<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>OutSystems | INVENTOR.IN.TH</title>
	<atom:link href="https://www.inventor.in.th/home/tag/outsystems/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.inventor.in.th/home</link>
	<description>Magazine online for thai inventor</description>
	<lastBuildDate>Thu, 20 Jan 2022 14:16:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.2.9</generator>

<image>
	<url>https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2018/08/cropped-icon-inventor-32x32.png</url>
	<title>OutSystems | INVENTOR.IN.TH</title>
	<link>https://www.inventor.in.th/home</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>การเติบโตของ &#8216;Digital Life &#038; Commerce’ ต้องการนวัตกรรมมากขึ้นในปีนี้</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/digital-life-commerce-by-outsystems/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Jan 2022 14:16:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[OutSystems]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.inventor.in.th/home/?p=9825</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/digital-life-commerce-by-outsystems/">การเติบโตของ ‘Digital Life & Commerce’ ต้องการนวัตกรรมมากขึ้นในปีนี้</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>โดยนายเติมศักดิ์ วีรขจรพงษ์ รองประธานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอาท์ซิสเต็มส์ การระบาดใหญ่ส่งผลให้องค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้อ</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/digital-life-commerce-by-outsystems/">การเติบโตของ ‘Digital Life & Commerce’ ต้องการนวัตกรรมมากขึ้นในปีนี้</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/digital-life-commerce-by-outsystems/">การเติบโตของ ‘Digital Life & Commerce’ ต้องการนวัตกรรมมากขึ้นในปีนี้</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p class="p1"><em><span style="font-family: Sarabun;">โดยนายเติมศักดิ์ วีรขจรพงษ์ รองประธานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอาท์ซิสเต็มส์</span></em></p>
<p class="p1">การระบาดใหญ่ส่งผลให้องค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้อย่างรวดเร็วไม่ว่าจะใช้เพื่อทำงานหรือเพื่อความบันเทิงหรือในเรื่องอื่น ๆ ล้วนเปลี่ยนมาอยู่บนออนไลน์ ซึ่งได้สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ  โดยเฉพาะผู้อยู่ในวงการเทคโนโลยี ข้อมูลจาก <a href="https://www.outsystems.com/de-de/news/low-code-application-platforms-gartner-leader/"><span class="s1">Gartner</span></a> ระบุภายในปี 2567 ราว 65% ของการพัฒนาแอปพลิเคชันจะถูกพัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยี Low-Code และเริ่มเห็นได้ชัดเจนว่าการพัฒนาบริการต่าง ๆ วันนี้นั้นกำลังปรับเปลี่ยนไปสู่รูปแบบของ Low-Code</p>
<p class="p1">เราเห็นความท้าทายมากมายที่บริษัทต่าง ๆ ต้องเผชิญในปีที่ผ่านมา รวมถึงวิธีการปรับตัวของธุรกิจเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่เกิดขึ้นรวดเร็วอย่างที่ไม่ปรากฎมาก่อน โดยธุรกิจจะยังให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรมดิจิทัลมาใช้ขับเคลื่อนกลยุทธ์ขององค์กรอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรม Digital Commerce ตามรายงานจาก <a href="https://thaiembdc.org/2021/12/14/google-predicts-lucrative-digital-future-for-thailand/" target="_blank" rel="noopener noreferrer"><span class="s2">Google</span></a> คาดการณ์ไว้ว่า ภายในปี 2573 การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของประเทศไทยจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี  และยังเพิ่มโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่ประเทศ</p>
<p class="p1">เอาท์ซิสเต็มส์ ผู้นำด้านแพลตฟอร์มโมเดิร์นแอปพลิเคชั่นระดับโลก เผยแนวโน้มเทคโนโลยีในปี 2565 ที่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมีทีมไอทีเป็นผู้ขับเคลื่อนสำคัญ ดังนี้</p>
<ul class="ul1">
<li class="li1"><span class="s2"><b>องค์กรธุรกิจจะปรับใช้แพลตฟอร์มการพัฒนาแอปพลิเคชั่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของนักพัฒนา</b>  ทุกวันนี้บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีสามารถดึงดูดนักพัฒนาที่มีความรู้ความสามารถซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนน้อยให้เข้าไปทำงานได้มากกว่าบริษัทอื่น ๆ ดังนั้นองค์กรธุรกิจทั่วไปจึงจำเป็นต้องมองหาหนทางใหม่ ๆ ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันโดยอาศัยบุคลากรที่มีอยู่ และหลาย ๆ องค์กรก็เริ่มตระหนักถึงความจำเป็นในการปรับใช้เทคโนโลยีที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการทำงานให้กับทีมงานฝ่ายพัฒนา เพื่อให้สามารถทุ่มเทเวลาและความพยายามไปกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมได้อย่างเต็มศักยภาพ แทนที่จะต้องวุ่นวายกับแง่มุมที่ซ้ำซากจำเจของการพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยเทคโนโลยีที่ว่านี้จะรองรับงานทั่วไปที่สำคัญสำหรับการพัฒนา และมีการอัพเดตอย่างต่อเนื่องด้วยเทคโนโลยีคลาวด์รุ่นล่าสุด ทั้งยังสามารถปรับขนาดโดยอัตโนมัติ และใช้ประโยชน์จากคอนเทนเนอร์และ Kubernetes เพื่อให้ทีมงานฝ่ายพัฒนาสามารถนำเสนอสถาปัตยกรรมแอปพลิเคชั่นระดับโลก พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วเพื่อตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนไป โดยมีความเสี่ยงอยู่ในระดับต่ำ ทั้งยังสามารถหลีกเลี่ยงการทำงานหนักโดยไม่จำเป็น รวมไปถึงงานบำรุงรักษาที่เปล่าประโยชน์ และงานจุกจิกอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดหนี้ทางเทคนิค (Technical Debt)</span></li>
</ul>
<ul class="ul1">
