นายประสงค์ อร่ามวิทยา และครอบครัว ตรีสุขเกษม และ พัฒนเลิศไพบูลย์ เจ้าร้าน แฟรนไชส์ออฟฟิศเมท พลัส สาขา จังหวัดยะลา ร่วมสนับสนุนการปฏิ

นายประสงค์ อร่ามวิทยา และครอบครัว ตรีสุขเกษม และ พัฒนเลิศไพบูลย์ เจ้าร้าน แฟรนไชส์ออฟฟิศเมท พลัส สาขา จังหวัดยะลา ร่วมสนับสนุนการปฏิ
ประเทศไทย 13 กรกฎาคม 2564 – การ์ทเนอร์ อิงค์ คาดการณ์ว่าภายในสิ้นปี 2564 51% ของการทำงานของพนักงานที่เน้นทักษะทั่่วโลกจะเป็นแบบการทำงานระยะไกลโดยเพิ่มขึ้นจาก 27% ในปี 2563
การ์ทเนอร์ประเมินว่าภายในสิ้นปี 2564 พนักงานที่ทำงานระยะไกล (Remote Workers) จะมีสัดส่วนเป็น 32% ของพนักงานทั้งหมดทั่วโลก เพิ่มขึ้นจาก 17% ในปี 2562 โดยการ์ทเนอร์ได้ให้คำจำกัดความของพนักงานใช้ทักษะความรู้ หรือ Knowledge Workers ว่าเป็นผู้ที่ต้องใช้ความรู้หรือทักษะด้านวิชาชีพเป็นหลัก อาทิ นักเขียน นักบัญชี หรือ วิศวกร เป็นต้น และยังให้ความหมายของพนักงานที่ไม่ได้ทำงานในสำนักงานไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนหรือที่หน้างานอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน ว่าเป็นพนักงานกลุ่มไฮบริด (Hybrid Workers) กับพนักงานที่ต้องทำงานระยะไกลเต็มตัว (Fully Remote Workers)
มร. แรนจิท แอทวัล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัยการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “แรงงานกลุ่มไฮบริดคืออนาคตของโลกการทำงานทั้งการทำงานระยะไกล (Remote) และการทำงานในสถานที่ต่าง ๆ (On-site) ล้วนเป็นแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและตอบโจทย์ความจำเป็นด้านแรงงานของนายจ้าง”
รูปแบบการทำงานระยะไกลขององค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับการนำเทคโนโลยีมาใช้ วัฒนธรรมและการผสมผสานของอุตสาหกรรม คาดว่าในปี 2565 31% ของการทำงานของพนักงานทั่วโลกจะเป็นการทำงานระยะไกล (ที่ผสมผสานกันระหว่างแบบไฮบริดและแบบเต็มเวลา) โดยในปี 2565 สหรัฐอเมริกาจะเป็นผู้นำกลุ่มพนักงานระยะไกลที่มีสัดส่วนสูงถึง 53% ของแรงงานในอเมริกาทั้งหมด ส่วนประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรป คาดว่าสหราชอาณาจักรจะมีสัดส่วนของพนักงานระยะไกลที่ 52% ขณะที่เยอรมนีและฝรั่งเศสมีสัดส่วนที่ 37% และ 33% ตามลำดับ
อินเดียและจีนเป็นสองประเทศที่จะผลิตพนักงานระยะไกลเพิ่มจำนวนมากที่สุด แต่อัตราการเติบโตโดยรวมยังค่อนข้างต่ำ โดยอินเดียอยู่ที่ 30% จีนอยู่ที่ 28%
ผลกระทบการจัดหาและนำเทคโนโลยีไปใช้งานจนถึงปี 2567
ผลกระทบจากการทำงานระยะไกลกำลังส่งผลให้มีการประเมินโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีจากความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้ซื้อที่ต้องการทำงานได้จากทุกที่ มร. แอทวัล กล่าวว่า “ตลอดปี 2567 องค์กรต่าง ๆ จะถูกบังคับให้ต้องเตรียมแผนรับมือการเปลี่ยนแปลงธุรกิจไปสู่ดิจิทัลภายในห้าปีเป็นอย่างน้อย โดยแผนจะต้องปรับให้เข้ากับโลกยุคหลังโควิด-19 ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานระยะไกลและเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีดิจิทัลรอบด้าน” โดยผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลจะมีบทบาทสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านขององค์กร ในแผนระยะยาวจำเป็นต้องมีการลงทุนต่อเนื่องเพื่อดำเนินการจัดเตรียมเทคโนโลยีสำหรับใช้ทำงานระยะไกลเป็นอันดับแรก รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ อาทิ ไฮเปอร์ออโตเมชั่น, AI และเทคโนโลยีการทำงานร่วมกัน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในด้านสถานที่และบทบาทการทำงาน
