Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

MSC ร่วมกับ HP Thailand จัดงาน “The Power of Hybrid Work”

ริษัท เมโทรซิสเต็มส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MSC ร่วมกับ HP Thailand จัดงาน “The Power of Hybrid Work” สำหรับ End User Event เพื่อเพิ่มพลังการทำงานแบบไฮบริดด้วยการจัดการเทคโนโลยี่ต่อองค์กร ในวันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม 2022 ณ สำนักงานใหญ่

โดยมีคุณธงชัย ธงชัย หล่ำวีระกุล President of Digital Printing Group บริษัท เมโทรซิสเต็มส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และคุณลิม ชุน เต็ก กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอชพี อิงค์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดงานกล่าวต้อนรับเข้าสู่มุมมองใหม่และทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยี

ภายในงานได้มีการแนะนำสินค้าใหม่จาก HP พร้อมโซลูชั่น Webjet Admin และ Smart Device Services ซึ่งเป็นนวัตกรรมงานพิมพ์ล่าสุด ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานพิมพ์ในปัจจุบัน และ update Personal Systems Product พร้อมโซลูชั่น ที่ช่วยการจัดการและบริหาร Service Active Care นอกจากนี้ยังมีการสาธิต โซลูชั่น การจัดการ เพื่อรองรับการทำงานแบบ Hybrid จากผู้เชี่ยวชาญจาก HP Thailand

หลังจากนั้นได้มีการเลี้ยงรับรองอาหารค่ำ ชม Mini Concert จาก “ว่าน ธนกฤต” ร่วมกัน สุดท้ายของงาน ได้มีการจับรางวัล รับ HP COLOR LASERJET MANAGED MFP E47525F จำนวน 3 รางวัลให้แก่ผู้โชคดี และเตรียมความพร้อมที่จะก้าวสู่ความสำเร็จไปด้วยกัน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ: คุณวาทินี อภัยเสนีย์ (White), Assistant Marketing Manager

Call: 02-0894718 Email: wathiapa@metrosystems.co.th Website: https://www.metrosystems.co.th/ FB: https://www.facebook.com/metrosystemscorp


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ออฟฟิศเมท พลัส เปิดรับแฟรนไชส์ทุกภูมิภาคทั่วไทย ที่บูธ L18 งาน Thailand Franchise & Business Opportunities 2022

ออฟฟิศเมท พลัส ในเครือเซ็นทรัล รีเทล แฟรนไชส์ร้านอุปกรณ์สำนักงานและ สินค้าเพื่อธุรกิจที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปีนี้ การันตีคุณภาพด้วยรางวัลสุดยอดแฟรนไชส์ไทยแห่งปี “Franchise of The Year 2022” และ รางวัลแฟรนไชส์ไทยนวัตกรรมยอดเยี่ยม “Best Innovation Franchise” จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดรับสมัครผู้ประกอบการรุ่นใหม่ไฟแรงจาก ทุกภูมิภาคทั่วไทย มาเป็นเจ้าของร้านแฟรนไชส์ออฟฟิศเมท พลัส ในท้องถิ่นของคุณ #การันตีกำไรขั้นต้น 1 แสนบาท/เดือน* (ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด) ร่วมพูดคุยกับที่ปรึกษาแฟรนไชส์ ที่บูธ L18 ในงาน Thailand Franchise & Business Opportunities 2022 (TFBO) ไบเทค บางนา ฮอลล์ 103 วันที่ 20 ต.ค. 65 – 23 ต.ค. 65 หรือพูดคุยได้ทุกวันที่ Line: @ofm_plus

พิเศษ… Meet the Executive! ร่วมพูดคุยเจาะลึกการลงทุนแฟรนไชส์แบบเอ็กซ์คลูซีฟกับคุณวิลาวรรณ ฤกษ์เกรียงไกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ออฟฟิศเมท พลัส ได้ที่บูธ ในวันเสาร์ที่ 22 ต.ค. 65 เวลา 14.00 – 16.00 น. ลงทะเบียนล่วงหน้าที่ https://bit.ly/3T5NA9i


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

AMD ประกาศเปิดตัวชุดเกมบันเดิล “AMD Performance to Advance Your Adventure”

เริ่มตั้งแต่วันนี้ สำหรับผู้ที่ซื้อเดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 5000 Series ที่ตรงตามเงื่อนไขของร้านค้าที่เข้าร่วมกิจกรรม จะได้รับชุดเกมบันเดิล ภายในประกอบด้วยเกม UNCHARTED 4: A Thief’s End และ UNCHARTED: The Lost Legacy เพื่อให้ผู้เล่นได้นำขุมพลังของโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen เข้าไปขับเคลื่อนการแสดงผลความเขียวชอุ่มของผืนป่า และการผจญภัยอันแสนตื่นเต้นเร้าใจของเกมซีรีย์ที่ได้รับรางวัลต่าง ๆ มาแล้วมากมาย

ผู้เล่นเกมที่สนใจสามารถตรวจสอบรายชื่อผลิตภัณฑ์และร้านค้าที่ร่วมรายได้ที่ here และสามารถแลกรับโค้ดสำหรับรับชุดเกมบันเดิลได้ที่ AMD Rewards เพื่อนำไปแลกรับโค้ดเกมผ่านช่องทาง Steam และ Epic Games Store ได้ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

Metro Connect ร่วมมือ Hewlett Packard Enterprise จัดงาน 2022 HPE Solution Day with MCC

บริษัท เมโทรคอนเนค จำกัด ร่วมด้วย บริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมจัดงาน 2022 HPE Solution Day with MCC” เพื่อนำเสนอสุดยอดผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นต่างๆจาก HPE ที่จะช่วยจัดการด้าน IT Infrastructure ที่มีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งโซลูชั่นป้องกันภัยคุกคามจากไซเบอร์ โดยจัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา ณ โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์พอยต์ เทอร์มินอล 21 ห้องแกรนด์บอลรูม โดย คุณวรัชญ์ รัตนธรรมมา (คนที่สามจากซ้าย), Assistant Vice President บริษัท เมโทรคอนเนค จำกัด ให้เกียรติกล่าวเปิดงาน และมีผู้เชี่ยวชาญบรรยายโซลูชั่นต่างๆ ดังต่อไปนี้

คุณจิรวิช ดวงกระจาย (คนที่สองจากขวา), Product Specialist จาก บริษัท เมโทรคอนเนค จำกัด บรรยายในหัวข้อ “dHCI Making it Ideal for Mission-Critical Databases and Datawarehouse” โดยนำเสนอการจัดการ IT Infrastructure ที่ช่วยประหยัดต้นทุน ใช้งานได้คุ้มค่า มีประสิทธิภาพสูง และใช้เวลาในการติดตั้งที่รวดเร็ว สามารถเลือก Scale Out ระหว่าง Server และ Storage ได้ตามความต้องการ แต่ยังสามรถทำงานร่วมกันได้โดยสมบูรณ์ และยังสามารถจัดการระบบในภาพรวมได้อย่างสะดวกจากระบบที่ศูนย์กลาง

