Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ซัสโก้ สมทบ โรงพยาบาลบางปะกอก1 มอบน้ำดื่มให้ผู้ติดเชื้อ Covid-19

นายชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์ กรรมการผู้จัดการ ร่วมด้วย นายมาวีร์ สิมะโรจน์ และนายอัมรินทร์ สิมะโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) เข้าพบ นพ.อำนาจ พิศาลจำเริญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางปะกอก 1 เพื่อมอบน้ำดื่มซัสโก้ และสิ่งของจำเป็นพื้นฐาน สำหรับนำไปสมทบช่วยเหลือผู้ป่วย Covid-19 ที่รักษาตัวอยู่ภายในโรงพยาบาลสนาม เมื่อเร็วๆ นี้

นายชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ซัสโก้ มีความตั้งใจที่จะให้ความช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระ ให้กับประชาชนในสังคม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ติดเชื้อ Covid-19 จึงได้มีการนำน้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นพื้นฐาน  มอบสมทบให้กับหน่วยงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ได้นำสิ่งของไปมอบให้ กับโรงพยาบาลบางปะกอก 1 เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสนามต่อไป ทั้งนี้ ซัสโก้ยังจะให้การสนับสนุนน้ำดื่ม กับโรงพยาบาลสนาม ของโรงพยาบาลบางปะกอก 1 ต่อเนื่องทุกเดือน จนกว่าสถานการณ์ระบาด Covid – 19 จะดีขึ้น”

นพ.อำนาจ พิศาลจำเริญ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลบางปะกอก 1 กล่าวว่า “ปัจจุบันโรงพยาบาลบางปะกอก1 ได้ผ่านความเห็นชอบจากศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ให้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามแล้ว สำหรับพื้นที่ในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ของโรงแก้ว บนถนนราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ โดยมีศักยภาพในการรองรับผู้ป่วย จำนวน 150 เตียง ขณะนี้ได้เปิดให้บริการ 50 เตียงแรกแล้ว และจะดำเนินการจัดตั้งอีก 100 เตียง ให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2564 โดยอาคารที่ใช้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามเป็นอาคารที่มีพื้นที่โล่งมีหลังคาสูง มีการถ่ายเทอากาศได้ดี อีกทั้งยังมีการรักษามาตรการด้านสุขอนามัยอย่างเข้มงวด เพื่อจำกัดการแพร่ระบาด Covid -19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด”


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ผู้บริหาร ม.ราชมงคลกรุงเทพ นำทีมบุคลากร เข้ารับวัคซีนเข็มแรก กว่า 3,700 คน

นายสมพร ปิยะพันธ์ รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ “จากการที่มหาวิทยาลัย ได้รับการสนับสนุนวัคซีน จากกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ทางคณะอนุกรรมการตามมาตรการควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ของมหาวิทยาลัย จึงได้เร่งประสานงานกับทางทีมแพทย์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ประชาสัมพันธ์ให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยได้รับรู้ เพื่อสร้างความเข้าใจและเข้ารับการฉีดวัคซีนในระหว่างวันที่ 19-29 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดย การเข้ารับการฉีดวัคซีนในครั้งนี้ แบ่งเป็น บุคลากร อาจารย์ เจ้าหน้าที่ จำนวน 838 คน นักศึกษาและบัณฑิต ที่จะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ในเดือน มีนาคม 2565 จำนวน 2,933 คน รวมทั้งสิ้นจำนวน 3,771 คน


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

พลิกโฉม 360 องศาประสบการณ์ความตื่นเต้นเร้าใจของการดูกีฬาไปกับเทคโนโลยี 5G

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย, 10 สิงหาคม 2564 – การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2020 ที่กรุงโตเกียวนับว่าเป็นมหกรรมกีฬาของมวลมนุษยชาติที่ค่อนข้างแปลกกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ช่างเป็นการแข่งขันกีฬาที่เงียบเหงา เพราะคณะผู้จัดงานไม่ได้เปิดให้สาธารณะชนเข้าร่วมชมเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 ซึ่งน่าจะอยู่กับพวกเราไปอีกช่วงเวลาหนึ่ง

เทคโนโลยี 5G จะนำความเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลมายังทุกภาคส่วนในสังคม รวมทั้งวงการกีฬา เพราะเทคโนโลยี 5G สามารถรองรับการใช้งาน Digital Application, Video on Demand และ Immersive User Experience (ประสบการณ์การรับชมที่เสมือนจริงและล้ำลึก) เรากำลังก้าวเข้าสู่โลกของการดูกีฬาที่ใกล้ชิด พร้อมพรั่งด้วยข้อมูลเชิงลึกเพียงปลายนิ้วสัมผัส และ Interactive สุด ๆ ไม่ว่าแฟนกีฬาเหล่านั้นจะเข้าชมที่สนามหรือดูจากที่บ้าน

มีการคาดการณ์ว่าผู้บริโภคไม่น้อยกว่า 300 ล้านคนทั่วโลกจะปรับเปลี่ยนเข้าใช้งานเทคโนโลยี 5G ภายในปี 2564 นี้ โดยในรายงาน ConsumerLab ที่จัดทำขี้นโดยบริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีสื่อสารอย่างอีริคสันได้วิเคราะห์ถึงแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคว่า ผู้ใช้งานเทคโนโลยี 5G จะใช้เวลาเพิ่มเติมอีก 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในการรับชมวิดีโอความคมชัดระดับ HD ผ่านมือถือ และอีก 1 ชั่วโมงเพิ่มขึ้นเพื่อใช้งานเทคโนโลยีความจริงเสมือน (AR-Augmented Reality) เมื่อเทียบกับยุค 4G

ด้วยเทคโนโลยี 5G ที่นั่งที่ดีที่สุดในการดูกีฬาอยู่ในบ้านของคุณนั่นเอง อีริคสันเผยแพร่ผ่าน 5G in Sports Blog ว่า สิ่งที่ 5G จะนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่การจัดงานอีเว้นต์ต่าง ๆ โดยเฉพาะการแข่งขันกีฬา และจะเป็นช่องทางการหารายได้ใหม่ ๆ ของค่ายมือถือนั่นคือ 5G จะเสริมประสบการณ์การดูกีฬาของผู้บริโภคทั้งจากสนามแข่งขันที่ผู้ชมจะสามารถรับข้อมูลเกี่ยวกับการแข่งขันและนักกีฬาแบบเรียลไทม์ และนำผู้ชมทางบ้านเข้าใกล้แบบเกาะสนามแข่งขัน อีกทั้งยังสามารถบูรณาการประสบการณ์การรับชมแบบองค์รวมทั้งก่อนและหลังการแข่งขัน