การทำงานแบบไฮบริดจะเพิ่มความต้องการพีซีและแท็บเล็ตอย่างต่อเนื่อง คาดว่าในปี 2564 จะมีการจัดส่งพีซีและแท็บเล็ตสูงสุดเป็นประวัติการณ์มากกว่า 500 ล้านเครื่อง ซึ่งตอกย้ำถึงความต้องการของทั้งตลาดในกลุ่มองค์กรธุรกิจและกลุ่มผู้บริโภค
องค์กรต่าง ๆ ยังได้นำระบบคลาวด์มาปรับใช้เพื่อเร่งการเปิดใช้รูปแบบการทำงานระยะไกลให้มีความรวดเร็วมากขึ้น การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าในปี 2564 มูลค่าการใช้จ่ายของผู้ใช้บริการคลาวด์สาธารณะทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 23.1% เนื่องจากซีไอโอและผู้บริหารด้านไอทีให้ความสำคัญกับแอปพลิเคชันบนคลาวด์ เช่น การให้บริการด้านซอฟต์แวร์ (SaaS) แอปพลิเคชันแบบ SaaS ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการทำงานระยะไกลและพนักงานสามารถเข้าถึงได้จากทุกสถานที่ การติดต่อสื่อสารทางสังคมและเครื่องมือการทำงานร่วมกันยังเป็นสิ่งที่ “ขาดไม่ได้” ซึ่งทำให้ตลาดซอฟต์แวร์เพื่อการสื่อสารทางสังคมและเพื่อการทำงานร่วมกันทั่วโลกมีรายได้เพิ่มขึ้น 17.1% ในปี 2564
หลายองค์กรต้องเปลี่ยนและปรับใช้เทคโนโลยีการเชื่อมต่อหลายอย่างเพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจจะดำเนินต่อไปได้แม้พนักงานต้องทำงานระยะไกล และภายในปี 2567 การเข้าใช้งานเทคโนโลยีการทำงานระยะไกลทั้งหมดอย่างน้อย 40% จะผ่านระบบเครือข่ายแบบ Zero Trust Network Access (ZTNA) โดยเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ต่ำกว่า 5% ณ สิ้นปี 2563 ขณะที่องค์กรส่วนใหญ่จะยังให้บริการลูกค้าผ่านระบบเครือข่าย VPN โดย ZTNA จะกลายเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาทดแทนหลัก
ลูกค้าการ์ทเนอร์สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ “Forecast Analysis: Remote and Hybrid Workers, Worldwide.”
เรียนรู้วิธีการตัดสินใจที่รวดเร็วและชาญฉลาดยิ่งขึ้น พร้อมสร้างประสิทธิภาพความแข็งแกร่งให้องค์กรที่ Gartner Future of Work Resource Center
เกี่ยวกับ Gartner for High Tech
Gartner for High Tech นำเสนอแนวทางปฏิบัติ ข้อมูลเชิงลึกของอุตสาหกรรม และมุมมองเชิงกลยุทธ์เกี่ยวกับแนวโน้มที่เกิดขึ้นใหม่รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาด เพื่อให้ผู้นำและทีมงานด้านเทคโนโลยีเตรียมพร้อมรับมือตามบทบาทหน้าที่ อันนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายสำคัญทางธุรกิจและสร้างองค์กรให้ประสบความสำเร็จในอนาคต คลิกดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.gartner.com/en/industries/high-tech หรือติดตามข้อมูลและข่าวสารจาก Gartner for High Tech บน Twitter และ LinkedIn โดยใช้ #GartnerHT
เกี่ยวกับการ์ทเนอร์
บริษัท การ์ทเนอร์ (Gartner, Inc.) (NYSE: IT) คือบริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำของโลก และมีรายชื่ออยู่ในดัชนี S&P 500 บริษัทฯ ให้ข้อมูลเชิงลึก คำแนะนำ และเครื่องมือต่าง ๆ แก่ผู้บริหารองค์กรธุรกิจ เพื่อรองรับการดำเนินภารกิจสำคัญที่มีอยู่ในปัจจุบันและสร้างองค์กรให้ประสบความสำเร็จในอนาคต
การ์ทเนอร์นำเสนองานวิจัยที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญ และใช้แหล่งข้อมูลจากผู้ปฏิบัติงานจริง เพื่อชี้นำลูกค้าสำหรับการตัดสินใจที่ถูกต้องเหมาะสมในเรื่องที่สำคัญที่สุด การ์ทเนอร์ทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลที่เป็นกลางและเป็นที่ปรึกษาที่ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรต่าง ๆ กว่า 14,000 แห่งในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมทุกส่วนงานสำคัญ ๆ ในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมและองค์กรทุกขนาด
