Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

อเมริกันสแตนดาร์ด ปันพลังน้ำใจให้สังคม มอบเงินรายได้จากการจำหน่ายก๊อกน้ำ อีซี่โฟล ภายใต้แคมเปญ “Let Life Flow” ให้แก่สภากาชาดไทย

กรุงเทพฯ – 14 มีนาคม 2565 – อเมริกันสแตนดาร์ด แบรนด์สุขภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก ภายใต้  ลิกซิล กรุ๊ป นำโดย วสิต อุตตมะบูรณ (ที่ 2 จากขวา) ลีดเดอร์ มาร์เก็ตติ้ง บริษัท ลิกซิล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยตัวแทนจากอเมริกันสแตนดาร์ด มอบเงินรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายก๊อกน้ำ อีซี่โฟล EasyFLO ภายใต้แคมเปญ “Let Life Flow” ตั้งแต่กรกฎาคมถึงธันวาคม 2564 จำนวน 50,000 บาท ให้แก่สภากาชาดไทยเพื่อสมทบทุนโครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอกส่วนต่อขยาย Extended OPD โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยมี ขรรค์ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย (ที่ 2 จากซ้าย) และ จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการฯ (ซ้ายสุด) เป็นผู้แทนรับมอบ ณ สำนักงานจัดหารายได้ Donation HUB “รับเพื่อให้


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

AMD เปิดตัวสุดยอดเกมมิ่งโปรเซสเซอร์ มอบประสิทธิภาพขั้นสูงบนกลุ่มผลิตภัณฑ์เดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 16 มีนาคม 2565 – AMD (NASDAQ: AMD) ประกาศราคาและวันวางจำหน่ายโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 7 5800X3D ที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีและประสิทธิภาพการเล่นเกมอันล้ำสมัย และเป็นโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen ตัวแรกที่มีเทคโนโลยี AMD 3D V-Cache ทำให้ประสิทธิภาพการเล่นเกมเพิ่มขึ้นถึง 15% เมื่อเทียบกับโปรเซสเซอร์รุ่นก่อนหน้าที่ไม่มีเทคโนโลยีดังกล่าว[i] โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 7 5800X3D เป็นเดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์ที่มีเทคโนโลยีและประสิทธิภาพที่ล้ำหน้าที่สุดในโลก[ii] AMD ยังได้ประกาศเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen ในซีรีย์ 7, 5 และ 3 เพิ่มเติมที่มาพร้อมประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบด้านการประกอบคอมพิวเตอร์มีทางเลือกมากขึ้นในการสร้างสรรค์ประสบการณ์การเล่นเกมที่ตอบสนองความต้องการได้อย่างแท้จริง

นายซาอิด มาสคาลานี่ รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายไคลเอนท์คอมพิวติ้ง บริษัท AMD กล่าวว่า “ผู้ใช้ทุกกลุ่มจะได้รับประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมที่สุดของผลิตภัณฑ์ AMD ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ใช้งานที่ชื่นชอบเทคโนโลยีล้ำสมัยที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพสูงด้านการเล่นเกมบนโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen ตัวแรกที่มาพร้อมเทคโนโลยี AMD 3D V-Cache หรือนักเล่นเกมหน้าใหม่ที่ต้องการประกอบคอมพิวเตอร์เครื่องแรก การเปิดตัวในครั้งนี้ AMD เสนอทางเลือกให้กับผู้ใช้ทุกระดับในประสิทธิภาพด้านการเล่นเกมระดับผู้นำ”

ราคาและการวางจำหน่ายโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 7 5800X3D

ในงาน CES 2022 ครั้งที่ผ่านมา AMD ประกาศเปิดตัวโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 7 5800X3D มาพร้อมคอร์ประมวลผล 8 คอร์ ตัวแรกที่มีเทคโนโลยี AMD 3D V-Cache มอบประสิทธิภาพการเล่นเกมความละเอียด 1080p ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเมื่อเทียบกับโปรเซสเซอร์คู่แข่งในตลาด[iii] โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 7 5800X3D พร้อมวางจำหน่ายทั่วโลกในวันที่ 20 เมษายน ศกนี้ ในราคาเริ่มต้น $449 เหรียญสหรัฐฯ

เดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen ใหม่ สำหรับผู้ใช้กลุ่มเมนสตรีม

AMD เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์เดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์ใหม่ บนสถาปัตยกรรมการผลิต “Zen 3” และ “Zen 2” นำเสนอทางเลือกที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับการประกอบคอมพิวเตอร์ใหม่ โดยโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 7 5700X มาพร้อมคอร์ประมวลผล 8 คอร์ 16 เธรด และแคชขนาด 36 MB รวมไปถึงโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 5 และ Ryzen 3 ใหม่ ที่เปิดตัวในวันนี้จะมาพร้อมพัดลมระบายความร้อน AMD Wraith Stealth โดยคาดว่าจะพร้อมวางจำหน่ายในวันที่ 4 เมษายน ศกนี้

Model Architecture Cores / Threads Boost[iv] / Base[v]
Frequency (GHz)
Total Cache
(MB)
TDP
(Watts)
PCIE®
Support
Cooler Price
(USD SEP)
AMD Ryzen™ 7 5700X “Zen 3” 8 / 16 Up to 4.6 / 3.4 36 65W Gen 4 N/A $299
AMD Ryzen™ 5 5600 “Zen 3” 6 / 12 Up to 4.4 / 3.5 35 65W Gen 4 Wraith
Stealth
$199
AMD Ryzen™ 5 5500 “Zen 3” 6 / 12 Up to 4.2 / 3.6 19 65W Gen 3 Wraith
Stealth
$159
AMD Ryzen™ 5 4600G

with AMD Radeon™ graphics

“Zen 2” 6 / 12 Up to 4.2 / 3.7 11 65W Gen 3 Wraith
Stealth
$154
AMD Ryzen™ 5 4500 “Zen 2” 6 / 12 Up to 4.1 / 3.6 11 65W Gen 3 Wraith
Stealth
$129
AMD Ryzen™ 3 4100 “Zen 2” 4 / 8 Up to 4.0 / 3.8 6 65W Gen 3 Wraith
Stealth
$99 

ขยายการรองรับการใช้งานร่วมกับเมนบอร์ด AMD 300 Series

นอกเหนือไปจากการเปิดตัวโปรเซสเซอร์ใหม่ประสิทธิภาพสูงแล้ว AMD ยังได้ประกาศการขยายการใช้งานโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 5000 Series บนเมนบอร์ด AMD 300 Series รวมไปถึง เดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์ใหม่ที่เปิดตัวในวันนี้ โดยโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 5000 Series จะรองรับการใช้งานร่วมกับเมนบอร์ด AMD X370, B350 และ A320 เสนอแนวทางการอัปเกรดประสิทธิภาพบนสถาปัตยกรรม “Zen 3” การอัปเดต BETA BIOS คาดว่าจะพร้อมใช้งานในเดือนเมษายนนี้

