<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Schneider Electric | INVENTOR.IN.TH</title>
	<atom:link href="https://www.inventor.in.th/home/tag/schneider-electric/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.inventor.in.th/home</link>
	<description>Magazine online for thai inventor</description>
	<lastBuildDate>Thu, 18 Dec 2025 02:43:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.2.9</generator>

<image>
	<url>https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2018/08/cropped-icon-inventor-32x32.png</url>
	<title>Schneider Electric | INVENTOR.IN.TH</title>
	<link>https://www.inventor.in.th/home</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เผยผลสำรวจ Green Impact Gap ชี้องค์กรไทย 52% ใช้ AI เป็นตัวเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ปลดล็อกต้นทุน</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-green-impact-gap/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Dec 2025 02:43:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[Schneider Electric]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.inventor.in.th/home/?p=13291</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-green-impact-gap/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เผยผลสำรวจ Green Impact Gap ชี้องค์กรไทย 52% ใช้ AI เป็นตัวเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ปลดล็อกต้นทุน</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ในการจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ เปิดผลสำรวจ “Green Impact Gap” ประจำปี 25</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-green-impact-gap/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เผยผลสำรวจ Green Impact Gap ชี้องค์กรไทย 52% ใช้ AI เป็นตัวเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ปลดล็อกต้นทุน</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-green-impact-gap/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เผยผลสำรวจ Green Impact Gap ชี้องค์กรไทย 52% ใช้ AI เป็นตัวเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ปลดล็อกต้นทุน</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค </strong><strong>(</strong><a href="https://www.se.com/th/th/" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.se.com/th/th/&amp;source=gmail&amp;ust=1766099129644000&amp;usg=AOvVaw1ztivse_VdPLbtprRy_34v"><strong>Schneider Electric</strong></a><strong>) ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ในการจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ เปิดผลสำรวจ “Green Impact Gap” ประจำปี 2568 ชี้องค์กร 52% ใช้ AI เป็นตัวเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ขณะที่ 1 ใน 3 ขององค์กรในประเทศไทยมองความผันผวนทางเศรษฐกิจเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการลงทุน</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><a href="https://www.se.com/th/th/work/campaign/local/sustainability-research/" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.se.com/th/th/work/campaign/local/sustainability-research/&amp;source=gmail&amp;ust=1766099129644000&amp;usg=AOvVaw3axuYRsvjq2C8vfT8v3XAH"><strong>Schneider Electric Green Impact Gap</strong> <strong>Survey</strong></a> จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ร่วมกับพันธมิตร Milieu Insight โดยสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารระดับกลางถึงระดับสูงในภาคเอกชน 4,500 คน ใน 9 ประเทศทั่วเอเชีย ได้แก่ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทยและเวียดนาม เพื่อสะท้อนมุมมองของภาคเอกชนต่อการลงทุนและการดำเนินงานด้านความยั่งยืน โดยผลการสำรวจประจำปี 2568 ชี้ให้เห็นว่าผู้นำธุรกิจในประเทศไทยมอง ‘ความยั่งยืน’ เป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตและความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจมากขึ้นอย่างชัดเจน แม้จะต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและความไม่มั่นคงทางภูมิศาสตร์ที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนด้านความยั่งยืน</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">สำหรับปี 2568 ถือเป็นหนึ่งในปีที่โลกเผชิญกับผันผวนทางเศรษฐกิจมากที่สุด ซึ่งผลสำรวจ 59% ของซีอีโอในไทยขับเคลื่อนความยั่งยืนขององค์กรด้วยการสร้างนวัตกรรมและขีดความสามารถในการแข่งขัน และมองว่าความยั่งยืนนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจ ขณะที่ 43% ของซีอีโอในไทยให้เหตุผลว่า การดำเนินงานด้านความยั่งยืนช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์และชื่อเสียงของแบรนด์ และ38% ของซีอีโอในไทยระบุว่า ความยั่งยืนช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้ธุรกิจในภาวะวิกฤต โดยสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนมุมมองจากเดิม ที่มองความยั่งยืนเป็นเพียงส่วนเสริมทางธุรกิจเท่านั้น แต่ปัจจุบันมองเป็นเครื่องมือสำคัญในการนำพาธุรกิจผ่านช่วงเวลาที่ท้าทาย</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ในขณะที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและข้อจำกัดด้านงบประมาณภายในองค์กรยังคงเป็นอุปสรรคอันดับต้นๆ ต่อการลงทุนด้านความยั่งยืน แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น แรงจูงใจที่ไม่ดีพอ 37% ความไม่แน่นอนของนโยบายและ 34% และความยุ่งยากทางราชการที่เกี่ยวข้อง 42% ซึ่งปัจจัยอุปสรรคการลงทุนดังกล่าวลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2566 ซึ่งบ่งชี้ว่า ภูมิทัศน์สำหรับความยั่งยืนของภาคเอกชนในประเทศไทยได้กลายเป็นที่น่าสนับสนุนมากยิ่งขึ้น</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>AI ปลดล็อกการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">เครื่องมือดิจิทัลขั้นสูงอย่าง AI กำลังช่วยให้องค์กรต่างๆ จัดการกับความเสี่ยงทางการเงินและพลังงานได้ องค์กรมากกว่าครึ่งของไทยกำลังนำโซลูชั่น AI มาใช้สนับสนุนด้านความยั่งยืน โดย 43% ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการผลิตและการใช้ทรัพยากรซึ่งเป็นวิธีที่องค์กรในไทยใช้ดิจิทัลเพื่อความยั่งยืนสูงที่สุดตลอดทั้งปี 2567 และ 2568</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">โดย 52% ขององค์กรในไทยเชื่อว่าประโยชน์สูงสุดของ AI ในการขับเคลื่อนความยั่งยืน คือการเก็บรวบรวมข้อมูลและการรายงานอัตโนมัติ ขณะที่ 54% ขององค์กรในไทยมองว่าเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และ 45% ขององค์กรในไทยใช้ในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ส่วนการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานด้วย AI ถือเป็นการตอบโจทย์ความเสี่ยงสำคัญขององค์กรเนื่องจาก 45% ขององค์กรในไทยระบุว่า ราคาพลังงานที่ผันผวนเป็นความเสี่ยงหลักที่ต้องบริหารจัดการ และยังคงเป็นปัญหาที่พบในทุกประเทศที่เข้าร่วมการสำรวจตั้งแต่ปี 2566</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>อุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ ผู้นำนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยความยั่งยืน</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ผู้ตอบแบบสอบถามในอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์เป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มมากที่สุดถึง 46% จาก 40% ในปี 2566 ที่ระบุว่า การเพิ่มขึ้นของโอกาสทางธุรกิจ คือปัจจัยขับเคลื่อนหลักด้านความยั่งยืน และยังเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มมากที่สุดเช่นกันถึง 58% ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน โดยแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการใช้โซลูชั่นที่รวดเร็วและยั่งยืน เนื่องจากความต้องการพลังการประมวลผลของประเทศไทยที่เพิ่มสูงขึ้น</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ทั้งนี้ผู้บริหารในประเทศไทย 41% กำลังดำเนินการตามแผนและนโยบาย Green IT เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนจากกระบวนการประมวลผลและการจัดเก็บข้อมูลโดยทั่วไปขององค์กร ในขณะเดียวกันอุปสรรคในการดำเนินงานกำลังลดลง โดยองค์กรต่างๆ มีแนวโน้มที่จะรายงานปัญหาน้อยลง เช่น ปัญหาขาดแคลนทางเลือกพลังงานสะอาด มีการรายงานปัญหาจาก 32% ในปี 2566 ลดลงเหลือเพียง 27% ปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรที่ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์จาก 38% พบปัญหาเพียง 31% ปัญหาความไม่สมบูรณ์ของทางเลือกพลังงานสะอาดจาก 42% ลดลงเป็น 37% และปัญหาอุปสรรคด้านกฎระเบียบจาก 31% ลดลงเป็น 29% ซึ่งผลสำรวจสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนผ่านด้านความยั่งยืนที่รวดเร็วยิ่งขึ้น</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>การลงทุนยังคงทรงตัวแม้จะมีภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ในขณะที่ผู้บริหารเล็งเห็นถึงผลกำไรที่มาพร้อมกับความยั่งยืน การลงทุนที่ได้วางแผนไว้เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนจึงยังคงทรงตัว โดย 41% ของบริษัทที่วางแผนจะลงทุนอย่างน้อย 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วง 2 ปีต่อจากนี้ แม้ยังคงมีปัจจัยหลักที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน ได้แก่ 48% อุปสรรคด้านความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ 47% ข้อจำกัดด้านงบประมาณภายใน และ37% แรงจูงใจจากภาครัฐที่ยังไม่เพียงพอ</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>มงคล ตั้งศิริวิช ประธาน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ดูแลกลุ่มคลัสเตอร์ ประเทศไทย ลาว และเมียนมา </strong>กล่าวว่า องค์กรต่างๆ ในประเทศไทยไม่เพียงต้องรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังใช้ความยั่งยืนเป็นเข็มทิศในการนำทางด้วย ซึ่งในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจยังคงผันผวนผู้ที่ปรับตัวได้เร็วนั้น กำลังใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและ AI ในการปลดล็อกด้านต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดความเสี่ยงและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>ความไม่สอดคล้องกันระหว่างเป้าหมายกับการลงมือทำ</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">แม้ผลสำรวจสะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้นขององค์กรไทยในการดำเนินงานด้านความยั่งยืน แต่ยังคงมี ‘ช่องว่างระหว่างคำมั่นกับการปฏิบัติจริง’ หรือที่เรียกว่า Green Impact Gap โดยปีนี้ 98% ขององค์กรตั้งเป้าหมายด้านความยั่งยืน แต่มี ไม่ถึงครึ่งที่ลงมือทำอย่างจริงจัง ซึ่งช่องว่างดังกล่าวยังคงอยู่ในระดับ 47% เช่นเดียวกับปี 2567 ที่ผ่านมา</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">อย่างไรก็ตาม สำหรับปี 2568นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายด้านสภาพอากาศปี 2573 โดย 91% ขององค์กรในประเทศไทย มั่นใจว่าจะบรรลุหรือทำได้เกินกว่าเป้าหมาย และ30% ระบุว่าสามารถทำได้เร็วกว่ากำหนดมากกว่า 3 ปี โดยเฉพาะองค์กรที่มีการรับรองเป้าหมายจากบุคคลที่สามอย่างเป็นทางการ ซึ่งมี 51% ที่ทำได้เร็วกว่ากำหนด ขณะที่องค์กรที่ตั้งเป้าหมายแต่ไม่เปิดเผยความคืบหน้าสู่สาธารณะจะมีแนวโน้มที่ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายอยู่ที่ 9% ซึ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของความโปร่งใสและการตรวจสอบโดยบุคคลที่สามในการรายงานผลด้านความยั่งยืน</span></p>
<hr />
<p style="font-weight: 400;">The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-green-impact-gap/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เผยผลสำรวจ Green Impact Gap ชี้องค์กรไทย 52% ใช้ AI เป็นตัวเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ปลดล็อกต้นทุน</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัวพอร์ตโฟลิโอกลุ่มระบายความร้อนด้วยของเหลว จาก Motivair ด้วยโซลูชั่นและบริการที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับ HPC และเวิร์กโหลด AI</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-news-251104/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Nov 2025 09:20:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[Schneider Electric]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.inventor.in.th/home/?p=13250</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-news-251104/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัวพอร์ตโฟลิโอกลุ่มระบายความร้อนด้วยของเหลว จาก Motivair ด้วยโซลูชั่นและบริการที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับ HPC และเวิร์กโหลด AI</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ในการจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ เปิดตัวพอร์ตโฟลิโอโซลูชั่นการระบายความร้อ</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-news-251104/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัวพอร์ตโฟลิโอกลุ่มระบายความร้อนด้วยของเหลว จาก Motivair ด้วยโซลูชั่นและบริการที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับ HPC และเวิร์กโหลด AI</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-news-251104/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัวพอร์ตโฟลิโอกลุ่มระบายความร้อนด้วยของเหลว จาก Motivair ด้วยโซลูชั่นและบริการที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับ HPC และเวิร์กโหลด AI</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p><span style="font-family: Sarabun;"><strong>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค</strong><strong> </strong><strong>(<a href="https://www.se.com/th/th/" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.se.com/th/th/&amp;source=gmail&amp;ust=1762326577974000&amp;usg=AOvVaw2xhKMVkBL9COd6LLATt4WG">Schneider Electric</a>) ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ในการจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ </strong>เปิดตัวพอร์ตโฟลิโอโซลูชั่นการระบายความร้อนด้วยของเหลวแบบครบวงจรชั้นนำระดับโลก สำหรับไฮเปอร์สเกล (Hyperscale), โคโลเคชั่น (Colocation) และดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีสภาพแวดล้อมความหนาแน่นสูง (High-density Data Center) ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อน <strong>AI </strong>Factories ในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;">โซลูชั่นการระบายความร้อนจาก <a href="https://www.motivaircorp.com/" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.motivaircorp.com/&amp;source=gmail&amp;ust=1762326577974000&amp;usg=AOvVaw108NapkEHSOstsokKYwKmU">Motivair