Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ยิปซัมตราช้าง รวมพลพนักงานจิตอาสา เดินหน้าส่งมอบความสุขเพื่อน้องปีที่สอง ณ ราชบุรี

มุ่งมั่นกับการส่งต่อพลังแห่งการให้เพื่อสังคมอย่างไม่หยุดยั้ง กับ “โครงการติดตั้งฝ้า ผนังยิปซัม และทาสีให้กับอาคารสถานที่สาธารณะประโยชน์ เพื่อชุมชนจังหวัดราชบุรี” ที่บริษัท สยามอุตสาหกรรมยิปซัม (สระบุรี) หรือ ยิปซัมตราช้าง ผนึกกำลังกับ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พร้อมใจกันขนทัพพนักงานจิตอาสาใจดีกว่า 100 ชีวิต มาร่วมกันปรับปรุงห้องดนตรี และทาสีรั้วโรงเรียน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาโรงเรียนและส่งเสริมคุณภาพการเรียนการสอนให้กับนักเรียนกว่า 300 คน ณ โรงเรียนท่ามะขามวิทยา อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี

นายจรุง  กาญจนภูมิ ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย บริษัท สยามอุตสาหกรรม ยิปซัม (สระบุรี) จำกัด หรือ ยิปซัมตราช้าง กล่าวว่า “บริษัทฯ มีความยินดีและภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในโครงการนี้เป็นครั้งที่ 2 โดยในปีนี้ทางยิปซัมตราช้างและโรงไฟฟ้าราชบุรี ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรคนสำคัญอย่างสีเบเยอร์ที่มาร่วมกันปรับปรุงห้องดนตรีสากลที่ผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานานหลายสิบปีให้ได้คุณภาพและมาตรฐาน และร่วมกันปรับปรุงทัศนียภาพผ่านการทาสีรั้วโรงเรียนใหม่ นับเป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับพันธกิจของทั้ง 3 องค์กรที่มุ่งสร้างเสริมความเป็นอยู่ที่ดีให้กับสังคมอย่างต่อเนื่อง

“โครงการนี้เป็นการสานต่อพลังแห่งความร่วมมือระหว่าง 3 พันธมิตร ที่ยึดหลักแนวความคิด “ร่วมให้เพื่อชุมชน” โดยเริ่มต้นสนับสนุนและช่วยเหลือเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นฐานรากของการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้ได้รับโอกาสและความรู้ที่สามารถนำไปประกอบวิชาชีพได้อีกด้วย นอกจากนี้ พนักงานจะได้มีโอกาสเรียนรู้การเป็นผู้มีจิตสาธารณะและได้รับฟังความคิดเห็นของชุมชน เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางปรับปรุงการดำเนินงานให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีระหว่างชุมชนและองค์กร เป็นไปตามปณิธานของบริษัทฯ ที่ต้องการจุดประกายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นกับชุมชนและสังคมในวงกว้างต่อไป” นายจรุง กล่าว

นายพยัต ชินวิไล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด กล่าวว่า “โครงการติดตั้งฝ้า ผนังยิปซัม และทาสีให้กับอาคารสถานที่สาธารณะประโยชน์ เพื่อชุมชนจังหวัดราชบุรี” นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ผ่านการสำรวจและสอบถามในเชิงลึกกับชุมชนจนเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงเกิดเป็นโครงการปรับปรุงห้องซ้อมดนตรีและร่วมทาสีรั้วโรงเรียน เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้กับชุมชน โดยมุ่งหวังว่ากิจกรรมซีเอสอาร์ในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการสร้างห้องซ้อมดนตรีจากผลิตภัณฑ์นวัตกรรมคุณภาพแล้ว ยังสามารถกล่อมเกลาจิตใจ ส่งเสริมให้เยาวชน ได้มีโอกาสใช้เวลาว่างไปในทางที่เกิดประโยชน์และสร้างสรรค์ได้อีกด้วย”

นายอภิเชษฐ์ เกตุกร ผู้อำนวยการโรงเรียนท่ามะขามวิทยา กล่าวว่า ในนามของตัวแทนคณะครู นักเรียน และชุมชน ขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี ยิปซัมตราช้าง โรงไฟฟ้าราชบุรี และสีเบเยอร์ ที่เห็นความสำคัญของเด็กและเยาวชนเข้ามาร่วมกันพัฒนาโอกาสทางการศึกษาให้กับโรงเรียนจนได้มีห้องดนตรีที่ได้คุณภาพมาตรฐานสำหรับการเรียน การสอน และทันสมัยที่สุดในจังหวัดราชบุรี โดยทางโรงเรียนมั่นใจว่านับจากนี้เราจะสามารถเดินหน้าสานฝันให้กับเด็กนักเรียนเติบโตอย่างมีคุณภาพ กล้าแสดงออกในทางที่สร้างสรรค์เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการผลักดันให้มีเด็ก ๆ ได้มีโอกาสเป็นตัวแทน
วงดนตรีระดับจังหวัดในอนาคต

สำหรับบรรยากาศในการทำกิจกรรม ณ โรงเรียนท่ามะขามวิทยา อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เป็นไปอย่างสนุกสนาน โดยเหล่าผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาจากยิปซัมตราช้าง โรงไฟฟ้าราชบุรี และสีเบเยอร์ ได้มีโอกาสเยี่ยมชมห้องดนตรีประจำโรงเรียนที่ผ่านการปรับปรุงใหม่โดยใช้ผลิตภัณฑ์แผ่นยิปซัมลดเสียงสะท้อนตราช้าง(เอคโค่บล็อค) แผ่นฝ้าอะคูสติกยูเอสจีบอรอล (ลายแคทเทอร์พิลลาร์ ไคลมาพลัส กลูออน) และชิ้นงานฉลุลายสำเร็จรูปเดคคอร์บอร์ด ตราช้าง ติดตั้งโดยช่างผู้ชำนาญการที่ผ่านการอบรมอย่างถูกต้อง เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะสำหรับห้องซ้อมดนตรี ที่เน้นเรื่องการควบคุมคุณภาพเสียงให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

จากนั้น ผู้บริหารและพนักงานกว่า 100 คน ได้เรียนรู้การใช้งานอุปกรณ์และวิธีการทาสีภายนอกอาคารจากสีเบเยอร์อีกด้วย และแม้ว่าเหล่าอาสาสมัครจะต้องทำกิจกรรมท่ามกลางแสงแดด แต่ด้วยจุดมุ่งหมายเดียวกันคือร่วมให้เพื่อน้อง ทุกคนต่างมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมร่วมแรงร่วมใจกันลงมือทาสีรั้วรอบโรงเรียนด้วยตัวเอง เพื่อช่วยปรับทัศนียภาพที่ดีขึ้นให้กับโรงเรียนด้วยด้วยความเต็มใจ

