Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

“พรีไซซ” เปิดบ้านต้อนรับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค PEA เยี่ยมชมขั้นตอนการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้า

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2563 สายธุรกิจ Power Distribution and Energy Management ในเครือบริษัท พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRECISE ผู้นำด้านการพัฒนาไฟฟ้าและพลังงานอย่างครบวงจรภายใต้คุณธรรมและความเป็นมืออาชีพ จากประสบการณ์การขายหม้อแปลงไฟฟ้าให้แก่หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนและการส่งออกไปยังต่างประเทศมานานนับกว่า 37 ปี

พรีไซซให้การต้อนรับคณะผู้บริหารและพนักงาน กองหม้อแปลงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA เข้าเยี่ยมชมศึกษาดูงานขั้นตอนการผลิตและการบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้าของพรีไซซ ณ บริษัท พรีไซซ อีเลคตริค แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (PEM) ต.บ้านใหม่ อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวิชาการและเพิ่มทักษะในการบำรุงรักษาให้มีความสอดคล้องกันระหว่างบริษัทผู้ผลิตกับผู้ใช้งานได้อย่างถูกต้อง

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ พรีไซซ
สามารถชมสินค้าและนวัตกรรมการลดพลังงานอัจฉริยะ หรือดูรายละเอียดได้ที่
https://preciseproducts.in.th/ และ Line Official ID : @preciseproducts หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร.
(+66) 02-584-2367 และ (+66)63 -227-2871


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

กฟผ. ขอเชิญนิสิต นักศึกษา ส่งผลงานร่วมประกวด “นวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ด้านพลังงานไฟฟ้า เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ” ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท

กฟผ. ขอเชิญนิสิต นักศึกษา ส่งผลงานร่วมประกวด “นวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ด้านพลังงานไฟฟ้า เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ” ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ขอเชิญชวนน้องๆ ในระดับอุดมศึกษา และอาชีวศึกษา ร่วมประกวดนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ด้านพลังงานไฟฟ้า ในโครงการ “Digiwar นักประดิษฐ์ พิชิตโควิดเพื่อชุมชน ปี 2”

โดยมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาโครงงาน ผลิตภัณฑ์ กระบวนการที่จะช่วยสร้างมูลค่าให้สินค้า เพื่อฟื้นฟูพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน หลังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และเป็นการฝึกทักษะนักประดิษฐ์ การค้นคว้า วิจัย รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ แก่เยาวชนในระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษา เป็นไปตามแนวคิดของ กฟผ. ในการส่งเสริมเยาวชนให้มีความคิดสร้างสรรค์ และสร้างพลังคิดเพื่อขับเคลื่อนสังคมต่อไปในอนาคต

วิธีการสมัคร
• ข้อมูลรายละเอียดโครงการ : bit.ly/2DWLNBt
• ดาวน์โหลดแบบฟอร์มเอกสารการสมัคร : bit.ly/2PJ17Es

กำหนดการรับสมัคร
• ส่งผลงานและใบสมัครทางไปรษณีย์ ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2563 (ถือตราประทับไปรษณีย์เป็นสำคัญ)
• ประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบ 10 ทีมสุดท้าย วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2563
• สิ้นสุดการประกวดรางวัง Popular Vote ในเพจโครงการฯ วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน 2563 * รางวัล Popular Vote ตัดสินจากยอดไลค์ของแต่ละทีมในเพจโครงการฯ
• รอบชิงชนะ จัดขึ้นผ่านระบบ Fcaebook Live ในวันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2563

รางวัลสำหรับการประกวด
• รางวัลชนะเลิศ 50,000 บาท
• รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง 30,000 บาท
• รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง 15,000 บาท
• รางวัลชมเชย 5,000 บาท
• พิเศษสุดๆ ! รางวัล Popular Vote 5,000 บาท ตัดสินจากจํานวนยอด Like ในเพจโครงการเท่านั้น !!

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อทีมงานผ่าน Inbox เพจ Digiwar นักประดิษฐ์ พิชิตโควิด เพื่อชุมชน ปี 2 www.facebook.com/egatdigiwar


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

Street art workshop

Street art workshop
วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2563, 13.00-17.00
วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2563, 13.00-17.00

สตรีทอาร์ทเวิร์คช็อป โดย ASIN (https://www.instagram.com/asinacids) ศิลปินที่มีคาแลคเตอร์เป็นเอกลักษณ์ ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี เวิร์คช็อปครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้การสร้างคาแลคเตอร์ของตัวเอง ออกแบบและร่างแบบสำหรับงานพ่นจริง เรียนรู้เทคนิคการใช้สีและหัวสเปรย์ รับจำนวนจำกัด ครั้งละ 5 คนเท่านั้น

ค่าใช้จ่ายรวมอุปกรณ์สำหรับคลาสแล้ว (อุปกรณ์วาดเขียน สีสเปรย์ หน้ากากกันฝุ่นละออง)
– คนละ 1,500 บาท
– มาเป็นคู่ 2,800 บาท

*หากผู้เข้าร่วมมีสีสเปรย์ หัวสเปรย์ หรือมีข้อสงสัยสามารถมาแลกเปลี่ยนความรู้กับศิลปินได้เลยค่ะ

สมัครได้ทาง LINE ID : midnicegallery / หรือ Email : midnicegallery@gmail.com


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผู้นำธุรกิจการจัดแสดงสินค้าระดับนานาชาติ จับมือบริษัทชั้นนำด้านเครื่องจักรจัดทัพเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดล้ำ ในงานอินเตอร์แมค 2020

ภาคอุตสาหกรรมการผลิตไทย ยกเครื่องกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิม สู่ยุคโรบอทดิจิทัล มั่นใจตลาดฟื้นหลังสิ้นสุดวิกฤติโควิด-19 อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผู้นำธุรกิจการจัดแสดงสินค้าและกิจกรรมสำหรับเจรจาธุรกิจ ระดับนานาชาติ จับมือบริษัทชั้นนำด้านเครื่องจักรจัดทัพเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดล้ำ ในงานอินเตอร์แมค 2020 ระหว่างวันที่ 23-26 กันยายนนี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

นายกัมปนาท ตันพิทักษ์สิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรบอท ซิสเต็ม จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมของไทยมีการตื่นตัวในการพัฒนาและปรับตัวสู่การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดยเฉพาะหุ่นยนต์ หรือ โรโบติกส์ และInternet of Things (IOTs) มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการผลิตแบบเดิม ๆ ในยุคดิจิทัล(Disruption’ Digital) เพื่อทดแทนปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และยิ่งไปกว่านั้นกับการเกิดวิกฤติของโรคอุบัติใหม่ โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบกับทุกประเทศทั่วโลก จึงเป็นตัวเร่งทำให้ผู้ประกอบการไทย ปรับทัศนคติในการพัฒนากระบวนการผลิตในแบบเร่งด่วนเพื่อฝ่าฟันธุรกิจให้อยู่รอดและเดินหน้าไปได้ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก เพื่อแก้ปัญหาใหญ่ที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน หากการผลิตในวันนี้ ยังคงพึ่งพาแรงงานมนุษย์

