Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

AMD ยกทัพโปรโมชั่นต้อนรับงาน Commart Comverse 2022 พร้อมของสมนาคุณมากมาย ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. – 3 เม.ย. ศกนี้

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 30 มีนาคม 2565 – AMD ผู้นำด้านนวัตกรรมโปรเซสเซอร์และกราฟิกการ์ดระดับโลก ยกทัพโปรโมชั่นต้อนรับงานคอมมาร์ท จัดของสมนาคุณหลากหลาย สำหรับผู้ที่ซื้อผลิตภัณฑ์โปรเซสเซอร์และกราฟิกการ์ด AMD รวมไปถึงผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊กหรือ PC Desktop Branded ที่ใช้ขุมพลังการประมวลผลโปรเซสเซอร์และกราฟิกการ์ด AMD ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. – 3 เม.ย. ศกนี้ ณ ฮอล 98 – 99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

รายละเอียดโปรโมชั่นสำหรับผู้ที่ซื้อผลิตภัณฑ์โปรเซสเซอร์หรือกราฟิกการ์ดตามรุ่นที่ร่วมรายการ

  • เมื่อซื้อโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 3 และกราฟิกการ์ด AMD Radeon RX6000 Series ทุกรุ่น รับฟรี เสื้อยืด AMD T-Shirt จำนวน 1 ตัว
  • เมื่อซื้อโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 5 และกราฟิกการ์ด AMD Radeon RX6000 Series ทุกรุ่น รับฟรี แผ่นรองเมาส์ AMD x Puck จำนวน 1 ตัว
  • เมื่อซื้อโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 7 และกราฟิกการ์ด AMD Radeon RX6000 Series ทุกรุ่น รับฟรี เสื้อเบสบอล AMD จำนวน 1 ชิ้น
  • เมื่อซื้อโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 9 และกราฟิกการ์ด AMD Radeon RX6000 Series ทุกรุ่น รับฟรี Speaker Bluetooth RockDog จำนวน 1 ตัว
  • เมื่อซื้อโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen Threadripper ทุกรุ่น รับฟรี เสื้อแจ็คเก็ต AMD จำนวน 1 ตัว และ Speaker Bluetooth RockDog จำนวน 1 ตัว

พิเศษ! เมื่อซื้อสินค้า AMD ครบ 5,000 บาทต่อหนึ่งใบเสร็จ รับฟรี สายคล้องแมส AMD Made It Yourself จำนวน 1 ชิ้น

รายละเอียดโปรโมชั่นผลิตภัณฑ์โปรเซสเซอร์และกราฟิกการ์ด AMD สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ AMD Redteam Thailand

นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่นสำหรับผู้ที่ซื้อผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊ก, All in One หรือ Desktop Branded ที่ใช้ขุมพลังการประมวลผลโมบายโมบายโปรเซสเซอร์ AMD ตามรุ่นที่ร่วมรายการ เพื่อลุ้นรับโชค 3 ต่อ ประกอบด้วย

  • เมื่อซื้อโน้ตบุ๊ก, All in One หรือ Desktop Branded ที่ใช้ขุมพลังการประมวลผลโมบายโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 9 หรือ 7 รับฟรี เก้าอี้สนาม AMD จำนวน 1 ชิ้น มูลค่า 590 บาท
  • เมื่อซื้อโน้ตบุ๊ก, All in One หรือ Desktop Branded ที่ใช้ขุมพลังการประมวลผลโมบายโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 5 รับฟรี แก้วเป๋าผ้าใบ AMD จำนวน 1 ชิ้น มูลค่า 350 บาท
  • เมื่อซื้อโน้ตบุ๊ก, All in One หรือ Desktop Branded ที่ใช้ขุมพลังการประมวลผลโมบายโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 3 หรือ Athlon รับฟรี กระเป๋า AMD Shopping Bag จำนวน 1 ใบ มูลค่า 170 บาท
  • เมื่อซื้อสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ AMD Advantage (ผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนประสิทธิภาพบนโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen และกราฟิกการ์ด AMD Radeon) รับฟรี แผ่นรองเมาส์ AMD จำนวน 1 ชิ้น มูลค่า 450 บาท
  • พิเศษ! เมื่อซื้อสินค้ามูลค่า 64,000 บาทขึ้นไป รับฟรี เต็นท์ AMD จำนวน 1 หลัง มูลค่า 2,290 บาท

โชคชั้นที่ 2: Exclusive Lucky Draw – ทุกใบเสร็จที่คุณซื้อผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊ก, All in One หรือ Desktop Branded ตามรุ่นที่ร่วมรายการ มีสิทธิ์ร่วมสนุก Exclusive Lucky Draw เพื่อลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษ*1 ประกอบด้วย เครื่องเกมคอนโซล Sony PlayStation 5 มูลค่า 16,990 บาท จำนวน 1 รางวัล,โต๊ะ Gaming Desk มูลค่า 6,990 บาท จำนวน 2 รางวัล และเก้าอี้ AMD Gaming Chair มูลค่า 4,990 บาท จำนวน 2 รางวัล

*1) ประกาศผลการจับรางวัล วันที่ 5 เมษายน 2565 ผ่านทางแฟนเพจ AMD Notebook Thailand

โชคชั้นที่ 3 รับฟรี! สิทธิ์กดเครื่องดื่มคลายร้อนผ่านตู้บริการเครื่องดื่ม AMD เมื่อซื้อโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen (ใน 1 ใบเสร็จ สามารถแลกรับเครื่องดื่มได้สูงสุด 5 แก้ว)

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษ เพียงกด Like กด Share แฟนเพจ AMD Notebook Thailand รับสิทธิ์ หมุนวงล้อมหาสนุก เพื่อลุ้นรับของที่ระลึกจาก AMD เฉพาะที่งานคอมมาร์ตเท่านั้น

รายละเอียดโปรโมชั่นผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊กและ Desktop Branded สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ AMD Notebook Thailand

– บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรโมชั่น โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าหรือจนกว่าของจะหมด –

อัพเดตสินค้าและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์โปรเซสเซอร์และกราฟิกการ์ด AMD หรือผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊กและ Desktop Branded ที่ใช้ขุมพลังโมบายโปรเซสเซอร์และกราฟิกการ์ด AMD

Lind ID: @amdredteamth (CPU และ GPU) และ @AMDthailand (AMD Notebook)

Facebook: AMD Redteam ThailandAMD Notebook Thailand และเว็บไซต์ www.amdthailand.com


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

CADT DPU เตรียมเปิดโครงการ “One Day Pilot บินตามฝัน 1 วันกับเครื่องฝึกบินจำลอง” สำหรับน้องม. ปลาย เป็นครั้งแรก !