by Schneider Electric</a> พร้อมวางจำหน่ายทั่วโลก มาพร้อมกับขุมพลังและการประมวลผลระดับสูงที่ต้องใช้ GPU ของดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีความหนาแน่นสูงได้อย่างน่าเชื่อถือและสามารถปรับขนาดได้พอร์ตโฟลิโอนี้ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพของดาต้าเซ็นเตอร์ ทั้งแบบ Liquid Cooling และ Air Cooling รวมถึง CDUs, RDHx, HDUs, Dynamic Cold Plates, Chillers ตลอดจนซอฟต์แวร์และบริการ ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ออกแบบเพื่อรองรับการจัดการความร้อนของการประมวลผลประสิทธิภาพสูง (HPC) ในเจนเนอร์เรชั่นใหม่ รวมถึง AI และเวิร์กโหลดการประมวลผลแบบเร่งความเร็ว โดยการประกาศเปิดตัวพอร์ตโฟลิโอครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ชไนเดอร์ อิเล็คทริค นำเสนอขีดความสามารถด้านการระบายความร้อนด้วยของเหลวแบบครบวงจร นับตั้งแต่เข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ใน <strong>Motivair</strong> เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568</span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;">เนื่องจากอุตสาหกรรมกำลังขับเคลื่อนผ่านความหนาแน่นพลังงานที่สูงเกิน 140kW ต่อแร็ค และต้องเตรียมพร้อมสำหรับความหนาแน่นพลังงานในอนาคตที่ระดับ 1MW และสูงกว่านั้น ทำให้ชิป AI ยิ่งมีความร้อนสูงขึ้นและมีความหนาแน่นมากขึ้น ดาต้าเซ็นเตอร์จึงจำเป็นต้องใช้การระบายความร้อนด้วยของเหลว เพื่อทำความเย็นให้กับเวิร์กโหลดที่มีอุณหภูมิสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรักษาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมีช่วงเวลาทำงานสูงสุด (peak uptime) </span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;">ระบบทำความเย็น อาจใช้พลังงานสูงถึง 40<strong>%</strong> ของงบประมาณด้านพลังงานในดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะที่การระบายความร้อนด้วยของเหลวโดยตรง (Direct Liquid Cooling) มีประสิทธิภาพมากกว่าในการดึงความร้อนออกจากระบบถึง 3,000 เท่า เมื่อเทียบกับการใช้ระบบอากาศ เนื่องจากสามารถดักจับความร้อนที่ระดับชิปได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม การติดตั้งเทคโนโลยีระบายความร้อนด้วยของเหลวเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และต้องใช้วิธีการแบบองค์รวมตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งครอบคลุมทั้งการจัดหา ติดตั้งและการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง </span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;">ทั้งนี้เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว ชไนเดอร์ อิเล็คทริค และ Motivair ได้นำเสนอพอร์ตโฟลิโอสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์และระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวที่ครอบคลุมที่สุดในตลาดให้กับลูกค้า ซึ่งครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานในการทำความเย็นหลักทั้งหมด ควบคู่ไปกับความสามารถของซัพพลายเชนที่พร้อมรองรับความต้องการในระดับโลก</span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;">“เนื่องจากระบบทำความเย็นในดาต้าเซ็นเตอร์มีความซับซ้อนมากขึ้นในยุค <strong>AI</strong> พอร์ตโฟลิโอของเราจึงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถรองรับความต้องการโครงสร้างพื้นฐานของทั้งปัจจุบันและอนาคต” <strong>ริชาร์ด วิทมอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ </strong><strong>Motivair by Schneider Electric</strong> กล่าว “ปัจจุบันเราเป็นผู้ให้บริการระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวเพียงรายเดียวที่แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในระดับซิลิคอน โดยการพัฒนาร่วมกับ <strong>NVIDIA</strong> และผู้ผลิต <strong>GPU</strong> ชั้นนำอื่นๆ และเมื่อร่วมมือกับชไนเดอร์ อิเล็คทริค เราได้สร้างกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เหนือชั้น ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดระยะเวลาในการนำสินค้าออกสู่ตลาด แต่ยังเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนให้กับลูกค้าทั่วโลก”</span></p>
<p><span style="font-family: Kanit;"><strong>พอร์ตโฟลิโอระบายความร้อนด้วยของเหลวแบบครบวงจรสำหรับ ดาต้าเซ็นเตอร์ </strong><strong>AI</strong></span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;"><strong>โซลูชั่นระบายความร้อนด้วยของเหลวและอากาศของ</strong><strong> Motivair by Schneider Electric ได้แก่ Coolant Distribution Units (CDUs) ระดับ Megawatt-class, ChilledDoor® Rear Door Heat Exchangers และ Dynamic® Cold Plates ซึ่งให้การควบคุมอุณหภูมิที่แม่นยำสำหรับตู้แร็ค AI ที่มีกำลังไฟ 100 kW+ โซลูชั่นเหล่านี้ยังช่วยรักษาประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมเพิ่มศักยภาพการใช้พลังงานและเพิ่มเวลาทำงานให้กับผู้ปฏิบัติการดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งประกอบด้วย</strong></span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;">· <strong>Coolant Distribution Units (CDUs)</strong><strong> </strong><strong>:</strong> <strong>CDUs</strong> ของ <strong>Motivair</strong> ได้รับการออกแบบโดยความร่วมมือกับผู้ผลิตซิลิคอนชั้นนำเพื่อการผสานรวมที่ราบรื่นกับโปรเซสเซอร์และตัวเร่งความเร็วรุ่นใหม่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ <strong>CDU</strong> สามารถขยายขนาดตั้งแต่ <strong>105 </strong><strong>กิโลวัตต์</strong> ถึง <strong>2.5 </strong><strong>เมกะวัตต์</strong> ซึ่งล้ำหน้าความต้องการของตลาดไปหลายปี ปัจจุบันเทคโนโลยี <strong>CDU</strong> ของ <strong>Motivair</strong> ยังช่วยให้เกิดประสิทธิภาพด้านความร้อนในซูเปอร์คอมพิวเตอร์ <strong>6 </strong><strong>ใน </strong><strong>10</strong> อันดับแรกของโลก และได้รับการรับรองสำหรับฮาร์ดแวร์ล่าสุดของ <strong>NVIDIA</strong> ในขณะที่ยังมีความพร้อมสำหรับความหนาแน่นของตู้แร็คที่เพิ่มขึ้นในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;">· <strong>ChilledDoor® Rear Door Heat Exchanger:</strong> เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน (Rear-door heat exchanger) นี้ สามารถระบายความร้อนให้กับตู้แร็คที่มีความหนาแน่นสูงสุด <strong>75 kW</strong> ทำให้เหมาะสำหรับ <strong>GPU</strong> ที่ใช้พลังงานสูง การออกแบบที่ยืดหยุ่นไม่จำกัดรุ่นตู้แร็ค ทำให้เป็นโซลูชั่นที่ใช้งานได้หลากหลายในทุกสภาพแวดล้อมสำหรับ <strong>HPC</strong></span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;">· <strong>Liquid-to-Air Heat Dissipation Unit (HDU<img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/2122.png" alt="™" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />):</strong> เหมาะสำหรับตัวเร่งความเร็ว <strong>AI</strong> สภาพแวดล้อมของ <strong>Colocation</strong> หรือห้องปฏิบัติการที่มีน้ำไม่เพียงพอในการใช้งาน โดย <strong>Motivair HDU</strong> เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในตลาด สามารถระบายความร้อนได้ <strong>100 </strong>กิโลวัตต์ ในพื้นที่ติดตั้งเพียง 600 มิลลิเมตร นอกจากนี้ยังสามารถสร้างระบบหมุนเวียนน้ำ (Water Loop) เพื่อระบายความร้อนได้สูงสุดถึง 132 กิโลวัตต์ ซึ่งเป็นอัตราส่วน 1:1 กับสถาปัตยกรรมการประมวลผล NVL144 ของ NVIDIA</span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;">· <strong>Chillers and Technology Cooling System (TCS) Loops:</strong> เครื่องทำความเย็นแบบอากาศปิด (Closed loop air cooled chillers) ของ <strong>Motivair</strong> และ <strong>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค</strong> ช่วยให้ผู้ประกอบการประหยัดการใช้น้ำได้หลายล้านแกลลอนต่อปีต่อในทุกเมกะวัตต์ของความต้องการทำความเย็น ในขณะเดียวกันก็ให้ประสิทธิภาพที่สูงกว่าโซลูชั่นอื่นๆ ในตลาดถึง <strong>20%</strong></span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;">· <strong>ซอฟต์แวร์ :</strong> กว่า <strong>50 </strong><strong>ปี</strong> ซอฟต์แวร์ <strong>EcoStruxure</strong> ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วจากหลายๆโดเมน โดยสร้างขึ้นเพื่อจัดการกับความท้าทายด้านการระบายความร้อนด้วยอากาศและของเหลวของดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งให้การจัดการความร้อน ประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดสำหรับสภาพแวดล้อมที่มีความสำคัญต่อภารกิจ (Mission-critical Environments)</span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;">· <strong>บริการ:</strong> <strong>Motivair</strong><strong> </strong>มีประสบการณ์ในการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบระบายความร้อนที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในภาคสนามกว่าทศวรรษ เป็นบริษัทดูแลฐานการติดตั้งโซลูชั่นระบายความร้อนด้วยของเหลวความหนาแน่นสูงใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีช่างเทคนิคที่ผ่านการฝึกอบรมพร้อมให้บริการในทุกพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่สำคัญ ปัจจุบันเราฝึกอบรมช่างเทคนิคเพื่อบริการภาคสนามในด้านระบบทำความเย็นกว่า 600 ราย และร่วมมือกับพันธมิตร <strong>EcoXpert</strong> ด้านระบบทำความเย็นทั่วโลก</span></p>
<p><span style="font-family: Kanit;"><strong>การผลิตระดับโลก ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค และการทดสอบที่เข้มงวด</strong></span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;"><strong>พอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้รับการสนับสนุนโดยความสามารถด้านการผลิตและซัพพลายเชนทั่วโลก พร้อมด้วยความเชี่ยวชาญทางเทคนิค ตลอดจนการทดสอบและตรวจสอบครอบคลุมโซลูชั่นทั้งหมด</strong></span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;">· <strong>ซัพพลายเชนทั่วโลก :</strong> <strong>Motivair</strong> เพิ่งเปิดโรงงานผลิตแห่งที่ 4 ในเมือง<a href="https://www.motivaircorp.com/news/motivair-by-schneider-electric-expands-u-s-manufacturing-footprint/" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.motivaircorp.com/news/motivair-by-schneider-electric-expands-u-s-manufacturing-footprint/&amp;source=gmail&amp;ust=1762326577975000&amp;usg=AOvVaw1fVsHfpJkW1jXtYwD7ugZI">บัฟฟาโล รัฐนิวยอร์ก</a> และบริษัทยังขยายขีดความสามารถในการผลิตในอิตาลีและอินเดีย ซึ่งเพิ่มผลผลิตเป็น 3 เท่า และลดระยะเวลารอสินค้าสำหรับลูกค้าทั่วโลก</span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;">· <strong>การทดสอบที่เข้มงวด:</strong>ผลิตภัณฑ์ระบายความร้อนด้วยของเหลวทุกรุ่นผ่านการทดสอบประสิทธิภาพเพื่อจำลองโหลดความร้อนที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเป็นการตรวจสอบยืนยันทั้งประสิทธิภาพทางความร้อนและทางกลก่อนที่จะจัดส่งสินค้า ขณะที่ในระหว่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์จะได้รับการตรวจสอบความถูกต้องภายในบริษัทและอุปกรณ์ทุกชิ้นจะผ่านการทำความสะอาดก่อนการติดตั้งใช้งานเพื่อช่วยป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น ณ สถานที่ติดตั้ง</span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;">“<strong>AI</strong> คือการปฏิวัติเทคโนโลยีในยุคถัดไป และแน่นอนว่ามันทำให้<a href="https://download.schneider-electric.com/files?p_Doc_Ref=Navigating_Liquid_Cooling" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://download.schneider-electric.com/files?p_Doc_Ref%3DNavigating_Liquid_Cooling&amp;source=gmail&amp;ust=1762326577975000&amp;usg=AOvVaw3gu4hT4fdglydR2kQxVFbJ">การระบายความร้อนด้วยของเหลวเป็นสิ่งจำเป็นเชิงกลยุทธ์</a>สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์และ <strong>AI Factories</strong>” <strong>แอนดรูว์ แบรดเนอร์ รองประธานอาวุโสฝ่ายธุรกิจทําความเย็น ชไนเดอร์ อิเล็คทริค </strong>กล่าว “ด้วยการรวมความเชี่ยวชาญหลากหลายโดเมนของเราเข้ากับ <strong>Motivair</strong> เรากำลังบุกเบิกพื้นที่โอกาสใหม่ๆ ในการทำตลาดสำหรับการประมวลผลแบบเร่งความเร็ว ด้วยพอร์ตโฟลิโอระบายความร้อนด้วยของเหลวที่ไม่มีใครเทียบได้ ซึ่งมาพร้อมกับขนาดการผลิตและการเข้าถึงในระดับโลกและความมุ่งมั่นที่จะทดสอบและตรวจสอบทุกโซลูชั่นที่เราส่งมอบอย่างเข้มงวด เพื่อลดความเสี่ยงและมอบความมั่นใจสูงสุดให้กับลูกค้าของเรา”</span></p>
<p><span style="font-family: Sarabun;">“การระบายความร้อนด้วยของเหลวได้เปลี่ยนจากการเป็นตัวเสริมประสิทธิภาพ ไปสู่การเป็นองค์ประกอบพื้นฐานหลักของสภาพแวดล้อมการประมวลผลความหนาแน่นสูงสมัยใหม่” <strong>โอลก้า ยาชโควา ผู้จัดการวิจัยด้านเวิร์กโหลดองค์กร และ โครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ ไอดีซี</strong> กล่าว “การเข้าซื้อกิจการ <strong>Motivair</strong> โดยชไนเดอร์ อิเล็คทริค ช่วยยกระดับความแข็งแกร่งในด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานไฟฟ้า และระบบทำความเย็นของดาต้าเซ็นเตอร์ได้อย่างครบวงจร ในฐานะเวนเดอร์รายเดียวที่สามารถออกแบบและจัดหาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบทำความเย็นที่สำคัญทั้งหมดของดาต้าเซ็นเตอร์ แนวทางของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยังช่วยลดความซับซ้อนในการปฏิบัติงานของ ดาต้าเซ็นเตอร์ AI”</span></p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-news-251104/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัวพอร์ตโฟลิโอกลุ่มระบายความร้อนด้วยของเหลว จาก Motivair ด้วยโซลูชั่นและบริการที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับ HPC และเวิร์กโหลด AI</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัว “EBO 7.0” หัวใจหลักจัดการอาคารปลอดคาร์บอน EcoStruxureTM Building Operation เวอร์ชั่นใหม่ วัดผลชัดเจน จบครบแพลตฟอร์มเดียว</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-ebo-7-0-ecostruxuretm-building-operation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Sep 2025 08:48:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[Schneider Electric]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.inventor.in.th/home/?p=13227</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-ebo-7-0-ecostruxuretm-building-operation/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัว “EBO 7.0” หัวใจหลักจัดการอาคารปลอดคาร์บอน EcoStruxureTM Building Operation เวอร์ชั่นใหม่ วัดผลชัดเจน จบครบแพลตฟอร์มเดียว</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำระดับโลกด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลในด้านการจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ ประกาศเปิดตัว