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางของการ์ทเนอร์ในการช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจอย่างถูกต้องเพื่อขับเคลื่อนอนาคตของธุรกิจได้ที่ gartner.com
ภายในปี 2593 องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่าร้อยละ 70 ของประชากรโลก หรือราว 6.4 พันล้านคนจะอาศัยอยู่ในเมืองเป็นหลัก
การจัดหาที่อยู่อาศัยและโครงสร้างพื้นฐานให้เพียงพอต่อจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่ในเมือง ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ คือ ความท้าทายสำคัญที่นักวางผังเมือง (City planner) ต้องเผชิญ ในขณะเดียวกันยังต้องวางแผนสำหรับการสร้างเมืองในอนาคตที่ยั่งยืนและยืดหยุ่น พื้นที่ใจกลางเมืองนับเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมและความรู้ที่ขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม หากไม่มีการวางผังเมืองและการจัดการที่เหมาะสม เมืองต่าง ๆ อาจมีส่วนทำให้เกิดปัญหามลพิษอย่างมากมายมหาศาลและทำให้สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมลงได้เช่นกัน
การปฏิรูปเมืองอย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องปรับปรุงในหลาย ๆ ด้าน ได้แก่:
เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในงานเฉลิมฉลองวันประชากรโลกของสหประชาชาติ หรือ UN World Population Day ในเดือนนี้ Dassault Systèmes ขอเชิญคุณมาร่วมสำรวจแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาล เมืองและองค์กรธุรกิจต่าง ๆ ในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในเมืองและระบบขนส่งที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
Future Sustainable Cities Program เป็น Virtual Event ที่มุ่งเสนอประเด็นด้านความท้าทายในการปรับเปลี่ยนเมืองในปัจจุบัน รวมถึงแนวทางแก้ไขที่จะช่วยสร้างเมืองที่น่าอยู่และยืดหยุ่นเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โปรแกรมดังกล่าวแบ่งเป็น 3 ส่วนย่อย ได้แก่ เมืองที่ยั่งยืน (Sustainable City) การขนส่งและการเดินทาง (Transport and Mobility) และการก่อสร้างอย่างชาญฉลาด (Smart Construction) โดยมีทั้งหมด 10 ตอน เนื้อหาหลักเป็นการสำรวจว่าเมืองต่าง ๆ จะสามารถบริหารโครงการปรับปรุงเมืองสำหรับอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพในยุคดิจิทัลได้อย่างไร
ผู้สนใจสามารถเข้าชมตอนพิเศษของ Industry Insider with Dassault Systèmes ที่มีชื่อว่า Sustainable Cities and Resilient Infrastructure in the Digital Era (เมืองที่ยั่งยืนและโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นในยุคดิจิทัล) ได้ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2564 โดยในตอนพิเศษนี้ Remi Dornier รองประธานฝ่ายการก่อสร้าง เมือง และอาณาเขต และ Guillaume Gerondeau รองประธานฝ่ายอุตสาหกรรมขนส่งและการเดินทางประจำภูมิภาคเอเชีย จะร่วมพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางที่นักวางผังเมืองและผู้บริหารในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลเชิงลึกเพื่อใช้ในการตัดสินใจเกี่ยวกับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่นและยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมได้ที่ https://events.3ds.com/sustainable-cities-and-resilient-infrastructure-digital-era
รายละเอียดงานในส่วนที่ 1 (โดยผู้ที่ต้องการเข้าร่วมสามารถลงทะเบียนตามหัวข้อที่สนใจ)
|
15 กรกฎาคม 2564 เวลา 10:00 น. |
Industry Insider with Dassault Systèmes – Sustainable Cities and Resilient Infrastructure in the Digital Era (เมืองที่ยั่งยืนและโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นในยุคดิจิทัล) ลงทะเบียนที่นี่: https://events.3ds.com/sustainable-cities-and-resilient-infrastructure-digital-era |