น.ต.ดร.วัฒนา มานนท์ คณบดีวิทยาลัยการพัฒนาและฝึกอบรมด้านการบิน (CADT) และผู้อำนวยการสถาบันการบิน (DAAมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) หรือ DPU เปิดเผยว่า เมื่อปี 2562 CADT และ DAA ได้เปิดโอกาสให้เยาวชนอายุระหว่าง 1318 ปี ที่ชื่นชอบและสนใจอาชีพด้านการบิน เข้าร่วมโครงการ Youth Flying Club ซึ่งเป็นชมรมสำหรับเยาวชนคนการบิน โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนั้น เน้นการสร้างความรู้ ความเข้าใจหลักการบินเบื้องต้น พร้อมพัฒนาทักษะความคิดริเริ่มด้านการออกแบบอากาศยาน รวมถึงเตรียมพร้อมวางแผนการศึกษาในอนาคตบนเส้นทางสายอาชีพในอุตสาหกรรมการบิน   จุดเด่นหลักของกิจกรรม คือ การได้ฝึกบินจริงด้วยเครื่องบินซิมมูเลเตอร์ (Flight Simulator) พร้อมศึกษาดูงานนอกสถานที่ที่พิพิธภัณฑ์ของกองทัพอากาศและมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย แต่ภายหลังจากนั้นได้เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด19 ทำให้เกิดผลกระทบกับทุกภาคส่วน และเพื่อเป็นไปตามมาตการของภาครัฐ ทางสถาบันฯ ต้องงดจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวกัน เพื่อจำกัดความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคด้วย

น.ต.ดร.วัฒนา กล่าวว่า ปัจจุบันทั่วโลกมีการควบคุมโรคที่ดีขึ้น ประชากรส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันโรคทำให้กิจกรรมต่างๆ เริ่มกลับมาเปิดได้ ในส่วนของภาคธุรกิจการท่องเที่ยว รวมถึงอุตสาหกรรมการบินเริ่มฟื้นตัวและคาดว่าในปี 2567 จะมีความต้องการแรงงานมากขึ้น เนื่องจากผู้คนทั่วโลกเริ่มมีความต้องการในการเดินทางมากขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมการบินมีความต้องการบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งต่างๆ เป็นจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้บุคลากรในหน่วยงานด้านการบิน และเพิ่มพูนทักษะ Multitasking การจากการขับเครื่องบิน   สถาบันการบิน มธบ. (DAAจึงจัดโครงการ One Day Pilot บินตามฝัน วันกับเครื่องฝึกบินจำลอง ขึ้น เพื่อเชิญชวนเยาวชน โดยเฉพาะนักเรียนมัธยมปลายที่อยากลองเป็นนักบิน เข้ามาอบรมความรู้พื้นฐานด้านการบินสากล พัฒนาความรู้ให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงในแต่ละภาคส่วนของอุตสาหกรรมการบินทั่วโลก

อยากเชิญชวนนักเรียน และเยาวชนที่สนใจ ที่มีความฝันอยากเป็นนักบิน เข้าร่วมโครงการ One Day Pilot นี้ เพราะนอกจากจะได้เรียนรู้ทักษะขั้นพื้นฐานในด้านการบินแล้ว ยังได้แลกเปลี่ยนไอเดียพร้อมอัพเดทข่าวสารในแวดวงการบินกับนักบินรุ่นพี่ ที่พิเศษสุดคือการได้ฝึกบินจริงด้วยเครื่องฝึกบินจำลอง หรือ Flight Simulators ทั้งแบบเครื่องบินเบาขนาดเล็ก Cessna 172G1000 และเครื่องบินไอพ่น Boeing 737800NG โดยมีนักบินจริงดูแลตลอดการบิน นอกจากนี้หลังจบกิจกรรมทุกคนจะได้รับประกาศนียบัตร ปีกนักบินโลหะ และใส่ชุดนักบินพร้อมถ่ายภาพที่ระลึกกับนักบินในห้องนักบิน (Cockpit) Boeing 737800NG อีกด้วย สำหรับผู้ที่สนใจหรืออยากซื้อเป็นของขวัญให้คนที่รัก สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ FacebookDAA สถาบันการบิน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ หรือ Line@daa_dpu” น.ต.ดร.วัฒนา กล่าว


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

“องค์การโอเปอร์เรชั่น อันเดอร์กราวด์ เรลโรด” เฉลิมฉลองการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ตั้งสำนักงานประจำประเทศไทย

กรุงเทพฯ ประเทศไทย — องค์การโอเปอร์เรชั่น อันเดอร์กราวด์ เรลโรด (O.U.R.) จัดงานเฉลิมฉลองการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของสำนักงานประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ที่ผ่านมา ณ โรงแรมเรเนซองส์ ราชประสงค์

องค์การโอเปอร์เรชั่น อันเดอร์กราวด์ เรลโรด หรือ O.U.R. ได้รับอนุมัติจากรัฐบาลไทยให้จัดตั้งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในปี 2562 และเนื่องจากมีมาตรการผ่อนปรนของการจำกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด จึงจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ   ซึ่งในงานประกอบด้วยนิทรรศการแสดงผลงานขององค์การ O.U.R. คำปราศรัยจาก คุณแบรด เดมอน กรรมการผู้บริหารจัดการ, คุณสุปรีย์ เสาวิจิตร ผู้อำนวยการองค์การประจำประเทศไทย และบุคคลท่านอื่น   ผู้เข้าร่วมงานประมาณ 90 ท่านจากหน่วยงานภาครัฐและองค์กรเอกชนยืนยันเข้าร่วมงานนี้แล้ว  คุณแบรด เดมอน กรรมการผู้บริหารจัดการ ได้มอบรางวัลแก่พันธมิตรผู้บังคับใช้กฎหมายของ O.U.R. สำหรับความมุ่งมั่นและงานที่อุทิศตนในการหยุดยั้งการค้ามนุษย์และการแสวงประโยชน์จากมนุษย์อีกด้วย

ทีมงาน O.U.R. ประเทศไทยประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ผู้มากด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ 24 คน ทั้งในฝ่ายสำนักงาน ฝ่ายปฏิบัติการ ฝ่ายดูแลและฟื้นฟูผู้เสียหาย ฝ่ายกฎหมาย และฝ่ายโครงการพิเศษ  จุดประสงค์ของทีมงานนี้คือสนับสนุนผู้บังคับใช้กฎหมายของประเทศไทยในการหยุดยั้งการค้ามนุษย์และการแสวงประโยชน์ทางเพศในเด็ก