คุณธัช ทองจุไร (คนที่หนึ่งจากซ้าย), Storage Sales Specialist จาก บริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด บรรยายในหัวข้อ Reliable Cloud Data Management and Protection for Hybrid, Multi-cloud by “Zerto” โดยเสนอโซลูชั่นที่พัฒนาเป็นแพลตฟอร์มเพื่อปกป้องข้อมูลแบบต่อเนื่อง หรือ CDP ที่เป็นการรวมการกู้คืนระบบจากภัยพิบัติ, การสำรองข้อมูล และการรองรับโมบิลิตี้ระหว่าง On-Premises กับ Cloud ภายใต้การจัดการข้อมูลเดียวกันที่ใช้งานได้ง่ายและสะดวก โดยปกป้องข้อมูลที่ครอบคลุมทั่วทั้งระบบ On-Premises, Hybrid Cloud รวมถึง Multi-Cloud อีกทั้งช่วยประหยัดทรัพยากรและค่าใช้จ่ายด้วยการใช้แพลตฟอร์มที่เป็นซอฟต์แวร์ทั้งหมดของ Zerto จาก HPE แทนการใช้โซลูชั่นแยกแต่ละจุด

คุณทรงชัย วชิระวรกรรม (คนที่สองจากซ้าย), HPC & MCS Sales Specialist บริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด บรรยายในหัวข้อ Unlock the Full Power by “High Performance Computing (HPC) & AI”โดยแนะนำการประมวลผลของระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทรัพยากรของเครื่องคอมพิวเตอร์ในทุกส่วนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะการประมวลผลที่ต้องใช้การประมวลผลทางคณิตศาสตร์ในปริมาณมาก แต่ใช้ระยะเวลาในการประมวลผลน้อยลง

คุณณัฐพล พลประเสริฐกุล (คนที่สามจากขวา), Senior Presales Manager จาก บริษัท เมโทรคอนเนค จำกัดบรรยายในหัวข้อ “Cohesity” Protect your Backup Against Ransomware Attacks and Next-Gen Data Management โดยกล่าวถึงการทำอย่างไรให้ข้อมูลของลูกค้าปลอดภัยจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ และแนะนำ HPE Cohesity สุดยอดโซลูชั่นด้าน Data Management ที่ใช้งานง่าย มีความคุ้มค่าในแพลทฟอร์มเดียว และยังเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจของลูกค้าดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพหากโดนคุกคามจากภัยไซเบอร์ได้อีกด้วย

คุณภาสพงศ์ แพงสี (คนที่หนึ่งจากขวา), Solution Architect for Metro Cloud จาก บริษัท เมโทรคอนเนค จำกัด บรรยายในหัวข้อ Metro Cloud’s Modernize Application Management by “HPE” โดยกล่าวถึง Cloud Platform ที่บริษัท เมโทรคอนเนค สร้างเพื่อให้บริการกับทางลูกค้าโดยใช้ HPE โซลูชั่น ซึ่งเน้นการออกแบบที่สนับสนุนการใช้งานแบบยืดหยุ่น และสามารถเชื่อมต่อกับ Cloud Platform ต่างๆ ได้อย่างหลากหลายและเพื่อตอบสนองการใช้งานระบบงานทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ บริษัท เมโทรคอนเนค  เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ HPE อย่างเป็นทางการ ได้รับความไว้วางใจให้เป็นส่วนหนึ่งในการขยายตลาดสู่บริษัทคู่ค้า เพื่อตอบสนองความต้องการทางด้านเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงการช่วยเหลือและส่งต่อความรู้ความชำนาญให้แก่บริษัทคู่ค้า เพื่อพัฒนาและต่อยอดโซลูชันที่ตอบโจทย์กับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน

สนใจข้อมูลเพิ่มเติม https://www.metroconnect.co.th/products/hpe-hardware/ หรือ สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมติดต่อฝ่ายการตลาด โทร.02-0894880 อีเมล์: mktmcc@metroconnect.co.th


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

VMware เพิ่มความสามารถเครือข่ายให้ผู้บริการ CSP ให้ทันสมัยขึ้นด้วยเมเจอร์อัปเดตสำหรับ Telco Cloud Portfolio

ลาสเวกัส – Mobile World Congress Las Vegas 2022 – 10 ตุลาคม 2565 – VMware เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ พร้อมทั้งประกาศเพิ่มพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อรองรับให้ผู้ให้บริการทางด้านการสื่อสาร (CSP) สามารถปรับปรุงเครือข่ายของตนให้ทันสมัยมากขึ้น ด้วยการใช้ต้นทุนและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเร่งผลักดันเพิ่มความเร็วของ 5G, RAN รวมถึงการปรับใช้ Edge และการจัดการ lifecycle

ผู้ให้บริการ CSP กำลังเร่งเพิ่มความเร็วของ 5G และการใช้งาน Open RAN เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและองค์กรต่างๆ เนื่องจากความต้องการในตลาดตอนนี้คือเครือข่ายที่มีความเร็วสูงแต่มีความหน่วงต่ำเป็นพิเศษเพื่อรองรับดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน ซึ่งผลจากการปรับความเร็วในการใช้งานนี้ นำมาซึ่งความซับซ้อนในการปฏิบัติงานตั้งแต่การจัดการ lifecycle ของการทำงานของเครือข่ายไปจนถึงความสามารถในการทำงานร่วมกับหลากหลายเทคโนโลยีจากผู้ผลิตต่างๆ ให้เป็นไปอย่างราบรื่น

ซานเจย์ อุปปอล รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปฝ่ายดูแลผู้ให้บริการและ Edge ของ VMware กล่าวว่า “ปัจจุบันผู้ให้บริการ CSP พบว่า พวกเขามีประสบการณ์บน Edge Value Chain ที่แตกต่างกัน เนื่องจากเป็นฝ่ายสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายและการใช้พลังงานบนเส้นทางสู่ Edge Transformation ให้แก่ลูกค้า ในขณะเดียวกันผู้ให้บริการ CSP ต้องรีบปฏิรูปเครือข่ายบริการของตนให้ทันสมัย พร้อมทั้งปรับใช้บริการโอเวอร์เลย์เพื่อสร้างรายได้จากการลงทุนให้มากที่สุด ซึ่งบริการแบบมัลติคลาวด์ของ VMware ที่ค่อนข้างยืดหยุ่นจะช่วยให้ลูกค้า CSP ของเราสามารถรับมือกับความท้าทายนี้ได้อย่างราบรื่น”

ยกระดับ VMware Telco Cloud Platform Ecosystem — ซึ่งปัจจุบันนี้สามารถรองรับ VNF และ CNF ได้มากกว่า 275 รายการ