ชาติที่ตื่นตัวที่สุดในการนำเอาเทคโนโลยี 5G มาเสริมประสบการณ์การชมกีฬาคือ การ์ต้า เจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในปี 2022 Ooredoo ผู้นำค่ายมือถือในประเทศที่มั่งคั่งที่สุดแห่งหนึ่งของโลกจับมือกับอีริคสัน เพื่อนำเอาขีดความสามารถของเทคโนโลยี 5G มาเพื่อสร้างให้ฟุตบอลโลกที่จะจัดขึ้นมีความยิ่งใหญ่ที่สุด โดยการ์ต้าไม่เพียงแต่การทุ่มเงินมหาศาลถึงกว่าสองแสนล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ในการสร้างสนามแข่งขันใหม่ถึง 8 สนาม Ooredoo ยังได้เตรียมความพร้อมด้านการถ่ายทอดการแข่งขัน โดยได้พัฒนาเครือข่าย 5G ให้ครอบคลุมสนามหลัก ๆ เช่น สนาม Al Wakrah สนาม Al Janoub รวมทั้งสนามกีฬาเสมือนจริงในศูนย์การค้าชั้นนำอย่าง Mall of Qatar

การ์ต้าเอาจริงเอาจังมากกับการเตรียมความพร้อม ด้วยการทดลองระบบกับการแข่งขันฟุตบอลลีกในประเทศอย่าง Amir Cup 2021 ซึ่งผู้ชมในสนามจริงและแบบเสมือนจริงสามารถรับชมการแข่งขันได้อย่างใกล้ชิดและมีอารมณ์ร่วมไปกับการแข่งขัน (Immersive Experience) ด้วยเทคโนโลยี 5G ที่พีคสุดของการดูกีฬาแบบเสมือนจริงของการ์ต้าคือผู้ชมสามารถเลือกจุดการรับชมได้อย่างอิสระและไม่จำกัดระหว่างการชมการแข่งขัน กล่าวคือสามารถเป็นผู้กำกับภาพได้ด้วยตัวเอง

อีกความน่าสนใจของการนำเอาเทคโนโลยี 5G มาใช้เพื่อชมการแข่งขันกีฬาในแบบ Immersive การแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกาในปี 2020 ของเยอรมันนี ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือของ Vodafone, Sky Sport Channel และอีริคสัน ในการร่วมสร้างประสบการณ์ใหม่ของผู้ชมในสนาม Merkul Spiel ในเมือง Düsseldorf แน่นอนว่าสิ่งที่เพิ่มเติมสำหรับผู้ชมในสนามคือ เสียงบรรยายและการวิเคราะห์การแข่งขัน ที่ให้ผู้ชมในสนามสามารถเลือกที่จะฟังได้

ยิ่งไปกว่านั้น AR Technology ยังสามารถช่วยให้ผู้ชมในสนามเข้าถึงข้อมูลการแข่งขันและนักกีฬาได้แบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นสถิติการครองบอล ความเร็วในการวิ่งและข้อมูลรอบด้านของนักฟุตบอล การชมวิดีโอย้อนหลังทั้งแบบปกติและ Slow Motion เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของผลการตัดสิน และเลือกฟังเสียงการสนทนาในสนามระหว่างผู้เล่น กรรมการ และผู้จัดการทีม ซึ่งเติมเต็มประสบการณ์การชม ณ สนามแข่งได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เทคโนโลยี 5G จะนำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจมาสู่ค่ายมือถือ ผู้จัดการแข่งขันกีฬา ผู้พัฒนานวัตกรรมและโซลูชั่นต่าง ๆ ที่จะมาสนับสนุนการสร้าง Immersive Experience ให้กับผู้ชม มีประมาณการว่าผู้ชมกีฬากว่า 160 ล้านคนต่อเดือนในสหรัฐอเมริกาจะใช้งาน 5G for Immersive Experience ในปี 2567 โดย 1 ใน 4 จะเป็นการใช้งาน AR rendering service ทั้งจากในสนามแข่งขันและจากทางบ้าน และจะก่อให้เกิดรายได้ใหม่จาก 5G for immersive experience กว่า 4 พันล้านเหรียญต่อปี

อีริคสัน คาดว่ายอดผู้ใช้งาน 5G ทั่วโลกจะพุ่งขึ้นเกินกว่า 580 ล้านรายภายในสิ้นปี 2564 โดยเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1 ล้านรายต่อวัน จากรายงาน Ericsson Mobility Report ฉบับที่ 20 ตอกย้ำให้เห็นว่า 5G จะกลายเป็นเจนเนอเรชั่นเครือข่ายไร้สายที่มีการใช้เร็วที่สุด โดยภายในสิ้นปี 2569 จะมีผู้ใช้ 5G แตะระดับ 3.5 พันล้านราย และจะครอบคลุมถึง 60% ของประชากร 5G ทั้งหมด

ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในปัจจุบันมีจำนวนมากกว่า 1.1 พันล้านราย ในขณะที่ยอดผู้ใช้งาน 5G ยังต่ำกว่าระดับ 2 ล้านราย อย่างไรก็ตามคาดว่าการสมัครใช้ 5G จะเติบโตอย่างมากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยจะมียอดรวมพุ่งขึ้นถึง 400 ล้านราย ภายในปี 2569

คาดการณ์ว่าปริมาณการใช้งานอินเตอร์เน็ตต่อสมาร์ทโฟนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียจะมีอัตราการเติบโตรวดเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับทั่วโลกโดยจะแตะ 39 กิกะไบท์ (GB) ต่อเดือน ภายในปี 2569 – โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ 36% ต่อปี ในขณะที่ปริมาณการใช้งานอินเตอร์เน็ตบนมือถือทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นตามลำดับ เฉลี่ยเติบโตต่อปีที่ 42% เพิ่มขึ้นถึง 39 เอกซะไบต์ (EB) ต่อเดือน อันเป็นผลมาจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของผู้สมัครใช้ 4G และการเปลี่ยนมาใช้เครือข่าย 5G ในประเทศที่มีการเปิดตัว 5G แล้ว


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

“เพย์ โซลูชั่น” จับมือ “ทรูมันนี่” ขยายฐานร้านค้า เปิดให้บริการรับชำระเงินผ่านแอปฯ ทรูมันนี่ วอลเล็ท หนุนธุรกิจรับ Cashless สู้โควิด

กรุงเทพฯ, 10 สิงหาคม 2564 – บริษัท เพย์ โซลูชั่น จำกัด ผู้ให้บริการระบบชำระเงินออนไลน์แห่งแรกของเมืองไทย ร่วมกับ ทรูมันนี่ ผู้นำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนท์ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขยายฐานร้านค้าที่เปิดให้บริการรับชำระเงินผ่านแอปพลิเคชั่นทรูมันนี่ วอลเล็ท เพื่อสนับสนุนธุรกิจออนไลน์ในยุคสังคมไร้เงินสด และช่วยสร้างโอกาสในการเพิ่มยอดขายและขยายกิจการให้เข้าถึงฐานลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่รวมถึงผู้ใช้ทรูมันนี่มากกว่า 19 ล้านราย

