<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>solar cell | INVENTOR.IN.TH</title>
	<atom:link href="https://www.inventor.in.th/home/tag/solar-cell/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.inventor.in.th/home</link>
	<description>Magazine online for thai inventor</description>
	<lastBuildDate>Tue, 24 Apr 2018 01:30:23 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.2.9</generator>

<image>
	<url>https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2018/08/cropped-icon-inventor-32x32.png</url>
	<title>solar cell | INVENTOR.IN.TH</title>
	<link>https://www.inventor.in.th/home</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ประวัติโซล่าร์เซลล์และหลักการทำงาน</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%8c/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 23 Nov 2013 15:33:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[Bell Lab]]></category>
		<category><![CDATA[photo]]></category>
		<category><![CDATA[solar cell]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://localhost/inventor/?p=503</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%8c/">ประวัติโซล่าร์เซลล์และหลักการทำงาน</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>สิ่งประดิษฐ์จากปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ที่เรียกว่า โฟโต้โวตาอิก (photovoltaic) โดยคำว่า โฟโต้(photo) เป็นภาษากรีกแปลว่า แสง ส่วนโวตาอิก (voltaic) หมายถึงแ</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%8c/">ประวัติโซล่าร์เซลล์และหลักการทำงาน</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%8c/">ประวัติโซล่าร์เซลล์และหลักการทำงาน</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>สิ่งประดิษฐ์จากปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ที่เรียกว่า โฟโต้โวตาอิก (photovoltaic) โดยคำว่า โฟโต้(photo) เป็นภาษากรีกแปลว่า แสง ส่วนโวตาอิก (voltaic) หมายถึงแรงดันไฟฟ้า ซึ่งได้มาจากชื่อของอเลสซานโดร โวลตา (Alessandro Volta)</p>
<p><a href="http://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2013/11/Alexandre_Edmond_Becquerel_by_Pierre_Petit.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" style="vertical-align: bottom; margin: 4px;" src="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2013/11/Alexandre_Edmond_Becquerel_by_Pierre_Petit.jpg" alt="Alexandre_Edmond_Becquerel,_by_Pierre_Petit" width="225" height="357" /></a></p>
<p>นักฟิสิกส์ชาวอิตาลี เมื่อเอามารวมกันก็พอตีความได้ว่า ปรากฏการณ์โฟโต้โวลตาอิกคือปรากฏการณ์ที่ทำให้แสงกลายเป็นแรงดันไฟฟ้า</p>
<p align="LEFT">ปรากฏการณ์โฟโต้โวลตาอิกได้รับการค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 1839 โดยอเล็กซานเดร เอ็ดมันด์ เบคคีเรล (Alexandre-Edmond Becquerel) นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศสจึงอาจกล่าวได้ว่า เบคคีเรลคือบิดาของเซลรับแสงอาทิตย์ก็ได้ แต่กว่าที่ชื่อของปรากฏการณ์นี้จะได้รับการรับรองเบคคีเรลต้องรอถึงปี ค.ศ. 1849 เลยทีเดียว</p>
