ออฟฟิศเมท พลัส ในเครือเซ็นทรัล รีเทล แฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้ออุปกรณ์
ออฟฟิศเมท พลัส ยังเปิดรับสมัครแฟรนไชส์ซีทั่

ออฟฟิศเมท พลัส ในเครือเซ็นทรัล รีเทล แฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้ออุปกรณ์
ออฟฟิศเมท พลัส ยังเปิดรับสมัครแฟรนไชส์ซีทั่
กรุงเทพฯ ประเทศไทย 11 ตุลาคม 2564 – การ์ทเนอร์ อิงค์ เผยผู้บริหารด้านซัพพลายเชน (CSCOs) ต้องเพิ่มกลยุทธ์ในการลดอัตราการหยุดชะงักให้กับห่วงโซ่อุปทานโดยการลดความเสี่ยงในพื้นที่หน้างานการผลิต ผลวิจัยของการ์ทเนอร์ยังแสดงให้เห็นว่าองค์กรที่ปรับตัวรับมือกับการหยุดชะงักมีแนวโน้มเจอปัญหานี้น้อยกว่าหนึ่งในสามเมื่อเทียบกับองค์กรอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน
การ์ทเนอร์ได้กำหนดพื้นที่หน้างานของห่วงโซ่อุปทานอันประกอบไปด้วยจำนวนผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิตต่าง ๆ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดกับห่วงโซ่อุปทาน ณ ปัจจุบัน โดยแสดงถึงจุดสัมผัสต่าง ๆ ที่อาจเกิดเหตุการณ์ความเสี่ยงได้กับห่วงโซ่อุปทาน
นางสาวซูซี่ เพทรูสิค ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยแนวปฏิบัติด้านห่วงโซ่อุปทานของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “ผู้บริหารด้านซัพพลายเชนควรลดพื้นที่หน้างานของห่วงโซ่อุปทานโดยเน้นกระบวนการทำงานให้ง่ายขึ้นและลดการเคลื่อนย้ายต่าง ๆ ภายในห่วงโซ่อุปทานขององค์กร รวมถึงจำนวนไซต์ทำงานและซัพพลายเออร์ในเครือข่าย เนื่องจากโอกาสเกิดความเสี่ยงที่สูงขึ้น หน้างานการผลิตที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่จะได้รับผลกระทบมากกว่าหน้างานขนาดเล็กที่เป็นเสมือนสินทรัพย์ขององค์กร แม้ผู้บริหารซัพพลายเชนจะไม่สามารถควบคุมปริมาณเหตุการณ์ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น แต่พวกเขาสามารถคุมขนาดของเป้าหมายที่องค์กรต้องการได้”
ธุรกิจห่วงโซ่อุปทานจำนวนมากเกิดการหยุดชะงักได้ง่ายเป็นเพราะการกำหนดเป้าหมายขนาดใหญ่ โดยองค์กรต้องใช้เวลาหลายทศวรรษในการขยายธุรกิจและกระจายความเสี่ยงไปทั่วทั้งเครือข่ายทั่วโลก ขณะเดียวกันก็เพิ่มประสิทธิภาพของต้นทุนให้มากขึ้น หลายกระบวนการกลายเป็นความซับซ้อนและต้องขนย้ายสินค้าและวัสดุมากมายในห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ระบบเกิดการหยุดชะงักได้ง่าย
หลายองค์กรในธุรกิจซัพพลายเชนเผชิญกับปัญหาการหยุดชะงักน้อยลงในปัจจุบัน เพราะมีการจัดการควบคุมพื้นที่หน้างานแหล่งผลิตของห่วงโซ่อุปทานโดยจำกัดจำนวนจุดสัมผัสที่เหตุการณ์ความเสี่ยงอาจเกิดขึ้นในองค์กร นั่นคือ จำกัดจำนวนผู้ให้บริการขนส่ง วิธีการจัดส่งและช่องทางจัดส่งให้น้อยลง ตลอดจนเว้นระยะห่างระหว่างผู้ผลิต โรงงาน คลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าที่ดีมากยิ่งขึ้น โดยกระบวนการเหล่านี้กำลังได้รับการปรับใหม่และทำให้ใช้งานง่ายยิ่งขึ้น
“การควบคุมการหยุดชะงักสร้างความสมดุลด้านความเสี่ยงต่อสภาวะแวดล้อมทั้งหมดร่วมกับหลายเหตุการณ์ความเสี่ยงที่เกิดจากมหันตภัยร้ายเพียงหนึ่งเดียว เป้าหมายไม่ใช่การรวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว แต่คือการค้นพบเป้าหมายในขนาดที่เหมาะสมแก่องค์กร ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง” เพทรูสิค กล่าวเพิ่มเติม
การฝังกลไกควบคุมการหยุดชะงักเพื่อสร้างการรับรู้ นำไปสู่กลยุทธ์ห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด
ในส่วนของกลไกควบคุมการหยุดชะงัก เพื่อลดปัญหาการหยุดชะงักคือส่วนหนึ่งของขั้นตอนการวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่ต้องนำมาพิจารณาควบคู่ไปกับต้นทุน คุณภาพ และความรวดเร็วในการผลิต อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ไม่ใช่การละทิ้งเป้าหมายและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเดิมในทศวรรษที่ผ่านมา แต่แทนที่ด้วยการที่ผู้บริหารด้านซัพพลายเชนจะสามารถกำหนดการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนใหม่ที่รวมถึงการคำนวณค่าใช้จ่ายในการหยุดชะงักอย่างต่อเนื่อง