<li class="li1"><span class="s2"><b>นักพัฒนาจะมีความต้องการระบบรักษาความปลอดภัยที่เรียบง่ายและไว้ใจได้มากขึ้น</b></span>
<ul class="ul1">
<li class="li1"><span class="s2">แม้ว่านักพัฒนาซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัย แต่กลับอยู่ภายใต้แรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้นในการสร้างโปรแกรมที่ปราศจากช่องโหว่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อองค์กรต่าง ๆ ถูกโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) อย่างกว้างขวางในช่วงปี 2564  แรงกดดันที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลให้กระบวนการพัฒนาช้าลงอย่างมาก ทั้งยังเป็นอุปสรรคต่อการเขียนโปรแกรมที่สร้างสรรค์และแปลกใหม่ ขณะที่บริษัทต่าง ๆ ต้องการให้ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นเองมีระดับความปลอดภัยและความสอดคล้องตามกฎระเบียบเทียบเท่ากับ SaaS  ด้วยเหตุนี้ นักพัฒนาจึงต้องการเครื่องมือด้านการพัฒนาที่ไว้ใจได้เพื่อรับมือกับช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้น รวมไปถึงแพลตฟอร์มการพัฒนาที่รวมความปลอดภัยไว้ภายในสแต็กของเทคโนโลยีแอปพลิเคชั่น และปรับเปลี่ยนได้อย่างยืดหยุ่นตามสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป</span></li>
</ul>
</li>
</ul>
<ul class="ul1">
<li class="li1"><span class="s2"><b>มุ่งเน้นความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการอยู่ร่วมกัน (Diversity, Equity and Inclusion &#8211; DEI) มากขึ้นสำหรับนักพัฒนา</b></span>
<ul class="ul1">
<li class="li1"><span class="s2">องค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงเทคโนโลยี มีการพูดถึงประเด็นเรื่องความหลากหลายตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา และมีการดำเนินการที่ประสบความสำเร็จในระดับที่แตกต่างกันไป  และในช่วงปี 2565 ผู้บริหารฝ่ายไอทีมีหน้าที่ที่จะต้องดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายในเรื่องความหลากหลาย ความเสมอภาค และการอยู่ร่วมกัน ในส่วนที่เกี่ยวกับบุคลากรที่เป็นนักพัฒนา  ทั้งนี้เนื่องจากนักพัฒนามีหน้าที่แก้ไขปัญหาบางอย่างที่ซับซ้อนที่สุดในโลก ดังนั้นบริษัทจึงต้องตรวจสอบและปรับปรุงกระบวนการสรรหาบุคลากรเพื่อให้มีการรับสมัครและว่าจ้างบุคลากรที่มีความหลากหลายมากขึ้นสำหรับฝ่ายไอที  เอาต์ซิสเต็มส์มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการเติบโตของนักพัฒนาจากชุมชนที่หลากหลายสำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยได้ร่วมมือกับหลาย ๆ องค์กร เช่น Women Who Code, Blacks in Technology Foundation และ Australian Computer Society</span></li>
</ul>
</li>
</ul>
<ul class="ul1">
<li class="li1"><span class="s2"><b>ความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับ DevSecOps ในการกระตุ้นการปรับใช้แพลตฟอร์มพัฒนาแอปพลิเคชั่น</b></span>
<ul class="ul1">
<li class="li1"><span class="s2">ข้อกังวลใจหลักสำหรับผู้บริหารที่กำกับดูแลทีมงานฝ่ายไอทีและฝ่ายวิศวกรรมซอฟต์แวร์จะยังคงเป็นเรื่องความสามารถของระบบรักษาความปลอดภัยขององค์กรในการรับมือกับความเสี่ยงทางธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก  การโจมตีของมัลแวร์เรียกค่าไถ่ที่เพิ่มมากขึ้น การปราศจากขอบเขตที่ชัดเจนสำหรับข้อมูลขององค์กร และความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากการเขียนโปรแกรมโดยผู้ใช้งานทั่วไป (Citizen Developer) ส่งผลให้ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ ถูกคุกคามอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน  ผู้บริหารฝ่ายรักษาความปลอดภัยสารสนเทศ (CISO) และผู้บริหารฝ่ายสารสนเทศ (CIO) จึงหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ดิจิทัลรูปแบบใหม่บนแพลตฟอร์มที่สามารถจัดการทุกขั้นตอนของการพัฒนาและส่งมอบแอปพลิเคชั่นอย่างเป็นระบบ แทนที่จะพึ่งพาการทำงานที่ไม่เป็นระบบของทีมงานต่าง ๆ ซึ่งมีระดับความรู้และทักษะที่แตกต่างกันสำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ปลอดภัย</span></li>
</ul>
</li>
</ul>
<ul class="ul1">
<li class="li1"><span class="s2"><b>การใช้ DesignOps และระบบตรวจสอบเพิ่มขึ้นสำหรับแอปพลิเคชั่นที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย</b></span>
<ul class="ul1">
<li class="li1"><span class="s2">ปี 2565 นับเป็นครั้งแรกที่งบประมาณด้านไอทีและการพัฒนาแอปพลิเคชั่นจะสะท้อนการทำงานในรูปแบบไฮบริด เนื่องจากประสบการณ์ของพนักงานและคู่ค้ามีความสำคัญเทียบเท่ากับประสบการณ์ของลูกค้าสำหรับการใช้งานแอปพลิเคชั่นในเชิงลึก ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ  ด้วยเครื่องมือใหม่ ๆ ที่ช่วยให้สามารถทำการบูรณาการในระดับที่ลึกขึ้นระหว่างการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) และการพัฒนาแอปพลิเคชั่นส่วนหน้า (Front End) จึงมีแนวทางใหม่ ๆ สำหรับ DesignOps ซึ่งจะช่วยผลักดันการใช้แอปพลิเคชั่นอย่างแพร่หลายมากขึ้น  นอกจากนี้ ยังมีระบบตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ใช้ รวมไปถึงการรองรับมาตรฐานเปิด เช่น Open Telemetry ซึ่งช่วยให้ทีมงานฝ่ายผลิตภัณฑ์ดิจิทัลสามารถยกระดับการใช้งานของผู้ใช้ได้ง่ายดายมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน</span></li>
</ul>
</li>
</ul>
<ul class="ul1">
<li class="li1"><span class="s2"><b>การจัดการทีมงานฝ่ายพัฒนาที่แยกกระจัดกระจายโดยใช้โมเดิร์นแพลตฟอร์ม</b></span>
<ul class="ul1">