EcoStruxure</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-ebo-7-0-ecostruxuretm-building-operation/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัว “EBO 7.0” หัวใจหลักจัดการอาคารปลอดคาร์บอน EcoStruxureTM Building Operation เวอร์ชั่นใหม่ วัดผลชัดเจน จบครบแพลตฟอร์มเดียว</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-ebo-7-0-ecostruxuretm-building-operation/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัว “EBO 7.0” หัวใจหลักจัดการอาคารปลอดคาร์บอน EcoStruxureTM Building Operation เวอร์ชั่นใหม่ วัดผลชัดเจน จบครบแพลตฟอร์มเดียว</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (</strong><a href="https://www.se.com/th/th/" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.se.com/th/th/&amp;source=gmail&amp;ust=1758614982014000&amp;usg=AOvVaw16KqzKn9KV6WUvpbS8XzPy"><strong>Schneider Electric</strong></a><strong>) </strong><strong>ผู้นำระดับโลกด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลในด้านการจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ ประกาศเปิดตัว </strong><strong>EcoStruxure<sup>TM</sup> Building Operation </strong><strong>เวอร์ชั่นใหม่ “</strong><strong>EBO </strong><strong>7.0” ที่มาพร้อมความสามารถในการบริหารจัดการอาคารแบบครบวงจรบนแพลตฟอร์มเดียว รองรับการดำเนินงานอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมฟีเจอร์วัดผลการปล่อยคาร์บอนอย่างแม่นยำ และยกระดับการผสานรวมระบบจากรูปแบบเดิมให้เป็นเรื่องง่าย ตอบโจทย์การบริหารจัดการทั้งอาคารเก่าและใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">จากข้อมูลสถิติของชไนเดอร์ อิเล็คทริค พบว่า 37% ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลกยังคงมาจากกลุ่มอาคาร และ 100% ของอาคารในสหภาพยุโรปจะต้องติดตั้งระบบบริหารจัดการอาคาร (Building Management System: BMS) ภายในปี 2568 แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า “การบริหารจัดการอาคาร” กลายเป็นประเด็นสำคัญระดับโลกที่ท้าทายมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อรูปแบบการบริหารจัดการอาคารในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ฝ่ายบริหารอาคารต้องเผชิญกับข้อกำหนดใหม่ๆ ที่เข้มงวดมากขึ้น ทั้งในด้านการลดการปล่อยคาร์บอน การบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน รวมถึงการตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้อาคารที่มุ่งเน้นบริการที่ทันสมัย และพื้นที่ที่มีสุขอนามัยที่ดี เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อยู่อาศัยภายในอาคาร</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เดินหน้าพัฒนาฟีเจอร์ของ EcoStruxure<sup>TM</sup> Building Operation (EBO) แพลตฟอร์มแบบเปิด (Open Integration Platform) อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน เพื่อรองรับการบริหารจัดการอาคารให้สอดคล้องกับแนวทางและข้อกำหนดมาตรฐานที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ล่าสุดได้เปิดตัว <strong>EcoStruxure<sup>TM</sup> Building Operation </strong><strong>7.0</strong><strong> (</strong><strong>EBO </strong><strong>7.0)</strong> เวอร์ชั่นใหม่ที่มาพร้อมความสามารถในการบริหารจัดการอาคารอย่างชาญฉลาดและง่ายดายยิ่งขึ้น โดยลูกค้าปัจจุบันสามารถอัปเกรดจากเวอร์ชั่น 1.9 หรือสูงกว่า เป็นเวอร์ชั่น 7.0 ได้ในขั้นตอนเดียว ช่วยลดต้นทุนในการเปลี่ยนอุปกรณ์ เนื่องจาก <strong>EBO </strong><strong>7.0</strong> ได้รับการออกแบบให้สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เดิมที่มีอยู่แล้วได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>EBO </strong><strong>7.0</strong> ยังยกระดับฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยให้การผสานรวมกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในอาคารและระบบไฟฟ้าแบบหลายระบบเป็นไปอย่างราบรื่น ด้วยการรองรับมาตรฐาน OPC UA, AVEVA PI และระบบอื่นๆ ทำให้สามารถรวบรวม วิเคราะห์ และบริหารจัดการข้อมูลทั้งองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านศูนย์ควบคุมเดียวแบบอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน พร้อมชี้วัดผลลัพธ์ในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้อย่างชัดเจน และช่วยลดระยะเวลาการปฏิบัติงานของผู้ใช้ระบบได้ถึง 20%</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">อีกทั้งการทำงานของอาคารโดยอัตโนมัติบนเครือข่ายเดียวที่มีการอัปเกรดให้ทันสมัยนี้ ทำให้แพลตฟอร์ม <strong>EBO 7.0</strong> เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการอาคารสำหรับอนาคต ด้วยฟีเจอร์ในการรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อกันมากขึ้น พร้อมนำเทคโนโลยี AI และ Machine Learning มาใช้ในการวิเคราะห์และตัดสินใจเชิงระบบ รวมถึงฟีเจอร์ด้าน Cybersecurity ที่มีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของทุกการเชื่อมต่อระหว่างระบบและอุปกรณ์ภายในอาคาร</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">นอกจากนี้ <strong>EBO 7.0 </strong>ได้อัปเดตแพ็กเกจไลเซนส์ใหม่ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกใช้ฟีเจอร์ที่เหมาะสมกับแต่ละขนาดอาคารและความต้องการใช้งานได้อย่างครบถ้วน โดยแบ่งเป็น 3 แพ็กเกจหลัก ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>Essential</strong>ไลเซนส์ที่รวบรวมฟีเจอร์พื้นฐานสำหรับการบริหารจัดการอาคารไว้อย่างครบถ้วน เหมาะสำหรับอาคารขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่มีระบบไม่ซับซ้อน</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>Advanced</strong>ไลเซนส์ที่อัปเกรดเพิ่มจากแพ็กเกจ Essential โดยอัดแน่นด้วยตัวช่วยฟีเจอร์ด้านการวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อเพิ่มการจัดการที่มีตัวชี้วัดชัดเจน การแบ่งโซนการทำงานของระบบ และการผสานรวมกับระบบภายนอกที่มากยิ่งขึ้น เช่น External Log storage (Timescale, MSSQL), SNMP, OPC UA client และ SAML 2.0 Authentication เป็นต้น ซึ่งเป็นไลเซนส์ที่ตอบโจทย์กับกลุ่มอาคารขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่ให้ความสำคัญในการจัดการด้านการชี้วัดผลลัพธ์ที่ละเอียด</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>Advanced Plus </strong>ไลเซนส์ที่เหนือกว่าด้วยฟังก์ชันเพิ่มเติมจากแพ็กเกจ Advancedเช่น ฟังก์ชั่น Change control สำหรับควบคุมและบันทึกการเปลี่ยนแปลงภายในระบบ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ เหมาะสำหรับอาคารที่มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและการใช้กฎระเบียบที่เข้มงวด</span></li>
</ul>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">โดยทั้ง 3 แแพ็กเกจไลเซนส์ โดดเด่นด้วยฟีเจอร์ที่ตอบรับกับการใช้งานที่ครอบคลุมในระดับที่แตกต่างกัน ซึ่งชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้มอบประสบการณ์พิเศษด้านความยืดหยุ่นของแแพ็กเกจ ในการอัปเกรดไลเซนส์ตามความต้องการของผู้ใช้งานได้ตลอดเวลา</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดฟีเจอร์เพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://download.schneider-electric.com/files?p_Doc_Ref=51794233&amp;p_enDocType=Brochure&amp;p_File_Name=Flyer+-+EcoStruxure+Building+Operation+7.0+-+New+Features+-+998-24167251.pdf" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://download.schneider-electric.com/files?p_Doc_Ref%3D51794233%26p_enDocType%3DBrochure%26p_File_Name%3DFlyer%2B-%2BEcoStruxure%2BBuilding%2BOperation%2B7.0%2B-%2BNew%2BFeatures%2B-%2B998-24167251.pdf&amp;source=gmail&amp;ust=1758614982014000&amp;usg=AOvVaw21xYAFGFUqv05vmn1_6sH8"><strong>EcoStruxure<sup>TM</sup> Building Operation 7.0</strong></a><strong> (EBO 7.0) New Features</strong> และแพ็กเกจไลเซนส์เพิ่มเติมได้ที่<strong> </strong><a href="https://download.schneider-electric.com/files?p_Doc_Ref=998-24103951&amp;p_enDocType=Brochure&amp;p_File_Name=998-24103951_EBO+7.0+Licensing+Plan_System+Integrators+Flyer.pdf" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://download.schneider-electric.com/files?p_Doc_Ref%3D998-24103951%26p_enDocType%3DBrochure%26p_File_Name%3D998-24103951_EBO%2B7.0%2BLicensing%2BPlan_System%2BIntegrators%2BFlyer.pdf&amp;source=gmail&amp;ust=1758614982014000&amp;usg=AOvVaw2NvfjrKnX5ULY-ODqX2jep"><strong>EcoStruxure<img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/2122.png" alt="™" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> Building Operation 7.0 (EBO 7.0) Licensing Plans</strong></a></span></p>
<hr />
<p style="font-weight: 400;">The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-ebo-7-0-ecostruxuretm-building-operation/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัว “EBO 7.0” หัวใจหลักจัดการอาคารปลอดคาร์บอน EcoStruxureTM Building Operation เวอร์ชั่นใหม่ วัดผลชัดเจน จบครบแพลตฟอร์มเดียว</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัวแพลตฟอร์ม “Zeigo™ Hub” ตัวช่วยสร้างความยั่งยืนองค์กร เร่งลดคาร์บอนในซัพพลายเชน</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-zeigo%e2%84%a2-hub-platform/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Aug 2025 08:10:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[Schneider Electric]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.inventor.in.th/home/?p=13200</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-zeigo%e2%84%a2-hub-platform/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัวแพลตฟอร์ม “Zeigo™ Hub” ตัวช่วยสร้างความยั่งยืนองค์กร เร่งลดคาร์บอนในซัพพลายเชน</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ในการจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ เปิดตัว Zeigo™ Hub by Schneider Electric </p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-zeigo%e2%84%a2-hub-platform/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัวแพลตฟอร์ม “Zeigo™ Hub” ตัวช่วยสร้างความยั่งยืนองค์กร เร่งลดคาร์บอนในซัพพลายเชน</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-zeigo%e2%84%a2-hub-platform/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัวแพลตฟอร์ม “Zeigo™ Hub” ตัวช่วยสร้างความยั่งยืนองค์กร เร่งลดคาร์บอนในซัพพลายเชน</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><a href="https://www.se.com/th/th/" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.se.com/th/th/&amp;source=gmail&amp;ust=1754553649428000&amp;usg=AOvVaw0Y7SMG6wRj-knyeWj8wUUY"><strong>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค</strong></a><strong> </strong><strong>(Schneider Electric) </strong><strong>ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ในการจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ</strong><strong> </strong><strong>เปิดตัว </strong><a href="https://www.zeigo.com/zeigo-hub" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.zeigo.com/zeigo-hub&amp;source=gmail&amp;ust=1754553649428000&amp;usg=AOvVaw3gONgxzQ4mJNDjU3NFrvSC"><strong>Zeigo<img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/2122.png" alt="™" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> Hub by Schneider Electric</strong></a><strong> </strong><strong>แพลตฟอร์มดิจิทัลทรงพลัง ออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ</strong><strong> </strong><strong>ลดคาร์บอนในซัพพลายเชนในวงกว้าง ถือเป็นก้าวสำคัญในการใช้นวัตกรรมโซลูชั่นเพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประเภทที่ </strong><strong>3 (Scope 3 emissions) </strong><strong>เพื่อนำไปสู่เป้าหมาย </strong><strong>Net-Zero </strong><strong>ได้อย่างมั่นใจและชัดเจน</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">กลุ่มซัพพลายเชนทั่วโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้า หน่วยงานกำกับดูแลและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการรายงานและดำเนินการเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก <strong>แพลตฟอร์ม </strong><strong>Zeigo<img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/2122.png" alt="™" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> Hub </strong>สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่เพิ่มขึ้นขึ้นนี้ได้ ด้วยการใช้โมดูลาร์ที่เน้นการลงมือปฏิบัติเพื่อความยั่งยืน ช่วยให้องค์กรต่างๆ มีส่วนร่วมกับซัพพลายเออร์ในทุกขนาดธุรกิจ สามารถเข้าถึงและติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของซัพพลายเออร์หลายระดับ และขับเคลื่อนผลลัพธ์ที่วัดผลได้โดยตรงผ่านการให้ความรู้ เครื่องมือและการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญ</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">&#8220;การมีซัพพลายเชนที่ไร้คาร์บอน ไม่ใช่แค่สิ่งดีที่ควรมีอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือความจำเป็นเชิงกลยุทธ์ สำหรับแพลตฟอร์ม <strong>Zeigo<img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/2122.png" alt="™" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> Hub</strong> ชไนเดอร์ อิเล็คทริคกำลังติดอาวุธเสริมเพื่อเป็นเครื่องมือและข้อมูลเชิงลึกที่จำเป็นให้กับบริษัทต่างๆ เพื่อเปลี่ยนซัพพลายเชนของพวกเขาให้เป็นกลไกขับเคลื่อนความยืดหยุ่นที่ยั่งยืน” <strong>ลอร่า อีฟ รองประธานฝ่ายโซลูชั่นความยั่งยืน </strong><strong>SaaS ชไนเดอร์ อิเล็คทริค </strong>กล่าว</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>ยุคใหม่แห่งการมีส่วนร่วมของซัพพลายเออร์และนวัตกรรม</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>Zeigo<img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/2122.png" alt="™" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> Hub </strong>ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นแพลตฟอร์มส่งเสริมการมีส่วนร่วมของซัพพลายเออร์ในทุกขั้นตอนของการเดินทางสู่ความยั่งยืน ไม่ว่าจะมีขนาดองค์กรที่พร้อม หรือประสบการณ์ในระดับใด แพลตฟอร์มนี้ช่วยขจัดอุปสรรคการมีส่วนร่วมได้ ด้วยระบบการเริ่มต้นใช้งานที่มีคำแนะนำ มีอินเทอร์เฟซต่อผู้ใช้ที่เรียบง่าย และเครื่องมือการเรียนรู้ในตัวที่ช่วยให้ซัพพลายเออร์สามารถเริ่มคำนวณและบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ทันที <strong>แพลตฟอร์ม</strong> <strong>Zeigo<img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/2122.png" alt="™" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> Hub </strong>ไม่ใช่เพียงเครื่องมือเก็บข้อมูลสถิติเท่านั้น แต่ยังทำงานร่วมกันแบบตอบกลับผ่านเการเรียนรู้ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ มีชุดเครื่องมือลดคาร์บอนและแดชบอร์ดการเปรียบเทียบมาตรฐาน ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่คล่องตัวและเข้าถึงได้ง่าย ซัพพลายเออร์สามารถดำเนินการจากข้อมูลและวัดผลได้ ส่วนผู้สนับสนุนก็สามารถส่งต่อผลกระทบได้ทั้งซัพพลายเชน</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>แพลตฟอร์ม </strong><strong>Zeigo<img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/2122.png" alt="™" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> Hub </strong>มีกลไกการวิเคราะห์ประสิทธิภาพสูง ช่วยให้มองเห็นข้อมูลเรียลไทม์ของการมีส่วนร่วมจากซัพพลายเออร์ ทั้งข้อมูลแนวโน้มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและความคืบหน้าในการบรรลุเป้าหมายที่อ้างอิงตามหลักวิทยาศาสตร์ ซึ่งโครงสร้างข้อมูลได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐาน CDP, CSRD และ TCFD รวมถึงการจัดทำรายงานความยั่งยืนภายในองค์กร ซึ่งเป็นการรับรองด้านความโปร่งใสและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ทั้งนี้ซัพพลายเออร์ทุกรายที่ได้รับเชิญเข้าร่วม<strong>แพลตฟอร์ม </strong><strong>Zeigo<img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/2122.png" alt="™" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> Hub</strong> จะได้รับสิทธิ์เข้าถึงแผนงานลดคาร์บอนและผู้ให้บริการโซลูชั่นที่ปรับเปลี่ยนได้ ซึ่งช่วยให้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรมในวงกว้าง ส่วนผู้สนับสนุนจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมทั้งหมด ทำให้ไม่มีอุปสรรคด้านต้นทุนสำหรับซัพพลายเออร์ และครอบคลุมถึงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในฐานะส่วนหนึ่งของชไนเดอร์ อิเล็คทริค อีกทั้ง<strong>แพลตฟอร์ม </strong><strong>Zeigo<img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/2122.png" alt="™" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> Hub</strong> สามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบนิเวศระดับโลกที่เชื่อถือได้ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืน บริการให้คำปรึกษาและโซลูชั่นการลดคาร์บอนได้อย่างราบรื่น โดยมอบการสนับสนุนเชิงลึกและความน่าเชื่อถือให้แก่องค์กรที่เหนือกว่าแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์แบบเดี่ยวทั่วไป</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>แพลตฟอร์ม </strong><strong>Zeigo<img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/2122.png" alt="™" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> Hub</strong> ใช้ความสามารถของ Agentic AI<strong> </strong>ขั้นสูง เพื่อเร่งการลดคาร์บอนด้วยการใช้ข้อมูลขับเคลื่อนการตัดสินใจ และขยายผลกระทบไปทั่วทั้งห่วงโซ่คุณค่าที่หลากหลาย (Complex value chains) และเป็นผลิตภัณฑ์แรกที่ถูกนำมาใช้ใน <strong>ระบบนิเวศ </strong><strong>AI-native ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค</strong> ซึ่งได้ประกาศไปเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2568ที่ผ่านมา โดยระบบนี้ผสานรวมความเชี่ยวชาญชั้นนำด้านความยั่งยืนของชไนเดอร์เข้ากับนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งฟีเจอร์  Agentic AI ของ<strong>แพลตฟอร์ม </strong><strong>Zeigo<img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/2122.png" alt="™" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> Hub</strong> จะช่วยยกระดับและปรับเปลี่ยนประสบการณ์การเริ่มต้นใช้งานของผู้ใช้ให้เป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยจะช่วยลดความยุ่งยากในการป้อนข้อมูลด้วยการใช้เครื่องมือการดึงข้อมูลจากเว็บไซต์และการอัปโหลด, การปรับแต่งคำเชิญเข้าร่วมโปรแกรม และให้การกำกับดูแลโปรแกรมเพิ่มเติมในนามของผู้สนับสนุนโครงการขององค์กร</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>ขับเคลื่อนผลกระทบระดับโลกผ่านความร่วมมือ</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เป็นผู้นำที่ได้รับการยอมรับในด้านการลดคาร์บอนในซัพพลายเชน จากการทำงานร่วมกับแบรนด์ใหญ่และจากโครงการริเริ่มด้านซัพพลายเชนภายในองค์กรที่ได้รับรางวัล เช่น <strong>Zero Carbon Project</strong> ตั้งแต่ปี 2564 ได้เปิดตัวโครงการลดคาร์บอนในซัพพลายเชนทั่วโลก มีบริษัทซัพพลายเชนเข้าร่วมกว่า 20 โครงการ รวมถึงโครงการความร่วมมือกับกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น <strong>Energize</strong><strong>, </strong><strong>Catalyze</strong> และ<strong> </strong><strong>Materialize</strong> จนถึงปัจจุบันชไนเดอร์ อิเล็คทริคได้ร่วมงานกับแบรนด์ต่างๆ มากกว่า 40 แบรนด์ โดยเป็นผู้สนับสนุนโครงการที่มีซัพพลายเออร์ลงทะเบียนมากกว่า 2,700 ราย</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>แพลตฟอร์ม </strong><strong>Zeigo<img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/2122.png" alt="™" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> Hub</strong> จะทำหน้าที่เป็นตัวขับเคลื่อนเทคโนโลยีและเครื่องมือสำหรับการดำเนินการร่วมกันในโครงการซัพพลายเชนเหล่านี้ ทำให้ช่วยลดคาร์บอนในวงกว้างง่ายกว่าวิธีเดิม อีกทั้งแพลตฟอร์มนี้ช่วยให้องค์กรต่างๆ สร้างวัฒนธรรมของการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างผู้ซื้อและซัพพลายเออร์ และแนวทางนี้ไม่เพียงเร่งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่านั้น แต่ยังเสริมสร้างความยืดหยุ่นของซัพพลายเชนและเพิ่มคุณค่าทางธุรกิจในระยะยาวอีกด้วย</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>“แพลตฟอร์ม Zeigo<img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/2122.png" alt="™" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> Hub</strong> <strong>แสดงถึงก้าวที่กล้าไปข้างหน้าในด้านความยั่งยืนของซัพพลายเชน นี่คือการเปลี่ยนความมุ่งมั่นให้เป็นการลงมือทำ เสริมสร้างศักยภาพให้กับซัพพลายเออร์ทุกราย พันธมิตรทุกคน และทุกองค์กร ให้มีส่วนร่วมสร้าง</strong><strong> Net-Zero ในอนาคต” ลอร่า อีฟ รองประธานฝ่ายโซลูชันความยั่งยืน SaaS ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าว</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong><span style="font-family: Kanit;">การวางจำหน่าย</span><br />
แพลตฟอร์ม </strong><strong>Zeigo<img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/2122.png" alt="™" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> Hub</strong><em> </em>พร้อมให้บริการแก่ทุกองค์กรทั่วโลกแล้ววันนี้ และหากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเส้นทางการลดคาร์บอนในซัพพลายเชนของธุรกิจ สามารถเข้าชมได้ที่<strong> </strong><a href="https://www.zeigo.com/zeigo-hub" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.zeigo.com/zeigo-hub&amp;source=gmail&amp;ust=1754553649428000&amp;usg=AOvVaw3gONgxzQ4mJNDjU3NFrvSC"><strong>https://www.zeigo.com/zeigo-hub</strong></a></span></p>
<hr />
<p style="font-weight: 400;">The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-zeigo%e2%84%a2-hub-platform/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัวแพลตฟอร์ม “Zeigo™ Hub” ตัวช่วยสร้างความยั่งยืนองค์กร เร่งลดคาร์บอนในซัพพลายเชน</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประกาศจับมือพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ  ร่วมกับ “พร้อม เทคนิคคอล เซอร์วิสเซส” เร่งพัฒนาโซลูชั่นทรานส์ฟอร์มธุรกิจพลังงาน</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-news-250721/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Jul 2025 05:24:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[Schneider Electric]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.inventor.in.th/home/?p=13193</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-news-250721/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประกาศจับมือพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ  ร่วมกับ “พร้อม เทคนิคคอล เซอร์วิสเซส” เร่งพัฒนาโซลูชั่นทรานส์ฟอร์มธุรกิจพลังงาน</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ในการจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ บริษ</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-news-250721/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประกาศจับมือพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ  ร่วมกับ “พร้อม เทคนิคคอล เซอร์วิสเซส” เร่งพัฒนาโซลูชั่นทรานส์ฟอร์มธุรกิจพลังงาน</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-news-250721/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประกาศจับมือพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ  ร่วมกับ “พร้อม เทคนิคคอล เซอร์วิสเซส” เร่งพัฒนาโซลูชั่นทรานส์ฟอร์มธุรกิจพลังงาน</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p><b><span lang="TH">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่<wbr />น ในการจัดการพลังงานและระบบอั<wbr />ตโนมัติ </span></b><b><span lang="TH">ร่วมลงนามในบันทึกข้<wbr />อตกลงความร่วมมือพันธมิตรเชิ<wbr />งกลยุทธ์กับ <a name="m_-6503090563251230477_m_-4588135495742279872_m_-1631012178393404686_m_4855601174194933293_m_7539584325341456969__Hlk201929859"></a>บริษัท พร้อม เทคนิคคอล เซอร์วิสเซส จำกัด </span></b><b><span lang="TH">เพื่อ</span></b><b><span lang="TH">พัฒนาโซลูชั่นเชิ<wbr />งนวัตกรรมขับเคลื่อนการทรานส์<wbr />ฟอร์มเมชั่นธุรกิจพลังงานและ<a name="m_-6503090563251230477_m_-4588135495742279872_m_-1631012178393404686_m_4855601174194933293_m_7539584325341456969__Hlk201923334"></a>อุ<wbr />ตสาหกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลี<wbr />ยม (</span></b><b>Upstream Oil &amp; Gas)<span lang="TH"> สร้างผลกระทบเชิงบวก ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</span></b></p>
<p><b><span lang="TH">นายซิงเจียง ปัง ประธาน<a name="m_-6503090563251230477_m_-4588135495742279872_m_-1631012178393404686_m_4855601174194933293_m_7539584325341456969__Hlk201936810"></a>ชไนเดอร์ อิเล็คทริคประจำภูมิภาคเอเชี<wbr />ยตะวันออก </span></b><span lang="TH">กล่าวว่า ชไนเดอร์ อิเล็คทริค มีความมุ่งมั่นในการผลักดันพั<wbr />นธมิตรเพื่อเป้าหมายสำคั<wbr />ญในการสร้างผลกระทบเชิ<wbr />งบวกและความยั่งยืนให้กับระบบนิ<wbr />เวศ ความร่วมมือกับ</span><a href="https://www.prompt.co.th/index.html" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.prompt.co.th/index.html&amp;source=gmail&amp;ust=1753155015592000&amp;usg=AOvVaw1TpcWG-hg5qNudrc80_YNg"><span lang="TH">บริษัท พร้อม เทคนิคคอล เซอร์วิสเซส จำกัด</span></a><span lang="TH"> จะเป็นส่วนหนึ่งในการขั<wbr />บเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลั<wbr />งงานที่สำคัญของไทย จากความร่วมมือด้านข้อมูลที่ใช้<wbr />พัฒนานวัตกรรมโซลูชั่<wbr />นจากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างนวัตกรรมดิจิทั<wbr />ลตอบสนองต่อความเปลี่<wbr />ยนแปลงทางเทคโนโลยีให้กับกลุ่<wbr />มธุรกิจพลังงาน </span><span lang="TH">ได้แก่ กระทรวงพลังงาน</span>, <span lang="TH">คณะกรรมการกำกั<wbr />บกิจการพลังงาน (กกพ.</span>), <span lang="TH">บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (</span>PTTEP) <span lang="TH">และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่<wbr />งประเทศไทย (</span>EGAT)</p>
<p><b><span lang="TH">นายมงคล ตั้งศิริวิช ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ ดูแลประเทศไทย ลาว และเมียนมา ชไนเดอร์ อิเล็คทริค </span></b><span lang="TH">กล่าวเสริมว่า ธุรกิจพลังงานและอุ<wbr />ตสาหกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลี<wbr />ยมคือกลไกที่เกี่ยวข้องกั<wbr />บหลายภาคส่วนสำคัญในประเทศไทย ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้กับบริ<wbr />ษัท พร้อม เทคนิคคอล เซอร์วิสเซส จำกัด ได้มุ่งเน้นไปที่การร่วมกันพั<wbr />ฒนาโซลูชั่นเชิงนวัตกรรมเพื่<wbr />อเป้าหมายเปลี่ยนผ่<wbr />านกระบวนการทำงานด้วยเทคโนโลยี<wbr />ดิจิทัลสู่ผลลัพธ์ลดการปล่อยก๊<wbr />าซเรือนกระจก โดยมีขอบเขตความร่วมมือสำคั<wbr />ญในด้านต่างๆ ดังนี้</span></p>
<p>1<span lang="TH">.การจัดการข้อมูลแบบใกล้เคี<wbr />ยงเวลาจริง (</span>Near Real-Time)<span lang="TH"> </span>2. <span lang="TH">วิทยาศาสตร์ข้อมู<wbr />ล (</span>Data Science) <span lang="TH">และการวิเคราะห์ข้อมูล (</span>Data Analytics)<span lang="TH"> </span>3.<span lang="TH">การดำเนินธุรกิจอั<wbr />จฉริยะและการตัดสินใจเชิงกลยุ<wbr />ทธ์ </span>4.<span lang="TH">บริการคลาวด์ยุคใหม่ (</span>Next-generation Cloud Services)<span lang="TH"> </span>5.<span lang="TH">ความปลอดภั<wbr />ยทางไซเบอร์ (</span>Cybersecurity) 6.<span lang="TH">การสื่อสาร </span>5G <span lang="TH">และ </span>7.<span lang="TH">ศูนย์ข้<wbr />อมูลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (</span>Green Data Centers) <span lang="TH">เพื่อสนับสนุ<wbr />นการลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรม</span></p>
<p><b><span lang="TH">นายพงัน เชาวนการกิจ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พร้อม เทคนิคคอล เซอร์วิสเซส จำกัด </span></b><span lang="TH">กล่าวว่า<b> </b>ความร่วมมือกั<wbr />บชไนเดอร์ อิเล็คทริค ในครั้งนี้จะช่วยให้ผู้มีส่<wbr />วนได้ส่วนเสีย (</span>stakeholder<span lang="TH">) ในธุรกิจพลังงานและอุ<wbr />ตสาหกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ได้นำความรู้และนวัตกรรมโซลูชั่<wbr />นที่เกิดจากความร่วมมือ ใช้ประโยชน์ในการเปลี่ยนผ่านธุ<wbr />รกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลมากยิ่<wbr />งขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำคั<wbr />ญในกระบวนการลดการปล่อยก๊าซเรื<wbr />อนกระจก</span><b></b></p>
<p><span lang="TH">สำหรับโซลูชั่นและผลิตภัณฑ์ที่<wbr />จะพัฒนาร่วมกัน </span>4 <span lang="TH">ด้านสำคัญ ได้แก่ </span>1.<b><span lang="TH">การวิเคราะห์ข้อมู<wbr />ลและความเป็นเลิศในการดำเนินงาน</span></b><span lang="TH"><wbr /> ด้วยการพัฒนาแอปพลิเคชั่นการวิ<wbr />เคราะห์ข้อมูลและยกระดับความเป็<wbr />นเลิศในการดำเนินงาน โดยการผสมผสานโมเดล </span>AI<span lang="TH"> และ </span>ML <span lang="TH">ร<wbr />วมถึงโซลูชั่นอัจฉริยะเข้ากั<wbr />บความสามารถของคอมพิวเตอร์<wbr />สมรรถนะสูง (</span>HPC)</p>
