Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

รถบรรทุกมือสองสแกนเนียเติบโตต่อเนื่อง

สแกนเนียเผย ธุรกิจรถบรรทุกมือสองเป็นอีกทางเลือกในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่เติบโตต่อเนื่องถึง 10 % มีมูลค่ายอดขายประมาณ 50 ล้านบาท พร้อมการันตีลูกค้าจะได้รับรถที่มีคุณภาพ และราคาย่อมเยา เสมือนเป็นรถมือหนึ่งของสแกนเนีย

นายยุทธนา มหาวงษ์ ผู้จัดการฝ่ายขายรถบรรทุกมือสอง บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด เปิดเผยถึง การเข้ามาทำตลาดรถบรรทุกมือสองว่า การทำตลาดรถมือสองนับเป็นหนึ่งในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า ซึ่งสแกนเนียได้พยายามที่จะเข้าถึงในทุกกลุ่มเป้าหมาย ทั้งทางด้านผลิตภัณฑ์ และงานบริการเพื่อความเหมาะสมกับลักษณะของธุรกิจ และการใช้งานของลูกค้า ให้ลูกค้าสะดวกในการรับบริการครบวงจรในที่เดียว โดยการเข้ามาในตลาดรถบรรทุกมือสองถือได้ว่าเป็นตลาดกลุ่มที่กำลังเติบโตในประเทศไทย สำหรับการเปิดตลาดรถบรรทุกมือสองในประเทศไทยได้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2015 โดยบริษัทแม่ที่สวีเดนได้มองเห็นถึงศักยภาพของตลาดรถบรรทุกในประเทศไทยที่มีความแข็งแกร่ง และยังมีแนวโน้มในการขยายตัวที่ดี โดยในปีนี้มียอดขายอยู่ที่ประมาณ 20 ถึง 30 คัน แต่ถือว่ามีการเติบโตต่อเนื่อง คิดเป็น 10%  มีมูลค่ายอดขายประมาณ 50 ล้านบาท จากราคารถมือสองของสแกนเนียโดยเฉลี่ย 2 -2.5 ล้านบาทต่อคัน

โดยแนวทางการทำตลาดรถบรรทุกมือสองในประเทศไทยนั้น นายยุทธนา กล่าวว่า จะมีความแตกต่างจากประเทศในแถบยุโรป เพราะกฎหมายในยุโรปมีการกำหนดการใช้งานของรถบรรทุกเอาไว้ไม่เกิน 5-6 ปี แต่สำหรับประเทศไทยการใช้งานรถแต่ละคันจะใช้กันเป็นระยะเวลานานกว่า 10 ปี ซึ่งทางสแกนเนียต้องนำมาคำนวณหาความเหมาะสมของราคาต่อสภาพรถที่แท้จริงก่อนที่จะนำเสนอแก่ลูกค้า โดยสต็อกรถบรรทุกมือสองได้มาจาก 3 แหล่งด้วยกัน คือ 1. เป็นรถจากไฟแนนซ์สแกนเนีย สยามลิสซิ่ง 2. เป็นรถบรรทุกที่เกิดจากการเทิร์นของลูกค้า อายุของรถอยู่ประมาณ 6 – 8 ปี และ 3. ลูกค้านำรถมือสองมาขายให้กับแผนกรถมือสอง

ทั้งนี้ หากเทียบกับรถมือสองของแบรนด์ฝั่งยุโรป ทางสแกนเนียมีจุดเด่นอยู่ที่เป็นเจ้าเดียวในประเทศไทยที่มีไฟแนนซ์เป็นของตัวเองจึงสามารถดูแลลูกค้าได้ดีกว่า ยืดหยุ่นกว่า นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถรับบริการอื่นๆ จากสแกนเนียเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจได้อีกหลากหลายบริการ

“จุดเด่นของแผนกรถมือสองสแกนเนียที่แตกต่างจากตลาดรถมือสองทั่วไป คือการตรวจสอบเช็คในทุกส่วนของรถด้วยอุปกรณ์และโปรแกรมเฉพาะของสแกนเนีย โดยช่างของสแกนเนียที่ผ่านการอบรมมาเป็นอย่างดีตามมาตรฐาน ซึ่งในการตรวจนี้เรามีเช็คลิสต์ตามมาตรฐานของเราอยู่ที่ 111 รายการ ที่จะต้องเช็คให้อยู่ในสภาพใช้การได้ตามมาตรฐาน และเมื่อมีอะไหล่ที่ต้องเปลี่ยนก็จะเป็นอะไหล่สแกนเนียแท้ 100%  ดังนั้นลูกค้าจึงมั่นใจในตัวของช่างว่าเป็นช่างสแกนเนียที่ซ่อมรถสแกนเนียอยู่แล้ว มีประสบการณ์ตลอดระยะเวลา 35 ปีที่ทำธุรกิจในประเทศไทย และในปีนี้ทางสแกนเนียจะมีการเช็คเปลี่ยนถ่ายโปรแกรมชุดใหญ่ (L)  เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเกียร์เฟืองท้ายทั้งหมด และทำการเปลี่ยนแบตเตอรี่ทุกครั้งที่เราส่งมอบรถมือสองให้กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าพร้อมนำรถไปใช้งานอย่างเต็มที่ได้ทันทีหลังรับรถ ไม่ต้องกังวลเรื่องการเอาไปซ่อมเพิ่ม” นายยุทธนากล่าว

นายยุทธนากล่าวทิ้งท้ายว่า จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทำให้ธุรกิจรถมือสองสแกนเนียเป็นอีกทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ และได้รับความสนใจมากขึ้น ซึ่งในปีหน้าจะมีการนำเสนอให้นำเรื่อง “สัญญาการให้บริการ” เข้ามาเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่น ช่วยลูกค้ารถมือสองให้ตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น

สำหรับลูกค้าที่สนใจรถสแกนเนียมือสอง สามารถโทรศัพท์สอบถามสแกนเนียมือสองของแท้ได้ที่ คุณยุทธนา 092 223 7544 โดยสแกนเนีย ยังคงมุ่งมั่นเพื่อให้รถของลูกค้าพร้อมใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเพิ่มผลกำไรในธุรกิจขนส่งอย่างสูงสุด เพื่อขับเคลื่อนสู่ระบบขนส่งที่ยั่งยืน “เพราะธุรกิจคุณ สำคัญที่สุด”


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

“การจัดการพลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะ” ช่วยสร้างความยั่งยืนแก่ธุรกิจและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


โดย นางสุวรรณี สิงห์ฤาเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและซีอีโอ ซีเมนส์ ประเทศไทย

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ปี 2563 จนถึงวันนี้ ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงไปยังทุกภาคส่วน ภาครัฐและเอกชนต่างมุ่งจัดการปัญหาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ล้วนเป็นเรื่องเร่งด่วนในทุก ๆ ด้าน อย่างไรก็ตามเราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกและสิ่งแวดล้อม” เป็นอีกปัญหาใหญ่ที่ต้องได้รับการจัดการอย่างเร่งด่วนเช่นกัน จากเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยและมีความรุนแรงมากขึ้น อันเป็นผลจากสภาวะโลกร้อนในหลายประเทศทุกภูมิภาคทั่วโลก

แท้จริงแล้วภาคอุตสาหกรรมมีบทบาทสำคัญต่อประเด็นนี้ เนื่องจากกระบวนการผลิตที่ใช้พลังงานมากถึงหนึ่งในสามของการใช้พลังงานทั้งหมดในโลก ซึ่งเทคโนโลยีการจัดการพลังงานไฟฟ้าที่ก้าวหน้าไปมากในปัจจุบันช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมมีส่วนสำคัญช่วยลดสภาวะโลกร้อนโดยอาศัยการจัดการพลังงานอย่างชาญฉลาดด้วยเทคโนโลยีดังกล่าว

การจัดการพลังงานไฟฟ้าสำหรับภาคอุตสาหกรรมมีส่วนช่วยลดสภาวะโลกร้อนได้อย่างไร

เรามาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญซึ่งทุกภาคส่วนเห็นร่วมกันชัดเจนถึงความจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกันอย่างเต็มที่ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ในขณะที่ภาคส่วนอื่น ๆ อาทิ การผลิตพลังงานไฟฟ้า การเกษตร และการบริโภคในครัวเรือน ได้เริ่มลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาระดับหนึ่งแล้ว แต่ภาคอุตสาหกรรมนั้นแทบจะไม่มีการปรับเปลี่ยนเลย แม้แต่ในประเทศเยอรมนีที่เป็นผู้นำในโลกอุตสาหกรรมยุคใหม่เองก็ตาม

เพื่อจัดการปัญหานี้ ซีเมนส์เห็นแนวทางขับเคลื่อนสำคัญ 3 ประการที่จะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้

  • 1. การสร้างความยืดหยุ่นในการนำพลังงานมาใช้ เช่น การใช้โซลูชั่นการกักเก็บพลังงานและการใช้ระบบโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plants : VPP)
  • 2. การปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานให้เป็นดิจิทัล เพื่อให้มั่นใจว่าการใช้พลังงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถทำได้โดยการติดตั้งอุปกรณ์ IoT (Internet of Things) เซ็นเซอร์ และซอฟต์แวร์ควบคุม
  • 3. การนำการจัดการพลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Electrification) มาใช้ ในการดำเนินงานให้ครอบคลุมทุกกระบวนการทำงาน

จากสามแนวทางข้างต้น “การจัดการพลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะ” เป็นหนทางที่ดีที่สุดในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทั้งยังสามารถสร้างประโยชน์สูงสุดจากปัจจัยการขับเคลื่อนที่เหลือ

ในการจัดการพลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะนั้น มี 2 ปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง ได้แก่ หนึ่ง – ความเป็นไปได้ที่จะนำพลังงานสะอาด ซึ่งไม่มีการปล่อยคาร์บอนสู่สิ่งแวดล้อมมาป้อนเข้าสู่สถานประกอบการอุตสาหกรรม อาทิ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ และ สอง – การจัดการพลังงานของสถานประกอบการอุตสาหกรรม เช่น การจัดการความต้องการใช้พลังงานด้วยซอฟต์แวร์ เป็นต้น

เหตุผลที่การจัดการพลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะมีผลอย่างมากต่อการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็คือ เมื่อจัดการการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจะทำให้สามารถเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้โดยไม่ก่อมลภาวะ แทนที่การผลิตไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีแบบเดิม เช่น เครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานดีเซลที่มีการก่อมลภาวะสูง

การจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพคือ “หัวใจสำคัญ” ในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคอุตสาหกรรม

กรณีศึกษาจากบริษัท Gestamp ผู้ผลิตชิ้นส่วนโลหะยานยนต์ในสเปนซึ่งมีหลายกระบวนการผลิตที่ต้องใช้พลังงานเป็นจำนวนมากแต่ขาดข้อมูลการใช้พลังงานที่ชัดเจนทำให้โรงงานต้องเผชิญกับค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

แต่ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์มาตรวัดพลังงานและการใช้โซลูชันการสื่อสารรับส่งข้อมูลขนาดใหญ่จากโรงงาน 15 แห่งใน 6 ประเทศแล้วนำมาวิเคราะห์ Gestamp สามารถระบุจุดที่เป็นปัญหาและปรับปรุงการดำเนินงาน ทำให้สามารถลดการใช้ไฟฟ้าลงถึง 15 เปอร์เซ็นต์และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ถึง 14,000 ตันต่อปี

การจัดการพลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะช่วยให้การผลิตมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ช่วยในบริหารรอบการทำงานให้ได้ประโยชน์สูงสุดและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต นอกเหนือจากนั้นยังลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของภาคอุตสาหกรรม พร้อมเพิ่มโอกาสใหม่ ๆ ในการนำพลังงานไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาปรับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบันการจัดการพลังงานไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพสูงทำได้ง่ายขึ้น ด้วยการปรับกระบวนการจัดการให้เป็นระบบดิจิทัล (Digitalization) และนำการจัดการพลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Electrification) มาใช้ ผลที่ตามมาไม่เพียงแต่เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน แต่ยังเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงานและทำให้การใช้ทรัพยากรเกิดประโยชน์สูงสุด

ยิ่งไปกว่านั้น การปรับกระบวนการทำงานเป็นระบบดิจิทัล (Digitalization) ทำให้เราสามารถพัฒนาระบบดิจิทัลทวิน (Digital Twin) สำหรับระบบไฟฟ้าของโรงงานได้ และเมื่อควบรวมกับระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรม ผู้วางระบบงานสามารถทดสอบการจำลองสถานการณ์การทำงานต่าง ๆ เพื่อหาจุดที่เหมาะสมที่สุดในการวางระบบงาน เพื่อลดความผิดพลาดและลดต้นทุนในการวางแผนงาน การก่อสร้าง และการบำรุงรักษา

