Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ADVICE THE WAY OF GAMING! ยกขบวนหนักจัดใหญ่สินค้าไอทีและโปรโมชั่นสุดพิเศษ ส่งตรงถึงมือผู้บริโภคแล้วกว่าครึ่งประเทศ พร้อม!! ลุยต่ออีก 29 จังหวัด สิ้นสุดเดือนพฤศจิกายนนี้

ตอบโจทย์ผู้บริโภค ด้วยเทคโนโลยีการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป้นการทำงาน การเรียน สันทนาการ เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลาย และต่อยอดการใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

22 สิงหาคม 2565 – เป็นเวลากว่า 3 เดือน ที่ “แอดไวซ์” ได้เริ่มออกเดินทางในกิจกรรมโรดโชว์ “THE WAY OF GAMING” นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 ผ่านไปด้วยระยะทางกว่า 5,000 กิโลเมตร ที่กิจกรรมนี้ได้ส่งมอบโอกาสในการเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศ นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด พร้อมโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมและพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยี ให้ผู้ใช้สามารถนำไปต่อยอดได้ในอนาคต

ในกิจกรรมโรดโชว์ “THE WAY OF GAMING” แอดไวซ์เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้ามาสัมผัสประสบการณ์หรือทดลองสินค้าเพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกเทคโนโลยีหรือผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของตัวเอง และสามารถต่อยอดการใช้ชีวิตหรือพฤติกรรมประจำวันได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ ผ่านกิจกรรมและโปรโมชั่นต่างๆ ที่ขบวนโรดโชว์เดินทางไปถึงหน้าร้านสาขาแอดไวซ์แต่ละจังหวัด แอดไวซ์ได้ยกทัพสินค้าหลากหลายแบรนด์ไม่ว่าจะเป็น Intel, Seagate, Samsung, WD รวมถึงแบรนด์สินค้าโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ชั้นนำอย่าง Asus, Acer, HP, MSI, Lenovo และในส่วนของอุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์ที่ได้รับความสนใจ อาทิ CoolerMaster, Logitech G, Razer มาให้ลูกค้าได้เลือกเป็นเจ้าของ สอดคล้องกับผลการสำรวจของ We Are Social ที่ระบุว่าอุปกรณ์ไอทีที่มีการใช้งานเข้าเว็บไซต์มากที่สุดคือกลุ่มผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนที่ร้อยละ 54.95% ตามมาด้วย คอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊กอยู่ที่ 42.26% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 3.6% แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มเปลี่ยนไปสู่การมองหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์การทำงานและความบันเทิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากการเก็บข้อมูลจากโรดโชว์ “THE WAY OF GAMING” ในช่วงเวลากว่า 3 เดือนที่ผ่านมาเราพบว่าผู้บริโภคให้ความสนใจและต้องการเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่อำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสามลำดับแรก ประกอบด้วย โน้ตบุ๊ก ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ และ เกมมิ่งเกียร์ ตามลำดับ ที่มีสัดส่วนถึง 95% ของยอดขายจากโรดโชว์จนถึงวันนี้  โดยกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสนใจและเข้าร่วมกิจกรรมส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 18 – 34 ปี ครอบคลุมทั้ง นักเรียน/นักศึกษา คนวัยทำงาน และผู้ใช้งานทั่วไปที่ให้ความสนใจในเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และมองหาโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการเพื่อการใช้งานด้านต่างๆ ไม่ว่าจะการเรียน การทำงาน รวมถึงความบันเทิง โดยเข้ามาเลือกซื้อสินค้าทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์

นายจักรกฤษณ์ วัชระศักดิ์ศิลป์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานผลิตภัณฑ์ การขายและการตลาด บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรมโรดโชว์ THE WAY OF GAMING เป็นการตอกย้ำสิ่งที่เรามุ่งมั่นมาตลอดว่าเราสามารถขยายโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศ ผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่แอดไวซ์นำเสนอในราคาที่จับต้องได้ จากการลงพื้นที่เราได้เห็นการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ที่สนใจที่เข้ามาสัมผัสและทดลองสินค้าต่าง ๆ ซึ่งตรงตามเป้าหมายที่เราคาดการณ์ไว้ นอกจากนั้นอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ตที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในประเทศไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากทางภาครัฐและเอกชนอย่างกว้างขวางเป็นปัจจัยหนุนให้เกิดอุปสงค์ต่อสินค้าเทคโนโลยีกลุ่มนี้มากขึ้น

เราตื่นเต้นกับการตอบรับจากผู้บริโภคที่เข้าร่วมกิจกรรมโรดโชว์ในครั้งนี้ ไม่ว่าจะทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมรุ่นล่าสุด ซึ่งเป็นความตั้งใจของแอดไวซ์ที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันอุตสาหกรรมไอทีให้เป็นอุตสาหกรรมที่ทุกคนได้รับโอกาส เข้าถึงได้ง่าย และได้รับประสบการณ์ตามที่ต้องการ”

จากกิจกรรมโรดโชว์ในแต่ละสาขาที่จัดขึ้น แอดไวซ์สามารถเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้มากขึ้นกว่า 15% และนอกจากนี้แอดไวซ์ยังมีช่องทางบนออนไลน์ เพื่อสร้างประสบการณ์การเข้าถึงเทคโนโลยีไปยังผู้บริโภคได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการซื้อสินค้าและการจัดส่งที่รวดเร็ว มีคุณภาพ ยังรวมถึงการส่งต่อข้อมูลข่าวสารและโปรโมชั่นต่างๆได้ครอบคลุมและตอบโจทย์ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

โรดโชว์ “THE WAY OF GAMING” จะมีไปจนถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน ศกนี้ ผู้ที่สนใจ สามารถติดตามรายละเอียดการจัดงานในแต่ละสาขาทั่วประเทศ ได้ที่แฟนเพจ Adviceclub


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

Epson EU-m30 เครื่องพิมพ์ใบเสร็จที่ถูกออกแบบเพื่อตอบโจทย์ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ

เอปสันเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีด้านการพิมพ์เพื่อโลกธุรกิจและผู้นำเครื่องพิมพ์ใบเสร็จ ณ จุดขาย (POS) อันดับ 1 ของอาเซียนนาน 12 ปีติดต่อกัน จากข้อมูลของ IDC ตั้งแต่ปี 2009 – 2020 ด้วยการเปิดตัวเครื่องพิมพ์ใบเสร็จรุ่นใหม่ล่าสุดเอปสัน EU-m30 ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ หรือ คีออส เพื่อรองรับธุรกิจที่ให้ลูกค้าบริการตนเอง ที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เครื่องพิมพ์ใบเสร็จระบบหัวเข็มความร้อนรุ่นใหม่จากเอปสัน EU-m30 ถูกออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัด แต่โดดเด่นด้วยความยืดหยุ่นในการติดตั้งกับตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติที่มีลักษณะแตกต่างกันได้อย่างลงตัว มาพร้อมชุดติดตั้งเพื่อตอบโจทย์การใช้งานได้สะดวกง่ายดาย และยังมีอุปกรณ์เสริม ขอบ Bezel แบบใหม่ที่จัดแนวทางเดินกระดาษได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันกระดาษติดและออกรับใบเสร็จได้ง่ายขึ้น ตัวเครื่องยังมีแผงไฟ LED แจ้งเตือนสถานะการทำงาน รวมถึงปัญหาการใช้งานต่างๆ เพื่อให้สามารถแก้ไขได้ทันที เหมาะสำหรับการใช้งานในตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติในหลากหลายธุรกิจที่เน้นให้ลูกค้าบริการตนเอง ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ รวมถึงระบบนัดหมายด้วยบัตรคิว ฯลฯ

เครื่องพิมพ์เอปสัน EU-m30 สามารถพิมพ์ได้ด้วยความเร็วสูงถึง 250 มิลลิเมตรต่อวินาที ซึ่งนับว่าเป็นพิมพ์ได้เร็วที่สุดในเครื่องพิมพ์ระดับเดียวกัน ตัวเครื่องมีความทนทานและให้ประสิทธิภาพงานพิมพ์สูง มีอายุการใช้งานเครื่องพิมพ์สูงถึง 17 ล้านบรรทัด ใบมีดตัดกระดาษอัตโนมัติก็มีอายุการใช้งานสูงถึง 1.5 ล้านครั้ง นอกจากนี้ยังมั่นใจด้วยคุณสมบัติด้านความปลอดภัยต่างๆ เช่น อุปกรณ์เสริมที่ช่วยป้องกันฝาครอบด้านหน้าและฝาครอบปุ่ม เพื่อป้องกันการเข้าถึงเครื่องพิมพ์โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงรองรับการทำงานได้หลายภาษา และได้รับการรับรองจาก UL และ TÜV ที่ได้มาตรฐานในระดับสากล ช่วยให้ผู้ประกอบการมั่นใจได้ว่าเครื่องพิมพ์ได้รับการรับประกันว่ามีคุณภาพและเชื่อถือได้ ช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการยื่นขอใบรับรอง

เอปสัน EU-m30 คือนวัตกรรมใหม่ล่าสุดของเครื่องพิมพ์ใบเสร็จจากเอปสัน ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นครบครัน ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น รองรับกับการปรับตัวเข้ากับธุรกิจบริการตนเองที่กำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก สามารถตอบโจทย์การทำงานสำหรับผู้ประกอบการในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม การค้าปลีก ความบันเทิงรวมถึงบริการของภาครัฐได้อย่างลงตัว สนใจข้อมูลสินค้าติดต่อเอปสัน คอลเซ็นเตอร์ 0-2460-9699 หรือเว็บไซต์ www.epson.co.th เฟสบุ๊ค facebook.com/epsonthailand และ LINE Official Account Epson Thailand


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

“Furradec Furniture Fair” ชวนมิกซ์แอนด์แมทช์เฟอร์นิเจอร์ สร้างมุมทำงานโดนใจในราคาสุดคุ้ม ลดสูงสุด 70%

Furradec แบรนด์เฟอร์นิเจอร์สำนักงานครบวงจร ชวนทุกคนเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ใช่! Mix & Match สร้างมุมทำงานในสไตล์คุณ ลงตัวทุกพื้นที่ตั้งแต่มุมทำงานในบ้าน โฮมออฟฟิศ และสำนักงานขนาดใหญ่ สามารถเลือกช้อปเก้าอี้ทำงาน โต๊ะทำงาน และชั้นวาง ลดสูงสุดถึง 70% ที่ Furradec Furniture Fair ลาน The Circular ชั้น 1 ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ 16 ส.ค. 65 – 29 ส.ค. 65 พร้อมบริการจัดส่งประกอบเฟอร์นิเจอร์ฟรี* และรับประกันคุณภาพสูงสุด 5 ปี* ตามกำหนด

ยิ่งช้อป ยิ่งคุ้ม!  กับโปรโมชั่นเอาใจสายเฟอร์ฯ ในราคาแฟร์ๆ ช้อปโต๊ะพร้อมเก้าอี้ รับส่วนลดเพิ่ม 3%* และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า Central The 1 ช้อปครบ 10,000 บาท ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน พร้อมรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 32,000 บาท* (ตามเงื่อนไขที่กำหนด)

พลาดไม่ได้!!! ปรึกษาปัญหา “ออฟฟิศซินโดรม”  โรคฮิตของกลุ่มคนทำงาน กับนักกายภาพบำบัดได้ฟรี! เราพร้อมเผยเคล็ดลับการเลือกเก้าอี้ที่ดีและท่านั่งที่ถูกต้องตามหลักการยศาสตร์ ที่บูธ Furradec วันเสาร์-อาทิตย์ที่ 20-21 สค. 65 และ 27-28 ส.ค. 65 เวลา 11.00-18.00 น.