โครงการหลักของ O.U.R. ในประเทศไทยมีดังนี้

  1. เพื่อให้การอบรมเรื่องการสืบสวนทางออนไลน์และทางพยานหลักฐานดิจิทัลแก่ผู้บังคับใช้กฎหมายและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอื่น ๆ เนื่องจากคดีการค้ามนุษย์ออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ  นอกจากนี้  O.U.R. ได้มอบเงินทุนสนับสนุนเพื่อยกระดับการสืบสวนและเครื่องมือเฉพาะทางในการสนับสนุนงานสืบสวน
  2. เพื่อสนับสนุนผู้บังคับใช้กฎหมายระหว่างการสืบสวนออนไลน์และภาคสนามที่เกี่ยวข้องกับพันธกิจของเรา
  3. เพื่อให้การดูแลและฟื้นฟูผู้เสียหาย ตลอดจนดูแลติดตามผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และการแสวงประโยชน์ทางเพศหลังจากการช่วยเหลือเพื่อให้ผู้เสียหายดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข และด้วยสุขภาพที่ดี

O.U.R. รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับความไว้วางใจให้ทำงานร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายซึ่งประกอบด้วย สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ กรมการปกครอง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอื่นๆ และหน่วยงานภาครัฐซึ่งมีพันธกิจเดียวกันคือการหยุดยั้งการค้ามนุษย์และการแสวงประโยชน์ทางเพศในประเทศไทย

ในระหว่างเดือนมกราคม พ.ศ. 2563 – วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2565 ทีมงาน O.U.R. ประเทศไทยช่วยเหลือผู้บังคับใช้กฎหมายในการช่วยผู้เสียหายจำนวน 56 คนจากการค้ามนุษย์และการแสวงประโยชน์ทางเพศ  การสืบสวนดังกล่าวทำให้มีการจับกุมและดำเนินคดีผู้กระทำความผิดจำนวน 50 คน

องค์การโอเปอร์เรชั่น อันเดอร์กราวด์ เรลโรด เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มีอยู่ทั่วโลก อุทิศตนเพื่อขจัดการค้ามนุษย์และการแสวงประโยชน์ของมนุษย์ มีสำนักงานใหญ่อยู่ในสหรัฐอเมริกา  นับแต่องค์การเริ่มดำเนินการ มีความช่วยเหลือในการปฏิบัติการและดูแลฟื้นฟูผู้เสียหายใน 30 ประเทศ


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

Bitkub Blockchain Technology ประกาศเคลื่อนทัพครั้งใหญ่ Bitkub Chain The NEXT Chapter

กรุงเทพมหานคร, 29 มีนาคม 2565 – บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด ผู้สร้างและดำเนินการ Bitkub Chain เครือข่ายบล็อกเชนที่ได้รับความนิยมและมีการใช้งานอย่างแพร่หลายที่สุดในประเทศไทย ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ Erawan Hard Fork ที่จะยกระดับประสิทธิภาพของบล็อกเชนขึ้นไปอีกขั้น เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นเครือข่ายบล็อกเชนระดับโลกในอนาคต

เริ่มด้วยการแสดงวิสัยทัศน์ในประเด็นเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนและการเกิดขึ้นของ Bitkub Chain จากจุดเริ่มต้นสู่อนาคต ในการเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเทคโนโลยีบล็อกเชนของประเทศไทย พร้อมทั้งมุมมองธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตในอนาคต โดย นายจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด 

เทคโนโลยีได้เข้ามาปลดล็อกอะไรหลาย ๆ อย่างให้กับเศรษฐกิจและชีวิตประจำวันของเรา อย่างแรกเลยคืออินเทอร์เน็ต ที่ได้เข้ามาปลดล็อก Free Flow of Data ทำให้เราสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตกันได้ง่ายขึ้น ซึ่งทำให้เศรษฐกิจบนโลกดิจิทัลมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในอนาคตอันใกล้นี้เศรษฐกิจดิจิทัลจะมีขนาดใหญ่มากขึ้น เนื่องจากการมาของเทคโนโลยีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Internet from the sky ที่จะเป็นการยิงสัญญาณอินเทอร์เน็ตลงมาจากดาวเทียม ทำให้พื้นที่ทุรกันดารสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันเทคโนโลยีบล็อกเชนกำลังเข้ามาปลดล็อก Free Flow of Capital ทำให้เม็ดเงินในเศรษฐกิจสามารถหมุนเวียนได้ง่ายขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องผ่านตัวกลาง ซึ่งจะทำให้เกิดเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือ Micro Entrepreneurship มากขึ้น ซึ่งทางกลุ่ม Bitkub กำลังพัฒนาเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อมาสนับสนุนประเทศไทยให้สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีได้
 


ตามด้วยการเปิดตัวเครือข่ายพันธมิตรที่ร่วมกันเป็น Node Validator ของ Bitkub Chain ภายหลังจากเสร็จสิ้น Erawan Hard Fork ที่มีการอัปเกรดจำนวน Node Validator จาก 11 Node เป็น 21 Node ซึ่งประกอบด้วยบริษัทและเครือข่ายธุรกิจชั้นนำ โดยมีรายชื่อ ดังนี้ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน), บริษัท ทีพีซีเอส จำกัด (มหาชน), บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน), บริษัท โปรเอ็น คอร์ป จำกัด (มหาชน), บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน, บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (มหาชน), บริษัท ทีพีซีเอ็กซ์ จำกัด, บริษัท อินสเปค จำกัด,ไดมอนด์ ไฟแนนซ์, บริษัท ทูซีทูพี (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท มัลติพลาย เทคโนโลยี จำกัด, บริษัท สมาร์ทคอนแทรค บล็อกเชน สตูดิโอ, บริษัท วิลล่า มาร์เก็ท เจพี จํากัด, บริษัท เก็ทลิงส์ จำกัด, บริษัท เอ บี เอ็กซ์ จำกัด, บริษัท ซิคซ์ เนทเวิร์ค, บริษัท ฟิน สเตเบิ้ล จำกัด, บริษัท ชินเอ เซอร์วิส จำกัด, บริษัท ดิ๊ก ดิ๊ก จำกัด, บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน), บริษัท อาชว์ 2021 (ประเทศไทย) จำกัด

ตามด้วยการนำเสนอข้อมูลสำคัญของ Bitkub Chain ที่กำลังจะมีอายุครบ 1 ปีในอีก 1 เดือนข้างหน้านี้ รวมทั้งการพัฒนา Bitkub Chain ที่จะสามารถรองรับการใช้งานได้สูงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดย นายภาสกร ปานนอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด  และการพัฒนาในด้านเทคนิคต่าง ๆ พร้อมเปิดตัวเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาในการนำไปใช้งานและสร้างโปรเจกต์ต่าง ๆ ที่จะยกระดับ การพัฒนาโปรเจกต์บน Bitkub Chain ไปอีกขั้น เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นบล็อกเชนระดับสากล โดย นายสำเร็จ วจนะเสถียร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านเทคโนโลยี บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด

 

นายภาสกร ปานนอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะสามารถเพิ่มศักยภาพต่อผู้ใช้งาน พร้อมยกระดับ Bitkub Chain ให้ก้าวไปสู่การใช้งานระดับโลก รวมทั้ง Ecosystem ที่จะสนับสนุนให้ Bitkub Chain กลายเป็นบล็อคเชนที่น่าภาคภูมิใจของคนไทย โดย Bitkub NEXT จะเปรียบเสมือนประตูเชื่อมผู้ใช้งานระหว่างโลกความจริงและโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน“ 

