Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

เอเซอร์ประกาศเดินหน้าภารกิจ Earthion ก้าวสำคัญเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ใน Acer Green Day

ไทเป (25 สิงหาคม 2022) ด้วยปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น จำนวนที่เพิ่มขึ้นของภัยพิบัติทางธรรมชาติทั่วโลกที่เกิดจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง จึงจำเป็นต้องมีการดำเนินการอย่างสร้างสรรค์และร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วน เอเซอร์ขอเชิญชวนคู่ค้าและซัพพลายเออร์มาร่วมกันช่วยลดผลกระทบที่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม และร่วมกันลดการใช้ทรัพยากรที่มีค่า เพื่อปรับตัวสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งเป็นแนวทางในการออกแบบกระบวนการ ผลิตภัณฑ์ บริการ และรูปแบบการทำธุรกิจที่สามารถผลักดันให้เกิดการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนได้

การร่วมมือกันเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยขยายผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างมาก รายงานของมูลนิธิ Thomson Reuters[2] ระบุว่า ความพยายามในประเด็นเรื่องสภาพอากาศและธรรมชาติในปี 2022 จะต้องถูกผลักดันขึ้นเป็นสองเท่าเพื่อลดมลภาวะคาร์บอนที่สะสมมาเป็นเวลานานนับ 10 ปี ควบคุมอุณหภูมิโลกให้สูงขึ้นถึงแค่ระดับ  1.5 องศาเซลเซียส และลดผลกระทบที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เอเซอร์ได้ตระหนักถึงความเร่งด่วนในเรื่องนี้ และอยากเชิญชวนให้ภาคธุรกิจต่างๆ ร่วมกันช่วยผลักดันในการเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม แบ่งปันความก้าวหน้าของความพยายามด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ร่วมกับคู่ค้า ซัพพลายเออร์ และพนักงานของเอเซอร์ ใน Acer Green Day โดยมุ่งหวังว่าจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมาร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อโลกของเรา

เอเซอร์เริ่มผสมผสานแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนในการดำเนินงานมานานกว่า 10 ปี ตั้งแต่ปี 2008 บริษัทได้เปิดตัว CDP Supply Chain สำหรับการรายงานการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยคาร์บอนเพื่อระบุความเสี่ยงและระบุแนวทางการจัดการด้านซัพพลายเชน และขยายความครอบคลุมไปถึงซัพพลายเออร์สามระดับในปีนี้ โดยในปี 2013 เอเซอร์เริ่มใช้บรรจุภัณฑ์จากวัสดุรีไซเคิลสำหรับพีซีโน้ตบุ๊ก และในปี 2017 ได้เปิดโปรเจ็ค Humanity กับพนักงานเอเซอร์ทั่วโลกเพื่อร่วมกันริเริ่มสร้างกรอบการทำงานที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและปลูกฝังปรัชญาสีเขียวภายในวัฒนธรรมของบริษัท โดยมีพนักงานมากกว่า 70% ทั่วโลกเข้าร่วม[3]

ด้วยความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการบริหารจัดการด้านทรัพยากร (ESG) เอเซอร์ได้เปิดตัวโครงการ Earthion ในปี 2021 และเริ่มทำงานใกล้ชิดกับคู่ค้าและซัพพลายเออร์เพื่อนำความคิดริเริ่มในการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเข้าสู่อีโคซิสเต็มส์ด้านซัพพลายเชน (Supply Chain) ตั้งแต่การติดต่อซัพพลายเออร์เรื่องวัตถุดิบ ชิ้นส่วนประกอบสินค้า เข้าสู่กระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีต่าง ๆ จนถึงการจัดเก็บ โดยมุ่งเน้นในเรื่องพลังงาน การออกแบบผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์ การผลิต การขนส่ง และการรีไซเคิล ตั้งแต่กระบวนการการออกแบบจนถึงการผลิต เอเซอร์ตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่อยู่เบื้องหลังกระบวนการเหล่านี้ แรงผลักดันที่อยู่เบื้องหลังของ Earthion คือความเชื่อร่วมกันว่าการทำงานร่วมกันจะสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพยายามดังกล่าว ในปี 2021 เอเซอร์ได้เปิดตัว กลุ่มผลิตภัณฑ์ Vero ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น กลุ่มผลิตภัณฑ์ Vero ตั้งใจที่จะรวมเอาวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและวัสดุรีไซเคิล ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อยืดอายุการใช้งาน ลดการใช้วัสดุที่จะก่อให้เกิดขยะ

ระบบการผลิตและโลจิสติกส์ที่มีความรับผิดชอบ
เพื่อต่อสู้กับผลกระทบของกระบวนการผลิตที่มีต่อสิ่งแวดล้อม เอเซอร์ได้เข้าร่วมมือกับบริษัท Compal และ Quanta ในการปรับปรุงระบบการจัดการของเสีย ตั้งแต่การลดการใช้ถุงพลาสติกในสายการผลิต ไปจนถึงการนำการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความยั่งยืนเข้ากับระบบการผลิตของซัพพลายเออร์ เอเซอร์ได้ทำงานร่วมกับคู่ค้าและซัพพลายเออร์เพื่อสร้างกระบวนการผลิตและการขนส่งที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น

การลดจำนวนการใช้เทปกาวที่ใช้ในกระบวนการบรรจุพาเลทเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่ทำขึ้นเพื่อช่วยลดปริมาณขยะที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ในระบบโลจิสติกส์  หลังจากการประเมินและทดสอบอย่างถี่ถ้วนเพื่อตรวจสอบระดับความปลอดภัยของบรรจุภัณฑ์ เอเซอร์ก็สามารถลดจำนวนการใช้เทปกาวที่ไม่จำเป็นออกจากขั้นตอนการขนส่งสินค้าประเภทจอมอนิเตอร์ได้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถลดปริมาณการใช้เทปกาวได้ประมาณ 5,500 กม. ในปี 2023 เทียบเท่าระยะทางจากลอนดอนถึงนิวยอร์กโดยประมาณ