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

INEX ชวนเที่ยวมหกรรมวิทยาศาสตร์ Science Carnival @สามย่านมิตรทาวน์

INEX ออกบูธงาน NST Fair Science Carnival Bangkok 2022 @samyanmirtown ยกทัพสินค้าชุดเรียนรู้หุ่นยนต์อัตโนมัติ รวมทั้งชุดเรียนรู้การเขียนโปรแกรมไมโครคอนโทรลเลอร์ ในราคาพิเศษมากมาย และที่พลาดไม่ได้กับ Workshop ราคาสุดคุ้มที่ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่าย 50% จาก “องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ” หรือ “อพวช”  ดำเนินการสอนโดยวิศวกรจากบริษัท อินโนเวตีฟ เอ็กเพอริเมนต์ จำกัด หรือ INEX

หัวข้อ WORKSHOP by INEX
iBEAM Workshop : สนุกกับหุ่นยนต์เคลื่อนที่ตามเส้นแบบไม่ต้องเขียนโปรแกรมสำหรับผู้เริ่มต้น
Mbits Workshop : การใช้งาน Mbits บอร์ดสมองกลเพื่อการศึกษาทีสามารถนำไปต่อยอดเป็นอุปกรณ์ IoT ได้
Relay Rover Workshop : สนุกกับรถหุ่นยนต์บังคับมือแบบไม่ต้องเขียนโปรแกรมสำหรับผู้เริ่มต้น
KidBright32IP Workshop : สำหรับผู้สนใจเกี่ยวกับการใช้งาน KidBright32iP บอร์ดสมองกลที่ต่อยอดจากโครงการ KidBright ของ สวทช.
Hebocon Workshop : การประดิษฐ์หุ่นยนต์ Hebocon (หุ่นยนต์เห่ย) (เลือกรอบได้)

สำหรับผู้สนใจ WORKSHOP แต่สมัครไม่ทันสามารถสมัครหน้างานได้เลยจ้า หรือติดต่อสอบถามที่ 02-747-7001 ถึง 04 หรือติดต่อที่บูธ INEX ลานหน้าห้างสยามมิตรทาวน์ ชั้น G

สำหรับงาน NST Fair Science Carnival Bangkok 2022 @samyanmirtown จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 17 – 21 สิงหาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 15.00 ถึง 22.00 น.

 


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

AMD จัดงานไลฟ์สตรีมเปิดตัวสถาปัตยกรรม “Zen 4” และโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen รุ่นต่อไป

วันนี้ AMD ประกาศจัดงาน “together we advance_PCs” รูปแบบไลฟ์สตรีมถ่ายทอดสดรอบปฐมทัศน์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ AMD รุ่นต่อไป นำเสนอข้อมูลโดย ซีอีโอ ดร.ลิซ่า ซู, ซีทีโอและรองประธานบริหาร มาร์ค เปเปอร์มาสเตอร์ และผู้บริหาร AMD อีกหลายท่าน ที่จะมานำเสนอรายละเอียดสถาปัตยกรรม “Zen 4” รุ่นล่าสุด ที่ขับเคลื่อนการประมวลผลบนโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen ที่กำลังจะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ พร้อมด้วยแพลตฟอร์ม AM5 ใหม่ ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อนยุคใหม่ของเดสก์ท็อปคอมพิวเตอร์

  • วันและเวลาการถ่ายทอดสด: วันอังคารที่ 30 สิงหาคม เวลาประเทศไทย 06:00 น. (หกโมงเช้า)
  • ช่องทางในการถ่ายทอดสด: การนำเสนอข้อมูล จะสามารถรับชมได้ผ่านช่องทาง AMD YouTube channel และสามารถดูย้อนหลังได้หลังจากจบงานที่เว็บไซต์ AMD.com/Ryzen

 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

GALA เผยแนวทางสำหรับบริษัท Web 2.0 เตรียมก้าวสู่โลกใหม่ พร้อมตอบโจทย์ลูกค้าบน Web 3.0 ในงาน NFT Expoverse

“Gala” ผู้นำด้านความบันเทิงบน Web 3.0 ระดับโลก ได้มีการเปิดตัว Gala Film พร้อมกล่าวถึงเส้นทางของบริษัท Web 2.0 ในการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่โลกของ Web 3.0 ในงาน NFT Expoverse ที่จัดขึ้น ณ นครลอสแอนเจลิส เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ด้วยเกมที่กำลังพัฒนากว่า 28 เกม ร่วมกับแบรนด์ยักษ์ใหญ่หลายแห่ง รวมถึงการเติบโตของระบบนิเวศที่อยู่เบื้องหลังความบันเทิงในรูปแบบ ภาพยนตร์  (Gala Film) และ ดนตรี (Gala Music) ทำให้ Gala พร้อมที่จะเป็นส่วนสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างธุรกิจทั่วไปและโลกของ Web 3.0

โดยในงานนี้ Jason Brink ประธานฝ่ายบล็อกเชนของ Gala ได้กล่าวถึง บทบาทของ Gala ว่าเป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมต่อระหว่างบริษัท Web 2.0 กับ โลกที่กระจายอำนาจและไร้ตัวกลาง ด้วยความร่วมมือกับสื่อยักษ์ใหญ่จาก AMC ใน The Walking Dead: Empires ไปจนถึงการร่วมมือกับ Snoop Dogg และ Death Row Records ทำให้ Gala มีความแตกต่างในการสร้างเส้นทางสำหรับ ศิลปิน นักออกแบบ และธุรกิจเพื่อตอบโจทย์คอมมูนิตี้ของ Web 3.0 

ขณะที่ธุรกิจของ Web 2.0 มักจะถูกแยกออกจากเทคโนโลยีบล็อกเชน Jason Brink ในฐานะประธานฝ่าย Blockchain ของ Gala ได้หารือถึงประเด็นปัญหาที่ลูกค้าพบ เพื่อนำพาบริษัท Web 2.0 ก้าวเข้าสู่โลกของ Web 3.0 ได้อย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับ Web 3.0, การสร้างกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ง่ายขึ้น, ความสะดวกในการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตโดยไม่จำเป็นต้องใช้บริการจากบุคคลที่สาม รวมถึงการรักษาคอมมูนิตี้ที่เข้มแข็งทั้งทางออนไลน์และแบบตัวต่อตัว