เพทรูสิค ยังกล่าวอีกว่า “ความมุ่งมั่นในการสร้างหน้างานการผลิตที่เหมาะสมที่สุดไม่ได้แปลว่าคุณจะไม่สามารถขยายมันได้อีกต่อไป แต่หมายถึงผู้บริหารด้านซัพพลายเชนต้องเลือกการวางแผนที่ชาญฉลาดและกระจายความเสี่ยงทั้งหมด พวกเขาต้องเข้าใจสภาพแวดล้อมในปัจจุบันว่ามีความยากในด้านการดำเนินการและยากยิ่งขึ้นในการสร้างความน่าเชื่อถือด้านการขนส่ง รวมถึงบริการที่สร้างกำไรให้แก่ลูกค้า โดยควรดำเนินการทันทีเพื่อไม่ให้เกิดการหยุดชะงักตามมาภายหลัง”
การสร้างกลไกการหยุดชะงักช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความได้เปรียบด้านการแข่งขัน
องค์กรที่ปรับตัวรับมือกับการหยุดชะงักจะได้รับประโยชน์ในหลากหลายด้าน ทั้งการลดค่าใช้จ่ายในห่วงโซ่อุปทานเนื่องจากประสบปัญหานี้น้อยลง และเมื่อเกิดการหยุดชะงักเครือข่ายการทำงานทั้งหมดจะเตรียมพร้อมรับมือและกู้คืนได้ในเวลาอันสั้น
“ประโยชน์ที่ใหญ่ที่สุด คือ ความได้เปรียบด้านการแข่งขันที่ได้สร้างขึ้น กลไกลการหยุดชะงักมีความพร้อมและรอให้บริการลูกค้าเพื่อเติมเต็มช่องว่างในจุดที่คู่แข่งกำลังเสียรังวัด เพราะพวกเขามัวแต่ยุ่งกับการตอบสนองต่อความเสี่ยงมากเกินไป” เพทรูสิค กล่าวสรุป
ลูกค้าการ์ทเนอร์สามารถคลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่รายงาน “Supply Chain Executive Report: Shaping Supply Chain Disruption in a Volatile Risk Environment”.
เกี่ยวกับงาน Gartner Supply Chain/Xpo
Gartner Supply Chain Symposium/Xpo คืองานประชุมสำคัญที่รวบรวมผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญด้านซัพพลายเชน ซึ่งผู้นำด้านซัพพลายเชนต่าง ๆ จะร่วมกันนำเสนอข้อมูลเชิงลึก กลยุทธ์และวางเฟรมเวิร์คการทำงานเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร สังคม และผู้ที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานสำหรับรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
รายละเอียดเกี่ยวกับงานประชุมสัมมนา Gartner Supply Chain/Xpo ได้แก่
วันที่ 13-15 กันยายน ตามเวลาในแถบทวีปยุโรปตะวันออกกลางและแอฟริกา [เวอร์ชวล]
วันที่ 25-27 ตุลาคม ณ เมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา
เกี่ยวกับ Gartner Supply Chain Practice
Gartner Supply Chain Practice นำเสนอบทวิเคราะห์สำคัญ ๆ, แนวทางปฏิบัติพื้นฐานที่ดีที่สุด ตัวชี้วัดและข้อมูลของการ์ทเนอร์ โดยเสนอแก่ผู้นำด้านซัพพลายเชนผ่านแพลตฟอร์มเพื่อสร้างตัวเลือกให้ธุรกิจได้ขับเคลื่อนต่อไปข้างหน้า คลิกดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gartner.com/en/supply-chain. หรือติดตามข้อมูลและข่าวสารจาก Gartner Supply Chain Practice บน Twitter และ LinkedIn โดยใช้ #GartnerSC.
เกี่ยวกับการ์ทเนอร์
บริษัท การ์ทเนอร์ (Gartner, Inc.) (NYSE: IT) คือบริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำของโลก และมีรายชื่ออยู่ในดัชนี S&P 500 บริษัทฯ ให้ข้อมูลเชิงลึก คำแนะนำ และเครื่องมือต่าง ๆ แก่ผู้บริหารองค์กรธุรกิจ เพื่อรองรับการดำเนินภารกิจสำคัญที่มีอยู่ในปัจจุบันและสร้างองค์กรให้ประสบความสำเร็จในอนาคต
การ์ทเนอร์นำเสนองานวิจัยที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญ และใช้แหล่งข้อมูลจากผู้ปฏิบัติงานจริง เพื่อชี้นำลูกค้าสำหรับการตัดสินใจที่ถูกต้องเหมาะสมในเรื่องที่สำคัญที่สุด การ์ทเนอร์ทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลที่เป็นกลางและเป็นที่ปรึกษาที่ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรต่าง ๆ กว่า 14,000 แห่งในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมทุกส่วนงานสำคัญ ๆ ในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมและองค์กรทุกขนาด
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางของการ์ทเนอร์ในการช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจอย่างถูกต้องเพื่อขับเคลื่อนอนาคตของธุรกิจได้ที่ gartner.com