การพัฒนาระบบ Carbon Accounting หรือการทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกในระดับองค์กร เริ่มตั้งแต่การกำหนดกรอบของข้อมูล การเก็บข้อมูล การคำนวณค่าก๊าซเรือนกระจก และการรายงานข้อมูลสำหรับกิจกรรมการขนส่งของเอเซอร์ เป็นอีกก้าวสำคัญที่นำไปสู่นโยบายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์มีส่วนทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกเกือบ 10%[4] ระบบนี้เป็นแนวทางแบบครบวงจรในการวัดและรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่งและเอเซอร์ตั้งเป้าที่จะดำเนินการในทั่วโลก

กลุ่มผลิตภัณฑ์ Vero ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
เอเซอร์เปิดตัวผลิตภัณฑ์กลุ่ม Vero โดยเริ่มจากแล็ปท็อป Aspire Vero แล็ปท็อปเครื่องแรกที่สร้างขึ้นด้วยการใช้พลาสติกรีไซเคิล (PCR) 30% ที่ตัวเครื่อง และพลาสติก PCR 50% บนแป้นพิมพ์เพื่อลดมลภาวะจากการผลิตพลาสติกใหม่ ผลิตภัณฑ์นี้ยังได้รับการออกแบบเพื่อลดความซับซ้อนของกระบวนการซ่อมแซมหรืออัปเกรดเพื่อยืดอายุการใช้งาน โดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพและคุณภาพของการประมวลผล

วันนี้เอเซอร์ขอนำเสนอ Acer Chromebook Vero 514  ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจากกลุ่ม Vero ที่ขยายมายังกลุ่มคอมเมอร์เชียล รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทั้งแล็ปท็อป จอมอนิเตอร์ โปรเจ็กเตอร์ เดสก์ท็อป อุปกรณ์เสริม และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อผลักดันการใช้วัสดุรีไซเคิล

บรรจุภัณฑ์ของ Aspire Vero ได้รับการออกแบบใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบตามระบบการออกบบที่ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์ ขนาดอุปกรณ์ และส่วนประกอบบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลาย ได้รับรางวัล Red Dot Brands & Communication Design ด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ กล่องด้านนอกทำจากเยื่อกระดาษรีไซเคิล 80-85% และลดการใช้พลาสติกโดยใช้ปลอกกระดาษทดแทนในการป้องกันอะแดปเตอร์ นอกจากนี้ ถุงใส่แล็ปท็อปและแผ่นกันรอยแป้นพิมพ์ยังทำจาก PET รีไซเคิล 100% (Polyethylene terephthalate (PET) และบรรจุภัณฑ์ในส่วนต่างๆ ก็สามารถนำไปรีไซเคิลได้ 100% และชิ้นส่วนกล่องด้านในยังนำมาใช้ซ้ำได้เพียงไม่กี่ขั้นตอนก็สามรถปรับเปลี่ยนมาเป็นขาตั้งโน้ตบุ๊กได้

การสร้างความสมดุลระหว่างความยั่งยืน การใช้วัสดุรีไซเคิล และความทนทานของผลิตภัณฑ์เป็นสิ่งที่ท้าทายมาโดยตลอด เอเซอร์ได้ทำงานร่วมกับนักออกแบบและพันธมิตร Golden Arrow, Shin Shin, Sun Young, Quanta และ Wistron เพื่อค้นหาวิธีการใหม่ๆ ในการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นโดยไม่สูญเสียด้านความแข็งแรงและความทนทาน  ในขณะที่เอเซอร์กำลังเข้าใกล้เป้าหมายในการนำพลาสติก PCR สูงสุด 30% มาใช้กับผลิตภัณฑ์หลักกลุ่มต่างๆให้ได้ภายในปี 2025 บริษัทยังจะคงค้นหาวัสดุใหม่และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคต

โซลูชั่นสมาร์ทซิตี้ช่วยประหยัดทรัพยากร
เพื่อสอดคล้องกับภารกิจในการพัฒนาการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เอเซอร์ได้ทำงานเกี่ยวกับโซลูชั่นสมาร์ทซิตี้ที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรและสร้างวิถีชีวิตที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น ในหลายเมืองเอเซอร์ใช้ระบบจอดรถริมถนนอัจฉริยะและโซลูชันการชาร์จ EV ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่หาพื้นที่จอดรถช่วยลดเวลาบนถนนและใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยลดการจราจรและลดการปล่อยคาร์บอน เอเซอร์ยังได้พัฒนาสมาร์ทโซลูชันเพื่อช่วยประหยัดน้ำ ตรวจสอบคุณภาพอากาศ และเพื่อช่วยปรับสภาพแวดล้อมของเราให้ดีขึ้น

เป้าหมาย: แหล่งพลังงานหมุนเวียน 100% ภายในปี 2035
เอเซอร์กรุ๊ป ได้เข้าร่วมโครงการ RE100 ในปี 2021 และให้คำมั่นว่าจะจัดหาพลังงานหมุนเวียน 100% ภายในปี 2035 นอกเหนือจากการเปิดตัวแพลตฟอร์ม “Earthion” โดยการนำระบบการเปิดเผยข้อมูลทั่วโลกของ CDP มาใช้แล้ว องค์กรเอเซอร์ได้เริ่มใช้พลังงานสีเขียวมาตั้งแต่ต้นปี 2013 สำนักงานบางแห่งมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง ณ สิ้นปี 2020 และสำนักงานของเอเซอร์ในกว่า 30 ประเทศทั่วโลกใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ในขณะที่พลังงาน 45% ที่กลุ่มเอเซอร์ใช้นั้นสามารถใช้หมุนเวียนได้

เอเซอร์เชื่อว่าความยั่งยืนเป็นความพยายามระดับโลกที่ต้องร่วมมือกันทุกฝ่ายเพื่อให้เห็นความแตกต่างอย่างแท้จริง  เอเซอร์ไม่เพียงแต่ตั้งเป้าที่จะให้ผู้บริโภคมีโอกาสเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่ยังต้องการส่งเสริมให้ธุรกิจต่างๆ เข้าร่วมการเดินทางในการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ

ใน Acer Green Day เอเซอร์ได้จัดกิจกรรม “21-Day Challenge” เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ Earthion ส่งเสริมให้พนักงานได้ร่วมปฏิบัติภารกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมทุกวันและทำให้ติดเป็นนิสัย รวมถึงขยายไปถึงพนักงานของคู่ค้าและซัพพลายเออร์ ตลอดจนผู้บริโภคสามารถมีส่วนร่วมภารกิจผ่าน Instagram ที่ #Acer21DayChallenge พร้อมติดตามเรื่องราวจากเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ เกี่ยวกับการ Reduce/ Reuse / Recycle และกิจกรรมในไลฟสไตล์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของพวกเขา

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมของ Acer Green Day ได้ที่ https://www.acer.com/earthion


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

เมโทรซิสเต็มส์ มุ่งสร้าง Community ขุมพลังขับเคลื่อนธุรกิจ ผ่านกลุ่ม 3 Gen รุกโครงการ Metro Gen เปิด Metro Working Space

บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MSC ผู้นำทางด้านโซลูชั่นและบริการด้านไอทีแบบครบวงจร ด้วยแรงขับเคลื่อน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ดิจิตอลโซลูชั่น ซอฟต์แวร์โซลูชั่น และดิจิตอลพริ้นติ้ง พร้อมด้วยศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ เผยผลประกอบการในครึ่งปีแรกเติบโตมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ พร้อมก้าวสู่ทศวรรษที่ 4 ด้วยการเปิดตัวโครงการ “Metro Gen” เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ให้ทุก Generation มีพื้นที่ในการสร้างสรรค์ไอเดีย ดึงเด็กรุ่นใหม่ร่วมครีเอท Solution รองรับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

นายสุรเดช เลิศธรรมจักร์ กรรมการบริหาร บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เผยผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วง 6 เดือนแรก แม้ยังคงมีแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่บริษัทยังมีอัตราการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ ซึ่งประกอบไปด้วย 1. ดิจิตอลโซลูชั่น (Digital Solutions Group) 2. ซอฟต์แวร์โซลูชั่น (Solutions Integration Group) และ 3. ดิจิตอลพริ้นติ้ง (Digital Printing Group) โดยภาพรวมเติบโตมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สำหรับทิศทางทางธุรกิจต่อจากนี้จะมุ่งเน้นการให้บริการทางด้านไอที (IT Service) โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้บริการด้านไอทีในทุกด้าน เช่น บริการคลาวด์ (Cloud Service) เป็นการบริการพื้นที่จัดเก็บได้ยืดหยุ่นตามความต้องการ ลดการลงทุนในอินฟราสตรัคเจอร์ และการพัฒนาแอปพลิเคชันของบริษัท (IP) ภายใต้ชื่อ “The Superapp” เป็น Platform CRM และ ERP ซึ่งเมโทรซิสเต็มส์ มีความพร้อมในการให้บริการอย่างเต็มที่ และยังจับมือกับพันธมิตรรายใหญ่ในตลาดไม่ว่าจะเป็น ไอบีเอ็ม ฮิวเลตต์-แพคการ์ด ไมโครซอฟต์  อเมซอน หัวเว่ย และแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอีกมากมาย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างครบวงจร

นอกจากนี้ เมโทรซิสเต็มส์ เชื่อว่า “บุคลากร” เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมาย จึงสนับสนุนไอเดียของพนักงาน และผลักดันให้ไปสู่ความสำเร็จ โดยในปีนี้มีกลุ่มพนักงานหลากหลายแผนกได้รวมตัวกันนำเสนอแนวคิดในการสร้างคอมมูนิตี้เป็นศูนย์รวมคนทุก Generation   ล่าสุดเมโทรซิสเต็มส์ ได้เปิดโครงการ MSC Community ภายใต้ชื่อ “Metro Gen” โดยเนรมิต Metro Working Space บนพื้นที่กว่า 500 ตรม. ด้วยงบลงทุนกว่า 10 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ไอเดีย สร้างบรรยากาศการทำงานที่สนับสนุนแนวคิด นวัตกรรมที่ทันสมัย  และ แสวงหาธุรกิจใหม่ๆ สำหรับรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ทั้งนี้มั่นใจว่าจะช่วยต่อยอดธุรกิจของเมโทรซิสเต็มส์ได้ในอนาคต

โครงการนี้เป็นเสมือนศูนย์รวมในการขับเคลื่อนองค์กรให้เป็นผู้นำธุรกิจด้าน IT  จึงเกิด Metro Gen ผ่าน Gen U(EX) ประกอบด้วย  Gen U (University) กลุ่มนิสิตนักศึกษา ที่จะเข้ามาร่วมเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กร  Gen E (Employee) กลุ่มพนักงาน เพื่อสร้างความเป็นหนึ่งและความผูกพันต่อองค์กร มุ่งส่งเสริมให้พนักงานทำงานอย่างมีความสุข เพื่อเติบโตไปพร้อมกับองค์กร และ Gen X (Executive) กลุ่มผู้บริหาร เพื่อเพิ่มความใกล้ชิดกับพนักงานทุกระดับ ผ่านการถ่ายทอดประสบการณ์และปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรยุคใหม่

Metro Working Space ออกแบบพื้นที่ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ทั้งด้าน Networking และ Opportunity เพื่อให้ทุกคนที่เข้ามาใช้งาน แบ่งออกเป็น 6 โซน คือ Meeting Zone, Meeting Room, Phone Room, Mini Hall, Workspace Zone และ Breakout Zone  สำหรับการลงทุนในส่วนของ Facility ต่าง ๆ เน้นความทันสมัย เหมาะกับการทำงานในรูปแบบใหม่ ด้วยการออกแบบพื้นที่ในแต่ละโซนที่ให้ความรู้สึกแตกต่างกันออกไป รวมทั้งการจัดพื้นที่สำหรับกิจกรรม Sharing Idea และอุปกรณ์ในการทำงานที่ทันสมัย มี Glass board  และ  Huawei idea Hub Whiteboard แบบอินเตอร์แอคทีฟ ให้พนักงานได้ขีดเขียนสร้างสรรค์ไอเดียอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ณ อาคารสโมสรเรายังมี สนามบาส, สระว่ายน้ำ, ห้องอบซาวน่าแบบสตรีม, และ Fitness Center ที่พรั่งพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ได้มาตรฐาน บริการคลาสโยคะ และแอโรบิค เพื่อให้พนักงานได้ดูแลสุขภาพตามความต้องการอีกด้วย