<li class="li1"><span class="s2">ทีมงานฝ่ายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้น เช่น การลาออกของพนักงานจำนวนมาก ขณะที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์ก็ต้องทำงานในลักษณะที่แยกกระจัดกระจายมากขึ้น และมีการหลบเลี่ยงมาตรการควบคุมในหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้เกิดความยากลำบากมากขึ้นในการแนะแนว ฝึกสอน กำกับดูแล หรือแม้กระทั่งตรวจสอบคุณภาพและผลการปฏิบัติงานของทีมงานและพนักงานแต่ละคน  ผู้บริหารฝ่ายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ต้องรับมือกับปัญหาท้าทายในเรื่องของความปลอดภัย การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการกำกับดูแลบุคลากรที่ไม่เคยพบปะกันเป็นการส่วนตัว  หน่วยงาน ผู้จัดการ และแม้กระทั่งพนักงานในฝ่าย CI/CD จึงต้องการที่จะทำงานบนแพลตฟอร์มที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจสอบทุกแง่มุมและทุกขั้นตอนของการพัฒนาอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่งานที่ทำเสร็จไปจนถึงเทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัยที่ถูกนำมาใช้  เนื่องจากฟีเจอร์จำนวนมากเหล่านี้พร้อมใช้งานอยู่แล้วในแพลตฟอร์มการพัฒนาโมเดิร์นแอปพลิเคชั่น ดังนั้นจึงคาดการณ์ว่าจะมีการปรับใช้แพลตฟอร์มดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น เมื่อเทียบกับการพัฒนาแบบเดิม ๆ โดยใช้ชุดเครื่องมือการพัฒนาที่แยกเป็นส่วนเล็กส่วนน้อย ซึ่งมักจะประกอบด้วยเครื่องมือโอเพ่นซอร์สที่ไม่เชื่อมต่อกัน และขาดแนวทางการจัดการองค์รวมอย่างรอบด้าน</span></li>
</ul>
</li>
</ul>
<ul class="ul1">
<li class="li1"><span class="s2"><b>การใช้สถาปัตยกรรมคลาวด์เนทีฟในระดับที่ลึกขึ้นสำหรับระบบงานที่องค์กรพัฒนาเอง</b></span>
<ul class="ul1">
<li class="li1"><span class="s2">การตัดสินใจเลือกระหว่าง “สร้างหรือซื้อ” กลับมาอีกครั้ง หลังจากที่องค์กร “ปล่อยให้ผู้ใช้ซื้อบริการซอฟต์แวร์ SaaS ที่ตนเองต้องการ” ทั้งนี้เพราะการใช้ SaaS เพิ่มมากขึ้นนอกจากจะสิ้นเปลืองงบประมาณทางด้านธุรกิจแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดหนี้ทางเทคนิคในอีกรูปแบบหนึ่งด้วยเช่นกัน โดยเป็นผลมาจากความยุ่งยากซับซ้อนในการบูรณาการระบบต่าง ๆ หลายร้อยระบบเข้าด้วยกัน  ในการฟื้นฟูความคล่องตัวให้กับธุรกิจด้วยระบบที่เหมาะกับงานที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งจะรองรับการใช้งานของพนักงาน คู่ค้า และลูกค้า จำเป็นที่จะต้องปรับใช้แพลตฟอร์มการพัฒนาแอปพลิเคชั่นแบบคลาวด์เนทีฟที่ปรับขนาดได้อย่างเหมาะสม รองรับการใช้งานในลักษณะกระจัดกระจาย และช่วยให้สามารถสร้างแอปพลิเคชั่นประดับองค์กรที่มีความยืดหยุ่นสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน</span></li>
</ul>
</li>
</ul>
<p><a href="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2022/01/OutSystems-2.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-9827 alignnone" src="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2022/01/OutSystems-2.jpg" alt="" width="900" height="564" srcset="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2022/01/OutSystems-2.jpg 900w, https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2022/01/OutSystems-2-300x188.jpg 300w, https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2022/01/OutSystems-2-768x481.jpg 768w, https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2022/01/OutSystems-2-350x220.jpg 350w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<p class="p3"><span class="Apple-converted-space"> </span>บริการคลาวด์คอมพิวติ้งจากผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว จากที่เมื่อก่อนนี้ประมาณ 5 ปีที่แล้ว มีการนำเสนอบริการเพียงแค่ 20 บริการเท่านั้น แต่ปัจจุบันผู้ให้บริการ IaaS หนึ่งรายนำเสนอบริการเว็บและบริการที่แปลกใหม่เกือบ 250 บริการเลยทีเดียว ซึ่งสร้างความหนักใจให้กับนักพัฒนาในองค์กรธุรกิจทั่วไปที่จะต้องสร้างแอปพลิเคชั่นแบบคลาวด์เนทีฟ  ด้วยเหตุนี้ เพื่อเอาชนะปัญหาท้าทายดังกล่าว จึงต้องมีการปรับใช้แพลตฟอร์มการพัฒนาแบบคลาวด์เนทีฟ และ IDE ที่ใช้เบราว์เซอร์ ซึ่งจะช่วยให้ทีมงานฝ่ายวิศวกรรมซอฟต์แวร์สามารถโฟกัสไปที่การจัดการผลิตภัณฑ์ดิจิทัลเพื่อเพิ่มมูลค่า แทนที่จะต้องวุ่นวายอยู่กับการจัดการโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียว</p>
<p class="p6"><b>เกี่ยวกับเอาท์ซิสเต็มส์</b></p>
<p class="p7">เอาท์ซิสเต็มส์ (OutSystems) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2544 ด้วยพันธกิจในการเสริมสร้างขีดความสามารถให้แก่องค์กรต่าง ๆ สำหรับการสร้างสรรค์นวัตกรรมผ่านซอฟต์แวร์  แพลตฟอร์มแอปพลิเคชัน OutSystems ประกอบด้วยเครื่องมือประสิทธิภาพสูงที่เชื่อมต่อกันและขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างและติดตั้งใช้งานแอปพลิเคชันที่หลากหลายได้อย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์ความต้องการของทุกภาคส่วนภายในองค์กร  ด้วย Community member กว่า 435,000 ราย พนักงานมากกว่า 1,500 คน พันธมิตรกว่า 350 ราย และลูกค้าหลายพันรายใน 87 ประเทศ ใน 22 กลุ่มอุตสาหกรรม ธุรกิจของเอาท์ซิสเต็มส์ครอบคลุมทั่วโลก และช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ปรับเปลี่ยนวิธีการพัฒนาแอปพลิเคชันให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทฯ ได้ที่ www.outsystems.com หรือติดตามเราบน Twitter @OutSystems หรือ LinkedIn ที่<a href="https://www.linkedin.com/company/outsystems"><span class="s4"> https://www.linkedin.com/company/outsystems</span></a></p>
<hr />
<p class="p7">The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/digital-life-commerce-by-outsystems/">การเติบโตของ ‘Digital Life & Commerce’ ต้องการนวัตกรรมมากขึ้นในปีนี้</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดีลอยท์และเอาท์ซิสเต็มส์ขยายความร่วมมือ  นำเสนอโซลูชั่นที่มุ่งเน้นด้านอุตสาหกรรมบนระบบคลาวด์ AWS</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/outsystems-news-211025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Oct 2021 12:42:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[OutSystems]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.inventor.in.th/home/?p=9354</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/outsystems-news-211025/">ดีลอยท์และเอาท์ซิสเต็มส์ขยายความร่วมมือ  นำเสนอโซลูชั่นที่มุ่งเน้นด้านอุตสาหกรรมบนระบบคลาวด์ AWS</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>บริษัทที่ปรึกษาระดับโลกและผู้ให้บริการด้านแพลตฟอร์มโมเดิร์นแอปพลิเคชั่นต่อยอดความสำเร็จในยุโรป ตั้งเป้าเร่งการปรับใช้ระบบคลาวด์และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจ</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/outsystems-news-211025/">ดีลอยท์และเอาท์ซิสเต็มส์ขยายความร่วมมือ  นำเสนอโซลูชั่นที่มุ่งเน้นด้านอุตสาหกรรมบนระบบคลาวด์ AWS</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/outsystems-news-211025/">ดีลอยท์และเอาท์ซิสเต็มส์ขยายความร่วมมือ  นำเสนอโซลูชั่นที่มุ่งเน้นด้านอุตสาหกรรมบนระบบคลาวด์ AWS</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p style="font-weight: 400;"><em>บริษัทที่ปรึกษาระดับโลกและผู้ให้บริการด้านแพลตฟอร์มโมเดิร์นแอปพลิเคชั่นต่อยอดความสำเร็จในยุโรป ตั้งเป้าเร่งการปรับใช้ระบบคลาวด์และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลแก่ลูกค้าทั่วโลก</em></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>กรุงเทพฯ &#8211; </strong><strong>25 ตุลาคม 2564</strong> &#8211; เอาท์ซิสเต็มส์ (<a href="http://www.outsystems.com/" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=http://www.outsystems.com/&amp;source=gmail&amp;ust=1635251508286000&amp;usg=AFQjCNEDm3Ua017Wqwlama51sCONgPygMw">OutSystems</a>) ผู้นำระดับโลกด้านการพัฒนาโมเดิร์นแอปพลิเคชั่น และดีลอยท์ คอนซัลติ้ง (Deloitte Consulting) ขยายขอบเขตความร่วมมือที่ยาวนานกว่า 13 ปี ด้วยการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศ (Center of Excellence &#8211; COE) ที่มุ่งเน้นการจัดหาโซลูชั่นที่มุ่งเน้นด้านอุตสาหกรรมบนระบบคลาวด์ด้วย Amazon Web Services (AWS) ระดับโลก  ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว ดีลอยท์ เอาท์ซิสเต็มส์ และ AWS ได้เสริมสร้างขีดความสามารถให้แก่ลูกค้าในการพัฒนาและติดตั้งใช้งานแอปพลิเคชั่นระดับองค์กรที่ก้าวล้ำภายในเวลาอันรวดเร็ว โดยใช้ทรัพยากรน้อยลงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน</p>
<p style="font-weight: 400;">ดีลอยท์และเอาท์ซิสเต็มส์ผนึกกำลังร่วมกันเป็นครั้งแรกที่โปรตุเกสเมื่อปี 2550 และได้ดำเนินมากกว่า 100 โครงการดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น (Digital Transformation) และการพัฒนาซอฟต์แวร์ในยุโรป เอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง แคนาดา และสหรัฐฯ ด้วยบุคลากรของดีลอยท์กว่า 300 คนที่ผ่านการรับรองจากเอาท์ซิสเต็มส์  ทั้งนี้ ดีลอยท์เป็นพาร์ทเนอร์ด้านการให้คำปรึกษาระดับพรีเมียร์ (Premier Consulting Partner) ของ AWS โดยมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษเกี่ยวกับโซลูชั่นธุรกิจบน AWS ซึ่งสามารถบูรณาการเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกที่ทุกเวลา</p>
<p style="font-weight: 400;">เมื่อไม่นานมานี้ สภากาชาดของเนเธอร์แลนด์ใช้ประโยชน์จากความร่วมมือของเอาท์ซิสเต็มส์, ดีลอยท์ และ AWS เพื่อสร้างแอปพลิเคชั่นใหม่ ๆ อย่างรวดเร็วสำหรับ<a href="https://www.outsystems.com/case-studies/red-cross-netherlands-mobile-app-for-volunteers/" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.outsystems.com/case-studies/red-cross-netherlands-mobile-app-for-volunteers/&amp;source=gmail&amp;ust=1635251508286000&amp;usg=AFQjCNGaAZgmmJylkqJIuYEXtw5mBPOWgg">การจัดการอาสาสมัครและการประสานงาน</a>  และด้วยความร่วมมือของสามบริษัทนี่เอง ให้สภากาชาดสามารถปรับขนาดการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมขอบเขตกว้างขวาง เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของความต้องการและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>ฮันส์ เกิดฮาร์ท ผู้จัดการฝ่ายจัดหาข้อมูลและไอซีทีของสภากาชาด กล่าวว่า</strong> “ด้วยประสิทธิภาพแพลตฟอร์มของเอาท์ซิสเต็มส์ ประสบการณ์ของดีลอยท์ และความสามารถการปรับขนาดที่ยืดหยุ่นของ AWS ที่เรานำมาปรับใช้ประโยชน์ ทำให้เราสามารถพัฒนาโซลูชั่นที่เหมาะสมกับผู้ใช้และรองรับการใช้งานในอนาคต โดยใช้เวลาในการพัฒนาเพียงไม่กี่สัปดาห์  แทนที่จะต้องใช้เวลาหลายเดือน ทุกวันนี้เราสามารถพัฒนาประสบการณ์ดิจิทัลได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ เพื่อเชื่อมต่ออาสาสมัครและคนทำงานกว่า 100,000 คนได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ด้วยความช่วยเหลือจากเอาท์ซิสเต็มส์และดีลอยท์ เรามั่นใจว่าองค์กรของเราจะสามารถปรับตัวและตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปในปี 2564 และในอนาคตได้อย่างแน่นอน”</p>
<p style="font-weight: 400;">ภายใต้ข้อตกลงฉบับใหม่ ดีลอยท์ สหรัฐฯ บริษัทในเครือที่ใหญ่ที่สุดของดีลอยท์จะขยายธุรกิจการจัดทำผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์และการให้บริการผ่านศูนย์ COE ระดับโลกของดีลอยท์ โดยใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มการพัฒนาของเอาท์ซิสเต็มส์  ความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยให้ลูกค้าดำเนินโครงการได้สะดวกง่ายดายมากขึ้น และได้รับประโยชน์ทางธุรกิจรวดเร็วกว่าเดิม ด้วยการเพิ่มความรวดเร็วในการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด ลดค่าใช้จ่ายด้านการพัฒนาและสนับสนุนแอปพลิเคชั่นอย่างต่อเนื่อง และยกเลิกการใช้งานหรือเปลี่ยนแอปพลิเคชั่นและโครงสร้างพื้นฐานที่ไร้ประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าปรับเปลี่ยนการดำเนินงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น  ดีลอยท์จะจัดหาทรัพยากรและเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มความรวดเร็วสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อนำเสนอคุณประโยชน์ทางธุรกิจโดยอาศัยแพลตฟอร์มของเอาท์ซิสเต็มส์</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>คาร์ลอส อัลเวส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของเอาท์ซิสเต็มส์ กล่าวว่า</strong> “เอาท์ซิสเต็มส์แก้ไขหนึ่งในปัญหาสำคัญที่สุดที่องค์กรธุรกิจต้องเผชิญในปัจจุบัน นั่นคือ การพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วยวิธีการแบบเดิม ๆ ซึ่งขาดความคล่องตัวและต้องใช้เวลานาน  แพลตฟอร์มการพัฒนาที่ทันสมัยของเรามีประสิทธิภาพสูง รองรับการทำงานแบบอัตโนมัติ และลดความยุ่งยากซับซ้อน แต่ยังคงไว้ซึ่งพลังและโครงสร้างภาษาที่เรียบง่ายเช่นเดียวกับการพัฒนารูปแบบเดิม  แนวทางใหม่นี้ช่วยปรับปรุงการสร้าง การติดตั้งใช้งาน และการปรับเปลี่ยนแอปพลิเคชั่นได้อย่างมากเลยทีเดียว  ความเชี่ยวชาญที่ลึกซึ้งของดีลอยท์ ทั้งในเรื่องอุตสาหกรรมและระบบคลาวด์ บวกกับประสิทธิภาพที่เหนือชั้นของแพลตฟอร์มเอาท์ซิสเต็มส์ ช่วยให้ลูกค้าได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น”</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>ทิม สมิธ หุ้นส่วนของดีลอยท์ คอนซัลติ้ง และหัวหน้าฝ่ายโซลูชั่นอุตสาหกรรมหลักประจำสหรัฐฯ กล่าวว่า </strong>“ความรวดเร็ว สถาปัตยกรรมที่เหมาะสม และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นับเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของตลาดและตอบโจทย์ความต้องการของบุคลากรได้อย่างลงตัว  เรานำเสนอโซลูชั่นที่หลากหลายบนแพลตฟอร์มเอาท์ซิสเต็มส์ ทั้งในส่วนของการพลิกโฉมประสบการณ์ลูกค้า นวัตกรรมสำหรับสถานที่ทำงาน เรื่อยไปจนถึงระบบงานอัตโนมัติ การปรับปรุงระบบรุ่นเก่าให้ทันสมัย และอื่น ๆ อีกมากมาย  ความสามารถในการสร้างและปรับเปลี่ยนแอปบนแพลตฟอร์มเดียวคือเหตุผลหลักที่เราตัดสินใจทำงานร่วมกับเอาท์ซิสเต็มส์”</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>เกี่ยวกับดีลอยท์</strong> – ดีลอยท์ให้บริการด้านการตรวจสอบบัญชี ที่ปรึกษา ภาษี และการให้คำแนะนำแก่บริษัทชั้นนำระดับโลก รวมถึงเกือบ 90% ของบริษัทขนาดใหญ่ที่ติดอันดับ Fortune 500® และบริษัทเอกชนกว่า 7,000 แห่ง  บุคลากรของเรา<a href="https://www2.deloitte.com/us/en/pages/about-deloitte/articles/come-together-corporate-social-impact.html?id=us:2el:3pr:cometog:awa:greendot:11112020:boilerplate" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www2.deloitte.com/us/en/pages/about-deloitte/articles/come-together-corporate-social-impact.html?id%3Dus:2el:3pr:cometog:awa:greendot:11112020:boilerplate&amp;source=gmail&amp;ust=1635251508286000&amp;usg=AFQjCNEbmvE9UPemA1bF7s5pXy_nY4EObw">ทำงานร่วมกัน</a>ในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรมเพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาตลาดในปัจจุบัน โดยนำเสนอผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและเป็นรูปธรรม ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุน สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ลูกค้าในการพลิกวิกฤติเป็นโอกาสเพื่อปรับเปลี่ยนธุรกิจให้อยู่รอดและประสบความสำเร็จ และชี้นำแนวทางสู่การพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมที่เข้มแข็ง  ดีลอยท์ภาคภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายบริการด้านผู้เชี่ยวชาญระดับโลกที่ใหญ่ที่สุด ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในตลาดสำคัญๆ  ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานกว่า 175 ปีในด้านงานบริการ เครือข่ายการดำเนินงานของดีลอยท์ครอบคลุมกว่า 150 ประเทศ และมีพนักงานกว่า 330,000 คนทั่วโลก  อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดีลอยท์ได้ที่เว็บไซต์ <a href="http://www.deloitte.com/" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=http://www.deloitte.com/&amp;source=gmail&amp;ust=1635251508286000&amp;usg=AFQjCNFLHa3hZYLFhVvr9TbUI12s4awTSg">www.deloitte.com/</a></p>
<p style="font-weight: 400;"><em><strong>เกี่ยวกับเอาท์ซิสเต็มส์</strong></em></p>
<p style="font-weight: 400;">เอาท์ซิสเต็มส์ (OutSystems)<strong> </strong>ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2544 ด้วยพันธกิจในการเสริมสร้างขีดความสามารถให้แก่องค์กรต่าง ๆ สำหรับการสร้างสรรค์นวัตกรรมโดยอาศัยซอฟต์แวร์  <a href="https://www.outsystems.com/platform/" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.outsystems.com/platform/&amp;source=gmail&amp;ust=1635251508286000&amp;usg=AFQjCNHdSQGgXtAvDlOU54hzTGsBVdLn1g">แพลตฟอร์มโมเดิร์นแอปพลิเคชัน</a><strong> </strong>OutSystems<strong> </strong>ประกอบด้วยเครื่องมือประสิทธิภาพสูงที่เชื่อมต่อกันและขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างและติดตั้งใช้งานแอปพลิเคชันที่หลากหลายได้อย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์ความต้องการของทุกภาคส่วนภายในองค์กร  ด้วย Community member<strong> </strong>กว่า 500,000 ราย พนักงานมากกว่า 1,600 คน พันธมิตรกว่า 400 ราย และลูกค้าใน 87 ประเทศ ครอบคลุมใน 22 กลุ่มอุตสาหกรรม ธุรกิจของเอาท์ซิสเต็มส์ครอบคลุมทั่วโลก และช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ปรับเปลี่ยนวิธีการพัฒนาแอปพลิเคชันให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทฯ ได้ที่ <a href="http://www.outsystems.com%20/" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=http://www.outsystems.com%2520&amp;source=gmail&amp;ust=1635251508286000&amp;usg=AFQjCNGiW_3PUvTaJ_SWv78c_57DMW4ztw">www.outsystems.com</a><strong> </strong>หรือติดตามเราบน Twitter @OutSystems<strong> </strong>หรือ LinkedIn<strong> </strong>ที่ <a href="https://www.linkedin.com/company/outsystems" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.linkedin.com/company/outsystems&amp;source=gmail&amp;ust=1635251508286000&amp;usg=AFQjCNECbI4y6oLa-EtO9pJAVWKSn93ACg">https://www.linkedin.com/company/outsystems</a>.</p>
<hr />
