Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

วิศวกรไทย กับนวัตกรรมพลังงานยุคใหม่ รับมือ Battery Day ของ Tesla

ทุกวันนี้พลังงานไฟฟ้าได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญหลักของการดำรงชีวิตไปแล้ว โดยเฉพาะยุคดิจิตอลที่อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนเรามากขึ้นทุกวันรวมถึงการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการ จึงเห็นได้ว่าเทคโนโลยีพลังงานก็ควรจะมีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน แม้กระทั่ง Tesla บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าของสหรัฐอเมริกาที่ให้ความสำคัญกับพลังงานถึงกับให้มีงาน Battery Day เพื่อเปิดตัวเทคโนโลยีด้านนี้โดยเฉพาะ และในวันเดียวกันมีอีกหนึ่งสิ่งประดิษฐ์จากอีกซีกโลกนึงในไทยที่มีความสอดคล้องกันก็คือ “วี แบตเตอรี่” พลังงานเคลื่อนที่สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าออกแบบโดย ธนิก นิธิพันธวงศ์ มีความประสงค์ให้พลังงานไฟฟ้าเข้าถึงทุกพื้นที่ได้แบบไร้ขีดจำกัด “Power Without Boundaries” พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยกระแสไฟ 52 VDC ขนาดความจุ 3400 kWh และแรงดันไฟ 60 Ah กับน้ำหนักที่ไม่เกิน 25 กิโลกรัม ต่อกับอินเวอร์เตอร์ให้ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าเช่น พัดลม โทรทัศน์ ตู้เย็น โคมไฟ แล็ปท็อป สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต เพื่อเป็นการรองรับกระแสไฟฟ้าทั้งแบบสลับ AC ของนิโคลา เทสลา (Tesla) และแบบตรง DC ของโทมัส เอดิสัน (Edison) ผสมผสานกันเพื่อให้เกิดการใช้งานแบบเคลื่อนที่ได้เพราะแต่ละประเภทมีข้อดีแตกต่างกันไป

ล่าสุดได้มีการทำต้นแบบหรือ prototype ขนาดเล็กแบบ 12VDC ลักษณะคล้ายกันกับแบตเตอรี่ตะกั่วที่ใช้ในรถยนต์ทั่วไปแต่เป็นลิเทียม เพื่อเป็นการวิจัยและพัฒนาเบื้องต้นหรือ R&D โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริมด้านความรู้และการปฏิบัติในการนำเซลล์ถ่านมารวมกันเป็นกล่องหรือ module ให้มีกำลังไฟ ความจุ และประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นกับการใช้งานที่ยังสามารถดำเนินได้อย่างปลอดภัยด้วยระบบแผงวงจร Battery Management System (BMS) ซึ่งได้รับความร่วมมือจากนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์หลายท่าน

ส่วนที่มาของชื่อ “วี แบตเตอรี่” คือตัวอักษรภาษาอังกฤษ W และ E ซึ่งย่อมาจาก Wisaze Energy หรือ วิเศษ เอ็นเนอร์จี เมื่อนำมารวมกันก็จะเป็นคำว่า WE ที่แปลว่า พวกเรา เพราะความมุ่งมั่นที่จะให้วิศวกรรุ่นใหม่ไฟแรงได้มีโอกาสร่วมออกแบบชิ้นงานด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้กันเพื่อลดการซื้อหรือนำเข้าทั้งหมดนั่นเอง
นับว่าเป็นอีกหนึ่งชิ้นงานที่น่าสนับสนุนในการคิดค้นและทำให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้งานจริงเพราะเทคโนโลยีนี้สามารถต่อยอดได้ด้วยการเพิ่มจำนวนหรือการพัฒนายูนิตที่ใหญ่ขึ้นในอนาคตและยังนำไปใช้กับโดรน (ซึ่งเจ้าตัวกำลังพัฒนาโดรนพาณิชย์ทีมีชื่อว่า มานะ) VTOL flying car มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า e-mobility และในด้านพลังงานทดแทนหรือ alternative energy ได้อีกด้วย


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

กลยุทธ์การพัฒนาโรงแรมขนาดเล็ก (Hostel 2019)

เหตุใดโรงแรมขนาดเล็กจึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ปัจจุบันนักท่องเที่ยว/ นักเดินทาง มีการเลือกโรงแรมที่ตอบโจทย์พฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายมากขึ้น โดยการเพิ่มประสบการณ์ความแปลกใหม่ และได้ออกไปพบปะกับเพื่อนใหม่ ซึ่งโรงแรมขนาดเล็กมีให้เลือกหลากหลาย รูปแบบอิสระไม่ตายตัว มีการออกแบบเพื่อแสดงออกถึงความเป็นตัวตน ทั้งทางด้านศิลปะ วัฒนธรรม ความนิยมท้องถิ่น บางครั้งเกิดจากการสร้างเรื่องราวให้น่าสนใจ มีความแตกต่าง และน่าจดจำ