ก่อนจะปิดท้ายวันกันไปด้วยการแสดงขอบคุณจากใจนักเรียนโรงเรียนท่ามะขามวิทยา ในการแสดงฟ้อนเซิ้งม่วนใจสืบสานวัฒนธรรมไทย 2 ภูมิภาค และการสวดโอ้เอ้วิหารราย ที่การันตีความไพเราะด้วยรางวัลตัวแทนระดับภาคที่หาฟังได้ยากในปัจจุบัน

“เราหวังว่าความมุ่งมั่น ตั้งใจ และร่วมให้จาก 3 องค์กร ในโครงการนี้จะมีส่วนช่วยเพาะพันธุ์เมล็ดกล้าเยาวชนในชุมชนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ เป็นต้นไม้ใหญ่ที่แข็งแรง สวยงาม คอยช่วยเหลือ และดูแลสังคมได้อย่างยั่งยืน” นายจรุง กล่าว

          ผู้ที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหว “โครงการติดตั้งฝ้า ผนังยิปซัม และทาสีให้กับอาคารสถานที่สาธารณะประโยชน์ เพื่อชุมชนจังหวัดราชบุรี” ได้ที่ เว็บไซต์ www.siamgypsum.com / เฟซบุ๊ก GypsumTraChangTH /  และ เฟซบุ๊ก บ้านเรา by โรงไฟฟ้าราชบุรี


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ออฟฟิศเมท เปิดสาขาใหม่ ทำเลทองกลางกรุง ทรู ดิจิทัล พาร์ค เจาะตลาดสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการยุคใหม่

ออฟฟิศเมท เปิดสาขาใหม่ทำเลทองกลางกรุง True Digital Park สุขุมวิท 101 รุกตลาด B2B ไลฟ์สไตล์คนเมือง เดินหน้าตอบโจทย์สตาร์ทอัพ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และธุรกิจต่างๆ ภายใต้แนวคิด “One Stop, All Possibilities” พร้อมรองรับความต้องการของธุรกิจทุกประเภทด้วย Work Solution และ Business Solution ที่ครอบคลุมทั้งสินค้าและบริการแบบครบและจบในที่เดียว ให้ช้อปได้ง่าย สะดวก และไร้ขีดจำกัด โดยผสานช่องทางการช้อปแบบออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกันในคอนเซ็ปต์ “Seamless Experience Omni-Channel”

นางสาววิลาวรรณ ฤกษ์เกรียงไกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ออฟฟิศเมท กล่าวว่า ออฟฟิศเมทเดินหน้าขยายสาขามอบความสะดวกในการช้อปสินค้าที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจให้ลูกค้า B2B อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเปิดสาขาใหม่ในทำเลทองใจกลางกรุงเทพ True Digital Park ชั้น 2 สุขุมวิท 101 ใกล้รถไฟฟ้าปุณณวิถี ซึ่งเป็นที่ตั้งที่โดดเด่นในการดึงดูดสตาร์ทอัพ SME ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และโมเดิร์นออฟฟิศ โดยออฟฟิศเมทพร้อมตอบโจทย์ด้วย “Work & Business Solution” ที่ครอบคลุมความต้องการของธุรกิจยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสตาร์ทอัพ โฮมออฟฟิศ โมเดิร์นออฟฟิศ Co-Working Space หรือการจัดประชุมสัมมนา และงานอีเว้นท์ ด้วยสินค้าอุปกรณ์สำนักงาน ไอที เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ในการดำเนินธุรกิจทุกประเภทรวมกว่า 20,000 รายการ พร้อมด้วยบริการเพื่อธุรกิจทั้งบริการงานพิมพ์ครบวงจรและรับผลิตสินค้าพรีเมียม ทุกอย่างสามารถเลือกช้อปได้อย่างไร้ขีดจำกัดผ่านช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ที่ร้านออฟฟิศเมทสาขาใหม่แห่งนี้ โดยบริการส่งฟรีถึงที่ เพียงช้อปครบ 499 บาทขึ้นไป (ตามเงื่อนไขที่กำหนด)

พิเศษสุดกับโปรโมชั่นฉลองเปิดสาขา 101 True Digital Park วันนี้ – 11 พ.ย. 2562 พบกับ สินค้าโปรโมชั่นสุดคุ้ม อุปกรณ์สำนักงานซื้อ 1 แถม 1 สินค้าเฟอร์นิเจอร์ลดสูงสุด 57% สินค้าไอทีราคาสุดพิเศษ และวันนี้ – 15 พ.ย. 2562 ช้อปครบ 5,000 บาท ขึ้นไป / ใบเสร็จ รับกระเป๋าคลัชแมวเหมียว มูลค่า 85 บาท จำนวน 1 ใบ หรือ ช้อปครบ 20,000 บาท ขึ้นไป / ใบเสร็จ รับกระเป๋าเดินทาง OfficeMate มูลค่า 1,990 บาท จำนวน 1 ใบ (*สินค้ามีจำนวนจำกัด)
ปิดท้ายด้วยโปรโมชั่น วันนี้ – 30 พ.ย. 2562 รับฟรีคูปองส่วนลด 20 บาท 50 บาท และ 140 บาท (*เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไขที่กำหนด) หรือรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 14% จากคะแนนที่แลกเมื่อใช้บัตรเครดิต KTC FOREVER ตั้งแต่ 1,000 คะแนนขึ้นไป จำกัดสูงสุดเท่ายอดซื้อ เมื่อมียอดชำระตั้งแต่ 1,000 บาท ขึ้นไปและตั้งแต่ วันนี้ – 31 ม.ค. 2563 สินค้าทุกชิ้นทั้งร้านยังสามารถผ่อน 0% นาน 3 เดือน เฉพาะบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน และบัตรเครดิต SCB


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

สมาคมอาคารชุดไทยครบรอบ 36 ปี ขอเชิญชวนเข้าร่วมงานเดิน – วิ่ง การกุศล ชิงถ้วยพระราชทาน

สมาคมอาคารชุดไทยครบรอบ 36 ปี ขอเชิญชวนเข้าร่วมงานเดิน – วิ่ง การกุศล ชิงถ้วยพระราชทาน
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ประสบการณ์นอกห้องเรียนกับความสำเร็จที่ต้องพยายามใส่ใจ ตั้งใจและเต็มที่กับสิ่งที่ทำ

