้าน ดังนี้คือ

WELL BEING คอนโดอยู่ใกล้ได้เวลาเพิ่มทุกวัน เพียง 280 เมตร จากโรงพยาบาลศิริราช ใช้เวลาเดินเพียงแค่ 3 นาที, ใกล้จุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าและท่าเรือ เพียง 750 เมตร จากสถานีศิริราช และท่าเรือวังหลัง, ใกล้แหล่งอาหาร และจับจ่ายใช้สอย ที่มีให้เลือกทั้งย่านวังหลัง ตลาดพรานนก และอรุณอัมรินทร์ อีกทั้งยังใกล้แหล่งที่พักผ่อน และพื้นที่สีเขียว อาทิ สวนสราญรมย์ สวนรมณีนาถ สวนหลวงพระราม 8 และแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน

WELL DESIGNED งานดีไซน์ที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ครบประโยชน์ใช้สอยแบบ Fully Furnished เฟอร์นิเจอร์แบรนด์โมเดิร์นฟอร์ม ส่วนสุขภัณฑ์เลือกใช้แบรนด์ อเมริกันสแตนดาร์ด พื้นที่ส่วนกลาง ฟิตเนส และสระว่ายน้ำ จัดวางไว้ให้ที่ชั้นบนสุด สามารถมองเห็นวิว วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร และ กรุงเทพฯ ชั้นในโดยรอบได้แบบพาโนราม่า

WELL MANAGED จัดการเรื่องบ้านอย่างมืออาชีพ ประกอบด้วย Rental Management เพิ่มความสะดวกให้แก่นักลงทุนด้วยบริการรับฝากห้องเพื่อปล่อยเช่าทั้งสัญญาระยะสั้นและยาว พร้อมบริการจัดหาผู้เช่า และการจัดการแบบครบวงจร, ระบบ Security ระบบความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง Security Guard ประจำ Barrier Gate ที่จุดทางเข้า CCTV และระบบ Access Control ด้วย Key Card เข้า-ออกอาคาร

พร้อมกันนี้นายอรรถวุฒิ ยังกล่าวในตอนท้ายว่า บริษัทฯ มีที่ดินที่รอการพัฒนาอีกหลายแปลงทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด บางแปลงก็พร้อมที่จะนำเอาออกมาพัฒนา บางแปลงต้องรอเวลา เนื่องจากติดสัญญาเช่าจากผู้เช่า โดยในปี 2563 บริษัทฯ จะนำเอาที่ดินอีกแปลงที่อยู่ในย่านพรานนกออกพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม โครงการที่ 2 เป็นการสร้างแบรนด์ต่อเนื่องจากโครงการ AROON ซึ่งเป็นโครงการแรก จากนั้นก็จะพัฒนาที่ดินย่านแบริ่งเป็นลำดับต่อไป ส่วนที่ดินแปลงอื่นๆที่เหลือเช่น ย่านศรีสมาน 40 ไร่ และที่ จ.นครนายก 120 ไร่นั้นปัจจุบันมีคนเช่า ซึ่งบริษัทฯ ยังไม่มีแผนที่จะพัฒนา

******************************

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: คุณปรียา เทศนอก โทร. 099 465 -5945


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

การใช้งาน 5G ในรูปแบบที่สร้างสรรค์ช่วยเปิดประสบการณ์ใหม่ใน งาน Huawei Asia-Pacific Innovation Day

เฉิงตู ประเทศจีน/ 4 กันยายน 2562 – ในงาน หัวเว่ย เอเชียแปซิฟิก อินโนเวชั่น เดย์ ครั้งที่ 5 ซึ่งเริ่มขึ้นวานนี้ ที่เมืองเฉิงตู หัวเว่ยและพันธมิตรได้จัดแสดงการใช้งานนวัตกรรมในภาคอุตสาหกรรมจำนวนมาก เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการใช้งาน 5G เชิงพาณิชย์ที่ไร้ขีดจำกัด เช่น 5G+VR (Virtual Reality), 5G + วิดีโอความละเอียด 8K, 5G + โดรน, การแพทย์ทางไกลผ่าน 5G และรถฉุกเฉินที่เชื่อมต่อผ่าน 5G

ยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภค และเพิ่มขีดความสามารถเพื่อพัฒนาสู่อุตสาหกรรมดิจิทัลเป็นเป้าหมายหลักของการใช้งาน 5G

5G + VR: ที่ศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้าซึ่งอยู่ห่างจากสถานที่จัดงานหลายกิโลเมตร มีการใช้กล้องพาโนรามา VR 360° ถ่ายทอดสดการเคลื่อนไหวของแพนด้าจากภายในคอก ผ่านเครือข่าย 5G ไปยังผู้ชมที่สวมชุดรับชม VR อยู่ และสามารถร่วมสนุกไปกับประสบการณ์สุดสมจริง เสมือนได้เข้าไปอยู่ร่วมกับเหล่าแพนด้าแสนน่ารัก

5G + วิดีโอ 8K: หน้าจอความละเอียด 8K ถ่ายทอดภาพวิดีโอความคมชัดสูงระดับ Ultra HD แบบเรียลไทม์ ผ่านเครือข่าย 5G ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถเพลิดเพลินไปกับการแสดงด้วยภาพที่ละเอียดและคมชัดกว่า

ด้วยเครือข่าย 5G ความเร็วสูงระดับอัลตราไฮสปีด การใช้งานในรูปแบบใหม่ๆ ได้เรียกกระแสความสนใจจากผู้ชมจากหลากหลายประเทศและภูมิภาคในเอเชียแปซิฟิก ยกตัวอย่างเช่น วิดีโอความคมชัดระดับ 8K ซึ่งมีความละเอียด 7680×4320 สูงกว่าวิดีโอ 4K ถึง 4 เท่า และต้องใช้แบนด์วิธสำหรับอัพสตรีมอย่างน้อย 100 Mbit /s ซึ่งมีเพียงเครือข่าย 5G เท่านั้นที่สามารถทำได้

เนื่องจากเครือข่าย 5G มีการครอบคลุมที่กว้างกว่า ทำให้การถ่ายทอดสด 8K เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อและทุกเวลาที่ต้องการ ด้วยประสิทธิภาพที่ดีกว่าและค่าใช้จ่ายที่ถูกลง ในอนาคต 5G จะมีบูรณาการควบคู่ไปกับ VR, การถ่ายทอดสดวิดีโอ 8K และบริการด้านอื่น ๆ ต่อไป ซึ่งจะช่วยให้เกิดการใช้งานนวัตกรรมใหม่ๆ มากขึ้นในหลายๆ ด้าน เช่น การแพทย์ทางไกล และการถ่ายทอดสด ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลเกิดได้รวดเร็วขึ้น

5G จะช่วยให้มีการใช้งานมากขึ้นในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยการทำงานแต่ละอย่างก็จะมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นและราคาลดลง ดังที่จัดแสดงในงาน เครือข่าย 5G จะเป็นรากฐานของระบบช่วยเหลือการแพทย์ฉุกเฉินที่ครบวงจร ประกอบไปด้วยรถฉุกเฉินที่เชื่อมต่อได้ และแอปพลิเคชันที่ใช้ AI เช่น AR, VR และโดรน เมื่อผู้ป่วยถูกนำขึ้นรถฉุกเฉินที่เชื่อมต่อ 5G แพทย์สามารถที่จะใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ภายในรถ เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ เช่น ตรวจเลือด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือการสแกนแบบ B-mode ในขณะเดียวกัน ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาพสแกน สัญญานทางการแพทย์ และประวัติทางการแพทย์ของผู้ป่วยจะถูกส่งกลับไปที่โรงพยาบาลแบบเรียลไทม์ ดังนั้นแพทย์จะสามารถเตรียมแผนการรักษาฉุกเฉินและเตรียมการผ่าตัดได้อย่างทันท่วงที ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาสำหรับการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและเพิ่มอัตราความสำเร็จในการรักษาได้มากขึ้น

นอกจากการใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ ที่จัดแสดงในงานแล้ว ผู้เข้าร่วมงานยังสามารถพบกับการใช้งานนวัตกรรมอื่น ๆ ขับเคลื่อนโดยเครือข่าย 5G ด้านนอกของสถานที่จัดงาน การใช้งานเหล่านี้ ได้แก่ รถบรรทุกสาธิตที่ใช้เครือข่าย 5G หลายมิติ ทางใต้ของศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมไฮเทคเฉิงตู รถบัส 5G บนถนนวงแหวนที่สอง เมืองเฉิงตู และการแพทย์ทางไกลโรงพยาบาลประชาชนที่ 3 เมืองเฉิงตู ในรูปแบบการใช้งานเหล่านี้ ผู้ชมจะได้สัมผัสกับประสบการณ์เครือข่าย 5G ความเร็วสูงและการใช้งานรูปแบบต่าง ๆ เช่น VR ที่ขับเคลื่อนโดย 5G และวิดีโอความคมชัดสูงพิเศษ (UHD) ขณะเดินทาง

ตอนนี้ 5G เริ่มให้บริการแล้ว การใช้งานเครือข่าย 5G เชิงพาณิชย์จะเปิดประสบการณ์ใหม่สู่ผู้บริโภค ช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัลในอุตสาหกรรม ช่วยให้เกิดนวัตกรรมในการใช้งานด้านอุตสาหกรรม และสร้างคุณค่าทางสังคมและเศรษฐกิจที่สูงขึ้น

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดโครงการ Paw it forward ระดมทุนและอุปกรณ์ของใช้ช่วยเหลือ ศูนย์พักพิงสุนัขจรจัดนครชัยบุรินทร์ ในพระอุปถัมภ์

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมออกบูธ โครงการ “Paw it forward เพื่อศูนย์พักพิงสุนัขจรจัดนครชัยบุรินทร์” ในงาน “มหกรรมคนรักสัตว์เลี้ยง Dog’s Ville 2019”

เพื่อประชาสัมพันธ์ และหารายได้สมทบทุนสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์พักพิงฯ ตลอดจนสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงสุนัขอย่างถูกวิธี ภายในงานมีบริการตรวจสุขภาพ และฉีดวัคซีนสำหรับสัตว์เลี้ยงฟรีจากสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลสัตว์ทิพย์พิมาน ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาค จะได้รับเสื้อยืด กระเป๋าผ้า หรือกระดาษโน๊ตจากโครงการฯ เป็นที่ระลึก

โดยมีนางสาวพิณรัตน์ กิติเวชกุล ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้า เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ (คนที่ ๔ จากซ้าย) และคุณแอมป์ พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ ดารา นักแสดง (คนที่ ๗ จากซ้าย) เข้าร่วมชมกิจกรรม ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ เมื่อเร็วๆ นี้


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ขอเชิญร่วมงานฟู้ดอินกรีเดียนท์ เอเชีย 2019

อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ จัดงานฟู้ดอินกรีเดียนท์ เอเชีย 2019 หรือ Fi Asia 2019 งานแสดงสินค้า เทคโนโลยีและนวัตกรรม ส่วนผสมอาหารและเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย ในวันที่ 11 – 13 กันยายน 2562 ณ ไบเทคบางนา ฮอลล์ 101-104

ภายในงานพบกับผู้ประกอบการด้านส่วนผสมอาหารมาจัดแสดงสินค้าส่วนผสมอาหารและเครื่องดื่มในงานกว่า 750 บริษัท จาก 50 ประเทศทั่วโลก พาวิเลี่ยนนานาชาติ จาก 9 ประเทศ และยังมีกิจกรรมที่เสริมสร้างไอเดีย และให้ความรู้ด้านนวัตกรรมแก่ผู้เข้าชมงานอีกมากมาย ทั้ง Innovation Zone, Sensory Box, Innovation Tour, Beverage Theatre และส่วนจัดแสดงสินค้าท้องถิ่นของไทยที่เพิ่มการแปรรูป