ข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เผยว่า ‘โควิด-19’ เป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายไปสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซอย่างรวดเร็ว พร้อมระบุในอีก 12 เดือนหลังจากนี้ ผู้บริโภคชาวไทยจะเพิ่มการใช้จ่ายออนไลน์อีกถึง 43% นับเป็นโอกาสท่ามกลางวิกฤติสำหรับผู้ประกอบการในการเร่งมองหาและนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาเสริมช่องทางการขายเพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดอีคอมเมิร์ซ ซึ่งช่องทางการรับชำระเงินผ่านอีวอลเล็ทถือเป็นหัวใจสำคัญในการซื้อ-ขายสินค้าผ่านออนไลน์ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในช่วงการแพร่ระบาด

นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพย์ โซลูชั่น จำกัด กล่าวว่า “การร่วมมือกับทรูมันนี่ตอกย้ำถึงความทุ่มเทของเราในการพัฒนาบริการชำระเงินใหม่ ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ซื้อพร้อมสร้างความได้เปรียบในการทำธุรกิจแก่ผู้ประกอบการและร้านค้า เนื่องจากการซื้อขายสินค้าและการชำระเงินของผู้บริโภควันนี้เปลี่ยนไปใช้จ่ายแบบอีเพย์เม้นต์มากขึ้น เราจึงเพิ่มช่องทางรับชำระผ่านแอปฯ ทรูมันนี่ วอลเล็ท เพื่อให้ร้านค้าสามารถเข้าถึงฐานลูกค้าที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่และคุ้นเคยกับการช้อปปิ้งแบบ Cashless ได้อย่างง่ายดาย เพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขายใหม่ ๆ ผ่านช่องทางชำระเงินที่รวดเร็วในแบบที่ต้องการ”

นายนิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด (ประเทศไทย) กล่าวว่า “การจับมือกับ เพย์ โซลูชั่น จะช่วยให้ผู้ประกอบการธุรกิจและร้านค้าเชื่อมต่อธุรกิจกับแพลตฟอร์มอีเพย์เม้นต์ของทรูมันนี่ที่มอบทั้งความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน ร้านค้าจึงสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ใหม่ ๆ ซึ่งรวมถึงผู้ใช้มากกว่า 19 ล้านรายของเรา อีกทั้งเพิ่มศักยภาพธุรกิจและโอกาสปิดการขายได้รวดเร็ว”

4 ขั้นตอนการ “ชำระเงิน” ด้วยแอปฯ TrueMoney Wallet กับ เพย์ โซลูชั่น

เกี่ยวกับ Pay Solution (เพย์ โซลูชั่น)

ผู้ให้บริการระบบชำระเงินออนไลน์แห่งแรกของเมืองไทย เริ่มดำเนินการครั้งแรกภายใต้ระบบชื่อ“Thaiepay.com” มีประสบการณ์ในการให้บริการมากว่า 17 ปี ต่อมาในปี 2556 ได้มีการปรับเปลี่ยนเป็นบริการระบบชื่อ “Pay Solutions” ในการดำเนินงานของบริษัท เพย์ โซลูชั่น จำกัด มุ่งเน้นพัฒนาบริการระบบชำระเงินให้ตอบโจทย์ e-Commerce ได้อย่างครบวงจร ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ ได้แก่ บัตรเครดิต บัตรเดบิต พร้อมเพย์ วีแชทเพย์ อาลีเพย์ และ จุดบริการรับชำระเงิน โดยมีเป้าหมายที่จะสนับสนุนให้ทุกธุรกิจดำเนินการค้าออนไลน์ได้อย่างสมบูรณ์แบบและเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

เกี่ยวกับ TrueMoney (ทรูมันนี่)

TrueMoney คือผู้นำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนท์ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มุ่งเน้นให้บริการทางการเงินแก่ผู้คนซึ่งรวมไปถึงผู้ที่เข้าไม่ถึงบริการของสถาบันทางการเงิน โดยให้บริการใน 6 ประเทศในภูมิภาคได้แก่ ประเทศไทย กัมพูชา เมียนมาร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย

TrueMoney ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2546 และเข้าเป็นธุรกิจหนึ่งของบริษัท Ascend Money ในปี พ.ศ. 2557 และเป็นพันธมิตรกับบริษัท Ant Financial Services Group ใน พ.ศ. 2559 ปัจจุบัน ทรูมันนี่ ให้บริการด้านการเงินที่หลากหลายผ่าน TrueMoney Wallet แอปพลิเคชั่นอีวอลเล็ทที่ได้รับความนิยมสูงสุดที่ช่วยอำนวยความสะดวกและทำให้การใช้จ่ายเป็นเรื่องง่าย อีกทั้งตอบโจทย์กับทุกไลฟ์สไตล์ นอกจากนี้ ทรูมันนี่ ยังมีเครือข่ายตัวแทนที่ครอบคลุมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงการบริการรับชำระเงินแบบออฟไลน์ทั้งหมดนี้เพื่อมอบความสะดวกสบายในการทำธุรกรรมทางการเงินให้กับหลายล้านคนเพื่อก้าวล้ำไปสู่ชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

The Weather Company ของไอบีเอ็ม รั้งแชมป์ผู้ให้บริการพยากรณ์อากาศที่แม่นยำที่สุดในโลกต่อเนื่อง

ไอบีเอ็ม (NYSE: IBM) และ The Weather Company บริษัทในเครือ ซึ่งรวมถึง The Weather Channel ได้รับเลือกเป็น “ผู้ให้บริการพยากรณ์อากาศที่แม่นยำที่สุดในโลก” โดย ForecastWatch หน่วยงานชั้นนำที่ทำหน้าที่ประเมินความแม่นยำของการพยากรณ์อากาศ

ในการศึกษาล่าสุด Global and Regional Weather Forecast Accuracy Overview, 2017-2020เกี่ยวกับความแม่นยำด้านการพยากรณ์อากาศiiที่สนับสนุนโดยไอบีเอ็ม ForecastWatch ได้ยกให้ The Weather Company ของไอบีเอ็ม เป็นผู้ให้บริการพยากรณ์อากาศที่มีผลการพยากรณ์โดยรวมแม่นยำที่สุดทั่วโลก เมื่อสรุปรวมจากการเปรียบเทียบภูมิภาคทางภูมิศาสตร์ทั้งหมดในช่วงเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ ข้อมูลยังแสดงให้เห็นว่าระยะห่างเรื่องความแม่นยำระหว่าง The Weather Company (ซึ่งในรายงานระบุว่าเป็น The Weather Channel) และผู้ให้บริการที่ได้รับการจัดอันดับรองลงไป เพิ่มขึ้นในทุกปีที่ศึกษา