VMware Telco Cloud Platform 2.5 พร้อมด้วย VMware Telco Cloud Automation 2.1 ช่วยผลักดันผู้ให้บริการ CSP สามารถกระตุ้นการเกิดนวัตกรรมบริการใหม่ๆ บนเครือข่าย ลดความซับซ้อนในการดำเนินงานสำหรับ VNF และ CNF onboarding สร้างอินสแตนซ์ และการจัดการ lifecycle การทำงานเพื่อให้ประหยัด TCO ได้มากยิ่งขึ้น VMware Telco Cloud Platform รุ่นใหม่ล่าสุดเพิ่มความสามารถในการ:

  • อัปเกรด Control Plane (CPU ในการประมวลผล) และ Worker Node Pools (Node ในการประมวลผล) แยกกันในระหว่างการจัดการคลัสเตอร์ที่ล้มเหลว
  • ปกป้องและดูแลความปลอดภัยของเครือข่าย 5G ไม่ให้ถูกโจมตีจาก Security Attack ที่ซับซ้อนด้วยระบบตรวจจับและป้องกันการบุกรุก (IDPS) สำหรับการรับส่งข้อมูลเครือข่ายในแบบ East-west traffic
  • เร่งการปรับใช้บริการเครือข่ายด้วยการขยายสภาพแวดล้อมการทำงานของพันธมิตร ที่มีฟังก์ชั่นเครือข่ายเสมือนและเครือข่ายคอนเทนเนอร์มากกว่า 275 รายการ (VNF และ CNF) รวมถึง Converged Packet Core ของ Mavenir

อโศก คูเนีย ประธานฝ่าย Core Networks ของ Mavenir กล่าวว่า “ความสำเร็จของ 5G นั้นขึ้นอยู่กับความสามารถในการแยกแยะเครือข่ายและมีบริการใหม่ๆ ที่รองรับการความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วย 5G Converged Packet Core ของ Mavenir ที่ผ่านการรับรองจาก VMware Ready สำหรับ Telco Cloud program เราจึงสามารถตรวจสอบความสอดคล้องของแพ็คเกจ CSAR ของเราได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงลดขั้นตอนการออนบอร์ดและช่วยจัดการ lifecycle การทำงานของเครือข่ายเรา ด้วยเหตุนี้ VMware และ Mavenir จะช่วยให้ผู้ให้บริการ CSP สามารถออนบอร์ดและปรับใช้ฟังก์ชันเครือข่ายอย่างรวดเร็วขึ้น ทำให้ประหยัดเวลาในการรวมระบบและยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย”

VMware Telco Cloud Automation 2.1 ขยายขอบเขตการทำงานแบบมัลติคลาวด์และระบบอัตโนมัติด้วยความสามารถในการรองรับ AWS และ Amazon Elastic Kubernetes Service (EKS) ทำให้ผู้ให้บริการ CSP สามารถจัดเตรียม CNF ได้งบน Amazon EKS ที่มีอยู่โดยตรง

มาร์ค รูแอน รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเครือข่าย DISH Wireless กล่าวว่า “DISH Wireless ได้ปรับใช้โหนดของ Edge หลายพันโหนดเพื่อสร้างคลาวด์แบบไฮเปอร์ดิสทริบิวต์แห่งแรกของโลก ซึ่งกำลังเติบโตอย่างทวีคูณ 5G Open RAN network ของเราเป็นแอปพลิเคชันแรกที่ถูกปรับใช้และรองรับโดย VMware Telco Cloud Automation และ VMware Telco Cloud Automation ช่วยให้ DISH สามารถปรับใช้และจัดการโครงสร้างพื้นฐานรวมถึงแอปพลิเคชันทั้งแบบออฟไลน์และเวอร์ชวลได้อัตโนมัติตามขนาดที่ต้องการ ด้วยความช่วยเหลือของ VMware เราจึงสามารถนำเสนอแพลตฟอร์มแบบใหม่สำหรับนักพัฒนาเพื่อขยายระบบคลาวด์ไปยังอุปกรณ์ปลายทาง และสร้าง bridge เชื่อมต่อระหว่างระบบคลาวด์แบบไฮเปอร์สเกลได้”

ความสามารถเพิ่มเติมในการรองรับการทำงานแบบ Closed-Loop ของเครือข่ายมือถือขนาดใหญ่ 

VMware Telco Cloud Service Assurance 2.0 ที่เปิดตัวล่าสุดแสดงให้เห็นการใช้งานแบบใหม่ที่รับประกันการให้บริการบนมือถือ ซึ่งรวมถึง CaaS, 4G และ 5G, การแบ่งส่วนเครือข่ายหลัก และ RAN

เพื่อปรับปรุงการทดสอบและการพิสูจน์แนวคิด (PoC) ของซอฟต์แวร์นี้ VMware ได้ขยายขอบเขตการทำงานกับ DISH Wireless โดย DISH Wireless กำลังทดสอบซอฟต์แวร์ของ VMware เพื่อตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานบนระบบคลาวด์แบบกระจายและทำการรวบรวมตัวชี้วัดและบันทึกข้อมูล เพื่อนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปใช้ได้จริงเพื่อรองรับการจัดเตรียมและการจัดการแบบ Closed Loop อัตโนมัติ 

ไบรอัน แมงกวาเซอร์ รองประธานฝ่ายการออกแบบ MarketPlace & Apps ของ DISH Wireless กล่าวว่า “ที่ DISH Wireless ข้อมูลเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่ามากที่สุดที่สร้างจากคลาวด์ไวร์เลสของเรา ในขณะนี้เรากำลังทดลองใช้ VMware Telco Cloud Service Assurance เพื่อเพิ่มความสามารถในการรวบรวมข้อมูลจาก Edge ทำการคาดการณ์ปัญหาต่างที่จะเกิดขึ้น พยายามรักษาความน่าเชื่อถือของระบบในระดับสูง เพื่อทำให้เกิดประโยชน์สูงที่สุดสำหรับชุมชนนักพัฒนาขององค์กรของเรา”

เปิดการขึ้นใช้งานระบบอย่างรวดเร็วด้วย การประหยัดค่าใช้จ่าย/พลังงานสำหรับ Disaggregated RAN 

VMware Telco Cloud Platform RAN™ 2.0 ช่วยเพิ่มความเร็วและลดความยุ่งยากในการปรับใช้งานตลอดทั้งไซต์ของ RAN แบบกระจาย ด้วยระบบ Cloud Smart อัตโนมัติ สำหรับรุ่นใหม่นี้จะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพ ความสามารถในการใช้งาน และขนาด รวมทั้งช่วยเพิ่มความเร็วในการปรับปรุงและลดเวลาในการเปิดใช้งาน

