Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

เมโทรซิสเต็มส์ มุ่งสร้าง Community ขุมพลังขับเคลื่อนธุรกิจ ผ่านกลุ่ม 3 Gen รุกโครงการ Metro Gen เปิด Metro Working Space

บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MSC ผู้นำทางด้านโซลูชั่นและบริการด้านไอทีแบบครบวงจร ด้วยแรงขับเคลื่อน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ดิจิตอลโซลูชั่น ซอฟต์แวร์โซลูชั่น และดิจิตอลพริ้นติ้ง พร้อมด้วยศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ เผยผลประกอบการในครึ่งปีแรกเติบโตมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ พร้อมก้าวสู่ทศวรรษที่ 4 ด้วยการเปิดตัวโครงการ “Metro Gen” เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ให้ทุก Generation มีพื้นที่ในการสร้างสรรค์ไอเดีย ดึงเด็กรุ่นใหม่ร่วมครีเอท Solution รองรับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

นายสุรเดช เลิศธรรมจักร์ กรรมการบริหาร บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เผยผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วง 6 เดือนแรก แม้ยังคงมีแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่บริษัทยังมีอัตราการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ ซึ่งประกอบไปด้วย 1. ดิจิตอลโซลูชั่น (Digital Solutions Group) 2. ซอฟต์แวร์โซลูชั่น (Solutions Integration Group) และ 3. ดิจิตอลพริ้นติ้ง (Digital Printing Group) โดยภาพรวมเติบโตมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สำหรับทิศทางทางธุรกิจต่อจากนี้จะมุ่งเน้นการให้บริการทางด้านไอที (IT Service) โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้บริการด้านไอทีในทุกด้าน เช่น บริการคลาวด์ (Cloud Service) เป็นการบริการพื้นที่จัดเก็บได้ยืดหยุ่นตามความต้องการ ลดการลงทุนในอินฟราสตรัคเจอร์ และการพัฒนาแอปพลิเคชันของบริษัท (IP) ภายใต้ชื่อ “The Superapp” เป็น Platform CRM และ ERP ซึ่งเมโทรซิสเต็มส์ มีความพร้อมในการให้บริการอย่างเต็มที่ และยังจับมือกับพันธมิตรรายใหญ่ในตลาดไม่ว่าจะเป็น ไอบีเอ็ม ฮิวเลตต์-แพคการ์ด ไมโครซอฟต์  อเมซอน หัวเว่ย และแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอีกมากมาย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างครบวงจร

นอกจากนี้ เมโทรซิสเต็มส์ เชื่อว่า “บุคลากร” เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมาย จึงสนับสนุนไอเดียของพนักงาน และผลักดันให้ไปสู่ความสำเร็จ โดยในปีนี้มีกลุ่มพนักงานหลากหลายแผนกได้รวมตัวกันนำเสนอแนวคิดในการสร้างคอมมูนิตี้เป็นศูนย์รวมคนทุก Generation   ล่าสุดเมโทรซิสเต็มส์ ได้เปิดโครงการ MSC Community ภายใต้ชื่อ “Metro Gen” โดยเนรมิต Metro Working Space บนพื้นที่กว่า 500 ตรม. ด้วยงบลงทุนกว่า 10 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ไอเดีย สร้างบรรยากาศการทำงานที่สนับสนุนแนวคิด นวัตกรรมที่ทันสมัย  และ แสวงหาธุรกิจใหม่ๆ สำหรับรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ทั้งนี้มั่นใจว่าจะช่วยต่อยอดธุรกิจของเมโทรซิสเต็มส์ได้ในอนาคต

โครงการนี้เป็นเสมือนศูนย์รวมในการขับเคลื่อนองค์กรให้เป็นผู้นำธุรกิจด้าน IT  จึงเกิด Metro Gen ผ่าน Gen U(EX) ประกอบด้วย  Gen U (University) กลุ่มนิสิตนักศึกษา ที่จะเข้ามาร่วมเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กร  Gen E (Employee) กลุ่มพนักงาน เพื่อสร้างความเป็นหนึ่งและความผูกพันต่อองค์กร มุ่งส่งเสริมให้พนักงานทำงานอย่างมีความสุข เพื่อเติบโตไปพร้อมกับองค์กร และ Gen X (Executive) กลุ่มผู้บริหาร เพื่อเพิ่มความใกล้ชิดกับพนักงานทุกระดับ ผ่านการถ่ายทอดประสบการณ์และปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรยุคใหม่

Metro Working Space ออกแบบพื้นที่ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ทั้งด้าน Networking และ Opportunity เพื่อให้ทุกคนที่เข้ามาใช้งาน แบ่งออกเป็น 6 โซน คือ Meeting Zone, Meeting Room, Phone Room, Mini Hall, Workspace Zone และ Breakout Zone  สำหรับการลงทุนในส่วนของ Facility ต่าง ๆ เน้นความทันสมัย เหมาะกับการทำงานในรูปแบบใหม่ ด้วยการออกแบบพื้นที่ในแต่ละโซนที่ให้ความรู้สึกแตกต่างกันออกไป รวมทั้งการจัดพื้นที่สำหรับกิจกรรม Sharing Idea และอุปกรณ์ในการทำงานที่ทันสมัย มี Glass board  และ  Huawei idea Hub Whiteboard แบบอินเตอร์แอคทีฟ ให้พนักงานได้ขีดเขียนสร้างสรรค์ไอเดียอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ณ อาคารสโมสรเรายังมี สนามบาส, สระว่ายน้ำ, ห้องอบซาวน่าแบบสตรีม, และ Fitness Center ที่พรั่งพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ได้มาตรฐาน บริการคลาสโยคะ และแอโรบิค เพื่อให้พนักงานได้ดูแลสุขภาพตามความต้องการอีกด้วย