“ผลกระทบจากวิกฤติโควิด ครั้งนี้พบกว่า กลุ่มบริษัทที่ยังไม่เคยคิดตัดสินใจ หรือ อยู่ในระดับให้ความสนใจ พบว่าทั้งสองกลุ่มนี้มีความตื่นตัวมากขึ้น เริ่มศึกษาความเป็นไปได้ เพื่อลดการพึ่งพาแรงงานมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารและยา เครื่องดื่ม อุตสาหกรรมการเกษตร โลจิสติกส์ เป็นต้น เป็นกลุ่มที่มีความตื่นตัวมากที่สุด ซึ่งช่วงเวลานี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการปรับกระบวนการผลิตไปสู่การใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรม อาทิ หุ่นยนต์ IOTs และนวัตกรรมอื่น ๆ เพื่อการอยู่รอดของธุรกิจ โดยขณะนี้ไม่เพียงแต่บริษัทใหญ่ ๆ ที่หันมาสนใจในเทคโนโลยี โรโบติกส์ และการใช้หุ่นยนต์ทดแทนในสายการผลิตต่าง ๆ บริษัทขนาดกลางและขนาดย่อมก็เกิดการตื่นตัวในการใช้หุ่นยนต์ AI เพื่อทดแทนแรงงานมนุษย์ที่มีข้อจำกัดและกำลังขาดแคลนในขณะนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้แม้คำสั่งซื้อหุ่นยนต์ได้ชะลอตัวไปช่วงหนึ่งจากผลกระทบของการระบาดของโรคโควิด แต่ขณะนี้ได้มีคำถามและความสนใจจากผู้ประกอบการจำนวนมากมายังบริษัทแสดงความสนใจและให้ความสำคัญที่จะศึกษาการปรับกระบวนการผลิตมาใช้หุ่นยนต์ แม้กระทั่งผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรายเล็ก ก็เริ่มพร้อมที่จะปรับตัวเพราะปัจจุบันราคาของหุ่นยนต์ก็ลดลงและสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น ผู้ประกอบจึงได้เตรียมพร้อมที่จะเดินหน้าปรับการผลิตสู่การใช้เทคโนโลยีและหุ่นยนต์ เพื่อให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดได้หากเกิดวิกฤตโรคระบาดหรือวิกฤตอื่น ๆ ในอนาคตที่ยากต่อการคาดเดา” นายกัมปนาทกล่าว

โดยในระหว่างที่รอการผลิตวัคซีนป้องกันโควิดหรือการเฝ้าระวังรอบใหม่ ผู้ประกอบการไทยได้เริ่มศึกษาการใช้หุ่นยนต์ในโรงงานอย่างจริงจังมากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารที่ต้องการลดการสัมผัสของมนุษย์ ปัจจุบันพบว่ากลุ่มผู้ผลิตเหล่านี้จะใช้เวลาช่วง 4-5 เดือน ก่อนสิ้นปีงบประมาณ 2563 ในการศึกษาหาข้อมูลที่เหมาะสม ซึ่งอาจเกิดการลงทุนด้านเครื่องจักรที่รองรับการผลิตรูปแบบดิจิทัล ในปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพคล่องและสถานะการเงินของธุรกิจ ซึ่งรายใดสามารถลงทุนได้ก่อนก็จะได้เปรียบในการปรับตัวสู่อนาคตที่จำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานมนุษย์ให้น้อยลง จากการลดจำนวนของแรงงานในภาคอุตสาหกรรม ความต้องการความแม่นยำที่ผ่านการทำงานซ้ำๆ โดยมนุษย์ การลดการสัมผัสและการสูญเสียของวัตถุดิบ และลดเวลาการทำงานของแรงงาน และทดแทนแรงงานคนที่จำเป็นต้องมีการ reskill ไปทำงานด้านอื่นที่เหมาะสมและคุ้มค่ากว่าการใช้หุ่นยนต์ ซึ่งหากโรงงานได้มีการปรับกระบวนการผลิตก็ไม่ต้องกังวลกับวิกฤตอื่น ๆ ที่จะเกิดในอนาคต ฉะนั้นในช่วงนี้ถือเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการศึกษาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จะช่วยนำพาอุตสาหกรรมไปสู่อนาคตได้อย่างแท้จริง

สอดคล้องกับในช่วงวันที่ 23-26 กันยายนนี้ จะมีการจัดงานอินเตอร์แมค ที่เลื่อนจากกำหนดการเดิมคือ เดือนพฤษภาคม ก็จะมาเป็นช่วงเวลาดังกล่าวที่กำลังจะมาถึงนี้ นับได้ว่า เป็นจังหวะที่ดี ที่ผู้ผลิตจะได้มาชมความก้าวหน้าของเครื่องจักรและหุ่นยนต์ในรูปแบบต่างๆอย่างครบถ้วนที่สุด ภายในงาน จะมีการจัดแสดงหุ่นยนต์ที่มีการพัฒนาจนสามารถมีลูกตาอัจฉริยะเพื่อการมองเห็น ทั้งยังมีหุ่นยนต์ที่เพิ่มประสาทสัมผัสที่สามารถแยกแยะพื้นผิว ต่อยอดในการทำความสะอาดพื้นที่สแตนเลสหรือเงามัน หุ่นยนต์ 3D Printing gripper และ การแสดง VR simulator หรือห้องจำลองภาพเสมือนจริงให้ผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างหุ่นยนต์เพื่อใช้ในสายการผลิตของตนได้เห็นถึงการทำงานอย่างจำลอง ทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนสภาพงานแบบ Interactive ให้ลูกค้าสามารถปรับเปลี่ยนได้เองตามรูปแบบที่ต้องการ ซึ่งงานอินเตอร์แมค ครั้งนี้จะช่วยตอบโจทย์กับผู้ประกอบไทยที่ต้องการเรียนรู้และอัพเดทความก้าวหน้าของนวัตกรรมระดับโลกได้ โดยเฉพาะในปีนี้ที่มีการจัดแสดงทางอุตสาหกรรมน้อย แต่เทคโนโลยีไม่ได้หยุดนิ่ง มีการพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ มาตลอด หากผู้ประกอบการไม่มาเรียนรู้ก็จะไม่ได้ไอเดียไปพัฒนาธุรกิจ หากจะมัวแต่จะรอให้โควิดหมดไปก็จะไม่ทันคนอื่น ซึ่งผู้ประกอบการรู้ดีว่าใครลงมือก่อน ก็ย่อมคว้าโอกาสได้ก่อนเสมอ นายกัมปนาท กล่าวเสริม