<p align="LEFT">ทว่าจากแนวคิดนั้นกว่าจะคนที่สามารถประดิษฐ์เซลรับแสงอาทิตย์ชิ้นแรกของโลกขึ้นมาได้โลกนี้ต้องรอถึงปี ค.ศ. 1883 นักประดิษฐ์ชาวอเมริกันที่ชื่อ ชาร์ล ฟริตส์ (Charles Fritts) ได้นำแนวคิดนี้มาสร้างเซลรับแสงอาทิตย์ได้สำเร็จโดยใช้สารกึ่งตัวนำที่ชื่อเซเรเนียมเคลือบลงบนแผ่นทองคำ แต่ประสิทธิภาพที่ได้มีเพียง 1% เท่านั้น เซลรับแสงอาทิตย์ของฟริตส์จึงยังต้องอยู่ให้ห้องทดลองต่อไป</p>
<p align="LEFT">จากนั้นมี<strong>นักประดิษฐ์ </strong>และนักวิทยาศาสตร์อีกหลายต่อหลายคนพยายามต่อยอดแนวคิดและผลงานของเบคคีเรลและฟริตส์ ไม่เว้นแม้แต่อัลเบิร์ตไอน์สไตน์ จนกระทั่งปี ค.ศ. 1954 ทีมงานผู้สามารถจากเบลแลบ <strong>(Bell Lab)</strong> สหรัฐอเมริกาอันประกอบด้วย เจอรัลด์ แอล เพียร์สัน (Gerald L. Pearson), แดรีล เอ็ม แชปิน (Daryl M. Chapin) และกัลวิน เอส ฟูลเลอร์ (Calvin S. Fuller)ได้ค้นพบการนำลิเธียม-ซิลิกอนเข้ามาเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างเซลรับแสงอาทิตย์ ทำให้สามารถสร้างเซลรับแสงอาทิตย์ได้สำเร็จ โดยมีประสิทธิภาพ 6% โดยความสำเร็จในครั้งนั้นได้รับการประกาศให้โลกรู้ด้วยฝีมือของ นิวยอร์คไทม์ หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของอเมริกันชนนั่นเอง ต่อมาทีมงานได้จดสิทธิบัตรของผลงานนี้ในปี ค.ศ. 1957 และในปีเดียวกันนั้นเองฮอฟฟ์แมนอิเล็กทรอนิกส์สามารถผลิตเซลรับแสงอาทิตย์ที่มีประสิทธภาพ 8% ได้เป็นผลสำเร็จ และก็เป็นเองฮอฟฟ์แมนอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถผลิตเซลรับแสงอาทิตย์ออกจำหน่ายในเชิงพาณิชย์เป็นเจ้าแรกด้วยในปี ค.ศ. 1959 เชื่อว่า ถึงไม่บอกก็คงทราบว่า ราคาของมันในขณะนั้นแพงสุดๆ ครับ</p>
<p align="LEFT"> <script async src="//pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>
<ins class="adsbygoogle"
     style="display:block; text-align:center;"
     data-ad-layout="in-article"
     data-ad-format="fluid"
     data-ad-client="ca-pub-4748714337904377"
     data-ad-slot="1097472834"></ins>
<script>
     (adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({});
</script></p>
<p align="LEFT">นับจากนั้นได้มีการต่อยอดและพัฒนาเซลรับแสงอาทิตย์มาอย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้มีผู้ผลิตเซลรับแสงอาทิตย์ที่มีประสิทธิภาพสูงถึงกว่า 40% แล้ว แต่ราคายังสูงอยู่มาก และเป็นการใช้งานในกิจการอวกาศเป็นหลัก สำหรับเชิงพาณิชย์แล้วเซลรับแสงอาทิตย์ที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในปัจจุบันนี้มีประสิทธิภาพประมาณ 15%</p>
<p align="LEFT"><span style="text-decoration: underline; font-size: 18pt; color: #000000;">การทำงานของเซลรับแสงอาทิตย์</span></p>
<p align="LEFT">เซลล์รับแสงอาทิตย์ประกอบด้วยชิ้นสารกึ่งตัวนำ 2 ชิ้นมาประกบกัน ชิ้นบนคือ สารกึ่งตัวนำชนิด N และชิ้นล่างือสารกึ่งตัวนำชนิด Pบริเวณที่ต่อกันเรียกว่า รอยต่อ NP (NP junction) สารกึ่งตัวนำที่นิยมนำมาใช้ในการผลิตรับเซลรับแสงอาทิตย์คือ ซิลิกอน</p>
