Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มจพ. จัดงานสัมมนาวิชาการแห่งชาติ“นวัตกรรมดิจิทัลสู่ความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ และอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน”

วันที่ 19 ตุลาคม 2566 เวลา 9.30 . มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ โดยคณะพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม ร่วมฉลองครบรอบ 65 ปี ของการก่อตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ หรือ วิทยาลัยเทคนิคไทยเยอรมัน จัดงานสัมมนาวิชาการระดับชาติ  เรื่องนวัตกรรมดิจิทัลสู่ความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจและอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน” Digital Innovation Capabilities for Sustainable Business and Industry Competitiveness”  โดย ศ.ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ นายกสภามหาวิทยาลัย เปิดบ้านต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมสัมมนาฯ ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน และกล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อติดปีกนวัตกรรมดิจิทัลในการปรับตัวเพื่อการแข่งขันทางธุรกิจและอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนโดยมี  .ดร.สุชาติ เซี่ยงฉิน อธิการบดี  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กล่าวต้อนรับงานสัมมนาวิชาการ  รศ.ดร.สุรพันธ์ ยิ้มมั่น รองอธิการบดีฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรมและพัฒนาธุรกิจ ศึกษา และรักษาการแทนคณบดีคณะพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม กล่าวรายงาน นอกจากนี้ ได้เชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ คุณธง ตั้งศรีตระกูล รองประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย คุณศุภชัย เอกอุ่น ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และดร.รัฐศาสตร์ กรสูต รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA)  มาร่วมให้ความรู้ในครั้งนี้ด้วย และมีผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนาในหอประชุมแห่งนี้มากกว่า 400 คน

งานสัมมนาวิชาการระดับชาติ เรื่องนวัตกรรมดิจิทัลสู่ความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจและอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน” Digital Innovation Capabilities for Sustainable Business and Industry Competitiveness” จัดขึ้นโดยคณะนักศึกษาปริญญาเอกหลักสูตรบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและทรัพยากรมนุษย์ คณะพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดงานสัมมนาฯ ในครั้งนี้ เนื่องจากทางมหาวิทยาลัยฯ เล็งเห็นว่าปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญส่งผลมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในการดำเนินธุรกิจ และการปรับตัวของการบริหารจัดการทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งมีผลกระทบตั้งแต่การทบทวนวิสัยทัศน์ พันธกิจ และการกำหนดกลยุทธ์ขององค์กร เพื่อการก้าวสู่การเติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล และที่สำคัญอย่างยิ่งการปรับตัวในแนวทางการบริหารจัดการองค์กรภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมของประเทศไทยให้มั่นคงและยั่งยืน พร้อมมุ่งเน้นในการเสริมสร้างองค์ความรู้ และมุมมองในการพัฒนาทิศทางองค์กรที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ผลกระทบต่อการยกระดับอุตสาหกรรมไทย และสร้างโอกาสในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างองค์กรภาครัฐและเอกชน เพื่อจะนำสู่การร่วมมือในการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมของประเทศเพื่อการแข่งขันกับต่างประเทศในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล  และที่สำคัญจัดการสัมมนา ในครั้งนี้ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สำคัญในการส่งเสริมความเข้าใจและการนำเอาหลักการดังกล่าวมาปรับใช้ในองค์กรและอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างการเรียนรู้และเข้าใจแนวโน้มทางดิจิทัลความเข้าใจถึงแนวโน้มและการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้บริหารและผู้ประกอบการ จะเป็นโอกาสในการสร้างการเรียนรู้และความเข้าใจในปัจจัยที่ส่งผลต่อธุรกิจและอุตสาหกรรมในยุคดิจิทัล  และเพื่อส่งเสริมการนวัตกรรมและการพัฒนาใหม่ การนวัตกรรมเป็นจุดเด่นในการแข่งขันทางธุรกิจและอุตสาหกรรม เพื่อให้ธุรกิจเติบโตและคงทนอยู่ในระยะยาว การสัมมนาจะเป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับการแลกเปลี่ยนแนวคิดและการสร้างสรรค์ในการนำเอานวัตกรรมดิจิทัลมาใช้ในองค์กร รวมถึงเพื่อเสริมความเข้าใจในความสำคัญของความยืดหยุ่น ความยืดหยุ่นในการปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลเป็นสิ่งสำคัญในการรอดมีอยู่ในยุคปัจจุบัน การสัมมนาจะช่วยให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจถึงวิธีที่นวัตกรรมดิจิทัลสามารถช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง

องค์กรและทุกธุรกิจต่างมองหาการเพิ่มความเข้าใจในการใช้นวัตกรรมดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การนำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาใช้ในธุรกิจและอุตสาหกรรมสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการต่าง ๆ ผู้เข้าร่วมสัมมนาจะได้รับความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ในธุรกิจ  การเปิดโอกาสให้เกิดการนวัตกรรมและการพัฒนาใหม่  จากสาเหตุข้างต้น ทำให้การสัมมนาในครั้งนี้ เป็นเวทีที่สร้างสภาวะสร้างสรรค์และกระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมมองหาวิธีในการนำเอาเทคโนโลยีและแนวคิดใหม่ ๆ มาปรับใช้ในองค์กรของพวกเขา ซึ่งจะส่งเสริมการนวัตกรรมและการพัฒนาในองค์กรและอุตสาหกรรม เพื่อเตรียมความพร้อมในการเผชิญกับอนาคตที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  อุตสาหกรรมและธุรกิจต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การสัมมนาเรื่องนี้จะช่วยเตรียมความพร้อมให้ผู้เข้าร่วมรับมือกับอนาคตที่ไม่แน่นอนด้วยการเพิ่มความเข้าใจและการนำเอาหลักการดังกล่าวมาปรับใช้ในปัจจุบันและอนาคต