“ข้อมูลพยากรณ์จะเป็นประโยชน์ที่สุดก็ต่อเมื่อมาจากแหล่งที่ได้รับการยอมรับและเชื่อถือได้ และความถูกต้องแม่นยำของข้อมูลก็เป็นรากฐานที่เรามุ่งมั่นพัฒนาเพื่อช่วยให้ลูกค้า ผู้บริโภค และนักการตลาด สามารถทำการตัดสินใจที่สำคัญๆ ในแต่ละวันได้” เชรี่่ บัคสไตน์ ซีอีโอ The Weather Company และกรรมการผู้จัดการ IBM Watson Advertisingกล่าว “การศึกษาตอกย้ำให้เห็นความมุ่งมั่นของไอบีเอ็มในการช่วยพัฒนาวิทยาศาสตร์การพยากรณ์สภาพอากาศให้รุดหน้า โดยอาศัยนวัตกรรมเอไอ ข้อมูล คลาวด์คอมพิวติ้ง ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง”

เกี่ยวกับรายงาน Global and Regional Weather Forecast Accuracy Overview, 2017-2020
รายงานนี้เป็นการศึกษาความแม่นยำของการพยากรณ์อากาศที่ครอบคลุมระยะเวลา 4 ปี จากโลเคชัน 1,424 จุด ใน 8 ภูมิภาคทั่วโลก ด้วยเมทริกซ์ความแม่นยำ 84 แบบ อาทิ ปริมาณน้ำฝน อุณหภูมิ การปกคลุมของเมฆ และตัวแปรการพยากรณ์ลม เป็นต้น โดย ForecastWatch ได้วิเคราะห์ข้อมูลพยากรณ์ประมาณ 140 ล้านรายการ จากผู้ให้บริการพยากรณ์สภาพอากาศต่างๆ 17 ราย โดยผู้ให้บริการแต่ละรายจะได้รับการบันทึกคะแนนเมื่อเสร็จสิ้นแต่ละเมทริกซ์ รายงานระบุว่า “The Weather Channel สร้างสถิติจบด้วยอันดับที่หนึ่งมากที่สุดทั่วโลกในทุกปีและทุกช่วงเวลา” เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ให้บริการอื่นๆ

การพยากรณ์ของ The Weather Company ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยไอบีเอ็ม และเผยแพร่ผ่าน IBM Cloud ผ่านแอพ The Weather Channel และ weather.com, แอพ Weather Underground และ wunderground.com รวมถึงผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสภาพอากาศสำหรับลูกค้าองค์กรของไอบีเอ็ม

ไฮไลต์สำคัญและข้อค้นพบของรายงานที่เปรียบเทียบผู้ให้บริการพยากรณ์อากาศยังระบุว่
• The Weather Company เป็นผู้ให้บริการพยากรณ์อากาศโดยรวมที่แม่นยำที่สุดทั่วโลก
• The Weather Company มีแนวโน้มที่จะมีความแม่นยำมากกว่าผู้ให้บริการรายอื่นที่ศึกษาถึง 3.5 เท่าi
• ระยะห่างเรื่องความแม่นยำระหว่าง The Weather Company และผู้ให้บริการอื่นๆ เพิ่มขึ้นในทุกปีที่ศึกษาiii
• The Weather Company เป็นผู้ให้บริการที่แม่นยำที่สุดเมื่อเปรียบเทียบในแต่ละภูมิภาค ทั้งสหรัฐอเมริกา แคนาดา อเมริกากลาง อเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และเอเชียแปซิฟิกiii

ที่สุดแห่งความแม่นยำที่พัฒนาขึ้นจากวิทยาศาสตร์ เอไอและเทคโนโลยี
ปัญญาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือที่สำคัญสูงสุด ที่ช่วยให้นักอุตุนิยมวิทยาทำความเข้าใจดาต้าพอยท์ของข้อมูลสภาพอากาศที่ไร้โครงสร้างนับพันล้านพอยท์จากดาวเทียม เซ็นเซอร์ภาคพื้นดิน เรดาร์ และอื่นๆ โดยอัลกอริธึมแมชชีนเลิร์นนิงขั้นสูงและพลังประมวลผลจากไอบีเอ็มช่วยให้นักอุตุนิยมวิทยาของ The Weather Company สามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อจำลองสภาพบรรยากาศและคาดการณ์พยากรณ์อากาศได้ดีขึ้น

การลงทุนและพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องของไอบีเอ็มได้ช่วยให้ทีมนักอุตุนิยมวิทยาและผู้เชี่ยวชาญสามารถพัฒนาเทคโนโลยีที่ทำให้ The Weather Company เป็นผู้นำในด้านความแม่นยำโดยรวมได้ เช่น
• เอ็นจินการพยากรณ์ที่ใช้เอไอเพื่อรวมข้อมูลจากแบบจำลองการพยากรณ์เกือบ 100 โมเดลทั่วโลก โดยอาศัยปัจจัยที่มีน้ำหนักจากแต่ละแบบจำลองตามภูมิศาสตร์ เวลา ประเภทของสภาพอากาศ และความแม่นยำของการพยากรณ์ล่าสุด จากนั้นระบบจะผนวกความมีน้ำหนักจากปัจจัยเหล่านั้นเข้าด้วยกันเพื่อให้ได้ผลสังเคราะห์การพยากรณ์หนึ่งเดียวซึ่งให้ความแม่นยำมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้สำหรับสถานที่นั้นๆ โดยทำการพยากรณ์ได้แบบ on-demand
• ความก้าวหน้าของการพยากรณ์อากาศทั่วโลกครั้งสำคัญที่มาพร้อมกับการเปิดตัว IBM GRAF (Global High-Resolution Atmospheric Forecasting) เมื่อปี 2562 ซึ่งเป็นโมเดลจำลองสภาพอากาศทั่วโลกที่มีการอัพเดตรายชั่วโมงเป็นครั้งแรก สามารถทำนายสิ่งที่มีขนาดเล็กอย่างพายุฝนฟ้าคะนองได้
• ความเป็นผู้นำด้านเรดาร์ระดับโลกอันเป็นผลมาจากการผสานข้อมูลและเทคโนโลยีเรดาร์ตรวจสภาพอากาศเอไอระดับใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อให้สามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
• การประเมินสภาพอากาศทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้แบบ on-demand ด้วยเทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ The Weather Company
• ความก้าวล้ำในการผสานเนื้อหาด้านสภาพอากาศเข้ากับการปฏิสัมพันธ์ระหว่างเอไอและนักพยากรณ์มนุษย์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีกรรมสิทธิ์ ที่ถูกเรียกว่าการพยากรณ์แบบ “human over the loop”

ความแม่นยำในการพยากรณ์ เป็นข้อมูลเชิงลึกให้ธุรกิจ ประชาชน และนักการตลาด
The Weather Company เป็นผู้ให้บริการด้านสภาพอากาศชั้นนำของโลกivที่ส่งมอบข้อมูลพยากรณ์มากกว่า 25,000 ล้านรายการไปยังอุปกรณ์มากกว่าสองพันล้านชิ้นในแต่ละวัน โดย The Weather Channel ได้รับการจัดอันดับให้เป็นแบรนด์ผู้บริโภคที่น่าเชื่อถือที่สุดห้าอันดับแรกในสหรัฐอเมริกาvขณะที่แอพ The Weather Channel ก็ได้รับรางวัลแอพสภาพอากาศนานาชาติประจำปี 2563 ขององค์กรอุตุนิยมวิทยาโลกในด้านความมีประโยชน์ ความน่าเชื่อถือ และคุณภาพของข้อมูลvi

