Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยี ไทย – ฝรั่งเศส มจพ. จัดฝึกอบรมเข้มข้น เน้นทักษะใหม่ “Reskill”

ผศ.ดร.วัฒนา แก้วมณี ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยี ไทย – ฝรั่งเศส มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เปิดเผยว่า ทางสถาบัน ฯ ขานรับนโยบายโครงการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่เดินหน้าเต็มพิกัดตามที่รัฐบาลมีนโยบาย Thailand 4.0 โดยมีสาระส่วนหนึ่งในการเร่งพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของประเทศให้ก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง โดยการสร้างและส่งเสริมกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง ซึ่งมีการใช้เทคโนโลยีและใช้องค์ความรู้ในการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์นั้น ปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งในการที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้คือเราจำเป็นจะต้องพัฒนากำลังคนที่มีศักยภาพขั้นสูงทั้งในด้านทักษะปฏิบัติและองค์ความรู้สมัยใหม่เพื่อเข้าไปทำงานในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งการพัฒนาในระยะยาว คือ การปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการในอนาคตซึ่งอาจต้องใช้เวลาสัก 3 – 5 ปี ในการรอบัณฑิตจบการศึกษาและเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม ส่วนในระยะกลางและระยะสั้นซึ่งจะเห็นผลได้เร็ว ซึ่งเป็นแนวทางที่สถาบันฯ เลือกใช้ คือ การนำกำลังคนในภาคอุตสาหกรรมมาฝึกอบรมแบบเข้มข้น “เพื่อให้เกิดทักษะใหม่หรือที่เรียกว่า การ Reskill”

ปัจจุบันสถาบัน ฯ ได้รับอนุญาตให้เป็นหน่วยฝึกอบรม (Authorized Training Body) ของสถาบันการเชื่อมแห่งประเทศไทย (Welding Institute of Thailand: WIT) ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากสถาบัน
การเชื่อมสากล (International Institute of Welding: IIW) ซึ่งประกอบไปด้วยประเทศ 60 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมเป็นสมาชิก ทำให้สถาบัน ฯ ได้รับการรับรอง สามารถดำเนินการฝึกอบรมตามหลักสูตรมาตรฐานสากลที่กำหนด ฉะนั้นผู้เข้ารับการอบรมและสอบผ่านตามเกณฑ์จะได้รับใบ certificate หรือที่เราเรียกใบ Diploma ที่สามารถนำไปใช้ได้ใน 60 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม เช่น ฝรั่งเศส เยอรมัน อเมริกา เป็นต้น

เมื่อพิจารณาเรื่องงานเชื่อมแล้วบุคคลทั่วไปอาจจะไม่ทราบว่าเข้ากับอุตสาหกรรมใด ๆ แต่จริง ๆ แล้วงานเชื่อมเป็นพื้นฐานของอุตสาหกรรมแทบทุกชนิด เช่น ในชิ้นส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์ โครงสร้างขนาดใหญ่ เช่น แท่นขุดเจาะแก๊สธรรมชาติ โครงสร้างอาคาร ขบวนรถไฟ รางรถไฟ ชิ้นส่วนอากาศยาน การต่อเรือ การเชื่อมขนาดเล็กโดยการใช้เลเซอร์ การเชื่อมถังอุปกรณ์ภาชนะรับแรงดัน ซึ่งจะเห็นว่าการเชื่อมเป็นรากฐานสำคัญในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้ซึ่งเราใช้ความเชี่ยวชาญตรงนี้ ในการเสนอหลักสูตรบัณฑิตพันธุ์ใหม่ สถาบัน ฯ ได้ดำเนินโครงการมาเป็นรุ่นที่ 3 จำนวน 60 คน ผู้เข้าอบรมส่วนมากมาจากภาคอุตสาหกรรม ซึ่งต้องใช้ทักษะและองค์ความรู้ด้านงานเชื่อมในการทำงาน