นายฐิติยศ ประกายธรรม ชื่อเล่น “มายด์” นักศึกษาสาขาเทคโนโลยีวิศวกรรมซ่อมบำรุงอากาศยาน วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เป็นอีก 1 ในสมาชิกทีมหุ่นยนต์กู้ภัยผู้มีความสามารถด้าน Mechanical เกี่ยวกับการออกแบบโครงสร้างหุ่นยนต์ การสร้างและการซ่อมบำรุงจากทีมหุ่นยนต์กู้ภัย iRAP Sechzig (ไอราฟ เซคซิก) ผลงานล่าสุดคว้ารองแชมป์โลกหุ่นยนต์กู้ภัย จากการแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัยระดับโลก ประจำปี พ.ศ. 2562

“มายด์” ก็เป็นอีกคนที่กวาดรางวัลจากการแข่งขันหุ่นยนต์มาหลายเวที เกิดที่จังหวัดนนทบุรี ขณะที่พูดคุยก็ดูมีบุคลิกที่เงียบๆ แต่แฝงไปด้วยพลังที่เป็นตัวของตัวเองสูง มีความมั่นใจ มุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จ เป็นคนที่ถ้าเลือกตั้งใจจะทำอะไรแล้วเราก็จะเต็มที่กับมันครับ จนบางทีก็ทุ่มมากไปจนเสียการเรียนไปบ้างทำให้ผมก็ต้องจัดสรรเวลาในการทำงานและเรื่องเรียนให้ดีๆ ผมเป็นคนที่พร้อมเรียนรู้และค้นคว้าสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ เช่น ระบบส่งกำลังให้หุ่นยนต์ใหม่ๆ โครงสร้าง วัสดุใหม่ๆ “มายด์” บอกว่าผมจบการศึกษาระดับมัธยมต้น (ม.3) จากโรงเรียนพิชญศึกษา ซึ่งเป็นโรงรียนแรกที่เริ่มทำหุ่นยนต์ ได้เรียนรู้พื้นฐานของหุ่นยนต์มาบ้าง และได้มาทำหุ่นยนต์เพื่อแข่งขันอย่างจริงจังก็ตอนได้เข้าเรียน ปวช. ที่โรงเรียนเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ ไทย-เยอรมัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ได้ความรู้จากวิชาต่างๆ มาเสริมความสามารถมากครับ

ผลงานการแข่งขันหุ่นยนต์ที่ผ่านๆ มา ได้แก่

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศการแข่งขันหุ่นยนต์ ส.ส.ท. ชิงแชมป์ประเทศไทย (TPA robot) 4 ครั้ง ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 การแข่งขันหุ่นยนต์ “World Robot Games Thailand Championship” (WRG) 2 ครั้ง ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1, 2 เข้าแข่งขันรายการ CRU 3 ครั้ง และการแข่งขันรายการ World Robocup Resuce 1 ครั้ง ได้รับรางวัล First place best in class mobility และ second place in rescue competition

จากเวทีหุ่นยนต์ที่ผมได้แข่งขันมาจนถึงปัจจุบัน ผมได้รู้ว่า “การที่จะทำหุ่นยนต์ให้ประสบความสำเร็จ สักเวทีหนึ่งต้องอาศัยความพยายาม ความตั้งใจและใส่ใจแบบพิเศษอย่างมากๆ เพื่อทำให้หุ่นยนต์ออกมาดี” รวมถึงการทำงานเป็นทีม เพราะทีมงานดีมีความสามัคคีและตั้งใจทำและเต็มที่กับมันทุกสิ่งทุกอย่างย่อมออกมาดีแน่นอนครับ ส่วนประสบการณ์นอกห้องที่ได้จากการทำหุ่นยนต์ iRAP เรื่องแรก คือ การแบ่งเวลาให้เป็น ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ครับ เพราะผมก็พลาดไปแล้วอย่างที่เคยบอกไว้ การจัดการเวลาที่ดีทำให้เราสามารถทำอะไรหลายๆ อย่างได้ออกมาได้ลงตัว เรื่องที่สอง คือ ความกดดัน เพราะการทำหุ่นยนต์ในแต่ละเวทีการแข่งขันจะมีเวลาจำกัดมากย่อมเกิดความกดดัน ในสถานการณ์ที่ทุกคนต้องร่วมกันทำ ร่วมรับรู้ และต้องอยู่กับมันให้ได้ ความกดดันแบบนี้หาได้ยากในห้องเรียนครับ (หัวเราะ) เรื่องที่สาม การประยุกต์ความรู้ จากห้องสู่การลงมือปฏิบัติจริงซึ่งมันคือของจริงๆ ที่จับต้องได้แน่นอน ผมว่าในแต่ครั้งที่ทำหุ่นยนต์ได้ใช้ความรู้ในห้องเรียนเยอะมากๆ

“มายด์” บอกว่าเมื่อจบไปแล้วอยากทำงานอยู่ 2 ด้าน ที่ทำให้ผมยังมีความลังเลอยู่ว่าอยากจะเข้าทำงานเป็น “ช่างหรือวิศวกรรมซ่อมบำรุงอากาศยาน หรือว่าเรียนต่อเพื่อเป็นอาจารย์” จะได้ถ่ายถอดความรู้ทางด้านหุ่นยนต์และอากาศยานสู่รุ่นน้อง แต่ใจจริงๆ ผมอยากจะ “มีบริษัทของตัวเองที่จะนำระบบหุ่นยนต์ไปส่งเสริมให้อุตสาหกรรมอากาศยานให้มากขึ้น” จากความรู้และประสบการณ์ที่ผมได้เรียนรู้หลายๆ ด้าน ผมสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดให้มันดีขึ้นไปอีกครับ!! จากการแข่งขันหุ่นยนต์นี้เอง ผมว่าเป็นแรงบันดาลใจให้นักศึกษาหลาย ๆ คน หันมาเก็บเกี่ยวความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการสร้างหุ่นยนต์ให้มี
ประสิทธิภาพสูงสุดในการแข่งขัน อาทิ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ รหัสคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมเครื่องกล ปัญญาประดิษฐ์ เซ็นเซอร์ เป็นต้น ซึ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นกลไกในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศชาติในอนาคตได้แน่นอน

อยากให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ หันมาสนใจทางด้านหุ่นยนต์มากขึ้นเพราะในอนาคตหุ่นยนต์จะเข้ามาแทนมนุษย์มากขึ้นทำให้ผู้มีความรู้ทางด้านหุ่นยนต์จะได้เปรียบกว่า และทางชมรมหุ่นยนต์ของเราเปิดรับสมัครน้อง ๆ ที่สนใจทุกสาขาวิชา เพื่อจะได้ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยของเราสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำขึ้นต่อไป มีพี่คนหนึ่งเคยพูดกับผมไว้ว่า “ถ้าคุณกลับบ้านไปเล่นเกมแล้วไม่อ่านหนังสือเอาเวลามาทำหุ่นดีกว่า”