ด้าน นายสมหวัง บุญรักษ์เจริญ ผู้อำนวยการ สถาบันไทย-เยอรมัน (TGI) กล่าวว่า จากที่อุตสาหกรรมของไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากยุค 2.0 และ 3.0 ไปสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 และการเป็นสมาร์ท แฟคทอรี่ (Smart Factory) ภายหลังสถานการณ์โควิด19 ได้เป็นตัวเร่งให้หลายอุตสาหกรรมของไทยเดินหน้าสู่การปรับทัพเป็น Smart Factory อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น มีการหันไปใช้เทคโนโลยี หุ่นยนต์ IOTs ระบบออโตเมชั่นสำหรับการปฏิบัติการ และ Big Data เข้าเสริมเพื่อการอยู่รอด โดยทางกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม และสถาบันไทยเยอรมัน ได้มีการโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (Center for Robotic Excellence: CoRE) เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในประเทศ และเป็นเครือข่ายความร่วมมือของหน่วยงานชั้นนำของประเทศ ซึ่งปัจจุบันมี 17 หน่วยงาน เพื่อทำหน้าที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติจากภาคการศึกษาไปสู่การผลิตหุ่นยนต์เชิงพาณิชย์ และยกระดับไปสู่การผลิตหุ่นยนต์ประเภทอื่น ๆ ที่มีความซับซ้อนใน โดยมีหน่วยงาน Center of Robotic Excellence ช่วยขับเคลื่อนให้มาตรการการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติของประเทศ ให้สำเร็จตามเป้าหมาย

ทั้งนี้ นายสมหวัง ได้กล่าวเสริมว่า ต่อจากนี้จะมีการเห็นการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมไทยใน 3 ด้านหลัก คือ ด้านผลิตภัณฑ์ (products) ด้านกระบวนการผลิต (process) ด้านการใช้แรงงานมนุษย์ (people) ซึ่งจะปรับไปสู่การใช้หุ่นยนต์ ระบบ IOTs เพื่อการดำเนินงานของทั้งสามด้านมากขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม S Curve ทั้ง 10 ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อการพัฒนาของไทย แต่อาจมีการชะลอไปบ้างในบางอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากโควิดโดยตรง อาทิ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดี และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Affluent, Medical and Wellness Tourism) แต่ อุตสาหกรรมอื่น ๆ อาทิ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (Smart Electronics) หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม (Robotics), และ อุตสาหกรรมการแพยท์ครบวงจร (Medical Hub) จะมีการพัฒนาและเติบโตไปอย่างมากในปีนี้และอนาคต

นางสุกัญญา อมรนุรัตน์กุล ผู้จัดการฝ่ายบริหารโครงการอาวุโส อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ กล่าวว่า ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจการจัดแสดงสินค้าและกิจกรรมสำหรับเจรจาธุรกิจ ระดับนานาชาติ และพันธมิตรชั้นนำทั้งภาครัฐและเอกชน เราจะยืนหยัดที่จะจัดงานอินเตอร์แมค (INTERMACH) งานแสดงสินค้าภาคอุตสาหกรรมแบบครบวงจรครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี ที่รวบรวมความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตที่ครบวงจร จัดขึ้นภายใต้ธีมงาน “ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ” พร้อมแบรนด์ชั้นนำจาก 25 ประเทศตอบรับเข้าร่วมโดยผ่านการนำแสดงจากผู้ประกอบการและตัวแทนจำหน่ายในประเทศ นำเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิต อาทิเช่น ระบบโรงงานอัตโนมัติและหุ่นยนต์ เครื่องมือสำหรับงานอุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูปโลหะ รวมเทคโนโลยีเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมแปรรูปงานโลหะแผ่น เครื่องมือวัดอุตสาหกรรม เครื่องจักรสำหรับแม่พิมพ์อุตสาหกรรมและการผลิตอื่น ๆ และ รวมถึงเทคโนโลยีชั้นนำสู่ยุคเครื่องจักรอัตโนมัติ รวมถึงงานสัมมนาให้ความรู้ด้านอุตสาหกรรม โดยปีนี้จัดงานแบบไฮบริด เอ็กซ์ซิบิชั่น (Hybrid Exhibition) ครบองค์ประกอบกับการจัดการแสดงแบบองค์รวมโดยการใช้เทคโนโลยีออนไลน์ดิจิตอลผสมผสานกับการจัดงานแสดงสินค้าเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้จัดงานและผู้ร่วมงานจากทั่วทุกมุมโลก ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคนิว นอร์มัล เน้นความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงานและผู้ร่วมจัดงานตามมาตรฐานระดับโลกอย่าง อินฟอร์มา ออลซีเคียว (Informa AllSecure)

งานนี้ถือว่าเป็นงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมงานแรกและงานเดียวครั้งยิ่งใหญ่แห่งปีที่ผู้ประกอบการทุกอุตสาหกรรมทั้งรายใหญ่ รายย่อย ไม่ควรพลาดที่จะมาอัพเดทเทรนด์และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ไม่ได้หยุดชะงักไปตามการระบาดของโรคโควิด แต่ในทางกลับกันสถานการณ์โรคระบาดและการเปลี่ยนแปลงของโลก กลับเป็นตัวกระตุ้นที่ให้เกิดการพัฒนาต่าง ๆ ซึ่งสมควรเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการในทุกอุตสาหกรรมควรที่จะมาเรียนรู้ถึงการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่งนี้ เพื่อมุ่งสู่การทำธุรกิจในโลกอนาคตอย่างปลอดภัย ไร้กังวล ครบองค์ประกอบกับการจัดการแสดงแบบองค์รวมโดยการใช้เทคโนโลยีออนไลน์ดิจิตอลผสมผสานกับการจัดงานแสดงสินค้าทั่วไป


งานอินเตอร์แมค (INTERMACH) จัดร่วมกับงาน ซับคอน ไทยแลนด์ (SUBCON Thailand) งานแสดงชิ้นส่วนอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อการจัดซื้อชิ้นส่วนอุตสาหกรรม และกิจกรรมจับคู่ธุรกิจชั้นนำของอาเซียน ซึ่งจะจัดพร้อมกับงาน ASEAN Sustainable Energy Week 2020 (ASE2020) งานแสดงเทคโนโลยีและการประชุมด้านพลังงานที่ครอบคลุมที่สุดในอาเซียน และงาน Boilex Asia and Pumps & Valves Asia & 2020 งานแสดงเทคโนโลยีเฉพาะทางด้านหม้อไอน้ำ ภาชนะรับแรงดัน ปั๊ม วาล์ว และอุปกรณ์เกี่ยวข้อง งานเดียวของประเทศไทย จะจัดขึ้นระหว่างวันพุธที่ 23 ถึงวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2563 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ของงานได้ที่ www.intermachshow.com


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ROBINSON ONLINE BIRTHDAY PARTY เปย์จัดหนัก ฉลองครบ 4 ปี ลดจริงแจกจริง!