การอบรมแต่ละหลักสูตรมีระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ซึ่งสอดคล้องตามมาตรฐานของสถาบันการเชื่อมสากล รวมทั้งเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ไม่ต้องการเป็นหลักสูตรที่สั้นมาก ต้องเป็นหลักสูตรที่มีระยะเวลาฝึกฝนพอสมควร วิทยากรที่เชิญมาบรรยายจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา มีทั้งอาจารย์ที่สอนในภาคทฤษฎี ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมเป็นวิทยากร เพื่อให้แน่ใจว่าองค์ความรู้ที่ให้ไปสอดคล้องกับงานในภาคอุตสาหกรรมจริง ๆ มีการฝึกนอกสถานที่และการดูงาน การจัดหลักสูตรของบัณฑิตพันธุ์ใหม่จะสอดรับกับพันธกิจของสถาบัน ฯ คือ ต้องการผลิตกำลังพลเพื่อป้อนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมผ่านการฝึกอบรม ส่วนในกรณีที่มีนักศึกษาสนใจที่จะมีอาชีพเป็นวิศวกรการเชื่อมซึ่งเป็นสาขาอาชีพที่ขาดแคลนและมีค่าตอบแทนสูงสามารถพิจารณาหลักสูตรต่าง ๆ ของภาควิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมการเชื่อม วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (วทอ.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เช่นหลักสูตรวิศวกรรมการเชื่อม ซึ่งหลักสูตรดังกล่าวเป็นหลักสูตรแบบให้ใบปริญญา

โครงการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่ของสถาบัน ฯ สามารถจัดการศึกษาได้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ฯ หลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนในโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ แตกต่างไปจากการเรียนการสอนทั่วไปตอบโจทย์อุตสาหกรรมของประเทศ โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติ มีความร่วมมือกับภาคเอกชน และต้องมีมาตรฐานทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ เป็นหลักสูตรพันธุ์ใหม่เพื่อสร้างกำลังคนที่มีสมรรถนะสูง สำหรับอุตสาหกรรม New Growth Engine ตามนโยบาย Thailand 4.0 และการปฏิรูปการอุดมศึกษาไทย (ปี 2561-2565) หลักสูตรที่ทางสถาบัน ฯ ร่วมโครงการในการผลิต “บัณฑิตพันธุ์ใหม่” ยังมุ่งเน้นการยกระดับสมรรถนะตามแนวทางของโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่และกำลังคนที่มีสมรรถนะเพื่อตอบโจทย์ภาคการผลิตตามนโยบาย

การปฏิรูปการอุดมศึกษาไทย “ผศ.ดร.วัฒนา” ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยี ไทย – ฝรั่งเศส กล่าว

สอบถามรายละเอียดได้ที่ สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยี ไทย – ฝรั่งเศส มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) โทรศัพท์ 02 555-2000 ต่อ 2501, 2502

ขวัญฤทัย ข่าว/อัชณี ถ่ายภาพ


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

หัวเว่ยแต่งตั้ง เอเบล เติ้ง เป็นซีอีโอคนใหม่ของหัวเว่ย ประเทศไทย

กรุงเทพฯ/15 ตุลาคม 2562 – หัวเว่ย ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและสมาร์ทดีไวซ์ชั้นนำระดับโลก ได้แต่งตั้ง มร. เอเบล เติ้ง เป็นซีอีโอคนใหม่ของหัวเว่ย ประเทศไทย

มร. เอเบล เติ้ง เข้ามารับหน้าที่ในการดูแลกลยุทธ์ ทิศทางการดำเนินธุรกิจ และผลประกอบการของบริษัท พร้อม ๆ ไปกับการพัฒนาธุรกิจใหม่ ๆ ในประเทศไทย

เริ่มแรก มร. เติ้ง เข้าทำงานกับหัวเว่ยในฐานะวิศวกร จากนั้นก็ได้รับตำแหน่งอาวุโสหลากหลายตำแหน่งในบริษัท รวมถึงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการดูแลสัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายการจัดการระหว่างประเทศ ประจำหัวเว่ยภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกเฉียงใต้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำสำนักงานแอฟริกาตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งดูแลกิจการของหลายประเทศในภูมิภาค อีกทั้งยังเคยทำงานที่สำนักงานใหญ่ ณ เมืองเซิ่นเจิ้น ในตำแหน่งผู้ช่วยประธานฝ่ายการจัดการภูมิภาค ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการเมืองที่มีภาวะความเป็นอยู่ไม่ปกติและประเทศขนาดเล็ก ตลอดจนดูแลจัดการบริษัทในเครืออีกหลายบริษัทอีกด้วย

