Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

3เอ็ม จัดสัมมนา “3M Dental Day: The Esthetic Universe” พบกับการรวมตัวกันครั้งสำคัญวงการทันตกรรม

บริษัท 3เอ็ม ประเทศไทย แผนกผลิตภัณฑ์ทันตกรรมและการดูแลช่องปาก ร่วมกับชมรมทันตกรรมหัตถการแห่งประเทศไทย และสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย เตรียมจัดงานสัมมนาครั้งใหญ่ที่ทันตแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรมห้ามพลาด!!! กับงาน “3M Dental Day: The Esthetic Universe” งานสัมมนาการรักษาทางทันตกรรมเพื่อความสวยงาม ที่ได้ผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและต่างประเทศ จาก 5 วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ พร้อมเปิดเทรนด์นวัตกรรมใหม่ ๆ ด้านการรักษาทางทันตกรรมและการจัดฟัน ในวันอังคารที่ 1 ตุลาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 8.00 – 17.00 น. ณ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี แบงคอก

ภายในงานยังมีกิจกรรมร่วมลุ้นรางวัล พร้อมโปรโมชั่นมากมายจากผลิตภัณฑ์ทันตกรรมและสินค้าที่น่าสนใจอื่น ๆ จาก 3MDelivery ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและซื้อบัตรได้ที่ Link ลงทะเบียน https://forms.gle/4t4BGGiSEq4eAZbA7


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ 6 ทศวรรษ มจพ. มุ่งความสำเร็จ 4 ยุทธศาสตร์สู่ความเป็นเลิศและยั่งยืน

ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ 6 ทศวรรษ มจพ.และก้าวต่อไปเพื่อความเป็นเลิศและความยั่งยืน (KMUTNB 2040) ในปี 2562 เป็นวาระครบรอบ 60 ปี ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) บนเส้นทางการพัฒนามหาวิทยาลัยสู่ความเป็นเลิศและยั่งยืนที่เดินทางมาครบ 6 ทศวรรษด้วยการสร้างผลงานทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมได้อย่างรวดเร็วพร้อม ๆ กับการเปลี่ยนแปลงด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนภายใต้รากฐาน “วิศวกรรมมือเปื้อน” และถึงเวลาการเปลี่ยนแปลงก้าวสู่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของ มจพ. มุ่งสู่ความเป็นเลิศและยั่งยืน เป็นไปตามยุทธศาตร์ 4 เป้าหมาย (4 Goals: 4G) ภายใน 20 ปีข้างหน้า ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาตร์ชาติ 20 ปี โดยในโลกยุค 4.0 การเรียนการสอนควบคู่การทำงานวิจัยต้องเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมและเอกชน เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับตลาดแรงงานยุคใหม่ที่ต้องผนึกกำลังเพื่อขับเคลื่อนผ่านแผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ระยะ 20 ปี มุ่งเน้นการพัฒนามหาวิทยาลัยโดยการหลอมรวมทั้ง 3 วิทยาเขต สู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในการสร้างสรรค์ประดิษฐกรรมสู่นวัตกรรม (Invention to Innovation) ของโลกอย่างแท้จริง

มจพ. ได้นำความสามารถและผลงานอันโดดเด่นด้านการบริหารกลยุทธ์ (Strategic Management) และการพัฒนาองค์กร (Organization Development) ด้วย มจพ. เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มุ่งเน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และการปลูกฝังวัฒนธรรมการทำงานอย่างมืออาชีพที่สามารถสื่อสารและถ่ายทอดเทคโนโลยี สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม ให้กับนักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากร ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้ปรากฏต่อสายตาสาธารณชนถึง 6 ทศวรรษ ที่ มจพ. สร้างความโดดเด่นและประสบความสำเร็จเป็นสุดยอดองค์กรจากเวทีระดับโลกที่หลากหลาย

ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ เซี่ยงฉิน อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เปิดเผยว่า เส้นทางการพัฒนามหาวิทยาลัยในภาพรวมของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ระยะ 20 ปี ให้ความสำคัญและมุ่งเน้นการพัฒนามหาวิทยาลัยทั้ง 3 วิทยาเขตไปสู่ “ความเป็นผู้นำองค์กรด้านความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม (Leader in University-Industry Cooperation)” ผ่านยุทธศาสตร์เพื่อความเป็นเลิศและยั่งยืน 4 ยุทธศาสตร์เป้าหมาย สอดรับกับปณิธาน “มุ่งมั่นที่จะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีความเป็นเลิศทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และวิชาการชั้นสูงที่เกี่ยวข้อง ให้มีความรู้คู่คุณธรรม เพื่อเป็นผู้พัฒนาและสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่เหมาะสม อันก่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน” และสอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สำหรับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัย ระยะ 20 ปี ประกอบไปด้วย 4 ยุทธศาสตร์ เพื่อความเป็นเลิศและยั่งยืน ดังนี้

G1) ความเป็นเลิศด้านการจัดการศึกษา (Academic Excellence)
G2) ความเป็นเลิศด้านการวิจัย สร้างสรรค์ประดิษฐกรรมสู่นวัตกรรม (Research, Invention and Innovation Excellence)
G3) ความเป็นเลิศด้านบริการวิชาการและบริการวิจัย (Academic and Research Service Excellence)
G4) ความเป็นเลิศด้านการจัดการ (Management Excellence)

หากย้อนกลับไปเมื่อ 60 ปีก่อน มจพ. มีรากฐานการศึกษาที่ได้รับมาจากประเทศเยอรมัน ปัจจุบัน มจพ. จัดการเรียนการสอนที่เน้นการสอนทฤษฎีควบคู่ปฏิบัติ โดยโรงเรียนเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ ไทย-เยอรมัน (Thai-German Pre-engineering School) เป็นแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้พัฒนาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) เพื่อเตรียมความพร้อมการเป็นวิศวกรนักปฏิบัติ ซึ่งสอดคล้องกับการปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทยในปัจจุบัน และเป็นที่ต้องการของภาคอุตสาหกรรมและเอกชน รวมถึง มจพ. เน้นการสร้างและพัฒนาหลักสูตรโดยให้มีความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม (University-Industry Partnership) ทุกหลักสูตรของมจพ. มีการฝึกงาน (Internship) สหกิจศึกษา (Co-operative Education) รวมไปถึงการยกระดับให้เป็นระบบการเรียนรู้ผสมผสานกับการทำงานจริง (Work Integrated Learning : WIL) ซึ่งใช้เวลาอย่างน้อย 1 ภาคการศึกษาหรือมากกว่า เพื่อพัฒนา ส่งเสริม และเชื่อมโยงการจับคู่ความร่วมมือด้านงานวิจัยระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรม เป็นรูปแบบการเชื่อมโยงการทำงานของคณาจารย์ นักวิจัย และนักศึกษา ร่วมกับภาคอุตสาหกรรม ที่ให้ความสำคัญในการพัฒนางานวิจัยซึ่งครอบคลุมการพัฒนาตัวชี้วัดและกลไกการรับรองงานบริการวิชาการเพื่อสังคม และพัฒนามิติด้านต่างๆ โดย มจพ. มีแผนการพัฒนาเชิงพื้นที่ ของทั้ง 2 วิทยาเขต โดยวิทยาเขตปราจีนบุรีมีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับการจัดการเรียนการสอนและงานวิจัยที่มีสเกลขนาดใหญ่ อาทิ เช่น ด้านการซ่อมบำรุงและบริการอากาศยาน (Aircraft Maintenance and Service) และด้านเซรามิก ซึ่งมีพื้นที่สำหรับโรงเตาเผาเซรามิก สำหรับวิทยาเขตระยอง มุ่งเน้นการสร้างมหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) ซึ่งจะเป็นต้นแบบในการประยุกต์ใช้กับโรงงานให้เป็นโรงงานสีเขียว (Green Industry) ในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) รวมไปถึงการพัฒนากลุ่มวิจัยเฉพาะทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพ และการเป็นศูนย์โลจิสติกส์อัจฉริยะ (Intelligence Logistic Center) กอปรกับมหาวิทยาลัยมีศูนย์วิจัยและฝึกอบรมทรัพยากรมนุษย์อุตสาหกรรม (มาบตาพุด) ในเขตพื้นที่ EEC เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาศักยภาพในการทำงานของบุคลากรในโรงงานโดยการอบรมเพื่อ upskill/reskill ซึ่งเป็นที่ต้องการสูงในปัจจุบัน

ในอนาคตอันใกล้นี้ “KMUTNB Technology Park” จะเป็นศูนย์กลางการวิจัยและการให้บริการวิชาการที่มีความพร้อมด้านทรัพยากรบุคคลในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม อย่างครบวงจร ด้วยทิศทางที่ชัดเจนมีกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน และใช้ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมและเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการด้วยหลักการสมัยใหม่

จาก 4 ยุทธศาสตร์สู่เป้าหมายความเป็นเลิศและความยั่งยืน มจพ. ตระหนักถึงแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยใช้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัย ระยะ 20 ปี ครบทุกมิติอย่างรอบด้านเป็นตัวนำการขับเคลื่อน และในปี พ.ศ. 2562 มจพ. ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานที่ทุกๆ ผลงานล้วนแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักวิจัย บุคลากร คุณภาพงานวิจัยของ มจพ. ในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ได้สร้างสรรค์งานวิจัยให้ก้าวไปสู่ระดับชาติและนานาชาติที่เป็นเลิศอย่างยั่งยืน

ขวัญฤทัย ข่าว-ภาพ


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

พีไอเเอ็ม MBA INSIGHT เปิดบ้านหลักสูตร MBA ตอน “Power of networking” 5 ต.ค. 2562

ร่วมเปิดบ้าน พีไอเอ็ม เจาะ Insight หลักสูตร MBA

ตอน “Power of networking”
สร้างโอกาสทางธุรกิจภายใต้ Network ที่ใหญ่ที่สุด

พบกับหลักสูตร MBA
• สาขาการจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่
• สาขาการบริหารคนและกลยุทธ์องค์การ

พร้อมสอบชิงทุนการศึกษา มูลค่า 80,000 บาท

วันที่ 5 ตุลาคม เวลา 08.00-12.00 น.
ณ ห้อง AUDITORIAM ชั้น 16 อาคาร CP ALL ACADEMY สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์

ลงทะเบียนคลิ๊ก https://bit.ly/2ZjAtV8

ติดต่อสอบถาม
โทร 028550471


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

หัวเว่ยประกาศกลยุทธ์การประมวลผล พร้อมเปิดตัว Atlas 900 คลัสเตอร์การเทรน AI ที่รวดเร็วที่สุดของโลก

นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน/ 18 กันยายน 2562 – หัวเว่ยประกาศกลยุทธ์รองรับตลาดคอมพิวติ้ง พร้อมเปิดตัว Atlas 900 คลัสเตอร์การเทรน AI ที่รวดเร็วที่สุดของโลก ในงาน Huawei Connect 2019 Atlas 900 ขุมพลังของการประมวลผล AI จะช่วยทำให้ AI มีความพร้อมยิ่งขึ้นสำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการพัฒนาธุรกิจใหม่ ๆ ในหลากหลายสาขา


มร. เคน หู กล่าวถึงกลยุทธ์การรองรับตลาดคอมพิวติ้งของหัวเว่ย ระหว่างกล่าวปาฐกถา ในงาน Huawei Connect 2019

“ตลาดการประมวลผลในอนาคตจะเป็นตลาดที่ใหญ่มาก โดยจะมีมูลค่าสูงกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ” มร. เคน หู รองประธานกรรมการของหัวเว่ย กล่าว “เราจะลงทุนอย่างต่อเนื่องด้วยกลยุทธ์ที่เน้นใน 4 ด้านหลัก เราจะขยายขอบเขตของสถาปัตยกรรมออกไปให้กว้างมากขึ้น ลงทุนในด้านโปรเซสเซอร์สำหรับการใช้งานในทุกรูปแบบ มุ่งมั่นกำหนดขอบเขตธุรกิจให้ชัดเจน และสร้างระบบอีโคซิสเต็มแบบเปิดกว้าง”

กลยุทธ์การประมวลผลของหัวเว่ย
แนวคิดในอุตสาหกรรมทางด้านคอมพิวติ้งนั้นกำลังพัฒนาจากโมเดลแบบมีกฎที่ตายตัว (Rule-based) มาเป็นแบบเชิงสถิติ ซึ่งเป็นรากฐานของแมชชีนเลิร์นนิ่ง หัวเว่ยคาดการณ์ว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า การประมวลผลเชิงสถิติจะกลายมาเป็นกระแสหลัก และการประมวลผลของ AI จะมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 80 ของรูปแบบการประมวลผลที่ใช้กันทั่วโลก

เพื่อความสำเร็จในตลาดนี้ กลยุทธ์ของหัวเว่ยจะมุ่งเน้น 4 ด้านดังต่อไปนี้

นวัตกรรมด้านสถาปัตยกรรม

ในปีที่ผ่านมา หัวเว่ยได้เปิดตัวสถาปัตยกรรม Da Vinci ซึ่งเป็นโครงสร้างสถาปัตยกรรมโปรเซสเซอร์ใหม่ ที่ออกแบบมาให้เป็นทรัพยากรในการประมวลผลที่มั่นคงและกว้างขวาง แต่ให้บริการในราคาที่สมเหตุสมผล หัวเว่ยจะยังคงลงทุนด้านการวิจัยพื้นฐานนี้ต่อไป

การลงทุนในโปรเซสเซอร์ที่รองรับการใช้งานทุกรูปแบบ

หัวเว่ยมีโปรเซสเซอร์หลากหลายรูปแบบ เช่น Kunpeng (คุนเผิง) โปรเซสเซอร์สำหรับการประมวลผลอเนกประสงค์, Ascend (แอสเซนด์) โปรเซสเซอร์สำหรับ AI, Kirin (คิริน)โปรเซสเซอร์สำหรับสมาร์ทดีไวซ์ และ Honghu (หงหู) โปรเซสเซอร์สำหรับสมาร์ทสกรีน

ขอบเขตด้านธุรกิจที่ชัดเจน

หัวเว่ยจะไม่ขายโปรเซสเซอร์โดยตรง แต่จะส่งมอบให้แก่ลูกค้าในรูปแบบของบริการคลาวด์ และส่งให้บริษัทคู่ค้าในรูปแบบของชิ้นส่วนประกอบ เพราะเราให้ความสำคัญกับการสนับสนุนโซลูชั่นแบบผสานรวม

สร้างระบบอีโคซิสเต็มที่เปิดกว้าง

ในอีก 5 ปีข้างหน้า หัวเว่ยจะลงทุนงบประมาณอีก 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในโครงการสร้างนักพัฒนา เพื่อขยายโครงการให้รองรับนักพัฒนาอีก 5 ล้านคน และทำให้บริษัทคู่ค้าของหัวเว่ยทั่วโลกสามารถพัฒนาแอปพลิเคชั่นและโซลูชั่นรุ่นใหม่ๆ สำหรับอนาคตข้างหน้า

Atlas 900 คลัสเตอร์การเทรน AI ที่รวดเร็วที่สุดของโลก

Atlas 900 พัฒนาขึ้นจากเทคนิคขั้นสูงซึ่งหัวเว่ยได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่องตลอดทศวรรษที่ผ่านมา พร้อมประสานพลังของโปรเซสเซอร์ Ascend หลายพันตัว โดย Atlas 900 จะใช้เวลาเพียง 59.8 วินาทีในการเทรน ResNet-50 ซึ่งเป็นมาตรฐานหลักในการวัดประสิทธิภาพการเทรน AI โดยสถิติใหม่นี้เร็วกว่าสถิติโลกเดิม 10 วินาที