ในส่วนของโลโก้ของ Metro Gen ผสมผสานความโดดเด่นของสีฟ้า สื่อถึงองค์กร สีเหลือง สื่อถึงคลื่นลูกใหม่ และสีเขียว สื่อถึงความยั่งยืน และในส่วนคาแรคเตอร์ได้ออกแบบให้สะท้อนถึงความล้ำสมัย ส่งเสริมการคิดนอกกรอบ (Think out of the box) และส่วนประกอบสุดท้ายในโลโก้เป็นเหรียญ Metro Coin ซึ่งเป็น Application ที่พัฒนาขึ้น เพื่อสนับสนุน Community ให้มีความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น โดยสะสม Coin ผ่านการเข้าร่วมกิจกรรม หรือได้จากเพื่อนพนักงานส่งให้แทนคำขอบคุณ ซึ่งสามารถนำ Coin มาแลกรับของรางวัล หรือลุ้นรางวัล อาทิ MacBook iPad iPhone ทองคำ และรางวัลอีกมาย

สำหรับประโยชน์ ที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการ Metro Gen คือสร้างสังคมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นในองค์กร สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้บริหารกับพนักงาน และเพื่อนร่วมงาน ดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้สนใจที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ทีมหุ่นยนต์กู้ภัย iRAP Robot คว้า 3 รางวัล จากการแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัยโลก “World RoboCup Rescue 2022”

ศ.ดร.สุชาติ  เซี่ยงฉิน อธิการบดี  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ) จัดงานเลี้ยงแสดงความยินดีแก่ ทีมหุ่นยนต์กู้ภัย iRAP Robot มอบทุนการศึกษา และมอบเสื้อสามารถให้กับนักศึกษาและอาจารย์ที่ปรึกษาทีมหุ่นยนต์กู้ภัย iRAP Robot  คว้า 3 รางวัล จากการแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัยโลก “World RoboCup Rescue 2022”  ได้แก่ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ Best-in-class Mobility (รางวัลหุ่นยนต์ที่มีสมรรถนะยอดเยี่ยม) และ Best team description papers (รางวัลนำเสนอข้อมูลทีมหุ่นยนต์ยอดเยี่ยม) ได้อย่างสมศักดิ์ศรี โดยนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เข้าร่วมการแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัยระดับโลก ประจำปี พ.ศ. 2565 ในการแข่งขัน “World RoboCup Rescue 2022”  ระหว่างวันที่ 13-16 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ  โดยมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัย รวมจำนวน 14 ทีม จาก 10 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ ออสเตรีย แคนาดา จีน เยอรมัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ตุรกี สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และไทย สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกและแห่งเดียวในโลกที่เป็นแชมป์โลกหุ่นยนต์กู้ภัยมากที่สุดอีกด้วย เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2565

ขวัญฤทัย ข่าว/สมเกษ ถ่ายภาพ


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

การ์ทเนอร์เผยรายได้ตลาดซอฟต์แวร์ RPA ปี 65 พุ่งแตะ 2.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

กรุงเทพฯ ประเทศไทย 22 สิงหาคม 2565 — การ์ทเนอร์คาดการณ์รายได้ตลาดซอฟต์แวร์ RPA (Robotic Process Automation) ทั่วโลกปี 2565 จะแตะ 2.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 19.5% จากปี 2564

เคธี่ ทอนโบห์ม รองประธานฝ่ายวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “จากอัตราการเติบโตของตลาด RPA ในปี 2564 ที่สูงถึง 31% ทำให้การเติบโตของซอฟต์แวร์กลุ่มนี้เติบโตเหนือกว่าตลาดซอฟต์แวร์ทั่วโลกเฉลี่ยที่ 16% ซึ่งองค์กรต่าง ๆ กำลังนำประสิทธิภาพของ RPA มาใช้เพื่อเร่งพัฒนากระบวนการทางธุรกิจให้เป็นระบบอัตโนมัติและสร้างแผนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล เชื่อมต่อเข้ากับระบบเดิมเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน”

แม้ว่าการเติบโตของตลาดในปีนี้จะช้ากว่าปีก่อน แต่คาดว่าตลาดซอฟต์แวร์ RPA ทั่วโลกจะยังเติบโตในระดับเลขสองหลักในปี 2566 หรือเติบโตเฉลี่ยที่ 17.5% ต่อปี (ดูตารางที่ 1)

ตารางที่ 1. คาดการณ์รายได้ตลาดซอฟต์แวร์ RPA (หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)

   

2564

 

 

2565

 

2566

 

รายได้

 

 

2,389

 

 

2,854

 

 

3,352

 

 

เติบโต (%)

 

 

30.9

 

 

19.5

 

 

17.5

 

ที่มา: การ์ทเนอร์ (สิงหาคม 2565)

วาร์ชา เมห์ตา ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสฝ่ายวิจัยการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “บริษัทซอฟต์แวร์ RPA กำลังเร่งพัฒนาบริการอย่างรวดเร็ว เพื่อนำเสนอแพลตฟอร์มระบบอัตโนมัติขนาดใหญ่ขึ้นโดยองค์กรต่าง ๆ จะให้ความสนใจและเพิ่มการใช้จ่ายในโซลูชันซอฟต์แวร์ RPA เนื่องจากยังมีงานแบบแมนนวลประเภทที่ต้องทำซ้ำ ๆ อีกมาก ซึ่งระบบอัตโนมัติจะช่วยทำให้พนักงานได้ใช้เวลาอย่างคุ้มค่าและมุ่งเน้นไปยังงานเชิงกลยุทธ์ได้มากขึ้น”

บริษัทที่แข่งขันอยู่ในตลาด RPA และบริษัทด้านซอฟต์แวร์อื่น ๆ กำลังมุ่งผลักดันการให้บริการที่เหนือกว่าแค่การเน้นเทคโนโลยีเดียวแบบเดิม ๆ ไปสู่ชุดเครื่องมือขั้นสูงที่พัฒนาขึ้นโดยโลว์โค้ดแอปพลิเคชันแพลตฟอร์ม (Low-Code Application Platform), เหมืองกระบวนการ (Process Mining), การทำเหมืองข้อมูลที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถบันทึกข้อมูลการโต้ตอบของผู้ใช้ได้ (Task Mining) การสร้างแบบจำลองการตัดสินใจ (Decision Modeling), iPaaS(Integration Platform as a Service)บริการเชื่อมต่อหลาย ๆ ระบบเข้าด้วยกันเพื่อให้เป็นอัตโนมัติ, เทคโนโลยี Computer Vision (แขนงหนึ่งของวิทยาการปัญญาประดิษฐ์หรือ AI)  และการจัดทำแผนพัฒนารายบุคคล (หรือ IDP) เสริมเข้าไปในระบบ RPA ที่มีอยู่เดิม สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้ให้บริการ RPA มีความพร้อมนำเสนอแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่ห้อมล้อมไปด้วยระบบ Hyperautomation ที่ครอบคลุมทุกอย่าง