รวมไปถึงกิจกรรมสัมมนาและการประชุมในหัวข้อ Opportunity in ASEAN Food Industry, Opportunity in Indonesia and Halal Requirements, Unlock your health with snack เป็นต้น

สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ www.fiasia.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 097-0288000


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

รับสร้างบ้านไตรมาส 3 ยังแข็งแกร่ง บ้านระดับกลาง – บนยังไม่กระทบ คาดดันยอดโตตามเป้า

รับสร้างบ้านไตรมาส 3 ยังแข็งแกร่ง บ้านระดับกลาง – บนยังไม่กระทบ คาดดันยอดโตตามเป้า

ตลาดรับสร้างบ้านไตรมาสที่ 3 ยังมีทิศทางที่ดี หลังยอดขายในงานรับสร้างบ้านและวัสดุ Expo 2019 เป็นที่น่าพอใจ ทำยอดขายได้ 2,640 ล้านบาท น้อยกว่าประมาณการ 12% เผยยังมั่นใจกำลังซื้อโดยเฉพาะตลาดบ้านระดับกลางบนยังไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ส่วนตลาดภูธรยังขยายตัวสูง ด้านความต้องการปลูกสร้างบ้านในปีนี้ถืงต้นปีหน้ายังมีต่อเนื่อง มั่นใจมูลค่าตลาดรวมโตตามเป้าที่12,500 – 13,000 ล้านบาท

นางศิริพร สิงหรัญ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า การจัดงานรับสร้างบ้านและวัสดุ Expo 2019 ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม – 1 กันยายน 2562 ณ อาคาร 6 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี ถือว่าได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นที่น่าพอใจ โดยสามารถทำยอดขายภายในงานได้รวม 2,640 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขทีน้อยกว่าประมาณการที่ตั้งไว้ที่ 3,000 ล้านบาท หรือต่ำกว่าเป้าหมายราว 12% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงทำให้ผู้บริโภคบางกลุ่มมีการชะลอการตัดสินใจออกไป อย่างไรก็ดีตลาดรับสร้างบ้านยังคงส่งสัญญาณที่ดีขึ้น เนื่องจากยอดขายภายในงานในปีนี้มีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากเดิมมาอยู่ในอัตราส่วน 65% ต่อยอดขายก่อนงานที่ 35% ขณะที่ปีก่อนหน้า ยอดขายในงานมีสัดส่วนอยู่ที่ 50% เท่านั้น

“การนับยอดขายภายในงานทางสมาคมฯ จะให้ผู้เข้าแสดงงานสามารถส่งยอดขายตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 28 สิงหาคม 2562 เข้ามารวมด้วยได้เพื่อเก็บตัวเลขยอดขายในไตรมาสที่ 2 ซึ่งในปีนี้ยอดขายก่อนงานถือว่ามีเกณฑ์ที่ลดลง ซึ่งคงเป็นผลมาจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงในไตรมาสที่ 2 แต่เมื่อมีการจัดงานและมีการจัดโปรโมชันรูปแบบต่าง ๆ ผู้บริโภคก็เร่งกลับเข้ามาซื้ออีกครั้งซึ่งคาดว่าตัวเลขในไตรมาสที่ 3 น่าจะมีทิศทางที่ดี เนื่องจากยังมียอดขายที่จะตามหลังงานอีกไม่น่าจะต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท” นางศิริพร กล่าว

