Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มข.จัดงาน DIGITAL TRANSFORMATION 2022 ชูวิสัยทัศน์การจัดการองค์กรดิจิตัล

มหาวิทยาลัยขอนแก่นจัดงาน DIGITAL TRANSFORMATION 2022 โดยมี ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี นายกสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมด้วย รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ผศ.ดร.เด่นพงษ์ สุดภักดี รองอธิการบดีฝ่ายดิจิทัล มหาวิทยาลัยขอนแก่น นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมด้วยคณาจารย์ นักศึกษา ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน  ณ ห้องประชุม ชั้น 4 อาคาร 50 ปี วิศวะรวมใจ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อเร็วๆนี้

ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี นายกสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้บรรยายในหัวข้อ Global Challenges and Digital Transformation : The immediate challenges to tackle โดยได้กล่าวสรุปในช่วงท้ายการบรรยายว่า “ความสัมพันธ์ของประเทศมหาอำนาจในโลก เปลี่ยนรูปแบบของปัญหาพื้นฐาน และเปลี่ยนเร็วกว่าเดิมเป็นอย่างมาก ซึ่งถ้าดูแล้ว เราคงต้องใช้ดิจิตอลเทคโนโลยีมาช่วยเราบริหาร แปลว่าต้องทำให้เร็วขึ้น ดีขึ้น ผมเลยขอหยิบยกข้อความของ Mark Carney ในหนังสือ Value ที่เป็นหนังสือ Best Seller ที่ออกเมื่อปีที่แล้ว โดยเขากล่าวว่า Digitalization  by Design not by Default หรือ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ต้องดำเนินไปอย่างมีทิศทาง มีการวางแผน และออกแบบ ไม่ใช่ให้เป็นไปอย่างไร้การควบคุม หรือปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ซึ่งความหมายของเขา คือ เราต้องรู้ว่าเราจะทำเทคโนโลยีเพื่อใคร และเพื่ออะไร  ฉะนั้นสิ่งนี้จึงเป็นสิ่งที่ผมคิดว่าเราชาว มข. คงจะตั้งความหวังและให้กำลังใจผู้ที่ทำงานด้าน Digital transformation technology และ ร่วมมือกันมาจัดการจัดระบบ ที่จะมาช่วยบรรเทาปัญหาต่างๆในการทำงาน รวมไปถึงบรรเทาปัญหาต่างๆที่โลกกำลังเผชิญอยู่ให้เบาบางลง

รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิยะกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้บรรยายในหัวข้อ ERP Big jump in university operation ใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า จากการที่สภามหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้กำหนดวิสัยทัศน์ และ ความต้องการให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็น Smart campus และ Smart University สิ่งที่จะตอบโจทย์ คือ ดิจิตอลเทคโนโลยี และ ผมคิดว่าถ้าจะเปลี่ยนมหาวิทยาลัยขอนแก่นให้ Paperless หรือ Digital Organization ในส่วนของระบบ Back Office ต้องใช้ระบบ ERP เข้ามาจัดการ ฉะนั้นจึงเป็นที่มาของการกำหนดอยู่ในยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ใน ยุทธศาสตร์ที่ 5 Management Transformation ยุทธศาสตร์ที่ 8 Digital transformation

“มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีแผนในการนำระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการทั่วทั้งองค์กร Enterprise Resource Planning หรือ ERP มาใช้เป็นเครื่องมือในการวางแผนทรัพยากรขององค์กร เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรอย่างสูงสุด โดยระบบสารสนเทศภายในองค์กร ที่สามารถบูรณาการงานหลักต่าง ๆ ให้เชื่อมโยงกันได้ทั่วทั้งองค์กร มีเป้าหมายในการพัฒนาดังนี้ คือ 1 กระบวนการหลักของทุกระบบ ต้องมีความเชื่อมโยงระหว่างกันในขั้นตอนการทำงานที่ต่อเนื่อง 2. ลดความซ้ำซ้อนของการทำงานด้วยกระบวนการที่เป็นอัตโนมัติมากขึ้น 3. เป็นระบบฐานข้อมูลที่มีการทำงานแบบเรียลไทม์ 4. รองรับการทำงานผ่านเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์หลายประเภท”

นอกจากนี้ยังในงาน DIGITAL TRANSFORMATION 2022 ยังมีการบรรยาย หัวข้อน่าสนใจ อาทิ PDPA : Basic human rights in digital world โดย นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  หัวข้อ PDP in practice of KKU : Action to protect personal rights โดย ผศ.ดร.เด่นพงษ์ สุดภักดี หัวข้อ Metaverse in Learning : Endless entity of education โดย Dan Lejerskar EON Reality และ การแสดงนิทรรศการด้านไอทีจากบริษัทชั้นนำระดับโลก

/////////////////////

ข่าว : นางสาวรวิพร สายแสนทอง

นักประชาสัมพันธ์  กองสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยขอนแก่น


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

อีริคสันจัดแสดงนวัตกรรม 5G ล่าสุด ที่งาน Imagine Live Thailand

อีริคสัน (NASDAQ: ERIC) เปิดงาน Imagine Live Thailand 2022 งานแสดงเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร 3 วันเต็ม สำหรับเป็นแพลตฟอร์มทำงานร่วมกันระหว่างพันธมิตรในภาคอุตสาหกรรมโทรคมนาคม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลของประเทศไทยบนพื้นฐานเทคโนโลยี 5G

โดยไฮไลท์ของงาน คือ การมีบทบาทและการมีส่วนร่วมของพันธมิตรมากมายจากหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐบาลและเอกชน อาทิ สถานเอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT) และผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือชั้นนำในประเทศไทย ซึ่งนับเป็นความมุ่งมั่นร่วมกันส่งเสริมและเร่งการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในประเทศไทย

อีริคสัน และ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) จะร่วมมือกันแบ่งปันแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด กลยุทธ์ต่าง ๆ รวมถึงกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัลและไซเบอร์ พร้อมส่งเสริมนวัตกรรมที่สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย

ทั้งนี้เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา อีริคสันและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ยังได้ลงนามร่วมกันในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) เพื่อผนึกกำลังของทั้งสองหน่วยงานเพื่อส่งมอบความรู้เทคโนโลยี 5G ให้แก่นักศึกษาไทย โดยนักศึกษาของ มจธ. จะได้รับสิทธิ์เข้าถึงแนวคิดการศึกษาของ ‘Ericsson Educate’ ที่เป็นโครงการริเริ่มด้านการศึกษาออนไลน์ของอีริคสัน ซึ่งจะช่วยเสริมการเรียนรู้ทางเทคนิคอย่างต่อเนื่องให้แก่นักศึกษาของ มจธ. ด้วยหลักสูตรต่าง ๆ ที่เพิ่มพูนทักษะด้านไอซีทีและเตรียมพร้อมนักศึกษาสำหรับการไปทำงานในภาคโทรคมนาคมของประเทศไทย

มร.อิกอร์ มอเรล ประธานบริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “อีริคสันจะทำงานร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมขับเคลื่อนระบบนิเวศตามวิสัยทัศน์ Thailand 4.0 ในฐานะผู้นำเทคโนโลยี 5G ระดับโลก อีริคสันจะนำเทคโนโลยีและโซลูชั่นที่ล้ำสมัย พร้อมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญระดับโลกมาสนับสนุนประเทศไทยให้เดินหน้าไปสู่เป้าหมายการหลอมรวมเศรษฐกิจดิจิทัลและสังคมเข้าไว้ด้วยกัน”

ดร. ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) กล่าวว่า “เราจะทำงานร่วมกับอีริคสันในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partner) ในการร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาอีโคซิสเต็มส์ของประเทศไทย โดยภารกิจหลักของเราคือการร่วมมือกับพันธมิตรต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมเพื่อจัดทำแผนกลยุทธ์สำหรับยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล พร้อมกับส่งเสริมนวัตกรรมที่สอดคล้องกับเป้าหมายของดีป้าในการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ”

ภายในงาน Imagine Live Thailand 2022 ประกอบด้วยการบรรยายบนเวทีจากผู้นำทางความคิดในวงการ พร้อมพื้นที่การสาธิตเทคโนโลยีที่มอบประสบการณ์โดดเด่น และมีการจัดแสดงนวัตกรรม ข้อมูลเชิงลึก ข้อเสนอล่าสุด รวมถึงผลงานต่าง ๆ ของอีริคสัน

โดยอีริคสันมีการจัดแสดงนวัตกรรมโซลูชันพร้อมกรณีการใช้งานที่หลากหลาย ประกอบด้วย โซลูชันการสื่อสารผ่านโฮโลแกรม (Holographic Communication) เทคโนโลยีเกษตรกรรมอัจฉริยะในเมตาเวิร์ส (Smart Agricultural Technology in Metaverse) นวัตกรรมสื่อสารที่ต้องการความแม่นยำสูง (Time-Critical Communication) และตัวอย่างความสำเร็จของธุรกิจที่ใช้ 5G จากทั่วโลก

“โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อสังคมของเรา ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารเหล่านี้จะช่วยให้สามารถรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคมที่เกิดขึ้นได้จากทั่วโลก และเรายังคงเดินหน้าทำงานเพื่อให้แน่ใจว่าแพลตฟอร์มเครือข่าย 5G ที่มีศักยภาพสูงในวันนี้นั้นพัฒนาไปสู่ยุค 6G ที่จะนำเสนอความสามารถใหม่ ๆ พร้อมมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่า” มร.อิกอร์ มอเรล กล่าวสรุป

อีริคสันเป็นผู้นำเครือข่าย 5G ระดับโลก ปัจจุบัน บริษัทฯ ได้สนับสนุนการเปิดให้บริการเครือข่าย 5G ไปแล้วจำนวน 130 เครือข่าย ใน 56 ประเทศ พร้อมเครือข่าย 5G แบบ Standalone จำนวน 17 เครือข่าย ทั่วโลก


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มจพ. เปิดสนามจัดการแข่งขัน 2022 MakeX Thailand Robotics Competition รอบเก็บคะแนน สนามที่ 2

รศ.ดร.ชนศักดิ์ บ่ายเที่ยง ที่ปรึกษาอธิการบดีด้านวิชาการ การประกันคุณภาพการศึกษาและงานสวัสดิการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)  เป็นประธานกล่าวเปิดการแข่งขัน 2022 MakeX Thailand Robotics Competition รอบเก็บคะแนนรุ่น Starter สนามที่ 4 และรุ่น Explorer สนามที่ 2 พร้อมด้วย  รศ.สุพร รัตนพันธ์ หัวหน้าศูนย์สะเต็มศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กล่าวแนะนำศูนย์สะเต็มศึกษาของมหาวิทยาลัย 

กิจกรรมดังกล่าว สืบเนื่องจากความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ศูนย์สะเต็มศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และบริษัท อิมเมจิเนียริ่ง เอ็ดดูเคชั่น จำกัด และในการแข่งขันครั้งนี้ภาควิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา ได้นำนักศึกษาระดับปริญญาตรีเข้าร่วมเป็นกรรมการตัดสิน เมื่อวันที่ 10 – 11 กันยายน 2565 ณ ห้องประชุมชั้น 8 อาคารปฏิบัติการและประลองรวม (อาคาร 44) คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและออกบูทประชาสัมพันธ์หลักสูตรที่เปิดสอน


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ร่วมมือสร้างความยั่งยืนด้วยดิจิทัล ในแผนยุทธศาสตร์ PEA Digital Utility

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค(Schneider Electric) เดินหน้าร่วมมือองค์กรชั้นนำ รุกสร้างความยั่งยืนด้วยระบบดิจิทัล นำทีมโดย นายมงคล ตั้งศิริวิช (ขวาสุด) รองประธานกลุ่ม Strategic Accounts ดูแลประเทศไทย ลาว และเมียนมา จับมือบริษัท พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นำโดยนายอมร แดงโชติ (ที่สองจากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายธุรกิจ บริษัท พรีไซซ ซิสเท็ม แอนด์ โปรเจ็ค จำกัด บริษัทในเครือ บริษัท พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ลงนามสัญญางานจ้างเหมาติดตั้งระบบ SCADA Smart Grid ADMS สำหรับระบบจำหน่ายแรงต่ำ กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นำโดย นายปราโมทย์ สุดทรัพย์ (ที่สองจากซ้าย) รองผู้ว่าการปฏิบัติการและบำรุงรักษา การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งเป็นโครงการนำร่องในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยพิธีลงนามสัญญามีขึ้น ณ อาคารศูนย์สั่งการระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ เมื่อเร็วๆ นี้ (25 สิงหาคม 2565)

นับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือในการผลักดันสร้างความยั่งยืนร่วมกันภายใต้แผนยุทธศาสตร์ PEA Digital Utility ซึ่งสอดรับกับแคมเปญ Green Heroes for Life ของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ร่วมกันจัดการระบบพลังงานและดิจิทัล เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นและโลกที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น #GreenHeroesforLife


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

เครื่องกังหันก๊าซ HA ของจีอี เดินเครื่องโรงไฟฟ้าในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ที่โรงไฟฟ้าบางปะกงของกฟผ. เพิ่มกำลังการผลิตอีกราว 1,400 เมกะวัตต์

  • โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางปะกง จะเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าประมาณ 1,400 เมกะวัตต์ให้กับโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศ เทียบเท่ากับความต้องการใช้ไฟฟ้าของกว่า 3 ล้านครัวเรือน และจะช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนของโรงไฟฟ้าได้
  • โครงการฯ สนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของประเทศไทยให้เป็นกลางภายในปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ. 2593) และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2065 (พ.ศ. 2608)
  • จีอีได้จัดหาอุปกรณ์ให้กับโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมแบบ H-Class นี้ รวมทั้งจะให้บริการด้านอะไหล่ และบริการซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าในระยะยาวอีกด้วย

กรุงเทพ – 8 กันยายน พ.ศ. 2565 — จีอี (NYSE: GE) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผู้ผลิตไฟฟ้าหลักของประเทศ ประกาศเดินเครื่องเชิงพาณิชย์โรงไฟฟ้าบางปะกง ชุดที่ 1 และ 2 ที่อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา โรงไฟฟ้าบางปะกงสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2520 ซึ่งดั้งเดิมนั้น ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าจำนวน 5 ชุดที่ใช้ก๊าซธรรมชาติและดีเซลเป็นเชื้อเพลิง โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมใหม่สองชุดนี้ ที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงและขับเคลื่อนด้วยอุปกรณ์ของจีอี จะผลิตไฟฟ้าแทนโรงไฟฟ้าพลังความร้อนและโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่ปลดระวางแล้ว และควบรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโรงไฟฟ้าบางปะกง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนของโรงไฟฟ้า

โครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง สอดคล้องกับเป้าหมายของกฟผ. ในการเพิ่มประสิทธิภาพและเสถียรภาพ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และไนโตรเจนออกไซด์ รวมทั้งลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้า ด้วยการใช้อุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าสำหรับโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่มีประสิทธิภาพสูง

นายประเสริฐศักดิ์ เชิงชวโน รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางปะกง นับเป็นการพัฒนาไปสู่ความก้าวหน้าและทันสมัยครั้งสำคัญ และยังดำเนินการตามนโยบายของรัฐที่ให้ปลดระวางโรงไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพต่ำและมีอายุการใช้งานมานานมากแล้ว โดยทดแทนด้วยโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมรุ่นใหม่ที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งตอบโจทย์การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเพิ่มเสถียรภาพและความยืดหยุ่นของระบบการผลิตไฟฟ้าของประเทศ กฟผ. มีความไว้วางใจจีอี ในฐานะผู้ให้บริการด้านพลังงานซึ่งมีเทคโนโลยีที่พร้อมรองรับความต้องการในอนาคต ที่จะช่วยให้เราสามารถจัดหาพลังงานที่มีเสถียรภาพและยั่งยืนมากขึ้นให้กับประชาชน ทั้งในปัจจุบันและในปีต่อๆ ไป”

โรงไฟฟ้าใหม่ทั้งสองชุดนี้ จะผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 1,400 เมกะวัตต์ ซึ่งเทียบเท่ากับความต้องการใช้ไฟฟ้าของประชาชนราว 3 ล้านครัวเรือน โดยจะผลิตไฟฟ้าด้วยกังหันก๊าซ 9HA.02 ของจีอี เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยใช้จำนวน 2 เครื่อง 9HA.02 เป็นกังหันก๊าซความถี่ 50 เฮิรตซ์ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดของจีอี นอกจากนี้ ยังมีกังหันไอน้ำ STF-A650 ที่ล้ำหน้า 2 เครื่อง และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า W86 จำนวน 2 เครื่อง และจีอียังได้ลงนามสัญญาระยะยาวกับกฟผ. ในการให้บริการด้านอะไหล่และซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าอีกด้วย

นายราเมช สิงการาม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจพลังงานก๊าซ ประจำภูมิภาคเอเชีย จีอี กล่าวว่า “ในประเทศไทย จีอีได้สนับสนุนการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายด้านพลังงานของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยทำงานอย่างใกล้ชิดกับกฟผ. ซึ่งเป็นลูกค้าของเรามาอย่างยาวนาน การขยายตัวของการผลิตไฟฟ้าโดยใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนประเทศไปสู่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณที่ต่ำลงอีกในอนาคต เพราะการใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิง ไม่เพียงแต่เอื้อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน แต่ยังเป็นเทคโนโลยีปลายทางในอนาคตด้วย”

“จีอีในฐานะผู้นำระดับโลกด้านความยืดหยุ่นของเชื้อเพลิงที่ใช้กับกังหันก๊าซ เรากำลังปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการผลิตไฟฟ้า (ทั้งโรงไฟฟ้าใหม่และโรงไฟฟ้าเดิมที่ใช้อยู่) ผ่านการผสมผสานเทคโนโลยีทั้งก่อนและหลังการเผาไหม้ ความก้าวหน้าในการผลิตไฟฟ้าที่ใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิง และแนวทางการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ช่วยให้กังหันก๊าซเป็นเทคโนโลยีปลายทาง ไม่ใช่เป็นเพียงการลงทุนระยะสั้นในช่วงเปลี่ยนผ่านเท่านั้น” นายราเมช กล่าวเสริม

