Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

EXIM Bank ผนึกกำลังเครือข่ายพันธมิตร ร่วมยกระดับมาตรฐาน SMEsไทยในทุกมิติ ในงาน “The Exporter Forum”

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ EXIM Bank ร่วมกับกลุ่มเครือข่ายพันธมิตร
ทางธุรกิจทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จัดงานสัมมนา “The Exporter Forum” ขึ้น ระหว่างวันที่ 5-7 สิงหาคม 2563 ณ ห้องประชุมศูนย์ EXAC ชั้น L อาคารเอ็กซิม กรุงเทพฯ เพื่อเป็นการยกระดับพร้อมทั้งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยการแบ่งปันประสบการณ์ในด้านการบริหารธุรกิจเพื่อการส่งออกจากผู้บริหารในบริษัทชั้นนำระดับประเทศ บริการให้คำปรึกษาด้านธุรกิจอย่างครบวงจร และการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานสัมมนาผ่านโครงการต่อยอดต่างๆ เช่น การพัฒนาประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยี การสร้างแบรนด์ด้วยอัตลักษณ์ไทย และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาดต่างประเทศ

คุณพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) กล่าวว่า “ สำหรับ “งานสัมมนา “The Exporter Forum” EXIM Bank เรามีแนวคิดในการจัดงานนี้ขึ้นเพื่อที่จะช่วยยกระดับ พัฒนา และเพิ่มขีดความสามารถผู้ส่งออกของไทย ให้เติบโตขึ้นและสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน ผ่านการจัดงานสัมมนาให้ความรู้ แนวคิด และคําปรึกษาในการพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจในทุกมิติ พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดโอกาสในการส่งออกให้เติบโตโดยการเชื่อมโยงหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ และเอกชน

โดยในงาน “The Exporter Forum” นี้จะประกอบไปด้วยการสัมมนาและร่วมรับฟังมุมคิดผ่านประสบการณ์ของผู้บริหารบริษัทชั้นนำของเมืองไทย ที่จะมาร่วมพูดคุย เปิดมุมมองและชี้ทางรอดสำหรับธุรกิจส่งออกไทย โดยให้ความรู้และคําปรึกษาในด้านการพัฒนาธุรกิจเพื่อการส่งออก เรียนรู้เทคนิกการบริหารธุรกิจเพื่อการส่งออกในโลกธุรกิจยุคใหม่ การยกระดับและพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจในการเผชิญกับความท้าทายของโลกธุรกิจยุคใหม่ในทุกมิติ ซึ่งผู้ประกอบการฯ ที่เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ จะได้ทราบถึงศักยภาพของธุรกิจในการส่งออกและได้รับคำแนะนำในการปรับปรุงประสิทธิภาพในการบริหารในแต่ละด้าน อาทิ ด้านการเงิน การตลาด การวางกลยุทธ์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และช่วยส่งเสริมให้เกิดโอกาสในการส่งออกให้เติบโตโดยการเชื่อมโยงหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ธุรกิจส่งออกของไทยมีความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปได้ครับ ”

งานสัมมนา “The Exporter Forum” นี้ คุณพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยได้รับเกียรติจาก คุณกัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย, คุณชาติชาย พานิชชีวะ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คุณสนั่น อังอุบลกุล รองประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และคุณอรไท เล็กสกุลชัย นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ มาร่วมพิธีเปิดครั้งนี้


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

พรีไซซ ผุดไอเดียอัจฉริยะ “PEMS” ช่วยลดพลังงานไฟฟ้าด้วยระบบบริหารจัดการพลังงาน

สายธุรกิจ Power Distribution and Energy Management ในเครือบริษัท พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRECISE ผู้นำด้านการพัฒนาไฟฟ้าและพลังงานอย่างครบวงจร ภายใต้คุณธรรมและความเป็นมืออาชีพ โชว์ไอเดียแนวคิดใหม่ที่ช่วยลดการใช้พลังงานลงได้จริงด้วยระบบบริหารจัดการพลังงานที่ออกแบบและวางแผนให้เข้ากับปริมาณการใช้พลังงานจริงที่มี ซึ่งทำให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและจุดเด่นที่ช่วยให้ผู้ที่ติดตั้งได้รับประโยชน์คือการประหยัดต้นทุนการใช้พลังงานงานอย่างยั่งยืนในทันที

นายวิทูร เจียมจิตต์ตรง ประธานกรรมการ บริษัท พรีไซซ อีเลคตริค แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (PEM) เปิดเผยว่า “พรีไซซได้พัฒนาระบบบริหารจัดการพลังงานภายใต้แพลตฟอร์มที่มีชื่อ “PEMS” (Professional Energy Management System) ที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของพรีไซซเท่านั้น โดยถือว่าเป็นเครื่องมือสำหรับการจัดการบริหารพลังงานให้ทุกองค์กรที่ใช้พลังงานจำนวนมากและมีความต้องการลดการใช้พลังงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การติดตั้งระบบจะเริ่มต้นด้วยการเข้าไปตรวจสอบ ออกแบบ และวางแผนควบคุมการใช้พลังงานทั้งระบบ ด้วยระบบการวัดที่สามารถวัดพลังงานไฟฟ้าแบบ Real time ผ่านระบบการเชื่อมต่อเครื่องตรวจวัดข้อมูลแบบไร้สาย Wi-Fi, 3G/4G PEMS จะใช้ระบบสัญญาณของเครือข่าย AIS ซึ่งมีความเสถียรเป็นเครือข่ายไร้สายความเร็วสูง เชื่อมโยงกับระบบเครือข่าย Cloud Server ของ Huawei จึงมั่นใจได้ว่ามีความปลอดภัยและสามารถให้บริการได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดปัญหาหรือการขัดข้องทางเทคนิค เนื่องจาก Huawei เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับโลกในด้านนี้ ในระบบนี้ลูกค้าไม่จำเป็นต้องมีการลงทุนเพิ่มในด้านการเก็บข้อมูลแบบด้วย Server ของตนเอง และมีความสะดวกในการติดตั้งและลดความยุ่งยากในการเดินสายเชื่อมต่อระบบต่างๆของการตรวจวัดพลังงาน เหมาะสมกับผู้ประกอบการทุกธุรกิจที่ต้องการลดต้นทุนการใช้พลังงานไฟฟ้าทุกธุรกิจ”

โปรแกรมบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะของพรีไซซ หรือ “PEMS” (Professional Energy Management System) นั้นสามารถบริหารการใช้ทำให้ลดต้นทุนการใช้พลังงานไฟฟ้าได้มากถึง 10-15% สามารถวางแผนลดต้นทุนด้านพลังงานในระยะยาวได้ถึง 50% ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมากกว่า 20% โดยระบบสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทันที ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านระบบการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ซึ่งระบบ PEMS นี้จะเป็นตัวช่วยในการวิเคราะห์การใช้พลังงานไฟฟ้า ,น้ำมันเตา , อากาศอัด และน้ำ ซึ่งครอบคลุมทุกพลังงานที่ต้องการลดการใช้งาน โดยระบบจะแสดงแนวโน้มและรายงานต่างๆ ซึ่งออกแบบสำหรับการตรวจวัด ติดตามและวิเคราะห์การใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง และยังสามารถออกรายงานการจัดการพลังงานได้ตามแบบฟอร์มของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.)ได้อย่างง่ายดาย มีความแม่นยำสูง และถูกต้อง ทั้งยังอำนวยความสะดวกต่อผู้ปฏิบัติงานที่ไม่ต้องเดินจดข้อมูล ลดปัญหาเกิดจากความผิดพลาดของคน (Human Error) สามารถรวบรวมข้อมูลต่างๆได้ทันทีที่ต้องการ ลดเวลาการทำงาน ระบบ PEMS จะประกอบด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ร่วมกันทำงาน ได้แก่ ระบบการตรวจวัดด้วยเครื่อง Digital Power Meter แบบ Din Rail และการตรวจวัดกระแสไฟฟ้า ด้วยเทคโนโลยี Rogowski coil จึงทำให้ลดขั้นตอนของการดับไฟในบางจุดได้เป็นอย่างดีในขั้นตอนการติดตั้ง Digital Power Meter จึงทำให้สามารถใช้ไฟในสถานประกอบการได้อย่างต่อเนื่อง และยังรองรับการเชื่อมต่อกับ Green Technology รูปแบบต่างๆ อาทิ Solar Rooftop , สถานีรถพลังงานไฟฟ้าและพลังงานทดแทนอื่นๆได้ในอนาคต ปัจจุบันระบบ PEMS ได้ทำการติดตั้งให้กับบริษัทในเครือและลูกค้า สามารถดูข้อมูลการใช้ค่าพลังงานได้จาก Dashboard ตลอดเวลา มีความสะดวกสบายไม่จำเป็นต้องลงพื้นที่หน้างาน สามารถเข้าดูข้อมูลได้ทุกที่ทั่วโลก อีกทั้งตอนนี้ยังมีลูกค้าติดต่อเข้ามาโดยตรงเพื่อทำการติดตั้งระบบ PEMS ไม่ต่ำกว่า 500 จุด

“ผมมองว่าในระยะยาวในอนาคตอันใกล้นี้ทุกธุรกิจทั่วโลกจะต้องมีการแผนปรับงบประมาณรายจ่ายต่างๆในองค์กรมากขึ้น โดยใช้จ่ายแค่สิ่งที่จำเป็นมากยิ่งขึ้น หรือต้องประหยัดมากขึ้น ซึ่งอาจเกิดจากทั้งสภาพภูมิอากาศโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในหลายปีนี้และการใช้พลังงานอย่างไม่สมดุลของเราเอง รวมทั้งเรื่องของเศรษฐกิจของโลกที่อาจจะต้องชะลอตัวลง เราได้ประสบการณ์จากเหตุการณ์ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ โควิด-19 ที่ระบาดไปทั่วโลกแล้ว ไวรัสนี้สร้างผลกระทบต่อหลายธุรกิจและสุขภาพของมนุษย์ทำให้ทุกส่วนมีผลกระทบ ทำให้หลายธุรกิจจำเป็นต้องทบทวนค่าใช้จ่ายให้สามารถผ่านวิกฤตการณ์นี้ไปให้ได้ พรีไซซมีแนวคิดส่งเสริมการช่วยลดพลังงานแบบยั่งยืน โดยการจำหน่ายสินค้าที่มีแนวทางในการช่วยลดและประหยัดพลังงานในทางที่ดีที่สุดและเหมาะกับทุกธุรกิจและทุกภาคส่วน อย่างไรก็ตามเมื่อ PEMS ถูกนำมาประกอบรวมเข้าเป็นระบบที่ใหญ่ขึ้น ผ่านการเชื่อมต่อข้อมูลการสื่อสารถึงกัน และมีการควบคุมการทำงานร่วมกันก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของ โครงข่าย Total Customer Solution ที่พรีไซซ มีเป้าหมายอันจะนำไปสู่การเป็นผู้นำการลดพลังงานอย่างยั่งยืน และสร้างการเพิ่มปริมาณการใช้พลังงานหมุนเวียนให้ได้มากที่สุด

เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงานในภาพรวมที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งเราคือบริษัทเดียวที่สามารถตอบสนองความต้องการทุกส่วนของอุปกรณ์ได้ครบและยังมีบุคลากรที่เชี่ยวชาญในด้านต่างๆของพรีไซซที่พร้อมให้คำปรึกษาและเรายังเตรียมเปิดตัวโครงข่าย Total Customer Solution ของพรีไซซที่สมบูรณ์ครบและจบในระบบเดียว ที่จะเกิดขึ้นมาในอนาคตได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ” นายวิทูรกล่าวปิดท้าย

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ พรีไซซ สามารถชมสินค้าและนวัตกรรมการลดพลังงานอัจฉริยะ หรือดูรายละเอียดได้ที่ https://preciseproducts.in.th/ และ Line Official ID : @preciseproducts หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. (+66) 02-584-2367 และ (+66)63 -227-2871


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

“อนันดาฯ” จับมือ “The 1” ผนึกกำลังเพื่อมอบสิทธิพิเศษใช้คะแนน The 1 รับสิทธิ์เป็นเจ้าของคอนโดฯ

บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN ผู้นำแห่งวงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับคนเมือง ครองตำแหน่งผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า ตอกย้ำความเป็นผู้นำในการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มุ่งเน้นตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองในทุกมิติ ล่าสุดจับมือ “The 1” ผู้นำดิจิทัลไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มในประเทศไทย เพื่อมอบสิทธิพิเศษในการใช้คะแนน The 1 รับสิทธิ์เป็นเจ้าของคอนโดมิเนียม จาก 10 โครงการ ภายใต้แบรนด์คุณภาพ “ไอดีโอ” และ “ไอดีโอ โมบิ” ผ่านแคมเปญ “Ideo Mobi x Ideo Super Point” ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของวงการอสังหาริมทรัพย์ ที่มอบประสบการณ์สุดพิเศษเช่นนี้โดยลูกค้าสามารถใช้คะแนน The 1 เพียง 3,000 คะแนน แทนเงินจอง 3,000 บาท พร้อมสิทธิในการรับเพิ่มคะแนน The 1 เพิ่มเติมสูงสุดกว่า 80,000 คะแนน หลังจองโครงการฯ สำเร็จ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมนี้ เป็นต้นไป นอกจากนี้ ยังเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้ายุคดิจิทัลด้วยแพลตฟอร์ม P2M Store (Store.prop2morrow.com) ที่มาพร้อมบริการเสริมที่คุ้มค่ามากมาย

คุณมณีรัตน์ ธนัชญ์เศรษฐ์ กรรมการผู้จัดการ ไอดีโอ/ ไอดีโอ โมบิ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเข้าร่วมแคมเปญดังกล่าวถือว่าเป็นก้าวสำคัญของอนันดาฯ ในการขยายฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งและเพิ่มขึ้น ซึ่งอนันดาฯ เป็นผู้พัฒนาอสังหาฯ รายแรกของประเทศไทยที่ร่วมกับ “The 1” ในการมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าเช่นนี้ ผ่าน แคมเปญ “Ideo Mobi x Ideo Super Point” ที่ลูกค้าเพียงใช้คะแนน The 1 จำนวน 3,000 คะแนน แทนเงินจอง 3,000 บาท และยังรับสิทธิในการรับคะแนน The 1 เพิ่มสูงสุด 80,000 คะแนน หลังจองโครงการฯ สำเร็จ โดยอนันดาฯ ต้องการนำเสนอโปรโมชั่นให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า รวมถึงการบริการในสิทธิพิเศษต่างๆ ที่จะทำให้ลูกค้าได้รับประโยชน์และความสะดวกสบาย การให้คะแนน The 1 เพิ่มในกรณีที่จองสิทธิ์ซื้อห้องชุดคอนโดมิเนียมจาก 10 โครงการของ อนันดา ฯ ในราคาพิเศษ จะช่วยให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงและมีที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภค ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสและต่อยอดทางธุรกิจที่ดีให้กับองค์กร เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มุ่งเน้นตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองในทุกมิติ

โดยนำร่อง 10 โครงการคุณภาพ บนทำเลศักยภาพสูง ติดรถไฟฟ้า ที่นำมาร่วมแคมเปญ คือ ไอดีโอ รัชดา – สุทธิสาร , ไอดีโอ พระราม 9 ตัดใหม่ , ไอดีโอ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์ , ไอดีโอ สาทร วงเวียนใหญ่ , ไอดีโอ พระราม 9 – อโศก , ไอดีโอ จุฬา – สามย่าน , ไอดีโอ สุขุมวิท – พระราม 4 , ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท 66 , ไอดีโอ โมบิ รางน้ำ และ ไอดีโอ โมบิ อโศก นอกจากนี้โครงการยังให้พ้อยท์สะสมเพิ่มสำหรับลูกค้าในกรณีที่จองและทำสัญญาทันที 10,000 พ้อยท์* และรับเพิ่มอีก 70,000 พ้อยท์ ในวันโอนกรรมสิทธิ์* (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

ด้าน คุณระวี พัวพรพงษ์ – Head of The 1 Business ผู้บริหารจาก The 1 ผู้นำดิจิทัลไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวถึงการผนึกกำลังครั้งนี้ว่า “จากความตั้งใจของ The 1 ที่มุ่งมั่นมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับสมาชิก เราได้ร่วมมือกับพันธมิตร ผ่านการสร้างเครือข่ายพันธมิตร ใน Ecosystem (The 1 Ecosystem) ที่ประกอบด้วยพันธมิตรทั้งในและนอกกลุ่มเซ็นทรัล ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค รวมถึงธุรกิจเพื่อการอยู่อาศัย ซึ่งการร่วมมือกับอนันดาฯ ที่เป็นผู้พัฒนาอสังหาฯ ชั้นนำของประเทศไทยในครั้งนี้ ก็เป็นโอกาสที่ดีที่นำมาซึ่งสิทธิพิเศษอันยอดเยี่ยมที่พร้อมมอบให้สมาชิกของ The 1 เท่านั้น”