ROBINSON ONLINE ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ฉลองครบรอบ 4 ปี ขอบคุณลูกค้าสายช้อปออนไลน์ กับแคมเปญ ‘ROBINSON ONLINE BIRTHDAY PARTY’ (โรบินสัน ออนไลน์ เบิร์ทเดย์ ปาร์ตี้) เปย์จัดหนัก ฉลองครบ 4 ปี ลดจริงแจกจริง ระหว่างวันที่ 14 – 21 สิงหาคม 2563 ที่ ROBINSON ONLINE คลิกเลย https://www.robinson.co.th/th/campaign/robinson-online-brithday-party พบดีลสุดปังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น…

o สินค้าแบรนด์ชั้นนำ ลดสูงสุด 80%
อาทิ เครื่องสำอาง Estee Lauder, Clinique, Kiehl’s, Lancome, Biotherm, Sulwasoo เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องใช้ภายในบ้าน Dyson, Philips, Tefal, Electrolux, KitchenAid, Zebra, Slumberland, Dunlopillo สินค้าเด็ก Huggies, BabyLove, Mamypoko, Pigeon, Lego, Sanrio สินค้าแฟชั่น Playboy, Casio, Converse, Lee, Wrangler, Levi’s, Anello, Rayban และสินค้ากีฬา Adidas, Nike, Fila, Reebok เป็นต้น

o แจกโค้ดรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 1,000 บาท เมื่อช้อปครบ 5,000 บาท

o แจกของรางวัลพิเศษ 4 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท สำหรับผู้ที่มียอดรวมสั่งซื้อจาก ROBINSON ONLINE สูงสุด 4 ท่าน ได้แก่ รางวัลที่ 1 สร้อยข้อมือเพชร SNOOPY จำนวน 1 ชิ้น มูลค่า 45,000 บาท, รางวัลที่ 2 จี้เพชร จำนวน 1 ชิ้น มูลค่า 23,000 บาท และ รางวัลที่ 3 iPhone 11 สีเขียว จำนวน 2 เครื่อง รวมมูลค่า 53,800 บาท

o สมาชิกเดอะวัน แลกรับส่วนลดพิเศษผ่านแอปพลิเคชั่นเดอะวัน 500 คะแนน แลกรับส่วนลด 100 บาท

o สมาชิกบัตรเครดิต รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 10% และรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 5% พร้อมรับคะแนนเดอะวันสูงสุด 10 เท่า เฉพาะบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

o ช้อปสบาย ผ่อน 0% 6 เดือน เมื่อช้อปครบ 5,000 บาท เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ

o พร้อม ส่งฟรี! เมื่อช้อปครบ 599 บาทขึ้นไป


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

Printserv By Metro Systems เพิ่มศักยภาพงานพิมพ์ระบบดิจิตอล

คุณธงชัย หล่ำวีระกุล กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจดิจิตอลพริ้นติ้ง บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MSC นำเสนอบริการงานพิมพ์ดิจิตอล ด้วยเครื่องพิมพ์ใหม่ล่าสุด Fuji Xerox IridesseTM Production Press

Fuji Xerox IridesseTM Production Press เป็นนวัตกรรมใหม่ของสิ่งพิมพ์ดิจิตอล ด้วยคุณสมบัติสีพิเศษ สีเงิน ทอง เมทัลลิค ได้หลากหลายรูปแบบพร้อมกันในขั้นตอนการพิมพ์เพียงครั้งเดียว แบบ Single – Press ระบบการพิมพ์สีแบบ Xerographic โดยหมึก Dry Ink พิเศษให้ภาพสวยงาม คมชัด ให้ความละเอียดถึง 2,400 dpi ต่อนิ้ว และสามารถพิมพ์กระดาษหนาที่ 400 แกรม ต่อตารางเมตร มีความเร็วสูงสุด 120 หน้า ต่อนาที

บนความสามารถเครื่อง Fuji Xerox IridesseTM ส่งผลให้ Printserv By MSC สามารถผลิตผลงานการพิมพ์แบบดิจิตอลให้ก้าวไปอีกขั้น มีคุณภาพโดดเด่นรองรับงานพิมพ์ได้หลากหลายรูปแบบ ด้วยคุณสมบัติพิเศษ สามารถมั่นใจได้ว่าสามารถมอบความแตกต่างให้ธุรกิจ และยังคงรักษาแนวคิดและกรอบการดำเนินธุรกิจ ในเรื่องของ “Print On Demand” ซึ่งเป็นการพิมพ์แบบไม่มีขั้นต่ำในปัจจุบัน Printserv ให้บริการงานพิมพ์แบบ Pure Digital Print สนับสนุนความสำเร็จ และส่งเสริมศักยภาพธุรกิจของลูกค้า ภายใต้ปรัชญาการดำเนินธุรกิจที่ว่า Customer Success is Our Business

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม Call Center 1640 หรือ 02-089-4545 email : customerservices@metrosystems.co.th , printserv@metrosystems.co.th


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

โรบินสันเดินหน้าขยายธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัลรีเทลอย่างต่อเนื่อง ทุ่มงบ 1,200 ล้านบาท เปิด “ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ บ่อวิน” สาขาใหม่ลำดับที่ 50

นายวุฒิเกียรติ เตชะมงคลาภิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) (บริษัทในเครือเซ็นทรัล รีเทล) เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกไทยที่มีสาขาให้บริการมากที่สุด โดยผนึกกำลังกับกว่า 200 คู่ค้าธุรกิจ เปิด “ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ บ่อวิน” เป็นแห่งที่ 4 ในจังหวัดชลบุรี บนทำเลศักยภาพในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ในรูปแบบคอมมูนิตี้มอลล์ “ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ บ่อวิน” สาขาลำดับที่ 50 ของบริษัทและเป็นสาขาลำดับที่ 24 ในรูปแบบศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ มีพื้นที่กว่า 35,000 ตารางเมตร ที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการและมอบประสบการณ์ใหม่ ทั้ง กิน ช้อป บันเทิงครบในที่เดียว

“แม้ประเทศไทยจะต้องเผชิญกับวิกฤตนานับประการ ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่เราไม่หยุดนิ่ง โรบินสัน ยังคงเดินหน้าตามแผนการลงทุนของกลุ่มเซ็นทรัลรีเทลอย่างต่อเนื่อง” นายวุฒิเกียรติกล่าว ปัจจุบันโรบินสันเปิดให้บริการแล้วในจังหวัดชลบุรี 3 สาขา คือ 1. ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สาขาศูนย์การค้าแปซิฟิคพาร์ค ศรีราชา, 2.ห้างสรรพสินค้าโรบินสันสาขาศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ชลบุรี และ 3.ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ชลบุรี (อมตะนคร)