นางศิริพร กล่าวต่อไปว่า จากการเก็บตัวเลขยอดขายภายในงานโดยใช้มูลค่ารวมของการขายเป็นเกณฑ์ พบว่าในปีนี้ บ้านระดับราคา 2.51 – 5 ล้านบาท มีสัดส่วนสูงที่สุดคือ 40.1% รองลงมาคือบ้านระดับราคา 5.01 – 10 ล้านบาท ที่ 29.9% บ้านระดับราคา 10.01 – 20 ล้านบาท ที่ 13.2% ส่วนบ้านระดับราคาไม่เกิน 2.5 ล้านบาท มีสัดส่วน 12.7% และ บ้านระดับราคา 20.01 ล้านบาทขึ้นไปมีสัดส่วน 4.1% โดยตัวเลขดังกล่าวค่อนข้างแสดงให้เห็นว่าบ้านระดับกลางถึงบน มีกำลังซื้อที่หนาแน่นสุด เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ไม่มากนัก ขณะเดียวกันเมื่อดูถึงแนวโน้มความต้องการปลูกสร้างบ้าน ซึ่งเป็นการสำรวจผู้บริโภคที่เข้าชมงานพบว่า ส่วนใหญ่ต้องการปลูกสร้างบ้านภายใน 3-6 เดือนซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านด้วยเช่นกัน

สำหรับการจัดงานในปีนี้ ยังพบข้อมูลสำคัญที่น่าสนใจเพิ่มขึ้น คือตัวเลขของผู้ที่ต้องการสร้างบ้านในต่างจังหวัดมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งน่าจะมาจากความต้องการในตลาดต่างจังหวัดเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับเริ่มมีบริษัทรับสร้างบ้านมีการเปิดสาขาในต่างจังหวัด และ มีบริษัทรับสร้างบ้านท้องถิ่นที่พัฒนาขึ้นมาเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ผู้บริโภคในต่างจังหวัดยังมีการเปลี่ยนพฤติกรรมจากการใช้ผู้รับเหมาทั่วไป มาว่าจ้างบริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น ซึ่งในส่วนนี้ถือเป็นผลมาจากการที่สมาคมฯ พยายามพัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้น ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร Home Builder Expert หรือ HBEX ซึ่งกำลังจะเปิดอบรมในรุ่นที่ 2 เร็ว ๆ นี้ ซึ่งคาดว่าตลาดในต่างจังหวัดยังมีทิศทางที่จะขยายตัวได้อย่างมากในอนาคต

ด้านมูลค่าตลาดรวมของธุรกิจรับสร้างบ้านในปีนี้ จากตัวเลขภายในงานที่ยอดขายในไตรมาสที่ 3 มีทิศทางการปรับตัวที่ดีขึ้น สมาคมฯ คาดว่ามูลค่าตลาดรวมของธุรกิจรับสร้างบ้านน่าจะยังเติบโตตามที่ประมาณการไว้ที่ประมาณ 5-8% คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 12,500 – 13,000 ล้านบาท


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ออเนอร์ กรุ๊ป ผุด ONCE PATTAYA โครงการ MIXED USE แห่งใหม่ ใจกลางพัทยา ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทั้งคนไทยและต่างชาติ

“ออเนอร์ กรุ๊ป” เชื่อตลาดอสังหาฯ พัทยาไปต่อไม่หยุด

ผุด ONCE PATTAYA โครงการ MIXED USE แห่งใหม่ ใจกลางพัทยา ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทั้งคนไทยและต่างชาติ

“พัทยา” ได้ชื่อว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงธุรกิจอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ประกอบกับ “กำลังซื้อ” ที่มีโครงสร้างผสมผสานทั้งจากนักท่องเที่ยวที่เป็นคนไทย และความหลากหลายของชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในเมืองพัทยา ที่ไม่ได้พึ่งพานักท่องเที่ยวจากชาติใด หรือจากประเทศใดประเทศหนึ่งนั้น มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สามารถท่องเที่ยวได้ตลอด 24 ชม. และครอบคลุมทุกอายุ ส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวในเมืองพัทยาค่อนข้างคึกคัก ประกอบกับศักยภาพของพัทยา เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นไข่แดงภาคตะวันออก หรือ “อีอีซี” ที่ภาครัฐได้เพิ่มแรงขับเคลื่อนด้วยการทุ่มเม็ดเงินมหาศาลลงทุนโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ อาทิ เช่น