Atlas 900 คือขุมพลังของการประมวลผล AI และจะนำโอกาสใหม่ๆ มาสู่การวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และการพัฒนาธุรกิจใหม่ต่าง ๆ อีกมากมาย ตั้งแต่ด้านดาราศาสตร์ การพยากรณ์อากาศ และการขับขี่อัตโนมัติ ไปจนถึงการสำรวจหาน้ำมัน หัวเว่ยยังได้ติดตั้ง Atlas 900 ไว้ในหัวเว่ย คลาวด์ อีกด้วย โดยเป็นบริการแบบคลัสเตอร์ ที่ทำให้ลูกค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ สามารถเข้าถึงพลังในการประมวลผลแบบพิเศษนี้ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น หัวเว่ยได้เสนอบริการต่าง ๆ เหล่านี้ในราคาพิเศษแก่มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ทั่วโลก

มร. เกา เหวิน สมาชิกสภาวิศกรรรมแห่งชาติจีนและผู้อำนวยการสถาบันเผิงเฉิง ได้กล่าวปาฐกถาในงานนี้ด้วยเช่นกัน มร. เหวิน อธิบายถึงพันธกิจและวิสัยทัศน์ของสถาบันเผิงเฉิงและการทำงานร่วมกับหัวเว่ยเพื่อสร้างระบบที่รวมซุปเปอร์คอมพิวติ้งและปัญญาประดิษฐ์เครื่องแรกของประเทศจีน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบประมวลผลระดับ Exascale ทั้งสองบริษัทจะร่วมกันสร้างแพลตฟอร์มรุ่นใหม่สำหรับงานวิจัยและนวัตกรรม AI พื้นฐาน

มร. เจิ้ง เย่ไหล ประธานบริหาร ของหัวเว่ยคลาวด์ กล่าวถึงการประยุกต์ใช้ AI ในสถานการณ์ต่าง ๆ เมื่อศึกษาจากประสบการณ์ของหัวเว่ยที่ทำโครงการมามากกว่า 500 โครงการ ในอุตสาหกรรมกว่า 10 สาขา มร. เจิ้ง ชี้ให้เห็นถึงอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังเปลี่ยนจากการใช้งานเชิงพาณิชย์ในวงแคบสู่การเป็นขับเคลื่อนสำคัญเพื่อการปรับเปลี่ยนบริษัทสู่ยุคดิจิทัล

“นี่เป็นยุคใหม่ของการค้นคว้า” มร. เคน หู กล่าวสรุป “มหาสมุทรแห่งศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดกำลังรอเราอยู่ แต่เราจะข้ามไปไม่ได้หากเรามีเรือเพีย
ลำเดียว วันนี้เราขอส่งเรือหนึ่งพันลำออกจากฝั่ง ขอให้เราทำงานร่วมกัน คว้าโอกาสครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ และยกระดับความอัจฉริยะขึ้นไปอีกขั้น”

HUAWEI CONNECT 2019

เป็นงานแฟล็กชิปประจำปีซึ่งหัวเว่ยจัดขึ้นเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมไอซีทีระดับโลก โดยงานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “Advance Intelligence” ที่นครเซี่ยงไฮ้ ระหว่างวันที่ 18 – 20 กันยายน 2562 หัวเว่ยมุ่งหวังที่จะสร้างแพลตฟอร์มที่เปิดกว้างและทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมได้ สำหรับลูกค้าและพันธมิตรต่าง ๆ เพื่อสำรวจโอกาสใหม่ ๆ ให้โลกอัจฉริยะแห่งอนาคต


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส จัดอบรมการติดตั้งไฟฟ้าภายในอาคาร

ฝ่ายเทคโนโลยีไฟฟ้าและพลังงาน สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ จัดฝึกอบรมหลักสูตร การติดตั้งไฟฟ้าภายในอาคาร รุ่นที่ 7/2562 ระหว่างวันที่ 9-10 กันยายน 2562 ณ ห้องฝึกอบรม 702 และห้องปฏิบัติการฝ่ายเทคโนโลยีไฟฟ้าและพลังงาน ชั้น 4 อาคารสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส

โดยฝ่ายเทคโนโลยีไฟฟ้าและพลังงานได้รับการรับรองจากสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 13 (กทม.) ให้เป็นศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เพี่อดําเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติในสาขาช่างไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ระดับ 1 และสาขาช่างเครื่องปรับอากาศในบ้านและการพาณิชย์ขนาดเล็ก ระดับ 1


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มหกรรมบ้านและคอนโดครั้งที่ 41 ปลื้มยอดขาย 4 วันโกยยอด 3,500 ล้านบาท หลังกำลังซื้อผู้บริโภคตัวจริงยังคงแข็งแกร่ง

มหกรรมบ้านและคอนโดครั้งที่ 41 ปลื้มยอดขาย 4 วันโกยยอด 3,500 ล้านบาท หลังกำลังซื้อผู้บริโภคตัวจริงยังคงแข็งแกร่ง