นายวุฒิเกียรติ กล่าวต่อว่า แม้จะเปิดให้บริการถึง 3 สาขาแล้ว บริษัทยังคงเปิดสาขาที่ 4 ในจังหวัดชลบุรี เนื่องจากเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีประชากรและรายได้สูงเป็นอันดับต้นๆของประเทศ อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวมนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จำนวนมาก และมีอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ “ย่านนิคมอุตสาหกรรมบ่อวิน” ยังประกอบไปด้วยนิคมอุตสาหกรรมขนาดเล็ก–ใหญ่ รวม 8 แห่ง ซึ่งนิคมขนาดใหญ่ 6 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง, นิคมอุตสาหกรรมเหมราช, นิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด, นิคมอุตสาหกรรมสยามอีสเทิร์น, นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร, นิคมชลบุรี (บ่อวิน) และอีก 2 แห่ง กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง เพื่อเป็นโรงงานผลิตเกี่ยวกับสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ นอกจากนี้ยังมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยพื้นที่ในรัศมี 30 กิโลเมตรของบ่อวิน มีประชากรตามทะเบียนฯ ที่อาศัยในพื้นที่อีกกว่า 180,000 คน และมีประชากรแฝงที่มีรายได้มั่นคงอีกราว 108,000 คน ซึ่งทำงานอยู่ใน 1,410 โรงงาน รวมถึงมีโรงเรียนระดับประถม-มัธยม ขนาดใหญ่อีก 36 โรงเรียน “เรามั่นใจว่า การลงทุนครั้งนี้ จะมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชุมชนและจังหวัดชลบุรีในทิศทางที่ดี และจะมีการจ้างงาน เพิ่มขึ้นอีกกว่า 500 อัตรา จากการเปิดศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ บ่อวิน ครั้งนี้”

สำหรับ ‘ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ บ่อวิน’ สร้างขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ Industrial to Community Park โดยได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากการนำความเป็นอุตสาหกรรมมาผสมผสานกับธรรมชาติ ผนวกกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ที่ถึงแม้จะมีความแตกต่าง แต่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสอดคล้อง ซึ่งถ่ายทอดออกมาในรูปแบบที่ทันสมัย ผสานเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนบ่อวินได้อย่างลงตัว จึงทำให้ที่แห่งนี้เป็นมากกว่าศูนย์การค้าฯ แต่เป็น Center of Community ที่พร้อมเปิดประสบการณ์ สร้างสีสันใหม่ และตอบทุกโจทย์ความต้องการทั้ง กิน ช้อป บันเทิง ให้แก่คอมมูนิตี้บ่อวินในที่เดียว (One Stop Destination) ทั้งห้างสรรพสินค้า ที่มาพร้อมสินค้าแบรนด์ชั้นนำหลากหลายแบรนด์ดัง และบริการที่ครบครัน ทั้งร้านสเปเชียลตี้สโตร์ ต่างๆ อาทิ ท็อปส์ มาร์เก็ต, ซูเปอร์สปอร์ต, เพาเวอร์บาย, บีทูเอส, ออโต้วัน, MR.DIY, Moshi Moshi , ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารทหารไทย, Watsons, I Studio, Samsung, Big Camera, JIB, Ibiz, AIS, Dtac, True โซนไฮไลท์ต่างๆ ที่จะเติมเต็มความสมบูรณ์แบบไม่ว่าจะเป็น Mini Plaza ที่รวบรวมแฟชั่นอินเทรนด์ Echo Game สวนสนุกในร่มที่ใหญ่ที่สุดในบ่อวิน ร้านอาหารชั้นนำ ที่รวบรวมมาให้คุณได้อร่อยถึงที่อาทิ Starbuck, KFC, Shabushi, MK, BBQ Plaza, Yayoi, ญวนยำ, แดงแหนมเนือง, Washi, International Buffet, ก๋วยเตี๋ยวเรือวิศวะ, Pizza Hut, คัตสึยะ, Max beef, Swensens, Bonjour, Chobcha, Fuku, Amazon ฯ โรงภาพยนตร์ SF Cinema สัมผัสประสบการณ์ความบันเทิงกับ 3 โรงภาพยนตร์มาตรฐานระดับโลก พร้อมบริการที่จอดรถรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ กว่า 2,000 คัน

โรบินสัน ยังมีบริการเพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ของนักช้อปยุคใหม่ ที่ต้องการความคล่องตัว และก้าวสู่การเป็น ‘Omni Channel Department Store’ ที่สมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็น Robinson Online อยู่ที่ไหนก็ช้อปของห้างได้ ตลอด 24 ชั่วโมงที่ www.robinson.co.th หรือ เพิ่มความสะดวกมากขึ้นด้วยบริการสั่งสินค้าผ่านบริการ Robinson Chat & Shop ง่ายๆ เพียงทักแชตมาที่ Line@robinson ส่งรูปสินค้าที่ต้องการ แจ้งสี ขนาด และ รุ่น จากนั้นก็รอรับสินค้าที่บ้านได้เลย หรือสามารถใช้บริการ Click & Collect เลือกรับสินค้าได้ที่ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ใกล้บ้าน
และเพื่อฉลองในโอกาสเปิดสาขาใหม่ ของ ‘ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ บ่อวิน’ โรบินสัน จึงได้จัดโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษ ดังนี้
• ลดทั้งห้างฯ และศูนย์ฯ สูงสุด 50 % ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2563
• พิเศษ สำหรับสมาชิก เดอะวัน ต่อที่ 1 ลดเพิ่ม 12.5 % เมื่อใช้คะแนนเดอะวันแลกเท่ายอดช้อป (เฉพาะแบรนด์สินค้าที่ร่วมรายการ) ต่อที่ 2 รับคูปองส่วนลด สูงสุด 5,000 บาท เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข ที่แผนกเครื่องสำอาง น้ำหอม และอุปกรณ์ความงาม ต่อที่ 3 ช้อปเครื่องประดับ ยูบิลลี่ ไดมอนด์ ครบทุก 10,000 บาท รับคูปองเงิดสดเพิ่ม 500 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 17 สิงหาคม 2563
• ต่อที่ 4 ลดและรับคืนรวมสูงสุด 30% เมื่อช้อปผ่านบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ

ในส่วนของมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โรบินสันได้เตรียมแผนเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจคัดกรองผู้ที่เข้ามาใช้บริการ ด้วยการวัดอุณหภูมิร่างกาย ตามมาตรฐานด้านสุขอนามัยของกรมควบคุมโรคฯ อย่างเคร่งครัด พร้อมคุมเข้มในพื้นที่ขาย ด้วย 8 มาตรการ ดังนี้ :-
1.) มีจุดติดตั้งเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ ล้างมือในจุดต่างๆ
2.) ทำความสะอาดพื้นที่ที่มีการสัมผัสบ่อย โดยการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ ทุก 2 ชั่วโมง
3.) ฉีดสเปรย์ฆ่าเชื้อในลิฟท์โดยสาร และห้องลองเสื้อผ้า ทุก 2 ชั่วโมง
4.) เติมสบู่เหลว และกระดาษชำระในห้องน้ำอย่างเพียงพอตลอดเวลา
5.) ในส่วนห้างสรรพสินค้า (โดยเฉพาะแผนกสินค้าแม่และเด็ก) มีมาตรการในการทำความสะอาด ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ทุก 2 ชั่วโมง
6.) แผนกฟู้ดคอร์ท ให้รักษามาตรการดูแลความสะอาดอย่างเคร่งครัด เน้นย้ำกับทุกร้านค้า คุมเข้มมากขึ้น โดยบริษัทฯ ได้ใช้เครื่องล้างจาน ที่มีระบบไอน้ำอุณหภูมิสูงและผสมน้ำยาฆ่าเชื้อในการล้างจานชามอยู่แล้ว และทำความสะอาดบัตรฟู้ดคอร์ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุกครั้งก่อนนำไปใช้ใหม่
7.) ดำเนินการคัดแยกผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัดและมาใช้บริการห้องพยาบาล ออกจากผู้ป่วยอื่นๆ
8.) ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ เข้าไปในระบบปรับอากาศ ภายในห้างฯ และศูนย์การค้าฯ
ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของคู่ค้าและผู้มาใช้บริการทุกท่าน โดยเป็นมาตรฐานเดียวกันในทุกสาขา ซึ่งสามารถมั่นใจในการเข้ามารับบริการได้อย่างแน่นอน”

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ และสีสันใหม่ ที่จะตอบทุกโจทย์ความต้องการทั้ง กิน ช้อป บันเทิง ครบในที่เดียว กับ ‘ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ บ่อวิน’ พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งตั้งอยู่ที่ตําบลบ่อวิน อําเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยเปิดให้บริการทุกวัน วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 10.30 – 21.00 น. และวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 10.00 – 21.00 น.


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ดาต้า เพาเวอร์ เผย ทิศทางการตลาดครึ่งปีหลัง

ดาต้า เพาเวอร์ เผยทิศทางการตลาดครึ่งปีหลัง ชูเรื่องสินค้าคุณภาพราคาเข้าถึงง่าย ปรับกลยุทธ์เน้นเรื่องการขายออนไลน์และโปรโมชั่นโดนใจ พร้อมจับมือผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์ ผู้ผลิต และ ดีไซน์เนอร์ ยกระดับปลั๊กไฟธรรมดาไปสู่การใช้เป็นอุปกรณ์ประดับบ้าน และสร้างสรรค์สินค้างานดีไซน์ขายแบบ พรีออเดอร์ บนเวปไซต์ พร้อมออกสินค้าประเภท DIY ราคาถูก ให้รายย่อยสามารถต่อยอดธุรกิจ ลุยวิกฤตโควิด-19 และทำการ CSR อย่างเป็นกระบวนการโดยพยายามกระจายให้สู่ชุมชนที่ดาต้าเข้าถึงให้โตและยั่งยืนไปด้วยกัน

นายอภิสฤษฎิ์ นิรุชทรัพย์รดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดาต้า เพาเวอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายปลั๊กไฟมากว่า 35 ปี ภายใต้แบรนด์ ดาต้า ( DATA ) “เชื่อในสิ่งที่ดีที่สุด” ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้นำการทำตลาดปลั๊กไฟในประเทศไทยที่มีการลงทุนด้านสินค้า นวัตกรรม การออกแบบ และทำตลาดมาอย่างต่อเนื่องยาวนานที่สุด เปิดเผยถึงทิศทางในการทำตลาดครึ่งปีหลังนี้ว่า ดาต้าพร้อมจับมือกับผู้ประกอบการ ในวงการเฟอร์นิเจอร์ และดีไซน์เนอร์ สร้างพันธมิตร สร้างงาน สร้างอาชีพ และทำการตลาดออนไลน์ ภายใต้คอนเซ็บต์ นวัตกรรม สวยงาม ใช้งานได้ โดยจะเน้นให้ผู้ประกอบการเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยน ทำสินค้าใหม่ และ
โปรโมทขายออนไลน์ และออฟไลน์ทางช่องทางที่ดาต้ามี เพื่อเป็นการส่งเสริม และสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้กับคนที่มีไอเดีย มีความคิดสร้างสรรค์ที่ต้องการพันธมิตร ความรู้และช่องทางการขาย ในยุคโควิด-19 นี้ โดยผู้ประกอบการที่สนใจสามารถติดต่อมาได้ที่บริษัทโดยตรง www.facebook.com/datatrustedpower หรือ line official @datatrustedpower

“ ที่ผ่านมา ดาต้า ได้ใช้คอนเซ็บต์ เชื่อในสิ่งที่ดีที่สุด บนพื้นฐานของความเข้าใจในแบรนด์ ทำงานมาโดยตลอด เพราะคิดถึงทุกฝ่ายที่มีส่วนได้เลีย ตั้งแต่ลูกค้า คู่ค้า ซัพพลายเออร์ ลูกน้อง ในการทำงานเราจึงต่อยอดแนวความคิดกับดีไซน์เนอร์ต่างประเทศ สร้างขึ้นมาเป็นแพลตฟอร์ม สำหรับดีไซน์เนอร์และผู้ผลิต บนเว็บไซต์ Thedomani.com โดยหลักกการคือ นำเอาไอเดียมาเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์และขายบนช่องทางออนไลน์ในลักษณะ พรีออเดอร์ ( Preorder ) เพื่อร่วมกันออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรม สวยงาม สามารถใช้งานได้ทั้งฟังก์ชั่น และแก้ปัญหาจุดบกพร่องต่างๆ ผ่านมุมมองของผู้ออกแบบ รวมถึงการช่วยทำตลาดในประเทศไทยให้ โดยมีสินค้าพร้อมจำหน่ายแล้วหลายตัว ที่มาจากแนวคิดการออกแบบสำหรับวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าเดิม ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล 4.0 ที่มีมือถือ อุปกรณ์ไอที และ IOT เป็นตัวแปรสำคัญ ซึ่งเฟอร์นิเจอร์รุ่นแรกที่ออกแบบมา สามารถประยุกต์เอาปลั๊กไฟไปใช้ได้ทุกที่ในบ้านเรียกได้ว่า สามารถที่จะติดตั้ง หรือ วาง กูเกิ้ล โฮม หรือ อเมซอน อเล็กซ่า บนเฟอรฺ์นิเจอร์ที่ถูกออกแบบมาบน platform thedomani.com โดยจะวางไว้ในตำแหน่งไหนของบ้านก็ได้ เพื่อเป็นการตอบสนองต่อวิถีชีวิตแนวใหม่ที่ทุกคนอยากกำหนดชีวิตเองได้ เช่น การนำปลั๊กไฟไปอยู่กับเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น ทุกที่ เพื่อเชื่อมต่อ และใช้งานกับอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างลงตัว ยกตัวอย่างสินค้า The Cat ที่นำเอาอุปกรณ์สำหรับชาร์จไฟแบบยูเอสบี ผสานกับของตกแต่งบ้านอย่างลงตัว เหมาะกับการตกแต่งห้อง และชาร์จอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้แบบไม่รก และจะนำแนวคิดแบบนี้ ไปสร้างผลงานในสินค้ารุ่นต่อๆไป เป็นการสร้างอาชีพให้กับงานฝีมือในสาขาอื่นต่อไป ตั้งเป้าการสร้างงานให้ได้ถึง 1,000,000 บาทภายในสิ้นปี ดาต้า ยังเตรียมแผนส่งออกสินค้าดีไซน์ที่ผลิตในไทยไปต่างประเทศ นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือกับ บริษัท อาร์ ที บี เทคโนโลยี จำกัด นำนวัตกรรมสายชาร์จไฟมาต่อยอด เรียกว่าครบวงจร เสียบปลั๊กชาร์จไฟ เสริมความแข็งแกร่งไปด้วยกัน เป็นแบบอย่าง อีโค ซิสเต็ม ที่หาพันธมิตรโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ” นายอภิสฤษฎิ์ กล่าว