ฉะนั้นผมจึงไม่ได้มองว่านี่เป็นเพียงการแข่งขันเท่านั้น แต่เรามองเห็นถึงอนาคตที่เทคโนโลยีหุ่นยนต์เหล่านี้จะนำไปสู่การพัฒนาทักษะในการสร้างซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ในอุตสาหกรรม ที่จะช่วยสนับสนุนและสร้างการเปลี่ยนแปลงในภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย รวมทั้งจะสามารถเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น

ขวัญฤทัย ข่าว-ภาพ


 

Categories
บทความ ไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์

ซูเปอร์คา​ปา​ซิ​เตอร์ ตัว​เก็บ​ประจุ​ความ​จุ​สูง

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พื้นฐานที่เรา​จะ​ต้อง​รู้จัก​คือ ตัว​เก็บ​ประจุ​หรือคา​ปา​ซิ​เตอร์ (capacitor) ซึ่ง​มี​ด้วยกัน​หลายชนิด​และ​มี​การ​นำไป​ใช้งาน​ที่​แตกต่างกัน แต่ทำไมค่า​ของ​ตัว​เก็บ​ประจุ มี​แต่​ค่า​​พิโกฟา​รัด (pF : 10-12 ฟา​รัด ), นาโนฟา​รัด (nF : 10-9 ฟา​รัด) และ​ไมโครฟา​รัด (m : 10-6 ฟา​รัด) ไม่เห็น​มี​ค่าฟา​รัด (Farad) ให้​ใช้งานเลย คำ​ตอบ​ที่​ได้​คือ มันเป็นค่าที่​ใหญ่มาก ต่อมาเราจึง​ได้เห็นพัฒนาการของ​ตัว​เก็บ​ประจุซึ่​ทำให้​เราได้​ใช้งาน​ตัว​เก็บ​ประจุค่า 0.1F, 0.33F และ 0.68F ซึ่ง​นำมาใช้​ใน​การ​เป็น​แหล่ง​จ่าย​ไฟสำรอง​ชั่ง​คราว

แต่ในปัจจุบันนี้​เรามี​ตัว​เก็บ​ประจุ​ในหน่วย​ฟา​รัด​ออกมา​ให้​ใช้งานกัน​แล้ว มัน​มีชื่อ​เรียกว่า ซูเปอร์คา​ปา​ซิ​เตอร์ (Super Capacitor) มี​ให้​เลือก​ตั้งแต่ 1 ฟา​รัด​ไป​จนถึง​หลาย​สิบ หลาย​ร้อยฟา​รัด​เลย​ทีเดียว

คุณสมบัติ​เด่นของซูเปอร์คา​ปา​ซิ​เตอร์ ตัว​เก็บ​ประจุ​ความ​จุ​สูง​พิเศษ

  • มี​ค่า​ความ​จุ​สูง​ถึง​สูงมาก (1 ถึง​หลาย​สิบ หลาย​ร้อยฟา​รัด) ให้เลือกใช้ ภายใต้ขนาดของตัวถังที่​ไม่​ใหญ่ หรือ​อาจ​กล่าวได้ว่า เล็กมาก​เมื่อ​เทียบกับ​ค่า​ความ​จุ​ไฟฟ้า
  • ใช้​เทคโนโลยี​นำ​ไฟฟ้าแบบ 2 ชั้น (Electrical Double-Layer) ซึ่ง​ไม่มี​การใช้​ไดอิ​เล็ก​ตริก​ที่​เป็น​ของแข็ง​ดังที่​ใช้​ใน​การ​ผลิต​ตัว​เก็บ​ประจุ​ด้วย​เทคโนโลยี​เก่า และ​ใช้​ปฏิกิริยา​ทาง​เคมี​ใน​ลักษณะ​เดียว​กับ​แบตเตอรี่ ทำให้สามารถ​เพิ่ม​ความ​จุ​ไฟฟ้าได้มาก จึง​เรียกตัว​เก็บ​ประจุ​แบบนี้​ว่า EDLC (Electrical Double-Layer Capacitor)
  • ไม่ต้องการวงจรประจุ​หรือ​คายประจุที่​พิเศษแต่อย่างใด
  • การ​ประจุ​และ​คาย​ประจุ​ด้วย​แรงดัน​ที่​เกิน​ไม่​ส่งผลให้เกิดการจดจำค่าแรงดัน​หรือ memory effect ดังเช่นที่​พบ​ใน​แบตเตอรี่​แบบ​ประจุ​ได้
  • ใช้​เทคโนโลยี​พลังงาน​สะอาด​ใน​การ​ผลิต
  • เนื่องจาก​สามารถ​บัดกรี​เข้ากับ​แผ่น​วงจร​พิมพ์​ได้ ​ทำให้​ไม่มี​ปัญหา​เรื่อง​หน้า​สัมผัสใน​การ​เชื่อม​ต่อ​เพื่อ​ใช้งาน

รูปที่ 1 หน้าตาของซูเปอร์คาปาซิเตอร์แบบความต้านทานต่ำหรือ Low ESR คล้ายตัวเก็บประจุอิเล็กทรอไลต์ทั่วไป ที่น่าทึ่งคือ มันมีความจุ 3.3F 2.5V (ซ้าย) ซึ่งมากกว่า 470µF 16V (ขวา) ที่วางเปรียบเทียบกันถึงกว่า 7,000 เท่า แต่มีขนาดเกือบเท่ากัน

ข้อจำกัด​ของ​ซูเปอร์คา​ปา​ซิ​เตอร์

  • ​อายุ​การ​ใช้งาน เนื่องจาก​อายุ​ของ​สารอิ​เล็กท​รอ​ไลต์​ที่​นำมา​ทำเป็น​ไดอิ​เล็ก​ตริก
  • สารอิ​เล็กท​รอ​ไลต์​อาจ​รั่วออก​มาจาก​ตัว​เก็บ​ประจุ​ได้ หาก​ใช้งาน​ไม่​ถูกวิธี
  • ไม่​สามารถ​ใช้​ใน​การ​ถ่ายทอด​สัญญาณไฟ​สลับได้
  • มี​พิกัด​แรงดัน​ให้เลือกใช้งานไม่สูง ส่วนใหญ่อยู่​ใน​ย่าน 2 ถึง 5V (แต่​เชี่อว่า ใน​อนาคต​จะ​สามารถ​ทำได้)