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มจพ. จัดงานสัมมนา “รถยนต์ EV กับการพัฒนาพลังงานไทย”

.ดร.สุชาติ เซี่ยงฉิน  อธิการบดี มจพ. กล่าวเปิดการสัมมนารถยนต์ EV กับการพัฒนาพลังงานไทยในวันที่ 11 ตุลาคม 2566 เวลา 12.30 – 16.00 . ณ หอประชุมเบญจรัตน์ อาคารนวมินทรราชินี มจพ. นายชัยวัฒน์ วนิชวัฒนะ บรรณาธิการ The Leader Asia กล่าวรายงาน จากนั้น นางสาวนุจรีย์ เพชรรัตน์  ผู้อำนวยการกองนโยบายอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน   สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน  บรรยายพิเศษทิศทางการพัฒนาด้านพลังงานใหม่ของไทยผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ ศ.ดร.นิสัย เฟื่องเวโรจน์สกุล คณบดีบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติ สิรินธรไทยเยอรมัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง อุปนายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย นายปริพัตร บูรณสิน อดีตที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการยานยนต์ไฟฟ้าสภาผู้แทนราษฎร ดร.วิชญ์พล โมทนียชาติ ผู้จัดการแผนกวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด และนายชัยวัฒน์ วนิชวัฒนะ บรรณาธิการ The Leader Asia ดำเนินการเสวนา การรู้เท่าทันต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกการผลิตในปัจจุบัน จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมและพลังงานใหม่ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย รวมถึงเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างสื่อมวลชนกับสถาบันอุดมศึกษาในการจัดกิจกรรมวิชาการที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาความรู้ความคิดของนักศึกษา และแสวงหาข้อมูลข่าวสารเผยแพร่ต่อสาธารณชน


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มจพ. ส่งดาวเทียมแนคแซท 2 แก่สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) พร้อมปล่อยเข้าสู่วงโคจร ปี’67

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) จัดแถลงข่าวดาวเทียมแนคแซท 2 (KNACKSAT-2) ที่ได้พัฒนาเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยจะนำส่งมอบแก่องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) เพื่อส่งที่สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) พร้อมส่งดาวเทียมแนคแซทขึ้นสู่วงโคจรภายในปีต้นปี 2567 

.ดร.สมฤกษ์ จันทรอัมพร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เป็นประธานงานแถลงข่าวพิธีส่งดาวเทียมแนคแซท 2 (KNACKSAT-2)  ผศ.ปรีชา  อ่องอารี ผู้อำนวยการอุทยานเทคโนโลยี พร้อมด้วยหน่วยงานร่วมวิจัยของเพย์โหลด (Mission Payload) 7 แห่ง  คณะผู้บริหาร คณาจารย์ นักศึกษา และ อาจารย์ ดร.พงศธร สายสุจริต รักษาการผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีอวกาศนานาชาติเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และหัวหน้าโครงการ รายงานความเป็นมาการดำเนินโครงดาวเทียมแนคแซท 2 (KNACKSAT-2) สร้างโดย ทีมวิจัย อาจารย์ มจพ. ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อใช้ประโยชน์จากห้วงอวกาศ สามารถเข้าถึงง่ายใช้ทรัพยากรที่จำกัดอย่างมีประสิทธิภาพ  แถลงข่าววันพุธที่ 11 ตุลาคม  2566  เวลา 12.00 – 13.00 .    ห้องประชุมชั้น  3  อาคารบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทยเยอรมัน มจพ.

KNACKSAT-2 เป็นโครงการดาวเทียม CubeSat ขนาด 3U (30 x 10 x 10 ซม.) พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งเป็นดาวเทียมที่มีรูปแบบเป็น Ride Sharing Platform Satellite บรรจุเพย์โหลด (Mission Payload) หรืออุปกรณ์เพื่อพันธกิจทั้งหมด 7 ระบบ โดยแต่ละเพย์โหลดเป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง มจพ. กับหน่วยงานภายนอก 7 แห่ง  ได้แก่ 1. บริษัท แอดวานซ์ จำกัด (มหาชน ) 2. สถาบันวิจัยดาราศาตร์แห่งชาติ (องค์กรมหาชน) 3. มหาวิทยาลัยพะเยา  4. มหาวิทยาลัย Universiti Teknologi MARA (UiTM)  ประเทศมาเลเซีย 5. มหาวิทยาลัย University of Perpetual Help System Dalta (UPHSD) ประเทศฟิลิปินส์ 6. โรงเรียนเตรียมวิศวกรรมศาสตร์  มจพ. และ 7. ศูนย์วิจัยระบบราง มจพ.  ทั้งนี้เพย์โหลดที่พัฒนาเพื่อวัตถุประสงค์ ดังนี้  การสาธิตการทำงาน IoT Gateway และภารกิจ Store and Forword  การสาธิตการติดตามตำแหน่งและความเร็วรถไฟทางดาวเทียม การทดสอบการถ่ายภาพความละเอียดสูงของอวกาศ การทดสอบเทคโนโลยีการป้องกันรังสีจากอวกาศที่ผลกระทบต่อระบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการทดสอบวัสดุและอุปกรณ์ Commercial off-the-shelf 

ขวัญฤทัย ข่าว/สมเกษ ถ่ายภาพ


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มจพ. ต้อนรับ รมว. อุตสาหกรรมเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการและผลงานวิจัยอุตสาหกรรม

.ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ นายกสภามหาวิทยาลัย  .ดร.สุชาติ เซี่ยงฉิน อธิการบดี  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า

พระนครเหนือ (มจพ.)  กรรมการสภามหาวิทยาลัย และคณะผู้บริหาร มจพ.  ร่วมให้การต้อนรับ นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในวันที่ 27 กันยายน 2566 ณ ห้องประชุมราชพฤกษ์ อาคารนวมินทรราชินี การเข้าเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการ และผลงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ของอาจารย์และนักศึกษา คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์  มจพ.

จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมบรรยายพิเศษเรื่องแรงบันดาลใจสู่โอกาส (Inspiration on the Chance) เพื่อสร้างแรงบันดาลใจแก่นักศึกษา  มอบเสื้อสามารถและรับชมการแสดงสมรรถนะของหุ่นยนต์กู้ภัย  รางวัลชนะเลิศ แชมป์โลก สมัยที่ 9 ประจำปี พ.. 2566

ขวัญฤทัย ข่าว


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มจพ. ลงนามความร่วมมือ บพข. ขับเคลื่อนงานวิจัยเชิงลึก เร่งรัดนำงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

.ดร.สมฤกษ์ จันทรอัมพร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า

พระนครเหนือ ( มจพ.) ร่วมพิธีลงนามความร่วมมือ Memorandum of Intent (MOI) ระหว่าง 10 หน่วยงาน โชว์ความสำเร็จ 3 ปี  สร้าง 11 แพลตฟอร์ม  เป็นงานเร่งรัดงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเชิงลึก

เพื่อเร่งรัดนำงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์กับหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.)  พร้อมด้วย ผศ.ดร.พีรพงษ์ พรวงศ์ทอง ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนานวัตกรรม 

รศ.ดร.กัมปนาท เทียนน้อย ผู้อำนวยการสำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  และ ผศ.ดร.ชลกาญจน์  วงศ์ก่อทรัพย์

ผู้จัดการศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ  ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเร่งรัดงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Science and Technology Accelerators)  เกิดการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์และบริการมูลค่าสูงสู่เชิงพาณิชย์ให้สามารถพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีเชิงลึกจนได้ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีมูลค่าสูงเสริมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของประเทศ

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2566 ณ โรงแรมพูลแมน กรุงเทพฯ

ขวัญฤทัยข่าว


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มจพ. ลงนามความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัย NFU สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)

รศ.ดร.อัยยะ  จันทรศิริ  คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ พลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ  วิทยาเขตระยอง   ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ กับ Prof. Li – Wei Chen, Vice President for International Affairs  มหาวิทยาลัย  National  Formosa  University  สาธารณรัฐจีน  (ไต้หวัน)   โดยมี  .ดร.สมฤกษ์    จันทรอัมพร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ  มจพ. ร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมด้วยคณาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัย National Formosa University สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) พิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมความร่วมมือระหว่างทั้งสองมหาวิทยาลัย เกี่ยวกับด้านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ของบุคลากรและนักศึกษา รวมถึงความร่วมมือด้านงานวิจัย ตลอดจนการเข้าเยี่ยมชม ศึกษาดูงาน และกิจการมหาวิทยาลัย ในวันพุธที่ 30 สิงหาคม 2566 ณ มจพ. กรุงเทพฯ


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

วิศวกรรมเคมี มจพ. สร้างชื่อเทคโนโลยีสีเขียวสำหรับยานยนต์ สู่กระบวนการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงฯ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

รศ.ดร.สุวิมล  วงศ์สกุลเภสัช  อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เปิดเผยถึง เทคโนโลยีสีเขียวสำหรับยานยนต์ ต้นแบบและเทคโนโลยีกระบวนการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงเหลวสังเคราะห์ ที่ตอบโจทย์การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นโครงการวิจัยที่ได้รับทุนจากหน่วยบริหารและจัดการด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) เป็นทุนวิจัยประเภท สร้างเศรษฐกิจฐานชีวภาพ (เชื้อเพลิงชีวภาพ วัสดุและเคมีชีวภาพ) จากกการเปลี่ยนผลผลิตทางการเกษตรหรือของเหลือทิ้งในกระบวนการผลิตหรือการบริโภค

ระยะเวลาโครงการ 2 ปี (2564-2566) มูลค่ารวมโครงการ 29 ล้านบาท

จุดเด่นของต้นแบบและเทคโนโลยีกระบวนการผลิตกระบวนการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงเหลวสังเคราะห์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตลอดกระบวนการ จะประกอบไปด้วย กระบวนการผลิตก๊าซไฮโดรเจนและก๊าซสังเคราะห์ กระบวนการฟิชเชอร์โทรป (Fisher-Tropsch)  กระบวนการผลิต Bio-hydrogenated diesel (BHD) สามารถตอบโจทย์เทคโนโลยีสีเขียวสำหรับยานยนต์ ถือเป็นหนึ่งในเชื้อเพลิงสะอาดที่ประยุกต์ใช้ในการคมนาคม นอกจากนี้ยังพบว่า น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพนี้มีค่าซีเทนที่สูงกว่าน้ำมันที่ได้จากน้ำมันดิบ และไม่ปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อมเพราะมีองค์ประกอบของซัลเฟอร์ต่ำ สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงเหลวสังเคราะห์นั้น สามารถผลิตได้จากก๊าซสังเคราะห์เป็นน้ำมันคุณภาพสูง น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ และน้ำมันเชื้อเพลิงเหลวสังเคราะห์นี้ สามารถใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลที่อาศัยหลักการอัดอากาศ และเชื้อเพลิงให้มีความดันสูงจนเชื้อเพลิงสามารถติดไฟได้ ด้วยเหตุนี้ งานวิจัยนี้ จึงมุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการผลิตน้ำมันชีวภาพ โดยการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตตลอดทั้งกระบวนการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถตอบสนองความต้องการการใช้งานจริงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายของกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ ได้แก่ อุตสาหกรรมพลังงาน อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมเคมี

รศ.ดร.สุวิมล  ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันปัญหาภาวะโลกร้อนที่เกิดเนื่องจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่บรรยากาศได้รับความสนใจทั่วโลกการพัฒนากระบวนการผลิตสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากจะช่วยลดภาวะโลกร้อน แล้วยังสามารถลด PM 2.5 ได้อีกด้วย ซึ่งตอบโจทย์ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน  ต้นแบบและเทคโนโลยีกระบวนการผลิตกระบวนการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงเหลวสังเคราะห์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนี้ เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตในประเทศไทย สามารถช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดีเซลและเพิ่มกำไรจากการเปลี่ยน waste เป็น high- value products ซึ่งช่วยส่งผลต่อเสถียรภาพด้านราคาพลังงานได้  อีกทั้งเพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขันและวางรากฐานทางเศรษฐกิจที่ช่วยลดต้นทุน  ถือเป็นทางเลือกใหม่ที่เหมาะสมที่ได้จากเทคโนโลยีกระบวนการผลิตกระบวนการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงที่สะอาด นอกจากนี้การพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศช่วยทำให้เกิดการลงทุุนในอุุตสาหกรรมพลัังงานและอุุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเพิ่มมากขึ้น ช่่วยยกระดัับรายได้้แก่่ประชาชนในพื้นที่ทั้งในทางตรงและทางอ้อม เพิ่มเสถียรภาพด้านราคาในอุตสาหกรรมน้ำมันและทางการเกษตร

สอบถามรายละเอียดเพื่มได้ที่รศ.ดร.สุวิมล วงศ์สกุลเภสัช  ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)  โทรศัพท์. 097-042-1315 หรือที่ e-mail: suwimol.w@eng.kmutnb.ac.th

ขวัญฤทัย ข่าว


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

อาจารย์ วิศวะ มจพ. พัฒนาอุปกรณ์สวมตลับลูกปืนเน้นฟังก์ชั่นขดลวดเหนี่ยวนำความร้อน

ผลงานของ ผศ.พิพิถนนท์   พูลสวัสดิ์ อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมการผลิต ภาควิชาวิศวกรรมการผลิตและหุ่นยนต์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)  กำลังอยู่ในระหว่างการจดอนุสิทธิบัตร เรื่อง อุปกรณ์ให้ความร้อนตลับลูกปืนด้วยขดลวดเหนี่ยวนำ เป็นการใช้หลักการเหนี่ยวนำทางไฟฟ้า ให้สามารถตอบโจทย์ในส่วนของกรรมวิธีการผลิตในการสวมประกอบ เป็นกระบวนการที่มีความรวดเร็ว ไม่สกปรกและสามารถควบคุมอุณหภูมิและให้ความร้อนในส่วนที่ต้องการได้ แต่เนื่องจากในปัจจุบันเครื่อง Induction bearing heater สำหรับตลับลูกปืน ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดใหญ่มาก ยังมีราคาที่สูงอยู่ซึ่งอาจไม่คุ้มต่อการลงทุนสำหรับตลับลูกปืนขนาดเล็ก ยังมีการสวมอัดตลับลูกปืนด้วยวิธีทางกลโดยการตอก จึงเป็นที่มาแนวคิดและพัฒนาการออกแบบและสร้างเครื่อง Induction heater สำหรับตลับลูกปืนที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 30 มิลลิเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 40 มิลลิเมตร อุปกรณ์สวมตลับลูกปืนที่ใช้การความร้อนกับตลับลูกปืนด้วยขดลวดเหนี่ยวนำนั้น ถือได้ว่าเป็นวิธียืดอายุการใช้งานตลับลูกปืนให้ใช้งานยาวขึ้น และลดความเสียหายของชิ้นส่วนที่สวมประกอบ ช่วยประหยัดเวลาในการบำรุงรักษา และประหยัดค่าใช้จ่ายการบำรุงรักษา รวมถึงมีประสิทธิภาพในการใช้งานมากขึ้น โดยได้รับทุนสนับสนุนจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ระยะเวลาในการทำวิจัย 1 ปี