<p align="LEFT">กลไกการทำงานอย่างง่ายของเซลรับแสงอาทิตย์ที่พัฒนามาจากปรากฏการณ์โฟโต้โวลตาอิก มีด้วยกัน 4 ขั้นตอนดังแสดงในรูปที่ 2อธิบายได้ดังนี้</p>
<p align="LEFT">(1) เมื่อมีแสงมาตกกระทบที่ชั้นสารกึ่งตัวนำชนิด N อนุภาคแสงหรือโฟตอน (photon) จะกระจายอยู่ทั่วพื้นผิวด้านบน</p>
<p align="LEFT">(2) อนุภาคแสงจะถ่ายทอดพลังงานลงสู่สารกึ่งตัวนำ</p>
<p align="LEFT">(3) พลังงานจากอนุภาคแสงจะถ่ายทอดต่อไปยังอิเล็กตรอนอิสระในชั้นสาร P</p>
<p align="LEFT">(4) เมื่อพลังงานที่ได้รับมากเพียงพอ อิเล็กตรอนอิสระจะสามารถข้ามรอยต่อไปยังชั้นสาร N เพื่อเตรียมเคลื่อนที่ออกจากเซลรับแสงอาทิตย์ไปยังวงจรที่ต่อภายนอก หากมีการต่อโหลดภายนอกมายังขั้วของเซลรับแสงอาทิตย์ อิเล็กตรอนก็จะเคลื่อนที่ออกจากขั้วต่อของเซลรับแสงอาทิตย์ผ่านโหลดและไปครบวงจรยังขั้วต่อที่ชั้นสาร P ของเซลรับแสงอาทิตย์ จึงเกิดกระแสไฟฟ้าไหล</p>
<p align="LEFT"><a href="http://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2013/11/solarcell-operate.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" style="vertical-align: bottom; margin: 4px;" src="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2013/11/solarcell-operate.jpg" alt="solarcell-operate" width="550" height="351" /></a></p>
<p align="LEFT"><span style="text-decoration: underline; font-size: 18pt; color: #000000;">ชนิดของเซลรับแสงอาทิตย์แบบซิลิกอน</span></p>
<p align="LEFT"><strong>มีด้วยกัน 3 ชนิดหลักๆ</strong></p>
<p align="LEFT">1. แบบผลึกหรือคริสตอล (Crystal) ซึ่งยังแบ่งเป็น 2 ชนิดย่อยคือ</p>
<p align="LEFT">ชนิดผลึกซิลิกอนเดี่ยว (Single Crystalline Silicon Solar Cell)</p>
<p align="LEFT"><a href="http://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2013/11/solar-singlecrystalline.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" style="vertical-align: bottom; margin: 4px;" src="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2013/11/solar-singlecrystalline.jpg" alt="solar-singlecrystalline" width="450" height="411" /></a></p>
<p align="LEFT">และชนิดผลึกรวมหรือโพลีคริสตอล ( Poly Crystalline Silicon Solar Cell)</p>
<p align="LEFT"><a href="http://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2013/11/solar-poly.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" style="vertical-align: bottom; margin: 4px;" src="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2013/11/solar-poly.jpg" alt="solar-poly" width="400" height="300" /></a></p>
<p align="LEFT"> <script async src="//pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>
<ins class="adsbygoogle"
     style="display:block; text-align:center;"
     data-ad-layout="in-article"
     data-ad-format="fluid"
     data-ad-client="ca-pub-4748714337904377"
     data-ad-slot="1097472834"></ins>
<script>
     (adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({});
</script></p>