มหกรรมบ้านและคอนโดครั้งที่ 41 ปลื้มยอดขายหลังกำลังซื้อยังคงหนาแน่น ชี้ผู้บริโภคตัวจริงยังแข็งแกร่งดันยอดในงานโตกว่า 10% มูลค่ากว่า 3,500 ล้านบาท มั่นใจตลาดไตรมาส 3-4 ปรับตัวดีขึ้น หลังผลสำรวจพบผู้บริโภคยังต้องการที่อยู่อาศัยในช่วง 1-3 เดือนสูงสุด คาดยอดขายหลังงาน เพิ่มขี้นกว่าเท่าตัว

นายชูรัชฏ์ ชาครกุล ประธานจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 41 เปิดเผยถึง ความสำเร็จของการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 41 ระหว่าง 12-15 ก.ย.2562 ที่ผ่านมา ณ ห้องรอยัล พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Amazing Deals สุดยอดข้อเสนอสำหรับคนอยากมีบ้านและคอนโด” โดยตลอดการจัดงาน 4 วันการจัดงานได้รับผลตอบรับดีตามเป้าหมายที่คาดไว้ โดยมียอดผู้เข้าชมงานใกล้เคียง จากการจัดงานครั้งที่แล้ว ขณะที่ยอดจองซื้อภายในงานมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 10% คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 3,500 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการทาวน์เฮ้าส์ 37% คอนโดมิเนียม 34% บ้านเดี่ยว 20% บ้านแฝด 6% และที่ดินเปล่ารวมถึงอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ อีก 3% ขณะที่ยอดขอสินเชื่อของสถาบันการเงินในช่วงการจัดงานก็มีสูงถึงกว่า 4,000 ล้านบาท

“ตัวเลขคนชมงานและยอดขายภายในงานถือเป็นที่น่าพอใจ ความต้องการที่แท้จริงของที่อยู่อาศัยยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจากการตอบรับของตลาดแบบนี้น่าจะส่งผลดีโดยรวมต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 3-4 ที่ตลาดน่าจะปรับตัวดีขึ้น”

นายชูรัชฏ์ ชาครกุล ประธานจัดงานฯ กล่าวเพิ่มเติม จากผลสำรวจของผู้เข้าชมงานครั้งนี้พบว่า อายุของกลุ่มที่เข้าชมงานอยู่ระหว่าง 21-30 ปี มากที่สุดที่ 39% รองลงมาจะมีอายุ 31-40 ปี จำนวน 31% และ 41-50 ปี อีก 16% โดยผู้เข้าชมงานจะมีช่วงรายได้ระหว่าง 30,000 – 50,000 บาท มากที่สุดคิดเป็น 28% รองลงมาจะมีรายได้ระหว่าง 10,000 – 30,000 บาทที่ 22% และ 50,000 – 70,000 บาท จำนวน16% ขณะที่ผู้เข้าชมงานในปีนี้พบว่า ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อจริงโดยกว่า 24% มีความต้องการที่จะซื้อที่อยู่อาศัยในระยะเวลา 1-3 เดือน รองลงมา 23% ต้องการจะซื้อที่อยู่อาศัยในระยะเวลา 1 ปี โดยที่อยู่อาศัยระดับราคา 2 – 2.99 ล้านบาท ยังคงเป็นที่สนใจของผู้เข้าชมงานมากที่สุด 29% รองลงมาเป็นที่อยู่อาศัยระดับราคา 1 – 1.99 ล้านบาท จำนวน 22% และระดับราคา 3-3.99 ล้านบาท จำนวน 18% ขณะที่ประเภทโครงการที่ได้รับความสนใจมากที่สุดจะเป็นโครงการประเภทคอนโดมิเนียม จำนวน 40% รองลงมาคือโครงการประเภทบ้านเดี่ยวจำนวน 35% และโครงการทาวน์เฮ้าส์ จำนวน 15%

สำหรับงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 41 จัดโดย 3 สมาคมหลักทางด้านอสังหาริมทรัพย์ ประกอบไปด้วย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอาคารชุดไทย และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มิชลินแจกหมวกนิรภัย 2,000 ใบ สานต่อโครงการ “มิชลินรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ใส่หมวกนิรภัย”

โครงการ “มิชลินรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ใส่หมวกนิรภัย” เป็นกิจกรรมเพื่อชุมชนที่บริษัท สยามมิชลิน จำกัด และ FIA (International Automobile Federation) จัดขึ้นเป็นประจำมาเป็นระยะเวลา 5 ปีแล้ว โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยที่ทางบริษัทฯ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 26 ปี ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของโครงการขับขี่ปลอดภัย ใส่หมวกนิรภัยนั้น ก็เพื่อส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยบนท้องถนน และสร้างจิตสำนึก เกี่ยวกับการใช้รถ ใช้ถนน อย่างปลอดภัยในหมู่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยในปีนี้มุ่งเป้าไปที่เยาวชน ทั้งในระดับประถมศึกษา และอุดมศึกษา เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความจำเป็นในการใช้รถจักรยานยนต์ในชีวิตประจำวันมาก โดยตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงปัจจุบัน มิชลินได้มอบหมวกนิรภัยให้กับชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศไปแล้วกว่า 8,000 ใบ และได้ร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน และองค์กรอิสระอย่างมูลนิธิเมาไม่ขับ