รายละเอียดงาน Future Sustainable Cities Program
หัวข้อย่อย 1: เมืองที่ยั่งยืน (Sustainable City)
ข้อมูลเพิ่มเติม: https://events.3ds.com/future-sustainable-cities-program-2021
|
19 กรกฎาคม 2564 เวลา 10:00 น. |
Sustainable Cities and Resilient Infrastructure (เมืองที่ยั่งยืนและโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น) Fabrice SERVANT ผู้อำนวยการฝ่ายการก่อสร้าง เมือง และอาณาเขต, Dassault Systèmes ลงทะเบียนที่นี่: https://events.3ds.com/sustainable-cities-and-resilient-infrastructure-digital-era-future-sustainable-cities-program |
|
21 กรกฎาคม 2564 เวลา 10:00 น. |
Collaboration Platform for Sustainable Cities (แพลตฟอร์มการทำงานร่วมกันสำหรับเมืองที่ยั่งยืน) Guillaume LENOEL ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายโซลูชั่นอุตสาหกรรม CC&T, Dassault Systèmes ลงทะเบียนที่นี่: https://events.3ds.com/collaboration-platform-for-sustainable-cities |
|
23 กรกฎาคม 2564 เวลา 10:00 น. |
The Future of Public Safety (ความปลอดภัยสาธารณะในอนาคต) Nigel DEANS ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกใต้, DELMIA Quintiq, Dassault Systèmes Kevin MORAN ที่ปรึกษาอาวุโสด้านกระบวนการอุตสาหกรรม DELMIA, Dassault Systèmes ลงทะเบียนที่นี่: https://events.3ds.com/future-of-public-safety |
เกี่ยวกับ Dassault Systèmes
Dassault Systèmes คือบริษัท 3DEXPERIENCE ที่นำเสนอโลกเสมือนจริงให้แก่ผู้คนและองค์กรธุรกิจ เพื่อรองรับ การสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างยั่งยืน ด้วยโซลูชั่นระดับชั้นนำของโลกที่ปรับปรุงแนวทางการออกแบบ ผลิต และ สนับสนุนผลิตภัณฑ์ต่างๆ โซลูชั่นการประสานงานร่วมกันของDassault Systèmes ช่วยส่งเสริมนวัตกรรมทางสังคม ขยายความเป็นไปได้สำหรับโลกเสมือนจริงเพื่อปรับปรุงโลกแห่งความเป็นจริง บริษัทฯ มอบคุณประโยชน์ให้แก่ ลูกค้าองค์กรทุกขนาดกว่า 220,000 รายในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมในกว่า 140 ประเทศ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.3ds.com
กรุงเทพฯ, 24 มิถุนายน 2564 – เอชพี ยึดกลยุทธ์ธุรกิจที่สร้างความยั่
นอกจากนี้ เอชพี ได้เผยแพร่รายงาน HP Sustainable Impact Report ฉบับที่ 20 ที่ย้ำถึงความคืบหน้าการดำเนิ
มร. ลิม ชุน เต็ก กรรมการผู้จัดการ เอชพี อิงค์ ประเทศไทย กล่าวว่า “กลยุทธ์ที่ยึดการสร้างความยั่
“ในขณะที่เทคโนโลยีดิจิทัลได้
สร้างความเท่าเทียมทางดิจิทัล
การระบาดใหญ่ของโควิด-19 ไม่ได้ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ
เอชพี เชื่อว่าความเท่าเทียมทางดิจิทั
จากความพยายามเหล่านี้ เอชพีมุ่งมั่นพัฒนา เปิดตัวและบริหารจัดการกิจกรรม โซลูชันและการบริการ หลากหลายเพื่อสร้างความเท่าเที
เอชพี เชื่อว่าความเท่าเทียมทางดิจิทั
แนวนโยบายของการดำเนินการนี้ สอดคล้องและสนับสนุนเป้
ขอแนะนำ HP PATH (Partnership and Technology for Humanity)
โครงการ Partnership and Technology for Humanity ของเอชพี จะปูทางสู่ความเท่าเทียมทางดิจิ
ในช่วงเริ่มต้นของโครงการ PATH จะเน้นการมีส่วนร่วม ถกเถียง รับฟัง และเรียนรู้จากชุมชนทั่วโลกเพื่
รายงานการสร้างความอย่างยั่งยื
HP Sustainable Impact เป็นองค์ประกอบสำคัญในการช่
เอชพี ยังคงยึดมั่นและมุ่งมั่
การดำเนินการด้านสภาพอากาศ:
สิทธิมนุษยชน:
ความเท่าเทียมทางดิจิทั
เปิดตัว Sustainable Bond Framework
เอชพียังได้ประกาศเปิดตัว Sustainable Bond Framework เพื่อสนับสนุนการเผยแพร่
เอชพีตระหนักดีว่าการบรรลุเป้
ข้อมูลเกี่ยวกับ HP Inc.