<p align="LEFT">ในแบบนี้เป็นที่นิยมในงานมากที่สุดเนื่องจากมีหลายขนาดให้เลือกใช้ มีระดับราคาตั้งแต่ถูกมากสำหรับกำลังงานต่ำ และมีราคาสูงขึ้นเมื่อมีกำลังงานไฟฟ้ามากขึ้น ทนทาน น้ำหนักเบา แต่เซลรับแสงอาทิตย์ในแบบนี้ต้องการแหล่งกำเนิดแสงที่มีความเข้มสูง เช่น แสงอาทิตย์, แสงจากหลอดฮาโลเจน หรือสปอตไลต์</p>
<p align="LEFT">2. แบบที่ไม่มีรูปร่างแน่นอนหรืออะมอร์ฟัส (Amorphous)</p>
<p align="LEFT"><a href="http://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2013/11/solar-Amorphous.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" style="vertical-align: bottom; margin: 4px;" src="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2013/11/solar-Amorphous.jpg" alt="solar-Amorphous" width="550" height="255" /></a></p>
<p align="LEFT">ในแบบนี้มีข้อดีคือ มีคาวมไวในการทำงานสูง สามารถทำงานได้กับแสงที่มีความเข้มต่ำ และใช้งานได้กับหลอดฟลูออเรสเซนต์ ตัวอย่างที่พบเห็นคือ เซลรับแสงในเครื่องคิดเลข ข้อเสียคือ ไม่สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องประจุแบตเตอรี่แบบทั่วไปได้ น้ำหนักมาก และแตกง่าย</p>
<p align="LEFT">3. แบบอะมอร์ฟัส 3 รอยต่อหรือบางครั้งเรียกเซลรับแสงอาทิตย์แบบหลายรอยต่อ (multi-junction solar cell) เป็นแบบที่รวมเอาข้อดีของแบบผลึกและแบบอะมอร์ฟัสธรรมดาเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้มีความทนทาน ใช้งานร่วมกับเครื่องประจุแบตเตอรี่แบบทั่วไปได้ น้ำหนักเบา มีความไวในการทำงานสูง ใช้ได้กับพื้น่ที่ทีมีแสงสว่างน้อย แต่ข้อเสียคือ ราคาแพง</p>
<p align="LEFT"><a href="http://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2013/11/solar-Symbol.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" style="vertical-align: bottom; margin: 4px;" src="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2013/11/solar-Symbol.jpg" alt="solar-Symbol" width="550" height="286" /></a></p>
<p align="LEFT">ด้านบนคือรูปแสดงสัญลักษณ์ทางไฟฟ้าของเซลรับแสงอาทิตย์ และวงจรสมมูลย์ จะเห็นได้ว่า มันประกอบด้วยแหล่งจ่ายกระแสไฟฟ้าคงที่ขนาดเล็ก, ไดโอด, ตัวต้านทาน RSH ซึ่งเป็นความต้านทานภายในที่เกิดจากสารกึ่งตัวนำที่นำมาผลิตเซลรับแสงอาทิตย์ และตัวต้านทาน RS อันเป็นความต้านทานค่าน้อยๆ ที่เกิดจากการต่อสายมายังขั้วต่อของเซลรับแสงอาทิตย์ ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า แสงอาทิตย์หรือแสงที่มีพลังงานความร้อน เช่น แสงจากหลอดฮาโลเจน, หลอดไฟไส้ หรือสปอตไลต์ เมื่อส่องมายังชิ้นสารกึ่งตัวนำ จะทำให้เกิดประจุไฟฟ้าสะสมขึ้นที่แหล่งจ่ายกระแสไฟฟ้าคงที่ที่ IL เมื่อต่อผ่านตัวต้านทาน RS ก็จะทำให้เกิดแรงดันไฟฟ้าขึ้นที่ขั้วต่อของเซลรับแสงอาทิตย์</p>
<p align="LEFT">เซลรับแสงอาทิตย์ 1 เซลมาตรฐาน (จนถึงขณะนี้) จะให้แรงดัน 0.5 ถึง 0.6V เมื่อได้รับแสงอาทิตย์เต็มที่ ส่วนกระแสไฟฟ้าจะขึ้นกับขนาดของพื้นที่หน้าตัด สำหรับเซลรับแสงอาทิตย์ที่ใช้ในโครงงานขนาดเล็กจะมีความสามารถในการจ่ายกระแสไฟฟ้าต่อเซลตั้งแต่15 ถึง 100mA ดังนั้นหากต้องการแรงดันและกระแสไฟฟ้าเพิ่ม จึงต้องมีการต่อเซลรับแสงอาทิตย์ในลักษณะอนุกรมเพื่อเพิ่มแรงดันไฟฟ้า และต่อขนานเพื่อเพิ่มกระแสไฟฟ้า<a href="http://www.inventor.in.th/2012/2011-07-06-15-43-20/7-2011-07-03-05-53-51/45--solar-cell-.html" target="_blank" rel="noopener">ดูรูปแบบการต่อแผงเซลล์แสงอาทิตย์ได้จากบทความการติดตั้ง</a></p>