สำหรับทุกคนที่กำลังต่อสู้กับวิกฤตโควิด-19 ดาต้า ยังสนับสนุนสินค้าประเภท DIY ให้อย่างเต็มที่ เพื่อตอบรับกระแสการตกแต่งต่อเติมบ้านด้วยการทำเอง หรือแม้แต่การประดิษฐ์เพื่อสร้างงานเชิงพาณิชย์ สอดคล้องกับกระแส work from home ต่อให้ปิดเมืองก็ต้องรอด ต้องมีอาชีพเลี้ยงดูครอบครัว คนอยู่บ้านสามารถทำอาหารขายผ่านทางช่องทางออนไลน์ หรือ หากคิดจะเริ่มต้นทำร้านธุรกิจเล็ก ๆ เช่น ร้านชา หรือ ร้านกาแฟ ดาต้า จะเป็นส่วนช่วยสนับสนุนด้วยชุดสินค้าประเภท DIY เริ่มต้นด้วยการเพิ่มช่องเสียบปลั๊ก เพิ่มจุดเชื่อมต่อปลั๊กไฟสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยมีสินค้าให้เลือกมากมาย เช่น ชุดเต้ารับเดี่ยว ชุดเต้ารับคู่ สวิตช์ไฟ สายไฟ และปลั๊กลอย เป็นต้น ในราคาที่ย่อมเยาว์ เริ่มต้นไม่ถึง 50 บาท

นอกจากนี้ ดาต้า ยังไม่เคยลืมสังคม สวนกระแสด้วยการสร้างกระบวนการ CSR แบบยั่งยืน โดยเน้นให้ชุมชน มีรายได้ ช่วยส่งเสริมการทำตลาด ทำผลิตภัณฑ์ ออแกนิกส์ ภายใต้แบรนด์ Nice Organic นำเอาผลิตภัณฑ์ชุมชนมาต่อยอด โดยมีชุมชนต้นแบบกว่า 14 ชุมชน ร่วมมือกัน เพื่อเป็นอาชีพเสริม พร้อมส่งต่อนวัตกรรม และรองรับอนาคตของชุมชน รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่จะเข้าร่วมกับชุมชนในอนาคต Nice Organic คือ สินค้าประเภท food packaging เพราะในช่วงโควิดเราเล็งเห็นว่า แนวโน้มในบรรจุภัณฑ์อาหารประเภทพลาสติกมีแนวโน้มสูงขึ้น และ ใช้เวลานาน พร้อมกระบวนการหลายขึ้นตอนในการกำจัดหรือย่อยสลาย จึงนำเอาผลิตภัณฑ์จากชุมชนต้นแบบ ซึ่งเราเป็นเจ้าแรกๆ ที่ผลิตมาจากวัสดุธรรมชาติ 100% มาต่อยอด เพื่อสร้างระบบนิเวศลดระยะเวลาการย่อยสลายผลิตภัณฑ์จากบรรจุภัณฑ์อาหาร แทนที่จะทิ้งเป็นขยะสามารถแปลงมาเป็น ปุ๋ยได้ เหมือนใบไม้


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

เซลฟี่ติดแฮชแท็ก THECAT DATA รับอะแดปเตอร์ฟรี

บริษัท ดาต้า เพาเวอร์ จำกัด ผู้ผลิต และจัดจำหน่ายปลั๊กไฟมากว่า 30 ปี ภายใต้แบรนด์ ดาต้า ( DATA ) “ เชื่อในสิ่งที่ดีที่สุด ” เชิญร่วมกิจกรรมถ่ายรูป เซลฟี่ พร้อมติดแฮชแท็ก #THECATDATA ที่บูธ DATA TRUSTED POWER ในงานบ้านและสวนแฟร์ “ Midyear 2020 ” ณ ไบเทคบางนา ฮออล์ 104 บูธ 114-115 ตั้งแต่วันที่ 7-16 สิงหาคม 2563 เพื่อรับอะแดปเตอร์ จาก DATA POWER 1 ตัว มูลค่า 49 บาท ฟรี

นอกจากนี้ยังสามารถรับฟรี หน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ มูลค่า 84 บาท ฟรี เพียงแค่กดแอดไลน์ datatrustedpower ภายในงาน โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
https://www.datatrustedpower.com, Facebook : datatrustedpower Line : datatrustedpower


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ททท. ร่วมกับ ช้าง ยกระดับการจัดงานคอนเสิร์ต ให้คนเมืองสนุกบนรถตุ๊กตุ๊ก ได้แบบ “เว้นระยะห่าง” ใน Amazing Thailand TUK TUK Festival Powered by Chang Music Connection

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ เครื่องดื่มตราช้าง และพันธมิตร วู๊ดดี้เวิร์ล, Zaap มอบความสนุกให้คนเมือง จัดกองทัพรถตุ๊กตุ๊ก กว่า 200 ค้น ให้นั่งชมคอนเสิร์ต “Amazing Thailand TUK TUK Festival Powered By Chang Music Connection” โดยสนุกสุดเหวี่ยงได้ในรูปแบบ “เว้นระยะห่าง” ร่วมสัมผัสแสงสีเสียงและ สุดยอดศิลปิน ได้แก่ โปเตโต้, ปาล์มมี่, โจอี้บอย, แสตมป์ อภิวัชร์, ทรีแมนดาว (THREE MAN DOWN) และ ไท ทศมิตร (TAITOSMITH) ที่ได้มาร่วมเติมเต็มความสนุกให้กับทุก ๆ คน ได้เต็มอิ่มกันอย่างต่อเนื่อง ตลอด 7 ชั่วโมงเต็ม