<p><b>2.<span lang="TH">การพยากรณ์และวิเคราะห์พลั<wbr />งงานหมุนเวียน</span></b><span lang="TH"> ด้วยการพั<wbr />ฒนาแอปพลิเคชั่นและโซลูชั่นที่<wbr />มีประสิทธิภาพสำหรั<wbr />บแบบจำลองและแพลตฟอร์<wbr />มการพยากรณ์พลังงานหมุนเวียน (</span>Renewable Energy) <span lang="TH">เพื่อเพิ่มความแม่<wbr />นยำในการวางแผน</span>, <span lang="TH">การเชื่อมต่อกั<wbr />บระบบโครงข่ายไฟฟ้า (</span>Grid Integration) <span lang="TH">และประสิทธิ<wbr />ภาพการดำเนินงาน</span></p>
<p><b>3.<span lang="TH">แอปพลิเคชั่นจัดการข้อมูลพลั<wbr />งงานแบบใกล้เคียงเวลาจริง</span></b><span lang="TH"> <wbr />โดยจะพัฒนาระบบและเทคโนโลยีล้ำ<wbr />สมัยสำหรับการรวบรวม</span>, <span lang="TH">ประมวลผล และวิเคราะห์ข้อมูลพลังงานแบบ </span>N<wbr />ear Real-Time <span lang="TH">รวมถึงโซลูชั่นในรู<wbr />ปแบบบริการซอฟต์แวร์ (</span>SaaS) <span lang="TH">ที่ยืดหยุ่นโดยใช้<wbr />ประโยชน์จากบริการคลาวด์ยุคใหม่</span></p>
<p><span lang="TH">และ</span><b>4.<span lang="TH">ศูนย์ปฏิบัติการแบบบู<wbr />รณาการ (</span>IOC)</b> <span lang="TH">ซึ่งจะพัฒนาโซลูชั่นศูนย์<wbr />ปฏิบัติการแบบบูรณาการ (</span>Integrated Operation Center) <span lang="TH">เพื่อใช้เป็นศูนย์<wbr />กลางในการสร้างความเป็นเลิ<wbr />ศในการดำเนินงาน</span>, <span lang="TH">มีหน้าจอควบคุ<wbr />มและติดตามแบบครบวงจรที่<wbr />สามารถรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่<wbr />งทั้ง </span>IT <span lang="TH">และ</span>OT <span lang="TH">ได้อย่างราบรื่น โดยสร้างขึ้นบนสถาปั<wbr />ตยกรรมระบบที่มีความพร้อมใช้<wbr />งานสูง (</span>High-Availability)</p>
<p><b><span lang="TH">นายชัยวิชิต สารกุล ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจดิจิทั<wbr />ล บริษัท พร้อม เทคนนิคคอล เซอร์วิสเซส จำกัด </span></b><span lang="TH">กล่าวว่า ความร่วมมือในการพัฒนาโซลูชั่<wbr />นร่วมกันจะช่วยผลักดันศั<wbr />กยภาพการให้บริการดิจิทั<wbr />ลแพลตฟอร์มในรูปแบบครบวงจร และสามารถนำเสนอบริการด้<wbr />วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิ<wbr />ภาพในกระบวนการดำเนินธุรกิจให้<wbr />กับกลุ่มลูกค้าในอุตสาหกรรมปิ<wbr />โตรเลียมและธุรกิจพลังงาน และเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมผลั<wbr />กดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็<wbr />นผู้นำด้านพลังงานอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><a href="https://www.se.com/th/th/work/solutions/software/" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.se.com/th/th/work/solutions/software/&amp;source=gmail&amp;ust=1753155015592000&amp;usg=AOvVaw0PFoWwqaGUPUT5t3tV0sE1"><b><span lang="TH">ชไนเดอร์อิเล็คทริค</span></b></a><span lang="TH"> มุ่งมั่นขั<wbr />บเคลื่อนองค์กรต่างๆ ในระบบนิเวศ เพื่อร่วมกัน</span><span lang="TH">สร้างผลกระทบเชิ<wbr />งบวกโดยเชื่อมโยงความก้าวหน้<wbr />าและความยั่งยืนเพื่อประโยชน์<wbr />ของทุกคน ด้วยการเป็นพันธมิตรที่เชื่อมั่<wbr />นได้ ทั้งในด้านการสร้างความยั่งยื<wbr />นและสร้างประสิทธิภาพ</span></p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-news-250721/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประกาศจับมือพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ  ร่วมกับ “พร้อม เทคนิคคอล เซอร์วิสเซส” เร่งพัฒนาโซลูชั่นทรานส์ฟอร์มธุรกิจพลังงาน</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัว “New EasyPact MVS” เซอร์กิตเบรกเกอร์ดิจิทัลทรงสมาร์ท โชว์เคสเชื่อมต่อแบบไร้สัมผัส</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-new-easypact-mvs/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Jul 2025 03:11:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[Schneider Electric]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.inventor.in.th/home/?p=13185</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-new-easypact-mvs/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัว “New EasyPact MVS” เซอร์กิตเบรกเกอร์ดิจิทัลทรงสมาร์ท โชว์เคสเชื่อมต่อแบบไร้สัมผัส</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ในการจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ เปิดตัว ‘New EasyPact MVS’ เซอร์กิตเบรกเกอร์ดิจิทัลใหม่ล่าสุด</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-new-easypact-mvs/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัว “New EasyPact MVS” เซอร์กิตเบรกเกอร์ดิจิทัลทรงสมาร์ท โชว์เคสเชื่อมต่อแบบไร้สัมผัส</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-new-easypact-mvs/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัว “New EasyPact MVS” เซอร์กิตเบรกเกอร์ดิจิทัลทรงสมาร์ท โชว์เคสเชื่อมต่อแบบไร้สัมผัส</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ในการจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ เปิดตัว </strong><strong>‘New EasyPact MVS’ เซอร์กิตเบรกเกอร์ดิจิทัลใหม่ล่าสุด โชว์ประสบการณ์ใช้งานง่ายแบบไร้การสัมผัส ด้วยฟีเจอร์ NFC ผ่านแอปพลิเคชัน EcoStruxure Power Device ภายในงานสัมมนา Innovation Talk : Smart Solar Solution &amp; Safer Switchgear</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>นายเผดิมศักดิ์ รัตนเรืองศักดิ์ รองประธานฝ่ายธุรกิจ เพาเวอร์ โพรดักส์ ดูแลกลุ่มคลัสเตอร์ ไทย ลาว และเมียนมา</strong> กล่าวว่า <a href="https://www.se.com/th/th/product-range/61227-easypact-mvs/#overview" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.se.com/th/th/product-range/61227-easypact-mvs/%23overview&amp;source=gmail&amp;ust=1751425242404000&amp;usg=AOvVaw25h-yNM7e86Jvu2uElxSxX"><strong>New EasyPact MVS</strong></a> เซอร์กิตเบรกเกอร์ดิจิทัลรุ่นใหม่ในกลุ่มเซอร์กิตเบรกเกอร์ที่รองรับเครือข่ายกระแสไฟฟ้าแรงดันต่ำตั้งแต่ 630 ถึง 4,000 แอมแปร์ ได้รับการปรับโฉมการใช้งานใหม่ทั้งหมดด้วยฟีเจอร์ที่เน้นความสะดวกสบาย เชื่อมต่อง่าย สมาร์ททุกฟังก์ชัน คุ้มค่ามากขึ้น เพื่อตอบรับความต้องการใช้งานของกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMB) ล่าสุดเปิดตัวและโชว์ศักยภาพในงานสัมมนาทางด้านเทคโนโลยีเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าแสงอาทิตย์ เพื่อระบบที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ‘<strong>Innovation Talk : Smart Solar Solution &amp; Safer Switchgear’</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">โดยงานนี้ได้มีผู้เชี่ยวชาญด้านระบบพลังงานร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ในหลากหลายหัวข้อ เช่น เจาะลึกโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ครบวงจร (Solar Total Solutions), เทคโนโลยีการจัดเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่และระบบป้องกัน (Battery Energy Storage Technology and Protection), มาตรฐานและการเลือกใช้อปุกรณ์สำหรับตู้ไฟฟ้า และแนวทางการออกแบบระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เชิงวิศวกรรมสำหรับอาคารและภาคอุตสาหกรรม</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>New EasyPact MVS</strong> เซอร์กิตเบรกเกอร์ดิจิทัล มาพร้อมดีไซน์เรียบง่ายแต่สมาร์ท การันตีด้วยรางวัล <a href="https://www.red-dot.org/project/easypact-mvs-63766" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.red-dot.org/project/easypact-mvs-63766&amp;source=gmail&amp;ust=1751425242404000&amp;usg=AOvVaw1pSK883SIsKyWN41CuzhIY">reddot winner 2023</a> ด้วยคุณสมบัติหน้าจอแสดงผลทริปยูนิต (Trip Unit) ที่ใหญ่ขึ้น โดดเด่นด้านการแจ้งเตือนสถานะการทำงานต่างๆ ง่ายต่อผู้ใช้งาน ด้วยการเพิ่มแสงไฟสว่างแบบ LED ช่วยเปิดการมองเห็นที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นตั้งแต่ระยะ 10 เมตร และในกรณีที่เกิดภาวะโหลดเกิน หรือการลัดวงจร ผู้ใช้งานสามารถมองเห็นการแจ้งเตือนในระยะ 1 เมตร โดยหน้าจอจะแสดงผลแบบรหัสอักษรที่เข้าใจง่าย มองเห็นความผิดปกติได้ชัดเจน พร้อมปรับตำแหน่งการติดตั้งแบตเตอรี่ในส่วนหน้าของเซอร์กิตเบรกเกอร์ ซึ่งง่ายต่อการเปลี่ยนแบตเตอรี่</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ส่วนไฮไลต์ฟังก์ชันของ <strong>New EasyPact MVS</strong> คือการเชื่อมต่อแบบไร้สัมผัสด้วย NFC (Near-field wireless) ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานไม่พลาดการเข้าถึงข้อมูล สถานะการทำงานอย่างละเอียดของเซอร์กิตเบรกเกอร์ได้ง่ายขึ้น ผ่านแอปพลิเคชัน Ecostruxure Power device ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้ากับกลุ่มผลิตภัณฑ์ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค โดยรองรับทั้งระบบปฏิบัติการ Android ,iOS และ iOS By Huawei</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">นอกจากนี้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อการทำงานด้วย<a href="https://www.se.com/th/th/product-range/62980-ecostruxure-power-commission/#overview" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.se.com/th/th/product-range/62980-ecostruxure-power-commission/%23overview&amp;source=gmail&amp;ust=1751425242404000&amp;usg=AOvVaw0wwid4vA-FkAznEOT4jIwO">ซอฟต์แวร์ EPC (EcoStruxure Power Commission)</a> ผ่านพอร์ต USB 3.0 เข้ากับแล็ปท็อป (Laptop) โดยซอฟต์แวร์ EPC ออกแบบเพื่อรองรับการเข้าถึงการตั้งค่าแบบยืดหยุ่นครอบคลุมการป้องกันอย่างละเอียดและเพิ่มความแม่นยำมากขึ้น ผู้ใช้งานสามารถทำการอัปเดตเฟิร์มแวร์ได้ง่ายขึ้น รวมถึงสามารถเรียกดูข้อมูลประวัติการป้องกันย้อนหลังได้ รวมถึงการติดตามตรวจสอบกระแสพลังงาน ช่วยให้หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาด และนำข้อมูลมาใช้ประมวลผลเพื่อคาดการณ์อายุการใช้งาน ทำให้ช่วยลดต้นทุนและสร้างความคุ้มค่าให้กับผู้ประกอบการในระยะยาวได้</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>New EasyPact MVS</strong> เซอร์กิตเบรกเกอร์ดิจิทัลทรงสมาร์ท เชื่อมต่อง่าย ฟีเจอร์ทันสมัย คุ้มค่ามากขึ้น ตอบโจทย์ SMB วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://www.se.com/th/th/" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.se.com/th/th/&amp;source=gmail&amp;ust=1751425242404000&amp;usg=AOvVaw06Tf6gD8DVlAda4YSsEcQG">https://www.se.com/th/th/</a></span></p>
<hr />
<p style="font-weight: 400;">The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-new-easypact-mvs/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัว “New EasyPact MVS” เซอร์กิตเบรกเกอร์ดิจิทัลทรงสมาร์ท โชว์เคสเชื่อมต่อแบบไร้สัมผัส</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ส่ง โมดูลาร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ แก้ปัญหาการเติบโตของ AI ที่เอดจ์</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-news-250507/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 May 2025 09:33:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[Schneider Electric]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.inventor.in.th/home/?p=13144</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-news-250507/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ส่ง โมดูลาร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ แก้ปัญหาการเติบโตของ AI ที่เอดจ์</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>องค์กรธุรกิจในหลายภาคส่วนกำลังนำ AI มาช่วยจัดการกับปัญหาข้อมูลล้นจนเกินขีดความสามารถที่คนจะจัดการได้ ทั้งในแง่ของความเร็วและความเป็นไปได้ ซึ่งการปฏิวั</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-news-250507/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ส่ง โมดูลาร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ แก้ปัญหาการเติบโตของ AI ที่เอดจ์</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-news-250507/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ส่ง โมดูลาร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ แก้ปัญหาการเติบโตของ AI ที่เอดจ์</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">องค์กรธุรกิจในหลายภาคส่วนกำลังนำ AI มาช่วยจัดการกับปัญหาข้อมูลล้นจนเกินขีดความสามารถที่คนจะจัดการได้ ทั้งในแง่ของความเร็วและความเป็นไปได้ ซึ่งการปฏิวัติ <a href="https://www.se.com/th/en/work/solutions/data-centers-and-networks/ai-data-centers/" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.se.com/th/en/work/solutions/data-centers-and-networks/ai-data-centers/&amp;source=gmail&amp;ust=1746671397163000&amp;usg=AOvVaw31FY2A7-GJTcteVw2jKX11">AI</a> ทำให้มีความต้องการด้านพลังการประมวลผลที่เอดจ์อย่างมาก เช่นเดียวกับกระแสการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ แต่ในครั้งนี้ มีความต้องการสูงกว่าที่ผ่านมามาก เนื่องจาก AI ต้องใช้ความหนาแน่นของแร็คในการประมวลผลที่เอดจ์สูงมากเป็นพิเศษ ซึ่งจุดนี้ <a href="https://www.se.com/ww/en/work/solutions/data-centers-and-networks/modular-data-center/" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.se.com/ww/en/work/solutions/data-centers-and-networks/modular-data-center/&amp;source=gmail&amp;ust=1746671397163000&amp;usg=AOvVaw1py_UTzzOApyfTuFxINCko">โมดูลาร์ ดาต้าเซ็นเตอร์</a> ช่วยตอบโจทย์ได้อย่างดี โดยช่วยให้องค์กรมีโครงสร้างที่ยืดหยุ่นและสามารถขยายศักยภาพรองรับการเติบโตที่รวดเร็วของ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">มีการคาดการณ์ว่า <a href="https://www.se.com/th/en/download/document/SPD_WP110_EN/?ssr=true" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.se.com/th/en/download/document/SPD_WP110_EN/?ssr%3Dtrue&amp;source=gmail&amp;ust=1746671397163000&amp;usg=AOvVaw3Zmd701c745xlVns3op2mA">AI จะเติบโต</a>ในอัตราเฉลี่ย 33% ต่อปีระหว่างปี 2023 ถึง 2030 เพราะการพัฒนา Generative AI คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันกระแสของ AI โดยหลายองค์กรกำลังนำ AI มาใช้แทนที่หรือมาช่วยงานมนุษย์ในด้านต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพในการทำงานมากขึ้น เครื่องมืออย่าง ChatGPT และ Microsoft Copilot กำลังช่วยให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงและใช้ AI ได้ง่ายขึ้น</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">การใช้งาน AI นั้นแทบจะไม่มีขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเฮล์ธแคร์ การเงิน การผลิต การขนส่ง ตลอดจนความบันเทิง แม้แต่งานต่างๆ อย่างการทำพรีเซนเทชันหรือการทำรายงานการขาย ก็สามารถทำได้รวดเร็ว เพียงป้อนข้อมูลที่เกี่ยวข้องไปในระบบ AI และขอให้ AI จัดการกับข้อมูลตามรูปแบบที่ต้องการ</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">นอกจากนี้ องค์กรมากมายต่างกำลังนำเทคโนโลยี AI มาช่วยในการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ บริหารจัดการซัพพลายเชนได้อย่างฉลาด รวมถึงปรับบริการให้ตรงกับความต้องการเฉพาะของลูกค้ามากขึ้น ซึ่งความต้องการด้านข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ AI กำลังผลักดันให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีชิปและเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ ทำให้ความหนาแน่นของพลังงานต่อแร็คสูงขึ้นมาก ขณะที่ความต้องการพลังประมวลผลที่มีความหนาแน่นสูงก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>ความต้องการใช้งาน </strong><strong>AI ที่เอดจ์</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">นอกจาก AI ช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจมากมายจากการพัฒนาและนำความสามารถใหม่ๆ มาใช้ แต่ก็มาพร้อมความท้าทายเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่อง<strong>การติดตั้งฮาร์ดแวร์และโครงสร้างพื้นฐานของ</strong>ดาต้าเซ็นเตอร์ที่จำเป็นต่องาน AI ทำให้ต้องมีแนวทางใหม่สำหรับเอดจ์ เช่น <strong>การใช้</strong>โครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แบบโมดูลาร์<strong>ที่สามารถปรับขยายได้ตามต้องการ</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>การนำความสามารถด้าน </strong><strong>AI ไปไว้ที่เอดจ์ จะเป็นเหตุผลลักษณะเดียวกับการผลักดันให้บริษัทต่างๆ หันมาใช้เอดจ์ตั้งแต่แรก</strong></span></p>