<p align="LEFT">หากต้องการใช้งานกลางแจ้งแบบจริงจัง ต้องมีนำเซลรับแสงอาทิตย์มาติดตั้งเข้ากับโครงสร้างที่แข็งแรงมากขึ้น มีแผ่นกระจกปกป้อง เนื่องจากต้องทนต่อแดด กันฝน กันฝุ่นละออง จากเซลรับแสงอาทิตย์จึงกลายมาเป็นแผงรับแสงอาทิตย์หรือโซล่าร์พาเนล (solar panel) ที่เราเห็นกันชินตาบนหลังคาบ้าน หรือในลานกลางแจ้ง</p>
<p align="LEFT"><span style="font-size: 18pt; color: #000000;">ปัจจัยที่ทำให้เซลรับแสงอาทิตย์ทำงานได้ดีและให้พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มที่ประกอบด้วย</span></p>
<p align="LEFT"><strong>1. </strong><strong>ความเข้มของแสง</strong> เซลรับแสงอาทิตย์จะทำงานได้ดีเมื่อได้รับแสงอาทิตย์โดยตรงเต็มที่ในทิศทางตั้งฉาก กล่าวคือ กระแสไฟฟ้าที่ได้จากเซลรับแสงอาทิตย์จะสูงขึ้นเมื่แสงอาทิตย์ที่รับได้มีความเข้มสูง โดยความเข้มของแสงมีผลน้อยต่อแรงดันไฟฟ้าของเซลรับแสงอาทิตย์ ซึ่งสอดคล้องกับวงจรสมมูลย์ของเซลรับแสงอาทิตย์ที่เป็นแหล่งจ่ายกระแสไฟฟ้า</p>
<p align="LEFT"> <script async src="//pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>
<ins class="adsbygoogle"
     style="display:block; text-align:center;"
     data-ad-layout="in-article"
     data-ad-format="fluid"
     data-ad-client="ca-pub-4748714337904377"
     data-ad-slot="1097472834"></ins>
<script>
     (adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({});
</script></p>
<p align="LEFT">
<p align="LEFT">2 . อุณหภูมิใช้งาน กระแสไฟฟ้าที่ได้จากเซลรับแสงอาทิตย์ไม่เปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิใช้งาน แต่แรงดันไฟฟ้าจากเซลรับแสงอาทิตย์จะลดลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น</p>
<p align="LEFT"><a href="http://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2013/11/solar-application.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" style="vertical-align: bottom; margin: 4px;" src="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2013/11/solar-application.jpg" alt="solar-application" width="600" height="444" /></a></p>
<p align="LEFT"><span style="font-size: 18pt; color: #000000;">มีด้วยกัน 2 แนวทางหลัก</span></p>
<p align="LEFT">1. ใช้พลังงานจากเซลรับแสงอาทิตย์โดยตรง ในแบบนี้จะเหมาะกับโหลดที่มีความต้องการกระแสไฟฟ้าไม่มากนัก และต้องใช้งานในพื้นที่ที่มีแสงอาทิตย์ตลอดเวลา เช่น รถของเล่น หรือ Solar Car</p>
<p align="LEFT">2. ใช้เซลรับแสงอาทิตย์เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานโดยอ้อม ในลักษณะนี้จะนำพลังงานที่ได้จากเซลรับแสงอาทิตย์ไปเข้าวงจรประจุแบตเตอรี่ เพื่อประจุแบตเตอรี่ในตลอดเวลาที่เซลได้รับแสงอาทิตย์ จากนั้นนำแรงดันจากแบตเตอรี่ไปใช้งาน</p>
<hr />