Supporting Resources

About AMD

เป็นเวลากว่า 50 ปีที่ AMD ขับเคลื่อนให้เกิดนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพสูงทั้งในส่วนของการประมวลผลกราฟฟิก และเทคโนโลยีเวอร์ชวลไลเซชั่นต่างๆ ผู้บริโภคหลายร้อยล้านคน องค์กรธุรกิจชั้นนำที่จัดอยู่ในกลุ่ม Fortune 500 และหน่วยงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ทั่วโลก ต่างใช้เทคโนโลยีของ AMD เพื่อการพัฒนาศักยภาพด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การใช้ชีวิต การทำงาน และความบันเทิง พนักงานของ AMD ทุกคนทั่วโลกล้วนมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะก้าวข้ามขอบเขตของข้อจำกัดทั้งหลาย ท่านสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ AMD (NASDAQ: AMD) และกระบวนการสร้างสรรค์ต่างๆ ที่เราทำในปัจจุบันและที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ที่เว็บไซต์ websiteblogFacebook และ Twitter


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ออฟฟิศเมท ชูโซลูชั่นจัดซื้อออนไลน์อันดับหนึ่ง ชวนโรงงานและคลังสินค้าลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจ พบกันได้ที่งาน AUTOMATION EXPO 2022 สวนนงนุช พัทยา

ออฟฟิศเมท ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินเครื่องลุยตลาดโรงงานและอุตสาหกรรม พร้อมเป็น “ควิกวินพาร์ตเนอร์ (Quick Win Partner)” ให้ผู้ประกอบการโรงงานทุกขนาด ด้วยโซลูชั่นจัดซื้อออนไลน์อันดับหนึ่ง ที่รวมสินค้าโรงงานและอุปกรณ์ช่างจากแบรนด์ชั้นนำกว่า 30,000 รายการ ไว้ในที่เดียว ครบครันทุกกลุ่มสินค้าที่โรงงานต้องใช้ อาทิ อุปกรณ์นิรภัยส่วนบุคคล (Safety & PPE), อุปกรณ์คลังสินค้า (Warehouse Supplies), อุปกรณ์อุตสาหกรรมและเครื่องมือช่าง (Manufacturing Supplies)    และอุปกรณ์โรงงานเบ็ดเตล็ด (Factory Miscellaneous) มาพร้อมฟังก์ชั่นจัดซื้อออนไลน์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับธุรกิจยุคดิจิทัล ช่วยคุมงบประมาณจัดซื้อและเพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจ

•  ลดต้นทุนจัดซื้อได้สูงสุด 30%* มีราคาพิเศษลูกค้าองค์กร สามารถคุมราคาสินค้าตามสัญญา และคุมงบประมาณสั่งซื้อรายแผนก/รายเดือน ภายใต้นโยบายการอนุมัติขององค์กรคุณ
•  ลดเวลางานจัดซื้อ ลดงานเอกสาร อัพเกรดการทำงานให้มีประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายแฝง
•  มอบเครดิตเทอม 30-60 วัน* ตามการพิจารณาของบริษัทฯ ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจ
•  การันตีความพึงพอใจ บริการจัดส่งฟรีเมื่อช้อป 499.-* ในวันทำการถัดไป และยินดีรับเปลี่ยน/คืนสินค้าใน 30 วัน (ตามที่บริษัทฯ กำหนด)

16-18 มีนาคม 2565…พูดคุยกับทีมขายเชี่ยวชาญด้านสินค้าโรงงานและระบบจัดซื้อออนไลน์ได้ที่บูธออฟฟิศเมท B10 ในงาน AUTOMATION EXPO 2022 งานแสดงเทคโนโลยีและโซลูชั่นระบบอัตโนมัติแห่งภาคตะวันออก ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุช พัทยา (NICE) จ.ชลบุรี พร้อมรับคูปองส่วนลด 12%* (สูงสุด 1,000-) เมื่อช้อป 1,500.- และรับฟรีสินค้าตัวอย่าง (จำนวนจำกัด) พิเศษ! ลูกค้าองค์กรที่สนใจรับข้อเสนอพิเศษ สามารถติดต่อ OfficeMate Contact Center 1281 หรือ Line:@OfficeMate


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

Gartner ชูอีริคสันเป็นผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย 5G สำหรับผู้ให้บริการด้านการสื่อสาร ในรายงาน Gartner® Magic Quadrant™ ประจำปี 2565

อีริคสัน (NASDAQ: ERIC) ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย 5G สำหรับผู้ให้บริการด้านสื่อสาร ตามรายงาน Magic Quadrant for 5G Network Infrastructure for Communications Service Providers ประจำปี 2565 ที่จัดทำโดยบริษัท การ์ทเนอร์ อิงค์

จากรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาอีริคสันได้รับเลือกให้เป็นผู้นำอันดับสูงสุดในด้านความสามารถในการดำเนินการด้านโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย 5G สำหรับผู้ให้บริการด้านการสื่อสาร ทั้งนี้อีริคสันเคยได้รับเลือกให้เป็นผู้นำในรายงานประจำปี 2564 ปีแรกที่การ์ทเนอร์จัดทำรายงานดังกล่าว

ผู้เชี่ยวชาญของการ์ทเนอร์ได้ประเมินและวัดผลอย่างครอบคลุมและตรงไปตรงมากับบริษัทต่าง ๆ ที่นำเสนอโซลูชัน 5G แก่ผู้ให้บริการด้านการสื่อสาร โดยครอบคลุมทั้งในภาพรวมวิสัยทัศน์และความสามารถในการดำเนินงานเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย 5G เพื่อนำเสนอและสรุปเป็นภาพรวมตลาดถึงความสามารถในโครงสร้าง 5G

อีริคสันตระหนักดีว่าผู้ขายโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย 5G แบบครบวงจรถูกประเมินจากความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพแก่ผู้ให้บริการไอทีเพื่อให้แข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล  โดยส่งผลเชิงบวกต่อการสร้างรายได้ การรักษาฐานลูกค้า และชื่อเสียง ในมุมมองการตลาดของการ์ทเนอร์ ซึ่งการประเมินดังกล่าวยังรวมถึงความสามารถในการดำเนินการด้านผลิตภัณฑ์และบริการของอีริคสันที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดและติดตามบันทึก การดำเนินกิจกรรมทางการตลาด ประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับและภาพรวมของศักยภาพทางธุรกิจ

เฟรดริก เจดลิง รองประธานผู้บริหารและหัวหน้าเครือข่ายอีริคสัน กล่าวว่า “เป็นเรื่องน่ายินดีที่วิสัยทัศน์ด้าน 5G ของอีริคสันตั้งแต่ความเป็นผู้นำทางความคิดไปจนถึงการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพกับภาคอุตสาหกรรม และความสามารถในการดำเนินงานด้านโครงสร้าง 5G ที่โดดเด่นไม่เป็นรองใครของเราได้รับการยอมรับจากการ์ทเนอร์อีกครั้งในฐานะผู้นำของอุตสากรรม”

“การได้รับการยอมรับใน Magic Quadrant for 5G Network Infrastructure for Communications Service Providers โดยการ์ทเนอร์ตอกย้ำให้เห็นจุดยืนของบริษัทฯ และเป็นสิ่งยืนยันถึงความมุ่งมั่นของเรา โดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญเสมอ”

