Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ออฟฟิศเมท พร้อมเคียงข้างทุกธุรกิจไทยสู้โควิดไปด้วยกัน ออกแคมเปญโปรโมชั่น WFH ลดราคาสินค้าจำเป็นเพื่อธุรกิจ

ออฟฟิศเมท พร้อมเคียงข้างทุกธุรกิจไทยสู้โควิดไปด้วยกัน ออกแคมเปญโปรโมชั่น WFH ลดราคาสินค้าจำเป็นเพื่อธุรกิจให้คุณได้ประหยัดสุดๆ ถึง 65% ตลอดทั้งเดือนมกราคม 2564 สั่งซื้อสะดวกกับทุกช่องทาง พร้อมบริการจัดส่งฟรีวันถัดไป*

ออฟฟิศเมท เคียงข้างธุรกิจไทยเดินหน้าสู้สถานการณ์โควิด-19 พร้อมลุยออกแคมเปญโปรโมชั่นประจำเดือนมกราคม ชื่อแคมเปญ “Work From Home – Business & SME Complete Solutions” โดยคัดสรรสินค้าและบริการที่จำเป็นต่อการประกอบการในช่วงโควิด-19 มาลดราคาให้คุณได้ประหยัดสุดๆ ได้แก่ อุปกรณ์เพื่อการขายของออนไลน์ไลฟ์สด อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และไอที อุปกรณ์นิรภัยส่วนบุคคลสำหรับอุตสาหกรรมและโรงงาน (PPE) เก้าอี้หลากหลายรุ่นและเฟอร์นิเจอร์สำหรับ WFH อุปกรณ์ทำความสะอาดและสินค้าเพื่อสุขอนามัย รวมถึงอุปกรณ์สำหรับร้านอาหารและการจัดส่งอาหาร (Food Delivery) แบบ #NewNormal และยังมีสินค้าอีกกว่า 60,000 รายการที่สามารถสั่งซื้อได้ทุกช่องทางแบบ OMNIChannel พร้อมบริการจัดส่งสินค้าฟรีถึงบ้าน/ธุรกิจคุณในวันทำการถัดไป* #ออฟฟิศเมทมีทุกอย่างที่ธุรกิจต้องการ #ออฟฟิศเมทมีครบจบไวสั่งง่ายได้เร็ว

คุณจิตรลดา หาญวรวงศ์ชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ ออฟฟิศเมท กล่าวว่า ออฟฟิศเมท พร้อมเคียงข้าง SME ไทย ให้เดินหน้าต่อแบบไม่สะดุดแม้ในภาวะโควิด-19 โดยคัดสรรสินค้าเพื่อธุรกิจหลากหลายประเภทรวมกว่า 60,000 รายการ ไว้ให้ลูกค้าได้เลือกซื้ออย่างครบครันในที่เดียว พร้อมจัดโปรโมชั่นลดราคาสูงสุด 65%* ซึ่งเป็นหมวดสินค้าจำเป็นต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจในช่วงสถานการณ์โควิด เพื่อให้ทุกท่านได้ #ประหยัดสู้เศรษฐกิจ ตลอดทั้งเดือนมกราคม 2564

•ชวนชาวออฟฟิศหนีโควิด…ไปพิชิตงานที่บ้าน!!! ไอเทม #WorkFromHome ลดสูงสุด 55% มีให้ช้อปครบแบบพร้อมทำงานและประชุมออนไลน์ที่บ้านได้สบายๆ ทั้งเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้ทำงาน ปริ้นเตอร์ หมึกพิมพ์ กระดาษ อุปกรณ์สำนักงาน เครื่องเขียน อุปกรณ์ไอที และอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ
• ขายของออนไลน์…รับออเดอร์กระจาย !! มาเตรียมตัวให้พร้อมขายกับ ไอเทมสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ลดสูงสุด 50% มีให้เลือกทั้งอุปกรณ์ไลฟ์สด อาทิ โคมไฟไลฟ์สด ไฟสตูดิโอ ไมโครโฟน เราเตอร์ ตัวขยายสัญญาณ Wi-Fi และอุปกรณ์แพ็คกิ้ง อาทิ เครื่องพิมพ์ฉลาก กล่องพัสดุ ซองเอกสาร เทปปิดกล่อง อุปกรณ์กันกระแทก และปากกามาร์คเกอร์ เป็นต้น
• เปิดร้านปลอดภัย…แบบไม่แพนิค!! และงบไม่บานปลาย!! สินค้าเพื่อธุรกิจคาเฟ่และร้านอาหารลดสูงสุด 65% รวมไอเทมจำเป็นยุค #NewNormal ทั้งอุปกรณ์ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ หน้ากากอนามัย เครื่องวัดอุณหภูมิ สติ๊กเกอร์ติดเข้าร้าน ฉากกั้นพลาสติก เฟอร์นิเจอร์ในร้าน เก้าอี้พักคอย บรรจุภัณฑ์อาหารสำหรับ Take Away / Delivery และอื่นๆ อีกเพียบ

ออฟฟิศเมท อยากให้คุณเตรียมพร้อมลุยธุรกิจแบบไม่สะดุด เราร่วมสนับสนุน #SocialDistancing ให้คุณช้อปง่าย ได้ของไว ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ผ่านช่องทางการช้อปแบบออมนิชาแนล
• ช้อปออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง ที่ officemate.co.th และ OfficeMate Mobile App
• Chat & Shop ผ่าน Line: @OfficeMate และ Facebook: OfficeMate.co.th ให้บริการทุกวัน 8:00 – 22:00 น.
• โทรสั่งซื้อง่ายๆ กับ OfficeMate Contact Center 1281 ให้บริการทุกวัน 8:00 – 22:00 น.
• ไลน์หรือโทรสั่งซื้อโดยตรงกับร้านออฟฟิศเมท และออฟฟิศเมท พลัส เช็คเลย!
https://bit.ly/3n87rnf

ลูกค้าสามารถรับบริการ “Anywhere Delivery” จัดส่งฟรีถึงบ้าน/ออฟฟิศในวันทำการถัดไป เพียงช้อปครบ 499 บาท (ตามเงื่อนไขที่กำหนด) หรือ “BKK Same-Day Delivery” ส่งด่วนภายในวันสั่งซื้อสำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ และ “Drive Thru & Pickup” ช้อปไว้ ค่อยขับมารับ ที่บริเวณสาขาของร้านออฟฟิศเมท และออฟฟิศเมท พลัส ที่ลูกค้าสะดวกอีกด้วย


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

คลาวด์ เอชเอ็ม (Cloud HM) ได้รับการรับรอง VMware Cloud Verified ประกาศความพร้อมสนับสนุนการใช้งานคลาวด์ทุกรูปแบบ รองรับการทำธุรกิจยุคหลัง New Normal

นายเบญจ เบญจรงคกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่าย Business Strategy & Transformation บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด (ซ้าย) นายณพัชร อัมพุช กรรมการผู้จัดการ บริษัท คลาวด์ เอชเอ็ม จำกัด (กลาง) และนายเอกภาวิน สุขอนันต์ ผู้จัดการประจำวีเอ็มแวร์ ประเทศไทย (ขวา)

กรุงเทพฯ ประเทศไทย วันที่ 20 มกราคม 2564 – บริษัท คลาวด์ เอชเอ็ม จำกัด (Cloud HM) ผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำสำหรับองค์กรในประเทศไทยประกาศเป็นผู้ให้บริการที่ผ่านการรับรอง VMware Cloud Verified

เครื่องหมายรับรอง Cloud Verified ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ มั่นใจได้ว่าผู้ให้บริการคลาวด์รายนั้นๆ จะสามารถนำเสนอบริการ SDDC as a Service พร้อมกับการันตีการมีโครงสร้างพื้นฐาน รองรับการทำงานบนแอปพลิเคชันระดับองค์กรทั้งแบบดั้งเดิมและแบบคอนเทนเนอร์ที่มีประสิทธิภาพและครบวงจรมากที่สุด โดยพาร์ทเนอร์ที่ได้รับ VMware Cloud Verified จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าของพวกเขาสามารถใช้งานโซลูชันดิจิทัลต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรองรับการทำงานร่วมกันทั้งแอปพลิเคชันระดับองค์กรแบบดั้งเดิมหรือแบบคอนเทนเนอร์ด้วยเทคโนโลยีคลาวด์ล่าสุดของ VMware