วิกฤติการณ์การแพร่ระบาดทำให้เราต้องพิจารณาอีกครั้งเกี่ยวกับวิธีการดำเนินงานทางธุรกิจของเรา สำหรับอุตสาหกรรม ถึงเวลาแล้วที่จะสร้างรากฐานธุรกิจในอนาคตด้วยการผสมผสานการจัดการพลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะเข้ากับแผนงานของกิจการ ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ใช่แค่ตัวเลขทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน ครอบคลุม ตั้งแต่ลูกค้า ชุมชน ประเทศ ไปจนถึงสังคมและสิ่งแวดล้อมในโลกของเราด้วย

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม:

เกี่ยวกับซีเมนส์

ซีเมนส์ เอจี (เบอร์ลินและมิวนิค) เป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่มีชื่อเสียงมายาวนานกว่า 170 ปีในด้านวิศวกรรม นวัตกรรม คุณภาพและความน่าเชื่อถือ บริษัทมีความเชี่ยวชาญในการจัดการพลังงานหลากหลายรูปแบบ ระบบออโตเมชั่นและดิจิทัลไลเซชั่นสำหรับภาคอุตสาหกรรม และ ระบบโครงสร้างอัจฉริยะสำหรับอาคาร โดยเน้นการผสานเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้อย่างเหมาะสม เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่องค์กรธุรกิจและสังคมโดยรวม นอกจากนี้ยังมีซีเมนส์ โมบิลิตี้ ผู้นำโซลูชั่นคมนาคมทางรางและทางบก

ที่มีบทบาทสำคัญในการพลิกโฉมตลาดด้านบริการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า และด้วยซีเมนส์เป็นผู้ถือหุ้นหลักในซีเมนส์ เฮลทิเนียร์ส เราจึงเป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีการแพทย์และบริการดูแลสุขภาพดิจิทัล นอกเหนือจากนั้น ซีเมนส์ยังเป็นผู้ถือหุ้นใน ซีเมนส์ เอนเนอร์ยี่ ผู้นำด้านการผลิตและนำส่งพลังงานไฟฟ้าระดับโลกที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ 28 กันยายน ปี 2563

ในปีงบประมาณ 2563 ซึ่งสิ้นสุดเมื่อ 30 กันยายน 2563 ซีเมนส์มีพนักงาน 293,000 คนทั่วโลก กลุ่มธุรกิจของซีเมนส์สร้างรายได้ 57.1 พันล้านยูโร และมีผลกำไร 4.2 พันล้านยูโร

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.siemens.com


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

คาลเท็กซ์ ฮาโวลีน® โปรดีเอส™ ฟูลลี่ ซินเธติก อีโค่”

บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น คาลเท็กซ์ ฮาโวลีน® แนะนำผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องใหม่ สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน ฮาโวลีน® โปรดีเอส™ ฟูลลี่ ซินเธติก อีโค่ (Havoline® ProDS™ Fully Synthetic Eco) SAE 0W-20 / 5W-30 น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% ได้มาตรฐาน API SP / ILSAC GF-6A มีวางจำหน่ายในขนาด 4 ลิตร และ 1 ลิตร สูตรพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อรถอีโค่ คาร์ เครื่องยนต์ขนาดเล็กกว่า 1,300 ซีซี เครื่องยนต์ไฮบริด และระบบฉีดตรง (GDI) ช่วยปกป้องการสึกหรอของทุกชิ้นส่วนในเครื่องยนต์อย่างสมบูรณ์แบบ ลดแรงเสียดทาน จึงช่วยประหยัดเชื้อเพลิง ทำให้เครื่องยนต์รวมไปถึงระบบฉีดตรงแบบเทอร์โบชาร์จ สามารถทำงานได้อย่างเต็มสมรรถนะ ตอบโจทย์การใช้งานและเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ ภายใต้แนวคิด Smart Product เติมเต็มประสบการณ์แห่งความสุขในการขับรถอย่างลื่นไหลเต็มพลัง

ปกป้องเครื่องยนต์เบนซิน อย่างเหนือชั้น พร้อมเพิ่มความมั่นใจในทุกการขับขี่กับ ฮาโวลีน® โปรดีเอส™ ฟูลลี่ ซินเธติก อีโค่ SAE 0W-20 / 5W-30 ตั้งแต่วันนี้ ที่สถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ และตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องคาลเท็กซ์ทั่วประเทศ พร้อมจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ที่ Lazada และ Shopee สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมของผลิตภัณฑ์ได้ที่ โทร.02 081 4492 ติดตามข้อมูลข่าวสารพร้อมกิจกรรมดี ๆ จากคาลเท็กซ์ได้ที่ www.caltex.co.th และ www.facebook.com/CaltexThailand  แอดไลน์ @iLoveCaltex หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการลูกค้า โทร. 02 081 4123


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ซิมเพิ้ล ฟู้ดส์ ส่งรถปันสุข มอบผลิตภัณฑ์มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท

นางสาวอริสา อร่ามวัฒนานนท์ กรรมการผู้จัดการและนายธนภูมิ อร่ามวัฒนานนท์ กรรมการผู้อํานวยการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ซิมเพิ้ล ฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายนมอัลมอนด์ นมวอลนัท นมพิชตาชิโอและนมข้าวโพด แบรนด์ 137 ดีกรี และโฮลี่ นัทส์ จัดส่งรถปันสุข มอบผลิตภัณฑ์นมทางเลือกมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ให้มูลนิธิดวงประทีปเพื่อร่วมช่วยเหลือชุมชนชาวคลองเตยและพื้นที่ใกล้เคียง  เมื่อเร็ว ๆ นี้


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

‘ไออาร์พีซี’ จับมือ ‘ไอบีเอ็ม’ ดึงออโตเมชัน พลิกโฉมการเพิ่มประสิทธิภาพ ติดสปีดงานปฏิบัติการเร็วขึ้นเกือบเท่าตัว