เทคนิคการลงทุนในธุรกิจโรงแรมขนาดเล็ก Hostel
เริ่มจากใจรัก ต้องรักงานบริการ หลายคนเริ่มต้นจากความใฝ่ฝันที่จะมีธุรกิจโรงแรม เป็นของตัวเอง เรียกว่าการทำสิ่งที่รักคือจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จ ต่อไปก็เริ่มศึกษาธุรกิจ เรียนรู้อะไรอีกหลายอย่าง เช่น การเลือกทำเลที่เหมาะสม กฎหมายที่เกี่ยวข้อง การออกแบบ การก่อสร้าง การเงิน การลงทุน การตลาด การบริหาร และการเรียนรู้เกี่ยวกับปัญหา/อุปสรรคที่มืออาชีพได้ประสพพบเจอมาก่อนจะประสบความสำเร็จ ซึ่งสามารถหาความรู้เพิ่มเติม และฝึกทำ Work Shop จากคอร์สอบรมต่างๆ บางท่านก็อาจจะบอกว่าทำไม่เป็นก็จ้างมืออาชีพมาทำให้ก็ได้ ซึ่งการจ้างมืออาชีพก็คงไม่ถูกใจเท่ากับเราทำเป็น เทคนิคที่สำคัญของการพัฒนาโรงแรมขนาดเล็ก เช่น รีสอร์ท โฮสเทล หรือ บูทีคโฮเทล เนื่องจากเป็นโรงแรมขนาดเล็ก เป็นธุรกิจการให้บริการ เจ้าของต้องบริหารและดูแลเองเป็นส่วนใหญ่ และขั้นตอนนี้ก็จะชัดเจนละว่าเราชอบมันจริงๆ หรือเปล่า จากนั้นก็ไปทดลองสำรวจตลาดโรงแรม ลองเข้าไปใช้บริการโรงแรมรูปแบบต่างๆ ไปสัมผัสกับของจริง เพื่อศึกษารูปแบบตลาด ศึกษาสถานการณ์และความต้องการตลาด ทำความรู้จักกับคู่แข่ง (พันธมิตรทางธุรกิจ)ในการตลาดที่มีหลากหลาย เพื่อนำข้อดี-ข้อเสียมาปรับใช้ในแบบที่เราต้องการ

กฎหมายที่ต้องรู้: ปัจจุบันมีกฎหมายที่เปิดเพื่อรองรับให้นำอาคารอื่นที่ไม่ใช่โรงแรมมาทำเป็นโรงแรมได้โดยถูกกฎหมาย เกิดจากที่ผ่านมาได้มีผู้ประกอบการมีนำอาคารเก่ามาทำเป็นโรงแรมมากขึ้น ส่วนใหญ่เป็นอาคารทั่วไป ด้วยรูปแบบและโครงสร้างของอาคารที่มีอยู่เดิมไม่สอดคล้องกับอาคารที่จะนำมาประกอบธุรกิจโรงแรมตามที่กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารกำหนด และไม่ได้ยื่นขออนุญาตตาม พ.ร.บ.โรงแรมให้ถูกต้อง จึงมีการออกกฎกระทรวงกำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. 2559 ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2559 มีระยะเวลาบังคับใช้ 5 ปี โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย

(ที่มา:กรมโยธาธิการและผังเมือง https://www.yotathai.com/yotanews/law-official-hotel2559)

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม (พ.ร.บ. โรงแรม)
เปิดธุรกิจโรงแรม การประกอบธุรกิจให้บริการที่พักหากเข้าข่ายเป็นโรงแรมตามนิยามของกฎหมายแล้ว ต้องขอ อนุญาตและได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนก่อนจึงจะประกอบกิจการได้ มิฉะนั้นจะมีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน ๑ ปี หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีโทษปรับรายวันอีกวันละไม่ เกิน 90,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เว้นแต่โรงแรมเปิดดำเนินกิจการมาก่อนหรือในวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ให้ประกอบธุรกิจต่อไปได้ โดยต้องมายื่นคำขออนุญาตต่อนายทะเบียนภายใน ๑ ปี นับแต่ วันที่กฎกระทรวงกำหนดประเภทโรงแรม หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม ตาม มาตรา ๑๓ มีผลใช้บังคับ โดยไม่มีความผิดฐานประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติ โรงแรม (พ.ร.บ.) พ.ศ.๒๕๔๗ แต่อาจมีความผิดตามกฎหมายอื่น ๆ ได้ เช่น กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร กฎหมาย ว่าด้วยการผังเมือง กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม และกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข เป็นต้น

สถานที่อื่นค่าขออนุญาต การยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนท้องที่อันเป็นที่ตั้งของ โรงแรม ในกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นขออนุญาตใต้ ณ ศูนย์บริการประชาชน กรมการปกครอง (วังไชยา) โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๒ – ๒๕๒๕๑ ในจังหวัดอื่น ให้ยื่นคำขอ อนุญาต ได้ ณ ที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอท้องที่ที่อันเป็นที่ตั้งของโรงแรม

หลักสูตร เจาะลึกโอกาสลงทุนโรงแรมขนาดเล็ก บูติค และ โฮสเทล
รุ่นที่ 8, วันศุกร์ที่ 30 – วันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม 2562 เวลา 08:30 – 17:00 น.

การตลาดเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจโรงแรมขนาดเล็ก โฮสเทล
ทำอย่างไรให้ลูกค้าเลือกเรา? การทำการตลาดเพื่อให้ที่พักเต็มตลอดทั้งปี ทำอย่างไรเพื่อปรับจุดด้อยให้กลายเป็นจุดเด่น? ข้อดีของโรงแรมขนาดเล็ก คือ มีความคล่องตัวในการบริหารสูง ลดขั้นตอนที่ซับซ้อนยุ่งยาก บางแห่งที่กิจการเล็กมากๆ เจ้าของเป็นผู้ดูแลและให้บริการเอง ทำให้สามารถให้บริการได้ทั่วถึง เป็นกันเอง ข้อเสียก็อาจจะเป็นเรื่องของการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกมีน้อย เนื่องจากเป็นโรงแรมขนาดเล็ก มีห้องพักน้อย (น้อยกว่า 50 ห้อง) การบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกจึงอาจจะไม่ได้มีให้ครบถ้วนสมบูรณ์เท่ากับโรงแรมขนาดใหญ่ เช่น มีบริการเพียงอาหารเช้าง่ายๆ ผู้ประกอบการจึงต้องมีแผนการตลาดอย่างจริงจัง ต้องรู้จักกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน มีช่องทางการตลาดจากทางไหนบ้าง การเลือกใช้สื่อที่เหมาะสม เช่น ออนไลน์ ออฟไลน์ และที่สำคัญคือการสร้างจุดขายให้โดดเด่น เป็นที่น่าจดจำและประทับใจ