<p align="LEFT">The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%8c/">ประวัติโซล่าร์เซลล์และหลักการทำงาน</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ติดตั้ง Solar cell ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87-solar-cell-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 23 Nov 2013 15:25:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[solar cell]]></category>
		<category><![CDATA[เซลล์แสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[โซล่าร์เซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://localhost/inventor/?p=496</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87-solar-cell-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/">ติดตั้ง Solar cell ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>การติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ หรือ Solar cell ที่ถูกต้องมีส่วนสำคัญที่จะทำให้การผลิตกระแสไฟฟ้าทำได้ผลสมบูรณ์ เต็มขีดความสามารถของแผง ผู้ใช้หรือผู้ติดตั</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87-solar-cell-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/">ติดตั้ง Solar cell ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87-solar-cell-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/">ติดตั้ง Solar cell ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>การติดตั้ง<strong>แผงเซลล์แสงอาทิตย์ </strong>หรือ Solar cell ที่ถูกต้องมีส่วนสำคัญที่จะทำให้การผลิตกระแสไฟฟ้าทำได้ผลสมบูรณ์ เต็มขีดความสามารถของแผง ผู้ใช้หรือผู้ติดตั้งจำเป็นต้องพิถีพิถันในการติดตั้งเป็นพิเศษ</p>
<p>และควรคำนึงถึงองค์ประกอบด้านต่างๆ ที่อยากจะแนะนำกันในบทความตอนนี้ เราจึงได้ไปเก็บรวมรวมข้อมูลจากที่ต่างๆ มาให้ศึกษากัน</p>
 <script async src="//pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>
<ins class="adsbygoogle"
     style="display:block; text-align:center;"
     data-ad-layout="in-article"
     data-ad-format="fluid"
     data-ad-client="ca-pub-4748714337904377"
     data-ad-slot="1097472834"></ins>
<script>
     (adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({});
</script>
<p><span style="font-size: 18pt;">ติดตั้งอย่างไร</span></p>
<p>การติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องคำนึงถึงสถานที่ตั้งและภูมิประเทศเป็นหลัก สำหรับประเทศไทยนั้นตำแหน่งที่ตั้งจะอยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 15 องศาเหนือ ดังนั้นหากต้องการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ให้ได้ผลดีที่สุด จะต้องหันหน้าแผงไปทางทิศใต้ โดยทำมุมกับพื้นราบ 10-15 องศา ด้วยเหตุนี้จึงมีความจำเป็นต้องเลือกสถานที่ ที่สามารถให้แผงหันองศาหรือปรับทิศทางได้จากทางทิศเหนือไปจรดทิศใต้</p>
<p>สถานที่ติดตั้งต้องไม่มีเงาไม้หรือสิ่งกีดขวางใดๆ มาบดบังในระหว่างวัน หรือปราศจากเศษใบไม้ที่จะหล่นมาปกปิดแผง ทั้งนี้ผู้ใช้ต้องตรวจตราอยู่เป็นประจำด้วย</p>
<p><span style="font-size: 18pt;">ลักษณะของโครงสร้างรองรับแผง</span></p>