นายสำเร็จ วจนะเสถียร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านเทคโนโลยี บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด เปิดเผยว่า “การร่วมมือกับ Node Validator ทั้งหมดนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ Bitkub Chain เนื่องจากในอนาคตอันใกล้นี้เราเชื่อว่าโลกดิจิทัลจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตผู้คนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งจะช่วยยกระดับ Bitkub Chain ไปอีกหนึ่งขั้น พร้อม Ecosystem และฟังก์ชันที่จะอำนวยความสะดวกต่อผู้ใช้งาน โดยการเปิดตัวครั้งนี้ เรามุ่งหวังว่า Bitkub Chain และ Node Validator จะเป็นแรงขับเคลื่อนที่จะช่วยผลักดันให้ก้าวสู่โลกดิจิทัลอย่างแท้จริง” 

ในลำดับต่อมา นายรฐนนท์ พลานนท์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด ได้นำเสนอข้อมูลที่น่าตื่นเต้นของฟังก์ชันใหม่ ในโปรเจกต์ที่เป็นหัวใจสำคัญของ Bitkub Chain อย่าง Bitkub NEXT และ Bitkub NFT ก่อนจะปิดท้ายด้วยการเปิดเผยข้อมูลของโปรเจกต์ใหม่ชิ้นสำคัญที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเข้าถึงและการมีปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานกับกิจกรรมบนโลกดิจิทัลได้อย่างมหัศจรรย์ 

ภายในงานยังมีการเชิญผู้พัฒนาโปรเจกต์ต่าง ๆ ใน Ecosystem ของ Bitkub Chain ขึ้นมาร่วมพูดคุยพร้อมอัปเดตข้อมูลการพัฒนาโปรเจกต์ต่าง ๆ ที่กำลังจะเปิดใช้งานจริงในเร็ว ๆ นี้ โดยกลุ่มโปรเจกต์ DeFi ได้รับเกียรติจาก นายธนากร ก้าโหรด ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท ฟินสเตเบิ้ล จำกัด, นายสุทธิเกียรติ กิตติภัทรากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยืมมั้ย (ประเทศไทย) และนายทศพร สังข์บูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านเทคโนโลยี จากบริษัท Loremboard ในส่วนของกลุ่มโปรเจกต์ GameFi ได้รับเกียรติจาก นายเนนิน อนันต์บัญชาชัย กรรมการผู้จัดการบริษัทเอ็กซ์เท็นอินเตอร์แอคทีพจำกัด, นายชัชวาลย์ สุริยะยรรยง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เกม Dice Kingdom และ ABX และ นายพิชญ ศรีฟ้า ผู้ก่อตั้งบริษัท Varisoft และกลุ่มโปรเจกต์ NFT ได้รับเกียรติจาก นายชุมพล วงศ์มติกุล เจ้าของเพจ BitToon, นายสินิทธ์ อาจหาญวงศ์ CEO & Co-Founder บริษัท SHIN-A, นายพลัฏฐ์ ประวีร์ชานนท์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาดกลุ่มรถสปอร์ตและรถครอบครัว บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด และ นายสุรศักดิ์ วินิจ Chief Talent Officer บริษัทแอมป์เวิร์ส ดิจิทัล จำกัด และ นายเจดิอาโน่ Co-Founder บริษัท YSTS Fam

และอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญ กับการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน ของโปรเจกต์ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการอย่าง Bitkub Metaverse จัดเต็มทั้งคลิปตัวอย่าง Metaverse และรายละเอียดที่เน้นการใช้งานจริงผ่านกิจกรรมของเครือข่ายพันธมิตรของ Bitkub ซึ่งภายในงานยังเปิดให้แขกได้ลองเข้าสู่โลก Bitkub Metaverse เป็นครั้งแรกก่อนใครอีกด้วย โดยมี นายสุภณวิช สมสมาน   ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการด้านครีเอทีฟ บริษัท The Monk Studio และ น.ส.สกลวัลย์ นิมมล นักพัฒนาธุรกิจ จาก The Monk Studio เป็นผู้นำเสนอข้อมูลในครั้งนี้

ก่อนจะปิดท้ายด้วยการสรุป Roadmap การพัฒนา Bitkub Chain และโปรเจกต์ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งส่งท้ายด้วยภาพของ Ecosystem ที่จะเกิดขึ้นจริงในอนาคตอันใกล้นี้ของ Bitkub Chain


 

ปิดงานด้วยกิจกรรม NFT Airdrop ที่ทุกคนรอคอย โดยในครั้งนี้ทั้งผู้ชมในงานและผู้ชมถ่ายทอดสดผ่านเพจ Bitkub Chain Official ได้ร่วมสนุกกับการสแกนรับ Airdrop NFT กว่า 15,000 ชิ้น ด้วยกระเป๋า Bitkub NEXT ที่มีรางวัลสูงสุดเป็นเหรียญ KUB 20 เหรียญ รวมทั้ง NFT คอลเล็กชันพิเศษของงาน ที่สามารถเก็บสะสมไว้เป็น NFT ที่ระลึกชิ้นประวัติศาสตร์อีกด้วย


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประกาศความร่วมมือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดด้านการใช้พลังงานเชื้อเพลิงทางการบินอย่างยั่งยืน ร่วมกับ bp และ Neste ด้วยปริมาณน้ำมันอากาศยานแบบยั่งยืนกว่า 800 ล้านลิตร

กรุงเทพฯ – 29 มีนาคม 2565: ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประกาศก้าวสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการขนส่งทางอากาศให้เป็นไปอย่างยั่งยืนมากขึ้น โดยดีเอชแอลได้ยืนยันถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับสองบริษัทคือ bp และ Neste ในการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สร้างจากวัสดุทางชีวภาพเพื่อการบินที่ยั่งยืน (SAF) มากกว่า 800 ล้านลิตรให้กับ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสภายในห้าปีข้างหน้า ภายใต้ข้อตกลงฉบับใหม่ที่เป็นหนึ่งในข้อตกลง SAF ที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน ข้อตกลงดังกล่าวมาพร้อมกับการเปิดตัว SAF บนเครือข่ายของดีเอชแอลก่อนหน้านี้ในซานฟรานซิสโก (SFO) อีสต์มิดแลนส์ของอังกฤษ (EMA) และอัมสเตอร์ดัม (AMS) ซึ่งจะทำให้บรรลุเป้าหมายมากกว่าครึ่งหนึ่งของเป้าหมายที่ตั้งไว้ในการใช้ SAF 10 เปอร์เซ็นต์สำหรับการขนส่งทางอากาศภายในปี 2569 ดีเอชแอลคาดว่าความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้จะช่วยลดอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณสองล้านตัน ซึ่งเทียบเท่ากับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากรถยนต์โดยสารประมาณ 400,000 คันต่อปี1

ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ดำเนินการขนส่งเอกสารและพัสดุด่วนระหว่างประเทศมากกว่า 480 ล้านชิ้นต่อปี ครอบคลุม 220 ประเทศทั่วโลกผ่านเครือข่ายการบินของบริษัทที่มีอยู่ทั่วโลก กล่าวได้ว่าด้วยน้ำมันอากาศยานแบบยั่งยืนกว่า 800 ล้านลิตร จะสามารถใช้งานกับเที่ยวบินของดีเอชแอล 1,000 เที่ยวต่อปีโดยประมาณ ในเส้นทางบินจากเมืองซินซินนาติ สหรัฐอเมริกา ไปยังเมืองไลพ์ซิก เยอรมนี ด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 777 บินได้ระยะเวลาประมาณ 12 ปี2 นับเป็นการใช้เชื้อเพลิง SAF 100 เปอร์เซ็นต์ 3 ซึ่งเทียบเท่ากับเที่ยวบินระยะไกล 12,000 เที่ยวบินที่ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ (carbon neutral long-haul flights)

แฟรงค์ แอพเพล ประธานกรรมการบริหารของกลุ่มบริษัท ดอยช์โพสท์ ดีแอชแอล กล่าวว่า “ในฐานะที่ดีเอชแอลเป็นผู้ให้บริการด้านลอจิสติกส์ชั้นนำของโลก เรามุ่งมั่นในการนำเสนอโซลูชันที่สร้างความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับลูกค้าของเรา ความร่วมมือด้านเชื้อเพลิงที่ใช้ในการบินที่ยั่งยืน (SAF) ที่ทางบริษัทได้ร่วมมือกับ bp และ Neste นับเป็นก้าวสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมการบิน และสอดคล้องกับแผนความยั่งยืนของเรา ปัจจุบันการใช้ SAF เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของอุตสาหกรรมการบินเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการใช้พลังงานเชื้อเพลิงในแต่ละชนิดของเครื่องบินที่มีอยู่ในปัจจุบัน”

 

มาร์ติน ทอมป์สัน, รองประธานอาวุโส Air bp กล่าวว่า “เราภูมิใจที่ความร่วมมือสำคัญนี้สำเร็จด้วยดี ซึ่งจะช่วยกระชับความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์กับกลุ่มบริษัท ดอยช์โพสต์ ดีเอชแอล ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เมื่อ bp ได้เปลี่ยนผ่านสู่การเป็นบริษัทพลังงานแบบครบวงจร เราใช้ประโยชน์จาก value chain ของเราซึ่งครอบคลุมตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิตทั่วโลก การขนส่ง และโครงสร้างพื้นฐานในสนามบิน มีบริษัทเพียงไม่กี่แห่งที่มีความเชี่ยวชาญด้านการค้าและการทำธุรกิจด้าน SAF ซึ่งต้องอาศัยการออกแบบ และนำเสนอโซลูชันตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่ซับซ้อน เราหวังว่าจะได้ทำงานร่วมกับสนามบินและสายการบินต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นทางเลือกของธุรกิจที่มีเป้าหมายในการใช้พลังงานที่ไม่ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (decarbonization) รวมถึงส่งเสริมกระบวนการ SAF เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกให้ตระหนักถึงความสำคัญในการลดปริมาณคาร์บอน”

แผนงานความยั่งยืนของกลุ่มบริษัท ดอยช์โพสต์ ดีเอชแอล มุ่งมั่นที่ใช้เชื้อเพลิงเพื่อการบินที่ยั่งยืนเป็นจำนวน 30 เปอร์เซ็นต์ของการขนส่งทางอากาศทั้งหมดภายในปี 2573 โดยบริษัทคู่ค้าทั้งสองรายจะเป็นผู้จัดหาเชื้อเพลิง SAF ที่ผลิตจากน้ำมันที่ใช้แล้วซึ่งสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ตลอดวัฏจักรการใช้งานเมื่อเปรียบเทียบกับนํ้ามันเชื้อเพลิงที่ใช้กับเครื่องบินไอพ่น ซึ่งเป็นการลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของดีเอชแอล และเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นเชื้อเพลิงที่ยั่งยืน จึงต้องหลีกเลี่ยงการใช้วัตถุดิบที่ได้มาจากกระบวนการผลิตอาหาร หรือการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินทางอ้อม (indirect land-use change)

จอห์น เพียร์สัน ประธานกรรมการบริหารของ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส กล่าวว่า “ในทุกความร่วมมือของ SAF เราได้ตระหนักถึงงานใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้าในการใช้โซลูชันที่ยั่งยืนเพื่อช่วยเหลือลูกค้าของเรามากขึ้น ไม่มีวันไหนเลยที่ไม่มีคำถามจากลูกค้าเกี่ยวกับโซลูชันการขนส่งที่ลดคาร์บอน และดีเอชแอลก็พร้อมให้ความร่วมมือสำหรับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ความร่วมมือ SAF กับ bp และ Neste นี้เป็นก้าวสำคัญของการสร้างความยั่งยืน โดยเรามุ่งหวังที่จะสร้างแรงผลักดันให้กับซัพพลายเออร์ที่ทำธุรกิจด้าน SAF เพื่อช่วยกันเติมเต็มความต้องการในปัจจุบัน ขณะเดียวกัน เราก็เรียกร้องไปยังผู้กำหนดนโยบายให้กำหนดกรอบการทำงานที่เหมาะสมเพื่อเร่งการเติบโตของตลาด SAF ในสหภาพยุโรปและทั่วโลก รวมถึงกลไกด้านบัญชีที่อนุญาตให้ทำการซื้อขายและใช้งาน SAF ได้อย่างยืดหยุ่น”

ปีเตอร์ วาแนคเกอร์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ Neste กล่าวว่า “ข้อตกลงนี้เป็นข้อตกลงที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในธุรกิจ SAF ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความต้องการและความเร่งด่วน รวมถึงพันธกิจของบริษัทในการแสดงจุดยืนต่อการปล่อยมลพิษที่เกี่ยวกับกิจกรรมการบิน เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ก้าวไปพร้อมกับดีเอชแอล ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นที่มีร่วมกันของทั้งสองบริษัท และนี่จะเป็นการขับเคลื่อนไปสู่เส้นทางแห่งการสร้างโลกที่ดีขึ้นสำหรับลูกหลานของเรา การประกาศในวันนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิธีที่เราจะช่วยลูกค้าในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้อย่างน้อยที่สุด 20 ล้านตันต่อปีภายในปี 2573 ทั้งนี้ SAF นับเป็นรากฐานสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมการบินในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้มากที่สุดภายในปี 2593 ซึ่งต้องอาศัยการทำงานร่วมกันจากทุกฝ่ายในอุตสาหกรรมการบิน โดยใช้วัตถุดิบและโซลูชันที่มีอยู่ทั้งหมดเพื่อทำให้บรรลุเป้าหมาย”

ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสตั้งเป้าหมายขยายความร่วมมือกับซัพพลายเออร์ SAF ในอนาคต และเพิ่มเปอร์เซ็นต์ของการใช้ SAF ในการขนส่งทางอากาศอย่างต่อเนื่อง ดีเอชแอลยังคงมุ่งมั่นในการสนับสนุนเทคโนโลยีนวัตกรรมที่มีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับอุตสาหกรรมทางการบินอย่างต่อเนื่องตามที่ระบุไว้ในแผนงานด้านความยั่งยืนของกลุ่มบริษัท ดอยช์โพสต์ ดีเอชแอล


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

แอทเอกมัย เปิดตัวทางการ

คณะผู้บริหารบริษัท สยามอรุณ กรุ๊ป จำกัด นำโดยนายพีรพล เสรฐภักดี กรรมการบริหาร พร้อมเหล่าตัวแทนจากร้านค้าผู้เช่าร่วมทำพิธีเปิดตัวโครงการ @Ekkamai ไลฟ์สไตล์มอลล์น้องใหม่ของย่านเอกมัยอย่างเป็นทางการแล้ว โดยโครงการฯ ขนาด 5 ไร่ ติดเอกมัยซอย 9 ได้รวมร้านแบรนด์ดัง อาทิ Swensen’s, Wine Connection, Watsons, San Kyu Yakiniku, Shizen Shabu ทั้งยังมี TOPS Market ขนาด 1,300 ตร.ม. ที่รวมสินค้าระดับพรีเมียมไว้อย่างครบครันมาให้บริการลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติที่ทำงานและพักอาศัยในโซนเอกมัย ทองหล่อ และพระโขนง เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 10.00 – 22.00 น.


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

หัวเว่ย จับมือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สร้างอีโคซิสเต็มไอซีทีที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

[กรุงเทพฯ, 28 มีนาคม 2565] – บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศลงนามในบันทึกความเข้าใจกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องในการบ่มเพาะบุคลากรด้านดิจิทัลและสร้างอีโคซิสเต็มบุคลากรที่มีความสามารถ รองรับภาคไอซีทีของประเทศไทย

บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ได้จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2565 โดยมี รศ.นพ. ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น และนายเควิน เฉิง ประธานกลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ร่วมลงนาม และมีผู้บริหารระดับสูงของหัวเว่ย รวมถึงเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยท่านอื่น ๆ ร่วมเป็นสักขีพยาน

ภายใต้บันทึกข้อตกลงระยะเวลา 3 ปีฉบับนี้ หัวเว่ยและมหาวิทยาลัยขอนแก่นมุ่งกระชับความสัมพันธ์และเพิ่มโอกาสในการพัฒนาทักษะสำหรับนักศึกษาและคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยโดยใช้ความรู้ ความเชี่ยวชาญของหัวเว่ย ตลอดจนโปรแกรมการฝึกอบรมต่าง ๆ ของหัวเว่ย ไอซีที อะคาเดมี่ (Huawei ICT Academy) เป็นตัวขับเคลื่อน นอกจากนี้ นักศึกษายังจะสามารถเข้าร่วมในโครงการเสริมสร้างศักยภาพของผู้ที่มีความสามารถต่าง ๆ อาทิ กิจกรรมการแข่งขันความสามารถด้านไอซีที (Huawei ICT Competition) และ Huawei ICT Job Fair ได้อีกด้วย

ทั้งนี้ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างหัวเว่ยกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นในการผลักดันการใช้บริการคลาวด์, 5G และเทคโนโลยีเกิดใหม่อื่น ๆ มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้มหาวิทยาลัยตอกย้ำความเป็นเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ เพื่อสนับสนุนโรงพยาบาล 20 แห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย  และเพื่อเป็นการช่วยจุดประกายความคิดริเริ่มและพัฒนาทักษะในทางปฏิบัติ นอกจากนี้หัวเว่ยยังได้สนับสนุนอุปกรณ์สำหรับการเรียนการสอนในภาคปฏิบัติ ประกอบด้วยหัวเว่ย สมาร์ทบอร์ด (IdeaHub) และอุปกรณ์แล็บ เน็ตเวิร์ค ในหลักสูตร HCIA-Datacom ที่จะทำให้ประสบการณ์การเรียนรู้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในระหว่างพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ รศ.นพ. ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่จะดำเนินนโยบายด้านดิจิทัลของประเทศไทย ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเหล่านี้ได้ทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ในการยกระดับและส่งเสริมภาคการศึกษา เราจะสร้างโอกาสแห่งการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะขั้นสูงให้กับนักศึกษาของเรา ผมขอขอบคุณหัวเว่ย ประเทศไทย เป็นอย่างยิ่งสำหรับโอกาสที่ดีนี้ ที่จะทำให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นของเราสามารถรักษาตำแหน่งและชื่อเสียงในฐานะมหาวิทยาลัยชั้นนำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแพทย์”

“การลงนามบันทึกความเข้าใจนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีวิสัยทัศน์ที่จะทรานสฟอร์มตัวเองในยุคดิจิทัล โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนในระยะยาว” นายเควิน เฉิง ประธานกลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “เราจะสนับสนุนมหาวิทยาลัยขอนแก่นด้วยนวัตกรรมไอซีทีล่าสุด และสนับสนุนให้คณาจารย์และนักศึกษาได้รับการรับรองระดับความรู้ด้านไอซีทีจากหัวเว่ย ซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายทั่วโลก อันจะเป็นประโยชน์แก่ชุมชนในวงกว้าง ในการสนับสนุนประเทศด้วยบุคลากรที่มีความสามารถในระดับสูงและรับมือกับความท้าทายของการพัฒนาด้านไอซีทีใหม่ ๆ” นายเควิน เฉิง กล่าวสรุป


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

“Bitkub Chain The NEXT Chapter” การพัฒนาครั้งยิ่งใหญ่ของ Bitkub Chain จัดเต็มกิจกรรมสุดพิเศษ รับชม LIVE พร้อมกันทั้งประเทศ 29 มีนาคมนี้

เตรียมพบกับการพัฒนาก้าวต่อไปของ Bitkub Chain ในงาน “Bitkub Chain The NEXT Chapter” ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 29 มีนาคมนี้ นอกจากอัปเดตโปรเจ็กต์ใหม่ที่ยังไม่เคยเปิดเผยที่ไหนแล้ว ยังมีเซอร์ไพรส์กับกิจกรรม NFT Airdrop แจกรางวัลฟรี ผ่าน Facebook Live สามารถรับชม Live พร้อมกันได้ทางแฟนเพจ Bitkub Chain Official ตั้งแต่เวลา 13:45 น. เป็นต้นไป

ข้อมูลงาน Bitkub Chain The NEXT Chapter 


📍 วัน: วันอังคารที่ 29 มีนาคม 2565

📍 เวลา: 14:00 – 17:30 .