ก่อนเข้ารับตำแหน่งซีอีโอของหัวเว่ย ประเทศไทย มร. เอเบล เติ้ง ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการเครือข่ายโทรคมนาคมของหัวเว่ย ประเทศไทย ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2561 ด้วยประสบการณ์ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมอันยาวนานหลายทศวรรษ มร. เอเบล เติ้ง มีบทบาทสำคัญในความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่มากมายของ หัวเว่ย ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกด้วย

“เรามีความมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสู่การใช้งานทุกระดับเพื่อทุกผู้คน ทุกครัวเรือน และทุกองค์กร เพื่อขับเคลื่อนโลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ หัวเว่ยดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมายาวนานกว่า 20 ปี เราจะสร้างอนาคตอัจฉริยะที่ทุกสิ่งเชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์ร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่ ไทยแลนด์ 4.0” มร. เติ้ง กล่าว


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มจพ. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

ศ.ดร.สุชาติ เซี่ยงฉิน อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ กับคุณวันจักร์ บุรณศิริ ประธานผู้บริหารสายการเงินและสนับสนุนธุรกิจ นางสาวปิยะวดี วรรธนาคม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ และบริหารสำนักงาน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย รศ.ดร.สมนึก วิสุทธิแพทย์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานบริการวิชาการและอุตสาหกรรมสัมพันธ์ ผศ.สุรสิทธิ์ แสงสุริยะ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ และรศ.ดร.อุดมเกียรติ นนทแก้ว คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมเป็นสักขีพยาน

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนางานด้านวิชาการ และสหกิจศึกษาของคณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เพื่อส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากลทั้งในด้านวิชาการและทักษะปฏิบัติงานในวิชาชีพด้านวิศวกรรมโยธา สถาปัตยกรรม ออกแบบภายใน และการจัดการงานออกแบภายใน อีกทั้งเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้อันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอนของคณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วันที่ 10 ตุลาคม 2562 ณ ห้องประชุมราชพฤกษ์ อาคารนวมินทรราชินี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

KBank presents Kids Racing Run

การจัดงาน “KBank presents Kids Racing Run”  “ครั้งแรกกับการเปลี่ยนสนามแข่งโกคาร์ทเป็นสนามวิ่งสำหรับน้องๆหนูๆ ที่มีอายุ 4-10 ปี

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

จส. 100 นอสตร้า และหัวเว่ยร่วมลงนาม MoU ผลักดันแพลตฟอร์ม IoT “ตามรอย (Tamroi)” เพื่อต่อยอดธุรกิจไทยและให้บริการสังคม

[กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 9 ตุลาคม 2562] สถานีวิทยุ จส. 100 นอสตร้า และหัวเว่ยร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ณ กรุงเทพมหานคร เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันในการพัฒนาแอปพลิเคชัน NB-IoT และความร่วมมือด้านเทคโนโลยีในประเทศไทย

ในการนี้ คุณหญิงสุวิมล ผึ่งประเสริฐ กรรมการบริหาร บริษัท แปซิฟิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด และผู้อำนวยการ สถานีวิทยุ จส.100 พร้อมด้วยนายวิชัย แสงหิรัญวัฒนา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โกลบเทค จำกัด และแบรนด์นอสตร้า และ นายโรเบิร์ต ฉี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท หัวเว่ย จำกัดร่วมลงนาม MoU โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือในการแบ่งปันโนว์ฮาวและการพัฒนาร่วมกัน รวมถึงการสาธิตและการทดสอบแอปพลิเคชัน บนเทคโนโลยี NB-IoT เพื่อสนับสนุนการพัฒนาแผนกลยุทธ์ NB-IoT สำหรับประเทศไทย

ในพิธีลงนาม ทั้งสามองค์กรได้ประกาศเปิดตัว “ตามรอย (Tamroi)” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบริการ IoT ที่สามารถช่วยดูแลผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วย และนักท่องเที่ยว พร้อมกับการบริหารจัดการของมีค่าสำหรับทั้งองค์กรและบุคคลต่าง ๆ เพื่อให้บริการที่ดียิ่งขึ้นสำหรับสังคมไทย