การ์ทเนอร์ คาดการณ์ว่าจากนี้ไปจนถึงปี 2567 ระบบ Hyperautomation จะเป็นเทคโนโลยีขับเคลื่อนสำคัญที่ผลักดันให้องค์กรหันมาปรับใช้ซอฟต์แวร์ที่ให้ความแตกต่างกันในกระบวนการที่เปิดใช้งานไฮเปอร์ออโตเมชั่นอย่างน้อย 3 จาก 20 ประเภท

เปิดมุมมองในระดับภูมิภาค
อเมริกาเหนือ ยุโรปตะวันตก และญี่ปุ่น มีสัดส่วนของรายได้ RPA อยู่ที่ 77% ของรายได้ RPA ทั่วโลกทั้งหมดในปี 2565 โดยอเมริกาเหนือจะมีส่วนแบ่งรายได้สูงสุดที่ 48.5% ตามมาด้วยยุโรปตะวันตกและญี่ปุ่นที่ 19% และ 10% ตามลำดับ

ลูกค้าการ์ทเนอร์ สามารถคลิกอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Forecast: Enterprise Infrastructure Software, Worldwide, 2020-2026, 2Q22 Update”.

เกี่ยวกับ Gartner IT Symposium/Xpo
ผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีจะได้เรียนรู้วิธีการใช้งานระบบอัตโนมัติ รวมถึงแนวทางการปรับใช้กับเทคโนโลยีเกิดใหม่อื่น ๆ เพื่อยกระดับองค์กรไปอีกขั้น ในงาน  Gartner IT Symposium 2022 ติดตามข้อมูลข่าวสารและการอัปเดตต่าง ๆ จากงานผ่านทาง Twitter โดยติดแฮชแท็ก #GartnerSYM

รายละเอียดการจัดงานประชุมสัมมนา Gartner IT Symposium/Xpo 2022 ประกอบด้วย

October 17-20 | Orlando, FL

September 12-14 | Gold Coast, Australia

October 31-November 2 | Tokyo, Japan

November 7-10 | Barcelona, Spain

November 14-16 | India

เกี่ยวกับ Gartner for High Tech
Gartner for High Tech นำเสนอแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดตามขอบเขตความผิดชอบให้แก่ผู้นำเทคโนโลยีและทีมงานไอที รวมถึงข้อมูลเชิงลึกในอุตสาหกรรม มุมมองกลยุทธ์แนวโน้มเกิดใหม่และการเปลี่ยนแปลงในตลาด เพื่อให้สามารถจัดลำดับความสำคัญของภารกิจและสร้างความสำเร็จให้แก่องค์กรในอนาคต อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.gartner.com/en/industries/high-tech หรือติดตามข่าวสารและการอัปเดตจาก Gartner for High Tech ได้ที่ Twitter และ LinkedIn

เกี่ยวกับการ์ทเนอร์
บริษัท การ์ทเนอร์ (Gartner, Inc.) (NYSE: IT) คือบริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำของโลก มอบข้อมูลเชิงลึก คำแนะนำ และเครื่องมือต่าง ๆ แก่ผู้บริหารองค์กรธุรกิจ เพื่อรองรับการดำเนินภารกิจสำคัญที่มีอยู่ในปัจจุบันและสร้างองค์กรให้ประสบความสำเร็จในอนาคต ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางของการ์ทเนอร์ในการช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจอย่างถูกต้องเพื่อขับเคลื่อนอนาคตของธุรกิจได้ที่ gartner.com


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ADVICE THE WAY OF GAMING! ยกขบวนหนักจัดใหญ่สินค้าไอทีและโปรโมชั่นสุดพิเศษ ส่งตรงถึงมือผู้บริโภคแล้วกว่าครึ่งประเทศ พร้อม!! ลุยต่ออีก 29 จังหวัด สิ้นสุดเดือนพฤศจิกายนนี้

ตอบโจทย์ผู้บริโภค ด้วยเทคโนโลยีการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป้นการทำงาน การเรียน สันทนาการ เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลาย และต่อยอดการใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

22 สิงหาคม 2565 – เป็นเวลากว่า 3 เดือน ที่ “แอดไวซ์” ได้เริ่มออกเดินทางในกิจกรรมโรดโชว์ “THE WAY OF GAMING” นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 ผ่านไปด้วยระยะทางกว่า 5,000 กิโลเมตร ที่กิจกรรมนี้ได้ส่งมอบโอกาสในการเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศ นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด พร้อมโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมและพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยี ให้ผู้ใช้สามารถนำไปต่อยอดได้ในอนาคต