ในส่วนของโลโก้ของ Metro Gen ผสมผสานความโดดเด่นของสีฟ้า สื่อถึงองค์กร สีเหลือง สื่อถึงคลื่นลูกใหม่ และสีเขียว สื่อถึงความยั่งยืน และในส่วนคาแรคเตอร์ได้ออกแบบให้สะท้อนถึงความล้ำสมัย ส่งเสริมการคิดนอกกรอบ (Think out of the box) และส่วนประกอบสุดท้ายในโลโก้เป็นเหรียญ Metro Coin ซึ่งเป็น Application ที่พัฒนาขึ้น เพื่อสนับสนุน Community ให้มีความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น โดยสะสม Coin ผ่านการเข้าร่วมกิจกรรม หรือได้จากเพื่อนพนักงานส่งให้แทนคำขอบคุณ ซึ่งสามารถนำ Coin มาแลกรับของรางวัล หรือลุ้นรางวัล อาทิ MacBook iPad iPhone ทองคำ และรางวัลอีกมาย

สำหรับประโยชน์ ที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการ Metro Gen คือสร้างสังคมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นในองค์กร สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้บริหารกับพนักงาน และเพื่อนร่วมงาน ดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้สนใจที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ทีมหุ่นยนต์กู้ภัย iRAP Robot คว้า 3 รางวัล จากการแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัยโลก “World RoboCup Rescue 2022”

.ดร.สุชาติ  เซี่ยงฉิน อธิการบดี  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ) จัดงานเลี้ยงแสดงความยินดีแก่ ทีมหุ่นยนต์กู้ภัย iRAP Robot มอบทุนการศึกษา และมอบเสื้อสามารถให้กับนักศึกษาและอาจารย์ที่ปรึกษาทีมหุ่นยนต์กู้ภัย iRAP Robot  คว้า 3 รางวัล จากการแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัยโลก “World RoboCup Rescue 2022”  ได้แก่ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ Best-in-class Mobility (รางวัลหุ่นยนต์ที่มีสมรรถนะยอดเยี่ยม) และ Best team description papers (รางวัลนำเสนอข้อมูลทีมหุ่นยนต์ยอดเยี่ยม) ได้อย่างสมศักดิ์ศรี โดยนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เข้าร่วมการแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัยระดับโลก ประจำปี พ.. 2565 ในการแข่งขัน “World RoboCup Rescue 2022”  ระหว่างวันที่ 13-16 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ  โดยมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัย รวมจำนวน 14 ทีม จาก 10 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ ออสเตรีย แคนาดา จีน เยอรมัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ตุรกี สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และไทย สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกและแห่งเดียวในโลกที่เป็นแชมป์โลกหุ่นยนต์กู้ภัยมากที่สุดอีกด้วย เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2565

ขวัญฤทัย ข่าว/สมเกษ ถ่ายภาพ


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

การ์ทเนอร์เผยรายได้ตลาดซอฟต์แวร์ RPA ปี 65 พุ่งแตะ 2.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

กรุงเทพฯ ประเทศไทย 22 สิงหาคม 2565 — การ์ทเนอร์คาดการณ์รายได้ตลาดซอฟต์แวร์ RPA (Robotic Process Automation) ทั่วโลกปี 2565 จะแตะ 2.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 19.5% จากปี 2564

เคธี่ ทอนโบห์ม รองประธานฝ่ายวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “จากอัตราการเติบโตของตลาด RPA ในปี 2564 ที่สูงถึง 31% ทำให้การเติบโตของซอฟต์แวร์กลุ่มนี้เติบโตเหนือกว่าตลาดซอฟต์แวร์ทั่วโลกเฉลี่ยที่ 16% ซึ่งองค์กรต่าง ๆ กำลังนำประสิทธิภาพของ RPA มาใช้เพื่อเร่งพัฒนากระบวนการทางธุรกิจให้เป็นระบบอัตโนมัติและสร้างแผนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล เชื่อมต่อเข้ากับระบบเดิมเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน”

แม้ว่าการเติบโตของตลาดในปีนี้จะช้ากว่าปีก่อน แต่คาดว่าตลาดซอฟต์แวร์ RPA ทั่วโลกจะยังเติบโตในระดับเลขสองหลักในปี 2566 หรือเติบโตเฉลี่ยที่ 17.5% ต่อปี (ดูตารางที่ 1)

ตารางที่ 1. คาดการณ์รายได้ตลาดซอฟต์แวร์ RPA (หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)

   

2564

 

 

2565

 

2566

 

รายได้

 

 

2,389

 

 

2,854

 

 

3,352

 

 

เติบโต (%)

 

 

30.9

 

 

19.5

 

 

17.5

 

ที่มา: การ์ทเนอร์ (สิงหาคม 2565)

วาร์ชา เมห์ตา ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสฝ่ายวิจัยการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “บริษัทซอฟต์แวร์ RPA กำลังเร่งพัฒนาบริการอย่างรวดเร็ว เพื่อนำเสนอแพลตฟอร์มระบบอัตโนมัติขนาดใหญ่ขึ้นโดยองค์กรต่าง ๆ จะให้ความสนใจและเพิ่มการใช้จ่ายในโซลูชันซอฟต์แวร์ RPA เนื่องจากยังมีงานแบบแมนนวลประเภทที่ต้องทำซ้ำ ๆ อีกมาก ซึ่งระบบอัตโนมัติจะช่วยทำให้พนักงานได้ใช้เวลาอย่างคุ้มค่าและมุ่งเน้นไปยังงานเชิงกลยุทธ์ได้มากขึ้น”