Tag : พ.ร.บ. โรงแรม , การบริหาร , ธุรกิจโรงแรม ,กฎหมายโรงแรมขนาดเล็ก,การขออนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม , กฏการเปิดโฮสเทล ,ธุรกิจโฮสเทล ,โรงแรม ตาม พรบ , กฎหมายโรงแรม 2561 ,ปัญหา พรบ โรงแรม

Credit by : โค้ชทัศน์ โรงเรียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ออฟฟิศเมท พลัส เดินหน้าขยายสาขา ล่าสุดเปิดสาขาใหม่ จ.ปราจีนบุรี

“ออฟฟิศเมท พลัส” แฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้ออุปกรณ์สำนักงานเพื่อธุรกิจ เดินหน้าลุยขยายสาขาปักหมุดระเบียงเศรษฐกิจฝั่งตะวันออก จ.ปราจีนบุรี (ตรงข้ามทางเข้าโลตัสคลองรั้ง) พร้อมทัพสินค้ากว่า 60,000 รายการ ตอบโจทย์ครอบคลุมทุกความต้องการของภาคธุรกิจ ทั้ง SME, บริษัทเอกชน, โรงงานอุตสาหกรรม และหน่วยงานราชการ พิเศษ!…ฉลองเปิดสาขาใหม่ด้วยกิจกรรมโปรโมชั่นสุดคุ้ม โดยได้รับการตอบจากผู้ประกอบการชาวปราจีนบุรีอย่างคับคั่ง!

ออฟฟิศเมท พลัส สาขาปราจีนบุรี ร้านแฟรนไชส์แห่งใหม่นี้ ตั้งอยู่ตรงข้ามทางเข้าโลตัสคลองรั้ง อยู่ติดถนนใหญ่ เดินทางง่าย มีที่จอดรถสะดวก ครบครันไปด้วยสินค้าและบริการเพื่อธุรกิจ ลูกค้ามาที่เดียวได้ของครบในมาตรฐานการบริการเดียวกับออฟฟิศเมท ทั้งเครื่องเขียน อุปกรณ์สำนักงาน ไอที เฟอร์นิเจอร์ สินค้าโรงงานและอุตสาหกรรม (Factory & Industrial) อุปกรณ์เครื่องใช้ในธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร บริการจัดเลี้ยง (HORECA) อุปกรณ์ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ และดูแลสุขภาพ (Hygiene & Wellness) โดยลูกค้าสามารถเลือกช้อปสินค้ารวมมากกว่า 60,000 รายการ ได้ที่หน้าร้านและผ่านช่องทางออนไลน์ในร้านอย่างง่ายดาย หรือโทรสั่งซื้อที่เบอร์ 065-514-0117, 065-514-0118 ปราจีนบุรีหรือLine: @ofmplus_prachinburi, Link:  https://lin.ee/ulzCMYp  พร้อมบริการจัดส่งฟรีถึงออฟฟิศ/บ้าน* ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด

ทั้งนี้บรรยากาศการเปิดร้านออฟฟิศเมท พลัส สาขาปราจีนบุรี ได้รับการตอบรับจากภาครัฐ ผู้ประกอบการ และเหล่านักช้อปเป็นอย่างดี โดยมีลูกค้าต่อคิวที่หน้าร้านภายใต้นโยบาย Social Distancing เพื่อรับคูปองส่วนลด On Top สุดเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับ 100 ท่านแรก เพื่อใช้เลือกซื้อสินค้าอุปกรณ์สำนักงาน ไอที เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้เพื่อการดำเนินธุรกิจ ภายในร้านออฟฟิศเมท พลัส แห่งนี้

ออฟฟิศเมท พลัส พร้อมช่วยคุณ #เซฟเงินสด #สู้เศรษฐกิจ… ลูกค้าองค์กรสามารถสมัครรับเครดิตเทอมนาน 30 วัน และลูกค้าทุกท่านสามารถรับสิทธิ์ผ่อน 0%*  นานสูงสุด 3 เดือน เมื่อช้อปสินค้าครบ 1,500 บาท/ใบเสร็จ* ผ่านบัตรเครดิต KBank (ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด)  นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถสะสมคะแนน The1 ได้ทุกครั้งที่ช้อป และใช้คะแนน The1 แทนเงินสด ในการช้อปสินค้าที่ร้านออฟฟิศเมท พลัส ได้อีกด้วย


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ซัสโก้ รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ผู้ประกอบการที่ร่วมเครือข่ายการกำกับดูแลด้านชั่งตวงวัด ในโครงการ “สถานีบริการน้ำมันเต็มลิตร”

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานมอบ โล่ประกาศเกียรติคุณผู้ประกอบการที่ร่วมเครือข่ายการกำกับดูแลด้านชั่งตวงวัด ในโครงการ “สถานีบริการน้ำมันเต็มลิตร” ให้แก่ บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) โดยมี นายชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์ กรรมการผู้จัดการ เป็นผู้รับมอบ ณ ห้องประชุม
บุรฉัตรไชยากร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

สำหรับ โครงการ “สถานีบริการน้ำมันเต็มลิตร” จัดขึ้นโดย กองชั่งตวงวัด กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเชิญชวนให้ผู้ประกอบการธุรกิจน้ำมันเข้าร่วม เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่าจะได้รับปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ซื้อจากสถานีบริการน้ำมันที่เข้าร่วมโครงการครบเต็มจำนวนลิตร และเกิดความตระหนักว่าผู้บริโภคได้รับความคุ้มครองไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากการซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงในสถานีบริการ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการรักษาความเป็นธรรมทางการค้า และสร้างมาตรฐานให้การกำกับดูแล

มาตรวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงมีความถูกต้อง เที่ยงตรงสอดคล้องตามมาตรฐานสากล
ทั้งนี้ บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ประกอบการที่ให้ความร่วมมือ โดยสถานีบริการน้ำมันซัสโก้ทุกแห่งทั่วประเทศได้เข้าร่วมโครงการ ”สถานีบริการน้ำมันเต็มลิตร” ให้บริการได้ตามมาตรฐาน ที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กำหนดทุกประการ


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

PIM เปิดตัว V-LED โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการออนไลน์ ร่วมกับ 9 มหาวิทยาลัยเครือข่ายต่างประเทศ

สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) เปิดตัว “PIM V-LED” สร้างความร่วมมือทางด้านวิชาการออนไลน์ กับมหาวิทยาลัยเครือข่ายต่างประเทศ จากสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกขณะนี้ พีไอเอ็มจึงมองหาแนวทางความร่วมมือด้านการศึกษาอย่างสร้างสรรค์ เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัยต่างๆทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง จึงริเริ่มโครงการ “PIM V-LED” เพื่อเชื่อมต่อด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับมหาวิทยาลัยพันธมิตรเครือข่ายนานาชาติผ่านโปรแกรม V-LED (Virtual–Leadership Entrepreneurship Development) บนโลกออนไลน์ นำร่องประเดิมโครงการดังกล่าวครั้งแรกในโซนเอเชีย ซึ่งมีผู้สนใจตอบรับเข้าร่วมโปรแกรม เป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทจาก 9 มหาวิทยาลัยชั้นนำ จากประเทศญี่ปุ่น(Japan) 4 มหาวิทยาลัย ได้แก่ Waseda University, Mie University, Kansai University, Osaka Prefecture University, เกาหลีใต้ (South Korea) จาก Hankuk University of Foreign Studies, สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (Lao People’s Democratic Republic) จาก National University of Laos, สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า (Republic of the Union of Myanmar) จาก Myanmar Noble University ในโอกาสเดียวกันนี้ได้รับการตอบรับจาก 2 มหาวิทยาลัยเข้าร่วมสังเกตุการณ์ คือ ประเทศนิวซีแลนด์ (New Zealand) จาก Auckland University of Technology และ เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (Hong Kong Special Administrative Region of the People’s Republic of China) มหาวิทยาลัย Vocational Training Council

หัวข้อการเรียนรู้และโปรแกรม V-LED (Virtual – Leadership Entrepreneurship Development) ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยมีอาจารย์ ผู้บริหาร เข้าร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์ทั้งหมด 29 ท่าน ในหลักสูตรออนไลน์เสมือนจริง เป็นระยะเวลา 3 วัน เมื่อวันที่ 1 – 3 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา เพื่อสร้างความร่วมมือทางวิชาการรูปแบบออนไลน์ นับเป็นมิติใหม่ที่สอดคล้องกับยุค New Normal เอื้อให้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันกับเครือข่ายทางการศึกษาในต่างประเทศเป็นไปได้ อย่างไร้พรมแดน ประกอบด้วยการบรรยายเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ทั่วโลก บอกเล่าข้อมูลที่น่าสนใจโดยบุคลากรมืออาชีพ และการประชุมเชิงปฏิบัติการ(Workshop) ภายใต้หัวข้อการจัดการธุรกิจค้าปลีกในยุคโควิด -19 (New Normal Retail Strategies) กิจกรรมทั้งหมดจัดขึ้นโดยอิงรูปแบบโมเดลการเรียนรู้ Work-based Education การเรียนในห้องเรียนควบคู่การฝึกปฏิบัติจริง นอกจากนี้ยังเสริมกิจกรรมพิเศษเยี่ยมชมองค์กร เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เห็นกระบวนการทำงาน ภายในโรงงานผลิตที่ได้มาตรฐานโลก ของบริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) หนึ่งในกลุ่มธุรกิจการตลาดและการจัดจำหน่าย เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ดำเนินงานด้านการผลิตและจัดจำหน่ายอาหารพร้อมรับประทาน และเบเกอรี่อบสด แบบ Virtual Tour ซึ่งเป็นการทัวร์เสมือนจริง โดยแบ่งผู้เข้าร่วมโปรแกรมออกเป็น 4 กลุ่ม มอบหมายให้พัฒนาโครงการพิเศษ ครอบคลุมกลยุทธ์แบบปกติใหม่ในอุตสาหกรรมค้าปลีกช่วงโควิด-19 นอกจากนี้ยังได้ฝึกฝนและเรียนรู้ทักษะการใช้ภาษาไทยเบื้องต้น เพื่อการแลกเปลี่ยนทางด้านภาษาและวัฒนธรรมไปพร้อมกัน

สำหรับหลักสูตรโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศครั้งนี้ จัดทำโดยสำนักวิเทศสัมพันธ์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ โดยผ่านการปรึกษาหารือร่วมกับคณะศิลปศาสตร์ คณะการจัดการโลจิสติกส์และการขนส่ง คณะศึกษาศาสตร์ และงานการตลาดหลักสูตรนานาชาติ พร้อมด้วยการสนับสนุนจาก สำนักบริหารเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างประเทศ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)

ปัจจุบันท่ามกลางสถานการณ์โลก มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา พีไอเอ็มยังคงเป็นสถาบันอุดมศึกษาแนวหน้าชั้นนำ ที่มุ่งมั่นรักษาความสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัยเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศอยู่ตลอดเวลา และขยายเครือข่ายพันธมิตรไปยังนานาชาติ เพื่อขับเคลื่อนองค์ความรู้ใหม่ๆให้ทันสมัย ยกระดับความร่วมมือของการศึกษาไทยสู่สากล และในอนาคตอันใกล้นี้ พีไอเอ็มจะมีโครงการต่อเนื่องสู่ภูมิภาคตะวันออกและตะวันตกของโลกต่อไป