กังหันก๊าซของ GE ทำงานโดยใช้เชื้อเพลิงที่มีไฮโดรเจนเป็นส่วนผสมในหลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึงโรงงานเหล็ก โรงกลั่นน้ำมัน และโรงงานปิโตรเคมี มานานหลายทศวรรษแล้ว กลุ่มผลิตภัณฑ์กังหันก๊าซ H-Class ของจีอี มีระบบการเผาไหม้ DLN 2.6e ทำให้สามารถใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิงได้ในอัตราส่วน 50% เมื่อผสมกับก๊าซธรรมชาติ ระบบการเผาไหม้นี้เป็นคุณสมบัติมาตรฐานของกังหันก๊าซรุ่น 9HA.01/9HA.02/7HA.03

ในปัจจุบัน กลุ่มผลิตภัณฑ์กังหันก๊าซ H-Class ของจีอี มีการเติบโตเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับเดียวกัน โดยปัจจุบัน มีลูกค้ามากกว่า 50 รายใน 20 ประเทศ จีอีคาดว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วของกังหันก๊าซ HA สำหรับใช้งานเชิงพาณิชย์จะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในปีพ.ศ. 2565 นี้ 

ประเทศไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าในขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 51 กิกะวัตต์ (ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2565 ที่มา: Enerdata) และการใช้ก๊าซมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 (เพิ่มขึ้น 5.1 กิกะวัตต์) โดยมีส่วนแบ่งมากที่สุดคิดเป็น 51% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด GE ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2443 ปัจจุบัน 30% ของไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมดในประเทศ มาจากอุปกรณ์ของจีอี ก๊าซ พาวเวอร์ โดยมีการใช้กังหันก๊าซของจีอีมากกว่า 100 เครื่อง และจีอียังเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่ดำเนินธุรกิจด้านต่างๆ รวมถึงธุรกิจพลังงาน การบิน และการดูแลสุขภาพ จีอีมีสำนักงานสองแห่งในประเทศไทย รวมทั้งมีศูนย์บริการและจัดหาอุปกรณ์สำหรับการทำงานของกังหันก๊าซ

เกี่ยวกับ GE Gas Power

GE Gas Power เป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยี บริการ และโซลูชั่นบริหารจัดการพลังงานก๊าซธรรมชาติ ด้วยนวัตกรรมที่มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง และการทำงานร่วมกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เราผลิตพลังงานที่ล้ำหน้า สะอาดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในปัจจุบัน นอกจากนี้ เรายังสร้างสรรค์เทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคตด้วย ด้วยฐานผู้ใช้งานกังหันก๊าซที่ใหญ่ที่สุดของโลก และชั่วโมงทำงานว่า 670 ล้านชั่วโมงทั่วฐานกำลังของจีอี เราส่งมอบเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า และประสบการณ์หาที่เปรียบไม่ได้ในอุตสาหกรรม ทั้งในการสร้าง ดำเนินการ และบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซชั้นนำ

หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.gepower.com.  หรือติดตามข่าวสารได้ทาง Twitter @GE_Power และ LinkedIn

GE Gas Power เป็นส่วนหนึ่งของ GE Vernova ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจด้านพลังงาน พลังงานหมุนเวียน บริการดิจิทัล และบริการทางการเงินด้านพลังงาน ที่มุ่งสนับสนุนการปรับเปลี่ยนของลูกค้าในช่วงแห่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานทั่วโลก


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

“ BenQ ” เปิดตัว สมาร์ทโปรเจคเตอร์ EH620 รุ่นแรกของโลก ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows, ซีพียู Intel® เจาะกลุ่มลูกค้าองค์กร

บริษัท เบ็นคิว (ประเทศไทย) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ประกาศเปิดตัว สมาร์ทโปรเจคเตอร์สำหรับองค์กรธุรกิจ ที่ผสานรวมระบบปฏิบัติการ Windows และขับเคลื่อนด้วยพลัง Intel® Celeron® Processor 4000 Series เสริมการประชุมผ่านระบบคลาวด์ขององค์กรให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รองรับเทรนด์การทำงานแบบไฮบริด

 โปรเจคเตอร์ BenQ รุ่น EH620 เป็นสมาร์ทโปรเจคเตอร์แบบ all-in-one ที่มีการประมวลผลอยู่บนระบบปฏิบัติการ Windows ในตัว จึงสามารถควบคุมการเชื่อมต่อให้เข้ากับพื้นที่ที่ใช้งานได้อย่างง่ายดาย มาพร้อมระบบการรักษาความปลอดภัย และการเข้าถึงได้เช่นเดียวกับแล็ปท็อปหรือพีซี โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับพีซีภายนอก ช่วยให้การประชุมนั้น สำเร็จได้อย่างราบรื่นด้วยชุดแอปพลิเคชันสำหรับธุรกิจ ตั้งแต่ Office 365 ไปจนถึง Adobe Document Cloud, Microsoft Azure, Zoom และแอปการประชุมอื่นๆ

 นายวัชรพงษ์ วงษ์มา กรรมการผู้อำนวยการ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ BenQ ได้เปิดตัวสมาร์ทโปรเจคเตอร์รุ่นแรกของโลกที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows เพื่อรองรับความต้องการของผู้ที่ใช้งานระบบคลาวด์บนอุปกรณ์และซอฟต์แวร์การประชุมแบบบูรณาการ รวมถึงการจัดเก็บข้อมูลบนระบบคลาวด์ขององค์กรให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น มีความปลอดภัยในการรับส่งข้อมูลแบบไร้สาย และทำงานร่วมกันได้กับอุปกรณ์ที่มีอยู่ ”