“Amazing Thailand TUK TUK Festival Powered By Chang Music Connection” ภายใต้คอนเซ็ปต์ The world’s first TUK TUK drive-in music festival เป็นการแสดงคอนเสิร์ตรูปแบบใหม่ โดยคำนึงถึงสุขอนามัยของผู้เข้าชมทุกๆ คน ซึ่งไฮไลท์คือการนำ “รถตุ๊กตุ๊ก” จำนวนกว่า 200 คัน มาให้บริการเดินทางจากจุดนัดพบไปยังบริเวณภายในงาน ผู้ร่วมงานจะได้ประสบการณ์เหมือนได้ซิ่งรถตุ๊กตุ๊กท่องเที่ยวเข้าไปรับความสนุกถึงหน้าเวที แต่ยังคงรักษาระยะห่างระหว่างคันมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย Amazing Thailand Safety and Health Administration หรือ SHA เพื่อช่วยในการรักษาระยะห่างระหว่างการชมคอนเสิร์ต เมื่อมาผสานเข้ากับบรรยากาศในการตกแต่งสถานที่ ไม่ว่าจะเป็น เวที แสงสีเสียง และจุดให้บริการต่างๆ สะท้อนความทันสมัยควบคู่ไปกับการนำเสนอความเป็นไทยผ่าน “รถตุ๊กตุ๊ก” ที่ถือเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่โดดเด่น ทำให้ผู้เข้าร่วมชมคอนเสิร์ตครั้งนี้ ได้รับอรรถรสความสนุกอย่างเต็มที่ ทั้งยังมั่นใจในความปลอดภัย ด้วยจำนวนผู้เข้าชมคอนเสิร์ตที่อยู่ระดับที่พอดี ในขณะที่ความสนุกสุดเหวี่ยงอยู่ในระดับสูงเกินพิกัด

การจัดคอนเสิร์ต “Amazing Thailand TUK TUK Festival Powered By Chang Music Connection” ถือเป็นการร่วมมือของภาครัฐ ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และภาคเอกชน เครื่องดื่มตราช้าง ที่จะสร้างมาตรฐานให้เป็นงานอีเว้นท์ต้นแบบ ที่จะทำให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์ทางดนตรีที่ดี มีความสุขและความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยด้านสุขอนามัยไปพร้อมกัน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ และกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นกลับคืนมาอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้ จะเห็นได้ว่าภายในงานคอนเสิร์ตทางผู้จัดมีความเคร่งครัดในด้านมาตรการป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้รถตุ๊กตุ๊ก โดยจำกัด 3 คนต่อ 1 คัน นั่งชมเพื่อรักษาระยะห่าง อีกทั้ง ยังให้ความสำคัญในจุดคัดกรองเข้า-ออกงาน พร้อมจัดเตรียมทีมแพทย์และพยาบาล, จุดวางเจลและแอลกอฮอลล์ เป็นจำนวนมากและพอเพียง ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย Amazing Thailand Safety and Health Administration หรือ SHA

ในส่วนของผู้เข้าชมคอนเสิร์ตฯ จะได้เต็มอิ่มทั้ง บูธอาหารไทยและเครื่องดื่ม ความอลังการของเวทีการแสดง รวมไปถึงศิลปิน โดยงานครั้งนี้ โปเตโต้, ปาล์มมี่, โจอี้บอย, แสตมป์ อภิวัชร์, ทรีแมนดาว (THREE MAN DOWN) และ ไท ทศมิตร (TAITOSMITH) ต่างถ่ายทอดบทเพลงและลีลาความสนุกในแบบฉบับของตนเอง สร้างรอยยิ้มให้กับผู้ชม “เติมเต็มคำว่าเพื่อน” ตลอด 7 ชั่วโมงเต็ม

นายนพปฎล ฤทธาภัย ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ เครื่องดื่มตราช้าง เปิดเผยว่า ทาง “เครื่องดื่มตราช้าง” รู้สึกยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนงาน Amazing Thailand TUK TUK Festival Powered By Chang Music Connection “ช้าง” ยังให้ความสำคัญกับการส่งมอบความสุขให้กับกลุ่มลูกค้าเสมอ จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมา เราเดินหน้าสร้างสรรค์กิจกรรมใหม่ๆ และพัฒนาแนวทางสื่อสารให้เข้าถึงและตอบโจทย์ความต้องการ รวมถึงรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งหมดเพื่อที่จะแสดงจุดยืน และตอกย้ำถึงมิตรภาพระหว่างแบรนด์ช้างกับลูกค้า ตามแนวคิด “วันเพื่อนมีได้ทุกวัน” โดยสำหรับการร่วมสนับสนุนงานคอนเสิร์ตในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการส่งมอบประสบการณ์ดนตรีแนวใหม่ในคอนเซ็ปต์ที่น่าสนใจแล้ว ยังช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ความเป็นไทยในรูปแบบที่ทันสมัยมากขึ้น ซึ่งส่วนตัวมองว่าเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งจากคนในประเทศเองและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะกลับเข้ามาท่องเที่ยวในอนาคตอีกด้วย

สำหรับ คอนเสิร์ต Amazing Thailand TUK TUK Festival Powered By Chang Music Connection จัดขึ้นที่ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ บริเวณพื้นที่ริมน้ำ อากาศปลอดโปร่ง โดยมีผู้เข้าร่วมชม จำนวนกว่า 600 คน ซึ่งจะมีการจัดให้นั่งอยู่บนรถตุ๊กตุ๊ก ที่จอดเว้นระยะห่างตามมาตรฐาน ทุกมุมสามารถชมคอนเสิร์ตได้อย่างชัดเจน มีบัสเลอร์เสิรฟ์อาหารและเครื่องดื่ม โดยผู้ร่วมงานไม่ต้องลุกออกไปซื้อเอง ทำให้แฟนเพลงของ โปเตโต้, ปาล์มมี่, โจอี้บอย, แสตมป์ อภิวัชร์, ทรีแมนดาว (THREE MAN DOWN) และ ไท ทศมิตร (TAITOSMITH) สามารถสนุกกันได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่า ถึงแม้ต้องรักษาระยะห่าง แต่มิตรภาพ “ความเป็นเพื่อน” จะเติมเต็มให้กันและกันไม่มีที่สิ้นสุด เพราะ “วันเพื่อนมีได้ทุกวัน”


 

Exit mobile version