นายณพัชร อัมพุช กรรมการผู้จัดการ บริษัท คลาวด์ เอชเอ็ม จำกัด กล่าวว่า “การได้รับ VMware Cloud Verified ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของ Cloud HM หนึ่งในผู้ให้บริการสองรายในประเทศไทยที่ได้รับการรับรอง สิ่งนี้ยืนยันความมุ่งมั่นของเราที่จะมอบบริการคลาวด์ประสิทธิภาพสูงและปลอดภัยแก่ลูกค้า สอดคล้องกับมาตรฐานบริการคลาวด์ของแพลตฟอร์มชั้นนำในอุตสาหกรรม ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าแอปพลิเคชันที่พวกเขาใช้หรือให้บริการแก่ลูกค้าทำงานอยู่บนคลาวด์มีความเสถียรและปลอดภัยสูงซึ่งดูแลและจัดการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญของ VMware”

โดยในปี พ.ศ. 2564 Cloud HM มีแผนจะเปิดตัวบริการเพิ่มเติมร่วมกับ VMware เพื่อรองรับการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแมชชีนเลิร์นนิ่ง (ML) ที่กำลังเติบโตในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจสมัยใหม่ตามที่ Gartner คาดการณ์ไว้ในรายงานแนวโน้มเทคโนโลยี บริการใหม่ที่ Cloud HM จะเปิดตัว ได้แก่ K8S as a Service และ VMware Marketplace on vCloud Director แพลตฟอร์มเหล่านี้เป็นบริการที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับใช้แอปพลิเคชันของตนเองบนเครื่องคอมพิวเตอร์เสมือน (virtual machine) ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถสร้างแอปพลิเคชันที่มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพสูงด้วยขั้นตอนที่สะดวกยิ่งขึ้น

นายเอกภาวิน สุขอนันต์ ผู้จัดการประจำวีเอ็มแวร์ ประเทศไทย กล่าวว่า “พาร์ทเนอร์ VMware Cloud Verified จะช่วยยกระดับองค์กรธุรกิจในประเทศไทยด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีคลาวด์ที่มีประสิทธิภาพสูงของวีเอ็มแวร์ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมทั้งมั่นใจได้ว่าพวกเขาจะได้รับประสบการณ์ใช้งานคลาวด์ที่คล่องตัวและมีระบบคลาวด์คอมพิวติ้งที่เชื่อถือได้ซึ่งผ่านการรับรอง Cloud Verified จากวีเอ็มแวร์ เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุน Cloud HM ให้ช่วยองค์กรต่าง ๆ ได้รับประสบการณ์ใช้งานคลาวด์ที่ง่ายและมีความยืดหยุ่น”

ในขณะที่องค์กรต่าง ๆ ของไทยเร่งการสร้างดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันให้เกิดขึ้น รวมทั้งเริ่มคิดค้นบริการและรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ ให้สอดรับกับสภาวะเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลและคลาวด์คือหนึ่งโซลูชันที่สนับสนุนรูปแบบธุรกิจดังกล่าว โดย Cloud HM คือตัวอย่างผู้ให้บริการที่นำเสนอบริการโมเดิร์นแอปพลิเคชันเพื่อรองรับความต้องการของตลาด

ขณะนี้วีเอ็มแวร์มีเครือข่ายผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์มากกว่า 4,300 รายที่พร้อมให้บริการองค์กรธุรกิจมากกว่า 120 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ยังให้บริการผ่านความเชี่ยวชาญที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้บริการและอุตสาหกรรมในแต่ละประเทศ และช่วยให้ลูกค้าสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดที่มีความซับซ้อนได้สะดวกยิ่งขึ้น

ศึกษาเงื่อนไขผ่านการรับรองการเป็นพาร์ทเนอร์ Cloud Verified ได้ที่: https://www.vmware.com/partners/service-provider/vmware-cloud-verified-logo.html

 

เกี่ยวกับวีเอ็มแวร์

วีเอ็มแวร์เป็นผู้นำระดับโลกด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความซับซ้อน บริการคลาวด์, เน็ตเวิร์กกิ้ง, ระบบซีเคียวริตี้และดิจิทัลเวิร์คเพลสของวีเอ็มแวร์พร้อมมอบรากฐานดิจิทัลแบบไดนามิกและมีประสิทธิภาพให้กับลูกค้าทั่วโลก ภายใต้ความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์มากมาย โดยสำนักงานใหญ่วีเอ็มแวร์ตั้งอยู่ที่เมืองพาโล อัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย วีเอ็มแวร์ยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นพลังสนับสนุนที่ดี จากแนวโน้มและผลกระทบการจัดการนวัตกรรมเชิงพื้นที่ในระดับโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ https://www.vmware.com/company

VMware, VMware Cloud, VMware Cloud Verified และ VMware Cloud Provider เป็นเครื่องหมายทางการค้าของวีเอ็มแวร์ อิงค์ ประเทศสหรัฐฯ และในประเทศอื่น ๆ ที่เปิดให้บริการ

เกี่ยวกับ บริษัท คลาวด์ เอชเอ็ม จำกัด (Cloud HM)

Cloud HM เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้าน Multi-Cloud Services ที่ให้บริการ Cloud ภายในประเทศไทย โดยมี Infrastructure เป็นของตัวเอง บน Data Center มาตรฐาน Tier 4 รวมถึงสามารถออกแบบ และจัดทำ Solution ของ AWS และ Azure ที่เป็น Global Cloud ได้ นอกจากนี้ยังมีการให้บริการด้านอื่น เช่น สำรองข้อมูล สำรองระบบ และบริการเสริมอื่น ๆ บนระบบ Infrastructure ที่มีประสิทธิภาพและเสถียรสภาพสูง ภายใต้ Concept “Your Cloud Expert”


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

IT กับ OT ผลลัพธ์ที่ลงตัว ในยุคที่ต้องการความยืดหยุ่นทางธุรกิจ

หนึ่งปีที่ผ่านมา เราได้เห็นความสำคัญของระบบงานที่ยืดหยุ่น และเราเชื่อว่าการเปลี่ยนกระบวนการสู่ดิจิทัล เป็นแนวทางที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ เช่น การมีระบบมอนิเตอร์และการดำเนินงานจากระยะไกล การซ่อมบำรุงในเชิงคาดการณ์ และป้องกัน ที่นำไปสู่การสร้างความมั่นใจในเรื่องของผลิตผล เบื้องหลังของเทคโนโลยีเหล่านี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมีระบบไอทีที่มีความเสถียรและพร้อมใช้ในทุกสถานการณ์

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) เข้าใจถึงความท้าทายในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทในสายอุตสาหกรรม และบริษัทที่ทำการค้าต่างต้องเผชิญในการปฏิรูปสู่ระบบดิจิทัล คำถามจึงไม่ใช่เรื่องที่ว่าเอดจ์คอมพิวติ้งเป็นจริงได้หรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าเราจะนำเอดจ์คอมพิวติ้งมาใช้ และสนับสนุนธุรกิจให้เกิดประสิทธิภาพได้อย่างไร การผสานรวมทั้ง OT (Operational Technology) และ IT (Information Technology) ต้องอาศัยแมชชีน และระบบซัพพลายเชน การผลิต การดำเนินการในแบบบูรณาการเพื่อสร้างความฉลาดให้กับสภาพแวดล้อมทั้งหมดได้มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้การปรับสู่กระบวนการดิจิทัลช่วยเร่งการเก็บรวบรวมข้อมูลและเรื่องการวิเคราะห์บิ๊กดาต้าได้เร็วขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้ามองเห็นแนวทางแบบใหม่ในการขับเคลื่อนผลลัพธ์ของทั้งคนทำงานและสินทรัพย์ทางกายภาพ ซึ่งปัจจุบัน การผลักดันให้มีกระบวนการในระบบดิจิทัลยังดำเนินต่อไป เพื่อขยายผลลัพธ์ให้ครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร ตั้งแต่ส่วนงานการผลิต จนถึงส่วนที่ดูแลด้านการบริหารจัดการ แต่ถ้าจะติดตั้งเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ลูกค้าต้องมีโซลูชันที่ช่วยจัดหาข้อมูลได้ตามต้องการ สร้างความโปร่งใสในการจับคู่กับกระบวนการที่เป็นองค์ความรู้ในเชิงลึก เพื่อเพิ่มปริมาณของผลผลิต

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ภูมิใจที่ได้ช่วยลูกค้าขับเคลื่อนผลิตผลผ่านระบบออโตเมชั่น วิกฤตที่เกิดขึ้นในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่ามีบริษัทด้านการผลิตจำนวนมากที่ยังไม่เคยได้ประสบการณ์ในการปรับปรุงผลิตผลที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง ที่มากกว่าเรื่องของสายงานการผลิต ลูกค้าระดับผู้บริหารหลายรายของเราเชื่อว่า Step function ในเรื่องผลิตผลสามารถสร้างผ่านกระบวนการทำงานในระบบดิจิทัล และกระบวนการเหล่านี้ในปัจจุบันกลายเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าที่เคย

