Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

อเมริกันสแตนดาร์ด สนับสนุนบุคลากรสาธารณสุขและหน่วยงานภาครัฐ สู้ Covid-19 ด้วยการส่งมอบเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ

อเมริกันสแตนดาร์ด แบรนด์สุขภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก เดินหน้าให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์และหน่วยงานภาครัฐสู้ Covid-19 โดยส่งมอบเจลแอลกอฮอล์ล้างมือจำนวนมากกว่า 30,000 ขวด ให้แก่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, มูลนิธิโรงพยาบาลรามาธิบดีฯ, มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต, กรมกิจการเด็กและเยาวชน และกรมกิจการผู้สูงอายุ สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, รวมทั้งหน่วยงานทหาร 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 25) และสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า วัดดอนจั่น จังหวัดเชียงใหม่

โดยเจลแอลกอฮอล์ล้างมือเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ช่วยป้องกันในเบื้องต้น อเมริกันสแตนดาร์ดขอยกย่องและชื่นชมในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรด้านสาธารณสุขที่อยู่ด่านหน้าทุกท่านในการต่อสู้กับ COVID-19


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

คาลเท็กซ์ ฮาโวลีน โฉมใหม่ เพิ่มพลังแกร่ง ให้รถจักรยานยนต์ของคุณ บิดได้เต็มแรง

บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นคุณภาพระดับโลก คาลเท็กซ์ ฮาโวลีน แนะนำ ผลิตภัณฑ์ใหม่ น้ำมันเครื่องสำหรับรถจักรยานยนต์ มาตรฐาน API SN มาตรฐานสูงสุดของผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นในกลุ่มรถจักรยานยนต์ ได้แก่ น้ำมันเครื่องสำหรับรถจักรยานยนต์เกียร์ธรรมดา ฮาโวลีน ซูเปอร์ 4ที ฟูลลี่ ซินเธติก SAE 5W-40, ฮาโวลีน ซูเปอร์ 4ที เซมิ-ซินเธติก SAE 10W-30 และ ฮาโวลีน ซูเปอร์ 4ที เซมิ-ซินเธติก SAE 10W-40 และน้ำมันเครื่องสำหรับรถจักรยานยนต์เกียร์ออโตเมติก ฮาโวลีน ซูเปอร์เมติก 4ที เซมิ-ซินเธติก SAE 10W-30 และ ฮาโวลีน ซูเปอร์เมติก 4ที เซมิ-ซินเธติก SAE 10W-40 ที่ได้พัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ขึ้นใหม่โดยเฉพาะ ด้วย C.O.R.E + Technology ที่ช่วยให้เครื่องยนต์สะอาดยิ่งกว่าเดิม ลดคราบเขม่าสะสม เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มสมรรถนะ (Cleans and Protects) ต้านทานการเกิดออกซิเดชั่น รักษาความหนืดได้ดีขึ้น (Oxidation Stability) ทนทานต่อความร้อนได้ยาวนานมากขึ้น น้ำมันมีความเสถียรสูง ช่วยลดความเสียหายของเครื่องยนต์จากความร้อน (Reduces Engine Heat Damage) และเพิ่มอัตราเร่งได้ดีกว่าด้วย เทคโนโลยี ZOOMTECH ที่ช่วยปรับแรงเสียดทานให้เหมาะสมทำให้การจับคลัทช์ดีขึ้น มั่นใจในทุกสภาวะการขับขี่ พร้อมปรับเปลี่ยนดีไซน์และรูปลักษณ์บรรจุภัณฑ์โฉมใหม่ ทันสมัย ฉลากดูเด่นชัด เพื่อง่ายต่อการมองเห็น

เติมพลังแกร่ง เต็มแรงบิดด้วยนวัตกรรมสำหรับการปกป้องรถจักรยานยนต์ ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย กับผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นคาลเท็กซ์ ฮาโวลีน ได้ตั้งแต่วันนี้ ที่สถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ทั่วประเทศ ร้านตัวแทนจำหน่ายของคาลเท็กซ์ ร้าน Havoline bikePro และจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ที่Lazada และ Shopee หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมของผลิตภัณฑ์ได้ที่ โทร 02 081 4123 ติดตามข้อมูลข่าวสารพร้อมกิจกรรมดี ๆ จากคาลเท็กซ์ได้ที่ www.caltex.co.thwww.facebook.com/CaltexThailand, @Line iLoveCaltex