ตัวอย่าง​งาน​ที่​นำ​ซูเปอร์คา​ปา​ซิ​เตอร์​ไป​ใช้

1. ใช้​ใน​วงจร​จ่าย​ไฟสำรอง​สำหรับ​รักษาข้อมูล​ใน​หน่วยความจำ​ของ เครื่อง​ตั้งเวลา, ระบบ​สมองกล​ฝังตัว, เครื่องเล่น DVD และ​เครื่องเสียง​สมัยใหม่​ที่​ต้องการ​เก็บข้อมูล​การ​ใช้งาน​ของ​ผู้ใช้งาน
2. ใช้​เป็น​แหล่ง​จ่ายไฟ​ชั่วคราว​สำหรับ​อุปกรณ์​หรือ​เครื่องมืออิ​เล็กท​รอ​นิกส์​แบบ​พกพา​เมื่อ​มี​การ​เปลี่ยน​แบตเตอรี่ โดย​แรงดัน​ที่​ตัว​เก็บ​ประจุ​นี้​สะสม​ไว้​จะ​นำมาใช้​เป็นไฟ​เลี้ยง​ระบบ​แทนที่​แบตเตอรี่​จนกว่า​การ​เปลี่ยน​แบตเตอรี่​จะ​เสร็จ​สมบูรณ์
3. ใช้​เป็น​แหล่ง​จ่าย​ไฟสำรอง​สำหรับ​ระบบ​ที่​ใช้​ไฟ​เลี้ยง​จาก​เซล​แสง​อาทิตย์ เช่นนาฬิกา​ข้อมือ, ระบบ​ควบคุม​เวลา และ​ระบบ​บันทึก​ข้อมูล​แบบ​พกพา โดย​กลาง​วันที่​มี​แดด​จะ​ใช้​พลังงาน​จาก​เซล​รับ​แสง​อาทิตย์​และ​มี​การ​ประจุ​แรงดัน​ไว้​ที่​ตัว​เก็บ​ประจุ เมื่อ​ถึงเวลา​กลางคืน​ที่​ไม่มี​แดด ระบบ​ก็​จะ​เปลี่ยน​มา​ใช้​ไฟ​เลี้ยง​จาก​ตัว​เก็บ​ประจุ​ความ​จุ​สูง​หรือ​ซูเปอร์คา​ปา​ซิ​เตอร์​นี้
4. ใช้​เป็น​แหล่ง​พลังงาน​ชั่วคราว​สำหรับ​รถยนต์​ไฮ​บริดจ์​ในขณะที่​รถยนต์​มี​การ​เบรก​หรือ​ใน​ช่วง​สตาร์ต​เครื่องยนต์

Electrical Double-Layer : ชั้นนำไฟฟ้า 2 ชั้น เทคโนโลยีที่ทลายข้อจำกัด
ในรูปที่ 2 แสดงโครงสร้างทางวัสดุของตัวเก็บประจุความจุสูงนี้ จะเห็นว่า มีส่วนประกอบที่สำคัญตัวหนี่งซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดตัวเก็บประจุความจุสูงนี้ขึ้นมาได้ นั่นคือ ผงถ่านกัมมันต์หรือ Activated Charcoal ซึ่งได้รับการจัดการให้มี 2 ชั้นคือ ชั้นแอโนดและชั้นแคโทด โดยมีอิเล็กทรอไลต์ทำหน้าที่เป็นไดอิเล็กตริก ด้วยคุณสมบัติที่พิเศษของผงถ่านกัมมันต์ซึ่งสามารถดูดซับอิเล็กตรอนได จึงทำให้มันกลายสภาพเป็นขั้วไฟฟ้าหรืออิเล็กโตรดได้ ดังนั้นจึงทำให้ดูเหมือนกับว่ามีชั้นตัวนำไฟฟ้า 2 ชั้นซ้อนกัน นั่นจึงทำให้เราสามารถมีพื้นที่สำหรับเก็บประจุไฟฟ้าได้มากขึ้นอย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีในการผลิตตัวเก็บประจุแบบเดิม


รูปที่ 2 แสดงโครงสร้างทางวัสดุของซูเปอร์คาปาซิเตอร์หรือตัวเก็บประจุความจุสูงพิเศษและวงจรสมมูลย์

ถ่านกัมมันต์หรือ Actived Charcoal คือตัวเปลี่ยนเทคโนโลยี
ถ่านกัมมันต์เป็นถ่านที่พัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีในระดับนานโนเพื่อทำให้โครงสร้างทางกายภาพของถ่านเกิดรูพรุนหรือรอยแตกขนาดเล็กในระดับนาโนเมตร (10-9 เมตร) จำนวนมาก ซึ่งภายในผนังรูพรุนนี้เองคือ พื้นที่ที่ทำการกักหรือเก็บประจุไฟฟ้า จึงอาจมองได้ว่า ถ่านกัมมันต์ทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำที่ดูดหรือซึมซับเอาประจุไฟฟ้าเข้ามารวมกันไว้ ทำให้ถ่าน กัมมันต์กลายเป็นขั้วไฟฟ้าได้ในที่สุด
การนำถ่านกัมมันต์มาใช้ในการสร้างตัวเก็บประจุจะมารูปของผงถ่านที่เคลือบลงบนแผ่นฟอยล์อะลูมิเนียมที่นำมาทำเป็นขั้วไฟฟ้าในตัวเก็บประจุ


รูปที่ 3 หน้าตาของถ่านกัมมันต์หรือ แบบหนึ่ง


รูปที่ 4 ภาพขยายเพื่อแสดงให้เห็นผิวของถ่านกัมมันต์ที่เป็นรูพรุนสำหรับกักเก็บประจุไฟฟ้าและโครงสร้างภายในของตัวเก็บประจุความจุสูงพิเศษ

ขั้นตอน​การ​ผลิต​ซูเปอร์คา​ปา​ซิ​เตอร์
ใน​รูป​ที่ 5 แสดง​ขั้นตอน​การ​ผลิต​ซูเปอร์คา​ปา​ซิ​เตอร์​หรือ​ตัว​เก็บ​ประจุ​ความ​จุ​สูง อธิบาย​ได้​ดังนี้
(1) เคลือบ​ผง​ถ่านกัม​มันต์​ลง​บน​แผ่น​ฟอยล์อะลูมิเนียม เพื่อ​สร้าง​ขั้ว ไฟฟ้า​จาก​ถ่านกัม​มันต์ (activated charcoal electrode) โดย​แบ่ง​การ​ทำเป็น​ขั้ว​แอโนด​และ​แคโทด
(2) ติดตั้ง​ขั้ว​หรือ​ขา​ต่อ​นำ​ไฟฟ้า​เข้ากับ​ชั้น​แอโนด​และแคโทด
(3) นำ​กระดาษ​ที่​ชุบ​สารละลายอิ​เล็กท​รอ​ไลต์​มา​คั่น​ระหว่าง​ชั้น​แอโนด​และ​แคโทด แล้ว​ม้วน​เป็น​ทรงกระบอก ติด​ด้วย​เทป​เพื่อ​รักษา​รูป​ทรงไว้
(4) นำ​ตัวถัง​ของ​ตัว​เก็บ​ประจุ​มา​หุ้ม​พร้อมกับ​ติด​ยาง​หุ้ม​ขา เพื่อ​ป้องกัน​ไม่​ให้​ขา​ของ​ตัว​เก็บ​ประจุ​ต่อ​ถึงกัน
(5) หุ้ม​ฉลาก​ที่​ระบุ​ยี่ห้อ ค่า​ความ​จุ และ​พิกัด​การ​ใช้งาน​ลง​บน​ตัวถัง ก็​จะ​ได้ตัว​เก็บ​ประจุ​ความ​จุ​สูง​พิเศษ​หรือ​ซูเปอร์คา​ปา​ซิ​เตอร์​มา​ใช้งาน