บริษัทที่แข่งขันอยู่ในตลาด RPA และบริษัทด้านซอฟต์แวร์อื่น ๆ กำลังมุ่งผลักดันการให้บริการที่เหนือกว่าแค่การเน้นเทคโนโลยีเดียวแบบเดิม ๆ ไปสู่ชุดเครื่องมือขั้นสูงที่พัฒนาขึ้นโดยโลว์โค้ดแอปพลิเคชันแพลตฟอร์ม (Low-Code Application Platform), เหมืองกระบวนการ (Process Mining), การทำเหมืองข้อมูลที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถบันทึกข้อมูลการโต้ตอบของผู้ใช้ได้ (Task Mining) การสร้างแบบจำลองการตัดสินใจ (Decision Modeling), iPaaS(Integration Platform as a Service)บริการเชื่อมต่อหลาย ๆ ระบบเข้าด้วยกันเพื่อให้เป็นอัตโนมัติ, เทคโนโลยี Computer Vision (แขนงหนึ่งของวิทยาการปัญญาประดิษฐ์หรือ AI)  และการจัดทำแผนพัฒนารายบุคคล (หรือ IDP) เสริมเข้าไปในระบบ RPA ที่มีอยู่เดิม สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้ให้บริการ RPA มีความพร้อมนำเสนอแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่ห้อมล้อมไปด้วยระบบ Hyperautomation ที่ครอบคลุมทุกอย่าง

การ์ทเนอร์ คาดการณ์ว่าจากนี้ไปจนถึงปี 2567 ระบบ Hyperautomation จะเป็นเทคโนโลยีขับเคลื่อนสำคัญที่ผลักดันให้องค์กรหันมาปรับใช้ซอฟต์แวร์ที่ให้ความแตกต่างกันในกระบวนการที่เปิดใช้งานไฮเปอร์ออโตเมชั่นอย่างน้อย 3 จาก 20 ประเภท

เปิดมุมมองในระดับภูมิภาค
อเมริกาเหนือ ยุโรปตะวันตก และญี่ปุ่น มีสัดส่วนของรายได้ RPA อยู่ที่ 77% ของรายได้ RPA ทั่วโลกทั้งหมดในปี 2565 โดยอเมริกาเหนือจะมีส่วนแบ่งรายได้สูงสุดที่ 48.5% ตามมาด้วยยุโรปตะวันตกและญี่ปุ่นที่ 19% และ 10% ตามลำดับ

ลูกค้าการ์ทเนอร์ สามารถคลิกอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Forecast: Enterprise Infrastructure Software, Worldwide, 2020-2026, 2Q22 Update”.

เกี่ยวกับ Gartner IT Symposium/Xpo
ผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีจะได้เรียนรู้วิธีการใช้งานระบบอัตโนมัติ รวมถึงแนวทางการปรับใช้กับเทคโนโลยีเกิดใหม่อื่น ๆ เพื่อยกระดับองค์กรไปอีกขั้น ในงาน  Gartner IT Symposium 2022 ติดตามข้อมูลข่าวสารและการอัปเดตต่าง ๆ จากงานผ่านทาง Twitter โดยติดแฮชแท็ก #GartnerSYM

รายละเอียดการจัดงานประชุมสัมมนา Gartner IT Symposium/Xpo 2022 ประกอบด้วย

October 17-20 | Orlando, FL

September 12-14 | Gold Coast, Australia

October 31-November 2 | Tokyo, Japan

November 7-10 | Barcelona, Spain

November 14-16 | India

เกี่ยวกับ Gartner for High Tech
Gartner for High Tech นำเสนอแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดตามขอบเขตความผิดชอบให้แก่ผู้นำเทคโนโลยีและทีมงานไอที รวมถึงข้อมูลเชิงลึกในอุตสาหกรรม มุมมองกลยุทธ์แนวโน้มเกิดใหม่และการเปลี่ยนแปลงในตลาด เพื่อให้สามารถจัดลำดับความสำคัญของภารกิจและสร้างความสำเร็จให้แก่องค์กรในอนาคต อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.gartner.com/en/industries/high-tech หรือติดตามข่าวสารและการอัปเดตจาก Gartner for High Tech ได้ที่ Twitter และ LinkedIn

เกี่ยวกับการ์ทเนอร์
บริษัท การ์ทเนอร์ (Gartner, Inc.) (NYSE: IT) คือบริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำของโลก มอบข้อมูลเชิงลึก คำแนะนำ และเครื่องมือต่าง ๆ แก่ผู้บริหารองค์กรธุรกิจ เพื่อรองรับการดำเนินภารกิจสำคัญที่มีอยู่ในปัจจุบันและสร้างองค์กรให้ประสบความสำเร็จในอนาคต ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางของการ์ทเนอร์ในการช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจอย่างถูกต้องเพื่อขับเคลื่อนอนาคตของธุรกิจได้ที่ gartner.com


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ADVICE THE WAY OF GAMING! ยกขบวนหนักจัดใหญ่สินค้าไอทีและโปรโมชั่นสุดพิเศษ ส่งตรงถึงมือผู้บริโภคแล้วกว่าครึ่งประเทศ พร้อม!! ลุยต่ออีก 29 จังหวัด สิ้นสุดเดือนพฤศจิกายนนี้

ตอบโจทย์ผู้บริโภค ด้วยเทคโนโลยีการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป้นการทำงาน การเรียน สันทนาการ เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลาย และต่อยอดการใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

22 สิงหาคม 2565 – เป็นเวลากว่า 3 เดือน ที่ “แอดไวซ์” ได้เริ่มออกเดินทางในกิจกรรมโรดโชว์ “THE WAY OF GAMING” นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 ผ่านไปด้วยระยะทางกว่า 5,000 กิโลเมตร ที่กิจกรรมนี้ได้ส่งมอบโอกาสในการเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศ นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด พร้อมโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมและพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยี ให้ผู้ใช้สามารถนำไปต่อยอดได้ในอนาคต