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ช้าง ขานรับมาตรการภาครัฐฯ สร้างมาตรฐานใหม่ Music Event ปรับกลยุทธรับ“New Normal” ภายใต้แนวคิด #วันเพื่อนมีได้ทุกวัน

ช้าง ขานรับมาตรการภาครัฐฯ พร้อมให้ความร่วมมือด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ (New Normal) เตรียมรุกตลาดผ่าน Music Event มุ่งสร้างประสบการณ์ทางดนตรีภายใต้มาตรฐานใหม่ ใส่ใจและให้ความสำคัญต่อสุขภาพผู้ร่วมกิจกรรม พร้อมเดินหน้ารุกตลาดด้วย Music Event ตั้งเป้าสร้างความมั่นใจให้กลุ่มลูกค้า เดินหน้าสร้างความสุขผ่านดนตรีอย่างต่อเนื่องภายใต้แนวคิด #วันเพื่อนมีได้ทุกวัน

ในช่วงสถานการณ์เฝ้าระวังการแพร่ระบาด COVID-19 ที่ผ่านมา แบรนด์ช้าง มีการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างทันท่วงที และประสบความสำเร็จในการสร้างประสบการณ์ทางดนตรีในรูปแบบใหม่ๆ ให้กับกลุ่มลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์ Online Music Content นำทีมโดย Chang Music Connection #Playfromhome ที่มีผู้รับชมรวมมากกว่า 6 ล้านคน และ Chang Megahit
#ลูกทุ่งฟรอมโฮม ที่โดนใจคอเพลงหลากหลายแนวจนมีผู้รับชมมากกว่า 12 ล้านคน จนกระทั่งสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ช้าง จึงเดินหน้าปรับแนวทางการจัดงาน Music Event พร้อมขานรับมาตรการที่ภาครัฐกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างมาตรฐานการจัดงานคอนเสิร์ตที่ใส่ใจเรื่องสุขภาวะของผู้ร่วมงานเป็นหลัก ให้สามารถสนุกกับงานคอนเสิร์ตได้ พร้อมมั่นใจเรื่องสาธารณสุข

คุณนพปฎล ฤทธาภัย ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ เครื่องดื่มตราช้าง กล่าวว่า การสร้างความสุขผ่านประสบการณ์ดนตรี ถือเป็นอีกหนึ่ง DNA ของ แบรนด์ช้าง โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เรามีการสร้างสรรค์กิจกรรมทั้ง Lifestyle Event และ Music Event หลากหลายรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า โดยในช่วงที่ผ่านมา ช้าง เร่งปรับตัวและพัฒนาแผนการจัดงานดังกล่าว เพื่อรับมือกับสถานการณ์ ทั้งการปรับเปลี่ยนจากกิจกรรม On ground event เป็น Online activity รวมไปถึงการสร้างมาตรฐานในการจัดงานคอนเสิร์ตต่างๆ ด้วยการเคร่งครัดต่อการรักษากฎระเบียบด้านสาธารณะสุข ตามมาตรการที่รัฐบาลกำหนด เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนรู้สึกมั่นใจพร้อม กับสามารถส่งมอบความสนุก ความบันเทิงได้อย่างเต็มที่เช่นเดิม เป็นการตอกย้ำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ช้าง จะอยู่เคียงข้างเพื่อนๆ ทุกคนในทุกสถานการณ์ ภายใต้แนวคิด #วันเพื่อนมีได้ทุกวัน

ล่าสุดงาน Music Event ที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จบนมาตรฐานการจัดงานใหม่ คือ งาน Amazing Thailand TUK TUK Festival powered by Chang Music Connection ซึ่งมีรูปแบบเป็น Drive-in concert บนรถตุ๊กตุ๊ก ครั้งแรกในเมืองไทย มีการวางมาตรการการรักษาระยะห่าง (Social Distancing) อย่างเคร่งครัด ด้วยการนำรถตุ๊กตุ๊ก จำนวนกว่า 200 คัน มาใช้เป็นพาหนะเข้าชม และสร้างบริเขตในการรับชมแบบจำกัดผู้เข้าชมคันละ 3 คนเท่านั้น มีการเปิดทางเข้า-ออกอย่างเป็นระบบ มีจุดคัดกรองพร้อมหน่วยแพทย์และพยาบาล ไปจนถึงการเสิร์ฟอาหาร และเครื่องดื่มโดย “ช้าง บัดเลอร์” เพื่อรักษาระยะห่าง สร้างความมั่นใจด้านสาธารณสุข และสามารถสนุกกับงานคอนเสิร์ตได้อย่างเต็มที่ ซึ่งถือเป็นการสะท้อนภาพลักษณ์การจัดงานภายใต้มาตรฐานใหม่ของ ช้าง ที่มีระบบการบริหารจัดการแสดงคอนเสิร์ตในยุค New Normal ได้อย่างมีประสิทธิภาพได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ช้าง จะนำแนวทางการจัดงานในมาตรฐานใหม่นี้ไปเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการ Lifestyle Event และ Music Event ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมีแผนที่จะจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง นำทีมโดย Chang Music Connection ที่ถือเป็นพี่ใหญ่ฝั่งดนตรีที่เตรียมแผนงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 และล่าสุดส่งน้องใหม่แกะกล่องอย่าง Chang เมก้าฮิต เพื่อสนองไลฟ์สไตล์กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบหลากหลายแนวเพลง โดยยกทัพศิลปินทั้งลูกทุ่ง ฮิปฮอป และเพื่อชีวิตชื่อดัง ได้แก่ ไผ่ พงศธร, ลำไย ไหทองคำ, กอล์ฟ เอฟ ฮีโร่ และ เพื่อชีวิตรุ่นใหม่อย่าง ไททศมิตร โดยจากที่ได้ลองชิมรางผ่านสื่อออนไลน์ กับ Chang เมก้าฮิต #ลูกทุ่งฟรอมโฮม และ #เมก้าฮิตเมก้าโชว์ ได้รับกระแสตอบรับดีเยี่ยม มีผู้รับชมรวมมากกว่า 20 ล้านคน โดยล่าสุด ช้าง เตรียมส่งงานคอนเสิร์ต Chang เมก้าฮิต ทั่วประเทศ เร็วๆ นี้