<p style="font-weight: 400;">The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/outsystems-news-211025/">ดีลอยท์และเอาท์ซิสเต็มส์ขยายความร่วมมือ  นำเสนอโซลูชั่นที่มุ่งเน้นด้านอุตสาหกรรมบนระบบคลาวด์ AWS</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผู้บริหารไอทีจะปิดช่องโหว่พร้อมนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลที่ลื่นไหลกว่าแก่ลูกค้าได้อย่างไร?</title>
		<link>https://www.inventor.in.th/home/outsystems-news-210913/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Editorial]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Sep 2021 14:21:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[OutSystems]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.inventor.in.th/home/?p=9070</guid>

					<description><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/outsystems-news-210913/">ผู้บริหารไอทีจะปิดช่องโหว่พร้อมนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลที่ลื่นไหลกว่าแก่ลูกค้าได้อย่างไร?</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p>โดย มาร์ค วีเซอร์ รองประธานประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของเอาท์ซิสเต็มส์ ในปี 2563 ที่ผ่านมา โลกของเราได้ก้าวเข้าสู่ออนไลน์อย่างแท้จริง และการเปลี่ยนแปล</p>
The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/outsystems-news-210913/">ผู้บริหารไอทีจะปิดช่องโหว่พร้อมนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลที่ลื่นไหลกว่าแก่ลูกค้าได้อย่างไร?</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<a href="https://www.inventor.in.th/home/outsystems-news-210913/">ผู้บริหารไอทีจะปิดช่องโหว่พร้อมนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลที่ลื่นไหลกว่าแก่ลูกค้าได้อย่างไร?</a> <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a><p><i><span lang="TH"><a href="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/09/มาร์ค-วีเซอร์.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" class="alignleft  wp-image-9074" src="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/09/มาร์ค-วีเซอร์.jpg" alt="" width="121" height="120" srcset="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/09/มาร์ค-วีเซอร์.jpg 400w, https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/09/มาร์ค-วีเซอร์-300x297.jpg 300w, https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/09/มาร์ค-วีเซอร์-150x150.jpg 150w, https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/09/มาร์ค-วีเซอร์-50x50.jpg 50w" sizes="(max-width: 121px) 100vw, 121px" /></a>โดย มาร์ค วีเซอร์ รองประธานประจำภูมิภาคเอเชีย-<wbr />แปซิฟิกของเอาท์ซิสเต็มส์</span></i></p>
<p><span lang="TH">ในปี </span>2563 <span lang="TH">ที่ผ่านมา โลกของเราได้ก้าวเข้าสู่ออนไลน์<wbr />อย่างแท้จริง และการเปลี่ยนแปลงนี้จะดำเนิ<wbr />นไปอย่างไม่มีวันถอยกลับ ดังนั้นองค์กรธุรกิจจึงจำเป็นต้<wbr />องนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลที่<wbr />เหนือกว่าให้แก่ลูกค้าเพื่อให้<wbr />ธุรกิจอยู่รอดและประสบความสำเร็<wbr />จทั้งในปีนี้และในอนาคต</span>  <span lang="TH">แบรนด์ต่าง ๆ อาจคิดว่าตนเองนำเสนอประสบการณ์<wbr />ได้ดีพอแล้ว แต่ลูกค้ากลับไม่คิดเช่นนั้น และด้วยเหตุนี้ผู้บริหารไอทีจึ<wbr />งต้องเข้ามามีบทบาทช่วยองค์กรปิ<wbr />ดช่องโหว่ดังกล่าว</span><u></u><u></u></p>
<p><span lang="TH">มาตรการล็อคดาวน์ส่งผลให้ความสั<wbr />มพันธ์ระหว่างผู้คนกับเทคโนโลยี<wbr />เปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวร ตัวอย่างเช่นปีที่แล้วมี</span><a href="https://www.americanbanker.com/news/digital-banking-is-surging-during-the-pandemic-will-it-last" target="_blank" rel="noopener noreferrer" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.americanbanker.com/news/digital-banking-is-surging-during-the-pandemic-will-it-last&amp;source=gmail&amp;ust=1631624956428000&amp;usg=AFQjCNHXGWAKknPHuIh--rtVvdlQhlsvsw"><span lang="TH">ลูกค้า </span>35 <span lang="TH">เปอร์เซ็นต์ใช้ออนไลน์แบงค์กิ้<wbr />งเพิ่มมากขึ้น</span></a> <span lang="TH">และส่วนใหญ่จะยังคงใช้ต่อไปหลั<wbr />งจากที่ธุรกิจเริ่มกลับเข้าสู่</span> ‘<span lang="TH">ภาวะปกติ</span>’ <span lang="TH">ดังนั้นการนำเสนอประสบการณ์ที่<wbr />ไร้รอยต่อให้แก่ลูกค้าบนระบบดิ<wbr />จิทัลจึงนับว่ามีความสำคัญอย่<wbr />างมาก</span><u></u><u></u></p>
<p><span lang="TH">ที่จริงแล้ว องค์กรต่าง ๆ ได้ให้ความสำคัญกับการลงทุ<wbr />นในเรื่องประสบการณ์สำหรับลูกค้<wbr />า (</span>Customer Experience &#8211; CX) <span lang="TH">และสร้างแอปพลิเคชันที่จำเป็<wbr />นสำหรับการรองรับ </span>CX <span lang="TH">โดยผลการสำรวจความคิดเห็นจาก </span>Harvey Nash – KPMG CIO Survey <span lang="TH">ชี้ว่า ก่อนหน้าที่จะเกิดการแพร่<wbr />ระบาดของโควิด-</span>19 <span lang="TH">มีเรื่องใหญ่ ๆ สองเรื่องที่องค์กรธุรกิจให้<wbr />ความสำคัญมากที่สุด ได้แก่ <b>ประสิทธิภาพการดำเนินงาน</b> และ <b>ประสบการณ์ของลูกค้า</b> แม้กระทั่งหลังช่วงการแพร่<wbr />ระบาดไปแล้ว องค์กรก็ยังคงมุ่งเน้นสองเรื่<wbr />องนี้มากที่สุด</span>  <span lang="TH">รายงานจากการ์ทเนอร์ยังระบุว่า </span>91% <span lang="TH">ขององค์กรที่<wbr />ตอบแบบสอบถามกำหนดให้ </span>CX <span lang="TH">เป็นเป้าหมายหลักสำหรั<wbr />บโครงการเปลี่ยนผ่านธุรกิจไปสู่<wbr />ดิจิทัล</span>  <span lang="TH">การใช้มาตรการล็อคดาวน์<wbr />และการโยกย้ายสู่ระบบออนไลน์ซึ่<wbr />งเป็นผลสืบเนื่องตามมา นับเป็นปัจจัยเร่งที่กระตุ้<wbr />นการลงทุนในส่วนนี้ โดยบริษัทที่เคยมองว่<wbr />าการนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลให้<wbr />แก่ลูกค้าเป็นเพียง</span> ‘<span lang="TH">ทางเลือกหนึ่ง</span>’ <span lang="TH">เพราะตอนนั้นธุรกรรมที่ทำกับลู<wbr />กค้าส่วนใหญ่เป็นการติดต่<wbr />อแบบพบปะเห็นหน้ากันโดยตรง แต่ทุกวันนี้ช่องทางดิจิทัลได้<wbr />กลายเป็น</span> ‘<span lang="TH">สิ่งที่ธุรกิจต้องมี</span>’ <span lang="TH">สำหรับการรองรับธุรกรรมออนไลน์<wbr />จำนวนมาก</span><u></u><u></u></p>