เอชพี อิงค์ มุ่งมั่นสร้างสรรค์เทคโนโลยี
เกษตรกรไร่กาแฟและโกโก้รายย่อย รวมถึงกลุ่มสหกรณ์ในฮอนดูรัส เดินหน้าใช้เทคโนโลยีเพื่อเข้
ปัจจุบัน ชาวไร่กาแฟรายย่อยขาดทุนเฉลี่ย 46–59% โดยที่ชาวไร่ได้รับส่วนแบ่
Food Trust ช่วยให้เกษตรกรสามารถติ
ไฮเฟอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลและไอบีเอ็ม ร่วมด้วย CATIEซึ่งเป็นองค์กรนานาชาติที่
“เราทำงานร่วมกับชาวไร่มา 18 เดือนเพื่อศึกษาถึงแนวทางที่ดี
ปีที่ผ่านมา สหกรณ์ COPRANIL สามารถผลิตเมล็ดกาแฟได้กว่าเจ็
“เวลาที่คนดื่มกาแฟของเราและรู้
Food Trust จะช่วยชาวไร่รวมถึงผู้แปรรู
“สิ่งที่เราทำร่วมกับไฮเฟอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลและ COPRANIL เป็นบททดสอบที่สำคัญที่แสดงให้
ในขั้นตอนการตรวจสอบแหล่งกำเนิ
ทั้งนี้ สหกรณ์และผู้ที่เกี่ยวข้
Food Trust ยังจะตรวจสอบแหล่งกำเนิดของเมล็
“เทคโนโลยี Food Trust และ Watson Decision for Agriculture ช่วยให้ทีมที่ลงพื้นที่
เมื่อไม่นานมานี้ ไฮเฟอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลและ CATIEได้จัดเวิร์คช็อปร่วมกับผู้
เมื่อเร็วๆนี้ นายเศกสรร ปรีชา ผู้จัดการธุรกิจ พร้อมด้วยตัวแทนจากบริษัท พรีไซซ อีเลคตริค แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (PEM) ในเครือบริษัท พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ทำการส่งมอบน้ำดื่มบรรจุขวด “พรีไซซ” ขนาด 350 มล. จำนวน 1,200 ขวด ให้แก่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อเป็นการสนับสนุนการดำเนินงานในการต่อสู้และรับมือกับโควิด-19 และการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของโรงพยาบาล พรีไซซขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ ส่งต่อพลังแห่งความรัก ความห่วงใย ให้กับบุคลากรทางแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ทุกท่าน #พวกเราจะสู้โควิด-19 ไปด้วยกัน
https://preciseproducts.in.th/ LINE: https://lin.ee/1T37XR1
สอบถามเพิ่มเติม โทร. (+66) 02-584-2367 ต่อ 621 , 065-528-5860
#preciseproducts #powerislife #precise #พรีไซซผู้นำด้านโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันด้านการบริหารจัดการพลังงานและระบบออโตเมชัน เปิดตัว Climate Change Advisory Service บริการให้คำปรึกษาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นการต่อยอดบริการด้านคำปรึกษาของบริษัทฯ โดยเป็นบริการที่ออกแบบมาเพื่อมอบโซลูชันรวมที่ตอบโจทย์ความท้าทายขององค์กรในเรื่องความยั่งยืน รวมถึงการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ โดยนับเป็นครั้งแรกของบริการประเภทนี้ที่ช่วยสร้างสมดุลทั้งด้านวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์และการวางแนวทางด้วยการติดตั้งใช้เทคโนโลยีและการดำเนินการที่จับต้องได้จริง ให้แนวทางแบบบูรณาการอย่างเต็มรูปแบบ ที่ครอบคลุมทั้งเรื่องการบริหารจัดการพลังงาน ประสิทธิภาพด้านการใช้ทรัพยากร การจัดซื้อพลังงานหมุนเวียน การชดเชยคาร์บอน การลดการปล่อยคาร์บอนในห่วงโซ่คุณค่า และการรวบรวมและเปิดเผยข้อมูลที่ขับเคลื่อนด้วย AI
แม้ว่าจะมีทั้งข้อตกลงปารีสและคำมั่นสัญญามากมายจากองค์กรระดับโลกนับหลายพันแห่งก็ตาม แต่ก็ยังคงต้องติดตามเรื่องการเพิ่มอุณหภูมิทั่วโลกที่อาจจะเกินเกณฑ์ที่แนะนำคือ 1.5 องศาเซลเซียส (อุณหภูมิร้อนขึ้นประมาณ 1.2 องศาเซลเซียสอยู่แล้วก่อนช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรม) บริการให้คำปรึกษาอย่างครบวงจรของชไนเดอร์ อิเล็คทริค จะรวมเครื่องมือด้านการประเมินและการพัฒนากลยุทธ์ไว้ด้วยกัน พร้อมให้แนวทางในการนำไปการติดตั้งใช้งาน และให้การสนับสนุนเพื่อให้บริษัทขนาดใหญ่และขนาดเล็กสามารถตอบโจทย์เรื่องความยั่งยืนและบรรลุเป้าหมายการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศในระดับโลกได้สำเร็จ
“การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คือความท้าทายของทศวรรษนี้ และธุรกิจก็มีบทบาทสำคัญมากในการหยุดเรื่องดังกล่าว ผลที่ได้คือ ผู้บริหารระดับสูงต่างตระหนักกันมากยิ่งขึ้นว่าความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องการลงทุนที่ช่วยให้รู้สึกดี แต่เป็นการดำเนินการเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงและพัฒนาความยั่งยืน” สตีฟ วิลไฮท์ รองประธานอาวุโสฝ่ายบริการด้านพลังงานและความยั่งยืน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าว
“อย่างไรก็ตาม หากจะเร่งการดำเนินงาน ต้องมีการเปลี่ยนกรอบความคิด แม้ว่าปีที่บันทึกไว้สำหรับพันธสัญญาด้านสภาพภูมิอากาศคือ 2020 ก็ตาม แต่ก็ยังมีช่องว่างระหว่างความมุ่งมั่นกับการดำเนินการ บริการของเรามุ่งเป้าที่การเติมเต็มช่องว่างดังกล่าว ช่วยให้ลูกค้ากำหนดกลยุทธ์เชิงการแข่งขันในการลดการปล่อยคาร์บอนโดยอิงตามหลักวิทยาศาสตร์ ในขณะเดียวกันก็สร้างผลกระทบเชิงบวกในแง่ผลกำไร”
แม้ว่าการดำเนินการในส่วนขององค์กร กระตุ้นให้เกิดความคืบหน้าในการตอบสนองการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัจจุบัน มีเพียง 23 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรที่ติดอันดับ Fortune 500 ที่ได้ให้คำมั่นสัญญาด้านสภาพภูมิอากาศต่อสาธารณะ เพื่อบรรลุในปี 2030 ทั้งนี้ บริการให้คำปรึกษาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของชไนเดอร์ อิเล็คทริค จะช่วยให้ลูกค้าเข้าใจความสำคัญของการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ เพื่อเป็นกลยุทธ์ในการลดความเสี่ยง ช่วยกำหนดหรือสร้างความก้าวหน้าในเส้นทางมุ่งสู่ความยั่งยืน และวางกลยุทธ์เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ บริการดังกล่าวประกอบไปด้วยเรื่องต่อไปนี้
แนวทางด้านกลยุทธ์และการดำเนินการที่เน้นการปฏิบัติและขับเคลื่อนด้วยข้อมูล คือรากฐานการออกแบบและการบริหารจัดการโดยตรงขององค์กรที่มีจุดมุ่งหมายหลักในการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ ทั้งนี้ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่องในการจัดอันดับสำคัญถึงความสำเร็จด้านความยั่งยืน โดยเมื่อไม่นานมานี้ บริษัทฯ ยังได้ประกาศถึงการมุ่งเน้นที่กลยุทธ์ระยะยาวอย่างจริงจัง ด้วยการยึดมั่นและคำนึงถึงสภาพแวดล้อม สังคม และหลักธรรมาภิบาลในทุกแง่มุมของกิจกรรม พร้อมช่วยให้ลูกค้าและพันธมิตรธุรกิจบรรลุวัตถุประสงค์เรื่องความยั่งยืนในองค์กร การประกาศครั้งนี้ เกิดขึ้นในเวลาเดียวกับที่ Corporate Knights บริษัทสื่อและการวิจัยของแคนาดา ได้ออกข่าวการจัดอันดับและการประเมินผลิตภัณฑ์ทางด้านการเงินโดยอิงตามศักยภาพในการสร้างความยั่งยืนขององค์กร นับเป็นครั้งแรกที่ชไนเดอร์ อิเล็คทริคได้รับการยกย่องให้เห็นเบอร์หนึ่งในดัชนีประจำปีของ 100 องค์กรระดับโลกที่มีความยั่งยืนมากที่สุดในโลก “the Global 100 most sustainable corporations in the world”
การผสานรวมความเชี่ยวชาญของบริษัทฯ ในฐานะที่ปรึกษารายใหญ่ที่สุดในโลก เรื่องข้อตกลงในการเจรจาซื้อพลังงานในระดับองค์กร พร้อมด้วยเครื่องมือและระบบบริหารจัดการที่ดีที่สุดด้านพลังงานและความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็น EcoStruxure™ Resource Advisor, NEO Network™ และ EcoStruxure Microgrid Advisor ซึ่งทำให้ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้เชี่ยวชาญที่นำพาองค์กรต่างๆ ไปสู่อนาคตที่ยืดหยุ่นและยั่งยืนได้ในเชิงรุก
ผู้สนใจสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการที่ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ช่วยให้บริษัทชั้นนำอย่าง Faurecia และ Charles River Labs ก้าวสู่การดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ โดยสามารถเข้าไปที่ webinar ล่าสุดได้ที่ Climate Action in 2021: The Year of Breakthroughs.