คุณนพปฎล กล่าวปิดท้ายว่า สำหรับ กิจกรรม “Music Event” ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น ช้าง ยังย้ำชัดเรื่องการสร้างมาตรฐานในการดูแลและรับผิดชอบต่อผู้เข้าร่วมกิจกรรมและสังคมส่วนรวม ด้วยการให้ความสำคัญต่อมาตรการด้านสาธารณสุข การรักษาระยะห่าง (Social Distancing) และปฏิบัติตามข้อกำหนดของทางภาครัฐอย่างเคร่งครัด รวมไปถึง การจัดเตรียมบุคลากรทางการแพทย์, อุปกรณ์ดูแลสุขอนามัย และระบบบริหารจัดการที่ดี เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้อย่างสูงสุด ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถร่วมกับผู้จัดกิจกรรมบันเทิงอื่นๆ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการจัดงานรูปแบบต่างๆ ให้เกิดขึ้นในสังคมได้ในโอกาสต่อไป


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ภาพข่าวคณะอุตสาหกรรมเกษตร มจพ. วิทยาเขตปราจีนบุรี จัดอบรมเชิงปฏิบัติการทางวิทย์

คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตปราจีนบุรี ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการ “การฝึกทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์” โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนในโครงการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียน ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม โรงเรียนปราจิณราษฎรอำรุง จังหวัดปราจีนบุรี โดยคณะอุตสาหกรรมเกษตรได้จัดกิจกรรมแบ่งเป็น 2 รอบ

รอบที่ 1 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 44 คน จัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2563 เวลา 08.30 – 16.30 น.

รอบที่ 2 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5 จำนวน 56 คน จัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2563 เวลา 08.00 – 16.00 น.

 

นอกจากนี้คณะอุตสาหกรรมเกษตร ได้ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความพร้อมด้านอุปกรณ์ เครื่องมือการแปรรูป เครื่องมือการวิเคราะห์คุณภาพ และศักยภาพของบุคลากรของคณะอุตสาหกรรมเกษตรในการจัดการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการแปรรูปอาหาร โภชนาการ การจัดการ และนวัตกรรมและเทคโนโลยีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมทั้งพัฒนาความร่วมมือด้านการพัฒนาทางวิชาการระหว่างคณะอุตสาหกรรมเกษตรและโรงเรียนปราจิณราษฎรอำรุงต่อไป

ขวัญฤทัย ข่าว


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

DATA ร่วมกับสำนักงานปปช. ภายใต้หัวข้อ “อยู่ให้เป็น ในยุคเปลี่ยนแปลง”

คุณอภิสฤษฎิ์ นิรุชทรัพย์รดา ( คนที่ 1 จากขวา ) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดาต้า เพาเวอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายปลั๊กไฟมากว่า 35 ปี ภายใต้แบรนด์ ดาต้า ( DATA ) “เชื่อในสิ่งที่ดีที่สุด” หนึ่งในกลุ่มผู้นำการทำตลาดปลั๊กไฟในประเทศไทยที่มีการลงทุนด้านสินค้า นวัตกรรม การออกแบบ และทำตลาดมาอย่างต่อเนื่องยาวนานที่สุด ได้รับเชิญจาก สำนักงาน ป.ป.ช. ให้เข้าร่วมเป็นวิทยากร ในโครงการพัฒนาสมรรถนะเจ้าพนักงานป้องกันการทุจริต กิจกรรมที่ 2 การเสริมสร้างสมรรถนะสำหรับนักบริหารการป้องกันการทุจริตยุคใหม่ ภายใต้หัวข้อ “อยู่ให้เป็น ในยุคเปลี่ยนแปลง”

โดยได้แนะนำการใช้แนวคิด Design Thinking มาใช้กับผลิตภัณฑ์ เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าของสินค้าเพื่อความอยู่รอดของบริษัท และรองรับกับการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ ดาต้า ทำเพื่อเปลี่ยนปลั๊กไฟธรรมดาให้เป็นนวัตกรรมใหม่ ในรูปแบบที่หลากหลาย สามารถตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคทั้งในยุคปัจจุบัน และในอนาคต ณ โรงแรม ปทุมวัน ปริ๊นเซส กรุงเทพฯ


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

เอเซอร์ จับมือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยว ชวนเที่ยวทั่วไทยในแคมเปญ Work Anywhere, Travel Together

กรุงเทพฯ 14 กันยายน 2563 – บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด จับมือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเปิดแคมเปญ Work Anywhere, Travel Together ภายใต้โครงการ Amazing Thailand ยกความเป็นผู้นำนวัตกรรมไอที ชวนคนไทยออกเที่ยวทั่วไทย วันไหนก็เที่ยวได้ ทำงานได้ในทุกที่ ทุกเวลาในแบบดิจิทัลไลฟ์สไตล์ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างสีสันให้กับการท่องเที่ยวไทย