เครก เฮย์แมน ซีอีโอของ AVEVA ได้เคยกล่าวไว้ว่า บรรดาอุตสาหกรรมในปัจจุบันต่างต้องเผชิญความกดดันในการดำเนินงานให้ได้ประสิทธิภาพมากขึ้น บ่อยครั้งที่ต้องอาศัยคนทำงานจากระยะไกล อย่างไรก็ตาม แต่การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้เป็นแค่เรื่องเทคโนโลยีอย่างเดียว หากเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการทำงาน และลูกค้าต่างต้องการคำแนะนำว่าจะต้องทำอย่างไรจึงจะเหมาะสม ซึ่งทั้งชไนเดอร์ อิเล็คทริค และ AVEVA เป็นคู่ค้าที่ให้ความมุ่งมั่นในกระบวนการที่ว่านี้ และมองเห็นบทบาทในการนำเสนอมุมมองเชิงลึกให้กับลูกค้า รวมถึงข้อมูลและเครื่องมือที่จำเป็นต่อการตรวจจับรูปแบบของข้อมูลได้อย่างล้ำหน้าซึ่งจะช่วยผลักดันให้ได้ผลผลิตที่ดี ด้วยเทคโนโลยีที่ทำงานในลักษณะของระบบเปิด โดยที่ไม่ต้องรู้จักระบบ (system-agnostic technologies) และทางเลือกการสมัครใช้งานแบบ subscription ที่ให้ความยืดหยุ่น เราสามารถช่วยให้ลูกค้ามีวิธีการทำงานที่ตอบโจทย์ความต้องการส่วนตัวและสร้างบนระบบออโตเมชันที่ลงทุนอยู่แล้ว เรื่องนี้จะช่วยให้ลูกค้าเร่งการคืนทุนและได้รับผลิตผลสูงสุดอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ปีเตอร์ เฮอร์เว็ค หนึ่งในสมาชิกคณะกรรมการบริหาร และเป็นรองประธานบริหารฝ่าย Industrial Automation ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้เคยเล่าถึงกรณีศึกษาของลูกค้าที่ปฏิรูปสู่ดิจิทัลว่า ได้เคยช่วยให้ผู้ประกอบการด้านอาหารปรับปรุงโรงงานผลิตน้ำตาลที่มีมานาน ให้มีความทันสมัยและใช้ระบบดิจิทัล จากการที่โรงงานใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ล้าสมัย และยังต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไฟฟ้าดับราว 33 – 40 ครั้งตามช่วงเวลาเทศกาลในช่วง 39 สัปดาห์ และเรื่องนี้ทำให้เกิดดาวน์ไทม์ในการผลิต ส่งผลถึงผลผลิตของโรงงานรวมถึงคุณภาพผลิตภัณฑ์ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ช่วยพัฒนาโซลูชันที่ให้ความสามารถในการมองเห็นการดำเนินการของโรงงานได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทำให้สามารถลดการดาวน์ไทม์ลงได้ และทำให้ปริมาณงานเพิ่มขึ้นถึง 20 เปอร์เซ็นต์

จะเห็นได้ว่าการนำ OT มารวมกับ IT โดยการใช้อุปกรณ์ IOT เป็นตัวเชื่อมประสาน และส่งไปประมวลผลที่ดาต้าเซ็นเตอร์ หรือเอดจ์ดาต้าเซ็นเตอร์ก็ตาม จะช่วยให้เราสามารถมองเห็นข้อมูลต่างๆ จากการดำเนินงาน นั่นหมายถึงเราจะเห็นข้อมูลไหลเวียนตลอดทั่วทั้งสภาพแวดล้อมการดำเนินงาน รวมไปถึงห่วงโซ่คุณค่าในภาพรวมทั้งหมดได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น และนำมาวิเคราะห์ให้เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจ การทำแบบนี้ได้ต้องอาศัยระบบควบคุมและรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง ในขณะที่ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ยืดหยุ่นและคาดการณ์ได้แก่ธุรกิจ พร้อมสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเปลี่ยนแปลงบนโลกใบนี้

แม้แต่ในชไนเดอร์ อิเล็คทริคเอง ก็มีการปรับโรงงานผลิตกว่า 80 แห่งทั่วโลกสู่ระบบดิจิทัล เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้ประสิทธิภาพในการดำเนินงานดีขึ้น มีความยืดหยุ่น จากเครื่องมืออัจฉริยะต่างๆ การบริหารจัดการพลังงานที่ดีขึ้น รวมถึงการซ่อมบำรุงเชิงคาดการณ์ สิ่งเหล่านี้คือการปรับเปลี่ยนเพื่อที่จะก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

 

เกี่ยวกับชไนเดอร์ อิเล็คทริค

เป้าหมายของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค คือการช่วยให้ทุกคนใช้พลังงานและทรัพยากรได้เกิดประโยชน์สูงสุด เชื่อมโยงความก้าวหน้าและความยั่งยืนเพื่อประโยชน์ของทุกคน เราเรียกสิ่งนี้ว่า Life Is On

ภารกิจของเราคือการเป็นพันธมิตรด้านดิจิทัลกับคุณ เพื่อสร้างประสิทธิภาพและความยั่งยืน

เราขับเคลื่อนการปฏิรูปสู่ดิจิทัล ด้วยการผสานรวมเทคโนโลยีชั้นนำของโลกด้านพลังงานและกระบวนการจัดการ เข้ากับผลิตภัณฑ์ตั้งแต่จุดเชื่อมต่อปลายทางไปยังคลาวด์ ระบบควบคุม รวมถึงซอฟต์แวร์และการบริการครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตการทำงานทั้งหมด เพื่อสร้างศักยภาพในการบริหารจัดการองค์กรแบบบูรณาการ ทั้งสำหรับบ้าน อาคาร ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรม

เราคือบริษัทระดับโลกที่มีการดำเนินงานในระดับท้องถิ่นมากที่สุด เราสนับสนุนมาตรฐานระบบเปิดและระบบนิเวศของคู่ค้าที่มีความมุ่งมั่นแรงกล้าในการทำตามวัตถุประสงค์อย่างมีเป้าหมายร่วมกัน และคุณค่าในการรวมกันเป็นหนึ่งเดียวพร้อมขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกัน


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

Acer เปิดตัวโน้ตบุ๊ก Nitro และ Aspire รุ่นล่าสุด 
มาพร้อมกับโมบายล์โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 5000 Serie และกราฟิกการ์ด NVIDIA GeForce RTX 30

ประเทศไทย, กรุงเทพฯ (19 มกราคม 2564) ที่งาน CES 2021 เอเซอร์เปิดตัวเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก Acer Nitro 5 รุ่นล่าสุด รวมถึงโน้ตบุ๊กตระกูล Aspire 5 และ Aspire 7 รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับโมบายล์โปรเซสเซอร์ในตระกูล AMD Ryzen™ 5000 ที่ออกแบบมาเพื่อประสบการณ์ใช้งานแล็ปท็อปที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วยความสามารถในการประมวลผลสูงถึง 8 คอร์ รวมถึงมีหน่วยความจำแบนด์วิธสูงที่ใช้พลังงานต่ำและอัพเกรด RAM ให้มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลเพิ่มขึ้นสองเท่าซึ่งแรงกว่ารุ่นก่อนทำให้โน้ตบุ๊ก Nitro และ Aspire รุ่นใหม่ทำงานได้อย่างเต็มความสามารถ

กราฟิก NVIDIA® GeForce RTX™ 30 Series Laptop GPUs ที่ขับเคลื่อนด้วยสถาปัตยกรรม NVIDIA Ampere ได้ถูกเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานถึงสองเท่า มาพร้อมกับเทคโนโลยี Max-Q รุ่นที่สามที่บางเบา โดย GeForce RTX 30 Series Laptop GPUs มอบประสบการณ์เล่นเกมได้สนุกยิ่งขึ้น และช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถสร้างคอนเทนท์ที่น่าทึ่งโดยใช้แอป GPU-acceleration กว่าร้อยแอพฯ

Acer Nitro 5 โน้ตบุ๊กที่ได้รับการออกแบบอย่างสมดุลเหมาะสำหรับเกมเมอร์ทั่วไปที่ต้องการโน้ตบุ๊กที่เล่นเกมลื่นไม่สะดุดและรองรับการทำงานอื่น ๆ ด้วย Nitro 5 ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานแล็ปท็อปเสมือนการใช้งานพีซี ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาแคตตาล็อกเกมที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หรือการตัดต่อสตอรี่ในเกมได้
Acer Aspire 5 และ Acer Aspire 7 โน้ตบุ๊กทรงพลังที่มีดีไซน์เรียบง่ายเหมาะสำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่เน้นความสามารถในการทำงานเครื่อง คุณภาพในการแสดงผล น้ำหนัก และแบตเตอรี่ยาวนานขึ้นโดยตระกูล Aspire เป็นไลน์โน้ตบุ๊กที่ตอบโจทย์การใช้งานทั้งยังสะท้อนถึงตัวตนและความสนใจของผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี.