รูปที่ 5 ขั้นตอนการผลิตตัวเก็บประจุความจุสูง (www.elna.com)

ซูเปอร์คาปาซิเตอร์ V.S. แบตเตอรี่
ในตารางที่ 1 แสดงการเปรียบเทียบคุณสมบัติในด้านต่างๆ ของตัวเก็บประจุความจุสูงพิเศษนี้กับแบตเตอรี่และตัวเก็บประจุชนิดอิเล็กทรอไลต์ในแบบดั้งเดิม จะเห็นได้ว่าตัวเก็บประจุ EDLC มีข้อโดดเด่นในด้านเทคโนโลยีของวัสดุที่นำมาใช้ในการผลิต, สารอิเล็กทรอไลต์ที่นำมาใช้เป็นชนิดที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ จึงไม่ก่อมลภาวะ และสามารถประจุซ้ำใหม่ได้มากกว่า 100,000 รอบ ซึ่งมากกว่าแบตเตอรี่ทุกชนิด


ตารางที่ 1 การเปรียบเทียบคุณสมบัติต่างๆ ระหว่างตัวเก็บประจุความจุสูงพิเศษที่ใช้ เทคโนโลยี EDLC, ตัวเก็บประจุอิเล็กทรอไลต์มาตรฐาน และแบตเตอรี่


รูปที่ 6 ตัวอย่างของซูเปอร์คาปาซิเตอร์แบบต่างๆ


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยี ไทย – ฝรั่งเศส มจพ. จัดฝึกอบรมเข้มข้น เน้นทักษะใหม่ “Reskill”

ผศ.ดร.วัฒนา แก้วมณี ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยี ไทย – ฝรั่งเศส มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เปิดเผยว่า ทางสถาบัน ฯ ขานรับนโยบายโครงการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่เดินหน้าเต็มพิกัดตามที่รัฐบาลมีนโยบาย Thailand 4.0 โดยมีสาระส่วนหนึ่งในการเร่งพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของประเทศให้ก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง โดยการสร้างและส่งเสริมกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง ซึ่งมีการใช้เทคโนโลยีและใช้องค์ความรู้ในการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์นั้น ปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งในการที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้คือเราจำเป็นจะต้องพัฒนากำลังคนที่มีศักยภาพขั้นสูงทั้งในด้านทักษะปฏิบัติและองค์ความรู้สมัยใหม่เพื่อเข้าไปทำงานในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งการพัฒนาในระยะยาว คือ การปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการในอนาคตซึ่งอาจต้องใช้เวลาสัก 3 – 5 ปี ในการรอบัณฑิตจบการศึกษาและเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม ส่วนในระยะกลางและระยะสั้นซึ่งจะเห็นผลได้เร็ว ซึ่งเป็นแนวทางที่สถาบันฯ เลือกใช้ คือ การนำกำลังคนในภาคอุตสาหกรรมมาฝึกอบรมแบบเข้มข้น “เพื่อให้เกิดทักษะใหม่หรือที่เรียกว่า การ Reskill”

ปัจจุบันสถาบัน ฯ ได้รับอนุญาตให้เป็นหน่วยฝึกอบรม (Authorized Training Body) ของสถาบันการเชื่อมแห่งประเทศไทย (Welding Institute of Thailand: WIT) ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากสถาบัน
การเชื่อมสากล (International Institute of Welding: IIW) ซึ่งประกอบไปด้วยประเทศ 60 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมเป็นสมาชิก ทำให้สถาบัน ฯ ได้รับการรับรอง สามารถดำเนินการฝึกอบรมตามหลักสูตรมาตรฐานสากลที่กำหนด ฉะนั้นผู้เข้ารับการอบรมและสอบผ่านตามเกณฑ์จะได้รับใบ certificate หรือที่เราเรียกใบ Diploma ที่สามารถนำไปใช้ได้ใน 60 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม เช่น ฝรั่งเศส เยอรมัน อเมริกา เป็นต้น

เมื่อพิจารณาเรื่องงานเชื่อมแล้วบุคคลทั่วไปอาจจะไม่ทราบว่าเข้ากับอุตสาหกรรมใด ๆ แต่จริง ๆ แล้วงานเชื่อมเป็นพื้นฐานของอุตสาหกรรมแทบทุกชนิด เช่น ในชิ้นส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์ โครงสร้างขนาดใหญ่ เช่น แท่นขุดเจาะแก๊สธรรมชาติ โครงสร้างอาคาร ขบวนรถไฟ รางรถไฟ ชิ้นส่วนอากาศยาน การต่อเรือ การเชื่อมขนาดเล็กโดยการใช้เลเซอร์ การเชื่อมถังอุปกรณ์ภาชนะรับแรงดัน ซึ่งจะเห็นว่าการเชื่อมเป็นรากฐานสำคัญในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้ซึ่งเราใช้ความเชี่ยวชาญตรงนี้ ในการเสนอหลักสูตรบัณฑิตพันธุ์ใหม่ สถาบัน ฯ ได้ดำเนินโครงการมาเป็นรุ่นที่ 3 จำนวน 60 คน ผู้เข้าอบรมส่วนมากมาจากภาคอุตสาหกรรม ซึ่งต้องใช้ทักษะและองค์ความรู้ด้านงานเชื่อมในการทำงาน