ในกิจกรรมโรดโชว์ “THE WAY OF GAMING” แอดไวซ์เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้ามาสัมผัสประสบการณ์หรือทดลองสินค้าเพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกเทคโนโลยีหรือผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของตัวเอง และสามารถต่อยอดการใช้ชีวิตหรือพฤติกรรมประจำวันได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ ผ่านกิจกรรมและโปรโมชั่นต่างๆ ที่ขบวนโรดโชว์เดินทางไปถึงหน้าร้านสาขาแอดไวซ์แต่ละจังหวัด แอดไวซ์ได้ยกทัพสินค้าหลากหลายแบรนด์ไม่ว่าจะเป็น Intel, Seagate, Samsung, WD รวมถึงแบรนด์สินค้าโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ชั้นนำอย่าง Asus, Acer, HP, MSI, Lenovo และในส่วนของอุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์ที่ได้รับความสนใจ อาทิ CoolerMaster, Logitech G, Razer มาให้ลูกค้าได้เลือกเป็นเจ้าของ สอดคล้องกับผลการสำรวจของ We Are Social ที่ระบุว่าอุปกรณ์ไอทีที่มีการใช้งานเข้าเว็บไซต์มากที่สุดคือกลุ่มผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนที่ร้อยละ 54.95% ตามมาด้วย คอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊กอยู่ที่ 42.26% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 3.6% แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มเปลี่ยนไปสู่การมองหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์การทำงานและความบันเทิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากการเก็บข้อมูลจากโรดโชว์ “THE WAY OF GAMING” ในช่วงเวลากว่า 3 เดือนที่ผ่านมาเราพบว่าผู้บริโภคให้ความสนใจและต้องการเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่อำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสามลำดับแรก ประกอบด้วย โน้ตบุ๊ก ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ และ เกมมิ่งเกียร์ ตามลำดับ ที่มีสัดส่วนถึง 95% ของยอดขายจากโรดโชว์จนถึงวันนี้  โดยกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสนใจและเข้าร่วมกิจกรรมส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 18 – 34 ปี ครอบคลุมทั้ง นักเรียน/นักศึกษา คนวัยทำงาน และผู้ใช้งานทั่วไปที่ให้ความสนใจในเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และมองหาโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการเพื่อการใช้งานด้านต่างๆ ไม่ว่าจะการเรียน การทำงาน รวมถึงความบันเทิง โดยเข้ามาเลือกซื้อสินค้าทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์

นายจักรกฤษณ์ วัชระศักดิ์ศิลป์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานผลิตภัณฑ์ การขายและการตลาด บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรมโรดโชว์ THE WAY OF GAMING เป็นการตอกย้ำสิ่งที่เรามุ่งมั่นมาตลอดว่าเราสามารถขยายโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศ ผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่แอดไวซ์นำเสนอในราคาที่จับต้องได้ จากการลงพื้นที่เราได้เห็นการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ที่สนใจที่เข้ามาสัมผัสและทดลองสินค้าต่าง ๆ ซึ่งตรงตามเป้าหมายที่เราคาดการณ์ไว้ นอกจากนั้นอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ตที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในประเทศไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากทางภาครัฐและเอกชนอย่างกว้างขวางเป็นปัจจัยหนุนให้เกิดอุปสงค์ต่อสินค้าเทคโนโลยีกลุ่มนี้มากขึ้น

เราตื่นเต้นกับการตอบรับจากผู้บริโภคที่เข้าร่วมกิจกรรมโรดโชว์ในครั้งนี้ ไม่ว่าจะทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมรุ่นล่าสุด ซึ่งเป็นความตั้งใจของแอดไวซ์ที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันอุตสาหกรรมไอทีให้เป็นอุตสาหกรรมที่ทุกคนได้รับโอกาส เข้าถึงได้ง่าย และได้รับประสบการณ์ตามที่ต้องการ”

จากกิจกรรมโรดโชว์ในแต่ละสาขาที่จัดขึ้น แอดไวซ์สามารถเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้มากขึ้นกว่า 15% และนอกจากนี้แอดไวซ์ยังมีช่องทางบนออนไลน์ เพื่อสร้างประสบการณ์การเข้าถึงเทคโนโลยีไปยังผู้บริโภคได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการซื้อสินค้าและการจัดส่งที่รวดเร็ว มีคุณภาพ ยังรวมถึงการส่งต่อข้อมูลข่าวสารและโปรโมชั่นต่างๆได้ครอบคลุมและตอบโจทย์ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

โรดโชว์ “THE WAY OF GAMING” จะมีไปจนถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน ศกนี้ ผู้ที่สนใจ สามารถติดตามรายละเอียดการจัดงานในแต่ละสาขาทั่วประเทศ ได้ที่แฟนเพจ Adviceclub


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

Epson EU-m30 เครื่องพิมพ์ใบเสร็จที่ถูกออกแบบเพื่อตอบโจทย์ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ

เอปสันเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีด้านการพิมพ์เพื่อโลกธุรกิจและผู้นำเครื่องพิมพ์ใบเสร็จ ณ จุดขาย (POS) อันดับ 1 ของอาเซียนนาน 12 ปีติดต่อกัน จากข้อมูลของ IDC ตั้งแต่ปี 2009 – 2020 ด้วยการเปิดตัวเครื่องพิมพ์ใบเสร็จรุ่นใหม่ล่าสุดเอปสัน EU-m30 ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ หรือ คีออส เพื่อรองรับธุรกิจที่ให้ลูกค้าบริการตนเอง ที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เครื่องพิมพ์ใบเสร็จระบบหัวเข็มความร้อนรุ่นใหม่จากเอปสัน EU-m30 ถูกออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัด แต่โดดเด่นด้วยความยืดหยุ่นในการติดตั้งกับตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติที่มีลักษณะแตกต่างกันได้อย่างลงตัว มาพร้อมชุดติดตั้งเพื่อตอบโจทย์การใช้งานได้สะดวกง่ายดาย และยังมีอุปกรณ์เสริม ขอบ Bezel แบบใหม่ที่จัดแนวทางเดินกระดาษได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันกระดาษติดและออกรับใบเสร็จได้ง่ายขึ้น ตัวเครื่องยังมีแผงไฟ LED แจ้งเตือนสถานะการทำงาน รวมถึงปัญหาการใช้งานต่างๆ เพื่อให้สามารถแก้ไขได้ทันที เหมาะสำหรับการใช้งานในตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติในหลากหลายธุรกิจที่เน้นให้ลูกค้าบริการตนเอง ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ รวมถึงระบบนัดหมายด้วยบัตรคิว ฯลฯ