นอกจากนี้ Jason Brink ยังให้ความเห็นว่า “โลกของ Web 3.0 คือ อนาคตที่สดใส การทำให้บริษัท Web 2.0 ก้าวเข้าสู่ Web 3.0 ได้อย่างง่ายขึ้น จะช่วยส่งผลดีต่อทุกคน”

Gala ได้สร้างความเคลื่อนไหวครั้งยิ่งใหญ่ในการเข้าสู่โลกของ Web 3.0 ด้วยแพลตฟอร์ม Gala Games ซึ่งเป็นการปฏิวัติแนวคิดของแพลตฟอร์มการกระจายอำนาจบนเครือข่ายโหนดกว่า 25,000 โหนด 

นอกจากนี้ เกมที่เป็นเรือธงอย่าง Town Star ก็ได้คว้ารางวัลเกมบล็อกเชนที่ดีที่สุดแห่งปี 2022 จากงาน AIBC (Blockchain Game of the Year by AIBC) ซึ่งในงานที่มอลต้าเมื่อกลางปีที่ผ่านมา Gala ก็ได้เผยถึงโปรเจกต์ราว ๆ 12 โปรเจกต์ที่อยู่ในช่วงการพัฒนา โดยมีกำหนดการที่จะเปิดตัวในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย

การประกาศเปิดตัว Gala Music และ Gala Film ในปีนี้ ทำให้ Gala ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมทางด้านความบันเทิง แม้ว่า Gala Film จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ Gala Music ซึ่งประกาศเปิดตัวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็ได้ร่วมงานกับศิลปินที่มีชื่อเสียงมากมาย ไม่ว่าจะเป็น BT, Snoop Dogg, Steve Aoki, Bassjackers, Ice Cube และ Kings of Leon เป็นการตอกย้ำความสำเร็จอีกขั้นของการเป็นผู้นำด้านความบันเทิงอย่างแท้จริง

#GALA #NFTExpoverse

เกี่ยวกับ Gala

Gala เป็นผู้นำระดับโลกด้านความบันเทิงบน Web 3.0 ผ่านการกระจายอำนาจและการให้ผลตอบแทน โดย Gala ได้มอบสิทธิ์ของการเป็นเจ้าของทรัพย์สินให้กับผู้ที่ชอบในการเล่นเกม รักในเสียงดนตรี และหลงใหลในการรับชมภาพยนตร์ ให้ผู้คนเหล่านี้เข้าถึงและเป็นเจ้าของสิ่งที่ชื่นชอบเหล่านี้ได้อย่างแท้จริง

📍ช่องทางติดตาม Gala Games


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

วว. โชว์กิจกรรม “มหัศจรรย์โลกจุลินทรีย์” ในงานมหกรรมวิทย์ 2565 ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีให้แก่เยาวชนไทย

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กำหนดแนวนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG ด้วยการใช้ประโยชน์จากกลุ่มจุลินทรีย์ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการภายในประเทศทุกระดับชั้น และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากด้านการเกษตร อาหาร อาหารสุขภาพ การแพทย์ พลังงานและสิ่งแวดล้อม เพื่อผลักดันและต่อยอดงานวิจัยพัฒนา (Translational Research) ในระดับห้องปฏิบัติการ (Lab scale) สู่การบ่มเพาะเทคโนโลยีในระดับโรงงานนำทาง ด้วยกระบวนการทางวิศวกรรมไปสู่ระดับอุตสาหกรรม (Industrial/Commercial scale) เพื่อให้เกิดการ Spin-off ของธุรกิจนวัตกรรม และการวางรากฐานของประเทศสู่กลไกการขับเคลื่อนด้วยอุตสาหกรรมชีวภาพ อันจะส่งผลให้อุตสาหกรรมไทยมีผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าและคุณค่าสูง (Value Creation) สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก 

เนื่องในโอกาสที่กระทรวงอว. กำหนดจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2565ระหว่างวันที่ 13 – 21 สิงหาคม  2565  เวลา  09.00-19.00 .  ณ อาคาร 9 – 10  ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี ภายใต้ Theme “ศิลปะ วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม เพื่อสังคมที่ยั่งยืนเพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและพัฒนาความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งในประเทศและนานาชาติ ซึ่งเป็นการกระตุ้นความสนใจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของคนไทย ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และอาชีพด้านวิทยาศาสตร์แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไปนั้น

วว. นำผลงานวิจัยและพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านจุลินทรีย์ครบวงจร ได้แก่  ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ (ICPIM 2)  และศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพ (ศูนย์จุลินทรีย์  ICPIM 1 และ ALEC) เข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรม ภายใต้แนวคิด  TISTR : The Wonders of Microbe World  มหัศจรรย์โลกจุลินทรีย์ วว. ณ อาคาร 9  อิมแพค เมืองทองธานี แสดงผลงานผ่าน  3 โซนกิจกรรม  ดังนี้

โซนที่ 1  เปิดโลกจุลินทรีย์ วว.  นำเสนอนิทรรศการเชิงวิชาการตลอดห่วงโซ่อุปทานในการนำจุลินทรีย์มาใช้ประโยชน์ เพื่อให้ความรู้ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันให้แก่เยาวชน พร้อมชี้ช่องทางการประกอบธุรกิจ ให้แก่ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป  ในด้านอาหาร/ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร/เครื่องสำอาง   ด้านการเกษตร  พลังงานและสิ่งแวดล้อม

โซนที่ 2  TISTR Virtual Tour    นำเสนอการเยี่ยมชมโครงสร้างพื้นฐานด้านจุลินทรีย์ของ วว. ในรูปแบบเสมือนจริงผ่านระบบออนไลน์  (360 องศา) เยี่ยมชมได้ที่  https://www.tistr-virtualtour.com/  ดังนี้