ผศ.พิพิถนนท์ อธิบายให้ฟังว่า วัตถุประสงค์ของพัฒนาอุปกรณ์สวมตลับลูกปืน เพื่อช่วยในการสวมประกอบตลับลูกปืนกับเพลา โดยไม่ให้เกิดความเสียหาย และให้ได้ฟังก์ชั่นการทำงานที่สมบูรณ์ การสวมประกอบตลับลูกปืน (Bearing) เข้ากับเพลาด้วย โดยปกติจะมีค่าพิกัดงานสวมเป็นเกณฑ์กำหนดอยู่แล้ว ชนิดของงานสวมให้เราเลือกว่าจะเลือกงานสวมอัด สวมพอดี ในงานสวมประกอบยังแบ่งออกเป็นเพลาคงที่และรูคว้านคงที่ ซึ่งขึ้นอยู่กับหน้าที่ของชิ้นส่วนส่งกำลังและฟังก์ชั่นการทำงานของเครื่องจักรนั้น ในส่วนของตลับลูกปืนเป็นการสวมชนิดรูคว้านคงที่ พิกัดงานสวมมีความสำคัญในการออกแบบและการประกอบ จึงได้เริ่มมีการใช้หลักการการให้ความร้อนโดยตรงกับตลับลูกปืนเพื่อให้แบริ่งเกิดการขยายตัว และสามารถสวมกับเพลาได้ การใช้ความร้อนในการทำให้ตลับลูกปืนขยายตัว

ลักษณะเด่นของการพัฒนาอุปกรณ์สวมตลับลูกปืน ใช้หลักการของเครื่องให้ความร้อนตลับลูกปืนด้วยการเหนี่ยวนํา  เมื่อป้อนกระแสไฟเข้าที่ขดลวดเหนี่ยวนํา ซึ่งเปรียบได้กับขดลวดปฐมภูมิของหม้อแปลงไฟฟ้าก็จะมีกระแสไหลผ่านขดลวดซึ่งกระแสนี้ จะทําให้เกิดเส้นแรงแม่เหล็กขึ้น เส้นแรงแม่เหล็กที่เกิดขึ้นนี้จะไปตัดกับตลับลูกปืน   ในที่นี้ตลับลูกปืนเปรียบเหมือนขดลวดที่มีปลายทั้งสองข้างติดถึงกัน  ดังนั้น จึงทําให้เกิดกระแสไหลในตลับลูกปืนกระแสนี้เรียกว่า กระแสไหลวน กระแสไฟฟ้านี้จะทําให้เกิดความร้อนในตลับลูกปืนขึ้น ยิ่งมีกระแสไหลวนมากเพียงใดก็จะทําให้ ตลับลูกปืนร้อนมากขึ้นกระแสไหลวนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ  (1)  กระแสที่ไหลผ่านขดลวดเหนี่ยวนําถ้ามีกระแสมาก กระแสไหลวนที่เกิดขึ้นในตลับลูกปืนก็จะมากด้วย (2) ค่าสัมประสิทธิ์ (Coefficient) ของการเหนี่ยวนํา และ (3)   อัตราส่วน (Ratio) ระหว่างจํานวนของขดลวดเหนี่ยวนําตลับลูกปืน

อย่างไรก็ตาม ผศ.พิพิถนนท์ กล่าวเสริมว่า วิธีการดำเนินงานได้ทำการออกแบบด้านฮาร์ดแวร์ โดยได้ดำเนินพัฒนาและทดสอบประสิทธิภาพเครื่อง/ผลการทดสอบ ทดลองกับตลับลูกปืน รูในเส้นผ่านศูนย์กลาง 30 มิลลิเมตร สวมกับเพลาโดยให้พิกัดงานสวมพอดีและงานสวมอัด ที่อุณหภูมิไม่เกิน 150 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที ในการสวมประกอบ  ระหว่างใช้งาน เช่น การหมุน การเลื่อน และถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนอุปกรณ์สวมตลับลูกปืน ก็เกิดการสึกหรอก และเป็นสนิมได้ หากการพัฒนาอุปกรณ์ให้ความร้อนตลับลูกปืนด้วยขดลวดเหนี่ยวนำ ยังช่วยในเรื่องของการลดการชำรุด ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายการบำรุงรักษา โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนเพลาหรือเฟือง ทำให้การหมุนคล่องตัว และช่วยตรวจสอบเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่เมื่อเกิดการสึกหรอหรือชำรุดก็สะดวกขึ้น รวมถึงมีประสิทธิภาพในการใช้งานมากขึ้น  การใช้ความร้อนตลับลูกปืนด้วยขดลวดเหนี่ยวนำ ยังเป็นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย

การพัฒนาอุปกรณ์ให้ความร้อนตลับลูกปืนด้วยขดลวดเหนี่ยวนำสามารถเป็นต่อยอดพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมด้านการผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และหากนำไปทำในเชิงพาณิชย์ได้โอกาสและทิศทางเป็นไปได้มากเนื่องจากต้นทุนของเครื่องราคาไม่สูงโดยงบประมาณไม่เกินสองหมื่นบาทเฉพาะค่าวัสดุและอุปกรณ์

สอบถามรายละเอียดได้ที่  ภาควิชาวิศวกรรมการผลิตและหุ่นยนต์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ  โทรศัพท์ 0-2555-2000 ต่อ  8217