เครื่องพิมพ์เอปสัน EU-m30 สามารถพิมพ์ได้ด้วยความเร็วสูงถึง 250 มิลลิเมตรต่อวินาที ซึ่งนับว่าเป็นพิมพ์ได้เร็วที่สุดในเครื่องพิมพ์ระดับเดียวกัน ตัวเครื่องมีความทนทานและให้ประสิทธิภาพงานพิมพ์สูง มีอายุการใช้งานเครื่องพิมพ์สูงถึง 17 ล้านบรรทัด ใบมีดตัดกระดาษอัตโนมัติก็มีอายุการใช้งานสูงถึง 1.5 ล้านครั้ง นอกจากนี้ยังมั่นใจด้วยคุณสมบัติด้านความปลอดภัยต่างๆ เช่น อุปกรณ์เสริมที่ช่วยป้องกันฝาครอบด้านหน้าและฝาครอบปุ่ม เพื่อป้องกันการเข้าถึงเครื่องพิมพ์โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงรองรับการทำงานได้หลายภาษา และได้รับการรับรองจาก UL และ TÜV ที่ได้มาตรฐานในระดับสากล ช่วยให้ผู้ประกอบการมั่นใจได้ว่าเครื่องพิมพ์ได้รับการรับประกันว่ามีคุณภาพและเชื่อถือได้ ช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการยื่นขอใบรับรอง

เอปสัน EU-m30 คือนวัตกรรมใหม่ล่าสุดของเครื่องพิมพ์ใบเสร็จจากเอปสัน ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นครบครัน ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น รองรับกับการปรับตัวเข้ากับธุรกิจบริการตนเองที่กำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก สามารถตอบโจทย์การทำงานสำหรับผู้ประกอบการในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม การค้าปลีก ความบันเทิงรวมถึงบริการของภาครัฐได้อย่างลงตัว สนใจข้อมูลสินค้าติดต่อเอปสัน คอลเซ็นเตอร์ 0-2460-9699 หรือเว็บไซต์ www.epson.co.th เฟสบุ๊ค facebook.com/epsonthailand และ LINE Official Account Epson Thailand


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

“Furradec Furniture Fair” ชวนมิกซ์แอนด์แมทช์เฟอร์นิเจอร์ สร้างมุมทำงานโดนใจในราคาสุดคุ้ม ลดสูงสุด 70%

Furradec แบรนด์เฟอร์นิเจอร์สำนักงานครบวงจร ชวนทุกคนเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ใช่! Mix & Match สร้างมุมทำงานในสไตล์คุณ ลงตัวทุกพื้นที่ตั้งแต่มุมทำงานในบ้าน โฮมออฟฟิศ และสำนักงานขนาดใหญ่ สามารถเลือกช้อปเก้าอี้ทำงาน โต๊ะทำงาน และชั้นวาง ลดสูงสุดถึง 70% ที่ Furradec Furniture Fair ลาน The Circular ชั้น 1 ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ 16 ส.ค. 65 – 29 ส.ค. 65 พร้อมบริการจัดส่งประกอบเฟอร์นิเจอร์ฟรี* และรับประกันคุณภาพสูงสุด 5 ปี* ตามกำหนด

ยิ่งช้อป ยิ่งคุ้ม!  กับโปรโมชั่นเอาใจสายเฟอร์ฯ ในราคาแฟร์ๆ ช้อปโต๊ะพร้อมเก้าอี้ รับส่วนลดเพิ่ม 3%* และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า Central The 1 ช้อปครบ 10,000 บาท ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน พร้อมรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 32,000 บาท* (ตามเงื่อนไขที่กำหนด)

พลาดไม่ได้!!! ปรึกษาปัญหา “ออฟฟิศซินโดรม”  โรคฮิตของกลุ่มคนทำงาน กับนักกายภาพบำบัดได้ฟรี! เราพร้อมเผยเคล็ดลับการเลือกเก้าอี้ที่ดีและท่านั่งที่ถูกต้องตามหลักการยศาสตร์ ที่บูธ Furradec วันเสาร์-อาทิตย์ที่ 20-21 สค. 65 และ 27-28 ส.ค. 65 เวลา 11.00-18.00 น.


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

INEX ชวนเที่ยวมหกรรมวิทยาศาสตร์ Science Carnival @สามย่านมิตรทาวน์

INEX ออกบูธงาน NST Fair Science Carnival Bangkok 2022 @samyanmirtown ยกทัพสินค้าชุดเรียนรู้หุ่นยนต์อัตโนมัติ รวมทั้งชุดเรียนรู้การเขียนโปรแกรมไมโครคอนโทรลเลอร์ ในราคาพิเศษมากมาย และที่พลาดไม่ได้กับ Workshop ราคาสุดคุ้มที่ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่าย 50% จาก “องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ” หรือ “อพวช”  ดำเนินการสอนโดยวิศวกรจากบริษัท อินโนเวตีฟ เอ็กเพอริเมนต์ จำกัด หรือ INEX

หัวข้อ WORKSHOP by INEX
iBEAM Workshop : สนุกกับหุ่นยนต์เคลื่อนที่ตามเส้นแบบไม่ต้องเขียนโปรแกรมสำหรับผู้เริ่มต้น
Mbits Workshop : การใช้งาน Mbits บอร์ดสมองกลเพื่อการศึกษาทีสามารถนำไปต่อยอดเป็นอุปกรณ์ IoT ได้
Relay Rover Workshop : สนุกกับรถหุ่นยนต์บังคับมือแบบไม่ต้องเขียนโปรแกรมสำหรับผู้เริ่มต้น
KidBright32IP Workshop : สำหรับผู้สนใจเกี่ยวกับการใช้งาน KidBright32iP บอร์ดสมองกลที่ต่อยอดจากโครงการ KidBright ของ สวทช.
Hebocon Workshop : การประดิษฐ์หุ่นยนต์ Hebocon (หุ่นยนต์เห่ย) (เลือกรอบได้)

สำหรับผู้สนใจ WORKSHOP แต่สมัครไม่ทันสามารถสมัครหน้างานได้เลยจ้า หรือติดต่อสอบถามที่ 02-747-7001 ถึง 04 หรือติดต่อที่บูธ INEX ลานหน้าห้างสยามมิตรทาวน์ ชั้น G

สำหรับงาน NST Fair Science Carnival Bangkok 2022 @samyanmirtown จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 17 – 21 สิงหาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 15.00 ถึง 22.00 น.