ในปีนี้ ทางบริษัทฯ นำโดยนาย เสกสรรค์ ไตรอุโฆษ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามมิชลิน จำกัด เดินทางไปจัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยให้กับนักเรียนและนักศึกษาจากสถาบันศึกษาต่างๆ ณ โรงเรียนวัดไผ่ล้อม อ.เมือง จ.นครปฐม ในวันที่ 5 กันยายน 2562 และมีการมอบหมวกนิรภัยจำนวน 2,000 ใบ ให้กับเยาวชนที่มาร่วมงานอีกด้วย โดยมีแขกผู้มีเกียรติ ให้การสนับสนุน และเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้เป็นจำนวนมาก อาทิ นายธนิศร์ วงศ์ปิยะสถิตย์ ปลัดจังหวัดนครปฐม รศ.น.สพ.ดร. อนุชัย ภิญโญภูมินทร์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกราชยานยนต์สมาคม แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬา นายสุรสิทธิ์ ศิลปะงาม ผู้จัดการมูลนิธิเมาไม่ขับ ฯลฯ นอกจากนี้ หลังจากงานเสร็จสิ้นลง ทางบริษัทฯ ยังจะได้รับความร่วมมือจากทางภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัดนครปฐม ในการช่วยประสานกับเยาวชนและคนในชุมชนต่อไป เพื่อให้การรณรงค์เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม และส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างยั่งยืน


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

SmartHeart presents Thailand International Pet Variety Exhibition

“SmartHeart presents Thailand International Pet Variety Exhibition ครั้งที่ 9 ตอน Shopaholic”

มหรรมสัตว์เลี้ยงที่เฟี๊ยชที่สุด พร้อมสร้างสีสันและความสุขแบบส่งท้ายปี ด้วยสัตว์นานาชนิดที่ยกขบวนความน่ารักมาเรียกรอยยิ้ม ตื่นตาตื่นใจกับการประกวด และกิจกรรมสุดพิเศษของเหล่าสัตว์เลี้ยง อาทิ สุนัข แมว กระต่าย และผองเพื่อน ประชันความสามารถกันอย่างที่คุณคาดไม่ถึง! ช้อปกันให้เพลินกับสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงมากมายในราคาพิเศษ ที่ยกขบวนกันมาลดราคาแบบ End of Season Sale! ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เวชภัณฑ์ อาหารเสริมสำหรับสัตว์เลี้ยง ขนม แชมพู อุปกรณ์ตัดแต่งขน ที่นอน เสื้อผ้า เครื่องประดับ ของเล่น รวมไปถึง สินค้าดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง ของสวยงาม จิวเวอรี่ เลอค่า

สำหรับสัตว์เลี้ยงผู้เลอโฉม แพ็คเกจตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงฟรี และ ที่พักสัตว์เลี้ยงพักได้ ในราคาพิเศษ นอกจากนี้ยังมี มากกว่า 200 ร้านค้าที่มาออกงาน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 8,000 ตารางเมตร

คนรักสัตว์ห้ามพลาด หนึ่งปีมีครั้งเดียว ของแท้ต้องอิมแพ็คจัดเท่านั้น พบกัน วันที่ 3 – 6 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ฮอลล์ 7- 8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

กดปุ่มเปิดงานใหญ่แห่งปี “มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 41” กว่า 1,000 กว่าโครงการแข่งโปรโมชั่นสุดพิเศษ!!

กดปุ่มเปิดงานใหญ่แห่งปี “มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 41”
กว่า 1,000 กว่าโครงการแข่งโปรโมชั่นสุดพิเศษ !!
กระตุ้นเศรษฐกิจ – เพิ่มโอกาสผู้บริโภคซื้อบ้าน – คอนโดฯ ระหว่าง 12-15 ก.ย.นี้ ชั้น 5 สยามพารากอน

เปิดแล้วงานแสดงที่อยู่อาศัยใหญ่แห่งปี “3 สมาคมอสังหาฯ” นำทัพสมาชิก ทั้งรายใหญ่ รายกลาง รายเล็ก ขนผลงานด้านที่อยู่อาศัยของโครงการต่างๆ มากกว่า 1,000 โครงการมาเสนอขายในงานเดียวภายใต้คอนเซ็ปต์ “Amazing Deals” เพื่อให้เรื่องที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องง่าย มาที่เดียวจบ ผู้ที่จองซื้อที่อยู่อาศัยภายในงาน ลุ้นรับฟรี !! 2 ต่อมูลค่ารวมกว่า 1.1 ล้านบาท พร้อมพบข้อเสนอสุดพิเศษ !! ทั้ง “ทำเล – โปรโมชั่น – ไฟแนนซ์เชียล” หวังช่วยเสริมสร้างบรรยากาศในการซื้อขาย เพิ่มโอกาสผู้บริโภคเลือกช็อปบ้าน – คอนโดฯ เพื่อเป็นแรงสนับสนุนสำคัญกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยก่อนเข้าโค้งสุดท้ายปี ระหว่างวันที่ 12 – 15 กันยายน 2562 นี้ ณ รอยัล พารากอน ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

วันนี้ (12 กันยายน 2562 ) ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 41 โดย 3 สมาคม ฯ ประกอบด้วย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอาคารชุดไทย และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ได้ร่วมกันจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโดฯ ขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อให้การจัดงานนี้เป็นกิจกรรมอันสำคัญของวงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากมีความเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจอื่นๆ เช่น การออกแบบด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม การจัดสรร การตกแต่งภายใน การก่อสร้าง และวัสดุก่อสร้างประเภทต่างๆ สถาบันการเงิน การโฆษณา ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า และเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