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ซัสโก้ มอบหน้ากากผ้าให้กรุงเทพมหานคร

นายภิมุข สิมะโรจน์ (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานกรรมการบริหาร และ นายมาวีร์ สิมะโรจน์ (ซ้ายสุด) รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) และคณะ นำหน้ากากผ้า จำนวนกว่า 2,000 ชิ้น มอบให้ นายสกลธี ภัททิยกุล (กลาง) รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาด สังกัดกรุงเทพมหานคร ได้ใช้ขณะปฏิบัติงานด้านสาธารณะประโยชน์ เป็นการป้องกันตนเองจากเชื้อ “โควิด-19” พร้อมกันนี้ นายพรชัย พรศิริโกศล ผู้จัดการ Turkish Airlines Global Lounge ได้ร่วมมอบหน้ากากเฟสชิลล์ (ที่ 2 จากขวา) ด้วย ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เมื่อเร็วๆ นี้


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

วาปีปทุม เจ๋งผุดนวัตกรรม “ตู้ต้านโควิด”

สส.กำชับเครือข่ายตำบลสุขภาวะเข้มมาตรการชุมชนป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด – 19 ทต.วาปีปทุม เจ๋งผุดนวัตกรรม “ตู้ต้านโควิด” ฆ่าเชื้อ ลดภาระหมอ-พยาบาล ด้านทต.ไทรย้อย ห่วงใย อสม.จัดซื้อเครื่องวัดอุณภูมิ-เจลแอลกกอฮอล์ อุปกรณ์ป้องกันตัวก่อนปฏิบัติงาน

น.ส.ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส.สนับสนุนท้องถิ่นดำเนินโครงการเฝ้าระวังโรคติดต่อและโรคอุบัติใหม่ โดยจัดสรรงบประมาณให้แก่ตำบลสุขภาวะ 54 แห่ง และเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)/คณะกรรมการพัฒนาตำบลอีก 424 ตำบล รวม 478 ตำบลเพื่อทำแนวทางเฝ้าระวัง ควบคุม และกำหนดมาตรการชุมชนป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด–19 พร้อมกำชับให้ภาคีเครือข่ายตำบลสุขภาวะทั้ง 2,979 ตำบล เข้มงวดมาตรการชุมชนด้วย ซึ่งหลายพื้นที่ตื่นตัวป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเทศบาลตำบล(ทต.) วาปีปทุม อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม พัฒนานวัตกรรม “ตู้ต้านโควิด” เป็นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมาช่วยแก้ปัญหาสังคม โดยใช้น้ำอิเล็กโทรไลซ์ ค่า PH 5.5-6.5 ชนิดกรดอ่อนใกล้เคียงกับสภาวะผิวหนังคน ไม่ทำให้กัดกร่อน ซึ่งเป็นกรดไฮโปคลอรัส ความเข้มข้น 20-30 PPm มีประสิทธิภาพฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ในกลุ่มแบคทีเรียและไวรัสได้มากกว่า 99% ทดแทนแอลกอฮอล์ ซึ่งเทศบาลได้ทำประดิษฐ์ตู้ต้านโควิค-19 ครั้งแรกจำนวน 3 ตู้

       “ทต.วาปีปทุม ให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการปฏิบัติตัวทั้งกลุ่มเสี่ยงและไม่เสี่ยงอย่างเข้มข้น และใช้ประโยชน์จากข้อมูลตำบล (TCNAP) ติดตั้ง “ตู้ต้านโควิด” ไว้ที่สถานนีขนส่ง 1 จุด ตลาดสด 1 จุด เทศบาล 1 จุด เพราะเป็นจุดเสี่ยงที่มีผู้คนเข้าออก ยากต่อการควบคุมและคัดกรอง สำหรับตู้ต้านโควิด เป็นการคัดกรองเบื้องต้น ช่วยลดภาระการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ มีการกำหนดจุดให้ผู้เดินทางมีระยะห่างทางสังคม ยืนตามจุดที่กำหนดห่างกัน 1 เมตร ล้างมือที่อ่างล้างมือก่อน เช็ดมือให้แห้ง ก่อนเข้าตู้ต้านโควิด -19 เพื่อฆ่าเชื้อโรค 10 วินาที/คน นอกจากนี้ยังทำอ่างล้างมือเคลื่อนที่ โดยใช้วัสดุอุปกรณ์จากขยะรีไซเคิลโดยนำมาดัดแปลงเป็นอ่างล้างมือเอนกประสงค์ เพื่อให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงล้างมือทำความสะอาดฆ่าเชื้อคลอบคลุมทุกพื้นที่”น.ส.ดวงพร กล่าว