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการให้คำปรึกษาของชไนเดอร์ อิเล็คทริค สามารถเยี่ยมชมได้ที่ schneider-electric.com/ess และเข้าไปดูข่าวสารเกี่ยวกับพลังงานและความยั่งยืน รวมถึงมุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มต่างๆ และแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด ได้ที่ Perspectives พร้อมทั้งติดตาม Schneider Electric Energy & Sustainability Services ได้ที่ LinkedIn
เกี่ยวกับชไนเดอร์ อิเล็คทริค
เป้าหมายของชไนเดอร์ อิเล็คทริค คือการช่วยให้ทุกคนใช้พลังงานและทรัพยากรได้เกิดประโยชน์สูงสุด เชื่อมโยงความก้าวหน้าและความยั่งยืนเพื่อประโยชน์ของทุกคน เราเรียกสิ่งนี้ว่า Life Is On
ภารกิจของเราคือการเป็นพันธมิตรด้านดิจิทัลกับคุณ เพื่อสร้างประสิทธิภาพและความยั่งยืน
เราขับเคลื่อนการปฏิรูปสู่ดิจิทัล ด้วยการผสานรวมเทคโนโลยีชั้นนำของโลกด้านพลังงานและกระบวนการจัดการ เข้ากับผลิตภัณฑ์ตั้งแต่จุดเชื่อมต่อปลายทางไปยังคลาวด์ ระบบควบคุม รวมถึงซอฟต์แวร์และการบริการครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตการทำงานทั้งหมด เพื่อสร้างศักยภาพในการบริหารจัดการองค์กรแบบบูรณาการ ทั้งสำหรับบ้าน อาคาร ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรม
เราคือบริษัทระดับโลกที่มีการดำเนินงานในระดับท้องถิ่นมากที่สุด เราสนับสนุนมาตรฐานระบบเปิดและระบบนิเวศของคู่ค้าที่มีความมุ่งมั่นแรงกล้าในการทำตามวัตถุประสงค์อย่างมีเป้าหมายร่วมกัน และคุณค่าในการรวมกันเป็นหนึ่งเดียวพร้อมขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกัน
IBM Watson Advertising(NYSE: IBM) ประกาศถึงงานวิจัยใหม่ที่จะใช้
อุตสาหกรรมโฆษณากำลังอยู่ภายใต้
อคติที่ไม่พึงประสงค์
IBM Watson Advertising จะทำงานร่วมกับนักวิจัยจากสถาบั
• อัตราการเกิดอคติในโฆษณา– การศึกษาความแพร่หลายและความถี่
• บทบาทของสัญญาณต่อการเกิดอคติ– ความถี่ในการส่งสัญญาณ ซึ่งหมายถึงบริบทที่โฆษณานั้นๆ ได้รับการถ่ายทอด ส่งผลต่ออคติอย่างไร ตัวอย่างเช่น หากข้อความโฆษณาที่ได้รับการพิ
• ความสามารถของปัญญาประดิษฐ์
ข้อมูลจากโครงการศึกษาวัคซี
“อคติแบบกลุ่มเกิดขึ้นในอุ
IBM Watson Advertising มีพันธกิจในการใช้เอไอเป็นตั
IBM Watson Advertising วางแผนที่จะเผยแพร่ผลการวิจั
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ IBM Watson Advertising ที่ https://www.ibm.com/watson-
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชุ
ประเทศไทย 6 กรกฎาคม 2564 – Opensignal ผู้ดำเนินการวิเคราะห์ระบบมือถือและกำหนดมาตรฐานระดับโลกเพิ่มแผนที่สัญญาณเครือข่าย 5G ใหม่ ให้ผู้ใช้ทั่วโลกรวมถึงผู้ใช้ในประเทศไทย ได้ใช้ตรวจสอบสัญญาณเครือข่าย 5G ใช้ฟรีและไม่มีโฆษณารบกวน โดยรองรับอุปกรณ์ทั้งระบบ iOS และ Android