นายชูรัชฏ์ ชาครกุล ประธานจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโดครั้งที่ 41 กล่าวว่า คณะกรรมการของทั้ง 3 สมาคมฯ จึงได้กำหนดนโยบายร่วมกันที่จะส่งเสริมให้มีการพัฒนาปรับปรุงรูปแบบและวิวัฒนาการของโครงการต่างๆ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และอยู่ในมาตรฐานระดับสากล ซึ่งการจัดงานของ 3 สมาคมฯ เชื่อว่าจะเป็นการเสริมสร้างบรรยากาศการซื้อขายให้มีความคึกคักและถือเป็นการส่งเสริมให้สมาชิกทั้งรายใหญ่ รายกลาง รายเล็ก ได้มีโอกาสนำผลงานด้านที่อยู่อาศัยของโครงการต่างๆ มากกว่า 1,000 โครงการมาเสนอขายในงานเดียว จากผู้ประกอบการที่ร่วมออกบูธกว่า 100 บูธ เพื่อให้เรื่องที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องง่าย มาที่เดียวจบ ครบทุกที่ ทุกราคา ทุกประเภท ทุกทำเล ตรงกับความต้องการเพื่อให้ผู้บริโภคและประชาชนทั่วไปที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยมีโอกาสเลือกซื้อที่อยู่อาศัยในระดับราคาที่ต่างกันมากที่สุ

นอกจากนี้ภายในงานมีสถาบันการเงินชั้นนำต่างๆ ให้ความสนใจ และเสนอเงื่อนไขพิเศษด้านการให้สินเชื่อรายย่อยสำหรับผู้ที่จะซื้อที่อยู่อาศัยภายในงานอีกด้วยทางสมาคมฯ ผู้จัดงานยังได้จับมือกับทางธนาคารให้บริการผู้เข้าชมงานสามารถตรวจสอบวงเงินสินเชื่อเบื้องต้นก่อนตัดสินใจจองบ้านและคอนโดฯ ภายในงาน ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกที่อยู่อาศัยที่ตรงกับความต้องการและงบประมาณที่มี หรือหากต้องการที่จะซื้อบ้านในอนาคตนั้นควรจะวางแผนการออมเงินอย่างไร

“งานมหกรรมบ้านและคอนโดเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นมีความสำคัญไม่ใช่เฉพาะแต่ธุรกิจอสังหาฯ แต่ยังมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยด้วย” นายชูรัชฏ์ กล่าวให้ความเห็น

ในปีนี้งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 41 ได้จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “Amazing Deals” …. สุดยอดข้อเสนอสำหรับคนอยากมีบ้านและคอนโดฯ ระหว่างวันที่ 12 – 15 กันยายนนี้ ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ภายในงานจะเป็นการรวบรวมโครงการที่อยู่อาศัย “ ครบทุกที่ – ทุกทำเล – ทุกราคา” รวมกว่า 1,000 โครงการ พร้อมด้วย “BEST PROMOTION” …โปรโมชั่นสุดพิเศษ !! ที่แต่ละโครงการต่างพร้อมกันมานำมาเสนอเฉพาะในงานเท่านั้น ถือเป็นโอกาสที่ดีที่สุดของผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยระดับคุณภาพ ที่มีโอกาสเลือกจองซื้อบ้านและคอนโดฯ ในทำเลที่ดีที่สุด หรือ “BEST LOCATION” นอกจากนี้ยังมีสถาบันการเงินชั้นนำที่เข้ามาร่วมแสดงงานในครั้งนี้ที่พร้อมข้อเสนอ “BEST FINANCIAL”… ให้สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ!!

ทั้งนี้ “งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 41” มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 15 กันยายนนี้ ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้าผ่าน www.housecondoshow.com หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Line @housecondoshow หรือ www.facebook.com/housecondoshow สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือในการจัดงานร่วมกันโดย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอาคารชุดไทย และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

หัวเว่ยเผยแพร่รายงานเชิงลึกเรื่องการใช้งาน 5G ในงาน ITU Telecom World 2019

บูดาเปสต์ ประเทศฮังการี/ 11 กันยายน 2562 – ในงาน ITU Telecom World 2019 หัวเว่ยได้เปิดตัวรายงานเชิงลึก “การใช้งาน 5G” ในระหว่างงานฟอรั่ม “5G+Gigabit: Connecting an Intelligent Future” โดยมี มร. จ้าว โห้วหลิน เลขาธิการสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ และ มร. ลาสซโล พัลโควิคส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงนวัตกรรมและเทคโนโลยีของฮังการี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน

รายงานเชิงลึกฉบับดังกล่าวคาดการณ์ถึงลักษณะการใช้งาน 5G ในด้านการขยายศักยภาพของบรอดแบนด์ มีเดีย เอ็นเตอร์เทนเมนต์ การผลิตภาคอุตสาหกรรม และการขนส่งอัจฉริยะ ทั้งยังเรียกร้องให้องค์กรอุตสาหกรรมและหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกช่วยกันส่งเสริมให้เกิดการร่วมสร้างมาตรฐานและกำหนดคลื่นความถี่ ทรัพยากรที่เพียงพอ และสภาพแวดล้อมการทำธุรกิจที่ดีอย่างจริงจัง ให้พร้อมสำหรับการติดตั้งและการใช้งาน 5G เชิงพาณิชย์ในรูปแบบต่าง ๆ