ในกิจกรรมโรดโชว์ “THE WAY OF GAMING” แอดไวซ์เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้ามาสัมผัสประสบการณ์หรือทดลองสินค้าเพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกเทคโนโลยีหรือผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของตัวเอง และสามารถต่อยอดการใช้ชีวิตหรือพฤติกรรมประจำวันได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ ผ่านกิจกรรมและโปรโมชั่นต่างๆ ที่ขบวนโรดโชว์เดินทางไปถึงหน้าร้านสาขาแอดไวซ์แต่ละจังหวัด แอดไวซ์ได้ยกทัพสินค้าหลากหลายแบรนด์ไม่ว่าจะเป็น Intel, Seagate, Samsung, WD รวมถึงแบรนด์สินค้าโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ชั้นนำอย่าง Asus, Acer, HP, MSI, Lenovo และในส่วนของอุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์ที่ได้รับความสนใจ อาทิ CoolerMaster, Logitech G, Razer มาให้ลูกค้าได้เลือกเป็นเจ้าของ สอดคล้องกับผลการสำรวจของ We Are Social ที่ระบุว่าอุปกรณ์ไอทีที่มีการใช้งานเข้าเว็บไซต์มากที่สุดคือกลุ่มผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนที่ร้อยละ 54.95% ตามมาด้วย คอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊กอยู่ที่ 42.26% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 3.6% แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มเปลี่ยนไปสู่การมองหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์การทำงานและความบันเทิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากการเก็บข้อมูลจากโรดโชว์ “THE WAY OF GAMING” ในช่วงเวลากว่า 3 เดือนที่ผ่านมาเราพบว่าผู้บริโภคให้ความสนใจและต้องการเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่อำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสามลำดับแรก ประกอบด้วย โน้ตบุ๊ก ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ และ เกมมิ่งเกียร์ ตามลำดับ ที่มีสัดส่วนถึง 95% ของยอดขายจากโรดโชว์จนถึงวันนี้  โดยกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสนใจและเข้าร่วมกิจกรรมส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 18 – 34 ปี ครอบคลุมทั้ง นักเรียน/นักศึกษา คนวัยทำงาน และผู้ใช้งานทั่วไปที่ให้ความสนใจในเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และมองหาโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการเพื่อการใช้งานด้านต่างๆ ไม่ว่าจะการเรียน การทำงาน รวมถึงความบันเทิง โดยเข้ามาเลือกซื้อสินค้าทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์

นายจักรกฤษณ์ วัชระศักดิ์ศิลป์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานผลิตภัณฑ์ การขายและการตลาด บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรมโรดโชว์ THE WAY OF GAMING เป็นการตอกย้ำสิ่งที่เรามุ่งมั่นมาตลอดว่าเราสามารถขยายโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศ ผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่แอดไวซ์นำเสนอในราคาที่จับต้องได้ จากการลงพื้นที่เราได้เห็นการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ที่สนใจที่เข้ามาสัมผัสและทดลองสินค้าต่าง ๆ ซึ่งตรงตามเป้าหมายที่เราคาดการณ์ไว้ นอกจากนั้นอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ตที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในประเทศไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากทางภาครัฐและเอกชนอย่างกว้างขวางเป็นปัจจัยหนุนให้เกิดอุปสงค์ต่อสินค้าเทคโนโลยีกลุ่มนี้มากขึ้น

เราตื่นเต้นกับการตอบรับจากผู้บริโภคที่เข้าร่วมกิจกรรมโรดโชว์ในครั้งนี้ ไม่ว่าจะทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมรุ่นล่าสุด ซึ่งเป็นความตั้งใจของแอดไวซ์ที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันอุตสาหกรรมไอทีให้เป็นอุตสาหกรรมที่ทุกคนได้รับโอกาส เข้าถึงได้ง่าย และได้รับประสบการณ์ตามที่ต้องการ”

จากกิจกรรมโรดโชว์ในแต่ละสาขาที่จัดขึ้น แอดไวซ์สามารถเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้มากขึ้นกว่า 15% และนอกจากนี้แอดไวซ์ยังมีช่องทางบนออนไลน์ เพื่อสร้างประสบการณ์การเข้าถึงเทคโนโลยีไปยังผู้บริโภคได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการซื้อสินค้าและการจัดส่งที่รวดเร็ว มีคุณภาพ ยังรวมถึงการส่งต่อข้อมูลข่าวสารและโปรโมชั่นต่างๆได้ครอบคลุมและตอบโจทย์ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

โรดโชว์ “THE WAY OF GAMING” จะมีไปจนถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน ศกนี้ ผู้ที่สนใจ สามารถติดตามรายละเอียดการจัดงานในแต่ละสาขาทั่วประเทศ ได้ที่แฟนเพจ Adviceclub


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

Epson EU-m30 เครื่องพิมพ์ใบเสร็จที่ถูกออกแบบเพื่อตอบโจทย์ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ

เอปสันเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีด้านการพิมพ์เพื่อโลกธุรกิจและผู้นำเครื่องพิมพ์ใบเสร็จ ณ จุดขาย (POS) อันดับ 1 ของอาเซียนนาน 12 ปีติดต่อกัน จากข้อมูลของ IDC ตั้งแต่ปี 2009 – 2020 ด้วยการเปิดตัวเครื่องพิมพ์ใบเสร็จรุ่นใหม่ล่าสุดเอปสัน EU-m30 ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ หรือ คีออส เพื่อรองรับธุรกิจที่ให้ลูกค้าบริการตนเอง ที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เครื่องพิมพ์ใบเสร็จระบบหัวเข็มความร้อนรุ่นใหม่จากเอปสัน EU-m30 ถูกออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัด แต่โดดเด่นด้วยความยืดหยุ่นในการติดตั้งกับตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติที่มีลักษณะแตกต่างกันได้อย่างลงตัว มาพร้อมชุดติดตั้งเพื่อตอบโจทย์การใช้งานได้สะดวกง่ายดาย และยังมีอุปกรณ์เสริม ขอบ Bezel แบบใหม่ที่จัดแนวทางเดินกระดาษได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันกระดาษติดและออกรับใบเสร็จได้ง่ายขึ้น ตัวเครื่องยังมีแผงไฟ LED แจ้งเตือนสถานะการทำงาน รวมถึงปัญหาการใช้งานต่างๆ เพื่อให้สามารถแก้ไขได้ทันที เหมาะสำหรับการใช้งานในตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติในหลากหลายธุรกิจที่เน้นให้ลูกค้าบริการตนเอง ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ รวมถึงระบบนัดหมายด้วยบัตรคิว ฯลฯ