 


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

AMD จัดงานไลฟ์สตรีมเปิดตัวสถาปัตยกรรม “Zen 4” และโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen รุ่นต่อไป

วันนี้ AMD ประกาศจัดงาน “together we advance_PCs” รูปแบบไลฟ์สตรีมถ่ายทอดสดรอบปฐมทัศน์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ AMD รุ่นต่อไป นำเสนอข้อมูลโดย ซีอีโอ ดร.ลิซ่า ซู, ซีทีโอและรองประธานบริหาร มาร์ค เปเปอร์มาสเตอร์ และผู้บริหาร AMD อีกหลายท่าน ที่จะมานำเสนอรายละเอียดสถาปัตยกรรม “Zen 4” รุ่นล่าสุด ที่ขับเคลื่อนการประมวลผลบนโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen ที่กำลังจะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ พร้อมด้วยแพลตฟอร์ม AM5 ใหม่ ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อนยุคใหม่ของเดสก์ท็อปคอมพิวเตอร์

  • วันและเวลาการถ่ายทอดสด: วันอังคารที่ 30 สิงหาคม เวลาประเทศไทย 06:00 น. (หกโมงเช้า)
  • ช่องทางในการถ่ายทอดสด: การนำเสนอข้อมูล จะสามารถรับชมได้ผ่านช่องทาง AMD YouTube channel และสามารถดูย้อนหลังได้หลังจากจบงานที่เว็บไซต์ AMD.com/Ryzen

 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

GALA เผยแนวทางสำหรับบริษัท Web 2.0 เตรียมก้าวสู่โลกใหม่ พร้อมตอบโจทย์ลูกค้าบน Web 3.0 ในงาน NFT Expoverse

“Gala” ผู้นำด้านความบันเทิงบน Web 3.0 ระดับโลก ได้มีการเปิดตัว Gala Film พร้อมกล่าวถึงเส้นทางของบริษัท Web 2.0 ในการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่โลกของ Web 3.0 ในงาน NFT Expoverse ที่จัดขึ้น ณ นครลอสแอนเจลิส เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ด้วยเกมที่กำลังพัฒนากว่า 28 เกม ร่วมกับแบรนด์ยักษ์ใหญ่หลายแห่ง รวมถึงการเติบโตของระบบนิเวศที่อยู่เบื้องหลังความบันเทิงในรูปแบบ ภาพยนตร์  (Gala Film) และ ดนตรี (Gala Music) ทำให้ Gala พร้อมที่จะเป็นส่วนสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างธุรกิจทั่วไปและโลกของ Web 3.0

โดยในงานนี้ Jason Brink ประธานฝ่ายบล็อกเชนของ Gala ได้กล่าวถึง บทบาทของ Gala ว่าเป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมต่อระหว่างบริษัท Web 2.0 กับ โลกที่กระจายอำนาจและไร้ตัวกลาง ด้วยความร่วมมือกับสื่อยักษ์ใหญ่จาก AMC ใน The Walking Dead: Empires ไปจนถึงการร่วมมือกับ Snoop Dogg และ Death Row Records ทำให้ Gala มีความแตกต่างในการสร้างเส้นทางสำหรับ ศิลปิน นักออกแบบ และธุรกิจเพื่อตอบโจทย์คอมมูนิตี้ของ Web 3.0 

ขณะที่ธุรกิจของ Web 2.0 มักจะถูกแยกออกจากเทคโนโลยีบล็อกเชน Jason Brink ในฐานะประธานฝ่าย Blockchain ของ Gala ได้หารือถึงประเด็นปัญหาที่ลูกค้าพบ เพื่อนำพาบริษัท Web 2.0 ก้าวเข้าสู่โลกของ Web 3.0 ได้อย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับ Web 3.0, การสร้างกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ง่ายขึ้น, ความสะดวกในการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตโดยไม่จำเป็นต้องใช้บริการจากบุคคลที่สาม รวมถึงการรักษาคอมมูนิตี้ที่เข้มแข็งทั้งทางออนไลน์และแบบตัวต่อตัว

นอกจากนี้ Jason Brink ยังให้ความเห็นว่า “โลกของ Web 3.0 คือ อนาคตที่สดใส การทำให้บริษัท Web 2.0 ก้าวเข้าสู่ Web 3.0 ได้อย่างง่ายขึ้น จะช่วยส่งผลดีต่อทุกคน”

Gala ได้สร้างความเคลื่อนไหวครั้งยิ่งใหญ่ในการเข้าสู่โลกของ Web 3.0 ด้วยแพลตฟอร์ม Gala Games ซึ่งเป็นการปฏิวัติแนวคิดของแพลตฟอร์มการกระจายอำนาจบนเครือข่ายโหนดกว่า 25,000 โหนด 

นอกจากนี้ เกมที่เป็นเรือธงอย่าง Town Star ก็ได้คว้ารางวัลเกมบล็อกเชนที่ดีที่สุดแห่งปี 2022 จากงาน AIBC (Blockchain Game of the Year by AIBC) ซึ่งในงานที่มอลต้าเมื่อกลางปีที่ผ่านมา Gala ก็ได้เผยถึงโปรเจกต์ราว ๆ 12 โปรเจกต์ที่อยู่ในช่วงการพัฒนา โดยมีกำหนดการที่จะเปิดตัวในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย

การประกาศเปิดตัว Gala Music และ Gala Film ในปีนี้ ทำให้ Gala ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมทางด้านความบันเทิง แม้ว่า Gala Film จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ Gala Music ซึ่งประกาศเปิดตัวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็ได้ร่วมงานกับศิลปินที่มีชื่อเสียงมากมาย ไม่ว่าจะเป็น BT, Snoop Dogg, Steve Aoki, Bassjackers, Ice Cube และ Kings of Leon เป็นการตอกย้ำความสำเร็จอีกขั้นของการเป็นผู้นำด้านความบันเทิงอย่างแท้จริง

#GALA #NFTExpoverse

เกี่ยวกับ Gala

Gala เป็นผู้นำระดับโลกด้านความบันเทิงบน Web 3.0 ผ่านการกระจายอำนาจและการให้ผลตอบแทน โดย Gala ได้มอบสิทธิ์ของการเป็นเจ้าของทรัพย์สินให้กับผู้ที่ชอบในการเล่นเกม รักในเสียงดนตรี และหลงใหลในการรับชมภาพยนตร์ ให้ผู้คนเหล่านี้เข้าถึงและเป็นเจ้าของสิ่งที่ชื่นชอบเหล่านี้ได้อย่างแท้จริง

📍ช่องทางติดตาม Gala Games


 

Exit mobile version