โครงการมอเตอร์เวย์สายใหม่, โครงการขยายสนามบินอู่ตะเภา, โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน คือ สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา รวมถึง เมืองพัทยาเองที่ได้เตรียมศึกษาออกแบบโครงการรถไฟรางเบาชลบุรี-พัทยา ระบบขนส่งมวลชนขนาดรองเพื่อรองรับรถไฟความเร็วสูงในพื้นที่โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีซีซี เป็นต้น
สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ นอกจากจะช่วยให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังเมืองพัทยาได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นแล้ว ยังส่งผลดีต่อภาคธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ให้ตลาดเดินหน้าได้

ออเนอร์ กรุ๊ป (Honour Group) หนึ่งในผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในเมืองพัทยา และเป็นเจ้าของโรงแรม เดอะไซมีส พัทยา (The Siamese Hotel ), โรงแรม ที พัทยา (T Pattaya Hotel), โรงแรม เอ็กซ์คิว พัทยา (XQ Pattaya Hotel) และโรงแรม สวีท เซนส์ จอมเทียน
(Sweet Sense Jomtien Hotel) ที่ล่าสุดบริษัทในเครือ ออเนอร์ กรุ๊ป ได้ทุ่มเงินลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท สำหรับพัฒนาโครงการ ONCE PATTAYA (วันส์ พัทยา) คอนโดมิเนียมที่ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองพัทยาสาย 3 (พัทยาเหนือ) ใกล้ห้าง Terminal 21 Pattaya โดยพัฒนาภายใต้ชื่อบริษัท ออเนอร์ วันส์ จำกัด มีทุนจดทะเบียน 152 ล้านบาท (ชำระแล้วเต็มจำนวน)

“โครงการ ONCE PATTAYA สร้างขึ้นเพื่อตอบสนอง Life Style การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่แบบเหนือระดับ โครงการมิกซ์ยูส (Mixed-use) ที่พร้อมด้วย Branded Hotel ชื่อดัง International chain ที่แรกในพัทยาพร้อมบริการอาหาร และเครื่องดื่ม โดยลูกบ้านโครงการ ONCE PATTAYA ทุกคนสามารถใช้บริการได้ตลอด” นางสาวธิดา เชิดสุริยา ประธานคณะกรรมการบริหารบริษัท
ออเนอร์ เอสเตท จำกัด กล่าวถึง จุดเริ่มต้นของโครงการ ONCE PATTAYA ซึ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมโครงการแรกที่บริษัทฯ ได้ลงทุน จากเดิมอสังหาริมทรัพย์ที่ลงทุนส่วนใหญ่จะเป็นโรงแรม เป็นหลัก และธุรกิจร้านทองภายใต้ชื่อ ห้างทองทองสุกเยาวราช พัทยา

โครงการ ONCE PATTAYA ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 2 ไร่ (จากทั้งหมดกว่า 4 ไร่) บนถนนพัทยาสาย 3 โซนพัทยาเหนือ พัฒนาเป็นอาคารสูง 32 ชั้น 1 อาคาร จำนวนห้องพัก 427 ยูนิต พัฒนาภายใต้
คอนเซ็ปต์ “Lifestyle Mixed Use” ที่ครบวงจรที่สุดในพัทยา มีขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 28.00-59.80 ตารางเมตร (ตร.ม.) ราคาขายเริ่มที่ 2.85-22 ล้านบาท กำหนดเงินดาวน์ 20% สำหรับลูกค้าคนไทย ส่วนลูกค้าชาวต่างชาติกำหนดเงินดาวน์ 50% โดยเริ่มการก่อสร้างไตรมาสที่ 4 ปี 2562 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่2 ปี 2565 มีประเภทห้องให้เลือก 4 แบบ ด้วยการออกแบบฟังก์ชั่นใช้สอยพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางที่สวยงาม รองรับการอยู่อาศัยทั้งระยะสั้น และระยะยาว ดังนี้

· ห้องแบบ Studio ขนาด 28.00-28.60 ตร.ม.