“Central International Watch Fair 2021” มหกรรมนาฬิการะดับเวิลด์คลาสสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ที่รวบรวมนาฬิกา แบรนด์ดัง ทั้งคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด และลิมิเต็ด เอดิชั่น พร้อมด้วยข้อเสนอโปรโมชั่นสุดพิเศษในรอบปี นับเป็นการปลุกกำลังซื้อและกระตุ้นตลาดนาฬิกาให้กลับมาคึกคัก โดยภายในงานมีการเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่และสินค้าราคาพิเศษจากแบรนด์ Daniel Wellington, Esprit, Police, และ Superdry นับเป็นอีกไฮไลท์สำคัญที่ต้องห้ามพลาดสำหรับคอนาฬิกาที่มีไลฟ์สไตล์ทันสมัย ที่มีความแตกต่างอย่างลงตัว โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 ก.ย. – 31 ต.ค. 2564 ณ Event Hall ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม และแผนกนาฬิกา ห้างสรรพสินค้าทุกสาขาทั่วประเทศ
Police นาฬิกาแบรนด์ชั้นนำสัญชาติอิตาลี นำโดยคุณมาร์โค เมาเร่อ มาพร้อมคอลเลคชั่น AVONDALE ขนาดหน้าปัด 48 มม. ที่มีดีไซน์ทันสมัย สวยงามเป็นเอกลักษณ์ บนสายสแตนเลสสตีลสีเงิน ดีไซน์สุดเท่ห์ ความพิเศษของเรือนนี้คือระบบกลไกแบบมัลติฟังก์ชั่นที่มีเฉพาะรุ่นเท่านั้น ราคาเพียง 5,180 บาท จากราคาปกติ 7,400 บาท
โดยเรือนที่เป็นไฮไลท์ ภายในงาน “Central International Watch Fair 2021” ได้แก่ รุ่นคอลเลคชั่นใหม่ Hamnoy by Police ราคาเพียง 8,120 บาท จากราคาปกติ 11,600 บาท มาพร้อมกับดีไซน์โดดเด่นที่ไม่ธรรมดา ด้วยการตั้งเวลาในรูปแบบ Dual time ที่สามารถตั้งเวลาได้ถึงสองไทม์โซนพร้อมบอกวันที่และกันน้ำได้ 50 เมตร นับเป็นรุ่นที่ตอบโจทย์สายลุยได้เป็นอย่างดี
มาถึงเหล่าบรรดาแฟนคลับ Daniel Wellington ผู้ที่หลงไหลในไลฟ์สไตล์มินิมอล ด้วยความลงตัวของนาฬิกาและเครื่องประดับที่ออกแบบด้วยความประณีต นิยามของความเรียบหรู สวมใส่ได้ทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นเป็นสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ทุกที่ทุกเวลา (หรือซื้อเป็นของขวัญมอบให้กับคนพิเศษในโอกาสสำคัญ) โดยพบกับการเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่รุ่น “Quadro Collection” ครั้งแรกของ Daniel Wellington กับการออกแบบนาฬิการูปทรงสี่เหลี่ยมของตัวเรือน และรูปแบบของสายนาฬิกาทั้งในรายละเอียดของสาย Mesh และสายหนัง ในราคาเริ่มต้นเพียง 5,350 บาท สามารถจับจองได้แล้ววันนี้ที่งาน “Central International Watch Fair 2021” และแผนกนาฬิกา ห้างสรรพสินค้าทุกสาขาทั่วประเทศ
แบรนด์ต่อมาที่สาวๆ ต้องชื่นชอบกับแบรนด์ ESPRIT แบรนด์ชั้นนำจากประเทศสหรัฐอเมริกาที่มากับคอลเลคชั่นใหม่รุ่น “Noora Set” เซ็ตนาฬิกาอะนาล็อก สายหนังสีเบจที่มาพร้อมกับสร้อยข้อมือประดับด้วยจี้เพชร Zirconia เสริมความหรูหราให้กับผู้สวมใส่ให้ลงตัวกับทุกงานด้วยราคาเพียง 3,360 บาท จากราคาปกติ 4,800 บาท
โดยงาน “Central International Watch Fair 2021” มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษกับแบรนด์สัญชาติอังกฤษอย่าง Superdry เป็นแบรนด์นาฬิกาที่มีการออกแบบในสไตล์บริติชผสมผสานกับวัฒนธรรมของญี่ปุ่นที่ลงตัวในราคาสุดพิเศษพร้อมให้จับจองเป็นเจ้าของ หลากหลายรุ่นและสไตล์ เริ่มต้นเพียง 990 บาทเท่านั้น
และอีกหนึ่งความพิเศษของงานกับข้อเสนอที่ดีที่สุดในรอบปี ที่ไม่ควรพลาด!
– เลือกซื้อนาฬิกา Daniel Wellington เฉพาะคอลเลคชั่นสายหนังหรือสาย Nato รับฟรีทันที จี้หัวใจประดับสายนาฬิกา สีโรสโกลด์และสีเงิน มูลค่า 900 บาท มากไปกว่านั้นช้อปสินค้า Daniel Wellington ครบ 6,000 บาท (เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ) รับฟรีทันที สายหนังหรือสาย Nato มูลค่าสูงสุด 1,550 บาท
– เลือกซื้อนาฬิกา Police ครบ 5,000 บาท รับฟรีทันที ลำโพงบูททูธ Police มูลค่า 2,500 บาท
– เลือกซื้อนาฬิกา Esprit ครบ 4,000 บาท รับฟรีทันที กระบอกน้ำ Esprit มูลค่า 690 บาท (สินค้ามีจำนวนจำกัด) พิเศษสุดเมื่อช้อปครบ 5,000 บาท รับฟรีสร้อยคอ Esprit มูลค่า 1,500 บาททันที
โปรโมชั่นสุดพิเศษอีกมากมายจากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ
1.บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน ลดเพิ่มสูงสุด 40%เมื่อใช้คะแนนเดอะวัน ตามเงื่อนไข
2.บัตรเครดิตกสิกรไทย เมื่อชำระเต็มจำนวน
เมื่อแบ่งชำระดอกเบี้ย 0% นาน 6 / 10 เดือน
3.SCB เมื่อชำระเต็มจำนวน
(จำกัดสิทธิ์การแลกคะแนนเพื่อรับส่วนลดสูงสุด 100,000 คะแนน/ ท่าน (รวมทุกประเภทบัตร) ต่อเดือน / รวมทุกห้างสรรพสินค้าที่ร่วมรายการ)
