ส่วนที่มาของชื่อ “วี แบตเตอรี่” คือตัวอักษรภาษาอังกฤษ W และ E ซึ่งย่อมาจาก Wisaze Energy หรือ วิเศษ เอ็นเนอร์จี เมื่อนำมารวมกันก็จะเป็นคำว่า WE ที่แปลว่า พวกเรา เพราะความมุ่งมั่นที่จะให้วิศวกรรุ่นใหม่ไฟแรงได้มีโอกาสร่วมออกแบบชิ้นงานด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้กันเพื่อลดการซื้อหรือนำเข้าทั้งหมดนั่นเอง
นับว่าเป็นอีกหนึ่งชิ้นงานที่น่าสนับสนุนในการคิดค้นและทำให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้งานจริงเพราะเทคโนโลยีนี้สามารถต่อยอดได้ด้วยการเพิ่มจำนวนหรือการพัฒนายูนิตที่ใหญ่ขึ้นในอนาคตและยังนำไปใช้กับโดรน (ซึ่งเจ้าตัวกำลังพัฒนาโดรนพาณิชย์ทีมีชื่อว่า มานะ) VTOL flying car มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า e-mobility และในด้านพลังงานทดแทนหรือ alternative energy ได้อีกด้วย
สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) เปิดตัว “PIM V-LED” สร้างความร่วมมือทางด้านวิชาการออนไลน์ กับมหาวิทยาลัยเครือข่ายต่างประเทศ จากสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกขณะนี้ พีไอเอ็มจึงมองหาแนวทางความร่วมมือด้านการศึกษาอย่างสร้างสรรค์ เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัยต่างๆทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง จึงริเริ่มโครงการ “PIM V-LED” เพื่อเชื่อมต่อด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับมหาวิทยาลัยพันธมิตรเครือข่ายนานาชาติผ่านโปรแกรม V-LED (Virtual–Leadership Entrepreneurship Development) บนโลกออนไลน์ นำร่องประเดิมโครงการดังกล่าวครั้งแรกในโซนเอเชีย ซึ่งมีผู้สนใจตอบรับเข้าร่วมโปรแกรม เป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทจาก 9 มหาวิทยาลัยชั้นนำ จากประเทศญี่ปุ่น(Japan) 4 มหาวิทยาลัย ได้แก่ Waseda University, Mie University, Kansai University, Osaka Prefecture University, เกาหลีใต้ (South Korea) จาก Hankuk University of Foreign Studies, สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (Lao People’s Democratic Republic) จาก National University of Laos, สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า (Republic of the Union of Myanmar) จาก Myanmar Noble University ในโอกาสเดียวกันนี้ได้รับการตอบรับจาก 2 มหาวิทยาลัยเข้าร่วมสังเกตุการณ์ คือ ประเทศนิวซีแลนด์ (New Zealand) จาก Auckland University of Technology และ เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (Hong Kong Special Administrative Region of the People’s Republic of China) มหาวิทยาลัย Vocational Training Council
แนวคิดล่าสุดจากกระทรวงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สู่การคอแลปครั้งสำคัญของสองวงการ ดึงจุดแข็งของเอเซอร์ผนวกกับความเป็นไอทีที่เข้าถึงดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของผู้คนมาเป็นอีกหนึ่งเรี่ยวแรงสำคัญในการขับเคลื่อนภาคท่องเที่ยวในประเทศ ภายใต้แคมเปญ Make Your Mark Work Anywhere, Travel Together แคมเปญที่เอเซอร์ตั้งใจทำขึ้นเพื่อชักชวนคนไทยให้ออกมาท่องเที่ยวภายในประเทศ ที่จะทำให้เกิดการท่องเที่ยวในรูปแบบ Hybrid: travel & work ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์การทำงานของโลกยุคใหม่ที่ไม่ได้ยึดติดกับ “ออฟฟิศ” หรือ “สำนักงาน” ช่วยให้เราสามารถท่องเที่ยวไปพร้อมกับการทำงานควบคู่กันได้ในทุกที่ ทุกเวลาอย่างมืออาชีพ โดยเอเซอร์จะโปรโมทวิดีโอการท่องเที่ยวในประเทศไทยไปกับช่องทางต่างๆ ของเอเซอร์ที่กระจายไปยังผู้ใช้ในกลุ่มต่างๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เอเซอร์เชื่อว่าจากการร่วมมือในแคมเปญนี้จะช่วยกระตุ้นและผลักดันให้การท่องเที่ยวไทยมีสีสันมากขึ้น
นอกจากความร่วมมือกับ ททท. แล้ว เอเซอร์ร่วมกับอินเทล จัดโปรโมชั่น Make Your Mark Work Anywhere, Travel Together ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน – 31 ตุลาคม 2563 ลุ้นโชค 2 ชั้น มูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท