Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

นักพัฒนาธุรกิจรับสร้างบ้านรุ่นใหม่ผุดขึ้นอีกครั้ง! HBEX #3 หลักสูตรเพื่อยกระดับและพัฒนาธุรกิจรับสร้างบ้าน ครั้งที่ 3 โดยสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ร่วมกับ BUILK Thailand จัดหลักสูตรอบรมเพื่อยกระดับและพัฒนาธุรกิจรับสร้างบ้าน ครั้งที่ 3 ภายใต้ชื่อ Home Builder Expert 2020 หรือ HBEX #3 โดยในครั้งนี้จัดหลักสูตรอบรมภายใต้หัวข้อ “Secrets of Successful Home Builders เคล็ดลับพัฒนาธุรกิจรับสร้างบ้าน” จัดเป็นหลักสูตร 4 วัน

เมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านร่วมกับ BUILK Thailand ได้จัดหลักสูตร HBEX #3 หรือ Home Builder Expert 2020 ครั้งที่ 3 ขึ้น โดยในครั้งนี้จัดหลักสูตรอบมรมภายใต้หัวข้อ “Secrets of Successful Home Builders เคล็ดลับพัฒนาธุรกิจรับสร้างบ้าน” เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้มีความรู้และรับการถ่ายทอดประสบการณ์จากกูรูชั้นนำในวงการธุรกิจรับสร้างบ้าน ว่ากว่าจะประสบความสำเร็จจนถึงทุกวันนี้ได้ สิ่งไหนที่ต้องยึดถือเป็นหัวใจสำคัญและกุญแจแห่งความสำเร็จในธุรกิจรับสร้างบ้าน อีกทั้งยังเป็นการผลักดันให้คนรุ่นใหม่เข้ามาในธุรกิจนี้อย่างมีประสิทธิภาพและเติบโตได้อย่างเข้มแข็งในอนาคต ซึ่งนายวรวุฒิ กาญจนกูล นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ได้ให้เกียรติเป็นประธานมอบประกาศนียบัตรให้กับผู้เข้าอบรม และนายธีร์ บุญวาสนา อุปนายกฝ่ายวิชาการ/ รองเลขาธิการสมาคม ประธานปลักสูตรอบรม ได้กล่าวปิดการอบรมในครั้งนี้ด้วย

“ปีนี้เป็นปีที่ 3 ที่เราได้จัดทำหลักสูตรอบรมเพื่อยกระดับและพัฒนาธุรกิจรับสร้างบ้านให้มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ โดยในครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณวิทยากรทุกท่านที่ให้เกียรติสละเวลามาร่วมกันสร้างและพัฒนาธุรกิจรับสร้างบ้านไปด้วย กัน ไม่ว่าจะเป็น คุณ ไผท ผดุงถิ่น CEO และ Co-founder บริษัท บิลค์ วัน กรุ๊ป กับหัวข้อ มาทำงานให้เป็นดิจิทัลกันเถอะ : Digitalizing Processes for Home Builders ความรู้ในการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลกันอย่างเต็มอิ่ม รศ.ดร.ธนิต ธงทอง และคุณวรวุฒิ กาญจนกูล นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ประธานบริหาร บริษัท ดับบลิวเฮ้าส์ จำกัด มาร่วมให้ความรู้ในหัวข้อ “สร้างบ้านอย่างไร ให้ได้มาตรฐาน” คุณวีระ เจียรนัยพานิชย์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนา กลยุทธ์ ธุรกิจ SME LINE Certified Coach 2019 จาก Session ติดอาวุธธุรกิจรับสร้างบ้านด้วยการตลาดออนไลน์ กับหัวข้อ “ทำแบรนด์ให้เป็น Top of mind ต้องทำซ้ำๆย้ำๆให้คนจำได้” คุณบังอร สุวรรณมงคล Managing Director&Founder Hummingbirds Consulting ภายใต้หัวข้อ “ลูกค้าไม่ได้ซื้อสิ่งที่เราขาย แต่ซื้อ คุณค่า (Value) จากเรา” เพราะลูกค้าไม่ได้ต้องการซื้อบ้าน แต่ต้องการซื้อรางวัลชีวิต และอีกหลายท่าน นอกจากนี้ ผู้เข้าอบรม ยังได้ไปศึกษาดูงานยังสถานที่ก่อสร้างจริง กับบ้านหรูระดับ 100 ล้าน จาก บริษัท มาสเตอร์ แปลน 101 จำกัด แบบสุด Exclusive โดยมีทีมวิศกรมาให้ความรู้ และแลกเปลี่ยนความรู้กันที่เป็นประโยชน์สำหรับธุรกิจรับสร้างบ้านอีกด้วย งานนี้ผมต้องบอกว่า ที่ประสบความสำเร็จทั้งในปีนี้และที่ผ่านๆ มานั้น ต้องขอขอบคุณวิทยากรทุกท่านจริงๆ เพราะทุกท่านได้ให้ความรู้อย่างไม่จำกัด พร้อมตอบทุกข้อสงสัยในธุรกิจให้กับคนรุ่นใหม่ได้มีแนวทางและติดอาวุธ พร้อมรับมือและแก้ปัญหากับการเปลี่ยนแปลงอีกด้วย” นายธีร์ บุญวาสนา อุปนายกฝ่ายวิชาการ/รองเลขาธิการสมาคม กล่าว

หลักสูตรอบรม Home Builder Expert 2020 จัดโดยสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านนั้น จัดขึ้นเป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกปี ท่านที่สนใจสามารถติดตามได้ทาง Facebook สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน หรือ HBEX: Home Builder Expert


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

สำนักประสานงานชุดโครงการอุตสาหกรรมความมั่นคง และเทคโนโลยีอวกาศ จัดสัมมนาเรื่องศักยภาพและความท้าทายด้านเทคโนโลยีอวกาศของไทย

สำนักประสานงานชุดโครงการอุตสาหกรรมความมั่นคง และเทคโนโลยีอวกาศ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้จัดสัมมนาในหัวข้อเรื่อง “ศักยภาพและความท้าทายด้านเทคโนโลยีอวกาศของไทย” วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 เวลา 9.00 – 12.00 น. ถ่ายทอดสดผ่านทาง Zoom โดยมีเป้าหมายเพื่อตีแผ่ศักยภาพในด้านเทคโนโลยีอวกาศของไทยผ่านมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ แก่ผู้ให้ความสนใจ

โดยได้รับเกียรติจากวิทยากร 3 ท่าน

(1) Mr. Ono Atsushi Director of JAXA Bangkok office บรรยายเรื่อง “Rocket launch site”

(2) ดร.พงศธร สายสุจริต ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีอวกาศนานาชาติเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ บรรยายเรื่อง “เทคโนโลยีดาวเทียมไทยกับความเป็นไปได้ในอนาคต” และ

(3) พลอากาศตรี เจษฎา คีรีรัฐนิคม สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ บรรยายเรื่อง “เทคโนโลยีจรวดและโอกาสของประเทศไทย”

ดำเนินการช่วงเสวนากับวิทยากร โดย ดร.อัมรินทร์ พิมพ์หนู


วิศวกรชำนาญการ ด้านบริหารการทดลองและการสำรวจอวกาศ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนผ่าน QR Code หรือผ่าน URL:https://forms.gle/rn4YSohs47XU5Gi7A ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 10 พฤศจิกายน 2563

ขวัญฤทัย ข่าว –ภาพ


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ออฟฟิศเมท จัดแคมเปญใหญ่แห่งปี ฉลอง 11.11 ลดสูงสุด 90% อันนี้ก็ลด อันนั้นก็แถม! พร้อมคูปอง “ช้อปดีมีคืน” มูลค่ารวม 2,600 บาท

ออฟฟิศเมท ฉลองเทศกาลช้อปแห่งปี 11.11 จัดแคมเปญใหญ่ ลดราคาสูงสุด 90% กับไอเท็มน่าช้อป   อันนี้ก็ลด อันนั้นก็แถม! ให้คุณช้อปสนุก ประหยัดทุกบิล คุ้มทุกออเดอร์

– สินค้าดีราคาโดน อาทิ โต๊ะทำงาน เก้าอี้ผู้บริหาร อุปกรณ์สำนักงาน ไอที ปริ้นเตอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า

– สินค้าถูกชัวร์ ประหยัดทั้งปี ทั้งกระดาษถ่ายเอกสาร ปากกา  แฟ้มสันกว้าง เทปโอพีพี เก้าอี้สำนักงาน  ชุดคีย์บอร์ดและเมาส์ไร้สาย และสินค้าอื่นๆ  อีกกว่า 300 รายการ  เพียงสังเกตสัญลักษณ์ #ออฟฟิศเมทการันตี

– ช้อปคุ้มแทบคลั่ง กับ “Crazy Brand Sale” ลดปังทั้งแบรนด์ตลอดเดือน 11 ช้อปสินค้าเครื่องใช้สำนักงาน  ไอที กระดาษโน้ตPost-it เครื่องคิดเลข เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ทำความสะอาด จากแบรนด์ดัง อาทิ 3M, Scotch, Elephant, QuanTum, one, neo, mi, hp, CASIO, Command, Pentel,   ROCKWOOD  และ Sunvo รับส่วนลดสุดพิเศษ หรือของแถมถูกใจ เมื่อช้อปครบตามที่กำหนด



พิเศษสุด!!… 5 พ.ย. 63 – 9 พ.ย. 63 พบกับโปรโมชั่น “ช้อปดีมีคืน” ช้อปที่ร้านออฟฟิศเมททุกสาขา ครบ 10,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ รับคูปองส่วนลด 800 บาท* และเมื่อช้อปผ่าน Contact Center 1281 หรือ ช่องทางออนไลน์ที่ officemate.co.th, Mobile App หรือทักแชทมาช้อปที่ Line: @OfficeMate ครบ 10,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ รับคูปองส่วนลด 1,800 บาท* โดยลูกค้าบุคคลสามารถขอรับใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้ง่ายและรวดเร็วทุกช่องทางการสั่งซื้อ เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท ในโครงการ “ช้อปดีมีคืน” ออฟฟิศเมทบริการจัดส่งฟรีถึงบ้าน/ออฟฟิศ เพียงช้อปครบ 499 บาท* (ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด)


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มจธ. จับมือ หัวเว่ย สร้างบุคลากร AI ป้อนตลาดแรงงานทักษะสูง พร้อมมอบอุปกรณ์ระบบคลาวด์เพื่อเสริมทัพการเรียนการสอน ภายใต้โครงการ Huawei ICT Academy

กรุงเทพฯ — เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2563 บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) เพื่อการพัฒนาและส่งเสริมทักษะความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านไอซีทีในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งป้อนแรงงานทักษะสูงเข้าตลาดแรงงาน ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีขั้นสูงมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในโลกยุคดิจิทัล โดยมี รศ. ดร. สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และ นายเจสัน เผิง รองประธานบริหาร กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้แทนในการลงนาม

บรรยายภาพ: รศ. ดร. สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี (กลางซ้าย) อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และ นายเจสัน เผิง (กลางขวา) รองประธานบริหาร กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ ว่าด้วยการส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรด้าน AI โดยมี ผศ. ดร. ประเสริฐ คันธมานนท์ (ที่ 2 จากซ้าย) รองอธิการบดีอาวุโสฝ่ายบริหาร, ผศ. ดร. มณฑิรา นพรัตน์ (ซ้ายสุด) รองอธิการบดีฝ่ายอุตสาหกรรมและภาคีความร่วมมือ, นายชูโกะ ลี (ที่ 2 จากขวา) ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจคอมพิวเตอร์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด และนายคมเดช เรืองเดชวรชัย (ขวาสุด) ผู้อำนวยการฝ่ายขายอุตสาหกรรมการศึกษา กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมทั้งคณะผู้บริหารทั้งสองฝ่าย ร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนาม

ภายใต้เอ็มโอยูดังกล่าว หัวเว่ยจะทำงานร่วมกับมจธ. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการเรียนการสอนด้าน AI ของนักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรของมหาวิทยาลัย รวมถึงดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนาร่วมกัน โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีอันล้ำสมัยอย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในเชิงสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อสังคม ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรและสร้างรากฐานทักษะและองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีขั้นสูง เตรียมความพร้อมให้นักศึกษาสามารถนำทักษะที่ได้ฝึกฝนผ่านโครงการไปใช้ในการทำงานจริงในอนาคต ตอบสนองความต้องการแรงงานทักษะสูงในตลาดเกิดใหม่ เพื่อเร่งให้เกิดนวัตกรรมและส่งเสริมการใช้ AI อย่างแพร่หลายในประเทศไทย

นอกจากนี้ ภายหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ นายเจสัน เผิง ยังได้ส่งมอบอุปกรณ์ระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง (Huawei Cloud Computing Lab Equipment) เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย ภายใต้โครงการ Huawei ICT Academy โดยมี รศ. ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย ให้เกียรติเป็นผู้รับมอบอุปกรณ์ดังกล่าว


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

FINN MOBILE ชวนกระชับสัมพันธ์ครอบครัว กับแคมเปญโฆษณาล่าสุด “#ขออย่าหยุดฟิน” ทุก gen ฟินได้ถ้าใจต้องการ เหมือนหรือต่างก็ฟินได้เหมือนกัน

กรุงเทพฯ, 3 พฤศจิกายน 2563 – FINN MOBILE ซิมมือถือ โทร แชท เล่นเน็ต ที่ให้บริการในรูปแบบดิจิทัล 100% รายแรกในประเทศไทย ปล่อยแคมเปญโฆษณาออนไลน์ใหม่ “#ขออย่าหยุดฟิน” ส่งเสริมความสัมพันธ์คนในครอบครัวมาเป็นซีรีส์ครอบครัวอย่าง “แม่คอละคร VS ลูกสาวสายซีรีส์” และ “พ่อเซียนมวย VS ลูกชายสายเกม” ผสานเข้ากับสองแพ็กเกจสุดคุ้มอย่าง FINN MAX และ FINN Unlimited ที่เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ความฟินในวันนี้ ไม่ว่าจะอยู่ Generation ไหน มีไลฟ์สไตล์ต่างกันสุดขั้วแบบใด ขออย่าให้ช่องว่างของยุคสมัยทำให้คุณหยุดฟิน เพราะ FINN MOBILE เชื่อว่าทุกคนมีเรื่องฟินในแบบตัวเอง จะ gen ไหนก็ฟินได้เหมือนกัน พร้อมนำเสนอ 3 แนวทางกระชับสัมพันธ์ครอบครัวให้ฟินกว่าเดิม ได้แก่ 1. เปิดใจรับฟังให้มากขึ้น 2. แตกต่างอย่างลงตัว และ 3. หาอะไรฟิน ๆ มาแจมร่วมกัน

แคมเปญโฆษณาใหม่ #ขออย่าหยุดฟิน ทั้ง 2 เรื่อง “แม่คอละคร VS ลูกสาวสายซีรีส์” และ“พ่อเซียนมวย VS ลูกชายสายเกม” ต่างนำเสนอความน่ารักเกี่ยวกับพฤติกรรมความฟินของสมาชิกในครอบครัว สื่อสารด้วยเนื้อหาเข้าใจง่ายผ่านความสัมพันธ์ระหว่างสองตัวละคร แม่กับลูกสาว และ พ่อกับลูกชาย ที่กำลังทำกิจกรรมที่ตนเองชื่นชอบ ชมละครหลังข่าว/ดูซีรีส์เกาหลี หรือ ชมศึกมวยไทย/เล่นเกมตีป้อม แม้แต่ละคนมีสิ่งที่ชอบไม่เหมือนกันแต่ก็ฟินได้ในแบบที่ตนเองต้องการ ด้วยแพ็กเกจคุ้ม ๆ FINN MAX ที่ให้ดาต้าเน็ตเยอะถึง 80GB และใช้สลับกับเน็ตฟรีไม่อั้น ไม่ลดสปีด ความเร็ว 10 Mbps พร้อมโทรฟรีไม่จำกัดเครือข่ายอีก 300 นาที ในราคาเพียง 279 บาทต่อเดือน หรือแพ็กเกจ FINN Unlimited เพลินไปกับเน็ตความเร็วสูงสุด 100 Mbps ไม่จำกัด โทรก็ไม่จำกัดทุกเครือข่าย เพียงเดือนละ 749 บาท

*(ใช้ได้ถึง 31 ธันวาคม 2563)

ช่องว่างระหว่างวัย (Generation Gap) ทำให้คนเรามีค่านิยม ความคิด ความเชื่อ ความสนใจ การจัดลำดับความสำคัญ และการตัดสินใจต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน หากเราทำความเข้าใจแต่ละช่วงวัย จะช่วยให้เราสามารถหาสมดุลในการปรับตัวอยู่ร่วมกับคนหลากหลายช่วงวัยได้อย่างมีความสุข FINN MOBILE มี 3 แนวทางกระชับความสัมพันธ์ให้ฟินกว่าเดิมมานำเสนอ

  1. เปิดใจรับฟังให้มากขึ้น ปกติเรามักพูดเรื่องของตัวเองมากกว่ารับฟังของคนอื่น ซึ่งถ้าปรับให้เป็นการรับฟังให้มากขึ้น จะเปิดโอกาสให้เราได้รู้ว่าคนอื่นอยากสื่อสารอะไรกับเรา จะทำให้เข้าใจและจูนความรู้สึกต่อกันได้ดีและใกล้ชิดขึ้น
  2. แตกต่างอย่างลงตัว ใครเคยบอกว่าความต่างมันคือเรื่องที่แย่ แต่แท้จริงแล้วความต่างนี่แหละคือสิ่งที่เติมเต็มความสัมพันธ์ให้สมบูรณ์ ความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นด้านไหน ถ้าได้เปิดใจและรับฟังแบบที่ยังไม่ตัดสินอีกคนไปก่อน และปรับมุมมอง ลองมองอีกด้านของอีกคน ย่อมทำให้เข้าใจอีกคนและอยู่ร่วมกันได้ดีขึ้น
  3. หาอะไรฟิน ๆ มาแจมร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นดูหนัง ซีรีส์ ละคร สารคดี รายการทำอาหาร ออกกำลังกาย หรือดูกีฬาโปรด วันนี้สามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย ทั้งจากบนแอปฯ ดูหนัง หรือแอปฯ ไลฟ์สตรีมมิ่งต่าง ๆ เดี๋ยวก็เจอจุดร่วมให้มาฟินด้วยกันได้

FINN MOBILE สนับสนุนทุกความฟินของทุกคน และเชื่อมั่นว่าความฟินสามารถแบ่งบันกันได้เช่นโฆษณาล่าสุดนี้ พร้อมตอกย้ำให้ทุกคนเห็นว่าเทคโนโลยีการสื่อสารมีส่วนสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันได้อย่างราบรื่นเป็นมากกว่าแค่การสื่อสาร แต่ยังสามารถใช้ทำกิจกรรมที่เราชื่นชอบ รวมถึงเสพคอนเท้นต์ความบันเทิงที่ทุกวัยสามารถฟินในแบบตนเองจากความคุ้มค่าของแพ็กเกจ FINN MOBILE ที่ทั้งให้เน็ตเยอะ และราคาถูกสุด ๆ ติดตามชมแคมเปญโฆษณาทั้งสองตอนได้แล้ววันนี้ทาง https://bit.ly/3kThTyH นอกจากนี้ยังสามารถเข้าไปดูโปรโมชั่นแพ็กเกจสุดคุ้มที่ https://bit.ly/3oQ3yWf

เกี่ยวกับ FINN MOBILE

FINN MOBILE ซิมมือถือ โทร แชท เล่นเน็ต ราคาถูกกว่าแน่นอน ที่ให้บริการในรูปแบบดิจิทัล 100% รายแรกในประเทศไทย จ่ายน้อยกว่า แต่ให้อิสระมากกว่า ด้วยบริการที่ไม่มีสัญญาผูกมัด พร้อมด้วยอินเตอร์เน็ตความเร็ว 10 Mbps ไม่อั้น ไม่ลดสปีดกับทุกแพ็กเกจ ให้คุณออนไลน์ได้ไม่รู้จบ นอกจากนี้ยังตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ด้วยการควบคุมและจัดการทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อซิม เลือกเบอร์ เปลี่ยนแพ็กเกจ ปรับความเร็วอินเตอร์เน็ต ควบคุมค่าใช้จ่าย จนถึงการจ่ายค่าบริการด้วยตัวเอง ผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ www.finnmobile.io และแอปพลิเคชัน FINN MOBILE


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัวสวิตช์ปลั๊กโฉมใหม่ AvatarOn A ติดตั้งง่าย ครบทุกความต้องการในแบรนด์เดียว

กรุงเทพ- 5พฤศจิกายน 2563: ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัวสวิตช์ไฟและเต้ารับรุ่นใหม่ AvatarOn A ดีไซน์ระดับพรีเมี่ยม แบบไร้กรอบ เรียบหรู ดูดี ลงตัวในทุกดีไซน์ ครบทุกความต้องการสำหรับที่พักอาศัยเจนเนอร์เรชั่นใหม่ ให้ความปลอดภัยสูง สามารถปรับแต่งรวมสวิตช์และเต้ารับได้หลากหลายรูปแบบตามลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันในแต่ละห้อง แต่ละพื้นที่ มาพร้อมเทคโนโลยีอีซี่คลิป(Easy Clip) ช่วยให้ติดตั้งง่าย AvatarOn A ยังผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และได้รับมาตรฐาน IEC (International Electro technical Commission)

นายกุศล กุศลส่ง รองประธาน Home& Distributions ดูแลกลุ่มคลัสเตอร์ ประเทศไทย ลาว และเมียนมา เผยว่า สังคมและยุคสมัยเปลี่ยนไป ผลิตภัณฑ์ต้องรองรับการเปลี่ยนรูปแบบในการใช้ชีวิตของผู้บริโภคเป็นหลัก ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จึงให้ความสำคัญด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่มสวิตช์และเต้ารับให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครอบคลุม และให้ความปลอดภัยแก่ผู้ใช้งาน AvatarOn A นับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของสวิตช์ไฟและเต้ารับ ที่จะเข้ามาเติมเต็มการใช้ชีวิตและการพักผ่อนในบ้านได้อย่างสมบูรณ์แบบ ให้ความยืดหยุ่นในการใช้งาน โดยสามารถเลือกจับคู่ประเภทของสวิตช์และเต้ารับให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานแต่ละคน กิจกรรมในแต่ละห้องหรือแต่ละพื้นที่ เช่น การผสมระหว่างโมดูลชาร์จ USB กับปุ่มไฟหรี่และปุ่มควบคุมพัดลมบริเวณหัวนอนเพื่อสะดวกในการใช้งานสิ่งต่างๆ โดยไม่ต้องลุกจากที่นอน โดยใน 1 เต้าสามารถใส่ได้สูงสุดถึง 3 โมดูล นอกจากนี้สวิตช์ไฟของเรายังมีความโดดเด่นด้วยเสียงคลิกที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ถึงความปลอดภัยทุกครั้งที่กด ด้วยการออกแบบภายในที่ไม่เหมือนใคร มีการขยายระยะห่างระหว่างจุดสัมผัสภายในสวิตช์ เพื่อลดความเสี่ยงจากความเสียหายที่เกิดจากแรงดันไฟฟ้าที่สูงแบบเฉียบพลันอีกด้วย AvatarOn A จึงถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ที่อยู่อาศัยยุคใหม่ได้ดีทีเดียว ด้วยการออกแบบที่ไม่ได้แค่เพียงสวยงาม แต่ให้ความปลอดภัย พร้อมๆ กับโมดูลที่สามารถเลือกให้รวมอยู่ในเต้าเดียวกันได้ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการติดตั้งเต้าแยก หรือต้องเจาะผนังจำนวนมาก”

AvatarOn A นับเป็นแรงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในอีโคซิสเต็มแบบ 360 องศา ทั้งผู้พักอาศัย สถาปนิก เจ้าของโครงการหมู่บ้าน คอนโด และช่างไฟ ทั้งยังหาซื้อง่ายตามร้านขายวัสดุก่อสร้าง ร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้า ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ มีสีให้เลือกถึง 3 เฉดสี ได้แก่ สีขาว สีเทา และสีดำ มีโมดูลต่างๆ ให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโมดูลสวิตช์ที่มีให้เลือกถึง 4 แบบ 3 ขนาด โมดูลเต้ารับมีให้เลือกถึง 3 ขนาด มีทั้งเต้ารับปลั๊กจากอุปกรณ์ไฟฟ้า และเต้ารับ USB ทั้ง type A และ type C นอกจากนี้ยังมีโมดูล VDI โมดูลไฟหรี่ ปุ่มกดฉุกเฉิน และ โมดูลฝาครอบเสริมโลหะขนาดต่างๆ อีกด้วย เรียกได้ว่าเติมเต็มความต้องการสำหรับชีวิตยุคใหม่ได้อย่างครบครัน

AvatarOn A เริ่มวางจำหน่ายภายในเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ที่ร้านค้าไฟฟ้าและร้านค้าออนไลน์ทั่วประเทศ
https://www.se.com/th/th/home/products/avatarona/


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

เจรจาจับคู่ธุรกิจสุดปัง! ในงาน Smart SME Expo 2020

เรียกได้ว่าเกินความคาดหมายเลยทีเดียวสำหรับกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจที่ทำแบบผสมผสานทั้งออนไลน์และออฟไลน์ในงาน Smart SME EXPO 2020 ที่ได้โมเดิร์นเทรด ธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ รวมทั้งแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชื่อดัง ทั้งในและต่างประเทศ ตบเท้าเข้าร่วมจับคู่ธุรกิจอย่างมากมายภายในงาน อาทิ พีที แม็กซ์มาร์ท , CJ Express, Top Supermarket, Thailandmall, ทีวี ไดเร็ค, ห้างกนกกาญจน์ ดีพาร์เมนต์ สโตร์ , ลาซาด้า, Youpik Thailand, แอลเอ็นดับเบิ้ลยู, ริชี่ เพลซ 2002, AirPay counter, Sea Talk, Ocha รวมทั้งคู่ค้ารายใหญ่จากประเทศจีน ลาว และกัมพูชา โดยสามารถเจรจาจับคู่ธุรกิจได้มากถึง 293 คู่ แบ่งเป็นการจับคู่กับคู่ค้าภายในประเทศไทย 206 คู่ และการจับคู่กับคู่ค้าต่างประเทศทั้งประเทศจีน ลาว กัมพูชา รวม 87 คู่ มีธุรกิจอาหารแปรรูปเข้าร่วมกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจสูงสุดคิดเป็นร้อยละ 70 รองลงมาคือ ธุรกิจความงาม และธุรกิจผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งสร้างสีสันและความคึกคักภายในงานได้เป็นอย่างดี


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

เปิดรับสมัคร J-MAT Next Gen รุ่นที่ 36 “Next chapter to be a new you”

ชมรมยุวสมาชิกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย หรือ J-MAT เชิญชวนนิสิตนักศึกษา สมัครเข้าร่วม โครงการ J-MAT Next Gen รุ่นที่ 36 ภายใต้ธีม “Next chapter to be a new you โอกาสที่จะสร้างประสบการณ์ให้คุณสู่การเป็นนักการตลาดรุ่นใหม่” เพื่อเปิดเส้นทางแห่งโอกาสสำหรับนิสิตนักศึกษา ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพและความรู้ที่เกี่ยวข้องด้านการตลาด
มีความสนใจเข้าร่วมเป็นคณะทำงานชมรมยุวสมาชิกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นตัวแทนสถาบันในการจัดกิจกรรมทางการตลาดเพื่อเยาวชน

โดยฝึกบริหารโครงการและพัฒนาศักยภาพด้านต่างๆ ด้วยวิธีลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งมีรุ่นพี่ที่ปรึกษา และคณะกรรมการบริหารจากทางสมาคมการตลาดฯ คอยให้คำแนะนำ พร้อมทั้งเป็นตัวแทนของสถาบันในการถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารโอกาสและกิจกรรมต่างๆ จากสมาคมการตลาดฯ ไปยังสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ

คุณสมบัติผู้สมัคร
เป็นนิสิต นักศึกษา ชั้นปีที่ 2 – 4 (ไม่จำกัดคณะ สาขา และสถาบัน) ที่มีความสนใจอยากเรียนรู้และพัฒนาทักษะทางด้านการตลาด
โดยสามารถเข้าร่วมการประชุมประจําทุกเดือนกับทีม Smart J-MAT และทางสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ได้อย่างน้อย 2 ครั้ง / เดือน รวมถึงมีบทบาทและส่วนร่วมในการบริหารโครงการต่างๆ ตลอดระยะเวลา 1 ปี ร่วมกับเพื่อนๆ ในรุ่นกว่า 20 สถาบันทั่วประเทศ
เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันนี้ – 20 พฤศจิกายน 2563

ลงทะเบียนเพื่อสมัครออนไลน์ได้ทาง:
https://form.jotform.com/202711950958056

ติดตามรายละเอียดและข่าวสารโครงการได้ทาง
Facebook: “J-MAT” http://bit.ly/smartjmat
Instagram: “jmat_official” www.instagram.com/jmat_official
LINE@: “@smartjmat” http://bit.ly/Line_SMARTJMAT


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

อสังหาฯ ไทย Go Inter ต้องรู้จัก FIABCI

ทำความรู้จัก FIABCI ช่องทางที่มีศักยภาพในการนำอสังหาริมทรัพย์ไทยไปลงทุนเมืองนอก Go Inter ไปเชื่อมต่อกับตลาดโลก

ในยุคปัจจุบันอสังหาริมทรัพย์ไทยจำเป็นต้อง Go Inter หรือไปลงทุนเมืองนอกกันแล้ว ถ้าจะไปเชื่อมต่อกับโลก เราจำเป็นต้องมีช่องทางที่ดีคือ FIABCI นั่นเอง

ในสถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังระส่ำระสายทางการเมืองและเศรษฐกิจ การส่งออกก็ประสบความยากลำบาก วิสาหกิจไทยควรไปลงทุนในต่างประเทศ เพื่อนำเงินตราเข้าประเทศไทยของเราด้วย ไม่ใช่เป็นเพียงฝ่ายรับรอการลงทุนจากต่างประเทศเท่านั้น การไปลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศนั้น ให้ประโยชน์หลายสถาน เช่น:

เป็นการกระจายความเสี่ยง เนื่องจากในขณะนี้โอกาสการลงทุนในประเทศไทยมีจำกัด กำลังซื้อก็หดหายไปมาก ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส คาดว่าการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2563 จะลดลงกว่าปี 2562 ถึง 30% การขยายตัวของธุรกิจพัฒนาที่ดินจึงแทบไม่มี

เป็นการแสวงหาโอกาส เพราะในต่างประเทศ โดยเฉพาะในอาเซียน แม้จะมีสถานการณ์โควิด-19 อยู่มาก เมื่อเทียบกับประเทศไทย แต่เศรษฐกิจของเขายังแข็งแกร่งอยู่อีกมาก หลายประเทศเศรษฐกิจไม่ติดลบแม้ในปี 2563 นี้ และในปี 2564 เศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านก็ยังเติบโตในอัตราที่สูงกว่าไทยมาก ดังนั้นจึงนับเป็นโอกาสดีในการแสวงหาโอกาสในต่างประเทศ และจากผลการสำรวจของศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ตลาดในต่างประเทศกำลังเติบโตสูงมาก

เป็นการสร้างแบรนด์ จากการเป็นบริษัทพัฒนาที่ดินท้องถิ่นเฉพาะในประเทศไทย ก็จะกลายเป็นบริษัทพัฒนาที่ดินข้ามชาติไปเลย ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น อย่างบริษัทรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เช่น บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) หากไปพัฒนาในอินโดนีเซีย ในอีก 15 ปีข้างหน้า ขนาดของ PS ในอินโดนีเซียอาจใหญ่กว่าในไทยเสียอีก

ในโลกนี้มาสมาพันธ์อสังหาริมทรัพย์ที่เป็นแหล่งรวมนักอสังหาริมทรัพย์จากทั่วโลก นั่นคือ FIABCI เป็นชื่อย่อตามภาษาฝรั่งเศส หรือแปลเป็นอังกฤษว่า International Real Estate Federation ซึ่งเป็นสหพันธ์อสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีสมาชิกถึง 70 ประเทศทั่วโลก และที่สำคัญเป็นศูนย์รวมของนักอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท เช่น นักพัฒนาที่ดิน นายหน้า ผู้ประเมินค่าทรัพย์สิน ผู้บริหารทรัพย์สิน หรือนักวิชาชีพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่รวมกันเป็นสหพันธ์หรือสมาคมที่มีขนาดใหญ่และมีกิจกรรมต่อเนื่องเชื่อมต่อในระดับโลก และในประเทศไทย ก็มี FIABCI-Thai โดย ดร.โสภณ พรโชคชัย เป็นนายกสมาคมอยู่ในขณะนี้

FIABCI ที่เกิดขึ้นมาราว 70 ปีก่อนนั้น เข้ามาในประเทศไทยเมื่อ 40 ปีก่อนแล้ว โดยมีหลักฐานอย่างหนึ่งก็คือ คุณสุขุม ถิระวัฒน์ อดีตนายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับที่ดินเคหะและ การก่อสร้าง ที่ก่อตั้งตั้งแต่ก่อนปี 2520 เป็นบุคคลหนึ่งที่ก่อตั้ง FIABCI ไทยเป็นคนแรก เพราะท่านเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติ Medal of Honor ในนามของ FIABCI-Thai ในปี 2526 และคนไทยอีกคนหนึ่งที่ได้รับเหรียญเชิดชูเกียรตินี้ ก็คือ ดร.โสภณ พรโชคชัย ที่ได้ในปี 2549

FIABCI-Thai ก็ขาดหายไประยะหนึ่ง ผู้ที่ร่วมก่อตั้งท่านหนึ่งให้ความเห็นว่าสมาคมนี้เป็นสมาคมใหญ่มาก ไปประชุมแต่ละทีมีคนไปนับพันคน ทำให้การจะไปเชื่อมต่อกับใคร คงจะไม่ได้ในรายละเอียดอะไรมากนัก ประกอบกับช่วงนั้นมีสมาคม ASEAN Association of Planning and Housing (AAPH) ซึ่งเชื่อมต่อนักพัฒนาที่ดินในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ยิ่งกว่านั้นการไปประชุมนานาชาติทั่วประเทศในยุคนั้นคงเสียค่าใช้จ่ายกันมากพอสมควร กิจกรรมของ FIABCI จึงขาดตอนไปนั่นเอง

จนกระทั่งถึงในปี 2547 ก็มีความพยายามในการจัดตั้ง FIABCI-Thai ขึ้นมาอีก ในคราวนั้น ดร.โสภณ พรโชคชัย และคุณประยูร ดำรงชิตานนท์ ได้ร่วมกันก่อตั้ง และได้ไปประชุม FIABCI โลกร่วมกันที่นครฮูสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา โดย ดร.โสภณ เป็นผู้ขึ้นไปรับธงแต่งตั้ง FIABCI-Thai และในปีนั้นก็ได้มีการก่อตั้ง FIABCI-Thai ขึ้นมาใหม่ โดยเรียนเชิญ รศ.มานพ พงศทัต เป็นนายกสมาคม และยังมีคุณสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทนายหน้าข้ามชาติรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งเข้าร่วมด้วย แต่สมาชิกก็ยังมีน้อย และไม่ค่อยมีกิจกรรมต่างๆ มากนัก

ปรากฏว่าหลังจากการก่อตั้งและเชิญ รศ.มานพ มาเป็นนายกสมาคมแล้ว ดร.โสภณ ก็เคยเสนอให้ตำแหน่งนายกสมาคม FIABCI-Thai นี้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นระยะๆ เพื่อให้สมาคมที่เกี่ยวข้องกับวงการอสังหาริมทรัพย์ได้มีส่วนร่วมในการนำสมาคม ให้สมาคมเป็นของทุกภาคส่วน ดร.โสภณ เองก็ปล่อยให้ รศ.มานพและคุณประยูรเป็นผู้บริหารสมาคมไป อย่างไรก็ตามสมาคมก็ยังมีสมาชิกจำนวนจำกัด และไม่อาจที่จะจ่ายค่าสมาชิกแก่ FIABCI โลกต่อไป

มาถึงปี 2560 FIABCI โลก จึงติดต่อให้ ดร.โสภณ กลับมาฟื้นฟู FIABCI-Thai ขึ้นมาใหม่ โดยไปรับธงแต่งตั้ง ณ ประเทศแอนดอรา ซึ่งมีการจัดประชุม FIABCI World Congress หลังจากนั้นมา ดร.โสภณ ก็ส่งทั้งเทียบเชิญ/อีเมล์เชิญสมาชิกเก่าให้มาร่วมเป็นสมาชิกของ FIABCI-Thai ใหม่นี้ และ FIABCI-Thai ก็ได้มีกิจกรรมต่างๆ เรื่อยมาอย่างสม่ำเสมอ เช่น พาคณะไปประชุม สัมมนา ดูงานในต่างประเทศเป็นระยะๆ เพื่อให้ FIABCI-Thai เป็นเสมือนหน้าต่างโลกสำหรับนักพัฒนาที่ดินและนักวิชาชีพด้านอสังหาริมทรัพย์ที่สนใจที่จะขยายการดำเนินงานในต่างประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นเพราะการไปต่างประเทศนั้น เป็นการกระจายความเสี่ยง เป็นการแสวงหาโอกาสใหม่ๆ และถือเป็นการสร้างแบรนด์สำหรับการเป็นบริษัทข้ามชาติในอนาคต

การเป็นสมาชิก FIABCI-Thai นี้จะทำให้เราสามารถ
เชื่อมต่อกับนักพัฒนาที่ดินและนักวิชาชีพอสังหาริมทรัพย์ในประเทศอื่น เพราะ FIABCI ในแต่ละประเทศมีบริษัทพัฒนาที่ดินรายใหญ่เกี่ยวข้องด้วย เราจะได้ไปร่วมประชุมรายเดือนหรือประจำปีของแต่ละสมาคมเพื่อ “เลือกคู่” ที่เหมาะสมต่อไป หรืออาจไปพบเป็นการเฉพาะราย

มีงานนิทรรศการอสังหาริมทรัพย์นานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นทุกปี เพื่อให้เป็นโอกาสในการแสดงสินค้าอสังหาริมทรัพย์ให้สามารถขายได้ทั่วโลกแทนที่จะเพียงขายจากการ Roadshow อย่างเดียว

มีการจัดประชุมนานาชาติปีละ 2 ครั้ง โดยเป็นการประชุมประจำปี 1 ครั้งและประชุม Global Business Meeting อีก 1 ครั้ง แต่ละครั้งก็จะจัดในแต่ละประเทศ หมุนเวียนกันไป เราจะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความเห็นในระดับโลก

มีการจัดประกวดโครงการอสังหาริมทรัพย์ดีเด่น FIABCI Prix d’Excellence Awards ซึ่งรางวัลนี้เป็นเสมือนหนึ่งรางวัลออสการ์ด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก เป็นการสร้างแบรนด์ของเราทางหนึ่

นี่เองนักอสังหาริมทรัพย์ในยุคใหม่ที่ต้องเชื่อมต่อโลก ควรที่จะอยู่ในเครือข่ายของ FIABCI โปรดดู www.fiabci-thai.org เราจะได้ Go Inter ไปด้วยกันอย่างสร้างสรรค์

อ้างอิง
FIABCI Medal of Honor.
ภาพข่าวการร่วมงาน FIABCI World Congress, Houston.
ดร.โสภณ ได้รับแต่งตั้งเป็นประธาน FIABCI ประเทศไทย. AREA แถลง ฉบับที่ 216/2560: วันจันทร์ที่ 29 พฤษภาคม 2560.


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

Smart SME EXPO 2020 เงินสะพัดกว่า 2 พันล้านบาท

Smart SME EXPO 2020 ฝ่าวิกฤตโควิด เผยมียอดผู้เข้างานตลอด 4 วันเฉียด 3 หมื่นคน สร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 2 พันล้านบาท ขณะที่การจับคู่ธุรกิจ Business Matching สูงถึง 293 คู่ ส่วนผู้เข้าอบรมสร้างงานสร้างอาชีพในงานเกือบ 1,000 คน

นางสาวณรินณ์ทิพ วิริยะบัณฑิตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดงาน Smart SME EXPO 2020 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พบว่าประสบความสำเร็จเกิดคาดหมาย แม้จะเป็นช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหารอบด้าน ที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจ แต่คนไทยก็ยังคงให้ความสนใจ และมองหาโอกาสในการลงทุนและประกอบกิจการ

ทั้งนี้ภาพรวมของงาน ปรากฏว่ามียอดผู้คนเข้าชมงาน ตลอด 4 วัน รวมทั้งสิ้นเกือบ 3 หมื่นคน ภายใต้มาตรการเว้นระยะห่างเพื่อป้องกันการระบาดโควิด- 19 และไม่นับรวมผู้เข้าร่วมอบรมสัมมนาที่จัดขึ้นภายในงานผ่านระบบออนไลน์อีกจำนวนมาก

สำหรับแฟรนไชส์ธุรกิจ ภายในงานที่มีมากมายกว่า 300 บูธ พบว่า มีผู้สนใจจองและซื้อแฟรนไชส์ มูลค่ารวมถึง 500 ล้านบาท (ไม่รวมยอดขายปลีก) โดยแฟรนไชส์ที่มียอดขายสูงสุดเรียงลำดับ ได้แก่ ตู้เติมน้ำมันอัตโนมัติและคลังน้ำมันออสซี่ออยล์ , แฟรนไชส์ร้านตัดผม Yes it is , แฟรนไชส์เครื่องซักผ้า M soul , แฟรนไชส์ไส้กรอกแม่ไก่ , แฟรนไชส์ ชานม Am Tea และ แฟรนไชส์ T-Time ติ่มซำ เป็นต้น

ส่วนยอดยื่นขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ที่มาเปิดโอกาสทางการเงินให้กับผู้ซื้อแฟรนไชส์และนักลงทุนภายในงาน มีเม็ดเงินรวมประมาณ 1,500 ล้านบาท ได้แก่ ธนาคารออมสิน 605 ล้านบาท , ธนาคารกรุงเทพ 352 ล้านบาท, ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย 241 ล้านบาท Exim Bank 70 ล้านบาท, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 133 ล้านบาท ธนาคารกสิกรไทย 45 ล้านบาท เป็นต้น

นอกจากนี้ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ได้ให้บริการค้ำประกันยอดสินเชื่อมูลค่า 13 ล้านบาท และ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ มียอดจองสินเชื่อบ้านภายในงานสูง 63 ล้านบาท

ส่วนสิ่งที่เหนือความคาดหมายคือ งานนี้มียอดเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) สูงเป็นประวัติการณ์ โดยมีจำนวนคู่เจรจาธุรกิจมากถึง 293 คู่ แบ่งเป็นการจับคู่กับคู่ค้าภายในประเทศไทย 206 คู่ และการจับคู่กับคู่ค้าต่างประเทศทั้งประเทศจีน ลาว กัมพูชา รวม 87 คู่ โดยประเทศที่ผู้ประกอบการสนใจเจาะตลาดมากที่สุดคือ ประเทศกัมพูชา และประเภทธุรกิจที่เข้าร่วมเจรจามากที่สุด คือธุรกิจอาหารแปรรูป คิดเป็นร้อยละ 70 รองลงมาคือ ธุรกิจความงาม และธุรกิจผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค

ด้านกิจกรรมสัมมนาและอบรมอาชีพฟรี เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยหัวข้ออบรมและเวิร์คช็อป ที่ได้รับความนิยมสูงสุด คือ หลักสูตร ชง ชิม ช้อป กับแชมป์บาริสต้า 4 สมัย , เปิดโลกกัญชา กัญชง และ กระท่อม โดยThai Herb , การสร้างโอกาสการขายบน TikTok , ทำการตลาดออนไลน์ ให้เหนือคู่แข่งหลังยุค COVID- 19 , YouTuber เปลี่ยนสายตาและประสบการณ์ชีวิตเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นต้น โดยผู้ที่เข้าร่วมฟังและอบรมรวมเกือบ 1,000 คน

นางสาวณรินณ์ทิพ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับหน่วยงานให้บริการและส่งเสริมเอสเอ็มอีที่ร่วมงานครั้งนี้ยังคงได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเช่นทุกปี อาทิ สสว. ซึ่งมาให้บริการรับขึ้นทะเบียนจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้กับเอสเอ็มอี สำนักงานเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ที่มาโชว์นวัตกรรมทางเทคโนโลยีใหม่ๆเพื่อให้เอสเอ็มอีได้เรียนรู้ เป็นต้น

“เราจัดงานครั้งนี้ขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตรอบด้าน แต่สิ่งที่เราพบคือ ผู้ประกอบการและคนทั่วไป ก็ยังต้องการโอกาสและช่องทางเสริมรายได้ รวมทั้งความรู้ต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นคง และขอขอบคุณพันธมิตรทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ที่ทำให้งานครั้งนี้ประสบความสำเร็จ และร่วมกันสร้างผู้ประกอบการ หรือ เอสเอ็มอีหน้าใหม่เพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก ซึ่งถือว่าเป็นอีกแรงหนึ่งที่ช่วยพัฒนาเอสเอ็มอีไทย”

ทั้งนี้บริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น ได้วางแผนจัดงาน Smart SME EXPO ในปีหน้า โดยจะขยายการจัดงานเป็น 4 ครั้ง แบ่งเป็นที่กรุงเทพฯ 1 ครั้ง หัวเมืองในภูมิภาค 3 ครั้ง เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและผู้สนใจในต่างจังหวัด สามารถเข้าร่วมงานได้สะดวกขึ้น โดยสามารถติดตามข่าวสารได้ทาง https://expo.smartsme.co.th/


 

Exit mobile version