Acer Nitro 5 – ขุมพลัง ความเร็ว แรงที่เกมเมอร์ต้องมี

Acer Nitro 5 เกมมิ่งโน้ตบุ๊กยอดนิยมของ Acer ได้รับการอัพเกรดครั้งสำคัญด้วยการเพิ่มโมบายล์โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen ™ 9 5900 HX พร้อมด้วย NVIDIA GeForce RTX™ 3080 Laptop GPU รุ่นสูงสุด เป็นการทำงานร่วมกันของหน่วยประมวลผลที่ทรงพลังเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกม โดย CPU / GPU จะทำงานอย่างเต็มกำลังโดยมีสองสล็อตได้แก่ M.2 PCIe และ / หรือ SATA SSD (รองรับ NVMe SSD สูงสุด 2TB / 2TB HDD) 1, DDR4 3200 RAM1 ความเร็วสูงสุด 32GB และรองรับเครือข่ายความเร็วสูง Killer E2600 และ Wi-Fi 6 สำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการโน้ตบุ๊กที่แรงและคุ้มค่า Nitro 5 จะตอบโจทย์ประสบการณ์เล่นเกมที่ยอดเยี่ยม

Acer Nitro 5 รุ่นใหม่มาพร้อมกับจอแสดงผลขนาด 15.6” และ 17.3” จอแสดงผลความคมชัดสูง (QHD) พร้อมความถี่การสะท้อนแสงบนจอภาพต่อวินาทีเพื่อทำให้ภาพคมชัด (Refresh Rate) ที่ 165 Hz หรือจอแสดงผลความละเอียดสูง (FHD) refresh rate ที่ 360 Hz ด้วยเวลาในการตอบสนอง 3 ms. ทำให้จอแสดงผลคมชัดและมีภาพซ้อนน้อยที่สุด ให้ความสว่างสดใสของหน้าจอที่ 300 nits panel รองรับการแสดงผลค่าสี sRGB ได้ 100% ขอบจอบางเพียง 7.02 mm (0.27”) ช่วยให้มีอัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่อง (screen-to-body ratio) ที่ 80%

เทคโนโลยี Acer CoolBoost™ และดีไซน์พอร์ตระบายความร้อน 4 พอร์ต จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและระบายความร้อนด้วยพัดลมคู่ ทำให้ Acer Nitro 5 มีกระบวนควบคุมการระบายความร้อนที่ดียิ่งขึ้น โดย CoolBoost™ จะตรวจสอบการทำงานของระบบและความเร็วพัดลมจะเพิ่มขึ้นอัตโนมัติเมื่อตรวจพบการใช้งานที่หนักขึ้น นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถติดตามและจัดการระบบแบบเรียลไทม์ด้วย NitroSense ทำให้พวกเขาควบคุมและจัดการอุณหภูมิ ความเร็วพัดลม และอื่น ๆ ได้

Acer Aspire 7 – โน้ตบุ๊กที่อัดแน่นไปด้วยขุมพลัง พกพาสะดวก.

Acer Aspire 7 ขับเคลื่อนด้วยโมบายล์โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 5000 Series ใหม่ที่ทรงพลัง จับคู่กับ NVIDIA GeForce GTX 1650 GPU1 เหมาะสมแก่การใช้งานตั้งแต่ระดับผู้ใช้งานทั่วไปจนถึงมือโปร มาพร้อมกับดีไซน์ที่เรียบหรูสะดุดตาผู้ใช้ลุคเรียบง่ายแต่สมาร์ท อีกทั้งยังสะดวกต่อการพกพาจึงเหมาะแก่การใช้งานได้ทั้งระหว่างเดินทางหรือนอกออฟฟิศ.

ตอบโจทย์การทำงานได้ทุกที่โดยยังคงประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม. ด้วยหน่วยความจำ DDR4 สูงสุด 32 GB และสูงสุด 1 TB PCIe SSD1 และ Wi-Fi 6 แบบดูอัลแบนด์ที่รวดเร็ว นับเป็นโน้ตบุ๊กที่มีประสิทธิภาพทำให้ผู้ใช้พร้อมรับมือความท้าทาย พร้อมยกระดับการเชื่อมต่อด้วยพอร์ต USB-C ™ สำหรับถ่ายโอนข้อมูลที่รวดเร็วยิ่งขึ้นถึง 5 Gbps มี Dual-band Wi-Fi 6 (802.11ax) ช่วยเพิ่มความเร็วเครือข่ายเฉลี่ยได้ถึงสามเท่า และลดเวลาแฝงได้ถึง 75% เมื่อเทียบกับ Wi-Fi 5 (802.11ac)
Acer Aspire 7 จอแสดงผล FHD 15.6” ขอบจอบางให้อัตราส่วน screen-to-body ratio 81.61% ร่วมด้วย Acer Color Intelligence ™และ Acer ExaColor ™ทำงานควบคู่กันเพื่อแสดงผลภาพที่มีความแม่นยำสูง โดย Acer Color Intelligence จะทำหน้าจอแสดงผลได้สดใสมากขึ้น โดยใช้ CPU น้อยลง พร้อมกับปรับแกมมาและค่าความอิ่มตัวแบบไดนามิกได้แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้สามารถปรับสี ความสว่างของหน้าจอและความอิ่มตัวของสีโดยไม่มีการ clipping หรือ over saturation.

พร้อมระบบระบายความร้อนหลายโหมดเพื่อให้โน้ตบุ๊กทำงานได้ต่อเนื่องโดยสามารถควบคุมอุณภูมิเครื่องไม่ให้ร้อนจนเกินไปและสั่งการให้เครื่องทำงานได้แบบไร้เสียงรบกวน ควบคุมง่าย ๆ ด้วยการแตะปุ่มลัด “Fn + F” เพียงครั้งเดียวเพื่อสลับการทำงานและควบคุมความเร็วของพัดลมให้ทำงานแบบเงียบ ปกติหรือหนักหน่วง

Acer Aspire 5 ประสิทธิภาพที่คุ้มค่าสำหรับการทำงานหลากหลาย

ใหม่ล่าสุด มาพร้อมกับโมบายล์โปรเซสเซอร์ AMD 5000 Series ใหม่ที่ทรงพลัง, AMD Radeon ™ RX 640 GPUs1 หน่วยความจำ 24 GB รองรับสูงสุด 1 TB M.2 PCIe SSD NVMe1 สูงสุด 2TB HDD ตอบโจทย์บล็อกเกอร์มือสมัครเล่น ช่างภาพ และนักเรียนที่มองหาโน้ตบุ๊กราคาประหยัด คุ้มค่าและทรงพลัง Acer Aspire 5 คือตัวเลือกที่ใช่ ด้วยความสามารถในการจัดการกับความต้องการแบบมัลติทาสก์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ.

Acer Aspire 5 มาพร้อมจอจอแสดงผล FHD IPS ขนาด 15.6” รวมถึงเทคโนโลยี Acer BlueLightShield ™ เพื่อลดการปล่อยแสงสีน้ำเงินที่อาจเป็นอันตราย ตัวเครื่องดีไซน์เพรียวบางกว้างเพียง 17.95 mm (0.70”) ฝาพับรูปลักษณ์ที่สวยงามจากอะลูมิเนียมแบบพ่นทราย พร้อมพอร์ต USB-C ™ สำหรับถ่ายโอนข้อมูลที่รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมทั้งมี Dual-band Wi-Fi 6 (802.11ax) และระบบระบายความร้อนที่มีโหมดระบายความร้อนหลายโหมด.

ราคา และการจำหน่าย
Acer Nitro 5 (AN515-45) พร้อมวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือ เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2564 ราคาเริ่มต้น USD 749.99 และในทวีปยุโรปตะวันออกกลางและแอฟริกา (จัดจำหน่ายสเปกเริ่มต้นมีกราฟิก AMD Radeon R7, NVIDIA GeForce RTX 3060 และ 512 GB SSD) วางจำหน่ายเดือนกุมภาพันธ์ราคาเริ่มต้น EUR 1,299 และในประเทศจีน เริ่มวางจำหน่ายในเดือนมกราคา ราคาเริ่มต้น RMB 6,499

Acer Nitro 5 (AN517-41) พร้อมวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือ เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2564 ราคาเริ่มต้น USD 849.99 และในทวีปยุโรปตะวันออกกลางและแอฟริกา (จัดจำหน่ายสเปกเริ่มต้นมีกราฟิก AMD Radeon R7, NVIDIA GeForce RTX 3060 และ 512 GB SSD) วางจำหน่ายเดือนกุมภาพันธ์ราคาเริ่มต้น EUR 1,299 และในประเทศจีน เริ่มวางจำหน่ายในเดือนมกราคา ราคาเริ่มต้น RMB 6,499

Acer Aspire 7 (A715-42G) พร้อมวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือ เดือนมีนาคม ราคาเริ่มต้น USD 749.99 และในทวีปยุโรปตะวันออกกลางและแอฟริกา เริ่มวางจำหน่ายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ราคาเริ่มต้น EUR 899

Acer Aspire 5 (A515-45 [G]/[S]) พร้อมวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือ เดือนมีนาคม ราคาเริ่มต้น USD 549.99 และในทวีปยุโรปตะวันออกกลางและแอฟริกา เริ่มวางจำหน่ายเดือนมีนาคม ราคาเริ่มต้น EUR 699 ในประเทศจีน เริ่มวางจำหน่ายในเดือนมกราคา ราคาเริ่มต้น RMB 4,999
ราคา และการจัดจำหน่ายแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ สามารถตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดการวางจำหน่าย ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และราคาในตลาดเพิ่มเติม ติดต่อสำนักงาน Acer ติดต่อสำนักงานของเอเซอร์ในพื้นที่ใกล้เคียงผ่านทางเว็บไซต์ www.acer.com

เกี่ยวกับเอเซอร์
เอเซอร์ ก่อตั้งในปี 1976 ปัจจุบันเป็นหนึ่งในบริษัท ICT ชั้นนำของโลก มีสำนักงานอยู่ในกว่า 160 ประเทศ เอเซอร์ มองไปยังอนาคตที่มุ่งเน้นการผนวกฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการ เพื่อเปิดโอกาส และธุรกิจใหม่ ให้กับผู้บริโภคและธุรกิจ ทั้งเทคโนโลยีการให้บริการ อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ เกมมิ่ง และ วีอาร์ (VR: Virtual reality). พนักงานกว่า 7,000 คนของเอเซอร์ ทุ่มเทกับการวิจัย, ออกแบบ, การตลาด, การขาย และการสนับสนุนผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่ทลายอุปสรรคระหว่างผู้คนและเทคโนโลยี ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.acer.com


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

evRiderz ผู้บุกเบิกมอเตอร์ไซค์รับจ้างพลังงานสีเขียว ได้รับเชิญจากสถานทูตสหราชอาณาจักร เข้าแสดงในงานนิทรรศการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

เมื่อเร็วๆนี้ evRiderz ได้รับเชิญเข้าแสดงผลิตภัณท์ร่วมกับแบรนด์ eco-friendly อื่นๆ ในงานนิทรรศการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่จัดโดย ไบรอัน เดวิดสัน เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร แกเรธ ผู้ก่อตั้ง evRiderz มีเป้าหมายที่จะเชิญชวนวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างในไทยให้หันมาใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในการต่อสู้กับฝุ่น PM2.5 และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

เกี่ยวกับ evRiderz
evRiderz คือบริษัทแรกในโลกที่ใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ที่ให้บริการเปลี่ยนแบตเตอรี่และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าให้กับ evDriverz หรือผู้ขับขี่ที่เข้ามาร่วมเป็นผู้ให้บริการของเรา เราสร้างโมเดลทางธุรกิจของเราโดยมีเป้าหมายที่จะสร้างตัวเลือกที่คุ้มค่าที่จะสามารถส่งเสริมให้ทุกคนเปิดรับการใช้พลังงานสีเขียวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เราต้องการที่จะสร้างสังคมที่ Driverz หรือผู้ขับขี่ได้ใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพและมีราคาถูกกว่าราคาจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันทั่วไป และมีแอพพลิเคชั่นที่ให้อำนวยความสะดวก โดยที่ทาง evRiderz จะให้การสนับสนุนในการเปลี่ยนจากการใช้น้ำมันมาเป็นการใช้พลังงานไฟฟ้า


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

e.ssential สุขภัณฑ์อัจฉริยะล่าสุด จากอเมริกันสแตนดาร์ด ชีวิตสมาร์ทแบบไม่ต้องจ่ายแพง จบทุกความต้องการที่จำเป็นในหนึ่งเดียว

กรุงเทพฯ – 7 มกราคม 2564 – ฝารองนั่งิสำหรับสุขภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็นแบบใช้ไฟฟ้าหรือไม่ใช้ไฟฟ้าจะให้ประโยชน์ด้านสุขภาวะที่ดีต่อผู้ใช้งาน การชำระล้างด้วยสุขภัณฑ์ที่มีฝารองนั่งอัตโนมัตินี้ช่วยให้ความสะดวกสบายที่ทันสมัย รวมทั้งให้ความผ่อนคลายและสดชื่น ที่สำคัญยังช่วยส่งเสริมสุขอนามัยที่ดี หมดปัญหาน้ำกระเด็นเปียกในห้องน้ำอันเกิดจากสเปรย์ฉีดน้ำหรือใช้ขันตัก ซึ่งต้องเหนื่อยมาเช็ดทำความสะอาดในภายหลัง

อเมริกันสแตนดาร์ด พบว่าผู้บริโภคมักพบเจอกับความยุ่งยากในการเลือกซื้อฝารองนั่งสำหรับสุขภัณฑ์ บ่อยครั้งผู้บริโภคอาจพบว่าฝารองนั่งนั้นมีขนาดที่ไม่ลงตัวกับสุขภัณฑ์ที่มีอยู่ในบ้าน ในขณะที่ก็ไม่อยากซื้อสุขภัณฑ์อัจฉริยะที่มีหลากหลายฟังก์ชันเนื่องเพราะอาจมีราคาที่สูงเกินกว่าที่ตั้งงบไว้

ด้วยสถานการณ์ของโลกที่เต็มไปด้วยเชื้อโรคร้ายอย่างเช่นปัจจุบัน อเมริกันสแตนดาร์ด ต้องการเห็นผู้บริโภคมีสุขอนามัยที่ดี เราจึงได้คิดค้นและพัฒนาสุขภัณฑ์แห่งมาตรฐานใหม่ วันนี้จึงมีสุขภัณฑ์ตัวเลือกใหม่ นั่นคือ e.ssential สุขภัณฑ์อัจฉริยะ ที่มาพร้อมกับฝารองนั่งอัตโนมัติที่มีฟังก์ชันหลากหลาย รวมทั้งยังมีคุณสมบัติอื่น ๆ นอกจากดีไซน์ที่สวยมีสไตล์ ยังให้ความเรียบง่ายและฟังก์ชันไปสู่อีกระดับที่สูงขึ้นในราคาที่เหมาะสมมานำเสนอให้ผู้บริโภคทุกคนสามารถจับต้องได้

e.ssential มาพร้อมแนวคิดการออกแบบที่มีสไตล์ ลดรายละเอียดที่ไม่จำเป็น สมเหตุสมผลให้ผู้ใช้รู้สึกว่าได้มากกว่าเมื่อเทียบกับราคา การออกแบบสุขภัณฑ์อัจฉริยะ e.ssential เป็นการผสมผสานภายใต้หลัก less is more หรือน้อยแต่มาก นั่นคือให้มีเพียงฟังก์ชันหลักเน้นสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ แต่เพิ่มประสิทธิภาพให้ถึงระดับสูงสุด

สำหรับ e.ssential ความพึงพอใจมาพร้อมกับความรู้ที่ว่า สุขภัณฑ์อัจฉริยะควรต้องส่งมอบฟังก์ชันพื้นฐานที่จำเป็นทั้งหมดได้อย่างยอดเยี่ยม และแม้แต่เรื่องความสวยงามก็ต้องช่วยยกระดับพื้นที่ห้องน้ำของทุกคนให้มีสภาพแวดล้อมที่ดูดีมีสไตล์