การอบรมแต่ละหลักสูตรมีระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ซึ่งสอดคล้องตามมาตรฐานของสถาบันการเชื่อมสากล รวมทั้งเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ไม่ต้องการเป็นหลักสูตรที่สั้นมาก ต้องเป็นหลักสูตรที่มีระยะเวลาฝึกฝนพอสมควร วิทยากรที่เชิญมาบรรยายจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา มีทั้งอาจารย์ที่สอนในภาคทฤษฎี ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมเป็นวิทยากร เพื่อให้แน่ใจว่าองค์ความรู้ที่ให้ไปสอดคล้องกับงานในภาคอุตสาหกรรมจริง ๆ มีการฝึกนอกสถานที่และการดูงาน การจัดหลักสูตรของบัณฑิตพันธุ์ใหม่จะสอดรับกับพันธกิจของสถาบัน ฯ คือ ต้องการผลิตกำลังพลเพื่อป้อนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมผ่านการฝึกอบรม ส่วนในกรณีที่มีนักศึกษาสนใจที่จะมีอาชีพเป็นวิศวกรการเชื่อมซึ่งเป็นสาขาอาชีพที่ขาดแคลนและมีค่าตอบแทนสูงสามารถพิจารณาหลักสูตรต่าง ๆ ของภาควิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมการเชื่อม วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (วทอ.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เช่นหลักสูตรวิศวกรรมการเชื่อม ซึ่งหลักสูตรดังกล่าวเป็นหลักสูตรแบบให้ใบปริญญา

โครงการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่ของสถาบัน ฯ สามารถจัดการศึกษาได้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ฯ หลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนในโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ แตกต่างไปจากการเรียนการสอนทั่วไปตอบโจทย์อุตสาหกรรมของประเทศ โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติ มีความร่วมมือกับภาคเอกชน และต้องมีมาตรฐานทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ เป็นหลักสูตรพันธุ์ใหม่เพื่อสร้างกำลังคนที่มีสมรรถนะสูง สำหรับอุตสาหกรรม New Growth Engine ตามนโยบาย Thailand 4.0 และการปฏิรูปการอุดมศึกษาไทย (ปี 2561-2565) หลักสูตรที่ทางสถาบัน ฯ ร่วมโครงการในการผลิต “บัณฑิตพันธุ์ใหม่” ยังมุ่งเน้นการยกระดับสมรรถนะตามแนวทางของโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่และกำลังคนที่มีสมรรถนะเพื่อตอบโจทย์ภาคการผลิตตามนโยบาย

การปฏิรูปการอุดมศึกษาไทย “ผศ.ดร.วัฒนา” ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยี ไทย – ฝรั่งเศส กล่าว

สอบถามรายละเอียดได้ที่ สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยี ไทย – ฝรั่งเศส มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) โทรศัพท์ 02 555-2000 ต่อ 2501, 2502

ขวัญฤทัย ข่าว/อัชณี ถ่ายภาพ


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

หัวเว่ยแต่งตั้ง เอเบล เติ้ง เป็นซีอีโอคนใหม่ของหัวเว่ย ประเทศไทย

กรุงเทพฯ/15 ตุลาคม 2562 – หัวเว่ย ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและสมาร์ทดีไวซ์ชั้นนำระดับโลก ได้แต่งตั้ง มร. เอเบล เติ้ง เป็นซีอีโอคนใหม่ของหัวเว่ย ประเทศไทย

มร. เอเบล เติ้ง เข้ามารับหน้าที่ในการดูแลกลยุทธ์ ทิศทางการดำเนินธุรกิจ และผลประกอบการของบริษัท พร้อม ๆ ไปกับการพัฒนาธุรกิจใหม่ ๆ ในประเทศไทย

เริ่มแรก มร. เติ้ง เข้าทำงานกับหัวเว่ยในฐานะวิศวกร จากนั้นก็ได้รับตำแหน่งอาวุโสหลากหลายตำแหน่งในบริษัท รวมถึงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการดูแลสัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายการจัดการระหว่างประเทศ ประจำหัวเว่ยภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกเฉียงใต้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำสำนักงานแอฟริกาตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งดูแลกิจการของหลายประเทศในภูมิภาค อีกทั้งยังเคยทำงานที่สำนักงานใหญ่ ณ เมืองเซิ่นเจิ้น ในตำแหน่งผู้ช่วยประธานฝ่ายการจัดการภูมิภาค ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการเมืองที่มีภาวะความเป็นอยู่ไม่ปกติและประเทศขนาดเล็ก ตลอดจนดูแลจัดการบริษัทในเครืออีกหลายบริษัทอีกด้วย

ก่อนเข้ารับตำแหน่งซีอีโอของหัวเว่ย ประเทศไทย มร. เอเบล เติ้ง ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการเครือข่ายโทรคมนาคมของหัวเว่ย ประเทศไทย ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2561 ด้วยประสบการณ์ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมอันยาวนานหลายทศวรรษ มร. เอเบล เติ้ง มีบทบาทสำคัญในความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่มากมายของ หัวเว่ย ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกด้วย

“เรามีความมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสู่การใช้งานทุกระดับเพื่อทุกผู้คน ทุกครัวเรือน และทุกองค์กร เพื่อขับเคลื่อนโลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ หัวเว่ยดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมายาวนานกว่า 20 ปี เราจะสร้างอนาคตอัจฉริยะที่ทุกสิ่งเชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์ร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่ ไทยแลนด์ 4.0” มร. เติ้ง กล่าว


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มจพ. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

ศ.ดร.สุชาติ เซี่ยงฉิน อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ กับคุณวันจักร์ บุรณศิริ ประธานผู้บริหารสายการเงินและสนับสนุนธุรกิจ นางสาวปิยะวดี วรรธนาคม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ และบริหารสำนักงาน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย รศ.ดร.สมนึก วิสุทธิแพทย์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานบริการวิชาการและอุตสาหกรรมสัมพันธ์ ผศ.สุรสิทธิ์ แสงสุริยะ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ และรศ.ดร.อุดมเกียรติ นนทแก้ว คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมเป็นสักขีพยาน

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนางานด้านวิชาการ และสหกิจศึกษาของคณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เพื่อส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากลทั้งในด้านวิชาการและทักษะปฏิบัติงานในวิชาชีพด้านวิศวกรรมโยธา สถาปัตยกรรม ออกแบบภายใน และการจัดการงานออกแบภายใน อีกทั้งเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้อันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอนของคณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วันที่ 10 ตุลาคม 2562 ณ ห้องประชุมราชพฤกษ์ อาคารนวมินทรราชินี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

KBank presents Kids Racing Run

การจัดงาน “KBank presents Kids Racing Run”  “ครั้งแรกกับการเปลี่ยนสนามแข่งโกคาร์ทเป็นสนามวิ่งสำหรับน้องๆหนูๆ ที่มีอายุ 4-10 ปี

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

จส. 100 นอสตร้า และหัวเว่ยร่วมลงนาม MoU ผลักดันแพลตฟอร์ม IoT “ตามรอย (Tamroi)” เพื่อต่อยอดธุรกิจไทยและให้บริการสังคม

[กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 9 ตุลาคม 2562] สถานีวิทยุ จส. 100 นอสตร้า และหัวเว่ยร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ณ กรุงเทพมหานคร เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันในการพัฒนาแอปพลิเคชัน NB-IoT และความร่วมมือด้านเทคโนโลยีในประเทศไทย