เครื่องพิมพ์เอปสัน EU-m30 สามารถพิมพ์ได้ด้วยความเร็วสูงถึง 250 มิลลิเมตรต่อวินาที ซึ่งนับว่าเป็นพิมพ์ได้เร็วที่สุดในเครื่องพิมพ์ระดับเดียวกัน ตัวเครื่องมีความทนทานและให้ประสิทธิภาพงานพิมพ์สูง มีอายุการใช้งานเครื่องพิมพ์สูงถึง 17 ล้านบรรทัด ใบมีดตัดกระดาษอัตโนมัติก็มีอายุการใช้งานสูงถึง 1.5 ล้านครั้ง นอกจากนี้ยังมั่นใจด้วยคุณสมบัติด้านความปลอดภัยต่างๆ เช่น อุปกรณ์เสริมที่ช่วยป้องกันฝาครอบด้านหน้าและฝาครอบปุ่ม เพื่อป้องกันการเข้าถึงเครื่องพิมพ์โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงรองรับการทำงานได้หลายภาษา และได้รับการรับรองจาก UL และ TÜV ที่ได้มาตรฐานในระดับสากล ช่วยให้ผู้ประกอบการมั่นใจได้ว่าเครื่องพิมพ์ได้รับการรับประกันว่ามีคุณภาพและเชื่อถือได้ ช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการยื่นขอใบรับรอง

เอปสัน EU-m30 คือนวัตกรรมใหม่ล่าสุดของเครื่องพิมพ์ใบเสร็จจากเอปสัน ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นครบครัน ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น รองรับกับการปรับตัวเข้ากับธุรกิจบริการตนเองที่กำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก สามารถตอบโจทย์การทำงานสำหรับผู้ประกอบการในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม การค้าปลีก ความบันเทิงรวมถึงบริการของภาครัฐได้อย่างลงตัว สนใจข้อมูลสินค้าติดต่อเอปสัน คอลเซ็นเตอร์ 0-2460-9699 หรือเว็บไซต์ www.epson.co.th เฟสบุ๊ค facebook.com/epsonthailand และ LINE Official Account Epson Thailand


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

“Furradec Furniture Fair” ชวนมิกซ์แอนด์แมทช์เฟอร์นิเจอร์ สร้างมุมทำงานโดนใจในราคาสุดคุ้ม ลดสูงสุด 70%

Furradec แบรนด์เฟอร์นิเจอร์สำนักงานครบวงจร ชวนทุกคนเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ใช่! Mix & Match สร้างมุมทำงานในสไตล์คุณ ลงตัวทุกพื้นที่ตั้งแต่มุมทำงานในบ้าน โฮมออฟฟิศ และสำนักงานขนาดใหญ่ สามารถเลือกช้อปเก้าอี้ทำงาน โต๊ะทำงาน และชั้นวาง ลดสูงสุดถึง 70% ที่ Furradec Furniture Fair ลาน The Circular ชั้น 1 ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ 16 ส.ค. 65 – 29 ส.ค. 65 พร้อมบริการจัดส่งประกอบเฟอร์นิเจอร์ฟรี* และรับประกันคุณภาพสูงสุด 5 ปี* ตามกำหนด

ยิ่งช้อป ยิ่งคุ้ม!  กับโปรโมชั่นเอาใจสายเฟอร์ฯ ในราคาแฟร์ๆ ช้อปโต๊ะพร้อมเก้าอี้ รับส่วนลดเพิ่ม 3%* และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า Central The 1 ช้อปครบ 10,000 บาท ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน พร้อมรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 32,000 บาท* (ตามเงื่อนไขที่กำหนด)

พลาดไม่ได้!!! ปรึกษาปัญหา “ออฟฟิศซินโดรม”  โรคฮิตของกลุ่มคนทำงาน กับนักกายภาพบำบัดได้ฟรี! เราพร้อมเผยเคล็ดลับการเลือกเก้าอี้ที่ดีและท่านั่งที่ถูกต้องตามหลักการยศาสตร์ ที่บูธ Furradec วันเสาร์-อาทิตย์ที่ 20-21 สค. 65 และ 27-28 ส.ค. 65 เวลา 11.00-18.00 น.


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

INEX ชวนเที่ยวมหกรรมวิทยาศาสตร์ Science Carnival @สามย่านมิตรทาวน์

INEX ออกบูธงาน NST Fair Science Carnival Bangkok 2022 @samyanmirtown ยกทัพสินค้าชุดเรียนรู้หุ่นยนต์อัตโนมัติ รวมทั้งชุดเรียนรู้การเขียนโปรแกรมไมโครคอนโทรลเลอร์ ในราคาพิเศษมากมาย และที่พลาดไม่ได้กับ Workshop ราคาสุดคุ้มที่ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่าย 50% จาก “องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ” หรือ “อพวช”  ดำเนินการสอนโดยวิศวกรจากบริษัท อินโนเวตีฟ เอ็กเพอริเมนต์ จำกัด หรือ INEX