• ฟังก์ชัน
ตัดส่วนที่ไม่จำเป็นและความยุ่งยากซับซ้อนออกไป
• โหมดการทำความสะอาดส่วนบุคคลที่ครบครัน ไร้กังวลกับก้านฉีดสแตนเลสสตีลทำความสะอาดตัวเองอัตโนมัติ เมื่อใช้ทำความสะอาดอวัยวะส่วนหลังและจุดซ่อนเร้นของผู้หญิง
• Aqua Ceramic – เทคโนโลยีซูเปอร์ไฮโดรฟิลิก (hydrophilic technology) ที่ได้รับรางวัล รับรองว่าสิ่งสกปรกและรอยเปื้อนเป็นวง ๆ จะไม่ก่อตัวหรือเกาะติดกับพื้นผิวเซรามิก ช่วยให้การดูแลรักษาทำได้ง่ายในระยะยาว รวมทั้งเทคโนโลยี HygieneClean อื่น ๆ ที่สำคัญอันได้แก่ SiphonMax ฟลัชทรงพลัง ผลักสิ่งสกปรกในพริบตา และ Comfort Clean ป้องกันแบคทีเรีย E.Coli สะอาด ปลอดภัย
• การป้องกันแบคทีเรีย – เคลือบสารป้องกันแบคทีเรียบนฝารองนั่ง แผงปุ่มควบคุม และฝาปิดโถสุขภัณฑ์ โดยฝารองนั่ง e.ssential ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน SIAA
• ระบบกำจัดกลิ่นและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ มีมาให้พร้อมสรรพ อาทิ ฝารองนั่งอุ่นสบายปรับอุณหภูมิได้ ระบบชำระล้างไม่ว่าจะเป็นน้ำและลมร้อนเป่าแห้งที่สามารถปรับอุณหภูมิได้เช่นกัน ช่วยให้สบายและผ่อนคลาย

• การออกแบบ
การออกแบบที่สวยโดดเด่นและไร้รอยต่อ
• สายไฟถูกเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิด
• ถังพักน้ำแบบ Low Tank ดีไซน์ของถังพักน้ำที่ต่ำลง ให้ความเรียบหรูด้วยฐานเรียบเต็มทั้งชิ้น
• สไตล์ร่วมสมัย

ด้วยสุขภัณฑ์อัจฉริยะ e.ssential คุณจะสุขใจกับทุกฟังก์ชันที่จำเป็นครบถ้วน โดยเฉพาะในเรื่องของความสะดวกสบายและการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล รวมทั้งกับราคาที่น้อยกว่าที่คุณคาดคิดสำหรับสุขภัณฑ์อัจฉริยะที่ควรจะเป็น

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ร้านค้าผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ และ Facebook : American Standard Thailand หรือโทร. 02-102-2222


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

“หัวเว่ย” เปิดตัวโซลูชัน Smart PV สำหรับบ้านพักอาศัย ยกระดับการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในครัวเรือนของเวียดนาม

Huawei FusionSolar โซลูชัน Smart PV จากหัวเว่ย ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) และอุปกรณ์อัจฉริยะระดับโลก นำเสนอระบบบูรณาการที่สมบูรณ์แบบสำหรับโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับที่อยู่อาศัย ในงานเปิดตัวที่นครโฮจิมินห์เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2564

ความต้องการวิถีชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชาญฉลาดได้กระตุ้นตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ในครัวเรือนของเวียดนาม เพิ่มความต้องการโซลูชันอัจฉริยะที่ติดตั้งได้ง่ายขึ้นด้วยมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงและการใช้งานในระยะยาว ที่มีเป้าหมายเพื่อการบริโภคด้วยตนเองที่สูงขึ้น เมื่อปี 2563 ที่ผ่านมา หัวเว่ยได้ส่งมอบอินเวอร์เตอร์ที่มีความจุรวม 4.3 กิกะวัตต์ในเวียดนาม และเพื่อพัฒนาตลาดต่อไป Huawei FusionSolar ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับระบบครบวงจรแก่เจ้าของบ้านในเวียดนาม ประกอบด้วย Smart Energy Controller SUN2000-2-5KTL-L1 และ SUN2000-5-10KTL-M1, ESS (ระบบเก็บพลังงานไฟฟ้า) LUNA2000- 5/10/15-S0 และ Smart PV Optimizer SUN2000-450W-P

ในงานเปิดตัวคุณ Alen Zhang ผู้อำนวยการฝ่ายขายของ Huawei FusionSolar Vietnamกล่าวว่า”ด้วยความเชี่ยวชาญถึง 30 ปีในเทคโนโลยีสารสนเทศดิจิทัล เราได้รวมเอาเทคโนโลยี ICT ล่าสุดจำนวนมากมาใช้เพื่อการผลิตพลังงานไฟฟ้าที่ดีที่สุด เพื่อสร้างรากฐานสำหรับพลังงานแสงอาทิตย์ให้กลายเป็นแหล่งพลังงานหลัก เวียดนามเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการใช้พลังงานแสงอาทิตย์สูง และเราหวังว่าจะมีส่วนร่วมในการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้มากขึ้นในครอบครัวชาวเวียดนามด้วยโซลูชัน Huawei FusionSolar”

เมื่อพูดถึงระบบหลังคาเซลล์แสงอาทิตย์แล้ว เจ้าของบ้านมักจะตั้งความหวังแก่ผู้ติดตั้งว่าจะมีการจัดหาระบบภายในครัวเรือนที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าใช้จ่าย โดยคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพสูง ยืดหยุ่น และติดตั้งง่าย มาพร้อมกับแอปพลิเคชันอัจฉริยะและการบริการลูกค้าที่เชื่อถือได้ นั่นทำให้กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ของหัวเว่ยถูกพัฒนาขึ้น เพื่อมุ่งเน้นคุณประโยชน์หลัก 3 ประการ ได้แก่ค่าไฟฟ้าที่เหมาะสม ความปลอดภัยในการใช้งานและประสบการณ์ที่ดีกว่าเดิม

ค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมที่สุด
พลังงานแสงอาทิตย์ที่สร้างโดยแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ตอบสนองความต้องการในการใช้ไฟฟ้าของครัวเรือนในเวลากลางวัน ขณะที่พลังงานส่วนเกินจะถูกใช้เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่งจะปล่อยออกมาเพื่อให้เพียงพอกับการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในเวลากลางคืน ด้วยวิธีนี้ ระบบพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับครัวเรือนจึงสามารถบรรลุการใช้งานระดับสูงภายในบ้าน และนี่คือข้อดีของแบตเตอรี่ครัวเรือนอัจฉริยะของหัวเว่ยอย่าง Smart String ESS LUNA2000-5/10/15-S0 แบตเตอรี่แต่ละก้อนมาพร้อมตัวเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในตัว และรองรับการจัดการประจุและการคายประจุแบบอิสระ

ความปลอดภัยในการใช้งาน
ระบบ AI-Powered Arc Fault Circuit Interrupter (AFCI) ช่วยลดความเสี่ยงจากอัคคีภัยในเชิงรุกด้วยเทคโนโลยีการปิดระบบอย่างรวดเร็ว โดยทำให้หลังคามีแรงดันไฟฟ้าเป็นศูนย์ และปลอดภัยจากอาร์คไฟฟ้าด้วยการป้องกันสองชั้น หัวเว่ยเป็นรายแรกในอุตสาหกรรมที่รวมอัลกอริทึมปัญญาประดิษฐ์เข้ากับ AFCI ทำให้สามารถใช้คุณสมบัติพิเศษ 3 ประการ ได้แก่ การตรวจจับอาร์คไฟฟ้าที่แม่นยำด้วยอัลกอริธึมเครือข่ายประสาท การป้องกันอาร์คไฟฟ้าที่รวดเร็วด้วยการปิดอินเวอร์เตอร์ภายใน 0.5 วินาที ซึ่งต่ำกว่า 2.5 วินาทีตามที่กำหนดไว้ใน UL1699B และการระบุจุดเกิดอาร์ค ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาหน้างานได้ถึง 80%

ผลิตภัณฑ์อินเวอร์เตอร์ FusionSolar ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์แบบเฟสเดียว (Smart Energy Controller SUN2000-2-5KTL-L1) และสามเฟส (Smart Energy Controller SUN2000-5-10KTL-M1) ซึ่งทั้งสองอย่างสามารถใช้ร่วมกับอุปกรณ์เพิ่มขีดความสามารถด้านพลังงาน SUN2000-450W-P ของหัวเว่ยได้

ประสบการณ์ที่ดีกว่าเดิม
และประการสุดท้าย ระบบการจัดการเซลล์แสงอาทิตย์อัจฉริยะ ซึ่งเปิดให้บริการทั้งบนเว็บพอร์ทัลและแอปพลิเคชันมือถือ จะมอบการอ่านค่าปริมาณพลังงานและการอ่านค่าสมดุลพลังงานแบบเรียลไทม์ รวมทั้งการจัดการประสิทธิภาพระดับแผงเซลล์แสงอาทิตย์


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน มอบเงินสนับสนุนการจัดทำหนังสือที่ระลึก 111 ปี โรงงานมักกะสัน