BenQ EH620 สามารถป้องกันการละเมิดข้อมูลอันเป็นผลมาจากอุปกรณ์ที่ไม่ปลอดภัย หรืออาจจะตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางไซเบอร์ โดยการบูรณาการเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ เช่น Microsoft Azure รวมถึงมีบริการระบุตัวตนของบัญชีองค์กร ด้วยการเปิดใช้งานโดยลงชื่อเพียงครั้งเดียว การรับรองความถูกต้องแบบหลายปัจจัย และการเข้าถึงแบบมีเงื่อนไข พร้อมเสริมด้วยความปลอดภัยเครือข่ายของการเข้ารหัส AES 128บิต และการป้องกันแบบไร้สาย WPA2 เพื่อป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ รวมถึง Intel Secure Boot ที่ป้องกันภัยคุกคามจากมัลแวร์ ” นายวัชรพงษ์ กล่าวเสริม

 นอกจากนี้ BenQ EH620 ยังได้รับการรับรองว่าเป็นสมาร์ทโปรเจคเตอร์ที่มีความปลอดภัยอย่างสมบูรณ์แบบโดย Onward Security Corporation ที่ได้ผ่านการประเมินความปลอดภัย Black Box Test โดยไม่พบช่องโหว่ในระบบปฏิบัติการการบริการเครือข่าย, ระบบไร้สายการจัดการรหัสผ่านข้อจำกัดของการให้บริการ และฮาร์ดแวร์

 สมาร์ทโปรเจคเตอร์ BenQ EH620 เปลี่ยนห้องประชุมธรรมดาให้เป็นพื้นที่การทำงานร่วมกันบนระบบคลาวด์ที่ไร้ขีดจำกัด ขับเคลื่อนด้วยซีพียู Intel® Celeron® Processor 4000 Series รุ่นล่าสุด ทั้งพัฒนาแอปพลิเคชันและระบบความปลอดภัยเข้าไว้ด้วยกันโดยทีมงาน BenQ R&D และ Intel ทำผู้ใช้งานสามารถเข้าสู่ระบบบัญชีเครือข่ายได้โดยตรงจากเครื่องเพื่อเริ่มการประชุมออนไลน์ และสามารถประชุมทางวิดีโอบนหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 15 นิ้ว Full HD 1080ได้ทันที รวมถึงสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันทางธุรกิจจาก Microsoft Store และโฮสต์ซอฟต์แวร์ Windows หรือเว็บเบราว์เซอร์และแอปการประชุมต่างๆ

 นอกเหนือจากการติดตั้ง Windows 11 IoT Enterprise แล้วสมาร์ทโปรเจคเตอร์ BenQ EH620 ยังมี BenQ Uni Launcher UI ที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย สามารถเชื่อมต่อได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS, Mac OS และ Android โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันหรือไดรเวอร์ใหม่ พร้อมแสดงผลภาพแบบไร้สาย และแบ่งหน้าจอได้ถึง 4 ช่องด้วยการแชร์ผ่าน Miracast, Airplay, Google Cast และ BenQ InstaShare screen mirroring

 เพื่อมอบประสบการณ์การประชุมทางวิดีโอที่ดีที่สุด BenQ EH620 ออกแบบให้ทำงานควบคู่ไปกับอุปกรณ์ต่างๆ เช่น สมาร์ทบอร์ด หรือกระดานโต้ตอบ และกล้องถ่ายภาพ ช่วยลดความวุ่นวายของการตั้งค่าภาพและเสียงให้อัตโนมัติ สะดวกต่อการใช้งานด้วยการอัปเดตเฟิร์มแวร์ OTA ด้วยตนเอง ผ่านระบบควบคุม เช่น Extron, Creston, AMX และ PJ Link และสมาร์ทโปรเจคเตอร์ BenQ EH620 มาพร้อมลำโพง 5สองตัว และโหมด Vocal ที่เสริมด้วยพลังเสียงเพื่อให้ผู้ร่วมประชุมได้ยินเสียงอย่างชัดเจน

 สำหรับ สมาร์ทโปรเจคเตอร์ BenQ EH620 เปิดตัวแล้ววันนี้ ในราคา 59,900 บาท และสั่งซื้อสินค้าได้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศไทย

 

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าที่:

www.benq.com/th-th/business/projector/eh620.html

BenQ Smart Projector สำหรับธุรกิจ:

www.benq.com/th-th/business/projector/business-smart-projector.html


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศฯ ร่วมจัดงาน Bangkok RHVAC 2022 ชมช้อป สินค้าและบริการได้ครบ ภายใต้แนวคิด One Stop Solutions

กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นและกลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สภาอุตสาหกรรม ร่วมจัดงานแสดงสินค้า Bangkok RHVAC 2022 ภายใต้แนวคิด One Stop Solutions ยกทัพนวัตกรรมใหม่แห่งยุค จัดแสดงสินค้าและบริการหลากหลายจากผู้ผลิตชั้นนำทั้งไทยและต่าง ประเทศ ผู้ร่วมชมงานชาวไทยและเทศ สามารถชมและช้อปได้ครบ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ระหว่างวันที่ 7-10 กันยายน 2565

นางสุภาณี จันทศาศวัต ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น เปิดเผยว่า “ในการจัดงานแสดงสินค้าเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น 2565 หรือ Bangkok RHVAC 2022 เป็นการจับมือกันระหว่างกรมส่งเสริมการค้า กระทรวงพาณิชย์ และกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทําความเย็นและกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็ก ทรอนิกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ภายใต้แนวคิด One Stop Solutions โดยมีวัตถุประสงค์การจัดงานฯ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นของประเทศไทย พร้อมทั้งให้การสนับสนุนช่องทางขยายตลาดสินค้าเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นที่ผลิตในประเทศไทย ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ผู้เข้าร่วมชมงานทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อก่อให้เกิดศูนย์รวม Supply Chain หรือ เครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับคู่ค้าในอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

ที่ผ่านมา ภาพรวมของอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นของประเทศไทยเป็นอุตสาหกรรม สามารถสร้างรายได้เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ คืออันดับ 1 ในอาเซียน และเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยเป็นรองแค่ประเทศจีน โดยในปี 2564 มีมูลค่าการส่งออกรวม 203,075 ล้านบาท  ทั้งนี้ ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565  มูลค่าการส่งออกเครื่องปรับอากาศของไทยเติบโต 13% จากช่วงเดียวกันของปี 2564  อีกทั้ง ยังมีแนวโน้มที่จะมีการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

การจัดงานแสดงสินค้าเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น Bangkok RHVAC จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2540 และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 13 โดยความโดดเด่นของงาน คือ การส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็น One Stop Solutions สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง มารวมกันครบ ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ เพราะประเทศไทยคือศูนย์รวม Supply Chain ที่มีความแข็งแกร่งและครบถ้วนมากที่สุด  ซึ่งจะอำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้าร่วมชมงาน ทั้งประชาชนทั่วไป ตลอดจนผู้ประกอบการธุรกิจ สามารถเดินงาน Bangkok RHVAC 2022 และสามารถเลือกซื้อสินค้าบริการต่างๆ ได้ครบ ตามแนวคิด One Stop Solutions

ภายในงาน ผู้เข้าชมจะพบกับผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น และสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ จะได้สัมผัสกับทัพสินค้าจำนวนมหาศาล จากกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจทุกระดับ ตั้งแต่ต้นน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ โดยสามารถชมและช้อปได้สะดวก ไม่ว่าจะเป็น ทั้งชิ้นส่วนที่ใช้ในการผลิต และสินค้าสำเร็จรูปมากมาย อีกทั้ง ได้ชมการจัดนิทรรศการที่แสดงถึงนวัตกรรมที่หลากหลายและทันสมัย รวมไปถึงงานสัมมนาทางวิชาการ ที่จะเพิ่มความรู้และศักยภาพให้กับบุคลากรในวงการเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นได้อย่างจุใจ เรียกได้ว่า One Stop Solutions ครบถ้วนเบ็ดเสร็จได้ภายในงานเดียว อีกทั้ง ยังได้ชมงาน Bangkok E&E 2022 ซึ่งจัดอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกันอีกด้วย สำหรับ ผู้สนใจเข้าชมงาน Bangkok RHVAC 2022 สามารถลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้าได้ที่ https://pre.eventthai.com/publics/create/visitor/rhe22/step1  และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bangkok-rhvac.com   และ www.bangkok-electricfair.com   หรือ  Facebook เพจ Bangkok RHVAC และ  LINE OA : @rhvac  นางสุภาณี กล่าวสรุปในที่สุด


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ออฟฟิศเมท จัดแคมเปญ BIG BRAND GRAND SALE ยกทัพแบรนด์ดัง ลดเอาใจทุกธุรกิจสูงสุด 80%

ออฟฟิศเมท และ ออฟฟิศเมท พลัส ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ชวนผู้ประกอบการ SME และจัดซื้อองค์กร ช้อปของใช้ในธุรกิจกับแคมเปญ “BIG BRAND GRAND SALE”    ยกทัพแบรนด์ดัง ลดเอาใจทุกธุรกิจสูงสุด 80% ตลอดเดือนกันยายน 2565 พร้อมบริการส่งฟรีเมื่อช้อป 499.-* ตามกำหนด

เด็ดทุกแบรนด์! Sale แรง แซงทุกดีล! พบกับขบวนสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำกว่า 100 แบรนด์    ช้อปได้คุ้มจัดเต็ม อุปกรณ์ไอทีอิเล็กทรอนิกส์ลดสูงสุด 80% อาทิ acer, Lenovo, Samsung, Asaki, Sandisk, Kingston, mi, anitech, Seagate และ Neo เป็นต้น สินค้าเฟอร์นิเจอร์ ลดจุกๆ สูงสุด 70% อาทิ Furradec, one, Serta, Modena, Modernform, Indexlivingmall และ HomeHuk เป็นต้น และพลาดไม่ได้กับอุปกรณ์สำนักงานพื้นฐาน ที่ลดราคากระหน่ำช่วยทุกธุรกิจประหยัดต้นทุน

สิทธิพิเศษ!… สำหรับผู้ประกอบการ ช้อปไปก่อนจ่ายทีหลัง ผ่อน 0% นานสูงสุด 3 เดือน ผ่านบัตรเครดิต Central T1, SCB และ KBank *เงื่อนไขตามที่กำหนด  ช้อปได้ทุกวันทุกช่องทาง  ทั้งที่ร้านออฟฟิศเมท และออฟฟิศเมท พลัส ทุกสาขา, ออนไลน์ที่ OfficeMate Mobile App หรือเว็บไซต์ https://bit.ly/3Rnbpsb  และ Chat & Shop ที่ Line: @OfficeMate และ Contact Center 1281


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มิว สเปซ เผยแผนรุกธุรกิจในช่วง 10 ปีแรก ประกาศเดินหน้าสร้าง Space Supply Chain รายใหญ่ใน SEA กล่องจดหมาย

บริษัท มิว สเปซ แอนด์ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด [mu Space Corp] ผู้ผลิตชิ้นส่วนการบินและอวกาศ และผู้ให้บริการการสื่อสารผ่านดาวเทียม เผยแนวทางรุกธุรกิจช่วง 10 ปีแรก ประกาศเดินหน้าลงทุนสร้างเครือข่ายอุตสาหกรรมอวกาศ มุ่งเป็นผู้นำรายใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สร้างเครือข่ายด้านวัสดุอุปกรณ์และสินค้าเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอวกาศทั้งหมด ตั้งแต่ต้นจรดปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็น การจัดหาวัสดุผลิตดาวเทียม การจัดหาชิ้นส่วนอวกาศ การสร้างอุปกรณ์ ไปจนถึงประกอบออกมาเป็นสินค้า ยิ่งไปกว่านั้น  ยังเตรียมรุกธุรกิจดาวเทียมและธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ หลายด้าน  ทั้งนี้ ได้รับความสนใจทั้งจากสื่อมวลชน และองค์กรต่างๆ เป็นจำนวนมาก