ปัจจุบันอีริคสันมีสัญญา 5G เชิงพาณิชย์กับผู้ให้บริการด้านการสื่อสาร (CSPs) มากกว่า 170 ฉบับ และเปิดให้บริการ 5G แล้วถึง 114 เครือข่ายทั่วโลก พร้อมพัฒนาการให้บริการ 5G แบบครบวงจรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึง 5G RAN และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพใน Ericsson Radio System, Cloud RAN, Ericsson Silicon, 5G Core, Orchestration, BSS และ 5G สำหรับคมนาคม (5G Transport) ตลอดจนบริการระดับมืออาชีพ นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้แนะนำโซลูชันนวัตกรรมซอฟต์แวร์ อาทิ Ericsson Spectrum Sharing, 5G Carrier Aggregation และ Uplink Booster ที่ช่วยเพิ่มความครอบคลุมของเครือข่ายสัญญาณ สมรรถนะในการทำงานของผู้ใช้ และประสิทธิภาพของคลื่นความถี่ อย่างมีนัยสำคัญ

โซลูชันเหล่านี้สนับสนุนผู้ให้บริการในการปรับใช้และพัฒนา 5G เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใช้ปลายทางจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ Ericsson Radio System ที่มีจำหน่ายตั้งแต่ปี 2558 สามารถรองรับความสามารถ 5G New Radio (NR) ผ่านการติดตั้งด้วยซอฟต์แวร์จัดการจากระยะไกล

บริการ Ericsson Digital Services นำเสนอโซลูชัน 5G Core แบบดูอัลโหมดบนคลาวด์เนทีฟสำหรับเครือข่ายอัจฉริยะเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจอัจฉริยะโดยช่วยผู้ให้บริการด้านการสื่อสารสามารถนำเสนอโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ให้แก่ผู้ใช้มือถือและภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้

โซลูชัน 5G Core ของอีริคสันรวมฟังก์ชั่น Evolved Packet Core และฟังก์ชันเครือข่าย 5G Core เข้ากับแพลตฟอร์มคลาวด์เนทีฟปกติที่รองรับ 5G NR แบบสแตนด์อโลนและแบบไม่สแตนด์อโลน เช่นเดียวกับโซลูชันรุ่นก่อนหน้าที่ช่วยประหยัดต้นทุนทั้งหมดในการเป็นเจ้าของ และการย้ายไปยังเครือข่าย 5G อย่างราบรื่น 

ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มได้ที่the 2022 Gartner Magic Quadrant for 5G Network Infrastructure for Communications Service Providers

 

About Gartner

Gartner delivers actionable, objective insight to executives and their teams.

Gartner Disclaimer:
Gartner does not endorse any vendor, product or service depicted in our research publications, and does not advise technology users to select only those vendors with the highest ratings or other designation. Gartner research publications consist of the opinions of Gartner’s research organization and should not be construed as statements of fact. Gartner disclaims all warranties, expressed or implied, with respect to this research, including any warranties of merchantability or fitness for a particular purpose.

Gartner and Magic Quadrant are registered trademarks of Gartner, Inc. and/or its affiliates in the U.S. and internationally and is used herein with permission. All rights reserved

Attribution: Gartner, Magic Quadrant for 5G Network Infrastructure for Communications Service Providers, 23 February 2022; Analyst(s) Kosei Takiishi, Sylvain Fabre, Frank Marsala, Peter Liu, Susan Welsh de Grimaldo, Pulkit Pandey.


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

สมาคมฟินเทคประเทศไทยลงนามสัญญากับ Zhejiang Association of FinTech (ZAFT) เพื่อร่วมกันผลักดันสมาคมฟินเทคไทยสู่สากล

นายชลเดช เขมะรัตนา นายกสมาคมฟินเทคประเทศไทย (TFA) และ Mrs. Hu Shanshan เลขาธิการของ Zhejiang Association of FinTech (ZAFT) ร่วมลงนามออนไลน์ผ่านโปรแกรมซูมเพื่อร่วมมือกันก่อตั้ง “FinTech Hub” กับ ASEAN FinTech Association ภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อเป็นตัวกลางในการประสานงาน เพื่อส่งเสริมการขยายเครือข่ายสมาชิก การแลกเปลี่ยนข้อมูลที่จะนำไปสู่การพัฒนา อาทิเช่นนำกรณีศึกษาจากประเทศจีนยกตัวอย่างเช่น Airpay or Wechat Pay มาร่วมในหลักสูตรฟินเทคที่ทางสมาคมฟินเทคประเทศไทยได้จับมือกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเปิดขึ้นมา นอกจากนี้ยังจะร่วมกันจัดคอร์สสัมมนาออนไลน์ต่างๆ อีกมากมายในอนาคตอันใกล้นี้

————-

เกี่ยวกับ “สมาคมฟินเทคประเทศไทย”

Thai Fintech Association (TFA) หรือ สมาคมฟินเทคประเทศไทย เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ก่อตั้งเมื่อปี 2016 โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรม Fintech ของประเทศไทย ให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระดับนานาชาติ

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/ThaiFintechAssociation


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

‘Box of Life’ หรือ “กล่องแห่งชีวิต” ผลงาน NFT ที่พร้อมนำรายได้มอบโอกาสในการรอดชีวิตให้กับเด็ก

EAST NFT แพลตฟอร์มพรีเมียมสำหรับซื้อขายแลกเปลี่ยนของสะสมดิจิทัลที่มีมูลค่าและรู้จักกันในชื่อของ NFT ซึ่งสนับสนุนแคมเปญของยูนิเซฟ ในการผลักดันผลงานด้านสิทธิมนุษยชนเข้าสู่ตลาด NFT เป็นครั้งแรกในประเทศไทยด้วยแคมเปญที่มีชื่อว่า “Box of Life”

ผลงาน NFT นี้ ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษและเปิดตัวครั้งแรกเพื่อสนับสนุนยูนิเซฟในประเทศไทยและยังนับเป็นการเปิดตัวความร่วมมือกันของ EAST NFT และ องค์การยูนิเซฟประเทศไทยเพื่อสร้างสรรค์ผลงาน NFT ให้เชื่อมโยงระหว่างแบรนด์ไทยและศิลปินไทยที่ให้การสนับสนุนยูนิเซฟตามภารกิจที่ตกลงร่วมกัน ไว้

“เราเชื่อมั่นว่าปัจจัยที่ดีอย่างหนึ่งของเทคโนโลยีที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ คือการตอบแทนกลับสู่สังคมด้วยการร่วมมือขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทยในครั้งนี้ EAST NFT รู้สึกภาคภูมิใจและเป็นเกียรติที่จะได้นำแพลตฟอร์ม NFT ที่เป็นเอกลักษณ์ของเรา เพื่อช่วยระดมทุนสำหรับเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือ และ ขาดโอกาส” นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ ประธาน EAST NFT กล่าว