โดยการร่วมมือกันในครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นจากการร่วมมือกันทั้ง 3 ฝ่าย ได้แก่ The 1 อนันดาฯ และพร็อพทูมอร์โรว์ฯ ผู้ประกอบธุรกิจ ที่ปรึกษาด้านการตลาดและสื่อด้านอสังหาริมทรัพย์ สื่อออนไลน์ภายใต้ชื่อ www.prop2morrow.com ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ชื่อ “P2M Store” (Store.prop2morrow.com) ที่เป็นเสมือนแหล่งช้อปปิ้งแห่งใหม่ของผู้ที่สนใจที่อยู่อาศัย โดยรวบรวมโครงการดีลราคาพิเศษ และโปรโมชั่นที่คุ้มค่า พร้อมทั้งเพิ่มความสะดวกในการเลือกซื้อคอนโดฯ ให้กับลูกค้า

คุณกรณ์กวินท์ พีระเดชไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท พร็อพทูมอร์โรว์ จำกัด กล่าวว่า “เรียกว่าการร่วมมือกันในครั้งนี้เป็นกลยุทธ์แบบ Win-Win-Win คือ Win ทั้งในแง่เชิงธุรกิจของทั้ง The 1 และอนันดาฯ ในการมอบสิทธิพิเศษ และเพิ่ม Customer Value ให้กับลูกค้า รวมถึงสมาชิกและลูกค้าทุกท่านที่จะได้รับประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ดียิ่งขึ้นด้วย”


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

Metro Connect ร่วมกับ HPE และ Cohesity ขยายตลาด Data Management Solutions สู่พันธมิตรทางธุรกิจ

คุณจิระศักดิ์ ตรังคิณีนาถ (ที่สองจากซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมโทรคอนเนค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ คุณสุรชัย อรรถมงคลชัย (ที่สามจากซ้าย) ผู้จัดการประจำประเทศไทย กลุ่มธุรกิจไฮบริดไอที บริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) และคุณวัชรสิทธิ์ สันติสุขนิรันดร์ (ที่สี่จากซ้าย) ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท Cohesity ร่วมกันจัดงาน “HPE and Cohesity Open House” เพื่อแนะนำ “Data Platform Management Solution” ให้บริษัทคู่ค้าเพื่อนำไปต่อยอดการทำธุกิจ โดยจัดขึ้นในวันที่ 24 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ที่โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท

โดยวิทยากรในงาน คุณทรงพล แสงมาศ (ที่หนึ่งจากซ้าย) HPE Storage Lead บริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) และคุณณัฐพล พลประเสริฐกุล วิทยากรจาก บริษัท เมโทรคอนเนค จำกัด ร่วมบรรยายและอัพเดตโซลูชันการสำรองข้อมูล Backup Storage, File Sharing & Object และ Development and Testing จาก HPE และ Cohesity ที่นอกจากจะสามารถใช้งานได้อย่างง่ายดายและคุ้มค่าในแพลทฟอร์มเดียวแล้ว ก็ยังสามารถเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจของลูกค้าดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ บริษัท เมโทรคอนเนค จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ HPE และ COHESITY อย่างเป็นทางการ ได้รับความไว้วางใจจาก HPE และ Cohesity ให้เป็นส่วนหนึ่งในการขยายตลาดสู่บริษัทคู่ค้า เพื่อตอบสนองความต้องการทางด้านการจัดการข้อมูลต่างๆ รวมไปถึงช่วยเหลือและส่งต่อความรู้ความชำนาญให้แก่บริษัทคู่ค้าเพื่อพัฒนาและต่อยอดโซลูชันที่ตอบโจทย์กับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน

สนใจข้อมูลเพิ่มเติม https://www.metroconnect.co.th/products/hpe-hardware/


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

โครงการรับรองมาตรฐานวิชาชีพของหัวเว่ย เสริมแกร่งระบบนิเวศด้านบุคลากรไอซีทีในเอเชียแปซิฟิก

โครงการรับรองมาตรฐานวิชาชีพของหัวเว่ยเสริมแกร่งระบบนิเวศด้านบุคลากรไอซีทีในเอเชียแปซิฟิกบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เผยแผนระยะยาวเพื่อลดช่องว่างด้านบุคลากรไอซีที เร่งทุกภาคส่วนทำงานร่วมกันในงานประชุม Huawei Asia Pacific ICT Talent Forum 2020

กรุงเทพฯ/ 4 สิงหาคม 2563 – หัวเว่ย เทคโนโลยี่ จัดงานประชุม Huawei Asia Pacific ICT Talent Forum 2020 สำรวจเทรนด์แรงงานด้านไอซีทีและกลยุทธ์การพัฒนาบุคลากรในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ในงานประชุมออนไลน์ดังกล่าวซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน

หัวเว่ยได้ประกาศแผนระยะยาวในการพัฒนาระบบนิเวศด้านบุคลากรไอซีทีที่ครบรอบด้าน พร้อมโครงการรับรองมาตรฐานวิชาชีพใหม่เพื่อพัฒนาระบบนิเวศด้านบุคลากรไอซีที ปูทางสู่การทรานสฟอร์มด้านดิจิทัลอย่างยั่งยืน

งานสัมมนาได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมและศาสตราจารย์ด้านไอทีมาร่วมพูดคุยถึงความต้องการแรงงานทักษะสูงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยังได้นำเสนอแผนดำเนินงานที่จะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานด้านไอซีทีในภูมิภาคได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย

ในงานยังได้ประกาศเปิดโครงการ Huawei Asia Pacific ICT Certification ให้แก่นักศึกษาหรือผู้ทำงานในสาขาไอซีทีที่เคยเข้าร่วมหรือสนใจเข้าร่วมโครงการหัวเว่ย ไอซีที อะแคเดมี่ (Huawei ICT Academy) โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2563 ผู้เข้าร่วมโครงการที่สอบผ่านโดยใช้เวลาที่น้อยที่สุดจะได้รับรางวัลตามลำดับเวลาที่ทำได้

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เทคโนโลยีได้พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเราได้เห็นความสำเร็จในการคิดค้นเทคโนโลยีมากมายที่เข้ามาเปลี่ยนโลกของเรา “รากฐานของอุตสาหกรรมไอซีทียุคใหม่ในปัจจุบันประกอบด้วยคลาวด์คอมพิวติ้ง บิ๊กดาต้า อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ และปัญญาประดิษฐ์” นายไมเคิล แมคโดนัลด์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและที่ปรึกษาผู้บริหารของหัวเว่ย เอเชีย แปซิฟิก เผยในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์เรื่องการสร้างอีโคซิสเต็มด้านไอซีทีที่รอบด้าน

การใช้เทคโนโลยีขั้นสูงที่มีความแพร่หลายมากขึ้นทำให้ทักษะด้านไอทีพื้นฐานไม่เพียงพออีกต่อไป “องค์กรทั้งหลายเริ่มปรับเปลี่ยนคุณสมบัติที่พึงประสงค์ของพนักงาน ภูมิทัศน์ไอซีทีโฉมใหม่จะทำให้ตลาดขาดแรงงานที่มีทักษะขั้นสูงราว 5 ล้านคน เราตั้งเป้าที่จะพัฒนาแรงงานไอซีทีให้ได้ 2 ล้านคนในอีก 5 ปีข้างหน้า เพื่อป้อนแรงงานที่มีทักษะซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการเข้าสู่ตลาด ในปี 2563 เราจะตั้งโครงการ Huawei ICT Academy อีกกว่า 200 แห่ง ตลอดจนฝึกอบรมและออกใบรับรองมาตรฐานวิชาชีพให้แก่นักศึกษาและพนักงานกว่า 10,000 คนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกระบบนิเวศบุคลากรด้านไอซีทีเป็นกลยุทธ์ระยะยาวของหัวเว่ย และเราจะทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยและพันธมิตรด้านการฝึกอบรมของหัวเว่ย (HALP – Huawei Authorized Learning Partner) ในแต่ละประเทศ เพื่อช่วยเสริมทักษะวิชาชีพให้แก่นักศึกษาและคนที่ทำงานด้านไอซีที”
นายไมเคิล กล่าว

ในฐานะผู้ให้บริการโซลูชันไอซีทีชั้นนำระดับโลก หัวเว่ยมุ่งมั่นที่จะสร้างอีโคซิสเต็มด้านบุคลากรไอซีทีที่ครอบคลุมรอบด้าน ซึ่งจะช่วยให้ห่วงโซ่อุตสาหกรรมเติบโตไปได้อย่างต่อเนื่อง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาปัญหาการขาดแคลนแรงงานทักษะสูงกลายมาเป็นความท้าทายของหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่อุตสาหกรรมไอซีทีมีการเติบโตเร็วที่สุดในโลก ในขณะที่เทคโนโลยีใหม่ ๆ อาทิ AI และ 5G
มีการใช้งานแพร่หลายมากขึ้น ภูมิภาคนี้จำเป็นต้องทำงานร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อกำหนดมาตรฐานที่ช่วยจับคู่บุคลากรกับโอกาสในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในยุคดิจิทัล

เพื่อรับมือกับความท้าทายนี้ หัวเว่ยได้สร้างระบบนิเวศด้านบุคลากร เพื่อสนับสนุนการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพเข้าสู่อุตสาหกรรมไอซีทีอันสอดคล้องกับกลยุทธ์การบ่มเพาะบุคลากรของบริษัท ระบบนิเวศนี้ประกอบไปด้วยกิจกรรมหลัก 3 โครงการด้วยกัน คือ ประกาศนียบัตรมาตรฐานวิชาชีพของหัวเว่ย (Huawei Certification), โครงการหัวเว่ย ไอซีที อะแคเดมี่ (Huawei ICT Academy) และการแข่งขัน Huawei ICT Competition

ประกาศนียบัตรมาตรฐานวิชาชีพของหัวเว่ย (Huawei Certification) ซึ่งเป็นประกาศนียบัตรมาตรฐานด้านบุคลากรที่ครอบคลุมการสอบรับรองความรู้ถึง 100 หัวข้อ และสาขาเทคนิค 22 สาขา ที่ผ่านมาได้ออกใบรับรองนักศึกษาและพนักงานด้านไอซีทีไปแล้วกว่า 260,000 คน รวมถึง 19,000 คนในเอเชียแปซิฟิก โครงการ Huawei ICT Academy ซึ่งเปิดตัวในปี 2556 ได้จับมือกับสถาบันการศึกษาระดับสูงกว่า 900 แห่ง เพื่อเปิดคอร์สการสอนและฝึกอบรมด้านไอซีทีให้แก่นักศึกษากว่า 45,000 คนในแต่ละปี ปัจจุบัน หัวเว่ยได้จัดตั้งโครงการความร่วมมือไอซีทีอะแคเดมี่ ไปแล้ว 103 แห่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หัวเว่ยยังได้เริ่มจัดการแข่งขันด้านไอซีทีในปี 2558 เพื่อส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรผ่านการแข่งขันวัดความรู้ในระดับนานาชาติ “การแข่งขันจะช่วยให้นักศึกษาได้รับการยอมรับและมีโอกาสได้ทำงานที่มีคุณค่าในองค์กรชั้นนำ” มร. ไมเคิล กล่าว

ตลาดไอซีทีในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว หัวเว่ยได้ประกาศการทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายสิบแห่งเพื่อตั้งโครงการหัวเว่ย อะแคเดมี่ ในประเทศไทย การแข่งขัน Huawei ICT Competition ครั้งแรกในประเทศไทย จัดขึ้นเมื่อปี 2561 มีนักศึกษาจากทั่วประเทศเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 2,000 คน ทีมผู้ชนะระดับประเทศจำนวน 3 คน ได้รับโอกาสเป็นตัวแทนประเทศในเวทีการแข่งขันระดับโลกที่เซินเจิ้น ประเทศจีน

หัวเว่ยมุ่งมั่นแสวงหาวิธีใหม่ ๆ ในการบ่มเพาะบุคลากรด้านไอซีทีอยู่เสมอ พร้อมสนับสนุนรัฐบาลในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีทีด้วยเป้าหมายสูงสุดในการเติมเต็มช่องว่างระหว่างความต้องการจากองค์กรและการจัดหาบุคลากรด้านไอซีทีของมหาวิทยาลัย หัวเว่ยมุ่งหวังที่จะช่วยหลากหลายประเทศในเอเชียแปซิฟิก วางรากฐานไอซีทีที่แข็งแกร่งมั่นคงเพื่อรองรับอนาคตที่จะมาถึง


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

พีเอ็มจีผนึกพันธมิตรสร้าง 100 ผู้ประกอบการใหม่

ชี้ช่องรวย ภายใต้บริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด นำโดย คุณณรินณ์ทิพ วิริยะบัณฑิตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จับมือพันธมิตร ดร.เพชรมณี ดาวเวียง รองผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอี สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) พร้อมด้วย คุณเจียม สาทสุทธิ ผู้ตรวจการ การยาสูบแห่งประเทศไทย และ ผู้บริหารจาก บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด คุณปภาดา ศิริวริศธารา ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ คุณนุชรัตน์ พรพุทธษา ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ด้านธุรกิจแฟรนไชส์ ร่วมมอบอาชีพให้แก่ 100 ผู้โชคดีที่ได้รับการคัดเลือกใน “โครงการชี้ช่องรวยมอบอาชีพ สร้างชีวิต สู้โควิด19” เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยบรรเทาปัญหาภาวะว่างงานและขาดรายได้ของประชาชนทั่วไปที่ประสบปัญหาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้ 100 ผู้ประกอบการรายใหม่ที่ได้รับมอบอาชีพดังกล่าว ยังได้รับการอบรมความรู้พื้นฐานในการทำธุรกิจเบื้องต้นเพื่อนำไปใช้ในการประกอบอาชีพสร้างรายได้ต่อไป


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ออฟฟิศเมท ฉลอง 25 ปี มอบความประหยัดขั้นสุด กับแคมเปญ “Infinite Saving” ยิ่งซื้อยิ่งถูก ลดระเบิดแบบ Nonstop!

ออฟฟิศเมท ฉลองครบรอบ 25 ปี จัดเต็มโปรโมชั่นมอบความประหยัดขั้นสุด ให้คนทำธุรกิจแฮปปี้สุดขีด กับแคมเปญ “Infinite Saving” ยิ่งซื้อยิ่งถูก  ลดระเบิดแบบ Nonstop!   การันตีถูกชัวร์ ประหยัดทุกวัน ตลอดเดือนสิงหาคม 2563 นี้

• #ออฟฟิศเมทการันตี ถูกชัวร์ ประหยัดยาวยันสิ้นปี
1 ส.ค. 63 – 31 ธ.ค. 63 ออฟฟิศเมทเคียงข้างคุณ #สู้เศรษฐกิจ ปรับราคาสินค้าพื้นฐานที่ธุรกิจจำเป็นต้องใช้กว่า 300 รายการ ให้ “ถูกลง” ช่วยคุณประหยัดต้นทุน ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้า ทั้งอุปกรณ์สำนักงาน กระดาษถ่ายเอกสาร เครื่องคิดเลข ปลั๊กไฟ ไอที เฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์แพ็คกิ้งสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และอุปกรณ์นิรภัยในโรงงาน ให้คุณช้อปได้มั่นใจ ฟาดราคานี้ ชิ้นไหนก็ถูก เพียงสังเกตสัญลักษณ์ #ออฟฟิศเมทการันตี

• คุ้มสุดขีด! สินค้าราคาพิเศษตลอดเดือนสิงหาคม 2563
พบกับ Best Deal “สินค้าดี ราคาโดน” ลดสูงสุด 80% อาทิ เฟอร์นิเจอร์ Home Office ช้อปเก้าอี้สำนักงาน Furradec รุ่นที่ร่วมรายการ 1 ตัว แถมฟรี โต๊ะทำงาน 1 ตัว, ช้อปเก้าอี้บาร์อเนกประสงค์ Furradec รุ่นที่รุ่วมรายการ แถมฟรี อีก 1, และสินค้าอุปกรณ์สำนักงานที่ขนขบวนมาลดจัดเต็มอีกเพียบ! นอกจากนี้ยังมี “สินค้าดี ราคาเดียว”   ให้คุณช้อปไอเทมโปรดในราคา 88 บาท 888 บาท 1,988 บาท 2,888 บาท และ 3,888 บาท มีให้เลือกสรรทั้งซองเอกสาร กระดาษทิชชู่ ไส้เครื่องฟอกอากาศ MI โต๊ะทำงาน และเก้าอี้ผู้บริหาร