ความถูกต้องของการพยากรณ์ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านสภาพอากาศของไอบีเอ็มมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยไม่เพียงช่วยให้ผู้บริโภคได้รับทราบข้อมูลที่แม่นยำ แต่ยังเป็นเครื่องมือเอไอให้กับนักการตลาดผ่านช่องทาง IBM Watson Advertising และเป็นข้อมูลที่ช่วยให้ลูกค้าในทุกอุตสาหกรรมสามารถเตรียมพร้อมและรับมือสภาพอากาศต่างๆ ได้

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ The Weather Company ซึ่งเป็นธุรกิจของไอบีเอ็ม สามารถดูได้ที่ https://newsroom.ibm.com/the-weather-companyสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไอบีเอ็ม สามารถดูได้ที่ IBM.com


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

บริษัท สมาร์ททีทีซี จัดสรรพื้นที่โรงงาน ผลิตมิเตอร์ไฟฟ้า ตั้งโรงพยาบาลสนาม จ.ฉะเชิงเทรา เปิดรับผู้ป่วย COVID-19 สีเหลือง จำนวน 160 เตียง

นางพรทิพย์ เทพตระการพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สมาร์ททีทีซี จำกัด ผู้ผลิตมิเตอร์ไฟฟ้ารายใหญ่ ร่วมตรวจความพร้อมโรงพยาบาลสนาม ณ โรงงานสมาร์ทีทีซี ฉะเชิงเทรา ก่อนเปิดให้บริการ ในวันที่ 9 สิงหาคม 2564 โดยจัดสรรพื้นที่โรงงานกว่า 14,000 ต.ร.ม. ภายใต้พื้นที่โรงงานขนาดใหญ่กว่า 42 ไร่ ได้มาตรฐานบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 : 2015 เพื่อจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม พร้อมจัดเตรียม บุคลากรและสิ่งอำนวยความสะดวก ทางการแพทย์เบื้องต้น รวมถึงเครื่องอุปโภคและบริโภค บริการรองรับผู้ป่วย COVID-19 สีเหลือง ในเขตจังหวัด ฉะเชิงเทรา ได้จำนวน 160 เตียง

นางพรทิพย์ เทพตระการพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สมาร์ททีทีซี จำกัด กล่าวว่า “ได้ตระหนักถึงความเดือนร้อนของประชาชน ที่กำลังประสบกับปัญหาการระบาด COVID-19 โดยได้จัดสรรพื้นที่ 14,000 ตรม. ภายในเขตโรงงานผลิตมิเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือ Smart Meter ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 42 ไร่ และได้มาตรฐานการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ตามมาตรฐานสากล ISO 14001 : 2015 เพื่อจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพื่อแยกผู้ติดเชื้อออกจากที่พักและชุมชนและป้องกันการแผร่เชื้อไปยังบุคคลอื่นภายในครอบครัวและคนใกล้ชิด ซึ่งสามารถรองรับผู้ป่วย COVID-19 สีเหลืองได้ จำนวน 160 เตียง  ทั้งนี้จะเปิดให้บริการ ตั้งแต่ วันที่ 9 สิงหาคม 2564 ไปจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

โรงงานสมาร์ททีทีซี เป็นฐานการผลิตมาตรวัดไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของประเทศ ผลิตมิเตอร์ทุกรุ่น(จานหมุน อิเล็กทรอนิกและมิเตอร์อัจฉริยะ) ภายใต้มาตรฐานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง พื้นที่ภายในเขตรั้วโรงงานมีขนาดใหญ่ มีสาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อมเหมาะต่อการจัดตั้งเป็น โรงพยาบาลสนาม สำหรับผู้ป่วย COVID-19  ในเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยจัดให้มีเตียง จำนวน 160 เตียง พร้อม บุคลากร เครื่องมือทางการแพทย์ สิ่งของอุปโภคและบริโภค ในเบื้องต้น  ขณะนี้ มีผู้ป่วยในเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา เข้ารับการรักษา ประมาณ 1,620 ราย เสียชีวิตไปแล้วประมาณ 10 ราย ดังนั้น นางพรทิพย์ เทพตระการพร   จึงเชื่อว่า โรงพยาบาลสนาม ณ โรงงานสมาร์ทีทีซี จะมีส่วนช่วยให้ผู้ป่วยรายใหม่ ได้มีที่พำนักรักษาในเบื้องต้น อันจะเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาลอีกทางหนึ่ง  ซึ่งโรงงานสมาร์ททีทีซี ในฐานะสมาชิกหนึ่งของสังคม ยินดีที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือสังคมและผู้ที่ได้รับผลกระทบ

นางพรทิพย์ เทพตระการพร  กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงสถานการณ์เลวร้ายนี้ทุกคนต้องออกมาช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือคนลำบาก ช่วยเหลือผู้ติดเชื้อ เพื่อให้ประเทศไทยได้รอดพ้นจากการระบาดที่รุนแรงในครั้งนี้โดยเร็ว ในส่วนของบริษัท สมาร์ทีทีซี จำกัด มีความยินดีที่จะร่วมแรงร่วมใจช่วยคนไทย สู้ภัย COVID-19 ในการกระจายความช่วยเหลือที่รวดเร็ว เพื่อให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นอีกแรงหนึ่งในการช่วยผลักดันให้สังคมโดยรวม สามารถก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปได้อย่างรวดเร็วที่สุด ทั้งนี้ ในปัจจุบัน  บริษัท สมาร์ททีทีซี จำกัด เป็นฐานการผลิตมาตรวัดไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศมาเกือบ 30ปี เพื่อตอบสนองนโยบายโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะกับการพัฒนาระบบพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย โดยการใช้เทคโนโลยี่มิเตอร์อัจฉริยะ โดยมีเครื่องจักรและเทคโนโลยีในการผลิตที่ทันสมัย มีพนักงานอยู่กว่า 100 คน ในช่วงวิกฤติ COVID-19 ระบาด นางพรทิพย์ ได้ให้ความใส่ใจต่อมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด ในการดูแลสุขอนามัยของพนักงานทุกคน และภายในโรงงานอย่างทั่วถึง เพื่อป้องการการเกิด “คลัสเตอร์” อันเป็นการเพิ่มการระบาดและเพิ่มภาระต่อสังคม


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ม.เอเชียอาคเนย์ จับมือ Palo Alto Networks พัฒนานักศึกษาสู่งาน Cybersecurity ระดับโลก

มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ (SAU) ลงนามความร่วมมือกับ Palo Alto Networks ผู้นำระบบ Network Security อันดับท็อปของโลกจากซิลิคอน วัลเลย์ มุ่งพัฒนานักศึกษาและบุคลากรสู่งานด้าน Cybersecurity ระดับโลก

ดร.ธัชพล โปษยานนท์ ผู้อำนวยการบริษัท พาโล อัลโต เน็ตเวิร์ค ประเทศไทยและอินโดจีนกล่าวว่า การเซ็นสัญญาความร่วมมือกับ ม.เอเชียอาคเนย์ ในครั้งนี้ เป็นการพัฒนาศักยภาพให้กับนักศึกษาด้าน Cybersecurity ที่กำลังขาดแคลนบุคลากรอย่างมากทั้งปัจจุบัน และอนาคตในอีก ปีข้างหน้าถึงกว่า 10,000 ตำแหน่ง ดังนั้นจึงต้องร่วมกันจากหลายภาคส่วนที่จะพัฒนาบุคลากรเพื่อผลิตนักศึกษาด้าน Cybersecurity ให้ได้ 1,000 คนต่อปี โดยโครงการได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่มุ่งเน้นพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล รวมทั้งเรื่องของการพัฒนาศักยภาพแรงงานในด้านของดิจิทัลด้วย

ดร.ธัชพล กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้มีอยู่ ประเด็นหลักที่สำคัญ ได้แก่ (1) การถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยอบรมคณาจารย์เพื่อสร้าง Trainer ที่มีศักยภาพ (2) การจัดกิจกรรมร่วมกันกับทางมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างความตื่นตัว ตระหนักรู้และความสนใจของนักศึกษา (3) การพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเน้นทักษะการสร้างเครื่องมือปกป้องภัยด้าน Cybersecurity เช่น AI Machine Learning, IoT Security สำหรับเซ็นเซอร์ใหม่ ๆ หรือการพัฒนา Smart Manufacturing Industry 4.0 หรือ Cloud Security รวมถึงงานวิจัยกับทางมหาวิทยาลัย เพื่อสร้าง Platform ใหม่ๆ ให้กับประเทศไทย (4) การสร้างความตระหนักรู้ถึงภัย Cyber โดยจัด Workshop ในเชิงเทคนิคให้กับนักศึกษา บุคลากร รวมถึงการจัดส่งนักศึกษาไปร่วม Bootcamp หรือ Hackatron กับผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของไทยและระดับโลก โดยทั้งพาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์ค และมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์มีความตั้งใจร่วมกันอย่างยิ่งในการร่วมมือสร้างบุคลากรที่มีศักยภาพสู่สังคมและสู่ตลาดแรงงานของประเทศ

ด้านดร.ฉัททวุฒิ  พีชผล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ กล่าวว่า ความร่วมมือกับ Palo Alto Networks ผู้นำด้านระบบ Cyber Security ในครั้งนี้ถือเป็นการนำหลักสูตรมาพัฒนาร่วมกันกับผู้เชี่ยวชาญตัวจริงเรื่อง Cybersecurity ที่กำลังขาดแคลนบุคลากรด้านนี้เป็นจำนวนมาก เพื่อที่จะผลิตบุคลากรด้าน Cybersecurity ที่ออกไปทำงานได้จริงซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายและเป็นสิ่งที่เรามุ่งมั่นว่าเราจะต้องพัฒนาและทำให้ได้

“ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยกันสร้างบุคลากรด้าน Cybersecurity ที่มีคุณภาพ มีความสามารถ ทำงานได้จริง มีคุณธรรม และก้าวสู่งานที่มั่นคงต่อไปในอนาคต”ดร.ฉัททวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย


 

Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

Huawei Cloud Thailand จับมือร่วมกับ Metro Systems Corporation PLC. เปิดศูนย์บริการ Technical Support Center ในรูปแบบภาษาไทย

บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการระบบโครงสร้างพื้นฐานและโซลูชันไอซีทีชั้นนำ ได้ร่วมกับ บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  บริษัทชั้นนำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศครบวงจร ให้เปิดศูนย์บริการสนับสนุนด้านเทคนิคอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อความร่วมมือในการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ โดยเปิดศูนย์บริการที่ให้คำปรึกษา คำแนะนำและแก้ไขปัญหาในรูปแบบภาษาไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่ยึดลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าด้วยการบริการอย่างมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ ทำให้ลูกค้าได้รับคำแนะนำ การแก้ไขปัญหา ที่ตรงประเด็นและรวดเร็ว

การร่วมมือด้านการบริการในครั้งนี้จะมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาทางด้านเทคนิค และดำเนินการแก้ไข เปิดบริการทุกวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30 น. – 17.00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ และการบริการในรูปแบบภาษาอังกฤษจะยังให้บริการอย่างต่อเนื่อง สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการแผนสนับสนุน (Support Plan) ที่เหมาะสมกับท่านบน Huawei Cloud ซึ่งมีทั้งหมด 4 แผนดังนี้ Basic, Developer, Business และ Enterprise (https://www.huaweicloud.com/intl/en-us/service/supportplans.html)

โดยศูนย์บริการด้านทางด้านเทคนิคนี้ได้เปิดอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ หลังได้ร่วมลงนามความร่วมมือเมื่อเดือน มิถุนายน2564 ที่ผ่านมา และเริ่มให้บริการแล้ว ณ วันนี้เป็นต้นไป

บรรยายภาพ: พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง บริษัท หัวเว่ย และบริษัท เมโทรซิสเต็มส์ เมื่อมิถุนายน 2564 ที่ผ่านมาโดยมี คุณปิยะธิดา อิทธิระวิวงศ์ ประธานกรรมการ แผนกธุรกิจคลาวด์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด และ คุณวีรพันธุ์ ดุรงค์แสง กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจดิจิตอลโซลูชั่น บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง

ทั้งนี้ Huawei Cloud เป็นผู้ให้บริการ Cloud Service ในประเทศไทยสามารถตอบโจทย์การเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้น เนื่องจาก Huawei Cloud มี 2 AZ (Data Center) ในประเทศไทย และยังมีบริการที่หลากหลาย สามารถเลือกใช้บริการได้อย่างเหมาะสม เช่นการเก็บค่าบริการตามการใช้งานจริง, รายเดือน, รายปี ซึ่งตอบโจทย์กับทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ทั้งภาครัฐ และเอกชน หรือ องค์กร กลุ่มธุรกิจต่างๆในประเทศไทย

ทางบริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นอกจากจะให้บริการ Thailand Local Center Service Support ให้กับ Huawei Cloud Thailand แล้ว ยังเป็นที่ปรึกษา ในการวาง Solution  ให้แก่ กลุ่มธุรกิจ และผู้ที่ต้องการ จัดเก็บข้อมูลในรูปแบบ Cloud หรือ ต้องการเลือกใช้ Service อื่นๆ ที่ Huawei Cloud มีให้บริการแก่ลูกค้า เช่น Backup Solution, Container, Contact Center, Cloud Meeting และอื่นๆอีกมากมาย เพื่อง่ายต่อการใช้งาน และง่ายต่อการเข้าถึงข้อมูลมากยิ่งขึ้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ กลุ่ม Digital Solutions Group “DSG”, บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) อีเมล์ : dsgmkt@metrosystems.co.th Website : https://www.metrosystems.co.th/  Facebook : https://www.facebook.com/metrosystemscorp/


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

ออฟฟิศเมท จัดแคมเปญ “INFINITE SALE ลดไม่กั๊ก แถมไม่หยุด” ให้ SME ประหยัดสูงสุด 80% ตลอดเดือนสิงหาคม 2564 พร้อมบริการส่งถึงบ้านเมื่อช้อป 499

ออฟฟิศเมท และ ออฟฟิศเมท พลัส ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จัดหนักจัดเต็ม มอบความประหยัดให้ SME แบบไม่สิ้นสุดรับเดือน 8! กับแคมเปญ “INFINITE SALE ลดไม่กั๊ก แถมไม่หยุด” สินค้าจำเป็นสำหรับธุรกิจและครัวเรือนในช่วงล็อกดาวน์ ลดสูงสุด 80%  ตลอดเดือนสิงหาคม 2564 พร้อมบริการจัดส่งฟรีในวันทำการถัดไป* เพียงช้อปครบ 499.- (ตามเงื่อนไขที่กำหนด) ให้คุณช้อปมั่นใจ ได้ของไวทันใช้!! ลูกค้า 99% ได้สินค้าตรงเวลา ด้วยรถและทีมจัดส่งของออฟฟิศเมท 

ล็อกดาวน์นี้ทำงานที่ไหนก็ได้! ด้วยชุดเฟอร์นิเจอร์ครบเซ็ตสุดชิค พร้อมอุปกรณ์สำนักงาน ไอทีคู่ใจ ลดสูงสุด 80% อาทิ เม้าส์ไร้สาย ลำโพงบลูทูธ แท่นชาร์จไร้สาย เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่นอิงค์เจ็ท หมึกพิมพ์ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล โต๊ะทำงาน เก้าอี้เพื่อสุขภาพ เก้าอี้ทำงาน และชั้นวาง พิเศษ…! ช้อปเฟอร์นิเจอร์ครบตามกำหนด รับของแถมสุดปัง LED TV 40 นิ้ว, เครื่องฟอกอากาศ, ไมโครเวฟระบบสัมผัส, พัดลมตั้งโต๊ะ 16 นิ้ว และหม้อสุกี้ (ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด)

อยู่บ้านปลอดภัย คลีนทุกมุมให้สะอาด! ไอเทมทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ ลดสูงสุด 58%  อาทิ น้ำยาฆ่าเชื้อโรค สเปรย์ฆ่าเชื้อโรค แอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น ถุงมือยาง กระดาษชำระ  ถุงขยะทั่วไป และถุงขยะสีแดงสำหรับขยะติดเชื้อ เป็นต้น

ออฟฟิศเมท ส่งฟรีถึงบ้านเมื่อช้อป 499.-* (ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด) ลูกค้ากรุงเทพและปริมณฑล รับสินค้าในวันทำการถัดไป* มั่นใจทุกคำสั่งซื้อ! ด้วยมาตรการป้องกันโควิด-19  ตั้งแต่กระบวนการจัดเตรียมสินค้า จนจัดส่งถึงมือลูกค้าโดยทีมงานจัดส่งของออฟฟิศเมท ลูกค้าต่างจังหวัดรับสินค้าใน 3 วันทำการ ช้อปสะดวกและง่ายทุกช่องทาง!

•  ช้อปออนไลน์ได้ตลอด 24 ชม. ที่ OfficeMate Mobile App และเว็บไซต์  https://bit.ly/2WGwDK2
•  Chat & Shop ผ่าน Line: @OfficeMate พร้อมรับคูปองส่วนลดสุดพิเศษมากมาย แอดไลน์เลย!  http://bit.ly/LineOfficeMate
•  โทรสั่งซื้อง่ายๆ กับ OfficeMate Contact Center 1281 ให้บริการทุกวัน 8:00 – 22:00 น.
•  Line หรือโทรสั่งซื้อโดยตรงกับร้านออฟฟิศเมท และออฟฟิศเมท พลัส เช็คเลย! https://bit.ly/37Xfqix


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

อิเมอร์สัน เปิดตัวผลิตภัณฑ์คอมเพรสเซอร์สโครลรุ่นใหม่แบบปรับความเร็วได้ ผลักดันเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ให้มีความยั่งยืนมากขึ้น

คอมเพรสเซอร์สโครล แบรนด์ Copeland แบบปรับความเร็วได้รุ่นใหม่ และผลิตภัณฑ์อินเวอร์เตอร์ของอิเมอร์สัน ช่วยให้การใช้งานเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์มีประสิทธิภาพทางพลังงานสูงขึ้น

กรุงเทพฯ 5 สิงหาคม 2564 –  อิเมอร์สัน (NYSE: EMR) ประกาศเปิดตัวคอมเพรสเซอร์สโครลแบบปรับความเร็วได้ (Variable speed scroll compressor) ขนาด 110cc พร้อมผลิตภัณฑ์ชุดอุปกรณ์อินเวอร์เตอร์ขนาด 36kw และชุดควบคุม ที่ผลิตในประเทศจีนและพร้อมจำหน่ายทั่วโลก ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ถูกออกแบบให้ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น สำหรับการใช้งานของเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ในบริบทที่หลากหลาย ทั้งเครื่องทำความเย็นแบบหล่อเย็นด้วยน้ำ (Chiller) ระบบปรับอากาศแบบควบคุมความเย็นและความชื้นสำหรับศูนย์ข้อมูล (Precision AC) และเครื่องปรับอากาศแบบแพ็คเกจ

จากความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้นและอุณหภูมิที่สูงขึ้น เทคโนโลยีการแช่เย็นและปรับอากาศ (RAC) ในประเทศไทยได้ผลิตก๊าซเรือนกระจกคิดเป็น 20% ของการปล่อยมลพิษทั้งหมดในประเทศโดยประมาณ หากไม่มีการปรับเปลี่ยนใดๆ คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมนี้จะปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้นถึง 3 เท่าใน พ.ศ. 2573 [1]

เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพลังงานยั่งยืนของประเทศไทยที่เข้าร่วมข้อตกลงปารีสและต่อสู้กับภาวะโลกร้อน จึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้ประชาชนและอาคารเชิงพาณิชย์ใช้ระบบการปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพทางพลังงาน รวมทั้งมีการสนับสนุนจากนโยบายของภาครัฐด้วย ซึ่งหากมีการวางแผนและดำเนินการได้อย่างเหมาะสมแล้ว ก็จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ 20.8% จากการดำเนินงานปกติ ในปีที่คาดการณ์ไว้คือพ.ศ. 2573 ตามที่ได้ประกาศต่อสังคมไว้ [2]