‘Box of Life’ หรือ “กล่องแห่งชีวิต” ผลงาน NFT ออกแบบโดยศิลปินชื่อดังอย่าง จิระ-จิระ (จิระ จิรประวัติ ณ  อยุธยา) ซึ่งสร้างแคมเปญที่พยายามจะสื่อให้สังคมรับรู้ถึงวิกฤตและความซับซ้อนที่เด็กต้องเผชิญในสถานการณ์เลวร้ายต่างๆผลงานชุดนี้ ต้องการสร้างความตระหนักว่า เราทุกคนต้องร่วมมือกัน เพื่อให้เด็กทุกคนมีชีวิตรอดปลอดภัยได้รับการปกป้องคุ้มครองจากอันตราย และช่วยให้เด็ก ๆ มีโอกาสเท่าเทียมกันในการเรียนรู้และพัฒนาอย่างเต็มที่ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหน ผลงานชุดนี้เตรียมเปิดตัวในปี 2565 นี้ ตั้งเป้าจัดจำหน่ายในราคา 799 บาท หรือ 23.99 เหรียญดอลล่าสหรัฐ ต่อ 1 ชิ้นผลงาน

“การเติบโตของโลก NFT ในไทยและทั่วโลก รวมถึงความสามารถในการซื้อ-ขาย NFT ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ทั้งสกุลเงินทั่วไป และคริปโทเคอร์เรนซี ของ EAST NFTนั้นจะสามารถเปิดโอกาสในการบริจาคให้ความช่วยเหลือ และ สนับสนุนแคมเปญ ‘Box of Life’ ให้เกิดขึ้นได้ทั่วโลก” นายสิทธิ ศรีชวาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EAST NFT กล่าว

รายได้ทั้งหมดจากการซื้อ NFT จะนำไปสมทบกับแคมเปญ “Box of Life” ของยูนิเซฟ ประเทศไทย ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของยูนิเซฟทั่วโลก ในปีที่ผ่านมา ยูนิเซฟได้ส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเพื่อช่วยบรรเทาวิกฤตการณ์ จำนวนมาก ทั้งในด้านภัยธรรมชาติ ความอดยาก ความขัดแย้ง และการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งรวมถึงการจัดหาและส่งมอบวัคซีนจ านวน 1,000 ล้านโดส ผ่านโครงการ COVAX

“ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ยูนิเซฟได้ใช้ประโยชน์ของระบบบล็อกเชน และ Crypto Community เข้ามามีส่วนช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็ก ๆ ตั้งแต่การก่อตั้ง Crypto Fund ของยูนิเซฟในปี 2563 จนมาถึงการใช้ NFT มาร่วมเฉลิมฉลองงานครบรอบ 75 ปีของยูนิเซฟทั่วโลก วันนี้เราภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้จับมือกับ EAST NFT ในการดำเนินงานด้านนี้ในประเทศไทยโดยผ่านโครงการ “Box of Life – NFT” ในขณะที่การแพร่ระบาดของโควิด-19  ถือเป็นวิกฤตที่หนักหนาสาหัสที่สุดในประวัติศาสตร์การทำงานของเรา เราจำเป็นต้องนำแนวทางใหม่ ๆ ในการทำงาน พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ ๆ อย่าง EAST NFT ที่จะมาช่วยกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับเด็กและเยาวชนทุกคน” นางคิม คยองซัน ผู้อำนวยการ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าว

แคมเปญ The Box of Life – NFT จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2565 จนถึง 31 ธันวาคม 2565 สามารถเข้าไปดูรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ www.eastnft.com


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

DPU มหาวิทยาลัยแรกของไทยมอบปริญญาบัตร NFT เดินหน้า Web3 ก้าวแรก พร้อมพานักศึกษาสู่โลกเมต้าเวิร์ส

ครั้งแรกในไทยกับการมอบ “ปริญญาบัตร NFT” จาก DPU มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ อีกก้าวใหม่ของโลกการศึกษาและเทคโนโลยีที่จับมือเดินไปข้างหน้าสู่โลก Web3 และ Metaverse ในอนาคต

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้ทุกองค์กรต้องเร่งสปีดตัวเองให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาที่มีบทบาทสำคัญในการยกระดับการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะ และการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี

ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เปิดเผยถึงการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยท่ามกลางความท้าทายในโลกการเรียนรู้และเทคโนโลยี

“จากบทบาทของสถาบันการศึกษาต้องปรับตัวตามเทรนด์ของโลกให้ทันซึ่ง DPU เดินหน้าทำงานอย่างมุ่งมั่นในกระแสการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่กำลังเปลี่ยนผ่านจาก Web2 ไป Web3 ที่การทำงานจะขับเคลื่อนไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่าง AI หรือ Artificial Intelligence รวมถึง Blockchain  ซึ่งทาง DPU กำลังเดินหน้าเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้ให้กับนักศึกษาและมหาวิทยาลัยผ่านหลักสูตร ทักษะที่จำเป็น ตลอดจนความพร้อมของ Ecosystem ที่จะรองรับการเรียนการสอนในอนาคต”

ในส่วนของการมอบปริญญาบัตรในรูปแบบของ NFT (NonFungible Tokenนับเป็นก้าวแรกของ DPU ในการเดินหน้าไปสู่โลกของ Metaverse อย่างแท้จริง โดยเปิดให้นักศึกษาที่มีวอลเล็ตดาวน์โหลดและยื่นเอกสารได้เป็นครั้งแรกตั้งแต่มีนาคม 2565 และผู้ที่จบการศึกษาไปแล้วก็สามารถมาลงทะเบียนรับปริญญาในรูปแบบของ NFT ได้เช่นกัน โดยมีการร่วมมือด้านระบบการออกปริญญาบัตรแบบ NFT กับ SmartContract Blockchain Studio และ บริษัท ไอเพ็น สตูดิโอ จำกัด

ดร.ดาริกา กล่าวว่า  ความน่าสนใจของ “ปริญญา NFT อยู่ที่การเป็น Original มีความเป็นยูนีค และ ลอกเลียนแบบไม่ได้ รวมถึงสามารถเก็บไว้ได้ตลอดไป ไม่มีวันสูญหาย หรือโดนทำลาย นอกจากนี้ ปริญญา NFT ยังเป็นอีกก้าวที่สำคัญของนักศึกษาในการเปิดโอกาสให้กับตัวเองในการไปสร้างตัวตนบนโลกใบใหม่  ทั้งโอกาสในการงาน กิจกรรมการเรียนรู้ และอื่น ๆ อีกมากที่จะเกิดขึ้นโลกของ Metaverse นับจากนี้

“สำหรับในปีแรกนี้ ถือเป็นการนำร่องโดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาสมัครใจที่จะเข้าร่วมขอรับปริญญา NFT หรือไม่รับก็ได้ ในขณะเดียวกันได้มีการสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และชี้ให้เห็นถึงโอกาสใหม่ ๆ ว่านอกจากใบปริญญาบัตรในห้องพิธีแล้ว บัณฑิตคนไหนอยากได้ปริญญาบัตรแบบ NFT เตรียมพร้อมก้าวสู่โลก Metaverse และ Web3 ในอนาคต สามารถสมัครได้ตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ ซึ่งก้าวต่อไปของ DPU ไม่ใช่แค่ปริญญา NFT แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้”