หัวข้อ WORKSHOP by INEX
iBEAM Workshop : สนุกกับหุ่นยนต์เคลื่อนที่ตามเส้นแบบไม่ต้องเขียนโปรแกรมสำหรับผู้เริ่มต้น
Mbits Workshop : การใช้งาน Mbits บอร์ดสมองกลเพื่อการศึกษาทีสามารถนำไปต่อยอดเป็นอุปกรณ์ IoT ได้
Relay Rover Workshop : สนุกกับรถหุ่นยนต์บังคับมือแบบไม่ต้องเขียนโปรแกรมสำหรับผู้เริ่มต้น
KidBright32IP Workshop : สำหรับผู้สนใจเกี่ยวกับการใช้งาน KidBright32iP บอร์ดสมองกลที่ต่อยอดจากโครงการ KidBright ของ สวทช.
Hebocon Workshop : การประดิษฐ์หุ่นยนต์ Hebocon (หุ่นยนต์เห่ย) (เลือกรอบได้)

สำหรับผู้สนใจ WORKSHOP แต่สมัครไม่ทันสามารถสมัครหน้างานได้เลยจ้า หรือติดต่อสอบถามที่ 02-747-7001 ถึง 04 หรือติดต่อที่บูธ INEX ลานหน้าห้างสยามมิตรทาวน์ ชั้น G

สำหรับงาน NST Fair Science Carnival Bangkok 2022 @samyanmirtown จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 17 – 21 สิงหาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 15.00 ถึง 22.00 น.

 


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

AMD จัดงานไลฟ์สตรีมเปิดตัวสถาปัตยกรรม “Zen 4” และโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen รุ่นต่อไป

วันนี้ AMD ประกาศจัดงาน “together we advance_PCs” รูปแบบไลฟ์สตรีมถ่ายทอดสดรอบปฐมทัศน์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ AMD รุ่นต่อไป นำเสนอข้อมูลโดย ซีอีโอ ดร.ลิซ่า ซู, ซีทีโอและรองประธานบริหาร มาร์ค เปเปอร์มาสเตอร์ และผู้บริหาร AMD อีกหลายท่าน ที่จะมานำเสนอรายละเอียดสถาปัตยกรรม “Zen 4” รุ่นล่าสุด ที่ขับเคลื่อนการประมวลผลบนโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen ที่กำลังจะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ พร้อมด้วยแพลตฟอร์ม AM5 ใหม่ ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อนยุคใหม่ของเดสก์ท็อปคอมพิวเตอร์

  • วันและเวลาการถ่ายทอดสด: วันอังคารที่ 30 สิงหาคม เวลาประเทศไทย 06:00 น. (หกโมงเช้า)
  • ช่องทางในการถ่ายทอดสด: การนำเสนอข้อมูล จะสามารถรับชมได้ผ่านช่องทาง AMD YouTube channel และสามารถดูย้อนหลังได้หลังจากจบงานที่เว็บไซต์ AMD.com/Ryzen

 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

GALA เผยแนวทางสำหรับบริษัท Web 2.0 เตรียมก้าวสู่โลกใหม่ พร้อมตอบโจทย์ลูกค้าบน Web 3.0 ในงาน NFT Expoverse

“Gala” ผู้นำด้านความบันเทิงบน Web 3.0 ระดับโลก ได้มีการเปิดตัว Gala Film พร้อมกล่าวถึงเส้นทางของบริษัท Web 2.0 ในการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่โลกของ Web 3.0 ในงาน NFT Expoverse ที่จัดขึ้น ณ นครลอสแอนเจลิส เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ด้วยเกมที่กำลังพัฒนากว่า 28 เกม ร่วมกับแบรนด์ยักษ์ใหญ่หลายแห่ง รวมถึงการเติบโตของระบบนิเวศที่อยู่เบื้องหลังความบันเทิงในรูปแบบ ภาพยนตร์  (Gala Film) และ ดนตรี (Gala Music) ทำให้ Gala พร้อมที่จะเป็นส่วนสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างธุรกิจทั่วไปและโลกของ Web 3.0

โดยในงานนี้ Jason Brink ประธานฝ่ายบล็อกเชนของ Gala ได้กล่าวถึง บทบาทของ Gala ว่าเป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมต่อระหว่างบริษัท Web 2.0 กับ โลกที่กระจายอำนาจและไร้ตัวกลาง ด้วยความร่วมมือกับสื่อยักษ์ใหญ่จาก AMC ใน The Walking Dead: Empires ไปจนถึงการร่วมมือกับ Snoop Dogg และ Death Row Records ทำให้ Gala มีความแตกต่างในการสร้างเส้นทางสำหรับ ศิลปิน นักออกแบบ และธุรกิจเพื่อตอบโจทย์คอมมูนิตี้ของ Web 3.0 

ขณะที่ธุรกิจของ Web 2.0 มักจะถูกแยกออกจากเทคโนโลยีบล็อกเชน Jason Brink ในฐานะประธานฝ่าย Blockchain ของ Gala ได้หารือถึงประเด็นปัญหาที่ลูกค้าพบ เพื่อนำพาบริษัท Web 2.0 ก้าวเข้าสู่โลกของ Web 3.0 ได้อย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับ Web 3.0, การสร้างกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ง่ายขึ้น, ความสะดวกในการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตโดยไม่จำเป็นต้องใช้บริการจากบุคคลที่สาม รวมถึงการรักษาคอมมูนิตี้ที่เข้มแข็งทั้งทางออนไลน์และแบบตัวต่อตัว

นอกจากนี้ Jason Brink ยังให้ความเห็นว่า “โลกของ Web 3.0 คือ อนาคตที่สดใส การทำให้บริษัท Web 2.0 ก้าวเข้าสู่ Web 3.0 ได้อย่างง่ายขึ้น จะช่วยส่งผลดีต่อทุกคน”

Gala ได้สร้างความเคลื่อนไหวครั้งยิ่งใหญ่ในการเข้าสู่โลกของ Web 3.0 ด้วยแพลตฟอร์ม Gala Games ซึ่งเป็นการปฏิวัติแนวคิดของแพลตฟอร์มการกระจายอำนาจบนเครือข่ายโหนดกว่า 25,000 โหนด 