นายเจมส์ วรายุทธ เย็นบำรุง กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทมิว สเปซ เปิดเผยว่า “ มิว สเปซ ประสบความสำเร็จอย่างสูงในด้านการพัฒนาดาวเทียมและระบบพลังงานประสิทธิภาพสูง (High Power System) โดยทำให้เล็งเห็นความสำคัญในลงทุน 3 ด้าน ที่เป็นส่วนสำคัญที่ต่อยอดให้เกิดการสร้างเครือข่ายในอุตสาหกรรมอวกาศ ได้แก่ Human Capital Knowledge (องค์ความรู้), Equipment & Machinery (เครื่องมือและเครื่องจักร) และ Raw Material (วัสดุอุปกรณ์และสารเคมี) อีกทั้ง ยังต้องได้รับความร่วมมือจากภาครัฐและภาคเอกชนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะก่อนให้เกิดเครือข่ายในอุตสาหกรรมอวกาศได้อย่างยั่งยืน ด้วยเหตุนี้ มิว สเปซ จึงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและสนับสนุนกลุ่ม Start Up รุ่นใหม่ ให้ได้รับประสบการณ์และความรู้ที่ดี เพื่อที่จะก้าวเข้าสู่ธุรกิจอุตสาหกรรมอวกาศอย่างมั่นคง พร้อมมีส่วนช่วยในการขยายตลาดในอุตสาหกรรมอวกาศได้เติบโตอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

จากรายงานเศรษฐกิจเกี่ยวกับธุรกิจด้านอวกาศ  ได้มีสื่อมวลชนรายใหญ่และกลุ่มนักวิเคราะห์ระดับชั้นนำ ประเมินมูลค่าอุตสาหกรรมอวกาศทั่วโลก มีโอกาสที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยภายในปี 2569 จะเติบโตจากมูลค่า 3.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มไปถึง 7.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  และมีส่วนผลักดันให้ประเทศไทย กลายเป็นศูนย์กลางของเครือข่ายด้านอุตสาหกรรมอวกาศ อันเป็นปัจจัยบวกทั้ง ด้านเศรษฐกิจ, ด้านการศึกษา, ด้านความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ด้านการสร้างอาชีพและการจ้างงาน อีกทั้ง ขยายผลลัพธ์เชิงบวกให้กระจายขยายเป็นวงกว้าง ครอบคลุมไปจนถึงระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับการแถลงข่าว “Thailand Space Supply Chain 10 ปี กับแผนเดินหน้าสู่การเป็นอุตสาหกรรมอวกาศเต็มรูปแบบ” ที่จัดขึ้นครั้งนี้ ได้ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากองค์กรระดับชั้นนำ ได้แก่  AIRBUS  บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนการบินระดับโลก โดยยินดีสนับสนุนและมีบทบาทร่วมสร้าง Space Supply Chain ให้เกิดขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA ได้กล่าวถึง “New Space Economy หรือ การสร้างเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอวกาศว่า ขณะนี้ บทบาทได้พลิกจากเดิมที่มีเพียง “ภาครัฐบาล” หรือ “ประเทศมหาอำนาจ” เป็นผู้ดำเนินการหลักเท่านั้น มาสู่กลุ่มภาคเอกชน ซึ่งเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ สทอภ. นับได้ว่าเป็นองค์กรหลักที่มีส่วนในการสนับสนุนและผลักดัน New Space Economy ในการพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศ  พร้อมทั้งผลักดันนโยบายรัฐบาลผ่าน (ร่าง) แผนแม่บทอวกาศแห่งชาติ (พ.ศ. 2566 – 2580) ซึ่งนำเสนอแนวทางในการสร้าง Thailand Space Supply Chain สู่การเป็นอุตสาหกรรมอวกาศเต็มรูปแบบ”

สำหรับ การสร้างเครือข่ายในอุตสาหกรรมด้านอวกาศ หรือ Space Supply Chain ให้มีความสมบูรณ์และครบวงจรอย่างแท้จริง ปกติต้องใช้ระยะเวลากว่า 30 – 40 ปี ในขณะที่ มิว สเปซ เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นในจุดยืน ที่จะสร้างเครือข่ายในอุตสาหกรรมด้านอวกาศอย่างจริงจัง ประกอบกับได้รับการสนับสนุน จากกลุ่มนักลงทุนที่เล็งเห็นโอกาสในอุตสาหกรรมนี้ อาทิ นักลงทุนชั้นนำอย่างบริษัท บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ – อุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าเอกชนของไทย รวมถึงบริษัท Majuven Fund พร้อมกลุ่มนักธุรกิจเอกชนต่าง ๆ เช่น ผู้บริหารจากมูลนิธิมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA) รวมทั้งนักลงทุนในภาคอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องอีกมากมายทั้งในและต่างประเทศ ส่งผล มิว สเปซ สามารถสร้างเครือข่ายในอุตสาหกรรมด้านอวกาศ หรือ Space Supply Chain ได้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วและยั่งยืน

ผู้สนใจ  สามารถรับชมภายในโรงงานบริษัท มิว สเปซ ได้ที่ https://www.facebook.com/muSpaceTech/videos/1272137476855975/