  • VMware Bare Metal Automation ที่เพิ่มเติมขึ้น ช่วย CSPs ให้จัดเตรียม Zero-touch ที่ง่ายขึ้น และการจัดการ lifecycle ตั้งแต่การจัดเตรียม Bare Metal ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ของ telco และการทำงานของเครือข่าย
  • การปรับปรุง VMware ESXi (ที่รวมอยู่ในแพลตฟอร์ม) ทำให้เห็นประสิทธิภาพเรื่อง latency ของ Bare Metal เพิ่มขึ้น รวมถึงประสิทธิภาพด้านความยืดหยุ่น ความคล่องตัว และความปลอดภัย ที่ถูกรวมเอาไว้ในแพลตฟอร์มแบบเสมือน

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

เกี่ยวกับ VMware

VMware เป็นผู้ให้บริการชั้นนำทางด้านมัลติคลาวด์สำหรับแอปพลิเคชันทั้งหมด เพื่อสร้างนวัตกรรมดิจิทัลด้วยการควบคุมระดับองค์กร ในฐานะที่เป็นรากฐานที่มีความน่าเชื่อถือเพื่อเร่งความเร็วในการสร้างนวัตกรรม ซอฟต์แวร์ของ VMware จะช่วยให้ธุรกิจมีความยืดหยุ่นและมอบทางเลือกสำหรับการสร้างอนาคต VMware มีสำนักงานใหญ่ในเมืองพาโลอัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย มุ่งมั่นที่จะสร้างอนาคตที่ดีกว่าภายในปี 2030 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.vmware.com/company

VMware, VMware Ready, และ ESXi  เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนหรือเครื่องหมายการค้าของ VMware, Inc. หรือบริษัทในเครือในสหรัฐอเมริกาและเขตอำนาจศาลอื่นๆ

บทความนี้อาจมีไฮเปอร์ลิงก์ไปยังเว็บไซต์ที่ไม่ใช่ VMware ซึ่งสร้างและดูแลโดยบุคคลที่สามและมีหน้าที่รับผิดชอบเนื้อหาในเว็บไซต์ดังกล่าวแต่เพียงผู้เดียว


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ถอดรหัส AvatarOn A ปลั๊กไฟที่ไม่ใช่แค่ปลั๊กไฟ

สำหรับใครหลายๆ คนเวลาพูดถึงปลั๊กไฟ หรือที่ภาษาช่างเรียกว่า เต้ารับ ส่วนมากมักนึกถึงปลั๊กไฟแบบมี 3 ช่อง กรอบปลั๊กสีขาวพื้นๆ ติดตั้งตามผนังบ้านอย่างที่เห็นกันชินตา แต่ถ้าลองเข้าไปดูในความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ประเภทสวิตช์ไฟและเต้ารับของ “AvatarOn A” จะเห็นถึงความตั้งใจของผู้ผลิตที่ใส่ใจต่อการออกแบบสวิตช์และเต้ารับให้รองรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคอย่างแท้จริง

ที่น่าสนใจคือ ในยุคที่ DIY (Do It Yourself) ต้องมา ทั้งสะดวก ประหยัด ปรับแต่งได้ดั่งใจ ซ้ำยังภาคภูมิใจอีกต่างหาก การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องมาผสมผสานเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เช่น ความสะดวกในการติดตั้งแบบที่เรียกว่า เทคโนโลยี Easy Clip ช่วยให้ติดตั้งปลั๊กไฟได้อย่างง่ายดาย รวดเร็วและปลอดภัย

นับเป็นหนึ่งในหลายปัจจัยที่ทำให้ AvatarOn A ชนะใจคณะกรรมการคว้ารางวัลแบรนด์ยอดเยี่ยมแห่งปี ในสาขา Best Home Solution Influencer Campaign จากงาน Thailand Influencer Awards 2021 พลิกโฉมวงการสวิตช์ไฟ สำหรับบ้านและที่พักอาศัยยุคใหม่ ในฐานะที่เป็นสวิตช์ไฟที่ให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกในการออกแบบสวิตช์ไฟและเต้ารับได้อย่างอิสระตามสไตล์ที่ชื่นชอบ

ในส่วนของสวิตช์ไฟนั้นเมื่อคราวเปิดตัว AvatarOn A รูปลักษณ์ภายนอกที่ออกแบบให้ไร้กรอบ ตอบโจทย์ทุกดีไซน์ เรียบและกลมกลืนไปกับผนังที่ติดตั้ง รวมทั้งสีสันที่มีให้เลือกไม่เพียงแค่สีขาว แต่ยังเพิ่มสีดำและสีเทา รวมเป็น 3 ตัวเลือกเพื่อให้เหมาะกับการออกแบบตามสไตล์ของผู้บริโภค เป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจเมื่อแรกเห็น เนื่องจากในสายงานออกแบบจะทราบดีว่าสีดำ-ขาว ยังคงเป็นสีคลาสสิกตลอดกาลและไม่เคยตกยุค ให้ทั้งความหรู ดูดี มีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

ไม่เพียงเท่านั้น ประเด็นของการใช้งานที่ผู้ผลิตให้ความสำคัญเป็นอันดับ 1 ทั้งในแง่ของประโยชน์ใช้สอยให้ครอบคลุมในทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน และเหนืออื่นใดคือความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยผ่านการรับรองตามมาตรฐานทั้งของประเทศไทยและสากล มีตรา มอก. และ IEC เป็นการันตี บนฐานของการทำวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการใช้งานของผู้บริโภคทุกวันนี้ ซึ่งมีไลฟ์สไตล์ที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์กับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี โดยเพิ่ม USB Type C รองรับการใช้งานกับอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกรูปแบบ

เพราะปลั๊กไฟในปัจจุบันไม่ได้เป็นแค่ปลั๊กไฟ แต่เป็นหัวใจสำคัญของบ้านที่จะขาดเสียมิได้!

เหตุผลของการทำวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ประเภทสวิตช์และปลั๊กไฟให้มีความหลากหลายนั้น ประเด็นสำคัญคือการเพิ่มทางเลือกให้สอดรับและเหมาะสมกับฟังก์ชั่นการใช้งานของแต่ละพื้นที่ ตั้งแต่ห้องนอนไปจนถึงห้องน้ำ รองรับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีหลากประเภทตั้งแต่หม้อหุงข้าวไปจนถึงสมาร์ทโฟน

Put the Right Man on the Right Job ฉันท์ใดก็ฉันท์นั้น แต่ละห้องในบ้านมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ต่างกัน ฉะนั้นการเลือกสวิตช์และปลั๊กไฟจึงควรเลือกให้เหมาะกับการใช้งานของแต่ละพื้นที่เช่นกัน

ตัวอย่างเช่น “ห้องนอน” ห้องแห่งการพักผ่อน ชาร์จแบตเตอรี่ยามที่เหนื่อยล้าจากภารกิจนอกบ้าน หัวใจสำคัญของห้องอยู่ที่หัวนอน การติดตั้งสวิตช์และปลั๊กไฟที่หัวเตียง ควรเลือกปลั๊กไฟแบบที่มี USB Port ด้วย เพื่อรองรับการใช้งานสมาร์ทโฟน ขณะที่สวิตช์ไฟถ้าใช้แบบดิมเมอร์ สามารถหรี่ไฟปรับบรรยากาศสำหรับการพักผ่อนได้อย่างเต็มที่และตื่นขึ้นพร้อมรับวันใหม่อย่างสดใส