        นายสมเกียรติ เกรียงไกรอนันต์ นายกเทศมนตรีตำบลไทรย้อย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ศูนย์ประสานงานลดโลกร้อน (ศปง.) ภายใต้การสนับสนุนของ สสส. กล่าวว่า ทางเทศบาลฯ ได้ประสานความร่วมมือกันทั้ง 4 องค์กรหลัก ทั้งเทศบาล กำนันผู้ใหญ่บ้าน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) และภาคประชาชน อย่างใกล้ชิด มีการประชุมรายงานสถานการณ์เป็นระยะ จนถึงวันนี้สถานการณ์ในพื้นที่ยังปกติ ประชาชนไม่ตื่นตระหนกเพราะทุกคนดูแลตัวเองเป็นอย่างดี มีการใช้เสียงตามสายไปยัง 17 หมู่บ้าน สร้างความรู้ความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้ที่เข้าสู่พื้นที่ต้องผ่านจุดคัดกรองที่ รพ.สต.ทั้ง 2 แห่ง ซึ่งกลไกที่ช่วยให้เทศบาลตำบลไทรย้อยทำงานอย่างมั่นใจคือมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)ที่เข้มแข็ง คอยออกตรวจ คัดกรองตามชุมชนต่างๆ โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางกลับมาจากกรุงเทพฯ และต่างประเทศ

        “ขณะนี้เทศบาลเร่งจัดซื้อเครื่องวัดอุณหภูมิแบบเลเซอร์ด้วยงบของเทศบาลเองให้ทั้ง 17 หมู่บ้าน พร้อมมอบเจลแอลกอฮอล์ จัดหาอุปกรณ์ทำหน้ากาก เพื่อให้ทีม อสม.ทำงานอย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ” นายสมเกียรติกล่าว


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ใส่หน้ากากอย่างไร ให้ถูกหลักอนามัย และปลอดภัยจากโควิด-19

ในช่วงเวลาที่ทั่วโลกเข้าสู่ภาวะวิกฤตจากการติดเชื้อโควิด-19( COVID -19 ) ถือเป็นโรคติดต่ออันตราย ซึ่งประชาชนทุกคนต่างต้องระมัดระวังตนเองเป็นอย่างมาก เพื่อป้องกันมิให้ได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย ทั้งทางเดินหายใจ หรือ จากการสัมผัสถูกสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย การป้องกันตนเองประกอบไปด้วยการล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่ หรือ แอลกอฮอล์เจล และการใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งในเวลานี้ประชาชนต่างดูแลตนเองอย่างระมัดระวัง แต่หากการป้องกันตัวเองแบบผิดวิธี นอกจากจะไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อได้แล้ว ยังส่งผลให้เกิดผลเสียข้างเคียงได้อีก บทความจากสมาคมโรคผิวหนังแห่งประเทศไทยนี้ จะแนะนำวิธีการใส่หน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี โดยไม่ให้เกิดผลข้างต่อผิวหนัง

หลักการใส่หน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธีคำนึงดังนี้

1.ความสะอาดของหน้ากากอนามัย  เนื่องจากหน้ากากอนามัยมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้เชื้อจากผู้ป่วยติดต่อสู่ผู้อื่น และยังป้องกันมิให้มีการรับเชื้อจากผู้ป่วยเข้าสู่ร่างกายเราเช่นกัน ดังนั้น หน้ากากอนามัยที่ดีจะต้องมีความสะอาด ได้มาตรฐาน สามารถป้องกันเชื้อโรคจากสารคัดหลั่งจากผู้ป่วยได้ การซื้อหน้ากากอนามัยจะต้องหาซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ถูกหลักการป้องกันโรค  และเมื่อมีการสัมผัสถูกสารคัดหลั่งจากผู้ป่วยแล้ว ไม่ควรนำกลับมาใช้อีก ควรเปลี่ยนเป็นอันใหม่ที่สะอาดเพื่อความปลอดภัย ทุกครั้งที่ทิ้งหน้ากากอนามัย ควรทิ้งในอุปกรณ์ที่ปิดมิดชิด เพื่อป้องกันผู้อื่นมาสัมผัสและได้รับเชื้อนั้นไป  การซักหน้ากากอนามัย ควรทราบว่าหน้ากากชนิดไหน ซักได้ หรือ ซักไม่ได้ เช่น หน้ากากที่ตัดเย็บมาจากผ้าสามารถนำมาซักได้ ควรใส่ วันต่อวัน ซักและตากแดดทุกวัน ต่างจากหน้ากากอนามัยที่เป็นหน้ากากทางการแพทย์ (Surgical mask ) การซักจะทำให้ความสามารถในการป้องกันเชื้อ ลดลงอย่างมาก ส่วนหน้ากากทางการแพทย์ชนิดอื่นเช่น N95 ยังแนะนำให้ใช้ในกรณีป้องกันเชื้อที่ติดต่อทางอากาศเท่านั้น ซึ่งจากข้อมูลขณะนี้โควิด-19 ยังเป็นเชื้อที่ติดต่อกันทางสารคัดหลั่งซึ่งหน้ากากอนามัยสามารถป้องกันได้