<ul style="font-weight: 400;">
<li><span style="font-family: Sarabun;">เพื่อควบคุมและรักษาความปลอดภัยข้อมูลในองค์กรได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น</span></li>
</ul>
<ul style="font-weight: 400;">
<li><span style="font-family: Sarabun;">ลดความหน่วงของระบบ และรองรับการประมวลผลได้แบบเรียลไทม์ หรือใกล้เคียง</span></li>
</ul>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">AI เป็นเทคโนโลยีที่ต้องอาศัยข้อมูลจำนวนมาก เนื่องจากมีงานหลักอยู่ 2 ส่วนด้วยกัน คือการฝึก AI และการสรุปผลลัพธ์ (inference) ซึ่งในขั้นตอนการฝึกโมเดล ต้องมีการฟีดข้อมูลจำนวนมหาศาลเพื่อให้ AI มีฐานความรู้ที่แน่นมากขึ้น ยิ่งมีข้อมูลป้อนให้อัลกอริธึมมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้ AI ฉลาดมากขึ้นเท่านั้น หลังจากนั้น โมเดลจะนำความรู้ที่ได้มาใช้ในการสรุปผลลัพธ์เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>ความท้าทายของโครงสร้างพื้นฐาน </strong><strong>IT</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ในแง่ของโครงสร้างพื้นฐาน AI ต้องการพลังประมวลผลสูงมาก โดยปกติแล้ว ในหนึ่งเซิร์ฟเวอร์แร็คจะใช้พลังงานประมาณ <strong>10 กิโลวัตต์</strong><strong> </strong>แต่ปัจจุบันความต้องการพลังงานไปไกลถึง <strong>50–100 กิโลวัตต์</strong> ตัวอย่างเช่น ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กำลังพัฒนาดีไซน์อ้างอิงเพื่อรองรับแร็คเซิร์ฟเวอร์พลังงานสูงเกือบ 90 กิโลวัตต์ ซึ่งพร้อมใช้งานตั้งแต่ปลายปี 2024  โดยเซิร์ฟเวอร์ที่ออกแบบมาสำหรับ AI นอกจากจะมีหน่วยประมวลผลหลายตัวแล้ว ยังต้องใช้ชิปเซ็ตขั้นสูงเพื่อเพิ่มพลังการประมวลผลและช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งความหนาแน่นสูงระดับนี้ อาจทำให้เกิดความร้อนปริมาณมาก ซึ่งระบบระบายความร้อนแบบเดิมอาจรับมือไม่ไหว</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ดังนั้น จึงมีการนำเทคโนโลยีระบายความร้อนด้วยของเหลวมาใช้ เพื่อช่วยกระจายความร้อนจากตัวประมวลผล ด้วยการส่งผ่านน้ำหรือของเหลวชนิดอื่นไปยังชิปผ่านหน่วยกระจายสารหล่อเย็น (Coolant Distribution Unit &#8211; CDU) เพื่อดูดซับความร้อน จากนั้นของเหลวในลูปที่สองจะถูกส่งต่อไปยังหน่วยทำความเย็น (Chiller Unit) และส่งกลับมายัง CDU อีกครั้ง ซึ่งกระบวนการนี้จะส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐาน และทำให้ต้องเพิ่มท่อ และท่อร่วม (Manifolds) เพื่อส่งของเหลวผ่านแร็คและระบายออกไปยังนอกอาคาร ซึ่งอาจสร้างความซับซ้อนเพิ่มขึ้น เพราะการที่โครงสร้างพื้นฐานต้องรองรับระบบท่อเพิ่ม ทำให้กินพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เอจด์ที่มีขนาดจำกัด</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ด้วยภาระงานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น โซลูชั่นระบายความร้อนที่ดีขึ้น และระบบแร็คไอทีที่ซับซ้อน ทำให้ต้องมีการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ที่ให้ความล้ำหน้าและวางวิศวกรรมที่ให้ความยืดหยุ่น เพื่อรองรับ AI ยุคใหม่</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>โมดูลาร์ ดาต้าเซ็นเตอร์  ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><a href="https://www.se.com/th/en/download/document/SPD_WP110_EN/?ssr=true" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.se.com/th/en/download/document/SPD_WP110_EN/?ssr%3Dtrue&amp;source=gmail&amp;ust=1746671397163000&amp;usg=AOvVaw3Zmd701c745xlVns3op2mA">คาดว่าในปี 2028 งานที่เกี่ยวข้องกับ AI จะใช้ 20% ของพลังงานทั้งหมดในดาต้าเซ็นเตอร์</a> ซึ่งดาต้าเซ็นเตอร์แบบโมดูลาร์สามารถตอบสนองความต้องการของธุรกิจที่ใช้ AI ที่เอดจ์ได้อย่างตรงจุด ทั้งเรื่องของระบบโครงสร้างพื้นฐาน การประมวลผล และพลังงานไฟฟ้า รวมถึงระบบระบายความร้อนที่จำเป็นต่อการฝึกโมเดล AI และการสรุปผลลัพธ์</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ซึ่งแต่ละยูนิตในโครงสร้างสร้างพื้นฐาน จะถูกออกแบบเพื่อให้ทำงานแยกส่วนเป็นโมดูลได้ตามกรณีการใช้งานแต่ละประเภท โดยดีไซน์นี้ มีการเปิดตัวไปในปีที่ผ่านมา และสามารถขยายเป็นคลัสเตอร์ที่ทำซ้ำๆ ได้  เพื่อช่วยให้ติดตั้งได้อย่างรวดเร็วและยืดหยุ่นในทุกที่ต้องการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการใช้ AI ในเชิงกลยุทธ์ได้ตามเป้าหมาย ดีไซน์ดังกล่าว ทำให้ชไนเดอร์ อิเล็คทริค สามารถช่วยลูกค้าแก้ปัญหาท้าทายในการใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยช่วยให้องค์กรใช้เทคโนโลยีได้อย่างเต็มศักยภาพเพื่อสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขัน  </span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">เมื่อมีการใช้ AI แพร่หลายมากยิ่งขึ้น คำถามจะไม่ใช่ประเด็นที่ว่าองค์กรจะขยายโครงสร้างพื้นฐานไอทีหรือไม่ แต่อยู่ที่จะขยายเมื่อไหร่ เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้โซลูชั่น AI ที่ต้องอาศัยทรัพยากรจำนวนมากทั้งข้อมูล พลังงาน และระบบระบายความร้อน ทั้งนี้ หากองค์กรต้องการเตรียมความพร้อมในการใช้งาน AI สามารถศึกษาแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด รวมถึงเอกสารวิชาการ และเข้าร่วมงานสัมมนาผ่านเว็บ และ ฯลฯ ได้ที่ <strong>&#8220;</strong><a href="https://www.se.com/th/en/work/solutions/data-centers-and-networks/ai-data-centers/" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.se.com/th/en/work/solutions/data-centers-and-networks/ai-data-centers/&amp;source=gmail&amp;ust=1746671397163000&amp;usg=AOvVaw31FY2A7-GJTcteVw2jKX11">Transitioning to AI-Ready Data Centers</a><strong>&#8220;</strong></span></p>
<hr />
<p style="font-weight: 400;">The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-news-250507/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ส่ง โมดูลาร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ แก้ปัญหาการเติบโตของ AI ที่เอดจ์</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค มัดรวมสูตรสำเร็จ EcoStruxure™ IT ปี 2024 พร้อมเจาะลึกพัฒนาการก้าวต่อไป ในปี 2025</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-ecostruxure%e2%84%a2-it-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Mar 2025 15:04:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[Schneider Electric]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.inventor.in.th/home/?p=13086</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-ecostruxure%e2%84%a2-it-2024/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค มัดรวมสูตรสำเร็จ EcoStruxure™ IT ปี 2024 พร้อมเจาะลึกพัฒนาการก้าวต่อไป ในปี 2025</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น สำหรับการบริหารจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ เปิดเผยถึงความสำเร็จของเส้นทางในการพัฒนา E</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-ecostruxure%e2%84%a2-it-2024/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค มัดรวมสูตรสำเร็จ EcoStruxure™ IT ปี 2024 พร้อมเจาะลึกพัฒนาการก้าวต่อไป ในปี 2025</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-ecostruxure%e2%84%a2-it-2024/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค มัดรวมสูตรสำเร็จ EcoStruxure™ IT ปี 2024 พร้อมเจาะลึกพัฒนาการก้าวต่อไป ในปี 2025</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น สำหรับการบริหารจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ เปิดเผยถึงความสำเร็จของเส้นทางในการพัฒนา EcoStruxure IT ในปีที่ผ่านมา พร้อมแผนงานปี 2025 ว่ายังคงมุ่งเน้นที่การช่วยให้ลูกค้าใช้ซอฟต์แวร์ Data Center Infrastructure Management <a href="https://www.se.com/us/en/work/solutions/for-business/data-centers-and-networks/dcim-software/?&amp;utm_source=google&amp;utm_medium=cpc&amp;utm_campaign=2024_feb_us_sp_eesmbit_google_decision-lead_gen_sem_local_securepower_brand&amp;utm_term=schneider%20dcim&amp;gad_source=1&amp;gclid=CjwKCAiArva5BhBiEiwA-oTnXepaKaZlVABh8GLF7PCSt7EaoIsvOu66JKA0Tywq1zYcdXx0vLFo4hoCnrEQAvD_BwE&amp;gclsrc=aw.ds" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.se.com/us/en/work/solutions/for-business/data-centers-and-networks/dcim-software/?%26utm_source%3Dgoogle%26utm_medium%3Dcpc%26utm_campaign%3D2024_feb_us_sp_eesmbit_google_decision-lead_gen_sem_local_securepower_brand%26utm_term%3Dschneider%2520dcim%26gad_source%3D1%26gclid%3DCjwKCAiArva5BhBiEiwA-oTnXepaKaZlVABh8GLF7PCSt7EaoIsvOu66JKA0Tywq1zYcdXx0vLFo4hoCnrEQAvD_BwE%26gclsrc%3Daw.ds&amp;source=gmail&amp;ust=1742564364722000&amp;usg=AOvVaw1VzyxoPHx3yHHc1xn6jZrK">(DCIM)</a> อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานด้านไอที มีความยืดหยุ่น ปลอดภัย และยั่งยืนมากที่สุด ในทุกที่</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ท่ามกลางความท้าทายที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนของการใช้งานไฮบริดไอที นับเป็นโอกาสดีที่จะหันมาทบทวนว่า EcoStruxure IT ช่วยให้องค์กรลูกค้าเติบโตอย่างไรบ้าง และระบบของเราช่วยให้โครงสร้างพื้นฐานไอทีมีความยืดหยุ่น ปลอดภัยและยั่งยืนอย่างไรบ้าง</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>การอัปเดตและพัฒนาต่อเนื่องเพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้ระบบมากยิ่งขึ้น</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ตัวอย่างความสำเร็จบางส่วนในการดำเนินการปีที่ผ่านมา ซึ่งทีมงาน EcoStruxure IT ได้มีการปรับปรุงและเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์ทั้งสำหรับการใช้งานแบบ <strong>On-Premise</strong> และ <strong>Cloud-Based</strong> เพื่อช่วยให้การดำเนินงานของลูกค้าง่ายขึ้น ยืดหยุ่นมากขึ้น ได้แก่</span></p>
<ul style="font-weight: 400;">
<li><span style="font-family: Sarabun;"><strong>นโยบายในการแจ้งเตือน (</strong><strong>alarm threshold policies) ใน IT Expert</strong> สามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนโดยใช้เงื่อนไขขั้นสูง เช่น กำหนดให้แจ้งเตือนหากอุณหภูมิสูงเกิน 25 องศาจากค่าปกตินานเกิน 30 นาที ช่วยลดจำนวนการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็นและทำให้มีความแม่นยำมากขึ้น</span></li>
<li><span style="font-family: Sarabun;"><strong>วิดเจ็ต </strong><strong>&#8220;Service Contracts and Visits&#8221;</strong> บนแดชบอร์ดของ <strong>IT Expert</strong> ช่วยให้องค์กรดูภาพรวมของอุปกรณ์ทั้งหมดได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว พร้อมแจ้งให้ทราบว่าอุปกรณ์ใดอยู่ภายใต้สัญญาบริการ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะได้รับการอัปเดตทุกสัปดาห์</span></li>
<li><span style="font-family: Sarabun;"><strong>การบันทึกเหตุการณ์ (</strong><strong>Windows event logging) สำหรับ PowerChute</strong> ช่วยให้สามารถบันทึกทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระบบได้ โดยจะรวบรวมข้อมูลไว้ที่ส่วนกลางเพื่อให้สามารถติดตามเหตุการณ์เหล่านั้นได้ง่ายขึ้น  นอกจากนี้ ยังรองรับ <strong>Syslog</strong> สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการส่งบันทึกเหตุการณ์ไปที่ <strong>Syslog Server</strong> ส่วนกลางได้ด้วย</span></li>
</ul>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>ขยายการรองรับ </strong><strong>PowerChute vCLS สำหรับทุกการตั้งค่า UPS</strong>ช่วยให้เลือกปิดระบบเฉพาะส่วนที่จำเป็นได้อย่างยืดหยุ่น</span></li>
</ul>
<ul style="font-weight: 400;">
<li><span style="font-family: Sarabun;"><strong>รองรับ </strong><strong>LDAP (Lightweight Directory Access Protocol) บน Network Management Card (NMC) </strong>ช่วยให้ลูกค้าสามารถตั้งค่าอุปกรณ์เพื่อใช้ <strong>LDAP Server</strong> เพื่อยืนยันตัวตนได้จากระยะไกล เช่นในการใช้ <strong>Microsoft Active Directory</strong> และ <strong>OpenLDAP</strong></span></li>
<li><span style="font-family: Sarabun;"><strong>PowerChute Network Shutdown</strong> สามารถตั้งค่าให้รันคำสั่งบนระบบได้จากระยะไกล เช่น <strong>Storage Array</strong> หรือ <strong>Backup Server</strong> ผ่านการเชื่อมต่อ <strong>SSH</strong> ซึ่งให้ประโยชน์ในการจัดการระบบจัดเก็บข้อมูลหรือระบบอื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน ที่อาจจำเป็นต้องปิดระบบให้เรียบร้อย พร้อมกับอุปกรณ์ที่เหลืออื่นๆ</span></li>
<li><span style="font-family: Sarabun;"><strong>การรวมศูนย์ </strong><strong>Syslog ของ Data Center Expert จากหลากหลายระบบ</strong> ช่วยให้จัดการเรื่องการบันทึกเหตุการณ์ในระบบได้ง่ายขึ้น</span></li>