โดยแนวทางการพัฒนาของ DPU กับการก้าวเข้าสู่ Web3 มีการเตรียมความพร้อม และก้าวไปทีละขั้น ตั้งแต่การเรียนการสอนภายในมหาวิทยาลัยที่ก่อนหน้านี้มีการปรับหลักสูตรที่เรียกว่า DPU Core ประกอบด้วย  ทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในโลกอนาคต ได้แก่  ทักษะการเป็นผู้ประกอบการ ทักษะการสื่อสาร ทักษะการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา ทักษะการคิดสร้างสรรค์ ทักษะการทำงานเป็นทีม และ ทักษะความรอบรู้เรื่องเทคโนโลยี เพื่อให้เกิดเป็นองค์ความรู้และนำไปสู่การปฏิบัติจริง พร้อมกันนี้ก็ได้ปรับการเรียนแบบโมดูล (Module) มีการจัดกลุ่มวิชาที่รวมเอาองค์ความรู้จากหลายคณะมาร่วมกันสอนแบบบูรณาการ ซึ่งความรู้ที่นักศึกษาได้เรียนรู้ไปในแต่ละโมดูลถูกจัดเก็บในรูปแบบของ NFT และในปีนี้มหาวิทยาลัยจะมีการเตรียมความพร้อมที่จะปรับรูปแบบการเรียนการสอนหรือกิจกรรมบางส่วน ขึ้นไปอยู่บน Metaverse Platform เพื่อให้นักศึกษามีโอกาสสัมผัสเทคโนโลยีใหม่ซึ่งกำลังจะเข้ามาเปลี่ยนหลาย ๆ อย่างบนโลกใบนี้

นอกจากนี้ DPU ได้จับมือร่วมกับหลากหลายพันธมิตรจากหลายธุรกิจ ในการสร้าง D.OASIS Metaverse Platform เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและการต่อยอดองค์ความรู้ใหม่ ๆ เพื่อสร้าง Ecosystem สู่ Web3 และ Metaverse ประกอบด้วย J Ventures, Index Creative Village, Eventpass, Warrix, Prakit Holdings, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) และอีกหลากหลายองค์กร

โดยทาง D.OASIS จะเน้นทำงานใน ด้านหลัก ได้แก่ D.OASIS Lab ซึ่งเน้นกิจกรรมเรื่องการสร้างคนและสร้างองค์ความรู้เรื่องเกี่ยวกับ Metaverse, D.OASIS City ซึ่งเน้นการสร้าง Metaverse Platform และ D.OASIS Studios ที่เป็นผู้พัฒนา NFT ในรูปแบบต่าง ๆ โดย DPU เป็นพาร์ทเนอร์หลักด้านการพัฒนาหลักสูตรของ D.OASIS Lab ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็นสู่การเป็น meta citizen ให้กับสังคมโดยมีเป้าหมายขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในผู้นำด้าน Web3 และ Metaverse ของเอเชีย ประเดิมด้วยการเผยแพร่ความรู้ในหัวข้อ What is metaverse? และ Crypto Tax Clinic ในเดือนมีนาคมนี้ และหลักสูตรระยะสั้น Metaverse Developer ที่จะเปิดสอนเดือน เม.ย. นี้

ดร.ดาริกา กล่าวในตอนท้ายว่า ในปี 2565 DPU ยังคงก้าวไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งพฤติกรรมการเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไป เทคโนโลยี และการแข่งขัน โดย “ปริญญา NFT เป็นหนึ่งจากหลายโครงการสำหรับการเคลื่อนตัวไปสู่โลก Web3 และ Metaverse ในอนาคต


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

หัวเว่ย จับมือ มหาวิทยาลัยนครพนม
มุ่งสู่ Smart University พร้อมบ่มเพาะบุคลากรด้านไอซีที

[กรุงเทพฯ, 7 มีนาคม 2565] – บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศลงนามในบันทึกความเข้าใจ เพื่อความร่วมมือในการพัฒนาความสามารถด้านไอซีที กับมหาวิทยาลัยนครพนม โดยการลงนามครั้งนี้สอดคล้องกับความคิดริเริ่มในระดับสากลของหัวเว่ย ที่ต้องการบ่มเพาะผู้ที่มีความสามารถหน้าใหม่ในอุตสาหกรรมไอซีที และช่วยเตรียมความพร้อมให้สถาบันการศึกษาทั่วประเทศมุ่งสู่ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน

ในฐานะที่เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระหว่างอุตสาหกรรมไอซีทีกับภาคการศึกษา พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจครั้งนี้ได้จัดขึ้นที่จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2565 โดยมี ดร. พรหมสวัสดิ์ ทิพย์คงคา รักษาการอธิการบดี มหาวิทยาลัยนครพนม และนายจัสติน ฟ่าน รองประธานอาวุโสฝ่ายการจัดจำหน่ายโซลูชันและการตลาด กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ร่วมลงนาม และมีศาสตราจารย์ ดร. กระแส ชนะวงศ์ นายกสภามหาวิทยาลัยนครพนม รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสของมหาวิทยาลัยท่านอื่น ๆ ร่วมเป็นสักขีพยาน

ภายใต้บันทึกข้อตกลงนี้ หัวเว่ยจะให้คำปรึกษาแก่มหาวิทยาลัยนครพนม รวมถึงสนับสนุนความรู้ความเชี่ยวชาญ หลักสูตรที่มีคุณภาพ ตลอดจนสื่อการเรียนการสอน ซึ่งจะสามารถช่วยคณาจารย์ส่งเสริมการพัฒนาทักษะดิจิทัลให้แก่บรรดานักศึกษาของมหาวิทยาลัย และด้วยการใช้เทคโนโลยีเชิงนวัตกรรม อาทิ บิ๊กดาต้าและบริการคลาวด์ หัวเว่ยจะช่วยทรานสฟอร์มมหาวิทยาลัยนครพนมให้ก้าวไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยอัจฉริยะ หรือ Smart University เพื่อช่วยพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงาน ยกระดับการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ และช่วยบ่มเพาะเหล่านักศึกษาให้พร้อมต่อการเป็นบุคลากรที่เพียบพร้อมด้วยทักษะอุตสาหกรรมสำหรับการก้าวไปสู่โลกแห่งการทำงาน ทั้งนี้ ในความร่วมมือกับหัวเว่ย ไอซีที อะคาเดมี่ และสมาคมบุคลากรด้านไอซีที (ICT Talent Alliance) นักศึกษาของมหาวิทยาลัยนครพนมจะได้รับการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติจากผู้ฝึกสอนจากโครงการ Huawei ICT Academy และจะได้รับการรับรองจากหัวเว่ย ซึ่งจะทำให้สามารถเริ่มต้นก้าวสู่โลกแห่งการทำงานได้โดยทันที นอกจากนี้ นักศึกษายังจะสามารถเข้าร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น โครงการ Huawei ICT Competition และ Huawei ICT Job Fair ได้อีกด้วย