2.ใส่หน้ากากอย่างถูกต้อง : การใส่หน้าการจำเป็นต้องใส่ให้ถูกวิธี ถูกด้าน ถูกฝั่ง ดังรูปที่แสดง
หน้ากากอนามัยต้องปิดคลุมทั้งจมูกและปาก ครอบคลุมตั้งแต่สันจมูกคนถึงคาง เพื่อป้องกันสารคัดหลั่งติดสู่ผู้อื่น เวลาสวมหน้ากากสัมผัสแต่หูเกี่ยวเท่านั้น พยายามไม่สัมผัสถูกด้านในที่ติดกับจมูกและปาก นอกจากจะต้องใส่หน้ากากอนามัย ให้ถูกต้องแล้วยังต้องเลือกขนาดหน้ากากให้ถูกกับขนาดของหน้าผู้ใส่  การใส่หน้ากากอนามัยจะต้องไม่แน่นอึดอัดจนเกินไป  จนทำให้หายใจไม่สะดวกหรือเกิดรอยกดทับบนใบหน้า และจะต้องไม่หลวมจนหลุดออกจากจมูกทำให้การป้องกันไม่มีประสิทธิภาพ การใช้มือจับหน้ากากหรือขยับหน้ากากบนหน้าบ่อย ๆ ไม่เป็นการส่งผลดีต่อผู้ใส่ และยังทำให้ง่ายต่อการปนเปื้อนของเชื้อเข้าสู่ผู้ใส่เอง

3.ระยะเวลาของการใส่หน้ากาก ปกติแล้วเราไม่สามารถใส่หน้ากากอนามัยได้ตลอด 24 ชั่วโมง การใส่หน้ากากอนามัยเป็นเวลานาน ๆ อาจก่อให้เกิดอาการผื่นแพ้คัน จากการสัมผัสถูกเหงื่อ คราบสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ภายใต้หน้ากากอนามัยหรือผิวหนังที่ต้องอยู่ภายใต้ความร้อน ความอับชื้น อาจก่อให้เกิดสิวหรือการติดเชื้อของผิวหนังบริเวณที่ใส่หน้ากาก ดังนั้นหากไม่จำเป็นสมควรใส่หน้ากากอนามัยเฉพาะในช่วงเวลาที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเท่านั้น เช่น การเข้าใกล้ผู้ที่ติดเชื้อ หรือ เข้าไปในที่ชุมชนแออัด หรือที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก การล้างหน้าหรือเช็ดทำความสะอาดบริเวณที่สัมผัสหน้ากากเพื่อให้ผิวหนังสะอาดอยู่เสมอ อาจไม่ใช่ทางแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง เพราะการสัมผัสถูกน้ำ หรือ น้ำยาทำความสะอาดบ่อย ๆอาจเกิดผลเสียและระคายเคืองต่อผิวหนังบริเวณนั้นได้

ทางสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย มีความเป็นห่วงประชาชนที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งยังคงต้องเผชิญกันต่อไปอีก  การรับมือกับภาวะวิกฤตครั้งนี้ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนไทยและทั่วโลกทุกคน การป้องกันตัวเองอย่างมีสติจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก

โดย พญ.สุพิชญา ไทยวัฒน์


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

สมาคมแพทย์ผิวหนังฯ เปิดเว็บเพจและคลิปวิดีโอ ป้องกันโควิด-19

สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย เป็นสมาคมที่ส่งเสริมการประกอบวิชาชีพเวชกรรมทางด้านผิวหนังให้แพร่หลายกว้างขวางอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและให้การสนับสนุนส่งเสริมการวิจัยและเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน นี่คือความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ เราทุกคนมีส่วนช่วยสกัดกั้นการแพร่ระบาดของการติดเชื้อโควิด-19 ไม่ให้หนักหน่วงไปกว่านี้  จึงจัดทำคลิปวิดีโอรณรงค์การป้องกันโควิด-19 ประชาชนทั่วไป COVID-19 Fighting By DST

โดยคณะแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการบริหารสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย สามารถรับชมได้ที่ลิงค์ https://youtu.be/z3w2Rr6nfVw โรคผิวหนังที่ไม่เร่งด่วนสามารถดูแลตัวเองที่บ้าน หรือหากไม่แน่ใจ สอบถามที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ “ครบเครื่องเรื่องผิวหนัง” สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยhttps://www.facebook.com/allaboutskin.thaiderm456


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

หัวเว่ยเผยผลประกอบการประจำปี 2562

เซิ่นเจิ้น ประเทศจีน/ 31 มีนาคม 2563 – หัวเว่ย เผยผลประกอบการประจำปี 2562 ด้วยผลการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขายทั้งสิ้น 858.8 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 19.1% จากปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิแตะ 62.7 พันล้านหยวน พร้อมเงินสดจากการดำเนินงานสูงถึง 91.4 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 22.4% จากปีก่อนหน้า ในฐานะส่วนหนึ่งของแผนการลงทุนด้านนวัตกรรมและการวิจัยเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องในระยะยาว หัวเว่ยใช้เงินลงทุน 15.3% ของรายได้ตลอดปี 2562 หรือ 131.7พันล้านหยวน ในด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) โดยงบด้าน R&D ที่ลงทุนไปแล้วในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานั้นมากกว่า 600 พันล้านหยวน

“ปี 2562 เป็นปีที่พิเศษสำหรับหัวเว่ย” มร. อีริค สวี ประธานบริษัท หมุนเวียนตามวาระ ของหัวเว่ย กล่าว “แม้จะมีแรงกดดันมหาศาลจากภายนอก ทีมของเราก็ยังก้าวต่อไปข้างหน้าด้วยเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวคือเพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้าของเรา เราทำงานกันอย่างหนักเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากลูกค้า และจากพันธมิตรทั่วโลก ธุรกิจของเรายังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง”

ในปี 2562 ธุรกิจโทรคมนาคมของหัวเว่ยเป็นผู้นำในการติดตั้งเครือข่าย 5G เชิงพาณิชย์ และเพื่อให้เกิดความแพร่หลายของการใช้งานเชิงพาณิชย์และส่งเสริมนวัตกรรมใหม่ ๆ จากการใช้ 5G บริษัทได้ก่อตั้งศูนย์นวัตกรรมความร่วมมือด้าน 5G ร่วมกับผู้ประกอบการด้านโทรคมนาคมทั่วโลก โซลูชันสถานีฐาน RuralStar ของหัวเว่ย สามารถแก้ปัญหาการครอบคลุมของสัญญาณในพื้นที่ห่างไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีการใช้งานในกว่า 50 ประเทศ ช่วยให้ประชากรในถิ่นทุรกันดารกว่า 40 ล้านคนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้จากโทรศัพท์มือถือ ในปี 2562 รายได้จากการขายในกลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมของหัวเว่ยพุ่งสูงถึง 296.7 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 3.8% จากปีก่อนหน้า

ธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ของหัวเว่ยยังคงสนับสนุนการทรานสฟอร์มด้านดิจิทัลของลูกค้าในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไปพร้อมกับการช่วยวางรากฐานสำหรับโลกดิจิทัล ทั่วโลกมีเมืองกว่า 700 แห่ง และบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ชั้นนำ 228 รายในทำเนียบ Fortune Global 500 ได้เลือกหัวเว่ยเป็นพันธมิตรในการทรานสฟอร์มด้านดิจิทัลขององค์กร ในปี 2562 หัวเว่ยได้ประกาศกลยุทธ์คอมพิวติ้ง ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมหน้าดินสำหรับการปลูกเมล็ดพันธ์แห่งโลกอัจฉริยะให้เติบโต ภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าว บริษัทได้เปิดตัว Ascend 910 โปรเซสเซอร์ AI ที่เร็วที่สุดในโลก และคลัสเตอร์สำหรับการเทรน AI ชื่อ Atlas 900 ในปี 2562 รายได้ยอดขายของกลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ของหัวเว่ยแตะ 89.7 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 8.6% จากปีก่อนหน้า