</ul>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">เหล่านี้ คือการดำเนินการสำหรับลูกค้าในปีที่ผ่าน ด้วยการอัปเกรดและเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้กับผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้ระบบโครงสร้างพื้นฐานไอทีทำงานได้ประสิทธิภาพมากขึ้น จัดการได้ง่ายขึ้น</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>ปรับปรุงฟีเจอร์ด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ความปลอดภัยทางไซเบอร์คือสิ่งที่อุตสาหกรรมให้ความสำคัญมานาน และองค์กรธุรกิจ ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น การรักษาโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีให้ปลอดภัยเป็นงานที่ท้าทายและมีความซับซ้อนมากขึ้น จึงทำให้ทีมงาน EcoStruxure IT เข้ามาช่วยดูแลเรื่องนี้</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ด้วยการใช้งานยูพีเอสและตู้แร็คจำนวนนับหลายพันในดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งแต่ละเครื่องมีรหัสผ่านเพื่อรักษาความปลอดภัย การดูแลเรื่องเหล่านี้ จึงเป็นงานที่ยากและท้าทายมาก โดยปัจจุบัน IT Expert มีตัวเลือกให้สามารถตั้งค่าเพื่อเชื่อมต่อและเปลี่ยนรหัสผู้ใช้ และรหัสผ่านของทุกอุปกรณ์ได้พร้อมกันทีเดียว จึงช่วยองค์กรลดเวลาในเรื่องดังกล่าว อีกทั้งสามารถดำเนินการระยะไกลผ่านระบบคลาวด์ได้</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ในทำนองเดียวกัน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้เพิ่มความปลอดภัยให้กับ Data Center Expert โดยเปลี่ยนโปรโตคอลการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์และ DCE จาก SNMPv1 เป็น SNMPv3 ได้อย่างง่ายดายเพียงกดปุ่ม ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าเรียกร้อง และบริษัทฯ ยินดีที่ได้ช่วยให้ทำเรื่องนี้เป็นจริง</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้มีการประกาศว่าแพลตฟอร์ม EcoStruxure IT NMC ได้รับการรับรองตามมาตรฐานที่กำหนดโดยคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐานอิเล็กทรอนิกส์ (IEC) และในเดือนตุลาคม ยังได้ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญของอุตสาหกรรม ว่า NMC ของเราได้รับการรับรองด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในระดับสูง จน กลายเป็น DCIM NMC ตัวแรกที่ได้รับการรับรอง IEC 62443-4-2 Security Level 2 (SL2) จาก IEC</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ชไนเดอร์ อิเล็คทริคมุ่งเน้นความสำคัญเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างจริงจัง และการรับรองที่ยกระดับไปอีกขั้นจากหน่วยงานอิสระช่วยยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ของผู้จำหน่ายรายนั้นๆ ที่ออกแบบมาสำหรับศูนย์ข้อมูลและสภาพแวดล้อมไอทีแบบกระจายศูนย์ ผ่านการทดสอบและประเมินเรื่องความปลอดภัยอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ เรายังได้รับการรับรองว่ากระบวนการพัฒนาของเราสอดคล้องตามมาตรฐาน ISASecure® Secure Development Lifecycle Assurance (SDLA) อีกด้วย</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังช่วยบริษัทต่างๆ แก้โจทย์ที่เป็นปัญหาท้าทายในการตามอัปเดตเฟิร์มแวร์ โดยระบบ <strong>EcoStruxure IT Secure NMC System (SNS)</strong> ช่วยจัดการเรื่องของเฟิร์มแวร์ได้ในตัวด้วยเครื่องมือใหม่เฉพาะสำหรับดูแลเรื่องนี้  ซึ่ง <strong>SNS Tool</strong> ช่วยลดกระบวนการที่ยุ่งยากในการค้นหาและติดตั้งเฟิร์มแวร์ล่าสุดบนอุปกรณ์ทั้งหมด ช่วยให้ดำเนินการได้เร็วขึ้นถึง <strong>90%</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ในแง่ของความปลอดภัยทางไซเบอร์ ยังมีการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์เหนือชั้นไปอีกขั้น ด้วยการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ พร้อมการรับรองมาตรฐานถึงสองรายการ ช่วยให้ลูกค้าจัดการและอัปเดตระบบได้สะดวกและง่ายดายขึ้น</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>การรายงานความยั่งยืนรูปแบบใหม่ด้วยระบบอัตโนมัติ</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">หนึ่งในการพัฒนาที่น่าจับตามองที่สุด ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาก คือการที่ทีม EcoStruxure IT ได้นำเสนอฟีเจอร์การออกรายงานด้านความยั่งยืนแบบใหม่ด้วยระบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ล้ำหน้าของสายผลิตภัณฑ์ EcoStruxure IT ที่ช่วยให้องค์กรสามารถคำนวณและรายงานข้อมูลด้านความยั่งยืนได้อย่างรวดเร็วเพียงปลายนิ้วสัมผัส ไม่ต้องเสียเวลานั่งทำเองนานๆ ขุมพลังของ AI ช่วยให้องค์กรควบคุมข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมภายในดาต้าเซ็นเตอร์</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ฟีเจอร์การรายงานใหม่ที่ผ่านการปรับปรุงและพัฒนา และได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากอุตสาหกรรม เปิดให้ใช้งานสำหรับผู้ใช้ EcoStruxure IT ทุกคนตั้งแต่เดือนเมษายนในปีที่ผ่านมา ก่อนที่ข้อบังคับด้านประสิทธิภาพพลังงานของสหภาพยุโรป (Energy Efficiency Directive หรือ EDD) จะมีผลบังคับใช้ เนื่องจาก EED เรียกร้องให้ประเทศในสหภาพยุโรปลดการใช้พลังงานพร้อมรายงานข้อมูลตัวชี้วัดประสิทธิภาพหลักของดาต้าเซ็นเตอร์ เพราะความยั่งยืนคือหนึ่งในวิธีที่ช่วยจำกัดการใช้พลังงาน ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน และลดของเสียในดาต้าเซ็นเตอร์ ทำให้ DCIM มีบทบาทสำคัญมาก และชไนเดอร์ อิเล็คทริคก็เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว จึงเข้ามาช่วยลูกค้าจัดการทรัพย์สินไอที อีกทั้งให้การสนับสนุนเรื่องการรายงานที่สอดคล้องตามกูฏข้อบังคับ</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ที่ ชไนเดอร์ อิเล็คทริคเราได้ดำเนินโครงการ Green IT ร่วมกับทีม CIO  และพบว่าเครื่องมือต่างๆ ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ใช้งานได้ง่ายเสมอไป ทำให้ไม่สามารถจัดการกับข้อมูลได้ตามต้องการ และบางครั้งข้อมูลก็ไม่สมบูรณ์ เรื่องนี้ จึงเป็นแรงขับเคลื่อน ให้เราสร้างการเปลี่ยนแปลง และผลลัพธ์จากเรื่องนี้ ก็คือการที่เราออกมาตรวัดการรายงานความยั่งยืนแบบใหม่ ที่ช่วยให้ลูกค้าก้าวข้ามความท้าทายในการออกรายงานความยั่งยืน เพื่อช่วยให้จัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>มุมมองของชไนเดอร์ อิเล็คทริค สำหรับปี </strong><strong>2025</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">เป็นการมองไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่น เพราะที่ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เรามั่นใจว่าทีม EcoStruxure IT จะยังคงสร้างนวัตกรรมและต่อยอดจากความสำเร็จขึ้นไปอีก ด้วยการตระหนักดีว่า สภาพแวดล้อมไอทีแบบไฮบริดจะทวีความซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในเวลาที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในดาต้าเซ็นเตอร์ เป้าหมายหลักของเรามีความชัดเจนมาก นั่นคือการสนับสนุนและเป็นที่ปรึกษาให้กับลูกค้า เพื่อช่วยให้ลูกค้าเตรียมพร้อมในการรับมือกับทุกความท้าทาย พร้อมกับภารกิจในการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานไอที ที่มีความยืดหยุ่น ปลอดภัย และยั่งยืนที่สุดในทุกที่ ทุกเวลา</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>Tags:</strong> <a href="https://blog.se.com/tag/dc-professional/" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://blog.se.com/tag/dc-professional/&amp;source=gmail&amp;ust=1742564364722000&amp;usg=AOvVaw12a51WfmSgcKVkkRx5Uf09">DC Professional</a>, <a href="https://blog.se.com/tag/dcim/" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://blog.se.com/tag/dcim/&amp;source=gmail&amp;ust=1742564364722000&amp;usg=AOvVaw0Xj2y_mKDxkMOnxesHKhjb">DCIM</a>, <a href="https://blog.se.com/tag/ecostruxure-it/" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://blog.se.com/tag/ecostruxure-it/&amp;source=gmail&amp;ust=1742564364722000&amp;usg=AOvVaw3F7T7f9HfAUW9EQYX-3OpD">EcoStruxure IT</a>, <a href="https://blog.se.com/tag/it-professional/" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://blog.se.com/tag/it-professional/&amp;source=gmail&amp;ust=1742564364722000&amp;usg=AOvVaw32XMuDujA27d2BWRah2v7b">IT Professional</a>, <a href="https://blog.se.com/tag/kevin-brown/" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://blog.se.com/tag/kevin-brown/&amp;source=gmail&amp;ust=1742564364722000&amp;usg=AOvVaw0ex_-iLYHd8UFHNQbs2BNN">Kevin Brown</a></span></p>
<hr />
<p style="font-weight: 400;">The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-ecostruxure%e2%84%a2-it-2024/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค มัดรวมสูตรสำเร็จ EcoStruxure™ IT ปี 2024 พร้อมเจาะลึกพัฒนาการก้าวต่อไป ในปี 2025</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัว โซลูชั่นสำหรับอาคารขนาดเล็ก และขนาดกลาง</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-smart-sustainable-building/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Mar 2025 06:33:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[Schneider Electric]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.inventor.in.th/home/?p=13052</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-smart-sustainable-building/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัว โซลูชั่นสำหรับอาคารขนาดเล็ก และขนาดกลาง</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัว EcoStruxure Building Activate โซลูชั่นอัจฉริยะที่ช่วยพลิกโฉมอาคารขนาดเล็กและกลางสู่ Smart &#38; Sustainable Building ด้วยเ</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-smart-sustainable-building/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัว โซลูชั่นสำหรับอาคารขนาดเล็ก และขนาดกลาง</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-smart-sustainable-building/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัว โซลูชั่นสำหรับอาคารขนาดเล็ก และขนาดกลาง</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัว </strong><strong>EcoStruxure Building Activate โซลูชั่นอัจฉริยะที่ช่วยพลิกโฉมอาคารขนาดเล็กและกลางสู่ Smart &amp; Sustainable Building </strong></span><span style="font-family: Sarabun;"><strong>ด้วยเทคโนโลยี IoT และ AI ในรูปแบบ SaaS ที่ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน ปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน และมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้แก่ผู้ใช้งาน </strong></span><span style="font-family: Sarabun;"><strong>รองรับการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ ครอบคลุมตั้งแต่อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า โรงแรม ไปจนถึงมหาวิทยาลัย พร้อมระบบเปิดที่สามารถผสาน</strong></span><span style="font-family: Sarabun;"><strong>การทำงานกับโครงสร้างเดิมได้อย่างราบรื่น ตอบโจทย์อนาคตของอาคารอัจฉริยะอย่างแท้จริง</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">นายเผดิมศักดิ์ รัตนเรืองศักดิ์ รองประธานฝ่ายธุรกิจ เพาเวอร์ โพรดักส์ ดูแลกลุ่มคลัสเตอร์ ไทย ลาว และเมียนมา ชไนเดอร์ อิเล็คทริค </span><span style="font-family: Sarabun;">กล่าวว่า “EcoStruxure Building Activate เป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของอาคารสู่ยุคดิจิทัล ด้วยเทคโนโลยี IoT และขับเคลื่อนด้วย AI </span><span style="font-family: Sarabun;">เราสามารถช่วยให้ลูกค้าลดต้นทุน ยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งาน และเดินหน้าสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ”</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>EcoStruxure Building Activate</strong> เป็นโซลูชั่นการจัดการพลังงานและสินทรัพย์สำหรับอาคารขนาดเล็กและขนาดกลาง ในรูปแบบ </span><span style="font-family: Sarabun;">Software as a Service (SaaS) ให้ความยืดหยุ่น ช่วยให้มองเห็นความเป็นไปของระบบแบบรวมศูนย์ </span><span style="font-family: Sarabun;">ช่วยลดความซับซ้อนในการดำเนินงานและการบำรุงรักษา สำหรับอาคารที่ขนาดต่ำกว่า 10,000 ตารางเมตร</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>ใช้งานง่าย</strong>: ปรับการดำเนินงานให้เหมาะสมด้วย Interface ที่ใช้งานง่าย การตรวจจับความผิดปกติอัจฉริยะ และรายงานอัตโนมัติ</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>ระบบเปิด</strong>: โซลูชั่นโปรโตคอลแบบเปิดที่สามารถรวมเข้ากับหลากหลายระบบอาคารที่มีอยู่อย่างได้อย่างราบรื่น แม้แต่ระบบยี่ห้ออื่น</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>มีความยืดหยุ่น</strong>: จัดการอาคารเดี่ยวและกลุ่มอาคารได้มากว่า 100 สาขา ได้ด้วยคุณสมบัติเพิ่มเติมที่สามารถเพิ่มได้ตามการเติบโตของกิจการ</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>ให้ความยั่งยืน:</strong>ช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ด้วยการวัด การจัดการ และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการลดคาร์บอน</span></li>
</ul>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">&#8220;เราสามารถเปลี่ยนอนาคตของอาคารดั้งเดิมที่ไม่เคยใช้ดิจิทัลเลย ให้เป็น Smart &amp; Sustainable ด้วย EcoStruxure Building Activate </span><span style="font-family: Sarabun;">อาทิ อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า โรงแรม โรงพยาบาล และมหาวิทยาลัย ที่ต้องการปฏิรูปสู่ Smart Building อย่างเต็มรูปแบบ </span><span style="font-family: Sarabun;">โดยโซลูชั่นนี้สามารถช่วยให้เจ้าของอาคาร ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยรวม </span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าด้านอสังหาริมทรัพย์ และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจสีเขียว&#8221;นายเผดิมศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย</span></p>
<hr />