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาหัวเว่ยได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยชั้นนำของไทยหลายแห่ง เพื่อช่วยสร้างระบบนิเวศด้านบุคลากรที่แข็งแกร่งและขยายการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีดิจิทัลไปทั่วประเทศ มหาวิทยาลัยนครพนมกำลังจะเข้าร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำต่าง ๆ ที่ได้บรรลุข้อตกลงเป็นพันธมิตรกับหัวเว่ย โดยหัวเว่ยมีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยให้นิสิตนักศึกษาสามารถขยายความรู้ด้านไอซีที กระตุ้นความสนใจที่จะเรียนรู้และความสามารถด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรม ตลอดจนปรับปรุงความสามารถในการเรียนรู้และการแก้ปัญหาด้วยตนเอง

ในระหว่างพิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจ ดร. พรหมสวัสดิ์ ทิพย์คงคา รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยนครพนม มีนโยบายการพัฒนาสู่การเป็น SMART University ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายจังหวัดนครพนมที่จะเป็น SMART CITY ดังนั้นการร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มทักษะด้านไอทีแก่นักศึกษาและบุคลากร ได้บูรณาการนวัตกรรมสมัยใหม่ ให้พร้อมสำหรับการปรับสู่โลกอนาคต ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาห้องเรียนอัจฉริยะ การเก็บข้อมูลด้วยคลาวด์ การสร้าง Big Data และปัญญาประดิษฐ์ เป็นต้น ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะช่วยกันผลักดันและสร้างแนวคิดการมีโซลูชันต่าง ๆ เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน ภายใต้ MoU ฉบับนี้มีขอบเขตระยะเวลา 1 ปีในการทำงานร่วมกัน โดยจะมีการพัฒนาบุคลากรและนักศึกษาด้านไอที ส่งเสริมการฝึกงาน และต่อยอดการทำงานระหว่าง 2 สถาบันในอนาคตต่อไป ผมขอขอบคุณหัวเว่ยเป็นอย่างยิ่ง ที่จะเข้ามาช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยนครพนมก้าวสู่การเป็น Smart University อย่างเต็มรูปแบบ”

นายจัสติน ฟ่าน รองประธานอาวุโสฝ่ายการจัดจำหน่ายโซลูชันและการตลาด กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ผมขอขอบคุณสำหรับโอกาสที่ให้หัวเว่ยได้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสู่การเป็นมหาวิทยาลัยอัจฉริยะ รวมถึงการเป็นผู้นำด้านการศึกษาและการพัฒนาทักษะโดยมีเทคโนโลยีเป็นแรงขับเคลื่อน” พร้อมเสริมว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนช่วยมหาวิทยาลัยนครพนม สำรวจและใช้ประโยชน์จากโซลูชันเชิงนวัตกรรมที่รวดเร็วและเชื่อถือได้มากขึ้น เพราะสิ่งนี้การเรียนรู้จึงไม่มีวันหยุดนิ่ง อีกทั้งยังสามารถผลิตบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรมไอซีทีได้อีกด้วย และด้วยความเชื่อมั่นที่ว่าไอซีทีเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนา หัวเว่ยจึงมุ่งมั่นช่วยเหลือสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศในการเตรียมบ่มเพาะเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ อันจะนำไปสู่การสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยให้เป็นไปได้อย่างแท้จริง”


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์ บทความ เทคโนโลยี

เปิด 5 เทรนด์เทคโนโลยีสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ของปี 2565

เปิด 5 เทรนด์เทคโนโลยีสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ของปี 2565

ชี้ “ซอฟต์แวร์” เป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตด้านผลกำไรให้กับผู้ผลิตรถยนต์

โดย เปโดร ปาเชโก ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยอาวุโสของการ์ทเนอร์

ในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา ผู้ผลิตรถยนต์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเครื่องยนต์ โดยให้ผู้อื่นเป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์แทน ขณะที่เทคโนโลยีดิจิทัลกลายเป็นตัวสร้างความแตกต่างในรถยนต์ และซอฟต์แวร์จะกลายปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตหลักของกำไรให้กับผู้ผลิต โดยผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์จะแปลงสภาพเป็นบริษัทเทคโนโลยีหรือบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ในที่สุด

การ์ทเนอร์ เปิด 5 แนวโน้มเทคโนโลยีสำคัญในปี 2565 ที่ผู้บริหารด้านไอทีควรพิจารณาเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนผ่านของซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และด้านดิจิทัลที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์

5 แนวโน้มเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมยานยนต์ประจำปี 2565

แนวโน้มที่ 1: ผู้ผลิตรถยนต์จะทบทวนแนวทางการจัดหาชิ้นส่วน (Hardware) 

ผู้ผลิตรถยนต์กำลังพิจารณากลยุทธ์จัดเก็บสินค้าคงคลังระยะยาวที่ยึดตามหลักการจัดการสินค้าคงคลังแบบทันเวลาพอดีหรือ Just-In-Time (JIT) ซึ่งส่งผลให้บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วน (OEM) รวมถึงซัพพลายเออร์ระดับ Tier 1 ไม่มีสินค้าสำรองในช่วงภาวะการขาดแคลนชิปต่าง ๆ ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องทบทวนว่าจะจัดการกับผู้ผลิตชิปอย่างไร รวมถึงการพิจารณาพัฒนาชิปของตนเอง

การ์ทเนอร์คาดว่าในปี พ.ศ. 2568 ครึ่งนึง (50%) ของ 10 บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์รถยนต์ชั้นนำ จะผลิตชิปของตนเอง และสร้างกลยุทธ์รวมถึงความสัมพันธ์ระยะยาวร่วมกับผู้ผลิตชิปต่าง ๆ โดยตรง พร้อมยกเลิกระบบการผลิตแบบทันเวลาพอดี (JIT)

แนวโน้มที่ 2: บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จะมีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศยานยนต์

ในปี พ.ศ.2565 นี้จะเห็นบริษัทดิจิทัลยักษ์ใหญ่ อาทิ Amazon Web Services (AWS), Google, Alibaba หรือ Tencent ขยายธุรกิจในด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์อย่างต่อเนื่อง บริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้กำลังนำรถยนต์เข้าไปอยู่ในระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของตนเองมากขึ้น ซึ่งในที่สุดก็จะเปิดเป็นบริการเชื่อมต่อเทคโนโลยีเข้ากับรถยนต์ในรูปแบบใหม่ ๆ

การ์ทเนอร์คาดว่า ในปี พ.ศ.2571 70% ของยานพาหนะที่ขายออกไปจะใช้ระบบปฏิบัติการ Android ในรถยนต์ เพิ่มขึ้นจากเดิมที่วันนี้มีไม่ถึง 1%

เนื่องจากการพัฒนาเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ด้วยตนเองเป็นเรื่องยาก บริษัทรถยนต์จึงร่วมมือกับบริษัทดิจิทัลรายใหญ่เพื่อเปลี่ยนซอฟต์แวร์ให้กลายเป็นช่องทางสร้างรายได้หลัก หรือสร้างทรัพยากรภายในองค์กรจำนวนมากให้บรรลุเป้าหมายองค์กรได้ด้วยตนเอง