ทั้งนี้ ด้วยเทคโนโลยีของระบบ NB-IoT ตามรอย (Tamroi) จะช่วยระบุตำแหน่งคนที่คุณรักด้วยอุปกรณ์อัจฉริยะต่าง ๆ และแอปพลิเคชั่นบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ และยังสามารถขอความช่วยเหลือจากทีมคอลเซ็นเตอร์ของ จส. 100 ตลอด 24 ชั่วโมงได้อีกด้วย โดยแพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้สามารถเข้าถึงข้อมูลตำแหน่งของอุปกรณ์ และสิทธิ์ในการเข้าถึงจะปิดลงเมื่อเสร็จสิ้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวแต่อย่างใด

นอสตร้า ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์เทคโนโลยีและให้บริการด้านข้อมูลแผนที่ดิจิทัล และ Location Contents ครอบคลุมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) จะร่วมช่วยพัฒนาแพลตฟอร์ม โดยครอบคลุมถึงแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่และระบบเฝ้าติดตามทางเว็บด้วยแผนที่ฐานที่มีความละเอียด ถูกต้อง แม่นยำสูง

สถานีวิทยุ จส. 100 บริษัทสื่อออกอากาศที่นำเสนอข่าวสารและข้อมูลเกี่ยวกับการจราจรเพื่อประโยชน์ของชุมชนในช่วง 28 ปีที่ผ่านมา จะทำหน้าที่เป็นคอลเซ็นเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมงและช่วยประสานงานปัญหาทั้งหมดเกี่ยวกับบริการช่วยเหลือ ด้วยสายสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับพันธมิตรด้านการช่วยเหลือฉุกเฉินต่าง ๆ ในประเทศไทย ได้แก่ สถานีตำรวจ โรงพยาบาล มูลนิธิ หน่วยงานราชการ และอาสาสมัครต่าง ๆ จส. 100 สามารถเป็นฮับในการรับส่งข้อมูลเพื่อช่วยเหลือทุกคนในชีวิตประจำวัน

หัวเว่ย ผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) จะร่วมให้การสนับสนุนการบูรณาการระบบ IoT กับผู้บูรณาการระบบในท้องถิ่นเพื่อให้เกิดการพัฒนากรณีการใช้งาน IoT ต่าง ๆ ในประเทศไทย

นายวิชัย แสงหิรัญวัฒนา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โกลบเทค จำกัด และแบรนด์นอสตร้า กล่าวว่า “เทคโนโลยี IoT ถูกนำมาใช้เพื่อประโยชน์ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยที่กำลังอยู่ในกระแสดิสรัปชั่น โดยการทำงานร่วมกันระหว่างนอสตร้า จส. 100 และหัวเว่ย ตอกย้ำความมั่นใจของการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการพัฒนาธุรกิจและสังคมที่แท้จริง ‘แพลตฟอร์มบริการตามรอย (Tamroi)’ จะมอบคุณค่าที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งาน และเปิดช่องทางการตลาดยังไม่มีใครสามารถทำได้”

“เราหวังว่า แพลตฟอร์มบริการตามรอย (Tamroi) จะสามารถให้บริการด้านการดูแลแก่สาธารณะ และลดจำนวนสถิติการเกิดอุบัติการณ์ 6 อันดับแรกในประเทศไทย อันได้แก่ อุบัติเหตุ/อุบัติเหตุทางรถยนต์ การเจ็บป่วย คนหาย สัตว์เลี้ยงหาย ของมีค่าหาย และนักท่องเที่ยวหรือแรงงานต่างชาติหาย” คุณหญิงสุวิมล ผึ่งประเสริฐ กล่าว

“โครงการตามรอย (Tamroi) นี้เป็นผลงานสำคัญที่เกิดจากความร่วมมือของเรากับ จส.100 และนอสตร้า เพื่อนำบริการ IoT มาสู่ประเทศไทย และสามารถเป็นแหล่งอ้างอิงที่ดีในการสร้างระบบนิเวศของ IoT” นายโรเบิร์ต ฉี กล่าว “เราเชื่อว่าเทคโนโลยี IoT จะมีส่วนสนับสนุนให้แก่สังคมไทยมากยิ่งขึ้น และบริการตามรอย (Tamroi) จะช่วยให้การดูแลเป็นพิเศษแก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ อาทิเช่น ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วย และนักท่องเที่ยวได้”