· ห้องแบบ 1 Bedroom + 1 Bathroom ขนาด 34.00-34.80 ตร.ม.

· ห้องแบบ 2 Bedroom + 1 Bathroom ขนาด 51.80 ตร.ม.

· ห้องแบบ 2 Bedroom + 2 Bathroom ขนาด 58.50-59.80 ตร.ม

สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวก (Facilities) แบบจัดเต็มครบทั้งโครงการ อาทิ INFINITY EDGE SWIMMING POOL + JACUZZI + KIDS POOL/KIDS PLAY ROOM/SKY FITNESS WITH FLYING YOGA/SKY BAR & LOUNGE/SKY GARDEN & BBQ AREA/SERENE GARDEN-WELLNESS GARDEN & TRAIL/PLAYSCAPE/SHUTTLE BUS ระบบรักษาความปลอดดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

นางสาวธิดา กล่าวด้วยว่า ที่ตั้งโครงการ ONCE PATTAYA เรียกได้ว่าเป็นทำเลไข่แดงของพัทยา บนถนนเฉลิมพระเกียรติ พัทยาสาย 3 โซนพัทยาเหนือ แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายทั้งในด้านอุปโภคและบริโภค อีกทั้งยังเป็นย่านของนักท่องเที่ยวจากชาวต่างชาติได้แวะเวียนมาเที่ยวอยู่ตลอดเวลาทั้งช่วง High Season และ Low Season โดยโครงการได้รับการดูแลทั้งในเรื่องของการดีไซน์และออกแบบจากสถาปนิกมืออาชีพ เพื่อให้ได้มาตรฐานและสมบูรณ์แบบที่สุด โดยมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั้งจากชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ซื้ออยู่อาศัยหรือเป็นบ้านหลังที่สอง รวมทั้งกลุ่มนักลงทุน โดยเฉพาะจากคนไทยที่หันมาลงทุนโครงการคอนโดมิเนียมในพัทยา ซึ่งทางบริษัทฯ ก็พร้อมที่จะรับบริหารปล่อยเช่า สร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (Yield) ให้กับลูกค้า

นอกจากนี้ จุดเด่นของพัทยาสาย 3 นั้นในอนาคตเขตทางจะขยายความกว้างเป็น 30 เมตรจากปัจจุบันกว้าง 20 เมตร เป็นเส้นในข่ายพิจารณา แนวการรถไฟรางเบาชลบุรี-พัทยา ที่จะเชื่อมรถไฟความเร็วสูง ซึ่งที่ตั้งโครงการ ONCE PATTAYA ยังอยู่ใกล้กับสถานีของโครงการรถไฟความเร็วสูง อีกทั้งสามารถเดินทางเข้าออกได้สะดวกเพราะใกล้กับมอเตอร์เวย์ และจากที่ดินกว่า 4 ไร่นั้นบริเวณด้านหน้าโครงการบริษัทฯ ได้ทุ่มงบประมาณ 70 ล้านบาท สำหรับก่อสร้างอาคาร Sale Office ถาวร 5 ชั้น ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จ และพร้อมเปิดให้ชมห้องตัวอย่าง สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.honourthailand.com หรือเบอร์โทร : 061-653-6599 และในอนาคตมีแผนที่จะลงทุนก่อสร้างโรงแรมในพื้นที่ที่เหลือด้วยเช่นกัน

“บริเวณพัทยาเหนือ เจ้าของที่ดินส่วนใหญ่มักให้เช่า มากกว่าขาย ทำให้ supply คอนโดฯ ย่านนี้มีจำกัด โดยเฉพาะโครงการที่ติดริมถนนใหญ่ ซึ่งเราก็มั่นใจว่าโครงการ ONCE PATTAYA จะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า” นางสาวธิดากล่าวในตอนท้าย


 

Exit mobile version