ในส่วนธุรกิจคอนซูเมอร์ หัวเว่ยยังคงเห็นการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ด้วยยอดส่งมอบสมาร์ทโฟนทั้งสิ้น 240 ล้านเครื่องตลอดปี บริษัทได้รายงานความก้าวหน้าต่อเนื่องของการพัฒนาอีโคซิสเต็มชีวิต AI แบบไร้รอยต่อ (Seamless AI Life) ครอบคลุมทุกสถานการณ์การใช้งานและอุปกรณ์ รวมทั้งคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล แท็บเล็ต อุปกรณ์สวมใส่ และสมาร์ทสกรีนต่าง ๆ ในปี 2562 รายได้ยอดขายจากธุรกิจคอนซูเมอร์พุ่งสูงแตะ 467.3 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 34% จากปีก่อนหน้า

“ในอนาคตข้างหน้า ปัจจัยภายนอกจะมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นไปอีก” มร. อีริค สวี กล่าวเตือน “เราต้องพัฒนาความได้เปรียบของผลิตภัณฑ์และบริการของเราให้ล้ำไปข้างหน้า ส่งเสริมนวัตกรรมแบบเปิด และสร้างคุณค่าให้ลูกค้าและสังคมโดยรวมของเราให้มากยิ่งขึ้น นี่เป็นเหตุผลเดียวที่เราจะฉวยโอกาสแห่งประวัติศาสตร์ครั้งนี้ อันเกิดขึ้นจากการทรานสฟอร์มสู่ดิจิทัลและความเป็นอัจฉริยะของอุตสาหกรรมต่าง ๆ และรักษาการเติบโตอันแข็งแกร่งนี้ไว้ในระยะยาว”

งบการเงินในรายงานประจำปี 2562 ได้รับการตรวจสอบโดย KPMG ซึ่งเป็นบริษัทด้านการบัญชีรายใหญ่ระดับบิ๊กโฟร์ (Big Four) หากต้องการดาวน์โหลดรายงานประจำปี 2562 โปรดคลิกที่ www.huawei.com/en/press-events/annual-report/2019


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

OfficeMateFreeDelivery สนับสนุน Social Distancing พร้อมเคียงข้างเพื่อนในยามที่ห่างออฟฟิศ

‘OfficeMate’ ชื่อของเราประกอบไปด้วย ‘Office’ และ ‘Mate’
เราอยู่คู่กับธุรกิจไทยมา 25 ปี ตั้งใจเป็น ‘เพื่อน’ ที่ไว้ใจได้เสมอของทุก ‘ออฟฟิศ’
ในทุกช่วงเวลาและทุกสถานการณ์ แม้ในช่วงวิกฤตการณ์โควิด-19
ที่ ‘เพื่อนๆ ของเรา’ ห่างจาก ‘ออฟฟิศ’
#คุณห่างออฟฟิศแต่ออฟฟิศเมทขอเคียงข้างคุณ

ออฟฟิศเมทขออาสาเคียงข้างทุกธุรกิจสู้วิกฤตการณ์ไวรัสโควิด-19 พร้อมสนับสนุน Social Distancing ด้วยโซลูชั่น #OfficeMateDelivery ส่งฟรีถึงบ้าน* แบบไม่มีขั้นต่ำการสั่งซื้อ ระหว่างวันที่ 23 มี.ค. 63 – 12 เม.ย. 63 (ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด) ให้ทุกคน Work From Home ได้อย่างสบายใจ ขาดเหลืออะไรก็ไม่ต้องกังวล…เพราะเราพร้อมส่งสินค้าที่จำเป็นสำหรับการทำงานและการอยู่ติดบ้านอย่างปลอดภัยและมีความสุข โดยที่ลูกค้าไม่ต้องเสี่ยงเดินทาง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 