นอกจากนี้ภายในงานยังมีแขกรับเชิญพิเศษ 2 ท่าน ได้แก่ นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และรศ.นพ. รัฐพลี ภาคอรรถ อาจารย์ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมแสดงความคิดเห็น โดยนายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้กล่าวในประเด็นที่เกี่ยวกับการสร้างความเชื่อมั่น ส่งเสริมด้านความปลอดภัยกับนักท่องเที่ยวว่า “ในฐานะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นต่อนักท่องเที่ยว ในเรื่องความปลอดภัย และสวัสดิภาพของนักท่องเที่ยว โดย ททท. พยายามอำนวยความสะดวกในเรื่องข้อมูลการท่องเที่ยวควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นใจและความอุ่นใจให้นักท่องเที่ยวเพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในทุกเรื่อง เช่น การพลัดหลง ของหาย เป็นต้น รู้สึกยินดีที่มีการพัฒนาระบบการบริการที่จะมาช่วยในการสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวในครั้งนี้”


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

คอร์สสอนหุ้มผ้าคาร์บอน ครั้งที่3

ถึงเวลาของคนรักการ #หุ้มผ้าคาร์บอนแท้
คอร์สสอนหุ้มผ้าคาร์บอน ครั้งที่ 3 โดย เรซิ่น เอสเจ
20 ตุลาคม 2562

ที่สุดของงานประดับยนต์ ไม่ว่าร้านไหน อู่ไหน ก็ยอดขายดี ยังมีพื้นที่ให้คุณได้ทำตลาดแน่นอน มือใหม่ไม่ต้องกังวล เรามีทีมงานประจำทุกโต๊ะคอยดูแล มีข้อสงสัย ถามได้ตลอดเวลา และยังมีช่วงถาม-ตอบสำหรับเก็บตกรายละเอียดงาน

วันเดียวจบ สอนตั้งแต่ขัดเตรียมผิวจนจบงาน
พกใจที่พร้อมเรียนรู้มาได้เลย ทางเราเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้ทั้งหมด
วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2562
โกดังเอสเจ กรุงเทพกรีฑา

ค่าอบรม : ท่านละ 5,000.- บาท รายละเอียดคอร์ส https://resinsjthailand.com/courses/

มีคำถามสอบถามเพิ่มเติมได้นะคะ

ที่นั่งมีจำกัด ลงทะเบียนได้เลยที่

แฟนเพจ: http://m.me/resinsjthailand
ไลน์ Line: @resinsj (มี@ด้วยนะครับ)
โทร : 02-3794555 , 086-3171747


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

เปิดโลกทัศน์การเรียนรู้ใหม่ในต่างแดน ในงาน “TIECA Study Abroad Expo มหกรรมการศึกษาต่อต่างประเทศ” ครั้งที่ 34

สมาคมไทยแนะแนวการศึกษานานาชาติ (TIECA) เชิญชวนเปิดโลกกว้างทางด้านการศึกษาต่อต่างประเทศ ในงาน “มหกรรมการศึกษาต่อต่างประเทศ ครั้งที่ 34” พบตัวแทนสถาบันการศึกษาทุกระดับ ของภาครัฐและภาคเอกชนนานาประเทศทั่วโลกมากกว่า 70 สถาบัน ไม่ว่าจะเป็น ออสเตรเลีย แคนาดา จีน เยอรมัน ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา สวิสเซอร์แลนด์ และโรงเรียนนานาชาติ ทุกระดับการศึกษา อาทิ การเรียนภาษาอังกฤษในระดับมัธยมปริญญา หรือคำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจเรียนควบคู่ไปกับการทำงานในต่างประเทศ พบผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาแนะแนวบริการแบบครบวงจร, สถานทูตฝ่ายการศึกษาและองค์กรภาครัฐ เช่น บริติช เคานซิล, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, แคนาดา เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจให้กับนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครองและบุคคลทั่วไปที่ต้องการไปศึกษาต่อต่างประเทศ ได้รับข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการศึกษา พร้อมมอบสิทธิพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลดค่าลงทะเบียน ค่าดำเนินการ ค่าเล่าเรียน รวมทั้งทุนการศึกษาจากหลากหลายสถาบันชั้นนำ และลุ้นตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ลอนดอน หรือซิดนีย์