📍 Facebook page: Bitkub Chain

ภายใน Live ของงาน คุณจะได้พบกับ

  • การเปิดตัว Node Validator ทั้ง 21 ราย ของ Bitkub Chain ซึ่งนับเป็นการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของวงการธุรกิจและเทคโนโลยี
  • การเปลี่ยนแปลงและเครื่องมือใหม่ ๆ ของ Bitkub Chain หลัง Erawan Hard Fork
  • อัปเดตการพัฒนาแพลตฟอร์มของ Bitkub Chain ไม่ว่าจะเป็น Bitkub NEXT, Bitkub NFT และ โปรเจ็กต์ใหม่ล่าสุดที่จะเปิดเผยในงานนี้เป็นที่แรก
  • การขยายอาณาจักร Ecosystem ของ Bitkub Chain และพบกับผู้พัฒนาโปรเจ็กต์ชั้นนำบน Bitkub Chain ที่จะมาเผยถึงการพัฒนาในขั้นถัดไปของแต่ละโปรเจ็กต์ทั้งในมิติของ DeFi, GameFi และ NFT
  • และอีกหนึ่งไฮไลท์ของงาน คือการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมของโปรเจ็กต์ที่กำลังเป็นที่จับตามองอย่าง Bitkub Metaverse ที่จะเปิดเผยเป็นครั้งแรก

พิเศษไปกว่านั้น จากกระแสตอบรับอันล้นหลามของปรากฏการณ์แจก NFT Airdrop Phenomenon ที่ผ่านมา เตรียมพบการกลับมาครั้งยิ่งใหญ่ในประเทศไทย กับ NFT Airdrop ในรูปแบบ Live ที่สนุกตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนของประเทศก็มีสิทธิ์รับ NFT Airdrop เพียงแค่มี Bitkub NEXT 

ห้ามพลาด! เตรียม Bitkub NEXT ให้พร้อม แล้วมาเจอกันที่แฟนเพจ Bitkub Chain 29 มีนาคมนี้ ตั้งแต่ 14:00 น. เป็นต้นไป กด Like รอไว้ได้เลย

ช่องทางติดตามข่าวสาร

#MOVEFORWARDwithBITKUBCHAIN #BitkubChain #ThaiBlockchain 

เกี่ยวกับ Bitkub Chain 

Bitkub Chain คือเครือข่ายบล็อกเชนที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด เป็นบริษัทผู้ให้บริการด้าน Blockchain Full-solution Service โดยมุ่งหมายที่จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานให้กับภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้องค์กรที่เป็นพันธมิตรนั้นสามารถรัน Validator Node เพื่อตรวจสอบธุรกรรมและสร้างบล็อกใหม่บนบล็อกเชน

Bitkub Chain มีวัตถุประสงค์ที่จะเป็นเครือข่ายบล็อกเชนสำหรับทุกคน ให้นักพัฒนาสามารถเข้ามาสร้างสรรค์แอปพลิเคชัน เพื่อผลักดันให้เกิดการใช้งานบล็อกเชนในภาคอุตสาหกรรมให้เกิดขึ้นจริง (Real Business Use Case) เบื้องต้นมีเป้าหมายเพื่อการใช้ในประเทศและสามารถใช้ได้อย่างเป็นสากลตามคุณสมบัติของบล็อกเชนที่จะช่วยทำให้เกิดกระบวนการต่าง ๆ ในการจัดการธุรกิจน้อยลง มีระยะเวลาที่สั้นลง จึงทำให้สามารถประหยัดงบประมาณและค่าใช้จ่ายในการบริหารงานได้ ตลอดจนสามารถทำให้เกิดสภาพคล่องในสินทรัพย์ต่าง ๆ ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Tokenization

เครือข่าย Bitkub Chain สามารถตรวจสอบและสร้างบล็อกใหม่ขึ้นบนเครือข่ายได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที พร้อมกับรักษาค่าธรรมเนียมให้อยู่ในระดับต่ำต่อธุรกรรม 


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มช. จับมือ สิงห์อาสา ทำห้องเรียนปลอดฝุ่น PM2.5 Cleanroom เพิ่มพื้นที่สะอาดให้เยาวชนภาคเหนือ

ปัญหาหมอกควัน ปัญหาที่วนซ้ำกลับมาทุกปีในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่และสุขภาพของประชาชนอย่างหนัก เป้าหมายหลักของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยคณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ และศูนย์วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ คือ ต้องการจะพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ และแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ล่าสุดได้ลงพื้นที่จัดทำห้องเรียนปลอดฝุ่น (PM2.5 Cleanroom) และมอบหน้ากากป้องกันฝุ่น PM 2.5 กว่า 5 โรงเรียนในเขตพื้นที่ภาคเหนือ ร่วมกับ สิงห์อาสาผู้ให้ทุนสนับสนุน รวมทั้งศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ CCDC: Climate Change Data Center ผู้มอบเครื่องวัดปริมาณฝุ่น “DustBoy” เครือข่ายเครื่องตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศในการตรวจวัดคุณภาพอากาศเพื่อให้เยาวชนในพื้นที่มีห้องเรียนที่ปลอดภัยเหมาะแก่การเรียนในช่วงสถานการณ์หมอกควัน สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กๆ ลดการเกิดอันตรายจากการแพ้ ผิวหนังอักเสบ ผื่นคัน และอาจจะรุนแรงถึงขั้นเป็นโรคมะเร็ง โรคปอดอักเสบ โรคหัวใจ ได้