นายกฤษณะ แก้วธำรงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “พันธกิจของการท่องเที่ยวประเทศไทย คือการขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเติบโตทั้งจากภายในประเทศและภายนอกประเทศ โดยการท่องเที่ยวได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของผู้คน และพื้นที่หรือสถานที่ทำงานในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในออฟฟิศอีกต่อไปสำหรับคนในยุคปัจจุบัน เพราะขอบเขตของสถานที่ทำงานได้ขยายกว้างให้ทุกคนสามารถสร้างพื้นที่ทำงานของตัวเองที่ไหนก็ได้ ซึ่งการทำงานพร้อมกับการเลือกออกเดินทางไปในสถานที่ที่ตนเองถูกใจ จึงเป็น Lifestyle ที่สามารถเห็นได้เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน โดย ททท. ยังมีแผนกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวได้ในทุกวัน จันทร์-อาทิตย์ ไม่จำเป็นต้องรอเสาร์-อาทิตย์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพราะฉะนั้นการใช้เทคโนโลยีรวมถึงอุปกรณ์ที่สามารถตอบสนองได้ทั้งการทำงานและการท่องเที่ยว จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก อีกทั้งเทคโนโลยียังเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยในการเผยแพร่ สร้างการรับรู้ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างกว้างขวาง โดยเทคโนโลยีได้เข้ามาเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ข้อมูล ทั้งภาพ และเสียง และความน่าสนใจของแหล่งท่องเที่ยวได้ ทำให้การร่วมเป็นพันธมิตรกับ Acer ก็จะสามารถเป็นฐานในการส่งข้อมูลและข่าวสารของแหล่งท่องเที่ยวได้อีกช่องทางหนึ่ง และส่งผลให้เกิดการรับรู้ด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นโดยอาศัยฐานลูกค้าที่กว้างขวางของ Acer อีกด้วย”

นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้องยังเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจไทย ข้อมูลจาก EIC ระบุว่า รายได้จากการท่องเที่ยวรวมทั้งไทยและต่างชาติในปี 2562 มีสัดส่วนสูงถึง 18.6% ของ GDP แยกเป็นจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 11.9% และนักท่องเที่ยวชาวไทย 6.7% ของ GDP ล่าสุด ธปท. ได้ปรับลดประมาณการนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองไทยลง ที่คาดว่าจะทำให้ GDP ลดลงอีก 0.5% และเมื่อเร็วๆ นี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้มีมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศด้วยการเชิญชวนให้คนไทยออกเที่ยวไทยเพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ทั้งนี้มีผลสำรวจของ ททท. ระบุว่าหนึ่งในเหตุผลที่คนไทยวางแผนท่องเที่ยวในระยะสั้น (เดินทางในจังหวัดที่พักอาศัย) ก็คือไม่มีเวลาว่างจากการทำงานนั่นเอง

ในชั่วโมงที่ยังไม่มีการเปิดน่านฟ้าระหว่างประเทศ กลุ่มคนที่ปกตินิยมเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศจะกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของภาคการท่องเที่ยว เพราะคนกลุ่มนี้กระหายในการเดินทางและมีกำลังซื้อสูง จึงเป็นโจทย์สำคัญของภาคส่วนต่างๆ ที่จะกระตุ้นให้เกิดการเดินทางในคนกลุ่มนี้ นอกจากนี้เรายังพบว่าปีนี้เป็นปีของ Digital Nomad ผู้ประกอบการอิสระหรือฟรีแลนซ์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น รวมถึงตลาด out-source ก็เติบโตมากขึ้น เนื่องจากบริษัทหลายแห่งต้องการลดต้นทุนและเพิ่มกำไรให้ธุรกิจ บางประเทศที่เห็นโอกาสจากเทรนด์ตลาดนี้ได้เริ่มออกแคมเปญ การสนับสนุนต่างๆ สำหรับคนกลุ่มนี้ ให้สามารถย้ายที่ทำงานไปได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นการออก Digital Nomad Visa โปรโมชันต่างๆ การลดหย่อนภาษี การให้วันหยุดที่ไม่นับเป็นวันหยุด ฯลฯ

มีคำถามเกิดขึ้นว่าการเวิร์คเคชั่น (Workation) นั้น “เวิร์ค” จริงหรือ สำหรับเอเซอร์เรามองว่าการทำงานแบบ “work-life flow” คือรูปแบบการทำงานที่ตอบโจทย์ในยุคปัจจุบัน นั่นคือการโฟกัสประสิทธิภาพการทำงานมากกว่าความพยายามที่จะบาลานซ์ชั่วโมงการทำงาน ซึ่งประสิทธิภาพการทำงานนั้น นอกจากเรื่องโลเคชันจะมีส่วนช่วยในการสร้าง productivity ให้คนทำงานแล้ว ความพร้อมในด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ และระบบเน็ตเวิร์คก็เป็นส่วนสำคัญต่อการสร้างสรรค์ผลงานครีเอทีฟต่างๆ รวมถึงคุณสมบัติของเครื่องอุปกรณ์ที่ทำให้การทำงานนอกสถานที่ลื่นไหลยิ่งขึ้น

แนวคิดล่าสุดจากกระทรวงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สู่การคอแลปครั้งสำคัญของสองวงการ ดึงจุดแข็งของเอเซอร์ผนวกกับความเป็นไอทีที่เข้าถึงดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของผู้คนมาเป็นอีกหนึ่งเรี่ยวแรงสำคัญในการขับเคลื่อนภาคท่องเที่ยวในประเทศ ภายใต้แคมเปญ Make Your Mark Work Anywhere, Travel Together แคมเปญที่เอเซอร์ตั้งใจทำขึ้นเพื่อชักชวนคนไทยให้ออกมาท่องเที่ยวภายในประเทศ ที่จะทำให้เกิดการท่องเที่ยวในรูปแบบ Hybrid: travel & work ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์การทำงานของโลกยุคใหม่ที่ไม่ได้ยึดติดกับ “ออฟฟิศ” หรือ “สำนักงาน” ช่วยให้เราสามารถท่องเที่ยวไปพร้อมกับการทำงานควบคู่กันได้ในทุกที่ ทุกเวลาอย่างมืออาชีพ โดยเอเซอร์จะโปรโมทวิดีโอการท่องเที่ยวในประเทศไทยไปกับช่องทางต่างๆ ของเอเซอร์ที่กระจายไปยังผู้ใช้ในกลุ่มต่างๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เอเซอร์เชื่อว่าจากการร่วมมือในแคมเปญนี้จะช่วยกระตุ้นและผลักดันให้การท่องเที่ยวไทยมีสีสันมากขึ้น