“ห้องโถง” หรือ “ห้องนั่งเล่น” เนื่องจากเป็นห้องอเนกประสงค์ที่ทุกคนใช้ทำกิจกรรมร่วมกัน นอกจากตำแหน่งของปลั๊กไฟที่ไม่ควรอยู่ในระดับที่ต่ำเกินไปเพื่อป้องกันเด็กเล็กแล้ว การเลือกปลั๊กที่มีม่านนิรภัยเป็นการเพิ่มความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง รวมทั้งสวิตช์ไฟแบบ 2 ทางเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เช่นในจุดเชิงบันไดเพื่อจะสามารถปิด-เปิดไฟในส่วนของชั้นบนของอาคารได้อีกด้วย หรือ การติดสวิตช์ 2 ทางบริเวณหัวนอนก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ไม่เลว สามารถเปิด-ปิดไฟได้โดยไม่ต้องลุกจากเตียงนอน เป็นต้น ซึ่งเราสามารถเลือกสีสวิตช์ไฟให้แตกต่างเพื่อง่ายในการจดจำ

ห้องที่เป็นเสบียงคลังของบ้าน อย่าง “ห้องครัว” อุปกรณ์ที่ใช้งานในพื้นที่นี้มักเป็นอุปกรณ์ที่ต้องเสียบปลั๊กแทบจะตลอดเวลา เช่น ตู้เย็น หม้อหุงข้าว กาต้มน้ำ ฯลฯ ควรเลือกใช้ปลั๊กไฟแบบที่มีสวิตช์ปิด-เปิด เพื่อว่าจะไม่ต้องถอดปลั๊กทุกครั้งที่เลิกใช้งาน และควรเลือกสเปคที่รองรับกำลังวัตต์สูงอย่างน้อย 2,500 วัตต์ ส่วนห้องสุดท้ายที่จะขาดไปเสียไม่ได้คือ “ห้องน้ำ” การติดตั้งปลั๊กไฟควรเลือกชนิดที่มีฝาครอบกันน้ำจะดีที่สุด

หยิบเอาสาระน่าสนใจเหล่านี้มาเล่าสู่กันฟังเป็นข้อคิดพิจารณา เพราะฟังก์ชั่นครบ ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน…เช่นนี้ไม่รัก AvatarOn A ได้อย่างไร!


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

การเปิดตัวครั้งใหม่ของแพลตฟอร์ม Porsche Experience

IBM iX ร่วมกับ Porsche ออกแบบแพลตฟอร์ม “Porsche Experience” ขึ้นใหม่ นำสู่เว็บไซต์ที่การันตีว่าผู้ใช้จะได้รับประสบการณ์รถยนต์ Porsche สุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาที่สร้างความรู้สึกร่วมให้กับผู้ใช้ ฟังก์ชันค้นหากิจกรรมที่สร้างแรงบันดาลใจ รวมถึงระบบจองการเดินทางที่ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน โดยทั้งหมดนี้ถูกรวมอยู่ภายใต้การออกแบบที่น่าดึงดูดและแฝงจิตวิญญาณของ Porsche แบบ 100%

ทาง IBM iX ได้เริ่มทำการออกแบบแพลตฟอร์ม “Porsche Experience” ขึ้นใหม่ เมื่อเดือนเมษายน 2565 ที่ผ่านมา โดยเป็นเว็บไซต์ที่ส่งมอบประสบการณ์แบบ 360 องศาให้กับแฟนๆ รถยนต์ Porsche ประกอบไปด้วยเรื่องน่าสนใจสำหรับทุกคน ตั้งแต่คอร์สฝึกอบรมการขับขี่ปลอดภัยและการแข่งรถ ไปจนถึงคำแนะนำการเดินทางด้วยรถยนต์ Porsche รุ่นที่คุณชื่นชอบ ทางทีมได้ออกแบบเส้นทางประสบการณ์ของลูกค้าขึ้นใหม่เฉพาะสำหรับแพลตฟอร์มนี้ โดยคำนึงถึงระบบการออกแบบของรถยนต์ Porsche และ CI (Customer Intelligence) ที่มีอยู่เป็นสำคัญ นอกจากนี้ ยังมีการปรับโครงสร้างเทคโนโลยีของพอร์ทัลทั้งหมด บนพื้นฐานของสถาปัตยกรรมแบบ headless และโครงสร้างแบบไมโครเซอร์วิส ที่เชื่อมต่อเข้ากับสภาพแวดล้อมของ Sitecore ที่มีอยู่แล้ว

ประสบการณ์ของลูกค้าในแบบฉบับเฉพาะบุคคล

แพลตฟอร์มดังกล่าวยังได้มอบความเพลิดเพลินจากประสบการณ์การขับขี่แบบพิเศษและเฉพาะบุคคลให้กับลูกค้าด้วย Porsche Driving Experiences ที่ไม่จำกัดเฉพาะการสร้างประสบการณ์การขับขี่หลังพวงมาลัยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเส้นทางประสบการณ์ของลูกค้าทั้งหมด ตั้งแต่เริ่มเข้าชมเว็บไซต์ครั้งแรก การเลือกประสบการณ์การขับขี่ ไปจนถึงขั้นตอนการจองและประสบการณ์การขับขี่ที่ตามมา โดยผู้ใช้จะสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณความเป็น Porsche ตลอดเวลาที่ใช้งานแพลตฟอร์มนี้

เว็บไซต์ที่ดึงดูดพร้อมรองรับการใช้งานได้อย่างเยี่ยมยอด

การรองรับการใช้งานเว็บไซต์ในแนวทางที่ดึงดูดใจ ถือเป็นสิ่งจำเป็นทั้งสำหรับลูกค้าที่มองหา “Porsche Experience” ครั้งใหม่ และพนักงานที่ต้องการสร้างกิจกรรมและเนื้อหาที่น่าตื่นเต้นให้กับกลุ่มเป้าหมายของตนในแนวทางที่ง่ายดายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ดังนั้น การออกแบบแพลตฟอร์ม Porsche Experience ขึ้นใหม่จึงมุ่งเน้นไปในเรื่องของเวลาการโหลดที่รวดเร็ว การออกแบบที่ดึงดูดใจ ใช้งานสะดวก คำแนะนำผู้ใช้ที่ใช้งานง่าย และรูปแบบการใช้งานที่มาพร้อมคำอธิบายในตัว