เอาใจขาช้อปจัดหนักกับ Buy More Save More “ซื้อมาก ได้มากกว่า” ยิ่งซื้อเยอะ ยิ่งลดเยอะ ยิ่งประหยัด อาทิ เครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชั่น + ผงหมึก HP รับส่วนลด 500 บาท, ผงหมึก Brother รุ่นที่ร่วมรายการ รับส่วนลด 300 บาท เมื่อช้อปครบ 3 กล่อง/ใบเสร็จ*, ปลั๊กไฟ neo 4 ช่อง ซื้อ 2 ชิ้น ลด 150 บาท, กรรไกร one ซื้อ 2 ชิ้น ลด 50% และสินค้าอื่นๆ ที่จัดเต็มความประหยัดยกแพ็ค

พิเศษสุด!!! ถูกได้อีก ประหยัดได้อีก!!! ช้อปครบ 1,000 บาท ขึ้นไป/ใบเสร็จ* รับคูปองส่วนลด จากแบรนด์ชั้นนำกว่า 40 แบรนด์ ใช้ช้อปครั้งถัดไปแบบไม่มีอะไรกั้น ตลอดเดือนสิงหาคม 2563     อาทิ คูปองจากแบรนด์ Epson, Brother, HP, Panasonic, MI, Neo, Double A, Shih-Tzu, one, Pentel, Max, Elephant, Furradec, Nestle และ Scott เป็นต้น ใช้เป็นส่วนลดได้ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด

• Save เงินสด #สู้เศรษฐกิจ
ออฟฟิศเมทให้คุณช้อปสบายกระเป๋า ผ่อนสบายใจ ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน หรือเลือกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 35,000 บาท เมื่อชำระเต็มจำนวนกับบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ อาทิ บัตรเครดิต  Central The1, SCB, KBank, KTC และ  Krungsri  (ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด) และสำหรับลูกค้าองค์กร ออฟฟิศเมทยินดีมอบสิทธิพิเศษทางการเงิน “เครดิตเทอมนาน 30 วัน*” ให้คุณช้อปสินค้าไปใช้ก่อน จ่ายเงินทีหลัง

ช้อปสบายๆ ได้ทุกช่องทางการขาย ทั้งที่ร้านออฟฟิศเมท และ ออฟฟิศเมท พลัส ทุกสาขา ช่องทางออนไลน์ officemate.co.th, Mobile App, Chat & Shop ที่Line: @OfficeMate และ Contact Center 1281 ออฟฟิศเมทบริการส่งฟรีถึงออฟฟิศ/บ้าน* เพียงช้อปครบ 499 บาท (ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด)


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

อัลทิมาไลฟ์ เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี AI สุดอัจฉริยะ “ธิมา เลขาอัจฉริยะ

อัลทิมาไลฟ์ เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี AI สุดอัจฉริยะ “ธิมา เลขาอัจฉริยะ” กระตุ้นธุรกิจการตลาดและการขายอย่างแท้จริง ผลิตโดยฝีมือคนไทย เพื่อให้สมาชิกชาวอัลทิมาไลฟ์ได้ใช้ระบบที่ทันสมัยที่สุดก่อนใคร

นายธานัท จารุฤทธิไกร ผู้บริหารฝ่ายการตลาดบริษัท อัลทิมาไลฟ์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯได้เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆโดยใช้ระบบ AI สุดอัจฉริยะ “ธิมา เลขาอัจฉริยะ” โดยฝีมือคนไทย โดย “ธิมา” จะเป็นเทคโนโลยีทางการตลาดและการขายสินค้า สามารถทลายกำแพงทางด้านภาษาและทำให้การขายสินค้า สามารถเชื่อมต่อกันได้ใกล้ตัวมากยิ่งขึ้น โดยที่คุณไม่ต้องออกคำสั่ง แต่ “ธิมา” อัจฉริยะถึงขนาดที่ว่าเธอจะทักลูกค้าของคุณไปเอง ส่วนแนวความคิดในการประดิษฐ์ “ธิมา” ขึ้นมาเพราะต้องการนำธุรกิจให้กลายเป็นระดับ Global และขยายตลาดไปสู่ระดับโลก เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนทั่วโลกให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

“ธิมา” จะเป็นเสมือนเลขาอัจฉริยะประจำตัวที่ไม่เพียงแค่รายงานราคาทองคำ ราคาน้ำมันหรือแม้กระทั่งสีเสื้อมงคล แต่รวมไปถึงการติดตามสมาชิก หากคุณมีสายงานที่ต้องการติดตาม ซึ่งจุดนี้ทำให้การประสานงานต่าง ๆ ง่ายมากยิ่งขึ้นไม่ว่าสมาชิกจะอยู่ประเทศอะไร เป็นคนเชื้อชาติไหน โดยระบบนี้เปิดใช้บริการแล้วกับสมาชิกอัลติมาไลฟ์ เพื่อเป็นสื่อกลางในการเรียนรู้ ทั้งข้อมูลของบริษัทและข้อมูลสินค้า มากไปกว่านั้น “ธิมา” ยังสามารถคำนวนการสั่งสินค้าและบอกเตือนข้อมูลการรับประทานอาหารเสริมเพื่อสุขภาพได้อย่างถูกต้อง รวมไปถึงเตือนความจำวันสำคัญต่าง ๆ ในกลุ่มสมาชิกซึ่ง “ธิมา”เปรียบเสมือนเป็นเพื่อนที่สามารถพูดคุยในเรื่องราวต่าง ๆได้อย่างครบครัน