มร. หยาง เชาปิน ประธานบริหาร กลุ่มผลิตภัณฑ์ 5G ของหัวเว่ย เปิดตัวรายงานเชิงลึกเรื่อง “การใช้งาน 5G”

ที่งานฟอรั่ม ซึ่งหัวเว่ย เทคโนโลยี่ จัดขึ้นในระหว่างงานประชุม ITU Telecom ประจำปี ภายใต้ธีม “5G+Gigabit: Connecting an Intelligent Future” มร. จ้าว โห้วหลิน เลขาธิการสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ และ มร. ลาสซโล พัลโควิคส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงนวัตกรรมและเทคโนโลยีของฮังการี ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของเน็ตเวิร์ก 5G

โลกกำลังเร่งนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ การเปิดให้บริการ 5G เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่กำลังเกิดขึ้นในหลายประเทศ โอเปอเรเตอร์ 35 รายใน 20 ประเทศทั่วโลกได้เปิดให้บริการ 5G แล้ว และอีก 33 ประเทศได้มีการจัดสรรคลื่นความถี่ 5G เรากำลังเข้าสู่ยุคของ 5G อย่างแท้จริง

ในอนาคต 5G จะเปิดพื้นที่ตลาดและโอกาสการลงทุนมากมายเป็นล้านล้านรายการ ในปี 2578 เทคโนโลยี 5G จะสร้างผลิตผลทางเศรษฐกิจทั่วโลกเป็นมูลค่าถึง 12.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งร้อยละ 80 จะเกี่ยวเนื่องกับ 5G โดยเฉพาะ รายงานเชิงลึกฉบับนี้ได้พูด 5G ใน 4 แง่มุมด้วยกัน คือ การใช้งานใหม่ๆ มาตรฐาน คลื่นความถี่ และระบบนิเวศในอุตสาหกรรม

ด้วยความก้าวหน้าของการเปิดให้บริการ 5G เชิงพาณิชย์ การใช้งาน 5G ในรูปแบบใหม่ ๆ จะเกิดขึ้นมากมาย รวมถึง Enhanced Mobile Broadband, เอ็นเตอร์เทนเมนต์บนสื่อ, การผลิตภาคอุตสาหกรรม, การขนส่งอัจฉริยะ เป็นต้น เครือข่าย 5G สามารถให้บริการเน็ตเวิร์กระดับกิกะบิตประสิทธิภาพสูงและประสบการณ์การใช้งานที่เยี่ยมยอดให้แก่ผู้ใช้ การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและความเป็นอัจฉริยะเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงยุค 5G ทั้งสองสิ่งเป็นตัวอย่างของประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G ซึ่งก็คือ การเพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรมหลายพันรูปแบบ และการพัฒนาสังคมให้ดีขึ้น

การกำหนดมาตรฐานให้เป็นหนึ่งเดียวกันทั่วโลกจะช่วยผลักดันให้การใช้งาน 5G เชิงพาณิชย์มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว โดยขณะนี้ 3GPP เป็นตัวช่วยกำหนดมาตรฐานหลักของ 5G และหลังจากที่มีการประกาศมาตรฐานฉบับแรก ๆ เราก็ได้เห็นผู้ประกอบการโทรคมนาคมเปิดให้บริการเครือข่ายเชิงพาณิชย์ และการใช้การบริการ eMBB ที่สมบูรณ์บนเครือข่าย 5G มาตรฐานอันเป็นหนึ่งเดียวทั่วโลกยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อาทิ มาตรฐานฉบับที่ 16 (ปี 2020) และฉบับที่ 17 (ปี 2021) เทคโนโลยี 5G ยังคงก้าวหน้าต่อไป อันจะนำไปสู่การพัฒนาอีโคซิสเต็มในอุตสาหกรรมและการใช้งาน 5G รูปแบบใหม่ ๆ ที่ครบถ้วนสมบูรณ์มากขึ้น

การจัดสรรคลื่นความถี่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับหน่วยงานกำกับดูแล การผสานรวมคลื่นความถี่ทั่วโลกจะช่วยลดความซับซ้อนและต้นทุนในการดำเนินการ 5G สำหรับซัพพลายเออร์ ผู้ประกอบการด้านโทรคมนาคม พันธมิตรในอุตสาหกรรม และแม้แต่ผู้ใช้เอง การกระจายคลื่นความถี่ให้ครอบคลุมทั่วประเทศยังคงเป็นรูปแบบที่หน่วยงานกำกับดูแลของหลายๆ ประเทศพยายามผลักดัน ในขณะเดียวกัน การซิงโครไนซ์เครือข่ายก็ควรจะได้รับการพิจารณาด้วย เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้งานคลื่นความถี่และลดการแทรกแซงของสัญญาณ

5G ต้องการอีโคซิสเต็มที่มั่นคงและโปร่งใสเพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ความสำเร็จเชิงพาณิชย์และการเติบโตในด้านความคุ้มค่าในยุค 5G รวมไปถึงความเข้มแข็งของอีโคซิสเต็ม 5G ขึ้นอยู่กับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างโอเปอเรเตอร์ เวนเดอร์ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรม และหน่วยงานกำกับดูแลที่สนับสนุนด้านนวัตกรรมการใช้งาน


 

Exit mobile version