เทคโนโลยีก้าวล้ำ

ก่อนที่จะมีการออกแบบแพลตฟอร์มนี้ขึ้นใหม่ IBM iX ทำการได้วิเคราะห์ระบบที่มีอยู่ในแง่ของฟังก์ชันการทำงาน ประสิทธิภาพ และความปลอดภัย โดย IBM iX พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและเทคโนโลยี ทำหน้าที่เป็นคู่ซ้อมให้กับ Porsche Experience ให้คำแนะนำแก่บริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีและเทรนด์การออกแบบล่าสุด โดย IBM iX ดำเนินการอิมพลีเมนต์ด้วยการพัฒนาโซลูชันที่ใช้สถาปัตยกรรมแบบไมโครเซอร์วิสแบบ headless และ cloud-native พร้อมด้วยฟรอนต์เอนด์แบบ angular-based ที่ก้าวล้ำ โดยอินทิเกรทแพลตฟอร์มแบ็กเอนด์อีคอมเมิร์ซที่มีอยู่เข้ากับโซลูชันใหม่รวมถึง Sitecore ซึ่งเป็นระบบการจัดการเนื้อหา

ประโยชน์แก่ผู้ใช้

การออกแบบแพลตฟอร์มขึ้นใหม่นี้ช่วยให้ลูกค้า Porsche สามารถเข้าถึงประสบการณ์ของแบรนด์ได้เร็วขึ้นและง่ายขึ้น พร้อมด้วยเส้นทางประสบการณ์ของลูกค้าแบบไร้รอยต่อในทุกทัชพอยท์ การออกแบบแพลตฟอร์มให้เป็นแบบ multi-tenant ยังช่วยให้ Porsche สามารถสเกลการใช้งานไปได้ทั่วโลก และร่วมมือกับพันธมิตรในกิจกรรมต่างๆ ได้โดยผ่านแพลตฟอร์มหนึ่งเดียวนี้ เทคโนโลยีใหม่นี้นำสู่การใช้งานโดยไม่มีดาวน์ไทม์ ระดับความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น และประสิทธิภาพที่น่าประทับใจทั่วทั้งระบบและเอนจิ้นการจอง ขณะเดียวกันก็ช่วยลดภาระในการบำรุงรักษาลง พนักงาน Porsche ยังสามารถใช้แพลตฟอร์มใหม่นี้เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการสร้างเนื้อหา และตั้งค่าบริหารจัดการกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำสู่การประหยัดต้นทุนและเวลา

สัมผัสแพลตฟอร์ม Porsche Experience ใหม่ได้ที่ https://experience.porsche.com


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ฟูจิตสึ ประกาศจัดงาน Fujitsu ActivateNow 2022 ในเอเชีย นำเสนอนวัตกรรมดิจิทัล โชว์วิสัยทัศน์ระดับโลกขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

กรุงเทพ—4 ต.ค. 2565– ฟูจิตสึ ประกาศเตรียมจัดงานอีเวนต์ออนไลน์ระดับโลก Fujitsu ActivateNow 2022 ในวันที่ 12 ตุลาคม 2565 โดยเน้นวิสัยทัศน์ เทคโนโลยี และกรณีศึกษา เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนผ่านนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่สังคม ลูกค้า คู่ค้า และบรรดาผู้นำรุ่นต่อไป

งานนี้ มีโปรแกรมจัดขึ้นทั่วโลก นำโดย คุณทาคาฮิโตะ โทคิตะ CEO และ CDXO ของฟูจิตสึ กรุ๊ป และ คุณวิเวก มหจัน CTO รวมทั้งวิทยากรพิเศษอีกมากมาย นอกจากนี้ ฟูจิตสึ ยังมีโปรแกรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับผู้ร่วมงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย โดยคุณแกรม เบียร์ดเซลล์ EVP และ CEO ของฟูจิตสึ เอเชียแปซิฟิก จะแสดงวิสัยทัศน์ เรื่องการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนในมุมมองของเอเชียแปซิฟิก

ภายในงาน คุณทาคาฮิโตะ โทคิตะ CEO และ CDXO ของฟูจิตสึ จะแถลงเปิดงาน นำเสนอทิศทางของฟูจิตสึ การทำงานร่วมกับลูกค้าและพันธมิตร ในการส่งมอบการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนเชิงธุรกิจ เพื่อสร้างโลกที่ดีขึ้น โดยในการบอกเล่าเรื่องราวในครั้งนี้ จะมีวิทยากรทั้งจากฟูจิตสึเอง และวิทยากรรับเชิญพิเศษจากทั่วโลกมาร่วมด้วย

รวมทั้ง คุณเมกูมิ ชิมาสุ รองประธานอาวุโส ของฟูจิตสึ จะมาเล่าเรื่องราว ความพยายามของลูกค้า ในการแก้ปัญหาสังคมผ่านค่านิยมใหม่ที่สร้างขึ้นโดยฟูจิตสึ ยูวานซ์ ในการเชื่อมโยงผู้คน เทคโนโลยี และไอเดียเข้าด้วยกัน

สำหรับผู้ชมในภูมิภาคเอเชีย คุณแกรม เบียร์ดเซลล์ EVP และ CEO ของฟูจิตสึ เอเชียแปซิฟิก จะมานำเสนอข้อมูลภายในว่า ฟูจิตสึ มีการจัดลำดับความสำคัญของความยั่งยืนเชิงธุรกิจและจะยกระดับการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนผ่านนวัตกรรมดิจิทัลสำหรับลูกค้าและชุมชนได้อย่างไร

โดย ฟูจิตสึ สนับสนุนให้บรรดาผู้นำทั้งหลาย มีการตรวจสอบการดำเนินธุรกิจของตน เพื่อค้นหาความคิดริเริ่มใหม่ๆ ที่สามารถเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนได้ และแนะนำให้ใช้ประโยชน์จาก อีโคซิสเต็มทางธุรกิจ เพื่อช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ สู่แนวทางการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

โดยช่วงท้าย คุณโคจิ มาสึดะ หัวหน้าสำนักงานเอเชียตะวันออก จะมานำเสนอข้อมูลสำคัญหลักๆ ในงาน Fujitsu ActivateNow 2022 ครั้งนี้อีกด้วย

ภาพรวมของงาน

วันพุธที่ 12 ตุลาคม 2565

เวลา 13.30 .  (ไทย)

–  เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (สิงคโปร์มาเลเซียฟิลิปปินส์เวียดนามอินโดนีเซียอินเดีย) เวลา 14.30 ตามเวลาสิงคโปร์ (SGT)

– เอเชียตะวันออก (จีนฮ่องกงไต้หวันเกาหลีใต้)เวลา 14.00 ตามเวลาจีน (CST)

 

แหล่งข้อมูลออนไลน์

ไมโครไซต์ Fujitsu ActivateNow- เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ / เอเชียตะวันออก

ลงทะเบียน– เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ / เอเชียตะวันออก


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

องค์กรควรตั้งเป้าลด “หนี้ทางเทคนิค” ให้เป็นศูนย์หรือไม่?