กรุงเทพมหานคร— บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด นำโดยนายภัคพงศ์ พัฒนมาศ (ที่ 2 จากขวา) รองผู้อำนวยการสำนักบริหารงานประธาน และ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด มอบเงินสนับสนุนการจัดทำหนังสือที่ระลึกเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันครบรอบ 111 ปี โรงงานมักกะสัน แก่ มูลนิธิรถไฟไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยมี ดร.ศิริพงศ์ พฤทธิพันธุ์ (ที่ 2 จากซ้าย) รองผู้ว่าการ กลุ่มธุรกิจการซ่อมบำรุงรถจักรและล้อเลื่อน การรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นผู้รับมอบ ณ การรถไฟแห่งประเทศไทย เมื่อเร็วๆ นี้
สำหรับหนังสือที่ระลึกดังกล่าวถูกจัดทำขึ้นเพื่อบอกเล่าเรื่องราวและประวัติศาสตร์อันยาวนานและทรงคุณค่าของโรงงานมักกะสัน ในการทำหน้าที่ซ่อมบำรุงรักษารถจักร เครื่องล้อเลื่อน และอุปกรณ์ต่าง ๆ ในกิจการรถไฟ หนังสือเล่มนี้จะเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่แสดงถึงความรุ่งเรืองในอดีตจากการรถไฟ แห่งประเทศไทยเพื่อเป็นความรู้ให้แก่คนรุ่งหลัง และสร้างความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์อันยาวนานและทรงคุณค่า ทั้งยังแสดงจุดยืนของการรถไฟในการทำหน้าที่เป็นองค์กรหลักของประเทศที่ทำหน้าที่ในการให้บริการระบบรางเพื่อความสะดวกสบายของประชาชนในประเทศ และยังคงเดินหน้าในการทำงานร่วมกับภาคเอกชนเพื่อให้บริการและพัฒนาการขนส่งระบบราง อาทิ การพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน ที่จะเป็นหมุดหมายหลักในการเตรียมความพร้อมด้านโครงข่ายพื้นฐานด้านคมนาคมที่จะมายกระดับความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ ตลอดจนเป็นโครงการสำคัญในการพัฒนาและเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยสู่การแข่งขันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียแปซิฟิก

บุคคลในภาพ (จากซ้ายไปขวา)
1. นายศรายุทธ คำหริ่ม หัวหน้าฝ่ายการลงทุนธุรกิจใหม่ บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด
2. ดร.ศิริพงศ์ พฤทธิพันธุ์ รองผู้ว่าการ กลุ่มธุรกิจการซ่อมบำรุงรถจักรและล้อเลื่อน การรถไฟแห่งประเทศไทย
3. นายภัคพงศ์ พัฒนมาศ รองผู้อำนวยการสำนักบริหารงานประธาน และ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด
4. น.ส.ประภาพิศ จําปี หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

หัวเว่ย ผนึกกำลัง ซินเน็ค เปิดนวัตกรรมใหม่ล่าสุด “HUAWEI IdeaHub”

นายโรเบ็น หวาง ประธานกลุ่มธุรกิจคลาวด์และเอไอ หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด(ที่ 3 จากซ้าย) ร่วมกับ นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (กลาง) จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ “HUAWEI IdeaHub” จออัจฉริยะสุดล้ำ ที่มาพร้อมการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ดีไซน์-สมาร์ท สวยหรูและโซลูชันจอระบบสัมผัส ตอบโจทย์ลูกค้าองค์กรและกลุ่มธุรกิจ โดยใช้ประโยชน์จากโซลูชันสำนักงานที่ช่วยประหยัดพลังงานและมีความยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ ช่วยเร่งกระบวนการทรานสฟอร์มเข้าสู่ยุคดิจิทัลขององค์กรให้เร็วขึ้น โดยมี มาร์กี้-ราศรี บาเล็นซิเอก้า ร่วมงาน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเร็ว ๆ นี้

องค์กรธุรกิจที่สนใจผลิตภัณฑ์ HUAWEI IdeaHub สามารถติดต่อผ่านตัวแทนจำหน่ายซินเน็คฯ ทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.synnex.co.th, fb/synnexthailand หรือโทร Synnex Care 1251


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

วีเอ็มแวร์คาดการณ์ 5 เทรนด์เทคโนโลยีที่องค์กรต้องรู้เพื่อรับมือปีแห่งสถานการณ์ที่ยากจะคาดเดา

บทความโดย นายเอกภาวิน สุขอนันต์ ผู้จัดการวีเอ็มแวร์ประจำประเทศไทย

แน่นอนว่าทุก ๆ ปี แต่ละองค์กรจะต้องมีแผนการทำธุรกิจ ซึ่งในปี 2563 ที่ผ่านมา แต่แผนที่วางไว้กลับไม่สามารถนำมาใช้ได้ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันองค์กรต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ประกาศใช้แผนรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างรวดเร็วและพักแผนงานใหม่ ๆ ไว้ก่อน ซึ่งบางคนอาจคิดว่าปีที่ผ่านมาไม่ได้เป็นปีที่จะเห็นได้เทคโนโลยีเกิดใหม่ด้วยซ้ำ แต่แท้จริงแล้วเรากลับได้เห็นองค์กรต่าง ๆ รับมือความท้าทายที่เกิดขึ้นด้วยการปรับใช้โซลูชันหลากหลาย

ข้อมูลต่อไปนี้ ส่วนหนึ่งได้มาจากการสังเกตการณ์ในปี 2563 และการคาดการณ์ทิศทางของเทคโนโลยีระดับองค์กร 5 เทรนด์ในปี 2564

1. เทคโนโลยี Edge กลายเป็นหน้าด่านสำหรับนวัตกรรมใหม่

สิ่งอัศจรรย์ที่กำลังเกิดขึ้นจากเทคโนโลยี Edge ซึ่งได้ปรากฏให้เราเห็นอย่างชัดเจนในปี 2563 ที่ผ่านมา ตัวอย่างหนึ่งคือการที่ United Overseas Bank (UOB) ซึ่งเป็นธนาคารชั้นนำในเอเชียก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในองค์กรที่เร็วที่สุดในอาเซียน สามารถติดตั้งเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยให้กับเวอร์ชวลเดสก์ท็อป (secure virtual desktop) สำหรับทีมนักพัฒนาไอที 3,000 คน โดยดำเนินการเสร็จในเวลาเพียง 21 วัน จากปกติที่ต้องใช้เวลาถึงสามเดือน

หลายองค์กรในภูมิภาคนี้กำลังลงทุนในเทคโนโลยี Edge ที่มีอยู่แล้ว เพื่อรับมือและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และในปีหน้าเราจะยังคงเห็นการลงทุนที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี Edge อย่างต่อเนื่อง

ความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพของเครือข่ายส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์ของพนักงานและลูกค้า ด้วยเหตุนี้จึงนำไปสู่การเปิดตัว SD-WAN ที่ขยายขอบเขตในเทคโนโลยี Edge ให้กว้างขึ้นไปถึงระดับโฮมออฟฟิศ ด้วย SaaS-delivered solutions (รวมถึงฮาร์ดแวร์) อย่างง่าย จะช่วยปรับปรุงความปลอดภัยและประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้นในทุกที่ที่พนักงานเลือกทำงาน และนี่จะเป็นจุดเริ่มต้นเทรนด์ด้วยโซลูชั่นเหล่านี้เป็นบรรทัดฐาน

นอกจากนี้ ผมคาดหวังว่าองค์กรต่าง ๆ จะนำโซลูชัน Secure Access Service Edge (SASE) มาใช้มากขึ้น เนื่องจากในอนาคตเราจะพึ่งพาแอปพลิเคชันและบริการผ่านโครงสร้างพื้นฐานอันเนื่องมาจากการทำงานของซอฟต์แวร์ การ deployed และการจัดการเพื่ออัปเดตซอฟต์แวร์ เพื่อพัฒนากระบวนการจัดซื้อแบบเดิม องค์กรต่าง ๆ จะสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพและความปลอดภัยได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

เทคโนโลยี Edge กำลังถูกเพิ่มความชาญฉลาดให้มากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความสามารถในการเรียนรู้ ตอบสนองและสามารถปรับใช้ให้เหมาะสมได้อย่างเรียลไทม์ นอกจากนี้เรายังเห็นโอกาสใหม่ ๆ ในการรวมโครงสร้างพื้นฐานเข้าด้วยกัน, ลดจำนวน appliances เฉพาะที่ต้องใช้เพื่อตอบสนองความต้องการด้านเทคโนโลยี ซึ่งถือเป็นการพัฒนาที่น่าตื่นเต้นเนื่องจากเป็นการเปิดประตูสู่โซลูชันอันคุ้มค่าที่นับว่าเป็นการปรับปรุงให้ดีขึ้นไปโดยอัตโนมัติ, ทั้งด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพในขณะเดียวกันก็ลดต้นทุนไปในคราวเดียวกัน