(ยกเว้น บัตรเครดิต SCB Family Plus, บัตรเครดิต SCB M และ บัตรเครดิตนิติบุคคล)
4.บัตรเครดิตซิตี้ เมื่อชำระเต็มจำนวน
5.บัตรเครดิตเคทีซี เมื่อชำระเต็มจำนวน
6.บัตรเครดิตกรุงศรี เมื่อชำระเต็มจำนวน
7.บัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ เมื่อชำระเต็มจำนวน
ลดเพิ่ม 15% เมื่อช้อปครบทุก 1,000 บาท/เซลส์สลิปและแลกใช้คะแนนสะสมทุก 1,000 คะแนน (เฉพาะ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์) (จำกัดส่วนลดสูงสุด 7,500 บาท/เซลส์สลิป หรือยอดซื้อ 50,000 บาท/เซลส์สลิป) เมื่อแบ่งชำระ
เมื่อมียอดแบ่งชำระ 0% นาน 6/ 10 เดือน ตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป ต่อเซลล์สลิป และใช้คะแนนสะสมเท่ายอดช้อป
(จำกัดการรับเครดิตเงินคืน สูงสุด 12,000 บาทต่อท่าน ตลอดรายการ)
8.บัตรเครดิตยูโอบี เมื่อชำระเต็มจำนวน
หรือ รับส่วนลดแทนเงินสด 120 บาท เมื่อใช้คะแนนสะสมทุก 1,000 คะแนน
(จำกัดการแลกคะแนนสูงสุด 100,000 คะแนน ต่อหมายเลขบัตรเครดิต (บัตรหลัก) ตลอดรายการ)
(ยกเว้น บัตรเครดิต TMRW, บัตรเครดิตยูโอบี โยโล่ แพลตินัม ไม่ร่วมรายการ)
เมื่อแบ่งชำระผ่านบัตรเครดิตยูโอบี, บัตรเครดิต TMRW และบัตรยูโอบี แคชพลัส
กรุงเทพฯ – 8 ตุลาคม 2564 — เอชพี ประเทศไทย เปิดตัวเกมมิ่งพอร์ตโฟลิโอในแล็
การเล่นเกมเป็นช่องทางสำหรั
มร. ลิม ชุน เต็ก กรรมการผู้จัดการของเอชพี ประเทศไทย กล่าวว่า “เอชพีให้ความสำคัญต่อการเล่
ออกแบบและยกระดับเพื่อการเล่นที่
เหล่าเกมเมอร์มองหาความก้าวหน้
เปิดตัว OMEN 16 ด้วย
คุณสมบัติของแล็ปท็อป OMEN 16
ทุกการเดินทางมีจุดเริ่มต้น
นักเล่นเกมแต่ละคนมีจุดเริ่มต้
Victus by HP 16 เครื่องแรกในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Victus มีดีไซน์สะท้อนไลฟ์สไตล์ที่
Victus by HP 16 สร้างขึ้นบนแนวคิดที่ยั่งยืนด้
OMEN Gaming Hub กำลังพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกั
ราคาและการวางจำหน่าย
ข้อมูลเกี่ยวกับ HP Inc.
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) มุ่งเน้นให้บริการ Shared Service เสริมแกร่งผู้ประกอบการ เปิดตัว นวัตกรรมเครื่องทอดสุญญากาศ ช่วยลดต้นทุนการผลิตด้านแปรรูปผลผลิตการเกษตร ตอบโจทย์ผู้บริโภค ระบุปริมาณการทอดต่อรอบ 65 กิโลกรัมต่อครั้ง น้ำมันทอดในระบบนำมาใช้ซ้ำได้ 20 ครั้ง โดยยังมีประสิทธิภาพดี ปลอดภัยต่อสุขภาพ เนื่องจากเป็นการทอดระดับสุญญากาศ -720 มิลลิเมตรปรอท ทำให้ผลิตภัณฑ์แปรรูปมีมูลค่าสูงขึ้น ไม่อมน้ำมัน มีอายุการเก็บรักษา 1 ปี โดยยังคงคุณภาพด้าน กลิ่น สี รสชาติของผลผลิต ใกล้เคียงธรรมชาติ
เครื่องทอดสุญญากาศ หรือ Vacuum fryer มีปริมาณการทอดต่อรอบ 65 กิโลกรัม/ครั้ง สร้างระดับสุญญากาศสูงสุดได้ถึง -720 มิลลิเมตรปรอท อุณหภูมิที่ใช้ในการทอด 80-95 องศาเซลเซียส โดยใช้เวลาทอด 60-80 นาที/ครั้ง (ขึ้นกับประเภทวัตถุดิบ) ปริมาณน้ำมันที่ใช้ในการทอดต่อรอบจำนวน 600 ลิตร สามารถนำน้ำมันมาใช้ทอดซ้ำได้ถึง 20 ครั้งต่อน้ำมัน 1 รอบ โดยน้ำมันยังมีประสิทธิภาพดีและปลอดภัยต่อสุขภาพ ระบบสลัดน้ำมันภายหลังการทอดใช้เวลา 25 นาที กำลังการผลิตต่อการใช้น้ำมัน 1 รอบ (600 ลิตร) ประมาณ 1,000-1,300 กิโลกรัม โดยผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทอดมีคุณภาพสม่ำเสมอ ไม่อมน้ำมัน ถูกหลักอนามัย มีอายุการเก็บรักษาได้ 1 ปี และคุณภาพผลิตภัณฑ์ด้านกลิ่น สี รสชาติ ยังคงใกล้เคียงธรรมชาติ
“…วว. พร้อมให้บริการและพร้อมเป็นหุ้นส่วนในความสำเร็จของผู้ประกอบการทุกท่าน สามารถติดต่อสอบถามเพื่อเข้ามาใช้บริการกับ วว. ได้ที่ โทร. 0 2577 9000 หรือมาติดต่อได้ที่สำนักงาน ณ เทคโนธานี คลองห้า จังหวัดปทุมธานี นักวิจัยของเราพร้อมให้คำแนะนำแก่ท่านในการเลือกนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของท่าน เราพร้อมช่วยสานฝันของท่านให้สำเร็จเป็นรูปธรรมด้วยราคามิตรภาพ เนื่องจาก วว. ต้องการสนับสนุนให้เกิดผู้ประกอบการใหม่และช่วยพัฒนาศักยภาพให้กับผู้ประกอบการเดิม โดยที่ท่านไม่ต้องลงทุนด้านเทคโนโลยี…” ผู้ว่าการ วว. กล่าว