วันนี้ ไอบีเอ็ม (NYSE: IBM) ประกาศว่าบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC) หนึ่งในบริษัทปิโตรเคมีครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ประสบความสำเร็จในการนำ IBM Robotic Process Automation (RPA) with Automation Anywhere ไปใช้ในกระบวนการทำงานด้านการเงิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความแม่นยำ ความรวดเร็ว และประหยัดต้นทุนอีกทั้ง ยังช่วยเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) ในการทำงานให้กับพนักงาน ท่ามกลางความท้าทายในยุคปัจจุบัน
การผนึกพลังของเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำเข้ากับกระบวนการทางธุรกิจเป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ IRPC 4.0 เพื่อยกระดับการดำเนินงาน และนำพาองค์กรก้าวสู่การเป็นบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและดิจิทัลชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งการที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว IRPC จำเป็นต้องได้รับข้อมูลเชิงลึกในเวลาที่เหมาะสมทันท่วงที ด้วยการนำร่องใช้เทคโนโลยีออโตเมชัน โดยเริ่มจากสายงานบัญชีและการเงิน
ระบบ RPA ที่ติดตั้งโดย บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ช่วยให้ IRPCสามารถดึงและจัดเตรียมข้อมูลรายงานต้นทุนการผลิตจากหลายระบบได้เร็วขึ้นถึง 86% โดยระบบยังสามารถติดตามงาน จัดระเบียบรายงานเป็นแฟ้มเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงส่งการแจ้งเตือนไปยังผู้ปฏิบัติการ เมื่อทำรายงานเสร็จ เทคโนโลยีของไอบีเอ็มช่วยให้ IRPCสามารถดำเนินกระบวนการทางการเงินแบบอัตโนมัติในระดับองค์กรขนาดใหญ่ได้อย่างง่ายดาย และรวดเร็ว โดยซอฟต์แวร์โรบ็อทหรือบ็อท หรือ IBOT (ชื่อที่ IRPC  ใช้) สามารถใช้ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์เชิงลึกเพื่อทำงานให้เสร็จสิ้นได้เร็วขึ้น และช่วยสนับสนุน IRPC ในการเดินหน้าก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงทางด้านดิจิทัลได้สำเร็จ
นอกจากจะช่วยเพิ่มความแม่นยำแล้ว RPA ยังช่วยให้พนักงานทำงานได้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้นแม้ว่าจะต้องทำงานจากระยะไกล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่ต้องทำงานจากที่บ้าน (work from home) ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยพนักงานสามารถทำงานที่สร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น และเรียนรู้ทักษะแห่งอนาคตใหม่รองรับงานด้านการวิเคราะห์ขั้นสูงที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญมากขึ้น
“เห็นได้ชัดว่าองค์กรที่มีนวัตกรรมและมีบุคลากรที่พร้อมรับนวัตกรรมใหม่ๆ อย่าง IRPC มีความพร้อมที่จะตอบสนองต่อภูมิทัศน์ทางธุรกิจที่เปลี่ยนไป และคว้าโอกาสทางธุรกิจที่ดีที่สุดที่มีอยู่ได้” ปฐมา จันทรักษ์ รองประธานด้านการขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศอินโดจีน และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ไอบีเอ็ม ประเทศไทย กล่าว “ในฐานะผู้นำตลาดที่ได้รับการจัดอันดับโดยทั้งฟอร์เรสเตอร์แอนด์เอเวอร์เรสต์กรุ๊ป ไอบีเอ็ม และพันธมิตรอย่างเมโทรซิสเต็มส์ มีความยินดีที่ได้นำเทคโนโลยีออโตเมชันชั้นนำและความเชี่ยวชาญเชิงอุตสาหกรรมของเรามาช่วย IRPC เร่งเครื่องสู่เส้นทางการเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัล                     และการเติบโตด้านธุรกิจ”
ความสามารถในการทำงานแบบควบรวมหลายระบบเข้าด้วยกัน ทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร ทำให้วันนี้เทคโนโลยีออโตเมชันของไอบีเอ็มถูกนำมาใช้ในด้านอื่นด้วย การที่ออโตเมชันช่วยลดเวลาการทำงานลง 40 ชั่วโมง และช่วยให้การดำเนินการของสายงานบัญชีและการเงินเร็วขึ้น 86 % ต่อเดือน ถือเป็นการพลิกโฉมรูปแบบการจัดการงานต่างๆ ให้กับIRPC ได้อย่างมีนัยสำคัญ
“การปรับกระบวนการและการดำเนินงานให้เป็นรูปแบบดิจิทัลมากยิ่งขึ้น ช่วยให้เราได้รับข้อมูลเชิงลึกที่ถูกต้องแม่นยำและทันท่วงทีไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ทำให้สามารถเข้าใจสาเหตุของปัญหาต่างๆ อย่างแท้จริง และตัดสินใจได้อย่างถูกต้องบนพื้นฐานของข้อมูล ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะในช่วงเวลาแห่งความท้าทายนี้” นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)กล่าว “การนำเทคโนโลยีออโตเมชันจากไอบีเอ็มมาใช้ และขยายการใช้งานทั่วทั้งบริษัทฯ ในวันนี้จะช่วยให้ธุรกิจพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น และช่วยเพิ่มความสามารถในการจัดการข้อมูลปริมาณมหาศาล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งขั้นของการเดินหน้าบนเส้นทาง IRPC 4.0 ตามแผนกลยุทธ์ของเรา เทคโนโลยีนี้จะทำให้ IRPC เป็นผู้นำในทุกตลาดที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน”
“หลังจากประสบความสำเร็จกับการเริ่มใช้ RPA ในสายงานบัญชีและการเงิน IRPC จึงมองถึงการขยายการใช้ระบบออโตเมชันไปยังโครงการอื่นๆ อีก 60 โครงการ ครอบคลุมการทำงานของหลายหน่วยงาน อีกทั้งยังวางแผนที่จะนำเทคโนโลยีออโตเมชันอย่างปัญญาประดิษฐ์มาใช้กับกระบวนการทางธุรกิจ (business process automation: BPA) เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย” นายชวลิต กล่าวเพิ่มเติม
ข้อมูลอื่นเพิ่มเติม 
การศึกษาโดยสถาบันการศึกษาคุณค่าทางธุรกิจของไอบีเอ็ม (IBV) ร่วมกับอ็อกซ์ฟอร์ดอีโคโนมิกส์ ชี้ให้ เห็นว่าลักษณะของงานที่ใช้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2567 โดยเปอร์เซ็นต์ของงานทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นงานธุรการ งานของแผนก งานขององค์กร และงานที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ จะยังคงมีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยงานขององค์กรและงานที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญมีสัดส่วนมากที่สุด เมื่อพิจารณาลงรายละเอียด หนึ่งในห้าของผู้ที่ตอบแบบสำรวจระบุว่าเทคโนโลยีจะถูกใช้ในการทำธุรกรรมข้ามแผนกทั่วทั้งองค์กร ขณะที่ผู้ตอบแบบสำรวจจำนวนห้าเปอร์เซ็นต์มองว่าเทคโนโลยีจะถูกนำมาใช้ในงานที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญอย่างการแก้ปัญหา โดยอาศัยข้อมูลแบบเรียลไทม์หรืออาศัยข้อมูลเพื่อใช้ในการวิเคราะห์หลายประเภท
ไอบีเอ็มได้เข้าซื้อกิจการ WDG Automation เมื่อไม่นานมานี้ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของระบบออโตเมชันสำหรับองค์กรที่ผสานความสามารถของเอไอ วันนี้บริการออโตเมชันของไอบีเอ็มได้เข้าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มผลิตภาพในงานปฏิบัติการให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น เภสัชกรรม ยานยนต์ ประกันภัย การธนาคาร ฯลฯ
Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มหกรรมลดครั้งยิ่งใหญ่ “ออคีย์” จัดแคมเปญ “AUKEY x 9.9 Super Shopping Day” มอบดีลสุดคุ้มช้อปปิ้งสินค้าไอทีคุณภาพแบบจัดเต็มบน Shopee Mall