<p><a href="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/09/OutSystems_pic3.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-9073 alignnone" src="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/09/OutSystems_pic3.jpg" alt="" width="1080" height="720" srcset="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/09/OutSystems_pic3.jpg 1080w, https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/09/OutSystems_pic3-300x200.jpg 300w, https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/09/OutSystems_pic3-1024x683.jpg 1024w, https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/09/OutSystems_pic3-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></a></p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><b><span lang="TH">สิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้ดีพอแล้วหรื<wbr />อยัง</span></b><b>?</b></span><u></u><u></u></p>
<p><span lang="TH">ข้อเท็จจริงก็คือ การนำเสนอบริการดิจิทัลเพียงแค่<wbr />ในระดับพื้นฐานไม่ใช่สิ่งที่เพี<wbr />ยงพออีกต่อไป องค์กรจำเป็นต้องจัดหาบริ<wbr />การระดับชั้นนำที่ดีที่สุด ข้อมูลจากการ์ทเนอร์ชี้ว่า บริษัทกว่าสองในสาม แข่งขันกันนำเสนอ </span>CX <span lang="TH">ระดับพื้นฐานเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งถ้าหากบริษั<wbr />ทนำเสนอประสบการณ์ที่ไม่ค่อยดี ลูกค้าก็จะหันไปซื้อสินค้าหรื<wbr />อบริการจากบริษัทคู่แข่งในทันที<wbr />ได้อย่างง่ายดายด้วยการคลิกหน้<wbr />าจอเพียงไม่กี่ครั้ง แม้ว่าแบรนด์ต่าง ๆ จะเข้าใจความจริงดังกล่าว แต่ </span>80% <span lang="TH">ก็ยังเชื่อว่<wbr />าตนเองนำเสนอประสบการณ์ที่เหนื<wbr />อกว่าคู่แข่ง</span><u></u><u></u></p>
<p><span lang="TH">อย่างไรก็ตาม การมองโลกในแง่ดีนี้กลั<wbr />บสวนทางกับความเป็นจริง เพราะข้อมูลจากการ์ทเนอร์ยั<wbr />งระบุว่า ราว </span>65% <span lang="TH">ของบริษัทที่ทำธุรกิจแบบ </span>B2C <span lang="TH">และ </span>75% <span lang="TH">ของบริษัทที่ทำธุรกิจแบบ </span>B2B <span lang="TH">ยังล้าหลังในแง่ของการปรับเปลี่<wbr />ยน </span>CX <span lang="TH">ซึ่งนั่นก่อให้เกิดปัญหา</span> “<span lang="TH">ช่องว่างในการให้บริการ</span>” <span lang="TH">โดยมีลูกค้าเพียงแค่ </span>8% <span lang="TH">เท่านั้นที่ยอมรับว่าตนเองได้รั<wbr />บประสบการณ์ที่เหนือกว่า</span>  <span lang="TH">เนื่องจากองค์กรส่วนใหญ่ให้<wbr />ความสำคัญอย่างมากต่อประสบการณ์<wbr />ลูกค้า ดังนั้นผู้บริหารไอทีจึงมองว่<wbr />าการแก้ไขปัญหาช่องว่างดังกล่<wbr />าวถือเป็นภารกิจสำคัญอย่างหนึ่ง แต่การดำเนินงานเพื่อให้บรรลุ<wbr />เป้าหมายที่ว่านี้นับเป็นเรื่<wbr />องยาก ดังนั้นผู้บริหารไอทีจึงตกอยู่<wbr />ในภาวะกดดันเพิ่มมากขึ้นอย่างที่<wbr />ไม่เคยมีมาก่อน</span><u></u><u></u></p>
<p><span lang="TH">แน่นอนว่าฝ่ายไอทีต้องเผชิญกั<wbr />บแรงกดดันมาโดยตลอดทั้งในเรื่<wbr />องของการดูแลรักษาระบบไอทีที่มี<wbr />อยู่ และการพัฒนาแอปพลิเคชัน ระบบ และโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่<wbr />จำเป็นสำหรั<wbr />บการนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลให้<wbr />แก่ลูกค้าเพื่อรองรับอนาคต และทุกวันนี้แรงกดดันดังกล่<wbr />าวไปถึงจุดแตกหักที่ฝ่ายไอทีไม่<wbr />สามารถแบกรับได้อีกต่อไป</span>  <span lang="TH">ก่อนหน้านี้ที่พนักงานยั<wbr />งทำงานอยู่ในองค์กรที่มีระบบรั<wbr />กษาความปลอดภัยที่เข้มงวด</span> ‘<span lang="TH">การดูแลระบบให้ทำงานได้อย่างต่<wbr />อเนื่อง</span>’ <span lang="TH">ก็ถือเป็นงานที่ยากพอแล้ว แต่ปัจจุบันยังต้องเจอโจทย์ใหม่ เมื่อพนักงานหลายร้อยหรือหลายพั<wbr />นคนทำงานจากที่บ้าน ส่งผลให้ฝ่ายไอทีทำงานหนักขึ้น จนไม่มีเวลาตอบสนองต่อความต้<wbr />องการหรือความจำเป็<wbr />นในอนาคตของธุรกิจ</span><u></u><u></u></p>
<p><a href="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/09/OutSystems_pic1.jpg"><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-9071 alignnone" src="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/09/OutSystems_pic1.jpg" alt="" width="1080" height="721" srcset="https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/09/OutSystems_pic1.jpg 1080w, https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/09/OutSystems_pic1-300x200.jpg 300w, https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/09/OutSystems_pic1-1024x684.jpg 1024w, https://www.inventor.in.th/home/wp-content/uploads/2021/09/OutSystems_pic1-768x513.jpg 768w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></a></p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><b><span lang="TH">ยกระดับจากแนวทางแบบ </span></b><b>Agile <span lang="TH">ไปสู่แนวทางใหม่</span></b></span><u></u><u></u></p>
<p><span lang="TH">แนวทางการพัฒนาแอปพลิเคชั<wbr />นแบบเก่าที่เป็นขั้นตอนแบบไล่<wbr />ระดับลงมาหรือที่เรียกว่<wbr />าแนวทางแบบ</span> ‘Waterfall’ <span lang="TH">กลายเป็นเรื่องล้าสมัยไปแล้ว และแม้กระทั่งแนวทางการพั<wbr />ฒนาซอฟต์แวร์แบบ</span> ‘Agile’ <span lang="TH">ก็ยังไม่สามารถตอบสนองต่<wbr />อตารางเวลาที่เร่งรีบในการติดตั้<wbr />งใช้งานแอปพลิเคชันเพื่อรองรั<wbr />บความต้องการของธุรกิจในปัจจุบั<wbr />น</span>  <span lang="TH">ทางที่ดีผู้บริหารไอทีควรพั<wbr />ฒนาต่อยอดไปให้ไกลกว่าแนวทางแบบ </span>Agile <span lang="TH">โดยปรับใช้แนวทางใหม่ในการพั<wbr />ฒนาแอปพลิเคชันที่มีการใช้<wbr />ระบบอัตโนมัติขั้นสูง ระบบอัจฉริยะ และความสามารถในการนำมาใช้ซ้ำ<wbr />ได้</span>  <span lang="TH">ฝ่ายไอที และองค์กรธุรกิจโดยรวม จะต้องเลิกมองว่าช่องทางติดต่<wbr />อและแอปพลิเคชันต่าง ๆ สำหรับขั้นตอนการดำเนินการของลู<wbr />กค้าเป็นระบบที่แยกออกจากกัน ซึ่งแต่ละระบบจะถูกพัฒนาและจั<wbr />ดการโดยทีมงานที่กำหนดไว้<wbr />เฉพาะเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่<wbr />แตกต่างกัน</span><u></u><u></u></p>