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผลงานวิจัยและพัฒนา หรือรับคำแนะนำปรึกษาในการประกอบธุรกิจจาก วว. ติดต่อได้ที่ โทร. 0 2577 9000 โทรสาร 0 2577 9009 www.tistr.or.th E-mail : tistr@tistr.or.th Line@tistr IG : tistr_ig
ออฟฟิศเมท และ ออฟฟิศเมท พลัส ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ร่วมเสริมพลังพลิกฟื้นทุกธุรกิจ จัดแคมเปญ BIZ RECOVERY SALE ลดสูงสุด 70% กระหน่ำโปรโมชั่นส่วนลดสุ
“BIZ RECOVERY” ร้านค้า ร้านอาหาร พร้อมเปิดร้านรับลูกค้
“BACK TO WORK” จะทำงานที่ออฟฟิศหรือ WorkFromHome ก็พร้อมทุกสถานการณ์! ด้วยอุปกรณ์สำนักงาน ไอที แบรนด์ดังลดสูงสุด70% พร้อมโค้
ออฟฟิศเมท สั่งง่าย ได้เร็ว! ช้อปสะดวกทุกช่องทาง พร้อมบริการจัดส่งฟรีเมื่อช้อป 499.-* (ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด)
• ช้อปออนไลน์ได้ตลอด 24 ชม. ที่ OfficeMate Mobile App และเว็บไซต์ https://bit.ly/2WvAdXI
• Chat & Shop ผ่าน Line: @OfficeMate พร้อมรับคูปองส่วนลดสุดพิ
• โทรสั่งซื้อง่ายๆ กับ OfficeMate Contact Center 1281 ให้บริการทุกวัน 8:00 – 22:00 น.
• สัมผัสสินค้าและช้อปทันทีที่ร้
กรุงเทพ, ประเทศไทย, 7 ตุลาคม 2564: ดีเอชแอลเปิดตัวแคมเปญใหม่เพื่อฉลองความร่วมมือที่มีมายาวนานกับภาพยนตร์เจมส์ บอนด์และโชว์จุดเด่นด้านบริการขนส่งที่เป็นเลิศ หัวใจสำคัญของแคมเปญนี้คือภาพยนตร์โฆษณาที่ผลิตขึ้นเพื่อเป็นการยกย่องแฟรนไชส์ภาพยนตร์ซึ่งเป็นที่จดจำของคนทั่วโลก โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 ที่ดีเอชแอลได้ให้บริการขนส่งและโซลูชั่นด้านลอจิสติกส์ต่างๆ สำหรับภาพยนตร์เจมส์ บอนด์
“ดีเอชแอลภูมิใจที่ได้มอบการสนับสนุนด้านลอจิสติกส์สำหรับภาพยนตร์เจมส์ บอนด์มาถึง 5 ภาคด้วยกัน และสำหรับเบื้องหลังความสำเร็จของภาพยนตร์โฆษณาสุดยิ่งใหญ่ของดีเอชแอลนี้ เราได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากทีมงานมืออาชีพระดับโลกของภาพยนตร์ No Time To Die เพื่อให้เจมส์ บอนด์มีชีวิตโลดแล่นบนโฆษณาของดีเอชแอล ในขณะเดียวกันเราก็ต้องแสดงให้เห็นความสามารถทางการแข่งขันของเราในแบบที่สนุกสนานและดึงดูดใจผู้ชมด้วย เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้แสดงให้โลกเห็นว่าดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสสามารถนำประสบการณ์และความรู้ความชำนาญในแต่ละประเทศเพื่อรับมือกับความท้าทายในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างไร และเรายังคงเป็นลอจิสติกส์พาร์ทเนอร์ด้านการขนส่งด่วนระหว่างประเทศที่ผู้ใช้บริการไว้วางใจได้ ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันหรือมีความซับซ้อนเพียงใดก็ตาม” คุณเฮอร์เบิต วงศ์ภูษณชัย กรรมการผู้จัดการ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทยและหัวหน้าภาคพื้นอินโดจีน กล่าว
เพื่อให้สร้างสรรค์ภาพยนตร์โฆษณาที่เร้าใจและตื่นเต้นในระดับเดียวกับฉากขับรถไล่ล่าในภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ การคัดเลือกทีมงานที่จะมาสร้างสรรค์ ดัดแปลง และผลิตภาพยนตร์จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก โฆษณาเรื่องนี้มีรถแอสตัน มาร์ติน DB5 เป็นจุดเด่น ซึ่งขับโดย เบน คอลลิน สตันท์ของตัวละครบอนด์ ผู้ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับ พีท ไวท์ ผู้ช่วยประสานงานด้านสตันท์ของภาพยนตร์ No Time To Die ภาพยนตร์โฆษณาของดีเอชแอลเรื่องนี้ถ่ายทำโดย อดัม เบิร์ก ไดเร็คเตอร์มือรางวัลแห่งสตูดิโอ Smuggler และยังได้ ไลนัส แซนด์เกรน แห่ง No Time To Die มาเป็นผู้กำกับภาพอีกด้วย แนวคิดของโฆษณามาจากการพัฒนาโดย 180 Amsterdam เอเจนซีหลักของดีเอชแอล
ภายใต้แคมเปญนี้ ดีเอชแอลได้เล่าเรื่องที่เพิ่มความตื่นเต้นเร้าใจให้กับแบรนด์ โดยโฆษณาเปิดฉากขึ้นในเซี่ยงไฮ้ เมื่อเจ้าหน้าที่คูเรียร์รายหนึ่งของดีเอชแอลต้องออกไปส่งพัสดุสำคัญให้ เจมส์ บอนด์ แต่พอไปถึงจุดนัดพบปรากฎว่าการส่งมอบของมีอันต้องสะดุด เป็นสาเหตุให้มีการขับรถไล่ล่ากันตามมา และในขณะที่ 007 กำลังถูกเหล่าร้ายไล่ล่าไปตามท้องถนนนั้น เจ้าหน้าที่คูเรียร์ของดีเอชแอลต้องหลบหลีกความชุลมุนวุ่นวาย เพื่อไปส่งของให้ถึงจุดหมายใหม่ตามการเปลี่ยนแปลงผู้รับ โดยขนส่งอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