แนวโน้มที่ 3: โมเดลข้อมูลและความร่วมมือแบบเปิด (Open Data and Open-Source Collaboration) สร้างความสำเร็จต่อเนื่อง

เมื่อปีก่อนบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งได้สร้างระบบปฏิบัติการแบบโอเพนซอร์สและแพลตฟอร์มรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV) แบบเปิด ซึ่งแนวทางนี้ได้กระตุ้นให้เกิดรูปแบบความร่วมมือใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมยานยนต์เพิ่มมากขึ้นในปีนี้

นอกจากนี้ บริษัทด้านยานยนต์ยังหันมาให้ความสำคัญกับข้อมูลในลักษณะเดียวกันกับที่โลกเทคโนโลยีมองมากยิ่งขึ้น “เป้าหมายของบริษัทไม่ใช่เพื่อขายข้อมูล แต่เพื่อนำข้อมูลมาสร้างหรือบูรณาการระบบนิเวศที่จะช่วยให้เข้าถึงข้อมูลหลากหลายยิ่งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาฟีเจอร์หรือบริการดิจิทัลที่น่าสนใจยิ่งขึ้น

แนวโน้มที่ 4: ผู้ผลิตรถยนต์เพิ่มระบบอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ Over-The-Air (OTA) เป็นช่องทางสร้างรายได้หลักบนดิจิทัล

ปีที่แล้วมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดซอฟต์แวร์สำหรับยานยนต์แบบ Over-The-Air (OTA) เมื่อผู้ผลิตหลายรายเริ่มเสนอการอัปเดตซอฟต์แวร์ในรูปแบบดังกล่าว

ผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่ได้อัปเดตฮาร์ดแวร์ของรถยนต์เพื่อเปิดรับการอัปเดตซอฟต์แวร์ ปัจจุบันพวกเขากำลังเริ่มเปลี่ยนไปใช้รูปแบบรายได้ที่อ้างอิงจากบริการมากกว่าการยอดขายสินค้า

นักวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์คาดว่าภายในปี พ.ศ. 2566 ครึ่งหนึ่ง (50%) ของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ 10 อันดับแรกจะนำเสนอความสามารถในการปลดล็อคและอัปเกรดผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์ที่สามารถซื้อได้หลังการจำหน่ายรถยนต์

แนวโน้มที่ 5: ยานยนต์ไร้คนขับ กับกฎระเบียบเพิ่มเติมและอุปสรรคเชิงพาณิชย์ที่ยังไม่หายไปไหน

แม้ว่าเทคโนโลยีการตรวจจับ (Sensing Technology) จะพัฒนาดีขึ้น แต่อัลกอริธึมของการรับรู้ก็มีความซับซ้อนยิ่งขึ้นตลอดจนกฎระเบียบและมาตรฐานการพัฒนาด้านต่าง ๆ ก็คืบหน้าไปเช่นกัน โดยที่ผู้พัฒนายานยนต์ไร้คนขับยังคงเผชิญความท้าทายในการขยายขอบเขตการดำเนินงานไปยังเมืองหรือพื้นที่ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง

ผู้ผลิตรถยนต์ได้เริ่มเปิดตัวรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติในระดับ 3 และกำลังดำเนินการติดตั้งใช้งานรถบรรทุกไร้คนขับในระดับ 4 รวมถึง ระบบการให้บริการรถรับส่งแบบ Taxi (หรือ Robotaxis) สำหรับใช้ในเชิงพาณิชย์ อย่างไรก็ตามการทดสอบด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพของเทคโนโลยีอัตโนมัตินั้นยังคงต้องใช้เวลาและรูปแบบการจำลองการขับให้มีความครอบคลุมรวมถึงการทดสอบในท้องถนนจริง ๆ นั่นทำให้การผลิตเชิงพานิชย์เป็นไปได้ช้าและมีค่าใช้จ่ายสูง นอกจากนี้ ยังมีประเด็นต่าง ๆ อาทิ การรับผิดในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ กฎหมายที่เกี่ยวข้องและข้อพิจารณาทางสังคม เช่น วิธีการสื่อสารโต้ตอบระหว่างรถที่ขับเคลื่อนโดยมนุษย์และรถที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่กำลังเพิ่มความท้าทายให้สูงขึ้น

ต้นทุนด้านการวิจัยและพัฒนาที่สูงมากในระบบ Robotaxis หรือระบบอัตโนมัติระดับ 4 ในรถบรรทุกขนาดใหญ่ นอกจากเป็นสิ่งที่ขัดขวางความเร็วของการนำระบบอัตโนมัติมาปรับใช้ให้มีความแพร่หลายแล้ว ยังรวมถึงการส่งมอบผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) อีกด้วย ซึ่งมันดูย้อนแย้งกันอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากข้อดีหลักอย่างหนึ่งของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติก็คือการลดต้นทุนด้านการดำเนินงานของภาคการขนส่ง

นักวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์ คาดว่าภายในปี พ.ศ. 2573 ทั่วโลกจะมีจำนวนรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติเชิงพาณิชย์ (Robotaxis) ระดับ 4 เปิดให้บริการสูงกว่ารถแท็กซี่ในปัจจุบันถึง 4 เท่า

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทความการ์ทเนอร์ที่ Digital Transformation Insights in Manufacturing หรือลูกค้าการ์ทเนอร์สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่รายงาน “Top 5 Automotive Technology Trends for 2022.”

เกี่ยวกับ Gartner for Information Technology Executives 

Gartner for Information Technology Executives นำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปใช้ได้จริงแก่ผู้บริหารและผู้นำด้านไอที สำหรับช่วยให้พวกเขาสามารถใช้ขับเคลื่อนองค์กรก้าวข้ามการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลและสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ ชมข้อมูลเพิ่มเติมคลิก www.gartner.com/en/information-technology

ติดตามข่าวสารและข้อมูลล่าสุดจาก Gartner for IT Executives ได้ที่ Twitter และ LinkedIn. หรือเยี่ยมชมที่ IT Newsroom

เกี่ยวกับการ์ทเนอร์ 

บริษัท การ์ทเนอร์ (Gartner, Inc.) (NYSE: IT) คือบริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำของโลก มอบข้อมูลเชิงลึก คำแนะนำ และเครื่องมือต่าง ๆ แก่ผู้บริหารองค์กรธุรกิจ เพื่อรองรับการดำเนินภารกิจสำคัญที่มีอยู่ในปัจจุบันและสร้างองค์กรให้ประสบความสำเร็จในอนาคต ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางของการ์ทเนอร์ในการช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจอย่างถูกต้องเพื่อขับเคลื่อนอนาคตของธุรกิจได้ที่ gartner.com


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

“Buddy Beater” ครั้งแรกของเกม 2D Multiplayer Battle Royale บนบล็อกเชน ที่เน้นความสนุก พร้อมมุ่งหน้าสู่ Esports NFT เกมแรกของโลก