เตรียมเงินให้พร้อมช้อปให้สุดอีกครั้งกับโปรโมชั่นลดจัดหนักจัดเต็มจาก ออคีย์ (AUKEY)  ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยีคุณภาพจากประเทศเยอรมนี ที่ยกขบวนสินค้าไอทีราคาสุดคุ้ม พร้อมเสิร์ฟในแคมเปญ “AUKEY x 9.9 Super Shopping Day” บนแพลตฟอร์ม shopee มากับส่วนลดสูงสุดถึง 90% เอาใจสาวกไอทีนักช้อป มอบสิทธิพิเศษสุดคุ้ม ผ่านทางร้านค้า AUKEY Thailand Official Store ทาง Shopee Mall วันที่ 9 กันยายน 2564 วันเดียวเท่านั้น!

โดยทาง ออคีย์ (AUKEY)  จัดโปรโมชั่นโค้ดส่วนลดมากมายมอบให้เหล่านักช้อปได้รับความคุ้มค่าที่มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

– โค้ดส่วนลด “SSPBZJDYVY” เมื่อซื้อสินค้าขั้นต่ำ 2,000 บาท ลดทันที 500 บาท

– โค้ดจัดหนักช่วงเวลา 00.00 – 02.00 น. ทั้งโค้ดส่วนลด 50% เมื่อซื้อสินค้าขั้นต่ำ 100 บาท ,โค้ดส่วนลด 20% เมื่อซื้อสินค้าขั้นต่ำ 200 บาท

– โค้ดจาก Shopee Mall ลดเพิ่มไปอีก 12% สูงสุด 1500 บาท เมื่อช้อปสินค้าขั้นต่ำ 1,000 บาท

คุ้มค่าแบบทวีคูณเมื่อใช้พร้อมกัน 2 โค้ดส่วนลด มหกรรมลดครั้งยิ่งใหญ่ ออคีย์ (AUKEY) ขนทัพมาอย่างจัดเต็ม พร้อมด้วยโปรโมชั่นอื่นๆ อีกมากมาย โดยแคมเปญจะเริ่มตั้งแต่เวลา 02.01 – 23.59 น. วันเดียวเท่านั้น ซึ่งมี กิจกรรม Flash Sale ลดทั้งร้านพิเศษตลอดทั้งวัน ให้ช้อปได้อย่างจุใจ อาทิเช่น

– หูฟังบลูทูธ Hybrid Active Noise-Cancellation มี Transparency Mode คุยชัดด้วย 6 ไมค์ เบสแน่น มีมิติ ในราคาพิเศษมากๆ 1,990 บาท จากราคาปกติ 4,990 บาทเท่านั้น

– หูฟังเกมส์มิ่ง รุ่นฮิต กันดีเลย์ aptX ตัดเสียงรบกวนด้วย cVc 8.0  พิเศษมากๆ เพียง 1,055 บาท เท่านั้น จากราคาปกติ 2,835 บาท

– หัวชาร์จด่วน PD 100W GaNTech 4 ช่อง สามารถชาร์ตด่วน ไอแพด, แท็บเล็ต, Mac, Laptop, พิเศษสุด ๆ เพียง 1,790 บาทเท่านั้น

และไม่เพียงแค่นั้น อุปกรณ์อื่น ๆ ออคีย์ (AUKEY)  ก็ยังมีส่วนลดที่คุ้มค่าด้วยเช่นกันไม่ว่าจะเป็น สายชาร์จ, หัวชาร์จ ด่วน ไอโฟน, ไอแพด, ซัมซุง, แอนดรอยด์, Mac, และ Laptop เป็นต้น เหล่าเกมเมอร์หรือสายไอทีต้องห้ามพลาด

นอกจากโค้ดส่วนลดและกิจกรรม Flash Sale ทาง ออคีย์ (AUKEY) ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ให้เหล่านักช้อปได้เล่นสนุกกันเพื่อแลกรับส่วนลดและของรางวัลต่าง ๆ มากมาย เช่น กิจกรรมเกมส์ Spin&Win เกมส์หน้าร้านเล่นลุ้นรับรางวัลโค้ดส่วนลดสูงสุดเพิ่มได้อีก

จัดหนัก จัดเต็ม กับโปรบุฟเฟ่ต์เพิ่มความคุ้มค่า ซื้อแค่ 3 ชิ้น จ่ายเพียง 999 บาท, ซื้อ 2 จ่ายเพียง 1 ชิ้น หรือจะเป็น ซื้อชิ้นที่ 2 ลดเพิ่มอีก 9% ก็คุ้มค่า อีกทั้งกิจกรรมโปรโมชั่นลดกระหน่ำต้อนรับเดือนกันยายนกับสินค้าเริ่มต้นแค่ 9 บาท และสินค้าราคาพิเศษเพียง 999 บาท จากราคาปกติ 2,XXX บาท เรียกได้ว่ายกความคุ้มค่ามารอเสิร์ฟสาวกไอที ให้ช้อปกระหน่ำแบบถล่มถลาย ด้วยโปรโมชั่นราคาสุดช๊อค วันเดียวเท่านั้น

นอกจากนี้เราก็ยังมีกิจกรรม Give away สำหรับ 100 ออเดอร์แรก รับสินค้าฟรีไปเลย เมื่อซื้อของในร้านครบ 3,500 บาท ช่วงเวลา 00.00 – 12.00 น. เท่านั้น หากใครไม่อยากพลาดข่าวสารและดีลโปรโมชั่นสุดคุ้มในแคมเปญ “AUKEY x 9.9 Super Shopping Day” 

สามารถติดตามข่าวสารร้านค้าได้ที่ AUKEY Thailand Official Store บน Shopee Mall รับรองว่าคุ้มแน่นอนห้ามพลาดเด็ดขาดแล้วเจอกันในวันที่ 9.9.2021 วันนี้วันเดียวเท่านั้น!!