นอกจากนี้ ร่วมฟังรับฟังกลุ่มวิทยากรมากประสบการณ์จากทุกวงการ พูดคุยในหัวข้อเสวนาเกี่ยวกับการศึกษาต่างประเทศ

11.00 น. – 11.40 น. พบคุณโอปอล์ ปาณิสรา อารยะสกุล นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง ในหัวข้อ “พ่อแม่มั่นใจ ส่งลูกเรียนไกลต่างประเทศ”

13.00 น. – 14.00 น. พบน้องกัสจัง จิรันธนิน เธียรพัฒนพล และคุณแม่ เจ้าของเพจดัง ‘โลกของกัสจัง’ ในหัวข้อ “เรียนต่อต่างประเทศ เริ่มต้นดีมีชัยไม่ยากเลย”

15.00 น. – 16.00 น. พบคุณขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร: K.S. Khunkhao นักจิตวิทยาชื่อดัง พูดคุยในหัวข้อ “ค้นหาตัวตนด้วยการเปิดโลกกว้างทางการศึกษา”
ในวันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม 2562 เวลา ณ โรงแรม เดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพฯ

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  โทรศัพท์ 02 642 6114 / 062 554 6676 อีเมล์ admin@tieca.com ; info@tieca.com สำหรับรายชื่อและข้อมูลของแต่ละสถาบันสามารถดูได้ที่ http://tieca.com


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ออฟฟิศเมท เชิญชวนผู้ประกอบการ SME ช้อปสู้เศรษฐกิจ กับมาตรการ ‘ชิม ช้อป ใช้’

ออฟฟิศเมท สนองร่วมมาตรการรัฐ ‘ชิม ช้อป ใช้’ ชวนผู้ประกอบการ SME ที่มีที่อยู่ตามทะเบียนบ้านในต่างจังหวัด มาช้อปสู้เศรษฐกิจ ที่ร้านออฟฟิศเมท 20 สาขา ทั่วกรุงเทพฯ โดยเดินหน้ารับชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ตั้งแต่วันนี้ – 30 พ.ย. 2562

นางสาววิลาวรรณ ฤกษ์เกรียงไกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ออฟฟิศเมท เปิดเผยว่า ออฟฟิศเมท ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการ ‘ชิม ช้อป ใช้’ ของรัฐบาล ได้จัดเตรียมช่องทางการชำระเงิน g-wallet โดยลูกค้าที่ลงทะเบียนรับสิทธิเข้าร่วมมาตรการสามารถใช้สิทธิ “เป๋าตังช่อง 1” ชำระค่าสินค้าอุปกรณ์สำนักงาน ไอที เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้เพื่อธุรกิจ สูงสุด 1,000 บาท (ตามเงื่อนไขที่กำหนด) ได้ที่ร้านออฟฟิศเมท 20 สาขา ในกรุงเทพฯ ได้แก่

  • สาขาอาคารจิวเวลรี่เทรดเซ็นเตอร์ ชั้น 2
  • สาขาอาคารยูไนเต็ดเซ็นเตอร์ (สีลม) ชั้น B1
  • สาขาเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ ชั้น G
  • สาขารอยัลซิตี้อเวนิว (RCA)
  • สาขาซีคอนบางแค ชั้น B
  • สาขาบิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า ลาดพร้าว ชั้น 2
  • สาขาทรีออนทรี พระราม3 ชั้น G
  • สาขาเทสโก้โลตัส พระราม 1 ชั้น 2
  • สาขาฟอร์จูน ทาวน์ ชั้น 2
  • สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ ชั้น B
  • สาขาบิ๊กซี พระราม 4 ชั้น 1
  • สาขาเกตเวย์ เอกมัย ชั้น B
  • สาขาเซ็นทรัลพลาซา พระราม 9 ชั้น B
  • สาขาเทสโก้โลตัส บางกะปิ ชั้น 2
  • สาขาเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า ชั้น B
  • สาขาเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 ชั้น G
  • สาขามิดทาวน์ อโศก ชั้น B1
  • สาขาบิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า รามอินทรา ชั้น 1
  • สาขาสิรินธร
  • สาขาบิ๊กซี เพชรเกษม