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในภารกิจสำคัญนี้ อิเมอร์สันได้พัฒนาเทคโนโลยีคอมเพรสเซอร์ที่ช่วยให้ผู้ผลิตสินค้าแบบ OEM (Original Equipment Manufacturer) สร้างระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์ที่ปกป้องสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมได้ดียิ่งขึ้น คอมเพรสเซอร์สโครลแบบปรับความเร็วได้ขนาด 110c c รุ่นใหม่ของแบรนด์ Copeland พร้อมชุดอุปกรณ์อินเวอร์เตอร์ขนาด 36kw และชุดควบคุม ช่วยลดการใช้พลังงานได้ถึง 30% [3] เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีความเร็วคงที่แบบเดิม อีกทั้งยังใช้งานได้ดีกับสารทำความเย็นหลายชนิด เช่น สารทำความเย็นที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่าง R32 ส่งผลให้ผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศแบบ OEM สามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านพลังงานและความต้องการของเจ้าของอาคาร ตอบรับกับทิศทางของอาคารพาณิชย์ในอนาคตโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพการทำงาน

Abel Gnanakumar รองประธานฝ่ายธุรกิจเครื่องปรับอากาศและการพัฒนาธุรกิจ ประจำภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกาของอิเมอร์สัน กล่าวว่า “อิเมอร์สัน ลงทุนอย่างมหาศาลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกด้วยการเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนาในเมืองซูโจว มณฑลเจียงซู ที่วิศวกรของเรามุ่งมั่นออกแบบระบบระบายความร้อนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้ และในปีพ.ศ. 2564 นี้ ก็เป็นวาระครบรอบ 100 ปีของ Copeland ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของเราในการจัดหาโซลูชันที่ดีที่สุดเพื่อแก้ปัญหาและความท้าทายในเรื่องของเครื่องปรับอากาศที่ยากที่สุด โดยมีคอมเพรสเซอร์สโครลแบบปรับความเร็วได้ขนาด 110cc พร้อมชุดอุปกรณ์อินเวอร์เตอร์ขนาด 36kw และชุดควบคุม เป็นหัวใจหลักของความพยายามนี้”

“ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับลูกค้าซึ่งเป็นผู้ผลิต OEM เราได้ออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วยนวัตกรรมทันสมัย ที่ประกอบด้วยสิทธิบัตรเทคโนโลยี 15 รายการ เพื่อมอบประสิทธิภาพและความน่าไว้วางใจที่เหนือกว่า” Abel Gnanakumar กล่าวเสริม

คอมเพรสเซอร์สโครลแบบปรับความเร็วได้ขนาด 110cc ของ Emerson ได้รับการออกแบบให้มีประสิทธิภาพการทำความเย็นที่โดดเด่นเต็มกำลัง ทำให้ผู้ผลิต OEM สามารถปฏิบัติตามมาตรฐานประสิทธิภาพด้านพลังงานที่กำหนดไว้ การกำหนดค่าควบคู่กันของคอมเพรสเซอร์ที่ปรับความเร็วได้และคอมเพรสเซอร์ความเร็วคงที่ยังช่วยให้ OEM มีความยืดหยุ่นในการขยายช่วงและปรับให้เกิดความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและต้นทุนที่ดีที่สุด คอมเพรสเซอร์สโครลแบบปรับความเร็วได้ขนาด 110cc มาคู่กับชุดไดร์ฟอินเวอร์เตอร์ขนาด 36kW ที่เข้ากันอย่างลงตัว ช่วยให้ลูกค้าใช้เวลาในการพัฒนาน้อยลงและยังประหยัดต้นทุนอีกด้วย

ปีนี้เป็นวาระครบรอบ 100 ปีของ Copeland ที่เริ่มต้นจากการที่นักประดิษฐ์ Edmund Copeland เริ่มธุรกิจการผลิตคอมเพรสเซอร์ทำความเย็นในสหรัฐอเมริกา และในปีพ.ศ. 2529 อิเมอร์สันได้ซื้อกิจการของ Copeland และทำการลงทุนครั้งสำคัญด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีคอมเพรสเซอแบบสโครลที่เป็นสัญลักษณ์ของบริษัท และได้เปิดตัวครั้งแรกภายใต้แบรนด์ Copeland ในปีพ.ศ. 2530 ซึ่งนับเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นทั่วโลก ด้วยตระกูลคอมเพรสเซอร์ที่ขึ้นชื่อด้านประสิทธิภาพการทำงานและความน่าเชื่อถือ

อิเมอร์สันยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยี Copeland อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา ออกแบบและวิศวกรรม ไปจนถึงการทดสอบขั้นสูงและการผลิตที่ศูนย์นวัตกรรมและโรงงานทั่วโลก ปัจจุบัน อิเมอร์สันออกแบบและผลิต Copeland ในสหรัฐอเมริกา จีน และประเทศอื่นๆ อีกหลายแห่ง เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของตลาดในแต่ละภูมิภาค

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอมเพรสเซอร์สโครลแบบปรับความเร็วได้ของ Copeland ได้ที่ เว็บไซต์ และข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีเครื่องปรับอากาศของ Emerson ได้ที่ Climate.Emerson.com/en-sg

[1] Thailand – Refrigeration and Air Conditioning NAMA. NAMA Facility

https://www.nama-facility.org/projects/thailand-refrigeration-and-air-conditioning-nama-rac-nama

[2] Putting a Price on Carbon  – an efficient way for Thailand to meet its bold emission target. International Energy Agency. 11/2020

https://www.iea.org/articles/putting-a-price-on-carbon-an-efficient-way-for-thailand-to-meet-its-bold-emission-target

[3] Data from Emerson lab

เกี่ยวกับอิเมอร์สัน

อิเมอร์สัน เป็นบริษัทชั้นนำของโลกด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรม สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเซนต์หลุยส์ มลรัฐมิสซูรี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา อิเมอร์สันนำเสนอโซลูชั่นและนวัตกรรมใหม่สำหรับลูกค้าในภาคอุตสาหกรรม การพาณิชย์ และธุรกิจที่พักอาศัย ธุรกิจ Emerson Automation Solutions ของอิเมอร์สัน ช่วยให้ผู้ประกอบการเพิ่มประสิทธิภาพขั้นตอนการผลิตได้สูงสุด ปกป้องบุคลากรและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และคุ้มค่าการลงทุน นอกจากนี้ อิเมอร์สัน คอมเมอร์เชียล แอนด์ เรซิเดนเชียล โซลูชั่น (Emerson Commercial and Residential Solutions) ยังช่วยให้มนุษย์มีความสะดวกสบาย ปลอดภัย ปกป้องความปลอดภัยของอาหาร (food safety) รวมทั้งการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยั่งยืน

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Emerson.com.


Exit mobile version