ขวัญฤทัยข่าว


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

อาจารย์ วทอ.มจพ. สร้างนวัตกรรมเครื่องคัดแยกดอกดาวเรือง อนุสิทธิบัตรแรกของคนไทย

ผศ.ขวัญชัย เสวีนันท์  ภาควิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมเครื่องกล   วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)  ผู้สร้างนวัตกรรมเครื่องคัดแยกขนาดดอกดาวเรือง  ชิ้นแรกของคนไทย ที่ได้รับอนุสิทธิบัตร เลขที่ 21280 จดทะเบียน เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2566 ไอเดียเกิดจากการมองเห็นปัญหาของเกษตรกรไทย ด้านอุปกรณ์ทุ่นแรง ด้านการใช้แรงงานในภาคเกษตรลดลง รวมถึงยังขาดแคลนนวัตกรรมเกษตรที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีในการอำนวยความสะดวกในการทำงาน การลดระยะเวลา การลดจำนวนแรงงานคน เพื่อเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้น โดยขนาดของเครื่องมีความกว้าง  1,220 ยาว 2,450  สูง 1,550 มิลลิเมตร  ชุดโครงสร้างเครื่องจะประกอบไปด้วย ชุดถาดเขย่า ชุดลำเลียงและคัดแยก ชุดเปลี่ยนทิศทาง โครงเครื่องทำหน้าที่รองรับชิ้นส่วนต่าง ๆ  ถาดเขย่าตัวที่ป้อนดอกดาวเรือง ทำให้ดอกดาวเรืองเคลื่อนที่ตกลงมายังชุดเปลี่ยนทิศทางที่ดึงและลำเลียงดอกดาวเรืองที่ตกลงมาในแบบดอกที่เป็นลักษณะคว่ำ เพื่อให้ง่ายต่อการคัดแยกขนาด ชุดลำเลียงจะลำเลียงและคัดแยกขนาดของดอกดาวเรืองได้ทั้ง  ขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ชุดรองรับทำหน้าที่รองรับดอกดาวเรืองที่ตกลงมาจากชุดลำเลียงนำดอกดาวเรืองตกลงไปที่ตะกร้าด้านล่าง โดยที่ปลายของถาดรองรับมีตัวนับจำนวน    การออกแบบและสร้างเครื่องคัดแยกขนาดดอกดาวเรืองนำไปใช้งานทางการเกษตร ที่สามารถควบคุมระยะเวลาในการคัดแยกและลดความผิดพลาดจากการคัดแยกขนาดดอกดาวเรือง  ที่ครอบคลุมถึงการวางแผนการเพาะปลูกและสามารถเพิ่มผลผลิตที่มีคุณภาพขนาดของดอกดาวเรืองให้สมบูรณ์มากขึ้น

ผศ. ขวัญชัย เปิดเผยว่า ตนเองและคณะทำงานได้ลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร  ซึ่งเป็นพื้นที่ชาวเกษตรกรทำการปลูกดาวเรืองเป็นจำนวนมาก  ซึ่งในภาพรวมแล้วชาวเกษตรกรที่เพาะปลูกดอกดาวเรืองเพื่อการขายส่งตามฤดูกาล และเมื่อมีผลผลิตออกสู่ท้องตลาดเพื่อส่งจำหน่ายมีจำนวนมาก ความต้องการของดอกดาวเรืองจึงมีเพียงพอ ในทางกลับกันด้านแรงงานและกำลังคนในการตัดและคัดแยกดอกดาวเรืองขาดแคลน และไม่เพียงพอกับความต้องการ อีกทั้งทุกขั้นตอนของการคัดแยกดอกดาวเรืองยังใช้แรงงานคนที่มีทักษะและชำนาญสูงในการเก็บเกี่ยว และต้องมีประสบการณ์ในการทำงานลักษณะนี้ หากชาวเกษตรกรขาดทักษะและความชำนาญก็จะใช้ระยะเวลานาน และมีโอกาสในการคัดแยกดอกดาวเรืองผิดพลาด ส่งผลต่อคุณภาพของดาวเรืองอีกด้วย 

ลักษณะเด่นของเครื่องคัดแยกดอกดาวเรืองสอดคล้องกับลักษณะการใช้งานชาวเกษตรกรที่ง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก ด้วยมีขนาดของเครื่องที่ถูกออกแบบรองรับได้เป็นอย่างดีด้วยชุดโครงสร้างเครื่องอย่าง ชุดถาดเขย่า ชุดลำเลียงและคัดแยก เป็นต้น ด้านความแม่นยำของชุดลำเลียงก็จะ ลำเลียงและคัดแยกขนาดของดอกดาวเรืองได้ทั้ง  ขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ได้ตามที่กำหนดไว้ เมื่อดอกดาวเรืองถูกชุดถาดเขย่าแล้ว ก็จะสู่กระบวนการลำเลียงและตกลงไปที่ตะกร้าที่รองรับไว้ด้านล่างของถาดรองรับดอกดาวเรืองพร้อมๆ กับตัวนับจำนวนดอกดาวเรือง จำนวนการคัดแยก 100 ดอกต่อ 3 นาที  สำหรับงบประมาณที่ใช้สร้างเครื่อง 50,000 บาท ใช้เวลาสร้าง  2 เดือน

นวัตกรรมเครื่องคัดแยกดอกดาวเรืองนี้ นับว่าเป็นประโยชน์ต่อชาวเกษตรกรและได้เสียงตอบรับที่ดี ประการสำคัญคือ สามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายคือ การลดแรงงานคนของชาวเกษตรกร และยังช่วยในเรื่อง เวลาที่รวดเร็ว และประหยัดเวลาในการคัดแยกดอกดาวเรื่อง  รวมถึงช่วยลดข้อผิดพลาดในการคัดแยกดอกดาวเรือง  และนำไปต่อยอดความรู้โดยนำไปประยุกต์ใช้กับการเกษตรเพื่อให้การทำงานรวดเร็วขึ้น  ลดต้นทุนและประหยัดค่าใช้จ่าย และยังสามารถวางแผนในการทำการเกษตรครั้งต่อไปได้ และรวมไปถึงผลผลิตที่ดี มีคุณภาพ อนาคตสามารถใช้งานด้านอุตสาหกรรมเกษตรที่กว้างขวางมากขึ้นตามลำดับ ผศ. ขวัญชัย กล่าวท้ายที่สุด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่  ผศ.ขวัญชัย  เสวีนันท์   ภาควิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมเครื่องกล วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ โทรศัพท์ 081-803-8767