โดย นายเติมศักดิ์ วีรขจรพงษ์ รองประธานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอาท์ซิสเต็มส์

ถ้าธุรกิจคุณอยู่ในแวดวงการพัฒนาซอฟต์แวร์ คุณอาจเคยได้ยินเกี่ยวกับหนี้ทางเทคนิค (หรือ Technical Debt)  ซึ่งการที่เราต้องคอยดูแลรักษาโค้ดที่มีอยู่หรือปรับปรุงแอปพลิเคชันรุ่นเก่านั้น ถือเป็นส่วนหนึ่งของภาระการทำงานที่เป็นผลมาจากหนี้ทางเทคนิคขององค์กร กล่าวง่าย ๆ ก็คือหนี้ทางเทคนิคหมายถึงการเขียนโค้ดโดยใช้วิธีลัดในอดีต ที่ส่งผลมาถึงอนาคตทำให้คุณต้องแก้ไขอดีตของโค้ดนั้น

ลองจินตนาการดูว่าจะน่าหวั่นใจเพียงใดหากองค์กรต้องรื้อแก้โค้ดบางส่วนที่มีอยู่ และยังต้องทดสอบครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อให้แน่ใจว่าแอปพลิเคชันจะทำงานได้ตามที่คาดหวัง และยังต้องศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับโค้ด “เก่า” ที่นักพัฒนาคนอื่น ๆ เคยเขียนไว้เมื่อหลายปีก่อน แค่นึกถึงงานยุ่งยากมากมายที่รออยู่ ก็รู้สึกหมดแรงแล้ว!

แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับธุรกิจซึ่งเกิดจากการที่ใช้วิธีลัดและเกิดหนี้ทางเทคนิค:

  • ขั้นตอนการพัฒนาช้าลง: ถ้าองค์กรมีหนี้ทางเทคนิคจำนวนมาก เวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างในแอปพลิเคชัน ก็จะต้องแก้ไขโค้ดในหลาย ๆ จุด และทดสอบเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีข้อบกพร่องใด ๆ ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดนี้จะทำให้เกิดความล่าช้าในการนำเสนอฟีเจอร์และบริการที่มีประโยชน์แก่ผู้ใช้
  • ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนามากขึ้น: การมีแอปพลิเคชันที่ซับซ้อนและมีสถาปัตยกรรมและรูปแบบโค้ดที่ไม่เหมาะสมทำให้ต้องใช้นักพัฒนาที่มีความเชี่ยวชาญเพิ่มมากขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาและปรับปรุงแอปให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเราทุกคนรู้ดีว่าทุกวันนี้การจ้างนักพัฒนาที่มีทักษะความชำนาญยากแค่ไหน
  • งานไอทีที่คั่งค้างมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น: คำร้องขอจากฝั่งธุรกิจค่อย ๆ สะสมคั่งค้างมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะทีมพัฒนาไม่สามารถรับมือกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น และปัญหานี้กำลังบั่นทอนศักยภาพและความคล่องตัวของธุรกิจในการนำเสนอคุณประโยชน์ การสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการรักษาขีดความสามารถด้านการแข่งขันขององค์กร
  • เพิ่มความเสี่ยงการเกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัย: ทางลัดที่ใช้เพื่อให้สามารถพัฒนาแอปพลิเคชันได้อย่างรวดเร็วอาจก่อให้เกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยตามมา

ดังนั้น องค์กรควรตั้งเป้าขจัดปัญหานี้ให้หมดไปอย่างสิ้นเชิง และยิ่งไปกว่านั้น ถ้าจำเป็นที่จะต้องนำเสนอผลิตภัณฑ์ดิจิทัลใหม่ ๆ ให้เร็วกว่าที่เคย ก็ยิ่งไม่มีทางที่จะอยู่รอดได้ถ้าหากยังมีหนี้ทางเทคนิคค้างอยู่

ทำไมการดำเนินธุรกิจอย่างปลอดหนี้ถึงเป็นเรื่องยาก

ก่อนอื่นเราจะเริ่มจากการตอบคำถามส่วนแรก นั่นคือ การขจัดหนี้ทางเทคนิคเป็นเรื่องยากที่จะทำได้สำเร็จ นั่นเป็นเพราะว่าหนี้ทางเทคนิคไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการเขียนโค้ดอย่างไม่เหมาะสมและการเลี่ยงใช้แนวทางการพัฒนาที่ถูกต้อง เพื่อให้สามารถนำเสนอแอปออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้นเท่านั้น  นั่นเป็นเพียงสาเหตุประการหนึ่ง แต่ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการปรับปรุงการวางแผนให้ดียิ่งขึ้น

ปัญหาก็คือ มีปัจจัยภายในและภายนอกหลายอย่างที่องค์กรไม่สามารถควบคุมได้จนก่อให้เกิดหนี้เพิ่มมากขึ้น ตัวอย่างเช่น:

  1. ทีมที่ขาดความชำนาญ: ส่วนใหญ่แล้วเกิดขึ้นจากการที่นักพัฒนาอายุงานยังน้อยในทีมอาจไม่ทราบวิธีการปรับใช้แนวทางที่ถูกต้องเหมาะสม
  2. ข้อมูลรายละเอียดไม่เพียงพอและมีการเปลี่ยนแปลงในนาทีสุดท้าย: หลายครั้งที่นักพัฒนาต้องสร้างหรือปรับเปลี่ยนแอปที่มีอยู่โดยทั้งที่ยังไม่เข้าใจภาพรวมเกี่ยวกับสิ่งที่ธุรกิจต้องการ
  3. ไม่มีการจัดทำเอกสารและการถ่ายทอดองค์ความรู้ระหว่างทีมงานต่าง ๆ: เพื่อเร่งดำเนินโครงการ ทีมพัฒนามักข้ามขั้นตอนการจัดทำเอกสาร เพราะคิดว่าตนเองจะยังคงทำงานอยู่ที่เดิมเพื่อดูแลรักษาแอปอย่างต่อเนื่อง แต่ส่วนใหญ่กลับไม่เป็นเช่นนั้น และผลที่ตามมาก็คือ ทีมงานใหม่ที่ได้รับมอบหมายให้จัดการดูแลและปรับปรุงแก้ไขต่อไม่สามารถเข้าใจบริบทการทำงานของแอปนั้น ๆ โดยรวม และสุดท้ายแล้วก็ทำให้แอปเกิดข้อผิดพลาดเพิ่มมากขึ้น
  4. ขาดวิสัยทัศน์: ทีมงานมุ่งเน้นเฉพาะการส่งมอบแอปพลิเคชันตามกรอบเวลาปัจจุบัน โดยไม่ได้นึกถึงการปรับเปลี่ยนในอนาคต  ซึ่งการมองการณ์ใกล้เช่นนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิธีการออกแบบ รวมไปถึงขีดความสามารถของแอปเพื่อรองรับความต้องการในอนาคต
  5. ความเปลี่ยนแปลงของตลาดที่ไม่อาจคาดการณ์ได้: หนี้ทางเทคนิคยังอาจเป็นผลสืบเนื่องมาจากทุกสิ่งที่องค์กรธุรกิจไม่เคยรู้มาก่อนเมื่อตอนที่เริ่มต้นสร้างโซลูชั่น และองค์กรก็ไม่ได้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์นั้น ๆ