แผนที่ครอบคลุมการทดสอบความเร็วและการเชื่อมต่อสัญญาณ 5G พร้อมให้คุณใช้งานแล้ว
หลายปีแล้วที่ Opensignal ให้ผู้ใช้มือถือได้ค้นพบความครอบคลุมและความเร็วสูงสุดได้จากแผนที่เครือข่ายที่พวกเขาใช้อยู่ วันนี้ผู้ใช้งานสามารถเห็นประสบการณ์การใช้งานเครือข่าย 5G ได้ในทุกพื้นที่ด้วยการทดสอบความเร็วและข้อมูลสัญญาณจากผู้ใช้ในพื้นที่ ด้วยสถิติเครือข่ายจากผู้ให้บริการในพื้นที่ทำให้คุณสามารถตรวจสอบความครอบคลุมของสัญญาณโดยรวมได้ก่อนออกเดินทาง ดูความแรงของสัญญาณอินเทอร์เน็ตและการดาวน์โหลดในพื้นที่ห่างไกล เปรียบเทียบเครือข่ายของตนเองกับผู้ให้บริการรายอื่น ๆ ในพื้นที่รวมไปถึงตรวจสอบว่าการอัปเกรดเป็น 5G นั้น มีผลต่อประสบการณ์การใช้งานของคุณหรือไม่ ซึ่งผู้ใช้อุปกรณ์ที่ไม่รองรับ 5G ก็สามารถเปิดดูแผนที่เหล่านี้ได้ และ Opensignal ยังให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ใช้ที่กำลังพิจารณาอัปเกรดอุปกรณ์
การทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตในมือถือและไวไฟ
การทดสอบความเร็วจาก Opensignal นั้นจะวัดการเชื่อมต่อจากโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้และความแรงสัญญาณ Opensignal ทดสอบการดาวน์โหลดและอัปโหลดโดยใช้เวลาอย่างละ 5 วินาทีและทดสอบการ Ping เพื่อวัดความสม่ำเสมอของความเร็วอินเทอร์เน็ตที่คุณจะได้รับประสบการณ์ การทดสอบความเร็วจะดำเนินการในเซิร์ฟเวอร์ CDN ทั่ว ๆ ไป
ดาวน์โหลดแอป Opensignal – ได้ทั้งในระบบ Android และ iOS:
ลิงค์สำหรับดาวน์โหลด Opensignal ใน App Store
ลิงค์สำหรับดาวน์โหลด Opensignal ใน Google Play Store:
เกี่ยวกับ Opensignal
Opensignal นำเสนอแหล่งข้อมูลอิสระที่สะท้อนความเป็นจริงจากประสบการณ์เครือข่ายมือถือ: แหล่งข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้ได้รับประสบการณ์อย่างไรในการใช้บริการเครือข่ายมือถือทั่วโลกด้านความเร็ว ประสบการณ์เกม วิดีโอและเสียง
เพื่อการนี้ Opensignal รวบรวมข้อมูลแบบไม่เปิดเผยตัวตนในด้านความแรงของสัญญาณ เครือข่าย ตำแหน่งสถานที่และเซนเซอร์ของอุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถสั่งให้หยุดได้จากการตั้งค่าในแอป Opensignal แบ่งปันข้อมูลเหล่านี้กับผู้ให้บริการเครือข่ายทั่วโลกรวมหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมเพื่อทำให้การเชื่อมต่อดียิ่งขึ้นสำหรับทุก ๆ คน
โปรดอ่านโยบายความเป็นส่วนตัว: https://www.opensignal.com/privacypolicy
สำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม ได้จัดทำสื่อเสี
โทร. 02-141-3768 หรือขอรับไฟล์เสียงได้ที่ Facebook fanpage : สำนักงานกิจการยุติธรรม