Buddy Beater เกมออนไลน์ NFT แนว 2D Multiplayer Battle Royale เกมแรกที่เปิดให้ผู้เล่นได้สัมผัสความสนุกในการต่อสู้กับผู้เล่นอื่นแบบ Real time บนเทคโนโลยีบล็อกเชน ถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดยบริษัท ควินซี เกมสตูดิโอ จากประเทศสิงคโปร์ ร่วมกับบริษัท คอยน์ทอล์ค จำกัด ผู้พัฒนาชาวไทย ซึ่งมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง AMD ผู้นำด้านฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ระดับโลก รวมไปถึง LOGA แบรนด์อุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์สัญชาติไทย และ eGG Network ช่องถ่ายทอดสดการแข่งขันอีสปอร์ตสัญชาติมาเลเซีย พร้อมผนึกกำลังส่งเกมฝีมือคนไทยให้ไปไกลสู่ระดับโลก

เกม Buddy Beater ได้เปิดให้ลงทะเบียน Whitelist เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตัวเกมมาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Earn more fun – Hunt your friend – Gain money” ที่เน้นความสนุก และการได้เล่นร่วมกับเพื่อนเป็นหลัก นอกจากนี้ยังสามารถหารายได้จากเกมได้อีกด้วย

  • Earn more fun ตัวเกมเน้นความสนุกเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก Mood & Tone ของเกมมีสีสันสดใส ตัวละครมีความน่ารักปนความกวน เมื่อได้เล่นแล้วจะทำให้คุณรู้สึกสนุกเหมือนได้หวนกลับไปเล่นเกม 2D ที่คิดถึงในสมัยก่อน
  • Hunt your friend มิติใหม่ของเกม NFT กับการได้เล่นร่วมกับเพื่อน ต่อสู้แบบเรียลไทม์ อีกทั้งยังมีพื้นที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้พูดคุยในเกม ทำให้คอมมูนิตี้ของเกมนี้มีความเหนียวแน่นกว่าเกมอื่น ๆ 
  • Gain money นอกจากความสนุก ยังมีระบบ Play-to-earn ที่ทำให้ผู้เล่นสร้างรายได้จากเกม ซึ่งเป็นผลพลอยได้อีกทางหนึ่งที่เสริมให้ตัวเกมมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

“เกม Buddy Beater ไม่ใช่ GameFi เราอยากสร้างเกมที่สนุก และมอบประสบการณ์แบบเกมแท้ ๆ ให้กับผู้เล่นโดยใช้เทคโนโลยีอย่างบล็อกเชนเข้ามาช่วย เราเลยทำ Non-fungible Token หรือ NFT มาเพื่อให้ผู้เล่นได้ลองเล่นและเป็นเจ้าของไอเทมต่างๆ ในเกมจริง ๆ” นภสร ศันสนีย์ ประธานกรรมการบริหารควินซีกล่าว “เราอยากให้ผู้เล่นได้เป็นเจ้าของอวาตาร์ แล้วก็สนุกไปกับเกม ได้สะสมสินทรัพย์และบริหารมันด้วยตัวเอง หรือก็คือระบบเศรษฐกิจในเกมนี้ถูกควบคุมโดยผู้เล่นร้อยเปอร์เซ็นต์”

จุดเด่นของเกม Buddy Beater 

เป็นเกม Multiplayer ที่เน้นความสนุกในการต่อสู้กับผู้เล่นอื่นแบบ Real time มีระบบที่รองรับคอมมูนิตี้ในเกมโดยเฉพาะ ซึ่งตรงนี้เองคือจุดแข็งของ Buddy Beater ที่ไม่เหมือนใคร ตัวเกมมีระบบ Play-to-earn บนบล็อกเชน ที่ไม่ใช่ GameFi ผู้เล่นจะได้ถือครองสินทรัพย์ในเกมจริง ๆ เพราะไอเทมจะถูกออกแบบให้เป็น NFT (NFT หรือ Non-fungible Token คือ สินทรัพย์ประเภทดิจิทัล ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่สามารถทำซ้ำ หรือคัดลอกได้)

นอกจากนี้ เกม Buddy Beater จะไม่มีระบบระดมทุน, Stake, Airdrop เหมือนกับเกม NFT ทั่วไป เพื่อความเท่าเทียมกันของผู้เล่นทุกคน ทางทีมผู้พัฒนาตั้งใจจะทำให้เกม Buddy Beater เป็นเกมที่มีระบบเศรษฐกิจที่ fairly distributed ที่สุด ที่มีเพียงแค่ผู้ที่เล่นเกมจริง ๆ เท่านั้นที่จะได้ earn game token แม้กระทั่งทีมงาน หรือผู้บริหารเอง ก็ไม่มีใครมี privilege ในการได้รับเหรียญนี้ก่อน

ภาพในเกม Buddy Beater 

ทำความรู้จัก 4 เผ่าพันธุ์สุดป่วน

ในเกม Buddy Beater มี 4 เผ่าพันธุ์ให้ผู้เล่นเลือก ซึ่งแต่ละเผ่าพันธุ์มีลักษณะเฉพาะของตนเอง ไม่ว่าจะเป็น Sapiens เผ่าพันธุ์สุดอัจฉริยะที่สร้างสรรค์เทคโนโลยีอยู่เสมอ, Beast เผ่าพันธุ์สัตว์ป่าที่เสพติดสมุนไพรเป็นชีวิตจิตใจ, Ancient วิญญาณลึกลับสุดแสนขี้เกียจ มีแอลกอฮอล์เท่านั้นที่เยียวยาทุกสิ่ง และ Mutant มนุษย์กลายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ใต้ผืนโลก ทั้ง 4 เผ่าพันธุ์ต้องมาห้ำหั่นกันเพื่อแย่งชิงและครอบครองโลกใบนี้ 

ในอนาคตทางผู้พัฒนายังมีแผนการจัด Tournament ชิงเงินรางวัล เพื่อชูจุดแข็งของเกม และมุ่งหน้าสู่ Esports NFT เกมแรกของโลกอีกด้วย ถือเป็นอีกขั้นของอุตสาหกรรมเกมไทยที่กำลังก้าวไกลสู่เวทีระดับโลก

แล้วมาเตรียมตัวสนุก – บุกล่าเพื่อน – สั่นสะเทือนวงการ NFT ไปพร้อมกัน ใน “Buddy Beater” 

Buddy Beater

“Earn more fun – Hunt your friend – Gain money”

คลิปวิดีโอตัวอย่างแรกของเกม Buddy Beater 

https://www.youtube.com/watch?v=_mIAtei8eOc

📍 ข้อมูลเกม Buddy Beater

  • ผู้พัฒนาเกม: บริษัท ควินซี เกม สตูดิโอ และบริษัท คอยน์ทอล์ค จำกัด
  • แนวเกม: 2D Multiplayer Battle Royale
  • Whitelist Registration: 28 กุมภาพันธ์ 2565
  • วันที่เกมวางขาย NFT Avatar: 3 พฤษภาคม 2565
  • วันที่เกมเปิดให้บริการ: 13 พฤษภาคม 2565
  • Blockchain: Ethereum

📍 ช่องทางติดตามเกม Buddy Beater


 

Exit mobile version