นอกจากความร่วมมือกับ ททท. แล้ว เอเซอร์ร่วมกับอินเทล จัดโปรโมชั่น Make Your Mark Work Anywhere, Travel Together ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน – 31 ตุลาคม 2563 ลุ้นโชค 2 ชั้น มูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท

โชคชั้นที่ 1 สำหรับผู้ที่ซื้อผลิตภัณฑ์ Acer, Predator หรือ ConceptD ที่มี Intel® Processor และลงทะเบียนสินค้าผ่าน Inbox Facebook: Acer Thailand รับสิทธิ์ลุ้นรางวัล

· แพกเกจตั๋วเครื่องบินไป-กลับ พร้อมที่พัก 3 วัน 2 คืน ณ DEVASOM Sky Villa จ.พังงา พร้อมดินเนอร์สุดหรู (สำหรับ 4 ท่าน) จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 120,000 บาท

· Notebook Acer Swift 3 จำนวน 20 รางวัลๆ ละ 23,990 บาท

· Voucher ที่พักรถบ้าน (สำหรับ 2 ท่าน) จำนวน 100 รางวัลๆ ละ 6,000 บาท

โชคชั้นที่ 2 เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ Acer หรือ Predator รุ่นที่ร่วมรายการและลงทะเบียนสินค้าด้วยบัญชี Facebook ของตนเองผ่าน Inbox Facebook: Acer Thailand รับ Cash Back มูลค่าสูงสุด 2,000 บาท

กำหนดจับรางวัล วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 เวลา 14.00 น. ณ ศูนย์บริการเอเซอร์, ศูนย์การค้าเซียร์รังสิต ประกาศผลทาง www.acerthailand.com ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://acerthailand.com/acer-work-anywhere


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

สพอ. เปิดหลักสูตร ผู้ควบคุมประจำหม้อน้ำ ปี 2563

สำนักพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เปิดหลักสูตรผู้ควบคุมประจำหม้อน้ำ ปี 2563 ทั้งในส่วนของ มจพ. กรุงเทพฯ และ ณ ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมทรัพยากรมนุษย์เพื่ออุตสาหกรรม อ. มาบตาพุด จ. ระยอง หลักสูตรผู้ควบคุมประจำหม้อน้ำ ค่าลงทะเบียนเข้าอบรม ท่านละ 5,900 บาท โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างอุปกรณ์และส่วนควบคุมต่าง ๆ ของหม้อน้ำและหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อนเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจถึงหลักการทำงานของหม้อน้ำหรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน ตลอดจนอุปกรณ์และส่วนควบคุมต่าง ๆ เพื่อให้มีความสามารถในการควบคุมการใช้หม้อน้ำหรือหม้อต้มได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุของหม้อน้ำหรือหม้อต้มและวิธีการแก้ไขป้องกันอุบัติเหตุดังกล่าว เพื่อให้ตระหนักถึงอุบัติเหตุอันตรายที่เกิดขึ้น ตลอดจนจะต้องทราบถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ควบคุมหม้อน้ำหรือหม้อต้มที่จะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่ผ่านการอบรมและผ่านการสอบมาตรฐานสามารถนำวุฒิบัตรไปยื่นขอขึ้นทะเบียนผู้ควบคุมประจำหม้อน้ำต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม สอบถามรายละเอียดการขึ้นทะเบียน เพิ่มเติมได้ที่สำนักเทคโนโลยีความปลอดภัย กรมโรงงานอุตสาหกรรม โทรศัพท์ 0-2202-4222 หรือ 0-2202-4217 สำหรับหลักสูตร ผู้ควบคุมประจำหม้อน้ำ ปี 2563 มีดังนี้

1) การจัดอบรมผู้ควบคุมประจำหม้อน้ำปี 2563 ณ สำนักพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรม มจพ. รุ่นที่ 5/63 วันที่ 6 – 10 ตุลาคม 2563 และรุ่นที่ 6/63 วันที่ 23 – 28 พฤศจิกายน 2563 สถานที่ฝึกอบรม สำนักพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)

2) การจัดฝึกอบรม หลักสูตรผู้ควบคุมประจำหม้อน้ำ ในจังหวัดระยองและพื้นที่ใกล้เคียง ณ ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมทรัพยากรมนุษย์เพื่ออุตสาหกรรม รุ่นที่ 4/63 วันที่ 28-30 กันยายน 2563 และ วันที่ 1-3 ตุลาคม 2563 และรุ่นที่ 5/63 วันที่ 9-17 พฤศจิกายน 2563 สถานที่ฝึกอบรม ณ ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมทรัพยากรมนุษย์เพื่ออุตสาหกรรม มจพ. ต. มาบตาพุด อ.ระยอง จ.ระยอง

สอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) โทรศัพท์ 0-2555-2000 ต่อ 2616 และ 2617 E-mail : itditr@kmutnb.ac.thitditrr@gmail.com และสามารถสมัครอบรมออนไลน์

ขวัญฤทัย ข่าว-ภาพ


 

Exit mobile version