ให้คุณหนีโควิด…ไปพิชิตงานที่บ้าน!!! ด้วยไอเท็มที่ต้องเตรียมให้ครบ เพื่อ “Work From Home” ให้เวิร์คและมีประสิทธิภาพ ออฟฟิศเมทมีครบและครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้า ทั้งเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะและเก้าอี้สำหรับเซตมุมทำงาน อุปกรณ์ไอที โน้ตบุค ปริ้นเตอร์ หมึกพิมพ์ เม้าส์ ปลั๊กไฟ Wireless Router, External Harddisk หูฟังพร้อมไมค์ และไอทีแกดเจ็ทอื่นๆ ให้พร้อมทั้งทำงานและประชุมออนไลน์ อีกทั้งยังมีเครื่องเขียนเครื่องใช้ต่างๆ เช่น กระดาษ สมุด ปากกา แฟ้ม เครื่องเย็บ ซองเอกสาร และสินค้าจำเป็นอื่นๆ แบบครบชนิด

ให้คุณ “สุขติดบ้าน” ด้วยของกินของใช้มากมาย ที่ช่วยให้ลูกค้าอยู่บ้านอย่างมีความสุขและปลอดภัย (Safe at Home) ตามคอนเซ็ปต์ “ทำงานที่ไหนก็ได้…แต่ห้องจะหิวไม่ได้!!!”
•  ของกิน: น้ำดื่ม น้ำผลไม้ น้ำชง ชากาแฟ โกโก้ นม เครื่องดื่มสมุนไพร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และขนมขนบเคี้ยว ลูกอม และช็อกโacกแลต
•  ของใช้: เครื่องชงกาแฟ เครื่องปั่น หม้อหุงข้าว เครื่องปิ้งขนมปัง อุปกรณ์ทำความสะอาด น้ำยาฆ่าเชื้อ กระดาษทิชชู่ และอื่นๆ อีกมากมาย


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

สสส. หนุน “ทต.พุเตย” ผนึกกำลังทุกหน่วยงาน ตั้งศูนย์ “โควิด-19” บล็อกไม่ให้โควิด-19 เข้าสู่ชุมชน เคร่งครัดสวมหน้ากาก ล้างมือ กักตัว 14 วัน

นางจินตนา ทองใจสด นายกเทศมนตรีตำบลพุเตย อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ 1 ใน 55 ศูนย์จัดการเครือข่ายสุขภาวะชุมชน (ศจค.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สำนักงานกองทุนสนับสุนการสร้างเสริมสขภาพ (สสส.) กล่าวถึงแผนรับมือกับโควิด-19 ในพื้นที่ว่า หลังทราบถึงการแพร่ระบาดเกี่ยวกับโควิด-19 ก็เริ่มประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านรับรู้ เพื่อสร้างความเข้าใจ และป้องกันตัวเองในเบื้องต้น เมื่อเริ่มเห็นตัวเลขผู้ป่วยเพิ่มขึ้น จึงตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังการระบาดไวรัส โควิด-19 เพื่อเตรียมรับมือ โดยศูนย์เฝ้าระวังฯดังกล่าว เป็นการทำงานร่วมกันของเทศบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) อสม. กรรมการชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และตำรวจ โดยมีศูนย์เฝ้าระวังฯ ทำหน้าที่เป็นศูนย์อำนวยการวางแผน ติดตาม การเฝ้าระวังการระบาด จัดทำแผนปฏิบัติการ ใช้สื่อประชาสัมพันธ์รณรงค์เพื่อให้เกิดการตระหนักและเข้าใจ เช่น ใช้เสียงตามสายเน้นย้ำวันละ 3 เวลา สื่อแผ่นพับแจกชาวบ้าน ใช้การสื่อสารผ่านสื่อโซเชียล อย่าง FB และ Line จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ในพื้นที่เพื่อให้ชาวบ้านเข้าใจยิ่งขึ้น

“เราจะมีการประชุมสรุปรายงานผลทุกวัน ผ่านการสื่อสารทางไลน์กลุ่มของคณะทำงาน แบ่งงานกันทำตามบทบาทหน้าที่ เทศบาลจะเป็นจุดอำนวยการ วางแผนการทำงาน ขณะเดียวกัน รพ.สต. และ อสม. จะลงพื้นที่ให้ความรู้ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการชุมชน และชาวช้านจะช่วยกันเฝ้าระวังในพื้นที่ของตัวเอง ถ้ามีใครเข้ามาในหมู่บ้านก็จะต้องแจ้งหรือรายงานให้ผู้ใหญ่บ้านทราบก่อนเลย” นางจินตนา กล่าว