ศูนย์นวัตกรรมผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์เพื่ออุตสาหกรรมอาหาร 1 ( Innovative  Center  for  Production Industry  used  Microorganisms  : ICPIM 1)   ศูนย์กลางการให้บริการเทคโนโลยีจุลินทรีย์ครบวงจรแห่งเดียวในประเทศไทย ที่มีห้องปฏิบัติการที่ทันสมัยได้มาตรฐานสากล และยังเป็นที่ตั้งของธนาคารสายพันธุ์โพรไบโอติกที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่พิสูจน์แล้วว่า เป็นคุณสมบัติด้านโพรไบโอติกตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยสายพันธุ์โพรไบโอติกที่อยู่ในธนาคารฯ  ได้รับการเก็บรักษาภายใต้มาตรฐานสากลของ The World Federation for Culture Collections (WFCC) อย่างเข้มงวด และได้รับการยอมรับในระดับสากลด้านการวิจัยพัฒนาการผลิตและบริการ ให้เป็นศูนย์ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีโพรไบโอติกและจุลินทรีย์ในอุตสาหกรรมอาหารแบบครบวงจร ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ได้จากจุลินทรีย์โพรไบโอติกและพรีไบโอติก รวมถึงการสร้างฐานข้อมูลจุลินทรีย์ เพื่อนำไปวิจัยและต่อยอดให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านสาหร่าย (Algal  Excellent  Center : ALEC )   อาคารปฏิบัติการตามมาตรฐานความปลอดภัยทางชีวภาพ ดำเนินงานวิจัย พัฒนา ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์ กระบวนการ/เทคโนโลยี นวัตกรรม ตลอดจนให้บริการที่เกี่ยวข้องกับสาหร่ายขนาดเล็กทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม เพื่อการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน มีคลังเก็บรักษาสายพันธุ์สาหร่ายขนาดเล็ก (TISTR Algae Culture Collection, TISTR ACC) ซึ่งในปัจจุบันรวบรวมและเก็บรักษาสายพันธุ์สาหร่ายน้ำจืดขนาดเล็ก (freshwater microalgae) และสาหร่ายน้ำเค็มขนาดเล็ก (marine microalgae) จากแหล่งต่างๆ ทั่วประเทศ พร้อมจัดทำฐานข้อมูลกว่า 1,000 สายพันธุ์ มีห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยง วิเคราะห์ และทดสอบ มีระบบการเพาะเลี้ยงสาหร่ายระดับขยายกลางแจ้งต้นแบบ ตั้งแต่ขนาด 100-400,000 ลิตร อย่างครบวงจร เพื่อการผลิตชีวมวลสาหร่ายสำหรับใช้ประโยชน์ด้านเกษตร อาหาร เภสัชภัณฑ์ สิ่งแวดล้อม และพลังงาน ตอบสนองความต้องการของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างความแข็งแกร่งในด้านการวิจัย พัฒนาจากฐานทรัพยากรชีวภาพ และผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงแก่ภาคเอกชน ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้/เทคโนโลยี/กระบวนการ การอบรมปฏิบัติการร่วม (on-the-job training) ทั้งที่ วว. และ สถานที่ของภาคเอกชนด้วยกระบวนการเป็นพี่เลี้ยง (mentoring  system) เพื่อเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางในการจัดการและใช้ประโยชน์จากสาหร่ายในระดับภูมิภาค

ศูนย์จุลินทรีย์ (TISTR  Culture Collection)  แหล่งกลางรวบรวมเก็บรักษาสายพันธุ์จุลินทรีย์นอกถิ่นกำเนิดที่มีประโยชน์ในการเกษตร อุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้มาตรฐาน ISO 9001 : 2008 นอกจากนี้ยังเป็นหน่วยบริการด้านจุลินทรีย์ (service culture collection) แห่งเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นโดย UNESCO เมื่อปี พ.. 2519 ให้ทำหน้าที่เป็นศูนย์ฯ ในระดับภาคพื้นเอเชียอาคเนย์และเป็นศูนย์เครือข่ายระดับโลก (UNESCO World Network of Microbiological Resources Centre-MIRCEN ) ดำเนินกิจกรรมงานวิจัยและงานบริการด้านจุลินทรีย์เพื่อการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรจุลินทรีย์อย่างยั่งยืน

ศูนย์นวัตกรรมผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์เพื่ออุตสาหกรรมอาหาร 2 ( Innovative  Center  for  Production Industry  used Microorganisms  : ICPIM 2)   ให้บริการครบวงจรทั้งในด้านการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์จุลินทรีย์ใหม่ๆ ในระดับห้องปฏิบัติการ และเป็นโรงงานต้นแบบในการพัฒนา ทดสอบกระบวนการผลิตจุลินทรีย์ระดับกึ่งอุตสาหกรรม โดยมีกำลังการผลิต  115,000 ลิตรต่อปี นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องในกระบวนการวิจัย ผลิตชีวภัณฑ์ โดยมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา รับน้องๆในระดับอุดมศึกษามาเรียนรู้  ฝึกงาน  รวมถึงทำวิจัยในด้านต่างๆ ของการพัฒนางานด้านชีวภัณฑ์ ทั้งในระดับห้องปฏิบัติการ  โรงงาน และภาคสนาม เพื่อเป็นแรงงานรองรับการพัฒนาของอุตสาหกรรมเกษตรและชีวภาพต่อไปในอนาคต

โซนที่ 3 กิจกรรมสันทนาการ    เน้นการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของผู้เข้าชมบูธนิทรรศการทั้ง On-ground  และ On–line  ผ่านกิจกรรมเสริมความรู้ สร้างแรงบันดาลใจให้แก่น้องๆ เยาวชนของไทย

“…วว. ให้ความสำคัญในการถ่ายทอดความรู้ ปลูกฝังเยาวชนให้เห็นถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งมีสำคัญในการพัฒนาประเทศในหลายๆมิติ  ผลงานที่นำมาจัดแสดงและจัดกิจกรรมครั้งนี้มีการนำไปใช้จริงในภาคอุตสาหกรรม ช่วยเสริมแกร่ง เพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่พี่น้องเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม…” .(วิจัย)ดร.ชุติมา  เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าว

วว. พร้อมให้บริการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม  ให้คำแนะนำปรึกษาด้านธุรกิจ  ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาศักยภาพในการแข่งขัน เสริมแกร่งเกษตรกร  ผู้ประกอบการ  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่  โทร.  0   2577 9000  โทรสาร    0  2577   9009    เว็บไซต์    www.tistr.or.th     E-mail  : tistr@tistr.or.th    line@TISTR    IG : tistr_ig