ห้องปลอดฝุ่น หรือ PM2.5 Cleanroom ถูกพัฒนาโดยคณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุน การแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ และศูนย์วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อเพิ่มพื้นที่ปลอดภัยให้แก่คนในพื้นที่ที่ต้องการ ด้วยหลักการ อุด-กั้น-กรอง คือการอุดรูรั่วของห้องทั้งหมด แล้วกั้นไม่ให้อากาศข้างนอกเข้าไปข้างในได้ จากนั้นทำการกรองอากาศข้างในให้สะอาด โดยเทคนิคสำคัญคือการเติมอากาศสะอาดเข้าไปในห้องอยู่เสมอ ด้วยพัดลมที่มีเครื่องกรองอากาศผ่านทางท่อ และปิดช่องเปิดขนาดใหญ่ด้วยการติดตั้งมุ้งหรือผ้าม่านกันฝุ่นบริเวลาหน้าต่างหรือบานเกร็ดภายใน เพื่อควบคุมระดับของสิ่งปนเปื้อนในอากาศ ทั้งเชื้อโรค ฝุ่นละออง ไอสารเคมี ก๊าซ หรือควัน โดยกระบวนการทั้งหมดนี้ นอกจากจะช่วยลดการสะสมของสิ่งปนเปื้อนในอวัยวะต่างๆ ที่จะนำมาซึ่งความเจ็บป่วยแล้ว ยังช่วยลดความร้อน ควบคุมปัญหาเรื่องกลิ่น ความชื้น และคุณภาพอากาศภายในห้องด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้คณะทำงานได้จัดทำห้องเรียนปลอดฝุ่นให้กับโรงเรียนชุมชนวัดช่อแล ต.ช่อแล อ.แม่แตง      จ.เชียงใหม่ เป็นที่เรียบร้อย จึงเดินหน้าต่อจัดทำห้องเรียนปลอดฝุ่นให้กับโรงเรียนบ้านแม่กรณ์ ต.แม่กรณ์ อ.เมือง จ.เชียงราย และเริ่มดำเนินแผนการจัดทำห้องเรียนปลอดฝุ่นในอีก 3 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนสกาดพัฒนา ต.สกาด อ.ปัว จ.น่าน โรงเรียนบ้ายห้วยปลากั้ง ต.แม่เหาะ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน และโรงเรียนวัดศรีโพธาราม ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ตามลำดับ

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มุ่งหวังให้เกิดการแก้ไขปัญหาหมอกควันอย่างยั่งยืน นอกเหนือจากการนำนวัตกรรมหรืองานวิจัยมาช่วยในการแก้ปัญหาแล้ว ยังเน้นการลงพื้นที่เพื่อส่งเสริมด้านการพัฒนาด้านคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ เผยแพร่องค์ความรู้ด้านวิชาการเพื่อสร้างรากฐานความเข้าใจให้แก่ประชาชน เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาหมอกควันอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด บูรณาการการทำงานอย่างมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ เพราะการแก้ปัญหาหากเกิดจากใครคนใดคนหนึ่งคงไม่สำเร็จได้เท่ากับการที่ทุกคนนั้นตระหนักกับปัญหาและลงมือแก้ไขเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

แอนท์กรุ๊ป แต่งตั้งผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คนใหม่

ประเทศไทย, 23 มีนาคม 2565 – แอนท์กรุ๊ป (Ant Group) ประกาศแต่งตั้ง มร. เจีย ฮาง ให้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อขยายการดำเนินงานของแอนท์กรุ๊ป เสริมสร้างศักยภาพและขีดความสามารถให้แก่บุคลากรในภูมิภาคนี้ พร้อมทั้งตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการให้บริการแก่ลูกค้า และสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย ธุรกิจระดับท้องถิ่นและระดับภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘ธุรกิจเอสเอ็มอี’ เพื่อให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล

มร. เจีย ฮาง กล่าวถึงการแต่งตั้งในครั้งนี้ว่า “ขณะที่องค์กรต่างๆ พยายามที่จะฟื้นฟูธุรกิจให้กลับมาเติบโตอีกครั้งโดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลในการสร้างสรรค์นวัตกรรมแห่งอนาคต เราพร้อมเสมอที่จะอยู่เคียงข้างลูกค้าไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ที่ใด รวมถึงเราได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องกับทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในภูมิภาคนี้ เพื่อช่วยให้ธุรกิจท้องถิ่นประสบความสำเร็จ โดยอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญของทีมงานที่มีประสบการณ์ ความสามารถทางดิจิทัล และ know-how”

“ด้วยการใช้ประโยชน์จาก Alipay+ รวมถึงเครือข่ายพาร์ทเนอร์ภาคอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง เรามุ่งมั่นที่จะให้การสนับสนุนแก่ผู้ประกอบการทั่วโลก รวมถึงผู้ประกอบการในระดับภูมิภาคเพื่อให้บริการที่ดีกว่าแก่ผู้บริโภคมากกว่าหนึ่งพันล้านคนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการเชื่อมโยงเข้ากับบริการอีวอลเล็ท และบริการชำระเงินผ่านมือถือต่าง ๆ ที่ผู้บริโภคนิยมใช้ นอกจากนี้เรายังมีแผนที่จะบ่มเพาะบุคลากรด้านเทคโนโลยีในระดับท้องถิ่นภายใต้โครงการต่าง ๆ เช่น 10×1000 Tech for Inclusion[i] เป็นต้น” มร. เจีย ฮาง กล่าว

มร. เจีย ฮาง จะประจำอยู่ที่สำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของแอนท์กรุ๊ป ในประเทศสิงคโปร์  ทั้งนี้ มร. เจีย ฮาง มีประสบการณ์ที่ยาวนานกว่า 20 ปีในด้านเทคโนโลยีการเงิน โดยเคยดำรงตำแหน่งที่สำคัญมากมายด้านการดำเนินงานระหว่างประเทศของแอนท์กรุ๊ปตั้งแต่ปี 2558 และล่าสุดได้รับมอบหมายให้ดูแลรับผิดชอบการดำเนินงานทั่วโลกของ WorldFirst ผู้นำด้านระบบชำระเงินในธุรกิจระหว่างประเทศ รวมทั้งกำกับดูแลทีมงานฝ่ายโซลูชั่นด้านการชำระเงินเพื่อรองรับตลาดอีคอมเมิร์ซระดับโลกและระดับภูมิภาค

+++

เกี่ยวกับแอนท์กรุ๊ป (Ant Group)

แอนท์กรุ๊ปมุ่งมั่นที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและแพลตฟอร์มเพื่อรองรับการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นของธุรกิจบริการ และช่วยให้ผู้บริโภค ธุรกิจขนาดเล็ก และผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงบริการด้านการเงินและบริการอื่นๆ ได้อย่างเท่าเทียมกัน เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับทุกคน

แอนท์กรุ๊ปเป็นเจ้าของและผู้ให้บริการอาลีเพย์ (Alipay) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มชำระเงินดิจิทัลชั้นนำของจีน มีผู้ใช้หลายร้อยล้านคน โดยทำหน้าที่เชื่อมต่อผู้ใช้เข้ากับผู้ประกอบการและสถาบันการเงินที่เป็นพาร์ทเนอร์ ซึ่งนำเสนอบริการด้านการเงินและบริการดิจิทัลในชีวิตประจำวัน เช่น บริการส่งอาหาร บริการขนส่ง ความบันเทิง และบริการด้านสุขภาพ

ล่าสุดแอนท์กรุ๊ปได้เปิดตัว Alipay+ ซึ่งนำเสนอโซลูชั่นด้านการตลาดและการชำระเงินผ่านมือถือระหว่างประเทศทั่วโลกที่เชื่อมต่อพาร์ทเนอร์ของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กด้วยการชำระเงินผ่านมือถือ และการชำระเงินในรูปแบบอื่นๆ เพื่อการให้บริการที่ดีกว่าแก่ผู้ใช้งานและลูกค้าจากทั่วทุกมุมโลก


Exit mobile version