นอกจากภาพยนตร์โฆษณาที่ออกอากาศทางโทรทัศน์แล้ว แคมเปญนี้ยังออกอากาศทั่วโลกผ่านช่องทางดิจิทัล ทั้งในรูปแบบของแบนเนอร์โฆษณา วิดีโอ และสิ่งพิมพ์ ข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ เช่น เบื้องหลังการถ่ายทำ และภาพยนตร์โฆษณาฉบับเต็ม สามารถดูได้จากเว็บไซต์ NoTimeToDie.dhl
No Time To Die กำกับโดย แครี โจจิ ฟุกุนากะ และนำแสดงโดย แดเนียล เครก ผู้กลับมาเล่นภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ ของเอียน เฟลมมิ่ง เป็นครั้งที่ 5 และเป็นครั้งสุดท้าย ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ประเทศไทยวันที่ 7 ตุลาคม 2564 โดย Universal Pictures International เป็นผู้จัดจำหน่าย
7 เรื่องไม่ลับ เบื้องหลังความร่วมมือระหว่าง No Time To Die กับดีเอชแอล
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันด้านการจัดการพลังงาน และระบบออโตเมชัน ได้รับการรับรองมาตรฐานในการเป็นสถานที่ทำงานที่ยอดเยี่ยม พร้อมกับสำนักงานสาขาของชไนเดอร์ อิเล็คทริค อีก 5 แห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จาก Great Place to Work® โดยการรับรองในครั้งนี้ นับเป็นผลสำเร็จจากความพยายามอย่างต่อเนื่องของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ในการสร้างองค์กรที่ดีที่สุดเพื่อพนักงาน โดยมีเป้าหมายที่ให้คุณค่าในเรื่องการทำงาน ตลอดจนการสนับสนุนให้เกิดวัฒนธรรมการยอมรับความแตกต่าง และการเพิ่มขีดความสามารถ และเสรีภาพในการทำงานของพนักงาน
Great Place to Work® ได้มีการจัดทำการสำรวจพนักงานของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กว่า 11,000 ราย จากสำนักงานประจำประเทศต่างๆ ในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 6 แห่ง เพื่อเข้าใจถึงความพึงพอใจและความไว้วางใจ รวมถึงความรู้สึกของพนักงานในขณะที่ทำงานที่บริษัท โดยตัวชี้วัดที่สำรวจได้แก่ ความไว้วางใจ (เชื่อมั่นในการบริหารจัดการที่น่าเชื่อถือ) ความเคารพ (ความรู้สึกชื่นชม) ความเป็นธรรม (การปฏิบัติที่เท่าเทียมและยุติธรรม) ความภาคภูมิใจ (ความภาคภูมิใจในบริษัท) และความสัมพันธ์ที่ดี (ในแง่ของการอยู่ร่วมกัน)
นายสเตฟาน นูสส์ ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ ดูแลประเทศไทย ลาว และเมียนมา ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เผยว่า “เราเชื่อว่าบุคลากรที่ยอดเยี่ยมทำให้ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เป็นบริษัทที่ยอดเยี่ยมไปด้วยเช่นกัน และเรื่องนี้ได้รับการยืนยันจากการที่เราได้รับการยอมรับว่าเป็น “สถานที่ทำงานที่ยอดเยี่ยม” ผมรู้สึกภาคภูมิใจ และขอขอบคุณพนักงานของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย รวมไปถึงคู่ค้าที่ยอดเยี่ยมทุกท่าน เพราะการมีส่วนร่วมของทุกท่าน ทำให้เรามีวัฒนธรรมองค์กรที่มีความเชื่อใจ เคารพซึ่งกันและกัน เราสนับสนุนให้พนักงานของเราทำงานในฐานะเป็นผู้ประกอบการ เราเป็นบริษัทที่มีความหลากหลายและอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจและยอมรับในความแตกต่าง และสิ่งนี้คือหนึ่งใน DNA ของเรา และเราต้องการให้พนักงานของเรารู้สึกมีคุณค่าและปลอดภัย เราเชื่อว่านี่คือกุญแจสำคัญในการสร้างนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ ประสิทธิภาพ และความคล่องตัวที่มากขึ้น และจะนำพวกเขาไปสู่ความสำเร็จ การยอมรับในครั้งนี้นับเป็นการพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของเราในการก้าวไปสู่คำว่า well-being ทั้งการทำงานและการใช้ชีวิต ที่ครอบคลุมทุกคนในองค์กร ในทุกสถานการณ์ แม้จะมีสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นในอนาคตอีกก็ตาม”
คนทำงานในรุ่นปัจจุบันนอกจากจะสนใจเรื่องความมั่นคงทางการเงินแล้ว ยังใส่ใจเรื่องของสังคมเช่นกัน ซึ่งคนทำงานเต็มใจที่จะมีส่วนร่วมมากขึ้นกับงานที่มีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ขึ้น จากผลการสำรวจภายในที่จัดทำโดย Great Place to Work® ร่วมกับ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้แสดงให้เห็นถึงคุณค่าขององค์กรที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วม และสร้างผลกระทบต่อสังคมและชุมชน ตลอดจนคุณค่าของการไม่แบ่งแยก นับเป็นปัจจัยหนึ่งที่ได้รับคะแนนสูงสุดในการวัดความพึงพอใจและความภาคภูมิใจของพนักงานที่มีต่อบริษัท นอกจากนี้ ในแง่มุมของการปฏิบัติที่เป็นธรรมและมีความเท่าเทียมกัน วิถีที่บริษัทได้มอบความยืดหยุ่นในการทำงาน และความเอาใจใส่ของบริษัทในการพัฒนาและสร้างประสิทธิภาพให้กับพนักงานแต่ละคน ยังนับเป็นอีกแง่มุมที่ทำให้ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้คะแนนสูงที่สุด