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ส.การตลาดฯ ร่วมกับ บริษัท บิ๊กสตาร์ จำกัด จัดพิธีเปิดโครงการประกวดแผนการตลาด J-MAT Award ครั้งที่ 30 พร้อมชี้แจงโจทย์

สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย โดยชมรมยุวสมาชิกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย หรือ J-MAT ร่วมกับ บริษัท บิ๊กสตาร์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรองเท้าแบรนด์แกมโบล (GAMBOL) จัดงานเปิดโครงการประกวดแผนการตลาด J-MAT Award ครั้งที่ 30  เพื่อชิงโล่พระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทุนการศึกษามูลค่ารวมทั้งสิ้น กว่า 500,000 บาท พร้อมชี้แจงโจทย์และรายละเอียดการทำแผนการตลาด ภายใต้หัวข้อ “เดิน..เฟี้ยว ไอเดีย..ฟ้าว” ในรูปแบบอีเว้นต์เสมือนจริง (Virtual Event) ในวันพุธที่ 1 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา

มีนิสิต นักศึกษา และคณาจารย์ เข้าร่วมงานรวมกว่า 800 คน จาก 55 สถาบันทั่วประเทศ โดยมี คุณอนุวัตร เฉลิมไชย นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย และ คุณนิติ กิจกำจาย ผู้บริหาร บริษัท บิ๊กสตาร์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรองเท้าแบรนด์แกมโบล (GAMBOL) เป็นประธานกล่าวเปิดงานและกล่าวต้อนรับ

โครงการประกวดแผนการตลาด J-MAT Award เป็นโครงการที่สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ได้ริเริ่มขึ้นเพื่อส่งเสริมให้นิสิต นักศึกษาได้นำความรู้ที่ได้ศึกษาในห้องเรียนมาลองปรับใช้กับโจทย์และสถานการณ์ทางการตลาดจริง เป็นการฝึกคิด วิเคราะห์และประมวลผลเพื่อนำเสนออย่างสร้างสรรค์ พร้อมฝึกการทำงานร่วมกันเป็นทีมก่อนที่จะออกสู่สนามการทำงานจริง

โครงการประกวดแผนการตลาด J-MAT Award  ครั้งที่ 30 นี้ มีช่วงเวลาดำเนินการ ดังนี้
– เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม – 12 กันยายน 2564
– ปิดรับส่งผลงาน ภายในวันจันทร์ที่ 27 กันยายน 2564
– ประกาศผล 50 ทีม ในวันศุกร์ ที่ 15 ตุลาคม 2564
– ประกาศผล 24 ทีม ในวันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2564
– ประกาศผู้เข้ารอบ 7 ทีมในวันอังคารที่ 2 พฤศจิกายน 2564
– นำเสนอผลงานผู้เข้ารอบ 7 ทีมสุดท้าย ในวันพฤหัสบดีที่ 11 พฤศจิกายน 2564
– พิธีประกาศผล/มอบรางวัล ในวันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2564

ติดตามรายละเอียดและข่าวสารโครงการได้ทาง
– www.marketingthai.or.th/j-mat-events/j-mat-award-30/
– Facebook Fanpage ได้ที่ www.facebook.com/smartjmat
– Instagram : @jmat_official
– สมาคมการตลาดฯ : โทร 02-679-7360-3, 095-952-4453


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มข. จับมือ สสว.เปิดร้านค้ำคูณ ช่วยผู้ประกอบการ

มหาวิทยาลัยขอนแก่น และเครือข่ายมหาวิทยาลัยในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดกิจกรรมทดสอบตลาด “ค้ำคูณ Marketplace” เพื่อเป็นศูนย์รวมในการทดสอบ จำหน่าย และสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการ SME ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 สิงหาคม 2564 ณ ร้านค้ำคูณ Marketplace บริเวณสถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาอู้ฟู่ ถนนมิตรภาพ จังหวัดขอนแก่น ได้มีการจัดงานเปิดตัวกิจกรรมทดสอบตลาด “ค้ำคูณ Marketplace” อย่างเป็นทางการ โดยมี ผศ.ประเสริฐ วิจิตรนพรัตน์ หัวหน้าโครงการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ (SME-Early Stage: All Stars) ปีงบประมาณ 2564  เป็นผู้กล่าวต้อนรับ และกล่าววัตถุประสงค์ของโครงการ และได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.วีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมีผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ เข้าร่วมแสดงความยินดีในงานวันนี้

รศ.ดร.วีระพงศ์ มาลัย กล่าวว่าจากสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ในปัจจุบันที่ส่งผลกระทบอย่างหนักในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต การค้า และบริการ โดยเฉพาะภาคธุรกิจ SME ที่มีข้อจำกัดหลายด้าน ซึ่งทาง สสว.  ได้เล็งเห็นถึงปัญหามาโดยตลอดและมีการทำงานเพื่อช่วยเหลือ SME อย่างต่อเนื่อง โดยโครงการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการใหม่นี้ก็เป็นอีกหนึ่งในกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุน SME ให้รอดพ้นวิกฤต ด้วยการยกระดับความรู้ ความสามารถ และการเพิ่มทักษะในการประกอบธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ SME และผู้ว่างงาน ในโครงการนี้มีธุรกิจ SME ที่อยู่ในระยะเริ่มต้นเข้าโครงการรวมมากกว่า 2,800 ธุรกิจทั่วประเทศ โดยแบ่งการทำงานออกเป็น 6 พื้นที่ ซึ่งเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้ดำเนินการร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งสามารถยกระดับผู้ประกอบการในพื้นที่อีสานได้มากถึง 500 กิจการ และมี 100 กิจการที่เป็นผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤตการณ์โควิด-19 โดยกิจกรรมในครั้งนี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมมากกว่า 100 กิจการ และมีสินค้าเข้าร่วมมากกว่า 200 รายการให้ได้เลือกซื้อกันด้วย

จากสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ในปัจจุบัน และมาตรการเพื่อลดผู้ติดเชื้อ ทำให้มีการปรับแผนของกิจกรรมโครงการให้มีความเหมาะสม ดังนั้นการทดสอบตลาด “ค้ำคูณ Market place” จึงอยู่ในรูปแบบร้านค้าที่มีมาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด อาทิ สถานที่ตั้งร้านอยู่นอกพื้นที่ที่มีความแออัด มีการประยุกต์ใช้ Live streaming เพื่อเพิ่มยอดจำหน่าย รวมไปถึงปฏิบัติตามข้อกำหนดในการควบคุมโรคของพื้นที่ หากท่านสนใจสามารถแวะไปซื้อ ไปชม และอุดหนุนสินค้า SME ภาคอีสานกันได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นปี 2564

สอบถามรายละเอียดและติดตามเพจ ค้ำคูณ Marketplace เพื่อรับข้อมูลข่าวสาร หมายเลขโทรศัพท์ 082 – 585-1854  หรือ    Line : @kumkoonmarketplace , Facebook Page : ค้ำคูณ Marketplace


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

เปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ “Beaverman” แก้ทุกปัญหางานก่อสร้างไทยในยุคก่อสร้างดิจิทัล

Seacon ผู้นำธุรกิจรับสร้างบ้านมากว่า 60 ปี บุกแตกไลน์ธุรกิจสร้างแพลตฟอร์มใหม่ “Beaverman แพลตฟอร์มค้นหาผู้รับเหมาก่อสร้าง” ด้วยเจตนารมณ์ที่ต้องการยกระดับวงการก่อสร้างไทย เน้นกลยุทธ์ใช้เทคโนโลยีมาแก้ช่วยปัญหาการจ้างงานก่อสร้าง

เชื่อหรือไม่? มากกว่า 80 % เกิดปัญหาการจ้างงานก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นงานตกแต่ง ต่อเติม หรือรีโนเวท มีปัญหาเกิดขึ้นมากมายที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก..ทั้งกับโครงการจากภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงประชาชนผู้ใช้บริการ โดยปัญหาหลักๆอย่างผู้รับเหมารับเงินแล้วทิ้งงาน โดนเรียกราคาสูง ทำงานล่าช้าเสร็จไม่ทันกำหนด หรือเสร็จทันแต่กลับได้งานที่ไม่มีคุณภาพ ปัญหาเหล่านี้ล้วนเกิดจากผู้รับเหมามีการบริหารจัดการด้านการเงิน บุคลากร เวลา และต้นทุนที่ไม่ดีพอ ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ได้ปวดหัวเฉพาะผู้ว่าจ้าง ที่ต้องมาแบกรับความเสี่ยงเท่านั้น แต่ผู้รับเหมาดีๆ ที่ทำงานคุณภาพ ก็มีปัญหาจากผู้ว่าจ้างเช่นกัน อย่างเช่นผู้ว่าจ้างขอแถมบ่อยๆ ขอให้ทำงานเพิ่มแต่ไม่เพิ่มเงินและเวลา จ่ายเงินไม่ตรงตามที่ตกลง ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นวังวนวงจรอุบาทว์ของวงการก่อสร้างเลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้น จะเป็นเรื่องดีแค่ไหน ถ้ามีแพลตฟอร์มที่สามารถจับความต้องการจ้างงานก่อสร้าง มาเจอกับผู้รับเหมาคุณภาพดี ที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้ว…

นี่จึงเป็นจุดกำเนิดของ Idea “Solution Provider แห่งวงการก่อสร้างไทย”  ของคุณพงศธร จันทวิมล Founder and CEO บริษัท บีเวอร์แมน จำกัด จากตระกูลผู้บุกเบิกธุรกิจรับสร้างบ้าน โดยจากสถิติผู้ใช้บริการในแพลตฟอร์ม Beaverman ปัญหาการทิ้งงานเหลือเพียงไม่ถึง 1 ใน 10 แต่เราก็สามารถสรรหาผู้รับเหมามาจบงานให้ผู้ว่าจ้างได้ 100% ยังมีข้อดี..อีกมากในส่วนผู้ว่าจ้างที่ใช้งานแพลตฟอร์ม Beaverman คือสามารถเลือกหาผู้รับเหมา ผู้ออกแบบ ได้ครบทุกงานก่อสร้างนับร้อยราย เปรียบเทียบราคาได้ ใช้งานง่ายสะดวก รวดเร็ว แชทกับทีมงานได้ทันใจ แค่คุยผ่าน LINE Official พร้อมระบบติดตามสถานะงานแบบเรียลไทม์ สามารถส่งข้อความอัพเดทงานให้ผู้ว่าจ้างเห็นความคืบหน้า ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ในส่วนของผู้รับงาน จะได้รับโอกาสได้งานดีๆต่อเนื่อง ด้วยระบบประกวดราคาให้ผู้รับงานสามารถเลือกงานได้ตามใจ เสนอราคาที่พอใจและมีกำไร พร้อมทั้งสามารถปรึกษาด้านการวางแผนงานทั้งด้านเวลา ต้นทุน และคุณภาพ

นอกจากนี้คุณพงศธร ยังเผยอีกว่าจากที่ได้เปิดให้บริการใช้งานแพตลฟอร์มBeavermanมาประมาณ 8 เดือนมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ผู้รับเหมาที่มีอยู่ในระบบได้รับงานกันต่อเนื่อง และขณะนี้จำนวนผู้รับเหมาในระบบไม่เพียงพอต่อปริมาณงานของผู้ใช้บริการที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องการ “เฟ้นหา! ผู้รับเหมาก่อสร้าง…ฝีมือดีจำนวนมาก”  ทุกกลุ่มงานก่อสร้าง  ไม่ว่าคุณจะเป็น

– ผู้ออกแบบ

– ผู้รับเหมาก่อสร้าง

– ตกแต่งภายใน (Built in)