ทั้งนี้คาดว่ามาตรการ “เป๋าตัง-ชิม ช้อป ใช้” จะสามารถช่วยกระตุ้นการจับจ่ายปลุกกำลังซื้อของผู้ประกอบการ SME และยังเป็นการสร้างและเพิ่มฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ได้อีกด้วย


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ตอกย้ำความพร้อมจัดงาน Smart Energy Transformation Asia 2019

ตอกย้ำความพร้อมจัดงาน Smart Energy Transformation Asia 2019 (SETA 2019) ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย

นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล (ที่ 5 จากขวา) ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีแถลงข่าวประกาศความพร้อมการจัดงาน “โครงการพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย 2562” หรือ Smart Energy Transformation Asia 2019 (SETA 2019) เวทีการประชุมวิชาการและนิทรรศการนานาชาติด้านพลังงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ภายใต้แนวคิด “Integrated Sustainable Energy Solutions For Asia” ในระหว่างวันที่ 10 – 12 ตุลาคม 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา จัดงานโดย บริษัท ด้อยซ์ เมซเซ่ จำกัด และบริษัท แกท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เพื่อร่วมกันผลักดันและพัฒนาองค์ความรู้ด้านพลังงานแห่งอนาคต และแสดงศักยภาพความพร้อมของประเทศไทยสู่ศูนย์กลางความรู้เทคโนโลยีและการพัฒนาพลังงานทดแทน เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน โดยภายในงานแถลงข่าวได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.ธัชชัย สุมิตร (ที่ 4 จากซ้าย) ประธานคณะกรรมการการจัดงาน SETA 2019 และ ดร.จิราพร ศิริคำ (ที่ 4 จากขวา) ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัยนวัตกรรมและพัฒนาธุรกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) พร้อมด้วยภาคเอกชน ร่วมกันแถลงข่าวประกาศความพร้อมและเดินหน้าจัดงานอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ (EnCo) เมื่อเร็วๆ นี้

บุคคลในภาพ (จากซ้ายไปขวา)
1. ศ.ดร.แชบเบียร์ กีวาลา หัวหน้าโครงการวิจัย Water Footprints และการประเมินความตึงเครียดของน้ำ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
2. คุณนภปฎล สุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
3. คุณเบอร์นาด ชาร์บาร์นี่ ผู้อำนวยการโครงการ การบริหารจัดงานการประชุมนานาชาติ บริษัท ด้อยซ์เมซเซ่ จำกัด
4. รศ.ดร.ธัชชัย สุมิตร ประธานคณะกรรมการการจัดงาน SETA 2019
5. คุณสุรพร ดนัยตั้งตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
6. ดร.จิราพร ศิริคำ ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัยนวัตกรรมและพัฒนาธุรกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT)
7. คุณธีรุตม์ บุตรเลิศเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด
8. คุณพิชัย ถิ่นสันติสุข ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมการค้าพลังงานขยะ
9. คุณญาณ ไอเค่ กราฟ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ช๊อยค์ เอเชีย จำกัด


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

3เอ็ม เตรียมรับมือ PM 2.5 เปิดตัว 3M Vehicle Air Purifier ผลิตภัณฑ์เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์

3เอ็ม ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของทุกคนให้ดีขึ้น เปิดตัว “ผลิตภัณฑ์เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ 3M Vehicle Air Purifier” มาพร้อมไส้กรอง ที่ถูกออกแบบมาพิเศษด้วยระบบการกรองสี่ชั้น สามารถกรองฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ด้วยเทคโนโลยีของ 3M Electrostatic Electret Technology และ 3M Nonwoven Technology ยังช่วยกำจัดกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ที่เกิดจากกลิ่นอาหาร กลิ่นเหงื่อ สารฟอร์มาลดีไฮด์ และ VOC ทั้งยังลดปฏิกิริยาที่เกิดการแพ้จากการสูดดมฝุ่น ทำให้อากาศในรถสดชื่นขึ้นเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติขจัดมลพิษในอากาศได้ถึง 99% เพียงไม่กี่นาที ราคา 4,590 บาท สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้แล้ววันนี้ที่ Lazada , Shopee และ 3Mdelivery.com


 

Exit mobile version