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

กรุงศรี ฟินโนเวต เผยทิศทางและแนวโน้มการลงทุนของ Venture Capital ปี 2023

กรุงเทพฯ (05 กันยายน 2565) – นายแซม ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด ได้เผยทิศทางและแนวโน้มการลงทุนของเหล่า Venture Capital (VC) หรือธุรกิจเงินร่วมลงทุนทั่วโลกในปี 2023 ภายในงาน “KRUNGSRI ENVISIONING THE FUTURE”  โดยงานจัดขึ้นที่ชั้น 19 เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท เกษรทาวเวอร์ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ก่อนที่จะให้ข้อมูลแนวโน้มการลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพของกลุ่ม VC ในปี 2023 ที่กำลังจะมา นายแซม ตันสกุล ได้เผยข้อสรุปการลงทุนตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมาว่า “การลงทุนในสตาร์ทอัพทั่วโลกช่วงปี 2018-2020 นั้นจะมีตัวเลขการลงทุนเท่าๆ กัน โดยมีมูลค่าการลงทุนรวมต่อปีอยู่ที่เฉลี่ยปีละ 290 พันล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ปี 2021 นั้น นับเป็นปีทองของการลงทุน โดยทั่วโลกมีมูลค่าการลงทุนรวมแตะถึง 620 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสำหรับในไทยที่แม้ว่าจะอยู่ในช่วงวิกฤตโควิดแต่ก็มีมูลค่าการลงทุนสูงเช่นเดียวกัน ส่วนทางกรุงศรี ฟินโนเวตเองก็เป็นปีที่ลงทุนมากที่สุด โดยมีเหตุและปัจจัยที่เอื้อต่อการตัดสินใจลงทุนที่เพิ่มขึ้นในปี 2021 คือความมั่นใจในการลงทุนในบริษัทที่สามารถอยู่รอดได้ในวิกฤตที่ผ่านมา รวมถึงการเจรจาร่วมลงทุนกับสตาร์ทอัพก็ทำได้ง่ายขึ้นในช่วงโควิด พอมาสู่ปี 2022 ตั้งแต่ช่วงต้นปีจนถึงเดือนกรกฎาคมนั้น มีตัวเลขของการลงทุนลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งจะเห็นว่ายังไม่ถึง 50% ของปี 2021 แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าตัวเลขการลงทุนปี 2022 จะโตกว่าปี 2020 แน่นอน”

นายแซม ตันสกุล กล่าวต่อว่า “ในปัจจุบันนี้มีการเกิด Down Round หรือการที่ Valuation ของสตาร์ทอัพนั้นตกลงกว่าที่เคยเป็น มองว่าเป็นเรื่องปกติที่เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นได้ ซึ่งในยุคนี้หลายๆ สตาร์ทอัพ ก็ยอมรับการ Down Round เนื่องจากสถานการณ์ที่ไม่สวยหรูจากการ Projection ของ 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งในปัจจุบันตัวเลขของการลงทุนในสตาร์ทอัพทุกสเตจได้ลดลงกว่า 25% โดยเฉลี่ย ซึ่งจะเห็นได้ชัดในสตาร์ทอัพที่เป็น Late Stage โดยในปี 2021 นั้น สหรัฐอเมริกาได้มีการปิดดีลการลงทุนใน Late Stage ประมาณ 700 ดีล แต่ในทางกลับกัน 2 ไตรมาสแรกของปี 2022 เกิดดีลการลงทุนเพียง 285 ดีลเท่านั้น แต่ยังถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่แย่มากเมื่อเทียบกับปี 2020 ที่ปิดดีลการลงทุนไปได้เพียง 272 ดีล”

“ซึ่ง 2 ไตรมาสแรกของปี 2022 นั้น จะเห็นได้ว่าสหรัฐอเมริกายังคงครองอันดับ 1 ในด้านตัวเลขการลงทุน ซึ่งมีมากกว่า 2,700 ดีล หรือเป็นตัวเลขการลงทุนอยู่ที่ 53 พันล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนเอเชียรองลงมาเป็นอันดับที่สองตัวเลขมูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 27 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งใหญ่กว่ายุโรป ตัวเลขนี้สะท้อนว่าตลาดเอเชียยังเป็นตลาดใหญ่ ถ้าเป็นสมัยก่อนก็จะไปกระจุกที่ประเทศจีนแต่ ณ วันนี้เริ่มกระจายออกแล้ว โดยกระจายไปทางอินเดีย อินโดนีเซีย ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่าอินโดนีเซียมีหลาย Unicorn ที่เกิดขึ้นมาในช่วงปีหลังนี้ ถัดลงมาก็เป็นที่สิงคโปร์ ส่วนประเทศไทยนั้น Fund Flow ก็เริ่มมาแล้วเช่นกัน”

นายแซม ตันสกุล เผยต่อว่า “6 Tech ที่ Venture Capital สนใจจะลงทุนในปี 2023 เพื่อให้เป็นข้อมูลกับสตาร์ทอัพไทย (1) DeFi หรือที่เราเรียกว่า Decentralized Finance วันนี้เราเห็นการเติบโตของ Decentralized Finance สูงขึ้นมากมีเทคโนโลยีที่ต้องการตัดคนกลางออก เราเห็นตลาดของ DeFi ที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว  (2) Metaverse คือกลุ่มหนึ่งที่นักลงทุนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก จากการที่ตลาดกำลังพัฒนาใน web 3.0 (3) Cyber Security ยังคงมาแรงอยู่เรื่อยๆ และกระโดดขึ้นมากในปี 2021 เนื่องจากเมื่อมีการเพิ่มขึ้นของการทำธุรกรรมไร้ตัวกลาง ก็ทำให้เกิดอาชญากรรมทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้นตามด้วย (4) Climate Tech / ESG ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไปคนจะไปลงทุนในกลุ่มนี้มากขึ้นเพราะเราเชื่อว่าบริษัทไหนก็ตามที่ใส่ใจในเรื่องของ Sustainability, ESG, Climate Tech, Climate Change จะถือเป็นบริษัทที่ดี และจะใช้ของที่ดีให้กับลูกค้า (5) Buy Now Pay Later (BNPL) จริงๆ แล้วธุรกิจนี้จะโฟกัสที่คนที่ยังไม่มีเครดิต หรือสมัครบัตรเครดิตไม่ผ่าน ซึ่งจะช่วยให้กลุ่มคนเหล่านี้สามารถซื้อสินค้า สมัคร แล้วจ่ายชำระหรือผ่อนได้เลย และ (6) Ultrafast Delivery ธุรกิจนี้เริ่มมีมานานแล้วและมีจำนวนมากมาย โดยเฉพาะที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งความเร็วในการส่งของให้ลูกค้านั้นเริ่มเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับธุรกิจกลุ่มนี้ โดยมีสตาร์ทอัพที่สามารถส่งของให้ลูกค้าภายในเวลา 15 นาที และนี่ก็คือ 6 ธุรกิจที่เราเห็นว่ามันกำลังมาอย่างรวดเร็วและเป็นสิ่งที่ VCs ทั่วโลกให้ความสนใจอย่างยิ่ง” นายแซม กล่าวปิดท้าย


Exit mobile version