ขวัญฤทัย ข่าว


Categories
ข่าวประชาสัมพันธ์

มจพ. แถลงข่าวทีมหุนยนต์ iRAP ROBOT คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 9 โชว์นวัตกรรมยอดเยี่ยมระดับโลก

.ดร.สุชาติ  เซี่ยงฉิน อธิการบดี  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เปิดเผยว่า ทีมหุ่นยนต์  iRAP Robot  (ไอราฟ โรบอท) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) คว้าแชมป์โลกรางวัลชนะเลิศ หุ่นยนต์กู้ภัย World Robocup Rescue 2023 โดยเป็นแชมป์โลกสมัยที่ 9 และได้รางวัล Best in class mobility (สมรรถนะการขับเคลื่อนยอดเยี่ยม) และ รางวัล Best in class mapping (การสร้างแผนที่จำลองเสมือนจริงยอดเยี่ยมระดับโลก) ณ เมืองบอร์โด ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 4 -10 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา  ผลงานหุ่นยนต์  iRAP Robot  นับเป็นการสร้างชื่อเสียงในระดับโลกให้ประเทศไทยและ มจพ. แชมป์โลกหุ่นยนต์กู้ภัยสมัยที่ 9  มจพ. จึงเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกแห่งเดียวในโลกที่เป็นแชมป์หุ่นยนต์กู้ภัยถึง  9 สมัย ยืนหนึ่งโชว์นวัตกรรมที่ยอดเยี่ยมระดับโลก นับได้ว่ามีความสำเร็จเป็นอย่างมากทั้งในด้านของทีมเวิร์คของนักศึกษาทีมแชมป์โลกหุ่นยนต์กู้ภัยของมหาวิทยาลัยได้นำชื่อเสียงมาสู่มหาวิทยาลัยและประเทศชาติครั้งนี้  โดยมีทีมหุ่นยนต์กู้ภัยเข้าร่วมจำนวน 17 ทีม จากนานาประเทศชั้นนำด้านเทคโนโลยี ประกอบด้วย อเมริกา เยอรมัน ญี่ปุ่น จีน เม็กซิโก บังกลาเทศ เกาหลีใต้ ออสเตรีย ฝรั่งเศส ตุรกี และไทย  โดยประเทศไทยสามารถคว้าชัยชนะได้

อาจารย์ดร.อรัญ แบล็ทเลอร์ อาจารย์ที่ปรึกษาและควบคุมทีม กล่าวว่า เมื่อหุ่นยนต์ iRAP Robot ปรากฏตัวขึ้นในสนามย่อมเป็นตัวเต็งในการแข่งขันครั้งนี้ สามารถสะกดสายตาทีมอื่น ด้วยศักดิ์ศรีที่เป็นแชมป์โลกหลายสมัย จึงทำให้ทีมเราต้องพัฒนาศักยภาพ และสร้างสรรค์นวัตกรรมที่โดดเด่น ฝีมือขั้นเทพจากนักศึกษารั้วมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ แบบ 100%” เติมเต็มทุกกระบวนการในการสร้างหุ่นยนต์ให้ตรงความต้องการของโจทย์และกติกาการแข่งขันในเวทีระดับโลกยุคใหม่ในหลาย ๆ ด้าน สำหรับการพัฒนาต่อยอดให้ความสำคัญเทคโนโลยีทุกด้าน รวมถึงการสร้างหุ่นยนต์ให้เป็นอัตโนมัติมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรักษาแชมป์ให้ได้ต่อไป  ในปีนี้หุ่นยนต์ iRAP Robot ได้รับรางวัล Best in class mapping (การสร้างแผนที่จำลองเสมือนจริงยอดเยี่ยมระดับโลก) เป็นรางวัลที่สร้างภาคภูมิใจมาก เนื่องจากได้รับคื่นชมจากคณะกรรมผู้ตัดสินว่าได้ออกแบบ และสร้างแผนที่จำลองเสมือนจริงที่สมบูรณ์แบบกว่าทุกปีที่ผ่านมา นับเป็นปีแรกที่สามารถคว้ารางวัลนี้มาจากทีมเยอรมันได้สำเร็จ

จุดเด่นที่ทำให้ทีมหุ่นยนต์กู้ภัยคว้าแชมป์โลกในครั้งมีอยู่ 3 องค์ประกอบที่บ่งบอกถึงสมรรถนะ 3 ด้าน

1. Mobility หรือด้านการขับเคลื่อน หุ่นยนต์ของเราสามารถวิ่งผ่านสิ่งกีดขวางอย่างเช่น หิน ทราย หรือบล๊อกไม้ซึ่งเป็นการจำลองการเกิดอุบัติภัย อาคารถล่ม

2. Dexterity หรือด้านการใช้แขนกล หุ่นยนต์สามารถใช้แขนกลในการหยิบจับสิ่งกีดขวางหรือวัตถุในพื้นที่ประสบภัย หรือการเปิดประตูอาคาร