สำหรับระบบ AI หรือ Artificial Intelligence เป็นระบบคอมพิวเตอร์มีความสามารถคล้ายมนุษย์ หรือเลียนแบบพฤติกรรมมนุษย์ มีความฉลาดที่จะสามารถคิดและวิเคราะห์ รวมไปถึงการแยกแยะวิธีการจัดการในหลาย ๆ เรื่อง เปรียบเสมือนเลขาที่รู้เรื่องทุกอย่าง โดยมีฐานข้อมูลทุกอย่างบันทึกไว้ที่ AI และยังเป็นกลไกของกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความคิดมนุษย์ เช่น การตัดสินใจ การแก้ปัญหา การเรียนรู้ ที่ช่วยในการหาคำตอบ และเป็นระบบที่สามารถส่งต่อได้อย่างง่ายดาย ก้าวผ่านข้อจำกัดต่าง ๆ ในการทำธุรกิจ ประหยัดเวลาในการเรียนรู้ระบบ โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยขับเคลื่อน การทำงานภายใต้ธุรกิจเครือข่ายอัลทิมา ไลฟ์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายธานัทกล่าวทิ้งท้ายว่า ในอนาคต“ธิมา” จะสามารถโต้ตอบได้อีกหลายภาษา เพื่อรองรับการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ ทลายกำแพงภาษาและทำให้การทำธุรกิจง่ายและทรงประสิทธิภาพมากขึ้น


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

Kaidee เผยตัวเลขการใช้งานครึ่งปีแรก 2563 เติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ

กรุงเทพ: Kaidee แหล่งซื้อ-ขายของออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย เปิดเผยตัวเลขการใช้งานครึ่งปีแรก 2563 ที่มีผู้เข้ามาใช้บริการถึง 13 ล้านคน หรือกว่า 139 ล้านครั้ง โดยมีสินค้าปิดการขายได้มากกว่า 6 แสน 3 หมื่นรายการประกาศ ผ่านแพลตฟอร์ม Kaidee หรือนับโดยเฉลี่ยคือทุกๆ 25 วินาทีจะมีสินค้าขายได้หนึ่งชิ้

โดยหมวดหมู่หลักที่มีผู้ใช้งานสูงสุด 5 อันดับแรกใน Kaidee ประกอบไปด้วย
1. รถมือสอง มีการใช้งานกว่า 23 ล้านครั้ง
2. มอเตอร์ไซค์ มีการใช้งานกว่า 14 ล้านครั้ง
3. อสังหาริมทรัพย์ มีการใช้งานกว่า 10 ล้านครั้ง
4. มือถือ แท็บเล็ต มีการใช้งานกว่า 9 ล้านครั้ง
5. พระเครื่อง มีการใช้งานกว่า 9 ล้านครั้ง

และ 10 คำค้นหายอดฮิตจากผู้ใช้งาน Kaidee ในปีที่ผ่านมาได้แก่
1. รถ/รถยนต์
2. บ้าน/บ้านเช่า
3. หน้ากากอนามัย
4. Apple Watch
5. ตู้เย็น
6. ที่ดิน
7. แมว
8. iPad
9. BMW
10. PCX

ซึ่งแนวโน้มการใช้งาน Kaidee ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเศรษฐกิจซบเซาจากสถานการณ์ Covid-19 ที่คนไทยมีความต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายด้วยการเปลี่ยนสิ่งของที่ไม่ได้ใช้รอบตัวให้กลายเป็นเงิน รวมถึงการหารายได้เสริมในการขายสินค้าออนไลน์
และเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มให้ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น Kaidee จึงมีการขยายทีมงานอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ที่สนใจร่วมงานสามารถดูรายละเอียดตำแหน่งงานเพิ่มเติมได้ที่ Team.Kaidee.com


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มจพ. พร้อมตรวจประเมินหลักสูตรนำร่อง ABET Mock Visit โดยผู้ทรงคุณวุฒิจาก ATPAC

รองศาสตราจารย์ ดร.สุเมธ อ่ำชิต ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการและประกันคุณภาพการศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 3-4 สิงหาคม 2563 เวลา 08.30 – 14.00 น. จะมีการตรวจรายงานการศึกษาตนเอง และพิจารณาความพร้อมของหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นหลักสูตรนำร่อง ภายใต้บันทึกความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือกับกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม โดยมีวัตถุประสงค์ของความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนให้สถาบันอุดมศึกษาไทยได้รับการรับรองจาก Accreditation Board for Engineering and Technology (ABET) ซึ่งเป็นมาตรฐานหลักสูตรทางด้านวิชาชีพวิศวกรรมศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก

ทั้งนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ได้ประสานงานเพื่อเชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาคมวิชาชีพไทยในอเมริกาและแคนาดา (Association of Thailand Professionals in America and Canada : ATPAC) เป็น Mock Program Evaluator (MPEV) ในการตรวจรายงานการศึกษาตนเอง และพิจารณาความพร้อมของหลักสูตรนำร่องดังกล่าว ผ่านทางระบบวีดิทัศน์ทางไกล และที่ห้องประชุมราชพฤกษ์ มจพ. ซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย

1. Professor Dr. Methi Wecharatana
John A. Reif, Jr. Department of Civil & Environmental Engineering
New Jersey Institute of Technology (NJIT)

2. Associate Professor Dr. Vira Chankong
Departments of Computer and Data Sciences, and Electrical, Computer, and Systems Engineering
Case Western Reserve University (CWRU)

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) มุ่งส่งเสริมให้หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษาจาก Accreditation Board for Engineering and Technology (ABET) สหรัฐอเมริกา ซึ่งการผ่านมาตรฐานดังกล่าวจะเป็นการยกระดับคุณภาพหลักสูตรทางวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยให้ทัดเทียมกับนานาชาติ

ขวัญฤทัย ข่าว-ภาพ


 

Exit mobile version