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

หัวเว่ย ประเทศไทย คว้ารางวัล “บริษัทที่ให้การสนับสนุนการดำเนินการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศดีเด่น”

นายอาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร หัวเว่ย ประเทศไทย รับมอบรางวัลบริษัทที่ให้การสนับสนุนการดำเนินการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศดีเด่น” (Prime Minister Awards – Thailand Cybersecurity Excellence Awards 2022) จากนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีพลเอก ปรัชญา เฉลิมวัฒน์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เป็นสักขีพยาน

[กรุงเทพฯ/ 15 สิงหาคม 2565] นายอาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวแทนบริษัท รับมอบรางวัล บริษัทที่ให้การสนับสนุนการดำเนินการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศดีเด่น (Prime Minister Awards – Thailand Cybersecurity Excellence Awards 2022) จากสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชัน กรุงเทพฯ โดยมีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธาน และพลเอก ปรัชญา เฉลิมวัฒน์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เจ้าหน้าที่ และผู้แทนองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมเป็นสักขีพยาน  

รางวัลอันทรงเกียรตินี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นด้านความเป็นเลิศ นวัตกรรม และความเป็นผู้นำในการสนับสนุนด้านการรักษาความปลอดภัยข้อมูลของหัวเว่ย ประเทศไทย ด้านการสร้างความตระหนักเกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์และการปกป้องข้อมูลทั่วประเทศ โดยในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา หัวเว่ย ประเทศไทย ได้เข้าร่วมสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ อาทิเช่น งาน ‘Thailand National Cyber Week’ และ ‘Cyber Defense Initiative Conference’   บริษัทได้ร่วมกับ สกมช. จัดงาน ‘Thailand Cyber Top Talent 2021’ ซึ่งเป็นการแข่งขันด้านความมั่นคงปลอดภัยทาง
ไซเบอร์ครั้งแรกของประเทศไทย มีนักเรียน นักศึกษา และบุคลากรด้านไอทีที่มีความสามารถโดดเด่นจำนวน 800 คน เข้าร่วมแข่งขัน นอกจากนี้ เพื่อตอกย้ำทักษะของทรัพยากรบุคคลด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศไทย หัวเว่ยได้ส่งทีมตัวแทนชาวไทยเข้าร่วมการแข่งขัน ‘Cyber SEA Game 2021’ ที่มีทีมจากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียนเข้าร่วมแข่งขัน โดยทีมไทยสามารถคว้ารางวัลอันดับหนึ่ง และได้ชื่อว่าเป็นทีมรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ดีที่สุดในอาเซียน

เมื่อต้นปีนี้ ผู้บริหารระดับสูงทางด้านการรักษาความปลอดภัยให้กับโครงสร้างเครือข่ายและความปลอดภัยข้อมูลสารสนเทศ (CISO) จากหัวเว่ย ประเทศไทย ได้สำเร็จหลักสูตรการฝึกอบรมความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับผู้บริหาร นอกจากนี้ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก่อนการประกาศใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) บริษัทยังได้แบ่งปันความรู้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่าง ๆ ด้วย และเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา หัวเว่ยได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) กับ สกมช. เพื่อพัฒนาและเร่งทักษะด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับบุคลากรไอทีของไทย โดยกำลังดำเนินการตามแผนเพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมอย่างน้อย 4,000 คน ในระยะเวลา 3 ปี ได้รับประโยชน์จากการเรียนรู้ภาคปฏิบัติผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ e-Lab ของหัวเว่ย ที่มีโครงสร้างพื้นฐานและเวิร์กช็อปการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่สามารถลงมือปฏิบัติได้จริง ครอบคลุมระดับแรงงานในโลกไซเบอร์ 4 ระดับ ได้แก่ ระดับพื้นฐาน ระดับกลาง ระดับสูง และระดับผู้เชี่ยวชาญ

รางวัลบริษัทที่มีผลงานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ดีเด่นแห่งชาติ ของไทย มีขึ้นเพื่อเป็นยกย่องบุคคลและองค์กรที่สรรค์สร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ในการยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศ ซึ่งบุคคลและองค์กรดังกล่าวจะได้รับการยอมรับในความมุ่งมั่น ความเป็นผู้นำในสาขาของตน ตลอดจนแนวปฏิบัติและกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ดี  ทั้งนี้ หัวเว่ย ประเทศไทย ได้รับการยอมรับจากความพยายามอย่างต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาความท้าทายของเทคโนโลยีใหม่ ๆ รวมถึงการอัปเดตและแบ่งปันโซลูชันการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เป็นนวัตกรรมกับแวดวงวิชาการและหน่วยงานของรัฐ ตลอดจนพันธมิตรของบริษัท

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้แสดงความยินดีกับหัวเว่ย ประเทศไทย และกล่าวถึงความร่วมมือในปัจจุบันกับผู้นำด้านไอทีรายนี้ ในการรับรางวัลล่าสุดว่าในโลกดิจิทัลยุคปัจจุบัน การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์และการปกป้องข้อมูลมีความสำคัญต่อการพัฒนาของไทย และช่วยให้ประเทศของเราเดินหน้าสู่ประเทศไทย 4.0  หัวเว่ยเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้และมีความทุ่มเท มีการแบ่งปันประสบการณ์ เทคโนโลยี และมาตรฐานการบ่มเพาะบุคลากรตลอดระยะเวลาการดำเนินงานหลายปี รางวัลนี้สะท้อนถึงความพยายามของบริษัทได้อย่างดีที่สุด

พลเอกปรัชญา เฉลิมวัฒน์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ กล่าวว่าความร่วมมือของเรากับหัวเว่ย ประเทศไทย เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน และมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างพื้นที่ไซเบอร์ที่น่าเชื่อถือในระดับโลก เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มอบรางวัล บริษัทที่ให้การสนับสนุนการดำเนินการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศดีเด่นนี้ ให้แก่บริษัทเอกชนที่ยอดเยี่ยมทั้ง 5 ราย รวมถึงหัวเว่ย ในฐานะผู้ให้บริการโซลูชันและบริษัทไอซีทีชั้นนำระดับโลก นอกจากนี้ การร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกรายอย่างเปิดเผย โปร่งใส และมีความรับผิดชอบ จะช่วยให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ทั้งหมดจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

นายอาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร หัวเว่ย ประเทศไทย กล่าวในพิธีมอบรางวัลว่านับเป็นเกียรติอย่างยิ่งของหัวเว่ย ประเทศไทย ที่ได้รับรางวัลบริษัทที่ให้การสนับสนุนการดำเนินการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศดีเด่นพร้อมเสริมว่าหัวเว่ยให้ความสำคัญกับการเป็นหุ้นส่วนในระยะยาว และเรายังคงร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการก้าวไปสู่ประเทศแถวหน้าของยุคดิจิทัล ในขณะเดียวกัน ก็รับประกันระดับการป้องกันความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เราจะยังคงช่วยยกระดับความตระหนักรู้และแบ่งปันแนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยที่ดีที่สุด รวมถึงขั้นตอนต่าง ๆ ผ่านโครงการริเริ่มต่าง ๆ เช่น ‘Thailand Cyber Top Talent’ หรือการแข่งขัน ‘Cyber SEA Game’ นอกจากนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย ‘Grow in Thailand, Contribute to Thailand’ ของเรา เราจะพยายามอย่างเต็มที่และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งหมดเพื่อช่วยให้ประเทศไทย ก้าวสู่ประเทศไทย 4.0 และกลายเป็นศูนย์กลางดิจิทัลที่ปลอดภัยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มข. จัดอบรม STEAM Education ปลูกฝังแนวคิดพัฒนาเทคโนโลยี เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

สถาบันวิจัยและพัฒนาวิชาชีพครูสำหรับอาเซียน มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมมือกับ บริษัท Toyo System Co., LTD. และ The Mathematics Certification Institute of Japan และ มูลนิธิการศึกษาเพื่อการพัฒนาทักษะการคิด จัดสัมมนา “University-Industry Collaboration seminar” ภายใต้หัวข้อ “Development of Environmental Consciousness in Problem-Solving based on STEAM Education” ในโครงการสร้างจิตสำนักทางสิ่งแวดล้อม โดยใช้ STEM Education ในการแก้ปัญหา โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์  รองอธิการบดีฝ่ายการศึกษาและบริการวิชาการและรักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาวิชาชีพครูสำหรับอาเซียน กล่าวเปิดงาน และมี Mr. Hideki Shoji Chairman of the Board, President & CEO of TOYO SYSTEM Co., LTD.  Keynote Speaker เป็นวิทยากร ในหัวข้อ“Corporate Social Responsibility” ร่วมบรรยายผ่านทางออนไลน์ จากประเทศญี่ปุ่น โดยมี นักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วมออนไลน์ และในห้องประชุมชั้น 4  ณ สถาบันวิจัยและพัฒนาวิชาชีพครูสำหรับอาเซียน มหาวิทยาลัยขอนแก่น

 รองศาสตราจารย์ ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์  รองอธิการบดีฝ่ายการศึกษาและบริการวิชาการและรักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาวิชาชีพครูสำหรับอาเซียน  กล่าวว่า   ตามที่หลายท่านอาจจะทราบแล้วว่า บริษัท TOYO SYSTEM ได้ทำ CSV กับ เมือง อิวากิ จังหวัด Fukushima ที่สามารถพลิกฟื้นให้ผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากการระเบิดของไฮโดรเจน เมื่อปี 2011 สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ภายในระยะเวลาไม่กี่ปี รวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ญี่ปุ่นเคยประสบปัญหาซึ่งก่อให้เกิดโรคภัยต่าง ๆ ในช่วงปี 1910 – 1972 รวมทั้งเหตุการณ์ระเบิดนิวเคลียร์ที่ Hiroshima เป็นประสบการณ์ที่คนญี่ปุ่นพบ อันเป็นผลมาจากการพัฒนาเทคโนโลยี แต่กรณีที่ Fukushima สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ภายในระยะเวลาไม่กี่ปี ซึ่งเป็นผลมาจากการให้ความสำคัญเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ประธาน Shoji จึงมองเห็นว่า หากในอนาคตเมื่อประเทศไทยมีการพัฒนาเทคโนโลยีไปมากกว่านี้  แต่ถ้าขาดการสร้างความตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อม ก็อาจจะประสบปัญหาเหมือนประเทศญี่ปุ่นตามที่กล่าวมาข้างต้น ดังนั้น ท่านจึงมีความตั้งใจอย่างสูงในการทำความร่วมมือกับหน่วยงานในประเทศญี่ปุ่น และประเทศไทยเพื่อขับเคลื่อนโครงการต่อเนื่อง 5 ปี ในการสร้างจิตสำนึกทางสิ่งแวดล้อม โดยใช้ STEAM Education

“โดยวิทยากรที่ท่านให้เกียรติมาบรรยายนั้น ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญผู้ประสบความสำเร็จ ได้เห็นตัวอย่างผลกระทบ มลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมที่นำโรคร้ายหลายอย่างมาสู่คน ในประเทศญี่ปุ่น CSV กับ เมือง อิวากิ จังหวัด Fukushima ที่สามารถพลิกฟื้นให้ผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากการระเบิดของไฮโดรเจน เมื่อปี 2011 สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ภายในระยะเวลาไม่กี่ปี รวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ญี่ปุ่นเคยประสบปัญหาซึ่งก่อให้เกิดโรคภัยต่างๆ ในช่วงปี 1910 – 1972 รวมทั้งเหตุการณ์ระเบิดนิวเคลียร์ที่ Hiroshima เป็นประสบการณ์ที่คนญี่ปุ่นพบ อันเป็นผลมาจากการพัฒนาเทคโนโลยี แต่กรณีที่ Fukushima สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ภายในระยะเวลาไม่กี่ปี ซึ่งเป็นผลมาจากการให้ความสำคัญเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ท่านประธาน Shoji จึงมองเห็นว่า หากในอนาคตเมื่อประเทศไทยมีการพัฒนาเทคโนโลยีไปมากกว่านี้  แต่ถ้าขาดการสร้างความตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อม ก็อาจจะประสบปัญหาเหมือนประเทศญี่ปุ่นตามที่กล่าวมาข้างต้น ดังนั้น ท่านจึงมีความตั้งใจอย่างสูงในการทำความร่วมมือกับหน่วยงานในประเทศญี่ปุ่น และประเทศไทยเพื่อขับเคลื่อนโครงการต่อเนื่อง 5 ปี ในการสร้างจิตสำนึกทางสิ่งแวดล้อม โดยใช้ STEAM Education”