3. Exploration หรือ Mapping หรือด้านการสำรวจและทำแผนที่ หุ่นยนต์ของเราสามารถสร้างแผนที่สภาพแวดล้อมที่ได้วิ่งผ่าน เพื่อดูว่ามีสิ่งกีดขวางตรงไหนบ้าง เส้นทางการเดินทางที่เหมาะสมเป็นอย่างไร นอกจากนี้จะมีระบบการตรวจจับวัตถุอัตโนมัติซึ่งใช้ระบบของ AI หรือ Neural network ในการทำงาน โดยเมื่อระบบตรวจจับตรวจพบวัตถุ เช่นป้ายวัตถุไวไฟ วัตถุที่สามารถระเบิดได้ ตำแหน่งของวัตถุดังกล่าวจะถูกพลอตลงไปยังแผนที่ ทำให้เราจะสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวในการช่วยเหลือทีมหน่วยกู้ภัยในการระบุเส้นทางหรือพื้นที่เสี่ยงที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อลดความเสี่ยงในการเข้าสู่พื้นที่ประสบภัยจริง

ผศ.นพดล  พัดชื่น  อาจารย์ที่ปรึกษาและควบคุมทีม เล่าให้ฟังถึงการออกแบบและสร้างหุ่นยนต์ว่า ทั้งหมดของฮาร์ดแวร์ ส่วนโครงสร้าง และการออกแบบ ถูกออกแบบและสร้างด้วยฝีมือเด็กไทย มีเพียงชิปประมวลผลที่ยังต้องอาศัยจากต่างประเทศเนื่องจากประเทศไทยยังผลิตไม่ได้  ส่วนซอฟต์แวร์ทั้งหมดก็ถูกออกแบบและสร้างขึ้นจากฝีมือนักศึกษาและอาจารย์ในทีมทั้งหมดไม่ได้ใช้ของจากต่างประเทศ  เสริมให้สมรรถนะของหุ่นยนต์  iRAP Robot  สามารถทำคะแนนมาเป็นอันดับหนึ่งทุกรอบ โดยรอบคัดเลือกได้ 1411% รอบก่อนชิงชนะเลิศได้ 695%  ซึ่งทำให้บรรยากาศการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเป็นไปอย่างเข้มข้น สร้างความกดดันให้กับทุกทีม จากเวทีการแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัยโลก “World RoboCup Rescue 2023” นับได้ว่าความสำเร็จในครั้งนี้เป็นความมุ่งมั่นในการทำงานอย่างเป็นระบบมีการทำงานเป็นทีมและทุกคนมีสติและเป้าหมายร่วมกัน

สมาชิกในทีม iRAP ROBOT ที่แถลงข่าวในวันศุกร์ที่ 14 กรกฎาคม 2566 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ประกอบด้วย (1) นายจิรกานต์ สุขเจริญ (หัวหน้าทีมหุ่นยนต์ iRAP Robot) 

(2) นายฐิติยศ ประกายธรรม (3) นายภูมิทรรศน์ สังขพันธ์  (4) นายศักดิธัช วินิจสรณ์ (5) นายชัยพฤกษ์ เลาหะพานิช (6) นายอาทิตย์ นาราเศรษฐกุล (7) นายปิยภูมิ ธนวุฒิอนันต์ (8) นายกลย์ภัทร์ บุญเหลือ (9) นายธรณินทร์ อุ่นอารีย์  (10) นายธนกร กุลศรี  (11) นายนภดล   จำรัสศรี  (11) นายเจษฎากร ชัยนราพิพัฒน์ (13) นายภูบดี บุญจริง  ด้านอาจารย์ที่ปรึกษาและควบคุมทีม มี (1) ผศ.สมชาย เวชกรรม (2) รศ.ดร.ธีรวัช บุณยโสภณ (3) อาจารย์ ดร.จิรพันธุ์  อินเทียม  (4)  อาจารย์ ดร.อรัญ แบล็ทเลอร์  และ (5) ผศ.นพดล พัดชื่น

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ  (มจพ.)  ขอแสดงความยินดีและชื่นชมกับแชมป์หุ่นยนต์กู้ภัยโลก สมัยที่ 9 ของ มจพ. ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งอีกครั้ง ด้วยฝีมือสุดคลาสสิคบนเวทีโลก และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย  อาจกล่าวได้ว่า มจพ. เป็นแชมป์โลกหุ่นยนต์ที่นานาชาติรู้จักฝีไม้ลายมือและชื่อเสียงเยาวชนไทยเป็นอย่างดี  เป็นการตอกย้ำความเป็นที่สุดของแชมป์โลกแบบครบเครื่องในระยะเวลาถึง 17 ปี  ตั้งแต่แชมป์โลกหุ่นยนต์กู้ภัยสมัยที่ 1 ของ มจพ.ในปีพ.. 2549 ( .. 2006 ) จากเวทีการแข่งขัน  World RoboCup Rescue กับทีมหุ่นยนต์กู้ภัยนานาชาติทั่วโลก ณ เมือง เบรเมน ประเทศเยอรมัน  ล่าสุด แชมป์โลกหุ่นยนต์กู้ภัยสมัยที่ 9 ของ มจพ. ในปีพ.. 2566 (.. 2023) จากเวทีการแข่งขัน World RoboCup Rescue กับทีมหุ่นยนต์กู้ภัยนานาชาติทั่วโลก ณ เมืองบอร์โด ประเทศฝรั่งเศส

นับเป็นการรักษาแชมป์โลกหุ่นยนต์กู้ภัยให้กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)ได้สำเร็จเป็นสมัยที่  9  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ขอแสดงความยินดีและชื่นชมในความสามารถของนักศึกษาทุกท่านที่สร้างชื่อเสียงมาสู่มหาวิทยาลัยและประเทศชาติและทำให้ต่างชาติทึ่งและยอมรับในศักยภาพและความสามารถของเยาวชนไทย

ขวัญฤทัย ข่าว


Exit mobile version