<p>โครงสร้างรองรับแผงโดยมากจะออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และจำนวนแผงที่จะติดตั้ง สภาพพื้นที่โดยทั่วไปจะพิจารณาว่าเป็นพื้นที่ราบที่มีน้ำท่วมถึงหรือไม่ หรือเป็นพื้นที่ลาดชัน ทั้งนี้เพื่อจะได้กำหนดความสูงของฐานรองรับแผง</p>
<p>ในบางกรณีหากแผงมีจำนวนไม่มากอาจใช้หลังคาบ้านเพื่อติดตั้งแผงได้ แต่สภาพโครงหลังคาต้องมีความแข็งแรงพอ อีกประการหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงคือสภาพพื้นที่ทำการติดตั้ง บางพื้นที่จะมีปัญหาเรื่องต้นไม่หรือเงาไม้ บางพื้นที่กลับพบว่าจุดที่ติดตั้งเป็นแอ่ง จึต้องใช้ฐานแบบสูงเพื่อป้องกันน้ำท่วมในหน้าน้ำ ในบางพื้นที่มีปัญหาด้านการขนส่งในการออกแบบโครงสร้างรองรับแผงจึงต้องพิจารณาในปัญหาเหล่านี้ด้วย เช่น โครงสร้างเหล็กมีขนาดยาวและน้ำหนักมากมีปัญหาด้านการขนส่งเข้าไปในพื้นที่ติดตั้ง</p>
<p>พอจะสรุปได้ว่าลักษณะโครงสร้างรองรับแผง จะต้องคำนึงถึงจำนวนแผงและพื้นที่ติดตั้ง ตลอดจนการขนส่ง เป็นสำคัญ แต่ที่นิยมติดตั้งกันตามบ้านพักอาศัยมักจะเป็นการติดตั้งบนหลังคาเนื่องจากใช้จำนวนแผงไม่มากและไม่สิ้นเปลื้องพื้นที่</p>
<p><span style="font-size: 18pt;">การติดตั้งแผงจำนวนไม่มาก</span></p>
<p>สามารถติดตั้งบนหลังคาบ้าน โดยหันทิศทางด้านหน้าแผงไปทางทิศใต้ให้ทำมุมกับพื้นราบ 15 องศา ในกรณีที่หลังคาทำมุม 15 องศาอยู่แล้ว ก็สามารถติดตั้งได้เลย หากหลังคาทำมุมเกิน 15 องศาก็ให้รองแผงส่วนล่างขึ้นเพื่อให้ได้มุม 15 องศา</p>
 <script async src="//pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>
<ins class="adsbygoogle"
     style="display:block; text-align:center;"
     data-ad-layout="in-article"
     data-ad-format="fluid"
     data-ad-client="ca-pub-4748714337904377"
     data-ad-slot="1097472834"></ins>
<script>
     (adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({});
</script>
<p><span style="font-size: 18pt;">การเชื่อมต่อสายไฟหลังแผง</span></p>
<p>ควรต่อสายไฟด้านหลังแผงก่อนการยึดแผงเข้ากับโครงสร้าง เพราะบางกรณีเมื่อติดตั้งอย่างแน่นหนาแล้วจะไม่สามารถถอดออกมาได้ โดยการต่อวงจรด้านหลังแผงพอจะสรุปได้ดังนี้</p>
<p><span style="font-size: 18pt;">กรณีแผงเดี่ยว</span></p>
<p>อันนี้ไม่มีปัญหาเพราะใช้กล่องชุดเดียวดูที่สัญลักษณ์ขั้วบวก + ขั้วลบ &#8211; ก็จะได้แรงดันออกมาเป็น 12 โวลต์</p>
<p><span style="font-size: 18pt;">การต่อแผงแบบขนาน</span></p>
<p><a href="http://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2013/11/solar-circuit-p.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" style="vertical-align: bottom; margin: 4px;" src="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2013/11/solar-circuit-p.jpg" alt="solar-circuit-p" width="600" height="194" /></a></p>
<p>กรณีต้องต่อมากกว่าหนึ่งแผง แต่ต้องการแรงดัน(V) เท่าเดิม แต่ได้กระแส (A) เพิ่มขึ้น ต้องต่อแบบขนาน โดยเอาขั้วบวกของแผงแรก ต่อกับขั้วบวกของแผงต่อไป แล้วเอาขั้วลบของแผงแรกต่อกับขั้วลบของแผงต่อไป เมื่อต่อจนครบทุกแผงแล้ว ก็สามารถนำสายไฟบวกและลบไปใช้ได้ทันที การต่อแบบนี้ แรงดันที่ได้จะยังคงเป็น 12V เท่าเดิม แต่กระแสจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนแผงที่ต่อ</p>