น.ส.วุฒยา วงษ์สวรรค์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ดูแลกลุ่มประเทศไทย เมียนมาร์ และลาว กล่าวว่า “เราภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจจากพนักงานว่าบริษัทเป็นสถานที่ทำงานที่ยอดเยี่ยม จนได้รับการยอมรับจาก สถาบัน Great Place to Work® สำหรับ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เรามีความมุ่งหวังที่จะส่งเสริมให้ทุกคนใช้พลังงานและทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเชื่อมโยงความก้าวหน้าให้เข้ากับความยั่งยืนสำหรับทุกคน ภารกิจของเราคือการเป็นพันธมิตรด้านดิจิทัลเพื่อสร้างประสิทธิภาพและความยั่งยืน เราสะท้อนความมุ่งมั่นในเรื่องดังกล่าว ผ่านโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่เราพัฒนาขึ้น และวิถีนี้เองที่ทำให้เรากลายเป็นแบบอย่างในการประยุกต์ใช้หลักการด้านความยั่งยืนในทุกกิจกรรมทางธุรกิจ รวมไปถึงการดำเนินธุรกิจ เราได้ปลูกฝังหลักการเหล่านี้ไว้ภายในบริษัทของเรา เพื่อพวกเราและเพื่อสังคมที่เราอาศัยอยู่”
Great Place to Work® เป็นองค์กรระดับโลกที่มุ่งเน้นการวิจัยไปที่วัฒนธรรมองค์กร ที่ผ่านมาได้สำรวจพนักงานมากกว่า 100 ล้านคนทั่วโลก ตั้งแต่ปี 1992 และใช้ข้อมูลเชิงลึกนั้นเพื่อพิจารณาว่าอะไรที่เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เป็นบริษัทที่ยอดเยี่ยมและได้รับความไว้วางใจ
เกี่ยวกับชไนเดอร์ อิเล็คทริค
เป้าหมายของชไนเดอร์ อิเล็คทริค คือการช่วยให้ทุกคนใช้พลังงานและทรัพยากรได้เกิดประโยชน์สูงสุด เชื่อมโยงความก้าวหน้าและความยั่งยืนเพื่อประโยชน์ของทุกคน เราเรียกสิ่งนี้ว่า Life Is On
ภารกิจของเราคือการเป็นพันธมิตรด้านดิจิทัลกับคุณ เพื่อสร้างประสิทธิภาพและความยั่งยืน
เราขับเคลื่อนการปฏิรูปสู่ดิจิทัล ด้วยการผสานรวมเทคโนโลยีชั้นนำของโลกด้านพลังงานและกระบวนการจัดการ เข้ากับผลิตภัณฑ์ตั้งแต่จุดเชื่อมต่อปลายทางไปยังคลาวด์ ระบบควบคุม รวมถึงซอฟต์แวร์และการบริการครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตการทำงานทั้งหมด เพื่อสร้างศักยภาพในการบริหารจัดการองค์กรแบบบูรณาการ ทั้งสำหรับบ้าน อาคาร ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรม
เราคือบริษัทระดับโลกที่มีการดำเนินงานในระดับท้องถิ่นมากที่สุด เราสนับสนุนมาตรฐานระบบเปิดและระบบนิเวศของคู่ค้าที่มีความมุ่งมั่นแรงกล้าในการทำตามวัตถุประสงค์อย่างมีเป้าหมายร่วมกัน และคุณค่าในการรวมกันเป็นหนึ่งเดียวพร้อมขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกัน
โรงพยาบาลหัวเฉียวให้บริการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ สร้างภูมิคุ้มกันต้านโรคโควิดให้กับกลุ่มนักเรียน อายุตั้งแต่ 12 – 17 ปี เพื่อเตรียมรับเปิดเทอม โดยโรงพยาบาลหัวเฉียวให้บริการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ จำนวนรวม 30 โรงเรียนที่อยู่ภายในเขตป้อมปราบฯ เขตปทุมวัน เขตพระนคร เขตสัมพันธวงศ์ เขตพญาไท เขตดุสิต เขตสาทร เขตภาษีเจริญ และเขตดินแดง เพื่อให้นักเรียน ผู้ปกครอง และคุณครู ได้รับความสะดวกในการเดินทางและดูแลความปลอดภัย
ด้วยการดูแลของทีมแพทย์พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ให้คำแนะนำเรื่องการปฏิบัติตัวแก่นักเรียนที่เข้าฉีดวัคซีนโดยเน้นย้ำเรื่องงดออกกำลังกายหนักหรือทำกิจกรรมหนักๆเป็นเวลา 1 สัปดาห์ โรงพยาบาลฯมีระบบบริหารจัดการด้วยมาตรการความปลอดภัยมีการเว้นระยะห่างและปฏิบัติตามมาตรฐานด้านการป้องกันการแพร่กระจายเชื่ออย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้โรงพยาบาลฯมีระบบการรองรับในกรณีที่มีนักเรียนเกิดอาการแพ้วัคซีนหรือภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์อื่นๆเพื่อให้การฉีดวัคซีนนักเรียนเป็นไปด้วยความปลอดภัยสะดวกและรวดเร็ว
หากจะมองหาธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจในยุคปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามีหลากหลายธุรกิจที่น่าลงทุน รวมถึงธุรกิจขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิด้วยเช่นกัน เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ทั้งสินค้าในหมวดหมู่อาหาร และอุปโภคบริโภค บริการขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการต่อยอดธุรกิจเหล่านี้มากยิ่งขึ้น
INTER EXPRESS LOGISTICS บริษัทขนส่งสินค้าสัญชาติไทย ผู้นำด้านการขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิประเภทยาและเวชภัณฑ์ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี และยังคงพัฒนาการให้บริการอย่างต่อเนื่องเสมอมา Inter Express จึงมีบริการที่มีความแตกต่างแต่ครอบคลุมทุกความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นพัสดุประเภทใด สินค้าแบบไหนก็ส่งได้ ตอบโจทย์ธุรกิจทุกรูปแบบทั้ง Normal/Express Delivery บริการขนส่งสินค้าทั่วไป, Fruit Delivery บริการขนส่งผัก-ผลไม้, Inter Pack บริการแพ็คพร้อมส่ง, Inter Cool บริการขนส่งกล่องกระดาษเย็น และInter Foam บริการขนส่งสินค้ากล่องโฟม โดยลูกค้าสามารถเลือกอุณหภูมิในการส่งได้ทั้งแบบแช่เย็น (2-8 องศาเซลเซียส) และแช่แข็ง (ต่ำกว่า -15 องศาเซลเซียส) รวมถึงสามารถส่งสินค้าได้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย ส่งได้ทุกที่ ทุกอำเภอ ไม่มีพื้นที่ยกเว้น แม้กระทั่งเกาะ และพื้นที่ห่างไกล ช่วยให้การส่งอาหารสดข้ามพื้นที่ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป
ปัจจุบันเราสามารถหาธุรกิจแฟรนไชส์ได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น รวมถึงแฟรนไชส์ของธุรกิจขนส่งควบคุมอุณหภูมิด้วยเช่นกัน แต่มีเพียงไม่กี่ธุรกิจที่สามารถตอบโจทย์นักลงทุนรุ่นใหม่ได้ ซึ่ง Inter Express ก็ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจแฟรนไชส์ที่ตอบโจทย์นักลงทุนที่สนใจในธุรกิจขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิแบบรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบริการที่มีความครบครัน ตอบสนองทุกความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าในทุกกลุ่ม ทั้งยังสามารถให้บริการจัดส่งครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย ด้วยสาขาที่ให้บริการกว่า 100 สาขาทั่วประเทศ สามารถอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าในทุกภาคส่วน และที่สำคัญที่สุดคือใช้เงินลงทุนน้อย โดยลงทุนเริ่มต้นเพียง 150,000 บาท แลกกับโอกาสในความสำเร็จ ด้วยความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันผนวกกับการบริการที่ครบครัน และครอบคลุมจาก Inter Express ถือว่าเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว
ความสำเร็จเกิดขึ้นได้ไม่ยาก หากคุณพบกับธุรกิจที่ใช่ กับเงื่อนไขที่ชอบ INTER EXPRESS LOGISTICS พร้อมเป็นก้าวแรกแห่งความสำเร็จของคุณแล้ววันนี้ เพียงคุณมีคุณสมบัติตามที่บริษัทกำหนด อาทิเช่น มีสถานที่ที่เหมาะสม, มีใจรักในการบริการ เป็นต้น และนอกจากเทรนด์การเติบโตของธุรกิจขนส่งที่โตสวนกระแสแล้ว ผู้สมัครยังได้สิทธิประโยชน์อีกมากมาย ไม่ว่าจะฟรีค่าใช้จ่ายในการสมัครแฟรนไชส์, ฟรีค่าออกแบบร้านและออกแบบอุปกรณ์ส่งเสริมการขาย, ฟรีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบ รวมถึงการฝึกอบรมพนักงานโดยทีมงานฝึกอบรมที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของบริษัท อีกทั้งเรายังมีนโยบายในการดูแลตัวแทนสาขา โดยจะให้คำปรึกษาตั้งแต่การวิเคราะห์ความเสี่ยงก่อนเปิดสาขาจริง รวมถึงการวิเคราะห์เชิงลึกในเรื่องต้นทุน, รายรับ-รายจ่าย และการวิเคราะห์คู่แข่ง หากท่านใดสนใจสอบถามรายละเอียดและขอคำปรึกษาเบื้องต้นสามารถติดต่อได้ที่ https://iel.co.th/recruiting/ หรือโทร 1297 มาเป็นครอบครัวเดียวกันกับ Inter Express มุ่งหน้าสู่ความสำเร็จพร้อมกันได้แล้ววันนี้ ทั่วประเทศ
ชมคลิปวิดีโอเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.youtube.com/watch?v=bJryQA_-E4Y