นางจินตนา กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่ในการดูแลของเทศบาลตำบลพุเตย มีทั้งหมด 9 ชุมชน 6 หมู่บ้าน ประชากรรวม 7,800 คน แต่มีคนที่อยู่ในพื้นที่จริงประมาณ 3,000 คน ที่เหลือก็ออกไปทำงานนอกพื้นที่ จากการเฝ้าระวังที่ผ่านมา ยังไม่พบผู้ป่วยไวรัสโควิด-19 แต่มีเคสที่ต้องเฝ้าระวังและกักตัวไว้ 14 วัน แบ่งเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มที่กลับมาจากต่างประเทศ คือ ประเทศสหรัฐอเมริกา แอฟริกาใต้ เกาหลี และ ญี่ปุ่น 7 ราย ซึ่งพ้นกำหนดการกักตัว 14 วันไปแล้ว 5 ราย ยังคงเหลืออีก 2 รายที่ต้องเฝ้าระวังต่อ ส่วนอีกกลุ่มเป็นผู้ที่เดินทางกลับมาจากกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ข้อมูล ณ วันที่ 22 มีนาคม 2563 มีจำนวน 67 ราย ขณะนี้ยังต้องกักตัวเอง 14 วัน เพื่อเฝ้าดูอาการ และทุกวันก็จะมี อสม. รพ.สต. กำนัน และ ผู้ใหญ่บ้าน ลงไปตรวจเยี่ยมวัดไข้

“การกักตัวและเฝ้าดูอาการทำทั้งการแยกห้อง ใส่หน้ากาก แยกจาน ชาม ทานอาหารแยกกับครอบครัว และถ้าเป็นไปได้ก็ให้อยู่เฉพาะในห้องตัวเอง ซึ่งทุกคนก็ให้ความร่วมมือ เพราะที่ผ่านมาเคยมีกรณีไม่ให้ความร่วมมือ เจ้าหน้าที่ก็ลงพื้นที่และนำตำรวจลงไปช่วยเจรจา ทำความเข้าใจ ตอนนี้ชาวบ้านและผู้นำชุมชน ช่วยกันเฝ้าระวัง ไม่ออกนอกบ้านโดยไม่จำเป็น หากไปซื้อของในตลาดสด ถ้าใครไม่สวมหน้ากากอนามัย แม่ค้าจะไม่ขายของให้ ชาวบ้านที่นี่จึงสวมหน้ากาก และ หมั่นล้างมือ เพราะ เขากลัวกัน ส่วนสภาพในหมู่บ้านตอนนี้ เงียบ ทุกคนพยายามอยู่ในบ้าน ระมัดระวัง เพราะกลัว เขาก็ปฏิบัติตัวกันอย่างเคร่งครัด ทั้งคณะกรรมการหมู่บ้าน หมอ อสม.ทำงานหนักมาก แต่ก็ช่วยกันทุกคน เพื่อให้ผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปให้ด้วยกัน.”นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลพุเตย กล่าว


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

INEX ชวนคุณช็อปอยู่บ้านรับส่วนลด 15 เปอร์เซ็นต์ กับสินค้าสำหรับนักประดิษฐ์และเมกเกอร์ทุกระดับ

INEX ตอบรับมาตรการ “อยู่บ้านเพื่อชาติ” จัดโปรโมชั่นพิเศษพร้อมงานสัปดาห์หนังสือออนไลน์ มอบส่วนลด 15% ทุกสินค้าแบบไม่มีเงื่อนไข ตั้งแต่ 25 มีนาคม ถึง 2 เมษายน 2563

อาจเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับนักประดิษฐ์ที่มีความจำเป็นต้องอยู่กับบ้านในช่วงกักตัว หรือต้องทำงานที่บ้านเนื่องจากการประกาศ พรก. ฉุกเฉิน

ดังนั้นเรามาเปลี่ยนวิกฤตครั้งนี้ให้เป็นโอกาส เสริมสร้างทักษะกับสิ่งประดิษฐ์ชิ้นใหม่ ไปกับสื่อการเรียนรู้ทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ ไมโครคอนโทรลเลอร์ และหุ่นยนต์ กับส่วนลด 15% เพียงกรอกรหัสคูปองส่วนลด bf2020 ในหน้าตะกร้าสินค้าที่ www.inex.co.th เท่านั้น


 

Exit mobile version