การจัดงานครั้งนี้ เพื่อให้ผู้คนตระหนึกถึง การพัฒนาพลังงานโดยคำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม  การควบคุมและใช้ประโยชน์พลังงานจากไฮโดรเจน และเห็นความสำคัญของความรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ mathematical thinking สอดคล้องกับการให้บริการทางวิชาการแนวใหม่ (Academic Service Transformation) ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อให้มหาวิทยาลัยเป็นแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาของสังคม (Center of Social Wisdom) พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนการบริการวิชาการจากความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility: CSR) สู่การสร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Value : CSV) เพื่อสร้างการสร้างจิตสำนึก และให้เกิดความตระหนักเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยใช้การพัฒนาการเรียนรู้ที่อาศัย เรื่อง STEAM Education สำหรับ นักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา และผู้สนใจ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ดร.ซีบีดี (Dr. CBD) จับมือ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ บันทึกข้อตกลงพัฒนาสารสกัดจากกัญชา กัญชง สร้างเศรษฐกิจผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย

วันที่ 11 สิงหาคม 2565, นายพรชัย ปัทมินทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดร.ซีบีดี จำกัด ธุรกิจด้าน Health Care ผู้ให้บริการครบวงจรทางด้านกัญชา กัญชง และกระท่อมระดับมาตรฐานทางการแพทย์ นำทีมผู้บริหารเข้าพบนายศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเรื่อง การวิจัยพัฒนาและการสกัดสารจากกัญชา กัญชง ซึ่งร่วมลงนามและเป็นพยาน ณ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

นายพรชัย ปัทมินทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดร.ซีบีดี จำกัด กล่าวว่า “การร่วมมือในครั้งนี้ได้สร้างแรงกระเพื่อมให้กับอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยอย่างดี พวกเราในฐานะบริษัทที่พยายามผลักดันธุรกิจนี้ และสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ต้องคำนึงถึงมาตรฐานความปลอดภัยที่ไม่เป็นพิษต่อผู้บริโภคและมีนวัตกรรมการผลิตที่มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพที่ชัดเจน ทุกขั้นตอนมีที่มาที่ไปโดยเฉพาะการวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ การพัฒนาสารสกัดต้องได้รับการการันตีจากนักวิจัยที่เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ จากองค์กรที่มีคุณภาพและมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งกรมวิทศาสตร์การแพทย์ก็มีเป้าหมายที่ตรงกันในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆเพื่อสุขภาพของคนไทยทุกคน เราจะร่วมมือกันวิจัยพัฒนา ตลอดจนการให้คำแนะนำด้านกรรมวิธีหรือเทคโนโลยีที่ถูกต้อง ทันสมัย มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับมาตรฐานการสกัดสารจากกัญชา กัญชง ไล่ตั้งแต่การเตรียมวัตุดิบด้วยต้นทุนที่เหมาะสมและกรรมวิธีในการสกัดแบบ Co2 กับวิธีการแยกสารด้วยวิธี Winterization เพื่อผลผลิตที่มีคุณภาพสูงประโยชน์ด้านการแพทย์ ด้านสาธารณสุข หรือด้านอื่นๆ ที่จำเป็นในอนาคต เพื่อสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค อีกทั้งเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรทั้งทางตรงและทางอ้อม เราจะส่งเสริมสนับสนุนทางด้านการศึกษาและการถ่ายทอดองค์ความรู้ พัฒนาบุคลากร ให้นำองค์ความรู้พัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ”

สำหรับบริษัท ดร.ซีบีดี จำกัด ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ร่วมลงทุนที่สนใจเรื่องอุตสาหกรรมกัญชา กัญชง และกระท่อม ซึ่งบริษัทมีโรงงานเพาะปลูกจากต้นน้ำสู่การสกัดไปจนถึงปลายน้ำที่เป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพตั้งอยู่ที่ถนนสุขุมวิท 103 ดร.ซีบีดีถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญทุกกระบวนการตั้งแต่การเพาะปลูกด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงในโรงเรือนระบบปิด 100% ซึ่งช่วยให้สามารถเฝ้าการเจริญเติบโตและควบคุมคุณภาพ ปราศจากสารกำจัดศัตรูพืช สารเคมีที่เป็นพิษเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพที่บุคคลากรทางการแพทย์ให้การยอมรับ เช่น นวัตกรรมอาหารเสริม ยารักษาโรค ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง

นอกจากนี้ยังมีบริษัทในเครือสำหรับต่อยอดพันธกิจเพื่อสุขภาพทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Dr.Kratom Bio กระท่อมทางการแพทย์ธุรกิจที่เชี่ยวชาญด้านการสกัดและผลิตภัณฑ์จากการผลิตคุณภาพสูง   Dr. CBD Clinic การบริการทางการแพทย์แบบ Health Care และ Preventive Medicine ถึง 2 แห่ง และจะมีการขยายสาขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในอนาคต เพื่อรองรับความต้องการของผู้คนที่จะใช้ Preventive Medical Technique ในการดูแลสุขภาพต่อไป

Nutribiss ผู้ผลิตอาหารเสริมทางด้านสุขภาพ ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรกัญชา กัญชง เวชภัณฑ์อาหารเสริม การันตีคุณภาพโดยมาตรฐานจาก GMP  และ Dr. Pets CBD ศูนย์รวมผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง ด้วยนวัตกรรมจากสารสกัด CBD สร้างสรรค์เพื่อสุขภาพสัตว์เลี้ยงที่คุณรัก


Exit mobile version