ส่วนใหญ่ปัจจัยเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราไม่อาจคาดเดาได้ ดังนั้นองค์กรจึงควรวางแผนรับมือกับคำถามว่า “เราควรตั้งเป้าลดหนี้ทางเทคนิคให้เป็นศูนย์ดีหรือไม่” คำตอบสั้นๆ ก็คือ ไม่ เนื่องจากหนี้ทางเทคนิคที่ไม่สามารถควบคุมได้ย่อมจะส่งผลกระทบต่อความคล่องตัวของธุรกิจและความสามารถในการตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจที่สำคัญ รวมไปถึงการตอบสนองต่อแรงกดดันของตลาด  ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่เราจะขจัดหนี้ทางเทคนิคให้หมดไปอย่างสิ้นเชิง

ประเด็นหลักจึงไม่ได้อยู่ที่วิธีการขจัดหนี้ทางเทคนิคให้หมดไป แต่เป็นเรื่องของ ”วิธีการควบคุม” หนี้ทางเทคนิคเพื่อรักษาขีดความสามารถในการตอบสนองความต้องการและความจำเป็นเร่งด่วนของธุรกิจ

เคล็ดลับในการจัดการหนี้ทางเทคนิค

หนทางที่ดีที่สุดก็คือ การรับรู้ถึงการมีอยู่ของหนี้ทางเทคนิคและพยายามควบคุมจัดการหนี้ดังกล่าว  วิธีนี้จะช่วยให้ทีมพัฒนาสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้รวดเร็วขึ้น ควบคู่ไปกับการควบคุมความเสี่ยงของหนี้ทางเทคนิคและตอบสนองความต้องการทางด้านธุรกิจ

ทีมงานขององค์กรธุรกิจควรดำเนินการดังต่อไปนี้เพื่อปรับปรุงการจัดการหนี้ทางเทคนิคให้ดียิ่งขึ้น:

  • ปรึกษาทีมพัฒนาเพื่อกำหนดระดับของหนี้ทางเทคนิคที่องค์กรยอมรับได้ และช่วยให้ทีมงานมีความคล่องตัวในระดับที่เพียงพอเพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจ
  • ประเมินความเสี่ยงของการปล่อยผ่าน “หนี้ทางเทคนิค” บางส่วน เพื่อให้สามารถทำงานได้เสร็จตามกำหนดเวลา
  • ประเมินผลกระทบและปัญหายุ่งยากที่จะเกิดขึ้นเมื่อต้องจัดการกับหนี้ทางเทคนิคภายหลัง ด้วยการตั้งคำถามที่เหมาะสม เช่น “หลังจากที่เปิดให้ใช้งานแอปพลิเคชั่นแล้ว จะต้องย้ายข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเพื่อที่จะแก้ไขโค้ดหรือไม่” หรือ “จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อพาร์ทเนอร์ที่ใช้ API จากระบบของเราหรือไม่”

และอีกหนึ่งคำแนะนำ คือ องค์กรควรหันมาใช้แพลตฟอร์มการพัฒนาที่มีเครื่องมือที่จำเป็นครบครันอยู่แล้ว ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจจัดการหนี้ทางเทคนิคได้ทันทีตั้งแต่วันแรก แพลตฟอร์มที่ว่านี้ก็คือแพลตฟอร์ม Low-Code ซึ่งประกอบด้วยเครื่องมือพัฒนามากมายที่จะช่วยให้ทีมพัฒนาสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สำหรับอนาคต โดยมีการจัดการหนี้ทางเทคนิคอย่างเป็นระบบภายไว้ในกระบวนการของการพัฒนา

นอกจากนี้ ยังมีความสามารถของ AI ที่จะช่วยให้ผู้บริหารไอทีสามารถตรวจสอบสถาปัตยกรรมที่ซับซ้อน ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อระบุปัญหาที่เกิดขึ้น และช่วยนักพัฒนาดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม พร้อมหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาด

เกี่ยวกับเอาท์ซิสเต็มส์

เอาท์ซิสเต็มส์ (OutSystems) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2544 ด้วยพันธกิจในการเสริมสร้างขีดความสามารถให้แก่องค์กรต่าง ๆ สำหรับการสร้างสรรค์นวัตกรรมผ่านซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์มแอปพลิเคชัน OutSystems ประกอบด้วยเครื่องมือประสิทธิภาพสูงที่เชื่อมต่อกันและขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างและติดตั้งใช้งานแอปพลิเคชันที่หลากหลายได้อย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์ความต้องการของทุกภาคส่วนภายในองค์กร ด้วย Community member กว่า 435,000 ราย พนักงานมากกว่า 1,500 คน พันธมิตรกว่า 350 ราย และลูกค้าหลายพันรายใน 87 ประเทศ ใน 22 กลุ่มอุตสาหกรรม ธุรกิจของเอาท์ซิสเต็มส์ครอบคลุมทั่วโลก และช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ปรับเปลี่ยนวิธีการพัฒนาแอปพลิเคชันให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทฯ ได้ที่ www.outsystems.com หรือติดตามเราบน Twitter @OutSystems หรือ LinkedIn ที่ https://www.linkedin.com/company/outsystems.


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ออฟฟิศเมท พลัส คว้ารางวัล “3rd Prize Winner” แบรนด์สร้างสรรค์ผลงานอินฟลูเอนเซอร์ยอดเยี่ยม จากงาน Thailand Influencer Awards 2022

ออฟฟิศเมท พลัส ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ขึ้นแท่นรับรางวัล “3rd  Prize Winner” สาขา Best Retail Store & Shopping Mall Influencer Campaign รางวัลแบรนด์สร้างสรรค์ผลงาน อินฟลูเอนเซอร์ยอดเยี่ยม สาขาพื้นที่รีเทลและศูนย์การค้า ในงาน Thailand Influencer Awards 2022 จากการสร้างสรรค์ดิจิทัลคอนเทนต์ที่โดดเด่น เข้าใจง่าย โดนใจกลุ่มเป้าหมาย SME และสร้างผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยม ต่อธุรกิจแฟรนไชส์ จากผลงานชุด “OfficeMate Plus+ แฟรนไชส์น่าลงทุนช่วงโควิด” ซึ่งได้จัดทำและโปรโมทร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ “อายุน้อยร้อยล้าน”ผ่านโซเชียลมีเดียและสื่อการตลาดออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ ได้รับการตอบรับและ Engagementจากกลุ่มเป้าหมายอย่างท่วมท้น โดยมีคุณพฐา รัตนวิศิษฐ์กุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายการตลาด ออฟฟิศเมท เป็นผู้แทนรับรางวัล


 

Exit mobile version