<p style="font-weight: 400;">The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-smart-sustainable-building/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัว โซลูชั่นสำหรับอาคารขนาดเล็ก และขนาดกลาง</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เผยโฉมโซลูชั่นสำหรับ AI ดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านพลังงานและความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-ai-datacenter-solution/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Feb 2025 08:54:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[Schneider Electric]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.inventor.in.th/home/?p=13027</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-ai-datacenter-solution/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เผยโฉมโซลูชั่นสำหรับ AI ดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านพลังงานและความยั่งยืน</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ด้านการบริหารจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ เร่งผลักดันโซลูชั่นดาต้าเซ็นเตอร์ที่พร้อมรองรับ AI ได้</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-ai-datacenter-solution/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เผยโฉมโซลูชั่นสำหรับ AI ดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านพลังงานและความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-ai-datacenter-solution/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เผยโฉมโซลูชั่นสำหรับ AI ดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านพลังงานและความยั่งยืน</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ด้านการบริหารจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ เร่งผลักดันโซลูชั่นดาต้าเซ็นเตอร์ที่พร้อมรองรับ AI ได้ครบวงจร ด้วยการเปิดตัวโซลูชั่นใหม่เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายเร่งด่วนด้านพลังงานและความยั่งยืน ที่เกิดจากความต้องการด้านระบบ AI ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ประกาศเรื่องแรกคือการเปิดตัวการออกแบบอ้างอิงใหม่สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ (New data center reference design) ซึ่งเป็นการพัฒนาร่วมกับ NVIDIA รองรับการระบายความร้อนด้วยของเหลว และคลัสเตอร์ AI ที่มี high-density ได้สูงสุดถึง 132 กิโลวัตต์ต่อแร็ค การออกแบบใหม่นี้ มีการประยุกต์ให้เหมาะกับชิป GB200 NVL72 และ Blackwell ของ NVIDIA โดยช่วยลดความซับซ้อนในกระบวนการวางแผนและการติดตั้ง ด้วยสถาปัตยกรรมที่ผ่านการพิสูจน์และรับรอง ซึ่งตอบโจทย์ความท้าทายเฉพาะในการใช้ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวในสเกลใหญ่</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">นอกจากนี้ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยังเปิดตัว ยูพีเอสรุ่นใหม่  Galaxy VXL มี high-density สูง ในรูปทรงที่กะทัดรัดที่สุดในอุตสาหกรรม โดยยูพีเอสแบบ high-density ตัวนี้ ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งาน AI ดาต้าเซ็นเตอร์และเวิร์กโหลดไฟฟ้าขนาดใหญ่ ซึ่ง Galaxy VXL นี้ช่วยให้สามารถประหยัดพื้นที่ได้ถึง 52% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรม และด้วยความหนาแน่นด้านพลังงานที่สูงถึง 1,042 กิโลวัตต์ ต่อตารางเมตร จึงเป็นยูพีเอสแบบโมดูลาร์ที่ปรับขยายได้ถึง 1.25 เมกะวัตต์ โดยออกแบบมาเพื่อให้พลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในพื้นที่ขนาดเล็กที่มีความหนาแน่นสูง</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ทั้งสองนวัตกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโซลูชั่นดาต้าเซ็นเตอร์ที่รองรับ AI แบบครบวงจรของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่มุ่งเน้น 3 เรื่องหลัก ได้แก่ การพัฒนากลยุทธ์ด้านพลังงานสำหรับยุค AI การปรับใช้โครงสร้างพื้นฐานขั้นสูง และการให้คำปรึกษาด้านความยั่งยืน เพื่อให้ประโยชน์สำหรับเจ้าของและผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์ ในการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานที่มีความหนาแน่นสูงและประหยัดพลังงาน เพื่อรองรับเวิร์กโหลด AI ได้อย่างยั่งยืนที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">“ผลกระทบด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมจาก AI กำลังขยายตัวรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และสิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องลดปริมาณการใช้พลังงานให้น้อยลง ด้วยการหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนจากดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานระบบดิจิทัล” ปานกาจ ชาร์มา รองประธานบริหาร กลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ และเครือข่าย ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าว “ที่ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เรามุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามขีดจำกัด ด้วยการยกระดับมาตรฐานใหม่ และกำหนดทิศทางอนาคตของ AI ควบคู่กับการปกป้องสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องอาศัยกลยุทธ์ที่ครอบคลุมตั้งแต่ระบบกริด ไปจนถึงชิป เครื่องทำความเย็น และอื่นๆ อีกมากมาย&#8221;</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>การเป็นพันธมิตรกับ </strong><strong>NVIDIA</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้พัฒนาการออกแบบอ้างอิงด้านดาต้าเซ็นเตอร์ล่าสุดร่วมกับ NVIDIA โดยรองรับคลัสเตอร์ AI ที่ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว พร้อมทั้งแก้ปัญหาท้าทายในการติดตั้งระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวในสภาพแวดล้อมดาต้าเซ็นเตอร์ประเภท Hyperscale, Colocation และ Enterprise โดยเฉพาะ</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">การออกแบบอ้างอิงนี้ สร้างจากความร่วมมือระหว่างสองบริษัท โดยให้ทางเลือกทั้งสำหรับระบบกระจายของเหลวหล่อเย็น (Liquid-to-liquid Coolant Distribution Units หรือ CDUs) ไปยังจุดต่างๆ ของระบบระบายความร้อน และระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวหล่อเย็นให้ไหลผ่านโดยตรงไปยังชิป (Direct-to-Chip) ซึ่งเป็นจุดที่มีความร้อนสูง นอกจากนี้ยังแบ่งปันแผนงานด้านกลไกการทำงานและระบบไฟฟ้าอย่างครบถ้วน เพื่อให้มั่นใจถึงการดำเนินงานของ AI ดาต้าเซ็นเตอร์ ในอนาคตที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงานและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">การออกแบบดังกล่าว พัฒนาขึ้นโดยใช้เครื่องมือด้านซอฟต์แวร์ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค เช่น <a href="https://www.se.com/th/en/work/products/product-launch/ecostruxure-power-design-ecodial/" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.se.com/th/en/work/products/product-launch/ecostruxure-power-design-ecodial/&amp;source=gmail&amp;ust=1740104378703000&amp;usg=AOvVaw3BlLeyJt7bdzUW8_m-PhWC">Ecodial</a> และ <a href="https://www.se.com/th/en/product-range/61858-ecostruxure-it-design-cfd/#products" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.se.com/th/en/product-range/61858-ecostruxure-it-design-cfd/%23products&amp;source=gmail&amp;ust=1740104378703000&amp;usg=AOvVaw3-p8KybxO8a5--EwKAo_xd">EcoStruxure<img src="https://s.w.org/images/core/emoji/14.0.0/72x72/2122.png" alt="™" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> IT Design CFD</a> โดยสามารถปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการเฉพาะด้านเวิร์กโหลด AI ขณะเดียวกันยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ประโยชน์จากการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนและให้ประสิทธิภาพด้านพลังงานสูงสุดสำหรับการใช้งานแบบ high-density</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">การสร้างอนาคตของการประมวลผลแบบเร่งความเร็ว และ AI จำเป็นต้องอาศัยความเร็วและระบบโครงสร้างที่มั่นคง” เจนเซนหวง ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ NVIDIA กล่าว “ความร่วมมือของเรากับ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ช่วยให้ลูกค้าสามารถออกแบบนวัตกรรมเทคโนโลยีของโลกบนโครงสร้างพื้นฐานที่เสถียรและมีความยืดหยุ่น เรากำลังร่วมกันสร้างศูนย์ข้อมูล AI ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการประมวลผลแบบเร่งความเร็ว รองรับสถาปัตยกรรมที่ซับซ้อน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการส่งมอบระบบอัจฉริยะทางดิจิทัลให้กับทุกบริษัทและทุกอุตสาหกรรม”</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>โซลูชั่น </strong><strong>AI ดาต้าเซ็นเตอร์ แบบครบวงจร</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">การประกาศเปิดตัวนวัตกรรมเหล่านี้ นับเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ในการสร้างโซลูชั่นดาต้าเซ็นเตอร์แบบครบวงจร ให้ความยั่งยืน และพร้อมรองรับ AI อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อช่วยลูกค้าลดการปล่อยคาร์บอนจากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทุกที่ทั่วโลก โดยเน้นที่ 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>กลยุทธ์พลังงานสำหรับยุค </strong><strong>AI: </strong>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค สนับสนุนบริษัทต่าง ๆ ในการจัดหาพลังงานหมุนเวียนและเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตพลังงานไฟฟ้าในสถานที่ได้อย่างเหมาะสม ด้วยแหล่งพลังงานที่หลากหลาย เช่น ลม แสงอาทิตย์ และไฮโดรเจน โดยให้บริการหลากหลาย เช่น การเลือกสถานที่ และการวิเคราะห์ภูมิศาสตร์ตามแผนการติดตั้งของลูกค้า รวมถึงสนับสนุนการผลิตพลังงานในสถานที่ผ่าน<a href="https://alphastruxure.com/" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://alphastruxure.com/&amp;source=gmail&amp;ust=1740104378703000&amp;usg=AOvVaw1a8u3FQZ9YXgrcSmP80-53"> AlphaStruxure</a> ซึ่งช่วยให้มั่นใจถึงความรวดเร็วในการออกสู่ตลาด ความน่าเชื่อถือ ความยืดหยุ่น และความยั่งยืนของแหล่งพลังงานที่เลือกใช้</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>โซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานขั้นสูง </strong>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้พัฒนาพอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีความหนาแน่นสูง และประหยัดพลังงาน เพื่อรองรับความต้องการด้าน AI ที่เกินกว่า 100 กิโลวัตต์ ต่อแร็ค ซึ่งรวมถึงส่วนประกอบโครงสร้างพื้นฐานของดาต้าเซ็นเตอร์ตั้งแต่กริดไปจนถึงชิป และจากชิปไปจนถึงชิลเลอร์ รวมถึงซอฟต์แวร์บริหารจัดการพลังงาน และการมอนิเตอร์ระยะไกลด้วยขุมพลังของ AI และการบริการด้านดิจิทัลสำหรับเพิ่มประสิทธิภาพตลอดวงจรการทำงานของระบบเหล่านี้</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>Galaxy VXL UPS</strong> รุ่นใหม่ของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่เปิดตัวในวันนี้ เป็นผลิตภัณฑ์ล่าสุดที่เสริมเข้ามาในสายผลิตภัณฑ์ด้านระบบโครงสร้างพื้นฐานขั้นสูงที่ครบวงจรของบริษัทฯ</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">นอกจากนี้ เพื่อรับมือกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นจากเวิร์กโหลดที่มี high-density สูง ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เพิ่งลงนามในข้อตกลงเพื่อเข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ใน Motivair Corporation ซึ่งจะช่วยเสริมสายผลิตภัณฑ์ด้านการระบายความร้อนด้วยของเหลวของบริษัทและเสริมความเชี่ยวชาญในระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวแบบ Direct-to-Chip และโซลูชั่นความร้อนที่มีความจุสูง</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;"><strong>ให้ประสิทธิภาพและความยั่งยืน</strong> ธุรกิจที่ปรึกษาด้านความยั่งยืนของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ช่วยลูกค้าลดคาร์บอนได้เกินเป้าหมายด้วยกลยุทธ์ความยั่งยืนที่ปรับให้เหมาะต่อความต้องการเฉพาะ รวมถึงการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และโปรแกรมการมีส่วนร่วมกับซัพพลายเออร์ โดยบริการให้คำปรึกษาระดับโลกเหล่านี้ ยังให้ข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลผ่าน <a href="https://www.se.com/th/en/work/services/sustainability-business/energy-and-sustainability-software/energy-management-software-resource-advisor.jsp" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.se.com/th/en/work/services/sustainability-business/energy-and-sustainability-software/energy-management-software-resource-advisor.jsp&amp;source=gmail&amp;ust=1740104378703000&amp;usg=AOvVaw04s89haTPaScjZKmKv-pt_">EcoStruxure Resource Advisor</a> และได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญ 2,400 ราย ในกว่า 100 ประเทศ</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Kanit;"><strong>เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของ </strong><strong>AI</strong></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยังสนับสนุนแนวทางที่ยึดตามหลักวิทยาศาสตร์ในการ ‘<strong>bend the curve</strong>’ ซึ่งเป็นการลดการใช้พลังงาน หัวใจสำคัญของแนวทางนี้คือการนำ ‘ความฉลาดด้านพลังงานสำหรับ AI ที่ยั่งยืน’ มาช่วย ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เชื่อว่าสามารถบรรลุเป้าหมายนี้ได้ ด้วยการผสานโครงสร้างพื้นฐานของศูนย์ข้อมูลเข้ากับการดำเนินงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">วิธีนี้นอกจากจะช่วยให้อุตสาหกรรมต่างๆ ลดการปล่อยคาร์บอนจากการใช้พลังงานของ AI แล้ว ยังเป็นการนำความสามารถของ AI มาช่วยในการตรวจสอบและให้ข้อมูลเชิงลึก เสมือนเป็นเครื่องมือที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในวงกว้างได้อีกด้วย การบรรลุวิสัยทัศน์นี้ต้องอาศัยความมุ่งมั่นร่วมกันในการติดตั้งโซลูชั่นที่ให้ความยั่งยืนและใช้ศักยภาพของ AI มาช่วยขับเคลื่อนประสิทธิภาพในทุกภาคส่วน</span><br />
<span style="font-family: Sarabun;">“ภายในปี 2027 คาดว่าการใช้พลังงานไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์จะคิดเป็น 2.5% ของความต้องการพลังงานทั่วโลก โดยส่วนที่เหลือ 97.5% จะกระจายอยู่ตามอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น อาคาร ภาคการผลิต ภาคขนส่ง และภาคพลังงาน&#8221; นายฌอน เกรแฮมกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิจัย ด้าน Cloud to Edge Datacenter Trends จาก IDC กล่าว &#8220;ในขณะที่ดาต้าเซ็นเตอร์ต่างมุ่งสู่เป้าหมายการเป็น Net Zero ท่ามกลางการเติบโตอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน คำมั่นสัญญาด้านความยั่งยืนที่แท้จริงอยู่ที่การใช้ AI เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมดในอุตสาหกรรมต่างๆ ดังที่ชไนเดอร์ อิเล็คทริค และ NVIDIA ได้ให้เห็นว่าความร่วมมือในระยะยาว และนวัตกรรม คือสิ่งจำเป็นในการขับเคลื่อนประสิทธิภาพและความยั่งยืน”</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Sarabun;">ข้อมูลเพิ่มเติมด้านการออกแบบอ้างอิง ที่พัฒนาร่วมกับ NVIDIA ในยูพีเอสรุ่น Galaxy VXL หรือ <a href="https://www.se.com/th/en/work/solutions/for-business/data-centers-and-networks/ai-data-centers/" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.se.com/th/en/work/solutions/for-business/data-centers-and-networks/ai-data-centers/&amp;source=gmail&amp;ust=1740104378703000&amp;usg=AOvVaw0lf0JTcosN_XfQy9PADuMF">โซลูชั่นดาต้าเซ็นเตอร์ที่พร้อมสำหรับ AI แบบครบวงจร</a> เยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์</span></p>
<hr />
<p style="font-weight: 400;">The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/schneider-electric-ai-datacenter-solution/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เผยโฉมโซลูชั่นสำหรับ AI ดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านพลังงานและความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