ในการนี้ คุณหญิงสุวิมล ผึ่งประเสริฐ กรรมการบริหาร บริษัท แปซิฟิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด และผู้อำนวยการ สถานีวิทยุ จส.100 พร้อมด้วยนายวิชัย แสงหิรัญวัฒนา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โกลบเทค จำกัด และแบรนด์นอสตร้า และ นายโรเบิร์ต ฉี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท หัวเว่ย จำกัดร่วมลงนาม MoU โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือในการแบ่งปันโนว์ฮาวและการพัฒนาร่วมกัน รวมถึงการสาธิตและการทดสอบแอปพลิเคชัน บนเทคโนโลยี NB-IoT เพื่อสนับสนุนการพัฒนาแผนกลยุทธ์ NB-IoT สำหรับประเทศไทย

ในพิธีลงนาม ทั้งสามองค์กรได้ประกาศเปิดตัว “ตามรอย (Tamroi)” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบริการ IoT ที่สามารถช่วยดูแลผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วย และนักท่องเที่ยว พร้อมกับการบริหารจัดการของมีค่าสำหรับทั้งองค์กรและบุคคลต่าง ๆ เพื่อให้บริการที่ดียิ่งขึ้นสำหรับสังคมไทย

ทั้งนี้ ด้วยเทคโนโลยีของระบบ NB-IoT ตามรอย (Tamroi) จะช่วยระบุตำแหน่งคนที่คุณรักด้วยอุปกรณ์อัจฉริยะต่าง ๆ และแอปพลิเคชั่นบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ และยังสามารถขอความช่วยเหลือจากทีมคอลเซ็นเตอร์ของ จส. 100 ตลอด 24 ชั่วโมงได้อีกด้วย โดยแพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้สามารถเข้าถึงข้อมูลตำแหน่งของอุปกรณ์ และสิทธิ์ในการเข้าถึงจะปิดลงเมื่อเสร็จสิ้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวแต่อย่างใด

นอสตร้า ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์เทคโนโลยีและให้บริการด้านข้อมูลแผนที่ดิจิทัล และ Location Contents ครอบคลุมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) จะร่วมช่วยพัฒนาแพลตฟอร์ม โดยครอบคลุมถึงแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่และระบบเฝ้าติดตามทางเว็บด้วยแผนที่ฐานที่มีความละเอียด ถูกต้อง แม่นยำสูง

สถานีวิทยุ จส. 100 บริษัทสื่อออกอากาศที่นำเสนอข่าวสารและข้อมูลเกี่ยวกับการจราจรเพื่อประโยชน์ของชุมชนในช่วง 28 ปีที่ผ่านมา จะทำหน้าที่เป็นคอลเซ็นเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมงและช่วยประสานงานปัญหาทั้งหมดเกี่ยวกับบริการช่วยเหลือ ด้วยสายสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับพันธมิตรด้านการช่วยเหลือฉุกเฉินต่าง ๆ ในประเทศไทย ได้แก่ สถานีตำรวจ โรงพยาบาล มูลนิธิ หน่วยงานราชการ และอาสาสมัครต่าง ๆ จส. 100 สามารถเป็นฮับในการรับส่งข้อมูลเพื่อช่วยเหลือทุกคนในชีวิตประจำวัน

หัวเว่ย ผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) จะร่วมให้การสนับสนุนการบูรณาการระบบ IoT กับผู้บูรณาการระบบในท้องถิ่นเพื่อให้เกิดการพัฒนากรณีการใช้งาน IoT ต่าง ๆ ในประเทศไทย

นายวิชัย แสงหิรัญวัฒนา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โกลบเทค จำกัด และแบรนด์นอสตร้า กล่าวว่า “เทคโนโลยี IoT ถูกนำมาใช้เพื่อประโยชน์ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยที่กำลังอยู่ในกระแสดิสรัปชั่น โดยการทำงานร่วมกันระหว่างนอสตร้า จส. 100 และหัวเว่ย ตอกย้ำความมั่นใจของการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการพัฒนาธุรกิจและสังคมที่แท้จริง ‘แพลตฟอร์มบริการตามรอย (Tamroi)’ จะมอบคุณค่าที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งาน และเปิดช่องทางการตลาดยังไม่มีใครสามารถทำได้”

“เราหวังว่า แพลตฟอร์มบริการตามรอย (Tamroi) จะสามารถให้บริการด้านการดูแลแก่สาธารณะ และลดจำนวนสถิติการเกิดอุบัติการณ์ 6 อันดับแรกในประเทศไทย อันได้แก่ อุบัติเหตุ/อุบัติเหตุทางรถยนต์ การเจ็บป่วย คนหาย สัตว์เลี้ยงหาย ของมีค่าหาย และนักท่องเที่ยวหรือแรงงานต่างชาติหาย” คุณหญิงสุวิมล ผึ่งประเสริฐ กล่าว

“โครงการตามรอย (Tamroi) นี้เป็นผลงานสำคัญที่เกิดจากความร่วมมือของเรากับ จส.100 และนอสตร้า เพื่อนำบริการ IoT มาสู่ประเทศไทย และสามารถเป็นแหล่งอ้างอิงที่ดีในการสร้างระบบนิเวศของ IoT” นายโรเบิร์ต ฉี กล่าว “เราเชื่อว่าเทคโนโลยี IoT จะมีส่วนสนับสนุนให้แก่สังคมไทยมากยิ่งขึ้น และบริการตามรอย (Tamroi) จะช่วยให้การดูแลเป็นพิเศษแก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ อาทิเช่น ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วย และนักท่องเที่ยวได้”

นอกจากนี้ภายในงานยังมีแขกรับเชิญพิเศษ 2 ท่าน ได้แก่ นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และรศ.นพ. รัฐพลี ภาคอรรถ อาจารย์ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมแสดงความคิดเห็น โดยนายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้กล่าวในประเด็นที่เกี่ยวกับการสร้างความเชื่อมั่น ส่งเสริมด้านความปลอดภัยกับนักท่องเที่ยวว่า “ในฐานะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นต่อนักท่องเที่ยว ในเรื่องความปลอดภัย และสวัสดิภาพของนักท่องเที่ยว โดย ททท. พยายามอำนวยความสะดวกในเรื่องข้อมูลการท่องเที่ยวควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นใจและความอุ่นใจให้นักท่องเที่ยวเพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในทุกเรื่อง เช่น การพลัดหลง ของหาย เป็นต้น รู้สึกยินดีที่มีการพัฒนาระบบการบริการที่จะมาช่วยในการสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวในครั้งนี้”


 

Exit mobile version