นอกจากนี้ เกมที่เป็นเรือธงอย่าง Town Star ก็ได้คว้ารางวัลเกมบล็อกเชนที่ดีที่สุดแห่งปี 2022 จากงาน AIBC (Blockchain Game of the Year by AIBC) ซึ่งในงานที่มอลต้าเมื่อกลางปีที่ผ่านมา Gala ก็ได้เผยถึงโปรเจกต์ราว ๆ 12 โปรเจกต์ที่อยู่ในช่วงการพัฒนา โดยมีกำหนดการที่จะเปิดตัวในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย

การประกาศเปิดตัว Gala Music และ Gala Film ในปีนี้ ทำให้ Gala ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมทางด้านความบันเทิง แม้ว่า Gala Film จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ Gala Music ซึ่งประกาศเปิดตัวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็ได้ร่วมงานกับศิลปินที่มีชื่อเสียงมากมาย ไม่ว่าจะเป็น BT, Snoop Dogg, Steve Aoki, Bassjackers, Ice Cube และ Kings of Leon เป็นการตอกย้ำความสำเร็จอีกขั้นของการเป็นผู้นำด้านความบันเทิงอย่างแท้จริง

#GALA #NFTExpoverse

เกี่ยวกับ Gala

Gala เป็นผู้นำระดับโลกด้านความบันเทิงบน Web 3.0 ผ่านการกระจายอำนาจและการให้ผลตอบแทน โดย Gala ได้มอบสิทธิ์ของการเป็นเจ้าของทรัพย์สินให้กับผู้ที่ชอบในการเล่นเกม รักในเสียงดนตรี และหลงใหลในการรับชมภาพยนตร์ ให้ผู้คนเหล่านี้เข้าถึงและเป็นเจ้าของสิ่งที่ชื่นชอบเหล่านี้ได้อย่างแท้จริง

📍ช่องทางติดตาม Gala Games


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

วว. โชว์กิจกรรม “มหัศจรรย์โลกจุลินทรีย์” ในงานมหกรรมวิทย์ 2565 ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีให้แก่เยาวชนไทย

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กำหนดแนวนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG ด้วยการใช้ประโยชน์จากกลุ่มจุลินทรีย์ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการภายในประเทศทุกระดับชั้น และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากด้านการเกษตร อาหาร อาหารสุขภาพ การแพทย์ พลังงานและสิ่งแวดล้อม เพื่อผลักดันและต่อยอดงานวิจัยพัฒนา (Translational Research) ในระดับห้องปฏิบัติการ (Lab scale) สู่การบ่มเพาะเทคโนโลยีในระดับโรงงานนำทาง ด้วยกระบวนการทางวิศวกรรมไปสู่ระดับอุตสาหกรรม (Industrial/Commercial scale) เพื่อให้เกิดการ Spin-off ของธุรกิจนวัตกรรม และการวางรากฐานของประเทศสู่กลไกการขับเคลื่อนด้วยอุตสาหกรรมชีวภาพ อันจะส่งผลให้อุตสาหกรรมไทยมีผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าและคุณค่าสูง (Value Creation) สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก 

เนื่องในโอกาสที่กระทรวงอว. กำหนดจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2565ระหว่างวันที่ 13 – 21 สิงหาคม  2565  เวลา  09.00-19.00 .  ณ อาคาร 9 – 10  ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี ภายใต้ Theme “ศิลปะ วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม เพื่อสังคมที่ยั่งยืนเพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและพัฒนาความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งในประเทศและนานาชาติ ซึ่งเป็นการกระตุ้นความสนใจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของคนไทย ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และอาชีพด้านวิทยาศาสตร์แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไปนั้น

วว. นำผลงานวิจัยและพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านจุลินทรีย์ครบวงจร ได้แก่  ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ (ICPIM 2)  และศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพ (ศูนย์จุลินทรีย์  ICPIM 1 และ ALEC) เข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรม ภายใต้แนวคิด  TISTR : The Wonders of Microbe World  มหัศจรรย์โลกจุลินทรีย์ วว. ณ อาคาร 9  อิมแพค เมืองทองธานี แสดงผลงานผ่าน  3 โซนกิจกรรม  ดังนี้

โซนที่ 1  เปิดโลกจุลินทรีย์ วว.  นำเสนอนิทรรศการเชิงวิชาการตลอดห่วงโซ่อุปทานในการนำจุลินทรีย์มาใช้ประโยชน์ เพื่อให้ความรู้ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันให้แก่เยาวชน พร้อมชี้ช่องทางการประกอบธุรกิจ ให้แก่ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป  ในด้านอาหาร/ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร/เครื่องสำอาง   ด้านการเกษตร  พลังงานและสิ่งแวดล้อม

โซนที่ 2  TISTR Virtual Tour    นำเสนอการเยี่ยมชมโครงสร้างพื้นฐานด้านจุลินทรีย์ของ วว. ในรูปแบบเสมือนจริงผ่านระบบออนไลน์  (360 องศา) เยี่ยมชมได้ที่  https://www.tistr-virtualtour.com/  ดังนี้