<p>กรณีนี้จะนำมาใช้ก็ต่อเมื่ออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ กินกระแสมากกว่ากระแสที่ได้จากแผงแผงเดียว หรือแผงเดียวไม่สามารถประจุแบตเตอรี่ได้ เช่นอุปกรณ์ไฟฟ้า 12V ต้องการกระแสวันละ 3.88&#215;5 = 19.4A ซึ่งไม่เพียงพอ จึงต้องเพิ่มแผงโซล่าร์เซลล์ เป็น 3 แผง</p>
<p><span style="font-size: 18pt;">การต่อแผงแบบอนุกรม</span></p>
<p><a href="http://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2013/11/solar-circuit-s.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" style="vertical-align: bottom; margin: 4px;" src="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2013/11/solar-circuit-s.jpg" alt="solar-circuit-s" width="600" height="160" /></a></p>
<p>ในบางกรณ๊จะพบว่าอุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสตรง จะระบุให้ใช้กับไฟฟ้ากระแสตรง 24V, 48V หรือมากกว่านั้นซึ่งแผงโวล่าร์เซลล์ต่อแผงจะให้แรงดันเพียง 12V ทำให้ไม่เพียงพอ จำเป็นต้องเพิ่มแรงดันโดยการเพิ่มแผงโวล่าร์เซลล์มาต่อกันแบบอนุกรม จะทำให้แรงดันเพิ่มขึ้นตามจำนวนแผงที่ถูกอนุกรมเข้าไป แต่กระแสจะไม่เพิ่มขึ้น</p>
<p>วิธีการต่อแบบอนุกรมให้เอาสายจากขั้วลบของแผงแรก ต่อเข้ากับขั้วบวกของแผงที่สอง และขั้วลบของแผงที่สอง ต่อเข้ากับขั้วบวกของแผงที่สาม ทำสลับกันไปจนได้แรงดันที่ต้องการ ซึ่งขั้วที่เหลือของแผงแรกและแผงสุดท้ายจะเป็นขั้วที่จำไปใช้งาน</p>
<p>เพื่อความสะดวกและความสวยงาม จึงมักเดินสายของขั้วที่เหลือจากแผงแรกไปเก็บไว้ที่แผงชุมสาย(Junction Box) ของแผงสุดท้าย เพื่อจะได้ชุดสายขั้วบวกและลบออกมาจากกล่องเดียวกัน</p>
<p><span style="font-size: 18pt;">การต่อแผงแบบผสม</span></p>
<p><a href="http://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2013/11/solar-circuit-m.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" style="vertical-align: bottom; margin: 4px;" src="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2013/11/solar-circuit-m.jpg" alt="solar-circuit-m" width="600" height="441" /></a></p>
<p>ในบางครั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าระบุว่าจะใช้แรงดันเกิน 12V และก็ยังต้องการกระแสมากกว่าแผงเดียวเสียด้วย เช่นระบุว่าใช้แรงดัน 48V และต้องการกระแส 6A สมมติว่าในหัวข้อที่แล้วเราต่ออนุกรมแผงขนาด 64W จำนวน 4 แผง ก็จะได้แรงดันเป็น 48V กระแส 6A ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของอุปกรณ์ จึงจำเป็นต้องต่อแบบผสม เพื่อให้ได้แรงดันและกระแสตามต้องการ</p>
<p>โดยนำแผงขนาด 64W ซึ่งให้กระแสไฟฟ้าได้ 3.88A/แผง มาต่อแบบอนุกรมให้ได้ 48V จำนวน 2 ชุด จากนั้นนำปลายขั้วบวกและลบของทั้งสองชุดมาต่อขนานกัน ก็จะได้ แรงดันขนาดใช้งาน 48V จากการต่ออนุกรม 4 แผง และได้กระแสจากการขนานกันของทั้งสองชุดเป็น 7.76A ดังรูป</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87-solar-cell-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/">ติดตั้ง Solar cell ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