<p><span lang="TH">เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านธุ<wbr />รกิจโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่<wbr />างจำกัด ผู้บริหารไอทีจำเป็นต้องปรับใช้<wbr />แพลตฟอร์มที่ทันสมัยซึ่งขับเคลื่<wbr />อนด้วยระบบ </span>AI <span lang="TH">เพื่อเร่งการทำงานที่มีอยู่ และก้าวให้ทันกับเทคโนโลยีใหม่<wbr />แพลตฟอร์มนี้จะช่วยเพิ่<wbr />มความรวดเร็วให้กับกระบวนการพั<wbr />ฒนาแอปพลิเคชันทุกประเภทสำหรั<wbr />บลูกค้า โดยครอบคลุมทุกช่องทางการติดต่อ พร้อมทั้งให้ความยืดหยุ่นอย่<wbr />างเต็มที่ และแพลตฟอร์มดังกล่าวยังรองรั<wbr />บการสร้าง</span> “<span lang="TH">ระบบประสบการณ์</span>” (Experience System) <span lang="TH">ซึ่งหมายถึงชุดคอมโพเนนต์หรื<wbr />อโมดูลที่เกี่ยวข้องกั<wbr />บประสบการณ์ สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้อย่างง่<wbr />ายดายสำหรับพัฒนาช่<wbr />องทางและแอปพลิเคชันต่าง ๆ</span>  <span lang="TH">ช่วยให้บุคลากรไอทีไม่ต้<wbr />องทำงานพัฒนาที่ซ้ำซ้อนกัน ทั้งยังช่วยลดความยุ่งยากซับซ้<wbr />อน และเพิ่มความรวดเร็<wbr />วในการนำแอปพลิเคชันและบริ<wbr />การออกสู่ตลาด โดยทั้งหมดนี้มีความสอดคล้องกั<wbr />นสำหรับทุกขั้นตอนการดำเนิ<wbr />นการของลูกค้าบนระบบดิจิทัล</span>  <span lang="TH">คอมโพเนนต์ของแอปพลิเคชันที่<wbr />ประกอบด้วย </span>Experience System <span lang="TH">ที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มดังกล่<wbr />าว นอกจากจะมี </span>UI <span lang="TH">และองค์ประกอบด้านภาพแล้ว ยังประกอบด้วยตรรกะทางธุรกิจ (</span>Business Logic), <span lang="TH">กระบวนการ</span>, <span lang="TH">ข้อมูล และการบูรณาการโดยสามารถเชื่<wbr />อมต่อกับระบบอื่น (เข้ากับบริการของบริษัทอื่น</span>, API <span lang="TH">หรือระบบหลักที่มีอยู่ เป็นต้น)</span>  <span lang="TH">และเนื่องจากคอมโพเนนต์ที่ว่านี้<wbr />ถูกนำกลับมาใช้สำหรับแอปพลิเคชั<wbr />นต่าง ๆ ทั้งหมด ดังนั้นเมื่อต้องการปรับเปลี่<wbr />ยนเพื่อตอบสนองต่อความต้<wbr />องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป กฎระเบียบ หรือพลวัตด้านการแข่งขัน ก็สามารถปรับเพียงครั้งเดียว แล้วคัดลอกไปยังส่วนอื่น ๆ ที่มีการใช้งานคอมโพเนนต์นั้น ๆ ได้ทันที</span></p>
<p><span lang="TH">สรุปก็คือ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้กับธุ<wbr />รกิจ ฝ่ายไอทีจะต้องเปลี่ยนย้<wbr />ายจากแนวทางการพัฒนาแบบ </span>Agile <span lang="TH">ไปสู่แนวทางใหม่สำหรั<wbr />บการนำเสนอซอฟต์แวร์ ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาช่องว่<wbr />างระหว่างสิ่งที่องค์กรธุรกิ<wbr />จเชื่อว่าตนเองกำลังนำเสนอ กับประสบการณ์จริงที่ลูกค้าได้<wbr />รับ รวมไปถึงการตอบสนองที่รวดเร็<wbr />วอย่างที่ลูกค้าต้องการ</span><u></u><u></u></p>
<p><b><span lang="TH">เกี่ยวกับเอาท์ซิสเต็มส์</span></b><u></u><u></u></p>
<p><span lang="TH">เอาท์ซิสเต็มส์ (</span>OutSystems) <span lang="TH">ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี </span>2544 <span lang="TH">ด้วยพันธกิจในการเสริมสร้างขี<wbr />ดความสามารถให้แก่องค์กรต่าง ๆ สำหรับการสร้างสรรค์นวัตกรรมผ่<wbr />านซอฟต์แวร์</span>  <span lang="TH">แพลตฟอร์มแอปพลิเคชัน </span>OutSystems <span lang="TH">ประกอบด้วยเครื่องมือประสิทธิ<wbr />ภาพสูงที่เชื่อมต่อกันและขั<wbr />บเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี </span>AI <span lang="TH">ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้<wbr />างและติดตั้งใช้งานแอปพลิเคชั<wbr />นที่หลากหลายได้อย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์ความต้องการของทุกภาคส่<wbr />วนภายในองค์กร</span>  <span lang="TH">ด้วย </span>Community member <span lang="TH">กว่า </span>435,000 <span lang="TH">ราย พนักงานมากกว่า </span>1,500 <span lang="TH">คน พันธมิตรกว่า </span>350 <span lang="TH">ราย และลูกค้าหลายพันรายใน </span>87 <span lang="TH">ประเทศ ใน </span>22 <span lang="TH">กลุ่มอุตสาหกรรม ธุรกิจของเอาท์ซิสเต็มส์ครอบคลุ<wbr />มทั่วโลก และช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ปรับเปลี่ยนวิธีการพัฒนาแอปพลิ<wbr />เคชันให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้<wbr />น เยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทฯ ได้ที่ </span><a href="http://www.outsystems.com/" target="_blank" rel="noopener noreferrer" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=http://www.outsystems.com&amp;source=gmail&amp;ust=1631624956428000&amp;usg=AFQjCNGtGHQFtIdPXHhqKBvbcFfCCPgLKQ">www.outsystems.com</a> <span lang="TH">หรือติดตามเราบน </span>Twitter @OutSystems <span lang="TH">หรือ </span>LinkedIn <span lang="TH">ที่</span><a href="https://www.linkedin.com/company/outsystems" target="_blank" rel="noopener noreferrer" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.linkedin.com/company/outsystems&amp;source=gmail&amp;ust=1631624956428000&amp;usg=AFQjCNFkzDJpCVj2s291lI0032ps70uoLw"> https://www.linkedin.com/<wbr />company/outsystems</a>.</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>The post <a href="https://www.inventor.in.th/home/outsystems-news-210913/">ผู้บริหารไอทีจะปิดช่องโหว่พร้อมนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลที่ลื่นไหลกว่าแก่ลูกค้าได้อย่างไร?</a> first appeared on <a href="https://www.inventor.in.th/home">INVENTOR.IN.TH</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