ศูนย์นวัตกรรมผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์เพื่ออุตสาหกรรมอาหาร 1 ( Innovative  Center  for  Production Industry  used  Microorganisms  : ICPIM 1)   ศูนย์กลางการให้บริการเทคโนโลยีจุลินทรีย์ครบวงจรแห่งเดียวในประเทศไทย ที่มีห้องปฏิบัติการที่ทันสมัยได้มาตรฐานสากล และยังเป็นที่ตั้งของธนาคารสายพันธุ์โพรไบโอติกที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่พิสูจน์แล้วว่า เป็นคุณสมบัติด้านโพรไบโอติกตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยสายพันธุ์โพรไบโอติกที่อยู่ในธนาคารฯ  ได้รับการเก็บรักษาภายใต้มาตรฐานสากลของ The World Federation for Culture Collections (WFCC) อย่างเข้มงวด และได้รับการยอมรับในระดับสากลด้านการวิจัยพัฒนาการผลิตและบริการ ให้เป็นศูนย์ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีโพรไบโอติกและจุลินทรีย์ในอุตสาหกรรมอาหารแบบครบวงจร ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ได้จากจุลินทรีย์โพรไบโอติกและพรีไบโอติก รวมถึงการสร้างฐานข้อมูลจุลินทรีย์ เพื่อนำไปวิจัยและต่อยอดให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านสาหร่าย (Algal  Excellent  Center : ALEC )   อาคารปฏิบัติการตามมาตรฐานความปลอดภัยทางชีวภาพ ดำเนินงานวิจัย พัฒนา ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์ กระบวนการ/เทคโนโลยี นวัตกรรม ตลอดจนให้บริการที่เกี่ยวข้องกับสาหร่ายขนาดเล็กทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม เพื่อการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน มีคลังเก็บรักษาสายพันธุ์สาหร่ายขนาดเล็ก (TISTR Algae Culture Collection, TISTR ACC) ซึ่งในปัจจุบันรวบรวมและเก็บรักษาสายพันธุ์สาหร่ายน้ำจืดขนาดเล็ก (freshwater microalgae) และสาหร่ายน้ำเค็มขนาดเล็ก (marine microalgae) จากแหล่งต่างๆ ทั่วประเทศ พร้อมจัดทำฐานข้อมูลกว่า 1,000 สายพันธุ์ มีห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยง วิเคราะห์ และทดสอบ มีระบบการเพาะเลี้ยงสาหร่ายระดับขยายกลางแจ้งต้นแบบ ตั้งแต่ขนาด 100-400,000 ลิตร อย่างครบวงจร เพื่อการผลิตชีวมวลสาหร่ายสำหรับใช้ประโยชน์ด้านเกษตร อาหาร เภสัชภัณฑ์ สิ่งแวดล้อม และพลังงาน ตอบสนองความต้องการของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างความแข็งแกร่งในด้านการวิจัย พัฒนาจากฐานทรัพยากรชีวภาพ และผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงแก่ภาคเอกชน ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้/เทคโนโลยี/กระบวนการ การอบรมปฏิบัติการร่วม (on-the-job training) ทั้งที่ วว. และ สถานที่ของภาคเอกชนด้วยกระบวนการเป็นพี่เลี้ยง (mentoring  system) เพื่อเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางในการจัดการและใช้ประโยชน์จากสาหร่ายในระดับภูมิภาค

ศูนย์จุลินทรีย์ (TISTR  Culture Collection)  แหล่งกลางรวบรวมเก็บรักษาสายพันธุ์จุลินทรีย์นอกถิ่นกำเนิดที่มีประโยชน์ในการเกษตร อุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้มาตรฐาน ISO 9001 : 2008 นอกจากนี้ยังเป็นหน่วยบริการด้านจุลินทรีย์ (service culture collection) แห่งเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นโดย UNESCO เมื่อปี พ.. 2519 ให้ทำหน้าที่เป็นศูนย์ฯ ในระดับภาคพื้นเอเชียอาคเนย์และเป็นศูนย์เครือข่ายระดับโลก (UNESCO World Network of Microbiological Resources Centre-MIRCEN ) ดำเนินกิจกรรมงานวิจัยและงานบริการด้านจุลินทรีย์เพื่อการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรจุลินทรีย์อย่างยั่งยืน

ศูนย์นวัตกรรมผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์เพื่ออุตสาหกรรมอาหาร 2 ( Innovative  Center  for  Production Industry  used Microorganisms  : ICPIM 2)   ให้บริการครบวงจรทั้งในด้านการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์จุลินทรีย์ใหม่ๆ ในระดับห้องปฏิบัติการ และเป็นโรงงานต้นแบบในการพัฒนา ทดสอบกระบวนการผลิตจุลินทรีย์ระดับกึ่งอุตสาหกรรม โดยมีกำลังการผลิต  115,000 ลิตรต่อปี นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องในกระบวนการวิจัย ผลิตชีวภัณฑ์ โดยมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา รับน้องๆในระดับอุดมศึกษามาเรียนรู้  ฝึกงาน  รวมถึงทำวิจัยในด้านต่างๆ ของการพัฒนางานด้านชีวภัณฑ์ ทั้งในระดับห้องปฏิบัติการ  โรงงาน และภาคสนาม เพื่อเป็นแรงงานรองรับการพัฒนาของอุตสาหกรรมเกษตรและชีวภาพต่อไปในอนาคต

โซนที่ 3 กิจกรรมสันทนาการ    เน้นการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของผู้เข้าชมบูธนิทรรศการทั้ง On-ground  และ On–line  ผ่านกิจกรรมเสริมความรู้ สร้างแรงบันดาลใจให้แก่น้องๆ เยาวชนของไทย

“…วว. ให้ความสำคัญในการถ่ายทอดความรู้ ปลูกฝังเยาวชนให้เห็นถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งมีสำคัญในการพัฒนาประเทศในหลายๆมิติ  ผลงานที่นำมาจัดแสดงและจัดกิจกรรมครั้งนี้มีการนำไปใช้จริงในภาคอุตสาหกรรม ช่วยเสริมแกร่ง เพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่พี่น้องเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม…” .(วิจัย)ดร.ชุติมา  เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าว

วว. พร้อมให้บริการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม  ให้คำแนะนำปรึกษาด้านธุรกิจ  ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาศักยภาพในการแข่งขัน เสริมแกร่งเกษตรกร  ผู้ประกอบการ  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่  โทร.  0   2577 9000  โทรสาร    0  2577   9009    เว็บไซต์    www.tistr.or.th     E-mail  : tistr@tistr.or.th    line@TISTR    IG : tistr_ig


Exit mobile version