– ช่างไฟฟ้า ประปา

– ช่างซ่อมรายย่อย

โอกาสดีมาถึงแล้ววว หากคุณกำลังมองหา “แหล่งมีงานต่อเนื่อง เลือกงานเอง ได้รับเงินเร็ว”  เรามีแนวทางการบริการงานด้วยความตั้งใจที่จะรักษาความมั่นคงทางอาชีพ (Job Security) สร้างโอกาส และสร้างมาตราฐาน ให้กับช่าง ผู้รับเหมา หรือเถ้าแก่น้อยรายย่อย  นำไปสู่การสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่ผู้รับเหมารายย่อยที่มีกว่า 80,000 รายในไทย ทั้งยังเป็นช่องทางที่จะช่วยให้ผู้รับเหมามีทางไปต่อในภาวะพิษเศรษฐกิจปัจจุบัน หากคุณคิดว่าคุณมีศักยภาพ ฝีมือดี พร้อมเติบโตไปกับเรา สนใจสมัคร หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  โทร Call Center 1391 ต่อ 333  หรือ แอด Line : @beaverman

ทั้งนี้คุณพงศธร จันทวิมล ยังเผยอีกว่า นี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแพลตฟอร์ม Beaverman ที่มีภาพใหญ่กว่านั้น โดยในปี 2021 มีแผนขยายสาขาเพิ่มอีกในต่างจังหวัด และมุ่งหวังจะเปิดให้ครบทุกภูมิภาคทั่วไทย

ติดตามข้อมูลของ แพลตฟอร์ม Beaverman เพิ่มเติมได้ทาง www.beaverman.com และ Fanpage : https://m.me/Beaverman.Ltd หรือ LINE: https://lin.ee/WqZNzr1 ,โทร. 1391 ต่อ 333


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ออฟฟิศเมท จัดแคมเปญ 9.9 BIG BRAND GRAND SALE ลดสูงสุด 70% ของแถมจัดเต็ม

ออฟฟิศเมท และ ออฟฟิศเมท พลัส ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ชวนผู้ประกอบการ SME ช้อปของใช้ในธุรกิจรับมาตรการคลายล็อกดาวน์ จัดแคมเปญโปรโมชั่นตลอดเดือนกันยายนกับ  “9.9  BIG BRAND GRAND SALE” รวมสินค้าแบรนด์ดังไอเท็มเด็ด มาลดจัดใหญ่สูงสุด 70% พร้อมของแถมจัดหนัก ให้ประหยัดสุดว้าว! ช้อปสะดวกและปลอดภัยได้ทั้งที่ร้านออฟฟิศเมทและช่องทางออนไลน์ พร้อมบริการส่งฟรีถึงบ้านหรือธุรกิจเมื่อช้อป 499.-
“Back to Office” อุปกรณ์สำนักงาน ไอที แบรนด์ดังลดสูงสุด70% อาทิ คีย์บอร์ด เมาส์ไร้สาย ปริ้นเตอร์ ปลั๊กไฟ แฟ้มใส่เอกสาร กระดาษถ่ายเอกสาร และเครื่องเขียน เฟอร์นิเจอร์ครบเซ็ตลดสูงสุด 68% อาทิ เก้าอี้เพื่อสุขภาพ เก้าอี้ผู้บริหาร เก้าอี้สำนักงาน โต๊ะทำงาน ชั้นวางของ พร้อมของแถม อาทิ หม้อสุกี้ พัดลม หรือไมโครเวฟระบบสัมผัส เมื่อช้อปครบตามกำหนด*
“Back to Business” ร้านค้า ร้านอาหาร สะอาดปลอดภัยทุกตารางเมตร อัพความมั่นใจให้ลูกค้าพร้อมใช้บริการ กับอุปกรณ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อลดสูงสุด 49% อาทิ ถังบีบผ้าม็อปถูพื้น น้ำยาถูพื้น น้ำยาฆ่าเชื้อ แอลกอฮอล์ สบู่ล้างมือ ถุงขยะแยกประเภท กระดาษชำระ น้ำยาล้างจาน และสเปรย์ปรับอากาศ พร้อมอุปกรณ์ขายของราคาประหยัดสำหรับคาเฟ่ร้านอาหาร เช่น บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ถุงกระดาษ กล่องใส่อาหาร และชุดคว่ำจาน

พิเศษสุด!… ออฟฟิศเมท แจกโค้ดส่วนลดแบรนด์ดังสุดคุ้ม! เมื่อช้อปสินค้าที่ร่วมรายการครบตามกำหนด* อาทิ ชุดเฟอร์นิเจอร์ Serta, Furradec, หมึกและโทนเนอร์ แบรนด์ brother, Canon, EPSON, hp, FUJIFILM, RICOH, อุปกรณ์สำนักงานและเครื่องเขียนแบรนด์ one & me.style, Elephant, QuanTum, Horse, MAX, 3M และส่วนลดไอทีแบรนด์ดัง ลดหนักจัดเต็ม อาทิ  mi, TOSHINO, Kingston, CASIO และ Panasonic เป็นต้น

ช้อปสะดวกและปลอดภัยทุกคำสั่งซื้อ ด้วยมาตรการป้องกันโควิด-19 ทั้งที่ร้านและบริการจัดส่ง ตั้งแต่กระบวนการจัดเตรียมสินค้า จนถึงมือลูกค้าโดยทีมงานจัดส่งของออฟฟิศเมท ลูกค้ากรุงเทพและปริมณฑล สั่งซื้อจ.-ศ. ก่อน 18:00 น. รับสินค้ารวดเร็วในวันทำการถัดไป ลูกค้า 99% ยืนยันรับสินค้าตรงเวลา และลูกค้าต่างจังหวัดรับสินค้าใน 3 วันทำการ ช้อปสะดวกและง่ายทุกช่องทาง! จัดส่งฟรีเมื่อช้อป 499.-* (ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด)

•  ช้อปออนไลน์ได้ตลอด 24 ชม. ที่ OfficeMate Mobile App และเว็บไซต์    https://bit.ly/3Du2L4M
•  Chat & Shop ผ่าน Line: @OfficeMate พร้อมรับคูปองส่วนลดสุดพิเศษมากมาย แอดไลน์เลย! http://bit.ly/LineOfficeMate
•  โทรสั่งซื้อง่ายๆ กับ OfficeMate Contact Center 1281 ให้บริการทุกวัน 8:00 – 22:00 น.
•  สัมผัสสินค้าและช้อปทันทีได้ที่ร้านทุกสาขา หรือ Line / โทรสั่งซื้อโดยตรงกับร้านออฟฟิศเมท และออฟฟิศเมท พลัส เช็คเลย! https://bit.ly/37Xfqix


Exit mobile version