2. การกระจายอำนาจของ Machine Learning

เราเริ่มเห็นการนำ Federated Machine Learning (FML) มาใช้งานในกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ในทุกอุตสาหกรรม องค์กรต่าง ๆ กำลังคิดค้นกระบวนการที่จะทำให้องค์กรสามารถนำข้อมูลมาขับเคลื่อนการตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้นไปพร้อมกับการใช้ประโยชน์จากการตามรอยต้นแบบเทคโนโลยีที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย

ด้วยความสามารถในการประมวลผลได้ทุกที่ การเรียนรู้แบบรวมศูนย์ (Federated Learning) ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถสอนโมเดล ML โดยใช้ชุดข้อมูลที่พวกเขามี โปรเจกโอเพนซอร์ส เช่น FATE และ Kubeflow กำลังได้รับความสนใจ ผมคาดว่าการเกิดขึ้นของแอปพลิเคชันที่ใช้งานง่ายบนแพลตฟอร์มเหล่านี้จะช่วยเร่งให้เกิดการนำไปใช้

จากการนำ ML มาใช้อย่างต่อเนื่องในภูมิภาคนี้ เป็นตัวเร่งให้เกิดการขับเคลื่อนโซลูชันแบบครบวงจรที่ต้องการสร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์ “ผู้ใช้งานทุกคน” องค์กรเหล่านี้จะได้รับประโยชน์จากการใช้ ML โดยไม่ต้องลงทุนสูงสร้างทีมวิทยาการข้อมูล (data science teams) – อันเป็นเรื่องยากที่ท้าทายขององค์กร เนื่องจากปัจจุบันยังขาดแคลนในส่วนของนักวิทยาการข้อมูล

3. แรงหนุนต่ออายุโครงการ Workplace 2.0

จากการแพร่ระบาดของโควิดทำให้เกิดแรงผลักดันมากมายเกี่ยวกับ Workplace 2.0 ขึ้นอีกครั้ง

AR และ VR กำลังได้รับความสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำมาใช้ฝีกอบรมพนักงาน การนำ AR มาใช้ในการนำทาง (เช่น นำมาใช้ค้นหาที่ตั้งสาขาในองค์กร) และในการประชุมออนไลน์ ถึงแม้จะยังต้องการการผลักดันให้เกิดการยอมรับและมีการนำหลักการนี้ไปประยุกต้ใช้มากขึ้น ในปี 2564 เราจะเห็นได้ว่ามีการนำ AR และ VR มาใช้มากขึ้นอันเนื่องมาจากความก้าวหน้าในเทคโนโลยีระดับองค์กรที่มุ่งเน้นในเรื่องของความปลอดภัย, ประสบการณ์ของผู้ใช้งาน และโซลูชันต่าง ๆ เพื่อการบริหารจัดการอุปกรณ์

ช่องว่างที่ใหญ่ที่สุดสำหรับ VR ในความคิดของผมคือ ไม่มี Microsoft PowerPoint ที่รองรับการใช้งาน VR กล่าวอีกนัยหนึ่งในอนาคต หากผมสามารถทำคอนเทนท์ 3 มิติได้อย่างรวดเร็วที่สามารถใช้ใน VR ได้ วันนี้ยังไม่มีเครื่องมือที่ช่วยในการสร้างคอนเทนท์ 3 มิติที่สมบูรณ์ได้ทุกมิติอย่างรวดเร็วที่ใช้ประโยชน์จากภาพพาโนรามา 360 องศา ผ่าน VR ผมหวังว่านี่จะเป็นจุดที่นักพัฒนาเทคโนโลยี AR และ VR จะมุ่งเน้นต่อไปในอนาคต

4. วิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องของความปลอดภัยที่แท้จริงและการปกป้องข้อมูล

ตามรายงานเกี่ยวกับภัยคุกคามทั่วโลกของวีเอ็มแวร์ คาร์บอนแบล็ค (VMware Carbon Black’s Global Threat Report) ฉบับประจำปี 2563 เผยให้เห็นว่า ความถี่ในการโจมตีทางไซเบอร์สูงมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดย 76% ของผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของ APJ ต้องเผชิญกับปริมาณการโจมตีที่เพิ่มขึ้น

ในปี 2564 การให้ความสำคัญในการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ๆ จะกลับมาอีกครั้ง เหตุจากทั้งแรนซัมแวร์และการรักษาความปลอดภัยในระดับ edge เข้ามาอยู่ในความสนใจมากขึ้น จากการประสบการณ์ที่ผ่านมาที่การโจมตีของแรนซัมแวร์ไม่ได้จำกัดเป้าหมายอยู่แค่ฐานข้อมูลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการสำรองข้อมูลและระบบแบ็กอัพอีกด้วย แม้กระทั่งระบบการกู้คืนก็ยังถูกโจมตีอีกด้วย

เราจำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีปกป้องระบบและข้อมูล และกลับมาทบทวนตั้งแต่ต้นว่าการสำรองและกู้คืนระบบมีขอบเขตครอบคลุมถึงอะไรบ้าง โซลูชันเดิม ๆ ที่มีการนำเสนอการป้องกันแบบ static และการกู้คืนจะกลับมาอาจเผชิญกับความชะงักงันอีกครั้งเหมือนในปีที่ผ่านมาก

เมื่อพิจารณาถึงเทคโนโลยี Edge ประกอบกับจำนวนเทคโนโลยีที่ต้องตัดสินใจมีเพิ่มมากขึ้นตามสายงานธุรกิจ – บางครั้งอยู่ในระดับท้องถิ่นและยังไม่มีระบบไอทีเป็นศูนย์กลาง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้สร้างความท้าทายมานานแล้ว เพราะมีการนำสมาร์ทดีไวซ์และอุปกรณ์ต่อเชื่อมมาใช้งานกับ edge อย่างรวดเร็วจนกระบวนการทางไอทีแบบตั้งเดิมไม่สามารถตามได้ทัน ในขณะที่เราพยายามปรับใช้โซลูชันให้สอดคล้องกัน แต่เราก็จำเป็นต้องยอมรับความเป็นจริงที่ว่าความต้องการและความคล่องตัวของธุรกิจอาจขัดแย้งกันได้

ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องพิจารณาเทคโนโลยีที่เปิดกว้างที่สามารถเชื่อมต่อกับ Edge เทคโนโลยี และมีการบังคับใช้นโยบายความปลอดภัยที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับระบบที่มีได้ แทนที่จะโต้เถียงเพื่อสิทธิ์การควบคุม หัวหน้าระบบรักษาความปลอดภัยควรจะยอมกับถึงระดับของความสับสนวุ่นวายที่มี และหันมาคิดริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ โดยมีการรับมือกับความวุ่นวายที่อาจะเกิดขึ้นแทนที่จะเข้าควบคุมแบบเบ็ดเสร็จ

5. ประยุกต์เทคโนโลยีใหม่ เพื่อจัดการความท้าทายเดิมๆ

ในปี 2564 นี้ สิ่งที่เราเคยมองว่าเป็นเรื่องเก่าจะกลายเป็นเรื่องใหม่อีกครั้ง ลองพิจารณาในอีกมุมจะเห็นว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ สามารถมาช่วยแก้ปัญหาเก่า ได้อย่างไรบ้าง

ตัวอย่างเช่น, ในการประมวลผลแบบยั่งยืนมีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในดาต้าเซ็นเตอร์แบบดั้งเดิม โดยปัจจุบันนี้ VMware มีโครงการ xLabs เพื่อช่วยลูกค้าเพิ่มประสิทธิภาพระบบควบคุมลมเย็นและลมร้อนของห้องดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งก่อนหน้านี้มีผลการศึกษาที่เผยให้เห็นถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพโดยผ่านแพลตฟอร์มการบริหารระบบการจัดการความร้อนของดาต้าเซ็นเตอร์

โดยในไม่ช้านี้ ML อาจเข้ามาช่วยปรับปรุงความสามารถในการเข้าถึง และในทางกลับกันจะช่วยลดต้นทุนในการพัฒนาซอฟต์แวร์อีกด้วย

ในปี 2563 ที่ผ่านมาเป็นปีแห่งความก้าวหน้าที่มุ่งมั่น ความท้าทายที่คาดไม่ถึงสอนให้เราวางแผนและออกแบบเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และเราต้องมีความยืดหยุ่นในการปรับตัวให้เข้ากับวิธีการใช้ชีวิตและการทำงานใหม่ ๆ มากยิ่งขึ้น

ในปี 2564 นี้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะนำพาสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาไม่ว่าชีวิตในรูปแบบใหม่จะเป็นเช่นไร และผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นว่าความก้าวหน้าของเทคโนโลยีจะนำพาวิถีแบบใหม่มาให้เราในรูปแบบใด


 

Exit mobile version